รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๑๖/๒๕๕๖ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันอังคารที่ ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขออนุญาตดําเนินการประชุมเลยนะครับ มีท่านใดจะเสนอเรื่องอะไรไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มี ผมจะดําเนินการตามระเบียบวาระนะครับ เดี๋ยวให้วิป (Whip) ไปหารือนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ ในระหว่างที่วิปกําลังจะไปหารือ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือ เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณาในระหว่างที่ใช้เวลา อย่างเป็นประโยชน์ ได้โปรดพิจารณาครับ
คือครบองค์ประชุมแล้ว แล้วผมก็เปิดประชุมไปแล้ว ก็จะไม่อนุญาตให้หารือก่อนการประชุม
ช่วงนี้ก็ต้องนั่งรอใช่ไหมครับท่านประธาน
เชิญท่านอํานวยครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเลื่อนระเบียบวาระด่วน เรื่องที่ ๑๙ ขึ้นมาพิจารณาก่อน เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมนะครับ คือเรื่องที่ ๑๙ บันทึก ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและการซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง ประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอดําเนินการที่จะเอาเรื่องที่ ๑๙ นะครับ ก็คือบันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาค ลุ่มน้ําโขงเรื่องที่ ๑๙ ขึ้นมาก่อนใช่ไหมครับ ท่านประเสริฐมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ รัฐบาลมีความ ประสงค์จะเลื่อนระเบียบวาระลําดับที่ ๑๙ เป็นเรื่องของบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล ต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภาคลุ่มน้ําโขง ขึ้นมาพิจารณาก่อนในวันนี้ ท่านประธานครับ หลายครั้งที่ฝ่ายรัฐบาลขอเสนอเลื่อน ระเบียบวาระแต่ไม่ได้แจ้งเหตุผล ท่านประธานครับ เราจะเลื่อนระเบียบวาระที่ ๑๙ ขึ้นมาก่อน เหตุผลของการขอเลื่อนนี้คืออะไรครับ มันจําเป็นเร่งด่วนหรือว่าอย่างไร มีเหตุผล จําเป็นขนาดไหน ท่านต้องนําเสนอก่อนครับ เพราะผมจะได้ฟังนะครับ ถ้าเห็นด้วยตาม เหตุผลที่ท่านเสนอพวกผมก็ไม่คัดค้าน แต่ถ้าเหตุผลไม่มีความจําเป็นถึงขนาดนั้น ก็ควรพิจารณาไปตามระเบียบวาระครับ
ขอบพระคุณมาก ท่านประเสริฐที่ช่วยชี้แนะ เชิญท่านปรีชาพลครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านอํานวย คลังผา ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้อาศัยข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๓๑ (๒) ประกอบ ข้อ ๑๕ ในการที่จะขอเลื่อนเรื่องบันทึกเรื่องที่ ๑๙ บันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาค ลุ่มน้ําโขง อินเตอร์ กอปเวิร์นเมนทอล เมมโมเรนดัม ออฟ อันเดอร์แสตนดิ้ง ฟอร์ ดิ เอสเทบลิชเมนท์ ออฟ เดอะ รีเจินนอล เพาเวอร์ คอร์ดิเนชัน เซนทรี อิน เดอะ เกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจิน (Inter-Governmental Memorandum of Understanding for the Establishment of the Regional Power Coordination Centre in the Greater Mekong Subregion) หรือว่า ไอจีเอ็ม (IGM) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ กราบเรียน ท่านประธานครับ เหตุผลความจําเป็นก็เนื่องจากเรื่องนี้มีความจําเป็นเร่งด่วนที่จะต้อง ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา เนื่องจากการลงนามนี้เป็นปัจจัยสําคัญที่จะนําไปสู่การจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงหรืออาร์พีซีซี (RPCC) ซึ่งปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้ง ๕ ประเทศ ได้แก่ ประเทศจีน ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา และประเทศลาว ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าวแล้ว ยกเว้นประเทศไทยประเทศเดียว ทั้งนี้ในที่ประชุมของ ๖ ประเทศนี้ได้มีความเห็นตรงกันว่า ให้สมาชิกทั้ง ๖ ประเทศลงนามให้ครบทุกประเทศก่อนที่จะมีการจัดการดําเนินการในการ เปิดข้อเสนอในการขอเป็นสถานที่ตั้งศูนย์อาร์พีซีซี ซึ่งเหลือเพียงประเทศไทยประเทศเดียว ซึ่งจะต้องขอความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้ทางรัฐบาลซึ่งทางกระทรวงพลังงานนั้น เป็นผู้ที่รับผิดชอบไปดําเนินการพิจารณาต่อไป ฉะนั้นการลงนาม การขอความเห็นชอบจาก สภานี้จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งในการที่จะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ไป ลงนามเพื่อที่จะให้ประเทศไทยนั้นมีโอกาสที่จะได้เข้าสู่การพิจารณา เป็นอีก ๑ ที่ในส่วนของ ความเหมาะสมที่จะได้เป็นประเทศในสถานที่ตั้งอาร์พีซีซี ซึ่งจะมีการดําเนินการเรื่องดังกล่าว ในเดือนพฤศจิกายนเดือนนี้ ฉะนั้นเรื่องนี้มีความสําคัญจําเป็นอย่างยิ่ง จึงขอความกรุณา เพื่อนสมาชิกครับ กราบเรียนไปยังท่านประธานรัฐสภาเพื่อที่จะได้พิจารณาเรื่องนี้ แล้วขอ เลื่อนเรื่องนี้ขึ้นมาสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา กราบขอบพระคุณครับ
ท่านประเสริฐท่านโอเค (OK) นะครับ หรือท่านมีอะไรจะประท้วง เชิญเลยท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ มันเป็นข้อ ๘ ตรงที่ว่าฟังจากเพื่อนสมาชิกบอกว่ารัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องไปลงนามในสัญญา ในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ว่าไม่ได้บอกวันที่ ไม่ทราบว่าจะไปลงนามพรุ่งนี้หรือมะรืน เราจะเห็นหลายครั้งที่รัฐบาลดําเนินการออกมา แล้วก็มาเร่ง ๆ รีบ ๆ กันในสภาอย่างนี้ครับ ทําให้การพิจารณามันไปไม่ได้ แล้วก็เร่งรีบมากจนไม่สามารถเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิก ได้แสดงความคิดเห็น ท่านประธานจะเห็นครับ เหมือนกับกฎหมายนิรโทษกรรม เราเร่งรีบจนเกิดความวุ่นวายทั้งประเทศ พฤติกรรมอย่างนี้ต้องวางแผนกันใหม่ รัฐบาลต้องมี การวางแผนว่าถ้าจะเอาไปลงนามในเดือนพฤศจิกายน ควรเอาเข้าสภาก่อนลงหน้าอย่างน้อย สัก ๑ เดือน เพื่อให้สมาชิกในซีกของรัฐสภามีโอกาสแสดงความคิดเห็นได้อย่างรอบคอบ ถ้วนหน้า แล้วอย่างนี้ นี่ละเป็นการแก้มาตรา ๑๙๐ ที่เราเคยแก้ เมื่อวานนี้เราลงมติไป เพราะว่าเราไม่ต้องการจะนําเข้าสภาครับ วันนี้เราก็เห็นพฤติกรรมแล้วว่าเราไม่ต้องการให้ สภาได้มีการพิจารณา เราต้องการอย่างเดียวคือเอาสะดวก ไม่ต้องการเห็นการพิจารณาที่มี ความยุ่งยากแล้วมีการท้วงติงรัฐบาล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลต้องเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ท่านประธานครับ ไม่ขัดข้องครับ แต่ว่าอยากให้รัฐบาลเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองเสียใหม่ นะครับ
ไม่ขัดข้องนะครับ เชิญท่านวีรวิทครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมไม่ขัดข้องในการที่จะมีการเปลี่ยน แต่ผมอยากขอความกรุณาท่านประธาน รัฐสภาประสานกับทางรัฐบาลดําเนินการให้เรียบร้อยก่อน เพราะว่าในหนังสือเชิญประชุม ได้บอกว่าในวันนี้เราจะมาประชุมกันในเรื่องของกรอบการเจรจาข้อตกลงการค้าบริการ อาเซียน ซึ่งในหนังสือเชิญประชุมก็มีเอกสารเพิ่มเติมมา สมาชิกทุกคนก็อ่านเอกสาร แล้วเตรียมตามนั้น แต่ปรากฏว่าพอเข้ามาถึงมีการขอเลื่อนในเรื่องที่ ๑๙ ขึ้นมา ผมเข้าใจ ในเรื่องความจําเป็นของรัฐบาล แต่ถ้าเผื่อเป็นไปได้ขอให้มีการประสานงานกันล่วงหน้า แล้วในหนังสือเชิญประชุมนั้นระบุมาเลยว่าจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ พวกเราจะได้มีการศึกษา และเตรียมการอภิปรายได้อย่างสมบูรณ์ครับ ขอบคุณครับ
ผมเชื่อทุกท่านไม่ขัดข้อง แต่ว่าฝากรัฐบาลช่วยประสานนําเรื่องเข้าพิจารณาแต่เนิ่น ๆ นะครับ ท่านวัชระมีอะไร
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งท่าน สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน ไม่ได้รับทราบล่วงหน้า การเสนอเลื่อนวาระขึ้นมาประชุมในวันนี้แต่อย่างใด ซึ่งท่านประธานก็ต้องพิจารณานะครับ ว่าการที่จะให้ไปลงนามซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศจะส่งผลต่อราคากระแสไฟฟ้า ในประเทศอย่างไร เพราะว่าปัจจุบันกระแสไฟฟ้าที่เก็บจากพี่น้องประชาชนในการเก็บ ค่าไฟฟ้านั้นก็ราคาเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก ทําให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน แล้วในวันนี้ผมทราบว่าสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจะมีการชุมนุม ประท้วงที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตสํานักงานใหญ่บางกรวยในเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา เป็นต้นไป ท่านประธานครับ การที่สหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะชุมนุมประท้วงในวันนี้ในเวลา เที่ยงตรงเป็นต้นไปนั้นจะส่งผลอย่างไร และผมทราบว่าการที่สหภาพแรงงานการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตจะชุมนุมประท้วงในวันนี้ตั้งแต่เวลาเที่ยงตรงเป็นต้นไปนั้นไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับ การที่จะลงนามในศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกนี้อย่างไร หรือไม่ ท่านประธานครับ และนอกจากนี้ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานไปยังรัฐมนตรี ผู้เกี่ยวข้อง แล้วกระแสไฟฟ้าในภาคใต้ละครับ ท่านจะทําอย่างไร เพราะตัวแทน ของการไฟฟ้าและตัวแทนของรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบการไฟฟ้าซึ่งรับผิดชอบการไฟฟ้า ใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้นั้นก็ไม่ได้ให้คํายืนยันว่า ต่อไปนี้ภาคใต้ไฟจะไม่ดับทั้งภาคอีกต่อไป เพราะในสัญญาที่จะเซ็นลงนามร่วมมือกันนี้ไม่ได้เกี่ยวพันกับการไฟฟ้าทั้ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งจะต้องเชื่อมโยงกับไฟฟ้าของประเทศมาเลเซีย และในการเชื่อมโยงไฟฟ้ากับประเทศ มาเลเซียนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ไม่ทราบว่ามีการประสานงานกันอย่างไร เพราะ ประสานงานกันแล้วเมื่อไฟดับทั้ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้กระแสไฟหลักจากภาคกลาง ภาคเหนือ ก็ไม่สามารถส่งไปช่วยทางภาคใต้ได้ และการเชื่อมโยงไฟฟ้ากับประเทศมาเลเซียก็ไม่สามารถ ดําเนินการได้อย่างทันที ส่งผลให้ภาคใต้ได้รับความเสียหายเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น
ท่านวัชระครับ ท่านอย่า ไปไกล เอากลับมาที่ลุ่มน้ําโขงนี่ครับ
เอากลับมา ที่ราชดําเนินครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าพี่น้องประชาชนว่างก็ขอ เชิญที่ราชดําเนิน ขอขอบคุณ
ท่านประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อ ๕ ก่อน ท่านประธานต้องระวังนะครับ บางทีคนมาหาเศษหาเลยในเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่นะครับ
ประท้วงผมเดี๋ยวครับ ไม่ต้องนะครับ ท่านประสิทธิ์ครับ ท่านประท้วงผม ผมก็ต้องวินิจฉัย ท่านประท้วงผมได้ ตามข้อ ๕ แต่ว่าที่ท่านพูดเลยไปถึงเรื่องหาเศษหาเลย ท่านถอนคําพูดเถอะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพ ท่านประธาน และท่านวินิจฉัยอย่างไรผมก็ยินดีปฏิบัติ แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธาน และสมาชิกว่าเราต้องรู้จักประเด็นและหน้าที่ว่าทุกวันนี้ ตอนนี้เราทําอะไรอยู่ ผมยินดีถอนครับ
ขอบคุณครับ นั่งลงได้ครับ เขาถอนแล้ว นั่งลงครับ ผมขอดําเนินการต่อนะครับ
เรื่องด่วนที่ ๑๙ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง (Inter – Governmental Memorandum of Understanding for the Establishment of the Regional Power Coordination Centre in the Greater Mekong Subregion : IGM) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงนะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรีให้นําเสนอบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง รีเจินนอล เพาเวอร์ คอร์ดิเนชัน เซนทรี (Regional Power Coordination Centre) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า อาร์พีซีซี (RPCC) เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐
บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์อาร์พีซีซี หรือที่เรียกชื่อ เต็มว่า อินเตอร์ กอปเวิร์นเมนทอล เมมโมเรนดัม ออฟ อันเดอร์แสตนดิ้ง ฟอร์ ดิ เอสเทบลิชเมนท์ ออฟ เดอะ รีเจินนอล เพาเวอร์ คอร์ดิเนชัน เซนทรี อิน เดอะ เกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจิน ไอจีเอ็ม (Inter–Governmental Memorandum of Understanding for the Establishment of the Regional Power Coordination Centre in the Greater Mekong Subregion : IGM) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้า ระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงเพื่อทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสาน ความร่วมมือในการจัดทํากรอบการดําเนินการพัฒนาด้านกฎระเบียบ ข้อบังคับ ด้านเทคนิค และประเด็นอื่น ๆ ที่ประเทศสมาชิกเห็นพ้องถึงความสําคัญต่อการพัฒนาตลาดซื้อขายไฟฟ้า รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนและติดตามการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการด้าน ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าแห่งชาติ หรือการไฟฟ้าของแต่ละประเทศสมาชิกต่อการดําเนินกิจกรรม การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกเพียง ๖ ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักร กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐ แห่งสหภาพพม่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และราชอาณาจักรไทย การจัดตั้งศูนย์ ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกจีเอ็มเอส เป็นการดําเนินการภายใต้ กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกจีเอ็มเอสว่า ด้วยความร่วมมือสาขาพลังงานไฟฟ้า โดยมีความเห็นพ้องร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้า ผ่านกิจกรรมการซื้อขายไฟฟ้าและการสร้างโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงระหว่างประเทศ สมาชิกทั้ง ๖ ประเทศ ซึ่งการดําเนินการดังกล่าวได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พุทธศักราช ๒๕๔๓ จนกระทั่งได้มีการจัดการทําบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลฉบับนี้ เพื่อผลักดันก่อตั้งศูนย์ ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้า และดําเนินกิจกรรมการซื้อขายไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็น รูปธรรม โดยประเทศสมาชิกแต่ละประเทศต่างสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ที่เชื่อมโยงกันของ ระบบไฟฟ้าให้เป็นหนึ่งเดียวบนพื้นฐานของความยุติธรรม และความโปร่งใสในการ ดําเนินงานของตลาดซื้อขายไฟฟ้าในอนุภูมิภาค มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าของ อนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงให้มีเสถียรภาพ มีความเชื่อถือได้ของพลังงานไฟฟ้า และมีความคุ้มค่า เชิงเศรษฐศาสตร์ สามารถดําเนินการพัฒนาให้มีความสมดุลระหว่างความหลากหลายของ ทรัพยากรด้านพลังงานที่มีในอาณาเขตพื้นที่ของประเทศสมาชิก ส่งเสริมความร่วมมือด้าน พลังงานในระยะยาว และการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง การขยายขอบเขตการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าข้ามพรมแดน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของ ประชาชนในประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผมขอเรียนเพิ่มเติมว่าการลงนาม เอ็มโอยู หรือบันทึกข้อตกลงเพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าอาร์พีซีซีนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อประเทศไทยในด้านของการเชื่อมโยงและการเข้าถึงข้อมูลด้านพลังงานไฟฟ้า ของประเทศในกลุ่มจีเอ็มเอส ซึ่งจะทําให้ประเทศไทยสามารถนํามาวางแผนสําหรับการ ลงทุนพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อเชื่อมโยงแหล่งพลังงานชนิดต่าง ๆ กับประเทศสมาชิกในอนุ ภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ ตลอดจนสนับสนุน ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกจีเอ็มเอสในด้านของการอนุรักษ์พลังงาน การใช้ พลังงานสะอาดและการพัฒนาพลังงานทดแทน รวมทั้งผลักดันให้ไทยมีโอกาสในการร่วมมือ ให้ความช่วยเหลือ หรือลงทุนด้านพลังงานที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันได้มากขึ้น อันจะเป็น ผลดีต่อการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทยด้วย
สุดท้ายนี้กระผมขอเรียนยืนยันว่าประเทศไทยและสมาชิกอนุภูมิภาค ลุ่มน้ําโขงจะได้รับประโยชน์จากการลงนามในบันทึกจัดตั้งศูนย์อาร์พีซีซีดังกล่าว และเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการฐานข้อมูลพลังงานในอนุภูมิภาค ลุ่มน้ําโขงจีเอ็มเอส อันจะส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและประสิทธิภาพ ของการจัดหาและใช้พลังงานของไทย และสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงทั้ง ๖ ประเทศ ในอนาคต กระผมจึงเห็นสมควรเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ การลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขาย ไฟฟ้าระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง การจัดตั้งศูนย์อาร์พีซีซีนี้เพื่อให้ประเทศไทย สามารถลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว เนื่องจากการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลไอจีเอ็ม ดังกล่าวเป็นปัจจัยสําคัญที่จะนําไปสู่การพิจารณาสถานที่ตั้งศูนย์ประสานงาน การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ขอขอบคุณครับ
เชิญสมาชิกท่านแรก อภิปรายครับ คุณหมอสุกิจครับ แล้วก็ต่อมาด้วยท่านจิรายุ แล้วก็กลับมาที่ท่านวัชระนะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล ต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาค ลุ่มน้ําโขง ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานเหมือนกับที่ท่านสมาชิก ขออนุญาต เอ่ยนาม คือท่านประเสริฐ ได้พูดไปในข้างต้นนะครับว่าจะนําเรื่องอะไรเข้ามาขอให้บอก ล่วงหน้าสักนิดหนึ่ง คือวิปทราบนะครับเรื่องนี้ แต่ทราบวัน ๒ วันก่อน แต่สมาชิกทั่วไป ทั้งหลายนะครับเขาเกือบจะไม่ได้ทราบเรื่องนี้เลยครับ เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ได้เตรียมตัว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บางทีก็ต้องหาข้อมูลรายละเอียดมาใช้ในการอภิปราย ฉะนั้นก็ต้อง ขอให้เลิกสักทีครับการทํางานแบบนี้ แบบสุกเอาเผากินนะครับ
ท่านประธานครับ นี่ก็เป็นการพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งสําหรับเหตุผลของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่ลงมติไปเมื่อวันวานนี้ แล้วก็พวกผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ที่ท่านอ้างเหตุผลว่าถ้าไม่แก้แล้วจะทํา หรือว่าทําช้าจะทําให้เราเสียโอกาส ไม่ทันคนอื่นเขา พูดเลยไปจนถึงว่าทําให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง ซึ่งพอถามในระหว่าง ของการอภิปรายมาตรา ๑๙๐ พอถามลึก ๆ ลงไปให้ยกตัวอย่างสิว่าตรงไหน เวลาไหน ช่วงไหนที่มันเสียหาย ก็ตอบไม่ได้อย่างชัดเจน ฉบับวันนี้ก็เหมือนกันครับ เอาเข้ามาสภา วันนี้ครับ ท่านมาดูสิครับว่าจะใช้เวลาสักเท่าไรที่จะผ่านความความเห็นชอบจากสภา ผมว่าไม่นานหรอกครับ แป๊บเดียว เพราะฉะนั้นที่ท่านมาคร่ําครวญ มาบอกว่ามันช้า เป็นเพราะมาตรา ๑๙๐ มันช้าตรงไหนครับ ขอเรียนว่านี่ก็ตามเคยอย่างที่พูดไปแล้ว ต้องไฟลนก้นก่อนท่านถึงจะเอามาเข้าสภา เหตุผลอันนี้ก็เหมือนกันท่านอ้างว่าเรื่องนี้สมาชิก ประเทศอื่นอีก ๕ ประเทศเขาลงนามกันไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ประเทศเราประเทศเดียว เพราะว่าท่านอ้างว่ามันติดมาตรา ๑๙๐ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเกลียดแล้วก็โกหก เรื่องนี้ผมก็ตามดู พยายามตามดูถึงแม้เวลามีอันน้อยนิดในการหาข้อมูล ก็พอจะทราบว่ามีการเสนอมาตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ แต่แทนที่จะเข้า ครม. ในตอนนั้น ปรากฏว่าแช่แข็งเอาไว้ ปีกว่า ๆ เพิ่งจะผ่านมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้ว นี่เองครับ แล้วอย่างนี้ตอบผมสิครับว่ามันช้าเพราะใคร มันช้า เพราะว่ามาตรา ๑๙๐ มันไม่ดี หรือว่าความไม่พร้อมของรัฐบาล รัฐบาลนั่นละครับที่ทําให้ช้า แล้วพวกท่านทั้งหลาย เสียงส่วนใหญ่ก็ยกมือแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ไปเรียบร้อย นั่นหมายความว่าในอนาคต นะครับ ในอนาคตข้างหน้าหลังจากที่มันประกาศใช้ เรื่องแบบนี้ ส.ส. ส.ว. จะไม่มีโอกาส ได้รับรู้ต่อไป เพราะว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องของเขตแดนที่ท่านระบุว่าให้เหลือไว้ แล้วเป็นเรื่อง ที่ไม่ต้องออก พ.ร.บ. ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่าประชาชนจะไม่ได้รับรู้เรื่องแบบนี้ อีกแล้ว ในเมื่อเรื่องแบบนี้ความจริงแล้ว ผมก็พูดตั้งแต่ตอนที่ผมอภิปรายแล้วว่าเป็นเรื่องที่ สําคัญนะครับ เพราะว่าเราเองเราต้องซื้อพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะจาก สปป. ลาว ปีหนึ่งผมก็ไม่ทราบจํานวนที่แน่นอน เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยตอบ ผมด้วย แต่ผมคิดว่าคงจะหลายพันล้านบาทให้พี่น้องประชาชนเขาได้รู้ว่าเรื่องที่เกี่ยวกับ เงินทองมากมายขนาดนี้ ต่อไปในอนาคตตัวแทนของเขาไม่มีโอกาสได้รับรู้ ไม่มีโอกาสได้ร่วม ตัดสินใจอีกแล้วครับ เพราะว่าพวกท่านไปแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ปิดโอกาส ปิดหู ปิดตาพี่น้องประชาชนเรียบร้อยครับ ที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้คนที่ขานชื่อหนุนการแก้ รัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ได้มีความรู้สึกละอายใจเสียบ้างนะครับ รู้สึกผิดต่อประชาชนที่เลือก พวกท่านมาเสียบ้าง ท่านประธานครับ ทีนี้ขอเข้าเรื่อง
มีผู้ประท้วงนะครับ
ท่านไม่รู้สึกผิด อะไรก็ไม่ต้องประท้วง เพราะผมรู้อยู่แล้วพวกท่านไม่รู้สึกผิดอะไรอยู่แล้ว
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกรัฐสภา
ท่านจิรายุก่อนแล้วกัน นะครับ ท่านพูดแล้วก็ให้พูดเลย เชิญครับท่านจิรายุ คือเจ้าหน้าที่ก็กดไมโครโฟนแดง ทั้ง ๒ ตัวเลย
ผมก่อนใช่ไหมครับท่านประธาน
ได้ ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๕ แล้วก็ ประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ นะครับ จริง ๆ ท่านก็อภิปรายดีครับ ผมกําลัง รอฟังอยู่ว่าปัญหาภาคใต้จะมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าอย่างไร ท่านรัฐมนตรีจะได้นําไปแก้ไข ปรับปรุง แต่ท่านโยงไปหมด แล้วที่สําคัญที่ผมต้องลุกขึ้นประท้วงนี้ท่านบอกว่ารู้สึกผิดตาม มาตรา ๑๙๐ ทุกอย่างมันมีขาวและดําครับ แต่ว่าเราจะเลือกทางไหนมากกว่า เมื่อวานแก้ไข ก็เพื่อประเทศชาติครับ ท่านก็รู้ว่ามีกฎหมายบางอย่างไม่จําเป็นต้องเข้าสภามันก็เข้า ไม่ใช่ อะไรก็การเมืองหมดครับ ก็เลยอยากให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคําพูดว่า ผู้ที่ลงมติไปเมื่อวานนี้ เป็นผู้กระทําความผิด ผมเห็นว่าท่านพูดจาแบบนี้มันเป็นการส่อเสียด แล้วก็เสียดสีให้ร้าย คนอื่น ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ แล้วก็อยากฟังความรู้จากท่านผู้ทรงเกียรติครับ
อย่างนี้ครับ คือผมขอ วินิจฉัยนะครับ คือท่านพูดถึงเรื่องการแก้มาตรา ๑๙๐ ซึ่งเราลงมติเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งความจริงแล้วเพิ่งจะอยู่ในขั้นตอนลงมติ ยังไม่ได้นําขึ้นทูลเกล้าฯ เลยนะครับ ก็ไม่เป็นไร ครับ ไม่ต้องไปถอนหรอกครับ จะผิดจะถูกเดี๋ยวเรื่องนี้ก็จะทราบในเร็ววันนี้ครับ ไม่ต้อง ประท้วงแล้ว ให้ท่านสุกิจพูดไป ต่อไปเชิญท่านสุกิจ คนละประเด็นนะ
(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงผมเรื่องอะไร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อ ๔๓ อภิปรายนอกประเด็น ประกอบกับเสียดสี ใส่ร้าย แล้วพูดถึงว่าให้ ส.ส. มีความละอายแก่ใจ สมาชิกเรามีเอกสิทธิ์ในการที่จะตัดสินใจ ไม่ใช่ว่าจะต้องมาว่าคนอื่น เขาตัดสินใจอย่างโน้นอย่างนี้แล้วตัวเองถูก ไม่ใช่นะครับ ทุกคนมีวุฒิภาวะทั้งนั้น คุณประกิจ ก็ไม่ได้เก่งอยู่คนเดียวนะครับ ขอบคุณครับ
พอแล้วครับ ผมวินิจฉัย นะครับ คุณหมอสุกิจอภิปรายต่อ แล้วก็พยายามอย่าไปก้าวพาดพิงอะไรนะครับ เอาอยู่ในประเด็นท่านซึ่งมีคําถามซึ่งท่านรัฐมนตรีท่านจดอยู่ ผมเห็นแล้วนะครับ เชิญท่าน ว่าต่อครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก็เพิ่งรู้ว่าเขาไม่ได้ประท้วงผมครับ ประท้วงนายประกิจครับ ท่านประธานครับ ผมจะเข้าเรื่องนะครับ ไม่ให้เสียเวลากับพวกประท้วง ซึ่งผมก็บอกแล้วครับ ถ้าใครไม่ละอายก็ไม่ต้องเจ็บร้อนอะไร จริง ๆ แล้วเรื่องแบบนี้ไม่ปฏิเสธ ก็เคยเป็น กรรมาธิการการพลังงาน ทราบดีครับว่าเรื่องพลังงานเป็นเรื่องสําคัญของประเทศโดยเฉพาะ เรื่องไฟฟ้านะครับ จึงแสดงจุดยืนไว้เลยว่าเห็นด้วยกับการตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขาย ไฟฟ้าระหว่างสมาชิกในอนุภาคลุ่มแม่น้ําโขงที่เสนอมา เพราะว่าไทยเรายังมีความจําเป็นต้อง ซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านอยู่ เราผลิตไฟฟ้าไม่พอใช้อยู่แล้วในประเทศ แล้วอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือต้นทุนการผลิตของเราสูงมาก สูงกว่าเขา เพราะว่าส่วนใหญ่การผลิตไฟฟ้าของเรา เราใช้พลังงานเป็นแก๊สธรรมชาติประมาณถึง ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันนี้เราจึงต้องซื้อ ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราซื้อมาก ที่เป็นตัวไฟฟ้า เราไม่นับถึงเรื่องแก๊สธรรมชาติที่ซื้อ จากประเทศพม่า ไฟฟ้าตรง ๆ เราซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านของเราคือประเทศลาว ซึ่งส่วนใหญ่เขาใช้พลังน้ําในการผลิตไฟฟ้าซึ่งมีต้นทุนที่ต่ํากว่าการผลิตของเราที่ผมได้กล่าว ไปแล้วว่าเราใช้แก๊สธรรมชาติ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าเราจะต้องซื้อเข้ามา ผมก็ทราบว่า ราคาก็ยังถูกกว่าเราผลิตเองอยู่ดี พูดถึงเรื่องนี้จริง ๆ แล้วผมก็ไม่อยากให้เราประมาท เพราะเราซื้อเขามากเหลือเกิน ทุกวันนี้เราก็อยู่ในสภาพของการยืมจมูกคนอื่นมาหายใจอยู่ เพราะว่าใครจะไปแน่ใจได้ครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับว่าสถานการณ์ในอนาคต มันจะเป็นอย่างไร มันจะราบรื่นแบบนี้ตลอดหรือเปล่า ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรก็ตามกับประเทศ เพื่อนบ้านขึ้นมา แล้วเขาเกิดเขาเลิกขายให้เรามันจะเกิดอะไรขึ้น แม้จะบอกว่าจริง ๆ แล้ว คนไทยของเราเข้าไปลงทุน ไปถือหุ้นอยู่ในโรงไฟฟ้าเหล่านั้นจํานวนค่อนข้างสูงก็ตาม แต่ถ้ามันเกิดปัญหาระหว่างประเทศขึ้นมาแล้วเขาจะทําอะไรก็ได้ใช่ไหมครับ เขาจะยกเลิก หุ้นไปเฉย ๆ เขาจะไม่ให้เราเข้าไปประเทศเขามันก็เป็นไปได้อยู่ดี เป็นไปได้ทุกอย่าง เราจึง ไม่ควรที่จะประมาท จึงควรที่จะพัฒนาโรงไฟฟ้าของเราให้เหมาะสมกับประเทศเรา ผมขอ เน้นคําว่า ให้เหมาะสมกับประเทศเรา ไปถึงท่านรัฐมนตรี เพราะของเราเมื่อประกาศออกไป ว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าเมื่อไร รับรองเลยครับ ยังไม่ทันฟัง ไม่ทันคิดอะไรกัน ก็จะมีการต่อต้าน เกิดขึ้น ยกตัวอย่างโรงไฟฟ้าที่เราบอกว่าประหยัดที่สุดที่มันควรจะเกิด แล้วเมื่อก่อนหน้านี้สัก ๒-๓ ปี ก็บอกว่าเป็นโรงไฟฟ้าที่ปลอดภัยที่สุด แล้วก็ยั่งยืนที่สุดก็คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ตอนนี้มันก็ กลับตาลปัตรแล้วครับเมื่อเกิดปัญหาขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้ผมว่าพับแล้วละ พับฐานแล้ว ไม่สามารถที่จะสร้างได้แล้ว โรงไฟฟ้าถ่านหินครับ ที่ท่านพยายามจะไปให้เขาสร้างที่โน่นที่นี่ ไปขอให้เขาให้ความร่วมมืออะไรนะครับ แต่ผมดูแล้วว่ามันก็ยากเย็นครับ ยากที่จะเกิดครับ มีทางเดียวที่ผมเคยเสนอท่านว่าท่านต้องสร้างให้เขาเห็นที่ใกล้บ้านท่านก่อนแล้วคนอื่นเขาถึง อาจจะยอมรับได้ โรงไฟฟ้าชนิดอื่นก็ตาม ชีวมวลหรืออะไรนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ดูว่า มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรสักเท่าไร แต่เนื่องจากความหวาดกลัว ความหวาดวิตกในอดีตที่มันยัง ฝังจําอยู่ในสมองของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ กรณีของแม่เมาะที่จังหวัดลําปางนะครับ ยังส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้ ทําให้พี่น้องประชาชนถึงแม้ว่าจะอยากได้ไฟฟ้าก็ตาม แต่ไม่อยาก ให้มาสร้างโรงไฟฟ้าที่ใกล้ ๆ บ้านของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามผมก็เรียนผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่ามันไม่ใช่เหตุผลที่เราต้องหยุดความพยายามนะครับ ผมอยากให้ ท่านพยายามต่อไป คิดอะไรเหมือนที่ผมเน้นไว้ข้างต้นครับ ว่าให้มันเหมาะสมกับประเทศเรา คือเหมาะสมกับการลงทุน แล้วก็เหมาะสมกับความต้องการของพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ อันนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมากที่สุด แต่ว่าขอร้องอย่างหนึ่งว่าอย่าใช้นิสัยแบบที่รัฐบาลนี้ เคยทํานะครับ เมื่อตอนกรณีที่ ขออนุญาตเอ่ยนามคุณวัชระ เพชรทอง ได้พูดไปก่อนหน้านี้ ก็คือกรณีที่มีไฟฟ้าดับทั่วภาคใต้ แล้วก็มาบอกว่าเป็นเพราะภาคใต้มีโรงไฟฟ้าไม่พอ พูดอย่างนี้ มันทําให้พี่น้องประชาชนเขาเกิดความรู้สึกครับ ท่านพูดไปถึงว่าเป็นเพราะว่าชาวภาคใต้นี่ คนใต้นี่ต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินของท่าน ความจริงวันนั้นขนาดโรงไฟฟ้าภาคใต้ที่ผมก็เคย อภิปราย ผมจําได้ ท่านก็ฟังผมอยู่ แล้วท่านก็ตอบผมว่ามันมีการปิดซ่อมไปตั้งหลายโรงครับ แต่จริง ๆ แล้วก็มีการดึงไฟฟ้าไปจากโรงไฟฟ้าราชบุรีแค่ ๔๓๐ เมกะวัตต์เท่านั้นเองในช่วงที่ ปิดซ่อมกันตั้งหลายโรงในตอนนั้น และในปี ๒๕๕๗ คือปีหน้านี้โรงไฟฟ้าจะนะ โรงที่ ๒ ก็จะ สร้างเสร็จ ขนาด ๘๐๐ เมกะวัตต์ และอีก ๓ ปีข้างหน้า คือในปี ๒๕๕๙ โรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งปัจจุบันนี้ ๗๐๐ เมกะวัตต์นะครับ แต่ว่าด้วยความเก่า กําลังจะหมดอายุการใช้งาน เลยจะต้องมีการทดแทนโรงไฟฟ้าขนอมด้วยโรงใหม่ขนาด ๙๐๐ เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากเดิม อีกประมาณ ๒๐๐ เมกะวัตต์ อันนี้ก็เท่ากับว่าอีก ๓ ปีข้างหน้าถึงปี ๒๕๕๙ กําลังการผลิตไฟฟ้า ในภาคใต้จะเพิ่มอีกประมาณ ๑,๐๐๐ เมกะวัตต์ ปัจจุบันนี้ก็มีอยู่ประมาณ ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ ถ้าผลิตเต็มที่นะครับ ถ้าเพิ่มอีก ๑,๐๐๐ เมกะวัตต์ เป็น ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์กว่า ๆ ท่านว่า พอไหมครับ เพียงพอสําหรับภาคใต้ไหม ผมว่าเพียงพอครับ เพราะฉะนั้นถ้าเขาไม่เต็มใจ นะครับ อย่าพยายามไปยัดเยียดโรงไฟฟ้าถ่านหินให้เขาเลย ผมเคยอภิปรายเรื่องนี้และเอา ภาพของโรงไฟฟ้าถ่านหินมาให้ท่านดู ควันดําโขมงเลย ท่านก็บอกว่านั่นมันรุ่นเก่า ท่านสมาชิกก็ประท้วงผมว่ารุ่นเก่า ผมก็ไม่เถียงหรอกครับรุ่นเก่า แต่ท่านไปดูที่จังหวัดกระบี่ วันนี้สิครับ ที่จริงผมมีภาพแต่ผมไม่ได้เตรียมมา เพราะว่าอย่างที่บอกเพิ่งรู้เมื่อวานซืนนี้เองว่า เรื่องนี้จะเข้าสภา ทุกวันนี้นั่งเครื่องบินก่อนเครื่องบินจะลงที่สนามบินกระบี่ มองไปที่ปล่อง ของโรงไฟฟ้าครับ ท่านไปดูสิครับ ควันดําโขมง นั่นคือโรงไฟฟ้าถ่านหินครับ ท่านจะไปบอก อย่างไรก็ตามว่ารุ่นใหม่มันไม่มีอย่างนี้หรอก ควันมันขาวสะอาด แต่ถ้าทุกวันชาวบ้านก็ยัง เห็นว่ามันดําอยู่อย่างนั้นจะให้เขารู้สึกอย่างไร เขาอยากมีไหม เขาอยากสร้างไหม โดยเฉพาะ จังหวัดกระบี่นี้เป็นเมืองท่องเที่ยวด้วย จังหวัดตรังบ้านผมก็มีการพยายามยัดเยียดเข้าไปครับ แล้วก็เป็นเมืองท่องเที่ยวอีกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านก็คิดดูใหม่ก็แล้วกัน ทบทวนดูใหม่ว่า มันคุ้มกันไหมที่จะไปทํา ในเมื่อผมกราบเรียนแล้วว่าอีก ๓ ปีข้างหน้านี้ไฟฟ้าของภาคใต้ เพียงพอ ทุกวันนี้ต้องดึงไปจากส่วนกลางบ้าง แล้วเขามีสิทธิไหมครับ เขามีสิทธิจะใช้ไหมล่ะ ในเมื่อคนภาคใต้เขาก็เป็นคนไทยนะครับ แล้วโรงไฟฟ้าจังหวัดราชบุรีนี้มันก็ไม่ได้ห่างภาคใต้ อะไรเลย จะนับว่าเป็นภาคใต้ก็ได้เสียด้วยซ้ํา เพียงแต่ท่านไปขีดเส้นเป็นภาคกลางเองเท่านั้น ละครับ เพราะฉะนั้นเขาก็มีสิทธิที่จะใช้โรงไฟฟ้าราชบุรีซึ่งมีกําลังผลิตที่มากที่สุดในประเทศไทย อยู่ขณะนี้ ท่านก็อย่าไปว่าเขาเลยว่าโรงไฟฟ้าภาคใต้ไม่พอ ไม่เพียงพอนะครับ ความจริงแล้ว ที่ท่านน่าจะเป็นห่วงนะครับ ผมเองก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชนก็คือที่ภาคอีสานครับ เพราะว่า ถ้ารวมโรงไฟฟ้าภาคอีสานทั้งหมด โรงไฟฟ้าน้ําพองซึ่งถือว่าเป็นโรงใหญ่ที่สุด แล้วก็ใช้ พลังงานจากแก๊สนะครับ รวมกับโรงไฟฟ้าที่มาจากเขื่อนต่าง ๆ อีก ทั้งหมดรวมกันแล้ว ภาคอีสานปัจจุบันนี้ก็ผลิตได้เพียง ๓๘๕ เมกะวัตต์ครับ ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้านี้ ถึงวันละ ๒,๕๐๐ เมกะวัตต์ คือผลิตได้แค่ ๑๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้ถ้าไม่ได้ไฟฟ้าจากฝั่งลาวมาช่วยไม่มีทางเพียงพอ ผมถึงว่าครับ ว่าอย่าประมาท อย่าคิดที่จะยืมจมูกคนอื่นเขาหายใจร่ําไป ถ้าเกิดวันไหนไฟฟ้าจากฝั่งลาว มาช่วยไม่ได้ละก็ ไฟฟ้าภาคอีสานดับทั้งภาคแน่นอนครับ แล้วท่านก็จะไปโทษคนอีสานอีกว่า ไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้า เหมือนกับที่ท่านเคยทํากับคนภาคใต้มาแล้ว จึงควรที่ท่านจะเร่งในการ สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ผมไม่บอกว่าสร้างที่ไหนหรอกครับ เพราะสร้างที่ตรงไหนมันก็เข้าสู่ ระบบ แล้วมันก็กระจายไปทั่วด้วยระบบสายส่งที่เราก็สามารถจะส่งไปได้ทุกที่ เพราะฉะนั้น อย่าไปเที่ยวกะเกณฑ์เลยว่าต้องสร้างที่นั่น ต้องสร้างที่นี่ ที่นั่นไม่พอ ไม่ให้สร้าง ชาวบ้าน ต่อต้าน ชาวบ้านคิดไม่ดี ไม่หวังดีต่อประเทศอะไรอย่างนี้ เลิกพูดครับ เลิกพูดคําพูดแบบนี้ โดยเด็ดขาด ท่านประธานครับ ศูนย์อาร์พีซีซี (RPCC) ที่จะตั้งขึ้นนี้นะครับ ผมดูแล้วว่าก็มี ประโยชน์มาก เพราะว่าจะมาดูแลเรื่องต่าง ๆ อย่างเช่น การเชื่อมกันของระบบไฟฟ้า ระหว่างประเทศซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แล้วศูนย์นี้จะดูแลให้การซื้อขายไฟฟ้าเป็นไปโดยยุติธรรม และโปร่งใส อันนี้ก็ดีอีก ศูนย์นี้จะพัฒนาระบบไฟฟ้าโดยรวมของอนุภาคลุ่มแม่น้ําโขง ลุ่มน้ําโขง ๖ ประเทศ คือประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศจีน ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า และประเทศกัมพูชา ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ ศูนย์จะดูแลความร่วมมือด้านพลังงานในระยะยาว ก็ดีครับ ก็จะเห็นว่าทุกอย่างล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งนั้นครับ จึงไม่มีปัญหาอะไร ผมเชื่อว่า ทุกคนก็คงจะเห็นด้วยอยู่แล้ว
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องพลังงานนี้คือปัญหาสําคัญของประเทศเรา ในปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องของไฟฟ้าที่เราพึ่งแก๊สธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงาน ว่ากันว่าอีกประมาณ ๒๐ ปีข้างหน้านี้ แก๊สของเรา แก๊สธรรมชาติที่เราเป็นเจ้าของอยู่จริง ๆ ก็คงจะหมด แล้ววันนั้นเราจะคิดกันอย่างไรครับ ถ้าเราไม่เตรียมวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ ก็คงจะไม่ได้แล้วละครับ แต่น่าเสียดายที่ว่าสภาเราจะไม่มีโอกาสได้พิจารณาความตกลง กับต่างประเทศเรื่องพลังงานแบบนี้อีกแล้วในอนาคต ผมอาจจะได้พูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย คือข้อตกลงว่าด้วยเรื่องพลังงานระหว่างประเทศ ก็เพราะว่าเดี๋ยวผมพูดไปท่านก็ประท้วงอีก แต่ก็ต้องพูดครับ เพราะว่าเมื่อวานนี้ลงมติแก้ไปเรียบร้อยแล้วครับ มาตรา ๑๙๐ ตัดอํานาจ ของตัวเอง ของสภาเราเอง ตัดการตรวจสอบของพี่น้องประชาชนไปเรียบร้อยครับ ก็ต้อง คอยดูกันต่อไป ที่เพื่อนหลายคนอภิปรายด้วยความเป็นห่วงว่าแหล่งพลังงานที่สําคัญคือ แก๊สธรรมชาติและน้ํามันในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา มูลค่าประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะไปอยู่ในมือใครครับ
เชิญท่านจิรายุอภิปรายครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ
ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยที่ท่านรัฐมนตรีได้นําเสนอ แนวทางในการบันทึกความเข้าใจรายละเอียดที่จะซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง ๕ ประเทศ ประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา สาระสําคัญที่เราต้องเรียกประชุมท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากกฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ ยังคงบังคับใช้อยู่ แม้ว่าเมื่อวานนี้ เราจะผ่านวาระที่สามด้วยการขานชื่อ ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับก่อนที่จะไปลงรายละเอียด ขออนุญาตเท้าความครับ เนื่องจากเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็คงจะคิดเห็นเหมือนกันว่า กฎหมายมาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เขียนไว้ค่อนข้างกว้าง เช่น หนังสือ สนธิสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตความมั่นคงกระทบต่อเศรษฐกิจหรือสังคม อย่างกว้างขวาง มีผลผูกพันการค้าการลงทุนและงบประมาณของประเทศ แน่นอนครับ ที่ผ่านมาผมนั่งประชุมในวิปรัฐบาล ที่ทําเนียบรัฐบาลหลายครั้ง ก็มีเรื่องที่ไม่น่าจะเข้าสู่ รัฐสภา เช่น ขอเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทไปตั้งศูนย์ข้อมูลอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวิปรัฐบาลก็ถามกันหลายครั้งครับว่าเรื่องแบบนี้ฝ่ายบริหารตัดสินใจ ได้ไหม ทําไมต้องเรียกสมาชิกวุฒิสภาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาประชุมกัน เพราะฉะนั้นเราอย่ามองโลกในแง่ร้ายนะครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เมื่อวานนี้ จะเป็นเรื่องเลวร้าย ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่จะทําให้ประเทศนั้นเดินหน้าไปข้างหน้าให้ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ลืมเหตุการณ์ที่มีไฟฟ้าดับ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ แล้วผมก็จําได้ อีกเช่นเดียวกันครับ รัฐมนตรีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นี่นะครับ ท่านก็เดินทางลงไปที่ภาคใต้แล้วก็ ให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ท่านบอกว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางด้านของพลังงาน เดือนมีนาคม เดือนเมษายน ผมจะเหนื่อยหน่อยครับ เวลาเขามาวางบิลค่าไฟฟ้า มันจะเพิ่มขึ้นจาก เดือนละประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าบาท บ้านผมก็ขึ้นเป็น ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ก็หมายความว่า เปิดแอร์เท่าเดิม เครื่องใช้เท่าเดิม แต่อุณหภูมิโลกมันร้อนขึ้นมันก็ทําให้พลังงานมากขึ้นครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมไปค้นข้อมูลมาเบื้องต้น ปัจจุบันประเทศไทยผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ ๒๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ แต่ว่ากําลังการผลิตได้ประมาณ ๓๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ วันนี้เราใช้พลังงาน ไฟฟ้าอยู่ประมาณ ๒๖,๕๙๘ เมกะวัตต์ หักลบกลบหนี้แล้วทอนอยู่ประมาณสัก ๔๐๐ เมกะวัตต์ ปริ่ม ๆ แล้วท่านประธานครับ พลังงานที่มาจากประเทศไทยส่วนใหญ่ ๑. ก็ผลิตโดยพลังน้ํา ๒. น้ํามัน ๓. ก๊าซ แล้วก็ ๔. พลังงานทางธรรมชาติ ซึ่งผมเห็นด้วยครับ จําได้ว่าเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานท่านนี้กําลังสนับสนุนเรื่องของการสร้างพลังงานทางเลือก ก็คือแผงโซลาร์ เซลล์ (Solar Cell) อันนี้น่าสนใจครับ พี่น้องที่เคยเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นก็ดี หรือในยุโรป นี่นะครับ ผมเดินทางหลายครั้งครับ หลังคาบ้านเดี๋ยวนี้แทบมองไม่เห็นท่านประธานครับ เป็นแผงโซลาร์เซลล์หมด อันนี้เป็นทางเลือกทางหนึ่งที่กระทรวงพลังงานของท่านจะได้ช่วย พี่น้องประชาชนในการประหยัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงานถ่านหิน พลังงานก๊าซ หรือแม้แต่กระทั่งใช้น้ํามันในการผลิตกระแสไฟฟ้าครับ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราไม่รู้อีกละครับว่าภาคอีสานทั้งภาคจะดับอีกเมื่อไร ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะดับอีกเมื่อไร กรุงเทพมหานครจะดับอีกไหม ภาคใต้ จะดับหรือไม่ ผมถามว่าทําไมท่านจึงเอาเข้ามาช้าเสียด้วยซ้ํานะครับ แต่ท่านก็ได้อธิบาย หลายครั้งบอกว่ามีกระบวนการตามมาตรา ๑๙๐ แล้วก็การเจรจาความระหว่างประเทศ มันสุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย แต่ท่านอย่าลืมนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผ่านไปเพียง ๑ วันนะครับ เหตุที่ท่านรัฐมนตรีต้องเอากฎหมายฉบับนี้เข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ก็เพราะว่ามันยังไม่ได้ประกาศใช้ ยังใช้กฎหมาย มาตรา ๑๙๐ ฉบับเดิมอยู่ วันนี้พี่น้อง ประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดสดก็จะได้เห็นว่ารัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ในอนาคตได้อย่างไร ผมไปค้นข้อมูลมาท่านประธานครับ กระทรวงพลังงานของท่านรัฐมนตรี พงษ์ศักดิ์นี้นะครับ ท่านบอกว่าเป้าในปี ๒๕๗๓ นับไปก็อีก ๗ ปีข้างหน้านี้ประเทศต้องมี พลังงานไฟฟ้าประมาณ ๗๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ผมไม่รู้หรอกครับว่าท่านจะไปเอามาจากไหน แต่พระอาทิตย์ที่มันร้อนเหลือเกินมันก็มีพลังงานทําให้บ้านเรามีไฟฟ้าใช้ได้ ผมไปค้นข้อมูล ต่อเนื่องอีกครับท่านประธาน ว่าแล้วพลังงานบ้านเราถ้าผลิตในประเทศมันพอไหม ถ้าไม่พอ เอาจากไหน เรารู้จักเขื่อนน้ํางึมครับที่ประเทศลาว เรารู้จักแหล่งดายานาแหล่งอะไรต่าง ๆ ของประเทศพม่า เพราะเรารู้จากข่าวว่าเราซื้อไฟฟ้าจากเขา แต่ที่น่าสนใจท่านประธานครับ มีการพูดถึงโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ถามว่าผมเห็นด้วยไหมครับ ผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าเกิดทางการได้อธิบายความอย่างชัดเจนผมก็จะมั่นอกมั่นใจได้ หลายเดือนก่อนครับ ท่านประธาน ผมเดินทางไปที่องครักษ์ จังหวัดนครนายก ไปที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ไปดูเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ระหว่างทางท่านประธานครับขับรถถามชาวบ้านที่อําเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ถามว่ากลัวไหม สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์มีเตาปฏิกรณ์ตั้งอยู่ในเมืองไทย ตั้งอยู่ที่อําเภอองครักษ์ เขาบอกแรก ๆ กลัว แต่หลัง ๆ นี้เขาบอกว่าไม่กลัวแล้วล่ะ เพราะความปลอดภัยสูงสุด มีประสบการณ์จากทั่วโลก แต่ที่อภิปรายเช่นนี้ไม่ได้บอกให้ ท่านรัฐมนตรีจัดตั้งโรงงานนิวเคลียร์แถวคลองสามวาบ้านผมในทันทีนะครับ เพียงแต่ว่า ผมกําลังเล่าถึงข้อมูล อย่างที่ญี่ปุ่น ข่าวมาบอกว่ามีอยู่ประมาณ ๕๐ กว่าโรงครับ แต่สุดท้าย ปลายทางก็ลดลงเหลือ ๒-๓ โรง หันไปใช้ถ่านหินพอจะใช้ถ่านหินอีก ไปก่อสร้างที่บ้านเพื่อน สมาชิกที่ภาคใต้ก็กังวลใจ ไปก่อสร้างที่จังหวัดมุกดาหารของท่านอนุรักษ์ก็กังวลใจ ไปจังหวัด ไหน ๆ ทุกคนก็กังวลใจครับ เพราะอะไรครับ มลพิษบ้าน แม่เมาะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีบ้าง คิตตรี้บ้าง เชอร์โนบิล ที่สหภาพโซเวียตบ้าง ที่ญี่ปุ่นบ้าง เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ตามมาตรา ๑๙๐ ที่เราต้องพูดถึงข้อบันทึกความเข้าใจนี้ นะครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นอย่างง่าย ๆ ครับ ภาคอีสานตอนบนนะครับ ถามว่าถ้าเกิดเรา ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากภาคกลางส่งผ่านสายไปมีอัตราลอส (Loss) หรือว่าสูญเสียในสาย เท่าไร มีพลังงานไปถึงปลายทาง ส่งไป ๑๐ เมกะวัตต์ ถึงปลายทางกี่เมกะวัตต์ แต่ถ้ามันอยู่ ใกล้ ๆ กันละครับ อันนี้น่าสนใจและท่านประธานครับ ผมชอบขับรถยนต์ไปในประเทศแถบ อินโดจีน แถวนี้ผมไปมาหมดแล้วนะครับ ขับรถอย่างเดียวท่านประธานครับ ขับรถไป เมืองย่างกุ้ง ไปมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ไปประเทศกัมพูชา ไปประเทศเวียดนาม ไปประเทศลาว ขับรถไปนะครับ สิ่งที่ผมเห็นอย่างชัดเจนอันดับแรกของการแตกต่างในภูมิภาคเราก็คือ เรื่องของราคาน้ํามันท่านประธานครับ เมืองไทยน้ํามันดีเซลอยู่ตกประมาณ ๓๐ บาทถ้วน ๆ พอไปถึงประเทศกัมพูชา ๔๐ กว่าบาท พอไปถึงประเทศลาว ๓๘ บาท ประเทศเวียดนาม เกือบ ๕๐ บาท ประเทศมาเลเซีย ๒๐ กว่าบาท ประเทศพม่า ๔๐ กว่าบาท ประเทศจีน ๓๐ กว่าบาท ผมขับรถไปที่เมืองอูรูมูฉี ที่ต้าหลี่ ลี่เจียง ท่านประธานครับ แล้วขึ้นไป ทางเหนือของประเทศจีนเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านพลังงานของประเทศเขา อย่างมากมายครับ ใครที่บอกว่าประเทศจีนไปแล้วต้องบีบจมูกเข้าห้องน้ํา วันนี้คิดใหม่ นะครับ บ้านเมืองเขาเจริญ ถนนหนทางนี่เรียบกริบระหว่างข้างทางครับ บ้านที่เป็นชนบท ถ้าเราไปบ้านชนบทบ้านเราจะเห็นบ้านไม้ท่านประธานครับ แต่ถ้าเกิดไปชนบทของประเทศจีน เห็นบ้านปูน ข้างบนมีหลังคาที่เป็นแผงโซลาร์เซลล์เยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นพลังงาน ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากประเทศจีนเหลือใช้ ท่านประธานครับ เพราะรัฐบาลเขาส่งเสริม เขาไม่ ต้องมามัวทะเลาะกันมัวแต่มาทะเลาะก็แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ พัฒนาบ้านเราให้เจริญครับ ผมดูข้อบันทึกข้อตกลงเข้าใจนี่นะครับ ผมดูทางทิศเหนือก่อนท่านประธานครับ ประเทศไทย กับประเทศจีนเล็บกับมือครับ ประเทศไทยนี่เล็กนิดเดียวเท่ากับเล็บมือ ประเทศจีนใหญ่ เท่ากับฝ่ามือผมครับ ผลิตพลังงานได้เยอะแยะมากมาย มีทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน พลังงานน้ํา ใช้แม่น้ําแม่โขงผลิตกระแสไฟฟ้าเยอะแยะมากมาย สุดท้ายก็ใช้ในประเทศเหลือแหล่ครับ แล้ววิธีทําอย่างไรครับ ก็ขายให้กับประเทศไทย ถามว่าประเทศลาวก็เช่นเดียวกันครับ ผมข้ามจากจังหวัดมุกดาหารไปสุวรรณเขต แล้วก็เลาะไปทางใต้ไปน้ําตกหลี่ผี น้ําตกคอนพะเพ็ง ก็ไปเจอเขื่อนน้ํางึมผลิตกระแสไฟฟ้า ไปดูโรงงานกระแสไฟฟ้า ก็ปรากฏว่าเขาก็ผลิตแล้ว เหลือใช้เช่นเดียวกันทําอย่างไรละครับ พลังงานมันไม่เหมือนน้ํามันครับ วางไว้ ๑ ถัง ๑๐ ลิตรมันก็อยู่อย่างนั้น ปล่อยไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็หมดไป ๆ ก็ต้องขายครับท่านประธาน แล้วท่านประธานเคยได้ยินข่าวบ้างไหมครับว่าประเทศไทยขายพลังงานให้กับประเทศลาว ประเทศไทยขายพลังงานให้กับประเทศกัมพูชา ประเทศไทยขายพลังงานให้กับประเทศจีน ประเทศไทยขายพลังงานให้กับประเทศพม่า ผมไม่ค่อยได้ยินนะครับท่านประธานครับ ไม่รู้มีหรือไม่ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีต้องช่วยตอบครับ แต่ที่แน่ ๆ ได้ยินแต่ว่าซื้อ ซื้อ ซื้อ แล้วก็ซื้อ เพราะฉะนั้นการบันทึกข้อตกลงระหว่างกันตามมาตรา ๑๙๐ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ว่าเป็นวิธีการบริหารจัดการของท่านรัฐมนตรีได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะถ้าไม่มองวันนี้ อนาคตไม่รู้หรอกครับว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าผมพูดย้อนกลับไปละครับ ๑๐ ปีที่แล้ว ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ทําไมไม่รู้จักวางแผนประเทศครับ รู้ว่าประชากรมันจะเยอะขึ้น โทรทัศน์มันจะมาขึ้น คนจะติดแอร์มากขึ้น พลังงานน้ํามันจะใช้น้อยลง จะไปใช้พลังงาน ไฟฟ้ากันมากขึ้น แล้วทําไมไม่คิดกันตั้งแต่ ๑๐ ปีที่แล้วละครับ ไม่ว่ากันครับ ไม่ว่ารัฐบาลไหน ใด ๆ ทั้งสิ้น ปัญหามีไว้แก้ไขครับ เมื่อมันมีปัญหาไฟฟ้าดับภาคใต้ ผมเห็นใจครับ เพื่อนผม อยู่ในภาคใต้หลายคนทํางาน ทําเกี่ยวกับรีสอร์ท บอก ๒ วันนี่เจ๊งเลย อันนี้ต้องยอมรับ ความจริงครับ แต่ถามว่าเป็นเพราะรัฐบาลชุดนี้ไหมล่ะ ก็มันสะสมมาโดยตลอดครับ บ้านเมืองเรามันล้มลุกคลุกคลาน ท่านประธานครับ การทําพลังงานไม่ได้หมายความว่า พูดวันนี้พรุ่งนี้ทําได้เลยนะครับ โรงไฟฟ้าก่อสร้างกี่ปี กว่าจะหาแหล่งพลังงาน กว่าจะต่อต้าน กับนักอนุรักษ์นิยมในพื้นที่อีก กว่าจะทําความเข้าใจกับประชาชนอีก เขาบอกว่าที่ไหน มีเขื่อนที่นั่นมีทุกข์ ท่านประธานครับ สมัยก่อนนะครับ เวลาจะไปสร้างเขื่อนที่ไหนรับรองได้ครับ โดนต่อต้าน โดยเฉพาะเขื่อนที่ผลิตกระแสไฟฟ้า
ประเด็นต่อมา ท่านประธานครับ ที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับว่าวันนี้ต้องรีบ ผ่านบันทึกความเข้าใจ ก็เพราะว่าเพื่อนฝ่ายค้านอาจจะมองว่าเร่งรีบ เรื่องบางเรื่องมันก็ เร่งรีบครับเพื่อประเทศชาติ เรื่องบางเรื่องมันก็เนิบ ๆ ได้เพื่อประเทศชาติเช่นเดียวกัน เราไม่ว่ากันครับ เรื่องใดก็สุดแท้แต่ดุลยพินิจของผู้ตัดสินใจ แต่ผมเชื่อว่าเมื่อแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เมื่อวานนี้ผ่านไปแล้วนะครับ ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไปทําอะไรได้ ตามใจชอบนะครับท่านประธาน ท่านประธานวุฒิสภาอนาคตท่านอาจจะมีโอกาสเป็น นายกรัฐมนตรี ท่านก็บริหารประเทศด้วยมาตรา ๑๙๐ ทําให้ประเทศพัฒนาได้เช่นเดียวกัน ฝ่ายบริหารไปทําอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่ฝ่ายบริหารเป็นแบบเอกเทศนะครับ ทําแล้วจบแล้ว จบกัน ไม่ใช่นะครับ สุดท้ายก็ต้องกลับเข้ามาในรัฐสภาแห่งนี้เหมือนกัน ท่านก็ต้องกลับมาให้ รัฐสภาได้ลงนามสัตยาบันก่อนที่สนธิสัญญาจะบังคับใช้เช่นเดียวกัน นี่ละครับ ถามว่าถ้าเกิด เราเห็นว่ารัฐบาลไปทําอย่างนี้ประเทศไทยจะเสียประโยชน์ เราก็จะกลับเข้ามาสภาครับ เพียงแต่ว่ามาตรา ๑๙๐ ที่ผ่านมานี่เราคัดกรองครับ เรื่องบางเรื่องมันไม่จําเป็น ตอนสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านก็แก้ไข จะไปออก พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องมาตรา ๑๙๐ ว่าเรื่องนี้ต้อง เรื่องนี้ไม่ต้อง ก็ลักษณะคล้ายกันครับ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่มองเลยว่าบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มันจะมีผลต่อการเมือง แล้วก็โยงใยไปเรื่องอื่น ๆ เพราะเมื่อสักครู่ ผมพูดแล้วอย่างไรครับ ประเทศกัมพูชาน้ํามันแพงกว่า ประเทศลาวน้ํามันแพงกว่า บางประเทศน้ํามันถูกกว่า ผมถามครับว่าถ้าศูนย์ดังกล่าวนี้เป็นการประสานงานซื้อขายไฟฟ้า ระหว่างประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง หมายความว่าอย่างไรครับ ประเทศจีน มีพลังงานไฟฟ้าเหลือแหล่ จะส่งขึ้นไปมณฑลทางด้านบน มันไปไม่ไหวครับ เขาก็ต้องขาย ทางมณฑลด้านล่าง ผ่านมายังเมืองคุนหมิง เข้าสิบสองปันนา เข้าเอ ๓ อาร์ (A3R) อะไรก็แล้วแต่เข้ามาที่จังหวัดเชียงราย อําเภอเชียงของ แต่ถ้าเกิดเขาขายบ้านเราได้ อย่างเดียวแล้วเราซื้อกับเขาได้อย่างเดียวเขาก็จะเป็นผู้กําหนดราคา ถูกต้องไหมครับ ท่านประธาน ท่านประธานเคยไปสามเหลี่ยมทองคําใช่ไหมครับ ที่จังหวัดเชียงราย ยืนแล้ว เหมือนเราเป็นผู้ครองนคร ๓ ประเทศ ซ้ายประเทศพม่า ขวาประเทศลาว ขึ้นไปอีกนิดเดียว ประเทศจีน ผมถามว่าข้อบันทึกความตกลงเข้าใจอันนี้ถ้าเกิด ๕ ประเทศได้พูดคุยกันครับ ประเทศไทยบอกว่าประเทศจีน ปีนี้คุณใช้พลังงานเยอะ เดี๋ยวผมหันไปซื้อทางประเทศลาว ก็แล้วกัน ประเทศลาวบอกว่า พี่จีนครับ ปีนี้ที่จีนพลังงานน้อยเอาของลาวไปก็แล้วกัน ประเทศพม่าบอกว่าปีนี้ฉันพลังงานน้อย พี่ไทยผลิตเหลือเยอะเอาไปขายที่นั่นแล้วกัน พูดคุยกัน ๕ คนครับ เจรจาความกันครับ สุดท้ายราคามันก็จะเสถียร ไม่ต้องมาเป็นการ ผูกขาดระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศลาว ประเทศไทยกับประเทศเวียดนาม หรือแม้แต่กระทั่งประเทศ ไทยกับประเทศกัมพูชาครับ นี่เป็นวิธีคิดพื้นฐานครับท่านประธาน ร้อยวันพันปีเราไม่ค่อย เห็นมีการพูดคุยกันนะครับ ถ้าสมัย ๑๐๐ ปีที่แล้วเราต้องคุยกับประเทศฝรั่งเศส ในอินโดไชน่า หรือว่าอินโดจีน ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม เขาผูกปิ่นโต กัน ๓ ประเทศ แล้วก็คุยกับเรา เดี๋ยวนี้เรามีสมาชิกอาเซียนที่อยู่ในกลุ่มนี้ ๔ ประเทศครับ ประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา แล้วก็มีอํานาจ ในการต่อรองกับประเทศมหาอํานาจในเอเชียอย่างประเทศจีน พลังงานประเทศจีน เหลือแหล่ก็ขายให้ไทย พลังงานประเทศไทยเหลือแหล่ก็ขายให้ประเทศลาว พลังงาน เหลือแหล่ก็ขายให้ประเทศกัมพูชาครับ โดยข้อปฏิบัติผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของท่าน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วก็ท่านรัฐมนตรี พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล จะทําให้ ความเสถียรภาพของพลังงานในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางของประเทศไทยมี ความมั่นคง ปีหน้าเดือนเมษายน ผมจะเปิดแอร์ที่ ๒๐ องศาเซลเซียส เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ครับว่าบ้านผมในกรุงเทพมหานครที่มีข่าวอยู่บ่อย ๆ ว่าไฟฟ้าจะตกเขตนั้น ไฟฟ้าจะตกเขตนี้ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ชักปลั๊กออกกันแทบไม่ทันช่วงเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมที่ ผ่านมา แล้วผมก็มั่นใจครับว่าบันทึกความเข้าใจแห่งนี้และต่อ ๆ ไปท่านรัฐมนตรีผู้ทรงเกียรติ ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นี้จะแก้ไขปัญหาทั้งประเทศ เพราะนี่มันเป็นพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แต่ถ้าพื้นที่ภาคใต้เราใกล้ประเทศมาเลเซีย ใกล้ประเทศพม่า นี่ท่านเจรจากับ ประเทศพม่าแล้วนะครับ พี่น้องที่อยู่จังหวัดระนอง ท่านชุมพล จุลใส ของผม จังหวัดชุมพร ใกล้ จังหวัดระนอง ใกล้กับประเทศพม่าก็ซื้อขายพลังงานจากประเทศพม่าได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนให้เร่งดําเนินการบันทึกความเข้าใจ ในกฎหมายฉบับนี้ต่อที่ประชุมรัฐสภา ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง ต่อด้วยท่านวิบูลย์ คูหิรัญ ครับ เชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นใคร่ขอเสียงไมโครโฟน ดังเท่ากับฝั่งรัฐบาลด้วยครับ เพราะฝั่งนี้เสียงจะไม่ดังเท่ากับฝั่งโน้นทุกครั้งเสมอไป เพราะห้องคอนโทรล (Control) สามารถที่จะเร่งเสียงหรือว่าลดเสียงได้
ท่านวัชระครับ พูดใกล้ ๆ ไมโครโฟนหน่อยครับ เพราะท่านตัวสูงครับ พูดใกล้ ๆ ไมโครโฟนครับ
ท่านประธานครับ ท่านสังเกตไหมครับ ผมใช้เสียงเท่าเดิมแต่เสียงดังมากขึ้น เพราะว่า ห้องคอนโทรลสามารถปรับเสียงให้สูงหรือต่ําได้ เพราะฉะนั้นขอมาตรฐานเดียว ในรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ตามที่มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายบอกว่า ท่านประธานนั้นอาจจะได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี ผมก็คนหนึ่งขอสนับสนุน แต่ก็ไม่แปลกใจ ครับว่าทําไมท่านประธานถึงได้รับการสรรเสริญจากสมาชิกฝ่ายรัฐบาลขอให้เป็น นายกรัฐมนตรี แต่โดยส่วนตัวผม ผมสนับสนุนท่านประธานนะครับ และขอให้ความหวัง ดังนั้นน่าจะเป็นจริงในอนาคตอันใกล้นี้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน เพื่อกราบเรียนไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับว่า การที่รัฐบาลได้มาขอให้รัฐสภา ลงมติผ่านร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขาย ไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ท่านประธานครับ นี่ละครับ คือประโยชน์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เดิมนั้นได้บัญญัติไว้ว่าในทุกความตกลงดังกล่าวนี้ต้องมารายงานต่อรัฐสภา ถึงที่สุดก็คือต้อง มาบอกให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบก่อนที่จะไปดําเนินการ เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะมีการซื้อขายอธิปไตยกันในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้ผมยืน ปราศรัยอยู่หน้าสถานีรถไฟเพชรบุรี เมื่อวานซืนยืนปราศรัยหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เย็นนี้ต้องไปยืนปราศรัยหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพี่น้องประชาชนนับหมื่นคน ที่จะรอฟังคําปราศรัย ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในบันทึกความเข้าใจนี้ ตามที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วผมสนับสนุนครับ ว่าทําไมรัฐบาลเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ถึงไม่ดําเนินการวางแผนเรื่องการพลังงาน ท่านประธานครับ ปีนี้พุทธศักราช ๒๕๕๖ ลบไป ๑๐ ปี ย้อนหลังไปในสมัยรัฐบาลไหนครับ ปี ๒๕๔๖ เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนสมาชิก ฝั่งรัฐบาลได้อภิปรายตําหนิรัฐบาลในยุคดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่ชอบธรรมและถูกต้อง ผมขอ สนับสนุน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดนี้ไม่ได้เกินเลยไปกว่าสิ่งที่สมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว
เดี๋ยวท่านวัชระครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านจิรายุ
ท่านประธานครับ ผม จิรายุ สมาชิกรัฐสภาครับ พี่วัชระนี่ทรงความรู้ความสามารถ เป็นทนายความ จริง ๆ แล้วไม่ต้องมาแขวะกันไปแขวะกันมาครับ ฟังปัญญาท่าน ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ผมยกตัวอย่างเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ๑๐ กว่าปี ไม่ใช่ ๑๐ ปีเป๊ะ มันอาจจะเป็นรัฐบาลไหนก็แล้วแต่ คือไม่ต้องเอาการเมืองมาเล่นกัน เยอะแยะ ท่านประธานครับ ช่วยฝากบอกด้วยครับ บางเรื่องก็เอาเนื้อ ๆ อยากฟังปัญญา มากกว่าการแขวะกันในสภา ท่านประธานครับ
เอาละครับ ผมวินิจฉัย นะครับ วันนี้วัชระพูดจาเอาเข้าเรื่องมากกว่านะครับ เชิญท่านวัชระ เอาเข้าเรื่องนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมไม่ได้ควานแขวะอะไรนะครับ แต่กราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิก ได้พูดอย่างนั้นจริง ๆ แล้วผมลุกขึ้นมาสนับสนุนคําอภิปรายของท่าน ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิด แต่ประการใด แต่เมื่อพูดไปแล้วก็ควรที่จะรับผิดชอบในคําพูดของตนเอง ท่านประธานครับ เมื่อมาดูในรัฐบาลนี้ รัฐมนตรีที่มานั่งอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ท่านผู้นี้ชื่อ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ใช่หรือไม่ครับท่านประธาน ถ้าใช่ผมเห็นว่าท่านคือบุคคลที่ได้ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าไฟดับทั้ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ อย่ามาโทษกัน ท่านพูดอย่างนี้ จริงหรือไม่ แล้วต่อมาไฟก็ดับทั้ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้จริง ๆ ท่านประธานครับ ปากท่านเหตุใด จึงวาจาสิทธิ์เช่นนี้ สามารถทํานายอนาคตไฟฟ้าใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ได้ว่าจะดับพร้อม ๆ กัน ทั้ง ๑๔ จังหวัดในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในการกู้กระแสไฟฟ้ากลับคืนมานั้นกลับไม่สามารถ กระทําการได้อย่างรวดเร็ว ท่านประธานครับ มิหนําซ้ํายังมีการไปโทษทางประเทศมาเลเซีย ว่าไม่สามารถที่จะส่งกระแสไฟฟ้ามายังภาคใต้ได้ทันท่วงทีเวลา ท่านประธานครับ สิ่งนี้ก็คือ ความผิดพลาดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่ซึ่งไม่เคยรับผิดชอบต่อพี่น้อง ประชาชนชาวภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัด ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงขออนุญาตท่านประธาน ใช้โอกาสที่จะทําความร่วมมือตกลงกันใน ๖ ประเทศมาสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานว่าท่านจะแก้ไขปัญหาไฟฟ้าของพี่น้อง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ไม่ให้ดับอีกต่อไป ได้อย่างไร แต่อย่างไรท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาฝั่งรัฐบาลก็ได้อภิปรายไปแล้ว ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ไม่มีความมั่นคงทางพลังงานเลย ไฟจะดับภาคอีสานทั้งภาค อีกเมื่อไรก็ไม่รู้ ไฟจะดับภาคเหนือทั้งภาคอีกเมื่อไรก็ไม่รู้ ไฟจะดับในกรุงเทพมหานคร ทั้งกรุงเทพมหานคร อีกเมื่อไรก็ไม่รู้ ท่านประธานครับ เมื่อเพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลอภิปราย ยืนยันข้อเท็จจริงอย่างนี้จึงเป็นข้อเท็จจริงที่สรุปได้ว่า ภายใต้การบริหารงานของท่าน ไม่สามารถทําให้กระแสไฟฟ้ามีการคงที่หรือมีการเสถียรได้ ท่านประธานครับ แล้วอย่างนี้ บรรดาท่านผู้ประกอบการ เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วทั้ง ประเทศจะมีความมั่นใจในการใช้กระแสไฟฟ้าได้อย่างไร เมื่อสมาชิกฝั่งรัฐบาลก็บอกเองว่า ไฟจะดับเมื่อไรในภาคไหนก็ไม่รู้ในรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ไข แล้วการที่ท่านบอกว่าท่านจะมาลงนามบันทึกในศูนย์ประสานงานซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง ประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ๖ ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศกัมพูชา ประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศไทย และประเทศเวียดนาม ท่านประธานครับ เราจะ เชื่อมั่นได้อย่างไรว่าการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศตามที่ศูนย์นี้ได้จัดตั้งขึ้นนั้นจะเป็นการ ซื้อขายไฟฟ้าที่ยุติธรรมและเอื้ออํานวยต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะอะไร ครับท่านประธาน ก็เพราะว่าแม้กระทั่งกระแสไฟฟ้าในประเทศที่รัฐมนตรีกํากับดูแลอยู่ ราคากระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นทุกขณะนับตั้งแต่รัฐบาลนี้บริหารงานมา ท่านประธานครับ ถ้าไม่เชื่อผมกราบเรียนไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ลองถามแม่บ้านของท่าน ดูเถอะครับว่าท่านจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากหรือไม่นับแต่รัฐบาลนี้บริหารมา นอกจากนี้ท่านประธานครับ พี่น้องคนจนทั้งประเทศเดิมที ๑๐ ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ได้ใช้ไฟฟ้าฟรี ๙๐ หน่วย ๑๐ ล้านครัวเรือนทั่วประเทศครับ แต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารแล้ว ลดเหลือเพียงแค่ ๕๐ หน่วย ไหนบอกว่าจะคืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชน แม้กระทั่ง กระแสไฟฟ้าท่านยังตัดการใช้กระแสไฟฟ้าฟรีจากพี่น้องคนจนทั้งประเทศถึงครอบครัวละ ๔๐ หน่วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลในเรื่องปัญหาการปรับลด ปริมาณการใช้ไฟฟ้าฟรีเป็นกระทู้ถามที่ ๒๔๐ ร.ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ได้กรุณาตอบกระทู้ของผมในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๙ ตอนพิเศษ ๕๒ ง.วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ กระแสไฟฟ้าเดิมทีพี่น้องคนจนทั้งประเทศสามารถใช้ได้ถึง ๙๐ หน่วย และ ๙๐ หน่วยนี้พี่น้องคนจนทั้งประเทศได้ใช้ฟรี ๑๐ ล้านครัวเรือน แต่มาในยุคท่านเมื่อท่านเป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐบาล ท่านปรับลดเหลือแค่ ๕๐ หน่วย ท่านประธานครับ ในกระแสไฟฟ้า ๙๐ หน่วยนี้ถ้าพี่น้องคนจนใช้หลอดไฟ ๔๐ วัตต์ จะใช้ได้ จํานวน ๖ ชั่วโมง แต่ถ้าใช้ ๕๐ หน่วย จะเหลือเพียงแค่จํานวน ๓ หลอด แต่ ๖ ชั่วโมง เหมือนกัน ส่วนโทรทัศน์สี ๑๐๐ วัตต์ ท่านประธานครับ ถ้า ๕๐ หน่วยนั้นจํานวนทั้งเดือน ใช้ได้แค่ ๓ ชั่วโมง แต่ถ้า ๙๐ หน่วย ใช้ได้ถึง ๔ ชั่วโมง ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูตรงนี้ สิครับ เตารีด ๗๕๐ วัตต์ ถ้าเป็นกระแสไฟฟ้าที่ให้ใช้ฟรี ๙๐ หน่วย จะใช้เตารีดรีดผ้า ได้ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงคือ ๒๕ นาที แต่ถ้าเป็นใช้กระแสไฟฟ้าฟรีได้เพียง ๕๐ หน่วย เตารีดรีดผ้าไม่สามารถที่จะใช้ได้อีกต่อไป อะไรครับท่านประธาน แม้กระทั่งคนจนจะใช้ เตารีดรีดผ้าท่านยังไม่ยอมให้พี่น้องคนจนได้ใช้เตารีดรีดผ้าให้มันไม่ยับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลได้ลดไฟฟ้าลงเหลือแค่ ๕๐ หน่วย ทําให้พี่น้องคนจนทั่วประเทศ สูญเสียโอกาส สูญเสียสิทธิที่จะได้ใช้ไฟฟ้าฟรี ๙๐ หน่วย เหมือนเช่นรัฐบาลท่านอาจารย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ท่านก็ต้องทบทวน ท่านควรที่จะ นํากลับไปทบทวนเพื่อคืนสิทธิการใช้ไฟฟ้าฟรี ๙๐ หน่วยให้กับพี่น้องประชาชนทั้ง ๑๐ ล้านครัวเรือน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมโยงให้เห็นถึงการใช้กระแสไฟฟ้า ในประเทศเพราะอะไรครับ เพราะผมมีคําถามที่จะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานว่าถ้าท่านไปลงนามในสัญญาฉบับนี้แล้วอัตราการซื้อขายกระแสไฟฟ้าระหว่าง ประเทศที่สามกับประเทศไทยถามว่าจะซื้อขายอย่างยุติธรรมเพียงใด และพี่น้องคนจน ทั้งประเทศ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง ๖๔-๖๕ ล้านคนจะได้รับผลกระทบอย่างไร และมีหลักประกันใดบ้างที่จะเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีจะไม่ขึ้นค่ากระแสไฟฟ้าในอนาคต ท่านประธานครับ สิ่งนี้มันโยงใยกันหมด เพราะถ้าหากไปซื้อกระแสไฟฟ้าแพง พี่น้อง ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศก็ต้องเสียค่ากระแสไฟฟ้ารายเดือนในราคาแพงเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกัน
ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ในเรื่องท่านจะไปพัฒนาตลาดซื้อขาย ไฟฟ้าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง นั่นย่อมแสดงว่ามีการสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศนั้น ๆ ที่เกิดจาก พลังงานน้ําในแม่น้ําโขง ถามท่านว่า ท่านได้ไปดูในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงไร เพราะมีองค์การนานาชาติ รวมทั้งท่านอาจารย์ดอกเตอร์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ได้ยื่นจดหมาย ถึงรัฐบาลลาวเพื่อคัดค้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ในประเทศลาว และส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศลาว ซึ่งจะส่งผล กระทบต่อประเทศไทยในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ถามท่านว่า สนามกอล์ฟของท่านซึ่งใช้กระแสไฟฟ้าเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ๑ แห่ง หรือมากกว่า ด้วยซ้ําไป ท่านจะประหยัดไฟอย่างไร เพราะถ้าสนามกอล์ฟของท่านเปิดไฟทั้งวันทั้งคืน แน่นอนครับ ส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ หรือท่านจะบอก ว่าไม่เกี่ยวกัน ท่านสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเองได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมชี้ให้ท่านเห็น ก็คือว่าสนามกอล์ฟของท่านรัฐมนตรีใช้กระแสไฟฟ้าไม่จํากัด
เดี๋ยวครับ มีประท้วง ท่านเกียรติ์อุดมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้นะครับท่านประธาน ผมขอ ประท้วงผู้กําลังอภิปรายในข้อ ๔๓ พูดนอกประเด็นนะครับ ไม่ได้อยู่ในประเด็น คล้าย ๆ พูดเสียดสี แล้วก็ให้ร้าย พูดจาไม่สุภาพนะครับ ไปพูดเรื่องความตกลงเรื่องอะไร ผมไม่เข้าใจ เรื่องสนามกอล์ฟอะไร คือรัฐบาลมาขอความเห็นชอบ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล ต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานซื้อกระแสไฟฟ้านะครับท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ได้ ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านวัชระครับ เอาเข้าประเด็น ถ้าท่านหมดประเด็นแล้วก็หยุดอภิปรายนะครับ ท่านอย่าได้ ไปกล่าวพาดพิงหรืออย่าไปพูดนอกประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องส่วนตัวท่านอย่าไปพูด นะครับ เชิญอภิปรายต่อ และขอความกระชับ เพราะว่าผมยังมีคนที่เข้าคิวอยู่เป็นสิบ ๆ ราย เชิญท่านวัชระต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมอยู่ในประเด็น เพราะที่ผม ถามถึงเรื่องสนามกอล์ฟ เพราะสนามกอล์ฟของท่านก็ใช้ไฟฟ้าเยอะ
ไม่ครับ ท่านพูดเรื่องอื่น ไม่อย่างนั้นผมจะไม่อนุญาตแล้วครับ ได้วินิจฉัยไปแล้ว ขอร้องท่านแล้วนะครับ
และผมยังไม่หมดประเด็นที่จะอภิปราย ท่านประธานที่เคารพครับ
ยังไม่ประท้วงครับ ให้ท่าน อภิปรายไปครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกรัฐสภา ทําหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่ผมอภิปรายเรื่องการใช้กระแสไฟฟ้า
เอาเข้าประเด็นเลยครับ
แน่นอน ครับท่านประธาน เข้าประเด็นสิครับ เพราะจะซื้อกระแสไฟฟ้าจากต่างประเทศ แล้วถ้าซื้อมา ในราคาแพง ถามว่าใครรับผิดชอบครับ สมาชิกรัฐสภาท่านใดไปจ่ายเงินค่ากระแสไฟฟ้า รายเดือนให้กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ และแม้แต่พี่น้องประชาชนไม่จ่ายค่ากระแสไฟฟ้า เพียงเดือนเดียว การไฟฟ้าก็ไปตัดไฟ และท่านประธานครับ ที่มีอัคคีภัย ลูกของเขาต้องตาย เพราะอะไร เพราะไม่มีเงินจ่ายกระแสไฟฟ้า แล้วจุดเทียนอ่านหนังสือ และจุดเทียน จนกระทั่งหลับไปแล้วเกิดไฟไหม้ ลูกตายไป ๒ คนที่จังหวัดพิษณุโลกเพราะค่ากระแสไฟฟ้า หรือไม่ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจึงเชื่อมโยงให้ท่านประธานเห็นว่าถ้าท่านจะไป เจรจาการซื้อขายไฟฟ้ากับต่างประเทศก็ต้องมีหลักประกันว่าราคาไฟฟ้าภายในประเทศ จะไม่เพิ่มสูงขึ้นกว่าอัตราที่เป็นอยู่
ท่านประธานครับ และนอกจากนี้เมื่อประเทศเราประสบปัญหาเรื่อง กระแสไฟฟ้า สมาชิกรัฐสภาก็ยอมรับว่าทุกวันนี้ไม่รู้ว่าไฟจะดับทั้งภาคอีกเมื่อไร เวลาไหน แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าในขณะนี้โรงไฟฟ้าถ่านหิน ๒ โรงที่จังหวัดฉะเชิงเทรา รัฐบาลได้ยกให้กับประเทศพม่าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ ผมจึงสอบถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า แล้วเหตุใด มีความจําเป็นใด ไปตกลงอะไรกันไว้ ถึงต้องยกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ๒ โรงให้กับประเทศพม่า ในขณะที่ประเทศเราขาดแคลน พลังงานและไฟฟ้าไม่พอใช้ ท่านประธานครับ ท่านอาจจะถามผมว่าแล้ววัชระรู้เรื่องนี้ ได้อย่างไร ก็ผมทําไมไม่ทราบครับท่านประธาน ผมเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๖ และ ๒๕๕๗ ๒ ปีซ้อน และเป็นกรรมาธิการที่มาจากการเลือกตั้งครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมได้ เห็นและนํามากราบเรียนท่านรัฐมนตรีได้โปรดแก้ไข และไม่ควรที่จะยกโรงไฟฟ้าทั้ง ๒ โรง ให้กับประเทศพม่าอีกต่อไปในขณะที่ประเทศเรายังไม่มีความมั่นคงทางกระแสไฟฟ้า ท่านประธานครับ และถ้าเรื่องการยกโรงไฟฟ้า ๒ โรงให้กับประเทศพม่าไม่เป็นความจริง ขอให้ท่านรัฐมนตรีพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ลุกขึ้นมาปฏิเสธ เขาให้โรงไฟฟ้า ๒ โรงให้กับ พม่า ผมก็ไม่ทราบว่าเขาไปตกลงอะไรกันไว้ ท่านประธานครับ นี่ละครับคือประโยชน์ของ มาตรา ๑๙๐ ที่ทําให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศหูตาสว่างว่าใครทําอะไรกับประเทศชาติ ใครขายอธิปไตยของประเทศชาติ ใครนําของหลวงคือโรงไฟฟ้า ๒ โรงไปยกให้กับประเทศพม่า ท่านประธานครับ จะยกโรงไฟฟ้า ๒ โรงให้กับประเทศพม่า ถามว่าถามประชาชนแล้วหรือยัง
เดี๋ยว มีผู้ประท้วงครับ ท่านประสิทธิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องประท้วง ผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ เนื่องจากอภิปรายนอกประเด็น ใส่ร้าย การอภิปราย เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มันอยู่ในประเด็นอยู่แล้ว ในข้อบังคับอยู่แล้ว แต่การอภิปรายของ คุณวัชระ เพชรทอง โดยเฉพาะประเด็นที่บอกว่า ท่านรัฐมนตรีพงษ์ศักดิ์มีสนามกอล์ฟอย่างนี้ ซึ่งไม่ใช่เลยครับ ข้อมูลไม่เป็นความจริง แล้วก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงแล้วมาพูดนี่เสียหาย
ผมเข้าใจที่ท่านประท้วง เดี๋ยวผมวินิจฉัยนะท่านประสิทธิ์ครับ
ท่านประธานครับนิดเดียวครับ
เดี๋ยวผมวินิจฉัย
แล้วก็อภิปรายแบบนี้ไม่ใช่ไม่ไว้วางใจนะครับ นี่มันนอกประเด็นเลยนะครับ ไปคนละโพ้ คนละเพ้แล้วครับ ถ้าไม่รู้เรื่องก็อย่าพูดเลยดีกว่า นั่งลงเถอะครับ ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านวัชระครับ นี่เป็นครั้งที่ ๒ ที่ประท้วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือท่านพูดเรื่องของสนามกอล์ฟ เรื่องส่วนตัว ท่านมาพูดเรื่องที่ ๒ คือเรื่องเอาโรงไฟฟ้าที่แปดริ้วไปขายประเทศพม่า มันนอกประเด็น ท่านกรุณาเอาเข้าสู่ประเด็นนะครับ ถ้าครั้งที่ ๓ ผมจะไม่ให้พูดแล้วนะครับ เชิญท่านอภิปรายต่อครับ
มีผู้ประท้วงครับ ท่านประธาน
ท่านจุฤทธิ์ครับ ประท้วง อะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าท่านประธาน ต้องควบคุมการประชุมให้ดีกว่านี้นะครับ คําถามทุกคําถามที่ท่านวัชระตั้งนะครับ เดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีตอบเองครับ กรอบเจรจาท่านประธานเพิ่งส่งให้พวกผมพิจารณา ใครจะศึกษา รายละเอียดได้รอบคอบเท่าท่านรัฐมนตรีละครับ สมาชิกมีสิทธิตั้งคําถามครับ เดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีตอบเองครับ อันไหนอยู่ในกรอบไม่อยู่ในกรอบรัฐมนตรีตอบเองครับ ท่านประธานเองก็ไม่ทราบ ท่านสมาชิกก็ไม่ทราบ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจัดการเอง ท่านประธานต้องควบคุมครับ สําคัญที่สุดวันนี้ท่านเครียดมาก ผมดูหน้าตาท่านแล้ว ท่านพยายามหันหน้าไปทางโน้นหาพวกตลอด เมื่อไรจะมีคนประท้วง ท่านอย่าเอาเรื่อง พระราชบัญญัติอื่นมาปนกับกรอบการค้าการประชุมร่วมรัฐสภาในวันนี้นะครับ ท่านตั้งหลัก ให้ดีนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ ผมวินิจฉัย นะครับ ความจริงแล้วผมก็พยายามควบคุมการประชุมนะครับ เพียงแต่ว่าท่านวัชระ ท่านอย่าได้ออกนอกประเด็นไปนะครับ เอาในประเด็น เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีก็ตอบ รัฐมนตรี ท่านจดไว้ทุกคําถามของท่านนะครับ เดี๋ยวท่านตอบนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านอภิปรายไป โดยที่ราบรื่นนะครับ ไม่มีผู้ประท้วงมันจะทําให้จบเร็ว คนอื่นเขารอคิวอยู่นะครับ เชิญท่าน ต่อนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ นับแต่วันแรกที่ ท่านประธานเป็นประธานวุฒิสมาชิก ท่านประธานบอกว่าจะวางตนเป็นกลางไม่เข้าข้าง ฝ่ายใด แต่วันนี้มีเพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาลเยินยอท่านประธานว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี รู้สึกว่าท่านเคลิบเคลิ้ม
ท่านวัชระ
ครับ
ผมไม่ได้เกี่ยวเลยนะครับ ผมเป็น ส.ว. นะครับ
ท่านก็ควร จะให้ผมได้อภิปราย ผมอยู่ในประเด็นครับ
ท่านฟังผมก่อนนะครับ ท่าน วัชระ ผมเป็น ส.ว. นะครับ รัฐธรรมนูญกําหนดเงื่อนไขไว้เยอะนะครับ
คือพอ ท่านหมดจาก ส.ว. ท่านก็ไปนายกรัฐมนตรีได้ครับ
ท่านอ่านรัฐธรรมนูญก่อน ท่านอย่าพูดเลยเรื่องนี้ ท่านไปเรื่องอื่นเถอะครับ เรื่องของท่านนะครับ
ได้ครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเพื่อความรวดเร็ว คือท่านประธานบอกว่าจะเตือนผมเป็น ครั้งที่ ๓ แล้วไม่ให้ผมพูด ผมถือว่าเป็นการจํากัดสิทธิของผม ท่านประธานครับ การที่ผม ได้อภิปรายเรื่องโรงไฟฟ้าก็ดี เรื่องสนามกอล์ฟก็ดี และเรื่องราคาค่าไฟฟ้าที่คนจนได้ใช้ฟรี ๙๐ หน่วย จากเดิมนั้นได้ประโยชน์ถึง ๑๐ ล้านครัวเรือน แต่ปัจจุบันเหลือแค่ ๕๐ หน่วยก็ดี นั้น ล้วนแต่เกี่ยวพันกับบันทึกที่จะไปตกลงฉบับนี้ ท่านประธานครับ เพราะถ้าหาก คณะกรรมการที่ไปลงนามไปซื้อขายไฟฟ้าในราคาแพง ถามท่านประธานว่าบ้านท่านประธาน ก็จะจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้นหรือไม่ ในขณะเดียวกันผมขออนุญาตถามพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศผู้ซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยว่าท่านจะจ่ายค่าไฟในสิ้นเดือนแพงขึ้น หรือไม่ละครับท่านประธาน อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้อภิปราย จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับบันทึกที่จะไปลงนามในข้อตกลง ซึ่งคนที่จะพูดรายละเอียดทางด้าน วิชาการได้ดีที่สุดก็คือท่านอาจารย์ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและเป็นกรรมาธิการงบประมาณเช่นเดียวกับกระผม ท่านจะ อภิปรายลําดับต่อไป ท่านประธานครับ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงหรือจีเอ็มเอส ซึ่งประกอบไป ด้วยพี่น้องเขมร จีน ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม ท่านประธานครับ ๖ ประเทศ แต่ไม่สัก แห่งหนึ่งครับ ในประเทศไทยที่เราผลิตไฟฟ้าจากแม่น้ําโขงไม่มีครับ แต่มีในประเทศจีน มีในประเทศลาว และที่ประเทศลาวนี่แหละครับ กําลังมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ท่านประธานครับในคํานิยามเขาบอกว่าการประชุมระดับรัฐมนตรีของอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง หมายถึงการประชุมประจําปีระดับรัฐมนตรีของประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ซึ่งก็คือ หมายถึงท่านพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ถ้าท่านยังไม่ยุบสภาในวันพรุ่งนี้ ท่านประธานครับ เมื่อท่านจะเป็นตัวแทนไปเจรจาท่านก็ต้องเข้าใจสถานการณ์ของไฟฟ้าในประเทศว่า เป็นอย่างไร แล้วสถานการณ์ในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ใช้ไฟฟ้าแพง แพงมากอยู่ในขณะนี้นั้นท่านจะดําเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศได้อย่างไร ท่านประธานครับ ที่ผมพูดผมก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนคนไทย ถ้าไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แน่นอนครับท่านประธาน บันทึกนี้จะไม่ได้มาอภิปรายในรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้ในเวลา เที่ยงตรง อีกประมาณ ๑๕ นาที สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยจะชุมนุมใหญ่ที่โรงไฟฟ้าบางกรวย ผมก็ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องอะไรกับ การประท้วงบันทึกลงนามฉบับนี้ หรือเป็นการต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมผมก็ไม่ทราบ ท่านประธานครับ แต่สิ่งนี้ถามท่านรัฐมนตรีว่าได้ถามสหภาพการไฟฟ้าแล้วหรือยังในการไป ลงนามดังกล่าว และในคณะกรรมการที่อยากจัดตั้งขึ้น ท่านประธานครับ คณะกรรมการที่จะ จัดตั้งตามบันทึกข้อตกลงอันนี้ขอได้โปรดให้มีตัวแทนของภาคประชาชนหรือตัวแทนของ สหภาพแรงงาน หรือตัวแทนขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไปนั่งอยู่ด้วย ท่านประธานครับ เพราะเขาบอกว่าศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าจะเป็นองค์การที่เป็นอิสระและเป็นกลาง พร้อมทั้งมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ผมถามว่าท่านจะตั้งใครเข้าไปเป็นศูนย์ ประสานงานดังกล่าว ไปเป็นกรรมการดังกล่าว ใคร ชื่ออะไร มีภูมิหลังอย่างไร เกี่ยวพันกับ พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งหรือไม่ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะจะส่งผลต่อ ราคาค่ากระแสไฟฟ้าในประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมาดูอาร์ติเคิล (Article) ๓ ขอประทานโทษ ที่พูดภาษาอังกฤษ ในข้อนี้เรื่องวัตถุประสงค์ ท่านประธานที่เคารพ เขาบอกว่า เขาก็คือ รัฐบาล บอกว่าเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการที่เชื่อมต่อกัน เชื่อมต่อกันครับท่านประธาน ของระบบไฟฟ้าของประเทศสมาชิกให้เป็นหนึ่งเดียวบนพื้นฐานของความยุติธรรมและ โปร่งใสในการดําเนินงานของตลาดซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในอนุภูมิภาค มีเป้าหมายสูงสุด เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าโดยรวมของอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงให้มีเสถียรภาพ มีความเชื่อถือได้ ของพลังงานไฟฟ้าและคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ สามารถดําเนินการพัฒนาให้มีความสมดุล ระหว่างความหลากหลายของทรัพยากรด้านพลังงานที่มีในอาณาเขตพื้นที่ของประเทศ สมาชิก ความร่วมมือทางด้านพลังงานในระยะยาว การส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าระหว่างกัน อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการขยายขอบเขตการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าข้ามพรมแดน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนในประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงก็คือ ๖ ประเทศ ท่านประธานครับ ผมขอถามไปยังรัฐมนตรีพงษ์ศักดิ์ รักพงศ์ไพศาล ผู้ซึ่งสามารถทํานายว่า ไฟฟ้าจะดับทั้ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ล่วงหน้าได้ ถามท่านว่า ท่านประธานครับ การเชื่อมโยง ต่อกันของระบบไฟฟ้าใน ๖ ประเทศดังกล่าวนั้นจะช่วยให้ไฟฟ้าใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ไม่ดับ อีกต่อไปได้หรือไม่ ไฟฟ้าที่ท่านจะซื้อมาจากประเทศลาว ถามว่ากระแสไฟดังกล่าวจะส่งผ่าน จากประเทศลาวมาประเทศไทย มาภาคกลางลงไปสู่จังหวัดภาคใต้ได้ครบถ้วน ได้ทันท่วงที ทันเวลาหรือไม่ถ้าหากกระแสไฟฟ้าดับ หรือว่าการที่จะเซ็นสัญญาซื้อขายกันดังกล่าวนั้น ท่านประธานครับไม่สามารถช่วยอะไรเลยให้กับพี่น้อง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ก็ขอให้ท่านได้ตอบ ให้ชัดเจน เพราะตรงนี้เป็นเรื่องของเทคนิค เป็นเรื่องของเทคนิคว่ากระแสไฟฟ้าดังกล่าวนั้น จะส่งไปถึง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ได้หรือไม่ ท่านต้องตอบให้ชัด เพราะถ้าส่งได้ท่านก็ต้องตอบว่า ส่งได้ ถ้าส่งไม่ได้เลย และพี่น้อง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว จากการบันทึกลงนามในสัญญาฉบับนี้ ท่านก็ต้องตอบให้ชัดเจนว่าพี่น้อง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ไม่ได้ประโยชน์อะไรแม้แต่นิดเดียว ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีท่านจะ ตอบอย่างไร แต่ท่านนั่งยิ้ม แต่อย่างไรก็ตามผมขอคําตอบที่เป็นความจริง อย่าได้โกหก หลอกลวงพี่น้องประชาชน เพราะถ้าได้ท่านก็ตอบว่าได้ ถ้าไม่ได้ท่านก็ตอบว่าไม่ได้ เพราะ ประชาชนใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้จะได้รู้ชะตากรรมของตนเองว่าถ้าไฟดับจะไม่สามารถที่จะ ส่งกระแสไฟฟ้าลงมาช่วยจากกรุงเทพมหานครไปถึง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ได้ ท่านประธานครับ นี่ละครับคือประโยชน์ของการมีมาตรา ๑๙๐ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า
ท่านวัชระครับ คําถาม ท่านหลายคําถามแล้ว ท่านสรุปได้แล้วครับ ผมจะให้รัฐมนตรีตอบ ท่านนั่งรอจะขอตอบอยู่ นะครับ เชิญครับ
ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมจะสรุปในนาทีอันใกล้นี้ ท่านประธานครับ แม้นว่าวันนี้ ผมจะได้รับเชิญไปปราศรัยที่สหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวยในตอนเที่ยงก็ตาม และเย็นนี้ผมได้รับเชิญจากพี่น้องประชาชนให้ไปปราศรัยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ ผมจึงอยากให้ท่านรัฐมนตรีพงษ์ศักดิ์ได้กรุณาตอบในทุกคําถาม ในยามที่ข้าวยากหมากแพง แก๊สแพง ไฟฟ้าแพง ทุกอย่างที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ ของท่านพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แพงหมด แพงหมดครับท่านประธาน น้ํามันก็แพง แก๊สแพง ไฟฟ้าแพง ท่านจะแก้ไขอย่างไร แล้วเมื่อท่านไปบันทึกลงนามในสัญญาฉบับนี้แล้ว ท่านจะแก้ไขปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้าแพง แก๊สแพง หรือน้ํามันแพงได้มากน้อยเพียงใด ขอให้ตอบทุกคําถามกับพี่น้องประชาชนที่รอฟังอยู่ทั้งประเทศในขณะนี้ ท่านประธานครับ ผมก็ขออนุญาตกราบลาท่านประธานไปปราศรัยที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวยต่อในตอน เที่ยง และตอนเย็นพบกับพี่น้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีหน้าศาลากลางจังหวัด ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
ท่านอย่าเพิ่งไปไหน ท่านรัฐมนตรีจะตอบนะครับ ท่านวัชระท่านฟังก่อน ไปทันเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมขออนุญาตชี้แจง เรื่องข้อตกลงบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขาย ไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง จากการฟังอภิปรายที่ผ่านมานะครับ
เรื่องแรกที่สมาชิกหลายท่านสงสัยเรื่องของการยื่นหนังสือเอกสารตาม มาตรา ๑๙๐ นี้เข้ามา บันทึกนี้เข้ามานะครับ ผมขอลําดับความว่ากระทรวงพลังงานทํางาน อย่างไรในเรื่องของศูนย์อาร์พีซีซีที่ผ่านมานะครับ แล้วทําไมจึงถึงสภาล่าช้า แล้วก็ มาตรา ๑๙๐ นั้นมีความสําคัญอย่างไร ข้อตกลงระหว่างอาร์พีซีซีนั้นเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๗-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ณ กรุงเวียงจันทน์ มีการพูดคุยกันทั้ง ๖ ประเทศ แล้วมีความตกลงร่วมกัน มีการลงนามเบื้องต้น เพื่อจะให้รัฐบาลแต่ละรัฐบาลนั้นไปคุย รายละเอียดของรัฐบาล และต่อมาวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๕ คณะอนุกรรมการจึงเห็นชอบ ในหลักการเอ็มโอยูที่ร่างขึ้นมาทั้งหมดนี้ แล้วก็ให้แต่ละประเทศนั้นไปขอความเห็นชอบต่อไป ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ พอมาเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ก็ ๒ เดือนต่อมาก็มีการลงนาม เป็นการประชุมรัฐมนตรี ๖ ประเทศ แล้วเป็น การลงนามกัน ก็มีการลงนามเพียง ๔ ประเทศ คือประเทศกัมพูชา ประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ก็เหลือประเทศไทยกับประเทศเมียนมาร์ที่ยังลงนามไม่ได้ ต้องไป ดําเนินการ กระบวนการภายในประเทศยังไม่แล้วเสร็จนะครับ ต่อมาปี ๒๕๕๖ ก็คือ กุมภาพันธ์ก็มีการประชุม กพช. ก็มีมติเห็นชอบในเรื่องของเอ็มโอยูนี้ แล้วก็นําเข้าสู่ ครม. เมื่อเดือนมีนาคม หลังจากนั้นกระทรวงพลังงานก็ทําหนังสือบันทึกความเข้าใจต่าง ๆ นี้ ชี้แจงประชาชนให้เข้าใจ โดยลงเว็บไซต์ (Web site) ทั้งสองหน่วยงาน มีการไฟฟ้าฝ่ายผลิต กระทรวงพลังงานก็ชี้แจงประชาชนทั่วไปถึงบันทึกสัญญานี้ แล้วก็นําสู่ ครม. เพื่อเสนอเข้า รัฐสภานะครับ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ นี้ส่งเข้าสภาแล้วนะครับ แต่ว่าเนื่องจากเอกสารนั้น มีข้อขัดข้องท้วงติงในเรื่องเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศ จึงมีการแก้ไขใหม่ จึงส่ง อีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ครม. จึงมีมติเห็นชอบให้เข้าสู่สภาได้ ดังนั้นเรื่องนี้ จึงส่งเข้าไว้ในวาระการประชุมของรัฐสภาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๖ แล้วนะครับ ภาพรวมของศูนย์อาร์พีซีซีนี้ประเทศไทยเกิดประโยชน์อย่างไร เรื่องแรกครับ ศูนย์นี้ เป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้า วิธีการซื้อขายไฟฟ้าคงไม่ใช่เป็นการดําเนินการกันในแต่ละ ประเทศ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างประเทศนะครับ วิธีการซื้อขายไฟฟ้าก็คือว่าการซื้อขาย ไฟฟ้านั้นจะผ่านเส้นทางเซคชัน ไลน์ (Section line) หรือสายส่ง ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต จะเป็นผู้ที่ดูแลสายส่งทั่วประเทศสําหรับประเทศไทยนั่นเอง แต่ประเทศอื่นประเทศนั้น ๆ ก็จะดูแลสายส่งประเทศนั้น ๆ ฉะนั้นไฟแต่ละประเทศที่ทุกประเทศที่ผลิตแล้วเหลืออยู่นี้ ก็จะจ่าย ณ ชายแดนของแต่ละประเทศ ฉะนั้นเมื่อเราซื้อที่ชายแดนเข้ามา ไฟเราซื้อที่จุดไหน เราไม่ต้องขนจากจุดชายแดนนั้นไปสู่ปลายทางจุดหนึ่ง เพราะไฟนี้ซื้อตรงไหนมันก็เหมือนกัน เพราะมันอยู่ในสายส่งที่เต็มอยู่ เหมือนกับน้ําที่เต็มท่ออยู่ ดูดตรงไหนก็ได้นะครับ ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าซื้อไฟที่ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย ภาคใต้พอน้ําเต็ม ดูดน้ําเข้ามานี่ ภาคใต้ก็ใช้ไฟได้ทันที อย่างนี้เป็นต้นนะครับ
ที่มีศูนย์การซื้อขายอาร์พีซีซีจะเกิดประโยชน์อย่างไรครับ ตามที่สมาชิก รัฐสภาหลายคนอภิปรายว่าการที่ประเทศไทยนั้นต้องซื้อไฟจากต่างประเทศ เช่นประเทศลาว อยู่ ๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ ประเทศจีนซึ่งมีข้อตกลงแล้ว ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ แต่ป่านนี้ยังไม่ได้ซื้อ เลยนะครับ ซึ่งประเทศพม่าเรามีข้อตกลง แต่ก็ยังไม่มีการซื้อขายจริง ประเทศกัมพูชาเองก็ ซื้อไฟฟ้าจากประเทศไทยบางส่วนนะครับ ส่วนประเทศเวียดนามก็ยังไม่ได้มีการซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งข้อตกลงตรงนี้จะทําให้มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง แล้วทําให้เกิดความมั่นคง เพราะว่าอย่างที่ ท่านสมาชิกอภิปรายว่าถ้าประเทศใดประเทศหนึ่งเกิดผิดใจกับประเทศเราขึ้นมาแล้วไม่ขาย ไฟฟ้าให้ประเทศไทยจะเกิดปัญหาอย่างใหญ่หลวง จริง ๆ ข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลง ๖ ประเทศตกลงร่วมกันแล้วมันจะเกิดความมั่นคง เพราะว่าจะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ว่า ผู้ผลิตไฟฟ้าแต่ละประเทศนั้นผลิตอยู่ที่ไหน ต้นทุนเท่าไร แล้วหน่วยกลางของ แต่ละประเทศนั้นเขาจะมีเรกกูเรเตอร์ (Regulator) ของแต่ละประเทศ ซึ่งจะประชุมร่วมกัน ทั้ง ๖ ประเทศ เมื่อประชุมร่วมกันจะกําหนดค่าไฟฟ้าแต่ละฐานที่ เหลือไฟฟ้า ซึ่งตรงนั้นจะจ่ายไฟฟ้าเข้ากริด (Grid) พอจ่ายเข้าตรงไหน แล้วก็ออกตรงไหน ก็จะมีหน่วยกริดเข้ามาวัด ซึ่งวิธีการนี้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นการที่ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางของ ๓ ประเทศติดกันก็คือ ประเทศเมียนม่าร์ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา จึงมีความสําคัญมากที่น่าจะเป็นศูนย์กลางซื้อขาย ถ้าเป็นศูนย์กลางซื้อขายแล้วประเทศไทย ได้ประโยชน์อย่างไรครับ เพราะปัจจุบันเองการสร้างโรงไฟฟ้าประเทศไทยนั้นมีการต่อต้าน มากในทุกรูปแบบ ทําให้ค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าไทยแพงกว่าปกติ แล้วก็มีค่าใช้จ่ายทําให้ค่าไฟฟ้าสูง อย่างที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไป คือค่าไฟฟ้าเราใช้จากแก๊สธรรมชาตินั้นราคาหน่วยหนึ่ง ประมาณ ๔ บาท ซึ่งในอนาคตนั้นที่ประมูลครั้งสุดท้ายปี ๒๕๖๒ ค่าไฟจะตกประมาณ ๔.๒๓ บาท ที่ทําจากแก๊ส ซึ่งประเด็นนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราผลิตไฟฟ้าต่ํากว่า อย่างเช่นประเทศลาว ค่าไฟฟ้าจากน้ําประมาณ ๑.๖๐ บาท หรือ ๑.๘๐ บาท ซึ่งถูกมาก เราก็ซื้อมาถัวเฉลี่ย ค่าไฟฟ้าเขายังต้องผันแปรกับค่าอัตราแลกเปลี่ยนของเงินด้วย เพราะถ้าค่าเงินบาทอ่อนลง ค่าไฟฟ้าก็จะแพงขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน ส่วนประเทศจีนปัจจุบันนี้ที่ต้องพูดถึงเพราะเป็น ประเทศใหญ่ และมีกําลังผลิตไฟฟ้าสูง ประเทศจีนนี้มีการผลิตไฟฟ้าสูงมาก ถ้าจําได้ว่ามีการต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะการผลิตซีโอทู (CO2) นั้น หรือทําให้ โลกร้อนนั้นเกิดขึ้นทั่วโลก แล้วก็จะมีการลงนามเกียวโต คอนเวนชัน (Kyoto Convention) ปีนั้นประเทศจีนผลิตไฟฟ้าถ่านหินได้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ๑๐๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ก็เท่ากับโรงไฟฟ้าประเทศไทยประมาณ ๑๒๐ โรง ซึ่งการลงนามครั้งนั้นประเทศจีนบอกว่า ประเทศเขาเป็นประเทศที่ประชาชนยังยากจนอยู่ จําเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเป็นฐานการผลิต อุตสาหกรรม แล้วก็เป็นฐานของครัวเรือน เป็นทุนของชีวิตของประเทศเขา ดังนั้นเขาจําเป็น จะต้องไม่ลงนามเพราะเขาไม่เห็นด้วยที่จะลงนามเพราะต้องผลิตไฟฟ้า หลังจากวันนั้นมา ประเทศจีนได้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น จาก ๑๐๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น ๒๐๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ เป็น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าเมกะวัตต์ ท่านจะเห็นว่าประเทศจีนผลิตไฟฟ้าขึ้นอีก ๒๐๐,๐๐๐ เมกะวัตต์นั้นจํานวนมหาศาลครับ ขณะที่ประเทศไทยจากวันนั้นถึงวันนี้ยัง ไม่สามารถผลิตโรงไฟฟ้าได้เลย เราได้แต่รอไฟฟ้าราคาแพง ถ่านหินนี่ให้ค่าไฟตกเฉลี่ยแล้ว ประมาณ ๒ บาทเศษ ๆ ๒.๕๐-๒.๖๐ บาท ซึ่งจะถูกกว่าค่าไฟฟ้าจากแก๊สมาก ซึ่งก็ทําให้ ค่าไฟฟ้าของประเทศจีนนั้นค่อนข้างจะถูก ทําให้อุตสาหกรรมเขาเติบโต ประชาชนเขาใช้ ไฟฟ้าถูก แล้วเขาสามารถแข่งขันได้ การเชื่อมโยงศูนย์ไฟฟ้าเหล่านี้ เราก็ต้องมีการสร้าง กริดเชื่อมโยงกันต้องมีข้อตกลงกันว่ากริดแต่ละอันที่สร้างเชื่อมโยงกันหรือสายส่งที่สร้าง เชื่อมโยงกันนั้นค่าใช้จ่ายเท่าไร จะคิดค่าผ่านสายส่งแต่ละประเทศเท่าไร แล้วคิดค่าไฟฟ้า เท่าไร หลังจากนั้นจะมีการซื้อขายกัน ดังนั้นการซื้อขายกันก็ขึ้นอยู่แหล่งกําลังการผลิตของ ไฟฟ้านั้น ประเทศไทยเองก็หวังว่าจะซื้อไฟฟ้าจากส่วนทางทิศตะวันตกของประเทศจีน คือส่วนของยูนานซึ่งมีฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ํามาก เพราะมีเขื่อนจากน้ําเยอะแยะเลย นะครับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินก็มาก ทําให้กําลังการผลิตตรงนี้ ประเทศไทยต้องการ ฐานการผลิตอีกอันหนึ่งของประเทศจีนก็คือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ครับ ปัจจุบันมีการขยายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพิ่มขึ้นมากมาย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเองก็ไปทําข้อตกลง เพื่อจะลงทุนศึกษาเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ประเทศจีน ก็คือลงทุนสร้างที่ประเทศจีน นะครับ หุ้นก็คงเล็กน้อยคือ ๑๐ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะให้ประชาชนของเราหรือ ข้าราชการในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตนั้นได้เรียนรู้กระบวนการการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นะครับ ภาพรวมตรงนี้ท่านจะมองเห็นว่าเมื่อศูนย์นี้ตกลงขึ้นได้ ประเทศไทยนั้นก็มีโอกาสที่จะเป็น ศูนย์กลางในการซื้อขายไฟฟ้า ดังนั้นโอกาสที่เราจะขายไฟฟ้านั้นคงจะยากลําบากเพราะค่า ไฟฟ้าเราแพง โอกาสซื้อไฟฟ้าเข้ามานั้นก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ทีนี้มาตอบคําถามครับว่า เมื่อไฟฟ้าซื้อมาแล้วภาคใต้จะได้ประโยชน์อย่างไร หรือไม่จากการไฟฟ้าดับครั้งที่แล้ว ไฟฟ้าที่ดับคราวที่แล้วนะครับ เราก็มองเห็นปัญหาใหญ่ ผมเองนําเสนอ ครม. ซึ่ง ครม. ได้กรุณาอนุมัติเงินพัฒนาสายส่งจากภาคใต้ จากบางสะพาน ลงไปอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งปัจจุบันจะลง ๕๐๐ เควี (KV) ไปถึงจังหวัดสุราษฎร์ ธานี แล้วจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเป็น ๒๓๐ เมกะวัตต์อยู่ ขณะเดียวกันก็ขยายสายส่งจาก จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปยังจังหวัดภูเก็ตเพื่อจะให้โครงข่ายไฟฟ้านั้นสามารถส่งผ่านได้ เพราะถ้า สายส่งไม่ใหญ่พอ ถึงแม้นว่าทางภาคใต้ขาดไฟ มีโรงไฟฟ้าราชบุรีอยู่จะส่งไฟไปก็ส่งไม่ได้ เหมือนกับท่อน้ําเล็ก ๆ จะส่งไฟ ไฟมันก็จะดึงให้ไฟฟ้าขาด ดังนั้นเราจึงแก้ให้สายส่ง ปัญหา ทางภาคใต้ก็จะหมดไปถ้าสร้างโรงไฟฟ้าได้ปัญหาจะหมด เพราะว่าท่อส่งไฟฟ้านี่ใหญ่ขึ้น นะครับ ก็จะหมดไป แต่ขณะเดียวกันระหว่างนี้อยู่ระหว่างการทําอีไอเอ (EIA) ระหว่าง การเริ่มดําเนินการจัดประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างซึ่งก็ต้องใช้เวลาจัดซื้อจัดจ้างนั้นอีกประมาณ ๒-๓ ปี คงไม่สามารถทําได้เร็ววัน ในปีหน้านั้นเองโรงไฟฟ้าจะนะที่ ๘๐๐ เมกะวัตต์ แม้จะ เสร็จลงนะครับ ปัญหาก็เกิดขึ้นอีกอันหนึ่งก็คือว่าท่อส่งแก๊สจากเจดีเอ (JDA) ประเทศไทย ที่ร่วมกันกับประเทศมาเลเซีย ท่อแก๊สเจดีเอที่จะส่งมาอ่าวไทยนั้นท่อแก๊สได้ชํารุดแล้วก็ ซ่อมแซมไปบางส่วนเป็นระยะเวลายาวนานนั้นจะต้องปิดซ่อมแซมอีกครั้งหนึ่ง ทําให้ โรงไฟฟ้าที่จะนะนั้นจะหายไป ๖๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กระทรวงพลังงานก็ได้วางแผนที่จะส่งกําลังหรือว่าวางแผนการป้องกันไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง นะครับ ดังนั้นถ้าปัญหาเกิดขึ้นที่ภาคใต้ครั้งหนึ่งก็จะดับไปเฉพาะบางจุด ซึ่งมีการวางแผนไว้ว่าถ้าเกิด ไฟฟ้าตรงนั้นเกิดกระชากก็ไฟดับบางจุด แม้กระทั่งการเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซียในการ ซื้อขายไฟฟ้าก็มีการพูดคุยและทดลองกันเพิ่มขึ้นเพื่อจะรองรับการขาดแก๊สในประมาณ ปลายปี ๒๕๕๗ ซึ่งเราก็จะไม่คิดว่าจะซื้อไฟจากมาเลเซียได้ เพราะว่าการขาดแก๊สเจดีเอนั้น ประเทศมาเลเซียเองก็ขาดโรงไฟฟ้าด้วยเช่นกัน ก็ทําให้ปัญหานี้ค่อนข้างจะซีเรียส (Serious) ซึ่งใกล้ ๆ ผมจะนําเรียนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคใต้อีกครั้งหนึ่งครับ เพราะว่าตอนนี้กําลัง ทํารายละเอียดกันอยู่ว่าแผนการป้องกันในภาพรวมอย่างไรนะครับ นี่ก็เป็นภาพรวมของเรื่อง ไฟฟ้าภาคใต้นะครับ
ส่วนเรื่องการซื้อขายไฟฟ้าราคา ทั้งหมดทุกประเทศ ๖ ประเทศที่ตั้งศูนย์กัน นี้เขาจะมอบหมายให้กับเรกกูเลเตอร์ เรกกูเลเตอร์นั้นจะเป็นตัวแทนของการเจรจาทั้งหมด นะครับ ซึ่งก็ต้องไม่ใช่คนใดคนหนึ่งมีอํานาจสิทธิขาดในการเจรจา เพราะเรกกูเลเตอร์แต่ละ คนที่เป็นตัวแทนนั้นเจรจาก็ต้องผ่านคณะกรรมการเรกกูเลเตอร์และเสร็จแล้วก็ต้องนําเสนอ ให้รัฐบาลอนุมัติอีกครั้งหนึ่งครับ ก็เป็นเรื่องของรูปแบบ แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือว่าสายส่งไฟฟ้า ระหว่างประเทศนั้นจะมีการทํางานเป็นระบบเดียวกันและเชื่อมโยงกัน แล้วก็สามารถส่งถ่าย ไฟฟ้ากันได้สะดวกรวดเร็ว ผมขออธิบายหลักการเบื้องต้นให้กับที่ประชุมเพียงเท่านี้ก่อน นะครับ ส่วนการชุมนุมที่ไฟฟ้าอีแกท (EGAT) ทางสหภาพก็ได้แจ้งผมมาว่าเป็นเรื่องของ การต่อต้านการยกเขื่อนให้กับกระทรวงน้ํา ซึ่งมีการร่าง พ.ร.บ. กระทรวงน้ําขึ้นมา แล้วก็คิด ว่าจะเอาเขื่อนของไฟฟ้าฝ่ายผลิตไปให้เขาซึ่งเขาไม่เห็นด้วย ซึ่งสมาชิกสหภาพเองก็ได้พบผม ผมชี้แจงไปแล้วว่าเรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่ว่าเป็นการร่างของ ส.ส. เข้าสภาครับ ก็ยังไม่ใช่เป็น มติของรัฐบาล ขอบคุณครับ
คุณหมอสุกิจครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบก็ขอขอบคุณนะครับ แต่ว่าท่านยังไม่ได้ตอบประเด็นที่ผมถามนิดหนึ่ง ว่าปัจจุบันนี้เราซื้อไฟฟ้าจากประเทศลาวเป็นจํานวนปีละเท่าไร แล้วก็เราขายให้เขาปีละ เท่าไรนะครับ ท่านช่วยตอบนิดหนึ่ง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของสายไฟแรงสูงที่ลากจากโรงไฟฟ้าราชบุรี ไปยังภาคใต้ ท่านจะสร้างเป็น ๕๐๐ เมกะโวลต์ใช่ไหมครับ จะทําเป็น ๕๐๐ เมกะโวลต์ จะทํากี่เส้นครับ จะทํากี่สาย และปัจจุบันนี้มีอยู่กี่สายแล้วนะครับ แล้วจะสร้างเสร็จเมื่อไร ที่ถามนี้ก็เพื่อเป็นหลักประกันว่าต่อไปนี้ไฟฟ้าภาคใต้มันจะไม่ดับทั้งภาคอีกแล้วนะครับ ซึ่งเรื่องที่ผ่านมานี้ผมกราบเรียนเลยว่ามันเป็นความบกพร่องจริง ๆ เป็นความบกพร่องของ ทางการไฟฟ้านั่นละครับ ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่รู้ปัญหาอยู่แล้วแต่ว่ายังปล่อยปละละเลย โรงไฟฟ้าซ่อมมากมาย แล้วก็ยังไปซ่อมสายส่ง แรงสูงอีกเส้นหนึ่งนะครับ ดังนั้นพออีกเส้นหนึ่งถูกฟ้าผ่าก็เลยเกิดความเสียหายช็อก (Shock) ไปทั้งระบบนะครับ ทําให้พี่น้องประชาชนเขาเกิดความรู้สึกว่าถึงแม้จะมีโรงไฟฟ้ามากมาย อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดเกิดกรณีอย่างนี้ขึ้นโรงที่มีอยู่แล้วทําไมมันถึงจ่ายไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เวลา เสียหายมันเสียหายตรงสายส่งเส้นเดียวเท่านั้น แต่ทําไมมันเสียหายไปทั้งระบบ ผมว่าท่าน ต้องแก้ไขเรื่องนี้ ต้องป้องกันเอาไว้ด้วย ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ําซ้อนอีกครับ ขอบคุณครับ
ท่านศุภชัยท่านอยู่ในคิว ที่อภิปรายนะครับ เดี๋ยวให้ท่านศุภชัยก่อนครับ
ผมเรียนปรึกษาท่านนิดเดียวเองครับ ท่านประธาน
เดี๋ยวหารือปรึกษาผมหน่อย ท่านวัชระ เดี๋ยวครับ ให้ท่านศุภชัยหารือนิดหนึ่ง
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเรียนปรึกษานิดเดียวครับ ผมทราบว่าวันนี้ท่านจะมีการประชุม ส.ว. เพราะฉะนั้นในการอภิปราย ก็ทราบว่ามีผู้มีอยู่ ในลิสต์ (List) อยู่ตั้ง ๑๐ กว่ารายแล้ว ๑๐ กว่าท่าน เพราะฉะนั้นท่านจะกําหนดเวลาไว้ อย่างไรผมคิดว่าคงจะต้องกําหนดเวลาในการอภิปรายด้วยเพื่อเป็นประโยชน์ในการที่จะได้มี การแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เดี๋ยวต้อง หารือที่ประชุมนะครับ เพราะว่าขณะนี้เหลือผู้อภิปรายอีกประมาณ ๑๑ ราย ผมกําหนด คนละ ๗ นาทีก็ไปชั่วโมงกว่าแล้วนะครับ เพราะว่าวุฒิสภาจะประชุมบ่ายโมงครึ่ง เดี๋ยวพอ จบจากท่านตอบของท่านวัชระแล้ว ผมอาจจะต้องขอความร่วมมือจากท่านนะครับ อาจจะ คนละ ๗-๑๐ นาที เพื่อจะให้จบภายในบ่ายโมงครึ่งให้ได้นะครับ เชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมไม่เห็นด้วย ในการที่กําหนดเวลาผู้อภิปราย
ท่านอภิปรายเรียบร้อยแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมเพียงแต่มีคําถามที่จะถามท่านรัฐมนตรีต่อ ท่านประธานครับ สิ่งที่ ท่านรัฐมนตรีพงษ์ศักดิ์ได้ตอบนั้นไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นหรือสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้อง ๑๔ จังหวัดภาคใต้แต่อย่างใดในเรื่องของการใช้กระแสไฟฟ้า และเท่าที่ท่านตอบ สรุปได้ว่า ไฟฟ้าที่จะไปลงนามซื้อกับต่างประเทศตามบันทึกข้อตกลงอันนี้ไม่ได้ส่งผลใด ๆ เลย ไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลยกับพี่น้อง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ และท่านก็ไม่ได้ตอบให้คํายืนยันว่า เมื่อไปลงนามแล้ว การซื้อขายกระแสไฟฟ้าจะถูกลงหรือแพงขึ้นหรือไม่ ต่อไปพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศก็ต้องใช้ไฟฟ้าในราคาแพงอย่างแน่นอน และประการที่สําคัญ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีไม่ตอบในเรื่องที่ผมได้อภิปรายถามท่านว่ารัฐบาลนี้จะยก โรงไฟฟ้า ๒ แห่งให้กับประเทศพม่าฟรี ๆ ไปยกให้เขาทําไม ไม่ยกได้ไหมครับ เพราะในขณะนี้ เมื่อกระแสไฟฟ้าในประเทศยังไม่เพียงพอ จะไปยกโรงไฟฟ้า ๒ แห่งให้กับประเทศพม่าฟรี ๆ ตามคําสั่งของใคร กรุณาอย่ายกให้ได้หรือไม่ และสุดท้าย ท่านประธานครับ รัฐมนตรีกล้า ยืนยันหรือไม่ว่าต่อไปนี้ไฟฟ้าจะไม่ดับทั้งภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้อีกต่อไป ไฟฟ้าจะไม่ดับทั้งภาค ท่านยืนยันหรือไม่ว่าไฟฟ้าจะไม่ดับทั้งภาคอีกต่อไป ท่านรัฐมนตรีพงษ์ศักดิ์ ถ้าท่านยืนยัน กรุณาลุกขึ้นมายืนยันพร้อมกับตอบว่าที่จะยกโรงไฟฟ้า ๒ แห่ง ๒ โรงให้กับประเทศพม่าฟรี ๆ นั้นมีเหตุผลอะไร ทําไมถึงยกให้ ยกให้ตามคําบงการ ของใคร ขอขอบคุณ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องโรงไฟฟ้า ๒ โรงที่ยกให้แก่ประเทศ พม่านะครับ ไม่ได้มาจากแปดริ้ว มาจากหนองจอกแล้วก็มาจากลานกระบือ เป็นโรงไฟฟ้า ที่ปลดระวางแล้ว ผมต้องอธิบายคําว่า ปลดระวาง แล้วครับ ค่าโรงไฟฟ้าโรงหนึ่งสมมุติว่า เราก่อสร้างโรงไฟฟ้าโรงหนึ่งมีมูลค่าพันล้าน ทําไมถึงปลดระวางครับ เพราะว่าค่าโรงไฟฟ้า มันกินไฟฟ้าอยู่ประมาณไม่กี่สตางค์ แต่จะกินค่าแก๊สมากขึ้น นั่นก็คือว่าแก๊สเป็นต้นทุนของ ไฟฟ้าถึง ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเขาจึงปลดระวางออก ไม่ใช้ ไม่ใช้เสร็จก็ไปกองไว้เฉย ๆ ระหว่างที่ประเทศพม่าเกิดความขาดแคลนแล้วก็ต้องการสร้าง โรงไฟฟ้าเร่งด่วนเพื่อจะรองรับซีเกมส์ การแข่งขันกีฬา เราจึงมอบให้นะครับ ซึ่งเรื่องนี้เป็น เรื่องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ฉะนั้นถ้าเราใช้โรงไฟฟ้าตัวนี้แล้วผลิตต่อ เราเอา โรงไฟฟ้ามาผลิตต่อ อย่างเช่นค่าไฟ ยกตัวอย่างโรงไฟฟ้าใหม่ เราสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมาใหม่ ที่อําเภอจะนะหรือที่อําเภอขนอม ค่าไฟฟ้า ๔ บาท ถ้าใช้โรงไฟฟ้าเก่าค่าไฟฟ้าอย่างต่ํา ก็ ๖ บาท เมื่อตอบเรื่องไฟฟ้าแล้วก็ขอตอบอีกเรื่องหนึ่งที่ท่าน ส.ส. สุกิจ ได้ถามเรื่อง จังหวัดกระบี่ว่าขับผ่านนั้นเห็นโรงไฟฟ้าถ่านหินสีดํา ขออนุญาตชี้แจงนะครับว่าโรงไฟฟ้าที่จังหวัดกระบี่นั้น ปัจจุบันยังเป็นโรงไฟฟ้าที่ผลิตจาก น้ํามันเตาอยู่นะครับ แล้วก็เป็นโรงไฟฟ้าที่ปัจจุบันเราให้ใช้น้ํามันปาล์มมาเผาแทนน้ํามันเตาอยู่ แล้วก็ในอนาคตนั้นจะมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงไฟฟ้าใช้น้ํามันเตาอย่างเดียวเพื่อจะให้ ทํางานได้มากขึ้นและคงไม่ได้ใช้เป็นถ่านหินครับ โรงไฟฟ้าถ่านหินต้องสร้างใหม่แต่ว่าระหว่างนี้ ยังไม่ผ่านอีไอเอ และคิดว่าคงจะผ่านยากเพราะมีการต่อต้านเยอะก็คงไม่สามารถทําได้ ก็คิดว่าขึ้นอยู่กับประชาชนครับ ประชาชนต่อต้านเราก็ไม่ทํา ก็ชี้แจงให้ทราบครับ
ท่านรัฐมนตรีตอบคุณสุกิจ อีกข้อหนึ่งครับ ท่านวัชระนั่งลงครับ ให้ท่านรัฐมนตรีตอบคุณหมอสุกิจก่อน เชิญครับ
เรื่องโรงไฟฟ้าจากประเทศลาวนะครับ ปี ๒๕๕๕ เราซื้อไฟฟ้าจากประเทศลาวทั้งหมด ๑๐,๕๘๙ ล้านหน่วย เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๕,๓๓๑ ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย ๑.๔๕ บาทต่อหน่วย นะครับ ในปี ๒๕๕๖ ถึงปัจจุบันเราซื้อมาแล้ว ๑๑,๓๒๐ ล้านหน่วย หรือประมาณ ๑๗,๑๖๒ ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยที่ ๑.๕๒ บาท เหตุผลที่ราคาสูงขึ้นเนื่องจากค่าเงินบาทเปลี่ยนไป ส่วนเรื่องการยืนยันเรื่องไฟฟ้าดับนะครับ ผมคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถยืนยันได้ แม้ว่าผม จะยืนยันว่าดับหรือไม่ดับมันเป็นการพูดปดทั้งนั้น ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ครับว่าไฟฟ้า จะดับ ดับเมื่อไร เพราะอะไร แต่การทํางานของข้าราชการ ไม่ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ดี การไฟฟ้าภูมิภาคก็ดี การไฟฟ้านครหลวงก็ดี ทุกคนก็ทํางานเต็มความสามารถ เมื่อใด เกิดอุบัติเหตุ เมื่อใดเกิดขัดข้อง โรงไฟฟ้ามีการดับขึ้นก็ต้องแก้ไขอย่างสุดชีวิต เพราะทุกคน ก็ทุ่มเทหัวใจในการทํางานปฏิบัติการอย่างเต็มที่ ฉะนั้นการวางแผนล่วงหน้า อย่างเช่น ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้ว่าภาคใต้เมื่อเกิดไฟฟ้าดับ ครม. ก็อนุมัติเงินทันที ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งคาดว่าในการก่อสร้างคงจะแล้วเสร็จภายใน ๓ ปี ซึ่ง ๓ ปีนี้ต้องใช้เวลาทําอีไอเอ ประมาณ ๑ ปี แล้วก็การก่อสร้างอีก ๒ ปี การสร้างโรงไฟฟ้าขนาด ๕๐๐ เควี ซึ่งเราไม่ได้ทําแค่ ๒ เส้น นะครับ ทํา ๔ เส้น ก็ทําให้กระแสไฟฟ้าที่ไปภาคใต้ก็จะไหลสะดวก ฉะนั้นไฟฟ้ามาจากที่ใด ไม่ว่าเราซื้อไฟฟ้าจากโครงการอาร์พีซีซีแล้ว ไฟฟ้าเข้าที่ทางเหนือมันก็สามารถไปส่งภาคใต้ ได้ง่ายเพราะว่าแรงดันมันจะเกิดขึ้นมันก็สามารถจําหน่ายไฟไปได้ก็ได้ประโยชน์ ไม่ใช่ไม่ได้ ประโยชน์ ฉะนั้นไฟฟ้าที่ซื้อขายไฟฟ้าจากที่ใด มาจุดใดจุดหนึ่งของประเทศ ทุกภาคส่วนของ ประเทศได้ประโยชน์ทั้งสิ้นครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิบูลย์ครับ เชิญครับ ผมกําหนด ๗ นาทีครับ ขณะนี้อยู่ในมือผม ๑๓ คนนะครับ เพราะฉะนั้นผมให้คนละ ๗ นาที ใช้เวลา ๑ ชั่วโมงครึ่ง วุฒิสภาต้องประชุมบ่ายโมงครึ่งท่านวิบูลย์เชิญครับ ท่านรัฐมนตรี จะตอบ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมถามแค่โรงไฟฟ้า ๒ โรงมีมูลค่าเท่าไร ท่านรัฐมนตรีจะตอบครับ
ท่านรัฐมนตรีจะตอบแล้วนะ ครับ เชิญท่านนั่งลงครับ
ผมยังไม่ได้ ถามเลยท่านประธาน ให้ผมถามก่อน
ไม่ต้องครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โรงไฟฟ้าที่บริจาคให้กับ ประเทศพม่าผมกราบเรียนว่าเป็นโรงไฟฟ้าที่ปลดระวางแล้ว คําว่า ปลดระวางแล้ว หมายความว่าไม่มีคุณค่า คือต้องตีราคา เท่าไรต้องหาบริษัทประเมินมาตีราคา ดังนั้นผมเอง ก็ไม่สามารถตีราคาได้ ไม่ใช่โรงไฟฟ้าที่สร้างใหม่จึงมีราคา ฉะนั้นโรงไฟฟ้าที่ไม่มีราคาเก็บไว้ เป็นสํารองเท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ
ท่านวัชระ รัฐมนตรีเขาตอบ ไปแล้วนะครับ
มันไม่ใช่ อย่างนั้นท่านประธานครับ ให้ฝ่ายค้านถามบ้างสิครับ
ท่านถามไม่รู้กี่ข้อก็ตอบไป หมดแล้ว
มันเป็น ประเด็นที่เกี่ยวโยงกันครับท่านประธาน ผมสั้น ๆ เลยครับท่านประธาน ผมจะไปการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตบางกรวยแล้ว
พูดแล้วรีบไปเลยนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณ ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ถ้าไม่เปิดไมโครโฟนให้พูดกันก็ต้องไปราชดําเนิน แต่ผม ถามท่านรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ถามต่อท่านว่าโรงไฟฟ้า ๒ โรงที่ท่านจะยกให้กับ ประเทศพม่าเราไปสร้างนี่มูลค่าเท่าไร แล้วท่านบอกว่าต้นทุนเป็น ๐ มันไม่จริงครับ ท่านประธาน เพราะถ้าเอาไปขายซาเล้งก็ยังได้เงินอีกหลายร้อยล้านบาท เพราะฉะนั้น ผมถามท่านรัฐมนตรีว่าโรงไฟฟ้า ๒ แห่งที่ท่านจะไปยกให้กับประเทศพม่ามูลค่าการก่อสร้าง นี่เท่าไร แล้วทําไมท่านถึงไปยกให้ฟรี ๆ ยกให้ตามคําสั่งของใคร มีผลประโยชน์อะไรกัน ในประเทศพม่าถึงไปยกโรงไฟฟ้าของชาวบ้าน ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ๒ โรง ให้ฟรี ๆ
มีผู้ประท้วง ท่านหยุดก่อนครับ
ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นก็เชิญพี่น้องประชาชนไปที่ราชดําเนินเย็นนี้ครับ ขอขอบพระคุณ และผมไปครับ
อย่างนั้นไม่ต้องประท้วง แล้วครับ ไปแล้วนะครับ เชิญครับ ไปเลยนะครับ
(นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)
คุณพุทธิพงษ์ว่าอย่างไร ประท้วงผมเรื่องอะไรครับ พุทธิพงษ์ครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมพยายามยกมือเพื่อจะประท้วงท่านประธาน ในข้อบังคับ ข้อ ๕ ว่าเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะใจเย็นสักนิดหนึ่ง ท่านประธานคงจะจําได้ท่านประธานบอกว่าท่านประธานมีความจําเป็นต้องรีบ เหลือ ผู้อภิปรายอีกประมาณ ๑๓ ท่าน ท่านให้เวลาท่านละ ๗ นาที แล้วพวกเราก็ต้องเข้าใจว่า ในเวลาบ่ายโมงไปแล้วจะต้องมีการประชุมในส่วนของวุฒิสภา ผมเรียนท่านประธานครับ ผมอยากจะประท้วงท่านประธานในข้อนี้ว่าท่านประธานไม่สามารถจะพูดแบบนี้ได้ แล้วบันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ เพราะเนื่องด้วยกฎหมายเราไม่สามารถจะเอาเวลาเป็นตัว กรอบในการพิจารณาได้ เราเอาสาระและข้อมูลและความจําเป็นของกฎหมายครับ ท่านประธาน แต่ถ้าท่านประธานเป็นประธานในที่ประชุมแห่งนี้แล้วท่านบอกว่ารีบ ๆ เรามีเวลาแค่นี้ จะได้รีบ ๆ ผ่าน ผมว่าเรื่องแบบนี้มันทําให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้ เสียหาย ผมไม่ได้ติดใจเลยในเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีท่านจะตอบแบบใด ก็เป็นเรื่องที่ผมก็เคารพ ในส่วนของสมาชิกและท่านรัฐมนตรี แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมประท้วงในข้อบังคับ ข้อ ๕ ผมคิดว่า ท่านประธานทําไม่ถูกต้อง แล้วผมไม่อยากให้บันทึกไว้ในที่นี้ว่ารัฐสภาแห่งนี้ทั้งวุฒิสมาชิก ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจารณากฎหมายแต่ละฉบับมีเวลากันสั้น ๆ เพื่อว่าจะได้ใช้ ห้องประชุมตอนบ่ายโมงต่อไป ผมคิดว่าถ้าไม่ทันก็ยกต่อไปเป็นวันหลังครับ ไม่จําเป็นจะต้อง มาจบตอนนี้ วันนี้ เพราะมันเป็นสิทธิของสมาชิก ไม่ใช่ของผมคนเดียวนะครับท่านประธาน เป็นสิทธิของท่าน ส.ว. และท่านสมาชิกหลาย ๆ ฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐบาลด้วยที่จะมีสิทธิในการถาม ตรงนี้ แต่พอท่านพูดแบบนี้ผมเกรงว่าบันทึกไว้มันจะเข้าใจผิดแล้วจะเกิดความเสียหาย กับสภาแห่งนี้ว่าเราพิจารณากฎหมายไม่ใช่ที่คุณภาพและประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กลายเป็นเรื่องของเวลา รีบ ๆ เอาให้เสร็จ ๆ ผมคิดว่าท่านประธานอาจจะใจร้อนเกินไป นิดหนึ่งครับ อยากให้ท่านทบทวน แล้วไม่อยากให้บันทึกไว้ว่าท่านประธานรัฐสภาได้มีแนว วินิจฉัยแบบนี้ติดต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวท่านจุฤทธิ์อีกทีแล้วผม จะวินิจฉัยนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ เมื่อเช้านี้ผมพยายามประท้วงแล้วครั้งหนึ่งคือเรื่องนี้ครับ ที่สุด ท่านประธานก็วินิจฉัยว่าจะต้องจบก่อนบ่ายโมงครึ่ง ท่านประธานมีโทรศัพท์มือถือไหมครับ ท่านประธานมีโทรศัพท์มือถือไหมครับ ท่านหยิบขึ้นมาเปิดดูครับ พาร์เลียเมนท์ (Parliament) เพิ่งส่งข้อความนัดประชุมให้ ส.ส. ตอน ๑๐ โมง ๑๗ นาที มาส่งข้อความ นัดประชุม ส.ส. ย้ําตอน ๑๐ โมง ๑๗ นาที ท่านนัดประชุม ๑๐ โมง ส่งข้อความเรียกย้ําตอน ๑๐ โมง ๑๗ นาที หลังจากเวลานัดประชุม ๑๐ โมงหลังไปแล้ว แล้วมาตอนนี้ท่านประธาน เร่งอีกแล้ว ไม่เคยเกิดขึ้นนะครับท่านประธานครับ ไม่เคยเกิดขึ้นที่ว่าประธานนัด ๑๐ โมง ข้อความไป ๑๐ โมง ๑๗ นาที ในวันเดียวกันใครจะเตรียมทันละครับ วันนี้เลยมีคําถามมาก ในการอภิปรายอย่างไรครับ พวกเราพยายามจะสอบถามรัฐมนตรี นี่คือเหตุผล แล้วท่าน ประธานจะมาเร่งว่าต้องจบบ่ายโมงครึ่งอีก ถ้าอย่างนี้เอ็มโอยูนี้จะมีประโยชน์อะไรครับ บันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศถึง ๖ ประเทศ เรื่องไฟฟ้าจะมีประโยชน์อะไรครับถ้าท่าน มาเร่งอย่างนี้ ผมเลยบอกว่าท่านประธานอย่าเครียดครับ แล้วก็อยากสอบถามท่านประธาน ว่าบ่ายโมงครึ่งท่านประชุมเรื่องอะไรครับ ท่านจะเร่งเรื่อง พ.ร.บ. ฉบับอื่นหรือเปล่า ที่ผม บอกว่าท่านอย่าเครียดอย่างไรครับ ขอบคุณครับ
ผมขอวินิจฉัยนะครับ ทั้งของท่านพุทธิพงษ์และท่านจุฤทธิ์นะครับ คือที่ผมกําหนดไว้ ๗ นาที ความจริงแล้วที่ กําหนดไว้ ๗ นาที ถ้าเมื่อเช้านี้ท่านวัชระได้อภิปรายใช้เวลาพอสมควรและอยู่ในประเด็นเรา ก็จะจบเรียบร้อยอยู่แล้วนะครับ อันนี้ผมถึงบอกว่า ๗-๑๐ นาที ไม่เป็นไรครับ มันจะเลยเวลา ไปหน่อยก็ได้ การพูดแค่ ๗-๑๐ นาที มันได้สาระอยู่แล้วนะครับ เป็นประเด็นแรก ประเด็น ท่านจุฤทธิ์เช่นเดียวกันนะครับ ความจริงแล้วผมพยายามที่จะบริหารเวลา ท่านไม่ต้องห่วง ครับ เพราะว่าบ่ายนี้วุฒิสภานั้นเราจะประชุมเรื่องของกระทู้ถามกับเรื่องของรายงานของ ส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งเวลามันจะเกินกันบ้างนิดหน่อยไม่เป็นไรนะครับ เพราะฉะนั้น เชิญท่านต่อไป ผมขอตั้งเวลา ๗ นาทีก่อนเพื่อดูสิว่ามันไปได้ไหมนะครับ เชิญท่านวิบูลย์ครับ
กราบเรียนประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม นายวิบูลย์ คูหิรัญ สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหาภาคเอกชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอแสดงความคิดเห็น ผมเห็นด้วยที่ไทยจะไปลงนามเอ็มโอยูในบันทึก ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ทั้งนี้เพื่อจะได้ช่วยในการบริหารให้มีการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า ในภูมิภาคนี้ ทั้งจากประเทศจีน ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศเขมร แล้วก็รวมไปถึงประเทศมาเลเซียด้วย ในการดําเนินการอันนี้ก็คงจะต้องมีการกําหนด มาตรฐานเกี่ยวกับเรื่องสายส่งให้สามารถรับส่งกันได้ แล้วก็ให้มีการลงทุนในภูมิภาค อย่างคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ตามศักยภาพของแต่ละประเทศ โดยคํานึงถึงความยั่งยืนของ สิ่งแวดล้อม ซึ่งการลงนามนี้คิดว่าไทยจะได้ประโยชน์ เพราะต่อไปประเทศไทยซึ่งมีปัญหา ในการที่จะขาดแคลนพลังงานในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามในการที่จะดําเนินการต่อไปก็คง จะต้องคํานึงถึงว่าพลังงานไฟฟ้านี้เป็นสาธารณูปโภค เพราะฉะนั้นเมื่อมีการตั้งศูนย์แล้วจะมี การกําหนดค่าพลังงานไฟฟ้าก็คงจะต้องคํานึงถึงด้วยว่าอันนี้เป็นสาธารณูปโภค เพราะฉะนั้น ในการเจรจาทั้งหลายหรือการตั้งกําหนดค่าไฟฟ้าทั้งหลายก็คงจะต้องคํานึงในเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าเมื่อตั้งศูนย์แล้วก็จะต้องมีการกําหนดมาตรฐานในการคิดค่าพลังงานไฟฟ้าที่จะซื้อ ขายกันที่แน่นอนให้พอดีพอเหมาะ สําหรับศูนย์นี้จะช่วยลดปัญหาการที่จะมีปัญหาระหว่าง ประเทศได้ในด้านพลังงาน เพราะจะสามารถเลือกซื้อพลังงานจากประเทศใดก็ได้ ซึ่งเดิม ประเทศไทยเคยมีกําหนดกําลังสํารองไว้ที่ไม่เกินประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของดีมานด์ (Demand) เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนเมื่อมีปัญหาระหว่างประเทศ ดังนั้นเมื่อมีการตั้งศูนย์นี้ขึ้นมา เราก็สามารถที่จะเลือกซื้อจากประเทศที่ไม่มีปัญหากับ ประเทศเราได้ในช่วงนั้น ๆ ในช่วงนี้ที่ยังต้องมีความจําเป็นที่จะต้องหาพลังงานมาเพิ่มเติม ในช่วงที่ยังไม่มีศูนย์นี้ เพราะฉะนั้นในการที่จะเจรจาซื้อพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นประเภทไบเลทเทอรอล (Bilateral) ก็คงจะต้องคํานึงถึงในการเจรจา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับประเทศพม่า ซึ่งได้ทราบว่าในขณะนี้ในการเจรจานี้ประเทศพม่าจะใช้ระบบค่าไฟฟ้า ที่จะคิดจากประเทศไทย เป็นระบบที่ไปอ้างอิงถึงค่าพลังงานจากน้ํามันหรือจากแก๊ส ซึ่งมีแต่ จะสูงขึ้นเป็นลําดับ เพราะฉะนั้นเมื่อแก๊สหรือน้ํามันสูงขึ้น ค่าไฟฟ้าก็จะสูงขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องคํานึงในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะถือจากประเทศลาวเป็นหลักที่มีคนไทย ไปเป็นผู้ลงทุน ซึ่งในการคิดค่าไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาวนั้น ใช้ระบบเอา ค่าลงทุนมาเป็นตัวตั้ง แล้วก็อาจจะมีบวกกําไร แล้วก็มีการคิดค่าเสื่อม ทําให้ค่าไฟฟ้านี้สูงขึ้น แต่ไม่มากนัก แล้วก็เป็นค่าที่คงที่ เพราะฉะนั้นก็จะทําให้ค่าไฟฟ้าถูก คิดว่าในการเจรจากับ ประเทศพม่าก็ควรจะถือหลักอันนี้ด้วย
ในขณะนี้ทางด้านประเทศไทยเราได้รับซื้อไฟฟ้าโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยซึ่งซื้อจากประเทศลาว แล้วก็มีการแลกเปลี่ยนไฟฟ้ากับประเทศมาเลเซีย ส่วนที่เราขายให้กับประเทศลาว ประเทศพม่า แล้วก็ประเทศเขมรนี้ก็เป็นการขายผ่านระบบ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สําหรับประเทศควรจะมีการตั้งโรงไฟฟ้า ตามที่เพื่อนสมาชิกได้ เป็นห่วงในเรื่องว่าเมื่อมีระบบแล้วจะทําให้ไฟฟ้าอาจจะยังดับอยู่ เพราะฉะนั้นก็มี ข้อเสนอแนะว่าถึงแม้จะมีระบบศูนย์อันนี้แล้ว ทางด้านระบบสายส่งก็ควรจะต้องมีให้มั่นคง แล้วก็ต้องมีกระจาย รวมทั้งโรงไฟฟ้าที่มีก็ควรจะต้องมีให้กระจายเพื่อที่จะให้สามารถรองรับ โหลด (Load) ของแต่ละพื้นที่ให้ได้ ดังนั้นถ้าเผื่อว่าเมื่อไฟฟ้าเกิดปัญหาขึ้น โรงไฟฟ้าแต่ละ โรงก็ควรจะต้องรับให้ได้ ดังนั้นที่จะมีการตั้งโรงไฟฟ้าในที่ต่าง ๆ ก็ควรจะต้องคํานึงถึง ในเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าที่มีการต่อต้านกันนั้นจะเป็นผลต่อในการสร้างโรงไฟฟ้าในที่ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เป็นการกระจายโรงไฟฟ้าออกไปตามพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ที่เป็นห่วง กันมากก็คือจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น จริง ๆ แล้วขณะนี้ทางด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่ ในขณะนี้ ซึ่งสามารถที่จะรองรับค่ามลพิษที่โดยเฉพาะค่าซีโอทูไม่เกิน ๐.๓๘๖ กิโลกรัม ต่อกิโลวัตต์ฮาวร์ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็น่าจะเป็นทางออกได้ เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย ผมขอสนับสนุนในการที่จะไปลงนามในบันทึกในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน นะครับ ต่อไปก็ท่าน พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ เชิญอาจารย์ครับ
เรียนท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายเรื่องบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาล ต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาค ลุ่มน้ําโขง) ท่านประธานครับ ผมคิดว่าข้อตกลงการจัดตั้งหน่วยงานนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ปัญหาที่สําคัญก็คือว่าหลักการดี แต่เมื่อไปสู่การปฏิบัติแล้วจะเป็นปัญหา ผมก็ขออนุญาต ที่จะชี้ประเด็นที่จะเป็นปัญหาในการปฏิบัติเพื่อหวังว่าท่านรัฐมนตรีจะใจกว้าง แล้วก็รับฟัง และนําไปแก้ไข
ในประเด็นที่ ๑ ครับท่านประธาน ในมาตรา ๒ ข้อ ๒ ได้พูดถึงว่า ศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าแห่งนี้จะเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระและมีความ เป็นกลาง ซึ่งตรงนี้เป็นเครื่องหมายคําถามมากว่าจริงหรือ เพราะว่าในการปฏิบัติ ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ วิธีการเจรจา วิธีการทําข้อตกลงมันจะมีในรายละเอียดทางเทคนิคมากมาย และเมื่อเป็นเช่นนั้นคําถามที่ใหญ่มาก ซึ่งเดี๋ยวสักครู่ผมจะพูดต่อไปในเรื่องของ ความเป็นอิสระและความเป็นกลางนั้นจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ไม่ได้พูดถึง ที่สําคัญมากคือเรื่องของความโปร่งใสของการทํางานของหน่วยงาน เราไม่เห็นระบบ มาตรการและกลไกที่จะประกันคุณสมบัติในเรื่องของความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง และความโปร่งใสของหน่วยงาน และยิ่งไปกว่านั้นในเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ คนที่ทํางานหรือเคยเจรจากับประเทศจีนก็จะรู้ดีว่าประเทศจีนมีวัฒนธรรมและพฤติกรรม ในเรื่องการเจรจาอย่างไร พูดง่าย ๆ ก็คือว่าประเทศจีนเมื่อมีอํานาจและอิทธิพล มีข้อตกลง ได้แล้ว เขาจะใช้ความใหญ่ของเขาบีบในทุก ๆ กรณี และวันนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ก็กําลังถูกประเทศจีนบีบในหลาย ๆ เรื่อง ผมไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีได้ตระหนัก ในเรื่องเหล่านี้และเตรียมการในการที่จะแก้อย่างไร จบลงเรามีหน่วยงานนี้ ของ ๖ ประเทศจริง แต่ประเทศจีนเป็นผู้ที่มีอํานาจมากที่สุดในบรรดาสมาชิกทั้งหมด และเป็นผู้ที่จะชี้นํา และในที่สุดประเทศไทยของเราก็จะสูญเสียความเป็นอิสระ และความเป็นกลางในเรื่องเหล่านี้
ในส่วนของมาตรา ๔ ข้อที่ ๒ เช่นเดียวกัน ได้พูดถึงเรื่องของการจัดตั้งระบบ ส่งจ่ายไฟฟ้าแห่งชาติ ในประเด็นนี้ผมคิดว่าประเทศไทย โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยจะต้องมีแผนเรื่องระบบการส่งจ่ายแล้ว แล้วก็ในการชี้แจงกับกรรมาธิการ งบประมาณผมได้ถามเรื่องนี้กับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ทางการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ชี้แจงชัดเจนจะมีการปรับระบบเครือข่ายการจ่ายไฟฟ้า ของประเทศไทย แล้วก็ในแผนก็มีเวลากําหนดไว้ชัดเจน ผมอยากขอความมั่นใจจากรัฐมนตรี ที่จะกรุณาตอบนะครับว่าบทบาทของศูนย์การซื้อขายอันนี้สามารถที่จะทําได้อย่างสอดคล้อง กับแผนการปรับเนชันแนล กริด (National Grid) ของประเทศหรือไม่อย่างไร เพราะว่าส่วนนี้ จะมีความสําคัญอย่างยิ่งทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ และความมั่นคงของ กระแสไฟฟ้าของเรา เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องที่ ๑ ที่ผมอยากจะขออนุญาต ตั้งเป็นข้อสังเกตในเรื่องของข้อตกลงดังกล่าว
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีได้ตอบแล้วนะครับว่าขณะนี้ ประเทศไทยของเราได้มีการทําเอ็มโอยูกับประเทศเพื่อนบ้าน คือประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศจีน ในการซื้อแล้วก็ขายกระแสไฟฟ้า ๑๑,๕๐๐ เมกะวัตต์ แต่ประเด็นที่น่าสังเกตก็ คือเรายังไม่มีข้อตกลงนี้เลยกับประเทศกัมพูชา ทั้ง ๆ ที่ในข้อเท็จจริงเราทราบอยู่แล้วนะครับ ว่าได้มีการเจรจาเรื่องของเขื่อนที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าระหว่างไทยกับกัมพูชา แล้วได้มีการ วางแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าถ่านหินที่เกาะกงนะครับ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้และ ข้อมูลเหล่านี้ก็ได้มีการพูดกันแล้ว แต่คําถามก็คือว่าทําไมเอ็มโอยูระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศกัมพูชาในเรื่องกระแสไฟฟ้าจึงยังไม่เกิดขึ้น ที่เป็นเช่นนี้ทําให้มีข้อสงสัยว่ากระทรวง พลังงานมีวาระซ่อนเร้นอะไรบ้าง ในการทําเอ็มโอยูนี้นอกจากจะพูดถึงจํานวนเมกะวัตต์ที่เรา จะซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ก็จะมีการพูดกันถึงเรื่องราคาหรือประมาณการราคา ซึ่งก็จะทําให้เราสามารถที่จะบอกได้ถึงต้นทุนของกระแสไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งเดี๋ยวสักครู่ผมจะ ขออนุญาตอภิปรายต่อไป เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าข้อตกลงระหว่าง ไทย-กัมพูชา ซึ่งผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็ทราบอยู่ในใจอยู่แล้วนะครับว่าเป็นอย่างไร ขอความกรุณาท่านตอบเพื่อที่จะทําให้การทํางานของท่านโปร่งใส เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ก็จะมีคําถาม แล้วก็มีการตีความและอาจจะทําให้ท่านเสียหายได้
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน จากแผนของทางรัฐบาลนี้ ในปี ๒๕๖๔-๒๕๗๓ ๑๐ ปีนี้ครับ เรามีแผนการซื้อขายซึ่งอยู่ในแผนนั้นจากต่างประเทศเพียงปีละ ๓๐๐ เมกะวัตต์ เท่านั้นเอง รวม ๑๐ ปีก็ประมาณ ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งถ้าดูตัวเลขต่อปริมาณความ ต้องการแล้วน้อยมาก เพราะฉะนั้นการใส่ตัวเลขเพียง ๓๐๐ เมกะวัตต์ ตรงนี้ ผมคิดว่า เป็นตัวเลขพลางนะครับ ไม่ใช่เป็นตัวเลขจริง ท่านรัฐมนตรีกรุณาบอกเราได้ไหมครับว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔-๒๕๗๓ นั้น ประเทศไทยจะซื้อจากต่างประเทศจริง ๆ เท่าไร เพราะว่าถ้าเรา จะซื้อเพียง ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์เท่านั้น ผมคิดว่าความคุ้มค่าในส่วนที่เราจะต้องเสียจากการตั้ง หน่วยงานนี้อาจจะไม่คุ้ม แล้วเราได้ประโยชน์น้อยเกินไป ประเทศไทยจะต้องซื้อมากกว่า ๓,๐๐๐ เมกกะวัตต์แน่นอน เพราะฉะนั้นตรงตัวเลขตรงนี้ท่านแสดงความโปร่งใสบอกกับเรา สิครับว่ามันจริง ๆ เท่าไร เพราะว่าถ้าท่านไม่พูดตัวเลขอันนี้คนก็จะสงสัยท่าน แล้วก็จะ ตีความท่านไปในทางที่ไม่เป็นบวกนะครับ ตรงนี้ไม่เป็นผลดีกับประเทศชาติ ผมคิดว่าเรื่องนี้ เราควรจะต้องสร้างความไว้วางใจ แล้วก็เชื่อมั่นระหว่างกัน ตรงนี้ขอความกรุณาท่าน ช่วยตอบด้วยนะครับ เพราะว่าในปัจจุบันนี้เรามีกระแสไฟฟ้าของเราอยู่ประมาณ ๓๖,๕๐๐ เมกกะวัตต์ แล้วก็ในปี ๒๕๗๓ เราประมาณการว่าเราจะมีไฟฟ้าอยู่ประมาณ ๗๐,๖๐๐ กว่าเมกกะวัตต์ ซึ่งแผนการเพิ่มในแต่ละปีท่านมีนะครับ แต่เพิ่มจากการซื้อจาก ต่างประเทศมีเพียง ๓,๐๐๐ เมกกะวัตต์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านกรุณาตอบ นะครับว่าเพราะอะไร เพื่อที่อย่างน้อยที่สุดนะครับ ถ้าเรากลับไปดูคําถามที่เกี่ยวข้องกับ การเพิ่มของปริมาณเมกกะวัตต์ใน ๑๐ ปี ถึงปี ๒๕๗๓ นั้นราคารับซื้อของเราโดยเฉลี่ย ประมาณเท่าไรครับ แล้วที่สําคัญก็คือว่าค่าส่งกระแสไฟฟ้าที่ผ่านระบบหรือสายส่งของเรานั้น มีมูลค่าเท่าไร เพราะว่าระบบการสายส่งของประเทศของเรานั้น ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ ในตอนต้นว่าเราซื้อจากจุดไหนก็ตาม แล้วขายใช้ที่จุดไหนก็คิดราคาในจุดนั้น ตรงนั้นเป็น หลักการเบื้องต้นถูกต้องครับ แต่ในรายละเอียดของธุรกิจมันจะต้องมีค่าส่งครับ เพราะว่า สายส่งนั้นไม่ได้ส่งกันฟรี ๆ แล้วมันมีเรื่องของการสูญเสียระหว่างการส่ง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่อง ที่รัฐมนตรีควรจะต้องบอกกับเราตั้งแต่ต้นว่าเราจะคิดค่าส่งแบบนี้ แล้วมันมีการสูญเสีย จํานวนเท่านี้ เพราะฉะนั้นราคาจึงเป็นเท่านี้ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเราไม่มีคําตอบนี้นะครับ สิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นที่ว่าง เป็นแดนสนธยาที่ไม่มีใครรู้ และผลประโยชน์ใครจะเป็นผู้ได้ อนาคตจะเป็นผู้พิสูจน์นะครับ และที่สําคัญที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องตอบกับเราว่าระบบสายส่ง ทั้งหมดซึ่งจะเป็นหัวใจสําคัญของการเชื่อมต่อกับ ๖ ประเทศ ระบบสายส่งนี้จะต้องเป็น ทรัพย์สินของชาติเท่านั้น จะแปรรูปไม่ได้ จะขายให้กับใครไม่ได้ เพราะมันเป็นหลักของ ความมั่นคงของชาติของเรา ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรียืนยันตรงนี้ว่าระบบสายส่งทั้งหมด จะเป็นทรัพย์สินของชาติ ไม่มีการแปรรูปหรือขายให้กับใครทั้งสิ้น
ประการที่ ๔ ครับท่านประธาน ราคาค่ากระแสไฟฟ้าขายส่งโดยเฉลี่ยนะครับ ขณะนี้ในปี ๒๕๕๖ มันอยู่ที่ ๓.๐๓ บาทต่อหน่วย แล้วท่านประมาณการว่าในปี ๒๕๕๖ มันจะอยู่ที่ ๔.๔๔ บาทต่อหน่วย ผมถามคําถามง่าย ๆ ว่า ค่าไฟฟ้าเมื่อท่านประมาณการ ค่าไฟฟ้าขายส่งแบบนี้ ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจะต้องจ่ายมันราคาเท่าไรในปี ๒๕๕๖ ต่อหน่วย เพราะว่าท่านคิดโดยสมมุติฐานของอาร์โอไอซี (ROIC) อยู่ที่๖.๕ เปอร์เซ็นต์ ผมถามว่า ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้จะเปลี่ยนหรือไม่ในอนาคต เพราะถ้าเปลี่ยนแล้วจะกระทบกับราคา แน่นอน แล้วตรงนั้นมันก็จะกระทบต่อประชาชนที่จะต้องเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้าในที่สุด ในที่สุด แล้วท่านจะต้องคิดถึงประชาชนที่จะต้องเป็นผู้แบกภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้ และเป็นคนที่จะ แบกมากที่สุด ตรงนี้เป็นคําถามใหญ่ในทางปฏิบัติ หลักการที่ท่านจะไปตกลงตั้งหน่วยงานนี้ ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่พอถึงตอนปฏิบัติแล้วจบลงแปรไปสู่ค่าไฟฟ้าของประชาชนตรงนั้น เป็นปัญหาใหญ่ครับท่านประธานที่เป็นเรื่องที่สําคัญ
ประการที่ ๕ ครับท่านประธาน ทั้งหมดที่ผมหยิบประเด็นที่มาพูดถึงนี้เป็นแต่ เพียงเรื่องหลัก ๆ ที่เป็นหัวใจ แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสของการทําธุรกิจ กระแสไฟฟ้าของประเทศไทยครับ วันนี้ครับท่านประธาน ผมมีความเสียใจที่ต้องเรียน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีตรง ๆ ว่ากระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่ได้รับ ความเชื่อถือจากประชาชนในเรื่องของความโปร่งใสเลย เพราะว่ามีผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น มากมาย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเรื่องเดียวง่าย ๆ แล้วก็เป็นที่พูดกันแล้ว และเคยพูด ในสภานี้แล้วก็คือเกี่ยวกับเรื่องโซลาร์เอ็นเนอร์จี (Solar Energy) พลังงานแสงอาทิตย์ วันนี้ กระทรวงให้ใบอนุญาตไปประมาณ ๒,๐๐๐ เมกะวัตต์ แล้วก็ปฏิบัติไม่ได้ ในประกาศเหล่านั้น ก็บอกแล้วว่าถ้าทําไม่ได้จะต้องยกเลิก ทําไมไม่ยกเลิกครับ วันนี้ท่านรัฐมนตรีประกาศในสภา แห่งนี้ได้ไหมว่าจะยกเลิกเรื่องเหล่านั้นทั้งหมด ผมถามเรื่องนี้กับข้าราชการของกระทรวง พลังงานนะครับ ท่านก็โยนไปบอกว่าเป็นเรื่องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่จะเป็นคนทํา สัญญาพีพีเอ (PPA) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็บอกเป็นเรื่องนโยบายกระทรวงพลังงาน และถ้า จะเอาเรื่องที่ใกล้ตัวมากที่สุด เมื่อไม่กี่วันนี้ท่านได้ประกาศออกมาแล้วนะครับ นโยบาย รูฟท็อป (Rooftop) ปรากฏว่ามีไม่กี่รายเท่านั้นที่ได้ใบอนุญาตจากท่านไป สิ่งเหล่านี้เป็น ปัญหาที่ประชาชนเขาตั้งคําถามว่ากระทรวงพลังงานโปร่งใสจริงหรือ แล้ววันนี้ก็ได้มีการต่อสู้ กันในเรื่องผลประโยชน์ว่ากระทรวงพลังงานผ่าน แต่กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ให้ ร.ง. ๔ เรียกค่า ร.ง. ๔ ใบละหลายล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรี ทราบดีกว่าผมและมีข้อมูลมากกว่าผมด้วยซ้ําไป แต่ตรงนี้เป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า ความน่าเชื่อถือต่อความโปร่งใสในการที่จะรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเป็นธรรมนั้น มันไม่เกิดขึ้นจากธุรกิจกระแสไฟฟ้าของประเทศไทยของเรา และเมื่อเป็นเช่นนี้ประชาชน ก็คิดต่อไปว่าถ้ามีการตั้งหน่วยงานนี้แล้วก็เจรจากับ ๖ ประเทศมันไม่ยิ่งมากมายกว่านี้ อีกหรือ แล้วถ้าอย่างนั้นผลประโยชน์เหล่านี้ไปตกอยู่กับใครและกลุ่มใด ท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับ อย่างนี้ครับ ท่านกนก มีผู้ประท้วง ไม่ต้องแล้ว ท่านจะจบอยู่แล้ว เชิญอาจารย์ว่าต่อครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ท่านประธานก็ทราบดีอยู่แล้วว่า ธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจที่มีผลประโยชน์มหาศาล แล้วก็เกี่ยวข้องกับนโยบายโดยตรง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องของการซื้อไฟฟ้าจาก ประเทศลาวว่ามีจํานวนเท่าไร จริง ๆ แล้วราคาซื้อในขณะนี้มันมากกว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๐ มันจะมากกว่า ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท มันจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนะครับ มันจะเป็นธุรกิจเป็นแสน ๆ ล้านบาทนะครับท่านประธาน เมื่อเป็นเช่นนี้ความโปร่งใสจึงเป็น เรื่องใหญ่มาก แล้วก็ความเป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนที่ต้องรับภาระจึงเป็นเรื่องที่สําคัญ ผมขออนุญาตสรุปกับท่านประธานว่าประเด็นที่ผมอภิปรายมานี้ผมขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรี ผมเป็นห่วง ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือเรื่องของความมั่นคงของกระแสไฟฟ้าของ ประเทศ เราจะมีรถไฟความเร็วสูง เราจะมีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นอีกหลายสายในกรุงเทพมหานคร ผมเคยถามคําถามนี้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้วท่านก็ไม่ตอบผมนะครับ ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานช่วยตอบยืนยันนะครับว่าเรามี กระแสไฟฟ้าพอ เพราะว่าหลังจากปี ๒๕๖๔ ไปแล้ว อัตราไฟฟ้าสํารองของเราจะลดลงทุกปี ตรงนั้นเป็นปัญหาใหญ่ แล้วก็จะเหลืออยู่ประมาณเพียง ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ผมไม่อยากเห็นรถไฟฟ้าที่ลงทุนด้วยเงินมหาศาลแล้วสุดท้ายวิ่งไม่ได้เพราะไฟฟ้ากําลังของเรา ไม่เพียงพอ นั่นคือประเด็นแรกที่ผมเป็นห่วง
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าการรักษาระดับราคาของกระแสไฟฟ้า ไม่ใช่ต่อพี่น้องประชาชนเท่านั้น แต่ต่อภาคธุรกิจของเราด้วยที่จะทําให้ขีดความสามารถของ ระบบเศรษฐกิจของเราสามารถแข่งขันได้ เพราะว่าขณะนี้ในภาคเอกชนก็กําลังพยายามที่จะ ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้ผลิตภาพทางด้านการผลิตของเราสูงขึ้น แต่ต้นทุน ที่รัฐบาลกําลังหยิบยื่นให้กับเขานั้นมันทําให้เขาปรับตัวไม่ทันครับ ขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบว่าแผนการปรับค่ากระแสไฟฟ้าที่จะเอื้อต่อการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี ของภาคเอกชนสัมพันธ์กันอย่างไรในการที่จะรักษาขีดความสามารถของการแข่งขันของ ประเทศไว้ได้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านว่าหลักการนี้เป็นหลักการ ที่ดีของการตั้งหน่วยงาน แต่การปฏิบัติที่มีความโปร่งใส ที่ให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ภาคเศรษฐกิจทุกภาคส่วนของประเทศเป็นเรื่องที่สําคัญ ผมขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรีช่วยพิจารณาอย่างตรงไปตรงมาและถ้าท่านจะพิสูจน์ว่าท่านโปร่งใสจริง กรุณายกเลิกนโยบายที่ท่านปฏิบัติไม่ได้ของพลังงานแสงอาทิตย์เถอะครับ ขอบคุณครับ
ท่านจิตต์ครับ แล้วกลับมา ที่ท่านจุฤทธิ์ พอท่านจิตต์ ท่านจุฤทธิ์ไปท่านสุรศักดิ์ แล้วกลับมาที่ท่านอาจารย์เกียรติ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ท่านประธานครับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องดี และควรจะกําหนดให้มีการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ วันครับ ก็คือวันจันทร์ วันอังคาร เป็นการประชุมวุฒิสภา วันพุธเป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันพฤหัสบดีและวันศุกร์น่าจะเป็นการประชุมของ ส.ส. นะครับ ผมเห็นว่าในปัจจุบันนี้เรื่องที่ค้างพิจารณาอยู่มีจํานวน ๒๕ เรื่อง และวันนี้ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ ๑๙ นะครับเลื่อนขึ้นมานี้ เพราะฉะนั้นการประชุมร่วมกัน ก็จะทําให้เรื่องที่ค้างพิจารณาลดน้อยลงไปหรือหมดลงไป แล้วก็หมดในสมัยประชุมนี้ แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน การแจ้งวันการประชุมของสภาทั้งสองสภานี้ในอดีตนั้น เป็นการแจ้งทางหนังสือก่อนการประชุม ๓ วัน แต่ปัจจุบันนี้ผมเห็นว่ามันได้พัฒนามากขึ้น นะครับ อิเล็กทรอนิกส์ (Electronics) ก็คือโทรศัพท์ เฟซบุ๊ก (Facebook) ไลน์ (Line) แล้วก็การแจ้งในที่ประชุมของรัฐสภาอย่างเมื่อวานนี้ผมว่าเป็นการดี เนื่องจากว่าการประชุม ของ ส.ส. และ ส.ว. เป็นหน้าที่ เป็นอํานาจตามกฎหมายที่จะต้องปฏิบัตินะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องการกําหนดวันเวลาการประชุมจะกําหนดทางใดทางหนึ่งก็ได้ แต่ให้มีการประชุม เพื่อทางฝ่ายบริหารจะเดินหน้าได้ และเรื่องการเลื่อนวาระการประชุมก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมเป็น ส.ว. มา ๕ ปี ๘ เดือน ก็เห็นว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลเวลาประชุมร่วมกันก็จะเลื่อนอย่างนี้ ทุกครั้งนะครับ เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรจะโทษกันนะครับเรื่องนี้ และเห็นว่าบันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิก ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง รัฐบาลของประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง มี ๖ ประเทศครับท่านประธาน ประเทศที่ ๑ คือประเทศจีน ต้นน้ํา ประเทศที่ ๒ คือ ประเทศเมียนมาร์ ประเทศที่ ๓ คือประเทศลาว ประเทศที่ ๔ คือประเทศกัมพูชา ประเทศที่ ๕ คือประเทศเวียดนาม และประเทศที่ ๖ คือประเทศไทย จะเห็นได้ว่าก๊าซประเทศไทยซื้อมา จากประเทศประเทศเมียนมาร์ ไฟฟ้าประเทศไทยซื้อมาจากประเทศลาว และในขณะนี้ ทุกคนก็ทราบแล้วว่าประเทศจีนได้สร้างเขื่อนกั้นแม่น้ําโขงตอนบน แล้วก็ใช้ผลิตไฟฟ้า เท่าที่ทราบประมาณ ๘ เขื่อนตอนนี้ และกําลังจะก่อสร้างอีก ๖ เขื่อน รวมทั้งหมด ๑๔ เขื่อน และเขื่อนที่ว่านี้ก็จะผลิตไฟฟ้าทั้งหมดนะครับ และเท่าที่ทราบในขณะนี้ประเทศลาวกําลังมี การก่อสร้างเขื่อนไทรบุรี กั้นแม่น้ําโขงที่จังหวัดน่านนะครับภาคเหนือเพื่อผลิตไฟฟ้า ขายให้กับประเทศไทยโดยเฉพาะ และที่ผมได้ไปเยือนประเทศลาวพบกับท่านเจ้าแขวงจําปาสัก ก็มีแผนที่จะสร้างเขื่อนจําปาสักกั้นแม่น้ําโขงอีกแห่งหนึ่งเพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ําโขง เท่าที่ผมรู้นะครับ ที่ผมทราบมานี้ ได้ประโยชน์อยู่ ๕ ประการครับ ประการที่ ๑ ได้แหล่งน้ํา ประการที่ ๒ ประชาชนได้ทํา ประมง ประการที่ ๓ ได้ไฟฟ้า ประการที่ ๔ ได้ถนนบนสันเขื่อน และประการสุดท้ายคือ ได้แหล่งท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นในระยะยาวผมก็อยากจะเสนอให้ทางรัฐบาลและกระทรวง พลังงานได้มีความตกลงกับประเทศลาวเพื่อจะสร้างเขื่อน สร้างเขื่อนแม่น้ําโขงครับ เหมือนกับประเทศจีน เหมือนกับประเทศลาวที่กําลังสร้างอยู่ขณะนี้ เขื่อนไทย-ลาว เขื่อนลาว-ไทย ทุกระยะ ๑๐ กิโลเมตร ก็ควรจะสร้างเขื่อนตลอดแนว เพื่อทําอะไรครับ เพื่อจะได้ผลประโยชน์พลอยได้ ๕ ประการที่ผมกล่าวมา ก็คือได้น้ํา ได้ไฟฟ้า ได้ประมง ได้ถนนเชื่อมระหว่างประเทศ ได้แหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติ ได้น้ํานานาชาติ ได้เขื่อนนานาชาติ ได้ไฟฟ้านานาชาติขึ้นมา อันนี้ก็จะเป็นเรื่องดี ก็อยากจะ เสนอรัฐบาลในการดําเนินการที่ว่านี้ สําหรับข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาวนี้ ผมเห็นว่าพี่น้องทางภาคอีสานยินดีนะครับ แต่ก็ขอความกรุณาคนภาคอื่นของประเทศไทย นะครับ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ อย่าไปรบกวนคนอีสานนะครับ อย่าไปรบกวน อย่าไป ต่อต้านนะครับ ให้คนอีสานเขาจัดการเอง พื้นที่ของเขา เพราะฉะนั้นอย่างภาคใต้นี้ไฟฟ้าได้มาจากไหนครับ โรงไฟฟ้าราชบุรี ถ้าประเทศพม่าปิดก๊าซ เมื่อไรไฟฟ้าภาคใต้ดับทั้งภาค ทางภาคใต้อย่าทะเลาะกับประเทศพม่าเป็นอันขาดนะครับ ส่วนเรื่องภาคเหนือหรือภาคอีสานไม่มีปัญหาเรื่องไฟฟ้า ภาคใต้ผมไม่รับประกัน เพราะสร้าง เขื่อนไม่ได้ สร้างโรงไฟฟ้าจากถ่านหินก็ไม่ได้ และปัญหาที่จะสร้างเขื่อนที่ภาคเหนือปัจจุบันนี้ ภาคกลางตอนบนเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าสร้างเขื่อนไม่ได้ที่ภาคเหนือ โอนไปสร้าง ที่ภาคอีสาน ๒๐ จังหวัด และภาคตะวันออก ๕ จังหวัด ไปสร้างให้เขาเถอะครับที่ไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้อภิปรายในวันนี้ก็คือการที่ทางประเทศไทยจะไปทําความตกลง ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลเพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานในการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศ และสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงทั้ง ๖ ประเทศนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน เนื่องจากว่าเป็นประโยชน์ แล้วประเทศเพื่อนบ้านของเราเป็นประเทศเพื่อนบ้านเป็นมิตรที่ดี นะครับ อยากจะให้ประเทศไทยของเราได้สร้างความสัมพันธ์อันดีใน ๖ ประเทศนี้ แล้วในอนาคตปีสองพันที่ว่านี้จะมีการสร้างโครงข่ายคมนาคม สร้างรถไฟความเร็วสูง รถไฟความเร็ว ๒ รางอย่างที่ว่านี้ ผมก็อยากให้พิจารณาว่าไฟฟ้าเราจะเอามาจากไหนครับ เขื่อนก็สร้างไม่ได้ โรงไฟฟ้าก็สร้างไม่ได้ในประเทศไทยเราก็ต้องใช้ไฟฟ้าจากที่อื่น เพราะฉะนั้นเราจะทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้าน ๖ ประเทศนี้ไม่ได้เด็ดขาดครับ ท่านประธาน ขอบกราบขอบคุณครับ ผมขอสนับสนุนอย่างเต็มที่นะครับ
ผมขอเปลี่ยนคิวอภิปราย เป็นท่านเกียรติครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน เกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภารัฐสภา ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นะครับ ก็ขอร่วมอภิปรายตั้งข้อสังเกต
ประการแรก ก่อนที่จะลงในเนื้อหาครับท่านประธาน ก็ขอวิงวอน ฝ่ายเลขานุการและท่านประธานด้วยครับ เรื่องสําคัญครับ เอกสารผมเพิ่งได้เมื่อเช้านี้เอง เมื่อวานนี้ทั้งวันเลยให้เด็กวิ่งหา เขาบอกว่ามีอยู่ที่สภาตอนเย็น ไม่ได้รับเลยครับ เรื่องสําคัญ มากเลย ก็ขอวิงวอนครับ เรื่องสําคัญอย่างนี้กรุณาอย่าให้เกิดมีการนัดอย่างนี้ แล้วก็ไม่ได้ มีโอกาสให้สมาชิกได้เห็นเอกสารในรายละเอียดก่อนที่จะมีการอภิปรายในเวลาที่เหมาะสม ผมไม่เรื่องเยอะนะครับ แต่สั้นมาก เห็นเมื่อเช้านี้ต้องพูดตอนนี้แล้ว ก็ขอความเห็นใจ นิดหนึ่งครับ
ประการที่ ๒ ในภาพรวมนี้ผมรู้สึกเป็นกังวลนิดหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องนี้ ถ้าบอกว่ากลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง ท่านประธานทราบไหมครับประเทศไทยไม่สังฆกรรม ด้วยทําไม่สําเร็จหรอกครับ เรามีน้ําหนักในการเจรจาต่อรองสูงมาก ในเชิงภูมิศาสตร์นี้เรามี ความได้เปรียบหลายประการ แต่พอผมไปดูในเนื้อหาของบันทึกความตกลงนี้ เหมือนเป็น บันทึกความตกลงเชิงตั้งรับมากกว่าเชิงรุก ที่พูดอย่างนี้กติกาที่เขียนในนี้เป็นกติกาเหมือนกับ เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพามากกว่าประเทศที่เป็นแกนหลัก แล้วท่านก็บอกเองนะครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีพูดว่าประเทศอื่นเขาเซ็นกันไปแล้ว เรายังรออยู่ แล้วใครเป็นคนเขียน กติกาล่ะครับ เราเป็นหนึ่งในแกนหลักไม่ใช่หรือครับ เราได้เปรียบมากเลย แต่ทําไม เรากลายเป็นแกนตามแล้วครับตอนนี้ เนื้อหาที่เขียนไว้ในนี้ทั้งหมด ประการแรกที่เห็น ได้ชัดเจนเลยครับไม่มีสภาพบังคับเลย ท่านไปอ่านดูในรายละเอียดทุกมาตรานะครับ แล้วชัด ๆ ก็มาตรา ๑๔ ไม่มีสภาพบังคับ แล้วท่านจะเขียนไปทําอะไรครับ ไม่มีสภาพบังคับ และไม่ได้มีการกําหนดกติกาอะไรไว้เลย เป็นบันทึกที่ง่าย ๆ สั้น ๆ เจตนาดี แสดงเจตนา ซึ่งกันและกัน แต่กําลังจะทําเรื่องสําคัญมากเลย เรื่องที่มีผลประโยชน์สูงมาก เงินซื้อขาย ไฟฟ้าแต่ละประเทศสูงมาก ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าดูในเนื้อหามันอ่อนเกินไปกับการที่ประเทศไทย เป็นประเทศที่เป็นหลักพอสมควร
ท่านเกียรติครับ กําลังน่าสนใจ ผมขออนุญาตพักประชุมสัก ๑ นาที เข้าห้องน้ําหน่อยนะครับ เดี๋ยวมาฟังต่อ นะครับ
ได้ครับ ผมเป็นกําลังใจให้ครับ
ขอพัก ๑ นาทีนะครับ
พักการประชุมเวลา ๑๒.๕๗ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๒.๕๘ นาฬิกา
เริ่มการประชุมต่อเลยครับ
ท่านประธานครับ เป็นครั้งแรกที่ผมอภิปรายแล้วประธานตื่นเต้นมากจนต้องเข้าห้องน้ํา นะครับ ควรจะบันทึกไว้นิดหนึ่งนะครับ ผมกําลังโยงไปประเด็นว่าผมอ่านบันทึกความตกลง อันนี้แล้วรู้สึกว่าเราเป็นประเทศหลักที่ได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์แต่ไม่ใช้ประโยชน์เลย กติกา ที่เขียนไว้ไม่มีครับ เช่น ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านรัฐมนตรีตอบให้ชัดนะครับ กรรมการ ที่ตั้งขึ้นมาในศูนย์นี้ตัดสินใจด้วยวิธีไหน ใช้ฉันทามติหรือเสียงข้างมาก เสียงข้างมาก กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่มีครับ มีไหมครับกติกา ไม่มี การกําหนดราคานี้เรื่องใหญ่มาก ผลประโยชน์ สูงมากนะครับในการซื้อขาย แต่ไม่มีรายละเอียดที่ปรากฏไว้เลย
อีกประการหนึ่งที่เขียนไว้ในนี้แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจนะครับ อ่านดูถอดรหัส รู้สึกมันไม่ค่อยชอบมาพากลเท่าไร ต้องถามรัฐมนตรีให้ยืนยันกับสภาแห่งนี้ว่า ศูนย์ประสานงานนี้มีสิทธิกําหนดราคากับที่ซื้อขายโดยภาคเอกชนหรือเปล่า หรือรัฐต่อรัฐ อย่างเดียว ผมอ่านไปนี่นะครับ มันมีรายละเอียดที่เขียนอยู่ในนี้บอกว่า ความร่วมมือ ของศูนย์เองกับองค์กรอื่น ๆ ด้วย พอองค์กรอื่น ๆ นี้มันตีความได้หมดเลยครับ แล้วผม เชื่อว่าศูนย์นี้ตั้งใจจะประสานกับผู้ค้าที่เป็นเอกชนด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นเรื่องใหญ่เลยครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นรัฐมนตรีต้องมีความชัดเจนว่ากติกาของการดําเนินการของศูนย์นี้คืออะไรแน่ ในเอกสารไม่มีนะครับ กติกาเรื่องการกําหนดค่าไฟฟ้ากําหนดอย่างไรครับ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยของเทคโนโลยี ต่าง ๆ นานา และการอุดหนุนภายในประเทศไม่มีพูดถึงหรือครับท่านรัฐมนตรี ไม่มีพูดถึง แล้วกติกาท่านกําหนดอย่างไรครับ ปกติแล้วต้นทุนในการก่อสร้างก็ต่างกัน การชดเชย อุดหนุนในการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีบางประเภทก็มีการอุดหนุนภายในแตกต่างกันในแต่ละ ประเทศ แล้วท่านใช้กติกาอะไรครับในการกําหนดราคาซื้อขายค่าไฟ ใช้ค่าเฉลี่ยหรือเปล่า แล้วค่าเฉลี่ยนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงมีการทบทวนหรือไม่ ท่านตกลงซื้อขายเซ็นสัญญากี่ปี ไม่มีเลย ไม่มีเขียนเลยนะครับ แล้วท่านเขียนไปเพื่อตั้งศูนย์ พอตั้งศูนย์เสร็จท่านบอกศูนย์ ก็ไปทํากันเอง แต่ทําเรื่องที่ซื้อขายกันทีเป็นหมื่นล้านบาทแสนล้านบาท ท่านรัฐมนตรีจะให้ รัฐสภาแห่งนี้อนุมัติอย่างนี้หรือครับ ท่านต้องยืนยันสิครับ นโยบายเรื่องค่าไฟเป็นอย่างไร ประเทศไทยแสดงตัวอย่างให้เห็นแล้วครับ ๒ ปีที่ผ่านมาค่าพลังงานทั้งโลกถูกลง ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ หักอัตราแลกเปลี่ยนแล้วถูกลง ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ทําไมประเทศไทย มีค่าไฟฟ้าแพงขึ้น ๑๔.๗ เปอร์เซ็นต์ตามรายงานของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ท่านรัฐมนตรีไม่เคยตอบผมนะครับ ผมถาม ๓-๔ รอบในสภาแห่งนี้ท่านไม่เคยตอบ แล้วท่านแค่คุมพลังงานในประเทศยังไม่ได้เลยครับ แล้ววันนี้ท่านจะไปมีกติกากับ ต่างประเทศ ระหว่างประเทศ ซื้อขายกันเอง แล้วในขณะที่ประเทศไทยเป็นแกนหลักมีความ ได้เปรียบ ท่านก็ไปเขียนความตกลงหลวม ๆ ผมคิดว่ารัฐสภาแห่งนี้ต้องการข้อมูลมากกว่านี้ นะครับ ในนี้ไม่มีการพูดถึงเรื่องการอุดหนุนเลยครับ เรื่องที่สําคัญที่สุดในเรื่องการซื้อขายกัน ระหว่างประเทศต้องดูกติกาเรื่องการอุดหนุนครับ ในแต่ละประเทศมีนโยบายทางการเมือง หรือนโยบายในการสนับสนุนธุรกิจแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน และเทคโนโลยีแต่ละประเทศ ไม่เหมือนกัน ท่านไม่มีเขียนเลยครับกติกา ถ้าประเทศหนึ่งอุดหนุนมาก อีกประเทศหนึ่ง อุดหนุนน้อย ทําไมต้องซื้อขายราคาค่าไฟในราคาเดียวกันครับ ประเทศหนึ่งผลิตจากเขื่อน มาก ต้นทุนในการผลิต ต้นทุนก่อสร้างแพงใช่ครับ แต่ต้นทุนในการผลิตมันถูกกว่า ทําไมต้อง ซื้อในราคาเดียวกับประเทศที่ผลิตโดยก๊าซธรรมชาติซึ่งราคาสูงหรือถ่านหินในราคาเดียวกัน กติกาเรื่องนี้ท่านไม่ได้พูดถึงเลยครับ ผมก็ต้องขอความชัดเจนว่าในที่สุดแล้วเอ็มโอยูนี้ เซ็นไปแล้วประเทศไทยได้ประโยชนอย่างไรบ้างครับ หรือเป็นประโยชน์กับคนที่อยู่ในศูนย์ ที่สามารถจะไปเกี้ยเซียะเรื่องราคากันได้ในการซื้อขายระหว่างกันเอง ทีนี้ถ้าเกิดมันเป็นการ ซื้อขายกันระหว่างรัฐต่อรัฐเท่านั้นผมคงจะสบายใจมากกว่านี้ครับ แต่ที่เขียนไว้ในนี้ผมเข้าใจ ว่าสามารถซื้อขายกับเอกชนได้นะครับ เพราะไม่มีข้อห้ามในนี้ พอเป็นเอกชนปั๊บไม่มีกติกา ท่านรัฐมนตรีต้องมีความชัดเจนเพื่อให้สภาแห่งนี้ตัดสินใจได้นะครับ แล้วผมต้องถามรัฐมนตรี จริง ๆ ครับที่ผมอภิปรายตอนต้นไปเลยบอกประเทศไทยถ้าไม่ร่วมด้วยเขาเกิดไม่ได้ วันนี้ สามารถกลับไปเจรจาได้ไหมให้มันดีกว่านี้ ให้มันเป็นประโยชน์กับประเทศมากกว่านี้ครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ เป้าหมายเชิงความมั่นคงของพลังงาน ท่านไม่มีเขียนนี้เลยครับ ท่านไปพูดเรื่องราคาเรื่องการซื้อขาย เรื่องการเก็บข้อมูล แต่ไม่มีเรื่องเสถียรภาพของพลังงาน เลยครับ ซึ่งความจริงมันควรจะเป็นเป้าหมายที่สําคัญที่สุดในเรื่องความตกลงระหว่าง ประเทศด้านการซื้อขายไฟฟ้าหรือการซื้อขายด้านพลังงาน แล้วเรื่องนี้จริง ๆ ในกรอบของ อาเซียนเองมันมีเรื่องกริดทางไฟฟ้า โครงข่ายทางไฟฟ้า และมีโครงข่ายเรื่องก๊าซ มันจะไป เชื่อมโยงกับก๊าซอย่างไร แล้วผลบังคับจากข้อตกลงตามศูนย์นี้ ที่ศูนย์นี้ไปมีกําหนดกติกากัน แล้วในที่สุดใครเป็นคนรับผิดชอบครับ กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือส่วนไหนของกระทรวงพลังงาน เป็นคนรับเรื่อง มาแล้วไปปฏิบัติ ไม่ชัดนะครับ หรือรัฐมนตรีคนเดียวเป็นคนรับเรื่องจากศูนย์ แล้วรัฐมนตรี ไปสั่งการต่อ ท่านประธานครับ ถามจริง ๆ ครับท่านประธานเคยเห็นข้อตกลงที่มันหลวม ขนาดนี้ไหมครับ ผมไม่ทราบเลยนะครับว่ากระทรวงพลังงานมีบทบาทในการสนับสนุน หรือทํางานร่วมกับศูนย์นี้อย่างไร ในนี้ไม่เขียนเลยครับ พูดง่าย ๆ ขอไปตั้งศูนย์ ศูนย์ทําอะไร ก็ทําไป แล้วศูนย์เชื่อมโยงกับรัฐบาลอย่างไร ท่านช่วยบอกผมทีหนึ่งครับ แล้วถ้าอย่างนั้น ใครรับผิดชอบ ตรงนี้ที่น่าสนใจ บอกด้วยนะครับ บอกว่าจะไปมีการจัดเตรียมหลักเกณฑ์ร่วม สําหรับในการวางแผนระบบไฟฟ้ามาตรฐานทั่วไปทางด้านเทคนิค ท่านกําลังจะตั้งมาตรฐาน ของกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงหรือครับ มีเป้าหมายในเรื่องการฮาร์โมไนซ์ (Harmonize) เรื่องมาตรฐานทางเทคนิคด้วยหรือครับ ผมถามท่านนิดหนึ่งครับ ในประเทศเราฮาร์โมไนซ์ หรือยัง ท่านประธานครับ รัฐมนตรีคุมทุกหน่วยงานด้านการไฟฟ้าใช่ไหมครับ ท่านทราบไหมครับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกับการไฟฟ้านครหลวงคนละมาตรฐานท่านทราบหรือเปล่าครับ ทําไม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็น ๓๓ เควี ๑๑ เควี ทําไมการไฟฟ้านครหลวงเป็น ๒๔ เควี ๑๒ เควี ๓๖ เควี แต่ละกลุ่มมันสร้างมาไม่เหมือนกัน ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือในตอนต้น ไม่เหมือนกัน มีมาตรฐานหลายมาตรฐาน ประเทศไทยเองยังมีหลายมาตรฐานเลย ท่านประธาน แล้ววันนี้ท่านกําลังบอกว่านี่จะไปกําหนดมาตรฐาน เอาอะไรครับ ประเทศลาว กับประเทศเวียดนามเป็นมาตรฐานประเทศฝรั่งเศสครับ ของประเทศจีนเป็นมาตรฐาน ของเขากําหนดเอง ประเทศพม่าเป็นมาตรฐานของประเทศอังกฤษบางส่วน เป้าหมาย คืออะไรครับตรงนี้ มันไม่มีความชัดเจน ก็ต้องขอคําชี้แจงจากทางรัฐมนตรีด้วย เรื่องที่สําคัญ มาก ๆ คือกติกาในเรื่องของการกําหนดราคาครับ ผมขอให้ท่านชี้แจงให้ชัดนะครับ ท่านผูกพันกับสภานี้ท่านต้องอภิปราย แล้วต้องตอบคําถามนี้ว่าจะไปกําหนดกติกา กันอย่างไร แล้วพอกําหนดแล้วทําไมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต้องทําตาม สมมุติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยบอกว่ามันต่ํากว่าต้นทุนผมไม่ปฏิบัติตาม ทําได้ไหมครับ แล้วตรงนี้มันไม่มีสภาพบังคับกับหน่วยงานใดเลยของประเทศไทย แล้วถ้าอย่างนั้นท่านตั้งไป ทําอะไรครับ เสียงบประมาณ แต่ผมก็เห็นนะครับว่าจริง ๆ พออ่าน ๆ ไป พอไปถึง บางมาตราชักเห็นครับว่าท่านเองไม่ได้ตั้งใจจะเอางบประมาณไปใส่ ท่านต้องการเงินบริจาค เงินช่วยเหลือเยอะ แต่ก็ไม่เขียนกติกาอีก ในมาตรา ๑๒ เรื่องการเงิน ท่านบอกงบประมาณ ในการดําเนินงานของศูนย์นี้คือเงินที่ได้จากประเทศสมาชิกแต่ไม่บอกสัดส่วนครับ ประเทศไทยเทียบการใช้พลังงานแล้วสูงกว่าหลายประเทศมาก หรือถ้าเทียบพลังงาน ที่ซื้อขายกันจริง ๆ แล้วกําหนดสัดส่วนตามพลังงานที่ซื้อขายจริงหรือเปล่า แล้วการซื้อขาย พลังงานไม่ใช่เฉพาะไฟฟ้านะครับ ของประเทศไทยเราซื้อก๊าซจากประเทศพม่ามาผลิตไฟฟ้า ในประเทศ นี่ละครับ สับสนมากเลยครับ กติกาคืออะไร แล้วแต่ละคนมี ๕ ประเทศ แต่ละ คนจ่ายเงินเข้าศูนย์นี้เท่ากันหรือตามสัดส่วนอะไร ไม่เขียนนะครับ แล้วประเทศไทยจะอนุมัติ อย่างไรครับ ให้รัฐสภาแห่งนี้อนุมัติอย่างไร เหมือนขอแบลงก์เช็ค (Blank Cheque) ผมจะ ตั้งศูนย์แต่ไม่บอกว่าสัดส่วนที่ผมจะต้องรับผิดชอบในระหว่าง ๕ ประเทศคือเท่าไร ไม่เขียน นะครับท่านประธาน รัฐมนตรีตอบหน่อยครับว่ากติกาคืออะไร แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น ท่านประธานอ่านต่อดูสักนิดครับ บอกว่าสามารถรับเงินบริจาคจากผู้บริจาค อันนี้สนุก เลยครับ ช่องโหว่อย่างนี้ผมไม่มีวันเห็นด้วย ผู้บริจาคในด้านกิจการพลังงานและไฟฟ้านี้ นะครับ ขาใหญ่ทั้งนั้น ถ้าขาใหญ่บริจาคเข้าศูนย์นี้ได้ มีอิทธิพลไหมครับ แต่ท่านก็เขียนต่อไป เหมือนกับทําให้เราสบายใจ แต่ผมก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี เพราะท่านเขียนต่อไปว่าต้องไม่มีผล ต่อการตัดสินใจ ทําไมเขียนอย่างนั้นล่ะครับ เขียนอย่างนี้อ่อนที่สุดครับ ใครเป็นคน รับผิดชอบว่าไม่มีผลครับ ใครเป็นคนตัดสินว่าคนนี้บริจาคได้หรือไม่ได้ ง่าย ๆ ถ้าจะเอาจริง ๆ บริษัทเอกชนห้ามบริจาคครับ เงินต้องมาจากรัฐอย่างเดียวจะได้ไม่มี ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน อ้ายนี่รับได้จากทุกคนเลยนะครับท่านประธาน แล้วทุกคนก็จะบอกผมให้คุณแต่ไม่ต้องมามีผลกับการตัดสินใจนะ แค่นั้นพอไหมครับ รัฐมนตรี เขียนอย่างนี้ครับ แล้วท่านให้พวกเรารับที่จะเห็นชอบให้ท่านไปดําเนินการแบบนี้ หรือครับ ผมคิดว่ามันไปไม่ได้นะครับ ไปไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะถ้าเรื่องนี้ทั้งหมดอย่างที่ผม เรียนท่านประธาน ถ้าเป็นเรื่องเฉพาะรัฐต่อรัฐนะครับ ผมบอกโอเคเลย แต่ที่เขียนไว้ ทั้งหมดนี้เอกชนเข้าได้หมดเลยครับ แล้วมันจะต้องมีเรื่องผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้อง อย่างมากทีเดียว พอมาถึงเรื่องขององค์กร ท่านเขียนไว้เฉยเลยครับ ว่าจะได้รับสิทธิพิเศษ และความคุ้มครองเท่าที่จําเป็น ใครกําหนดว่าจําเป็นแค่ไหนครับ ท่านไม่เขียนกติกา ท่านเขียนอย่างนี้ หลวมมาก แล้วใครครับเป็นผู้กําหนดในที่สุด มีอํานาจไหมครับ กรรมการศูนย์มีอํานาจไหมในการจะไปกําหนดว่าผมนี่ต้องได้รับความคุ้มครองเท่านี้ กําหนดได้ไหมครับ แล้วถ้าประเทศ ๕ ประเทศที่เป็นประเทศสมาชิกไม่ปฏิบัติตาม เพราะบันทึกนี้ไม่มีสภาพบังคับ และไม่มีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานใดเลยของรัฐบาล ของทุกประเทศ ท่านจะให้ไปปฏิบัติอย่างไรครับ ท่านรัฐมนตรีก็จบสถาบันเดียวกับผมครับ แต่ทําไมท่านส่งงานมา ท่านรัฐมนตรีครับ มันไม่ค่อยได้มาตรฐานนะครับ ขออภัยครับ รู้จักกันดี แต่มันไม่ไหวครับ ถ้าเนื้อหามันไปไม่ได้ผมก็ต้องพูดตรง ๆ ผมทําหน้าที่ครับ ท่านรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องส่วนตัว มาตรา ๑๔ เขียนไว้ท่านประธานดูตามผมครับ แก้ปัญหา ข้อขัดแย้ง เขียนอย่างนี้มันไม่ได้แก้ปัญหาข้อโต้แย้ง บอกถ้ามีปัญหาข้อโต้แย้งคุยกันดี ๆ นะ สรุปคือที่ท่านเขียนคืออย่างนั้นครับ แล้วมันมีประโยชน์อะไรครับ มันไม่มีสภาพบังคับ อะไรเลย ท่านเปิดช่องจะตั้งกรรมการเพื่อไปนั่งกําหนดราคาซื้อขายกันระหว่างประเทศ เท่านั้น แล้วแถมว่ากรรมการชุดนี้รับเงินบริจาคจากใครก็ได้ แต่บอกต้องเป็นอิสระ เขียนว่า ต้องเป็นอิสระ แต่โครงสร้างไม่เป็นอิสระก็ได้ ผมคิดว่าท่านประธานต้องพิจารณาให้ดีนะครับ ว่าการยื่นเข้ามาอย่างนี้ ผมเรียนย้ําอีกทีนะครับ ประเทศไทยไม่ร่วมด้วยอันนี้ไม่เกิด เพราะเชิงภูมิศาสตร์ต้องผ่านไทย พูดง่าย ๆ ถ้าท่านประธานใช้ระบบสายส่งในประเทศ ตรงภาคอีสาน ติดชายแดน ติดประเทศลาว ท่านประธานสามารถรับไฟฟ้าด้านตอนบน ที่ส่งเข้ามาจากประเทศลาวผ่านเขื่อนต่าง ๆ ผลิตผ่านเขื่อนต่าง ๆ ส่งมาผ่านประเทศไทย เข้าไปขายประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนใต้ได้ทั้งหมดเลยครับ ที่ท่านกนก ขออภัย เอ่ยนามท่าน ที่ท่านพูดถึงถูกต้องเลยครับ ค่าส่งละครับ ค่าขนละครับ ไม่มีเขียนครับ ตรงนี้มันจะสร้างปัญหา มันเหมือนกับว่าตั้งขึ้นมาเพื่อไปนั่งกําหนดราคากันเองแล้วในที่สุด ก็ไปเลือกปฏิบัติกันเองในแง่ว่าใครจะทําก็ได้ ใครไม่ทําก็ได้ ไม่มีสภาพบังคับ ผมถาม ท่านประธานจริง ๆ ครับ ถามรัฐมนตรีด้วยครับ ทําไปทําอะไรครับ เสียเงินเปล่าครับ เพราะ มันไม่มีสภาพบังคับอะไรเลย แต่ในมุมกลับมันจะมีศูนย์ที่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก ทางการค้าเชิงพาณิชย์ที่ใครสามารถเข้าถึงได้คนนั้นได้ประโยชน์ แล้วขาใหญ่ทั้งหลาย ผมมั่นใจเลยครับ ล็อบบี้ (Lobby) แน่นอน แทรกแซงแน่นอน พยายามที่จะเข้าถึงคนที่ไปนั่ง เป็นกรรมการแน่นอน อย่างนี้หรือครับเป็นโครงสร้างที่เราอยากได้ ถามรัฐมนตรีจริง ๆ ครับ ประเทศไทยได้ประโยชน์จริงหรือครับ ถ้าท่านเขียนกติกาไว้ชัดเจน ผมก็คงจะพิจารณาได้ แต่เท่าที่เห็นผมยังไม่เห็นรายละเอียดที่ทําให้ผมมั่นใจว่าศูนย์นี้จะทําในสิ่งที่เป็นประโยชน์ กับประเทศไทยและมีความโปร่งใส อิสระจริง ๆ อย่างที่เขียนไว้ ขอคําชี้แจงนะครับ เพราะที่ผ่านมานี้ผมถาม ๑๐ ข้อในเรื่องพลังงาน ตอบผมข้อเดียวก็บุญแล้วครับ อีก ๙ ข้อ ไม่ยอมตอบ อย่างวันนี้ผมย้ําอีกที ผมยังติดใจครับ ราคาพลังงานทั้งโลก ราคาน้ํามันทั้งโลก ใน ๒ ปีที่ผ่านมามันถูกลง ๓ เปอร์เซ็นต์ ทําไมประเทศไทยประชาชนทุกคน คนไทยทุกคน ต้องจ่ายเงินค่าไฟแพงขึ้น ๑๔.๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านตอบผมครับ แล้วตอนนี้ท่านจะไป ตั้งเครื่องมือในการที่จะไปนั่งกําหนดราคากันเอง แทรกแซงได้ ไม่มีกติกาที่ชัดเจน ไม่มี ความผูกพันอะไรกับหน่วยงานใดเลยของประเทศ ทําไปทําไมครับ ขอคําตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านพลเอก สุรศักดิ์ แล้วกลับมาที่ท่านศุภชัยนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตามปกติเมื่อรัฐมนตรีได้เสนอบันทึกความเข้าใจหรือ ร่างข้อตกลงเข้าสู่สภาผมมักจะเชื่อคําชี้แจงของท่านรัฐมนตรีท่านอื่นนะครับ ไม่ใช่ท่านนี้ มาโดยตลอด แล้วก็ให้ความเห็นชอบนะครับ แต่จากบทเรียนที่เกิดขึ้นจากโครงการทบทวน แหล่งเงินกู้โครงการรถไฟฟ้าสีม่วงนี่นะครับ ทําให้ผมเห็นว่าทางรัฐสภาต้องปรับปรุงตัว นะครับ จะต้องทํางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและให้ความสนใจต่อหน้าที่ที่กําหนดไว้ อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๑๙๐ ถ้าสมมุติว่าไม่ให้ ความสนใจประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับแทบจะไม่เกิดขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาหลายท่านก็ได้อภิปรายข้อมูลซึ่งจะเป็นประโยชน์และส่งผลกระทบ โดยตรงต่อพี่น้องประชาชน ผมมั่นใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่นั่งอยู่ท่านทราบครับ ว่าในอนาคตเราต้องขาดแคลนพลังงานแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานไฟฟ้า แต่พี่น้อง ประชาชนซึ่งอยู่ข้างนอกโอกาสที่จะเห็นตัวเลขข้อมูลนี้แทบไม่มีเลยนะครับ คราวนี้ผม ก็เสียดาย ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ได้ใช้เสียงข้างมากไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ โอกาสข้างหน้าบันทึกความเข้าใจแทบจะไม่มีโอกาสที่จะผ่านสภาให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบเลย
คําถามข้อแรกที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่า เมื่อเขาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ร่างข้อตกลงวันนี้เราพูดถึงเรื่องเอ็มโอยูบันทึก ความเข้าใจ สเตป (Step) ต่อไปก็คือร่างข้อตกลง ท่านรัฐมนตรีจะแก้ไขช่องโหว่ของบันทึก ความเข้าใจนี้ที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้กรุณาชี้แจงให้หมด ให้ดีขึ้นหรือไม่ อันนี้เป็นคําถาม ประการแรกนะครับ ขอความกรุณาท่านช่วยให้ความมั่นใจว่าท่านจะดําเนินการตรงนี้ เพราะว่าในข้อมูลก็มีการแบ่งรับแบ่งสู้ว่าร่างความตกลงไอจีเอ็มอาจจะไม่เป็นหนังสือสัญญา ที่จะต้องออกพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้นก็อาจจะไม่ต้องอะไรต่าง ๆ พวกนี้ ผมไม่อยากให้ รัฐมนตรีทําเช่นนี้ครับ อยากให้ทําไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ เดิม ถ้าเผื่อเป็นไปได้ท่านควรจะไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนด้วยเพื่อตัดปัญหา ทั้งปวง
คําถามข้อที่ ๒ รัฐมนตรีก็ได้พูดแล้วว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากบันทึก ความเข้าใจฉบับนี้มีค่อนข้างจะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสุขภาพหรือด้านสิ่งแวดล้อม สําหรับประเทศไทยใช่ครับ แต่สําหรับ ประเทศเพื่อนบ้านต่อไปเอ็นจีโอ (NGO) ต่าง ๆ ก็จะแอคทีฟ (Active) มากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งซึ่งเราลงนามไปมันอาจจะไม่ได้ผลในทางปฏิบัติ ผมถามว่ารัฐบาลได้มองเห็น ปัญหาเรื่องนี้ในอนาคตและเตรียมวิธีการที่จะไปชี้แจงให้ประชาชนของประเทศเพื่อนบ้าน เขาเข้าใจหรือยัง
คําถามข้อที่ ๓ ประโยชน์ที่จะได้รับก็คือการขยายโอกาสในการลงทุนในธุรกิจ ของประเทศไทยโดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากเขื่อนของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ผมยังไม่เห็นว่า รัฐบาลได้ทุ่มเทที่จะทําสิ่งนี้จริงจังเท่าไรนะครับ เพราะว่าไม่ปรากฏในนโยบายที่ท่านแถลง โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน แล้วที่ผ่านมาด้านความโปร่งใสก็ทําให้ผมเองมีความสงสัยว่า หลายเรื่องที่รัฐบาลทํานี้ท่านต้องการทําเพื่อหาทุนเพื่อประโยชน์ในทางการเมืองหรือไม่ มันเปรียบเสมือนมวยล้มนะครับ เพราะว่าเมื่อท่านไม่อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่าน เพราะว่า เมื่อท่านไม่อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านการอภิปรายหรือขอความเห็นชอบจากรัฐสภา แล้วท่านก็แอบไปตกลงกันเองได้ บางครั้งก็อาจจะไปยอมล้มมวย ไม่ยอมต่อสู้เท่าที่ควร ตรงนี้ขอให้ท่านอย่าหาว่าผมมองในแง่ร้ายนะครับ เพราะว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาทําให้ผมคิด อย่างนั้นไม่ได้นะครับ
ผลประโยชน์ต่อไปนะครับ ที่เขียนว่าโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นผู้ชี้นํา ในการกําหนดมาตรฐานด้านการวางแผน การปฏิบัติการ และการกําหนดข้อเทคนิค รวมทั้ง กฎระเบียบในการซื้อขายไฟฟ้าในอนุภูมิภาค ผมยังหวั่นใจครับท่านประธาน เพราะว่า เมื่อเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็จริงอยู่เราอาจจะมีความเหนือกว่า แต่ถ้าเผื่อไปเปรียบเทียบกับประเทศจีนแล้ว ผมไม่เชื่อครับ เพราะว่า ๑. เขาทําเขื่อนได้เอง เขาหล่อ เขาทําตัวกังหันน้ํา กังหันมาปั่นไฟฟ้าได้เอง เขาทําเสาไฟฟ้ามากกว่าเรา ของเรา โรงงานเรานิดเดียว แล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววว่ารัฐบาลจะทุ่มเทโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ตรงนี้นะครับ ที่ผ่านมาก็เห็นไปทําเรื่องไร้สาระ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องออกกฎหมาย นิรโทษกรรมอะไรก็ไม่รู้นะครับ เพราะฉะนั้นเขียนว่าที่จะเป็นผู้ชี้นํา ท่านจะเป็นได้ไหม
คําถามต่อไป สืบเนื่องจากการที่จําเป็นที่จะต้องตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อ ขายไฟฟ้าในภูมิภาค อันนี้รัฐบาลก็ยังบอกไม่ชัดว่าท่านอยากที่จะให้ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของ สํานักงานหรือไม่นะครับ ผมขอเสนอความเห็นครับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าในเมื่อเราต้องซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านเขารอบไปหมดนะครับ ยกเว้นประเทศ กัมพูชา ถ้าเผื่อเราไม่ตั้งศูนย์ในประเทศ โอกาสที่จะไปเจรจาต่อรองอะไรต่าง ๆ มันยาก ปัจจุบันนี้ประเทศต่าง ๆ ก็อยากจะตั้งตัวเองให้ประเทศของตัวเองเป็นที่ตั้งศูนย์องค์กร ระหว่างประเทศเช่นนี้ เพราะมันมีศักดิ์ศรี มีเกียรติยศในสังคมโลก รวมทั้งได้ผลประโยชน์ ในด้านการท่องเที่ยวอะไรด้วย แต่ผมไม่ได้ยินรัฐมนตรีพูดว่าท่านต้องการที่จะผลักดัน คราวก่อนผมก็ผิดหวัง องค์การลูกเสือโลกเขาจะมาตั้งแข่งกันระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศมาเลเซีย เราไม่สู้ ท่านประธานครับ เราไม่สู้หรือเราล้มมวยก็ไม่ทราบ ไปตั้งที่ ประเทศมาเลเซียเรียบร้อย เป็นที่น่าเสียดาย ทั้ง ๆ ที่ลูกเสือในประเทศไทยมีตั้งเยอะแยะ ประเด็นนี้ผมขออยากให้ท่านรัฐมนตรีท่านยืนยันต่อรัฐสภาเลย ว่าท่านจะผลักดันต่อสู้ ไม่ล้มมวยนะครับ ให้ศูนย์ประสานงานที่จะตั้งขึ้นนี้อยู่ในประเทศไทย โอกาสที่ท่านจะไป ต่อรองกับประเทศอื่นเขาก็จะมีมากขึ้นนะครับ ท่านประธานผมขอต่อนิดได้ไหมครับ มันเป็นเรื่องสําคัญ เกินไม่นานครับ เกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการลงทุน ผมยังไม่เห็นรัฐบาลทําอะไร เห็นการผ่าน พ.ร.บ. ให้เอกชนร่วมทุน ในกิจการของรัฐผ่านไปแค่ฉบับเดียว มันยังมีรายละเอียดอีกเยอะครับ ทั้งหมดนี้จําเป็น ที่จะต้องให้รัฐสภาทุ่มเทเวลาในการทํางานนะครับ อย่าไปทําเรื่องไร้สาระที่ผมพูดไปแล้ว ไม่ซ้ําอีก
ประการต่อไป เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงในการจัดหาพลังงานของไทย ก็ทราบอยู่ว่าเราโดนต่อต้านหมด เรา ไม่ใช่ใคร คนไทยด้วยกันเอง อย่าไปโกรธเขาครับ ว่าเขามาต่อต้านเพราะอะไร ผมโทษภาครัฐว่า ๑. ไม่ได้ทุ่มเทที่จะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ผมมั่นใจรัฐมนตรีพลังงานเข้าใจนะครับ ที่ประเทศญี่ปุ่นเจริญก้าวหน้าอยู่ได้เพราะไฟฟ้าถูก เขามีโรงงานไฟฟ้าปรมาณู ประเทศไทยก็ต้องมีนะครับท่านประธาน ผมพูดอย่างนี้นะครับ เพราะเราไม่มีทางที่จะไปเอาอย่างอื่นแล้ว ถ้าสมมุติว่ายังไม่ทุ่มเทที่จะไปชี้แจงว่ามันต้องหา พลังงานไฟฟ้าสํารองให้มันมากขึ้น สมัยที่เราไปเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ กําลังสํารองของ ไฟฟ้าเรามากพอทําให้ประเทศไทยเราได้เสวยสุขได้ทุกวันนี้ ขอเรียนให้ทราบ ก็ไปบอก ทีมยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรคท่าน บอกให้เบา ๆ เสียบ้าง อย่าไปกล่าวหาว่าทั้งหมด พวกทหารพวกปฏิวัติทําให้เสีย ท่านเองทําให้เสียมากกว่านี้ บ้านเมืองมันแตกแยกแล้ว ท่านประธานครับ การเตรียมการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผลกระทบกับประเทศเพื่อนบ้าน ชายแดนนะครับ ที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลไหนอยากจะไปทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้าน มีบางรัฐบาลเท่านั้นที่ไปชี้ไปยุยงชักศึกเข้าบ้าน ในกรณีซึ่งแหล่งไฟฟ้าผลิต ไฟฟ้าที่อยู่ ในประเทศเพื่อนบ้านเขาต้องปิดเพื่อซ่อมบํารุงวัสดุอุปกรณ์อะไรต่าง ๆ พวกนี้ ผมถามว่า รัฐบาลนี้ได้แก้ไขหรือยัง คราวก่อนเราผ่านบทเรียนมาเรื่องโรงงานไฟฟ้าที่ประเทศพม่า เขาปรับปรุง ท่านประธานครับ อย่าไปฟังคนทักท้วงประท้วงผมในเรื่องไร้สาระนะครับ
ท่านจะจบแล้วครับ จะจบแล้ว
ผมขอถามว่า ณ บัดนี้รัฐบาลสํานึกผิดหรือยังที่ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ขอบคุณครับ
ท่านประสิทธิ์ไม่ต้องแล้ว นะครับ จะเสียหายอะไร ประท้วงอะไร บอกมาด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอประทานอภัย ท่านประธานและสมาชิก เนื่องจากว่าความจริงตอนแรกเห็นผู้อภิปรายอภิปรายดี น่าสนใจ ผมก็ให้การสนับสนุน ผมชื่นชมนะครับ แต่ใกล้จะจบ ท่านผู้อภิปรายทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ กล่าวให้ร้ายว่าเป็นเพราะรัฐบาลทําการไม่ดี อย่าไปโทษเรื่องการรัฐประหาร ว่าอย่างนั้น ผมบอกรัฐบาลมาจากประชาธิปไตย ผมว่าเป็นประโยชน์ แต่ว่าจะไปชื่นชมการรัฐประหาร มันไม่ได้ครับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
ครับ ความจริงท่าน พลเรือเอก สุรศักดิ์ ท่านก็อภิปรายของท่านนะครับ ไม่เป็นไรครับถ้าจะพาดพิงอะไร นิดหน่อย อภัยกันได้นะครับ เชิญท่านศุภชัยครับ และต่อที่หมอเจตน์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็น ในสิ่งที่รัฐบาลได้เสนอขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในวันนี้ ในประเด็นเรื่องของพลังงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ความร่วมมือ กรอบความร่วมมือต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง หรือเกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจียน (Greater Mekong Subregion) ได้มีมาโดยตลอด ในหลายเรื่องหลายราว และผมคิดว่ากรณีดังกล่าวนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่รัฐสภาเราควร จะต้องให้ความสําคัญ เพราะเรื่องที่เรากําลังจะพูดคุยกันนี้ก็เป็นเรื่องกรอบความร่วมมือ ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนายุทธศาสตร์ในด้านพลังงานของ อนุภูมิภาค หรือที่เราเรียกกันว่าจีเอ็มเอส เอนเนอร์จี สเตรทีจี (GMS Energy Strategy) ท่านประธานที่เคารพครับ จุดประสงค์ในการที่มีกรอบความร่วมมือในกลุ่มจีเอ็มเอส ก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นถ้อยคําที่เราจะ เริ่มใช้กันในหลาย ๆ มิติมากขึ้น ประเด็นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกลุ่มจีเอ็มเอสก็ตาม วัตถุประสงค์ ๓ ซี (3C) ที่เราพูดกันก็คือ คอนเนคทิวิตี(Connectivity) คอมเพททิทีฟเนส (Competitiveness) และคอมมูนิตี (Community) ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องมาทํา ความเข้าใจกันว่าจริง ๆ แล้วเรื่องของยุทธศาสตร์จีเอ็มเอส เอนเนอร์จี สเตรทีจี นั้นก็เป็น เรื่องสําคัญที่ประเทศเรา ซึ่งเป็นประเทศที่มีความต้องการในพลังงานจากแหล่งต่าง ๆ ที่อยู่ ในรอบ ๆ ของเราก็คือกลุ่มอนุภูมิภาคนี้นะครับ ก็มีความจําเป็นที่จะต้องพิจารณากัน สิ่งที่อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาก็คือว่าวันนี้ต้องพูดกันตรง ๆ ว่า ความพร้อมและความได้เปรียบของประเทศในกลุ่มจีเอ็มเอสนั้นเป็นประเทศกลุ่มประเทศ ที่มีความพร้อมในเรื่องของพลังงานอย่างมากมาย มีความโดดเด่นในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่นํามาผลิตเป็นเชื้อเพลงได้ที่แตกต่างกันไป เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยก็มีทรัพยากร ธรรมชาติที่มีอยู่ค่อนข้างมากนะครับ มีก๊าซธรรมชาติที่พบกันอยู่ทั่วไป แล้วก็ประการสําคัญ ก็คือทรัพยากรด้านบุคคลแล้วก็เทคโนโลยีทางด้านพลังงานของเราก็มีอยู่สูง ในขณะที่ ประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาวก็มีแร่ธาตุ เชื้อเพลิง ถ่านหินอะไรต่าง ๆ มากมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือมีการพัฒนาทางด้านพลังงานทางด้านโรงไฟฟ้าพลังงานน้ํา จํานวนมาก ซึ่งเราก็ได้ใช้ประโยชน์จากประเทศลาว ส่วนประเทศพม่าก็ไม่ต้องพูดกัน เพราะเป็นประเทศที่ปิดประเทศ แล้วก็มีความสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูง ประเทศกัมพูชาเองแม้ว่าแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอาจจะไม่มีมาก แต่ด้วยความที่เป็น ประเทศที่มีความมั่นคง ก็คิดว่ายังมั่นคงอยู่ในทางด้านการเมืองก็มีความนิ่งในทางการเมือง ก็คิดว่าก็จะมีความโดดเด่นในการที่จะเสริมสร้างในการที่จะสร้างแหล่งพลังงานใหม่ ๆ หรือเป็นพลังงานทางเลือก ซึ่งรวมถึงอาจจะเป็นพลังงานทางนิวเคลียร์ ซึ่งสามารถที่จะ ดําเนินการได้เป็นจริงด้วยความรวดเร็วและมั่นคง นอกจากนี้แล้วประเทศเวียดนามเอง ก็ถือว่าวันนี้มีการพัฒนาพลังงานอย่างต่อเนื่อง มีโครงการซึ่งเราได้พบว่าวันนี้โรงงานพลังงานนิวเคลียร์ก็ได้มีการเกิดขึ้นที่ประเทศเวียดนาม และมีการเพิ่มเติมขึ้นในอนาคตไม่ช้านี้สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าประเทศมหาอํานาจอันสําคัญ ของโลกก็คือประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ถือว่าเป็นมหาอํานาจในด้านพลังงานที่สําคัญ และเราเองก็มีความใกล้ชิดกับประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางใต้ของประเทศจีนก็คือ มณฑลยูนนาน เพราะฉะนั้นผมว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราจะแสดงให้เห็นว่าในกลุ่มจีเอ็มเอส เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องของพลังงานที่จะมีศักยภาพในการที่จะนํามาใช้ ประโยชน์กับประเทศเราได้ เพราะฉะนั้นกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่เราจะไปทําความตกลง ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีในการที่จะสามารถพลังงานอันเป็นประโยชน์เข้ามาใช้ในประเทศของเรา ต้องยอมรับว่าประเทศเราอาจจะเป็นประเทศที่มีการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับประเทศ หลาย ๆ ประเทศรอบด้านของเรานี้เราใช้เยอะ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเอง ที่จะต้องมีวิธีการอย่างไรในการที่จะสามารถที่จะดึงเอาพลังงานเหล่านั้นเข้ามาสู่ประเทศ ของเราได้ ทีนี้ผมอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพก็คือ ผมมองว่าในขณะนี้ เราจําเป็นที่จะต้องศึกษาดูว่าระบบ ระเบียบต่าง ๆ หรือกฎหมายของแต่ละประเทศเขา มีการพัฒนากันมาอย่างไรในแต่ละประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศเราเองนี้ในเรื่องของ กฎหมายของเราก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เรามีเรกกูเลเตอร์ หรือ คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานซึ่งมีหน้าที่ดําเนินการควบคุมในการออกระเบียบ การขอรับใบอนุญาตต่าง ๆ ในเรื่องของกิจการพลังงาน ซึ่งก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะทําให้แสดง ให้เห็นถึงความเป็นอิสระของเรกกูเลเตอร์ในการที่จะมาควบคุมเพื่อให้ก่อประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องประชาชนในฐานะที่เป็นผู้ใช้บริการ และสามารถที่จะส่งเสริมให้เอกชนเข้ามา ในการที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชนต่อไป ในขณะเดียวกันผมมอง ในแง่ของจีเอ็มเอสในประเทศอื่น ๆ เขาก็มีหน่วยงานในการเข้ามาควบคุมแล้วมีการพัฒนา เรื่องระบบกฎหมายทางด้านพลังงานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านประเทศลาว ใกล้ ๆ ของเราเอง ก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือมีอีดีเอล (EDL) อีเล็กทริค ดู ลาวส์ (Electric Du Laos) ดูลาวส์ ของประเทศลาวเอง หรือไม่ว่าจะเป็นของประเทศพม่า ก็มีเมียนม่าร์ อิเล็กทริค เพาเวอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (Myanmar Electric Power Enterprise) หรือเอ็มอีพีอี (MEPE) เป็นต้น ซึ่งสรุปแล้วเหล่านี้เขาก็มีกฎหมายของเขา เขาเองก็ปกป้อง เรื่องสิทธิประโยชน์ของเขาประเทศกัมพูชาเขาก็มีอีดีซี (EDC) หรือถ้าทางประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีนในทางใต้เขาก็มีอีเลกทริค ซิตี้ (Electric City) นะครับ ในทางด้าน เซาท์เทิร์น เพาเวอร์ กริด (Southern Power Grid) นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็คือเป็นเรื่องซึ่ง แปลว่าวันนี้เราก็ต้องตั้งหลักให้ดีว่าสิ่งที่เรากําลังจะไปทํากรอบความตกลงกับประเทศต่าง ๆ เหล่านี้เราควรจะต้องมีวิธีการอย่างไรสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีก็คือว่าวันนี้สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้มีการเสนอบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นว่า ด้วยแนวทางสําหรับการจัดตั้งปฏิบัติข้อตกลงในเรื่องนี้นะครับ ก็เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องไปดู ให้ดีว่าเรื่องนี้ในที่สุดแล้วการซื้อขายไฟฟ้าในภูมิภาคนี้มันจะต้องมีการทําอย่างไรในเรื่องของ การใช้อํานาจต่อรองที่เป็นประโยชน์ที่สุด สิ่งที่ผมค่อนข้างเป็นห่วงก็คือสิ่งที่ท่านได้เสนอมานี้ มันเป็นภาพกว้าง ซึ่งเราเห็นว่าในที่สุดแล้วการใช้อํานาจของท่านในการเข้าไปดําเนินการ เพื่อหาประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศมันไม่ใช่ของง่าย อํานาจต่อรองมันอยู่ที่การเจรจา ซึ่งตรงนี้สิ่งที่ท่านได้มาขอกับรัฐสภาแห่งนี้ เป็นการขอในภาพกว้าง ๆ หลายเรื่องซึ่งท่านควร จะต้องให้รายละเอียดมากกว่านี้ก็กลับไม่ได้ ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้มีการอภิปรายแล้ว แล้วตรงนี้ในที่สุดมันจะเป็นผลที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายหรือการที่เราควรจะต้อง ได้อะไรมากกว่าที่ควรจะได้แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องไป ดําเนินการ แล้วหลายเรื่องหลังจากนี้นะครับคณะกรรมการประสานงานชุดนี้นะครับ อาร์พีซีซีของท่านก็จะต้องมีกลไกในการออกกฎระเบียบต่าง ๆ นะครับ มีนโยบายเพิ่มเติม เพื่อจะต่อยอดโครงการเดิมให้มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้นเหล่านี้นะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสําคัญที่รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีนี้จะต้องมีหน้าที่ไปกํากับ คณะกรรมการชุดนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ เป็นความน่าเป็นห่วง เพราะเราเองสภาแห่งนี้เราก็ไม่เห็นรายละเอียดว่าสิ่งที่ท่านจะต้องไป ทํามากกว่านี้มีอะไรบ้าง แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นสมาชิกที่อยากจะให้กรอบ ความร่วมมือของกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ําโขงจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ผมก็สนับสนุน ในสิ่งที่ท่านได้เสนอมาครับ ขอบพระคุณครับ
๓ ท่าน สุดท้ายนะครับ คุณหมอเจตน์ ศิรธรานนท์ ท่านรสนา โตสิตระกูล แล้วก็ท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ นะครับ เชิญครับ ท่านละ ๗ นาที
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เอกสารเล่มนี้ผมเพิ่งได้รับเมื่อเช้านี้ ผมคิดว่าในเรื่องนี้เอ็มโอยูของรัฐบาลต่อการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกอานุภาคลุ่มแม่น้ําโขงเป็นเรื่องที่ดี แล้วทางรัฐมนตรีก็สามารถตอบได้ แล้วก็เรื่องที่ดีอย่างนี้เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน แต่ว่าสมาชิก ก็อาจจะติติงหรือมีเรื่องที่ค้านในบางประเด็นดังที่สมาชิกได้อภิปรายมา เรื่องที่ดีอย่างนี้ทําไม รัฐสภาหรือเจ้าหน้าที่ทํางานที่ให้เอกสารเรา โดยเฉพาะทางด้านวิชาการจึงส่งเรื่องมาช้า อย่างนี้ เพราะว่าอันนี้มันเป็นประโยชน์นะครับ ถ้าหากว่าเรื่องที่ไม่ดี เรื่องที่มีผลเสีย เรื่องที่มี สมาชิกอภิปรายมากมายอย่างนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้มันไปเกี่ยวโยง กับเรื่องของแผนงานจีเอ็มเอส ซึ่งได้ฉลองความร่วมมือครบรอบ ๒๐ ปีในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการค้า การอํานวยความสะดวกทางการค้าและการขนส่ง ข้ามพรมแดน ได้ดําเนินการในแผนงานของจีเอ็มเอสทั้งหมดประมาณ ๑๗๙ โครงการ ประกอบด้วยการลงทุนวงเงินรวมสูงถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ คมนาคม พลังงาน โครงการด้านวิชาการต่าง ๆ เหล่านี้ จีเอ็มเอสนี้เป็นความร่วมมือของ อนุภาคลุ่มน้ําโขงซึ่งประเทศหลักก็คือประเทศจีน ในเอกสารที่ท่านให้มานี้มันไม่ใช่ประเทศจีน ทั้งประเทศ มันเฉพาะเขตยูนนาน เพราะฉะนั้นในเขตยูนนาน แล้วก็รวมกับ ๕ ประเทศ ที่เหลือ รวมทั้งประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก แล้วก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายมันก็มี บางประเทศที่ใช้ความเป็นใหญ่ ใช้อิทธิพลความเป็นมหาอํานาจกดดันหรือสร้างอํานาจ ในการต่อรอง เพราะฉะนั้นในการที่เราจะเซ็นเอ็มโอยูในเรื่องของอาร์พีซีซีผมขอใช้คําย่อ มันก็จะต้องเป็นเรื่องที่เราจะต้องระวังมากพอสมควร เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมเห็นด้วย กับเรื่องนี้เพราะว่าเป็นประโยชน์ในการเพิ่มทางเลือก เพิ่มความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน ไฟฟ้าในประเทศ ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากฟอสซิล (Fossil) และช่วยขยายโอกาส ในการลงทุนทางธุรกิจ เพราะว่าโรงงานต่าง ๆ ภาคอุตสาหกรรมจะได้ย้ายโรงงานไปอยู่ใกล้กับ พรมแดน ซึ่งก็จะทําให้มีผลต่อว่าใช้ไฟฟ้าที่มาจากต่างประเทศได้ในราคาถูก ท่านประธานครับ ที่ผมเห็นด้วยเพราะว่าเรามีปัญหาในประเทศอย่างน้อย ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ การปิดท่อส่งแก๊ส จากประเทศพม่าในปีที่ผ่านมาจากปัญหาที่ฐานขุดเจาะ ซึ่งตรงนั้นเรามีปัญหาค่อนข้างมาก อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ทุกคนในที่นี้รู้อยู่แล้ว เพราะว่าเราพึ่งพลังงานจากแก๊สสูงถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องที่ ๒ คือภาคใต้ ๑๔ จังหวัดมีไฟฟ้าดับทั้งภาคเพราะมีโรงไฟฟ้า ไม่พอแล้วก็ดับเพราะสายส่งถูกฟ้าผ่า ท่านประธานครับ ๒ เรื่องนี้มันเพียงแต่เป็นยอดน้ําแข็ง ซึ่งจริง ๆ มันจะมีปัญหาในวันข้างหน้าอีกเยอะถ้าหากว่าเราไม่มีการบริหารจัดการที่ดี เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นด้วยว่าความมั่นคงในการจัดหาพลังงานเป็น เรื่องของความจําเป็น ถึงแม้ผมจะเห็นด้วยแต่ผมมีข้อสังเกตดังนี้นะครับ
ข้อที่ ๑ ที่ตั้งศูนย์อาร์พีซีซียังไม่ได้ถูกกําหนด เพราะว่าเราจะต้องเซ็นรับรอง ในภาคีอนุสัญญานี้ร่วมกับประเทศพม่า เพราะติดกรอบว่าจะต้องนําเข้าในรัฐสภา เช่นเดียวกับประเทศพม่า เพราะฉะนั้นครบ ๖ ประเทศมันก็ถึงจะเลือกที่ตั้งของศูนย์ได้ เพราะว่าจะต้องให้ความเป็นธรรมกับ ๖ ประเทศนั้น แต่เท่าที่ทราบแคนดิเดท (Candidate) มีแค่ ๒ ประเทศ คือประเทศไทยกับประเทศจีน แต่ว่าประเทศไทยได้เปรียบสูงมาก ด้วยภูมิประเทศ ตําแหน่งที่ตั้งของประเทศไทยติดกับประเทศเพื่อนบ้านอีก ๔ ประเทศ ยกเว้นยูนนาน เพราะฉะนั้นในกรณีที่เรามีภูมิประเทศที่ดีมันก็เป็นแนวโน้มที่เราจะได้เป็นศูนย์นะครับ เพราะว่าข้อหนึ่งในการประเมินของคณะกรรมการที่จะเลือกว่าประเทศใดเป็นที่ตั้งของศูนย์ มีการให้คะแนน แล้วก็ความสะดวกของศูนย์อาร์พีซีซีในการติดต่อกับประเทศอื่น ๆ มีคะแนน ๒๐ คะแนน คุณภาพความเป็นอยู่ของชีวิตในด้านสุขภาพ การศึกษาและค่าครองชีพ มีอีก ๒๐ คะแนน จาก ๑๐๐ คะแนน นี่ก็ได้ไป ๔๐ คะแนนแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเกณฑ์ การตัดสินซึ่งจะประกอบด้วยตัวแทนของเอดีบี (ADB) เวิลด์แบงก์ (World Bank) แล้วก็ เอเอฟบี (AFB) ของฝรั่งเศส ตัวแทนจากประเทศออสเตรเลียคือออสเอด (AusAID) กรรมการจากตัวแทนของประเทศเหล่านี้ ของหน่วยงานเหล่านี้จะเป็นผู้เลือกที่ตั้งของศูนย์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าด้วยเกณฑ์ที่เรามีความได้เปรียบนี้เราก็น่าจะได้เป็นศูนย์ของ อาร์พีซีซี เพราะฉะนั้นทางรัฐมนตรีท่านตอบได้ไหมครับว่าในกรณีนี้ความมั่นใจของเรา ที่จะได้เป็นศูนย์นี้มากน้อยแค่ไหน เพราะว่าในความเชื่อผมเองผมคิดว่าการเป็นศูนย์ เราได้ประโยชน์ แล้วเราก็ได้เปรียบ เพียงแต่ว่ามีข้อติติงว่าสัดส่วนของประเทศทั้ง ๖ ประเทศ ที่ลงทุนมันไม่ได้มีความชัดเจน ไม่ได้เขียนมาในเอกสารว่าแต่ละประเทศนี้ลงทุนเท่าไร เพราะว่าตรงนี้มันต้องใช้เกณฑ์การลงทุนที่เป็นสัดส่วน แน่นอนครับมันหนีไม่พ้น แล้วก็ ประเทศที่ลงทุนมากเขาก็ย่อมได้เปรียบ อันนั้นเป็นเรื่องปกติเหมือนกับเรื่องสัญญา อนุสัญญาหลาย ๆ เรื่องที่ผ่านรัฐสภาแห่งนี้
เรื่องที่ ๒ ประเทศไทยไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการลดการใช้พลังงาน อย่างมีประสิทธิผล ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีอาจจะบอกว่าเรามีนโยบายมากมาย มีแผนงานโครงการเยอะแยะที่เราจะลดการใช้พลังงาน แต่ว่ามันเป็นแค่ผิวเผิน การลดการใช้ พลังงาน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมพลังงานสะอาดหรือพลังงาน ทางเลือกอื่นมันเป็นสิ่งที่รัฐบาลทํา หรือกระทรวงพลังงานทํา อย่างคล้าย ๆ กับอย่าง เสียไม่ได้ มันมีความเชื่อจากประชาชนหลายกลุ่ม มีความเชื่อว่ารัฐบาลไม่ต้องการขัดขา ตัวเอง รัฐบาลต้องการประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับ ปตท. ตรงนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบให้ชัดเจน นิดหนึ่งได้ไหมว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องของพลังงานสะอาด เพราะว่าพลังงานสะอาด มันเป็นอนาคตของประเทศ ถ้าหากว่าเราผลักดันจนเอ็มโอยูเรื่องนี้ผ่านรัฐสภาไปแล้ว ท่านให้คํามั่นสัญญาต่อรัฐสภาแห่งนี้ได้ไหมว่าท่านจะคงนโยบาย แล้วก็จะเพิ่มนโยบาย ของพลังงานสะอาดให้มากกว่าที่เป็นอยู่ หรือว่าอย่างน้อยไม่ลดลง เพราะว่าผมไม่แน่ใจ เพื่อนสมาชิกหลายคนก็อภิปรายว่าเสร็จแล้วเมื่อท่านทําเอ็มโอยูเรื่องนี้แล้ว มีความตกลง ในผลสุดท้ายแล้วราคาไฟฟ้าจะถูกลงหรือไม่ ท่านตอบได้ไหมครับว่าราคาไฟฟ้าจะถูกลง หรือเปล่า เพราะว่าถ้าถูกลงมันก็ยิ่งมีปัญหา มันก็จะทําให้คนไทยใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ก็ต้องระวังเหมือนกันนะครับ แต่ว่าถ้าท่านไม่มั่นใจว่าไฟฟ้าถูกลง แต่ว่าอย่างน้อย ผมเชื่อว่าความมั่นคงมันก็จะดีขึ้นนะครับ ถ้าไม่ถูกลง อย่างน้อยก็ต้องชะลอในกรณีที่ ค่าไฟฟ้ามันจะเพิ่มขึ้น แต่ที่แน่ ๆ การใช้แก๊สที่เป็นแหล่งของพลังงานมันก็จะต้องน้อยลง เพราะว่าผมเป็นห่วงเรื่องพีดีพี ๒๐๑๐ (PDP 2010) ที่ท่านพยายามจะลดการใช้แก๊ส แต่ก็ ไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะว่าปริมาณการใช้มันเพิ่มสูงขึ้นมากโดยที่ว่าท่านก็ควบคุมไม่ได้ ตรงนี้ เป็นห่วงนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมคิดว่าในเรื่องของรัฐบาลนี้คงจะต้อง ตอบว่าในเมื่อท่านผ่านเอ็มโอยูนี้ไปแล้วค่าไฟฟ้าจะถูกลง เพราะว่าตรงนี้มันเป็นผลประโยชน์ ของประเทศชาติโดยรวมนะครับ ในเรื่องของพลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานจากกระแสลม พลังงานจากไบโอแมส (Biomass) ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นอนาคต เป็นความมั่นคงของพลังงาน ที่จะยั่งยืนต่อไป ถ้าหากว่าท่านไม่มีนโยบายหรือไม่ผลักดันอย่างชัดเจนในเรื่องพลังงาน สะอาดเหล่านี้แล้ว ผมก็คิดว่าถึงเราจะมีเอ็มโอยู จัดตั้งอาร์พีซีซี เราก็จะลดความเสี่ยงทาง พลังงานลงมาได้ แต่ว่าผลสุดท้ายในระยะยาวแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าเราไม่มีโครงการ ที่จะทําพลังงานสะอาด ผมก็อยากจะฝากไว้เท่านั้น ขอบคุณครับ
ท่านรสนาครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ดิฉันเองก็เห็นเหมือนกับเพื่อนสมาชิกว่ากรณีของการพิจารณาในเรื่องนี้เข้ามาเร็วมาก แล้วก็ เพิ่งได้รับเอกสารวันนี้เอง เพราะตอนแรกยังเข้าใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องอื่น แต่อยู่ ๆ ก็ยก เรื่องนี้ขึ้นมา แล้วก็ใช้เวลาค่อนข้างสั้น ทั้งที่ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของพลังงาน ซึ่งเวลานี้ก็เป็นปัญหาทั่วโลก การที่ทางรัฐบาลจะขอในเรื่อง การทําเอ็มโอยูเกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศ สมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้วว่า ก็ยังไม่ได้มีความ ชัดเจนในเรื่องว่าจะมีผลในการที่จะนํามาปฏิบัติในประเทศอย่างไร ในการที่จะกําหนดที่จะ ให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการซื้อขายพลังงานเหล่านี้ทํางานอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน หรือไปในทิศทางเดียวกัน ก็มีแนวโน้มว่าพอเราตั้งศูนย์เพื่อซื้อขายไฟฟ้านั้น แนวโน้มมัน กลายเป็นว่าประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่จะรับซื้อไฟฟ้าหรือเชื้อเพลิงเพื่อมาผลิตไฟฟ้าใน ประเทศจากประเทศเพื่อนบ้าน แทนที่เราจะมีการกําหนดนโยบายระยะยาวว่า ประเทศไทย ควรจะเป็นประเทศที่ผลิตเพื่อขายให้กับผู้อื่นบ้าง ไม่อย่างนั้นแล้วกลายเป็นว่าประเทศไทยก็ ยืมจมูกคนอื่นหายใจทั้งหมด ข้าวเวลานี้ซึ่งเราเคยเป็นเจ้าใหญ่ในการส่งออกข้าวมี ประสิทธิภาพ มีคุณภาพดี แต่กลายเป็นเวลานี้ข้าวของประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศ เวียดนาม ก็มาสวมสิทธิมาขายในประเทศไทย ตอนนี้กลายเป็นว่าไฟฟ้าเราก็ตั้งศูนย์ขึ้น มาแล้วเราก็จะต้องไปซื้อไฟฟ้าจากที่อื่นอีกนะคะ ในขณะที่ดิฉันคิดว่าทางกระทรวงพลังงาน เองถ้าหากว่าจะพยายามปรับปรุง โดยเฉพาะเรามีแผนสํารองพลังงานไฟฟ้าที่เรียกว่า แผนพีดีพี ๒๐๑๐ ซึ่งเป็นแผน ๒๐ ปี แต่ว่าก็ปรับปรุงทุกปีนะคะ สิ่งที่เราได้เห็นอย่างชัดเจน ในเวลานี้ก็คือว่า พลังงานฟอสซิลนั้นมันมีวันหมดค่ะ แต่ในแผนของรัฐบาลในระยะยาว ในการที่จะส่งเสริมให้พลังงานหมุนเวียนนั้นสามารถเข้ามาทดแทนนั้นก็ยังไม่ได้มีความชัดเจน ในเรื่องนี้ ดิฉันเองเห็นว่าถ้าหากว่าเราจะทําเอ็มโอยูกับประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องการซื้อขาย ไฟฟ้า เราควรจะมีนโยบายเชิงรุกว่าประเทศเราควรจะส่งเสริมเพื่อที่จะส่งขายไฟฟ้าให้กับ ประเทศเพื่อนบ้านบ้าง ไม่ใช่ตั้งศูนย์ขึ้นมาเพื่อจะรับซื้อไฟฟ้าจากคนอื่น แล้วโดยเฉพาะ การรับซื้อไฟในกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ําโขงนั้น ในหลาย ๆ ทางแล้วไปทําลายสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเขื่อนไซยะบุรีซึ่งก็มีการคัดค้านค่อนข้างมาก ซึ่งถ้าหากประเทศไทยซึ่งเป็น ลูกพี่ใหญ่ในภูมิภาคแถบนี้มีภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นศูนย์กลาง แทนที่เราจะไปรับซื้อไฟที่จะทําให้ เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม ดิฉันคิดว่าประเทศไทยควรจะมีนโยบายส่งเสริมอย่างจริงจังนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้หลายประเทศมีข้อมูลที่ตรงกันว่าพลังงานหมุนเวียนนั้นมีราคา ถูกลงมาก ยกตัวอย่างหน่วยงานวิจัยด้านพลังงานทดแทนของบลูมเบิร์ก นิว เอ็นเนอร์จี ไฟแนนซ์ (Bloomberg New Energy Finance) ของประเทศออสเตรเลียรายงานว่าต้นทุน การผลิตพลังงานทดแทนจากพลังงานหมุนเวียนนั้นลดลงอย่างมากนะคะ ยกตัวอย่าง ลมถูกกว่าถ่านหิน ๑๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ถูกกว่าก๊าซ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าพูดถึงพลังงาน แสงอาทิตย์เวลานี้มีราคาลดลงจากเดิม ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่พลังงานฟอสซิลนั้นแพงขึ้น ดิฉันคิดว่าเราควรจะต้องมีการมอง แล้วท่านรัฐมนตรีเองก็กําลังจะปรับปรุงแผนพีดีพี ปีปัจจุบันเป็นแผนพีดีพี ๒๐๑๓ แต่สิ่งที่สังคมได้รับทราบก็คือว่าท่านจะเพิ่มในเรื่องของ พลังงานฟอสซิลเหมือนเดิม ก็คือว่าพลังงานจากถ่านหิน ดิฉันคิดว่าถ้าท่านหันมาส่งเสริม ในเรื่องของพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจังก็จะเป็นสิ่งที่จะช่วยได้มากขึ้น แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้สิ่งที่ระบบเศรษฐกิจทั้งหมดกังวลก็คือว่าทําอย่างไรที่ต้นทุน พลังงานควรจะถูกลงแทนที่จะแพงขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยนั้นราคาพลังงานนั้นไม่มี แนวโน้มว่าถูกลงนะคะ มันจะมีลักษณะว่าแพงขึ้น ประเทศไทยเราคือในแผนของกระทรวง พลังงานที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ดิฉันคิดว่าหลาย ๆ เรื่องที่อยากจะเสนอท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีว่าควรจะมีการพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนอกจากเรื่องของต้นทุนของ เชื้อเพลิงแล้วดิฉันคิดว่าในเรื่องของระบบการขนส่งควรจะต้องมีการปรับปรุง โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง กฟผ. ก่อนที่จะมีการแปรรูปเมื่อหลายปีก่อนที่มีแผนจะแปรรูปได้ปรับปรุง โครงสร้างค่าไฟ ปรับปรุงโครงสร้างการคิดราคาของ กฟผ. โดยอยู่บนพื้นฐานของการลงทุน คือเน้นการลงทุน แล้วก็มีการประกันกําไร ๘.๔ เปอร์เซ็นต์ที่เราเรียกว่าอาร์โอไอซี ๘.๔ เปอร์เซ็นต์ เวลานี้จะบอกว่าเหลือประมาณ ๖.๕ แต่ดิฉันคิดว่าอันนี้มันเป็นโครงสร้าง ที่น่าจะเปลี่ยน เพราะเนื่องจากว่า กฟผ. ไม่ได้มีการแปรรูป เพราะฉะนั้นโครงสร้างตรงนี้ ทําให้ กฟผ. จะต้องเน้นในเรื่องของการลงทุนตลอดเวลา แทนที่จะเน้นในเรื่องการประหยัด การประหยัดซึ่งอยู่ในแผนพีดีพี (PDP) ที่เราเรียกว่าเอนเนอร์จี เอฟฟิเชียนซี (Energy Efficiency) นั้นมีอยู่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าการประหยัดนั้นเรายังเป็นเรื่องของ การประชาสัมพันธ์เรียกร้องจิตสํานึกมากกว่า ในขณะที่ต่างประเทศนั้นการทําอีอี หรือเอนเนอร์จี เอฟฟิเชียนซีนั้นเป็นการลงทุน ดิฉันมีโอกาสได้ไปดูงานที่สหรัฐอเมริกาในปีนี้ นะคะ มีองค์กรในสหรัฐอเมริกานั้นที่เข้ามาประมูล แทนที่จะประมูลสร้างโรงไฟฟ้า เขาประมูลทําอีอี คือประมูลการประหยัดไฟ แล้วเขาจะได้ส่วนต่างตรงจุดนี้ ในสหรัฐอเมริกานั้น เขามีหลักเกณฑ์ข้อหนึ่ง ในรัฐที่ดิฉันไปดูงานนะคะ ไม่ให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่จนกว่า จะพิสูจน์ได้ว่าราคาของการประหยัดนั้นแพงกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่จึงจะให้สร้างนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าในประเทศเราซึ่งอยู่ในประเทศเขตร้อน แสงอาทิตย์เรามีความเข้ม ของแสงดีมาก แต่ว่าในกระบวนการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้ยังไม่ได้ทําอย่างจริงจัง ซึ่งดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าทางกระทรวงพลังงานนั้นจะหันมาส่งเสริมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งระบบที่เรารับมาใช้คือฟีด อิน แทริฟ (Feed in tariff) นั้น เราไปกําหนดที่แตกต่าง จากประเทศอื่นเขา ซึ่งประเทศอื่นอย่างประเทศเยอรมัน ฟีด อิน แทริฟเขาจะกําหนด การชดเชยแอดเดอร์ (Adder) เป็นรายปี โดยเชื่อว่าในแต่ละปีที่เทคโนโลยีทางด้านพลังงาน หมุนเวียนดีขึ้นราคาจะลดลง เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ฟิกซ์ (Fix) แบบเรา เช่นว่ารับซื้อ แสงอาทิตย์แล้วก็มีแอดเดอร์ ๖.๕๐ บาท แต่เขาจะกําหนดเลยว่าถ้าไฟฟ้าของเอกชน ที่เข้าภายในปี สมมุติว่าปี ๒๐๑๓ เขาจะให้แอดเดอร์ ๖.๓ สมมุติอย่างนี้นะคะ พอปีถัดไป ราคาจะลดลงเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นวิธีการแบบนี้จะแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันได้ ซึ่งการ คอร์รัปชันของเราคือการมีการซื้อใบอนุญาตเก็บเอาไว้แล้วก็ไปขายต่อสร้างผลกําไรต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งทําให้การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนนั้นไม่สามารถเป็นไปได้ แล้วอีกประการหนึ่ง ดิฉันเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเมื่อเราทําศูนย์แบบนี้เพื่อซื้อขายไฟฟ้าแล้วค่าไฟจะถูกลงหรือไม่ เพราะในระบบสายส่งของเรานั้นถ้าตราบเท่าที่ กฟผ. ไม่ได้มีการปรับปรุงในเรื่องของตัว อาร์โอไอซี แทนที่จะไปเน้นเรื่องว่าถ้าคุณสร้างโรงไฟฟ้า ๑๐๐ บาทคุณจะได้ผลตอบแทน ๘.๔ หรือ ๖.๕ ก็จะไปเน้นการก่อสร้างมากขึ้น แต่ถ้าเราเปลี่ยนกลับใหม่ว่าถ้าคุณลดได้เท่าไร ลดการสร้างโรงไฟฟ้าเท่าไรให้เขาได้กําไรเพิ่มขึ้น ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้ก็จะเป็นการช่วยทําให้เกิด การประหยัดในระยะยาวนะคะ ในระยะสั้นทางกระทรวงพลังงานจะยังคิดว่ามีราคาแพง แต่ดิฉันคิดว่าในระยะยาวแล้วพลังงานหมุนเวียนเราจะไม่มีต้นทุนในเรื่องของเชื้อเพลิง ในขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงจากฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน ไม่ว่าจะเป็นก๊าซหรือต่อให้เป็น นิวเคลียร์นะคะ ดิฉันคิดว่าต้นทุนเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นในแง่นี้ดิฉันคิดว่าถ้าหากว่า เราจะเป็นศูนย์กลางของการเป็นศูนย์จัดตั้งการซื้อขายไฟฟ้าของอนุภูมิภาคแถบนี้นะคะ ประเทศไทยควรจะมีนโยบายในการที่จะส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนเพื่อขายให้กับประเทศอื่น เพราะว่าในหลายประเทศแม้แต่อย่างประเทศเยอรมันถ้าพูดชัดเจนนะคะว่าภายในปี ๒๕๗๓ หรือปี ๒๐๓๐ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของแผนพีดีพี ๒๐๑๐ นี้นะคะ เขาจะสามารถใช้พลังงาน หมุนเวียน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของอเมริกาก็ยืนยันว่าเทคโนโลยี สําหรับพลังงานหมุนเวียนนั้นที่จะใช้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นไปได้ในปี ๒๕๗๓ ดิฉันเอง หวังว่าถ้าเราจะทําเอ็มโอยูอะไรก็ตามในเรื่องนี้ก็อยากจะขอเสนอว่าขอให้มีการผลักดัน นโยบายพลังงานของประเทศเราให้เราเป็นผู้ส่งออกพลังงาน แทนที่จะเป็นผู้รับซื้อแต่เพียง ฝ่ายเดียวนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราสามารถเน้นในการที่จะเป็นผู้ส่งออกได้ดิฉันเชื่อว่า พลังงานบ้านเราจะถูกลงแล้วก็จะเป็นประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจของบ้านเราค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุดท้ายครับ ท่านสุรเดชครับ
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เรามาพิจารณาในเรื่องบันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิก ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นะครับ ท่านประธานครับ เราเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าทําไมถึงจะต้องนํามาพิจารณาเรื่องจัดตั้งศูนย์ประสานงาน ในการซื้อไฟในประเทศเพื่อนบ้าน ก็สืบเนื่องมาจากว่าประเทศไทยมีความเจริญเติบโต ก้าวหน้าเป็นอันมาก ดังนั้นการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น ความต้องการบริโภคก็มากขึ้น ความต้องการไฟฟ้าก็มากขึ้น ปัจจุบันนี้กําลังการผลิตของประเทศไทยมีประมาณ ๓๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งเราใช้แมกซิมัม (Maximum) ซึ่งเราใช้แมกซิมัมอยู่ที่ประมาณ ๒๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ แม้กระทั่งบางช่วงอย่างเช่นที่ผ่านมาที่พม่าซ่อมท่อแก๊ส ไฟก็ไม่เพียงพอ ทางการไฟฟ้าต้องใช้ไฟสํารองคือจากน้ํามันเตาก็ดี หรือแม้กระทั่งปัจจุบันนี้เราใช้แก๊สถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า แล้วที่เหลือเป็นพลังงานน้ํา พลังงานน้ํา จากเมืองไทยนั้นประมาณ ๒,๐๐๐ เมกะวัตต์ และพลังงานถ่านหินบางส่วน ซึ่งพลังงานหลักนั้น เป็นพลังงานสําคัญ เพราะว่าจะทําให้ต้นทุนการผลิตที่ถูกลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการส่งเสริม พลังงานทดแทนก็เป็นสิ่งที่จําเป็น แต่ว่าเราคงต้องเรียนรู้ เนื่องจากว่าพลังงานทดแทน ในปัจจุบันนี้ราคาสูง อย่างเช่นพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งต้องจ่ายค่าแอดเดอร์ (Adder) ที่ ๘ บาท หรือ ๖.๕๐ บาท ซึ่งรวมค่าไฟฐานแล้วตกประมาณ ๑๐ บาท ทําให้ต้นทุนเราค่าไฟเราแพง ทั้ง ๆ ที่ค่าไฟปัจจุบันนี้อยู่ที่ ๓ บาทกว่าเกือบ ๔ บาท ท่านประธานครับ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เราใช้ไฟพลังงานหลักจากแก๊สถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วต้นทุนค่าไฟจากแก๊สธรรมชาติ ราคาตัวนี้อยู่ที่ ๔ บาทกว่าแล้ว และเมื่อเร็ว ๆ นี้ทางกระทรวงพลังงานได้อนุมัติไอพีพีไป ๕,๔๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งใช้เงินลงทุนถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วปัจจุบันนี้เราซื้อไปจาก ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศลาวนั้นถึง ๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งใช้กันเป็นจํานวนมาก และเราเองก็มีความตกลง เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราต้องซื้อไฟฟ้า เพราะเราเป็นประเทศผู้บริโภค พลังงาน แล้วปี ๒๕๕๘ เราเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งตามความตกลงนี้ทางรัฐบาล เองที่จะขออนุมัติในสภาแห่งนี้ในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศ ในประเทศลุ่มแม่น้ําโขงนั้น ผมคิดว่าในหลักการเห็นด้วยนะครับ อย่างประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์นั้นเป็นศูนย์กลางทางการเงิน เราคงปฏิเสธไม่ได้ ศูนย์กลางการคมนาคม ทางเรือ หรือแม้กระทั่งศูนย์กลางด้านน้ํามันเชื้อเพลิง เราเทียบราคากลางที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ส่วนไฟฟ้านั้นมันไม่สามารถที่จะลอยมาได้ มันต้องเดินสาย ซึ่งประเทศไทยได้เปรียบ ทางด้านภูมิศาสตร์ คืออยู่รอบ ๆ กับประเทศอินโดจีนหรือซีแอลเอ็มวี (CLMV) จะเป็น ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนาม ดังนั้นเราเองเป็นผู้ใช้ และประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิต ดังนั้นความตกลงแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขายเป็นสิ่งที่จําเป็น ปัจจุบันนี้ที่ประเทศลาวถึงแม้ว่าไม่มีศูนย์ประสานงานการซื้อไฟฟ้าดังกล่าวนะครับ การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตก็ได้ไปเจรจาซื้อขายไฟฟ้ากันอยู่แล้ว โดยผ่านช่องของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ดี หรือการไฟฟ้าอีแกท อินเตอร์ (EGAT Inter) ก็ดีในการซื้อไฟ ซึ่งเราเองคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเอง ปัจจุบันนี้ซื้อไฟจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศลาวถึงเกือบ ๆ ๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ ฉะนั้นโครงการน้ํางึมก็ดี น้ําเทินก็ดี หรือแม้กระทั่งขณะนี้กําลังก่อสร้างโครงการเขื่อนไฟฟ้าที่ โรงงานไซยะบุรีขนาด ๑,๒๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างในประเทศลาว แต่นักลงทุน โดยคนไทย ผู้รับเหมาโดยคนไทยซัพพลายเออร์ (Supplier) หรือวัตถุดิบมาจากประเทศไทย แล้วขายไฟให้กับไทยในราคาถูก ท่านประธานครับ โครงการนี้ทางคณะกรรมาธิการการพลัง วุฒิสภา ได้มีโอกาสได้ดูงานได้สอบถามถึงความคืบหน้า สอบถามถึงการดําเนินการ สอบถาม ถึงปัญหาอุปสรรคที่วิตกกังวล ที่เพื่อนสมาชิกหรือแม้กระทั่งประชาชนต่าง ๆ วิตกกังวล จะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ดีว่าทางโครงการมีอย่างไร หรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตเป็นอย่างไร เรื่องปลาวางไข่เป็นอย่างไร การดํารงชีวิตหรือการเวนคืนเป็นอย่างไร ซึ่งทางคณะกรรมการ ก็ไปดูและสอบถาม ซึ่งทางโครงการก็ได้ตอบเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ถ้ามองเรื่องของ การซื้อขายราคาไฟฟ้า ราคาไฟฟ้าถ้าเราใช้ไฟฟ้าจากพลังงานจากแก๊สถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นับวันราคาเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันนี้ราคาไฟฟ้าฐานเรา ๓ บาทกว่า ราคาแก๊สเฉพาะไฟฟ้าจาก แก๊สราคา ๔ บาทกว่า และนับวันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามราคาของเชื้อเพลิง ตามราคาของ น้ํามันเตา ซึ่งเป็นที่ทราบได้ว่าราคาพวกนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าเกิดราคาพลังงานประเทศ เพื่อนบ้านโดยเฉพาะพลังงานน้ํา ซึ่งทางคณะได้ไปดูแล้วโครงการนี้สัมปทาน ๒๙ ปีในราคา ที่ขายไฟฟ้าในราคาที่ ๒ บาทกว่าตลอด ๒๙ ปี ท่านประธานครับ ถือว่าถ้า ๒๙ ปีข้างหน้า หรือแม้กระทั่ง ๑๐ ปีข้างหน้าราคา ๒ บาทกว่านั้นผมว่าถูกมาก พอถึง ๒๙ ปีนั้นราคายิ่งถูก ในราคาพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานน้ําซึ่งเราซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าเทียบ กับราคาจากแก๊สฟอสซิล นับวันตอนนี้ ๓ บาทกว่า ๔ บาทกว่า อีก ๑๐ ปีข้างหน้าอาจจะ เป็น ๖ บาทกว่า ซึ่งเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องไฟฟ้าหรือเรื่องพลังงานเป็นปัจจัยสําคัญในการ ผลิต ปัจจัยในการผลิตเป็นส่วนสําคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในการที่จะ เจริญเติบโต เพราะเราเองต้นทุนถ้าเราแพงนั้นคงไม่มีปัจจัยที่จะเป็นเสน่ห์ที่จะดึงดูดนักลงทุน มาลงทุนในประเทศเราได้ หรือแม้กระทั่งคนไทยเองลงทุนก็ทําให้ต้นทุนในการผลิตสูง ซึ่งไม่สามารถที่จะต่อสู้กับประเทศเพื่อนบ้านได้ ท่านประธานครับ โครงการดังกล่าวนั้น ไม่เพียงแต่ที่โครงการประเทศลาว แม้กระทั่งในประเทศเมียนมาร์ซึ่งมีศักยภาพในการผลิต ไฟฟ้าเป็นจํานวนมาก อย่างเช่น โครงการที่ท่าซางซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง ๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ ถ้าเทียบแล้วของบ้านเราเกือบ ๆ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่โครงการนี้ เป็นโครงการที่ในลุ่มแม่น้ําสาละวินใกล้ประเทศไทย แต่ผู้ได้ประโยชน์นั้นคือประเทศจีนได้รับ สัมปทานแล้ว ความตกลงนี้ถึงแม้ว่าไม่มีศูนย์ประสานงาน เราเองก็มีความร่วมมือ เรามีความ ตกลงกันระหว่างเอกชนต่อเอกชน หน่วยงานต่อหน่วยงาน ถ้ามีหน่วยงานกลางที่รับซื้อได้ ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จําเป็นเพราะเราเองเราเป็นผู้ได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ เราเป็นเพียง ผู้ซื้อ แต่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นผู้ขาย ดังนั้นถ้าเราจัดตั้งโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างที่ทาง ท่านรัฐมนตรีบอกว่าประเทศต่าง ๆ ให้ความตกลงแล้ว จะเป็นประเทศจีนก็ดี ประเทศลาว หรือประเทศกัมพูชาหรือประเทศเวียดนามลงนามแล้ว เหลือระหว่างประเทศไทยกับประเทศ เมียนมาร์เท่านั้น ดังนั้นผมคิดว่าคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าต้องมีการจัดตั้ง ผมเองคิดว่า การจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อไฟฟ้าระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้นเป็นสิ่งที่จําเป็น เพราะจะได้มีมาตรฐานกลางหรือหน่วยงานนี้อยู่นะครับ แต่ที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้ อภิปรายถึงข้อวิตกกังวล ผมคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลเองก็คงจะนําไปเป็นข้อสังเกตว่า เราจะวิตกกังวลอย่างไร ที่เพื่อนสมาชิกได้ผ่านมา ท่านประธานครับ ความตกลงระหว่างนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ความตกลง เป็นความตกลงระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยซึ่งต้องยอมรับ และยกเครดิต (Credit) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนะครับว่าเป็นหน่วยงานซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่มีประสิทธิภาพ ดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสําคัญ ก็เรียกว่าการ์ด (Guard) ไม่ตก สามารถต่อรองผลประโยชน์ให้ประเทศเพื่อนบ้าน ให้ประเทศไทยมีไฟฟ้าอย่างเพียงพอ ให้ประเทศไทยมีไฟฟ้าที่ถูกนะครับ อันนี้ยืนยันได้ว่าสามารถต่อรอง แม้กระทั่งบริษัทเอกชน ก็ยังบ่น ๆ ว่า ชาวบ้านเขาพูดว่าอีแกทเคี่ยว ดังนั้นเองอยากจะให้มาตรฐานนี้ที่การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยรักษาไว้ ทําอยู่นั่นถ้าต่อไปจะมีการจัดตั้งศูนย์แล้วก็ขอให้รักษา ผลประโยชน์ของประเทศชาติเรื่องดูแลความมั่นคงของประเทศ ดูแลเรื่องราคาที่เหมาะสม ที่ถูก คนทําธุรกิจนั้นคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องมีกําไร แต่มีกําไรที่เหมาะสม ที่พอสมควร ดังนั้นเองก็ควรจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ รักษาผลประโยชน์ของประชาชน เป็นสําคัญ อันนี้ที่จะฝากไว้นะครับ แล้วก็ข้อต่าง ๆ นั้นเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็ ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลนะครับว่า โดยส่วนตัวเห็นด้วยในการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่งประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงนะครับ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายไฟฟ้าในภูมิภาคนี้เพราะเราเองเป็นศูนย์กลางได้เปรียบทาง ภูมิศาสตร์อยู่แล้ว แต่ว่าขอให้กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือการเจรจาต่อรองรักษา ผลประโยชน์บนพื้นฐานของประเทศชาติเป็นสําคัญครับ ขอบคุณครับ
ผมปิดอภิปรายนะครับ อภิปรายหมดครบทุกท่านแล้วนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงนะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกรัฐสภาผ่านท่านประธานรัฐสภาที่ได้แสดงความคิดเห็น ให้คําแนะนํา ให้กับกระทรวงพลังงานเรื่องเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลในการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง หรือเรียก ย่อ ๆ ว่า อาร์พีซีซีผมอยากจะตอบย้ําเรื่องของศูนย์อาร์พีซีซีอีกครั้งหนึ่งว่ารัฐบาลไทย เองนั้นมีความประสงค์ต้องการให้ศูนย์อาร์พีซีซีนี้จัดตั้งอยู่ที่เมืองไทย เพราะว่าข้อตกลง กรอบบันทึกสัญญานี้แม้มีเพียง ๖ ประเทศ ในกลุ่มจีเอ็มเอสแต่ในอนาคตนั้นเรายังมีอีก ข้อตกลงหนึ่งก็คือในอาเซียน ฉะนั้นในอาเซียนกริดนี้ถ้าดูจากแผนที่ภูมิศาสตร์แล้วจะเห็นว่า ไทยเป็นศูนย์กลางของทุกประเทศ ฉะนั้นการที่ได้เป็นศูนย์กลางของจีเอ็มเอสแล้ว ในอนาคต เราจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียนยิ่งมีโอกาสได้มากขึ้น ขณะเดียวกันเรื่องของศูนย์อาร์พีซีซีนี้ นะครับ จริง ๆ แล้วรายละเอียดต่าง ๆ ที่เป็นข้อตกลงเป็นการร่างบันทึกเท่านั้น รายละเอียด ต่าง ๆ นั้นจะต้องไปร่างกันอีกโดยตัวแทนของแต่ละประเทศที่ตั้งเข้าไป เช่น มาตรฐานเรื่อง แพลนนิง (Planning) เรื่องการปฏิบัติการ เรื่องข้อกําหนดทางเทคนิค เรื่องระเบียบวิธีการ ซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งทุกประเทศนั้นมีข้อกฎหมายแต่ละประเทศแตกต่างกันซึ่งแต่ละประเทศนั้น ก็ต้องไปร่างแล้วก็นํามาใช้ สิ่งสําคัญที่สุดครับ เพื่อให้ท่านสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านรับทราบ ง่าย ๆ ผมขออนุญาตเล่าวิธีการซื้อขายไฟฟ้าในระบบปัจจุบัน อย่างประเทศเราไปซื้อไฟฟ้า จากประเทศลาว เราก็ตกลงกับผู้ประกอบการของประเทศลาวที่ไปลงทุนนะครับ อย่างเช่น ทําเขื่อน ก็ตกลงกับผู้ทําเขื่อนว่าการลงทุนนั้นเป็นเงินเท่าไร ผลตอบแทนไออาร์อาร์ (IRR) เท่าไร ซึ่งการพิจารณานั้นไม่ใช่พิจารณาเฉพาะรัฐบาลไทยกับผู้ประกอบการที่ทําโรงไฟฟ้า เท่านั้น ยังต้องพิจารณาร่วมกับรัฐบาลลาวด้วย เมื่อตกลงกันได้แล้วจึงมีการเจรจาเรื่อง การซื้อขายไฟฟ้า
ประการที่ ๒ คือเรื่องสายส่ง สายส่งนั้นเป็นสิทธิของแต่ละประเทศ อย่างประเทศไทยก็เป็นสิทธิของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นผู้ทําสายส่งทั้งหมด ดังนั้นไฟฟ้าที่ข้ามสายส่งเข้ามา ใครส่งขายไฟฟ้าเข้ามาก็ต้องคิดค่าสายส่งเข้าไปบวกโดยเฉลี่ย เท่ากัน ฉะนั้นทั่วประเทศจึงขายไฟฟ้าในราคาเดียวกัน เพราะค่าไฟฟ้าสายส่งนั้นเราบวกเป็น ค่าก่อสร้างแล้วคิดเป็นค่าไฟฟ้าไปแล้วว่ากี่สตางค์ ฉะนั้นไฟฟ้าที่มาขายจุดปลายทาง เช่นเข้าเชียงรายไปซื้อที่ปาดังเบซาร์ราคาค่าไฟเท่ากัน เพราะว่าค่าขนส่งบวกไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีการแตกต่าง ดังนั้นไม่ใช่ว่าขนไฟจากจังหวัด เชียงรายไปขายจังหวัดยะลาต้องบวกค่าขนส่งเป็นระยะทางอันยาวไกลไม่ใช่อย่างนั้นครับ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน ประเทศอื่นอย่างประเทศจีนเขาจะให้บริษัท ในรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ก่อสร้างสายส่ง ในประเทศลาวยังไม่มีบริษัทสายส่งจริงก็ให้ผู้รับสัมปทาน โรงไฟฟ้านั้นเป็นผู้สร้างสายส่ง ซึ่งปัจจุบันกฎหมายของประเทศลาวก็กําลังจะออกเพื่อให้ สายส่งเป็นของประเทศ แต่ระบบทุกระบบทุกประเทศครับ อย่างประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศไทย ระบบสายส่งประเทศไทยกับประเทศลาวอาจจะใกล้เคียงกัน แต่กับประเทศจีน มีความแตกต่างกัน ส่งเป็นกระแสสลับก็มี ส่งเป็นกระแสดีซี (DC) ก็มี ซึ่งองค์กรนี้จะไปเขียน ระเบียบ วิธีการต่าง ๆ ให้สอดคล้องตรงกันเพื่อให้การซื้อขายไฟฟ้านั้นง่าย ดังนั้นต่อไปราคา ไฟฟ้าที่ซื้อมันจะมี ๒ รูปแบบ รูปแบบหนึ่งคือสมมุติประเทศไทยไปตกลงกับรัฐบาลลาว ในการตั้งโรงไฟฟ้า ๑ โรง หลังจากที่มีองค์กรนี้แล้ว เมื่อตกลงราคากันได้ก็คิดผ่านค่าสายส่ง องค์กรนี้จะมีหน้าที่กํากับดูการจ่ายไฟฟ้า ซื้อขายไฟฟ้าว่ามีจํานวนเท่าไร หรืออย่างไร แต่กรณีขาดไฟเพิ่มเติมจะซื้อจากประเทศลาว ซึ่งองค์กรเรกกูเลเตอร์ของลาวก็ต้องกําหนดว่า ค่าไฟที่ขายระหว่างประเทศนั้นเท่าไร อย่างเช่นประเทศไทยตกลงกับประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันค่าไฟที่เราซื้อฉุกเฉินจากประเทศมาเลเซีย ๑๐ กว่าบาท นั่นคือราคาที่ตกลงกัน แต่ถ้ากรณีที่ซื้อจากโรงไฟฟ้าของประเทศมาเลเซียก็อีกราคาหนึ่ง นั่นคือประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และโรงไฟฟ้านั้นจะต้องตกลงกันซึ่งมีข้อแตกต่าง ทุกอย่างต้องเป็นไปตาม กฎหมายของแต่ละประเทศ อันนี้ก็กราบเรียนให้ท่านสมาชิกทุกท่านรับทราบนะครับ
ส่วนเรื่องเงินงบประมาณค่าใช้จ่ายนะครับ จริง ๆ แล้วค่าใช้จ่ายนี่ องค์กรนี้ จะเป็นองค์กรที่เขาเรียกว่าไม่แสวงหากําไร เป็นองค์กรร่วมระหว่างประเทศจึงไม่มีกําไร ฉะนั้นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทุกประเทศต้องลงทุนเท่ากับหมด เป็นค่าตั้งศูนย์ ค่าดําเนินการ เกี่ยวกับเรื่องของทําการศึกษาวิจัย แต่การลงทุนระหว่างประเทศนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าประเทศนั้น จะลงทุนอย่างไร ส่วนเรื่องของการบริจาคเงินจะต้องไม่มีผลต่อการตัดสินใจของการ ดําเนินการของศูนย์ เช่นสมมุติว่าโรงไฟฟ้าโรงใดโรงหนึ่งมาบริจาคเพื่อจะให้ค่าไฟสูงขึ้นนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าเรื่องค่าไฟเป็นเรื่องของคนละองค์กรกัน องค์กรนี้จะไม่มีอิทธิพล ต่อรัฐบาลทั้ง ๒ ประเทศในการเจรจาค่าไฟฟ้าซึ่งกันและกันนะครับ
คําถามหลายคําถามที่ท่านสมาชิกรัฐสภาพูดขึ้นก็มีสมาชิกรัฐสภาตั้งคําถาม ก็ตอบกันเองหลายคําถาม แต่มีบางคําถามยังไม่ตอบ ผมขออนุญาตตอบในที่นี้เลย เช่น การถามเรื่องแผนพีดีพี ทําไมมีไฟฟ้าตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ มีแผนเพียง ๓๐๐ เมกะวัตต์ วิธีการคิด แผนพีดีพีอย่างนี้ครับ คืออย่างเช่นที่ประเทศกัมพูชาก็มีการวางแผนว่าจะสร้างโรงไฟฟ้า ถ่านหินที่เกาะกง ๒,๐๐๐ เมกะวัตต์ เป็นความคิดเฉย ๆ นะครับ แล้วก็มีการสร้างเขื่อน ผมจําชื่อไม่ได้ที่ชายแดนไทยกับประเทศกัมพูชานี่เขื่อนหนึ่ง เขื่อนสตึงนัม ก็เพื่อจะให้น้ํา เข้ามาอยู่เมืองไทย เขื่อนอยู่ฝั่งประเทศกัมพูชา ซึ่งก็เป็นแนวคิด แนวคิดมันยังบรรจุแผนไม่ได้ จนกระทั่งผู้ลงทุนนั้นไปทําการศึกษาจนกระทั่งมีแนวโน้มแน่นอนแล้วว่ามีโอกาสจะสร้าง ก็จึงมาขออนุญาตกับกระทรวงพลังงานว่าจะบรรจุในแผนว่าจะลงทุนสร้างเมื่อไร แผนไฟฟ้า จะจ่ายเมื่อไร ซึ่งการบรรจุแผนนี้อย่างประเทศเมียนมาร์ก็เช่นกัน โครงการท่าซาง เขื่อนท่าซาง หรือเขื่อนมายตง ๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ เป็นโครงการที่ประเทศไทยต้องการมาก เป็นโครงการ น้ําที่ให้ไฟฟ้าสูงนะครับ ผลปรากฏว่าดําเนินการมาแล้ว ๒๐ ปียังไม่สามารถบรรจุแผนได้ เพราะว่าผู้ประกอบการทําการศึกษาค้นคว้าแล้วยังไม่ได้ผ่านอะไรหลาย ๆ อย่าง ซึ่งกําหนด แผนก็ไม่รู้ว่าจะจ่ายไฟได้เมื่อไร อย่างนั้นบรรจุแผนไม่ได้ ดังนั้นการบรรจุแผนพีดีพี การทํางานของกระทรวงพลังงานก็ต้องมีให้เอกชนมาดําเนินการบ้าง รัฐวิสาหกิจ ดําเนินการบ้าง บริษัทต่าง ๆ ดําเนินการบ้าง แต่ว่าเมื่อมีผล ใกล้สัมฤทธิ์ผลแล้วจึงสามารถ บรรจุแผน
เรื่องระบบสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตประเทศไทยเรานั้นผมยืนยันว่า จะไม่มีการแปรรูปซึ่งมีผู้สอบถาม แล้วก็เรื่องของมาตรฐานของไฟฟ้าประเทศเรายังมาตรฐาน ไม่เหมือนกันอย่างเช่นภาคใต้สายส่งของการไฟฟ้าภูมิภาคอยู่ที่ ๓๓๐ เควี แล้วก็ทาง กรุงเทพมหานคร ๒๒๐ เควี ปัจจุบันรัฐบาลกําลังเปลี่ยนแปลงให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งหมด ซึ่งเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วได้อนุมัติงบประมาณให้การไฟฟ้าภูมิภาคเปลี่ยนสายส่ง ในภาคใต้ไปส่วนหนึ่งจาก ๓๓๐ เควี เป็น ๒๓๐ เควี ซึ่งก็ให้งบประมาณไป เพราะฉะนั้น การจ่ายงบประมาณไปก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปเพราะว่างบประมาณต้องใช้อย่างอื่นด้วยนะครับ แต่ทั้งหมดเราจะมุ่งหมายสู่ในมาตรฐานเหมือนกันนะครับ
เรื่องการกําหนดราคาตอบแล้วนะครับ เรื่องของพลังงาน เรื่องการสร้าง จิตสํานึกในการสร้างเอ็นเนอร์จี เอฟฟิเชียนซี ซึ่งผมขอเรียนว่ากระทรวงพลังงานได้ประกาศ นโยบายนี้ไปแล้วเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ให้เรกกูเลเตอร์ ไปดําเนินการจัดหาผู้ประมูลไฟฟ้าจาก การใช้ไฟฟ้าของบริษัทใหญ่ ๆ หรือตึกใหญ่ ๆ ที่มีใช้ไฟฟ้าถ้าไปดูแล้วใครลดไฟฟ้าได้ก็จะ จ่ายเงินชดเชยให้ ซึ่งคาดว่าในเดือนหรือ ๒ เดือนข้างหน้าก็คงจะมีผลประกาศใช้เพราะอยู่ ระหว่างการศึกษาอยู่ ก็คิดว่าคงจะมีผลเท่านี้ ผมขอตอบเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านเกียรติครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เกียรติ สิทธีอมร ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ก็ขอบันทึก ไว้นิดหนึ่งว่าจริง ๆ ผมถามท่านไปทั้งหมด ๑๑ ข้อ ที่ท่านตอบมาชัดเจนมีข้อเดียว ตอบแบบ คลุมเครือมี ๓ ข้อ ที่เหลือท่านไม่ตอบครับ แล้วมันเป็นสาระสําคัญนะครับ อย่างเช่นกติกา การตัดสินใจของกรรมการศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิก ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงทําอย่างไร ไม่เขียนไว้ในนี้ครับ ท่านไม่ได้ตอบผม ราคาเฉลี่ย หรือราคาต้นทุนที่ไม่เท่ากันท่านทําอย่างไร ท่านไม่ได้ตอบผม ปัญหาการอุดหนุนภายในที่ ไม่เท่ากันท่านก็ไม่ได้ตอบผม ผมถามให้ท่านยืนยันว่าอันนี้รัฐต่อรัฐเท่านั้นหรือรัฐต่อเอกชน ท่านยังไม่ชัด ท่านพูดเหมือนเอกชนก็ได้ ถูกไหมครับ จะได้เข้าใจตรงกันนะครับ สมาชิกจะได้ ใช้ประกอบการตัดสินใจ ถ้ารัฐต่อรัฐเป็นประเด็นหนึ่งเลย อันนี้รัฐต่อเอกชนด้วยใช่ไหมครับ ขอให้ตอบให้ชัด เป้าหมายความมั่นคงด้านพลังงานท่านยังไม่ได้ตอบ การที่ไม่มีโครงสร้าง เชื่อมโยงให้หน่วยงานใดเลยในประเทศต้องปฏิบัติตาม มาตรา ๑๕ เขียนไว้ชัดว่าไม่มีสิทธิ ที่จะไปบังคับ แล้วท่านทําไปจะมีปัญหาต่อไปท่านจะแก้อย่างไร การแก้ปัญหาข้อโต้แย้ง เขียนไว้ท่านก็ไม่ได้ตอบ การลงนามในมาตรา ๑๕ บอกไม่ผูกพันประเทศสมาชิกและไม่จํากัด สิทธิของสมาชิกในการไปซื้อของประเทศอื่นด้วย แล้วมันสวนทางกันไหมครับ คือถ้าถามไปแล้ว ท่านไม่ตอบเลยในส่วนที่เป็นสาระสําคัญจะให้สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจอย่างไรครับ แล้วผม ถามท่านไปอีกข้อ ๓ ครั้งแล้วท่านยังไม่ได้ตอบผมก็คือว่าทําไมประเทศไทยต้องจ่ายค่าไฟ แพงขึ้น ๑๔.๗ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่ราคาน้ํามันในตลาดโลก ๒ ปีที่ผ่านมามันถูกลง ๓ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ
เชิญรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ผม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จริง ๆ แล้วผมตอบแล้วชัดเจนว่าองค์กร บันทึกความเข้าใจนี้เป็นเพียงบันทึกความเข้าใจ ซึ่งแต่ละประเทศ ๖ ประเทศจะต้องไป ร่างรายละเอียด ผมเองคงไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าในอนาคตการร่างระเบียบนี้จะออกเป็น อย่างไร การร่างระเบียบนั้นหลังจากร่างแล้วก็ต้องกลับมาสู่รัฐบาลให้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรายละเอียดตรงนี้เป็นอย่างไร อย่างที่บางเรื่องให้คาดการณ์ก็จะเป็นเพียงนโยบายของ รัฐมนตรีพงษ์ศักดิ์ท่านนี้คนเดียว ซึ่งถ้ามีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีนโยบายอาจจะ เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผมก็ตอบไม่ได้ว่ามันจะเป็นอย่างไร ผมไม่สามารถเอาความคิดส่วนตัว ไปตอบในรัฐสภาแห่งนี้ได้ ขอบคุณครับ
เอาละ ผมได้ข้อมูล การประกอบการตัดสินใจเรียบร้อยนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะขอมตินะครับ
(นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ก่อนจะขอมตินะครับ เชิญสมาชิกแสดงตนครับ ผมจะได้ขอมติบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง เชิญทุกท่าน ได้แสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ทุกท่านแสดงตนเรียบร้อย แล้วนะครับ ส่งผลการแสดงตนครับ สมาชิกแสดงตน ๓๘๖ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม นะครับ
ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่า ท่านจะให้ความเห็นชอบบันทึกความ เข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิก ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงหรือไม่นะครับ เชิญทุกท่านเตรียมลงมตินะครับ ถ้าท่านผู้ใด เห็นชอบกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านไม่ประสงค์จะ ออกเสียงท่านก็กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านลงมติได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านลงมติเรียบร้อย หรือยังครับ ท่านใดยังไม่ลงมติและประสงค์จะลงมติไหมครับ ถ้าทุกท่านลงมติเรียบร้อยแล้ว ผมปิดการลงมติ ส่งผลได้ครับ ท่านสมาชิกเห็นชอบ ๔๗๒ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๑๓ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับบันทึกข้อตกลง ระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิก ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขงนะครับ
เชิญท่านปรีชาพลครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตเวลาท่านประธานและที่ประชุมเพียงเล็กน้อยครับ กระผมขอเสนอเปลี่ยน ระเบียบวาระการประชุม โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๓๑ (๒) ประกอบกับ ข้อ ๑๕ โดยขอเลื่อนเรื่องด่วนลําดับที่ ๒๓ เพื่อที่จะนําไปพิจารณาในการประชุมครั้งหน้า เรื่องด่วนที่ ๒๓ นั่นก็คือว่าด้วยร่างกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อความร่วมมือด้านภาษี อากรระหว่างประเทศและการปฏิบัติตาม ฟอร์เรนจ์ แอคเคาท์ แทกซ์ คอมแพลนซ์ แอค (Foreign Account Tax Compliance Act) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เหตุผลสืบเนื่องจาก มีความจําเป็นที่ทางรัฐบาลเองได้ประสานมายังวิป แล้วก็จากข้อหารือจากเพื่อนสมาชิก ที่ต้องการจะให้สภาได้มีโอกาสในการพิจารณาเพื่อไม่ให้เป็นการเร่งรีบนัด ซึ่งในเรื่องนี้ มีความสําคัญครับ รัฐบาลจะต้องเข้าเจรจากับประเทศสหรัฐอเมริกา และเมื่อบรรลุข้อตกลง ดังกล่าวแล้วก็จะต้องนําเสนอต่อรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการเสนอกรอบในครั้งนี้ก็เป็นเพียง การเจรจาทําความตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องทําให้เสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายน ๒๕๕๗ แล้วก็อีกประการหนึ่งก็คือเมื่อเช้านี้มีท่านสมาชิกวุฒิสภาได้หารือท่านประธานนะครับ ในเรื่องของการที่จัดระเบียบวาระ ซึ่งทางวุฒิสภาก็จะมีการบริหารจัดการที่แตกต่างจากทาง สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีวิปในการประชุมพรรคจะมีการแจ้ง จึงขออนุญาตเปลี่ยนระเบียบ วาระโดยการเลื่อนเรื่องด่วน ลําดับที่ ๒๓ ขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อ ที่ประชุมครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่ขัดข้องนะครับ เห็นชอบ เอาไว้คราวหน้าค่อยประชุมนะครับ วันนี้ขอบคุณทุกท่านครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ผมปิดประชุมครับ