สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการตรากฎหมายเกี่ยวกับบัตรเครดิต โดยขอให้เลื่อนระยะเวลาการพิจารณาเพื่อให้หน่วยงานปฏิบัติได้ศึกษาและเตรียมการอย่างรอบคอบ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานในฐานะวิปรัฐบาลที่ได้ติดตามดูแลเรื่องนี้ ที่ได้รับมอบหมายจากท่านประธานวิป ท่านอํานวย คลังผา ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ในฐานะที่ผมได้รับมอบหมายให้มาทําหน้าที่ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง และสถาบันการเงิน ของสภาผู้แทนราษฎร ของเราด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ตั้งแต่มีการเสนอเลื่อนขึ้นมานี้ทางวิปไม่ได้ นิ่งนอนใจ ได้เข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองของกฎหมายเพื่อดูความพร้อม ความเป็นไปได้ ในการที่จะพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเกิดมีความเห็นต่างก็มีหน้าที่ที่จะต้องนําเสนอ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะเป็นผู้เสนอกฎหมาย เพื่อขอความเห็นว่าเขามีความเห็น อย่างไร จริงอยู่นะครับ ในสิ่งที่ท่านกรรมาธิการ ต้องขออนุญาตเรียกกรรมาธิการนะครับ เพราะท่านอรรถวิชช์เป็นกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน สิ่งที่วิป ทําไปคณะรัฐมนตรีก็ได้นําเข้าสู่การพิจารณา เพราะเราทําถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ คณะรัฐมนตรีก็นําสู่การพิจารณาเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม แล้วก็มีมติว่าให้กระทรวงการคลัง รับไปพิจารณา แล้วให้ความเห็นต่อข้อสอบถามของทางวิปรัฐบาล หรือกรรมการประสานงาน สภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล เราเองก็ตามมาตลอดนะครับ ในขณะที่ท่านอรรถวิชช์ ก็ตามมาตลอดเหมือนกันว่าเมื่อไรจะเข้าสู่การพิจารณา ก็เป็นที่ประจักษ์ชัด สิ่งที่เป็น ข้อยืนยันก็เป็นหนังสือจากกระทรวงการคลัง ไม่ใช่ในนามท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง นะครับ ในนามกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแล ด้านเศรษฐกิจท่านตอบมา ในหนังสือที่ตอบมานี้กระผมจะขอใช้เวลาอ่านให้ท่านประธานฟัง นะครับ เพราะว่าท่านสมาชิกได้นําเสนอดูเหมือนจะคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ในหนังสือนี้ ไม่ได้บอกว่าไม่เห็นชอบนะครับ ไม่ได้บอกไม่เห็นชอบ แต่ในหนังสือได้บอกว่าขออนุญาต พิจารณาในรายละเอียด ท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่านนะครับ กระทรวงการคลัง ขอเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว คณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไขในประเด็น ที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยในการกํากับดูแล ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ซึ่งกําหนดแตกต่างไปจากการกํากับดูแลในปัจจุบัน ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงต้องดําเนินการศึกษาถึงแนวทางในการปฏิบัติของการออกหลักเกณฑ์ การตรวจสอบและการสั่งการ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตแก้ไขฐาน ฐานะและการ ดําเนินงาน และเพื่อให้การดําเนินงานระหว่าง ๒ หน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกัน กฎหมายการกํากับดูแลอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีประเด็นในเรื่องของ การกําหนดวิธีการในการคํานวณดอกเบี้ย ซึ่งแตกต่างไปจากการปฏิบัติสากลของผู้ประกอบ ธุรกิจในบัตรเครดิตทั่วโลก จึงจําเป็นต้องมีการพิจารณาเพิ่มเติมถึงความเป็นไปได้ในทางการปฏิบัติและผลกระทบที่มีต่อ ประชาชนและภาคธุรกิจของประเทศไทยโดยรวม ก็เลยขอเวลาที่จะศึกษา พูดง่าย ๆ ท่านรัฐมนตรี ก็ขอว่าให้สภาเลื่อนให้เวลาไปก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะเอาออกจากระเบียบวาระ ไม่ได้ หมายความว่าจะไม่เห็นชอบ ผลการศึกษาด้านโน้นเป็นอย่างไรเขาก็ตอบมา ด้วยความเคารพ ผมเองก็นําเรียนท่านประธานไปหลายครั้งในเรื่องนี้ว่า กระบวนการของการตรากฎหมายนี้ กรรมาธิการอาจจะมีความเห็นที่ดี ๆ แต่ถ้าความเห็นนั้นมันขัดกับผู้เสนอกฎหมายมามันก็ เป็นเรื่องจําเป็นครับที่เขาต้องศึกษา เพราะเขาเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย เป็นผู้นํา กฎหมายไปใช้ เราเป็นผู้ออกกติกา เขานํากฎหมายไปใช้ ศาลตีความ ก็ยอมรับครับบางครั้ง ศาลก็ตีความไปเป็นไปตามอํานาจศาล เพราะฉะนั้นการที่เราเลื่อนไป ไม่ได้หมายความว่า วิปเรามิประสงค์ให้นําเรื่องนี้มาพิจารณาครับ แต่ว่าหน่วยงานผู้ปฏิบัติเขาขอระยะเวลา สักระยะหนึ่งเพื่อความรอบคอบในการที่จะนําเรื่องนี้เป็นพระราชบัญญัติออกมาบังคับใช้ ซึ่งเป็นผลกระทบกับคนทั่วไป ไม่ได้ขัดกับท่านอรรถวิชช์นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่บอกว่า เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องใหม่ ผมก็เห็นด้วยครับ ก็ศึกษารายละเอียดพอสมควร แต่เมื่อฝ่ายปฏิบัติ เขาขอระยะเวลามาก็เป็นหน้าที่ของกรรมการประสานงาน ต้องกราบเรียนท่านประธาน บอกกับสภานี้ว่าขอเลื่อนระยะเวลาออกไปก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะตัดสิทธิออกไปครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพในข้อมูลข้อเท็จจริงครับ