เกียรติ สิทธีอมร หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจอากาศยาน และร่าง พ.ร.บ. การเดินอากาศ พร้อมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุผลในการแก้ไข พร้อมด้วยการหารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประเด็นความไม่ชัดเจนในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ขอแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. การเดินอากาศ ผมจะมีทั้งข้อซักถาม ข้อสังเกต แล้วก็ จะต้องแสดงความคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ
ประการแรก ท่านอ้างว่าเหตุผลทั้งหมดที่จะต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ หลัก ๆ ก็คือว่าอยากจะมีคนมาลงทุนแต่เขาไม่มา แล้วเขาไม่มาเพราะเหตุผลเดียวเลยครับ ก็คือสัดส่วนหุ้นกับอํานาจในการบริหารจัดการเป็นปัญหา เพราะเป็นข้อกําหนดว่าต้องเป็น นิติบุคคลที่เป็นสัญชาติไทย ต่างชาติถือหุ้นเกิน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เหตุผลท่านแค่นี้ครับ แต่ท่านไม่ได้บอกเลยว่าที่เขาไม่มาเพราะอะไร จริง ๆ แล้วการที่เขาไม่มามันอาจจะมีเหตุผล เยอะแยะเลยนะครับ เช่นอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อุตสาหกรรมต่อเนื่องของธุรกิจการบิน เป็นอย่างไร การอากาศยานเป็นอย่างไร ความพร้อมของแรงงานทักษะฝีมือแรงงานในด้านนี้ มีไหม ความเชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญเรามีในประเทศหรือไม่ ไม่มีเลยนะครับ ท่านไม่ได้พูดถึง แล้วท่านก็ให้เหตุผลจริง ๆ ในเหตุผลที่ท่านให้ไว้ จริง ๆ มี ๒ ข้อ ๑. ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ต้องการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ด้านการผลิตอากาศยานและส่วนประกอบสําคัญของอากาศยาน และการประกอบกิจการหน่วยซ่อมประเภท ๑ นะครับ
ประการที่ ๒ ท่านเขียนไว้ ปฏิบัติตามพันธกรณีความตกลงระหว่างประเทศ ผมถามท่านครับฉบับไหนครับ ผมไม่เคยทราบว่าประเทศไทยมีข้อตกลงระหว่างประเทศ ว่าจะต้องเปิดให้มีการถือหุ้นเกินมากกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์โดยต่างชาติ มีฉบับไหนครับ ในระบบของโลก ณ วันนี้ยังไม่มีข้อตกลงในเรื่องการลงทุนที่เป็นทั้งพหุภาคี ทวิภาคีที่เรา ลงนามไปทั้งหมดจนถึงวันนี้เท่าที่ผมรับทราบครับ ก็ยังไม่มีประเทศใดที่เราลงนาม ความตกลงเขตการค้าเสรีที่ผนวกเรื่องลงทุนไป ที่มีเรื่องการเดินอากาศ ไม่มีนะครับ ตรงนี้ ผมก็ไม่ทราบ คือท่านเขียนไว้เฉย ๆ แต่ท่านไม่ได้ให้รายละเอียดเป็นเอกสารมาเลยครับ ผมก็ไม่ทราบว่าอันนี้เป็นเรื่องอะไร ขอคําตอบด้วยนะครับ ทีนี้ท่านบอกว่าท่านแก้เฉพาะส่วน ของประเภทที่ ๑ หน่วยซ่อมประเภทที่ ๑ แต่จริง ๆ แล้วถ้าไปดูในเนื้อหาที่ท่านแก้ใน มาตรา ทั้งมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มันรวมประเภท ๒ ไปด้วยนะครับ จริง ๆ แล้ว ท่านประธานผมรู้สึกงงนิดหนึ่งว่าที่ท่านแก้นี่ทําไมท่านถึงแก้ เพราะว่าแต่เดิมกฎหมายฉบับเดิม ให้อํานาจไว้อยู่แล้วนะครับ ว่าท่านต้องการปรับในส่วนของโครงสร้างผู้ถือหุ้นยกเว้นได้ ปรับในเรื่องของกรรมการยกเว้นได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านอาจจะติดก็คือว่าใบอนุญาต จริง ๆ ตาม พ.ร.บ. เดิม มันโดนล็อกไว้ครับ ใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. เดิมโดนล็อกไว้ไม่เกิน ๕ ปี ฉะนั้น จริง ๆ ที่ท่านต้องการคือตรงนี้หรือเปล่า เพราะอํานาจในการยกเว้นและการถือหุ้นถ้ามี ความจําเป็น มีความสําคัญทําได้อยู่แล้วครับ ทีนี้ท่านเปลี่ยนโครงสร้างกฎหมายนี้ ท่านเปลี่ยนจากว่าเดิมมีอํานาจอยู่แล้ว ข้อเดียวที่ท่าน ทําไม่ได้ก็คือเรื่องจํานวนปี ของใบอนุญาต แต่ท่านเปลี่ยนโครงสร้างเป็นการให้มีการตรา พระราชกฤษฎีกาเพื่อยกเว้นคุณสมบัติและลักษณะของผู้ขอรับ การตราตรงนี้ใครตรา ดุลยพินิจใคร เพราะเงื่อนไขก็ระบุว่าต้องมีเหตุอันควร เหตุอันควรนี้ใครเป็นคนพิจารณาครับ ครม. หรือเปล่าครับ ไม่ใช่ รัฐมนตรีที่รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้เป็นคนพิจารณา แต่ไม่ได้ เขียนไว้ครับ ไม่ได้เขียนไว้ในร่างกฎหมายที่แก้ไขนะครับ เพราะฉะนั้นการตรานี้มันจะเกิดขึ้น ได้อย่างไรตามกระบวนการภายในการดําเนินการตามกฎหมายที่ท่านร่างมา ใครเป็นคน กําหนดครับว่าถึงเวลาแล้ว อันนี้มีเหตุผลควรแล้ว มันไม่รายละเอียดครับ เพราะฉะนั้น ผมอ่านกฎหมายแล้วผมก็ยังงุนงงอยู่ว่าที่ท่านต้องการจริง ๆ มันคืออะไรแน่ ทั้ง ๆ ที่ บางอย่างที่ท่านแก้ไปของเดิมมีอยู่แล้วครับ แต่เป็นลักษณะคนละโครงสร้างกันเท่านั้นเอง แล้วท่านประธานต้องมีความชัดเจนนะครับ แต่เดิมก่อนที่จะมีการเสนอร่างนี้เข้ามาเราก็มี กฎหมายฉบับอื่น ๆ อยู่ด้วย เช่น พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวนี้พูดไว้ชัดเจนครับท่านประธานว่า ธุรกิจ อากาศยานอยู่ในบัญชีที่ ๒ และบัญชีนี้ในหมวดที่ ๑ เป็นธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือ ความมั่นคงของประเทศ กรอบความคิดเดิมตอนที่เขาร่าง พ.ร.บ. นี้ขึ้นมาซึ่งมีตัวแทนของ ทุกกระทรวงนะครับ รวมทั้งกระทรวงที่ท่านสังกัดอยู่นี้ เราก็บอกว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ต้อง กระทบ อาจจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะฉะนั้นการพิจารณานี้ต้อง ถี่ถ้วนมาก ก็มีกรรมการอยู่ชั้นหนึ่ง กรรมการซึ่งประกอบด้วยรัฐและเอกชนมาพิจารณาว่า เหมาะสม ไม่เหมาะสม หลังจากนั้นก็บอกต่อไปว่าอํานาจในการจะอนุมัติอันนี้เป็นอํานาจ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านเสนอแก้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดย ครม. เป็นคนเสนอ นะครับ แล้ว ครม. จะให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ขัดกับ พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือครับ มันขัดกันเลยนะครับ ขัดกันตรง ๆ เลยนะครับ แล้วท่านก็บอกว่าเปลี่ยนใจแล้ว เดิมมันเป็นเรื่องความมั่นคง ไม่ให้ต่างชาติถือหุ้นเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ท่านบอกว่า อยากส่งเสริมการลงทุน ทําไมครับ อะไรคือเหตุผลที่ทําให้ท่านเปลี่ยนความคิด อะไรคือ เหตุผล มีการศึกษาไหมครับ มีใครไปศึกษาไหมครับ กระทรวงไปจ้างใครมาศึกษา ครม. ไปจ้างใครมาศึกษาไหมครับว่าจากนี้ไปเราควรจะเปลี่ยนความคิดแล้ว แต่เดิมการอากาศยาน เป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ วันนี้ไม่เป็นแล้ว มีไหมครับ ถ้ามีทําไมไม่แจกให้สมาชิก ได้เห็นล่ะครับ แล้วถ้าท่านไม่มี ท่านเอาอะไรมาเป็นเครื่องวัดล่ะครับว่าวันนี้เปลี่ยนใจแล้ว ต้องเป็นการส่งเสริมการลงทุนแล้ว พอมองลึก ๆ ลงไป ดูในแต่ละมาตรา ท่านเขียนไว้ใน มาตรา ๓ ในมาตรา ๓ เขียนไว้ชัดนะครับว่าจะต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง ประการแรก ต้องใช้ เทคโนโลยีขั้นสูง ตรงนี้วัดอย่างไรครับ ท่านประธานครับ วันนี้อะไรคือเทคโนโลยีขั้นสูงครับ อะไรคือขั้นกลาง อะไรคือขั้นต่ํา ใครเป็นคนใช้ดุลยพินิจตรงนี้ครับ ร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่ได้เขียน นะครับ ไม่ได้เขียนเลยว่าจะใช้ดุลยพินิจตรงนี้เป็นหน้าที่ใคร ต้องตําหนินิดหนึ่งครับ การเขียน พ.ร.บ. อย่างนี้ เขียนแบบเหมือนมีธงบางอย่าง แต่ไม่มีกระบวนการในการที่จะไป ดําเนินการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้มันถี่ถ้วนรอบคอบ จะบอกว่าเป็นหน้าที่ของกรรมการ หรือเปล่าครับ กรรมการการเดินอากาศหรือเปล่าครับ ท่านไม่เขียน แล้วเป็นอํานาจใคร ก็ไม่เขียนอีก ผมก็คิดว่ามันมีข้อบกพร่องเยอะนะครับท่านประธานประการที่ ๒ ต้องมีเหตุผล อันควรในการส่งเสริมการประกอบกิจการดังกล่าวเหมือนกันครับ ใครเป็นคนใช้ดุลยพินิจว่า มันมีเหตุผลอันควรแล้ว ก็ไม่เขียนอีกเหมือนกัน ประการที่ ๓ ปฏิบัติตามพันธกรณีความ ตกลงระหว่างประเทศ ผมก็ชี้ให้เห็นแล้ว ผมยังไม่ทราบนะครับ ถ้าท่านมี ขอคําตอบจริง ๆ ครับ ขอคําชี้แจงว่ามันมีข้อไหน แล้วอาจตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ไม่ได้บอกว่าทั้งกระบวนการนี้ เหตุผลของการกําหนดเงื่อนไขเป็นอย่างไร ท่านก็ไม่ได้เขียนไว้ด้วยว่ารายละเอียดต้องไปกําหนดในกฎกระทรวง ไม่มีครับ ปกติ รายละเอียดบางเรื่องก็ต้องบอกว่าถ้าเรื่องนี้ยังไม่ชัดให้ไปเขียนในกฎกระทรวง อันนี้ก็ไม่มี ไม่มีสักข้อเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าคนที่ร่างเข้ามานี้เคยคิดไหม ได้คิดไหมว่าเวลาไปดําเนินการ ตามกระบวนการตามที่เขียนไว้นี้ ซึ่งเขียนไม่กี่บรรทัดนี้มันดําเนินการได้หรือเปล่า แล้วอํานาจในการพิจารณาสิ่งเหล่านี้ที่ท่านเขียนไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นอํานาจใคร ไม่มีความชัดเจนเลยนะครับ พอไปมาตรา ๔ ท่านก็บอกยกเลิกมาตรา ๔๑/๒๕ ก็เป็น การยกเลิกเงื่อนไขที่กําหนดเรื่องกรรมการ ก็อีกครับ กฎหมายเดิมมีอํานาจยกเว้นอยู่แล้ว แล้วทําไมต้องไปยกเลิกอีกละครับ ผมไม่เข้าใจครับ ตรงนี้ขอความชัดเจนนิดหนึ่งครับ พอไปมาตรา ๕ ก็ใช้ข้อความเดียวกันกับมาตรา ๓ นะครับ ก็เหตุผลเดียวกันเลยครับ ๓ ข้อ ส่งเสริมการลงทุน เทคโนโลยีชั้นสูง มีเหตุผลอันควร แต่ก็ไม่บอกอีกเหมือนกันครับ แล้วแต่เดิมแนวคิดเดิมที่บอกว่าใบอนุญาตให้ได้ไม่เกิน ๕ ปี ทําไมท่านเปลี่ยนความคิด ล่ะครับ ตอนนี้ยกเลิกแล้ว ๕ ปีไม่เอาแล้ว หมายความว่าอย่างไร ทําไมถึงยกเลิกครับ ตรงนี้มันก็ทําให้มีความรู้สึกไม่สบายใจจริง ๆ ว่าถ้าท่านร่างกฎหมาย ปรับปรุงกฎหมาย อย่างนี้ไปในทางปฏิบัติจริง ๆ จะปฏิบัติได้อย่างไร ถ้าท่านจะบอกว่าทุกอย่างที่ผมพูดไปเป็น อํานาจของรัฐมนตรีอย่างเดียว เขียนที่ไหนครับ ไม่มีครับ ไม่มีเลย แล้วความขัดแย้ง กับพระราชบัญญัติอื่น ๆ เป็นอย่างไร จริง ๆ แล้วถ้าท่านบอกว่าอยากส่งเสริมการลงทุน วันนี้ถามว่าเรามีช่องกฎหมายอื่นโดยไม่ต้องแก้กฎหมายฉบับนี้ไหมมีครับ กฎหมายส่งเสริม การลงทุนมีครับ ถ้าท่านประกาศว่าธุรกิจนี้จะส่งเสริมการลงทุนเดินเข้าช่องนั้นได้เลย แล้วเดินเข้าช่องนั้นก็ไปผ่านกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวได้อีกช่องหนึ่ง พอผ่านตรง ๒ ช่องนั้นมาแล้วก็มาเข้า พ.ร.บ. ของเดิมครับ ที่มีอํานาจของรัฐมนตรีในการ ยกเว้นเงื่อนไขอยู่แล้ว ผมก็ไม่ทราบว่าท่านแก้ทําไม
ประการที่ ๓ เรามี พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถ้าการตั้งธุรกิจในเรื่องการท่า การอากาศยานไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมก็มีกฎหมายยกเว้น ให้ท่านอยู่แล้ว ท่านก็เดินเข้าช่องนั้นได้ พอเขาช่องนั้นเสร็จก็ไปเข้า พ.ร.บ. การประกอบ ธุรกิจของคนต่างด้าว ออกหนังสือรับรองได้เลย ออกหนังสือรับรองมาเสร็จก็เข้า พ.ร.บ. นี้ ฉบับเดิมมีสิทธิยกเว้น ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันมันมีปัญหาอย่างไรที่จะต้องไปแก้ ฉบับนี้ในลักษณะที่ทําให้เกิดความคลุมเครือ แต่ท่านประธานครับ ผมดูแล้วมันคุ้น ๆ ครับ ในอดีตเราเคยมีการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อบางบริษัท มันคุ้นจริง ๆ ครับ ถ้าท่านประธานจําได้ กิจการโทรคมนาคมเคยแก้จาก ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์วันที่ไม่อยากให้มีคู่แข่ง พอวันที่จะขายหุ้นปรับใหม่เลยครับ เป็น ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วขายผ่านนอมินี (Nominee) ด้วย วันนี้มันก็มีข่าว ว่ามีคนต่างชาติ บริษัทข้ามชาติจ้องที่จะใช้ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินดอนเมือง หรือสนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานใหญ่ในการสร้างแหล่งซ่อมบํารุงอากาศยานผมพยายาม ทําความเข้าใจ แล้วพยายามไม่คิดลบนะครับ แต่ในเมื่อมันมีทั้ง ๒ ช่องที่เดินเข้าได้ ทั้งช่อง ของ พ.ร.บ. การส่งเสริมการลงทุน พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เดินเข้าได้ แต่มันโดนล็อก (Lock) พื้นที่ มันโดนล็อกพื้นที่ไม่ค่อยสนุกนัก แล้วพอเอาไปเข้า พ.ร.บ. การส่งเสริมการลงทุนมันได้สิทธิประโยชน์แค่ ๘ ปี การที่เขียนกฎหมายอย่างนี้นะครับ มันก็ เข้าใจได้เหมือนกันว่าเพราะข่าวการที่มีบริษัทข้ามชาติบางบริษัทต้องการที่จะมาดําเนินการ แล้วระบุเลยนะครับ ทางเลือกเขามี ๒ ทางคือไม่สนามบินอู่ตะเภาก็สนามบินดอนเมือง แล้วเป็นบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่จริง ๆ ผมไม่ต้องการเอ่ยนามครับ ท่านแก้กฎหมายฉบับนี้ ทั้งฉบับเพื่อเขาหรือเปล่า แล้วปัจจัยเรื่องความมั่นคงของประเทศในเรื่องการดําเนินธุรกิจหรือกิจการด้านการอากาศยาน มันหายไปไหนแล้วครับ วันนี้รัฐบาลเปลี่ยนใจง่าย ๆ อย่างนี้หรือครับ โดยการเสนอกฎหมาย บอกข้าพเจ้าเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้ส่งเสริมการลงทุนเรื่องการอากาศยาน ความมั่นคงไปไหนครับ ฝ่ายทหารว่าอย่างไรบ้างครับ ฝ่ายกองทัพว่าอย่างไรบ้างครับ ตรงนี้ไม่มีความชัดเจนนะครับ แต่ถ้าท่านทําเพียงแค่นี้ แล้วให้ข้อมูลเพียงแค่นี้ ผมคิดว่าท่านควรจะเอากฎหมายฉบับนี้ กลับไปก่อนครับ ไปทําให้มันละเอียดกว่านี้ ถี่ถ้วนกว่านี้ และมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ครับ เพราะเหตุผลที่ท่านให้มันไปไม่ได้เลย มันไปไม่ได้จริง ๆ แต่มันดูเหมือนว่ามันเดินเข้าทางของ กลุ่มทุนที่ต้องการดําเนินธุรกิจเรื่องนี้แต่ผู้เดียวด้วยนะครับ กลุ่มพวกนี้เขาไม่ต้องการร่วมทุน กับไทยเลยครับ แล้วประเทศไทยล่ะครับ เมื่อไรเราจะมีบุคลากรที่มีความสามารถในการดูแล บํารุงรักษาการอากาศยาน กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในมาตรา ๕ ผมจําได้เลยนะครับ มันระบุไว้ชัดเจน เทคโนโลยีสูงก็ให้ แต่ให้ในลักษณะมีเงื่อนไข นี่ไม่ใช่ให้แบบไม่มีเงื่อนไขนะครับ ให้แบบมีเงื่อนไขอย่างไรครับท่านประธาน คนที่ นําเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรฝ่ายไทย ในร่างนี้ไม่มี แต่ พ.ร.บ. ต่างด้าวมี แล้วเดินเข้าช่องนั้นก็ได้อยู่แล้ว ตรงนี้มันทําให้เคลือบแคลงสงสัยครับ ว่าทําไม เหตุผลใด ทั้ง ๆ ที่ท่านมีช่องทางเดินที่สามารถเดินทางไปได้อยู่แล้วถ้าท่านจะ ส่งเสริมบางราย บางคน ได้ครับ แต่นี่อยากทําเอง อยากชงเอง และให้อยู่ในกรอบของ กระทรวงเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันท่านต้องตอบผมให้ได้ มันขัดกับ พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าวอยู่ แล้ว พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การกําหนดบัญชี ๒ ขึ้นมา บัญชี ๑ คือต้องห้าม บัญชี ๒ เกี่ยวเนื่องกับเรื่องความมั่นคงและมีผลกระทบต่อทรัพยากร ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของประเทศเขียนไว้ชัด คนของกระทรวงก็เป็นคน อยู่ร่วมในการพิจารณาว่าบัญชีนี้สําคัญ ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นคนอนุมัติ เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ อยู่ดี ๆ เสนอแก้กฎหมายฉบับเดียวเอามาให้ ๓ หน้า ทั้ง ๆ ที่ กฎหมายฉบับจริงไม่มีการเปรียบเทียบเลยนะครับว่าที่ตัดไป ตัดทอนไปมันกระทบตรงไหน ไม่เปรียบเทียบเลย แล้วเหตุผลที่ท่านเขียนก็ไม่ตรงกับมาตราที่เขียนข้างใน เหตุผลที่ท่านเขียน ท่านบอกว่าเฉพาะประเภท ๑ นะครับ แต่ข้างในเวลาไปดูเนื้อหาท่านแก้ประเภท ๒ ด้วย ท่านยกเว้นประเภท ๒ ด้วยครับ แล้วมันลามไปถึงประเภท ๓ ด้วยครับ แต่ข้างหน้าเรื่อง หลักการ เหตุผล ท่านไปเฉพาะประเภท ๑ มันไม่ตรงนะครับท่านประธาน ท่านประธานต้อง พิจารณานิดหนึ่งนะครับว่ากฎหมายร่างแบบนี้มันเข้าสภาได้อย่างไรครับ ท่านประธานมี ฝ่ายกฎหมายของสภาตรวจสอบไหมครับ แล้วกระบวนการเขียนนะครับ ผมไม่รู้จะดําเนินการ อย่างไรจริง ๆ ครับ ไม่เขียนเขตอํานาจในการใช้ดุลยพินิจ ว่าที่เขียนไว้เป็นเงื่อนไขในแต่ละ มาตราดําเนินการอย่างไร เขียนอย่างนี้มันไปได้อย่างไรครับท่านประธาน ผมก็ไม่เข้าใจ แล้วหวังว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอธิบายให้มันชัดเจนได้มากกว่านี้ แต่ประเด็นที่สําคัญมาก ๆ ธุรกิจนี้กระทบต่อความมั่นคง และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ แนวคิดนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ ยกเว้น ครม. ชุดนี้ถ้าท่านบอกว่าร่างนี้มาจาก ครม. แสดงว่า ครม. ชุดนี้เปลี่ยนแนวคิดแล้วว่าธุรกิจการอากาศยานไม่ใช่เป็นเรื่องความมั่นคง อีกต่อไป ถ้าอย่างนั้นต้องมีมติ ครม. อันเดียวกันว่าต้องถอดออกจากบัญชี ๒ ของ พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย เห็นไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นดังที่ผมอภิปราย ไปแล้ว ผมคิดว่าผมมีทั้งข้อท้วงติงและชี้ให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์ของ พ.ร.บ. ร่างฉบับนี้ ข้อบกพร่องในการไปปฏิบัติในการดําเนินการจริง ๆ ถ้าปฏิบัติตามร่าง พ.ร.บ.นี้จะมีปัญหา และความขัดแย้งเกี่ยวเนื่องไปยัง พ.ร.บ. ฉบับอื่น และที่สําคัญที่สุดครับ ถ้าต้องการจะอนุมัติ ผู้ส่งเสริมการลงทุนจริง ๆ มันมีช่องอื่นที่เดินเข้าได้ แล้วทําไมต้องแก้ ขอความชัดเจนด้วยครับ ขอบคุณครับ