พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นำเสนอบันทึกความเข้าใจการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเสนอความเห็นชอบการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไอจีเอ็ม เพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรีให้นําเสนอบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง รีเจินนอล เพาเวอร์ คอร์ดิเนชัน เซนทรี (Regional Power Coordination Centre) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า อาร์พีซีซี (RPCC) เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐
บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์อาร์พีซีซี หรือที่เรียกชื่อ เต็มว่า อินเตอร์ กอปเวิร์นเมนทอล เมมโมเรนดัม ออฟ อันเดอร์แสตนดิ้ง ฟอร์ ดิ เอสเทบลิชเมนท์ ออฟ เดอะ รีเจินนอล เพาเวอร์ คอร์ดิเนชัน เซนทรี อิน เดอะ เกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจิน ไอจีเอ็ม (Inter–Governmental Memorandum of Understanding for the Establishment of the Regional Power Coordination Centre in the Greater Mekong Subregion : IGM) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้า ระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงเพื่อทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสาน ความร่วมมือในการจัดทํากรอบการดําเนินการพัฒนาด้านกฎระเบียบ ข้อบังคับ ด้านเทคนิค และประเด็นอื่น ๆ ที่ประเทศสมาชิกเห็นพ้องถึงความสําคัญต่อการพัฒนาตลาดซื้อขายไฟฟ้า รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนและติดตามการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการด้าน ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าแห่งชาติ หรือการไฟฟ้าของแต่ละประเทศสมาชิกต่อการดําเนินกิจกรรม การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกเพียง ๖ ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักร กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐ แห่งสหภาพพม่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และราชอาณาจักรไทย การจัดตั้งศูนย์ ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกจีเอ็มเอส เป็นการดําเนินการภายใต้ กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกจีเอ็มเอสว่า ด้วยความร่วมมือสาขาพลังงานไฟฟ้า โดยมีความเห็นพ้องร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้า ผ่านกิจกรรมการซื้อขายไฟฟ้าและการสร้างโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงระหว่างประเทศ สมาชิกทั้ง ๖ ประเทศ ซึ่งการดําเนินการดังกล่าวได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พุทธศักราช ๒๕๔๓ จนกระทั่งได้มีการจัดการทําบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลฉบับนี้ เพื่อผลักดันก่อตั้งศูนย์ ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้า และดําเนินกิจกรรมการซื้อขายไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็น รูปธรรม โดยประเทศสมาชิกแต่ละประเทศต่างสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ที่เชื่อมโยงกันของ ระบบไฟฟ้าให้เป็นหนึ่งเดียวบนพื้นฐานของความยุติธรรม และความโปร่งใสในการ ดําเนินงานของตลาดซื้อขายไฟฟ้าในอนุภูมิภาค มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าของ อนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงให้มีเสถียรภาพ มีความเชื่อถือได้ของพลังงานไฟฟ้า และมีความคุ้มค่า เชิงเศรษฐศาสตร์ สามารถดําเนินการพัฒนาให้มีความสมดุลระหว่างความหลากหลายของ ทรัพยากรด้านพลังงานที่มีในอาณาเขตพื้นที่ของประเทศสมาชิก ส่งเสริมความร่วมมือด้าน พลังงานในระยะยาว และการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง การขยายขอบเขตการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าข้ามพรมแดน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของ ประชาชนในประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผมขอเรียนเพิ่มเติมว่าการลงนาม เอ็มโอยู หรือบันทึกข้อตกลงเพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าอาร์พีซีซีนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อประเทศไทยในด้านของการเชื่อมโยงและการเข้าถึงข้อมูลด้านพลังงานไฟฟ้า ของประเทศในกลุ่มจีเอ็มเอส ซึ่งจะทําให้ประเทศไทยสามารถนํามาวางแผนสําหรับการ ลงทุนพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อเชื่อมโยงแหล่งพลังงานชนิดต่าง ๆ กับประเทศสมาชิกในอนุ ภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ ตลอดจนสนับสนุน ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกจีเอ็มเอสในด้านของการอนุรักษ์พลังงาน การใช้ พลังงานสะอาดและการพัฒนาพลังงานทดแทน รวมทั้งผลักดันให้ไทยมีโอกาสในการร่วมมือ ให้ความช่วยเหลือ หรือลงทุนด้านพลังงานที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกันได้มากขึ้น อันจะเป็น ผลดีต่อการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทยด้วย
สุดท้ายนี้กระผมขอเรียนยืนยันว่าประเทศไทยและสมาชิกอนุภูมิภาค ลุ่มน้ําโขงจะได้รับประโยชน์จากการลงนามในบันทึกจัดตั้งศูนย์อาร์พีซีซีดังกล่าว และเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการฐานข้อมูลพลังงานในอนุภูมิภาค ลุ่มน้ําโขงจีเอ็มเอส อันจะส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและประสิทธิภาพ ของการจัดหาและใช้พลังงานของไทย และสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงทั้ง ๖ ประเทศ ในอนาคต กระผมจึงเห็นสมควรเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ การลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลต่อการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขาย ไฟฟ้าระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง การจัดตั้งศูนย์อาร์พีซีซีนี้เพื่อให้ประเทศไทย สามารถลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว เนื่องจากการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลไอจีเอ็ม ดังกล่าวเป็นปัจจัยสําคัญที่จะนําไปสู่การพิจารณาสถานที่ตั้งศูนย์ประสานงาน การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขง ขอขอบคุณครับ