ศุภชัย ใจสมุทร หารือเรื่องกรอบความร่วมมือในกลุ่มจีเอ็มเอส (Greater Mekong Subregion) เพื่อพัฒนายุทธศาสตร์พลังงานของอนุภูมิภาค และเรียกร้องให้รัฐบาลศึกษาการพัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบ บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็น ในสิ่งที่รัฐบาลได้เสนอขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในวันนี้ ในประเด็นเรื่องของพลังงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ความร่วมมือ กรอบความร่วมมือต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง หรือเกรทเตอร์ แม่โขง ซับรีเจียน (Greater Mekong Subregion) ได้มีมาโดยตลอด ในหลายเรื่องหลายราว และผมคิดว่ากรณีดังกล่าวนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่รัฐสภาเราควร จะต้องให้ความสําคัญ เพราะเรื่องที่เรากําลังจะพูดคุยกันนี้ก็เป็นเรื่องกรอบความร่วมมือ ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนายุทธศาสตร์ในด้านพลังงานของ อนุภูมิภาค หรือที่เราเรียกกันว่าจีเอ็มเอส เอนเนอร์จี สเตรทีจี (GMS Energy Strategy) ท่านประธานที่เคารพครับ จุดประสงค์ในการที่มีกรอบความร่วมมือในกลุ่มจีเอ็มเอส ก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นถ้อยคําที่เราจะ เริ่มใช้กันในหลาย ๆ มิติมากขึ้น ประเด็นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกลุ่มจีเอ็มเอสก็ตาม วัตถุประสงค์ ๓ ซี (3C) ที่เราพูดกันก็คือ คอนเนคทิวิตี(Connectivity) คอมเพททิทีฟเนส (Competitiveness) และคอมมูนิตี (Community) ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะต้องมาทํา ความเข้าใจกันว่าจริง ๆ แล้วเรื่องของยุทธศาสตร์จีเอ็มเอส เอนเนอร์จี สเตรทีจี นั้นก็เป็น เรื่องสําคัญที่ประเทศเรา ซึ่งเป็นประเทศที่มีความต้องการในพลังงานจากแหล่งต่าง ๆ ที่อยู่ ในรอบ ๆ ของเราก็คือกลุ่มอนุภูมิภาคนี้นะครับ ก็มีความจําเป็นที่จะต้องพิจารณากัน สิ่งที่อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาก็คือว่าวันนี้ต้องพูดกันตรง ๆ ว่า ความพร้อมและความได้เปรียบของประเทศในกลุ่มจีเอ็มเอสนั้นเป็นประเทศกลุ่มประเทศ ที่มีความพร้อมในเรื่องของพลังงานอย่างมากมาย มีความโดดเด่นในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่นํามาผลิตเป็นเชื้อเพลงได้ที่แตกต่างกันไป เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยก็มีทรัพยากร ธรรมชาติที่มีอยู่ค่อนข้างมากนะครับ มีก๊าซธรรมชาติที่พบกันอยู่ทั่วไป แล้วก็ประการสําคัญ ก็คือทรัพยากรด้านบุคคลแล้วก็เทคโนโลยีทางด้านพลังงานของเราก็มีอยู่สูง ในขณะที่ ประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาวก็มีแร่ธาตุ เชื้อเพลิง ถ่านหินอะไรต่าง ๆ มากมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือมีการพัฒนาทางด้านพลังงานทางด้านโรงไฟฟ้าพลังงานน้ํา จํานวนมาก ซึ่งเราก็ได้ใช้ประโยชน์จากประเทศลาว ส่วนประเทศพม่าก็ไม่ต้องพูดกัน เพราะเป็นประเทศที่ปิดประเทศ แล้วก็มีความสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูง ประเทศกัมพูชาเองแม้ว่าแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอาจจะไม่มีมาก แต่ด้วยความที่เป็น ประเทศที่มีความมั่นคง ก็คิดว่ายังมั่นคงอยู่ในทางด้านการเมืองก็มีความนิ่งในทางการเมือง ก็คิดว่าก็จะมีความโดดเด่นในการที่จะเสริมสร้างในการที่จะสร้างแหล่งพลังงานใหม่ ๆ หรือเป็นพลังงานทางเลือก ซึ่งรวมถึงอาจจะเป็นพลังงานทางนิวเคลียร์ ซึ่งสามารถที่จะ ดําเนินการได้เป็นจริงด้วยความรวดเร็วและมั่นคง นอกจากนี้แล้วประเทศเวียดนามเอง ก็ถือว่าวันนี้มีการพัฒนาพลังงานอย่างต่อเนื่อง มีโครงการซึ่งเราได้พบว่าวันนี้โรงงานพลังงานนิวเคลียร์ก็ได้มีการเกิดขึ้นที่ประเทศเวียดนาม และมีการเพิ่มเติมขึ้นในอนาคตไม่ช้านี้สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าประเทศมหาอํานาจอันสําคัญ ของโลกก็คือประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ถือว่าเป็นมหาอํานาจในด้านพลังงานที่สําคัญ และเราเองก็มีความใกล้ชิดกับประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางใต้ของประเทศจีนก็คือ มณฑลยูนนาน เพราะฉะนั้นผมว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราจะแสดงให้เห็นว่าในกลุ่มจีเอ็มเอส เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องของพลังงานที่จะมีศักยภาพในการที่จะนํามาใช้ ประโยชน์กับประเทศเราได้ เพราะฉะนั้นกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่เราจะไปทําความตกลง ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีในการที่จะสามารถพลังงานอันเป็นประโยชน์เข้ามาใช้ในประเทศของเรา ต้องยอมรับว่าประเทศเราอาจจะเป็นประเทศที่มีการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับประเทศ หลาย ๆ ประเทศรอบด้านของเรานี้เราใช้เยอะ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเอง ที่จะต้องมีวิธีการอย่างไรในการที่จะสามารถที่จะดึงเอาพลังงานเหล่านั้นเข้ามาสู่ประเทศ ของเราได้ ทีนี้ผมอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพก็คือ ผมมองว่าในขณะนี้ เราจําเป็นที่จะต้องศึกษาดูว่าระบบ ระเบียบต่าง ๆ หรือกฎหมายของแต่ละประเทศเขา มีการพัฒนากันมาอย่างไรในแต่ละประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศเราเองนี้ในเรื่องของ กฎหมายของเราก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เรามีเรกกูเลเตอร์ หรือ คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานซึ่งมีหน้าที่ดําเนินการควบคุมในการออกระเบียบ การขอรับใบอนุญาตต่าง ๆ ในเรื่องของกิจการพลังงาน ซึ่งก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะทําให้แสดง ให้เห็นถึงความเป็นอิสระของเรกกูเลเตอร์ในการที่จะมาควบคุมเพื่อให้ก่อประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องประชาชนในฐานะที่เป็นผู้ใช้บริการ และสามารถที่จะส่งเสริมให้เอกชนเข้ามา ในการที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชนต่อไป ในขณะเดียวกันผมมอง ในแง่ของจีเอ็มเอสในประเทศอื่น ๆ เขาก็มีหน่วยงานในการเข้ามาควบคุมแล้วมีการพัฒนา เรื่องระบบกฎหมายทางด้านพลังงานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านประเทศลาว ใกล้ ๆ ของเราเอง ก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือมีอีดีเอล (EDL) อีเล็กทริค ดู ลาวส์ (Electric Du Laos) ดูลาวส์ ของประเทศลาวเอง หรือไม่ว่าจะเป็นของประเทศพม่า ก็มีเมียนม่าร์ อิเล็กทริค เพาเวอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (Myanmar Electric Power Enterprise) หรือเอ็มอีพีอี (MEPE) เป็นต้น ซึ่งสรุปแล้วเหล่านี้เขาก็มีกฎหมายของเขา เขาเองก็ปกป้อง เรื่องสิทธิประโยชน์ของเขาประเทศกัมพูชาเขาก็มีอีดีซี (EDC) หรือถ้าทางประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีนในทางใต้เขาก็มีอีเลกทริค ซิตี้ (Electric City) นะครับ ในทางด้าน เซาท์เทิร์น เพาเวอร์ กริด (Southern Power Grid) นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็คือเป็นเรื่องซึ่ง แปลว่าวันนี้เราก็ต้องตั้งหลักให้ดีว่าสิ่งที่เรากําลังจะไปทํากรอบความตกลงกับประเทศต่าง ๆ เหล่านี้เราควรจะต้องมีวิธีการอย่างไรสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีก็คือว่าวันนี้สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้มีการเสนอบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นว่า ด้วยแนวทางสําหรับการจัดตั้งปฏิบัติข้อตกลงในเรื่องนี้นะครับ ก็เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องไปดู ให้ดีว่าเรื่องนี้ในที่สุดแล้วการซื้อขายไฟฟ้าในภูมิภาคนี้มันจะต้องมีการทําอย่างไรในเรื่องของ การใช้อํานาจต่อรองที่เป็นประโยชน์ที่สุด สิ่งที่ผมค่อนข้างเป็นห่วงก็คือสิ่งที่ท่านได้เสนอมานี้ มันเป็นภาพกว้าง ซึ่งเราเห็นว่าในที่สุดแล้วการใช้อํานาจของท่านในการเข้าไปดําเนินการ เพื่อหาประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศมันไม่ใช่ของง่าย อํานาจต่อรองมันอยู่ที่การเจรจา ซึ่งตรงนี้สิ่งที่ท่านได้มาขอกับรัฐสภาแห่งนี้ เป็นการขอในภาพกว้าง ๆ หลายเรื่องซึ่งท่านควร จะต้องให้รายละเอียดมากกว่านี้ก็กลับไม่ได้ ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้มีการอภิปรายแล้ว แล้วตรงนี้ในที่สุดมันจะเป็นผลที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายหรือการที่เราควรจะต้อง ได้อะไรมากกว่าที่ควรจะได้แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องไป ดําเนินการ แล้วหลายเรื่องหลังจากนี้นะครับคณะกรรมการประสานงานชุดนี้นะครับ อาร์พีซีซีของท่านก็จะต้องมีกลไกในการออกกฎระเบียบต่าง ๆ นะครับ มีนโยบายเพิ่มเติม เพื่อจะต่อยอดโครงการเดิมให้มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้นเหล่านี้นะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสําคัญที่รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีนี้จะต้องมีหน้าที่ไปกํากับ คณะกรรมการชุดนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ เป็นความน่าเป็นห่วง เพราะเราเองสภาแห่งนี้เราก็ไม่เห็นรายละเอียดว่าสิ่งที่ท่านจะต้องไป ทํามากกว่านี้มีอะไรบ้าง แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นสมาชิกที่อยากจะให้กรอบ ความร่วมมือของกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ําโขงจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ผมก็สนับสนุน ในสิ่งที่ท่านได้เสนอมาครับ ขอบพระคุณครับ