จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเสนอแนวทางในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก และการเจรจาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ
ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยที่ท่านรัฐมนตรีได้นําเสนอ แนวทางในการบันทึกความเข้าใจรายละเอียดที่จะซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง ๕ ประเทศ ประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา สาระสําคัญที่เราต้องเรียกประชุมท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากกฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ ยังคงบังคับใช้อยู่ แม้ว่าเมื่อวานนี้ เราจะผ่านวาระที่สามด้วยการขานชื่อ ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับก่อนที่จะไปลงรายละเอียด ขออนุญาตเท้าความครับ เนื่องจากเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็คงจะคิดเห็นเหมือนกันว่า กฎหมายมาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เขียนไว้ค่อนข้างกว้าง เช่น หนังสือ สนธิสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตความมั่นคงกระทบต่อเศรษฐกิจหรือสังคม อย่างกว้างขวาง มีผลผูกพันการค้าการลงทุนและงบประมาณของประเทศ แน่นอนครับ ที่ผ่านมาผมนั่งประชุมในวิปรัฐบาล ที่ทําเนียบรัฐบาลหลายครั้ง ก็มีเรื่องที่ไม่น่าจะเข้าสู่ รัฐสภา เช่น ขอเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทไปตั้งศูนย์ข้อมูลอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวิปรัฐบาลก็ถามกันหลายครั้งครับว่าเรื่องแบบนี้ฝ่ายบริหารตัดสินใจ ได้ไหม ทําไมต้องเรียกสมาชิกวุฒิสภาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาประชุมกัน เพราะฉะนั้นเราอย่ามองโลกในแง่ร้ายนะครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เมื่อวานนี้ จะเป็นเรื่องเลวร้าย ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่จะทําให้ประเทศนั้นเดินหน้าไปข้างหน้าให้ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ลืมเหตุการณ์ที่มีไฟฟ้าดับ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ แล้วผมก็จําได้ อีกเช่นเดียวกันครับ รัฐมนตรีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นี่นะครับ ท่านก็เดินทางลงไปที่ภาคใต้แล้วก็ ให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ท่านบอกว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางด้านของพลังงาน เดือนมีนาคม เดือนเมษายน ผมจะเหนื่อยหน่อยครับ เวลาเขามาวางบิลค่าไฟฟ้า มันจะเพิ่มขึ้นจาก เดือนละประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าบาท บ้านผมก็ขึ้นเป็น ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ก็หมายความว่า เปิดแอร์เท่าเดิม เครื่องใช้เท่าเดิม แต่อุณหภูมิโลกมันร้อนขึ้นมันก็ทําให้พลังงานมากขึ้นครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมไปค้นข้อมูลมาเบื้องต้น ปัจจุบันประเทศไทยผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ ๒๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ แต่ว่ากําลังการผลิตได้ประมาณ ๓๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ วันนี้เราใช้พลังงาน ไฟฟ้าอยู่ประมาณ ๒๖,๕๙๘ เมกะวัตต์ หักลบกลบหนี้แล้วทอนอยู่ประมาณสัก ๔๐๐ เมกะวัตต์ ปริ่ม ๆ แล้วท่านประธานครับ พลังงานที่มาจากประเทศไทยส่วนใหญ่ ๑. ก็ผลิตโดยพลังน้ํา ๒. น้ํามัน ๓. ก๊าซ แล้วก็ ๔. พลังงานทางธรรมชาติ ซึ่งผมเห็นด้วยครับ จําได้ว่าเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานท่านนี้กําลังสนับสนุนเรื่องของการสร้างพลังงานทางเลือก ก็คือแผงโซลาร์ เซลล์ (Solar Cell) อันนี้น่าสนใจครับ พี่น้องที่เคยเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นก็ดี หรือในยุโรป นี่นะครับ ผมเดินทางหลายครั้งครับ หลังคาบ้านเดี๋ยวนี้แทบมองไม่เห็นท่านประธานครับ เป็นแผงโซลาร์เซลล์หมด อันนี้เป็นทางเลือกทางหนึ่งที่กระทรวงพลังงานของท่านจะได้ช่วย พี่น้องประชาชนในการประหยัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงานถ่านหิน พลังงานก๊าซ หรือแม้แต่กระทั่งใช้น้ํามันในการผลิตกระแสไฟฟ้าครับ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราไม่รู้อีกละครับว่าภาคอีสานทั้งภาคจะดับอีกเมื่อไร ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะดับอีกเมื่อไร กรุงเทพมหานครจะดับอีกไหม ภาคใต้ จะดับหรือไม่ ผมถามว่าทําไมท่านจึงเอาเข้ามาช้าเสียด้วยซ้ํานะครับ แต่ท่านก็ได้อธิบาย หลายครั้งบอกว่ามีกระบวนการตามมาตรา ๑๙๐ แล้วก็การเจรจาความระหว่างประเทศ มันสุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย แต่ท่านอย่าลืมนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผ่านไปเพียง ๑ วันนะครับ เหตุที่ท่านรัฐมนตรีต้องเอากฎหมายฉบับนี้เข้ามาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ก็เพราะว่ามันยังไม่ได้ประกาศใช้ ยังใช้กฎหมาย มาตรา ๑๙๐ ฉบับเดิมอยู่ วันนี้พี่น้อง ประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดสดก็จะได้เห็นว่ารัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ในอนาคตได้อย่างไร ผมไปค้นข้อมูลมาท่านประธานครับ กระทรวงพลังงานของท่านรัฐมนตรี พงษ์ศักดิ์นี้นะครับ ท่านบอกว่าเป้าในปี ๒๕๗๓ นับไปก็อีก ๗ ปีข้างหน้านี้ประเทศต้องมี พลังงานไฟฟ้าประมาณ ๗๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ผมไม่รู้หรอกครับว่าท่านจะไปเอามาจากไหน แต่พระอาทิตย์ที่มันร้อนเหลือเกินมันก็มีพลังงานทําให้บ้านเรามีไฟฟ้าใช้ได้ ผมไปค้นข้อมูล ต่อเนื่องอีกครับท่านประธาน ว่าแล้วพลังงานบ้านเราถ้าผลิตในประเทศมันพอไหม ถ้าไม่พอ เอาจากไหน เรารู้จักเขื่อนน้ํางึมครับที่ประเทศลาว เรารู้จักแหล่งดายานาแหล่งอะไรต่าง ๆ ของประเทศพม่า เพราะเรารู้จากข่าวว่าเราซื้อไฟฟ้าจากเขา แต่ที่น่าสนใจท่านประธานครับ มีการพูดถึงโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ถามว่าผมเห็นด้วยไหมครับ ผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าเกิดทางการได้อธิบายความอย่างชัดเจนผมก็จะมั่นอกมั่นใจได้ หลายเดือนก่อนครับ ท่านประธาน ผมเดินทางไปที่องครักษ์ จังหวัดนครนายก ไปที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ไปดูเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ระหว่างทางท่านประธานครับขับรถถามชาวบ้านที่อําเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ถามว่ากลัวไหม สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์มีเตาปฏิกรณ์ตั้งอยู่ในเมืองไทย ตั้งอยู่ที่อําเภอองครักษ์ เขาบอกแรก ๆ กลัว แต่หลัง ๆ นี้เขาบอกว่าไม่กลัวแล้วล่ะ เพราะความปลอดภัยสูงสุด มีประสบการณ์จากทั่วโลก แต่ที่อภิปรายเช่นนี้ไม่ได้บอกให้ ท่านรัฐมนตรีจัดตั้งโรงงานนิวเคลียร์แถวคลองสามวาบ้านผมในทันทีนะครับ เพียงแต่ว่า ผมกําลังเล่าถึงข้อมูล อย่างที่ญี่ปุ่น ข่าวมาบอกว่ามีอยู่ประมาณ ๕๐ กว่าโรงครับ แต่สุดท้าย ปลายทางก็ลดลงเหลือ ๒-๓ โรง หันไปใช้ถ่านหินพอจะใช้ถ่านหินอีก ไปก่อสร้างที่บ้านเพื่อน สมาชิกที่ภาคใต้ก็กังวลใจ ไปก่อสร้างที่จังหวัดมุกดาหารของท่านอนุรักษ์ก็กังวลใจ ไปจังหวัด ไหน ๆ ทุกคนก็กังวลใจครับ เพราะอะไรครับ มลพิษบ้าน แม่เมาะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีบ้าง คิตตรี้บ้าง เชอร์โนบิล ที่สหภาพโซเวียตบ้าง ที่ญี่ปุ่นบ้าง เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ตามมาตรา ๑๙๐ ที่เราต้องพูดถึงข้อบันทึกความเข้าใจนี้ นะครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นอย่างง่าย ๆ ครับ ภาคอีสานตอนบนนะครับ ถามว่าถ้าเกิดเรา ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากภาคกลางส่งผ่านสายไปมีอัตราลอส (Loss) หรือว่าสูญเสียในสาย เท่าไร มีพลังงานไปถึงปลายทาง ส่งไป ๑๐ เมกะวัตต์ ถึงปลายทางกี่เมกะวัตต์ แต่ถ้ามันอยู่ ใกล้ ๆ กันละครับ อันนี้น่าสนใจและท่านประธานครับ ผมชอบขับรถยนต์ไปในประเทศแถบ อินโดจีน แถวนี้ผมไปมาหมดแล้วนะครับ ขับรถอย่างเดียวท่านประธานครับ ขับรถไป เมืองย่างกุ้ง ไปมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ไปประเทศกัมพูชา ไปประเทศเวียดนาม ไปประเทศลาว ขับรถไปนะครับ สิ่งที่ผมเห็นอย่างชัดเจนอันดับแรกของการแตกต่างในภูมิภาคเราก็คือ เรื่องของราคาน้ํามันท่านประธานครับ เมืองไทยน้ํามันดีเซลอยู่ตกประมาณ ๓๐ บาทถ้วน ๆ พอไปถึงประเทศกัมพูชา ๔๐ กว่าบาท พอไปถึงประเทศลาว ๓๘ บาท ประเทศเวียดนาม เกือบ ๕๐ บาท ประเทศมาเลเซีย ๒๐ กว่าบาท ประเทศพม่า ๔๐ กว่าบาท ประเทศจีน ๓๐ กว่าบาท ผมขับรถไปที่เมืองอูรูมูฉี ที่ต้าหลี่ ลี่เจียง ท่านประธานครับ แล้วขึ้นไป ทางเหนือของประเทศจีนเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านพลังงานของประเทศเขา อย่างมากมายครับ ใครที่บอกว่าประเทศจีนไปแล้วต้องบีบจมูกเข้าห้องน้ํา วันนี้คิดใหม่ นะครับ บ้านเมืองเขาเจริญ ถนนหนทางนี่เรียบกริบระหว่างข้างทางครับ บ้านที่เป็นชนบท ถ้าเราไปบ้านชนบทบ้านเราจะเห็นบ้านไม้ท่านประธานครับ แต่ถ้าเกิดไปชนบทของประเทศจีน เห็นบ้านปูน ข้างบนมีหลังคาที่เป็นแผงโซลาร์เซลล์เยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นพลังงาน ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากประเทศจีนเหลือใช้ ท่านประธานครับ เพราะรัฐบาลเขาส่งเสริม เขาไม่ ต้องมามัวทะเลาะกันมัวแต่มาทะเลาะก็แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ พัฒนาบ้านเราให้เจริญครับ ผมดูข้อบันทึกข้อตกลงเข้าใจนี่นะครับ ผมดูทางทิศเหนือก่อนท่านประธานครับ ประเทศไทย กับประเทศจีนเล็บกับมือครับ ประเทศไทยนี่เล็กนิดเดียวเท่ากับเล็บมือ ประเทศจีนใหญ่ เท่ากับฝ่ามือผมครับ ผลิตพลังงานได้เยอะแยะมากมาย มีทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน พลังงานน้ํา ใช้แม่น้ําแม่โขงผลิตกระแสไฟฟ้าเยอะแยะมากมาย สุดท้ายก็ใช้ในประเทศเหลือแหล่ครับ แล้ววิธีทําอย่างไรครับ ก็ขายให้กับประเทศไทย ถามว่าประเทศลาวก็เช่นเดียวกันครับ ผมข้ามจากจังหวัดมุกดาหารไปสุวรรณเขต แล้วก็เลาะไปทางใต้ไปน้ําตกหลี่ผี น้ําตกคอนพะเพ็ง ก็ไปเจอเขื่อนน้ํางึมผลิตกระแสไฟฟ้า ไปดูโรงงานกระแสไฟฟ้า ก็ปรากฏว่าเขาก็ผลิตแล้ว เหลือใช้เช่นเดียวกันทําอย่างไรละครับ พลังงานมันไม่เหมือนน้ํามันครับ วางไว้ ๑ ถัง ๑๐ ลิตรมันก็อยู่อย่างนั้น ปล่อยไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็หมดไป ๆ ก็ต้องขายครับท่านประธาน แล้วท่านประธานเคยได้ยินข่าวบ้างไหมครับว่าประเทศไทยขายพลังงานให้กับประเทศลาว ประเทศไทยขายพลังงานให้กับประเทศกัมพูชา ประเทศไทยขายพลังงานให้กับประเทศจีน ประเทศไทยขายพลังงานให้กับประเทศพม่า ผมไม่ค่อยได้ยินนะครับท่านประธานครับ ไม่รู้มีหรือไม่ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีต้องช่วยตอบครับ แต่ที่แน่ ๆ ได้ยินแต่ว่าซื้อ ซื้อ ซื้อ แล้วก็ซื้อ เพราะฉะนั้นการบันทึกข้อตกลงระหว่างกันตามมาตรา ๑๙๐ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ว่าเป็นวิธีการบริหารจัดการของท่านรัฐมนตรีได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะถ้าไม่มองวันนี้ อนาคตไม่รู้หรอกครับว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าผมพูดย้อนกลับไปละครับ ๑๐ ปีที่แล้ว ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ทําไมไม่รู้จักวางแผนประเทศครับ รู้ว่าประชากรมันจะเยอะขึ้น โทรทัศน์มันจะมาขึ้น คนจะติดแอร์มากขึ้น พลังงานน้ํามันจะใช้น้อยลง จะไปใช้พลังงาน ไฟฟ้ากันมากขึ้น แล้วทําไมไม่คิดกันตั้งแต่ ๑๐ ปีที่แล้วละครับ ไม่ว่ากันครับ ไม่ว่ารัฐบาลไหน ใด ๆ ทั้งสิ้น ปัญหามีไว้แก้ไขครับ เมื่อมันมีปัญหาไฟฟ้าดับภาคใต้ ผมเห็นใจครับ เพื่อนผม อยู่ในภาคใต้หลายคนทํางาน ทําเกี่ยวกับรีสอร์ท บอก ๒ วันนี่เจ๊งเลย อันนี้ต้องยอมรับ ความจริงครับ แต่ถามว่าเป็นเพราะรัฐบาลชุดนี้ไหมล่ะ ก็มันสะสมมาโดยตลอดครับ บ้านเมืองเรามันล้มลุกคลุกคลาน ท่านประธานครับ การทําพลังงานไม่ได้หมายความว่า พูดวันนี้พรุ่งนี้ทําได้เลยนะครับ โรงไฟฟ้าก่อสร้างกี่ปี กว่าจะหาแหล่งพลังงาน กว่าจะต่อต้าน กับนักอนุรักษ์นิยมในพื้นที่อีก กว่าจะทําความเข้าใจกับประชาชนอีก เขาบอกว่าที่ไหน มีเขื่อนที่นั่นมีทุกข์ ท่านประธานครับ สมัยก่อนนะครับ เวลาจะไปสร้างเขื่อนที่ไหนรับรองได้ครับ โดนต่อต้าน โดยเฉพาะเขื่อนที่ผลิตกระแสไฟฟ้า
ประเด็นต่อมา ท่านประธานครับ ที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับว่าวันนี้ต้องรีบ ผ่านบันทึกความเข้าใจ ก็เพราะว่าเพื่อนฝ่ายค้านอาจจะมองว่าเร่งรีบ เรื่องบางเรื่องมันก็ เร่งรีบครับเพื่อประเทศชาติ เรื่องบางเรื่องมันก็เนิบ ๆ ได้เพื่อประเทศชาติเช่นเดียวกัน เราไม่ว่ากันครับ เรื่องใดก็สุดแท้แต่ดุลยพินิจของผู้ตัดสินใจ แต่ผมเชื่อว่าเมื่อแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เมื่อวานนี้ผ่านไปแล้วนะครับ ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไปทําอะไรได้ ตามใจชอบนะครับท่านประธาน ท่านประธานวุฒิสภาอนาคตท่านอาจจะมีโอกาสเป็น นายกรัฐมนตรี ท่านก็บริหารประเทศด้วยมาตรา ๑๙๐ ทําให้ประเทศพัฒนาได้เช่นเดียวกัน ฝ่ายบริหารไปทําอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่ฝ่ายบริหารเป็นแบบเอกเทศนะครับ ทําแล้วจบแล้ว จบกัน ไม่ใช่นะครับ สุดท้ายก็ต้องกลับเข้ามาในรัฐสภาแห่งนี้เหมือนกัน ท่านก็ต้องกลับมาให้ รัฐสภาได้ลงนามสัตยาบันก่อนที่สนธิสัญญาจะบังคับใช้เช่นเดียวกัน นี่ละครับ ถามว่าถ้าเกิด เราเห็นว่ารัฐบาลไปทําอย่างนี้ประเทศไทยจะเสียประโยชน์ เราก็จะกลับเข้ามาสภาครับ เพียงแต่ว่ามาตรา ๑๙๐ ที่ผ่านมานี่เราคัดกรองครับ เรื่องบางเรื่องมันไม่จําเป็น ตอนสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านก็แก้ไข จะไปออก พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องมาตรา ๑๙๐ ว่าเรื่องนี้ต้อง เรื่องนี้ไม่ต้อง ก็ลักษณะคล้ายกันครับ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่มองเลยว่าบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มันจะมีผลต่อการเมือง แล้วก็โยงใยไปเรื่องอื่น ๆ เพราะเมื่อสักครู่ ผมพูดแล้วอย่างไรครับ ประเทศกัมพูชาน้ํามันแพงกว่า ประเทศลาวน้ํามันแพงกว่า บางประเทศน้ํามันถูกกว่า ผมถามครับว่าถ้าศูนย์ดังกล่าวนี้เป็นการประสานงานซื้อขายไฟฟ้า ระหว่างประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง หมายความว่าอย่างไรครับ ประเทศจีน มีพลังงานไฟฟ้าเหลือแหล่ จะส่งขึ้นไปมณฑลทางด้านบน มันไปไม่ไหวครับ เขาก็ต้องขาย ทางมณฑลด้านล่าง ผ่านมายังเมืองคุนหมิง เข้าสิบสองปันนา เข้าเอ ๓ อาร์ (A3R) อะไรก็แล้วแต่เข้ามาที่จังหวัดเชียงราย อําเภอเชียงของ แต่ถ้าเกิดเขาขายบ้านเราได้ อย่างเดียวแล้วเราซื้อกับเขาได้อย่างเดียวเขาก็จะเป็นผู้กําหนดราคา ถูกต้องไหมครับ ท่านประธาน ท่านประธานเคยไปสามเหลี่ยมทองคําใช่ไหมครับ ที่จังหวัดเชียงราย ยืนแล้ว เหมือนเราเป็นผู้ครองนคร ๓ ประเทศ ซ้ายประเทศพม่า ขวาประเทศลาว ขึ้นไปอีกนิดเดียว ประเทศจีน ผมถามว่าข้อบันทึกความตกลงเข้าใจอันนี้ถ้าเกิด ๕ ประเทศได้พูดคุยกันครับ ประเทศไทยบอกว่าประเทศจีน ปีนี้คุณใช้พลังงานเยอะ เดี๋ยวผมหันไปซื้อทางประเทศลาว ก็แล้วกัน ประเทศลาวบอกว่า พี่จีนครับ ปีนี้ที่จีนพลังงานน้อยเอาของลาวไปก็แล้วกัน ประเทศพม่าบอกว่าปีนี้ฉันพลังงานน้อย พี่ไทยผลิตเหลือเยอะเอาไปขายที่นั่นแล้วกัน พูดคุยกัน ๕ คนครับ เจรจาความกันครับ สุดท้ายราคามันก็จะเสถียร ไม่ต้องมาเป็นการ ผูกขาดระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศลาว ประเทศไทยกับประเทศเวียดนาม หรือแม้แต่กระทั่งประเทศ ไทยกับประเทศกัมพูชาครับ นี่เป็นวิธีคิดพื้นฐานครับท่านประธาน ร้อยวันพันปีเราไม่ค่อย เห็นมีการพูดคุยกันนะครับ ถ้าสมัย ๑๐๐ ปีที่แล้วเราต้องคุยกับประเทศฝรั่งเศส ในอินโดไชน่า หรือว่าอินโดจีน ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม เขาผูกปิ่นโต กัน ๓ ประเทศ แล้วก็คุยกับเรา เดี๋ยวนี้เรามีสมาชิกอาเซียนที่อยู่ในกลุ่มนี้ ๔ ประเทศครับ ประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา แล้วก็มีอํานาจ ในการต่อรองกับประเทศมหาอํานาจในเอเชียอย่างประเทศจีน พลังงานประเทศจีน เหลือแหล่ก็ขายให้ไทย พลังงานประเทศไทยเหลือแหล่ก็ขายให้ประเทศลาว พลังงาน เหลือแหล่ก็ขายให้ประเทศกัมพูชาครับ โดยข้อปฏิบัติผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของท่าน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วก็ท่านรัฐมนตรี พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล จะทําให้ ความเสถียรภาพของพลังงานในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางของประเทศไทยมี ความมั่นคง ปีหน้าเดือนเมษายน ผมจะเปิดแอร์ที่ ๒๐ องศาเซลเซียส เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ครับว่าบ้านผมในกรุงเทพมหานครที่มีข่าวอยู่บ่อย ๆ ว่าไฟฟ้าจะตกเขตนั้น ไฟฟ้าจะตกเขตนี้ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ชักปลั๊กออกกันแทบไม่ทันช่วงเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมที่ ผ่านมา แล้วผมก็มั่นใจครับว่าบันทึกความเข้าใจแห่งนี้และต่อ ๆ ไปท่านรัฐมนตรีผู้ทรงเกียรติ ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นี้จะแก้ไขปัญหาทั้งประเทศ เพราะนี่มันเป็นพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แต่ถ้าพื้นที่ภาคใต้เราใกล้ประเทศมาเลเซีย ใกล้ประเทศพม่า นี่ท่านเจรจากับ ประเทศพม่าแล้วนะครับ พี่น้องที่อยู่จังหวัดระนอง ท่านชุมพล จุลใส ของผม จังหวัดชุมพร ใกล้ จังหวัดระนอง ใกล้กับประเทศพม่าก็ซื้อขายพลังงานจากประเทศพม่าได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนให้เร่งดําเนินการบันทึกความเข้าใจ ในกฎหมายฉบับนี้ต่อที่ประชุมรัฐสภา ขอบพระคุณท่านประธานครับ