รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี แล้วก็ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องที่จะนํามาปรึกษาหารือท่าน ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องการรับจํานําข้าวโพด ผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนตําบลห้วยขมิ้น อําเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าเดิมนั้นมีหน่วยงานจะเข้าไปรับจํานําข้าวโพดต้นเดือนพฤศจิกายน แต่ปัจจุบัน ยังไม่เริ่มโครงการ เขาปล่อยให้กลไกไปตามตลาด ราคาข้าวโพดก็ตกต่ํา จึงร้องเรียน ผ่านมายังสภาผู้แทนราษฎรและไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้เร่งรัดรับจํานําข้าวโพด ในพื้นที่ตําบลห้วยขมิ้น อําเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเร่งด่วน นี่คือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเกิดอาชญากรรม ในพื้นที่ตําบลบ่อกรุ อําเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ก็คือมีอาชญากรเป็นกลุ่มเข้าไป ใช้ยาป้ายหรือดําเนินการวิธีใดก็ตามแต่ ทําให้ประชาชนไม่รู้สึกตัว แล้วก็นําพาไปที่ธนาคาร แล้วเบิกเงินจากธนาคารหลายราย จึงฝากไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยตรวจสอบดูแล ความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ตําบลบ่อกรุ อําเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องที่เกิดในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องห้องน้ําหลังที่ประชุมนี้ครับ หลังที่ประธานนั่งอยู่ มีน้ํารั่วจากเพดานและยังไม่หาย เวลาเข้าไปต้องระมัดระวังอาจจะ มีการลื่นล้มหรือน้ําหยดใส่ศีรษะ จึงฝากท่านประธานให้ช่วยเร่งรัดซ่อมแซมด้วย
และอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เรื่องห้องประชุมตึก ๓ เก้าอี้ชํารุด อย่างมาก ท่านประธานมีหน่วยงานใดที่จัดซ่อมได้ให้ช่วยเร่งรัดซ่อมเถอะครับ เพราะว่า นั่งแล้วปรากฏว่าเจอเบาะฟองน้ําเกือบทุกตัวเลยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสัมพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้อนุมัติงบในการทําแยกไฟเหลือง ไฟแดง ที่หน้าอําเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย แต่ว่ายังมีปัญหาอยู่ว่าหน้าอําเภอกงไกรลาศแห่งนั้นที่มีไฟแดงแล้ว ตอนนี้เกาะกลางถนน มันใหญ่มาก แล้วมีต้นไม้ซึ่งปลูกไว้มันสูงนะครับ รถไม่สามารถที่จะมองข้ามเห็นฝั่งตรงข้าม กันได้ ก็มีพี่น้องประชาชนเรียกร้องอยากจะให้ทางกรมทางหลวงได้รื้อเกาะกลางทําให้เล็กลง เพื่อที่จะได้เอาถนนมาใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ย่านหน้าที่ว่าการอําเภอ กงไกรลาศที่มีเกาะกลางยาวประมาณไม่ถึง ๑ กิโลเมตรดี มันไม่ได้มีประโยชน์นะครับ ท่านประธาน แล้วก็ปล่อยต้นไม้รกรุงรังไม่มีความสวยงามอะไรเลย ก็อยากจะให้รื้อ เกาะกลางเอาถนนมาใช้ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น แล้วก็เพื่อความปลอดภัยของรถราในการ ยูเทิร์น (U-Turn) ทั้ง ๒ ข้างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นที่หน้าสถานีตํารวจภูธร และอีกข้างหนึ่งก็ที่ หน้าป้อมตํารวจนะครับ ก็ฝากท่านประธานถึงกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวง
แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ด้วยทางหลวงหมายเลข ๓๐๒๐ ของ ทางหลวงชนบท วัดบอนมาถึงคลองด่านระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตรเศษ ๆ เป็นถนน ชํารุดทรุดโทรม ทางองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านสวนไม่สามารถที่จะหางบมาในการบูรณะ ซ่อมแซมได้ ก็ฝากท่านประธานถึงทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้โปรดไปอนุมัติงบ ในการที่จะทําบูรณะถนนเส้นนี้ให้ใหม่ครับ
เชิญท่านสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้นะคะ
เรื่องแรก คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริหาร ส่วนตําบลชีบน ตําบลชีบน อําเภอบ้านเขว้า แล้วก็พี่น้องในตําบลชีบน โดยเฉพาะที่หมู่บ้าน ยางนาดีทั้ง ๒ หมู่ค่ะ ร้องเรียนมาเรื่องเกี่ยวกับว่าปัจจุบันเขาได้รับผลกระทบเนื่องมาจาก เมื่อปี ๒๕๕๔ ตรงถนนบริเวณสาย ๒๒๕ ช่วงบ้านโนนเปลือย ซึ่งได้รับความเสียหายจาก น้ําท่วม ทําให้ปัจจุบันนี้ทางหลวงแผ่นดินได้มีการทําถนนยกระดับสูงขึ้น แต่ว่าปัญหา ที่ตามมาก็คือไม่มีทางให้น้ําผ่านได้สะดวก ก็คือมีช่องระบายน้ําเพียงเล็กน้อยค่ะ ทําให้เมื่อ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาเมื่อมีน้ําท่วมที่ตําบลชีบน โดยเฉพาะแถวบริเวณบ้านยางนาดีทําให้ น้ําค้างอยู่หลายวัน จนเกือบจะ ๑ เดือนค่ะน้ําถึงลดระดับลง ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกรมทางหลวงแผ่นดินให้ช่วยดูแลในการเพิ่มช่องระบาย น้ําบริเวณถนนสาย ๒๒๕ ช่วงบริเวณบ้านโนนเปลือยเพื่อให้พี่น้องได้รับความสะดวกในการ ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องพืชผลทางการเกษตรเสียหาย แล้วก็เดือดร้อนเรื่องน้ําท่วมด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานนะคะ ก็คือดิฉันเองได้รับ การบอกกล่าวจากผู้นําชุมชน โดยเฉพาะผู้นําชุมชนในเขตเทศบาล เทศบาลนครค่ะ เขาบอก กับดิฉันว่าทํางานเทียบเท่ากับที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้ทําหน้าที่ทุกประการ แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับ ค่าตอบแทน อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมการปกครองให้ช่วยดูแลในการหาเงิน ค่าตอบแทนเพื่อให้เขามีกําลังใจในการทํางานค่ะ รวมถึงท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย แล้วก็ สารวัตรกํานัน แพทย์ ถ้าหากเป็นไปได้ค่ะท่านประธาน ดิฉันทราบดีว่าเงินเดือนอาจจะเพิ่งได้ เพิ่มเมื่อสัก ๓-๔ ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันเราต้องยอมรับว่าเขามีส่วนช่วยในการทํางานของเรา ค่อนข้างมาก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูในเรื่องการเพิ่ม สวัสดิการเพื่อให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่าน พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องราคา ยางพาราตกต่ํา ตอนนี้ราคายางพาราตกกิโลกรัมละ ๖๐ กว่าบาท ซึ่งเมื่อไปกรีดยางพารา แล้วไม่คุ้มทุน ขอให้รัฐช่วยเหลือด่วนด้วยครับ ที่รัฐรับปากไว้ก็ยังไม่ได้ดําเนินการเลยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากน้ํามันแพง ชาวประมงพื้นบ้านออกทะเลหาปลาไม่คุ้มทุน ก็ขอให้กรมประมงหาทางช่วยเหลือโดยให้ทุนในการเลี้ยงปลากะพง ปลากระชัง ในพื้นที่ ตําบลนาทับ ตําบลสะกอม ตําบลตลิ่งชัน อําเภอจะนะ และตําบลเทพา อําเภอเทพา จังหวัด สงขลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ขอขอบคุณครับ
ต่อไปท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ท่านศุภชัย ศรีหล้า เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ครับท่านประธาน ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนนะครับ ขณะนี้ซึ่งจะเข้าฤดูหนาวแล้ว ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึง กระทรวงมหาดไทยให้เตรียมการที่จะนําผ้าห่มกันหนาวไปให้พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง แล้วก็จังหวัดอุดรธานี จังหวัดใกล้เคียงด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องถนนจากบ้านน้อยหาญใจไปยังบ้านไทยสมพร ตําบลหนองกุงทับม้า อําเภอวังสามหมอ ซึ่งเป็นถนนที่ได้รับความรับผิดชอบของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านนายก อบต. หนองกุงทับม้า ก็ได้มาพูดคุยกับผมว่าไม่มีงบประมาณที่จะไปดําเนินการเพียงพอ ก็เลยฝากให้ผมไปยัง กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ซึ่งได้เข้าไปดูแลช่วยก่อสร้างถนนลาดยางจาก บ้านน้อยหาญใจไปบ้านไทยสมพร ตําบลหนองกุงทับม้า อําเภอวังสามหมอ ให้ด้วยนะครับ
ประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน ทางโรงเรียนบ้านนาแก ตําบลบะยาว ซึ่งมีเด็กนักเรียนจํานวนมาก ซึ่งขณะนี้อาคารเรียนทรุดโทรมมากนะครับ ก็อยากจะให้ทาง ท่านประธานได้ทําหนังสือไปยังกระทรวงศึกษาธิการขออาคารเรียนให้กับพี่น้องชาวบ้านนาแก ตําบลบะยาว อําเภอวังสามหมอ เพื่อสร้างอาคารเรียนใหม่ให้กับโรงเรียนบ้านนาแกด้วยนะครับ จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านจักรวาล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ท่านประธานครับ วันนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาในจังหวัดสุโขทัย ๒ เรื่อง
เรื่องแรก การจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามกีฬากลางจังหวัดสุโขทัย ซึ่งกระผมได้อภิปรายช่วงจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๗ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้รับปากในสภาแห่งนี้ทั้ง ๒ ท่าน ท่านแรกก็ไม่อยู่แล้ว ท่านที่ ๒ ดําเนินการใหม่ก็บอกว่าจะจัดการให้ปี ๒๕๕๗ แต่วันนี้จากการสอบถามทางการกีฬาแล้ว ว่าให้จังหวัดยืนยันพร้อมในพื้นที่ ซึ่งเราก็ยืนยันไปนานแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ จนปี ๒๕๕๖ แล้ววันนี้จะเข้าสู่ปี ๒๕๕๗ ก็ยังให้ยืนยันอยู่นะครับ ผมกลัวว่าการที่จะจัดสรรเงินงบประมาณ ในปี ๒๕๕๘ นั้น ก็ไม่ทราบว่าผมเองจะได้อยู่ในสภานี้หรือเปล่า ก็อยากกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบการท่องเที่ยวและกีฬา ที่รับปากไว้ช่วยดําเนินการในปี ๒๕๕๗ นั้น จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ คือปัญหาน้ําท่วม น้ําแล้ง ในจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะ กรมทรัพยากรน้ํา ภาค ๙ นั้นรอจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาน้ําท่วม น้ําแล้งในจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะอําเภอ บ้านด่านลานหอยนั้นลอกคลองตําบลตลิ่งชัน ซึ่งได้ประมูลเรียบร้อยแล้ว ยื่นซองเรียบร้อย รอทําสัญญาอย่างเดียวก็ดําเนินการได้ แต่จนบัดนี้แล้วก็ยังไม่มีงบประมาณที่จะจัดสรร เข้าไปเลยในการแก้ปัญหาน้ําท่วม น้ําแล้ง ที่อําเภอสวรรคโลกก็ขุดลอกคลองที่ตําบลปากน้ํา ใช้งบไม่มากครับ ไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็จะแก้ปัญหาทําให้น้ําที่ท่วมขังอยู่กลางทุ่ง จะไหลไปสู่แม่น้ํายมเก่า ตรงนี้ก็กราบเรียนให้จัดสรรงบประมาณด่วน อีกที่หนึ่งคืออําเภอ ศรีสัชนาลัย ได้ขุดสระแก้มลิง ซึ่งจะทําให้ประชาชนในอําเภอศรีสัชนาลัยนั้นใช้น้ําต้นทุน ตรงนี้ได้นะครับ ทั้ง ๓ โครงการนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรน้ํา ภาค ๙ ก็อยากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งบอกว่าเลื่อนงบประมาณไปถึง เดือนธันวาคม ผมกลัวว่างบประมาณจะตกแล้วจะเกิดความเสียหายต่อจังหวัดสุโขทัยครับ ขอบคุณครับ
ท่านธนิกอยู่ไหมครับ อย่างนั้นท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ของบประมาณสนับสนุนขุดลอกโครงการบ่อประทาย หมู่บ้านสามแยก หมู่ที่ ๙ ตําบลโคกสี อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้รับการประสานงานจาก นายทองใบ สุทธิประภา นายกเทศมนตรีตําบลโคกสี อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในหน้าแล้งที่ตําบลโคกสีนะคะ เพราะว่ามีเกษตรกร ที่มีอาชีพเป็นเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยอาศัยน้ําจากลําห้วยบ่อ น้ําจากลําห้วยบ่อนี้จะไหลลง แหล่งน้ําสาธารณะบ่อประทาย ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านสามแยก หมู่ที่ ๙ ตําบลโคกสี อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และจากนั้นแล้วจะไหลลงสู่แม่น้ําสงคราม หน้าน้ําหลาก ฝนตกน้ําก็จะท่วมเป็นบริเวณกว้าง ถ้าหน้าแล้งก็สามารถที่จะเดินข้าม แม่น้ําสงครามได้เลยค่ะท่านประธาน ไม่มีน้ําเลย ดังนั้นวิธีการที่จะทําให้มีน้ําอุปโภคบริโภค ในหน้าแล้ง นอกจากอุปโภคบริโภคแล้วก็สามารถที่จะปลูกผัก หาปลาอะไรกันได้บ้าง พอเลี้ยงชีวิตของเกษตรกร จึงมีความต้องการและดําเนินการในการขุดลอกบ่อประทาย เพื่อแก้ปัญหา บ่อนี้ใหญ่ค่ะ ท่านประธานคะ ประมาณ ๑๖๙ ไร่เลยทีเดียว ต้องการอย่างมาก เลยทีเดียวในการขุดลอก เพราะว่าจะมีน้ําประปาไว้ใช้ในหน้าแล้งด้วยค่ะ ท่านประธานคะ นั่นคือความต้องการของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ค่ะ แล้ง ร้อน ขาดน้ําดื่มน้ําใช้คือปัญหาคาใจ ให้ช่วยแก้ไขอย่างยั่งยืน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านศุภชัย ศรีหล้า ท่านวัชระ เพชรทอง เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ชาวสวนยางที่ได้ขึ้นทะเบียนรอรับเงินชดเชยไร่ละ ๒,๕๒๕ บาท ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชหลายอําเภอยังไม่ได้รับเงินชดเชยนี้นะครับ โดยเฉพาะ ในอําเภอจุฬาภรณ์ อําเภอร่อนพิบูลย์ อําเภอลานสกา อําเภอเมือง จํานวนหลายร้อยครอบครัว แม้ว่าเวลาผ่านไป ๒ เดือนแล้วก็ตาม ก็ขอหารือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งรัด เป็นการด่วนด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องของความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เมื่อวานนี้ พลตํารวจตรี อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการ ตํารวจนครบาลออกมาแถลงข่าวบอกว่า จะมีผู้ไม่ประสงค์ดีมีแผนจะก่อเหตุวินาศกรรม อย่างรุนแรงในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างสถานการณ์ไปสู่ความรุนแรงตั้งแต่คืน วันที่ ๑๙ ถึง ๒๔ พฤศจิกายน ก็ขอสอบถามไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับว่าเมื่อตํารวจ ได้รับทราบเรื่องนี้แล้วจะดําเนินการอย่างไร เพราะในช่วงนี้มีพี่น้องประชาชนออกมาชุมนุม แสดงความคิดเห็นทางการเมืองและเดินทางมาจากต่างจังหวัดมากขึ้นเรื่อย ๆ การออกข่าว เช่นนี้ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก ตํารวจมีมาตรการที่จะดูแลเรื่องนี้อย่างไร และถ้ารู้แล้ว ทําไมไม่รีบดําเนินการ ถ้าหากว่าเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ ต้องสะท้อนให้เห็นว่านี่คือความ บกพร่องของตํารวจนะครับ
เรื่องที่ ๓ ก็คือต้องขอหารือไปยังท่านประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรี ด้วยความไม่สบายใจที่มีปรากฏการณ์เมื่อวานนี้ที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิก ออกมาแถลงข่าวไม่ยอมรับอํานาจของ ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีรัฐมนตรีหลายคนไปขึ้นเวทีปราศรัยประกาศที่จะไม่ยอมรับอํานาจ ของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ที่ต้องหยิบยกมาหารือกับท่านประธานเพราะว่าเราเป็นสมาชิก รัฐสภา เราได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ ก็คือก่อนเข้ารับหน้าที่นี้ก็ได้ปฏิญาณตน ต่อสภาว่าจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ เรามีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๑ ที่จะต้องมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ ของชาติและต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าเราซึ่งเป็นบุคคลชั้นนําของประเทศ ไม่แสดงให้ พี่น้องประชาชนให้สังคมได้เห็นได้ตระหนักว่า การปฏิบัติตามกฎหมายนั้นเป็นหน้าที่ของ คนไทยทุกคนแล้วใครจะปฏิบัติตามละครับ ก็เลยหารือมายังท่านประธาน แล้วก็ นายกรัฐมนตรีให้ทบทวนในเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณครับ
ท่านธนิก มาสีพิทักษ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่น กระผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ช่วงฤดูนี้เป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวของพี่น้องที่ทําอาชีพการเกษตรไม่ว่าจะเป็นข้าว อ้อย หรือแม้กระทั่งมันสําปะหลัง ซึ่งตอนนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คงได้รับการประสานงานจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องราคาพืชผลทางด้าน การเกษตร ผมก็เช่นกันครับ พี่น้องมาสอบถามผมเกี่ยวกับเรื่องของราคาอ้อย ซึ่งพี่น้องสนใจ ในการที่จะให้ได้ราคาที่ดีเหมือนทุกปี ก็ฝากไปถึงรัฐบาลนะครับเพื่อที่จะให้พี่น้องมีรายได้ ที่ดีขึ้น นั่นหมายถึงว่าจะทําอย่างไรให้ได้ราคาอ้อยที่สูงขึ้น นอกจากนี้อีกปัญหาหนึ่ง ที่เกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกรก็คือพืชผลที่ผลิตออกมาปริมาณต่อไร่ต่ําลงทุกปี สาเหตุหนึ่งนั้น ก็เกิดจากสภาพของดิน ซึ่งตอนนี้พี่น้องลงทุนไปแต่ไม่คุ้มกับค่าลงทุน เหตุผลเพราะว่าสภาพดิน เสื่อมลงทุกปี ๆ จึงขอหารือไปถึงรัฐบาลเพื่อให้แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องของพืชผลทางด้านการเกษตรก็ไม่อยากให้มุ่งไปที่เรื่องของ ปริมาณนะครับ อย่างกรณีของข้าวจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยส่งออกข้าวถือว่า เป็นอันดับ ๑ ของโลก แต่อีกมุมหนึ่งหรือมิติหนึ่งนั้นการส่งข้าวออกหมายถึงการส่งธัญพืช หมายถึงการส่งอาหารที่มีคุณค่า ทุกปี ๆ เราส่งออกหลายล้านตัน ถ้าส่งออกต่อเนื่องต่อไป เรื่อย ๆ เป็น ๑๐ ปี ๑๐๐ ปี หรือ ๑๐,๐๐๐ ปี นั่นหมายถึงว่าเราส่งสิ่งที่ดีที่สุดออกไป จึงขอเสนอให้คํานึงถึงเรื่องของรายได้เป็นหลัก ไม่ใช่ยึดหลักปริมาณเป็นหลักนะครับ จึงขอ หารือท่านประธานไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ
เรื่องที่ ๑ ขอหารือกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังกระทรวงคมนาคม ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี และนักท่องเที่ยวที่ได้ เข้าไปท่องเที่ยวบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตําบลดอนเจดีย์ อําเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งทางที่จะเดินทางเข้าไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ แยกจากถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๓ ขณะนี้เส้นทางนี้ชํารุดทรุดโทรมการเดินทาง ไม่สะดวก ประกอบกับแสงสว่างไม่เพียงพอ ก็ขอให้กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาซ่อมแซม ปรับปรุงให้ถนนสามารถสัญจรไปได้อย่างสะดวก เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว และพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๒ บริเวณแยกถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๓ ตัดกับ สายหนองขาว อําเภอท่าม่วง ซึ่งเป็นแยกไฟแดงมีสัญญาณไฟจราจรอยู่ใกล้ ๆ กับสถานี ตํารวจภูธร ตําบลหนองขาว ขณะนี้การก่อสร้างคลองซึ่งเป็นแนวคลองของพระราชดํารินั้น เสร็จสิ้นแล้ว แต่ว่าสัญญาณไฟจราจรมีความชํารุดบริเวณที่ฐานที่ตั้งไฟครับ มันยุบลงไปครับ ผมเกรงว่าอาจจะสร้างความเสียหายให้มากขึ้นและไม่สามารถทําให้สัญญาณไฟจราจรนั้น เปิดใช้การได้อย่างเป็นปกติ อีกทั้งสัญญาณไฟส่องสว่างบริเวณแยกดังกล่าวนั้นยังไม่เพียงพอ ผมไปสํารวจดูหลายรอบแล้วเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ก็อยากให้กระทรวงคมนาคม แขวงการทาง จังหวัดกาญจนบุรีได้ลงไปช่วยดูแลแก้ไขโดยเร่งเด่น
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่สัญจรบริเวณถนน หมายเลข ๓๒๓ สายเลี่ยงเมืองจากแยกรจนา ตําบลท่าล้อไปยังแยกวังสารภี ตําบล ปากแพรก อําเภอเมือง ซึ่งขณะนี้มีห้างใหญ่ตั้งอยู่ ห้างโรบินสัน ไทวัสดุ ที่ผมต้องมา ปรึกษาหารือกับท่านประธานเพราะว่าทุกอาทิตย์เกือบทุกวันครับเกิดอุบัติเหตุเยอะมาก อยากให้กระทรวงคมนาคม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตํารวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีได้ไปปรึกษา หารือว่าจะหาทางแก้ไขอย่างไรครับ เพราะเราจะปล่อยให้พี่น้องประชาชนได้รับอุบัติเหตุ เสียทรัพย์สิน เสียชีวิตทุกๆ วันคงไม่ดีแน่ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องหารือปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนด้วยวาจาจากนายสมพร ภักดิ์มี กํานัน ตําบลหนองงิ้ว อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ว่ามีฝายน้ําล้น ห้วยน้ําจันทร์ บ้านน้ําจันทร์ หมู่ที่ ๔ ซึ่งใช้ในการสัญจรเป็นทางสัญจรไปมาเข้าออกหมู่บ้านและยังกักเก็บน้ําใช้ในการ อุปโภคบริโภคและทําการเกษตรพี่น้องประชาชน แต่สืบเนื่องจากเมื่อต้นปีหรือปลายปี ที่ผ่านมาได้มีอุทกภัยน้ําป่าไหลหลากได้มากัดเซาะปีกของฝายน้ําล้นนี้ได้ขาดและกัดเซาะ ไปถึงฐานของฝ่ายน้ําล้นนี้ จึงไม่สามารถกักเก็บน้ําและใช้ในการสัญจรไปมาในหมู่บ้านนี้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันได้เคยหารือมา ๑ ครั้งแล้ว แต่เมื่อเจอกํานันสมพรแล้วก็ยังไม่มีหน่วยงานใด เข้าไปดูแลให้เลย ดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงคมนาคม ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสํารวจสร้างสะพาน ให้พี่น้องได้สัญจรได้ไปมา และผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาสํารวจสร้างฝายน้ําล้นกั้นห้วยน้ําจันทร์ให้พี่น้องได้มีน้ําในการอุปโภค บริโภคด้วย
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนด้วยวาจาจากนายทวี ศรีทาสังข์ ผู้ใหญ่ บ้านหนองสนุ่น ตําบลโคกงาม อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ว่าในหมู่บ้านมีห้วยกกแข มีน้ํา ที่ไหลมาจากภูเขาไหลรินตลอดเวลา แต่ไม่มีฝายที่จะกักเก็บน้ําไว้ สืบเนื่องจากในหมู่บ้าน ได้ทําประปาภูเขา ยามหน้าน้ําก็สามารถเอาน้ําในห้วยกกแขนี้มาทําน้ําประปาภูเขาได้ แต่หน้าแล้งยามนี้น้ําได้แห้งขอดนะคะ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมชลประทาน และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยผลักดันงบประมาณในการสร้างฝายกักเก็บน้ําให้กับ พี่น้องบ้านหนองสนุ่น ตําบลโคกงาม อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่อง หารือต่อท่านประธานปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอยู่ ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากทางผู้อํานวยการ นายประสาน โชติมน ผู้อํานวยการโรงเรียนลิไทพิทยาคม ตําบลเมืองเก่า อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย บอกว่า โรงเรียนนั้นไม่มีหอประชุมมาเกือบ ๓๐ ปีแล้วนะครับ ตั้งแต่เปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่ ปี ๒๕๒๗ จึงได้ของบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นหอประชุมแบบ ๑๐๐/๒๗ ราคา ประมาณ ๖,๕๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ซึ่งได้ผ่านสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๘ แล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายกบรรเทา พร้อมเพรียง นายกองค์การ บริหารส่วนตําบลยางซ้าย อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย บอกว่าหมู่ที่ ๔ ตําบลยางซ้ายนั้น ขาดแคลนน้ํา มีน้ําประปาใช้ไม่เพียงพอนะครับ อยากได้ประปาผิวดินขนาดใหญ่ จึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้จัดสรรงบประมาณด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากนายบุญเพ็ง ขวัญวงศ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๒ ตําบลปากแคว อําเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนและหารือไปครั้งหนึ่งแล้ว เนื่องจากว่าประตูระบายน้ําคลองปากแคว ซึ่งเป็นคลองเชื่อมโยงจากแม่น้ํายมซึ่งมีการ ทําประตูระบายน้ําซึ่งไม่ตรงประตูนะครับ ตรงบริเวณปากทางเชื่อมไปทําอยู่กลางคลอง ซึ่งทําให้ปัญหาน้ําท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชนเสียหายนะครับ ขอให้ปรับปรุงประตูระบายน้ํา หมู่ที่ ๒ ตําบลปากแควด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านนันทนา ทิมสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือกับท่านประธานเรื่องเดียวสั้น ๆ เนื่องจากว่าดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากทั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ราษฎรจากบ้านศรีเจริญและบ้านโนนพัฒนา ตําบลเลยวังไสย์ อําเภอภูหลวง จังหวัดเลยค่ะ ว่าได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากพื้นที่ ๒ หมู่บ้านนี้เป็นพื้นที่ที่อยู่เชิงเขาภูหลวงซึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และได้รับ ความเดือดร้อนจากการที่ช้างป่าบนเทือกเขาภูหลวงได้ลงมากัดกินพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวและข้าวโพดที่ชาวบ้านได้ทําการเกษตรบริเวณที่อยู่รอบ ๆ เชิงเขานะคะ ซึ่งอาจจะเนื่องมาจากอาหารตามธรรมชาติอาจจะขาดแคลนในฤดูนี้ แล้วก็เนื่องจากตอนนี้ ข้าวและข้าวโพดนั้นกําลังเริ่มที่จะได้รับผลผลิตนะคะ ชาวบ้านบอกว่าช่วงนี้ข้าวจะมีกลิ่นหอม ก็อาจจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ดึงดูดทําให้ช้างป่านั้นได้ลงมานะคะ ดิฉันก็ได้สอบถามไปยัง ท่านหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ในเรื่องของการให้ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ได้มาช่วย ชาวบ้านในการที่จะขับไล่ช้างให้กลับเข้าไปในป่า แต่ก็ได้รับคําตอบว่าเจ้าหน้าที่ของเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเองนั้นก็มีจํานวนไม่เพียงพอ เพราะว่าช้างได้ลงมาในหลายจุดนะคะ ทั้งอําเภอภูเรือ อําเภอวังสะพุง แล้วก็อําเภอช้างหลวง ซึ่งตรงนี้ก็ทําให้ชาวบ้านนั้นต้อง ช่วยตัวเองในการจัดเวรยามในการที่จะคอยขับไล่ให้กลับเข้าไปในป่านะคะ แล้วก็ทราบว่า ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกองทุนช่วยเหลือช้างป่า แห่งชาติจะมีเงินชดเชยให้เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากการที่ช้างได้ลงมากัดกินพืชผล ทางการเกษตรนะคะ ชาวบ้านก็ฝากว่าให้ช่วยติดตามนะคะ เพราะว่าบางส่วนได้รับเงิน ชดเชย บางส่วนก็ไม่ได้รับเงินชดเชยนะคะ ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ช่วยดําเนินการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอต้อนรับคณะนักศึกษาไทยและต่างชาติ องค์กรนักศึกษากฎหมายแห่งเอเชียประจํา ประเทศไทย จํานวน ๓๐ ท่านนะครับ ท่านศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ซึ่งดูแลในเรื่องของโครงการรับจํานําข้าว อยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องเกษตรกรทั่วทั้งอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่บ้านผมจังหวัดอุบลราชธานี ฝากผมมากราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินจาก โครงการจํานําข้าวเลย เอาข้าวไปจํานําร่วม ๒ เดือนแล้วนะครับท่านประธาน แล้วก็พี่น้อง ประชาชนจําเป็นจะต้องจับจ่ายใช้สอยอยู่ทุกวัน ถ้าเผื่อว่าทางรัฐบาลจะชี้แจงให้ชัดเจนว่า จะได้รับเงินอย่างช้าเมื่อใดก็จะเป็นประโยชน์ ที่สําคัญที่สุดท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ไปรับเงินที่ ธ.ก.ส. แล้ว หรือพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้าวเพิ่งเสร็จอยู่ในขณะนี้ก็หวังจะนําข้าว ไปจํานํากับทางรัฐบาล ไปที่ ธ.ก.ส. ไปที่โรงสี ธ.ก.ส. ก็ให้คําแนะนําบอกว่าไม่มีกําหนดระยะเวลาที่แน่นอนว่าจะได้รับเงินเมื่อใด แล้ว ธ.ก.ส. ก็ให้คําแนะนําต่อไปอีกว่า ถ้าเผื่ออยากจะได้เงินเร็วต้องไปขายให้กับโรงสี ท่าน ประธานที่เคารพครับ ถ้าไปให้กับโรงสีในวันนี้ก็จะได้ราคาเพียงตันละ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท เท่านั้น ซึ่งไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลได้ให้นโยบายไว้บอกว่าจะรับจํานําทุกเม็ด ตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ข้อกังวลใจเหล่านี้เป็นข้อกังวลใจที่พี่น้องประชาชนฝากผมมากราบเรียนผ่านท่าน ประธาน และที่สําคัญไปกว่านั้นในขณะนี้จุดรับจํานําก็มีอยู่จํากัดท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่จุดรับจํากัดในพื้นที่ม่วงสามสิบ ในพื้นที่อําเภอตาลสุม๒ อําเภอนี้มีสหกรณ์ การเกษตร แต่ปรากฏว่าสหกรณ์การเกษตรซึ่งเป็นการรวมตัวของพี่น้องประชาชน ทาง รัฐบาลก็ไม่ได้อนุมัติให้สหกรณ์การเกษตรเป็นจุดรับจํานําข้าวแต่อย่างใด ซึ่งจะผิดกับ หลักการว่าสหกรณ์การเกษตรเป็นจุดรวมของพี่น้องประชาชนพี่น้องประชาชนเป็นเจ้าของ สหกรณ์ แต่ถ้าเผื่อว่าสหกรณ์เป็นเจ้าของโดยพี่น้องประชาชนแต่ไม่ได้มีโอกาสบริการพี่น้อง ประชาชนที่ทํานาคือชาวนา ก็เป็นที่น่าเสียดาย จึงอยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยดูด้วยว่า สหกรณ์การเกษตรจะตอบสนองต่อนโยบายจํานําข้าวได้อย่างไรก็จึงกราบเรียนเรื่องนี้ผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ
ท่านพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา อยู่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ท่านประธานครับ กระผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือ กระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท เพราะว่าขณะนี้ทางกรมชลประทาน ได้โอนถนนรอบอ่างเก็บน้ําหนองค้อ แล้วก็อ่างเก็บน้ําคลองหลวงรัชโลธร ซึ่งเป็นถนนของ กรมชลประทานแล้วก็ได้โอนให้กับกรมทางหลวงชนบทไปแล้ว แต่ในปัจจุบันนี้ พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้มีความเดือดร้อนเป็นอย่างมากนะครับ ถนนรอบอ่างเก็บน้ํา หนองค้อมีระยะทางประมาณ ๘ กิโลเมตรเศษ เป็นหลุมเป็นบ่อตลอด มีผู้อยู่อาศัยมากมาย มีสนามกีฬาที่ใช้ที่ราชพัสดุในการที่จะทําสนามกีฬาให้กับพี่น้องประชาชนได้มีโอกาส ไปออกกําลังกาย เสียทั้งเส้นทั้งสายนะครับ ก็ฝากไปยังกรมทางหลวงชนบทด้วย
อีกสายทางหนึ่งก็คือถนนรอบอ่างเก็บน้ําคลองหลวงรัชโลธร ที่ผมเรียนไว้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตําบลท่าบุญมี อําเภอเกาะจันทร์ ซึ่งก็เป็นทางเข้าจากถนน หมายเลข ๓๓๑ เข้าไป ที่อ่างเก็บน้ําคลองหลวง ระยะทางประมาณ ๙ กิโลเมตรเศษ ถนนเส้นนี้เสียหายมานาน เป็น ๑๐ ปี ซึ่งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น มีพี่น้องประชาชนเสียชีวิตเป็นจํานวนมาก เนื่องจากเป็น ถนนที่ใช้ในการเลี่ยงตลาดนะครับ เพราะว่าถ้าเข้าไปในตลาดรถจะติดมาก พี่น้องประชาชน ก็นิยมใช้ถนนเส้นนี้นะครับ เสียหายเป็นจํานวนมาก ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ขอให้ดําเนินการสายทางทั้ง ๒ สาย โดยด่วนด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และการสื่อสารมวลชน ได้ไปศึกษาดูงานกรณีพิพาทระหว่างชาวบ้านที่อําเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ กับหน่วยทหารที่นั่น ก็ปรากฏว่าได้มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยมี ตัวแทนชาวบ้าน ๗ ท่าน เข้าร่วมประชุมกับฝ่ายปกครองและฝ่ายทหาร ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และรวมถึงกรณีการพิพาทกันเรื่องยอดเขาพุทธทอง ที่สวนโมกขพลาราม อําเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่าน ส.ส. ธีรภัทร พริ้งศุลกะ และกระผมก็ได้ไปพบกับพระและญาติโยมทุกฝ่าย ก็ปรากฏว่าความขัดแย้งก็ไม่มี และ สวนโมกขพลาราม ก็เป็นสถานธรรมะของโลกและของประเทศไทยที่เชิดหน้าชูตา ตามแนวทางของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ท่านประธานครับ ปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน
เรื่องแรก คือของแพง ของแพงที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ขอความ กรุณาเร่งรีบแก้ไขปัญหาของแพงเป็นการด่วน แพงทั้งหมดครับ แม้แต่ไม้จิ้มฟันปัจจุบัน ก็ยังขึ้นราคา
เรื่องที่ ๒ ท่าน ส.ส. จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ฝากกระผมมาหารือท่านประธาน ด้วยเช่นเดียวกัน เรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ํา และปัญหาราคาปาล์มตกต่ํา ซึ่งรัฐบาล ได้สัญญาว่าจะแก้ไขปัญหาให้ จนบัดนี้ก็ยังไม่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร
ท่านประธานครับ วันนี้ กสทช. มาให้ข้อมูลเรื่องการประมูลคลื่นโทรทัศน์ ระบบดิจิตอล (Digital) ซึ่งจะมีขึ้นในปลายปีนี้ ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนที่มีโทรทัศน์ในระบบเก่าทั้งประเทศครับ และ กสทช. ก็ชี้แจง ปรากฏว่าก็ชี้แจง ไม่ชัดเจนนะครับ รวมถึงท่านสุภิญญา กลางณรงค์ ก็ได้ให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ ปรากฏว่า ในงบประมาณของ กสทช. ในงบประมาณปีที่แล้ว ท่านสุภิญญา กลางณรงค์ และท่านประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ก็ไม่ได้รับรองงบประมาณของ กสทช. ซึ่งแสดงว่ามีปัญหาในการใช้ งบประมาณของ กสทช. และการที่จะประมูลคลื่นในปลายปีนี้สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชน ผมจึงเห็นด้วยกับท่านสุพล ฟองงาม ซึ่งได้เสนอให้ชะลอการประมูลคลื่นระบบ ดิจิตอลดังกล่าวออกไป ให้ออกไปก่อน ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ท่านประธานครับ และสุดท้ายในเรื่องของผู้ชุมนุม ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ได้ดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม และปรากฏว่าเมื่อคืนนี้มีเจ้าหน้าที่ตํารวจแต่งกาย ชุดครึ่งท่อนไปติดป้ายโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณถนนพระราม ๒ ใกล้ ๆ บ้านของท่านรัฐมนตรี เฉลิม อยู่บํารุง จึงกราบเรียนท่านประธาน กราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีเฉลิมได้โปรดดูแล ตํารวจในสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้เป็นธรรม อย่าได้ติดป้ายประท้วงกลุ่มผู้ชุมนุม ขอขอบคุณท่านประธาน
ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ครับ
ขอบคุณท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ดิฉันได้ลงพื้นที่มานะคะ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วดิฉันได้ลงไปเยี่ยมเยียนพี่น้องชุมชนศีลาภิรัตอุปถัมภ์ เขตลาดกระบังนะคะ พี่น้องประชาชนในชุมชนแจ้งว่า กทม. เคยบอกว่าจะมาติดกล้องวงจรปิดให้ในชุมชน แล้วก็มีงบประมาณออกมาแล้วด้วย แล้วก็มีการติดต่อ เพียงแต่ว่าสเปค (Spec) ของการที่ นํากล้องมาติดนั้นไม่ตรงกับที่ตกลงไว้ในตอนแรกนะคะ นั่นหมายความว่าตอนแรกบอกว่า จะมีการติดกล้องทั่วทุกจุด ๔ ตัวด้วยกัน แต่จะกระจายไปทั่วทุกจุด แต่พอมาติดจริง ติดจุดเดียว ๔ ตัว ซึ่งมันไม่ได้ทําให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และจนบัดนั้นจนบัดนี้ เลยระยะเวลามาหลายเดือนแล้ว ทางพี่น้องประชาชนก็เป็นห่วงในความปลอดภัย ดิฉันคิดว่า กรณีนี้น่าที่จะเกิดขึ้นอีกหลาย ๆ ชุมชนด้วยกันนะคะ ก็จึงต้องขอร้องเรียน แล้วก็ขอให้ ท่านประธานประสานไปยัง กทม. ได้โปรดเร่งรัดในการที่จะติดกล้องวงจรปิดให้ทั่วทุกชุมชน เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม แล้วก็ความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
อีกส่วนหนึ่งอยากที่จะประสานทางสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปถึงทางการไฟฟ้า นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้านครหลวงเขตมีนบุรี หรือการไฟฟ้านครหลวงเขตบางพลี เพราะ ดิฉันอยู่ในเขตลาดกระบัง พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ชุมชนเลียบคลองต้องเดินทางเลียบ คลองนี้ แล้วไฟฟ้าไม่สว่างและบางที่ก็ดับไปแล้ว ขาดการสํารวจ ขาดการซ่อมแซม ฉะนั้น แล้วก็ต้องขอแรงทางเจ้าหน้าที่ทุก ๆ ท่านได้โปรดลงไปสํารวจจุดที่เสียหาย แล้วก็ไป ซ่อมแซม ไปเปลี่ยนหลอดไฟให้พี่น้องมีการเดินทางที่ปลอดภัยนะคะ อย่างเช่น ที่ดิฉันจะขอ ยกตัวอย่างเลียบคลองสามประเวศ แล้วก็ชุมชนคลองสี่ แล้วก็ชุมชนคลองหนึ่ง ขอให้ทาง การไฟฟ้าได้ไปตรวจสอบความถูกต้องต่าง ๆ ด้วย เพื่อที่จะให้พี่น้องแล้วก็เด็ก ๆ ของเรา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีการเดินทางที่ปลอดภัย ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ
ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนให้มาหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ
เรื่องแรกนั้นสืบเนื่องจากว่าทางหลวงแผ่นดิน จํานวน ๓ สาย ในเขตอําเภอ พนัสนิคมและอําเภอพานทองนั้นชํารุดเสียหาย แล้วก็มีสภาพที่คับแคบมาก ก็คือมีแค่ ๒ ช่องทางจราจร แล้วก็เวลาค่ําคืนนั้นก็ค่อนข้างที่จะมืด เนื่องจากว่าไฟฟ้าส่องสว่างนั้น ไม่สว่าง บางจุดก็ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ทําให้เกิดปัญหาในเรื่องของอุบัติเหตุแล้วก็เรื่องของ การโจรกรรม สายแรก ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ สายชลบุรี-ฉะเชิงเทรา ในช่วงของ บ้านหัวไผ่มาอําเภอพนัสนิคม สายที่ ๒ เป็นทางหลวงหมายเลข ๓๔๙ พนัสนิคมไปหนองชาก อําเภอบ้านบึง ซึ่ง ๒ สาย เป็นสายที่เชื่อมต่อกันตรงจุดบริเวณที่อําเภอพนัสนิคม อีกสายหนึ่ง ก็เป็นถนนสายทางหลวงหมายเลข ๓๑๒๗ ช่วงแยกทางหลวงหมายเลข ๓๑๕ เข้าอําเภอ พานทอง ซึ่งเป็นทางเข้าของนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครด้วย ซึ่งทั้ง ๓ สาย อย่างที่นําเรียนว่า เป็นสภาพที่มีเพียงแค่ ๒ ช่องทางจราจร ก็อยากจะให้ทางกระทรวงคมนาคมขยายเป็น ๔ ช่องทาง เพราะว่าในแต่ละวันมีรถวิ่งบนถนน ๓ สายนี้ วันละไม่ต่ํากว่า ๗๐๐๐ คัน
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับถนนสายนี้ละครับ ทางหลวง หมายเลข ๓๑๕ ในช่วงชลบุรี-พนัสนิคม เนื่องจากว่าในหน้าฝนถนนสายนี้จะเป็นถนนที่ขวางทางน้ํา น้ําก็จะ มาเอ่อท่วมในบริเวณถนนในเลนที่อยู่ทางด้านทิศใต้ แล้วก็ไม่สามารถที่จะข้ามฝั่ง ก็คือ ข้ามถนนสายนี้ได้ เนื่องจากว่ามันติดในเรื่องของเกาะกลางถนน การแก้ปัญหาของทางหลวง ก็คือถึงเวลาก็รื้อเกาะกลางถนนให้น้ําไหลผ่าน พอน้ําแห้งก็ก่อขึ้นมาใหม่ เป็นอย่างนี้ทุกปีครับ ผมจึงอยากจะหารือท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมว่าการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนมีไหม และที่ผ่านมาทําได้แค่นี้ ในอนาคตจะเป็นอย่างนี้หรือไม่ โปรดแก้ปัญหาด้วย
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการขุดคลองในคลองควงข่าย ของอ่างเก็บน้ํา เขื่อนสียัด ซึ่งมีการขุด ซึ่งทราบว่าเป็นรถเครื่องจักรที่มาจากกรมชลประทาน มาก็สาย กลับก็เร็ว และมีการร้องเรียนว่ามีการเอาน้ํามันไปขายด้วย แล้วพอขุดลอกคลองไปแล้ว เพื่อไม่ให้น้ํามันกระจายมาอยู่ในคลองนี้ แต่ปรากฏว่าทางระบายน้ําซึ่งเป็นท่อก็คับแคบ ก็ไม่ทราบว่าแก้ปัญหากันอย่างไร จะแก้น้ําท่วมหรือทําให้น้ําท่วมก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้น ก็เรียนผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอได้โปรดส่งคนมาดูแล แก้ปัญหาตรงนี้ด้วย เพราะว่าปัญหาน้ําท่วมทีไร พื้นที่ที่มีการขุดคลองโครงข่ายของอ่างเก็บน้ํา เขื่อนสียัด ที่ตําบลสระสี่เหลี่ยม ตําบลท่าข้าม มันสร้างปัญหาให้เกิดปัญหาน้ําท่วมมากทุกปี ขอบคุณครับ
เหลืออยู่ ๒ ท่านนะครับ ท่านนิยม วรปัญญา ท่านอรรถกร ศิริลัทยากร เชิญครับ ท่านอาจารย์นิยม วรปัญญา
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับ การร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมากว่าได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากการจราจรในตลาด ลํานารายณ์ติดขัด แออัดมากเลยครับ เพราะมีโรงเรียนมาก ตอนเช้า ๆ จะไปส่งลูกหรือ ตอนเย็นไปรับใช้เวลาเป็นชั่วโมงครับ เพราะฉะนั้นก็ขอให้มีการปรับปรุงให้กรมทางหลวง จัดแจงปรับปรุงให้มีความสะดวกแล้วก็ได้เดินทางไปมาได้ปลอดภัย
๒. ก็ขอให้กรมทางหลวงสร้างศาลาที่พักรถริมทางเพื่อพักผ่อน เพราะว่า คนขับรถไป รู้สึกจะเป็นระยะทางยาวตั้ง ๒๐๐-๓๐๐ กิโลเมตร ไม่ค่อยจะมีที่พักรถ ทําให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครับ ทําให้เกิดความเสียหาย คนล้มตาย ทรัพย์สินเสียหาย ในถนนสาย ๒๐๕ ขอมาทั้งหมด ๑๕ แห่ง
๓. แล้วให้ทางกรมโยธาธิการสร้างสะพานข้ามคลองลําสนธิ ๒ แห่ง แล้วก็ แม่น้ําป่าสัก ๓ แห่งครับ
๔. ขอให้บูรณะถนนและทางข้ามคลองบูชา เพราะถูกน้ําท่วมชํารุด
๕. ขอให้กรมอาชีวศึกษาสร้างหอประชุมให้กับวิทยาลัยเกษตรพัฒนานิคม ครับ เพราะว่าวิทยาลัยเกษตรพัฒนานิคมเป็นแหล่งวิชาการที่ทําให้จังหวัดลพบุรีเจริญรุ่งเรือง มาถึงทุกวันนี้ ในด้านการเกษตร แต่ว่าศาลาสําหรับที่จะใช้ในการวางตั้งสินค้าที่ผลิตรายได้ และร้านอาหารไม่เพียงพอ ขอให้รีบช่วยจัดแจงสร้างให้ครับ
๖. ขอให้ขุดลอกแม่น้ําป่าสัก บ้านท่าศาลา แล้วก็บ้านน้ําทด บ้านท่าดินดํา บ้านสันตะลุง
๗. ขอให้สร้างที่พักรถริมทาง ถนนไปอําเภอสระโบสถ์ ๑๕ จุด เพื่อให้ คนเดินทางไปมาได้รับความปลอดภัยกว่านี้ ถนนสายนี้มีความไม่ปลอดภัยครับ
๘. ขอให้ปรับปรุงย่านชุมชนในอําเภอสระโบสถ์ ถนนสายสระโบสถ์ ไปลํานารายณ์-สระโบสถ์ แล้วก็ไปหนองม่วง-นครสวรรค์ เพราะเป็นทางลัดตัดตรง ๘ แห่ง
๙. ขอให้ตลาดลํานารายณ์เป็นตลาด
เอา ๘ ข้อ ก่อนนะครับ ข้อ ๙ เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาส่งแล้วกันนะครับ
และ ๑๐. ขอให้ส่งเสริมการขายสินค้า โอทอป (OTOP) ที่ตลาดลํานารายณ์ ซึ่งแออัด ขอส่งเป็นหนังสือครับท่านประธาน
เกินเวลาหารือแล้วครับ ส่วนที่เหลือเอามาฝากนะครับ เจ้าหน้าที่เอามาฝากเลยนะครับ มาส่งที่ประธานเดี๋ยวนี้เลย
ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญครับท่านอรรถกร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัด ฉะเชิงเทรา วันนี้ขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวฉะเชิงเทรา ต่อท่านประธานเรื่องเดียวครับ เป็นเรื่องถนนที่ไม่ค่อยจะสมประกอบสักเท่าไรนักนะครับ โดยเฉพาะหลังจากน้ําท่วมปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ แล้วก็ปี ๒๕๕๖ ครับ ปกติแล้วครับ ท่านประธานครับ จังหวัดฉะเชิงเทราถนนก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เป็นหลุมเป็นบ่อนะครับ และปี ๒๕๕๖ นี้น้ําท่วมใหญ่ ซึ่งท่วมมากกว่าปี ๒๕๕๔ อีก ถนนเลยพังเสียหายมากกว่าเดิม เดิมที่เป็นหลุมลึกอยู่แล้ว ก็เป็นหลุมลึกกว่าเดิมนะครับในทุกอําเภอ ไม่ว่าจะเป็นอําเภอ คลองเขื่อน เส้นเล็ก เส้นใหญ่ ถนนพังหมดครับ อําเภอบางคล้าทุกเส้น ยกตัวอย่างอย่างเช่น ถนนของตําบลหัวไทร ตําบลปากน้ํา ตําบลบางกระเจ็ด ก็แทบจะวิ่งไม่ได้แล้ว อําเภอราชสาส์น ก็ได้รับความเดือดร้อนจากถนนเฉกเช่นเดียวกัน อําเภอบางน้ําเปรี้ยวก็เหมือนกันครับ ดังนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ไปยังกรมทางหลวง แผ่นดิน กรมทางหลวงชนบท ขอให้เร่งดําเนินการในการซ่อมแซมแล้วก็สร้างถนนเพิ่ม ด้วยครับในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน พี่น้องชาวฉะเชิงเทรานั้น ก็ยิ้มไม่ออกมา หลังจากเจอน้ําท่วมไปก็ถือว่าเป็นของขวัญให้พี่น้องชาวแปดริ้วยิ้มออก แล้วกันนะครับ นอกจากนี้อีกไม่กี่ปีก็จะมีรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรามาจาก กรุงเทพมหานครลงไปที่จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง ก็อยากจะให้ถนนดีเพื่อจะรองรับกับ รถไฟความเร็วสูงที่ทางรัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องการ จะสร้างเพื่อพี่น้องชาวภาคกลาง ภาคตะวันออกครับ อย่างไรผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านมาลินี อินฉัตร ครับ เชิญครับ มีอะไรครับ เชิญ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมาลินี อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรื่องที่ดิฉันจะขอหารือค่ะเป็นเรื่องเกี่ยวกับถนนชํารุดในเขตอําเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ถนนชํารุดนี้เนื่องมาจากที่น้ําท่วมนะคะ แล้วก็พอน้ําท่วมถนนก็เสียหายอย่างมาก แต่ยัง ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปปรับปรุงแก้ไข เพราะว่าถนนที่ว่านี้มันอยู่ในความดูแลของ อบต. ทาง อบต. ก็ไม่มีงบประมาณ ก็เลยไม่ทราบว่าทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พอจะมีงบประมาณที่จะไปดูแลถนนชํารุดซึ่งเกิดจากน้ําท่วมได้หรือไม่นะคะ ขอฝากเรื่อง ไปด้วยค่ะ ถนนที่อําเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๑ คน
ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อ ๓๙๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอดําเนินการตามระเบียบ วาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ก่อนที่จะไปพิจารณาระเบียบวาระอื่น ๆ ขอปรึกษาที่ประชุมนะครับว่าจะขอ นําเรื่องระเบียบวาระที่ ๒.๗ แล้วก็ระเบียบวาระที่ ๓ นะครับ ๒.๗ รับทราบเรื่องวุฒิสภา ลงมติไม่เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... นะครับ กับระเบียบวาระที่ ๓ เป็นเรื่องรับรองรายงานการประชุม แล้วก็เรื่องที่ปฏิญาณตนของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ก่อน นํามาพิจารณาก่อนนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ผมขอดําเนินการเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ซึ่งไม่ปรากฏ ในระเบียบวาระ คือรับทราบการประกาศสภาผู้แทนราษฎรให้ผู้มีชื่อในลําดับถัดไปของ พรรคเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตําแหน่งที่ว่างลง
ตามที่คุณอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เป็นเหตุให้สมาชิกสภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุด ลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ (๓) และได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลําดับถัดไปในบัญชีของพรรคประชาธิปัตย์ ลําดับที่ ๕๑ คือ คุณมณทิพย์ ศรีรัตนา เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ ก่อนเข้ารับหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุม แห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก
ฉะนั้นขอเชิญคุณมณทิพย์ ศรีรัตนา กรุณายืนขึ้นเพื่อปฏิญาณตน โดยผม จะเป็นผู้กล่าวนํานะครับ พร้อมนะครับ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนําพร้อมกัน)
“ข้าพเจ้า นางมณทิพย์ ศรีรัตนา ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความชื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอแสดงความยินดี เชิญนั่งลงครับ เดี๋ยวนะครับ
เรื่องต่อไปนะครับ เป็นรับทราบตามระเบียบวาระที่ ๒.๗ คือรับทราบ เรื่องวุฒิสภาลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๓ วันจันทร์ที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ที่ประชุมได้ลงมติไม่เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง ของประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบแล้ว ดังนั้นจึงถือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ถูกยับยั้งไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ วรรคสอง
จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป) รวม ๒ ครั้ง
ครั้งที่ ๒๓ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๒๔ วันพุธที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๕
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้ว
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม ทั้ง ๒ ครั้งแล้ว นะครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้อ่านเรื่องรับทราบ เรื่องที่ วุฒิสภาลงมติไม่เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เรื่องนี้ผมคิดว่ามีความสําคัญ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปทางธุรการที่วุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งมายังสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบ แต่กฎหมายฉบับนี้ มีความสําคัญและมีผลกระทบต่อการเมือง มีผลกระทบต่อสถานการณ์ที่ดํารงอยู่ในปัจจุบันนี้ อย่างมาก ผมคิดว่าท่านประธานจะลําพังเพียงแค่อ่านว่า วุฒิสภาลงมติไม่เห็นชอบ แล้วผ่านพ้น ไปเฉย ๆ นี่คงไม่ได้ เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญนั้นได้ระบุว่าร่างพระราชบัญญัติใดที่ถูกยับยั้งไว้ ตามมาตรา ๑๔๗ สภาผู้แทนราษฎรจะยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้ต่อเมื่อเวลา ๑๘๐ วันได้ล่วงพ้นไป นับตั้งแต่วันที่วุฒิสภาได้ส่งพระราชบัญญัตินั้นคืนมายังสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาได้ส่ง หนังสือคืนมาเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ท่านประธานก็ต้องแจ้งว่าตามรัฐธรรมนูญนั้น ร่างกฎหมายฉบับนี้จะมีสภาพอยู่อย่างไร และนั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเสียงส่วนใหญ่ของ สภาผู้แทนราษฎร คือมีผู้ลงมติให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ต่อเนื่องวันที่ ๑ พฤศจิกายน ด้วยคะแนนเสียงถึง ๓๑๐ เสียงว่าให้ความเห็นชอบ และเมื่อวุฒิสภาลงมติ ไม่เห็นชอบและส่งคืนมา ใครจะรับผิดชอบอย่างไร สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะรับผิดชอบ กับเรื่องนี้อย่างไร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ผลักดันไปนี้จะเกี่ยวข้อง อย่างไร ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ควรจะมีคําตอบ ควรจะได้ยินคําตอบจากผู้ที่ เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพร้อม ๆ กับการรับทราบมติของ วุฒิสภา ผมก็อยากจะนําเรียนกับท่านประธานว่า ท่านประธานควรจะเปิดโอกาสให้สมาชิก ได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ แล้วก็ ได้เกิดความชัดเจน และพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็จะได้มีความชัดเจนด้วยว่า แท้จริงแล้วในที่สุดร่างพระราชบัญญัตินี้จะไปอยู่ตรงไหนอย่างไร ก็นําเรียนกับท่านประธานไว้ ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณครับ
คือแนวปฏิบัตินะครับ ก็ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบก็ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) ก็แจ้งให้ ที่ประชุมทราบว่า วุฒิสภาได้ส่งมาให้ทราบก็เท่านั้นเองนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมรับรอง รายงานการประชุมทั้ง ๒ ฉบับนะครับ เดี๋ยวผมจะเข้าตามระเบียบวาระนะครับ เรื่องที่ ที่ประชุมเลื่อนขึ้นมาพิจารณา คือร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ท่านมีอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ก่อนที่ท่านประธานจะเข้าสู่ การพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนนั้น กระผมใคร่ขอเสนอ ให้นําเรื่องอื่น ๆ ลําดับที่ ๗.๑ ว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นกรรมการข้าราชการรัฐสภาแทนตําแหน่งที่ว่างลง ๓ ตําแหน่งตามมาตรา ๑๖ ของ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งปรากฏในระเบียบวาระของวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ โดยอาศัยข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๖ (๑) ประกอบกับข้อ ๒๑ โดยจะขอเสนอขึ้นมา เลื่อนขึ้นมาพิจารณาเป็นลําดับแรกในการประชุมวันนี้ สืบเนื่องจากตาม พ.ร.บ. ระเบียบ ข้าราชการของรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๑๖ กําหนดให้ในกรณีที่ตําแหน่งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงเพราะพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ตามมาตรา ๑๕ หรือพ้นจากตําแหน่ง ตามมาตรา ๑๙ ให้สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาแล้วแต่กรณีเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามขึ้นแทนที่ภายใน ๔๕ วันนับแต่วันที่ตําแหน่งว่างลง หรือวันเปิดสมัยประชุมรัฐสภา ซึ่งในกรณีนี้ตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ว่างเว้นลงตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ และจะครบกําหนด ๔๕ วันในวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๑๖ กระผมจึงเห็นสมควรว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญต่อการบริหารงานของ ฝ่ายรัฐสภา จึงขอเสนอให้นําเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาเป็นลําดับแรก ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเคยเสนอให้มีการนํากฎหมายร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณา
เดี๋ยวเอาประเด็นนี้ก่อน
ก็ประเด็นนี้ครับ ท่านประธาน เขากําลังจะแซงคิวเรื่องอื่นขึ้นมานี่ครับ ก็เรื่องระเบียบวาระเรื่องของร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... มันอยู่ในวาระอยู่แล้ว พอเรื่องร่างพระราชบัญญัติ การเดินอากาศ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... จบก็จะเป็นเรื่องร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... แต่ขณะนี้วิป (Whip) รัฐบาลเอาเรื่องอื่นขึ้นมาแซงคิว ผมก็ต้องบอกว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการแซงคิว ประเด็นที่ต้องอธิบายประกอบกันก็คือว่าร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ผมย้ําหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่ประชาชน ได้ประโยชน์ ภาระที่เขาต้องจ่ายบัตรเครดิตมันจะลดลงอย่างมหาศาลครับ ซึ่งเรื่องนี้ ผมก็ยืนยันกับท่านประธานว่า ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลในห้องกรรมาธิการพิจารณา กฎหมายฉบับนี้ร่วมกันก็ตกผลึกแล้ว เพียงแต่ว่ามาติดขัดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นี่ละครับ ซึ่งผมพูดพาดพิงแบบนี้ผมชื่นชม ส.ส. พวกเราทุกคน เพราะในกรรมาธิการทํางานกันอย่างเต็มที่ทั้ง ๒ พรรค แต่ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ท่านจะเบรก (Break) กฎหมายแบบนี้ไม่ได้ครับ ผมอ่านจดหมายที่เขานําเสนอไปที่ วิปรัฐบาลแล้วว่าเขาจะไม่เอากฎหมายฉบับนี้ แบบนี้ผมอยากได้รับคํายืนยันจากวิปว่าเราจะ เอาอย่างไรครับ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ร่างฉบับนี้ผมเองทําหน้าที่เป็นผู้เสนอร่างในฐานะ ผู้แทนราษฎร รัฐบาลมีสิทธิเสนอร่าง ครม. จริง แต่ผมก็มีสิทธิในฐานะผมเป็น ส.ส. ผู้เสนอ ร่างด้วย ถ้าคุณกิตติรัตน์จะไม่เอาก็ไม่เอาร่าง ครม. สิครับ เรื่องของคุณกิตติรัตน์ แต่ร่างของ ผมต้องได้รับการพิจารณาครับ แล้วทํามาไกลมากแล้ว พี่ ๆ ทุกคนที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย ที่ช่วยกันอยู่เห็นครับ ก็ทํากับพรรคประชาธิปัตย์ ทําด้วยกัน แต่ทําไมเราไปก้มหัวให้กับ อํานาจของฝ่ายรัฐบาลล่ะครับ มาถึงวันนี้มันมาไกลแล้ว แล้วคุณปรีชาพลมาเลื่อนอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนไปถึงไหนล่ะครับ
อย่างนี้จะได้ง่ายขึ้น คือตําแหน่ง ก.ร. ของรัฐสภามันว่าง ทั้งของฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา วุฒิสภาก็ได้แต่งตั้งแล้ว ของเราก็ทําตามปกติไป ก็เพียงวันนี้พอเราพิจารณา เรื่องนี้เสร็จ ผมว่าใช้เวลาไม่นานหรอกครับ เพราะว่าการเสนอชื่อตามข้อบังคับก็ถือว่า ที่ประชุมอนุมัติโดยตามข้อบังคับอยู่แล้ว เพราะว่าตําแหน่งของเราว่างอยู่ ๓ ตําแหน่ง แล้วก็ ไม่มีเสนอมากกว่า ๓ ตําแหน่ง ข้อบังคับก็วางไว้ว่าถ้าไม่เสนอมากกว่านี้ก็ถือว่าที่ประชุม มีมติอนุมัติ เสร็จแล้วนะครับท่านอรรถวิชช์ เสร็จแล้วเราก็พิจารณาไปตามระเบียบวาระ ซึ่งเรื่องแรกก็คือเรื่องพระราชบัญญัติการเดินอากาศเสร็จ แล้วก็คุยกัน แล้วก็ต่อเป็นเรื่อง ที่พวกเราหยิบยกกันขึ้นมานี้มันก็ไปได้นะครับ เราจะไม่ต้องเสียเวลา อันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เวลาพวกผมเป็นรัฐบาลผมก็เคยนั่งเป็นคณะกรรมการกลั่นกรอง เป็นวิป รู้ครับว่าเขาทํางาน กันอย่างไร แล้ววันนี้กระผมเองก็ได้เห็นจดหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ส่งไปที่ประธานวิป ไม่เห็นด้วยกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมมี สําเนาส่งให้ท่านประธานดูก็ได้ครับ เพียงแต่วันนี้ผมอยากขอเกียรติภูมิของสภาแห่งนี้ ท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านเลขานุการวิปออกมาพูดชัด ๆ ครับว่ากฎหมายฉบับนี้อย่าดอง มันครับ เพราะถ้ารองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ไม่เอาก็เป็นร่างของ ครม. แต่ร่างของผม ต้องเดินต่อสิครับ มีร่างของผม มีร่างของท่าน ส.ส. ปาริชาติ ชาลีเครือ ก็ยังอยู่ ก็เดินต่อ สิครับ ทําไมถึงไปอุดไว้แค่นั้น ยืนยันกับผมสิว่าไม่เกี่ยวกับร่างของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ไม่เห็นด้วย กับร่าง พ.ร.บ. บัตรเครดิตฉบับนี้ ก็เฉพาะแต่ร่างของ ครม. เท่านั้น เกียรติภูมิของสภาแห่งนี้ เรามีสิทธิเสนอชื่อเป็นกฎหมายได้ ท่านประธานก็ทราบ ผมจะพูดสั้น ๆ นะครับ แต่ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นประโยชน์กับสังคม คุณกิตติรัตน์เป็นเรื่องของคุณกิตติรัตน์ครับ แต่สภาแห่งนี้ ต้องทรงเกียรติเรื่องนี้ไว้ได้ ท่านประธานครับ ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญเขาตัดสินมา ผมไม่พูด เยอะครับ เราโดนทําลายเกียรติภูมิพอสมควร
เอาประเด็นของเราก่อนนะครับ
ไม่ไปไกลหรอกครับ เรายืนหยัดสิว่ากฎหมายฉบับนี้ ร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... มันเป็น ประโยชน์กับประชาชน ท่านประธานรับปากผมได้ไหม ให้ประธานวิป หรือวิปขึ้นมาพูดครับ ว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่ถูกดีเลย์ (Delay) ออกไปครับ
เดี๋ยวผมจะสอบถามทางนี้เขาดูนะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานในฐานะวิปรัฐบาลที่ได้ติดตามดูแลเรื่องนี้ ที่ได้รับมอบหมายจากท่านประธานวิป ท่านอํานวย คลังผา ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ในฐานะที่ผมได้รับมอบหมายให้มาทําหน้าที่ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง และสถาบันการเงิน ของสภาผู้แทนราษฎร ของเราด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ตั้งแต่มีการเสนอเลื่อนขึ้นมานี้ทางวิปไม่ได้ นิ่งนอนใจ ได้เข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองของกฎหมายเพื่อดูความพร้อม ความเป็นไปได้ ในการที่จะพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเกิดมีความเห็นต่างก็มีหน้าที่ที่จะต้องนําเสนอ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะเป็นผู้เสนอกฎหมาย เพื่อขอความเห็นว่าเขามีความเห็น อย่างไร จริงอยู่นะครับ ในสิ่งที่ท่านกรรมาธิการ ต้องขออนุญาตเรียกกรรมาธิการนะครับ เพราะท่านอรรถวิชช์เป็นกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน สิ่งที่วิป ทําไปคณะรัฐมนตรีก็ได้นําเข้าสู่การพิจารณา เพราะเราทําถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ คณะรัฐมนตรีก็นําสู่การพิจารณาเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม แล้วก็มีมติว่าให้กระทรวงการคลัง รับไปพิจารณา แล้วให้ความเห็นต่อข้อสอบถามของทางวิปรัฐบาล หรือกรรมการประสานงาน สภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล เราเองก็ตามมาตลอดนะครับ ในขณะที่ท่านอรรถวิชช์ ก็ตามมาตลอดเหมือนกันว่าเมื่อไรจะเข้าสู่การพิจารณา ก็เป็นที่ประจักษ์ชัด สิ่งที่เป็น ข้อยืนยันก็เป็นหนังสือจากกระทรวงการคลัง ไม่ใช่ในนามท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง นะครับ ในนามกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแล ด้านเศรษฐกิจท่านตอบมา ในหนังสือที่ตอบมานี้กระผมจะขอใช้เวลาอ่านให้ท่านประธานฟัง นะครับ เพราะว่าท่านสมาชิกได้นําเสนอดูเหมือนจะคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ในหนังสือนี้ ไม่ได้บอกว่าไม่เห็นชอบนะครับ ไม่ได้บอกไม่เห็นชอบ แต่ในหนังสือได้บอกว่าขออนุญาต พิจารณาในรายละเอียด ท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่านนะครับ กระทรวงการคลัง ขอเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไขในประเด็น ที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยในการกํากับดูแล ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ซึ่งกําหนดแตกต่างไปจากการกํากับดูแลในปัจจุบัน ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงต้องดําเนินการศึกษาถึงแนวทางในการปฏิบัติของการออกหลักเกณฑ์ การตรวจสอบและการสั่งการ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตแก้ไขฐาน ฐานะและการ ดําเนินงาน และเพื่อให้การดําเนินงานระหว่าง ๒ หน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกัน กฎหมายการกํากับดูแลอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีประเด็นในเรื่องของ การกําหนดวิธีการในการคํานวณดอกเบี้ย ซึ่งแตกต่างไปจากการปฏิบัติสากลของผู้ประกอบ ธุรกิจในบัตรเครดิตทั่วโลก จึงจําเป็นต้องมีการพิจารณาเพิ่มเติมถึงความเป็นไปได้ในทางการปฏิบัติและผลกระทบที่มีต่อ ประชาชนและภาคธุรกิจของประเทศไทยโดยรวม ก็เลยขอเวลาที่จะศึกษา พูดง่าย ๆ ท่านรัฐมนตรี ก็ขอว่าให้สภาเลื่อนให้เวลาไปก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะเอาออกจากระเบียบวาระ ไม่ได้ หมายความว่าจะไม่เห็นชอบ ผลการศึกษาด้านโน้นเป็นอย่างไรเขาก็ตอบมา ด้วยความเคารพ ผมเองก็นําเรียนท่านประธานไปหลายครั้งในเรื่องนี้ว่า กระบวนการของการตรากฎหมายนี้ กรรมาธิการอาจจะมีความเห็นที่ดี ๆ แต่ถ้าความเห็นนั้นมันขัดกับผู้เสนอกฎหมายมามันก็ เป็นเรื่องจําเป็นครับที่เขาต้องศึกษา เพราะเขาเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย เป็นผู้นํา กฎหมายไปใช้ เราเป็นผู้ออกกติกา เขานํากฎหมายไปใช้ ศาลตีความ ก็ยอมรับครับบางครั้ง ศาลก็ตีความไปเป็นไปตามอํานาจศาล เพราะฉะนั้นการที่เราเลื่อนไป ไม่ได้หมายความว่า วิปเรามิประสงค์ให้นําเรื่องนี้มาพิจารณาครับ แต่ว่าหน่วยงานผู้ปฏิบัติเขาขอระยะเวลา สักระยะหนึ่งเพื่อความรอบคอบในการที่จะนําเรื่องนี้เป็นพระราชบัญญัติออกมาบังคับใช้ ซึ่งเป็นผลกระทบกับคนทั่วไป ไม่ได้ขัดกับท่านอรรถวิชช์นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่บอกว่า เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องใหม่ ผมก็เห็นด้วยครับ ก็ศึกษารายละเอียดพอสมควร แต่เมื่อฝ่ายปฏิบัติ เขาขอระยะเวลามาก็เป็นหน้าที่ของกรรมการประสานงาน ต้องกราบเรียนท่านประธาน บอกกับสภานี้ว่าขอเลื่อนระยะเวลาออกไปก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะตัดสิทธิออกไปครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพในข้อมูลข้อเท็จจริงครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ให้เวลาเขาหน่อยนะท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมยืนยันกับท่านประธานครับ ว่าในห้องกรรมาธิการประกอบด้วยพรรคการเมืองหลายพรรค และเรื่องกฎหมายฉบับนี้ ส.ส. ก็เห็นพ้องต้องกันเยอะ แต่ทําไมไม่เดินหน้า และผมบอก ท่านประธานว่ากระทรวงการคลังเขายืนยันข้อเท็จจริงว่าเขาเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการ แล้วติดที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เท่านั้น ผมยืนยันครับ แล้วคุณกิตติรัตน์ฟังผมพาดพิง ก็ชี้แจงได้เลย แล้ว ส.ส. ในห้องนี้ที่มาร่วมพิจารณาหลายคนก็เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ดีครับ ต้องเข้าใจว่ามันเป็นกฎหมายร่างของรัฐบาลก็เป็นร่างของรัฐบาล ร่างของพวกเราในฐานะเป็น ผู้แทนราษฎรก็มีร่างประกบเข้าไป ผมยืนยัน มีทั้งร่างผมและร่างท่าน ส.ส. ปาริชาติ ทําไมจะต้อง เลื่อนออกไปอีกครับ แล้วถ้าข้อความของคุณกิตติรัตน์บอกว่า ที่จริงถ้าคุณหมออ่านให้ครบ ท่านก็พูดถึงว่าร่างกฎหมายนี้มันไม่เหมาะสมอย่างไรด้วย แต่ท่านประธานครับ กฎหมาย ฉบับนี้กรรมาธิการมีการแก้ไขครับ ให้พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผล ๑๘๐ วันหลังจากที่ กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ๑๘๐ วันนะครับ เขามีเวลาเตรียมตัวอีกเยอะเลยครับ และธุรกิจบัตรเครดิตทุกอันเขาก็ยินดีที่จะปรับใช้ตามกฎหมายฉบับนี้ ถ้าเรายังคงดีเลย์ ประโยชน์ของประชาชนต่อไปมันต้องเลือก เลือกว่าจะเอาประโยชน์ของประชาชนหรือจะ เอาประโยชน์ของบริษัทบัตรเครดิต แล้วผมเชื่อว่าผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคนจะตอบว่า เอาประโยชน์ประชาชนเป็นหลักครับ ผมว่าถ้าเราเป็นผู้แทนราษฎรเรายืนชัด ๆ สิครับว่า รักษาประโยชน์ของชาติบ้านเมืองให้กับประชาชนนะครับ คุณกิตติรัตน์ก็คิดแบบอยู่ในกรอบ ของคุณกิตติรัตน์ เพราะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วผมถามครับ ที่นั่งกันอยู่ ในนี้หลายคนเป็นกรรมาธิการ พี่ช่วยผมด้วยสิครับจากฝั่งรัฐบาล พี่ปาริชาติพูดเถอะครับ ท่านประธาน นี่พูดกันแบบนี้นะครับ เพราะผมรู้ว่ากฎหมายนี้ถ้ามันไม่ได้ขอความร่วมมือจาก รัฐบาลมันออกไม่ได้ แต่เรื่องนี้มันติดที่นายกิตติรัตน์ ไม่ได้ติดที่ ส.ส. ครับ ผมขอให้ทบทวน นะครับ ให้เดินตามระเบียบวาระครับ
ท่านอรรถวิชช์เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เดี๋ยวเรามาทราบเรื่องของ ก.ร. เสร็จนะครับ แล้วก็ มาเข้าร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....จบ แล้วก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาว่า จะพิจารณาหรือไม่พิจารณาต่อ ได้ไหมครับ ไม่อย่างนั้นมันจะเสียเวลานะครับ มันมีกฎหมาย ที่หลายท่านเตรียมการแสดงความเห็นอยู่ แล้ว ก.ร. เขาก็ต้องบรรจุภายใน ๔๕ วัน ตามระเบียบข้าราชการรัฐสภา ดีไหมครับ ท่านอรรถวิชช์ครับ พอถึงวาระนี้เราค่อยมา ปรึกษากันอีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมถูกพูดแบบนี้กับผมมา ๓ สัปดาห์แล้ว แล้วผมไม่อยาก ตื้อไปตื้อมา เพราะผมรู้ว่า ส.ส. ที่นี่หลายคนก็เห็นด้วย ทําไมไม่เดินต่อครับ ท่านประธานถาม ทางซีกโน้นสิครับว่าเขาเอาอย่างไร พรรคท่านประธานเองก็เห็นด้วยกันทั้งนั้น แล้วไปติดที่ คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง คนเดียวได้อย่างไรล่ะครับ แล้วข้าราชการกระทรวงการคลัง เขายืนยันกับกรรมาธิการเรียบร้อยว่าร่างฉบับนี้ใช้ได้จริง
คืออย่างนี้ท่านอรรถวิชช์ครับ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ ประเด็นอยู่ที่ว่าท่านสมาชิกขอเอา ระเบียบวาระการตั้ง ก.ร. ขึ้นมา ซึ่งก็แป๊บเดียวครับ แต่ท่านติดใจว่าน่าจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วย อันนี้ผมจึงหาทางออกว่าก็ว่ากันไปตามระเบียบวาระก่อน พอเข้าสู่ระเบียบวาระมีเรื่องเดียว ก็คือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ พอท่านรัฐมนตรี มาเสนอเสร็จ อะไรจบ ถ้าพิจารณาเห็นพ้องต้องกันก็ตั้งกรรมาธิการ ประเด็นของท่านนี้ ก็ค่อยหยิบยกขึ้นมาต่อจากเรื่องนี้ เพราะระเบียบวาระมันบรรจุอยู่แล้ว เอาอย่างนั้นแล้วกัน นะครับ เชิญท่านปาริชาติครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ต่อเรื่องที่ถูกพาดพิงจากท่านอรรถวิชช์ค่ะ พ.ร.บ. ฉบับนี้ทางดิฉันเองในฐานะผู้ที่ยกร่างฉบับนี้ก็เห็นด้วยอยู่แล้ว แล้วก็ในชั้นของ กรรมาธิการพวกเราก็เห็นด้วยกับท่านนั่นละค่ะ แล้วส่วนวาระมันยังอยู่ในวาระอยู่แล้วไม่ได้ ตกไปไหน ซึ่งดิฉันก็คิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นท่านดูแลความรอบคอบ เพราะฉะนั้นท่านอรรถวิชช์ใจเย็นนิดหนึ่งค่ะ อย่างไรก็สนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว เห็นด้วยที่จะ ช่วยเหลือประชาชนในเรื่องนี้นะคะ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ผมจะเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ เสร็จแล้วก็จะเข้าตาม ระเบียบวาระ พอถึงประเด็นนี้เราค่อยปรึกษากันอีกครั้งหนึ่ง ผมขอดําเนินการเลยนะครับ
๗.๑ เลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิของฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นกรรมการ ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาแทนตําแหน่งที่ว่างลง ๓ ตําแหน่ง ตามมาตรา ๑๖ ของพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔
เนื่องจากท่าน พลตํารวจเอก ชาญชิต เพียรเลิศ คุณพินิต อารยะศิริ และ คุณสีมา สีมานันท์ คณะกรรมการ ก.ร. ผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ครบวาระ การดํารงตําแหน่งในวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ ทําให้ตําแหน่งคณะกรรมการข้าราชการ รัฐสภา ว่างลง ๓ ตําแหน่ง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรต้องดําเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิแทนตําแหน่งที่ว่างลงภายใน ๔๕ วันนับแต่วันที่ตําแหน่งว่างลงตามมาตรา ๑๖ ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา
ในการเลือกตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานได้แจ้งให้ท่านสมาชิก ทราบล่วงหน้าแล้ว และได้มีสมาชิกเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา ๑๔ ก่อนกําหนดเลือกตั้ง ๗ วันตามหลักเกณฑ์และวิธีการเลือก ของประธานรัฐสภา ข้อ ๓ รวมทั้งสิ้น ๓ ท่าน คือ ๑. พลตํารวจเอก ชาญชิต เพียรเลิศ ๒. นายพินิต อารยะศิริ ๓. นายสีมา สีมานันท์ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายรัฐสภา มาตรา ๑๘ ได้บัญญัติให้การเลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิและการเลือกผู้แทนข้าราชการ รัฐสภาสามัญประจํากรรมการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานรัฐสภากําหนด ซึ่งได้มีประกาศรัฐสภา ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๓๕ ข้อ ๖ กําหนดว่า ให้นําข้อบังคับว่าด้วย การเลือกตั้งคณะกรรมาธิการสามัญมาใช้บังคับแก่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโดยอนุโลม ซึ่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๘๓ วรรคท้ายได้กําหนดว่า การออกเสียง ลงคะแนนเลือกตั้งคณะกรรมาธิการ ถ้ามีการเสนอชื่อคณะกรรมาธิการเท่ากับจํานวน กรรมาธิการทั้งหมดให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อนั้นเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีการเสนอชื่อมากกว่า จํานวนกรรมาธิการทั้งหมดให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นทางลับ
เนื่องจากได้มีท่านสมาชิกเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามจํานวน ๓ ท่าน ซึ่งเท่ากับจํานวนตําแหน่งที่ว่างลง ๓ ตําแหน่ง ผมเห็นว่าหาก ท่านสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตขอคําวินิจฉัย จากท่านประธาน เพราะในกรณีที่จะเลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นกรรมการข้าราชการรัฐสภา สมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ไม่ได้รับหนังสือ ล่วงหน้า ๗ วันนะครับ คือไปรษณีย์ตีกลับจนบุคคล ๒ ท่านจากพรรคประชาธิปัตย์ เสียสิทธิในการเสนอชื่อนะครับ ผมคิดว่าอยากให้ท่านประธานวินิจฉัยว่าท่านประธาน จะตัดสินใจอย่างไร เลื่อนไปก่อนหรือว่าจะเอาอย่างไร เพราะมีเพื่อนสมาชิก ๒ ท่าน ในพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็มีหลักฐานว่าไม่ได้รับเอกสารนั้นจริง ๆ เพราะมีเอกสาร ไปรษณีย์ตีกลับ เขาจึงเสียสิทธิในการเสนอชื่อคณะกรรมการดังกล่าวครับ ขอท่านประธาน วินิจฉัยครับ
คือจากข้อเท็จจริงปรากฏว่าทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีการจัดส่ง เรื่องนี้แจ้งให้กับท่านสมาชิกทุกท่านได้ทราบนะครับ การจัดส่งนั้นจัดส่งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียน ประเด็นว่าการที่ส่งไปนั้นที่อยู่ที่ใดทางสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งไปตามที่ทุกท่าน เวลารายงานตัวที่สภา ก็จะแจ้งที่อยู่ของท่าน ณ ที่สภาให้สภาได้ทราบ ผมได้สอบถาม เจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นว่าได้จัดส่ง ก็ได้รับทุกท่านนะครับ เว้น ๒ ท่านที่ท่านหารือนี้มีไปรษณีย์ กลับมานะครับ แต่เนื่องจากกลับมานี่มันได้ล่วงเวลาที่กําหนดไว้แล้วจึงไม่สามารถที่จะ พิจารณาเป็นอย่างอื่นได้ ก็ถือว่าพ้นจากกําหนดระยะเวลาที่ให้ส่งชื่อแล้ว อันนี้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ สภาได้ชี้แจงมานะครับ ผมก็ต้องยืนตามเจ้าหน้าที่สภาต่อไปนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพัทลุง ผมกลัวว่าหากทั้ง ๒ ท่านนี้ยังประสงค์จะ ใช้สิทธิอยู่และไม่ได้เกิดจากความผิดของเขา เพราะว่าไปรษณีย์ตีกลับมาแล้วเลยระยะเวลาที่ ไปรษณีย์จะกลับไปอีกครั้งหนึ่ง แล้วสถานที่ก็เป็นสถานที่ที่สภาได้ส่งเอกสารเป็นปกติอยู่แล้ว ผมกลัวว่าถ้าท่านประธานจะเดินหน้าเลือกอาจจะเป็นการเลือกโดยมิชอบก็ได้นะครับ จึงให้ท่านประธานได้พิจารณาทบทวนการวินิจฉัยของท่านครับ
คืออย่างนี้ ผมได้สอบถามทางผู้ปฏิบัติแล้วนะครับ แต่ถ้าท่านติดใจผมก็คิดว่าหาทางออก อย่างอื่นก็คือร้องไปที่ทาง ก.ร. เขาก็ได้นะครับ แต่ทางสภาได้ปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอน พอว่างเว้นก็ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กําหนดนะครับ อันนี้ก็ได้ปฏิบัติ ถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่างแล้วนะครับ เชิญท่านอภิชาต เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในประกาศรัฐสภาเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภานั้น ในข้อ ๓ ระบุไว้ว่าให้สมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่กรณี เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิต่อเลขาธิการรัฐสภาก่อนกําหนด วันเลือก ๗ วัน ประเด็นกระผมมีอย่างนี้ครับท่านประธานว่าวันเลือกคือวันไหน ตามหนังสือ ของประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ที่ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม แจ้งเรื่อง การที่ พลตํารวจเอก ชาญชิต เพียรเลิศ นายพินิต อารยะศิริ และนายสีมา สีมานันท์ กรรมการข้าราชการรัฐสภาในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ครบวาระ บอกว่าจะครบวาระ วันที่ ๑๙ หนังสือของประธานสภาผู้แทนราษฎรก็บอกว่าจะต้องดําเนินการเลือกกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิแทนภายใน ๔๕ วันนับแต่วันที่ว่างลง จึงกําหนดให้สภาผู้แทนราษฎร เลือกตําแหน่งที่ว่าง ๓ คนนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ บัดนี้มันล่วงเลยจากวันที่ ๗ พฤศจิกายน มาเป็นวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ก็ยังไม่ได้มีการเลือก มาวันนี้วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ที่เรากําลังเลือกมันอาจจะอยู่ภายในระยะเวลา ๔๕ วัน ที่ให้เลือก แต่ประเด็นก็คือว่าก่อนหน้าวันเลือก ๗ วัน สมาชิกยังมีสิทธิที่จะเสนอชื่อได้อยู่ นั่นหมายความว่าหนังสือของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่บอกว่าให้เสนอชื่อได้ ๓ ชื่อ ต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจนถึงวันพุธที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกานั้น มันก็ต้องถูกเลื่อนไปด้วย ถ้าจะตีความว่าก่อนหน้า ๗ วันก่อนวันเลือก ก็คือสัปดาห์ที่แล้ว ก็ยังสามารถที่จะเสนอได้ นี่คือประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ ท่านประธานอย่าลืมว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ร. มีความสําคัญมากนะครับ มีบทบาทหน้าที่สําคัญก็คือว่า มีหน้าที่ในการเสนอแนะและให้คําปรึกษาแก่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเกี่ยวกับนโยบายและ ยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล ในด้านมาตรฐานค่าตอบแทน การบริหารและ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล รวมตลอดทั้งการวางแผนกําลังคนและด้านอื่น ๆ เพื่อให้ ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาใช้เป็นแนวทางในการดําเนินการ ในรอบระยะที่เขาดํารงตําแหน่ง มาในช่วงที่ ๓ คนนี้เคยดํารงตําแหน่ง เราก็ทราบดีว่ารัฐสภาของเรามีปัญหาในเรื่องของ ภาพลักษณ์ เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องของการทุจริตที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้ที่จะเข้าไปทําหน้าที่ จะต้องเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ และในช่วงที่ผ่านมา คน ๓ คนนี้ที่เคยเป็นกรรมการอยู่ก็อยู่ในช่วงเวลานั้น วันนี้เราก็เสนอ มีสมาชิกส่วนหนึ่ง เสนอชื่อคน ๓ คนนี้กลับเข้าไปอีก แล้วดูเหมือนว่าถ้าท่านประธานจะยึดตามคําวินิจฉัย เมื่อสักครู่นี้ก็คือว่าเมื่อมีแค่ ๓ คนนี้แล้วก็ไม่ทางเลือกอย่างอื่นก็ต้องเอาแค่ ๓ คนนี้เข้าไปอีก นี่มันยิ่งสร้างความคลางแคลงใจให้เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นประเด็นของผมก็คือว่า ท่านประธานจะได้กรุณาทบทวนว่ากระบวนการในการเสนอชื่อบุคคลที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ร. สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไหม ในเมื่อวันที่จะทําการคัดเลือกมันถูก เปลี่ยนไปแล้ว เราจะทําอย่างไรกับเรื่องนี้ และไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับในการจะเสนอใครเข้ามา เป็นกรรมการ ก.ร. เขาเขียนไว้เคยรับราชการในตําแหน่งไม่ต่ํากว่าอธิบดีหรือตําแหน่ง เทียบเท่ามาแล้ว หรือเคยดํารงตําแหน่งกรรมการข้าราชการประเภทใดประเภทหนึ่งมาแล้ว ผมคิดว่าถ้าเรื่องนี้สามารถหาทางออกได้ โดยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดได้มี ส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เปิดโอกาสเฉพาะคนเพียงกลุ่มเดียวที่จะเสนอชื่อได้ นั่นประการที่ ๑ แล้วเพื่อนสมาชิกอีกบางส่วนซึ่งถูกตัดสิทธิไปโดยที่เขาไม่ได้ทําความผิดอะไร คือหนังสือให้ เสนอชื่อไปไม่ถึง ท่านประธานครับ ได้โปรดวินิจฉัยว่าจะทําเรื่องนี้อย่างไร ขอบคุณครับ
เดี๋ยวนะครับ ก่อนคุณหมอชลน่านครับ คือท่านสมาชิกครับทางสภาเองก็ส่งให้พวกเรา ก็ได้รับกันเกือบทุกท่าน แล้วผมก็ไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าท่านประสงค์ที่จะเสนอใคร ทางสภาเองก็มาทราบเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคมนี้เองว่ามีเสนอเพียง ๓ ท่าน แต่ทางสภาเองก็ได้ แจ้งให้กับท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ เราก็ไม่ทราบว่าท่านใดจะเสนอใคร เพียงแต่มาสรุป แล้ววันที่ ๓๐ เสนอแค่ ๓ คนเท่านั้นเอง ฉะนั้นอันนี้เป็นแนวปฏิบัติซึ่งเราปฏิบัติกันมาปกติ อยู่แล้ว ถ้าหากว่าเสนอมา ๔ ท่าน ๕ ท่าน ๖ ท่านนะครับ มันก็ต้องลงมติในทางลับกัน แต่พอครบกําหนดวัน เวลาแล้ว มีเท่านี้เอง ทางผู้ปฎิบัติจะไปทําอย่างอื่นไม่ได้ ก็ต้องเสนอมา ให้ทราบอย่างนี้ที่ผมแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ฉะนั้นเชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในเรื่องนี้ผมต้องขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับว่า การที่สภาผู้แทนราษฎรจะให้ความเห็นชอบเลือกตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา หรือที่เรียกว่า ก.ร. นี่นะครับ ก็เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ที่เขียนไว้ พร้อมกับหลักเกณฑ์ที่กฎหมายได้ให้ท่านประธานรัฐสภาเป็นผู้ประกาศหลักเกณฑ์ หลักเกณฑ์นั้นก็ใช้มานานท่านประธานครับ ออกมาตั้งแต่สมัยท่านประธานอุกฤษ ตั้งแต่ ปี ๒๕๓๕ ประธานรัฐสภา อุกฤษ มงคลนาวิน เป็นผู้ประกาศหลักเกณฑ์ เรียกว่า หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาหรือ (ก.ร.) เป็นไปตาม บทบัญญัติของพระราชบัญญัติข้าราชการรัฐสภา ปี ๒๕๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมมาจนถึงปี ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกมีข้อกังวลว่ากระบวนการการเสนอชื่อจะไม่ชอบ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าทุกอย่างเราทําไปตามประกาศหลักเกณฑ์ที่ออกตาม พระราชบัญญัติ เมื่อหมดเวลา เมื่อวันที่ ๓๐ แล้ว ซึ่งใช้เวลา ๑๕ วันตั้งแต่ท่านประธาน รัฐสภาได้แจ้งไปตั้งแต่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ นี่ ๑๕ วัน ถ้าสมาชิกไม่เสนอชื่อ จะด้วยเหตุผล กลใดผมก็เชื่อว่าเมื่อหมดเวลาแล้วก็เป็นสัญญาณชัดเจนว่าท่านมิประสงค์จะเสนอชื่อ ถ้าท่านจะบอกว่าไม่ได้รับเอกสารหรือมีข้อผิดพลาด ตรงนั้นเองถ้าท่านมาทําภายในระยะเวลา ที่กําหนดมันก็สามารถที่จะแก้ไขได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมีสิทธิที่จะเสนอ มีสิทธิ เสนอครับ ทุกคนไม่ประสงค์เสนอก็ได้ แต่ว่ากฎหมายบอกให้สมาชิกเป็นผู้เสนอ ผมสมมุติ ง่าย ๆ ท่านประธานครับ เกิดมีสมาชิกที่มีความประสงค์แค่ ๑ คนเสนอ ความเป็นตัวแทน สมาชิกตามพระราชบัญญัติฉบับนี้และประกาศหลักเกณฑ์นี้ก็ถือว่าเป็นสมาชิก เป็นผู้เสนอ ถ้าคนอื่นไม่ประสงค์เสนอก็ต้องเอาความเห็นเขา ถ้าเสนอตามจํานวนที่ตําแหน่งที่ว่างลง คือ ๓ ตําแหน่งสภาแห่งนี้ก็ไม่ให้ความเห็นชอบหรือมาเลือก แล้วประกาศหลักเกณฑ์นั้น ยังบอกอีกว่า ให้ใช้การเลือกกรรมาธิการสามัญ ข้อบังคับการเลือกกรรมาธิการสามัญ โดยอนุโลมอีกนะครับ เว้นแต่มีการเสนอชื่อมากกว่าจํานวนตรงนั้นก็ต้องมาลงคะแนนลับกัน มันก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตรงนั้น ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าข้อห่วงใยเพื่อนสมาชิก ก็ควรจะรับฟังไว้ ก็ควรจะบันทึกไว้ในการปฏิบัติครั้งต่อไป แต่ครั้งนี้ผมก็เห็นว่าสมาชิกน่าจะ ให้การเลือกตั้งได้ น่าจะเลือกตั้งได้ ข้อกริ่งเกรงว่าจะไม่ชอบด้วยประกาศหลักเกณฑ์ พระราชบัญญัติและตัวบทกฎหมาย ผมเชื่อว่าทุกอย่างตามขั้นตอนเป็นไปตามตัวพระราชบัญญัติ และขั้นตอนหลักเกณฑ์ที่ก็ส่งไปแล้ว ก็ทําทุกอย่างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทั้งหมดนะครับ ผมก็คิดว่าน่าจะเลือกได้ ก็กราบเรียนฝากไปยังเพื่อนสมาชิกว่าเราน่าจะให้ความเห็นชอบได้ แล้ว ๓ ท่านนี้ไม่ได้หาเสียงนะครับ ก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เคยดํารงตําแหน่งที่ผ่านมา ในสมัย ที่ผ่านมา เผอิญท่านหมดวาระไปเมื่อวันที่ ๑๙ ท่านก็มีสิทธิดํารงตําแหน่งอีก ๑ สมัย พระราชบัญญัติบอกว่าจะดํารงตําแหน่งติดต่อกัน ๒ สมัยมิได้นะครับ ผลงาน สิ่งต่าง ๆ ที่ เพื่อนสมาชิกเสนอมา ๑๘-๑๙ ท่านนี้ก็เห็นเป็นที่ประจักษ์ ก็น่าจะเป็นตัวแทนของพวกเราได้ ก็เสนอท่านประธานครับว่าน่าจะเลือกตั้งได้ในตําแหน่งที่ว่างลงโดยอาศัยข้อบังคับของ การเลือกกรรมาธิการมาใช้โดยอนุโลม ก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ ท่านประธานกราบเรียน ด้วยความเคารพครับ
ท่านฉัตรพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ต้องขอทักท้วงในกระบวนการอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธานสภา อย่างน้อยที่สุดละครับ สมาชิกที่อยู่ ๔๙๒ ท่านนั้น ต้องมีสิทธิรับทราบเรื่องนี้ทั้งหมด แต่ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ได้แจ้งไปแล้วว่า สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ อย่างน้อย ๒ ท่าน คือท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิป ฝ่ายค้าน แล้วก็ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ซึ่งขณะนี้ทําหน้าที่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้รับ หนังสือ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมก็ได้ฟังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้เพียง ๑ เสียง ก็ต้องมีสิทธิได้ออกคะแนนเสียง ท่านจะไปตัดสิทธิเขาไม่ได้ครับ ในเมื่อ เขายังไม่ได้รับหนังสือตามประกาศของรัฐสภาฉบับนี้ แล้วอยู่ ๆ เราจะมาทําลวก ๆ ท่านจะ มาใช้ดุลยพินิจว่าจะทําโดยถูกต้อง ผมก็ขอบันทึกไว้เลยครับกระบวนการนี้ก็มิชอบครับ ผมอยากสอบถามว่าให้ ก.ร. ตอบคําถามด้วยว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร แล้ว ก.ร. ชุดนี้ใช่ไหม ครับ ที่สอบสวนเรื่องการจัดซื้อนาฬิกาครับ ไปถึงไหนแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไร ผมถึงเ ห็นว่า ก.ร. นี้มีความสําคัญในหลาย ๆ เรื่องไม่ใช่จะมาพิจารณาลวก ๆ ทําอย่างไรดีครับ ผมขอบันทึกไว้ด้วยนะครับ สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านนี้มีสิทธิโดยสมบูรณ์ แม้เพียง ๒ เสียงก็ต้องมีสิทธิครับ ท่านจะตัดสิทธิเขาไม่ได้ ขอบพระคุณครับ
ก็บันทึกไว้ให้ท่านนะครับ ผมก็อาศัยตามข้อบังคับของคณะกรรมาธิการ ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๘๓ วรรคท้าย ถ้ามีเสนอมาเพียง ๓ ท่าน ก็ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อนั้น ได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภาตามข้อบังคับและตามกฎหมายต่อไปนะครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องที่เลื่อนขึ้นมานะครับ คือ ร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
ท่านครับ ผมขอคําวินิจฉัยของ ท่านประธานชัด ๆ ว่า ผู้ที่ถูกตัดสิทธิทั้ง ๒ ท่านนี้ ที่ท่านตัดสิทธิถือว่าท่านกระทําโดยชอบ แล้วถ้าทั้ง ๒ ท่าน ประสงค์จะใช้สิทธิเสนอรายชื่อผู้ดํารงตําแหน่ง ก.ร. นี่ทําได้ไหมครับ ท่านลองวินิจฉัยให้ชัด ๆ อีกครั้งครับ
คือตอนนี้เสนอไม่ได้แล้วครับ เพราะว่าเขาให้เสนอภายในวันที่ ๓๐ ตุลาคม
แล้วประเด็นที่ทั้ง ๒ ท่าน ไม่ได้รับแจ้งหนังสือล่ะครับ ถือว่าท่านเสียสิทธิไปไหมครับ
สภาก็ได้ส่งหนังสือไปตามที่ท่านแจ้งกับสภาแล้วนะครับ
หนังสือตีกลับอย่างไรครับ ก็หมายถึงว่าเขาไม่ได้รับอย่างไรครับ เพราะหนังสือตีกลับอย่างไรครับ มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า ทั้ง ๒ ท่านไม่ได้รับแจ้งเรื่องนี้ครับ
เอาละครับ คือถ้าท่านยังติดใจในเรื่องนี้ ก็ให้ยื่นไปที่ ก.ร. เขาพิจารณานะครับ เพียงแต่สภา เราจะพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยข้าราชการรัฐสภาเท่านั้นเอง ก็ได้เสนอกันมาอย่างนี้ ท่านประธานก็แจ้งมาให้ทราบนะครับ
อีกสักครู่นะครับ ขออีกนิดหนึ่ง ท่านประธานเพื่อความชัดเจน ท่านบอกว่าสามารถยื่นเรื่องไปที่ ก.ร. พิจารณาได้ แล้ว ก.ร. มีหน้าที่พิจารณาให้สิทธิได้หรือครับ หรือหน้าที่ตรงนี้เป็นหน้าที่ของท่านประธานที่จะวินิจฉัย ตรงนี้ครับ
คือไม่ใช่อํานาจหน้าที่ผมครับ แล้วท่านก็ไปดูกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา นะครับ ซึ่งเขาให้อํานาจของ ก.ร. มาก พวกเราน่าจะทราบ เพราะพวกเราเป็นคนออก กฎหมายฉบับนี้เอง
ก็นั่นสิครับ ผมถึงบอกว่าดังนั้น ยิ่งมีอํานาจมาก กระบวนการคัดเลือกนี้ต้องมีความรอบคอบและรัดกุมอย่างไรครับ ผมไม่อยากให้สภาเรามีการ
คืออย่างนี้ท่านฉัตรพันธ์ครับ คือข้าราชการเขาก็ส่งกันไปตามระเบียบปกติเท่านั้นเองนะครับ เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงท่านไปแล้ว ซึ่งก็อย่างที่ท่านทราบนี้ละครับ พอส่งกลับ ขึ้นมามันก็ล่วงเลยระยะเวลาที่เขากําหนดไว้แล้ว แล้วก็ท่านอื่นในพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็ไม่ได้เสนอ ผมไม่สามารถที่จะไปตอบแทนใครได้ เพราะว่าเราทําหน้าที่อยู่ที่สภานี้ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน จะมาทราบอีกทีหนึ่งก็คือวันที่ ๓๐ ตุลาคม ซึ่งถามจริง ๆ ว่าผมต้อง ทราบไหม ผมก็ไม่ได้ทราบหรอก เพราะว่าตัวผมเองก็ไม่ได้เป็น ก.ร. อะไรกับเขาหรอกครับ ตามข้อบังคับ เพียงแต่ต้องทราบตามระบบเท่านั้นเองนะครับ เอานะครับ เพราะว่าเราจะได้ พิจารณากฎหมายต่อไปนะครับ ท่านอภิชาตมีอะไรไหมครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านอภิชาต ก่อนครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงเรื่องนี้ถ้าเกิดเราไม่รีบร้อน หรือรวบรัด จนเกินไปนี้ เราก็สามารถที่จะมีทางออกร่วมกันได้นะครับ อย่างที่ผมได้นําเรียนท่านประธาน ว่าหนังสือของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งถึงสมาชิกนี้บอกว่า อย่างที่ผมได้นําเรียน ท่านประธานว่าหนังสือของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งถึงสมาชิกนี้บอกว่าให้เสนอชื่อ ภายในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ นั่นหมายความว่าประธานกําหนดให้สภาผู้แทนราษฎร เลือก ก.ร. ประเภทผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๓ ตําแหน่ง ในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ แต่ท่านประธาน ก็เห็นว่าเราไม่สามารถเลือกวันที่ ๗ ได้ วันที่ ๑๔ เราก็เลือกไม่ได้ แล้ววันนี้เราก็เลือกไม่ได้
คืออย่างนี้ท่านอภิชาติครับ
เดี๋ยวนิดหนึ่งท่านประธานครับ
คืออย่างนี้ เดี๋ยวมันจะไม่จบครับ ในสัปดาห์ที่แล้วเรื่องนี้นํามาพิจารณานะครับ ตามที่ กําหนดไว้นี่ละครับ พอผมให้พิจารณาเสร็จ รู้สึกว่าจะเป็นทั้ง ๒ ฝ่ายนี่หารือกัน บอกว่า ให้เลื่อนไปก่อน มาวันนี้ ไม่ใช่ว่าไม่พิจารณานะครับ พิจารณา แต่ความเห็นบอกว่าขอเลื่อน ก่อนก็เท่านั้นเองครับ อย่าเพิ่งไปกล่าวหาใครเลย เพราะคราวที่แล้วถ้าผมพิจารณามันก็จบ ไปแล้วนะครับ แต่เนื่องจากว่าวิปทั้ง ๒ ฝ่าย ได้หารือกัน แล้วก็ท่านประธานวิปรัฐบาล ก็ขอเลื่อน พอขอเลื่อนเสร็จผมก็ไม่ทราบว่าไปเจรจากันประการใดไม่ทราบ เพราะเขาไม่ได้ แจ้งให้ทราบ ก็เท่านั้นเองครับ ไม่ใช่ว่าไม่พิจารณา พิจารณาครับ
ผมอย่างนี้ครับท่านประธาน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องก็คือว่าผมกําลังเสนออย่างนี้ว่า เราสามารถหาทางออกเรื่องนี้ ร่วมกันได้เพื่อให้ได้ ก.ร. ที่เข้าไปทําหน้าที่และเป็นที่ยอมรับของทั้งสภานี้จริง ๆ ก็คือว่า เมื่อตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภาก็คือว่า จะต้องเลือก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนภายใน ๔๕ วัน ตําแหน่งนี้มันว่างเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ นะครับ และครบ ๔๕ วันในวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ เรายังมีเวลาเหลืออยู่ เวลาเหลือตรงนี้ ครับ ถ้าเกิดท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ทําหนังสือถึงสมาชิกบอกว่า เลื่อน การพิจารณาคัดเลือก ก.ร. ไป เป็นวันที่เท่าไรก็ได้ในสัปดาห์สุดท้าย เรายังมีเวลา ๗ วัน ก่อนที่จะถึงวันเลือกก็สามารถที่จะเสนอชื่อได้ คนที่เคยถูกตัดสิทธิไปอย่างน้อย ๒ ท่าน เนื่องจากว่าหนังสือส่งไปไม่ถึงแล้วหนังสือตีกลับนี่ คือท่านจุรินทร์กับท่านวิรัตน์ ก็สามารถ ที่จะใช้สิทธิ อันนี้ได้ สุดท้ายเราก็ได้เลือก ก.ร. ตามกําหนดระยะเวลา ๔๕ วัน ผมคิดว่านี่เป็น ทางออกอันหนึ่งที่อยากจะเสนอท่านประธานนะครับ
ท่านฉัตรพันธ์ให้จบก่อนครับ เอาของท่านฉัตรพันธ์ให้จบก่อน
ท่านประธานครับ ผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ก็ได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ อาทิตย์ที่แล้วทางฝ่ายฟากรัฐบาลนําเรื่องนี้เข้ามาโดยที่ไม่แจ้งให้เรา ได้ทราบล่วงหน้า เราก็ไม่ได้นําเข้าทางวิปเพื่อให้รับทราบเรื่องนี้ ก็จึงมีการว่าขอให้เลื่อนมา อาทิตย์นี้ อาทิตย์ที่แล้วมันก็เกิน ๗ วันนะครับ ผมว่าท่านน่าจะใช้ดุลยพินิจเพื่อที่เราทักท้วงนี้ เราอยากให้กระบวนการพิจารณาหรือการดําเนินการของสภาเรานี่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รอบคอบ รัดกุม เป็นไปตามกระบวนการ หลาย ๆ อย่างครับท่านประธาน เราต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาหลาย ๆ เรื่อง ผมว่าสภาเรา เรารวบรัด เราไม่ทําให้ศักดิ์ศรีของความเป็นรัฐสภา เราเกิดนี่ เมื่อเช้าท่านได้ฟังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไหมครับ ผมว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่เราจะมา เริ่มสร้างกระบวนการที่ถูกต้อง ชอบธรรม ให้รัฐสภาแห่งนี้มีศักดิ์ศรี พิจารณาในเรื่องใด ๆ ผมอยากให้เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง นี่เราก็ทักท้วงแล้วว่าสมาชิกฟากของ พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ไม่ได้รับหนังสือแจ้งเรื่องนี้เลย แล้วจะตัดสิทธิทั้ง ๒ ท่าน นี้ได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ ผมว่าอยู่ในดุลยพินิจของท่าน เพื่อให้เป็นไปด้วยความ เรียบร้อย ท่านก็สามารถที่จะเลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ออกไปได้ก่อนครับ ขอท่านได้โปรด พิจารณาด้วยครับท่านประธาน
ท่านฉัตรพันธ์เหมือนกับนําเสนอว่าการดําเนินการกระบวนการในการจัดส่งนะครับ คือผมได้ อธิบายตั้งแต่ต้นแล้วนะครับ คือจะไม่พูดซ้ํานะครับ เสียเวลา เพราะว่าการจัดส่งนี้เขาจัดส่ง โดยชอบตามกระบวนการเวลาพวกเราเวลามารายงานตัวตอนเป็นสมาชิกครั้งแรกก็แจ้ง นะครับ เขาก็ส่งไปนะครับ หลายท่านก็ได้รับ เพียงแต่กลับมาคืนแค่ ๒ ท่านเอง ท่านเอง ท่านก็ไม่ได้แจ้งความประสงค์ว่าจะเสนอใครด้วย ทางผู้บริหารของสภาเขาไม่ทราบ มาทราบ แต่วันที่ ๓๐ เท่านั้นเอง แต่ประเด็นนั้นก็เป็นเรื่องของท่าน ทางสภาไม่เกี่ยวหรอก เพียงแต่ว่า กระบวนการในการดําเนินการมันถูกต้องแล้ว ก็เท่านั้นเอง ผมจึงแนะนําว่าถ้าท่านติดใจ ประการใดท่านก็ต้องไปปรึกษาทาง ก.ร. เขา ก็เท่านั้นเองนะครับ แต่ในส่วนของสภาจะเป็น อย่างอื่นไม่ได้ เมื่อเขาส่งมาก็ต้องดําเนินการตามนี้ละครับ เชิญครับ
ท่านครับ ผมขอเพิ่มเติมนิดหนึ่ง จริง ๆ แล้วก็คิดเห็นตรงกันนะครับ ก็อีก ๒ ท่านเขาไม่ทราบ และเขาจะเสนอชื่อได้อย่างไร ล่ะครับ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้นะครับ ท่านบอกว่าในเมื่อทั้ง ๒ ท่านไม่ใช้สิทธิเสนอ ก็ถือว่า ตกไป ก็ที่เขาไม่เสนอเพราะเขาไม่ทราบเรื่องนี้อย่างไรครับ เขาไม่ได้รับหนังสือ มันตกอย่างไร ไหมครับ ตกลงว่าสิทธิเขาหายไปไหมครับ เขาไม่ทราบอย่างไรครับ ถ้าทราบเขาก็จะเสนอ แล้วทุกวันเขาก็จะใช้สิทธิเขาอยู่ครับ ตรงนี้ครับท่านประธานครับ
เชิญนั่งลงเถอะครับ ผมก็ต้องดําเนินการตามข้อบังคับแล้วก็ตามกฎหมายนะครับ ถ้ามีผู้เสนอ ๓ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามนี้นะครับ ส่วนท่านจะติดใจประการใดก็ให้ไปดําเนินการ ตามระบบต่อไปนะครับ ต่อไปผมจะขอพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ท่านวัชระมีอะไร ไหมครับ ท่านประท้วงหรืออย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ยกมือเพื่อขออภิปราย ท่านประธานก็เห็น ผมขออภิปรายครับ ไม่ได้ประท้วง ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ เพราะ ก.ร. เปรียบเสมือนกับเป็นบอร์ดของ สภาผู้แทนราษฎร แล้วเมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคฝ่ายค้านไม่ได้มีส่วนร่วมในการ เสนอชื่อและพิจารณาเลย ถึง ๒ ท่าน เท่ากับทางฝ่ายรัฐบาลว่าไปเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งถือว่า ไม่ได้ครบองค์ประกอบที่จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ท่านดู ในข้อบังคับสิครับ ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พุทธศักราช๒๕๕๔ ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนในมาตรา ๒๒ ให้ ก.ร. มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ รวม ๑๐ ประการ ด้วยกัน ท่านประธานครับ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่สําคัญทั้งสิ้น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐสภา ท่านประธานก็ได้เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก จนกระทั่งมีข่าวออกไปทั้งประเทศ ถึงการทุจริต เงินงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร โดยผู้ภายใต้ความรับผิดชอบของ ก.ร. เช่นเดียวกัน และ ก.ร. นี้ได้มีส่วนทั้งในส่วนของข้อเสนอแนะให้คําปรึกษา นโยบาย ยุทธศาสตร์ การวางแผนกําลังคน และเรื่องอื่น ๆ ทุกเรื่องเกี่ยวกับรัฐสภา ถ้า ก.ร. วางแผนดี กําหนด ยุทธศาสตร์ดี คงไม่มีปัญหาเรื่องรัฐสภาต่างจังหวัด ซึ่งมีการขยายกรอบอัตรากําลัง ไปเป็นรัฐสภาต่างจังหวัด ที่ซึ่งกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในกรรมาธิการ พิจารณารายจ่ายงบประมาณประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๗ นั้น กรรมาธิการเพื่อนกรรมาธิการ ส่วนใหญ่เป็นสังกัดรัฐบาล ก็ไม่เห็นด้วยในการที่จะให้มีรัฐสภาต่างจังหวัด พูดตรง ๆ กับ ท่านประธานว่า ส.ส. ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แต่ ก.ร. ได้อนุมัติและไปประกาศใช้เป็นกฎหมาย และทราบว่ากําลังจะมีการขยายรัฐสภาจังหวัดจาก ๖ จังหวัด ไปเป็นอีกนับ ๑๐ จังหวัด ท่านประธานครับ ในส่วนของข้าราชการสภาที่บริการอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ไม่มี ความจําเป็นอันใดเลยที่จะขยายออกไปเป็นรัฐสภาจังหวัด หรือรวมถึงการใช้จ่ายเงิน งบประมาณ ท่านประธานครับ การปรับปรุงงบประมาณห้องกรรมาธิการงบประมาณ ห้องเล็ก ๆ แคบ ๆ ขนาดสนามตะกร้อ ๒ สนามรวมกันใช้เงินถึง ๓๖ ล้านบาท และโรงรถ ข้างหลังครับ ชั้นเดียวไม่ต้องตอกเสาเข็มใช้ถึง ๒๔ ล้านบาท นาฬิกาใช้ถึง ๑๕ ล้านบาท รวมแล้วเรือนละ ๗๕,๐๐๐ บาท
ท่านคือมันจะไม่จบนะครับ
ผมจะสรุปให้ท่านประธานครับว่า ในเรื่องนี้ขอความเมตตา ไม่ใช่ความเมตตาครับ ขอดุลยพินิจท่านประธานกรุณาเลื่อนออกไป เถอะครับ เพื่อให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากส่วนของฝ่ายค้านได้เข้าไปมีสัดส่วน ในการเสนอชื่อและในการเลือก ท่านประธานครับ เพราะที่ท่านประธานบอกว่า และ ฝ่ายค้าน ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้เสนอชื่อเลย ท่านทราบได้อย่างไรล่ะครับที่ไม่ได้ เสนอชื่อ เพราะท่านไม่ได้รับหนังสือเชิญ ซึ่งตรงนี้ผมอยากตั้งข้อสังเกตครับท่านประธาน มีปัญหาเรื่องหนังสือทางไปรษณีย์ เพราะเมื่อ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ใหญ่นะครับส่งจดหมายถึงผม ให้ผมไปให้การกับ ป.ป.ช. เรื่องการทุจริตในสภา ปรากฏว่าจดหมายที่สภานี่ละครับไม่นําไป ใส่ในตู้จดหมายให้ผม จนกระทั่งค้างจนถึงวันที่นัด
ผมว่าเอาเฉพาะประเด็นเราก่อนครับ มันจะเสียเวลา
ก็สรุปว่าผมคิดว่าในเรื่องนี้มีเล่ห์กล ที่ส่อไปในทางไม่ชอบมาพากล ทําให้ฝ่ายค้านไม่ได้รับหนังสือเข้าร่วมประชุม เพราะฉะนั้น ผมขอเสนอเพื่อความสมานฉันท์นะครับ อย่าให้มี ก.ร. แต่ซีกรัฐบาลฝ่ายเดียว ขอเสนอ ให้เลื่อนการที่จะรับรองชื่อ ก.ร. ทั้ง ๓ ท่านนี้ออกไปก่อน เพราะการเลื่อนออกไปก็ไม่ได้ ทําให้เสียหายแต่ประการใด แต่ทําให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ และ ควรจะฟังเสียงเสียงส่วนน้อยจากพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วยเช่นเดียวกันจะได้ ไม่มีปัญหาเหมือนกับทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ที่จริงกระบวนการมันจบสิ้นแล้วนะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในประเด็นข้อเสนอ ข้อทักท้วงของเพื่อนสมาชิก ต่อกรณีวิธีการเลือกคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ๓ ตําแหน่งแทนที่ว่าง ท่านประธานเองสรุปว่ามันจบกระบวนการไปแล้ว เพราะใช้ข้อบังคับ ในการเลือกกรรมาธิการโดยอนุโลมนะครับ เมื่อเสนอชื่อตามจํานวนก็ถือว่าที่ประชุมนี้ ให้ความเห็นชอบ
ประเด็นข้อทักท้วงของเพื่อนสมาชิกเป็นข้อเสนอซึ่งต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับ ถ้าสมมุติท่านประธานจะรับข้อเสนอนั้น เราปิดสภาวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน กําหนด ๔๕ วันในวันที่ ๓ ธันวาคม ผมกราบเรียนถามท่านประธานว่า ในสัปดาห์หน้าถ้าจะให้ท่านประธานไปประกาศให้สมาชิกเสนอชื่อใหม่ตามประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการจะทําอย่างไร มันก็ทําไม่ได้ จะทดเวลาเหลือ ๕ วัน ส่งชื่อ แล้วเลือก ในสัปดาห์หน้าก่อนเลือก ๗ วัน มันก็ไม่ถึงนะครับท่านประธานครับ ต่อให้เลือกสัปดาห์หน้า เราก็ไม่มีเวลา เราประกาศกําหนดไว้วันที่ ๒๘ ให้เลือก ก.ร. วันที่ ๒๘ นะครับ ก็ต้องส่งชื่อ ก่อน ๗ วัน วันนี้วันพุธ วันสุดท้ายคือวันนี้ หนังสือมีไหมครับ มันก็ทําไม่ได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ถ้าสมมุติเราเจตนาจะทําผิดกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาโดยการไม่แต่งตั้ง ไม่เลือกตั้งเขาเข้าไป เจตนามันก็ชัดแจ้งนะครับ เจตนาก็ชัดแจ้ง ประเด็นสิทธิของเพื่อนสมาชิกนี่มันเป็นสิทธิครับว่าจะเสนอหรือไม่เสนอ แต่ถ้าเป็นข้อผิดพลาดทางธุรการก็ต้องไปสอบไปดูครับว่ามันเกิดจากอะไร ระบบที่เราใช้ มันไม่ดีพอหรือไม่อย่างไรก็ต้องไปปรับปรุง จริงครับ ๒ ท่านมีสิทธิครับ มีสิทธิครับ แต่ต้อง ถามกลับอีก ๑๐๐ ท่าน อย่างพวกผมนี่ผมก็ได้รับครับ แต่ผมก็เห็นว่าผมไม่จําเป็นต้องเสนอ ผมเองผมไม่ได้มีชื่อเสนอนะครับ ๑๙ ท่านเสนอมา เราก็เห็นชอบตามที่เสนอเพราะเป็นสิทธิ ที่เขาเสนอมาตามนั้น ถ้ากล่าวหาว่าจะเป็น ก.ร. ซีกรัฐบาล คงกล่าวอย่างนั้นไม่ได้ ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะเกิดการเสียหายเกิดขึ้น แต่ก็ต้องถามกลับว่าสมาชิกส่วนใหญ่ เขาอาจจะเห็นว่าตรงนี้ไม่จําเป็นต้องเสนอ เขาก็ไม่เสนอขึ้นมาก็เป็นสิทธิของเขา ผมก็ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เราไม่มีเวลาจริง ๆ ครับ ถ้าเราจะทําอย่างนั้น ก็ไปว่าในเรื่องกฎหมายจะเอาตามนั้นหรือเปล่าครับ ผมก็เห็นว่าวิธีการที่ท่านประธานสรุป น่าจะชอบแล้ว ก็สรุปเลยท่านประธานครับ
คือประธานเองก็ต้องทําตามข้อบังคับ แล้วก็แนวทางปฏิบัติก็ครบถ้วนแล้วนะครับ เอาอย่างนี้ แล้วกัน ข้อหารือของท่านให้ฝ่ายเลขาธิการสรุปมา แล้วก็นําเรียนทาง ก.ร. เขาไปนะครับ ทางออกทําได้เท่านี้นะครับ ผมจะไปทําอย่างอื่นไม่ได้ เพราะข้อบังคับและข้อกฎหมายเขาก็ เขียนไว้อย่างนี้ แจ้งให้พวกเราได้ทราบแล้วกัน เรื่องนี้จบไปนะครับ ผมจะไปที่เรื่องกฎหมาย นะครับ
เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
๑. ร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายพ้อง ชีวานันท์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ครับ
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังต่อไปนี้
(๑) กําหนดให้อํานาจในการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นมิให้นําบทบัญญัติ เรื่องทุนและอํานาจการบริหารกิจการมาใช้บังคับแก่คุณสมบัติและลักษณะของผู้รับใบอนุญาต ผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสําคัญของอากาศยาน และผู้ขอรับ ใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง (เพิ่มมาตรา ๔๑/๒๓ วรรคสามมาตรา ๔๑/๓๓ วรรคสาม และมาตรา ๔๑/๙๕ วรรคสอง)
(๒) ยกเลิกอํานาจของรัฐมนตรีในการยกเว้นคุณสมบัติเรื่องอํานาจ การบริหารกิจการของผู้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน (ยกเลิก มาตรา ๔๑/๒๕ วรรคสาม)
เหตุผล เนื่องจากการผลิตอากาศยานและส่วนประกอบสําคัญของอากาศยาน และการประกอบกิจการหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง เป็นกิจการที่จะต้องใช้เงินลงทุนและมี ความจําเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสูงจากต่างประเทศ แต่โดยที่พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ กําหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตหรือใบรับรองเพื่อประกอบกิจการดังกล่าวต้องมีทุนเป็นบุคคล ผู้มีสัญชาติไทยจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนทั้งหมด และอํานาจการบริหาร กิจการต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย ทําให้ไม่มีการขอรับใบอนุญาต หรือใบรับรองเพื่อประกอบกิจการดังกล่าว สมควรแก้ไขหลักเกณฑ์เรื่องทุนและอํานาจการ บริหารกิจการของผู้รับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสําคัญ ของอากาศยานและผู้รับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง โดยกําหนดให้อํานาจในการตรา พระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นมิให้นําบทบัญญัติเรื่องทุนและอํานาจการบริหารกิจการมาใช้ บังคับกับผู้ขอรับใบอนุญาตหรือใบรับรองเพื่อประกอบกิจการในกิจการดังกล่าว รวมทั้งยกเลิกอํานาจของรัฐมนตรีในการยกเว้นคุณสมบัติเรื่องอํานาจการบริหารกิจการเพื่อมิ ให้เกิดความซ้ําซ้อนกัน ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการลงทุนในด้านการผลิตอากาศยานและ ส่วนประกอบสําคัญของอากาศยาน และการประกอบกิจการหน่วยซ่อมประเภทที่หนึ่ง รวมทั้งเพื่อเป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีตามความตกลงระหว่างประเทศ อันจะเป็นการ พัฒนาอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทยต่อไป จึงจําเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัตินี้
จึงเสนอที่ประชุมเพื่อได้โปรดพิจารณาด้วยครับ
ท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ขอแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. การเดินอากาศ ผมจะมีทั้งข้อซักถาม ข้อสังเกต แล้วก็ จะต้องแสดงความคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ
ประการแรก ท่านอ้างว่าเหตุผลทั้งหมดที่จะต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ หลัก ๆ ก็คือว่าอยากจะมีคนมาลงทุนแต่เขาไม่มา แล้วเขาไม่มาเพราะเหตุผลเดียวเลยครับ ก็คือสัดส่วนหุ้นกับอํานาจในการบริหารจัดการเป็นปัญหา เพราะเป็นข้อกําหนดว่าต้องเป็น นิติบุคคลที่เป็นสัญชาติไทย ต่างชาติถือหุ้นเกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เหตุผลท่านแค่นี้ครับ แต่ท่านไม่ได้บอกเลยว่าที่เขาไม่มาเพราะอะไร จริง ๆ แล้วการที่เขาไม่มามันอาจจะมีเหตุผล เยอะแยะเลยนะครับ เช่นอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อุตสาหกรรมต่อเนื่องของธุรกิจการบิน เป็นอย่างไร การอากาศยานเป็นอย่างไร ความพร้อมของแรงงานทักษะฝีมือแรงงานในด้านนี้ มีไหม ความเชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญเรามีในประเทศหรือไม่ ไม่มีเลยนะครับ ท่านไม่ได้พูดถึง แล้วท่านก็ให้เหตุผลจริง ๆ ในเหตุผลที่ท่านให้ไว้ จริง ๆ มี ๒ ข้อ ๑. ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ต้องการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ด้านการผลิตอากาศยานและส่วนประกอบสําคัญของอากาศยาน และการประกอบกิจการหน่วยซ่อมประเภท ๑ นะครับ
ประการที่ ๒ ท่านเขียนไว้ ปฏิบัติตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ ผมถามท่านครับฉบับไหนครับ ผมไม่เคยทราบว่าประเทศไทยมีข้อตกลงระหว่างประเทศ ว่าจะต้องเปิดให้มีการถือหุ้นเกินมากกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์โดยต่างชาติ มีฉบับไหนครับ ในระบบของโลก ณ วันนี้ยังไม่มีข้อตกลงในเรื่องการลงทุนที่เป็นทั้งพหุภาคี ทวิภาคีที่เรา ลงนามไปทั้งหมดจนถึงวันนี้เท่าที่ผมรับทราบครับ ก็ยังไม่มีประเทศใดที่เราลงนาม ความตกลงเขตการค้าเสรีที่ผนวกเรื่องลงทุนไป ที่มีเรื่องการเดินอากาศ ไม่มีนะครับ ตรงนี้ ผมก็ไม่ทราบ คือท่านเขียนไว้เฉย ๆ แต่ท่านไม่ได้ให้รายละเอียดเป็นเอกสารมาเลยครับ ผมก็ไม่ทราบว่าอันนี้เป็นเรื่องอะไร ขอคําตอบด้วยนะครับ ทีนี้ท่านบอกว่าท่านแก้เฉพาะส่วน ของประเภทที่ ๑ หน่วยซ่อมประเภทที่ ๑ แต่จริง ๆ แล้วถ้าไปดูในเนื้อหาที่ท่านแก้ใน มาตรา ทั้งมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มันรวมประเภท ๒ ไปด้วยนะครับ จริง ๆ แล้ว ท่านประธานผมรู้สึกงงนิดหนึ่งว่าที่ท่านแก้นี่ทําไมท่านถึงแก้ เพราะว่าแต่เดิมกฎหมายฉบับเดิม ให้อํานาจไว้อยู่แล้วนะครับ ว่าท่านต้องการปรับในส่วนของโครงสร้างผู้ถือหุ้นยกเว้นได้ ปรับในเรื่องของกรรมการยกเว้นได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านอาจจะติดก็คือว่าใบอนุญาต จริง ๆ ตาม พ.ร.บ. เดิม มันโดนล็อกไว้ครับ ใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. เดิมโดนล็อกไว้ไม่เกิน ๕ ปี ฉะนั้น จริง ๆ ที่ท่านต้องการคือตรงนี้หรือเปล่า เพราะอํานาจในการยกเว้นและการถือหุ้นถ้ามี ความจําเป็น มีความสําคัญทําได้อยู่แล้วครับ ทีนี้ท่านเปลี่ยนโครงสร้างกฎหมายนี้ ท่านเปลี่ยนจากว่าเดิมมีอํานาจอยู่แล้ว ข้อเดียวที่ท่าน ทําไม่ได้ก็คือเรื่องจํานวนปี ของใบอนุญาต แต่ท่านเปลี่ยนโครงสร้างเป็นการให้มีการตรา พระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอรับ การตราตรงนี้ใครตรา ดุลยพินิจใคร เพราะเงื่อนไขก็ระบุว่าต้องมีเหตุอันควร เหตุอันควรนี้ใครเป็นคนพิจารณาครับ ครม. หรือเปล่าครับ ไม่ใช่ รัฐมนตรีที่รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้เป็นคนพิจารณา แต่ไม่ได้ เขียนไว้ครับ ไม่ได้เขียนไว้ในร่างกฎหมายที่แก้ไขนะครับ เพราะฉะนั้นการตรานี้มันจะเกิดขึ้น ได้อย่างไรตามกระบวนการภายในการดําเนินการตามกฎหมายที่ท่านร่างมา ใครเป็นคน กําหนดครับว่าถึงเวลาแล้ว อันนี้มีเหตุผลควรแล้ว มันไม่รายละเอียดครับ เพราะฉะนั้น ผมอ่านกฎหมายแล้วผมก็ยังงุนงงอยู่ว่าที่ท่านต้องการจริง ๆ มันคืออะไรแน่ ทั้ง ๆ ที่ บางอย่างที่ท่านแก้ไปของเดิมมีอยู่แล้วครับ แต่เป็นลักษณะคนละโครงสร้างกันเท่านั้นเอง แล้วท่านประธานต้องมีความชัดเจนนะครับ แต่เดิมก่อนที่จะมีการเสนอร่างนี้เข้ามาเราก็มี กฎหมายฉบับอื่น ๆ อยู่ด้วย เช่น พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวนี้พูดไว้ชัดเจนครับท่านประธานว่า ธุรกิจ อากาศยานอยู่ในบัญชีที่ ๒ และบัญชีนี้ในหมวดที่ ๑ เป็นธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือ ความมั่นคงของประเทศ กรอบความคิดเดิมตอนที่เขาร่าง พ.ร.บ. นี้ขึ้นมาซึ่งมีตัวแทนของ ทุกกระทรวงนะครับ รวมทั้งกระทรวงที่ท่านสังกัดอยู่นี้ เราก็บอกว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ต้อง กระทบ อาจจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะฉะนั้นการพิจารณานี้ต้อง ถี่ถ้วนมาก ก็มีกรรมการอยู่ชั้นหนึ่ง กรรมการซึ่งประกอบด้วยรัฐและเอกชนมาพิจารณาว่า เหมาะสม ไม่เหมาะสม หลังจากนั้นก็บอกต่อไปว่าอํานาจในการจะอนุมัติอันนี้เป็นอํานาจ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านเสนอแก้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดย ครม. เป็นคนเสนอ นะครับ แล้ว ครม. จะให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ขัดกับ พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือครับ มันขัดกันเลยนะครับ ขัดกันตรง ๆ เลยนะครับ แล้วท่านก็บอกว่าเปลี่ยนใจแล้ว เดิมมันเป็นเรื่องความมั่นคง ไม่ให้ต่างชาติถือหุ้นเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ท่านบอกว่า อยากส่งเสริมการลงทุน ทําไมครับ อะไรคือเหตุผลที่ทําให้ท่านเปลี่ยนความคิด อะไรคือ เหตุผล มีการศึกษาไหมครับ มีใครไปศึกษาไหมครับ กระทรวงไปจ้างใครมาศึกษา ครม. ไปจ้างใครมาศึกษาไหมครับว่าจากนี้ไปเราควรจะเปลี่ยนความคิดแล้ว แต่เดิมการอากาศยาน เป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ วันนี้ไม่เป็นแล้ว มีไหมครับ ถ้ามีทําไมไม่แจกให้สมาชิก ได้เห็นล่ะครับ แล้วถ้าท่านไม่มี ท่านเอาอะไรมาเป็นเครื่องวัดล่ะครับว่าวันนี้เปลี่ยนใจแล้ว ต้องเป็นการส่งเสริมการลงทุนแล้ว พอมองลึก ๆ ลงไป ดูในแต่ละมาตรา ท่านเขียนไว้ใน มาตรา ๓ ในมาตรา ๓ เขียนไว้ชัดนะครับว่าจะต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง ประการแรก ต้องใช้ เทคโนโลยีขั้นสูง ตรงนี้วัดอย่างไรครับ ท่านประธานครับ วันนี้อะไรคือเทคโนโลยีขั้นสูงครับ อะไรคือขั้นกลาง อะไรคือขั้นต่ํา ใครเป็นคนใช้ดุลยพินิจตรงนี้ครับ ร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่ได้เขียน นะครับ ไม่ได้เขียนเลยว่าจะใช้ดุลยพินิจตรงนี้เป็นหน้าที่ใคร ต้องตําหนินิดหนึ่งครับ การเขียน พ.ร.บ. อย่างนี้ เขียนแบบเหมือนมีธงบางอย่าง แต่ไม่มีกระบวนการในการที่จะไป ดําเนินการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้มันถี่ถ้วนรอบคอบ จะบอกว่าเป็นหน้าที่ของกรรมการ หรือเปล่าครับ กรรมการการเดินอากาศหรือเปล่าครับ ท่านไม่เขียน แล้วเป็นอํานาจใคร ก็ไม่เขียนอีก ผมก็คิดว่ามันมีข้อบกพร่องเยอะนะครับท่านประธานประการที่ ๒ ต้องมีเหตุผล อันควรในการส่งเสริมการประกอบกิจการดังกล่าวเหมือนกันครับ ใครเป็นคนใช้ดุลยพินิจว่า มันมีเหตุผลอันควรแล้ว ก็ไม่เขียนอีกเหมือนกัน ประการที่ ๓ ปฏิบัติตามพันธกรณีความ ตกลงระหว่างประเทศ ผมก็ชี้ให้เห็นแล้ว ผมยังไม่ทราบนะครับ ถ้าท่านมี ขอคําตอบจริง ๆ ครับ ขอคําชี้แจงว่ามันมีข้อไหน แล้วอาจตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ไม่ได้บอกว่าทั้งกระบวนการนี้ เหตุผลของการกําหนดเงื่อนไขเป็นอย่างไร ท่านก็ไม่ได้เขียนไว้ด้วยว่ารายละเอียดต้องไปกําหนดในกฎกระทรวง ไม่มีครับ ปกติ รายละเอียดบางเรื่องก็ต้องบอกว่าถ้าเรื่องนี้ยังไม่ชัดให้ไปเขียนในกฎกระทรวง อันนี้ก็ไม่มี ไม่มีสักข้อเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าคนที่ร่างเข้ามานี้เคยคิดไหม ได้คิดไหมว่าเวลาไปดําเนินการ ตามกระบวนการตามที่เขียนไว้นี้ ซึ่งเขียนไม่กี่บรรทัดนี้มันดําเนินการได้หรือเปล่า แล้วอํานาจในการพิจารณาสิ่งเหล่านี้ที่ท่านเขียนไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นอํานาจใคร ไม่มีความชัดเจนเลยนะครับ พอไปมาตรา ๔ ท่านก็บอกยกเลิกมาตรา ๔๑/๒๕ ก็เป็น การยกเลิกเงื่อนไขที่กําหนดเรื่องกรรมการ ก็อีกครับ กฎหมายเดิมมีอํานาจยกเว้นอยู่แล้ว แล้วทําไมต้องไปยกเลิกอีกละครับ ผมไม่เข้าใจครับ ตรงนี้ขอความชัดเจนนิดหนึ่งครับ พอไปมาตรา ๕ ก็ใช้ข้อความเดียวกันกับมาตรา ๓ นะครับ ก็เหตุผลเดียวกันเลยครับ ๓ ข้อ ส่งเสริมการลงทุน เทคโนโลยีชั้นสูง มีเหตุผลอันควร แต่ก็ไม่บอกอีกเหมือนกันครับ แล้วแต่เดิมแนวคิดเดิมที่บอกว่าใบอนุญาตให้ได้ไม่เกิน ๕ ปี ทําไมท่านเปลี่ยนความคิด ล่ะครับ ตอนนี้ยกเลิกแล้ว ๕ ปีไม่เอาแล้ว หมายความว่าอย่างไร ทําไมถึงยกเลิกครับ ตรงนี้มันก็ทําให้มีความรู้สึกไม่สบายใจจริง ๆ ว่าถ้าท่านร่างกฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย อย่างนี้ไปในทางปฏิบัติจริง ๆ จะปฏิบัติได้อย่างไร ถ้าท่านจะบอกว่าทุกอย่างที่ผมพูดไปเป็น อํานาจของรัฐมนตรีอย่างเดียว เขียนที่ไหนครับ ไม่มีครับ ไม่มีเลย แล้วความขัดแย้ง กับพระราชบัญญัติอื่น ๆ เป็นอย่างไร จริง ๆ แล้วถ้าท่านบอกว่าอยากส่งเสริมการลงทุน วันนี้ถามว่าเรามีช่องกฎหมายอื่นโดยไม่ต้องแก้กฎหมายฉบับนี้ไหมมีครับ กฎหมายส่งเสริม การลงทุนมีครับ ถ้าท่านประกาศว่าธุรกิจนี้จะส่งเสริมการลงทุนเดินเข้าช่องนั้นได้เลย แล้วเดินเข้าช่องนั้นก็ไปผ่านกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวได้อีกช่องหนึ่ง พอผ่านตรง ๒ ช่องนั้นมาแล้วก็มาเข้า พ.ร.บ. ของเดิมครับ ที่มีอํานาจของรัฐมนตรีในการ ยกเว้นเงื่อนไขอยู่แล้ว ผมก็ไม่ทราบว่าท่านแก้ทําไม
ประการที่ ๓ เรามี พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถ้าการตั้งธุรกิจในเรื่องการท่า การอากาศยานไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมก็มีกฎหมายยกเว้น ให้ท่านอยู่แล้ว ท่านก็เดินเข้าช่องนั้นได้ พอเขาช่องนั้นเสร็จก็ไปเข้า พ.ร.บ. การประกอบ ธุรกิจของคนต่างด้าว ออกหนังสือรับรองได้เลย ออกหนังสือรับรองมาเสร็จก็เข้า พ.ร.บ. นี้ ฉบับเดิมมีสิทธิยกเว้น ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันมันมีปัญหาอย่างไรที่จะต้องไปแก้ ฉบับนี้ในลักษณะที่ทําให้เกิดความคลุมเครือ แต่ท่านประธานครับ ผมดูแล้วมันคุ้น ๆ ครับ ในอดีตเราเคยมีการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อบางบริษัท มันคุ้นจริง ๆ ครับ ถ้าท่านประธานจําได้ กิจการโทรคมนาคมเคยแก้จาก ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์วันที่ไม่อยากให้มีคู่แข่ง พอวันที่จะขายหุ้นปรับใหม่เลยครับ เป็น ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วขายผ่านนอมินี (Nominee) ด้วย วันนี้มันก็มีข่าว ว่ามีคนต่างชาติ บริษัทข้ามชาติจ้องที่จะใช้ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินดอนเมือง หรือสนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานใหญ่ในการสร้างแหล่งซ่อมบํารุงอากาศยานผมพยายาม ทําความเข้าใจ แล้วพยายามไม่คิดลบนะครับ แต่ในเมื่อมันมีทั้ง ๒ ช่องที่เดินเข้าได้ ทั้งช่อง ของ พ.ร.บ. การส่งเสริมการลงทุน พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เดินเข้าได้ แต่มันโดนล็อก (Lock) พื้นที่ มันโดนล็อกพื้นที่ไม่ค่อยสนุกนัก แล้วพอเอาไปเข้า พ.ร.บ. การส่งเสริมการลงทุนมันได้สิทธิประโยชน์แค่ ๘ ปี การที่เขียนกฎหมายอย่างนี้นะครับ มันก็ เข้าใจได้เหมือนกันว่าเพราะข่าวการที่มีบริษัทข้ามชาติบางบริษัทต้องการที่จะมาดําเนินการ แล้วระบุเลยนะครับ ทางเลือกเขามี ๒ ทางคือไม่สนามบินอู่ตะเภาก็สนามบินดอนเมือง แล้วเป็นบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่จริง ๆ ผมไม่ต้องการเอ่ยนามครับ ท่านแก้กฎหมายฉบับนี้ ทั้งฉบับเพื่อเขาหรือเปล่า แล้วปัจจัยเรื่องความมั่นคงของประเทศในเรื่องการดําเนินธุรกิจหรือกิจการด้านการอากาศยาน มันหายไปไหนแล้วครับ วันนี้รัฐบาลเปลี่ยนใจง่าย ๆ อย่างนี้หรือครับ โดยการเสนอกฎหมาย บอกข้าพเจ้าเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้ส่งเสริมการลงทุนเรื่องการอากาศยาน ความมั่นคงไปไหนครับ ฝ่ายทหารว่าอย่างไรบ้างครับ ฝ่ายกองทัพว่าอย่างไรบ้างครับ ตรงนี้ไม่มีความชัดเจนนะครับ แต่ถ้าท่านทําเพียงแค่นี้ แล้วให้ข้อมูลเพียงแค่นี้ ผมคิดว่าท่านควรจะเอากฎหมายฉบับนี้ กลับไปก่อนครับ ไปทําให้มันละเอียดกว่านี้ ถี่ถ้วนกว่านี้ และมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ครับ เพราะเหตุผลที่ท่านให้มันไปไม่ได้เลย มันไปไม่ได้จริง ๆ แต่มันดูเหมือนว่ามันเดินเข้าทางของ กลุ่มทุนที่ต้องการดําเนินธุรกิจเรื่องนี้แต่ผู้เดียวด้วยนะครับ กลุ่มพวกนี้เขาไม่ต้องการร่วมทุน กับไทยเลยครับ แล้วประเทศไทยล่ะครับ เมื่อไรเราจะมีบุคลากรที่มีความสามารถในการดูแล บํารุงรักษาการอากาศยาน กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในมาตรา ๕ ผมจําได้เลยนะครับ มันระบุไว้ชัดเจน เทคโนโลยีสูงก็ให้ แต่ให้ในลักษณะมีเงื่อนไข นี่ไม่ใช่ให้แบบไม่มีเงื่อนไขนะครับ ให้แบบมีเงื่อนไขอย่างไรครับท่านประธาน คนที่ นําเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรฝ่ายไทย ในร่างนี้ไม่มี แต่ พ.ร.บ. ต่างด้าวมี แล้วเดินเข้าช่องนั้นก็ได้อยู่แล้ว ตรงนี้มันทําให้เคลือบแคลงสงสัยครับ ว่าทําไม เหตุผลใด ทั้ง ๆ ที่ท่านมีช่องทางเดินที่สามารถเดินทางไปได้อยู่แล้วถ้าท่านจะ ส่งเสริมบางราย บางคน ได้ครับ แต่นี่อยากทําเอง อยากชงเอง และให้อยู่ในกรอบของ กระทรวงเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันท่านต้องตอบผมให้ได้ มันขัดกับ พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าวอยู่ แล้ว พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การกําหนดบัญชี ๒ ขึ้นมา บัญชี ๑ คือต้องห้าม บัญชี ๒ เกี่ยวเนื่องกับเรื่องความมั่นคงและมีผลกระทบต่อทรัพยากร ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของประเทศเขียนไว้ชัด คนของกระทรวงก็เป็นคน อยู่ร่วมในการพิจารณาว่าบัญชีนี้สําคัญ ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นคนอนุมัติ เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ อยู่ดี ๆ เสนอแก้กฎหมายฉบับเดียวเอามาให้ ๓ หน้า ทั้ง ๆ ที่ กฎหมายฉบับจริงไม่มีการเปรียบเทียบเลยนะครับว่าที่ตัดไป ตัดทอนไปมันกระทบตรงไหน ไม่เปรียบเทียบเลย แล้วเหตุผลที่ท่านเขียนก็ไม่ตรงกับมาตราที่เขียนข้างใน เหตุผลที่ท่านเขียน ท่านบอกว่าเฉพาะประเภท ๑ นะครับ แต่ข้างในเวลาไปดูเนื้อหาท่านแก้ประเภท ๒ ด้วย ท่านยกเว้นประเภท ๒ ด้วยครับ แล้วมันลามไปถึงประเภท ๓ ด้วยครับ แต่ข้างหน้าเรื่อง หลักการ เหตุผล ท่านไปเฉพาะประเภท ๑ มันไม่ตรงนะครับท่านประธาน ท่านประธานต้อง พิจารณานิดหนึ่งนะครับว่ากฎหมายร่างแบบนี้มันเข้าสภาได้อย่างไรครับ ท่านประธานมี ฝ่ายกฎหมายของสภาตรวจสอบไหมครับ แล้วกระบวนการเขียนนะครับ ผมไม่รู้จะดําเนินการ อย่างไรจริง ๆ ครับ ไม่เขียนเขตอํานาจในการใช้ดุลยพินิจ ว่าที่เขียนไว้เป็นเงื่อนไขในแต่ละ มาตราดําเนินการอย่างไร เขียนอย่างนี้มันไปได้อย่างไรครับท่านประธาน ผมก็ไม่เข้าใจ แล้วหวังว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอธิบายให้มันชัดเจนได้มากกว่านี้ แต่ประเด็นที่สําคัญมาก ๆ ธุรกิจนี้กระทบต่อความมั่นคง และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ แนวคิดนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ ยกเว้น ครม. ชุดนี้ถ้าท่านบอกว่าร่างนี้มาจาก ครม. แสดงว่า ครม. ชุดนี้เปลี่ยนแนวคิดแล้วว่าธุรกิจการอากาศยานไม่ใช่เป็นเรื่องความมั่นคง อีกต่อไป ถ้าอย่างนั้นต้องมีมติ ครม. อันเดียวกันว่าต้องถอดออกจากบัญชี ๒ ของ พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย เห็นไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นดังที่ผมอภิปราย ไปแล้ว ผมคิดว่าผมมีทั้งข้อท้วงติงและชี้ให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์ของ พ.ร.บ. ร่างฉบับนี้ ข้อบกพร่องในการไปปฏิบัติในการดําเนินการจริง ๆ ถ้าปฏิบัติตามร่าง พ.ร.บ.นี้จะมีปัญหา และความขัดแย้งเกี่ยวเนื่องไปยัง พ.ร.บ. ฉบับอื่น และที่สําคัญที่สุดครับ ถ้าต้องการจะอนุมัติ ผู้ส่งเสริมการลงทุนจริง ๆ มันมีช่องอื่นที่เดินเข้าได้ แล้วทําไมต้องแก้ ขอความชัดเจนด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม พ้อง ชีวานันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตเรียนชี้แจง เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจที่มาที่ไปของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ละเอียดมากขึ้น เพื่อคําถามต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกจะถามต่อไปจะได้ชัดเจนขึ้น จริง ๆ แล้วร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้มาเริ่ม ในรัฐบาลนี้หรอกครับ มันเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ในขณะนั้นมีการแก้ไข พ.ร.บ. เดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) ในฉบับที่ ๑๑ นี้ได้ล็อกตรงคุณสมบัติและทุนไว้ที่ ๕๑ เปอร์เซ็นต์สําหรับทุนไทย ตรงนี้ละครับ ในพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) เป็นตัวที่ทําให้ไม่มีนักลงทุน ที่เขาจะมาลงทุนทางด้านอากาศยาน เพราะว่าการลงทุนอากาศยานเป็นการลงทุนที่ต้องใช้ เงินทุนสูง และขณะเดียวกันต้องใช้เทคโนโลยีสูงด้วย จริงอยู่ครับ บีโอไอ (BOI) แล้วก็ พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในการที่จะลงทุนของต่างด้าวสามารถที่จะเป็นช่องทาง ๆ หนึ่ง แต่เมื่อใช้ช่องทางนั้นแล้ว พอมาถึง พ.ร.บ. การเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) แล้วมันล็อกไว้เลยครับ ล็อกไว้ที่ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ นี่จึงเป็นสาเหตุหลัก ๆ นะครับว่าเราต้องการปลดล็อก รัฐบาล ทราบดีนะครับว่าตรงนี้เป็นจุดที่ทําให้ผู้ที่อยากจะมาลงทุนไม่สามารถที่จะมีความสนิทใจที่จะ มาลงทุนได้ เพราะไม่มีความมั่นใจในตรงนี้ ด้วยสัดส่วนของผู้ถือหุ้น แล้วในขณะเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ. นี้ในปี ๒๕๕๑ คณะรัฐมนตรีก็ได้เห็นชอบหลังจากที่เป็นปัญหาตรงนี้ บีโอไอก็ได้ เสนอปัญหาตรงนี้กับหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาว่าตรงนี้เป็นปัญหา ก็ได้มีการมอบหมายให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาไปยกร่าง ก็ใช้เวลาหลายปีอยู่นะครับ แล้วก็มาเป็นรูปเป็นร่าง ในรัฐบาลนี้ เพราะฉะนั้นการนําเสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเป็นการนําเสนอเพื่อที่จะปลดล็อก เพื่อที่จะเปิดช่องทาง เราเสียโอกาสตรงนี้ ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย เขาเปิดกว้างกว่านี้ แล้วเราปล่อยให้ผู้ที่สนใจจะมาลงทุนในช่วงปี ๒๕๕๐ กว่าต้น ๆ ก็มี ผู้สนใจที่จะมาลงทุนหลายรายด้วยกัน แล้วก็ติดขัดที่ พ.ร.บ. การเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) นี่ละครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่ารัฐบาลไม่ได้มีอะไร ที่ซ่อนเร้นเด็ดขาดเลยครับ ตรงนี้เพียงเพื่อเปิดให้นักลงทุนที่เขาอยากจะมาลงทุนด้าน การผลิตอากาศยานหรือแม้แต่เป็นศูนย์ซ่อมได้สามารถที่จะเข้ามาก็ขอกราบเรียนเบื้องต้น ไว้แค่นี้ครับท่านประธาน
เชิญท่านเกียรติก่อนนะครับ ต่อเนื่อง
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ขอนิดเดียวครับ เพื่อความต่อเนื่องแล้วก็ความชัดเจน เพราะท่านรัฐมนตรีได้ตอบมานิดหน่อย แต่ท่าน ก็ไม่ได้ตอบผมนะครับว่าสนธิสัญญาระหว่างประเทศมันมีไหมที่บังคับ ท่านไม่ได้ตอบนะครับ ในเรื่องของการที่ท่านบอกว่ามีผู้สนใจหลายราย ท่านมีรายชื่อไหมครับ เขาเคยทําหนังสือ เข้ามาไหมครับ เพราะสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลไม่มีใครเคยทําหนังสือเข้ามา แล้วไม่มีข้อร้องเรียนจากหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทยเลยครับ แต่ข่าวมันมีว่า มีบางบริษัทต้องการและใกล้ชิดกับคนในรัฐบาลที่ต้องการจะทําตรงนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ใช่ครับ หลังจากนั้นมันหยุดไปครับ แล้วช่วงระหว่างนั้นผมมีการหารือกับ ผอ. ต่างประเทศ ในไทยตลอดนะครับ เจอกันเดือนละครั้ง ไม่มีข้อร้องเรียนตรงนี้เลย แล้ววันนี้อยู่ดี ๆ ท่านกลับมา หลังจาก ๒ ปีท่านบอกมันมีเยอะหลายราย มีหนังสือไหมครับ ขอหนังสือ ที่เขาร้องเรียนเข้ามา นั่นประการที่ ๑ นะครับ
ประการที่ ๒ ต่างประเทศที่ต้องการมีถือหุ้นมากกว่า ๕ ๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะ ต้องการสิทธิในการบริหารตามหลักทั่วไปครับ แต่จริง ๆ กฎหมายฉบับเดิมให้สิทธิในการ ยกเว้นเรื่องกรรมการไว้แล้วครับ สมมุติผมถือหุ้นไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมมีอํานาจในการ บริหารได้ สามารถยกเว้นได้ในมาตรา ๕๑/๒๕ ที่ท่านยกเลิกไปครับ ยกเว้นได้อยู่แล้วครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่ามีนักธุรกิจคนไหนที่ไม่เอาเรื่องนี้ แล้วทําไมต้องแก้ครับ ผมเป็นคนลงทุนผมยิ่ง ชอบเลยครับท่านประธาน ผมลงทุน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมมีอํานาจควบคุมเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นได้อยู่แล้วตามกฎหมายฉบับเดิม ผมชอบนะครับ เพราะผมเสี่ยงน้อยลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ยิ่งรัฐบาลมีกฎหมายบังคับผมยิ่งชอบใหญ่เลยครับ เพราะอะไรครับ ผมมีฝ่ายไทยมาช่วย ลงทุนด้วย มาช่วยเสี่ยงด้วย แต่ในขณะที่ผมนําเทคโนโลยีมาผมมีสิทธิมีอํานาจในการบริหาร มากกว่าฝ่ายไทย กฎหมายเดิมให้อยู่แล้วครับ มันก็ไม่ตรงกันครับ ที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี้ มันไม่ค่อยสอดคล้องเท่าไรครับ ยกเว้นพยายามทําความข้อเรียกร้องของบางรายเท่านั้น ซึ่งก็ปรากฏเป็นข่าวอยู่แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ และตอนนี้จะทําอีกแล้วหรือครับ ขอบคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย พระราชบัญญัติ การเดินอากาศ โดยเฉพาะศูนย์ซ่อมอากาศยาน ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าเรามีศูนย์ซ่อม อากาศยาน ดิฉันคิดถึงความเป็นไปได้และผลประโยชน์ของประเทศชาติที่จะเกิดขึ้นมากมาย เลยทีเดียวค่ะ ถ้าเรามีนะคะ ถ้าเรามีและมีความเป็นไปได้อย่างน้อยที่สุดดิฉันขอภาพแรก เลยคะที่จะประกอบในการอภิปรายของดิฉัน
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นี่ก็คือสายการบินของไทยใช่ไหมคะ ศูนย์ซ่อมอยู่ในประเทศไทยเราจะสูญเสียน้อยลง ภาพต่อไปเลย นี่การขึ้นลงของอากาศยาน เครื่องบินที่มีจํานวนมหาศาลเลยทีเดียวที่จะขึ้นลงในสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบิน ดอนเมือง ขอภาพต่อไปเลยค่ะ ถ้ามีศูนย์ซ่อมตรงไหนจะเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะ ถ้าประเทศไทยถ้าเป็นศูนย์กลางของโลกได้ ดูแผนที่ตรงนี้สิคะ ยิ่งใหญ่ไพศาลมากเลยทีเดียว จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในประเทศไทยแล้วแผ่ออกไป นั่นคือการบินของไทยที่ทั้งโลกจะบินมาสู่ ศูนย์ซ่อมของไทย กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพคะ นั่นคือภาพประกอบซึ่งดิฉัน จะประกอบต่อไปนะคะ ทีนี้นั้นดิฉันกล่าวถึงอย่างนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากให้กระทรวง คมนาคมต่อยอดอีกสักหน่อยนอกจากศูนย์ซ่อมแล้วนะคะ อยากให้กระทรวงคมนาคม ต่อยอดในเรื่องของการกําหนดกลยุทธ์ในการเจรจาสิทธิการบินในลักษณะของการเปิดเสรี สิทธิการบินในลักษณะของการเปิดเสรีคือการมุ่งส่งเสริมให้สายการบินต่างชาติสามารถ ขยายบริการมายังจุดต่าง ๆ ในประเทศไทยได้มากขึ้น โดยกําหนดเพดานความจุความถี่ของบริการให้สูงมากเพียงพอที่จะรองรับต่อความต้องการ ระยะยาว หรือหากประเทศคู่เจรจามีความพร้อมก็อาจตกลงเปิดเสรีความจุความถี่ให้ สายการบินแต่ละฝ่ายสามารถทําการบินระหว่างกันได้อย่างเต็มที่ตามความต้องการ รวมถึง ตกลงกําหนดเส้นทางบินแบบเปิด ดิฉันอยากให้กฎหมายหรือว่าพระราชบัญญัติ การเดินอากาศฉบับแก้ไขนี้นะคะ แก้ไขมากไปถึงขนาดนั้น เพราะจะมีความสําคัญมายัง ศูนย์ซ่อมอากาศยานด้วย ใครไม่อยากเป็นศูนย์บ้าง สนามบินสุวรรณภูมิ ปี ๒๕๕๕ นั้น รองรับนักท่องเที่ยวในปี ๒๕๕๕ ได้ถึง ๔๘ ล้านคน ติดอันดับนี้ค่ะ ภาพพาวเวอร์พอยท์ (Power point) ที่ขึ้นบนจอ นี่คือศูนย์ซ่อมเราอยากยิ่งใหญ่ เราอยากจะเป็นศูนย์ เมื่อเป็น ศูนย์แล้วมีการขนถ่ายคนจากประเทศไทยไปยังทั่วโลก จากทั่วโลกมายังประเทศไทย ถ้าเรา ทําได้มันจะทําให้ประเทศไทยนั้นเป็นศูนย์ แล้วก็สิ่งเหล่านี้ค่ะ กฎหมายฉบับนี้ที่จะแก้ ไม่กี่มาตราค่ะท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สายการบินต่างชาติ ทําการบินมาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะเป็นส่วนสําคัญในการส่งเสริม และพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศของภูมิภาคนี้ ทั้งยังได้รับ ปรับปรุงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งสายการบินที่กําหนด จากเดิมกําหนดให้ฝ่ายละ ๑ สายการบิน เปลี่ยนแปลงเป็นกําหนดทีละหลายฝ่ายสายการบินขึ้นมา เพื่อให้ภาคีแต่ละฝ่ายสามารถ แต่งตั้งสายการบินที่กําหนดของตนให้มากกว่า ๑ สายในการใช้สิทธิทําการบินภายใต้ ความตกลงทวิภาคี นั่นคือความต้องการ ตอนนี้มันยุคของที่เราเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่เออีซี (AEC) แล้วในส่วนหนึ่ง ดังนั้นแล้วถ้าศูนย์ซ่อมของเราเปิดได้ แล้วก็เปิดเป็นเรื่องของศูนย์ซ่อม ระดับโลก ทุกสายการบินจะมุ่งมาที่นี่ แล้วศูนย์ซ่อมอากาศยานของเราก็จะเติบโต ค่ะท่านประธาน การเปิดเสรีการบินดิฉันฝากเรื่องนี้ไปกับกรรมาธิการ ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีและกรรมาธิการด้วยว่าการเปิดเสรีการบินของรัฐบาลจะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ใช้บริการมีทางเลือกมากขึ้น เนื่องจากการมีสายการบิน ทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศเข้ามาให้บริการในตลาดการบินของไทยมากขึ้นถ้ามี การเปิดเสรีด้านการบินมากขึ้น แล้วก็อีกข้อหนึ่งคือเกิดการแข่งขัน และแนวโน้มค่าโดยสาร และค่าระวางขนส่งสินค้าที่จะมีความเป็นไปได้ที่จะต่ําลง คนเขาใช้มากขึ้น บ้านนอกบ้านนา แค่บินภายในประเทศ ท่านประธานคะ เดี๋ยวนี้ประเทศที่ติดอันดับโลกในการบินทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เดี๋ยวนี้ประเทศเวียดนามแซงขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก นี่เราจะหวง น่านฟ้าของเราไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มันจะต้องมีการเปิดเสรีเพื่อที่จะให้มีการแข่งขันในเรื่องนี้ ในตลาดการบินที่มีผู้ประกอบการน้อยรายจะมีการแข่งขันที่ต่ํา มักเกิดภาวการณ์ การผูกขาด ผู้ประกอบการสามารถกําหนดอัตราค่าโดยสารได้ แต่ก่อนครูบ้านนอกอย่างดิฉัน ไม่สามารถที่จะมากรุงเทพมหานคร โดยการบินได้เลยนอกจากรถไฟ ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เดี๋ยวนี้ไปดูที่สนามบินจังหวัดอุดรธานีสิคะ เขยต่างชาติเต็มเกือบทุกไฟลท์ (Flight) บิน เลยทีเดียว นี่คือการเปลี่ยนแปลงแล้ว และเดี๋ยวนี้นั้นคนที่นุ่งสวมใส่ผ้าถุง เรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะ ก็สามารถที่จะเยื้องย่างขึ้นไปบนไฟลท์บินไฟลท์แล้วไฟลท์เล่าได้ แล้วทําไมกับต่างประเทศขณะนี้เราจะไม่เปิดและสนับสนุนให้รัฐบาลแก้กฎหมายที่เป็น ประโยชน์กับประเทศชาติ การแข่งขันทําให้แนวโน้มคุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้นค่ะ กลไก การแข่งขันหรือชิงลูกค้าในตลาดการบินปัจจุบันนอกจากการแข่งขันในเรื่องราคาแล้ว คุณภาพในการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการบนเครื่องบินก็แข่งขัน ทั้งต่างประเทศ ทั้งในประเทศแข่งขันกัน คนที่ได้ประโยชน์ก็คือคนที่ซื้อบริการ การทําการบินที่เหมาะสม ความสนใจของ ผู้ประกอบการ เมื่อเปิดเสรีผู้ประกอบการก็จะมากขึ้น ดิฉันจึงต่อยอดให้มีทั้งพหุภาคี ทั้งทวิภาคี ของสายการบิน ทีนี้ยังเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม การส่งออกสินค้าของไทย ถ้าศูนย์ซ่อมมีในประเทศไทยทั่วโลกบินมาที่นี่ ท่านประธาน ที่เคารพคะ นักท่องเที่ยวก็จะมาที่นี่ด้วย ๔๘ ล้านคนในปี ๒๕๕๕ ทั้งผ่านและทั้งเข้ามาพัก ในประเทศไทยมันอาจจะเป็น ๑๐๐ ล้านคน ๒๐๐ ล้านคน แล้วเราจะมีเงินจากการท่องเที่ยว มากขนาดไหน แล้วเงินก็จะหมุนไปค่ะ ความต้องการของการขนส่งทางอากาศเจริญเติบโต อย่างต่อเนื่องใช้ทางอากาศ ประโยชน์ต่อการส่งออก ของประเทศไทยนี่ส่งเสื้อผ้าสําเร็จรูป สิ่งทอ กล้วยไม้ ก็จะไปถึงประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกโดยสมบูรณ์แบบที่สุด สายการบินต้องเข้ามา ช่วยอย่างมากเลยทีเดียวเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย แล้วก็ ความต้องการของบุคลากรที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่น นักบิน ช่างเครื่องบิน พนักงานต้อนรับ และอุตสาหกรรมซ่อมบํารุงอากาศยาน
และข้อสุดท้ายค่ะท่านประธาน เรื่องของ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะส่งเสริมให้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคด้วย การมีจํานวนสายการบินทําการบินมายัง ประเทศไทยและไปจากประเทศไทยด้วยจํานวนสายการบินและจํานวนเที่ยวบินมากที่สุด โดยมีเครือข่ายการบินกว้างขวาง สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้ทั่วโลกโดยสะดวกจะเป็น การส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ส่งเสริม มากเลยทีเดียวโดยเฉพาะอุตสาหกรรมซ่อมบํารุงอากาศยาน แล้วก็ทําให้การบินไทยที่บอกว่า รักคุณเท่าฟ้านี่ ท่านประธานคะ จะทําให้ท่องไปทั่วโลก จะรักฉันเท่าฟ้าไหมไม่สําคัญหรอก อยากล้อมคอกศูนย์ซ่อมไทยให้โลกเห็น อยากให้ประเทศไทยไร้ลําเค็ญ พ.ร.บ. เดินอากาศ เช่นช่องลําเลียง หากเป็นศูนย์ซ่อมสร้างเส้นทางอากาศ จะประกาศประเทศไทยยิ่งใหญ่เสียง ศูนย์การบินในถิ่นไทยใหญ่เทียบเคียง นาริตะ ชางงี เพียงเพื่อนสนามบิน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านศุภชัย เชิญครับ คืออย่างนี้ท่านศุภชัยครับ มีผู้ลงชื่อขออภิปราย ๑๐ กว่าท่านครับ ถ้าท่านช่วยผมบริหารด้วยจะเป็นการดี ท่านศุภชัย แล้วก็ท่านพงศ์พันธ์ ท่านสุกิจ ท่านอภิชาต ท่านวัชระ ท่านพีระพันธุ์ ท่านอลงกรณ์ เพิ่มมานี่อีก ผมเอาแค่นี้ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมจะบริหารเวลาอย่างดีเลยครับ คือเนื้อหาสาระเสร็จเมื่อไร ผมก็จะจบเมื่อนั้นละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนว่า เมื่อได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็คิดว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ตั้งใจ ถ้าตั้งใจทําเพื่อที่จะส่งเสริมให้มีการดําเนินการในการผลิตอากาศยานขึ้นมาจริง ก็คงจะเป็นประโยชน์ รวมถึงว่าให้มีโรงซ่อม แต่สิ่งที่คงจะต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีไปว่าแท้ที่จริงแล้ววัตถุประสงค์ในการมีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมานี่ เป้าหมายหลักที่จะเน้นเป็นเรื่องโรงซ่อมหรือการสร้าง อากาศยานใหม่ เพราะจริง ๆ แล้วเราเองเราทราบกันดีครับว่าอากาศยานนี่ อุตสาหกรรมนี้ เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่อง ในยุโรปเขาก็ผลิตกันหลาย ๆ ประเทศ บางประเทศ ผลิตเฉพาะปีก ถึงเวลาก็พาปีกไปประกอบ และความเป็นจริงก็คือในอากาศยานนี่มันจะ ประกอบด้วยอากาศยานและเครื่องยนต์นะครับ อากาศยานก็คือแอร์คราฟท์ (Aircraft) ส่วนหนึ่ง แล้วก็เอนจิน (Engine) ขออนุญาตที่พูดเป็นภาษาอังกฤษ ก็อีกส่วนหนึ่ง เจนเนอเรติง (Generating) เครื่องไฟฟ้าก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านกําลัง จะบอกนี่ มาขอให้สภาแห่งนี้ได้มีการผ่านกฎหมายฉบับนี้ไป วัตถุประสงค์เราจะสร้างเฉพาะ ตัวเครื่องบินเปล่า ๆ เป็นบอดี้ (Body) เฉย ๆ หรือว่าเป็นการสร้างโรงงานผลิตเอนจิน หรือ ผลิตเจนเนอเรติง หรือจะผลิตตัวที่เราเห็นบินวน ๆ อยู่ข้างใน ซึ่งเขาเรียกเบลด (Blade) อย่างเดียว แท้จริงแล้วมันมีมากมายมหาศาลที่มันเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวข้อง ในโลกนี้ ถ้าใหญ่ ๆ เราก็เป็นว่ามันมีทั้งแอร์บัสมีทั้งโบอิงใช่ไหมครับ ซีแอตเทิลทั้งเมืองก็จะเห็นว่า เป็นโรงงานผลิตเครื่องบินใหญ่โตมโหฬารติดต่อกันมากมายเพราะฉะนั้นก็คงต้องถาม ท่านรัฐมนตรีว่าเป้าหมายหลักในการที่จะแก้ครั้งนี้มันคือการที่จะตั้งเป็นโรงซ่อมหรือเปล่า ถ้ากรณีเป็นหน่วยซ่อมก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ก็ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย เรานี้เราเป็นฮับ (Hub) ในเรื่องของการซ่อมอยู่นานในฝ่ายช่างของเราที่มีชื่อย่อว่า ดีที (DT) นี่ก็เป็นที่ปรากฏว่าเป็นศูนย์แห่งการซ่อม ไม่ใช่ซ่อมอย่างเดียวครับ ซ่อมแล้วก็บํารุง เป็นประจําอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าเป้าหมายหลัก ในระยะนี้มันคือเรื่องของการสร้างอากาศยานเลย หรือเฉพาะเรื่องซ่อมเป็นหลัก ในเรื่อง ของการแก้ไขต่าง ๆ ในเรื่องหุ้นส่วนนี้นะครับ นี่ก็คงต้องถามอันแรก
สิ่งหนึ่งที่จะต้องถามต่อมาก็คือว่าถามว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการ ตรวจสอบของเรานี่ ท่านรัฐมนตรีพอทราบไหมครับว่าเรามีความพร้อมสักขนาดไหน เพราะสิ่งสําคัญในเรื่องอุตสาหกรรมการบิน เรื่องสําคัญที่สุดก็คือเรื่องความปลอดภัย ทุกชิ้นส่วนของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นตัวแอร์คราฟท์ก็ดี เอนจิน หรือทุกส่วน น็อต ๑ ตัว ทั้งหมดนี้มันมีซีรีส์นัมเบอร์ (Series Number) มันมีหมายเลขที่ออกเป็นใบสําคัญสมควร เดินอากาศตามกฎหมายการเดินอากาศทั้งสิ้น ที่เขาเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า แอร์เวอร์ธิเบส เซอร์ทิฟเคชัน (Airworthiness Certification) นั่นละครับ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนถาม ท่านว่าเรามีเจ้าหน้าที่เพียงพอในการที่ถึงเวลาจะต้องทําอย่างนั้นหรือครับ ท่านเคยทราบ ไหมครับว่ากาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ สายการบินแห่งชาติของเรามันเคยเกิดเขาเรียกว่า อุบัติการณ์ ภาษาอังกฤษเขาไม่ได้ใช้คําว่า แอคซิเดนท์ (Accident) เขาใช้คําว่า อินซิเดนท์ (Incident) กําลังแทกซี่ (Taxi) อยู่นี้นะครับ แล้วก็ปีกไปเกี่ยวเอากับที่ไหนตามกฎหมาย การบินนะครับ เครื่องบินลํานี้จะต้องถูกถอนใบสําคัญสมควรเดินอากาศหรือที่เรียกว่า แอร์เวอร์ธิเบส เซอร์ทิฟิเคชัน ทั้งหมดเลย แต่เรื่องของเครื่องบินมันมีความประหลาด เหมือนกับรถแทกซี่อยู่อย่างหนึ่ง ก็คือว่าแทกซี่เวลาเราเข้าอู่ เราก็สามารถที่จะถอดล้อจาก แท็กซี่คันโน้นมาใส่คันนี้ จากคันนี้ไปใส่คันนั้นแล้ววิ่งต่อได้ แอร์คราฟท์นี่มันสามารถถอด เครื่องยนต์หรือเอนจินจากเครื่องนี้ไปใส่เครื่องโน้น คือเครื่องจีอี (GE) ไปใส่เครื่องนี้ เครื่องโรลส์-รอยซ์ไปใส่เครื่องโน้นได้ วนกันกับตัวบอดี้ตรงนั้นผลก็คือท่านเคยทราบไหมครับ ว่ามันเคยมีกรณีที่เครื่องยนต์ที่ผมบอกว่าขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่าเอนจิน ของเครื่อง ที่ถูกถอนใบสําคัญสมควรเดินอากาศไปแล้วนะครับมีการถอดเอาไปใส่กับเครื่องแอร์คราฟท์ อีกลําหนึ่ง แล้วก็บินไปเป็นไม่รู้กี่หมื่นไมล์ ซึ่งผลมันจะเป็นอย่างไรรู้ไหมครับ ถ้าเครื่องนั้น มันโชคร้ายตก อินชัวรันซ์ (Insurance) ไม่จ่ายนะ เพราะฉะนั้นที่ผมถามท่านนะครับว่า ความจริงแล้วมันมีกระบวนการตรวจสอบตรงนั้นไหม ดีทีของการบินไทยซึ่งเป็นแม่งานหลัก ในการที่จะเป็นหน่วยซ่อมนี่มีกําลังพอไหม บพ. ของท่าน คือกรมการบินพลเรือนนี่มีกําลัง พอที่จะไปตรวจสอบตรงนี้ไหม นี่คือสิ่งที่ผมจะต้องฝากท่านรัฐมนตรีไป ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับว่าในประเทศโลกที่สาม เผลอ ๆ เนื่องจากปัจจุบันบ้านเราก็มี เครื่องบินบินกันกลายเป็นโลว์คอสต์ (Low Cost) เต็มไปนี่นะครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือว่า เขาไปซื้ออุปกรณ์ชิ้นส่วนซึ่งมันเป็นราคาถูก แต่ไม่มีใบแอร์เวอร์ทิเบส (Air Worthiness) มาใส่ สิ่งที่วงการธุรกิจนั้นเขาเรียก โบกัสพาร์ท (Bogus Part) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษบ่อย นะครับท่านประธานที่เคารพ เพราะมันเป็นเรื่องเทคนิคนิด ๆ โบกัส พาร์ทเหล่านั้นมาใส่นี่ ผลมันก็จะเกิดขึ้นคือถ้าวันดีคืนร้ายเครื่องมันเกิดแอคซิเดนท์แล้วมันมีเหตุความเสียหายอะไร ก็ตามอินชัวรันซ์เขาไม่จ่ายเหมือนกัน เพราะฉะนั้นนี่คือเป็นเรื่องที่ท่านกําลังมาเสนอต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ มันไม่ง่ายที่จะพิจารณากันแล้วก็ปล่อยให้มันง่าย ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าท่านคิดที่จะทําการใหญ่เรื่องนี้ บุคลากรของ บพ. กรมการบินพลเรือนเพิ่มหรือยัง ๒. ก็คือความเชี่ยวชาญ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกที่เคารพได้มีการเสนอถามว่าเทคโนโลยีชั้นสูงสุด มันคืออะไร คํานิยามมันคืออะไร ท่านก็ต้องอธิบาย ด้วยความเคารพ ผมอยากจะสนับสนุน เรื่องอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้มีการเสนอไปนะครับ ทางฝ่ายรัฐบาล ผมก็เห็นว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีประโยชน์และจําเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศเราควรจะต้องมีเรื่องของการที่จะให้มี กิจกรรมพวกนี้ เพราะในที่สุดแล้วประเทศไทยคือฮับ มันเป็นฮับทุก ๆ เรื่อง และวันนี้เรามี ทุ่งกุลาร้องไห้นอกจากปลูกข้าวราคาดีแล้วนี่ ถ้าเราไปตั้งโรงงานผลิตเครื่องบิน มันก็เป็น ประโยชน์ การลงทุนมหาศาลครับ แล้วผมไม่ติดใจแล้วครับว่าถ้าใครจะมีหุ้นมากกว่า เพียงแต่ถ้าเรามีกฎหมายควบคุมให้ดีผมว่ามันจะเป็นประโยชน์ แต่นั่นละครับสิ่งที่จะต้อง ตามมาก็คือวันนี้เรามีกําลังพล กําลังคนพร้อมสําหรับที่จะไปทําตรงนั้นไหม วันนี้ดีทีการบินไทย มันมีกําลังพอหรือยังในเรื่องของถ้าเราตั้งอุตสาหกรรมโรงงานผลิตเครื่องบินหรือโรงซ่อม ก็ตาม ผู้ที่เป็นเทคนิเชียน (Technician) มีมากพอขนาดไหน นี่คือสิ่งที่ผมจะต้องขออนุญาต ฝากท่านรัฐมนตรีที่เคารพไปว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องหาทางตอบให้ผมได้ชื่นใจเถอะครับ ว่าจริง ๆ วันนี้ประเทศไทยของเรามันมีความพร้อม
วันนี้ท่านมาเรื่องร่าง พ.ร.บ. การเดินอากาศ ก็มีเรื่องที่จะต้องถามอีก เรื่องหนึ่ง มันเป็นเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ท่านรัฐมนตรีครับ มันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เป็น เรื่องที่ค่อนข้างที่จะมีความสําคัญ แล้ววันนี้ประเทศไทยของเราไปติดแหงก ติดหนึบอยู่ แล้วไม่เดิน ไม่เคลื่อนสักที ก็คือเรื่องบางเรื่องซึ่งผมเคยมีการถามในสภาแห่งนี้เมื่อประมาณ เกือบปีมาแล้วก็คือเรื่องของเอพีพีเอส (APPS) ท่านประธานที่เคารพ เอพีพีเอส หรือสิ่งที่เขา เรียกว่าระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า ซึ่งผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็คงทราบ ก็คือ แอดวานซ์ พาสเซนเจอร์ อินฟอร์เมชัน ซิสเท็ม (Advance Passenger Information System) นะครับ วันนี้หลายประเทศในโลกเขาใช้เรื่องนี้กัน ถามว่าเขามีกันไว้ทําอะไร มันคืออะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีคงทราบ แต่ถามว่ามันคืออะไร มันก็คือระบบ ๆ หนึ่ง เป็นระบบคอมพิวเตอร์ (Computer) ระบบโปรแกรม (Program) ที่สามารถที่จะตรวจสอบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีผู้โดยสารคนหนึ่ง ขึ้นจากสนามบิน เมื่อสักครู่ที่บอกว่าของประเทศไหนสักประเทศหนึ่งจากฮ่องกงมานี้ เมื่อสักครู่ท่านแต่งกลอนผมเคลิ้มเลยจําไม่ได้ ขออภัย ถ้าบินมาจากโน่นแล้วมีบุคคลที่ ไม่พึงประสงค์ ประเทศไทย สนามบินสุวรรณภูมิเราทราบเลยครับ ถามว่าท่านรัฐมนตรี ท่านทราบว่าเรื่องนี้มันไปถึงไหนแล้ว วันนี้ปริมาณผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิมันเพิ่มขึ้น เราไม่พูดว่าตอนนี้สนามบินก็สร้างไม่ค่อยทัน มันควรจะต้องรีบ ๆ สร้างเพื่อรองรับอีก ๖๐ ล้านคนซึ่งมาอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้นะครับ แต่ผมจะบอกว่าวันนี้เมื่อมีผู้โดยสารปริมาณ มากขึ้น เพิ่มขึ้น มันก็ทําให้อุตสาหกรรมการบินท่าอากาศยานและหน่วยงานความมั่นคง นี่นะครับ อันแรกสุดเรื่องความมั่นคง ก็มีความจําเป็นที่จะต้องบริหารจัดการให้มีข้อมูลที่มัน ทันท่วงที ประโยชน์ต่อหน่วยงานความมั่นคงก็คือเมื่อ สตม. นี่นะครับ สํานักงานตรวจคน เข้าเมืองที่เราเข้าคิวกันนี่เพื่อรับข้อมูลล่วงหน้าใครมาล็อกตัวเลย ไม่ใช่ว่าให้เจ้าหน้าที่ดึก ๆ ดื่น ๆ ง่วง ๆ ไป เงยหน้ามอง พลาดก็ได้ เราปล่อยให้โจรก่อการร้ายมาวางระเบิดอยู่ แถว ๆ วันก่อนสุขุมวิท จําได้ไหมครับที่มันระเบิดกันในบ้านนี่ อันนั้นก็เพราะกระบวนการนี้ เราไม่มี ในขณะที่ประเทศอื่นซึ่งคิดหลังเรา ประเทศมาเลเซียวันนี้ไปแล้ว หลาย ๆ ประเทศ ไปแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้นอกจาก สตม. แล้ว หน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ ที่ต้องการข้อมูล เหล่านี้ก็สามารถที่จะได้นําข้อมูลมาวิเคราะห์ มาสรุปได้ว่าบุคคลที่จะเข้ามามันน่าจะเข้ามา ก่ออะไรที่มันก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียน ต่อท่านประธานว่านั่นคือประโยชน์ของเอพีพีเอส
๒. ก็คือตัวสนามบินเองหรือสายการบิน ระบบนี้ก็สามารถที่จะทําให้มีการจัด ทรัพยากรในการบริการให้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการนําข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาประมวล เพื่ออะไรครับ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับท่านผู้โดยสารในการตรวจให้มันเร็วขึ้น ระบบนี้ เข้ามาท่านเร็วขึ้นเลยครับ ตม. ที่เข้ามันจะยาว มันก็จะทําให้ระบบมันดีขึ้น เรื่องนี้สมัย ทางพรรคภูมิใจไทยได้ดูแลกระทรวงคมนาคมนี้นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอดีตรัฐมนตรี โสภณ ซารัมย์ ท่านก็ได้มีการศึกษาเรื่องนี้ และสั่งให้มีการดําเนินการศึกษาเพื่อประโยชน์ แต่เชื่อไหมครับวันนี้กระบวนการหลังจากนั้นของท่านก็เดินมาค่อนข้างช้ามาก ท่านมีการสั่ง มารื้อมาดูกันอะไรหลายเรื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ปี ๒๕๕๖ ปีนี้ นี่เดือนพฤศจิกายน จะเดือนธันวาคมแล้วนะครับ คณะกรรมการการบินพลเรือนถึงจะได้มีข้อบังคับฉบับที่ ๘๗ ประกาศเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ให้มีการอนุญาตให้สนามบินจัดให้มีระบบนี้ ที่ผมพูดสั้น ๆ นี้ แล้วก็มีผลมาตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม ทอท. หรือบริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย นี้ ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมให้เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ก็ได้มีการดําเนินการ ประกาศจัดซื้อจัดจ้างกันมา มีขั้นตอนมากมาย ผมจะสรุปความสั้น ๆ ก็คือต้องฝาก ท่านรัฐมนตรี ถามท่านรัฐมนตรีว่าในที่สุดเรื่องนี้จะเอาอย่างไร เพราะมันคาอยู่ ในขณะนี้ มีกระบวนการ คือในโลกนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า มีผู้ที่ทําระบบนี้ในโลก มันมีอยู่ ๒ บริษัทเท่านั้นเองครับ คือบริษัท แอร์ริงค์กับบริษัทซิตา ซึ่งมีการเสนอกันในโลก ที่ไหน ๆ ๒ บริษัทนี้แข่งขันกันตลอด แต่ทั้ง ๒ บริษัท แอร์ริงค์กับซิตา ทาง ทอท. เคยตรวจสอบถามลูกค้าของตัวเองก็คือสายการบินว่าทั้ง ๒ บริษัทนี้คุณมีความสัมพันธ์กับ บริษัทไหนในการเชื่อมโยงกันมา ๘๐ เปอร์เซ็นต์เขาบอกว่าซิสต้าเป็นคู่หูเขาที่ไปสนามบินอื่น สายการบินไทยก็เป็นคู่กับซิสต้า สายการบินยักษ์ใหญ่ ยกเว้นสายการบินอื่นที่ไม่ใช่บินมา เมืองไทยนี้นะครับ คือ ๑๐๐ ลํา บินมานี่เป็นคู่สัมพันธ์กับซิสต้าอยู่ ๘๐ ลํา อีก ๒๐ ลําถึงจะ มีกับแอร์ริงค์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามบริษัทเหล่านี้นะครับ เพราะจริง ๆ มันเป็นข้อเท็จจริง แต่พอถึงเวลาเข้านะครับ จู่ ๆ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาถึงแล้ว จู่ ๆ ท่านหยุดเสียดื้อ ๆ เลย ก็เลยอยากรู้ว่ามันเกิดขึ้นอย่างนี้อย่างไร แล้วจะดําเนินการต่อไปอย่างไรต่อ วันนี้ผมขอ กราบเรียนต่อท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มันเกี่ยวเนื่องกับ พ.ร.บ. การเดินอากาศ เพราะเป็นเรื่องของอํานาจของคณะกรรมการการบินพลเรือน ซึ่งวันนี้มีกระบวนการเข้าสู่ พร้อมที่จะจัดซื้อจะจ้าง และประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ แต่อยู่ ๆ ท่านหยุด อยู่นี้มันทําให้เกิดความเสียหายนะครับ ความเสียหายก็คือการไม่สามารถดําเนินการไปตาม ที่กฎหมายกําหนด ๒. ก็คือ ทอท. ซึ่งจะมีรายได้จากตรงนี้นะครับ พอไม่เริ่มเขาได้ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ซึ่งมีการเก็บจากผู้โดยสารนี้มันก็จะหายไป ๓. ที่แน่ ๆ ก็คือระบบ ข้อมูลต่าง ๆ ที่มันควรจะได้ก็เสียหาย สิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ก็คือว่า วันนี้ฟังดูเสมือนว่าเรามีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง ตัดสินใจไม่ถูกว่าต้องซื้อรถ ๑ คัน วันนี้ มันเหมือนกับมีเงินอยู่สัก ๑๐๐ บาท ท่านตัดสินใจว่าแทนที่จะซื้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ราคา ๑๐๐ บาท ท่านตัดสินใจไม่ซื้อ ท่านจะยกเลิก ๑๐๐ บาท แล้วท่านจะไปใช้เงิน ๙๕ บาท ไปซื้อฮุนไดขออนุญาตเอ่ยนามโฆษณาสินค้าให้เลยครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันทําให้ บ้านเมืองเสียหาย ได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า เพราะในที่สุดแล้วท่านไม่ซื้อซิตาแต่ท่านจะไปซื้อ แอร์ลิงค์ แอร์ลิงค์ซึ่งสมรรถนะมันต่างกัน ๘๐:๒๐ อย่างที่ผมว่า เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ฝาก ท่านรัฐมนตรี ถ้าท่านตอบได้ช่วยตอบผมด้วยนะครับว่าในที่สุดแล้วเรื่องนี้มันจะเกิดขึ้น หรือไม่ อย่างไรต่อ ก็ขออนุญาตที่จะเรียนถามท่าน แต่เรื่องกฎหมายฉบับนี้ถ้าท่านยืนยัน อธิบายความให้ผมได้ว่าเรื่องเหล่านี้มันจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย หรือว่าจะเอาเรื่อง ซ่อมเป็นหลักก่อน ผมพร้อมที่จะสนับสนุน และผมจะขอเข้าไปเป็นกรรมาธิการในคณะนี้ ต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านพงศ์พันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ต่อพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่รัฐบาลได้นําเสนอในวันนี้ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมรัฐบาล แล้วก็วิสัยทัศน์ของรัฐมนตรี ที่ได้มีการเสนอแก้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าประเทศชั้นนําของโลกเขามีการผลิตอากาศยาน มีศูนย์ซ่อมที่นําสมัย แล้วก็ สามารถทํารายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก และเมื่อเรากลับมาดูประเทศไทยเรา เราก็ อยากจะเป็นประเทศที่ผลิตอากาศยานหรือผลิตเครื่องบิน แต่มันก็ติดในข้อกฎหมายที่ล็อก เอาไว้ว่าจะต้องมีเงินลงทุน ๕๑ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปของมูลค่าการลงทุน ท่านลองนึกดูการผลิต อากาศยานหรือผลิตเครื่องบินไม่ใช่ลําละ ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ไม่ใช่รถยนต์ มันจําเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาล แล้วก็เทคโนโลยีที่นํามาใช้ต้องเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง มีความปลอดภัยสูงสุด เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลได้นําเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามา เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศไทยมีนักลงทุนเข้ามามาลงทุน สิ่งที่เราจะได้มากมายมหาศาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมองว่าอย่างน้อย ๆ ฐานการผลิตที่นี่จะต้องสร้างรายได้ ให้กับประเทศไทย เราอาจจะไม่เป็นผู้ลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คนไทยอาจจะไม่ได้ถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือไม่ได้ถือหุ้นเลย แต่สิ่งที่เราได้ก็คือ ๑. ในเรื่องของเทคโนโลยี การถ่ายทอดเทคโนโลยี แรงงาน ภาษีที่จะต้องเกิดขึ้นในประเทศไทยแน่นอน การใช้จ่าย ต่าง ๆ ที่จะต้องเกิดขึ้นในประเทศไทยแน่นอน ความเจริญในเรื่องของอุตสาหกรรมการผลิต จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในประเทศไทย เพราะฉะนั้นในส่วนของเรื่องการเปิดโอกาส ในการแก้กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการผลิตอากาศยานอย่างเดียว ยังเปิดโอกาสให้ถึง เรื่องการเปิดศูนย์ซ่อมซึ่งเป็นเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน รวมถึงการที่จะเปิดโอกาสให้มี การผลิตชิ้นส่วนสําคัญของอากาศยานด้วย กฎหมายฉบับนี้เปิดให้นักลงทุนที่เขามองว่า ประเทศไทยเป็นฐานหนึ่งที่จะต้องอยู่ในอาเซียนตรงนี้มีแรงงานเพียงพอ มีศักยภาพของ สนามบินที่จะเป็นฐานในการที่จะส่งเครื่องบินออกไปเป็นสินค้าออกในแถบภูมิภาคอาเซียน หรือทั่วโลก เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลได้นําเรื่องนี้เข้ามาในหลักการเบื้องต้นผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง ส่วนรายละเอียดในปลีกย่อยในเรื่องของอัตราส่วนการลงทุนอะไรก็ตาม หรือจะ เป็นประเด็นปลีกย่อย ฝากคณะกรรมาธิการได้ไปช่วยกันพิจารณาเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยที่จะได้ทําให้ประเทศไทยได้มีโอกาสมีชื่อเสียง ในเรื่องของการผลิต เรามองเห็นแต่ประเทศอื่น แม้แต่ประเทศจีนเองก็มีการผลิตเครื่องบิน ประเทศในยุโรปหลายประเทศ ประเทศเยอรมัน ประเทศฝรั่งเศส เขาก็มีการผลิตเครื่องบิน เพราะฉะนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันไม่ไกลนี้จะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศ ที่ส่งออกอากาศยานและเป็นศูนย์ส่งออกชิ้นส่วนสําคัญของอากาศยานและเป็นศูนย์ซ่อม ที่นําสมัยของโลกต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านนายแพทย์สุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนไปถึง ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยนะครับ พรรคนี้เราเจอกันบ่อย เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะเริ่มอภิปรายอยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับ เรื่องของ การเดินอากาศ ท่านมานําเสนอเรื่องนี้แสดงว่าท่านได้รับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่นะครับ คือเรื่องของสนามบินหรือท่าอากาศยานตรังนะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เป็นจํานวนมาก ผมขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านสักนิดหนึ่งว่าท่านรัฐมนตรีชัชชาติก็เคย ไปเห็นสภาพความเป็นจริงแล้วครับ ว่าเวลาที่เที่ยวบินมันซ้อนกันนะครับท่านประธาน ๒ เที่ยวของนกแอร์กับของแอร์เอเซียไปซ้อนกันไม่มีที่จะยืนเลยครับ ผมเองบางครั้งต้องไปรอ ขึ้นเครื่องยืนเป็นเวลาเกือบชั่วโมงนะครับ ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมเคยรับปากผมหลังจาก ที่ผมเคยหารือกับท่านประธาน ท่านประธานทําหนังสือไปกระทรวงคมนาคม กระทรวง คมนาคมรับปากว่าจะตั้งงบปี ๒๕๕๗ ให้นะครับ ๘๐ ล้านบาท ในการที่จะขยายอาคาร ผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานตรัง แต่ปรากฏว่าพอเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ตั้งให้นะครับ เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าท่านจะกรุณาเจียดงบให้สักหน่อยได้ไหมครับ ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงที่เขาเรียกว่าไฮซีซัน (High Season) ด้วย เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยว เยอะครับ มันซักจะแออัดยัดเยียดมากนะครับ ขอความกรุณาท่านเดี๋ยวท่านช่วยตอบ ช่วยยืนยันด้วยนะครับ ว่าเรื่องนี้ท่านจะให้ ผมว่าท่านควรให้นะครับ เพราะว่าตอนนี้ธุรกิจ การบินมันมีความสําคัญมาก ถ้าไม่สําคัญมากท่านก็คงไม่มาทําเรื่องนี้หรอกครับ คือการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เข้ามาสู่สภาในวันนี้ ซึ่งผมก็จะ ขอแสดงความคิดเห็นสักเล็กน้อยคงใช้เวลาไม่นานหรอกครับท่านประธานผมดู พ.ร.บ. นี้ แล้วนะครับ ก็จะเกี่ยวอยู่กับการลงทุนประกอบกิจการอยู่ ๓ อย่างด้วยกัน จะขอแยกแยะดู นะครับ อันที่ ๑ ก็คือการผลิตอากาศยานทั้งลํา ก็คือมันต้องมีเครื่องด้วยนะครับคงไม่เหมือน อย่างที่ท่านศุภชัยคิดว่าเอาแต่เปลือกนอกคงเป็นไปไม่ได้ ก็คงจะมีเป็นเครื่องบินทั้งลําที่บินได้ อันที่ ๒ เป็นเรื่องของการลงทุนเกี่ยวกับการผลิตส่วนประกอบของอากาศยาน ก็น่าจะเป็น ชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ อันที่ ๓ เป็นการลงทุนเกี่ยวกับการประกอบกิจการหน่วยซ่อมที่ ท่านเรียกว่า หน่วยซ่อมประเภทที่ ๑ ซึ่งผมจะกล่าวต่อไป ซึ่งที่ท่านต้องเอาเรื่องนี้เข้ามา ต้องมีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้นะครับเท่าที่ตามดูก็คือเดิมการลงทุนในกิจการทั้ง ๓ อย่าง ที่ผมได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ ต้องมีผู้ถือหุ้นที่เป็นคนสัญชาติไทยอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ แล้วในกฎหมายฉบับนี้ท่านจะแก้เพื่อจะเปิดช่องให้สามารถที่จะมีการตราพระราชกฤษฎีกา เพื่อที่จะแก้ไขคุณสมบัติอันนี้นะครับ เหตุผลที่ท่านเอามาอ้างประกอบ พ.ร.บ. อันนี้ก็คือว่า เป็นกิจการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศ แต่จริง ๆ แล้ว ในความเป็นจริงก็คือปรากฏว่าด้วยเงื่อนไขที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ของเดิมไม่มีคนเข้ามาลงทุน เรื่องอย่างนี้ในประเทศไทย ซึ่งจะเหตุผลเป็นเพราะ ๕๑ เปอร์เซ็นต์นี้หรือเปล่าผมก็ไม่ทราบ นะครับ ท่านก็ต้องยืนยันครับ เพราะถ้าฟังจากท่านผู้อภิปรายหลายท่าน โดยเฉพาะ ท่านเกียรติ สิทธีอมรท่านก็บอกว่าอาจจะไม่เกี่ยวเรื่องนี้ทีเดียวก็ได้ อาจจะมีประเด็นอื่น ที่ซ่อนอยู่ก็ได้ ทีนี้ถ้าจะให้ผมเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับอันนี้ก็ต้องให้ผมได้รับความกระจ่าง ในฐานะที่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้เลย แต่เมื่อกฎหมายนี้มันผ่านสภาเข้ามาก็เป็น หน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาที่ต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ละเอียด ใช้ความละเอียดถี่ถ้วนในการที่จะรับ หรือไม่รับกฎหมายฉบับนี้ ก็เลยต้องมีคําถามหลาย ๆ ข้อผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี นะครับ
อันแรกก็คือว่ามันมีความจําเป็นแค่ไหนครับ มีความจําเป็นแค่ไหน จําเป็น อะไรนักหนาที่เราต้องมาแก้กฎหมายแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่หลายท่านก็ให้เหตุผลไปแล้วว่า ก็มีกฎหมายฉบับอื่นที่มันเอื้ออยู่แล้ว หรือถ้าจะแก้ประเด็นเดียวของบีโอไอ (BOI) ก็คงจะ ไม่พอ เพราะยังมีกฎหมายอื่นที่จะมาสืบเนื่องอีก แต่ผมมองอย่างนี้นะครับ คือในมาตรา ๓ ขอเรียนอ่านสักนิดหนึ่งนะครับ เขาบอกว่า อาจตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อยกวันคุณสมบัติ และลักษณะของผู้ขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ก็คืออนุญาต ๓ เรื่องที่ผมกล่าวนี้ครับ ก็คือผลิตเครื่องบินทั้งลํา ผลิตชิ้นส่วน แล้วก็ทําโรงซ่อม โดยจะกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และระยะเวลาของการยกเว้นไว้ด้วยก็ได้ แต่เท่าที่ผมทราบ ผมฟังจากผู้ชี้แจง เมื่อสักครู่เรียน ไปแล้วว่าเดิมกําหนดว่าผู้ที่จะเข้ามาถือหุ้นในกิจการเหล่านี้ต้องมีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมทราบว่าหลังจากการแก้นี้จะมีการให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ คือไม่จําเป็นต้องให้มีคนไทยผู้สัญชาติไทยเข้าไปถือหุ้นเลย ให้ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย บริษัทที่จะเข้ามาผลิตเครื่องบินในประเทศไทยหรือจะมาผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย เป็นคนต่างชาติล้วน ๆ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ อันนี้จริงหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรีก็ช่วยตอบครับว่า จะเล่นแบบนั้นเลยหรือเปล่านะครับ ซึ่งถ้าทําอย่างนั้นผมดูแล้วมันเหมือนกับเราหมดศักดิ์ศรี เราไม่มีศักดิ์ศรี เราต้องการการลงทุนมากถึงขนาดยอมขนาดนั้นเลยหรอครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือท่านอ้างว่ามีประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่นประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ เขาทําเรื่องนี้อยู่ เขาทําไปแล้ว ก็คืออยากจะเรียนถามว่าเขาทําแบบที่เราจะ ทําไหม ก็คือให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย แล้วปัจจุบันนี้การลงทุนที่เกิดขึ้น ในประเทศทั้ง ๒ นี้ที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าว ได้ตอบท่านเกียรติ สิทธีอมร เมื่อสักครู่นี้ครับว่า ๒ ประเทศนี้เขาแก้ไปแล้ว เดี๋ยวเราจะตามเขาไม่ทัน เดี๋ยวจะไม่มีการลงทุน ไม่มีเงินเข้ามาสู่ ประเทศเรานี่ จริง ๆ แล้วเขาเปิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แบบที่ท่านกําลังจะทําหรือเปล่าครับ
ประเด็นที่ ๓ ผมจะถามท่านว่า แล้วเราจะได้ประโยชน์อะไร เท่าไร ที่ท่าน คาดไว้ เพราะผมดูแล้วว่าอย่างดีที่สุดก็คือเขาก็มาใช้ฐานผลิตในประเทศเรา เขาอาจจะมา เช่าที่ดินของเรา เพราะเขาไม่มีสิทธิซื้อ เขาเป็นคนต่างชาติ มาเช่าที่ของเรา ถ้าเราจะไปหวัง เรื่องแรงงาน เมื่อคืนผมก็ดูข่าวครับ ตอนนี้บริษัทผลิตรถที่ประเทศญี่ปุ่นเขาเกือบจะไม่ใช้คน แล้วครับ เกือบจะไม่ใช้แรงงานคน เขาใช้หุ่นยนต์ ปรากฏว่าทํางานได้เร็วกว่า มีประสิทธิภาพ เหนือกว่าเยอะ แล้วอันนั้นมันรถยนต์นะครับ นับประสาอะไรกับเครื่องบินอากาศยานซึ่งต้อง อาศัยความแข็งแรง ทนทาน การประกอบที่ประณีต ผมว่าคงจะใช้แรงงาน ถ้าเราจะหวังว่า เข้ามาลงทุนแล้วคนของเราจะได้มีโอกาสได้ทํางานอะไรอย่างนี้ ผมว่าก็คงจะน้อยมากนะครับ ก็ต้องเรียนถามท่านว่าเราคาดว่าเราจะได้ประโยชน์จากการนี้สักเท่าไรครับ ท่านพอจะ วาดภาพให้ผมเห็นเลา ๆ ได้ไหมว่ามันเป็นผลประโยชน์ด้านไหนบ้างที่เราจะได้ แล้วที่สําคัญ ก็คืออยากจะถามท่านว่าได้ไปคุยกับใครไว้เรื่องนี้หรือเปล่า หรือพูดง่าย ๆ มีการเอื้อ ประโยชน์ให้กับใครผู้ใดผู้หนึ่งหรือเปล่า อันนี้เป็นคําถามที่สําคัญ ผมเชื่อว่าหลายคนก็ติดใจ พอเห็นมีการแก้ไขแบบนี้มันก็ขึ้นมาในสมองทันทีว่ามันมีลับลมคมในอะไรหรือเปล่าถึงยอม เขาได้ขนาดนี้ ถึงยอมขนาด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านมีอะไรอยู่หรือเปล่า ท่านเคยไปสัญญา อะไร แล้วโดยเฉพาะก็คือเอื้อประโยชน์ให้กับใครหรือเปล่า
ประเด็นที่ ๔ ครับ ผมก็ไม่ได้มีความรู้หรอกครับเรื่องของการซ่อมเครื่องบิน ที่ท่านบอกว่าจะหมายรวมถึงการประกอบกิจการหน่วยซ่อมประเภทที่ ๑ ก็ต้องเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าหน่วยซ่อมที่ ๑ มันคืออะไร เพราะผมไม่มีความรู้จริง ๆ ท่านช่วยตอบผม แล้วทุกวันนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจ สมมุติว่ามันเกิดไม่มีการลงทุนเข้ามา จริง ๆ ความปลอดภัยของการเดินอากาศในประเทศไทยเรามันจะสักแค่ไหน ก็เลยต้องถามว่า แล้วปัจจุบันนี้ที่ซ่อมกันอยู่ในประเทศไทยเราทุกวันนี้เวลาเครื่องบินเสีย เครื่องบินมีความ บกพร่องอะไรนี่เราเป็นการซ่อมประเภทไหน ประเภทที่เท่าไร แล้วให้ความมั่นใจกับพี่น้อง ประชาชนได้หรือเปล่าว่าการซ่อมแบบทุกวันนี้มันให้ความปลอดภัยได้ในการเดินทาง ไม่มี ความเสียหายที่เกิดขึ้น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ อย่างเช่นกรณีที่บางทีเครื่องบินบินไปบินมา ล้อหลุดกลางอากาศไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ตัว หรือกรณีที่บินจอดแล้วยางระเบิดอะไรอย่างนี้มัน เกี่ยวกับเรื่องของการมีหน่วยซ่อม การที่เราไม่มีหน่วยซ่อมที่ ๑ แบบนี้หรือเปล่า ทั้งหมดนี้ ก็เป็นคําถามที่ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับ ช่วยตอบด้วย ผมคิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการคิด แล้วก็ต้องรอคําตอบจากท่านถึงจะตัดสินใจเรื่องนี้ ขอบคุณครับ
ท่านอภิชาต เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ครั้งนี้เป็นการ แก้ไขพระราชบัญญัติการเดินอากาศ ฉบับปี ๒๔๙๗ ในอดีตกฎหมายฉบับนี้แก้มาแล้ว ๑๑ ครั้ง ครั้งที่ ๑๑ ก็คือเมื่อปี ๒๕๕๑ นี้แก้ไขใหญ่ในหลายประเด็นมาก แล้วก็มาครั้งนี้ เข้าใจว่าน่าจะเป็นฉบับแก้ไขครั้งที่ ๑๒ แล้วครับ ความจริงประเทศไทยมีกฎหมาย การเดินอากาศมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๐ แล้วก็พัฒนามาเรื่อยจนกระทั่งมาใช้หลักจริง ๆ ก็คือ พ.ร.บ. การเดินอากาศ ปี ๒๔๙๗ แล้วก็แก้ไขมาเป็นลําดับอย่างที่ผมเรียน เพราะฉะนั้น เราจะเห็นว่าในบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการเดินอากาศนี้จะมีมาตราที่ชื่อแปลก ๆ ทั้งมีชื่อตัวเลข มีตัวทับต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะอันแรกที่ผมอยากจะ กราบเรียนผ่านไปยังรัฐมนตรีก็คือว่าถึงเวลาที่พระราชบัญญัติการเดินอากาศจะต้องมี การปรับปรุงกฎหมายทั้งฉบับเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริงกับภาวะสถานการณ์ ที่กําลังเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของการเดินอากาศ ความจริงแล้วเรื่องของการเดินอากาศ ไม่ใช่มีเฉพาะแค่เรื่องของผู้ประกอบการหรือการผลิตการบินเท่านั้น มีทั้งเรื่องความปลอดภัย เรื่องของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เรื่องของการซ่อมแซม เรื่องของการบรรทุกการขนส่งต่าง ๆ นี้อยู่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นการปรับปรุงกฎหมายจะมีความสําคัญ แล้วก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐสภา ได้มีโอกาสทบทวนกฎหมายที่ใช้มาเป็นเวลานานแล้วได้อย่างรอบคอบรอบด้านจริง ๆ ในกฎหมายร่างพระราชบัญญัติการเดินท่าอากาศยาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ความจริงแล้ว มีประเด็นที่ผมคิดว่าที่เป็นหัวใจสําคัญที่น่าจะต้องไปปรับปรุงเพิ่มเติมจากที่ท่านเสนอมา ๓ ประเด็น ๓ มาตราหลัก ๆ ที่มีการแก้ไขนะครับ ก็คือท่านจะต้องไปปรับปรุงเรื่องของ องค์ประกอบของคณะกรรมการการบินพลเรือน ท่านทราบไหมว่าในกฎหมายฉบับนี้ องค์ประกอบของคณะกรรมการการบินพลเรือนยังแคบมากเลย คือให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมเป็นประธานคนหนึ่ง มีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นรองประธานคนหนึ่ง มีผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นกรรมการ แล้วมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง อีก ๗ คน มีอธิบดีกรมการบินพลเรือนเป็นกรรมการเลขานุการ ท่านประธานครับ การบิน มันพัฒนาไปไกลมากและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยกับเศรษฐกิจของประเทศมหาศาลมาก แต่องค์ประกอบของคณะกรรมการการบินพลเรือนมีแค่นี้เอง ซึ่งแคบ แคบเท่าที่ปี ๒๔๙๗ เคยเขียนไว้อย่างไรก็อย่างนั้น ซึ่งผมคิดว่าต้องปรับปรุง ที่ต้องปรับปรุงอีกอันหนึ่งก็คือ คณะกรรมการเทคนิค คณะกรรมการเทคนิคนี้ละคือส่วนสําคัญที่สุดของการกําหนด มาตรฐานในเรื่องของการผลิตอากาศยาน การกําหนดเทคนิคในเรื่องมาตรฐานการซ่อมบํารุง และมาตรฐานอื่น ๆ มากมาย เขาให้อํานาจของคณะกรรมการเทคนิค ถามว่าคณะกรรมการ เทคนิคนี้ตั้งโดยใคร ก็ตั้งโดยคณะกรรมการที่แคบมากนี่ละมาตั้งอีกทีหนึ่ง มันถึงไม่สามารถ ที่จะมีบุคลากรที่สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกของความเป็นจริงในธุรกิจการบิน ได้สอดคล้อง ท่านประธานครับ ในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าเป็นความพยายามของ รัฐบาลที่ต้องการจะเห็นว่าธุรกิจการบินประเทศไทยควรจะเข้าไปมีบทบาทมากกว่าเดิม เราเคยมีความพยายามสมัยรัฐบาลปี ๒๕๔๖ เคยวางนโยบายบอกว่าประเทศไทยจะต้องเป็น ศูนย์กลางการบิน ให้บริการซ่อมบํารุงอากาศยานครบวงจรระดับมาตรฐานสากล เป็นฮับ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แล้วก็มีกระบวนการดําเนินการมา วันนี้เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามา รัฐมนตรีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็มีแนวความคิดเรื่องของการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยาน แล้วก็ไปคิดว่าโคราชหรือจังหวัดนครราชสีมามีความเหมาะสมที่จะให้เป็นฮับของการ อุตสาหกรรมการบิน เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เลยนะครับ ก็เมื่อแนวความคิดนี้ ออกมาก็จําเป็นที่จะต้องมาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เพื่อรองรับความเป็นนิคมอุตสาหกรรม การบินที่จะให้ประเทศไทยนี้เป็นศูนย์กลาง ก็พอข่าวนี้ออกไปผมก็เห็นมีบริษัทการบินยักษ์ใหญ่ ของโลกให้ความสําคัญ บริษัท โบอิงก็เตรียมที่จะเข้ามาตั้งฐานการผลิต การซ่อมในประเทศเรา บริษัท โรลส์-รอยซ์ ซึ่งมีบทบาทในการผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินหลายประเภทก็สนใจ ที่จะมาทําธุรกิจตรงนี้ เพราะฉะนั้นหัวใจสําคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงจํากัด อยู่ใน ๓ เรื่อง ๑. ก็คือว่าทําอย่างไรให้ต่างชาติเมื่อมาทําธุรกิจการบินในประเทศไทย สามารถที่จะเป็นบริษัทของต่างชาติโดยที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ที่จะต้องถือหุ้น ได้เพียง ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วให้คนไทยจะต้องถือหุ้น ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ทําอย่างไร ที่จะให้อํานาจการบริหารจัดการของบริษัทของเขาไม่อยู่ภายใต้กฎหมายนี้อีกต่อไป ก็คือเขาสามารถบริหารจัดการเองได้ ไม่ต้องจ้างนอมินีที่เป็นผู้จัดการอยู่ในบริษัทของเขา ทําอย่างไรเขาจะได้มีบทบาทในธุรกิจเรื่องของการซ่อมเครื่องบินที่เขาจะสามารถเข้ามา บริหารจัดการได้ และถือหุ้นได้ทั้งในข้อ ๑ และข้อ ๒ นะครับ นี่คือหัวใจสําคัญที่นํามาสู่ การแก้ไขอันนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ ลึกลงไปในรายละเอียดของการแก้ไขท่านประธาน ก็จะเห็นนะครับว่า มาตรา ๔๑/๒๓ ซึ่งร่างฉบับนี้ต้องการให้แก้ไข เขาเขียนไว้ชัดเจนนะครับ ว่าคนที่จะมาขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยานจะต้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัดที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน ราชอาณาจักร โดยมี (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) เขียนไว้ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็แปลความว่า สํานักงานใหญ่ถ้าไม่ตั้งอยู่ในประเทศไทยบริษัทฝรั่งก็เข้ามาไม่ได้ บริษัท โบอิง (Boeing) ก็เข้า มาไม่ได้ บริษัท โรลส์รอยซ์ ก็เข้ามาไม่ได้ นี่จึงจําเป็นจะต้องมีการแก้ไขอันนี้ ทุนจดทะเบียน ซึ่งเป็นของผู้มีสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดอะไรต่าง ๆ ก็จะต้องมีการแก้ไข แก้ไข อย่างไร แก้ไขโดยการเติมวรรคท้ายเข้าไปนิดเดียวว่าเพื่อประโยชน์แก่การส่งเสริมการผลิต อากาศยาน ในกรณีที่การผลิตอากาศยานกรณีใดมีความจําเป็นต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจาก ต่างประเทศ หรือมีเหตุอันสมควรในการส่งเสริมการประกอบกิจการดังกล่าว หรือเพื่อปฏิบัติ ตามพันธกรณีตามความตกลงระหว่างประเทศอาจตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นคุณสมบัติ และลักษณะของผู้ขอรับ ซึ่งง่ายมากเลย เขียนไว้แบบนี้ก็คือการเปิดช่อง แต่เพื่อนสมาชิกก็ได้ กรุณาหยิบยกขึ้นมาแล้วว่าอะไรล่ะคือความจําเป็น อะไรล่ะคือเหตุอันสมควร เรื่องนี้ มีความสําคัญ ถ้าเขียนไว้แบบนี้มันเป็นดุลยพินิจที่อิสระมาก ให้อํานาจรัฐมนตรีเต็ม ๆ ไป ในการที่จะให้อนุญาตบุคคลที่เป็นต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจอันนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านไปตัดความของมาตรา ๔๑/๒๕ นี้ออกไปทั้งหมด คือ ยกเลิกไปเลย พูดถึงเรื่องอํานาจการบริหารกิจการของผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลผู้มีสัญชาติไทย เขาก็จะบอกมาว่าอํานาจการบริหารนี้ ถ้าเกิดว่าไม่อยู่ภายใต้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยก็ดําเนินการไม่ได้ เช่น มีกรรมการไม่มีสัญชาติไทย ตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป ผู้จัดการหรือผู้มีอํานาจจัดการไม่มีสัญชาติไทย อย่างนี้เป็นต้น ทําไม่ได้ แต่บทบัญญัติที่ท่านยกเลิกไปนี้ คือมาตรา ๔๑/๒๕ นี้เขามีวรรคท้ายไว้ เขียนไว้มั่นคงมาก บอกว่าในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นว่าการผลิตอากาศยานของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องใช้เทคโนโลยี ชั้นสูงจากต่างประเทศ ให้รัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการเทคนิคมีอํานาจยกเว้น คุณสมบัติตามมาตรานี้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตนั้นได้ แต่ต้องไม่เกิน ๕ ปีนับแต่วันที่ได้รับ ใบอนุญาตผลิตอากาศยานแบบนั้น กฎหมายเดิมเขียนไว้เคร่งครัดมาก ก็คือว่าการจะยกเว้น กรณีที่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างประเทศรัฐมนตรีจะอนุมัติได้ต้องโดยคําแนะนําของ คณะกรรมการเทคนิค คณะกรรมการเทคนิคเป็นใคร ผมเรียนกับท่านประธานว่าแต่งตั้งโดย คณะกรรมการการบินพลเรือน และกรรมการเทคนิคนี่ละคือผู้ที่รู้มาตรฐานการบินทุกอย่าง รู้ความเกี่ยวข้อง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการบิน เพราะฉะนั้นเมื่อมันเขียนไว้ อย่างเข้มงวดแบบนี้ท่านไปตัด กรรมการเทคนิคก็ไม่มีความหมายแล้วต่อไปนี้ ท่านจะ อนุญาตอย่างไร อนุญาตในมุมเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของเม็ดเงินการลงทุนอย่างเดียว แต่ว่าการควบคุมที่อยู่ภายใต้กฎหมายไทยโดยคนไทยนี้สูญเสียไป
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของธุรกิจซ่อมก็เป็นการแก้ไขที่เปิดโอกาสให้ โดยใช้ความ ในวรรคท้ายเขียนขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะให้ผู้ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงจากต่างประเทศสามารถได้รับ โอกาสในการเข้ามาทําธุรกิจในเรื่องของการ แต่ท่านประธานที่เคารพ คําถามที่เกิดขึ้นก็คือว่า การที่ไปเขียนบทบัญญัติในกฎหมายที่เราแก้ไขกันแบบนี้มันเป็นการทําลายความสามารถในการ แข่งขันของธุรกิจของคนไทยหรือไม่ นี่เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องตอบ ผมเรียนกับท่านประธาน ว่าเมื่อรัฐบาลในปี ๒๕๔๖ มีแนวความคิดที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินในการ ให้บริการ ในการซ่อมอากาศยาน เป็นฮับของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก็ได้มีการดําเนินการ ในปี ๒๕๔๗ คือการจัดตั้งศูนย์ซ่อมบํารุงอากาศยานขึ้นมา แล้วก็ตั้งบริษัทขึ้นมาบริษัทหนึ่ง ชื่อว่า บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จํากัด เป็นรัฐวิสาหกิจ บริษัทนี้มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ ตอนแรกประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท มีสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือ สสว. ถือหุ้นอยู่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์มาจากกองทัพอากาศ แต่ต่อมาก็มี การพัฒนา สัดส่วนการถือหุ้นก็เปลี่ยนแปลงไป แต่นี่เป็นบริษัทของคนไทย ของรัฐบาลไทยที่มี บทบาทสําคัญในเรื่องของธุรกิจการผลิตและการซ่อมแซมอากาศยานที่จําเป็นจะต้องได้รับ การดูแล ผมกังวลในเบื้องต้นนี้ก็คือว่าเมื่อเปิดโอกาสอย่างกว้างขวางให้กับธุรกิจจากต่างชาติ เข้ามามันจะทําให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจของบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จํากัด ของประเทศไทยสูญเสียไปหรือไม่ ท่านประธานครับ บริษัทแห่งนี้ต้องถือว่ามีคุณภาพ และมีมาตรฐาน เป็นที่พึ่งหวังในการซ่อมแซมอากาศยานทั้งอากาศยานที่เป็นของหน่วยงาน ของรัฐ ของกองทัพ และของภาคเอกชน ผลการประกอบการที่ผ่านมาก็มีรายงานมา เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๖ มีการแถลงผลงานว่าจะมีรายได้ปีนี้ประมาณ ๒,๗๐๐ ล้านบาท จากธุรกิจการซ่อม ซ่อมอากาศยานที่เน้นหนักในหน่วยงานของภาครัฐเป็นหลัก แต่ว่า พัฒนาการของเขาก็สามารถที่จะมีขีดความสามารถในการขยายไปยังอากาศยานส่วนบุคคล แล้วก็เครื่องบินพาณิชย์อื่น ๆ เครื่องบินโลว์คอสท์ (Low cost) ทั้งหลายที่มีความจําเป็นต้อง ใช้ศูนย์การซ่อมในประเทศไทย และรายได้ ๒,๗๐๐ ล้านบาท อัตราส่วนการเติบโตก็สูงขึ้น ทุกปี ปีละประมาณ ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ ตามความเติบโตของธุรกิจการบิน เขามีนโยบาย ที่จะลงทุนอีกประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะสร้างโรงเก็บเครื่องบินโลว์คอสท์ มีเป้าหมาย ที่จะซ่อมแซมเครื่องบินโบอิง ๗๓๗ ๗๖๗ แอร์บัส ๓๒๐ ศักยภาพเขาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผลงานที่โชว์ (Show) ออกมาก็เท่าที่เห็น เช่น โครงการซ่อมบํารุง อัพเกรด (Upgrade) เครื่องบินเอฟ ๑๖ (F16) เครื่องบินแอล ๓๙ (L39) เครื่องบินซี ๑๓๐ (C130) อันนี้ของกองทัพ ท่านจะเห็นว่าความสามารถเหล่านี้เป็นความสามารถของคนไทยเรา และของประเทศไทยเรา ปัจจุบันนี้ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จํากัด เขามีศูนย์ซ่อมอยู่ทั่วประเทศนะครับ ในกรุงเทพมหานคร ก็คือที่ดอนเมือง ภาคเหนือก็ที่กองบิน ๔ อําเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ กองบิน ๒ ที่จังหวัดลพบุรี ที่อําเภอกําแพงแสน จังหวัดนครปฐม ประเด็นก็คือว่าความสามารถ ในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินที่เป็นของคนไทยแบบนี้มันจะสูญเสียไปจากการออก กฎหมายเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาแบบนี้มากน้อยแค่ไหน และรัฐบาลจะเข้าไปดูแลธุรกิจของ คนไทย ของอุตสาหกรรมการบินไทยเหล่านี้อย่างไร นี่เป็นประเด็นที่ผมอยากจะฝากกับ ท่านประธานไป แล้วก็เช่นเดียวกับท่านนายแพทย์สุกิจนะครับว่าอยากจะฟังคําชี้แจง ที่ชัดเจนถึงความจําเป็นที่ยิ่งยวดของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ในประเด็นเหล่านี้ ให้ชัดเจนก่อนถึงจะตัดสินใจได้ว่าผมจะให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ นามสกุล เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอความกรุณาท่านประธานเวลาเรียกชื่อสมาชิกกรุณาใส่นามสกุลด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่งจดหมายเข้ามาเพื่อที่จะ ขอผ่านร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะว่าผมสงสัย สงสัย ในกฎหมายที่ท่านเสนอเข้ามาอย่างเร่งรีบในขณะที่ถ้าพูดตามภาษาชาวบ้านก็คือไม่รู้ว่าสภานี้ จะหมดอายุเมื่อไร รัฐบาลจะหมดอายุเมื่อไร และไม่มีความจําเป็นอันใดเลยที่จะเร่งรีบผ่าน ร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ท่านรัฐมนตรีพ้อง ชีวานันท์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายแทนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ พูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านก็คือว่า ถ้ารัฐบาลจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ผลประโยชน์ตกอยู่กับใคร กราบเรียนท่านประธานไปยัง รัฐบาลและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ถ้าผ่านกฎหมายฉบับนี้ผลประโยชน์ตกอยู่กับ ชาวต่างชาติ เรากําลังจะออกกฎหมายให้กับชาวต่างชาติอีกแล้วหรือท่านประธาน มีความ จําเป็นอันใดครับที่จะต้องเร่งรีบออกกฎหมายให้กับชาวต่างชาติอีกแล้วในวันนี้ เพราะ กฎหมายเดิมซึ่งจริงอยู่ได้เขียนมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ ตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ปัจจุบันอายุกฎหมาย ก็เกือบจะครบ ๖๐ ปี แต่คนรุ่นโบราณคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรุ่นนั้นได้เล็งเห็นแล้วว่า การที่จะสงวนเรื่องการผลิตอากาศยานและส่วนประกอบสําคัญของอากาศยาน และ การประกอบกิจการหน่วยซ่อม ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีเทคโนโลยีชั้นสูงจาก ต่างประเทศนั้นควรที่จะต้องมีบุคคลสัญชาติไทยจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ของทุน ทั้งหมด นั่นหมายความว่าจํานวนเงินลงทุนก็จะต้องเป็นของคนไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ของทุนทั้งหมด แต่ท่านกําลังจะออกกฎหมายเพื่อยกเลิกกฎหมายที่เขียนไว้อย่างชัดเจน ดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของชาวต่างชาติโดยแท้ ผมก็ไม่ทราบว่าชาติไหน แต่ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสัญชาติไทย ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมคิดว่าท่านต้องชี้แจง ท่านถาม ฝ่ายความมั่นคงแล้วหรือยังถามสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้วหรือยัง สภาความมั่นคง แห่งชาติได้ทําหน้าที่แล้วหรือยัง หรือวัน ๆ เอาแต่นั่งดูบลู สกาย (Blue sky) ท่านประธานครับ ถามท่านปลัดกระทรวงกลาโหมหรือยังว่ามันกระทบต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ ถามแม่ทัพบก แม่ทัพเรือ แม่ทัพอากาศแล้วหรือยัง โดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารอากาศ ท่านถามแล้วหรือยัง เพราะถ้าท่านออกกฎหมายในลักษณะนี้ที่จะให้คนต่างชาติมาดําเนินการ ดังกล่าวตามที่ท่านเสนอเข้ามาผมคิดว่ามันกระทบต่อความมั่นคงของชาติ เพราะอากาศยานนั้น ท่านประธานครับ พูดภาษาชาวบ้านก็คือเครื่องบิน มันก็บินอยู่เหนือน่านฟ้าของไทย แล้วมัน บินไปตรงไหนก็ได้ และถ้าคนต่างชาติมาเป็นเจ้าของกิจการ และถ้าเครื่องบินลําดังกล่าว ที่เข้ามาทดสอบนั้นบินไปชนทําเนียบรัฐบาลท่านจะว่าอย่างไร หรือบินมาชนรัฐสภาแห่งนี้ ท่านจะว่าอย่างไร หรือถ้าบินไปบนถนนราชดําเนินในขณะนี้ก็จะทําให้ผู้ชุมนุมแตกตื่น คนเป็นแสนก็จะแตกตื่น ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้อง พิจารณาอย่างรอบคอบ และผมไม่เห็นด้วยครับ ที่จะให้คนต่างชาติมาประกอบกิจการ ในลักษณะเช่นนี้ และโดยที่ท่านเข้ามาชี้แจงโดยไม่มีฝ่ายความมั่นคงมาให้ข้อเท็จจริงกับสภาผู้แทนราษฎรเลย แม้แต่นิดเดียว ท่านประธานที่เคารพ มีการกล่าวอ้างว่าการบินไทยดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ท่านประธานครับ ไปดูผลการประกอบกิจการของการบินไทยเถอะครับ มันจะเจ๊งอยู่แล้ว มันจะเจ๊งเพราะอะไรครับ การบินไทยกําลังจะเจ๊ง แม้แต่เส้นทางการบินที่ท่านประธาน เคยทราบ ที่เคยเริ่มต้นมีการสั่งการให้บินระหว่างประเทศพม่าหรือประเทศอินเดีย มาประเทศไทยตั้งแต่ในสมัย ประทานโทษที่เอ่ยนาม รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ปัจจุบัน สายการบินเส้นทางดังกล่าวก็เจ๊งไปหมดแล้วครับ การบินไทยยกเลิกเที่ยวบินไม่บินแล้ว เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับพวกเราทุกคนและ เกี่ยวพันกับอธิปไตยเหนือหลังคาบ้านของประชาชนทั้ง ๖๔ ล้านคน เพราะมันจะบินไปทางไหน ก็ต้องบินเหนือหลังคาบ้านของประชาชน หลังคาบ้านของชาวไทย แต่ผู้ประกอบการเป็น คนต่างชาติ แล้วทําไมครับท่านประธาน ถ้าบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้น ๕๑ เปอร์เซ็นต์จะเป็น เจ้าของกิจการไม่ได้ก็สามารถเป็นได้ แต่ผมสงสัยครับว่าเหตุใดรัฐบาลถึงเร่งรีบ ลุกลี้ลุกลน คล้าย ๆ กับการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม คล้าย ๆ เหลือเกินครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าในวันนี้ไม่มีสมาชิกลุกขึ้นเสนอให้ปิดอภิปรายเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีผู้ที่จะมาชี้แจงก็ต้องตอบให้ได้ แล้วท่านบอกว่าเพื่อเป็นการปฏิบัติ ตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ ท่านดูครับท่านประธาน อยู่ในมาตรา ๖ ข้อไหนครับ ช่วยชี้แจงหน่อย ขนาดพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศที่เคยกําหนดเอาไว้บอกว่า ห้ามนิรโทษกรรมให้กับคนที่ฆ่าคนตายหรือในคดีอาญา
ท่านวัชระ เรากําลังพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ เอาเฉพาะเรื่องนี้ในประเด็น
ใช่ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมกําลังยกตัวอย่างให้เห็นว่าขนาดพันธกรณีระหว่างประเทศของยูเอ็น (UN) มีอยู่แล้วว่า ห้ามออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคนที่ฆ่าคนตาย สภาแห่งนี้ยังดันทุรังออก แล้วเป็น อย่างไรครับหรือแม้กระทั่งมีพันธกรณีห้ามนิรโทษกรรมให้กับคนที่ทุจริตคอร์รัปชัน แล้วสภา แห่งนี้ก็ออกกฎหมายสวนทาง
มีผู้ประท้วงแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงผู้กําลังอภิปรายตั้งแต่ ข้อ ๑ ทุกข้อนะครับ อภิปรายนอกประเด็น เดี๋ยวนี้ครับ เรากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเดินอากาศไทยก็ให้พูดแต่ในประเด็น เมื่อท่านประธาน วินิจฉัยบอกให้อภิปรายในประเด็นก็ยังฝืนอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นผู้อภิปรายไม่เคารพกติกา ในสภานะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับ
ผมได้วินิจฉัยแล้ว ท่านวัชระก็เอาในประเด็นนะครับ เรากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เอาเฉพาะเรื่องนี้ครับท่าน เพราะไม่อย่างนั้น เดี๋ยวจะโดนประท้วง ข้อ ๖๑ ผมไม่อยากใช้อํานาจตามข้อ ๖๒ ท่านประเด็นนี้ประเด็นเดียว พอครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานในฐานะประธานในที่ประชุมท่านต้องวินิจฉัย ด้วยเช่นเดียวกัน ท่านปล่อยให้ท่านผู้ประท้วงลุกขึ้นมาประท้วงทุกข้ออย่างนี้มันไม่ได้ครับ ข้อบังคับมี ๑๘๔ ข้อแรกเป็นชื่อข้อบังคับผมจะทําผิดได้อย่างไร
อย่างนั้นเอาประเด็นนี้ที่ผมได้วินิจฉัย ท่านเป็นนักกฎหมายท่านก็รู้อันไหนถูกผิด เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านก็ควรที่จะ แนะนําเพื่อนสมาชิกผู้ลุกขึ้นมาประท้วงด้วย เสียชื่อกรรมาธิการพัฒนาการเมืองหมด ท่านประธานที่เคารพครับ
เอาอีกแล้ว เชิญท่านเกียรติ์อุดม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมเข้าใจในการประท้วงที่ผมประท้วงทุกข้อบังคับ ตั้งแต่ข้อ ๑ ขอประทานโทษนะครับ เมื่อท่านผู้อภิปรายได้พาดพิงผมบอกว่าข้อบังคับ ข้อ ๑ ไปถึงข้อ ๑๘๐ กว่านี่นะครับ ท่านไม่ได้อยู่ในข้อบังคับนั้นเลยนะครับท่านประธาน ที่ผมประท้วงนะครับ ถ้าผมจะบอกว่า ประท้วงตั้งแต่ข้อ ๖๑ อภิปรายนอกประเด็น ท่านประธานวินิจฉัยแล้วท่านก็ยังไม่เชื่อฟัง แล้วจะให้ผมประท้วงว่าอย่างไรล่ะครับท่านประธาน ก็ต้องประท้วงทุกข้อบังคับนะครับ
เชิญนั่งลง ผมได้วินิจฉัยไปก่อนแล้ว ท่านวัชระเอาเฉพาะประเด็นก็แล้วกันครับ อย่างนี้ นะครับ มีสมาชิกลงชื่ออีกเยอะนะท่าน แล้วเรื่องที่รอเลื่อนขึ้นมานี้ข้าราชการหลายจังหวัด ที่เดินมารอฟังที่สภาเราว่าเราจะเลื่อนพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเงินเดือน โดยเฉพาะเรื่องของ กบข. ให้ข้าราชการ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน เขารอฟัง เขาอยากให้เราเลื่อนให้ ขอความร่วมมือ ท่านวัชระครับ เหมารถตู้กันมาหลายจังหวัดรอฟังเรื่องนี้อยู่ต่อจากนี้นะครับ ขอให้ท่าน เข้าประเด็นนะครับ ขอความกรุณาครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับที่ผมได้ยกตัวอย่าง และได้อภิปรายไปนั้นเพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลผู้ซึ่งเสนอกฎหมายบอกว่า ขนาดกฎหมายที่ผ่านมาท่านบอกว่าจะปฏิบัติตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ กฎหมายนิรโทษกรรมท่านก็ไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีข้อตกลงระหว่างประเทศเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นในกฎหมายนี้ในมาตรา ๖ ที่ท่านเสนอเข้ามานี่ผมถามท่านว่าท่านจะต้องปฏิบัติ ตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศเรื่องใด ข้อใด ประกาศไว้ที่นครใด หรือนครรัฐใด ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่สําคัญครับ เพราะรัฐบาลกําลังจะออก กฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับคนต่างชาติ ให้กับคนต่างชาติ ต่างภาษา ที่ซึ่งจะมาทําธุรกิจ ที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงของชาติ มันไม่ใช่เป็นธุรกิจขายชาเขียวนะครับท่านประธาน แต่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการบิน แล้วธุรกิจนี้แน่นอนครับเป็นความมั่นคงของชาติผมจึงถาม ท่านว่าท่านได้ถามความเห็นไปยังผู้บัญชาทหารอากาศแล้วหรือยัง ถามความเห็นไปยัง ผู้บัญชาการทหารบกแล้วหรือยัง เพราะอากาศยานเหล่านี้ก็ต้องบินอยู่เหนือรถถัง เหนือสมรภูมิรบด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ฝ่ายความมั่นคงได้ให้ข้อเสนอแนะ ข้อกฎหมายต่อท่านรัฐมนตรีอย่างไรท่านก็ต้องมาตอบ และท่านต้องตอบในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะจะให้ใครคนใดคนหนึ่งไปล็อบบี้ (Lobby) กัน ไปล็อบบี้ รัฐบาลแล้วจะมาบังคับข่มขืนจิตใจสมาชิกรัฐสภาและข่มขืนจิตใจ ส.ส. ให้ออกกฎหมาย เอื้อประโยชน์ให้กับคนต่างชาติอย่างนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กล่าวโดยสรุปผมจึงกราบเรียนไปยังพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผ่านท่านประธาน ให้ได้รับทราบทั่วกันว่าบัดนี้นั้นรัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กําลังออกกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่เอื้อประโยชน์ให้กับชาวต่างประเทศ แต่ผมไม่รู้ว่าชาติใด เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ นี่คือสภาไทย เราเป็นบุคคลไทย สัญชาติไทย เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไทย ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างประเทศ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ผมเห็นควรว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงเกินไปท่านรัฐมนตรีกรุณาถอนออกไป ก่อนเถอะครับ ท่านไปหารือฝ่ายความมั่นคงให้เรียบร้อยก่อนว่าฝ่ายความมั่นคงนั้นเห็นด้วย กับท่านอย่างไร ท่านนําเสนอเหตุผลเข้ามา เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กําลังจะออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ นักธุรกิจชาวต่างชาติตามที่ได้ล็อบบี้รัฐบาลมา
ท่านอลงกรณ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่ คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการ แก้ไขพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งเป็นประเด็นที่สําคัญมาก เพราะว่าไม่ใช่ เป็นเพียงการแก้ไขกฎหมายภายในประเทศของเรา แต่มันโยงใยไปถึงในเรื่องของความตกลง ระหว่างประเทศ แล้วก็เป็นเรื่องของโอกาสหรือว่าภัยคุกคามของประเทศไทย กระผมใคร่ขอ เวลาในการที่จะอภิปรายเรื่องนี้ โดยเฉพาะในแนวของหลักการและเหตุผล ความจริง ต้องเรียนว่าสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายเสร็จสิ้นได้ตั้งประเด็นว่าเป็นชาติไหน ผมตอบได้เลยว่า เป็นบริษัทโบอิงความจริงก็เป็นเอกสารทางราชการนะครับที่อธิบดีกรมขนส่งทางอากาศ และรวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งตอนนั้นยังเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมได้แถลงถึงการที่บริษัทโบอิงของสหรัฐอเมริกาจะมาตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยานที่โคราช ความจริงประเด็นนี้ก็อาจจะเป็นการเคลื่อนไหวในความสนใจในการลงทุนของภาคเอกชน แล้วก็แน่นอนประเทศของเราก็ต้องการเทคโนโลยี เงินลงทุน แล้วก็ต้องการที่จะเป็น ศูนย์กลางทั้งโลจิสติกส์ ฮับ (Logistics Hub) ของอาเซียน (ASEAN) และรวมไปถึงในเรื่อง การเป็นศูนย์กลางของการเป็นอุตสาหกรรมการซ่อมอากาศยาน ความจริงประเด็นดังกล่าว ก็ไม่ใช่เป็นประเด็นที่ปิดลับอะไร และการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ต้องยอมรับว่า เป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ดี กระผมใคร่ขอที่จะเรียนท่านประธานว่าอุตสาหกรรมการผลิตอากาศยานก็ดี อุตสาหกรรม การผลิตชิ้นส่วนส่วนประกอบของอากาศยานก็ดี และ ๓. ก็คืออุตสาหกรรมการซ่อมอากาศยาน ทั้ง ๓ ส่วนนั้นแยกไม่ออกต่อเรื่องของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งหมายถึงการขนส่งผู้โดยสาร การขนส่งสินค้า ที่เราเรียกว่าเป็นโลจิสติกส์ ไฟท์ (Logistics Flight) ขณะเดียวกันก็จะต้อง คํานึงถึงปริมาณของเที่ยวบิน คํานึงถึงจํานวนเครื่องบิน แล้วก็ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมต่อเนื่อง แน่นอนที่สุดว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวดําเนินการมาผ่านมา หลายรัฐบาลครับ แล้วก็เป็นความตกลงอาเซียน โดยเฉพาะในเรื่องของความตกลงว่าด้วย สินค้าบริการก็คือความตกลงอาฟาส (AFAS) แล้วก็ความตกลงว่าด้วยการลงทุน ที่เรียกว่า เอไอเอ (AIA) หรือว่าอาเกีย (ADIA) ตรงนั้นมีความตกลงก็คือว่ามันมีธุรกิจและอาชีพ ที่อาเซียน ๑๐ ประเทศได้ตกลงกันที่จะต้องมีการเปิดเสรีแบบเร่งรัด เขาใช้ภาษาในกฎบัตร อาเซียนว่า ไพรออริตี เซคเตอร์ (Priority Sector) นะครับ ในจํานวนนี้จะมีเรื่องของการบินอยู่ด้วย การบริการทางอากาศ การขนส่งทางอากาศรวมอยู่ด้วย แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะรวมมาถึงในส่วนอุตสาหกรรมต้นน้ํา กลางน้ํา ตรงนี้เป็นเรื่องที่ ท่านรัฐมนตรีจะต้องตอบให้ชัดเจน และต้องเรียนว่าในสาขาที่เรียกว่าไพรออริตี เซคเตอร์ นี้ครับ เดิมกําหนดว่าปี ๒๕๑๐ คือเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ประเทศอาเซียนจะต้องมีการแก้ไข กฎหมายในประเทศที่จะให้ประเทศอาเซียนด้วยกันมาลงทุนจัดตั้งบริษัทในสาขาที่เป็นสาขา เร่งรัดเหล่านี้รวมทั้งในเรื่องของการขนส่งทางอากาศ ถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ ๗๐ แต่นั่น เฉพาะสัญชาติอาเซียน ไม่ใช่สัญชาติอเมริกัน ๒. ก็คือว่าความที่ยังไม่พร้อม แต่ละประเทศ ก็รู้ดีว่าในภูมิภาคนี้ประเทศที่มีอุตสาหกรรมต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ําที่เข้มแข็ง เป็นคู่แข่ง สําคัญก็คือประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย ก็เลยมีการขยายเวลาว่าถ้าอย่างนั้นมาใน ปีนี้ครับ ปี ๒๐๑๓ ที่จะหมดอยู่อีกเพียงไม่กี่วันข้างหน้า แต่ตอนนี้ก็ยังมีข้อขัดข้องเพราะว่า ความไม่พร้อมของประเทศอาเซียน แม้แต่ประเทศไทยครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่สมาชิก ได้ตั้งคําถามว่าคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาอย่างรอบคอบหรือยัง เพราะมันมีกฎหมายเกี่ยวข้อง ที่ไปเกี่ยวข้องกับความตกลงอาฟาสในเรื่องของสินค้าและบริการ ตรงนั้นจะอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติประกอบธุรกิจคนต่างด้าว บัญชี ๑ บัญชี ๒ บัญชี ๓ ซึ่งสามารถแก้ไข ในระดับอธิบดีให้ความเห็นชอบหรือคณะรัฐมนตรี ไม่ทราบว่าในส่วนนั้นเราได้ดําเนินการ ไปมากน้อยแค่ไหน ฉะนั้นเมื่อเป็นการแก้ไขเพื่อเปิดโอกาสให้สาขาอาชีพและการจัดตั้งธุรกิจ ในประเทศไทยจะสามารถถือหุ้นมากกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะเดียวกันในเรื่องของการ ลงทุนก็มีประเด็น เพราะว่าหลักการและเหตุผลของร่างกฎหมายฉบับนี้พูดถึงเรื่องของการ ส่งเสริมการลงทุนเป็นหลัก โดยเน้นใน ๓ อุตสาหกรรม ตรงนี้เองที่เป็นประเด็นที่ท่านต้อง ตอบความชัดเจนว่ามันอยู่ในสายของอุตสาหกรรมหรือในสายของธุรกิจบริการ แล้วมัน เข้าอยู่ในกรอบของไพรออริตี เซคเตอร์ หรือไม่ และขณะเดียวกันเมื่อเราพูดถึงประเด็นนี้ ก็ต้องมาดูความพร้อม เพราะนั่นคือเหตุผลว่าทําไมแม้แต่ในส่วนของอาเซียนที่ได้กําหนด ในเรื่องการให้ถือครองหุ้น เช่น บริษัทในประเทศสิงคโปร์จะมาตั้งบริษัทในประเทศไทย ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางอากาศ สามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเกิน ๕๑ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้ขยับไปถึงตรงนั้น นี่คือในส่วนของประเด็นที่สําคัญ ซึ่งมันคนละกฎหมาย แต่เมื่อเป็นร่างของคณะรัฐมนตรีก็ต้องมีคําตอบทุกคําถาม ๒. ก็คือ อุตสาหกรรม ๓ อุตสาหกรรมอยู่ในกรอบความตกลงดังกล่าวหรือไม่ หรือว่าเราเปิดมากกว่า คนอื่น ประการที่ ๓ ก็คือว่าประเด็นการถือหุ้นกับประเด็นของอํานาจการบริหารนั้น เป็นประเด็นที่เราถกกันมากครับ ท่านประธานคงทราบนะครับว่าตัวสาระสําคัญของ กฎหมายฉบับนี้จะพูดถึงประเด็นเรื่องของการที่สามารถกฤษฎีกาให้บริษัทต่างชาติหรือ นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นได้เกิน ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ๒. คือมีอํานาจบริหารด้วย แต่หลัก ในเรื่องปัญหานอมินีในประเทศไทยนั้นเราก็พูดกันมานานนะครับว่าเราใช้หลักในเรื่องของ การถือหุ้น ต้องคนไทยถือหุ้นมากกว่าจึงจะถือว่าเป็นบริษัทสัญชาติไทย แม้ว่าในข้อเท็จจริงจะมีนอมินีจํานวนไม่น้อย รวมทั้งในเรื่องของอุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ และยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอยู่ แต่ว่าประเด็นที่ ๒ คือในเรื่องของอํานาจของการบริหาร ตรงนี้ครับเป็นปัญหานอมินีที่เป็นปัญหามาโดยตลอด มันจะเกินกว่าหลักที่เราเคยดําเนินการยึดถือขณะนี้หรือไม่ ในเรื่องของการจัดตั้งธุรกิจแล้วก็ การมีอํานาจเหนือบริษัทและการถือหุ้นที่เกินกว่ากึ่งหนึ่ง พูดง่าย ๆ ว่าถ้าให้ความเห็นชอบ กฎหมายฉบับนี้เท่ากับเป็นการที่ให้บริษัทต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติสามารถมาจัดตั้ง บริษัทหรือมาร่วมทุน โดยให้เป็นบริษัทต่างชาติ ตรงนี้ถามว่ามันมาเกี่ยวกับความพร้อม ความพร้อมถ้าหากว่าดูความพร้อมก็ต้องหันมาดูว่าปัจจุบันนั้นเรามีอุตสาหกรรมด้านนี้ มากน้อยแค่ไหน เราได้ยินเสมอนะครับ บริษัทอุตสาหกรรมการบินที่อยู่ที่ดอนเมือง ท่านประธานขับรถผ่านหรือว่าจะไปขึ้นเครื่องบินที่ดอนเมือง บ่อยครั้งที่เราได้ยินเสียง เครื่องยนต์ดังลั่นทีเดียว เพราะนั่นคือศูนย์ซ่อมอากาศยาน มีรายได้ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันนี้ซ่อมทั้งลําได้ อัพเกรด (Up Grade) ได้ ทั้งเครื่องบินรบเอฟ ๑๖ (F16) ทั้งในส่วนของ เครื่องบินพาณิชย์ ทั้งค่ายโบอิ้ง แอร์บัส หรือเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินปีกหมุน ทั้งยูโรคอปเตอร์ หรือว่าเครื่องเบลล์ (BELL) ทําได้หมดครับ และกําลังขยายสู่การสร้าง ลงทุนอีก ๕๐๐ ล้านบาท ในปีหน้า นั่นคือตัวอย่างหนึ่งเพียง ๑ บริษัทนะครับ ยังไม่รวมถึงในเรื่องของอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนและส่วนประกอบที่เรามีฐานเดิมคือชิ้นส่วนและอะไหล่ของอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งดําเนินการในลักษณะที่สนับสนุนกันและกันได้ ของเราต้องเรียนว่าความพร้อมของเรา เป็นเรื่องสําคัญมาก เพราะเรื่องกฎหมายภายในประเทศที่รัฐบาลกําลังขอเสนอ ความเห็นชอบจากรัฐสภาในหลักการนั้น ก็ต้องดูว่าในส่วนของความตกลงที่อาเซียนอื่น ๆ ของเราดําเนินการเป็นอย่างไร ยังไม่ได้ไปถึงตามที่ความตกลงทั้งในส่วนของอาเฟส (AFAS) แล้วก็ในส่วนของอาเกีย ซึ่งแบ่งความตกลงว่าด้วยสินค้าบริการ แล้วก็ในเรื่องของการลงทุน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องให้ชัดเจนนะครับ ช่วยชี้แจงด้วย นอกจากนั้นแล้วผมเรียนว่าเราเห็นด้วยครับ ในกรณีของการที่ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ของการบิน เป็นศูนย์กลางของศูนย์ซ่อมอากาศยาน แม้ว่านโยบายอื่นของรัฐบาลไม่ได้ สนับสนุนเลยนะครับ ผมเป็นรองประธานกรรมาธิการทหาร ให้ความสําคัญกับเรื่องของ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หรือดีเฟนด์ อินดัสทรี (Defend Industry) ก็พูดหลายครั้งครับ ผ่านการใช้งบประมาณซื้ออาวุธแล้ว ปีที่ ๑ ปีที่ ๒ เข้าปีที่ ๓ แต่รัฐบาลก็ยังไม่ได้ดําเนินการ อะไรเลย นั่นคือนโยบายออฟเซต (Offset) นโยบายซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แล้วก็มีเงื่อนไข ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือมาร่วมลงทุน แต่ร่วมลงทุนนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าของบริษัท ไม่ใช่ต่างชาติมาเป็นเจ้าของบริษัทอย่างที่รัฐบาลกําลังเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ มันเหมือนกับว่า ขณะที่ท่านไม่ได้สนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อากาศยานส่วนใหญ่ก็เป็น อุตสาหกรรมป้องกันประเทศส่วนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันกลับเปิดช่องทางให้บริษัทต่างชาติ เข้ามาเป็นเจ้าของบริษัท มันกลับหัวกลับหางครับ เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นตรงนี้มันควร จะต้องเริ่มต้นอย่างจริงจังด้วยการที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายอื่นที่จะให้มีลักษณะของการ ส่งเสริมอุตสาหกรรมของคนไทย ทั้งในส่วนที่เป็นเชิงพาณิชย์พลเรือนและในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ถ้าได้เอกสารประกอบการเสนอกฎหมายที่สภาทํามา ท่านประธานก็จะเห็นว่ามีการพูดถึงประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย ทราบไหมครับว่า เขาใช้นโยบายออฟเซตนะครับ เขาทํามาเป็นเวลา ๑๐ ปีเป็นอย่างน้อย จนวันนี้เขามีนิคม อุตสาหกรรมป้องกันประเทศแล้ว การผลิตชิ้นส่วนของเครื่องบินมิก (MIG) ชิ้นส่วนของ เครื่องบินพลเรือน เขาสามารถสร้างอุตสาหกรรมจนกระทั่งสร้างเป็นนิคมอุตสาหกรรมใหญ่และส่งออกครับ ประเทศสิงคโปร์เกาะเล็กนิดเดียวกลายเป็นประเทศที่ส่งออกในเรื่องของอุตสาหกรรมป้องกัน ประเทศมากที่สุดในอาเซียน เพราะมันต้องการการสร้างความเข็มแข็งในอุตสาหกรรม ในประเทศ แต่ถ้าคิดอย่างเดียวว่าจะพึ่งพาเป็นทาสต่างชาติเพราะต้องการทุน ต้องการ เทคโนโลยีไม่จําเป็นจะต้องให้มาเป็นเจ้าของครอบงํากิจการของไทยครับ ไม่อย่างนั้นบริษัท อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งแน่นอนก็เริ่มต้นมาจากกองทัพอากาศนั่นละครับ จากกองทัพไทยเรา สมัยก่อนเราเป็นประเทศ ๑ ใน ๒ ของเอเชียที่ผลิตเครื่องบินก่อน คือเรากับญี่ปุ่นเท่านั้นครับ เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่ผ่านมา ๕๐ ปีเราไม่สามารถผลิตเครื่องบินของเราได้ ประเทศอินโดนีเซียผลิตได้ ประเทศมาเลเซีย ประเทสสิงคโปร์ผลิตได้ และวันนี้ยังจะมาคิด ที่จะพึ่งเขาอีกตลอดไปหรือครับ ความจริงพื้นฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเราเป็น พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับอากาศยาน การซ่อมอากาศยาน แล้วก็ในส่วนของชิ้นส่วน เรามีฐาน ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่มันขาดวิสัยทัศน์ ทิศทาง ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเท่านั้นครับ ผมไม่เคยปฏิเสธนะครับว่าเรามีความผูกพันว่าจะต้องแก้ไขกฎหมายในประเทศเพื่อให้ สอดรับกับในเรื่องความตกลงที่จะก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะในส่วนของ เออีซี (AEC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งเป็นหนึ่งใน ๓ เสาหลัก แล้วก็ไม่ปฏิเสธเลยว่า รัฐบาลที่แล้วก็ส่งเสริมจนกระทั่งประกาศให้อาเซียนเป็นประชาคมแห่งความเชื่อมโยง และ ประกาศให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ฮับ ซึ่งรวมทั้งทางบก ทางน้ํา ทางอากาศ และรวมทั้ง ไอที (IT) ด้วย แล้วประกาศในเรื่องของการเป็นศูนย์กลางการบินและอุตสาหกรรมซ่อม แต่มันคิดกลับหัวกลับหางกับรัฐบาลนี้ครับ เราต้องการที่จะสร้างจากฐานของเรา เพราะฉะนั้น บางครั้งก็ต้องเตะลูกออกไปดีเลย์ (Delay) ทําไมบอก ๒๐๑๐ เราถึงยังไม่แก้กฎหมาย ภายในประเทศล่ะครับ เฉพาะแค่อาเซียนก่อนนะครับ ถือหุ้นในส่วนของอุตสาหกรรมด้านนี้ ได้เกิน ๕๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าไม่พร้อม แต่พอเปลี่ยนรัฐบาล แนวคิดนี้ก็เปลี่ยนไป ถ้าท่าน คิดว่าเราต้องการเพียงทุนเทคโนโลยี มันไม่ต่างกับ ๕๐ ปีก่อนเมื่อเราเริ่มแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเลย คิดแต่พึ่งคนอื่น คิดแต่พึ่งคนอื่น ท่านเห็นการเปลี่ยนแปลง ของอุตสาหกรรมการบินไหมครับ ใครจะคิดว่าจะมีอุตสาหกรรมของโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ (Low Cost Airline) เกิดขึ้น วันนี้เครื่องบินทั่วโลกมีอยู่ ๑๗,๗๐๐ ลํา อีก ๒๐ ปีจะเพิ่มขึ้น เท่าตัวเป็น ๓๐,๐๐๐ กว่าลํา และในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกขณะนี้จํานวนผู้โดยสารที่เดินทาง ในภูมิภาคนี้คิดเป็น ๑ ใน ๓ ของผู้โดยสารทั่วโลก เที่ยวบินที่ผ่านเข้ามาดอนเมือง สุวรรณภูมิ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าเที่ยวบิน และจํานวนเครื่องบินจากนี้ไปจํานวนเครื่องบินทั้งหมด ๑ ใน ๓ จะอยู่ในเอเชียแปซิฟิก นี่คือโอกาสของเรา และเราก็กําลังจะก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน เหมือนอย่างที่ประชาคมยุโรปเคยผ่านจุดเปลี่ยนตรงนี้มา แต่ไม่ว่าจุดเปลี่ยนจะมีโอกาส แค่ไหน มันอยู่ที่ว่าเราจะสร้างเนื้อสร้างตัวของเราอย่างไร ก็อยู่หลักคิดทางยุทธศาสตร์ ของชาติว่าเราจะคิดแต่พึ่งคนอื่นเขา ผมเห็นหลักการและเหตุผลผมก็เศร้าใจนะครับ ทีแรก ก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาอภิปรายหรอก แต่พอมาอ่านรายละเอียดหลักการและเหตุผล มันเริ่ม จากการคิดแบบพึ่งทุนและเทคโนโลยี ความคิดนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาหลายทศวรรษแล้ว จนกระทั่งวันนี้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่เหมือนประเทศที่ยืนอยู่กับที่แล้ว เพราะว่า จะแข่งกับประเทศที่เขามีเทคโนโลยีสูง ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาก็สู้ไม่ได้ จะลงไปประเทศ ที่ขายแรงงานถูก ทรัพยากรถูก ก็สู้ไม่ได้ เราก็เลยอยู่ตรงกลางครับ กําลังถูกบีบมาเรื่อย ๆ ไม่น่าแปลกใจว่าทําไมเมื่อยุทธศาสตร์ผิด สถานะประเทศวันนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงไม่ก้าวหน้าเลย ขีดความสามารถในการแข่งขันของเราจัดลําดับทีไรลดลงลําดับลงมา เรื่อย ๆ ตรงนี้มันน่าจะทําให้รัฐบาลได้ฉุกคิดสักทีหนึ่งครับว่าเราจะต้องดูความพร้อมและหลัก คือยืนบนขาของตัวเองให้ได้ แล้วถ้าย้อนไปเพียงอย่างที่ผมบอกเราผลิตอะไรได้เยอะแยะ แต่เพราะเราไม่ดําเนินการ ในหลักของการยืนบนขาตัวเอง ก็เหมือนหลักการและเหตุผลกฎหมายฉบับนี้ที่มุ่งไปในเรื่อง ของการหวังแต่ทุนและเทคโนโลยีจนยอมแก้กฎหมายเพื่อให้ต่างชาติมาครอบงํากิจการ ของไทย มันต้องมีความเข้มแข็งของความเป็นรัฐบาล แล้วก็มีหลักคิดที่ดี ไม่อย่างนั้นโอกาส ที่เราต้องการที่จะฟูมฟักประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของการบินของอาเซียน หรือว่าการเป็น อุตสาหกรรมการซ่อมอากาศยาน หรือแม้แต่การผลิตอากาศยาน หรือแม้แต่ในส่วนของ การผลิตชิ้นส่วน ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านรัฐมนตรีได้ทราบเพื่อให้ ท่านได้เห็นภาพกระจ่างขึ้น วันนี้ตัวเลขกลม ๆ คือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่หล่อเลี้ยงประเทศนี้ รายได้หล่อเลี้ยงประเทศนี้มาจากการส่งออกและการท่องเที่ยว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออก ที่เป็นรายได้ตรงนั้นมาจากอุตสาหกรรมโออีเอ็ม (OEM) ครับ รับจ้างทําของ เราได้แค่ค่าแรง มันไม่ได้ต่างจากหลักคิดตรงนี้ของท่านเลยครับ เราเป็นประเทศที่ผลิตฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) มากที่สุดในโลกครับ ท่านคงจําได้นะครับ ตอนหลังน้ําท่วมปี ๒๕๕๔ ระหว่างน้ําท่วม ปี ๒๕๕๔ อุตสาหกรรมไอทีคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ สะดุดหมดเลยเพราะว่าอะไร เพราะ ฮาร์ดดิสก์ผลิตในประเทศไทย ซัพพลายเชน (Supply Chain) ของโลกมันบ่งบอกว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมนี้ของโลก เพราะฉะนั้นก็เช่นเดียวกันในกรณีของการ ส่งเสริมการลงทุนของอุตสาหกรรม ๓ อุตสาหกรรมหลักที่กินเข้าไปร่วมเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของการส่งออก มันเป็นอุตสาหกรรมที่เราได้มาชนิดเดียวครับก็คืออุตสาหกรรมในเรื่องของ คอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็รถยนต์ ๕๐ กว่าปีเราผลิตรถยนต์ไม่ได้ เทียบกับประเทศ เกาหลีหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ประเทศเกาหลีเจอสงครามเกาหลีย่ําแย่ ยากจนเหลือเกิน แต่วันนี้เขามีรถยนต์ยี่ห้อของเขาเอง แม้แต่เครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ของเขาพัฒนา ซัมซุงก็คว่ําโซนี่เรียบร้อย กําลังจะคว่ําค่ายแอปเปิ้ล ค่ายไอแพด (iPad) ไอโฟน (iPhone) เพราะอะไรเขาถึงทําได้ครับ ในขณะที่เทียบจากจุดเริ่มต้นเราเหนือกว่า เรารวยกว่า เราเข้มแข็งกว่า จุดที่ตั้งของเราดีกว่า ภัยคุกคามที่ทําให้เกิดความหวั่นเกรงต่อการลงทุน ของเขามีประเทศเกาหลีเหนือ มีประเทศจีน แต่เขาก็ก้าวหน้าไปได้ และอันนี้มันยุทธศาสตร์ ของชาติอย่างไรครับ และหลักคิดของชาติเพราะเขาคิดพึ่งตัวเอง ลงทุนวิจัยและพัฒนา แล้วผมก็พูดในสภาแห่งนี้ท่านประธานก็ทราบ ท่านรัฐมนตรีก็คงจะได้ยิน งบประมาณปีนี้ ปีที่แล้ว แทนที่จะส่งเสริมงบวิจัยและพัฒนามีน้อยอยู่แล้ว ไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ ไปตัดลดงบ วิจัยและพัฒนาของประเทศอีก อันนี้มันหลักคิดของการพึ่งตนเองประเทศด้อยพัฒนาครับ ก็อย่างกฎหมายฉบับนี้ ทั้งรถยนต์ ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ แล้วเราจะให้ประเทศเราเป็นโออีเอ็ม อย่างนี้ต่อไปหรือครับ หลักคิดเก่า ๆ อย่างนี้เมื่อไรจะเลิก แล้วเราก็มีหลักให้แล้วนะครับ ผมคิดว่าไม่รู้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปอยู่ที่ไหน น่าจะให้ความเห็น ในคณะรัฐมนตรีได้ว่าเรายืนบนขาตังเอง ถ้าต้องสู้แข่งขันในเรื่องใหญ่ ๆ เราก็ใช้หลัก ที่เรียกว่าอาเซียน ฮับ (ASEAN Hub) เอาอาเซียนเป็นพลังต่อรอง แต่หลักคิดอย่างนี้ผมว่า หลักการและเหตุผลเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ครับ และขณะเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ หรือรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจก็ไปมะงุมมะงาหลาอะไรก็ไม่ทราบ ก็ต้องบอก กระทรวงคมนาคม ปล่อยให้ท่านมาเสนอแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าการเจรจาการเปิดเสรีการบิน โดยเฉพาะการให้จัดตั้งบริษัทหรือการส่งเสริมการลงทุนตามความตกลง ๒ ประการที่ผม ได้พูดมาแล้วนี้เราดึงและถ่วงพอสมควรเพื่อที่จะให้อุตสาหกรรมในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านขนส่งทางอากาศเข้มแข็ง ๆ ขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทําคือ รีบส่งเสริมผู้ประกอบการไทย ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอากาศยาน แล้วก็ในส่วนของอุตสาหกรรมซ่อม ประเภทที่ ๑ ก็คือซ่อมทั้งลําครับ แล้วก็ส่งเสริมในส่วนเรื่องของ ซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องธุรกิจต่อเนื่อง เรามีอุตสาหกรรมชิ้นส่วน รถยนต์ ชิ้นส่วนอากาศยานมันใกล้เคียงกันมาก เปลี่ยนแค่มอร์ (More) เปลี่ยนแค่เพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วน แล้วโอกาสมีมากเหลือเกิน แต่อย่าใช้โอกาสนี้โดยให้คนอื่นเขามาแสวง ประโยชน์และให้คนไทยเป็นเสียงข้างน้อย หรือเป็นหุ้นข้างน้อยในกิจการ มันเรื่องอะไรครับ เห็นบ่อทองอยู่ข้างหน้า นั่นคือโอกาสของการเปลี่ยนแปลงเป็นประชาคมอาเซียน เป็นศูนย์กลาง ซ่อมอากาศยาน เป็นศูนย์กลางการบิน เป็นศูนย์กลางการเดินทาง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าเที่ยวบิน เข้ามาจนต้องขยายสนามบินของเราอย่างต่อเนื่อง นํานักท่องเที่ยว นําธุรกิจเข้ามา แต่ท่าน กลับเอาโอกาสของคนไทยไปให้ต่างชาติ ถามบอกมันเกี่ยวโยงเรื่องนโยบายออฟเซตอย่างไร เหมือนกันเลยครับ เวลาจะซื้ออาวุธ ถ้าคิดอย่างท่านก็คือเราผลิตเครื่องบินไม่ได้ เราซื้อทั้งลํา ทํากันมาโดยตลอด รัฐบาลนี้ก็เหมือนกัน ขณะเดียวกันประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอินโดนีเซีย เขาบอกว่าถ้าจะซื้อไม่ว่ามิก ของประเทศรัสเซีย หรือจะเป็นกริพเพน (Gripen) ของยุโรป ประเทศสวีเดน หรือว่าจะเป็นเอฟ ๑๖ เอฟ ๑๘ ของประเทศสหรัฐ อเมริกา คุณต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีคุณต้องมาร่วมลงทุน จอยท์ เวนเจอร์ (Joint venture) ผลิตชิ้นส่วน มิกขาดอุปกรณ์ไปชิ้นหนึ่งก็เหมือนฮาร์ดดิสก์ที่อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ทั่วโลก เดินไม่ได้เพราะขาดประเทศไทยไม่ได้ ทําไม่คิดอย่างนั้นบ้างละครับ เพราะถ้าตรงนั้น ก็หมายความว่าบริษัท จอยท์ เวนเจอร์ ที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมซ่อมอากาศยาน อุตสาหกรรมผลิตเครื่องบิน อุตสาหกรรมประกอบชิ้นส่วน บริษัทไทยจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ คนไทยจะเป็นผู้มีอํานาจในบริษัทนั้น แล้วก็ค่อย ๆ ผ่อนถ่าย เมื่อเราขยายอุตสาหกรรม จนเข้มแข็ง มีแบรนด์ (Brand) ของเราได้ แต่ถ้าทําอย่างนี้ คิดอย่างนี้ ต่างชาติมาตั้งไม่ว่า จะเป็นโบอิง แอร์บัส หรือเป็นยูโร คอปเตอร์ (Euro Copter) หรือจะเป็นยี่ห้อใดก็ตาม ท่านให้เขาตั้งเป็นบริษัทของเขา ของต่างชาติบริษัทนั้น ๆ เลย เราเป็นเพียงลูกจ้างครับ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นนอกจากนั้นอีกครับ ในขณะที่เรามีอํานาจมากเหลือเกินในการต่อรอง อย่างที่ผมบอกอย่างไรครับ ความเป็นฮับที่เราเป็นอยู่ การที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ท่านคิดว่าเขาอยากจะไปลงทุนอย่างประเทศบรูไนซึ่งผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานของเขา มีอากาศยานใช้วันหนึ่งแค่ไม่กี่พันคนหรือครับ เขาต้องมาที่นี่อยู่แล้ว รู้จักต่อรอง เชื่อมั่น ในศักยภาพประเทศของเราบ้างสิครับ คิดแบบคนที่จะยืนบนขาตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่จะพึ่งคนอื่น ไม่อย่างนั้นอนาคตไม่มีหรอกครับ ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปก็เหมือนยกโอกาสของประเทศไทย ให้ต่างชาติ และไม่ใช่แค่อาเซียนครับ ท่านแก้ครั้งนี้มันให้ทั่วโลกเลย เราจนปัญญาขนาดนั้น หรือครับ ถึงต้องขายโอกาสของเราไป ทบทวนเถอะครับ ผมนี่เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในการเจรจา ในช่วงที่ทําหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการเศรษฐกิจอาเซียน เจรจาในเรื่องของความตกลงว่าด้วย สินค้าบริการหรืออาฟาส แล้วก็ความตกลงว่าด้วยการลงทุนที่เป็นหลักอ้างอิงในส่วนนี้ ที่เรียกว่าทั้งเอไอเอ และอาเกีย ก็เลยมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านรัฐมนตรีนะครับ เพื่อจะได้ ทราบว่าบางเรื่องจะเดินช้า จะเร็ว เรามีเวลาอีก ๒ ปี จนกว่าจะถึงเดดไลน์ (Dead line) ในเดือน ธันวาคม ปี ๒๕๕๘ ๒. ก็คือว่าเปลี่ยนหลักคิดเสียทีเถอะครับ จากการพึ่งต่างชาติมาตั้งแต่ มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (ฉบับที่ ๑) วันนี้มันต้องเปลี่ยนแล้วครับ ยืนบนขาของ ตัวเอง แล้วก็ ๓. คือเล่นตัวให้เป็นบ้างสิครับ เล่นตัวให้เป็นว่าเราเป็นประเทศที่มีศักยภาพ เขาต้องมาง้อเราบ้าง เราเป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว เราไม่ใช่กระจอก เพราะมันอยู่ที่หลักคิดของ รัฐบาลครับ ผมก็ฝากท่านประธานนะครับ แล้วต้องการคําตอบจากท่านรัฐมนตรีว่าไม่ใช่ เพียงแค่คําตอบประเด็น ๑ ๒ ๓ เท่านั้นเอง ผมอยากทราบหลักคิดอันเป็นหลักการและ เหตุผลของกฎหมายฉบับนี้ด้วย ขอบคุณท่านประธาน
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้แทนสมาชิกกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ กบข. จากหน่วยงานและสถานศึกษาทั่วประเทศนะครับ มีรายชื่อเป็นท่านพีระพันธุ์ ท่านสมบูรณ์ ท่านพีระพันธุ์ก่อนครับ อย่างนี้ครับ รายชื่อที่แจ้งความประสงค์ที่จะขออภิปรายมีท่านพีระพันธุ์ ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน และท่านกษิต ภิรมย์ ท่านสมบูรณ์ค่อยต่อลําดับที่ ๔ นะครับ ท่านอาจารย์พีระพันธุ์เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมจะไม่ขอใช้เวลามากนัก แต่ที่ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาของที่ประชุมช่วงนี้มาพูดเพราะผมเกรงว่าจะมี การบันทึกในส่วนที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงไปข้างเดียว เดี๋ยวก็จะเป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
ประการที่ ๑ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนที่ทางรัฐบาลหรือที่ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงความจําเป็นและเหตุผลที่จะมีกฎหมายฉบับนี้เพื่อปรับปรุงแก้ไขตัวกฎหมาย เดินอากาศ ในส่วนที่คิดว่าอยากจะช่วยส่งเสริมธุรกิจด้านนี้ของประเทศนั้นผมคิดว่า อันนั้นเป็นสิ่งที่มีเหตุผลและมีความจําเป็นซึ่งผมเห็นด้วย แต่ว่าสิ่งที่ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนเพื่อบันทึกไว้ก็คือว่าแนวทางวิธีการที่จะดําเนินการในเรื่องนี้ แล้วก็ทําอย่างไร ถึงจะสําเร็จผลถ้าหากว่าทางรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทําเรื่องนี้จริง ๆ ผมขอเรียนว่าในเรื่อง ของธุรกิจที่เกี่ยวกับการบิน ๓ ประเภทที่อยู่ในร่างกฎหมายที่ท่านรัฐมนตรีเสนอมานี้ ประเภทที่ ๑ ก็คือเรื่องของการผลิตอากาศยาน พูดกันง่าย ๆ ผลิตเครื่องบิน ประเภทที่ ๒ ก็คือ เรื่องของการผลิตอะไหล่ชิ้นส่วน ประเภทที่ ๓ ก็คือเรื่องของการซ่อมบํารุง มี ๓ ประเภท ซึ่งในความเป็นจริงทั้ง ๓ ประเภทนี้ผมขออนุญาตเรียนว่ามันเป็นเรื่องของการลงทุน เรื่องของ อุตสาหกรรม ไม่ใช่เป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคม ธุรกิจของการบินหรือการเดินอากาศมีอยู่ ๒ อย่างนะครับ คือทางด้านที่เป็นธุรกิจบริการโดยแท้ก็คือเรื่องของสายการบินหรือเรื่อง การขนส่งทางอากาศ อันนั้นเกี่ยวข้องกับคมนาคมโดยตรง แต่ว่าในด้านของการผลิต การซ่อมแซม จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องของการลงทุนทางด้านอุตสาหกรรม แต่ถ้าหากว่า มันอยู่ในกฎหมายด้วยกันนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไรครับ แต่ผมอยากจะเรียนว่าถ้าหากว่าเรามี ความตั้งใจแล้วก็มีเป้าหมายจะส่งเสริมธุรกิจด้านนี้ และเรากําลังจะบอกว่ามันเป็นอุปสรรค เรื่องของการลงทุน ผมจะเรียนว่าไม่ใช่ ผมอยากขออนุญาตเรียนว่าทุกอย่างมันมีเหตุผล มีที่มาครับ ผมขอเรียนท่านประธานเบื้องต้นก่อนว่าทําไมกฎหมายถึงได้กําหนดไว้ว่าต้องเป็น คนไทยถือหุ้น ๕๑ เปอร์เซ็นต์ เขามีเหตุผลครับ ผมขออนุญาตเรียนต่อไปครับว่า ความจริง คล้าย ๆ กับที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปว่ามันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าว ในความเป็นจริงแล้วเรื่องของการค้า การลงทุน หรือการทําธุรกิจในประเทศไทย ที่จะต้องมีกําหนดบอกว่าคนไทยต้องถือหุ้นเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เพราะว่าตามหลัก นิติบุคคลใครถือหุ้นเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเป็นคนนั้น เราบอกว่าธุรกิจต้องการให้เป็น ธุรกิจคนไทยก็เลยบอกว่าต้องให้คนไทยถือหุ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ตรงนั้นเป็นหลักของกระทรวงพาณิชย์ครับ ไม่ใช่ของกระทรวงคมนาคม หลักตรงนี้ครับ แต่กระทรวง ทบวง กรมอื่นที่ต้องรับหลักนี้มาในกฎหมายของตัวเองก็รับแนวทางนี้มาจาก แนวทางของกระทรวงพาณิชย์ ก็คือเป็นตัวกําหนดจดทะเบียนบริษัท ถ้าหากว่ามีผู้ถือหุ้น เป็นคนไทยเกินกึ่งหนึ่งก็ถือว่าเป็นบริษัทไทย ถ้าหากว่ามีผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติเกินกึ่งหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นบริษัทต่างชาติ หลักก็อยู่ตรงนี้ แต่ข้อสําคัญว่าทําไมเขาต้องมากําหนดครับ ผมขอ อนุญาตเรียนว่าเรื่องนี้มันมีที่มา เหตุผลมาจากเรื่องของข้อตกลงระหว่างประเทศ แล้วก็เป็น เวทีที่สําคัญเรื่องเวทีการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากว่ามันมีประเด็นสําคัญอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือว่าทุกประเทศเขาก็ต้องการสงวนการค้า การลงทุน ธุรกิจไว้ให้คนภายใน ประเทศเขา แต่ว่าเนื่องจากระบบสังคมโลกมันเปลี่ยนไป ที่พักหลังเราใช้คําว่า โลกาภิวัตน์ มันมีการค้าการลงทุนข้ามชาติกัน ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ต้องการทุนเพิ่ม ตรงนั้นก็ เลยเริ่มผ่อนคลายตรงนี้ลงไป ก็เลยเกิดประเด็นว่าให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในแต่ละประเทศได้ แต่ว่าในแต่ละประเทศเองในเวทีข้อตกลงระหว่างประเทศเขาก็มีข้อตกลงว่าไม่ใช่เปิดกว้าง ได้ทุกเรื่องนะ เพราะว่าถ้าเปิดกว้างไปทุกเรื่องมันอาจจะกระทบในเรื่องของเหตุผลภายในเขา เช่น มันอาจจะกระทบเรื่องของการค้าปลีก มันอาจจะกระทบเรื่องของการลงทุนในประเทศ หรือมันเป็นการมาแย่งการประกอบธุรกิจของคนในประเทศ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับความมั่นคงครับ ถ้าหากว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผมนํากราบเรียน ท่านประธานไปเมื่อสักครู่ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง ทุกประเทศเขาจะไม่อนุญาตครับ เขาจะวางหลักไว้ก่อนว่าต้องเป็นธุรกิจของคนประเทศของเขา นั่นก็คือตามหลักว่าถ้าเป็น ธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลก็ต้องเป็นหุ้นของคนในประเทศเขาเกินกึ่งหนึ่งขึ้นไป อันนั้นคือเหตุผล และที่มา เผอิญในเวทีตรงนี้ที่กระทรวงพาณิชย์เองเคยไปดําเนินการรับผิดชอบอยู่ เขากําหนดกันไว้ ตกลงกันไว้ในเวทีระหว่างประเทศครับว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับเรื่องของการขนส่ง ทางอากาศเป็นธุรกิจเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐครับ เขาจัดชัดไว้ว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับการขนส่ง ทางอากาศเป็นธุรกิจสําคัญที่อาจจะมีผลกระทบกับความมั่นคงของแต่ละประเทศเขาได้ เพราะฉะนั้นทุกประเทศเขาจึงสงวนเอาไว้ครับท่านประธาน ว่าถ้าหากเป็นธุรกิจเรื่องของ การขนส่งทางอากาศเขาไม่สามารถที่จะเปิดกว้างได้เหมือนธุรกิจอื่นทันทีนะ แต่จะต้องมี การขออนุญาตเป็นราย ๆ จะต้องมีการพิจารณาเป็นราย ๆ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่า ถ้าหากว่าเรากําลังจะบอกว่าเราจะหาทางเปิดช่องให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาทําธุรกิจ หรือมาลงทุนในธุรกิจตัวนี้ได้ ในความเป็นจริงแล้วมันไม่เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้เลย ท่านประธาน เพราะว่าในกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ที่ว่าด้วยการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าวเขาเปิดช่องไว้ครับ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางด้านเกี่ยวกับการขนส่งทางอากาศ หรือว่าธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของการลงทุนที่เพื่อนสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านองลงกรณ์ พูดไปคือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เขาบอกว่าให้ทําได้แต่ต้องขออนุญาต คณะรัฐมนตรี ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบอนุมัติให้รายไหนทําได้ ก็ทําได้อยู่แล้ว ท่านไม่ต้องมา แก้กฎหมายนี่เลยครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าหากว่ามีนักลงทุนต่างชาติเขามีความประสงค์ ที่อยากจะขอเข้ามาประกอบธุรกิจเรื่องของการผลิตอากาศยาน ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ หรือว่า ตั้งโรงซ่อมอากาศยาน เขาทําได้ โดยไปเข้าเงื่อนไขของกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ ก็คือ เรื่องของการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ซึ่งทําได้อยู่แล้วในส่วนนั้น ผมถึงเรียนท่านประธานว่า เหตุผลที่ท่านชี้แจงว่าเพื่อการส่งเสริมธุรกิจด้านนี้ ผมเห็นด้วย แต่วิธีการบอกถ้าไม่แก้ นักลงทุนต่างชาติเข้ามาไม่ได้ อันนี้ไม่จริงครับ
ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตเรียนครับว่าธุรกิจที่ว่านี้วันนี้คนไทยทําอยู่แล้ว ผมจะไม่อภิปรายตรงนี้ซ้ําไปเยอะ เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ที่พัฒนามาจากของกองทัพอากาศ ภาษาอังกฤษเขาเรียกทีเอไอ (TAI) บริษัททีเอไอ บริษัทเอกชนไทยก็มี แล้วบริษัทเอกชนไทยที่เป็นบริษัทชั้นนําเรื่องนี้ก็คือ บริษัทการบินไทย นั่นเอง ผมอยากเรียนท่านประธานครับว่าในการทําธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการผลิตเครื่องบิน การผลิตชิ้นส่วน อุปกรณ์เครื่องบิน แล้วรวมไปถึงการซ่อมเครื่องบินมันไม่ใช่เปิดซ่อม มอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์นะครับ ใครอยากเปิดมีทุนมาเปิด มันไม่ใช่นะครับ มันจะต้องผ่าน กระบวนการ ผ่านขั้นตอนที่จะต้องไปขออนุญาต แล้วบริษัทผู้ผลิตอากาศยานเหล่านั้น เขาผ่านการตรวจสอบแล้วเขาอนุญาตครับ ไม่ใช่ใครอยากจะมาเปิดโรงซ่อมโบอิง เปิดโรงซ่อม เครื่องเบล เปิดโรงซ่อมแอร์บัส ผลิต ไม่ได้นะครับ ไม่ใช่ว่ามีเงิน มีทุน แล้วทําได้ เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ผมถึงเรียนว่ามันไม่ได้จบอยู่เพียงแค่ว่าแก้กฎหมายฉบับนี้แล้วธุรกิจนี้ไปโลด
ประการที่ ๓ ครับ ผมขออนุญาตเรียนครับว่าสิ่งที่ท่านจะต้องใช้มากที่สุด ใน ๓ ธุรกิจที่ท่านขอมานี้ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอากาศยาน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต ชิ้นส่วนอะไหล่ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมอากาศยาน ๓ ธุรกิจนี้ สิ่งที่ต้องใช้มากที่สุด ไม่ใช่เงินนะครับ ท่านทราบไหมครับว่าต้องใช้อะไร คนครับ ท่านต้องใช้คน ท่านต้องใช้ช่าง ช่างที่ว่านี้ไม่ใช่จบจากเพาะช่าง ไม่ได้จบจากช่างกลนะครับ มันต้องเป็นช่างอากาศยาน ช่างอากาศยานที่ได้รับมาตรฐานที่บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินและองค์กรทางการบินระหว่าง ประเทศเขารับรอง แล้วก็ให้ใบอนุญาตประกาศนียบัตร ซึ่งวันนี้ท่านประธานครับ ไม่มีครับ ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับ วันนี้ไม่มีโรงเรียนหรือสถาบันไหนเปิดสอนและผลิตช่างอากาศยาน ที่ได้รับใบรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศเลยครับ บริษัทที่เรามีอยู่ ช่างที่ทํางานอยู่วันนี้ ส่วนใหญ่มาจากกองทัพอากาศครับ ซึ่งเป็นการซ่อมสร้างเครื่องบินที่ไม่ต้องมีใบอนุญาต เขาพัฒนาโดยตัวเขาเอง แต่วันนี้ถ้าเราจะเปิดตรงนี้ผมถึงบอกว่าผมเห็นด้วย แต่มันไม่ใช่ ลงทุนแค่ตรงนี้ มันต้องเป็นนโยบายใหญ่ของภาครัฐ ๑. ท่านต้องเปิดโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน และผลิตบุคลากรออกมาก่อน ไม่อย่างนั้นนอกจากว่าท่านทําอย่างนี้แล้วกลายเป็นว่าจะมีแต่ ฝรั่งมังค่า บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน ไม่มีคนไทยเลย แล้วมันจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทย ได้อย่างไร ในเมื่อคนของเราไม่มี เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ ธุรกิจ ถ้าท่านจะทําหรือส่งเสริมอย่างที่ ท่านว่าจริง มันต้องเริ่มด้วยการตั้งบริษัทหรือตั้งโรงเรียนที่ผลิตบุคลากรสําคัญก็คือ ช่างอากาศยานและได้มาตรฐานรับรอง ไม่ว่าจะเป็นอากาศยานที่เป็นเครื่องบินรบหรือว่า เป็นอากาศยานที่เป็นเพื่อการพาณิชย์ทั่วไป ต้องได้มาตรฐานตรงนั้นเสียก่อน เมื่อได้มาตรฐาน ตรงนั้น เมื่อมีโรงเรียนผลิตบุคลากรออกมาแล้ว ระหว่างนั้นท่านก็ต้องมานั่งดูครับว่า วันนี้ ถ้าเราจะมุ่งว่าเราจะส่งเสริมธุรกิจนี้ บริษัทไทยที่เป็นของคนไทยวันนี้มีไหม และแต่ละบริษัท เขามีความสามารถไหม และเขามีปัญหาอุปสรรคอะไร ผมอยากจะเรียนครับ ไม่ต้องไกลจาก เราเลยครับ ท่านประธานไปตรงนี้ครับ กรมช่างอากาศตรงนี้ละท่านประธานทราบไหมครับ ว่าเขาผลิตเครื่องบินครับ เขาทดลองผลิตเครื่องบินเอาไว้ใช้ฝึกนักบินกองทัพอากาศ แต่ว่า ช่างอากาศยานที่ผลิตเครื่องบินที่ตรงนั้นได้ค่าแรงชั่วโมงละ ๑๐๐ กว่าบาทครับ เป็นไปได้ อย่างไรครับ ช่างอากาศที่กําลังผลิตอยู่นี่ต้องหาทุนรอนเองหมด กองโรงงาน กรมช่างอากาศ ก็ต้องวิ่งหาทุนเองอีก แถมผู้ผลิตเครื่องบินของช่างอากาศยานชั่วโมงหนึ่งได้ ๑๐๐ กว่าบาท ท่านลองคิดดูสิว่าถ้าหากว่าท่านไม่ต้องออกกฎหมายฉบับนี้ ท่านเริ่มต้นส่งเสริมทางด้าน กองทัพอากาศหาทุนให้เขา หาคนให้เขา หางบประมาณให้เขา เขาก็เริ่มต้นพัฒนาอากาศยาน ระดับเล็กที่เป็นประเภทใบพัดเอาไว้เริ่มต้นฝึกนักบิน ไม่ว่าจะเป็นนักบินพลเรือนหรือนักบิน ของกองทัพอากาศขั้นปฐมภูมิได้ โดยไม่ต้องลงทุนไปซื้อจากต่างประเทศ ท่านประธานไปดูก็ได้ ท่านรัฐมนตรีพ้องไปดูเลยครับที่กรมช่างอากาศตรงนี้ละครับ ใกล้ ๆ เรานี่ เขาผลิตอยู่ที่นั่น ครับ แค่นี้เอง นี่ใกล้ ๆ เรา ไกลออกไปหน่อยครับที่ดอนเมือง ตรงนั้นก็บริษัท ทีเอไอ ก็พัฒนามาจากกองทัพอากาศ เขาได้ใบอนุญาตจากเจอเนอรัล ไดนามิกส์ (General Dynamics) ให้ซ่อมแล้วปรับสภาพเอฟ ๑๖ ได้ แล้วก็เครื่องบินโดยสารบางประเภท ผมจะเรียนครับว่า เรื่องของผลิตชิ้นส่วนนี้ท่านไม่ต้องแก้กฎหมายนี้เลยครับ ขอให้เป็นนโยบายที่ชัดเจน ตอนที่เรา จะซื้อเครื่องบินใหม่ โรงงานเครื่องบินเอฟ ๑๖ เขาบอกว่าเขายินดีเอาแบบที่เพื่อนสมาชิกพูด ไม่ว่าที่จะเป็นประเทศมาเลเซียหรือที่ประเทศสิงคโปร์นะครับ เวลาที่เขาซื้ออากาศยานทหาร เขามีข้อตกลงว่าซื้อจริง แต่คุณต้องมาลงทุนผลิตชิ้นส่วนอะไหล่บางประเภทของอากาศยานนั้น ในประเทศเขา ตอนที่ประเทศมาเลเซียซื้อฝูงบินเอฟ ๑๘ จากประเทศสหรัฐอเมริกาฝูงแรก โดนโจมตีเยอะเลยครับ ทั้งประชาชน ทั้งในสภา แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้นบอกว่า สิ่งหนึ่งนอกจากเราไปลงทุนซื้อนี่เราไม่ได้แค่ซื้ออากาศยาน แต่เรากําลังซื้อเทคโนโลยีและ การลงทุนใหม่ในประเทศมาเลเซีย เพราะเงื่อนไขสําคัญอันหนึ่งก็คือว่าหลังจากซื้อไปแล้ว บริษัทที่ผลิตเครื่องบินนี้จะต้องมาลงทุนตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่บางประเภทในประเทศเขา เป็นเงื่อนไข ไม่จําเป็นต้องไปแก้กฎหมายเลย ขอให้เป็นนโยบายรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนําไปปฏิบัติ เพราะฉะนั้นถ้ารายการนั้นเราสามารถตกลงกับเจเนอรัล ไดนามิกส์ ที่จะซื้อขายเครื่องเอฟ ๑๖ กันตรงนั้นได้ว่าเอาละซื้อ แต่คุณมาผลิตกระสุนนะ กระสุน ประเทศไทยผลิตได้เป็นพื้นฐานอยู่แล้วท่านประธาน ไม่ต้องเทคโนโลยีสูงอะไร เพียงแต่เอา อุปกรณ์เครื่องจักรมามันก็เริ่มต้นของการผลิตอุตสาหกรรมขึ้นมาแล้ว ในเรื่องของอากาศยาน เอกชนระดับเล็ก ทําไมประเทศที่เป็นพี่ใหญ่ของการบินคือประเทศสหรัฐอเมริกาเขาเริ่มต้น จากอะไรครับ ที่พี่น้องตระกูลไรท์ เครื่องบินใบพัดก๊อกแก๊ก ๆ เริ่มต้นตรงนั้นจนวันนี้มาเป็น ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมการบิน เพราะเขาเปิดโอกาส กฎหมายเขาเปิดช่องให้ประชาชน เขารู้จักประดิษฐ์คิดค้น แล้วก็ประเทศเขา รัฐบาลเขาส่งเสริม มีแหล่งทุนให้ มีนักวิทยาศาสตร์ มีทั้งเทคโนโลยีช่วย สุดท้ายอุตสาหกรรมการบินเขาเริ่มต้นมาจากเครื่องบินใบพัดเล็ก ๆ จนมาถึงวันนี้ เรากลับมาดูประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ ไปถามกองทัพอากาศครับ เรากลับมาดูประเทศไทยครับท่านประธาน ไปถามกองทัพอากาศครับ เครื่องบินสมัยก่อน เป็นเครื่องบินใบพัดนะครับ สิ่งที่ทําให้เครื่องบินบินได้ สมัยก่อนมีอยู่ ๒ อย่าง ไม่นับ เครื่องยนต์ คือปีกกับใบพัด ปีกข้างบนโค้ง ข้างล่างแบน แปลว่าเวลาวิ่งไปแล้วอากาศข้างบน มันจะเบาอากาศข้างล่างจะยกขึ้น แต่ที่ทําให้บินไปได้คือใบพัด เพราะฉะนั้นใบพัดเป็น สิ่งสําคัญแบบเมื่อก่อน ไม่ใช่วันนี้คือไอพ่น ท่านประธานครับ ในยุคนั้นกองทัพอากาศ ผลิตใบพัดได้เอง ทั้ง ๆ ที่เป็นเทคโนโลยี สมัยโน้นก็ต้องนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่สูงพอสมควร แต่ว่าคนไทยผลิตได้ครับ มีไม่กี่ประเทศในเอเชียนะครับ ในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๑ เสร็จแล้ว ทําไมพัฒนาของเรามันถึงได้ขาดไปครับ เพราะหลังจากนั้นขึ้นมาเรื่อย ๆ นโยบายของรัฐบาล เลิกผลิต ซื้ออย่างเดียว ซื้ออย่างเดียวครับ ซื้อ ซื้อ ซื้อ มันง่าย เร็ว โดยไม่ได้คิดว่าทําให้ การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศหรืออุตสาหกรรมอากาศยานมันขาดตอน สุดท้ายการลงทุนหรือการพัฒนาในเรื่องของการผลิตใบพัดอากาศยานมันก็หายไปเรื่อย อุตสาหกรรมการบินของเราหรือการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินหรืออากาศยานมันก็หาย ตามไปด้วย วันนี้มันถึงเป็นอย่างนี้ แต่ว่าในภาคเอกชนก็ดี ในภาคกองทัพเขายังคง พยายามอยู่ แต่ปัญหาของเขาที่ขาดแคลนคือ ๑. เรื่องของกําลังคนที่จะเอามาเป็นช่างที่มี ความรู้มาผลิต ๒. ที่เขาขาดคือว่าเงินลงทุนจากภาครัฐบาลเป็นหลัก เขาไม่ได้ต้องการเงิน ลงทุนมากมายจากต่างประเทศเลย แต่เขาต้องการแหล่งเงินทุนให้เขาในอัตราที่ดอกเบี้ยต่ํา และเงินทุนที่มากเพียงพอ ๓. ก็คือว่าเขาต้องการรับเรื่องของเทคโนโลยีบางส่วน ซึ่งเทคโนโลยีนี้มันไม่จําเป็นว่าต้องให้เขามาลงทุนแล้วเขาถึงจะให้ เราสามารถซื้อเทคโนโลยี บางส่วนได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่านโยบายของรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมด้านการบินอย่างแท้จริงแล้ว มันไม่ใช่อยู่ที่เพียงแค่แก้กฎหมายเพื่อให้ ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นใหญ่ ผมเรียนว่าตรงนี้เรื่องนี้แบ่งเป็นเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๑ คือว่าเราควร จะส่งเสริมธุรกิจหรืออุตสาหกรรมด้านนี้หรือไม่ คําตอบคือควรจะส่งเสริม เรื่องที่ ๒ วิธีการ ส่งเสริมจําเป็นต้องส่งเสริมด้วยวิธีการว่าแก้กฎหมายให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นใหญ่หรือไม่ ไม่จําเป็นเสมอไป และถ้าหากว่าจําเป็นก็ไม่จําเป็นต้องทํากฎหมายฉบับนี้ สามารถใช้ เงื่อนไขของกฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าวของกระทรวงพาณิชย์ดําเนินการได้เป็นราย ๆ อยู่แล้ว โดยไม่ต้องมาออกตรงนี้ เพราะผมอ่านในกฎหมายนี้นะครับ เหมือนกับเมื่อไรที่เราจะ ให้ก็ออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเป็นราย ๆ ก็ไม่ต่างเลย เพราะฉะนั้นต่างกันเพียงแค่คนอนุมัติ เท่านั้นเองครับ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ผมยังเรียนว่ามันไม่มีความจําเป็นถ้าจะต้องเหตุผลนี้ เรื่องที่ ๓ ก็คือว่า ต้องส่งเสริม บุคลากร การพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยที่จะมีโอกาสเรียนแล้วได้รับใบรับรอง ใบประกาศนียบัตรในระดับมาตรฐานโลกอย่างแท้จริง ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ยากครับ มีโรงเรียน การบินหรือโรงเรียนช่าง ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์ ทั้งคนไทยและต่างชาติเขาอยากจะเปิด อยากจะตั้งอยู่แล้ว ถ้าหากว่าเรามีนโยบายส่งเสริมในส่วนนี้ให้เขา ผมเชื่อว่าอุตสาหกรรม การบิน ไม่ว่าจะเป็นด้านของการผลิตอากาศยาน ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ หรือว่าเรื่องของ การซ่อมบํารุงจะเดินหน้าไปไกลกว่านี้ และจะเป็นอีกส่วนหนึ่งครับท่านประธานที่สร้างงาน ให้กับคนไทย แล้วก็สร้างรายได้ให้กับประเทศมากขึ้นไปด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ผมถึงเรียนว่าเราต้องแบ่งให้ชัดเจนว่า ๑. เราจะส่งเสริมธุรกิจหรืออุตสาหกรรมด้านนี้หรือไม่ ๒. ถ้าจะส่งเสริมทําได้ด้วยอะไรบ้าง จริงหรือไม่ว่าแค่แก้กฎหมายฉบับนี้ จําเป็นไหม และถ้า จําเป็น จริงหรือไม่ว่าแก้เท่าที่เขียนมา ๓-๔ มาตราตรงนี้แล้วมันจะเดินหน้าได้ ไม่จริงครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของกฎหมายฉบับนี้เมื่อส่งต่อไปถึงท่านกรรมาธิการ ผมอยากเรียนว่า อย่าพิจารณาเพียงแค่นี้ละครับ ถ้าหากว่ามันเกี่ยวข้องกับกฎหมายเดินอากาศจริงแล้วท่าน ทําได้ มันต้องเขียนมากกว่านี้เพื่อที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจนี้มันเดินหน้าได้ แล้วมันเป็นธุรกิจ หรือเป็นโอกาสของคนไทยเหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลายคนเป็นห่วงอย่างแท้จริง ไม่ใช่แก้ ไปแล้วสุดท้ายกลายเป็นเปิดโอกาสให้ต่างชาติเท่านั้น ถ้าอันนี้ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องแน่นอน นะครับ ผมคิดว่าการจะแก้กฎหมายหรือปรับปรุงกฎหมายในส่วนนี้มันควรจะเป็นการแก้ไข เพื่อเปิดโอกาสให้กับคนไทยเป็นอันดับที่ ๑ ส่วนในการที่จะได้ทุนต่างชาติมาช่วยนั้นให้มันเป็น อันดับรองลงไปมาเป็นการเสริม เพราะฉะนั้นในการปรับปรุงหรือการแก้ไขกฎหมายในฉบับนี้ ผมคิดว่าต้องคํานึงถึงสิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานโดยย่อเมื่อสักครู่จะเป็นประโยชน์ สําหรับการส่งเสริมธุรกิจนี้อย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไป ท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ขอความกรุณากระชับเวลาหน่อยเพราะจะมีเรื่อง กฎหมาย กบข. อยู่นะครับ
เรียนท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานก่อนว่าหลักคิดต่ออุตสาหกรรมการบิน เป็นเรื่องที่สําคัญแล้วก็เป็นพื้นฐานที่เราจะต้องทําความเข้าใจกันก่อน เพราะว่าถ้าหลักคิด ของเราต่างกันการเสนอแก้ไขกฎหมายนั้นก็จะต่างกันไปด้วย ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานนะครับว่า สําหรับผม อุตสาหกรรมการบินถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงของชาติ ผมคงจะไม่ต้องอภิปรายในรายละเอียดนะครับ เพราะมีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายกันไปมากแล้ว ผมขออนุญาตย้ําว่าอุตสาหกรรมการบินเป็นอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่เป็นอุตสาหกรรมปกติเหมือนกับผลิตรถยนต์ ผลิตเสื้อผ้า ผลิตรองเท้า ไม่ใช่นะครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองการพิจารณา การที่จะ ส่งเสริมเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบินซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องส่งเสริม จําเป็นที่จะต้องดู ในมิติอื่น ๆ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของการลงทุนแต่เพียงอย่างเดียว ท่านประธานครับ ในเหตุผลที่ให้ของการเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านได้พูดถึงปัญหา ๓ เรื่อง เรื่องแรก ก็คือเรื่องทุน เรื่องที่ ๒ คือเรื่องเทคโนโลยี และเรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของคน ซึ่งในส่วนนี้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าเรื่องทุน ผมไม่เชื่อครับว่าทุนในประเทศไทยไม่มี ทุนในประเทศไทยของเรามีมากพอที่จะทําอุตสาหกรรมการบินได้ เพราะฉะนั้น ทุนไม่ใช่ปัญหา ประเด็นที่เป็นปัญหากลับเป็นเรื่องของเทคโนโลยีและที่สําคัญมากกว่า คือเป็นเรื่องของคน วันนี้เรายังมีคนที่มีขีดความสามารถในการที่จะรองรับอุตสาหกรรม การบินนั้นยังไม่เพียงพอ ซึ่งในส่วนนี้ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานขอให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยกรุณาตอบด้วยว่าถ้าการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตั้งใจที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรม การบินของเราจริง ผมถามว่าที่ผ่านมา ไม่ต้องย้อนไปไกลนะครับ เอารัฐบาลนี้เท่านั้นก็พอ ๒ ปีที่ผ่านมานั้นท่านรัฐมนตรีช่วยตอบด้วยว่ารัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา เกี่ยวกับเรื่องอุตสาหกรรมการบินอะไรบ้าง งบวิจัยและพัฒนาของประเทศถูกตัดมา โดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอุตสาหกรรมการบินแทบจะไม่มีเลยนะครับ
ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานกรุณาช่วยถามท่านรัฐมนตรีให้ตอบด้วยว่า ขณะนี้มีสถาบันการศึกษาที่ทําหน้าที่ในเรื่องการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม การบินนั้นมีหลายแห่ง แห่งแรกก็คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งมีคณะวิศวกรรมการบิน ผมถามว่ารัฐบาลได้ทําอะไรบ้างที่ไปช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับคณะวิศวกรรมการบิน ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การที่รัฐบาลไม่ได้สนใจในเรื่องเหล่านี้ ก็ยืนยันชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ได้จริงจังหรือไม่เข้าใจในเรื่องของการที่จะสร้างอุตสาหกรรมการบินของชาติ ให้เติบโต และยิ่งไปกว่านั้นเราทราบกันดีอยู่นะครับว่า โรงเรียนการบินพลเรือนที่หัวหิน ก็มีข้อจํากัดในหลายเรื่อง ผมในฐานะกรรมาธิการงบประมาณได้ดูงบประมาณของ กรมการบินพลเรือนและได้มีการขอเพิ่มโดยตลอด และสิ่งที่กรมการบินพลเรือนได้พูดมา โดยตลอดทุกปีก็คือว่าเราขาดบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบินในภาคพลเรือน จําเป็นที่จะต้อง ของบประมาณเพื่อขยายการฝึกนักบินของเรา แล้วก็ได้มีแผนการที่จะไปตั้งโรงเรียนเพิ่มเติม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือที่จังหวัดขอนแก่น โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปรากฏว่าเรื่องเหล่านี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่มาบอกชี้แจงต่อ กรรมาธิการงบประมาณ และบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุน เพราะอีกไม่นานรัฐบาล จะเสนอร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับเรื่องการเดินอากาศ เพราะฉะนั้นจําเป็นที่จะต้องทําเรื่องนี้ ไม่มีเลยครับ ท่านประธานครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ผมก็มีคําถามว่าแล้วรัฐบาลเสนอร่าง พ.ร.บ. นี้ วัตถุประสงค์เพื่ออะไรกันแน่ เพราะว่าถ้าจะทําเพื่อให้อุตสาหกรรมการบินของประเทศมีการเติบโตอย่างมั่นคง ท่านจะต้องมีการเตรียมการในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาเพื่อจะยกระดับเทคโนโลยีของ ประเทศให้สูงขึ้น ท่านจะต้องมีการเตรียมการเกี่ยวกับเรื่องการผลิตบุคลากร ไม่ว่าจะเป็น เรื่องนักบิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซ่อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบ ไม่ว่าเป็นเรื่องของ วิศวกร เป็นต้น อีกมากมาย ท่านไม่ได้ทําเลยครับ แล้วอยู่ ๆ ท่านก็ลุกขึ้นมาแล้วก็บอกว่า เราต้องออก พ.ร.บ. เพื่อยกเว้นให้กับต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนเพื่อส่งเสริมการลงทุน ตรงนี้ เป็นการเสนอที่มาจากพื้นฐานที่ไม่ได้มีอะไรมารองรับเลย จึงทําให้เกิดคําถามว่าวัตถุประสงค์ ในการเสนอ พ.ร.บ. นี้ไปเพื่ออะไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ นะครับท่านประธาน ที่ผม ขออนุญาตเรียนว่า พ.ร.บ. นี้เสนอบนความไม่พร้อมของชาติบ้านเมืองและทําให้เรา เสียโอกาส
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ การเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เมื่อเราเห็นดีแล้ว ว่าอุตสาหกรรมการบินเกี่ยวข้องกับเรื่องอีกหลายเรื่องมากมาย เพราะฉะนั้นจําเป็น ถ้าจะต้องเสนอกฎหมายนี้จะต้องมีการกําหนดเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อรักษาประโยชน์ของคนไทย แล้วก็ชาติไทยไว้ เพื่อที่จะทําให้เกิดความมั่นคงของชาติของเราในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น ระยะเวลาท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าออกมาแล้วบอกว่าส่งเสริมแล้วเขาได้ ตลอดไปเลย ผมถามว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้าเมื่อบริษัทหรือคนไทยมีความพร้อมที่จะทํา แต่ปรากฏว่าช้าเกินไปแล้วครับ เพราะว่าบริษัทต่างชาติได้เข้ามายึดครองแล้วก็ใช้สิทธิ บนแผ่นดินไทยในเรื่องนี้ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่าคนไทย และบริษัทของคนไทยก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เกิดอีกแล้วนะครับ คําถามของผมก็คือว่าทําไม ท่านไม่กําหนดเงื่อนไขของเวลา เงื่อนไขอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญมากก็คือเรื่องของการถ่ายทอด เทคโนโลยี ในร่าง พ.ร.บ. ของบีโอไอ ได้กําหนดไว้ชัดเจน แล้วเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ว่าการลงทุน จากต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีเทคโนโลยีสูงและเป็นเรื่องใหม่ เงื่อนไขที่เป็นสิ่งที่จําเป็น ก็คือเงื่อนไขของการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย เรื่องเหล่านี้ท่านก็ไม่ได้พูดไว้ ถ้าท่าน จะบอกว่าไปทําในตอนปฏิบัติ ผมคิดว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ก็จะหลวมมากเกินไป และที่สําคัญยิ่ง ไปกว่านั้นท่านประธานครับ ก็คือว่านอกเหนือจากนี้ท่านส่งเสริมเขาแล้ว เขาได้สิทธิ ประโยชน์อื่น ๆ จากประเทศไทยอะไรบ้าง สิทธิหลายเรื่องที่เป็นสิทธิของชาติไทยที่คนไทย พึงจะได้รับประโยชน์ แต่ถ้าท่านยกให้กับต่างชาติ สิทธิของคนไทยเหล่านั้นก็จะหายไป นะครับ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องสิทธิเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการบิน เมื่อเรายกให้กับต่างชาติ เราแลกกับเขาไปแล้ว เราเอากลับคืนมายากมากครับท่านประธานครับ ผมไม่อยาก ให้เราต้องเริ่มต้นในเรื่องเหล่านี้ด้วยความไม่พร้อม สักแค่แต่เพียงว่าอยากจะมีบริษัทหนึ่ง ที่จะมาลงทุน แล้วเขาติดปัญหาเรื่องนี้ เราก็แก้กฎหมายเพื่อจะให้บริษัทนั้นได้มีโอกาสเข้ามา ลงทุน นี่ผมสมมุติเป็นตัวอย่างนะครับท่านประธานว่าถ้าเป็นอย่างนั้น เท่ากับว่ากฎหมาย ฉบับนี้แก้เพื่อภารกิจเฉพาะบางสิ่งบางอย่างเท่านั้นเอง ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าถ้ามองกลับไป ในเรื่องของทุนนะครับ ผมเรียนถามท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบผมได้ไหมครับว่า บริษัทที่จะมาลงทุนที่ท่านศึกษามานี้ เขาจะลงทุนกี่หมื่นล้านบาทครับ ในระยะเวลา เท่าไรครับ แล้วเงินตรงนั้น ทุนตรงนั้นหาในประเทศไทยไม่ได้หรือครับ ผมยืนยันที่ผมได้ เรียนไปแล้วว่าเราหาได้ครับท่านประธานครับ นั่นคือประเด็นที่ ๒ คือเงื่อนไขที่จะต้อง ประกอบเข้าไปในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั้นกรรมาธิการที่ผมขออนุญาต ฝากไว้
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่สําคัญมากก็คือว่า ผมขออนุญาต สมมุติประเด็นนะครับ เมื่อเราผ่านร่าง พ.ร.บ. นี้แบบนี้ เราเกิดบริษัทต่างชาติขึ้นมา มีผู้บริหาร ต่างชาติเข้ามาทํางานในประเทศไทย แล้วเขาก็เสนอกับมาตรการการส่งเสริมนี้บอกว่าขอใช้ สนามบินดอนเมือง ขอใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อใช้เป็นที่ในเรื่อง ของการซ่อมอากาศยาน ผมถามว่าแล้วหลังจากนั้นเมื่อสนามบิน ๓ สนาม ซึ่งเป็นสนามบิน หลักของชาติถูกใช้ไปโดยบริษัทต่างชาติแล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา ผมถามว่าถ้าสมมุติว่าประเทศไทยมีวิกฤติและมีอยู่ในสภาวะที่ต้องใช้กําลังรบ บริษัทต่างชาติ เหล่านั้นเขาจะยอมถอนพื้นที่ของสนามบินเหล่านี้ออกไปหรือไม่ เพื่อให้เราสามารถที่จะ ปฏิบัติการทางด้านการทหารได้ เหตุผลอันนี้ละครับท่านประธานที่กองทัพอากาศจึงจะต้อง ขอมีส่วนร่วมในการใช้สนามบินทุก ๆ สนามบิน สิ่งเหล่านี้ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลได้คิดในเรื่อง เหล่านี้หรือไม่ หรือว่าเมื่อเขาใช้ไปแล้วก็จบกันละครับ แล้วพอถึงวันนั้นถ้าในสภาวะที่ ประเทศไทยจําเป็นในด้านความมั่นคงต้องใช้สนามบินเหล่านี้ เราต้องจ่ายเงินเขาไหมครับ แล้วถ้าเขาไม่ให้ในเวลาที่จําเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของชาติ ท่านจะทําอย่างไรครับ ประเด็นเหล่านี้ท่านคิดถึงหรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน บริษัทต่างชาตินี้ใช้ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภาหมดเรียบร้อยแล้ว ผมถาม ท่านรัฐมนตรีครับว่าบริษัทไทยซึ่งวันหนึ่งในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า สมมุติ มีความพร้อมในการ ที่จะทําในทุก ๆ ด้านแล้ว เขาจะทําที่ไหนครับ ขอความกรุณาท่านช่วยตอบด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๕ ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน คําถามของผมก็คือว่าวันนี้ประเทศไทยไม่ได้เริ่มจากศูนย์นะครับ เรามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมการบินอยู่แล้วถึงแม้จะยังไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร การที่บริษัทเหล่านั้นไม่เข้มแข็ง เท่าที่ควร ท่านกรุณาอย่าไปโทษบริษัทเหล่านั้นเลย อันนั้นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่อีกด้านหนึ่ง ก็คือนโยบายของรัฐที่จะส่งเสริมให้บริษัทเหล่านั้นมีความเข้มแข็งเราก็ไม่ได้ทํา ยกตัวอย่าง เช่น การบินไทย บริษัทอุตสาหกรรมการบิน จํากัด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาล จําเป็นจะต้องทบทวนนโยบายของตัวเองเพื่อที่จะได้นําไปประกอบกับแนวคิดของการที่จะ ส่งเสริมให้เกิดการตั้งบริษัทเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบินตามความตั้งใจของร่าง พ.ร.บ. นี้ เมื่อเป็นเช่นนี้อุตสาหกรรมการบินดังที่ผมได้เรียนไปแล้วนั้น มันจึงไม่ใช่เป็นเรื่องของ อุตสาหกรรมที่เหมือนกับการตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แล้วจบกันครับ ไม่ใช่ แต่การที่จะ ผลิตหรือซ่อมอากาศยานได้หรือผลิตชิ้นส่วนของอากาศยานได้นั้นมันมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ แวลู เชน (Value chain) ห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่คุณค่าแวลู เชน มากมายครับ ตั้งแต่ อุตสาหกรรมต้นน้ํา กลางน้ําและปลายน้ําที่เราจะต้องทํา วันนี้คําถามก็คือว่าอุตสาหกรรม ต้นน้ํา กลางน้ําและปลายน้ําที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบินของไทยมีอะไรบ้าง เรายัง อ่อนแอมากเลยครับ เมื่อเป็นเช่นนี้การเปิดโอกาสให้กับต่างชาติเข้ามาก็เหมือนกับการเปิด โอกาสให้ต่างชาติเข้ามายึดครองอุตสาหกรรมการบินที่ประเทศไทยจะมีโอกาสทําให้เป็นของ ตนเองเพื่อจะรักษาความมั่นคงของชาติไว้อย่างสบายใจในอนาคตหายไปครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการทําธุรกิจที่ท่านอยากเห็นการลงทุนจากต่างชาติเข้ามา เมื่อผมพิจารณา ในเรื่องของจํานวนเงินทุนที่จะเข้ามาในประเทศ ผมก็ไม่คิดว่าตรงนี้จะมีประโยชน์มากนัก เมื่อพิจารณาถึงเรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยีก็ไม่มีหลักประกันจากร่าง พ.ร.บ. นี้ว่าจะ เป็นประโยชน์กับคนไทย ผมคิดว่าท่านประธานครับ ในความรู้สึกผมจริง ๆ ด้วยความเคารพ ผมอยากให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ. นี้ออกไปก่อนเถอะ แล้วกลับมาช่วยกันดูว่าเราจะส่งเสริม อุตสาหกรรมการบินในชาติบ้านเมืองของเราอย่างถูกต้องและเป็นระบบเพื่อความมั่นคง ของชาติในระยะยาวอย่างไร ตรงนั้นสิครับเราจะได้ช่วยกัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้ถึงที่สุดแล้วครับท่านประธาน เรากําลังยกอุตสาหกรรมการบินของชาติ ที่เราได้สร้างสมกันมาถึงแม้จะยังไม่มั่นคงเท่าไรนัก แต่ก็ได้พัฒนามาเยอะพอสมควร เรากําลังจะยกฐานของเราอันนี้ให้กับต่างชาติ และที่สําคัญยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน เรากําลังยกตําแหน่งทางภูมิศาสตร์ของประเทศที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบในเรื่อง อุตสาหกรรมการบินให้กับต่างชาติครับท่าน เพราะว่าถ้าเราปักที่กรุงเทพฯ แล้วก็กางวงเวียนหมุนออกไป ในภูมิภาคของเอเชียตะวันออก เฉียงใต้นี้ระยะทางทั้งหมดนี่ศูนย์กลางมันอยู่ที่ประเทศไทยของเรานะครับ ความได้เปรียบ ทางภูมิศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมการบินของประเทศเป็นเรื่องที่มีค่าอย่างยิ่งนะครับ เราไม่ควร ที่จะยกให้กับต่างชาติง่าย ๆ โดยไม่มีเงื่อนไข และดีที่สุดก็คือเราไม่ควรจะยกให้ต่างชาติเลย แต่แน่นอนครับ ความร่วมมือกับต่างชาติเป็นเรื่องที่จําเป็น และผมเชื่อว่าอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่กรมการบินพลเรือน ที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เขามีความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ครับ แล้วเขาอยากทําและพร้อมจะช่วยรัฐบาลทํา ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีครับ ท่านไปพบอาจารย์เหล่านั้นในสถาบันการศึกษาเหล่านั้น แล้วก็ ช่วยกันวางแผนใหม่เถอะครับ และถ้าอย่างนั้นผมคิดว่าอุตสาหกรรมการบินก็จะเป็น ประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ผมอยากจะขออนุญาตฝาก ประเด็นเหล่านี้ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบ แล้วก็ถ้ารัฐบาลไม่ถอน มีการตั้งกรรมาธิการเพิ่มขึ้น ก็ขอความกรุณานําประเด็นเหล่านั้นที่ผมอภิปรายไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการด้วย เพื่อประโยชน์ในการที่จะรักษาอุตสาหกรรมการบินที่จะไม่ทําให้ความมั่นคงของชาติของเรา เสียหายไปครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านกษิต ภิรมย์ ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ การเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เนื้อหามันเกี่ยวกับ ๒ ประเด็น คือการซ่อมกับการผลิต แล้วผมก็มองกลับมาที่ประเทศไทยว่า ณ วันนี้เราอยู่ที่ไหนในกิจการที่เกี่ยวกับการเดินอากาศ ก็เห็นว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการบินระหว่างประเทศที่สําคัญที่สุดอันหนึ่งของโลก แล้วก็แทบจะอยู่เป็นที่ ๑ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อจะถามว่าระหว่าง ซ่อมกับการผลิตด้วยเงินอันจํากัด ขีดความสามารถอันจํากัดนั้น เราจะเอาอันไหนมาก่อน มาหลัง แล้วผมก็คิดว่าประเทศไทยเราทั้งหมดน่าจะเน้นไปที่การซ่อมบํารุงรักษา เพราะเรา ทําอยู่แล้ว แล้วก็มีสถาบันที่จะทําการบริการการซ่อมได้ ของกองทัพอากาศแล้วก็ของบริษัท การบินไทย เพราะฉะนั้นเราเป็นทั้งศูนย์กลางการบินแล้วก็เป็นศูนย์กลางของการซ่อมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราจะต้องมีความพร้อมแล้วก็มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น ที่ต้องพัฒนาเพิ่มขึ้นนั้น ก็เพื่อไม่ให้เป็นรองประเทศสิงคโปร์ครับ เพราะผมทราบและผมคิดว่าทางท่านรัฐมนตรี ทางรัฐบาลสามารถจะยืนยันได้ว่าการซ่อมเครื่องบินสําคัญ ๆ นั้นยังต้องไปทําที่ประเทศ สิงคโปร์หรือไม่ทางบริษัทสายการบิน จะเป็นแอร์บัสก็จะต้องส่งผู้เชี่ยวชาญจากประเทศ ฝรั่งเศสหรือประเทศเยอรมันมาที่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราจะต้องทุ่มให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางของการซ่อมบํารุงอันดับหนึ่งของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เรามีฐาน เรามี บุคลากร มีความพร้อม เพียงแต่ว่าเติมให้มันเต็มเท่านั้น น่าจะเป็นเรื่องที่สําคัญที่สูงสุด นะครับ แล้วก็ส่วนจะร่วมมือกับบริษัทผลิตเครื่องบินก็สามารถที่จะกระทําได้ เพราะเราก็ เป็นลูกค้าทั้งของแอร์บัสแล้วก็ของโบอิงอยู่แล้ว ส่วนเงื่อนไขอย่างไรมันก็เข้าไป ก็สามารถ ที่จะเจรจากันได้
ส่วนประเด็นที่ ๒ ถ้าเผื่อเราอยากจะผลิตเครื่องบินหรือว่าชิ้นส่วน ผมก็เห็นว่า อันนี้ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงคมนาคมดังที่เพื่อน ๆ สมาชิกได้พูด กระทรวงคมนาคมนั้น มีหน้าที่เกี่ยวกับการบริการครับ ที่เรียกว่า เทรด อิน เซอร์วิส (Trade in Services) การค้า บริการ แต่ว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับ เทรด อิน แมนูแฟคเทอริ่ง (Trade in Manufacturing) หรือว่า ในเรื่องของการผลิตแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันในรัฐบาลไทย ในกระบวนราชการของเรา เราก็มีทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม แล้วก็ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมเราก็มีสํานักงานส่งเสริม การลงทุนแล้วก็มีกฎหมายส่งเสริมการลงทุน เพื่อนสมาชิกผม ท่านพีระพันธุ์ ก็ได้พูดไปแล้ว ว่าถ้าเผื่ออยากจะมาเปิดโรงงาน จะผลิตเครื่องบิน หรือจะทําชิ้นส่วน ก็สามารถที่จะให้ บีโอไอพิจารณาได้ ไม่จําเป็นจะต้องมีร่างพระราชบัญญัติอีกฉบับหนึ่ง ก็เสมือนกับว่าเราจะมี หน่วยงานบีโอไอ ๒ ส่วนด้วยกัน แล้วคําถามที่จะถามต่อไปก็คือ ถ้าเผื่อประเทศไทยอยากจะ เป็นศูนย์กลางของการผลิตเครื่องบินแล้วก็ชิ้นส่วนนอกเหนือจากเป็นศูนย์กลางการซ่อมด้วย แล้วทําไมเราถึงไม่ทําเรื่องของเรือเดินสมุทรละครับ ทั้งเรือสําราญแล้วก็เรือพาณิชย์ซึ่งสินค้าส่งออกของไทยเกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ก็ไปทางเรือแล้วทําไมเราไม่มุ่งไปทางนี้ เพื่อเราจะได้มีกองเรือพาณิชย์ ที่สมหน้าสมตาแล้วจะไม่ต้องพึ่งบริษัทเดินเรือต่างประเทศ ทีนี้กลับมาที่ประเด็นของการผลิต มันก็เป็นเรื่องของบีโอไอนะครับ ความจําเป็นของการที่จะมีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยกระทรวงคมนาคมผมคิดว่ามีความจําเป็นน้อย คราวนี้ถ้าเผื่อในอนาคตอีกประเด็นหนึ่ง สําหรับในแง่เนื้อหาของการที่จะผลิตเครื่องบินหรือว่าชิ้นส่วนก็ฟังจากเพื่อน ๆ สมาชิกและ จากที่ความรู้ที่ผมมีเองนั้นประเทศไทยยังไม่พร้อมครับ อยู่ดี ๆ เพียงแต่ว่าจะมีกฎหมายเพื่อ จะรองรับการลงทุนจากต่างชาติ โดยที่สถาบันการศึกษา สถาบันฝึกอบรม บริษัทเล็กน้อย เอสเอ็มอี (SME) ที่จะผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ เหล่านี้มันก็ยังไม่พร้อมทุกประการมันก็เป็น หัวมังกุท้ายมังกรนะครับ เราจะต้องเตรียมความพร้อมพื้นฐานของอุตสาหกรรมขั้นประถมนี้ ให้ได้เสียก่อนเราถึงจะคิดว่าแล้วเราจะผลิตได้หรือไม่อย่างไร แล้วก็ระหว่างตัวเครื่องบินกับ ชิ้นส่วน มันก็น่าจะไปที่ชิ้นส่วนก่อน แล้วมันก็อยู่ในวิสัยที่เราจะขยายความร่วมมือกับบริษัทแม่ ของแอร์บัสได้เพราะเขาก็เริ่มที่จะเข้ามาที่ประเทศไทยได้ คราวนี้ในการที่จะตัดสินใจ ขั้นสุดท้ายว่าจะผลิตหรือไม่ผลิตอย่างไรนั้น ผมก็อยากจะให้ทางกระทรวงคมนาคมได้ศึกษา ว่าทําไมประเทศที่เขามีความเจริญก้าวหน้ากับเราในละแวกจะเป็นประเทศไต้หวัน ประเทศ เกาหลีใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศออสเตรีย เขาถึงไม่มาทางด้านอุตสาหกรรมทางด้านนี้ มันมีข้อจํากัดอย่างไร ส่วนอีกประเทศหนึ่งที่น่าจะศึกษาเป็นอย่างมากก็คือประเทศ อินโดนีเซีย ตั้งแต่สมัยซูฮาร์โต เขาก็มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนทั้งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ นะครับ รัฐบาลไทยก็ได้ซื้อไป ๒ ลํา เพื่อจะมาทําเรื่องของฝนเทียม ก็ถามว่าทําไมประเทศ อินโดนีเซียทํามาตั้ง ๓๐ ปี ๔๐ ปีแล้ว ที่เมืองบันดุงถึงไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรทําไม ความเป็นเลิศถึงมาไม่ได้เสียทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราน่าจะศึกษากับประเทศใกล้เคียงที่เขา ผลิตเครื่องบิน และเขามีขีดความสามารถที่จะผลิตเขายังไม่ผลิต มันด้วยเหตุผลอันใด แล้วเราทําไมถึงจะกล้าหาญชาญชัยที่จะให้เป็นศูนย์กลางที่จะผลิตเครื่องบินและชิ้นส่วนด้วย ในเมื่อความพร้อมต่าง ๆ นั้นมันไม่มี แต่ว่ามันมีความพร้อมในเรื่องของการซ่อม ผมก็ อยากจะรู้ว่านักคิดที่กระทรวงคมนาคมหรือภายในรัฐบาลคิดอ่านอย่างไรครับ นอกจากนั้น แล้วถ้าเราจะไปร่วมมือกับต่างประเทศ ก็ต้องถามว่าคิดว่าจะไปร่วมมือกับใคร ก็มีไม่กี่ ประเทศครับ ยักษ์ใหญ่ก็มีแค่ประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปโดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนี ประเทศอังกฤษ ประเทศอิตาลี ประเทศสเปนแล้วก็ประเทศสวีเดน แล้วส่วนที่สามก็คือประเทศรัสเซีย ระดับเล็ก ๆ ที่เป็นประเทศกําลังพัฒนา ณ วันนี้ก็จะมีแค่ ประเทศบราซิลเท่านั้นเอง ในอนาคตที่จะขึ้นมาได้ก็คงจะเป็นประเทศอินเดียกับประเทศจีน เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะหาพาร์ทเนอร์ (Partner) คู่ค้าร่วมทุนด้วยมันก็น้อยมาก แล้วทาง กระทรวงคมนาคม รัฐบาลมาเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็น่าจะให้ข้อมูลกับสภา สักนิดหนึ่งว่าเล็งมองไปที่ประเทศไหน บริษัทอะไร แล้วก็ชิ้นส่วนอะไร แล้วก็ประเภท เครื่องบินจะเป็น ๖๐๐ ที่นั่ง ๔๐๐ ที่นั่ง ๑๐๐ ที่นั่ง ๕๐ ที่นั่ง ๑๒ ที่นั่ง หรือจะผลิต เฮลิคอปเตอร์ มันต้องพูดกันให้ชัดเสียก่อนว่าเป้าหมายอยู่อย่างไร เพราะว่าประเทศบราซิล เขาผลิตเครื่องบินนั่งประมาณสัก ๓๐ คนถึง ๕๐ คน กองทัพอากาศและกองทัพบก ก็ซื้อมาใช้แล้ว ขนาดเป็น ๑๐๐ ที่นั่งขึ้นไปก็ซื้อได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในประเทศยุโรป แล้วเราจะผลิตอะไรครับ ถ้าเผื่อเราจะบอกว่าเราจะผลิตเครื่องเล็ก ๆ เพื่อกิจการทางด้าน การเกษตรมันก็ค่อนข้างจะฟังเข้าท่า เพราะว่าเราเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าเกษตรมากที่สุด ประเทศหนึ่งในโลก เพราฉะนั้นโดยสรุปแล้ว ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราไม่ค่อยจะมี ความพร้อม แล้วในสิ่งที่เรามีความพร้อมคือในเรื่องซ่อมบํารุง เรารัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เท่าที่ควรเพราะฉะนั้นผมคิดว่าอยากให้รัฐบาลทบทวนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถอนไปก่อน มาว่ากันใหม่ก็เป็นสิ่งที่ดี หรือดังที่ท่านดอกเตอร์กนกได้ว่าไว้ว่าในคณะกรรมาธิการที่จะ ตั้งขึ้นนั้นต้องคิดกันให้รอบคอบและข้อมูลต้องมากไปกว่านี้ครับ เราไม่มีหน้าที่ แล้วก็รัฐบาล ไม่มีหน้าที่ สภาก็ไม่มีหน้าที่ในการที่จะตอบสนองผลประโยชน์ของต่างชาติ ซึ่งมันคลุมเครือ มากนะครับ สร้างความพร้อม และเรารู้ว่าทิศทางเราจะไปทางไหน และเราก็สามารถที่จะ เรียกฝรั่งมังค่านั้นมาร่วมมือกับเราได้ตามสิ่งที่เราต้องการ ภาษาอังกฤษคือว่าตามแอด ฮาว โอน เทอม (Add Hour Own Term) เราต้องเป็นใหญ่ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การออกกฎหมายถ้าเกิดไม่พิจารณาให้รอบคอบนะครับ ก็คงเหมือนวันนี้ ท่านประธานคงเห็นว่าวันนี้มีเพื่อนสมาชิก กบข. ของผมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนครู เพื่อนทหาร ข้าราชการ พลเรือน ทุกหน่วยงานครับ วันนี้อยากให้สภาของเราได้บรรจุ กฎหมายการคิดคํานวณสูตรบําเหน็จบํานาญข้าราชการ เพราะฉะนั้นเมื่อปี ๒๕๔๐ ที่ผ่านมา กฎหมาย กบข. ออกมา เสร็จแล้ววันนี้เกิดผลกระทบ คน ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน เดือดร้อนมาก กฎหมายฉบับนี้ก็เหมือนกันครับ ท่านประธานครับ เมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้ว เป็นความภาคภูมิใจ ของคนไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วันนั้นประเทศไทยนักบินไทย ของเราขับเครื่องบินที่เป็นสมบัติของชาติไทย แสดงการบินถวายหน้าพระที่นั่งครับ เขาก็เลยกําหนดเป็นวันการบินแห่งชาติ เสร็จแล้วหลังจากนั้นก็มีการพัฒนาจนกระทั่ง ประเทศไทยสามารถผลิตเครื่องบินได้ลําแรกเรียกว่าเครื่องบินบริพัตร ๑๐ ปีต่อมาเลยตั้งเป็น กองทัพอากาศครับ วิวัฒนาการของการบินหรือการเดินอากาศของไทยมีประวัติที่ยาวนาน แล้วก็เป็นความภาคภูมิใจ ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าเกิดท่านประธานนั่งเครื่องบิน หรือดูวารสารของสายการบินทุกสายการบินนะครับ เราจะเห็นว่าภาพแผนที่ของการที่ ประเทศไทยของเราเป็นศูนย์การบิน เรารู้สึกภาคภูมิใจมาก จากกรุงเทพฯ หรือจากสนามบิน สุวรรณภูมิ เส้นทางการบินไปกันรอบทิศรอบทางครับ นี้ก็คือเป็นความภาคภูมิใจ วันนี้ กระทรวงคมนาคมซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องดังกล่าว ท่านนําเสนอแก้กฎหมายเพื่อพัฒนาเรื่อง การเดินอากาศ แต่ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าใน ๖ มาตรา มีสาระอยู่ ๒ เรื่อง แค่นั้นเอง นั่นคือจะต้องแก้ไขเพื่อประโยชน์ของการส่งเสริมการผลิตอากาศยาน ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือเพื่อส่งเสริมการผลิตอากาศยาน มาตรา ๔ เพื่อประโยชน์ของการส่งเสริมการผลิต ส่วนประกอบสําคัญของอากาศยาน มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์แก่การส่งเสริมการประกอบ กิจการหน่วยซ่อม ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ ๓ เรื่องแค่นั้นเอง ก็คือเรื่องของการสร้าง อากาศยาน เรื่องของส่วนประกอบของอากาศยาน แล้วก็การซ่อม ท่านประธานครับ เพื่อเป็นการส่งเสริมเพื่อเป็นประโยชน์ขอให้แก้กฎหมายดังกล่าว เรื่องของอะไรครับ ก็คือ เปลี่ยนเรื่องทุนจดทะเบียน ซึ่งเป็นของผู้มีสัญชาติไทย จากเดิมที่กําหนดไว้ร้อยละ ๕๑ ต่างชาติร้อยละ ๔๙ วันนี้ก็คือเปลี่ยนทุนเป็นต่างชาติไม่เกินร้อยละ ๗๐ ก็คือให้ต่างชาติ มาเป็นผู้ถือหุ้น หรือเป็นเจ้าของธุรกิจนี้มากกว่าคนไทย แก้ส่วนที่ ๒ ก็คืออํานาจการบริหาร กิจการ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลที่มีสัญชาติไทย เปลี่ยนเป็นของต่างชาติ เห็นไหมครับ วันนี้คือกฎหมายฉบับนี้เพียงแก้ว่าเอาต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของบริษัท เอาอํานาจบริหาร ซึ่งเป็นของคนไทยเปลี่ยนเป็นของต่างชาติแค่นั้นเอง ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาไม่นาน มากครับ รัฐบาลนี้ได้ออกกฎหมายโดยเฉพาะการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลูกหลาน คนไทยจะต้องใช้หนี้กัน ๕๐ ปี ท่านประธานครับ ถ้าเกิดกระทรวงคมนาคมลองเปลี่ยนรถไฟ ความเร็วสูงวันนี้ เรากลับมาพัฒนาบางเรื่องที่เป็นการสร้างประเทศไทยครับท่านประธาน ผมเลยบอกว่าวันนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้เป็นการสร้างประเทศไทยนะครับ วันนี้เรามีข้อดีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของบุคลากร วันนี้เราเชื่อว่าคนแถบอาเซียนหรือแถบเอเชีย สู้คนไทยไม่ได้ คนไทยเก่งมาก และเรามีมหาวิทยาลัย เรามีสถาบันการบินพลเรือนอยู่ใน สังกัดของกระทรวงคมนาคมเอง วันนี้ท่านลองเอาเงินทั้งหลายไปพัฒนาบุคลากรของเรา ให้เป็นนายช่างที่เก่ง ให้เป็นนักบินที่เก่ง แน่นอนครับ ตรงนี้จะเป็นการพัฒนาเรื่อง การเดินอากาศของไทยอย่างชัดเจน แล้วก็เพื่อคนไทยจริง ๆ
ท่านประธานครับ การพัฒนาเทคโนโลยีส่วนที่ ๒ ที่เรามีโอกาสมากกว่า ต่างประเทศก็คือเรื่องของสนามบินครับ วันนี้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในสนามบินต่าง ๆ เรามี พร้อมแล้วหรือยัง เมื่อสักครู่ครับนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้พูดถึงสนามบินที่ยกตัวอย่าง ก็คือที่จังหวัดตรัง วันนี้มีเที่ยวบิน ๘ เที่ยวบินครับ ไปกลับ ๑๖ เที่ยวบิน ท่านประธาน ทราบไหมครับมีห้องพักผู้โดยสารอยู่ประมาณ ๑๐๐ ที่นั่งแค่นั้นเอง พอเครื่องบินไปพร้อมกัน ๒ ลํา ผู้โดยสารประมาณ ๓๐๐ คนอยู่กันตรงไหนครับ มิหนําซ้ํากระทรวงคมนาคม ตอบหนังสือไปว่าจะขยายในปี ๒๕๕๗ แต่ผลปรากฏว่างบดังกล่าวก็ไม่มี วันนี้เครื่องบิน ตกรันเวย์ (Runway) ท่านทราบไหมครับเทคโนโลยีของกระทรวงคมนาคมต้องใช้เวลา ๓ วัน ในการที่จะกู้เครื่องบิน แค่ล้อตกลงไปข้างทางวิ่งแค่นั้นเองครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับ งบประมาณที่ท่านจะกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองเอามาพัฒนาเทคโนโลยี ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องการพัฒนาคน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสนามบินของเราให้มีความพร้อมที่จะ ให้บริการกับพี่น้องประชาชน ตรงนี้ละครับสนามบินของเรา ๒๗ แห่งน่าจะได้รับการพัฒนา ผมใช้เวลาไม่มากครับท่านประธาน เพียงแต่เรียนว่า กระทรวงคมนาคมครับ เวลาท่านออก กฎหมายท่านมองถึงผลกระทบในอนาคตด้วย วันนี้อย่าหวังแค่เงินของต่างชาติเลยครับ เงินของต่างชาติก็จริงครับ สุดท้ายเขาเอามากดหัวคนไทย เขามามีอํานาจเหนือคนไทย ท่านยอมหรือครับ เราเติบโตด้วยความแข็งแรงของเรานะครับ ตามเศรษฐกิจพอเพียงของเรา เราพัฒนาของเรานะครับ ไม่จําเป็นจะต้องเอาเงินทุนเข้ามาเลย หยุดเถอะครับที่จะใช้เงิน นําหน้าในการพัฒนาประเทศ วันนี้เราใช้สมอง ใช้สติปัญญาของคนไทยเราครับ และคิดว่า ต่อไปถ้าเกิดท่านออกกฎหมายอย่างนี้ครับลูกหลานในอนาคตอาจจะตําหนิท่านถึง วงศ์ตระกูลของท่าน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดถอนกลับไปได้ก็จะเป็นพระคุณ หรือมีการ ปรับเปลี่ยนแก้ไขในการพัฒนาของเราให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนก็จะเป็นพระคุณยิ่งครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
รัฐบาลมีอะไรชี้แจงไหมครับ
เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พ้อง ชีวานันท์ ในฐานะรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าทุก ๆ ท่านที่ได้ อภิปรายเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. นี้นะครับก็ล้วนมีแต่ความห่วงใย แล้วก็ล้วนคํานึงที่อยากจะ รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ความเห็น ข้อคิดทั้งหลายที่ท่านทั้งหลายได้อภิปรายไว้ นะครับผมคิดว่าบรรดาท่านกรรมาธิการก็คงจะนําไปรวบรวม แล้วก็พิจารณาเป็นข้อมูล ประกอบ แต่อย่างไรก็ตามนะครับผมขออนุญาตชี้แจงให้ท่านประธานได้ทราบนะครับว่า รัฐบาลเสนอกฎหมายฉบับนี้ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นไว้ ไม่มีวาระหรือประโยชน์ใดที่แอบแฝง ไม่มีผู้ใดทั้งสิ้นที่มาชี้นํา เพียงแต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางบีโอไอ ซึ่งได้ให้การสนับสนุน เปิดโอกาสให้นักลงทุนนี้มาลงทุนทางด้านผลิต ทางด้านผลิตส่วนประกอบอากาศยานแล้วก็ ศูนย์ซ่อม ให้มาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้นะครับ ไม่มีผู้ลงทุนหรือบริษัทที่เข้ามาที่จะดําเนินการ เป็นกิจจะลักษณะ เพราะเข้ามาแล้วพอเปรียบเทียบกับศักยภาพของประเทศไทย เปรียบเทียบกับข้อกําหนดต่าง ๆ นี้ ประเทศอื่นดีกว่า เราหลงกันอยู่นะครับว่าประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการบินนะครับ จริง ๆ แล้วนี้นะครับ อยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่า ประเทศอื่นเขาไม่คิดอย่างนั้นนะครับ เขาคิดว่าประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการบิน และ ในขณะเดียวกันเมื่อปี ๒๕๕๑ ก็มีการออก พ.ร.บ. การเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) ขนาดที่ว่า บีโอไอเปิดกว้างให้แล้ว ก็ยังไม่มีผู้ลงทุนที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนเมื่อมี พ.ร.บ. เดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) ขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๕๑ ตรงนี้ยิ่งเป็นข้อจํากัด เป็นสิ่งซึ่งทําให้ผู้ที่จะมาลงทุน ทางด้านอากาศยานหรือศูนย์ซ่อมก็ตามหันไปพิจารณาประเทศอื่นหมด เพราะการกําหนด สัดส่วน ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ของคนไทย ของผู้ถือหุ้นไทย เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาที่ทางบีโอไอ ได้นําเสนอปัญหานี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แล้วในปี ๒๕๕๒ นั้นนะครับ ครม. เศรษฐกิจของรัฐบาล ในขณะนั้นก็มีความเห็นว่านี่คืออุปสรรค นี่คือความจําเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข และขณะนั้น ก็ได้มีการพิจารณาแล้วก็มีความเห็นชอบว่าต้องดําเนินการแก้ไขเพื่อให้ประเทศไทย มีศักยภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่เราอยากจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางอากาศนี้ ได้สามารถเดินไปถึงจุดนั้นได้ แล้วท่านสมาชิกบางท่าน ท่านพูดว่า แล้วทําไมกระทรวง คมนาคมมาเกี่ยวข้อง แทนที่จะเป็นกระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงอุตสาหกรรม ในกระทรวงอุตสาหกรรม โดยบีโอไอนะครับ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนนี้เปิดช่องไว้ มีช่องเปิดให้ครับ แต่มันมาติดที่กฎหมาย พ.ร.บ. การเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) นี้นะครับ ที่จํากัดการลงทุน ถามว่าแล้วขณะนี้มันใช้เวลาทั้งหมด ๔-๕ ปี ในการพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พยายามที่จะหาแนวทางในการที่จะให้การดําเนินการตรงนี้ให้มี การสนับสนุนการลงทุนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้มีการควบคุมเพื่อไม่ให้เลยเถิดไปอย่างที่ ท่านสมาชิกเป็นห่วง ก็อยากเรียนท่านประธานว่า รัฐบาลมีเจตนาที่จะดําเนินการตรงนี้โดย ไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ แอบแฝงทั้งสิ้น ต้องการเพื่อที่จะเห็นประเทศไทย อย่างที่พวกเรา ได้ภาคภูมิใจ แล้วก็คิดอยู่เสมอว่าเราคือศูนย์กลางทางอากาศ แต่โดยข้อเท็จจริงนี้ ต่างประเทศเขาไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นการแก้ตรงนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถดึงดูด นักลงทุนเข้ามา ถามว่าแล้วเราจะสูญเสียอะไรไปบ้าง เราจะสูญเสียสิทธิประโยชน์ที่เราจะมอบให้เขา ตลอดไปหรือไม่ใช่ครับ ในการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เราสามารถกําหนดไว้ในการตรา พระราชกฤษฎีกาทุกเรื่อง เพื่อป้องกันความกังวลของบรรดาท่านสมาชิกหรือพี่น้อง ประชาชนที่อาจจะคิดในแนวลบ แนวอนุรักษ์ว่าเราต้องปกป้องรักษาสิทธิของประเทศ ซึ่งผมก็คิด ผมเห็นด้วยครับว่าจําเป็นต้องเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพียงแต่ว่าเราเปิดโอกาสเพื่อให้ นักลงทุนได้เข้ามา แต่เราไม่ได้เปิดโอกาสตลอด ในประเทศจีนเขาเปิดโอกาสให้นักลงทุน ต่างชาติลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วขณะนี้เขาสามารถสร้างเครื่องบินเองได้ แล้วขณะเดียวกัน ก็ปรับเปลี่ยนสัดส่วนของการลงทุนปัจจุบันนี้เหลือแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมก็ อยากจะเรียนท่านสมาชิกนะครับว่ารัฐบาลตระหนักดีในเรื่องเหล่านี้ รัฐบาลอยากจะเห็น การพัฒนาศักยภาพทางด้านการผลิตอากาศยาน การซ่อมอากาศยาน เหนือสิ่งอื่นใดรัฐบาล อยากเห็นการเพิ่มพูนบุคลากรของประเทศเพื่อให้มีความรู้ความชํานาญจากการที่ต่างประเทศ เข้ามาลงทุน เพราะการลงทุนในแต่ละอุตสาหกรรมคงไม่ใช่แค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็น หมื่นล้านบาท ตลอดระยะเวลาหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติ โครงการเกี่ยวกับการบินทั้งหลายนี่ละครับ และอนุมัติไป ๒๗ โครงการ เงินลงทุนเพียงแค่ ๓,๗๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง เรายังห่างไกล เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกว่าขอได้โปรดให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่ออนาคตตามที่พวกเรา หวังว่าเราจะเป็นศูนย์การบินต่อไป ผมอาจจะไม่ได้ตอบคําถามท่านสมาชิกครบถ้วนนะครับ แต่ผมเรียนโดยรวมว่าด้วยความตั้งใจของรัฐบาลก็ต้องการให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ปลดล็อก แล้วในขณะเดียวกันบรรดาความเห็นของท่านสมาชิกทั้งหลายที่ได้อภิปรายไว้ในที่นี้นะครับ ก็จะได้นําไปประกอบเป็นข้อมูลในการพิจารณาหรือปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในขั้น กรรมาธิการต่อไป สําหรับกรณีของสนามบินจังหวัดตรัง ก็อยากจะเรียนว่าขณะนี้ก็มีการทํา จัดงบประมาณเพื่อที่จะมีการศึกษาขยับขยายสนามบินจังหวัดตรัง ก็ขอเรียนให้เป็นข้อมูล สําหรับท่านสมาชิกที่พูดถึงนี้ ขอบคุณครับ
ต่อไปจะขอมตินะครับ เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทราบวันนี้เป็นแนวการตอบ แนวใหม่หรือเปล่าครับท่านประธาน คือสมาชิกนี่ถามคําถามเฉพาะเจาะจงมากเลยครับ ท่านก็บอกว่าข้าพเจ้าไม่ตอบ ขอให้เชื่อผมเถอะว่าผมมีเจตนาดี นี่หรือครับท่านประธาน แล้วสภามันจะน่าเชื่อถือได้อย่างไรครับ จากวันนี้ไปครับ แล้วท่านก็ไม่ให้คําตอบอะไรเลย ที่ทําให้ผมมั่นใจที่จะไปลงคะแนนให้ท่าน อันนี้ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับท่านประธาน แล้วท่านประธานเป็นประธานที่ประชุมท่านก็บันทึกไว้หมดว่าคําถามสมาชิกมีอะไรบ้าง ท่านรัฐมนตรีก็ขึ้นบอกว่าข้าพเจ้าไม่ตอบ แต่ขอให้เชื่อผมเถอะ สภาเป็นอย่างนี้หรือครับ ท่านประธาน
คือจะไปบังคับท่านก็ไม่ได้ เดี๋ยวผมขอมติก็แล้วกันนะครับ ท่านสมบูรณ์ก่อน ท่านชี้แจงเรื่อง สนามบินท่านแล้วเมื่อสักครู่
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เป็นการที่จะพัฒนาการเดินอากาศครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า สนามบินจังหวัดตรังเดิมรัฐกําหนดว่าจะขยายห้องพักผู้โดยสารด้วยงบประมาณ ๘๐ ล้านบาท พร้อมทั้งยืนยันว่าจะขยายสนามบิน ทางวิ่งจาก ๒,๑๐๐ เมตร เป็น ๒,๕๐๐ เมตร แต่ผลปรากฏว่างบประมาณไม่มีในปี ๒๕๕๗ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านพ้องได้เรียนว่ามีงบศึกษาสําหรับการพัฒนาสนามบินทางวิ่งนะครับ ก็ขอให้ ท่านได้ยืนยันแล้วก็แจ้งให้พี่น้องประชาชนได้ทราบด้วยก็ขอบพระคุณมากครับ
คุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ฟัง คําตอบกระท่อนกระแท่นของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ท่านก็ยังไม่ได้ ตอบคําถามผมที่ผมได้ถามย้ําท่านหลายครั้งในมาตรา ๖ ท่านประธานครับ ที่ต้องปฏิบัติตาม พันธกรณี ตามความตกลงระหว่างประเทศ อยากให้ท่านตอบให้ชัดเจนครับว่าพันธกรณี ดังกล่าวนั้นชื่อพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศเรื่องใด ประกาศเมื่อไร แล้วต้องปฏิบัติ ตามข้อใด ประกาศที่นครรัฐใด ต้องตอบคําถามให้กับที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธานหัวเราะ ผมก็เกรงใจท่านประธาน แต่ด้วยความเคารพ และที่ผมถามท่านว่ากฎหมายฉบับนี้ที่ท่านจะ ออกให้กับคนต่างชาติท่านได้ถามฝ่ายความมั่นคงแล้วหรือยัง ถามผู้บัญชาการทหารอากาศ แล้วหรือยัง ถามผู้บัญชาการทหารบกแล้วหรือยัง และถามสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วหรือยัง ขอได้โปรดตอบคําถามนี้ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ประชาชน ทั้งประเทศให้ได้ยินพร้อมเพรียงกันด้วย ขอขอบคุณครับ
รัฐบาลจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
กรณีของ ท่านวัชระ เพชรทอง นะครับ สําหรับข้อผูกพันเป็นเอ็มโอยู (MOU) ของเออีซี ที่ลงนาม ผูกพันเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ ครับ แล้วก็สําหรับอีกคําถามหนึ่งผมจําไม่ได้แล้ว
ผมว่าเดี๋ยวค่อยตอบหลังจากลงมติก็แล้วกันนะครับ ถามกันข้างหลังก็แล้วกันนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนจะขอมติว่าจะรับหลักการหรือไม่ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนก่อนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนจะลงมติ นะครับ ท่านเข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๙๒ ท่านนะครับ
ผมจะถามมติว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ ท่านใดเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่รับหลักการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ รับหลักการ ๒๗๘ ท่าน ไม่รับหลักการ ๕๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมรับ หลักการนะครับ
ต่อไปเชิญตั้งคณะกรรมาธิการครับ ดอกเตอร์ธีรรัตน์จะตั้งกี่ท่านครับ
เรียนท่านประธานคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตตั้งกรรมาธิการจํานวน ๓๑ ท่านค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ สัดส่วน ๓๑ ท่านนะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่านนะครับ เชิญรัฐบาลเสนอคณะกรรมาธิการสัดส่วน คณะรัฐมนตรี ๕ ท่านครับ
รัฐบาลขอเสนอ สัดส่วนในส่วนของรัฐบาลดังนี้นะครับ ๑. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ๒. นายเสรี จิตต์โสภา ๓. นายกําแหง สายวิภู ๔. นายพลชัย ประจิตร์ ๕. นายชนิสร์ คล้ายสังข์
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ ในการเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ของพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน มีรายนามดังนี้ครับ นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร นางสิรินทร รามสูต นายสมคิด เชื้อคง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นายองอาจ วงษ์ประยูร นายพหล วรปัญญา นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น นางเอมอร สินธุไพร นายสมพงษ์ โสภณ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๘ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ๒. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ๓. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๔. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๕. นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ๖. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๗. นายประกอบ จิรกิติ ๘. นายอรรถพร พลบุตร ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเดินอากาศ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ดังนี้ ๑. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา คือ ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคพลังชล และพรรคชาติพัฒนา ๑ ท่าน ท่านพันธ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเดินอากาศ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๑ คน ๑. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ๒. นายเสรี จิตต์โสภา ๓. นายกําแหง สายวิภู ๔. นายพลชัย ประจิตร์ ๕. นายชนิสร์ คล้ายสังข์ ๖. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ๗. นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร ๘. นางสิรินทร รามสูต ๙. นายสมคิด เชื้อคง ๑๐. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๑. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๑๒. นายพหล วรปัญญา ๑๓. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๑๔. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๑๕. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๑๖. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๑๗. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ๑๘. นางเอมอร สินธุไพร ๑๙. นายสมพงษ์ โสภณ ๒๐. นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ๒๑. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ๒๒. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๒๓. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒๔. นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ๑๕. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๒๖. นายประกอบ จิรกิติ ๒๗. นายอรรถพร พลบุตร ๒๘. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒๙. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ๓๐. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๓๑. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา
กําหนดแปรญัตติกี่วันครับ เชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติเป็นเวลา ๗ วันตามข้อบังคับค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ๗ วันนะครับ จบการพิจารณาเรื่องนี้นะครับ เชิญท่านปรีชาพล มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น กระผมใคร่ขอเสนอญัตติ ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยอาศัยข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๔๖ (๒) ประกอบกับ ข้อ ๒๑ โดยขอเลื่อนเรื่องลําดับดังต่อไปนี้ครับ
ในเรื่องแรก ขอเลื่อนเรื่องด่วนที่ ๒๐ นั่นก็คือ ร่างพระราชบัญญัติการกลับไป ใช้สิทธิในบําเหน็จบํานาญตามพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ พ.ศ. .... ซึ่ง (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) โดยในเรื่องด่วนที่ ๒๐ นี้จะขอเลื่อนขึ้นมาพิจารณา ต่อหลังจากเสร็จสิ้นการถามกระทู้ถามทั่วไปในการประชุมวันพรุ่งนี้ครับท่านประธาน
ต่อด้วย ผมขอเสนอเลื่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ลําดับที่ ๔.๙ ร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาเสร็จแล้ว และเรื่องด่วนลําดับที่ ๑๗ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกําหนดวิทยฐานะผู้สําเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเรื่องด่วนลําดับที่ ๑๖ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ว่าด้วยการอนุวัติการตามความตกลงว่า ด้วยการอํานวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดนภายในอนุภูมิภาคลุ่มน้ําโขงตอนบน The GMS Agreement) โดยใน ๓ เรื่องที่ว่านั้นคือเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ลําดับ ๔.๙ เรื่องด่วนลําดับที่ ๑๗ เรื่องด่วนลําดับที่ ๑๖ ตามลําดับนั้น กระผมใคร่ขอเลื่อน เรื่องทั้งสามดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อนเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ลําดับที่ ๒ ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
โดยเหตุผลในการเลื่อนนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในส่วนของ เรื่องด่วนลําดับที่ ๒๐ นั้น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการร่าง พ.ร.บ. การกลับไปใช้สิทธิในบําเหน็จ บํานาญตาม พ.ร.บ. บําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ พ.ศ. .... นั้น เป็นเรื่องที่พี่น้อง ข้าราชการทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องข้าราชการครูนั้นได้ติดตาม แล้วก็มีการ พูดคุยกันมาอย่างยาวนาน แล้วเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลเอง รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายนั้นมีความเห็นที่อยากจะช่วยเหลือพี่น้องข้าราชการ ฉะนั้นในเรื่องด่วน ลําดับที่ ๒๐ นั้น จึงมีเหตุผลดังที่กล่าวไปแล้ว
ส่วนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วลําดับที่ ๔.๙ ร่างพระราชบัญญัติ บําเหน็จบํานาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการการปกครอง ส่วนท้องถิ่นพิจารณาเสร็จแล้ว และเรื่องด่วนลําดับที่ ๑๗ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. กําหนดวิทยฐานะผู้สําเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) และเรื่องด่วนลําดับ ที่ ๑๖ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ล้วนแล้วแต่เป็นร่างกฎหมายซึ่งมีความสําคัญอย่างยิ่ง แล้วก็ผ่านการพิจารณาของสภา มาแล้วนะครับ หากได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรก็จะได้สู่ขั้นตอนของการ พิจารณาลําดับต่อไปเพื่อที่จะประกาศใช้เป็นกฎหมายและเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กระผมจึงขอเลื่อนเรื่องดังกล่าวตามลําดับนะครับ นําเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิก ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านอรรถวิชช์ก่อน ท่านจุรินทร์จะพูดก่อนหรือเปล่า ท่านอรรถวิชช์ก่อนครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ มันเห็นกันจะ ๆ ท่านประธาน เพราะคุยกันเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะเปิดประชุมว่าจะเลื่อน ระเบียบวาระขึ้นมาให้มีการเลือกตั้ง ก็เรียบร้อย คุยกันจบไปครับ แล้วสุดท้ายท่านก็รับปาก ผมว่าร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ของผมจะไม่มีการเลื่อนออกไปอีก นี่เขาเรียกว่าโกหกครับ นี่คือเบี้ยวครับ โกหกครับ
คืออย่างนี้ครับ อย่าไปบอกว่าใครโกหก ไม่โกหกนะครับ เอาเหตุผลมาว่ากัน เพราะไม่มีใคร โกหก เอาเหตุผลมาว่ากันนะครับ อย่าไปต่อว่า
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ คือผมนี่ด้วยความเคารพ ไม่ได้ต่อว่าท่านประธานเจริญ ผมต่อว่าวิป (Whip) รัฐบาลครับ งานนี้ผมบอกเลยว่า ท่านไม่มีความจริงใจเลยครับ ในกฎหมายร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... เราคุยกันแล้ว แต่ก็เอาละครับท่านประธาน ถ้าในกรณีของบําเหน็จ บํานาญ ถ้าจะแซงกันแค่คิวเดียวก็ได้ครับ แต่ปัญหาคือร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... ต้องต่อครับ ไม่ใช่ท่านเลื่อนมาทั้งกระบิมาแซงไม่ได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอท่านประธานนิดเดียวครับ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. ....นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเบรก (Break) เรื่องนี้เอาไว้ เพราะให้เหตุผล ส่งไปยังวิปรัฐบาลไว้ ๓ เรื่องว่ากฎหมายร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ฉบับนี้ที่กรรมาธิการร่างกันไม่สอดรับกับการบริหาร ณ ปัจจุบัน ก็ไม่จริงครับ เหมือนกับ การบริหารปัจจุบันเลย คือผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นคนดูแล แต่ว่ากํากับใหญ่โดย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การที่คํานวณดอกเบี้ย ท่านรัฐมนตรีบอกว่าไม่เป็นไปตาม หลักสากล ผมเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าแน่จริงเอา พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... เข้ามาในสภาแห่งนี้ ผมมั่นใจว่าพวกเราที่นี่หลายคนรวมถึงพรรคเพื่อไทย ก็จะโหวต (Vote) หมด แต่ท่านรัฐมนตรีถ้าติดใจครับ ท่านต้องเป็นคนมาชี้แจงสภาว่า การคํานวณดอกเบี้ยที่ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าบริษัทบัตรเครดิต ทําไมรัฐมนตรี กิตติรัตน์ถึงคุ้มครองบริษัทบัตรเครดิตมากกว่าประโยชน์ประชาชน เขาต้องตอบสภานี้ แต่ว่า ไม่ใช่เอาวิปรัฐบาลมาเป็นกลไกในการเลื่อนกฎหมายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พูดกันในสภาสิครับ รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ก็มาบอกสิว่าเอาแค่ไหนครับ แล้วก็โหวตกัน ผมเชื่อเลยว่ามติของ กรรมาธิการ ท่าน ส.ส. ที่นี่จะเห็นคล้องกับความเห็นของกรรมาธิการแน่นอน แต่ถ้า รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์จะเบรก เพราะเห็นกับประโยชน์ของบริษัทบัตรเครดิตและแบงก์ (Bank) ก็ขึ้นมาพูดสิครับ ผมก็อยากเห็นเหมือนกันว่ารัฐมนตรีจะถูกโหวตหักครับ แต่วิปรัฐบาลไม่ควรดําเนินการแบบนี้ เพราะมันเป็นการดําเนินการที่ไม่เป็นธรรม ท่านจะ เลื่อนกฎหมายไปถึงไหนครับ ผมว่าเรื่องพวกนี้ต้องคุยกันให้ชัด และผมรอจนกระทั่งถึง ตอนเย็น เพราะผมจะบอกท่านว่าเมื่อเช้าท่านก็เบี้ยวผมมารอบหนึ่ง เจรจากันไป จบ ว่ากันไปแบบลูกผู้ชาย แต่คราวนี้มันวันเดียวกันเห็นกันจะ ๆ จะเลื่อนกัน ๒ ทีเลยหรือครับ ผมว่าวิปรัฐบาลขึ้นมาพูดเถอะครับ โดยเฉพาะคุณปรีชาพลเอาให้แน่ครับ อย่ากลับไปกลับมา คบไม่ได้นะครับแบบนี้ ผมพูดตรง ๆ
เชิญท่านปรีชาพลครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น เรียนท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ เราก็อยู่ด้วยกันในห้องประชุมสภาแห่งนี้ ตอนที่เลื่อน ก.ร. กระผมเองก็ไม่ได้บอกนะครับว่า จะไม่มีการเลื่อนร่างพระราชบัญญัติใด ๆ ขึ้นมา แล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกมีการกล่าวถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ ณ ระนอง ไปกล่าวหาว่าท่านรัฐมนตรีนั้นไปเห็นประโยชน์ของบริษัทบัตรเครดิตก็ดี ธนาคารก็ดี ซึ่งผมคิดว่านั่นเป็นการใส่ร้ายท่านรัฐมนตรีในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ๒ อาทิตย์ ที่แล้วถ้าท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี จําได้ ท่านเป็นคนที่ขอเลื่อนร่าง พ.ร.บ. การประกอบ ธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ขึ้นมาต่อจากคุ้มครองผู้บริโภคด้วยซ้ํา พวกกระผมเองนี่ละครับ เห็นถึงความจริงใจ เห็นถึงความตั้งใจของท่านสมาชิกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชน ก็ไม่ขัดข้องครับที่จะเลื่อนขึ้นมา ท่านรัฐมนตรีชลน่าน ศรีแก้ว ท่านก็บอก ครับว่าไม่ได้ขัดข้องที่จะให้เลื่อนขึ้นมาแต่ประการใด เพียงแต่ว่าโดยเงื่อนไขก็คือว่า ในขณะนั้นวิปรัฐบาลได้มีหนังสือถามไปยังกระทรวงการคลังในฐานะที่เป็นผู้รักษาการตาม กฎหมายว่าเมื่อมีการแก้ไขในโครงสร้างกฎหมาย มีการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการเป็นจํานวน มากพอสมควร ทางกระทรวงการคลังนั้นประสบพบกับปัญหาใด ๆ หรือไม่ ซึ่งผมได้นํา เรียนท่านประธานไปถึงท่านอรรถวิชช์ว่าถ้าหากว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา กระทรวงการคลังคิดว่า ไม่มีปัญหาแต่ประการใด ก็พร้อมที่จะให้เข้าสู่การพิจารณาในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตามดูเสมือนกับท่านอรรถวิชช์จะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องนะครับ เมื่อวานเมื่อตอนเช้า ท่านรัฐมนตรีชลน่านก็ได้ทั้งอ่านให้ฟัง สําเนาจากกระทรวงการคลังไปหาท่านอรรถวิชช์ ก็มีให้เห็น จริง ๆ ไม่ต้องอ่านหรอกครับ ถ้าพยายามทําความเข้าใจนะครับ ข้อความก็เขียนไว้ ชัดเจนครับว่ามันมีอะไร มันติดปัญหาตรงไหน อํานาจหน้าที่หรือในเรื่องของการกําหนด วิธีการคํานวณ ในเรื่องของดอกเบี้ย เขาก็บอกว่าเขาต้องการที่จะต้องใช้เวลาในการพิจารณา เพื่อไตร่ตรองให้เกิดความละเอียดถี่ถ้วนและรอบคอบ ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ การที่มากล่าวหาว่าวิปรัฐบาลเบี้ยวอาทิตย์ที่แล้ว แล้วก็มาบอกว่าวิปรัฐบาลรําวง เป็นการ กล่าวหาซึ่งผมเองผมว่ารับไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ก็ขอให้เพื่อนสมาชิกนั้นรักษาอาการ หน่อยนะครับ แล้วก็อย่างไรก็ตามในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ท่านก็มีสิทธิที่จะเสนอให้มี การเลื่อนระเบียบวาระ พวกกระผมเองก็มีสิทธิที่จะเสนอการเลื่อนระเบียบวาระในฐานะที่เป็น วิปรัฐบาลครับ เรื่องใดที่จะก่อให้เกิดปัญหาหรือคิดว่ายังไม่ลงตัว ไม่เรียบร้อย พวกกระผมก็มี ความเห็นครับว่ามันก็ยังไม่สมควรที่จะเข้าสู่การพิจารณา ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานก็คงจะ ทราบดีว่าพวกผมเองก็ทํางานในกรอบ แล้วก็แสดงความจริงใจกับเพื่อนสมาชิกมาโดยตลอด แล้วก็ได้รายงานความคืบหน้าไปยังท่านอรรถวิชช์ก็ดี ท่านกรรมาธิการ ท่านประธานไชยา พรหมมา ก็ดี โดยตลอดครับว่าความคืบหน้าเป็นอย่างไร หนังสือมันตอบกลับมาแล้วครับว่า เป็นอย่างนี้จะให้ผมไปทําตามใจท่าน ผมไม่ทําหรอกครับ ถ้าจะให้ทําตามใจท่าน ท่านก็ต้อง เสนอสภาให้เพื่อนสมาชิกเลื่อนให้ท่านแล้วกันครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ
ประเด็นเขาขอเลื่อนนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ครับ แปลว่าที่ด่าไปหลายสัปดาห์นี่ก็จําได้ดี จําได้แม่นอยู่ ก็รู้แล้วนี่ครับแต่ก็ยัง ผิดสัญญา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานว่าการดําเนินการในวิปรัฐบาล แบบนี้ ท่านต้องแยกอํานาจของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติให้ชัดเจน นั่นเป็นส่วนของ ฝ่ายบริหารที่เขาตัดสินใจแบบนั้น ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์มองว่ามันคิดคํานวณ ดอกเบี้ยแบบนี้ไม่ได้ ท่านอยากให้บริษัทบัตรเครดิตได้รับประโยชน์กว่าประชาชนทั่วไป แต่ว่านิติบัญญัติเรามีอํานาจที่จะตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยกับฝ่ายบริหารหรือไม่ การที่ วิปรัฐบาลเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ มันเป็นการบอกว่าเรากําลังบั่นทอนอํานาจของตัวเราเองครับ ท่านประธานครับ หลักการของบัตรเครดิต ผมย้ําอีกครั้งครับ ถ้ารูดบัตรไป ๑๐,๐๐๐ บาท จ่าย ๙,๙๙๙ บาท เหลือแค่บาทเดียว ท่านประธานรู้หรือเปล่าว่าปัจจุบันเขาคิดดอกเบี้ยจาก ๑๐,๐๐๐ บาทเต็ม ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากเงินที่เหลือคือ ๑ บาท คิดกันอยู่แบบนี้ หากิน กันอยู่แบบนี้ในประเทศไทย พี่น้องประชาชนที่เขาเดือดร้อนจากบัตรเครดิตเพราะเรื่องนี้ ละครับ การคิดคํานวณดอกเบี้ยวันนี้มันต้องชั่งแล้วครับว่าจะเอาประชาชนหรือเอาบริษัท บัตรเครดิต เพราะฉะนั้นผมก็บอกฝากไปยังเพื่อนผม น้องผม ปรีชาพล เราเป็นอํานาจ ฝ่ายนิติบัญญัติยืนให้ชัด ๆ ถ้ารองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เห็นต่างก็ให้เขามาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ แล้วบอกสิว่ากรรมาธิการที่เขาตัดสินใจมามันผิดตรงไหนครับ แล้วท่านโหวตในวาระที่สอง เรียงรายตามมาตรา ถ้าอยากเห็นด้วยกับกิตติรัตน์ก็โหวตแบบกิตติรัตน์ แต่ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้เลือกมาจากประชาชน ผมเชื่อว่าทุกคนที่นั่งในห้องกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... กับผม ทําไม ร่างออกมาเป็นแบบนี้ผมเคารพพวกพี่ทุกคนที่อยู่พรรคเพื่อไทยที่ออกมา คิดด้วยกันครับ ลองดูสิครับเอาข้อเสนอของรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์มาพูดสิ ผมรับประกันว่าไปไม่รอด กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายฉบับเดียวครับที่พวกเราเห็นกันและเป็นประโยชน์กับ ประชาชนทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ผมคิดว่าท่านประธานที่เคารพครับ พูดอีกครั้งครับ ถ้าจะเลื่อน กบข. ก็เลื่อนเรื่อง กบข. ครับ เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของ กบข. ด้วย แต่อย่าเอา เรื่องอื่นมาเลื่อนแล้วกลบร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ถ้าคําสั่งหรือ หนังสือของรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เป็นเรื่องที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องรับฟัง เรื่องนี้เป็นเรื่อง น่าเกลียดที่สุดของสภาแห่งนี้ ตัดสินใจสิครับท่านประธานเป็นประมุขของที่นี่ แล้วบอกไปยัง น้องปรีชาพลที่รักกันด้วย เราต้องรักษาเกียรติภูมิที่นี่ครับ ผมรู้ว่าท่านเป็นวิปแต่ต้องรักษา เกียรติภูมิที่นี่ด้วย ขอบพระคุณครับ
คุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตด้วยความเคารพครับ เรื่องที่เพื่อนสมาชิกมีความปรารถนาดีอย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้บัตรเครดิต แต่ว่ากระบวนการเรื่องของการตรากฎหมาย เราในฐานะที่เป็นผู้ออกกฎก็เป็นผู้เขียน กฎหมาย ฝ่ายบริหารเขามีหน้าที่เอากฎหมายไปใช้ สิ่งที่กรรมาธิการมีความปรารถนาดี ไม่ว่าท่านจะอธิบายอย่างไร สภาแห่งนี้เองนะครับก็จะเป็นผู้วินิจฉัยเอง แต่ท่านต้องยอมรับว่า ฝ่ายบริหารเขาก็ย่อมมีความเห็นเมื่อสภาแห่งนี้ไปเปลี่ยนโครงสร้างกฎหมายเขา ไปเปลี่ยน หลักเดิมที่เขาเคยเขียนไว้ก็ย่อมที่สภาแห่งนี้ต้องสอบถามว่าเขารับได้ ไม่ได้ ปฏิบัติได้ ไม่ได้ ซึ่งขณะนี้เขาก็มีหนังสือมาบอกเขาขอศึกษาในรายละเอียด เพราะมันเป็นอํานาจระหว่าง ธนาคารแห่งประเทศไทยกับตัวเขาเองที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง กระบวนการของการคิด ดอกเบี้ย ตัวเขาเองก็ต้องเข้ามารับภาระ ฝ่ายการเมืองถ้าทําดีเสมอตัวครับ ทําไม่ดีนิดเดียว กลายเป็นชั่วทันทีเลยครับ ในสภาแห่งนี้ละครับที่โดนตราหน้า เพราะฉะนั้นด้วยความ รอบคอบตรงนี้วิปเองหรือกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร คําว่า กรรมการประสานงาน สภาผู้แทนราษฎร คือประสานระหว่างเสียงข้างมากกับคณะรัฐมนตรีที่เขาต้องนํานโยบาย นํากฎหมายไปสู่การปฏิบัติ เราฟังเขาครับในประเด็นนั้น และการที่จําเป็นต้องเอากฎหมาย ฉบับอื่นขึ้นมารอไว้ก่อนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... เราก็ต้อง รอเวลากว่าเขาจะตอบมาเมื่อไร เขาเพิ่งส่งหนังสือมาเมื่อวันที่ ๑๘ ครับ ท่านบอกอย่างนั้น ไปสัปดาห์หน้ามันก็ไม่ทัน ก็ด้วยความเคารพครับ ในเรื่องเนื้อหาสาระจริงอยู่ครับว่า มันจะต้องมาพูดคุยกัน ด้วยความเห็นที่พรรคเพื่อไทยเองหลายคนก็เห็นเหมือนท่านนะครับ เราก็เลยให้ความสําคัญว่าอยากให้พูดจากันให้มันจบก่อนที่จะมาตัดสินในสภา ถ้าหากไม่ดู ด้วยความรอบคอบ ในสิ่งที่ดี ๆ ท่านคิดขึ้นมาเกิดมันไม่ได้ขึ้นมา มันก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย ที่คิดอย่างนี้เพื่อประโยชน์โดยรวมครับ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการครับ การที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รองรัฐมนตรีจะมาตอบท่าน มันเป็นการทําหน้าที่ระหว่าง กรรมาธิการกับสมาชิกที่มอบอํานาจไปให้กรรมาธิการไปทํามา เว้นแต่เขาจะขออนุญาต ท่านประธานเข้ามาชี้แจงเป็นบางเรื่อง ๆ ไป ซึ่งก็ไม่ชอบด้วยวิธีการในการตรากฎหมาย เพราะฉะนั้นต้องทําให้จบก่อนที่จะเข้ามาสู่ในกระบวนการนั้น ผมก็คิดว่านั่นน่าจะเป็นวิธีการ ที่ดีที่สุดนะครับ ไม่ได้ว่าปล่อยปละละเลย จริงอยู่ครับสมาชิกบางท่านอาจจะเห็นประเด็นนี้ เป็นเรื่องที่สําคัญ จําเป็น เพราะผมก็เห็นจําเป็นและสําคัญ แต่มาคนละมุมมองครับ ท่านจะ เอาไปใช้ประโยชน์อะไร ผมก็ไม่รู้ละ แต่ว่าประโยชน์ที่ดีที่สุดกับพี่น้องประชาชน ประโยชน์ ที่ดีที่สุดสําหรับคนส่วนรวมครับ เพราะฉะนั้นถ้าเห็นเรื่องนี้ ไม่ได้เสียหายครับ กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว สามวาระก็ส่งให้วุฒิสภาอีก ต้องส่งให้วุฒิสภาอีกครับกลับมาอีก มันไม่ได้รวดเร็วเหมือนที่ท่านคิดนะครับว่าจะเป็นประโยชน์ทันทีทันใด กระบวนการยังเหลือ ขั้นตอนอีกเยอะครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนด้วยความเคารพ เราไม่ได้มีเจตนาที่จะไปถ่วง หรือไม่เห็นชอบกับกฎหมายฉบับนี้ แต่เรายึดถือว่าหลักการประสานงาน เมื่ออีกฝ่ายหนึ่ง เขาไม่พร้อม เราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติที่จะออกกฎหมายให้เขา เขาไม่พร้อม ออกไปทําไม ครับมันก็เกิดปัญหา ถ้าจะมาหักกันในสภาแห่งนี้ เดี๋ยวก็มีข้อครหาครับ เสียงข้างมากลากไป เสียงข้างน้อยทุกข์มาก มันก็มีประเด็นกันขึ้นมาอีก ฉะนั้นกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ เห็นด้วยครับที่บอกว่าจะเลื่อน กบข. ขึ้นมาก่อน เลื่อนของการ กลับไปใช้สิทธิบําเหน็จบํานาญ ปีพ.ศ. ๒๔๙๔ ขึ้นมาก่อน ท่านฝ่ายโน้นก็ไม่ได้ขัดข้อง ท่านประธานทําตามระเบียบวาระที่ท่านเลขาวิป ปรีชาพล ได้เสนอครับ กราบขอบพระคุณครับ
เอาอย่างนี้ครับจะเดินหน้าได้ คือทางฝ่ายท่านอรรถวิชช์เองก็มีความตั้งใจและปรารถนา ที่จะคุ้มครองสิทธิประชาชนนะครับ ในซีกของส่วนรัฐบาลเองก็เป็นผู้ที่จะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายนะครับ ฉะนั้นแนวปฏิบัติต่าง ๆ เขาก็อาจจะมีปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ผมทราบมาตลอด เพราะว่าได้มีการพูดคุยกันมาทุกสัปดาห์ ถ้าหากว่าเรื่องนี้ถึงแม้ว่าจะมีการเลื่อนไป ก็ไม่สามารถที่จะพูดได้ในสัปดาห์หน้าอยู่แล้ว เพราะว่าสัปดาห์หน้าเราต้องอภิปรายญัตติ ไม่ไว้วางใจนะครับ แล้วก็อีกไม่กี่วันเราก็จะเปิดสมัยประชุมซึ่งเดือนธันวาคมอยู่แล้ว ผมว่า เอาอย่างนี้ได้ไหมครับทั้ง ๒ ฝ่าย เพื่อไม่ให้เสียน้ําใจซึ่งกันและกันนะครับ ในช่วงนี้ขอให้ แต่ละฝ่ายนําเรื่องนี้มาปรึกษาหารือกัน ผมเชื่อว่าอย่างไรก็ตามในสมัยนี้ก็ไม่สามารถพิจารณา ได้ทันอยู่แล้ว แล้วก็ในการเปิดประชุมสมัยหน้าซึ่งเป็นสมัยนิติบัญญัตินะครับก็จะเอาเรื่องนี้ ต่อจากเรื่องที่เราเลื่อนวันนี้ให้จบสิ้นนะครับ ผมคิดว่าทั้ง ๒ ฝ่ายต้องปรึกษาหารือกัน เพราะว่าทุกฝ่ายก็เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจําเป็น เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับท่านอรรถวิชช์ อย่างนั้นมันเดินไม่ได้เพราะว่าเราจะโต้กันไปประเด็นอื่นก็ไม่ได้เพราะฝั่งนี้เขาขอเลื่อนมา โดยใช้กฎหมายลําดับที่ ๒๐ จะไปพิจารณาวันพรุ่งนี้ แล้วก็อีก ๓ ฉบับก็ไปพิจารณาก่อน ในเรื่องของบัตรเครดิต พอเราพิจารณาอันนี้เสร็จต่อไปก็เป็นบัตรเครดิตต่อ ผมคิดว่าถึงเรา เลื่อนวันนี้ใน ๓ ฉบับนี้มันก็ไม่ได้พิจารณาในสัปดาห์หน้าอยู่แล้ว ผมว่ามันจะเดินหน้าได้ ถ้าเราโต้กัน ประเด็นอื่นจะไม่มีเวลานะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครพรรคประชาธิปัตย์ เวลาเป็นฝ่ายค้านนี่ลําบากจริง ๆ ครับ ลําบากจริง ๆ ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ประการแรกเรื่องของ กบข. ถ้าจะเลื่อนมาคุยกันในวันพรุ่งนี้ผมคิดว่าก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ได้ติดใจ อะไรนะครับ แต่ว่าในกรณีของอีก ๓ ฉบับที่จะเลื่อนมาแซงร่างพระราชบัญญัติการประกอบ ธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ผมคิดว่าอันนี้ไม่เป็นไปตามที่เราเคยคุยกันเอาไว้ ผมขอเถอะครับ ท่านประธานฟังผมให้จบนะครับ ผมคิดว่าข้าราชการกระทรวงการคลังเขารู้ดีอยู่แล้ว รวมถึง ท่านรัฐมนตรีก็รู้ดีอยู่แล้ว เพราะเวลาในการประชุมของกรรมาธิการ เราได้มีหนังสือเชิญ ตลอดครับ ทั้งกระทรวงการคลังและแบงก์ชาติรู้หมดครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าที่ท่านรัฐมนตรี ท่านทําหนังสือมานั่นละ คือท่านไม่เห็นด้วยกับการคิดคํานวณดอกเบี้ยที่มุ่งคุ้มครอง ประชาชนเป็นหลัก เขากลัวบริษัทเจ๊งว่าอย่างนั้นเถอะ คอนเซ็ปต์ (Concept) นี้มันยังอยู่ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้มันจะถูกเลื่อนอยู่เรื่อยไป เพราะฉะนั้นผมถึงบอกท่านประธานว่า ถ้ามันเป็นอย่างนั้น เราเปิดให้มีการเข้าพิจารณากฎหมายฉบับนี้ โดยร่าง พ.ร.บ. การประกอบ ธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... นี้นะครับ แล้วพอถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องท่านรัฐมนตรีก็มาตอบในสภา แล้วก็โหวตเอาว่าเขาจะเอาอย่างไร แล้วผมเติมอีกนิดหนึ่งว่ากฎหมายฉบับนี้มีผล ๑๘๐ วัน หลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา มีเวลาเตรียมตัวอีก ๑๘๐ วัน หลังจากกฎหมายนี้ มีผลครับ คิดกันแล้วรอบคอบหลายด้านแล้ว และถ้ามันเป็นอย่างนั้นผมถึงบอกท่านประธานว่า ถ้าสามารถจะเข้าไปสู่ระเบียบวาระแล้ว รัฐมนตรีจะเอาอย่างไรก็บอกมาครับแต่ต้องแถลงต่อ สภา ไม่ใช่ตกลงไปทําเอกสารให้วิป แล้วคุยกับวิปได้แค่นั้นเพื่อจะชะลอกฎหมาย อย่างนี้ กลไกของนิติบัญญัติมันเดินไม่ได้นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็เรียนแบบนี้ละครับว่า ถ้า กบข. จะเอา วันพรุ่งนี้ก็ว่ากันไปเรื่องของ กบข. ครับ แต่อีก ๓ ฉบับแล้วจะเลื่อนมาแซง ผมไม่เห็นด้วยครับ เลยจะขอเจรจาว่าเป็นไปได้ไหมครับ
เดี๋ยวนะครับ เป็นไปได้ไหมครับ ถ้าไม่ได้ ผมก็ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ต้องขอมตินะครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นรัฐบาลก็ลําบากเหมือนกันครับท่านประธาน คือผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในส่วน กบข. ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ฝ่ายก็ไม่ได้ขัดข้องใด ๆ ที่จะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาต่อ หลังจากกระทู้ถามทั่วไปในวันพรุ่งนี้ แต่ในเรื่องของการเตรียมระเบียบวาระที่จะเข้าสู่ การพิจารณา ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าเรารู้กําหนดแน่นอนว่าทางกระทรวงการคลังนั้นจะ เสร็จสิ้นการพิจารณาตอนไหนนั้นก็คงจะสามารถกระทําได้ตามที่ท่านอรรถวิชช์ได้ร้องขอมา แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าจะพิจารณาเสร็จตอนไหนนะครับ เพราะว่าท่านขอเวลามา ฉะนั้นในการเตรียมระเบียบวาระมันก็ต้องมีครับท่านประธาน ถึงแม้ว่าจะไม่พิจารณา ในสัปดาห์หน้าก็ต้องเตรียมไว้ ฉะนั้นเลื่อนทั้ง ๓ ฉบับขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ได้ใช้เวลานานอะไรเลย ถ้าหากจะมีการพิจารณา ฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพครับ ยืนครับ ท่านประธานครับ
ก็เอาอย่างนี้ ผมขอความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่าย ถ้าเราเลื่อนทั้งลําดับที่ ๔.๙ แล้วก็เรื่องด่วน ลําดับที่ ๑๗ และเรื่องด่วนลําดับที่ ๑๖ แล้วก็ในการประชุมครั้งต่อไปเรื่องของบัตรเครดิต ก็น่าจะเข้านะครับ ถ้าจะไม่มีขัดข้องอะไรนะครับ แล้วก็ในช่วงนี้ขอให้ทางวิปฝ่ายรัฐบาล แล้วก็ท่านอรรถวิชช์ และกระทรวงการคลังลองทบทวนแล้วก็เร่งด่วนหน่อยนะครับ ถ้าไม่มี ความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ เชิญครับ คือประเด็นเขาขอเลื่อนนะครับ ท่านสุกิจเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ก่อนครับ
เดี๋ยวประท้วงก่อนครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานครับ เรื่องการเลื่อนหรือไม่เลื่อน วิปต้องคุยกัน วิปฝ่ายรัฐบาลจะต้องกลับไปคุยกัน เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ทางเลขานุการวิปก็พูดแล้ว ท่านประธานจะมาตัดสินตรงนี้ไม่ได้ครับ ถ้ามีความเห็นต่าง ก็ต้องโหวตครับท่านประธาน มันไม่ได้ครับ เพราะว่าเป็นเรื่องสําคัญ เกิดว่าท่านประธาน ตัดสินใจเอามาต่อคิว เกิดมีปัญหาว่าเขาไม่พร้อมที่จะเอาเข้าสู่สภา มันก็ไม่ได้ครับ ท่านประธาน ดังนั้นขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยนะครับ
คืออย่างนี้ครับ เรื่องนี้เข้าสู่สภาแล้วนะครับ แล้วก็วาระต่อไปก็เป็นเรื่องนี้ละครับ เพียงแต่ ทางผู้ขอเลื่อนขอเอาเรื่องอื่นขึ้นมาก่อนนะครับ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ลําดับที่ ๔.๙ แล้วเรื่องด่วนลําดับที่ ๑๗ และลําดับที่ ๑๖ มาก่อน อันนี้ท่านขอเปลี่ยน ระเบียบวาระขึ้นมา เพียงแต่ผมก็พยายามที่จะบอกว่าถ้าเปลี่ยนวาระขึ้นมาทั้ง ๓ เรื่องนี้ก็ ถ้าหาก ๒ ฝ่ายคุยกันเข้าใจ น่าจะเอาเรื่องนี้มาต่อจากเรื่องลําดับที่ ๑๖ เป็นเรื่องด่วน ก็เท่านั้นเองผมก็เข้าใจว่าทั้ง ๒ ฝ่ายก็น่าจะไปกันได้ในประเด็นนี้ก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าที่ประชุม ไม่ตกลงผมก็ต้องขอมติอยู่แล้วนะครับ เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้ว พ.ร.บ. ข้อมูลบัตรเครดิตไม่ใช่รอเฉพาะสมัยนี้ครับ ท่านประธาน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ครับท่านประธาน แล้วก็สภาก็หมดชุดไป หมดชุดไป หมดชุดไป แล้ววันนี้ท่านประธานบอกว่าให้รอไปอีกหลังจาก ๓ ฉบับนี้ ท่านประธานอาทิตย์หน้าก็ปิด สมัยประชุมแล้วครับ แล้วให้รอไปอีก ท่านประธานนึกถึงหัวอกคนจ่ายดอกเบี้ยบ้างสิครับ คนจ่ายดอกเบี้ยมันหน้ามืดนะครับท่านประธาน แล้ววันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้ากลัวบริษัทเจ๊งทําไมไม่ถามครับ คิดใหม่ครับว่า ทําไมไม่กลัวคนจ่ายบัตรเครดิต ประชาชน เจ๊งบ้าง เรามาจากประชาชนนะครับท่านประธาน คนใช้บัตรเครดิตนี่ ๑๗ ล้านใบทั้งประเทศ นะครับท่านประธาน ๑๗ ล้านใบ ผมเชื่อว่าตรงนี้ละครับจะเป็นเหตุผล ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าควรจะต้องให้แค่ กบข. เลื่อนไปนั้น แล้วหลังจากนั้นขอให้เป็น พ.ร.บ. ข้อมูล บัตรเครดิต แล้ววันนั้นถ้าเผื่อรัฐบาลไม่พร้อมก็มาแถลงว่าไม่พร้อม แต่อย่าขอเลื่อนไปก่อน เห็นใจเถอะครับ
ได้ครับ
มัน ๑๐ กว่าปีนะครับ มันไม่ใช่แค่สมัยเดียว นะครับ คน ๑๗ ล้านบัญชีนะครับท่านประธาน
มีผู้ประท้วงผมแล้วครับ เชิญประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้อภิปราย ท่านบอกว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ แล้วอีก ๒ ปีที่ท่านเป็นรัฐบาล ทําไมท่านไม่นําร่าง พ.ร.บ. นี้ขึ้นมาพิจารณา
ท่านจะประท้วงว่าใครฝ่าฝืนอะไร อย่าไปประท้วงข้อเท็จจริง ประธานไม่รับวินิจฉัยนะครับ
ผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปราย ตามข้อ ๖๑ ให้ร้ายนะครับ ให้ร้าย เสียดสีนะครับท่านประธาน เพราะตอนท่านเป็นรัฐบาล ทําไมท่านไม่แก้
นั่งลงครับ พอประท้วงแล้วก็อย่าไปนะครับ ท่านอภิปรายอยู่ในประเด็นอยู่นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าต้องบันทึกไว้นะครับ ไม่อย่างนั้น ผมเสียหาย ปี ๒๕๔๖ ที่บอกว่ามันช้า ช้าเพราะว่ากระทรวงการคลังเองเป็นผู้ขอเลื่อน ว่ายังไม่ ตกผลึก วันนี้ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งกระทรวงการคลังตกผลึกแล้ว เห็นชอบแล้ว มาวันนี้ผมไม่ทราบว่าบริษัทบัตรเครดิตบริษัทไหนที่ยื่นเข้ามาขวางไม่ให้เราพิจารณาอันนี้ บริษัทเดียวไม่ต้องไปกลัวเจ๊งหรอกครับ กลัวประชาชน ๑๗ ล้านคนเจ๊งเถอะครับ ดอกเบี้ย มันบานครับท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้เลื่อนขึ้นมาแซง ยกเว้น กบข. ครับ ผมขอเห็นใจคน ๑๗ ล้านคนเถอะครับที่จ่ายดอกเบี้ยทุกวันครับท่านประธานครับ
อย่างนั้นผมขอมติแล้วกันนะครับ ประธานจะถามมตินะครับ เดี๋ยวนะครับ ผมทวนมติก่อน นะครับ ผมทวนมตินิดหนึ่งก่อน เดี๋ยวจะให้พูดนะครับ ให้ผมทวนมติก่อนนะครับว่าจะเห็น ด้วยกับการเลื่อนขึ้นมาหรือไม่นะครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า ไม่ใช่พวกผมไม่เห็นด้วยกับในการที่จะเลื่อนร่างพระราชบัญญัติการกลับไปใช้สิทธิในบําเหน็จ บํานาญตามพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ พ.ศ. .... ซึ่งจะเปิดโอกาส ให้ข้าราชการที่เข้าบรรจุก่อน ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นสมาชิก กบข. อยู่ในปัจจุบันสามารถ เลือกเป็นสมาชิก กบข. ต่อไปหรือว่าเลือกไปรับบําเหน็จบํานาญตามระบบเดิมได้ พวกกระผมไม่ได้ขัดข้องเรื่องนี้แล้วก็ยินดีสนับสนุน อันนี้ขออนุญาตที่จะกราบเรียนให้เกิด ความเข้าใจ แต่ประเด็นปัญหาที่ถกเถียงก็คือว่าพวกเราไม่เข้าใจว่ากรณีร่างพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ที่ได้มีการเลื่อนกันขึ้นมาแล้ว แล้วก็กําลังจะได้รับ การพิจารณาไปมีปัญหาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ว่านั้น เหตุผลที่แท้จริงมันคือ อย่างไรจะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ซักถามบ้างได้หรือไม่ ผมก็เลยขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าเป็นไปได้ไหมครับที่จะขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มาชี้แจง ตอบข้อซักถามประเด็นข้อขัดข้องต่อสภาในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันว่าสาเหตุ ที่แท้จริงเกิดจากอะไร ซึ่งท่านประธานสามารถดําเนินการได้อยู่แล้ว และไม่ได้ขัดต่อระเบียบ วาระการประชุมแต่อย่างไรทั้งสิ้น สามารถทําได้ไหมครับถ้าเป็นอย่างนี้ ผมคิดว่าทุกอย่าง ก็จะไปได้ด้วยความราบรื่น ขอคําตอบจากท่านประธานครับ
ท่านจุรินทร์ครับ เมื่อเช้านี้ทางคุณหมอชลน่านได้ชี้แจงแล้วประเด็นนี้ ว่าประเด็นที่ยังไม่มี ความพร้อมเพราะอะไร ท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้ว เมื่อเช้าก็มีการหารือกันประเด็นนี้ขึ้นมาว่า จะขอการพิจารณาโดยท่านอรรถวิชช์ ได้พูดกันมาแล้วนะครับ เชิญครับ
ประเด็นก็คือคุณหมอชลน่าน ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ท่านไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ เราต้องการ ทราบคําตอบจากเจ้าตัวซึ่งจะเป็นผู้ดูแลกฎหมายฉบับนี้โดยตรงว่าเหตุผลที่แท้จริงมันคืออะไร ผมคิดว่าถ้าทุกอย่างตรงไปตรงมา พวกเราก็สามารถที่จะรับทราบเหตุผลได้ ท่านประธาน กรุณาประสานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้มาชี้แจงกับพวกเราครับ แล้วพวกเราจะ ได้สอบถาม และเมื่อเข้าใจเหตุผลตรงกันแล้วก็จะเป็นที่เข้าใจกันได้ ส่วนการที่จะเลื่อน พระราชบัญญัติ กบข. ที่ว่านี้ พวกกระผมไม่ขัดข้อง ยินดีและเห็นใจข้าราชการทุกท่านที่รอ กฎหมายฉบับนี้อยู่ครับ แม้แต่ร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเขาก็รอที่จะได้รับระบบบําเหน็จบํานาญเช่นข้าราชการทั่วไป ซึ่งเขา รอมานานแล้ว พวกกระผมก็ไม่ขัดข้องเลยครับ และยินดีสนับสนุนทุกประการ อันนี้ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานด้วยความสัตย์จริงนะครับ เพียงแต่ขอให้รัฐมนตรี กระทรวงการคลังได้มาชี้แจงกับพวกผมถึงเหตุผลเรื่องร่าง พ.ร.บ การประกอบธุรกิจบั ตรเครดิต พ.ศ. .... วันพรุ่งนี้ครับ ขอขอบคุณครับ
ครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมเข้าใจว่า ตอนเช้าเราคุยกันหารือกัน ตอบโต้กันค่อนข้างจะตกผลึกแล้ว และในขณะนี้ที่สภากําลัง คุยกันว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ไม่ใช่คุยถึงประเด็นที่จะเชิญรัฐมนตรีมา ผมคงไม่ต้องไปรื้อ นะครับว่าปัญหากับอุปสรรคของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีไหม เพราะว่าตัวกระทรวงเอง โดยรัฐมนตรีก็มีหนังสือไปถึงทั้งท่านอรรถวิชช์ แล้วก็สภาแห่งนี้ ฉะนั้นผมคิดว่าประเด็น มันอยู่ที่ว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ไม่ใช่เชิญรัฐมนตรีมาครับ ถ้าเชิญรัฐมนตรีมาน่าจะเป็น กระทู้ถามสดหรือกระทู้ถามทั่วไป ผมอยากให้ท่านประธานได้วินิจฉัย ขอบพระคุณครับ
คืออย่างนี้ ประเด็นอยู่ที่ว่าท่านขอเลื่อนมา ทางฝ่ายค้านเองท่านก็อยากจะฟังเหตุผลนะครับ แล้วก็มาถามประธานว่าจะเชิญมาได้ไหม แต่ถ้าที่ประชุมยังติดใจในประเด็นนี้อยู่ ผมก็ต้อง ถามมติต่อไปนั่นละครับ จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ละครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่เคยมีจดหมาย มาชี้แจงกับผมครับ จดหมายนั้นที่มา มาไปยังคณะวิปรัฐบาล เขาขอยับยั้งไว้ก่อน ชะลอ ไว้ก่อน ไปที่วิปรัฐบาล เพียงแต่ว่าได้มีการประสานงาน เพราะผมบอกตรง ๆ ว่าเรื่องนี้ได้มี การคุยกับวิปรัฐบาลมาด้วยแล้ว เพียงแต่ว่าจุดที่ผมต้องมาพูดในสภา อยากให้เข้าใจว่า กฎหมายฉบับนี้ผมเชื่อว่าถ้าเอาเข้ามาคุยกันในนี้ ผมว่าทางพวกเราโหวตให้หมดละครับ เพียงแต่ว่ามันจะแท้งก่อน คือมันไม่ได้มีโอกาสเข้ามา เพียงแค่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเห็นแบบนั้น ซึ่งผมเรียนกับท่านประธาน และผมก็บอกว่าหลายคนที่เป็น กรรมาธิการคณะนี้ ไม่ว่าพรรคไหนละครับ ผมเข้าใจท่านเกรงใจวิปรัฐบาล แต่ทุกคนสามารถ ขึ้นมายืนยันได้เลยครับว่ากระทรวงการคลัง กฤษฎีกา แบงก์ชาติ ผู้ประกอบการบัตรเครดิต รวมไปถึงชมรมผู้ที่ถือบัตรด้วย เขาเห็นสอดคล้องหมด ประเด็นมันก็มีอยู่ว่าถ้ารองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์คนเดียวจะเบรกเรื่องนี้ ผมจะต้องขึ้นมาพูดอย่างไรครับ แล้วผมเองไม่อยากจะพูด พาดพิงใครทั้งนั้น เพราะผมรู้ว่า ส.ส. ที่นี่หลายคนก็มีความประสงค์ดีจะให้กฎหมายมันออก แต่ว่าเราต้องก้าวข้ามหรือเปล่าครับ เพราะมันเป็นกฎหมายและเป็นอํานาจของนิติบัญญัติ ไม่ใช่อํานาจของบริหาร เราต้องก้าวข้ามหรือเปล่าครับ นี่คือสิ่งที่ผมถามหา ท่านประธาน แล้วก็เรียนท่านประธานว่าไม่เคยมีหนังสือมาถึงกระผมครับ ขอบพระคุณครับ
อย่างนั้นผมขอมติแล้วกันนะครับ เมื่อท่านยืนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ก่อนจะขอมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านช่วยกรุณาแสดงตนก่อนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เดี๋ยวนะครับ ส่งผลก่อนนะครับ เดี๋ยวส่งผลแล้วจะให้ท่านจุรินทร์ครับ ใจเย็น ๆ ครับ ๒๘๑ คน
ท่านจุรินทร์เชิญครับ
ท่านประธานท่านโหวตอะไรครับ
ก็เขาขอเสนอญัตติขอเปลี่ยนระเบียบวาระขึ้นมานะครับ แล้วก็ผมก็ฟังแล้ว
แล้วทีนี้มีผู้ใดเสนอญัตติ ที่ตรงกันข้ามครับ พวกกระผมไม่ได้เสนอญัตติที่ตรงกันข้ามเลยนะครับ ณ ในนาทีนี้ ผมเพียงแต่ขอความกรุณาท่านประธาน ผมบอกแล้วว่าผมเห็นด้วย ผมไม่ขัดข้องที่จะหยิบยก ร่างพระราชบัญญัติ กบข. ขึ้นมาพิจารณา แม้แต่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือแม้แต่วิทยฐานะ ข้าราชการทหารที่เขาได้รับการศึกษาจบมาจะได้จบปริญญาเอก พวกผมไม่ขัดข้องเลยครับ ร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พรรคประชาธิปัตย์ที่ผมสังกัด นับหนึ่งเสนอมา ตั้งหลายปีแล้ว และยินดีสนับสนุน แต่ประเด็นปัญหาก็คือว่าร่างพระราชบัญญัติการประกอบ ธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ. .... ที่มาจ่ออยู่ ถ้าท่านจะเลื่อนขึ้นมาทับ ผมขอความกรุณาขอทราบ เหตุผลจากเจ้าตัว คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประสานมาได้ไหมครับ พรุ่งนี้มา ชี้แจงกับพวกผมหน่อย มาสภาหน่อยครับ ถ้าท่านมาไม่ได้ก็บอกว่ามาไม่ได้ จะได้ชัดเจนไปว่า ท่านไม่ประสงค์จะมาหรือท่านติดอะไร พวกผมควรจะมีคําตอบในฐานะผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้แปลว่าผมขัดข้องที่จะเลื่อนกฎหมาย ๔ ฉบับ ที่เป็นประเด็นที่พวกผมก็สนับสนุนอยู่ ขึ้นมา อันนี้ต้องชัดเจนนะครับท่านประธานครับ
เชิญท่านประธานวิปรัฐบาล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียน ต่อท่านประธานว่าก่อนหน้าที่จะมีการเปิดประชุมนะครับผมได้คุยกับท่านอรรถวิชช์และ ท่านประธานไชยาที่ห้องประชุมนี้ถึงเรื่องที่จะเลื่อนขึ้นมาพิจารณา ผมก็ได้ตอบท่านอรรถวิชช์ ว่าในขณะนี้ท่านรัฐมนตรีได้มีหนังสือมาถึงผม ซึ่งผมได้ทําหนังสือไปถึงท่านเมื่อวันที่ ๑๘ และท่านก็ตอบมาวันที่ ๑๘ ด้วยความเร่งด่วนนะครับ วันนี้ผมก็ได้คุยให้ท่านอรรถวิชช์ ได้รับทราบว่ามีเหตุผลและความจําเป็นของท่านรัฐมนตรีที่จะต้องศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ผมก็ได้ทําความเข้าใจกับท่านอรรถวิชช์นะครับ ท่านอรรถวิชช์ก็ยังที่อยากจะเอาเข้าสภาอยู่ นะครับ ผมก็ขอร้องว่าในโอกาสหน้าที่ให้รัฐมนตรีได้มาชี้แจงเรียบร้อยแล้ว ผมก็ยินดีที่จะนํา เรื่องดังกล่าวนี้เข้ามาพิจารณานะครับ โดยเฉพาะเรื่องร่าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต พ.ศ. .... ซึ่งพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้แทนในสภาผู้แทนราษฎรก็มีความ ต้องการที่จะนําบัตรเครดิตตรงนี้มาใช้เช่นกัน เราไม่ได้ขัดข้องอะไรเลย เพียงแต่ว่าขอให้ผม ได้ประสานกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก่อน แล้วจะนํามาพิจารณาให้ภายหลัง นี่คือคํายืนยันของผมครับท่านประธาน
เอาอย่างนี้นะครับ เมื่อฝ่ายค้านเองก็ไม่ขัดข้องในการเลื่อนระเบียบวาระทั้ง ๔ ฉบับขึ้นมา นะครับ แต่ขอว่าอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เอาอย่างนี้นะครับผมว่า ทั้ง ๔ ฉบับนี้ก็ถ้าไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ก็ขอให้เลื่อนขึ้นมา แล้วก็เดี๋ยววันนี้ ผมจะทําหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในวันพรุ่งนี้นะครับให้มาชี้แจง ก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระ ถ้าไม่มาก็ไม่เป็นไร ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่จะทําหนังสือให้วันนี้ นะครับ เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมให้เลื่อนทั้ง ๔ ฉบับนี้ขึ้นมานะครับ ผมว่า วันนี้ประชุมพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ
เลิกการประชุมเวลา ๑๙.๒๘ นาฬิกา