กนก วงษ์ตระหง่าน หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ และเรียกร้องให้รัฐบาลส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินโดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะและความสามารถของคนไทย โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เตรียมการเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง และการเสนอร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเดินอากาศนั้นไม่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน และอาจทำให้ชาติเสียโอกาส นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการให้สนามบินส่วนของรัฐแก่บริษัทต่างชาติ และข้อกังวลเกี่ยวกับการควบคุมสนามบินหลักของชาติในอนาคต และเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบินออกไปก่อนเพื่อหารือใหม่
เรียนท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานก่อนว่าหลักคิดต่ออุตสาหกรรมการบิน เป็นเรื่องที่สําคัญแล้วก็เป็นพื้นฐานที่เราจะต้องทําความเข้าใจกันก่อน เพราะว่าถ้าหลักคิด ของเราต่างกันการเสนอแก้ไขกฎหมายนั้นก็จะต่างกันไปด้วย ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานนะครับว่า สําหรับผม อุตสาหกรรมการบินถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงของชาติ ผมคงจะไม่ต้องอภิปรายในรายละเอียดนะครับ เพราะมีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายกันไปมากแล้ว ผมขออนุญาตย้ําว่าอุตสาหกรรมการบินเป็นอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ ไม่ใช่เป็นอุตสาหกรรมปกติเหมือนกับผลิตรถยนต์ ผลิตเสื้อผ้า ผลิตรองเท้า ไม่ใช่นะครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองการพิจารณา การที่จะ ส่งเสริมเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบินซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องส่งเสริม จําเป็นที่จะต้องดู ในมิติอื่น ๆ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของการลงทุนแต่เพียงอย่างเดียว ท่านประธานครับ ในเหตุผลที่ให้ของการเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านได้พูดถึงปัญหา ๓ เรื่อง เรื่องแรก ก็คือเรื่องทุน เรื่องที่ ๒ คือเรื่องเทคโนโลยี และเรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของคน ซึ่งในส่วนนี้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนว่าเรื่องทุน ผมไม่เชื่อครับว่าทุนในประเทศไทยไม่มี ทุนในประเทศไทยของเรามีมากพอที่จะทําอุตสาหกรรมการบินได้ เพราะฉะนั้น ทุนไม่ใช่ปัญหา ประเด็นที่เป็นปัญหากลับเป็นเรื่องของเทคโนโลยีและที่สําคัญมากกว่า คือเป็นเรื่องของคน วันนี้เรายังมีคนที่มีขีดความสามารถในการที่จะรองรับอุตสาหกรรม การบินนั้นยังไม่เพียงพอ ซึ่งในส่วนนี้ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานขอให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยกรุณาตอบด้วยว่าถ้าการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตั้งใจที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรม การบินของเราจริง ผมถามว่าที่ผ่านมา ไม่ต้องย้อนไปไกลนะครับ เอารัฐบาลนี้เท่านั้นก็พอ ๒ ปีที่ผ่านมานั้นท่านรัฐมนตรีช่วยตอบด้วยว่ารัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา เกี่ยวกับเรื่องอุตสาหกรรมการบินอะไรบ้าง งบวิจัยและพัฒนาของประเทศถูกตัดมา โดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอุตสาหกรรมการบินแทบจะไม่มีเลยนะครับ
ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานกรุณาช่วยถามท่านรัฐมนตรีให้ตอบด้วยว่า ขณะนี้มีสถาบันการศึกษาที่ทําหน้าที่ในเรื่องการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม การบินนั้นมีหลายแห่ง แห่งแรกก็คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งมีคณะวิศวกรรมการบิน ผมถามว่ารัฐบาลได้ทําอะไรบ้างที่ไปช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับคณะวิศวกรรมการบิน ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การที่รัฐบาลไม่ได้สนใจในเรื่องเหล่านี้ ก็ยืนยันชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ได้จริงจังหรือไม่เข้าใจในเรื่องของการที่จะสร้างอุตสาหกรรมการบินของชาติ ให้เติบโต และยิ่งไปกว่านั้นเราทราบกันดีอยู่นะครับว่า โรงเรียนการบินพลเรือนที่หัวหิน ก็มีข้อจํากัดในหลายเรื่อง ผมในฐานะกรรมาธิการงบประมาณได้ดูงบประมาณของ กรมการบินพลเรือนและได้มีการขอเพิ่มโดยตลอด และสิ่งที่กรมการบินพลเรือนได้พูดมา โดยตลอดทุกปีก็คือว่าเราขาดบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบินในภาคพลเรือน จําเป็นที่จะต้อง ของบประมาณเพื่อขยายการฝึกนักบินของเรา แล้วก็ได้มีแผนการที่จะไปตั้งโรงเรียนเพิ่มเติม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือที่จังหวัดขอนแก่น โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปรากฏว่าเรื่องเหล่านี้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่มาบอกชี้แจงต่อ กรรมาธิการงบประมาณ และบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุน เพราะอีกไม่นานรัฐบาล จะเสนอร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับเรื่องการเดินอากาศ เพราะฉะนั้นจําเป็นที่จะต้องทําเรื่องนี้ ไม่มีเลยครับ ท่านประธานครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ผมก็มีคําถามว่าแล้วรัฐบาลเสนอร่าง พ.ร.บ. นี้ วัตถุประสงค์เพื่ออะไรกันแน่ เพราะว่าถ้าจะทําเพื่อให้อุตสาหกรรมการบินของประเทศมีการเติบโตอย่างมั่นคง ท่านจะต้องมีการเตรียมการในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาเพื่อจะยกระดับเทคโนโลยีของ ประเทศให้สูงขึ้น ท่านจะต้องมีการเตรียมการเกี่ยวกับเรื่องการผลิตบุคลากร ไม่ว่าจะเป็น เรื่องนักบิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซ่อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบ ไม่ว่าเป็นเรื่องของ วิศวกร เป็นต้น อีกมากมาย ท่านไม่ได้ทําเลยครับ แล้วอยู่ ๆ ท่านก็ลุกขึ้นมาแล้วก็บอกว่า เราต้องออก พ.ร.บ. เพื่อยกเว้นให้กับต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนเพื่อส่งเสริมการลงทุน ตรงนี้ เป็นการเสนอที่มาจากพื้นฐานที่ไม่ได้มีอะไรมารองรับเลย จึงทําให้เกิดคําถามว่าวัตถุประสงค์ ในการเสนอ พ.ร.บ. นี้ไปเพื่ออะไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ นะครับท่านประธาน ที่ผม ขออนุญาตเรียนว่า พ.ร.บ. นี้เสนอบนความไม่พร้อมของชาติบ้านเมืองและทําให้เรา เสียโอกาส
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ การเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เมื่อเราเห็นดีแล้ว ว่าอุตสาหกรรมการบินเกี่ยวข้องกับเรื่องอีกหลายเรื่องมากมาย เพราะฉะนั้นจําเป็น ถ้าจะต้องเสนอกฎหมายนี้จะต้องมีการกําหนดเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อรักษาประโยชน์ของคนไทย แล้วก็ชาติไทยไว้ เพื่อที่จะทําให้เกิดความมั่นคงของชาติของเราในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น ระยะเวลาท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าออกมาแล้วบอกว่าส่งเสริมแล้วเขาได้ ตลอดไปเลย ผมถามว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้าเมื่อบริษัทหรือคนไทยมีความพร้อมที่จะทํา แต่ปรากฏว่าช้าเกินไปแล้วครับ เพราะว่าบริษัทต่างชาติได้เข้ามายึดครองแล้วก็ใช้สิทธิ บนแผ่นดินไทยในเรื่องนี้ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่าคนไทย และบริษัทของคนไทยก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เกิดอีกแล้วนะครับ คําถามของผมก็คือว่าทําไม ท่านไม่กําหนดเงื่อนไขของเวลา เงื่อนไขอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญมากก็คือเรื่องของการถ่ายทอด เทคโนโลยี ในร่าง พ.ร.บ. ของบีโอไอ ได้กําหนดไว้ชัดเจน แล้วเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ว่าการลงทุน จากต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีเทคโนโลยีสูงและเป็นเรื่องใหม่ เงื่อนไขที่เป็นสิ่งที่จําเป็น ก็คือเงื่อนไขของการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย เรื่องเหล่านี้ท่านก็ไม่ได้พูดไว้ ถ้าท่าน จะบอกว่าไปทําในตอนปฏิบัติ ผมคิดว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ก็จะหลวมมากเกินไป และที่สําคัญยิ่ง ไปกว่านั้นท่านประธานครับ ก็คือว่านอกเหนือจากนี้ท่านส่งเสริมเขาแล้ว เขาได้สิทธิ ประโยชน์อื่น ๆ จากประเทศไทยอะไรบ้าง สิทธิหลายเรื่องที่เป็นสิทธิของชาติไทยที่คนไทย พึงจะได้รับประโยชน์ แต่ถ้าท่านยกให้กับต่างชาติ สิทธิของคนไทยเหล่านั้นก็จะหายไป นะครับ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องสิทธิเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการบิน เมื่อเรายกให้กับต่างชาติ เราแลกกับเขาไปแล้ว เราเอากลับคืนมายากมากครับท่านประธานครับ ผมไม่อยาก ให้เราต้องเริ่มต้นในเรื่องเหล่านี้ด้วยความไม่พร้อม สักแค่แต่เพียงว่าอยากจะมีบริษัทหนึ่ง ที่จะมาลงทุน แล้วเขาติดปัญหาเรื่องนี้ เราก็แก้กฎหมายเพื่อจะให้บริษัทนั้นได้มีโอกาสเข้ามา ลงทุน นี่ผมสมมุติเป็นตัวอย่างนะครับท่านประธานว่าถ้าเป็นอย่างนั้น เท่ากับว่ากฎหมาย ฉบับนี้แก้เพื่อภารกิจเฉพาะบางสิ่งบางอย่างเท่านั้นเอง ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าถ้ามองกลับไป ในเรื่องของทุนนะครับ ผมเรียนถามท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบผมได้ไหมครับว่า บริษัทที่จะมาลงทุนที่ท่านศึกษามานี้ เขาจะลงทุนกี่หมื่นล้านบาทครับ ในระยะเวลา เท่าไรครับ แล้วเงินตรงนั้น ทุนตรงนั้นหาในประเทศไทยไม่ได้หรือครับ ผมยืนยันที่ผมได้ เรียนไปแล้วว่าเราหาได้ครับท่านประธานครับ นั่นคือประเด็นที่ ๒ คือเงื่อนไขที่จะต้อง ประกอบเข้าไปในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชั้นกรรมาธิการที่ผมขออนุญาต ฝากไว้
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่สําคัญมากก็คือว่า ผมขออนุญาต สมมุติประเด็นนะครับ เมื่อเราผ่านร่าง พ.ร.บ. นี้แบบนี้ เราเกิดบริษัทต่างชาติขึ้นมา มีผู้บริหาร ต่างชาติเข้ามาทํางานในประเทศไทย แล้วเขาก็เสนอกับมาตรการการส่งเสริมนี้บอกว่าขอใช้ สนามบินดอนเมือง ขอใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อใช้เป็นที่ในเรื่อง ของการซ่อมอากาศยาน ผมถามว่าแล้วหลังจากนั้นเมื่อสนามบิน ๓ สนาม ซึ่งเป็นสนามบิน หลักของชาติถูกใช้ไปโดยบริษัทต่างชาติแล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา ผมถามว่าถ้าสมมุติว่าประเทศไทยมีวิกฤติและมีอยู่ในสภาวะที่ต้องใช้กําลังรบ บริษัทต่างชาติ เหล่านั้นเขาจะยอมถอนพื้นที่ของสนามบินเหล่านี้ออกไปหรือไม่ เพื่อให้เราสามารถที่จะ ปฏิบัติการทางด้านการทหารได้ เหตุผลอันนี้ละครับท่านประธานที่กองทัพอากาศจึงจะต้อง ขอมีส่วนร่วมในการใช้สนามบินทุก ๆ สนามบิน สิ่งเหล่านี้ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลได้คิดในเรื่อง เหล่านี้หรือไม่ หรือว่าเมื่อเขาใช้ไปแล้วก็จบกันละครับ แล้วพอถึงวันนั้นถ้าในสภาวะที่ ประเทศไทยจําเป็นในด้านความมั่นคงต้องใช้สนามบินเหล่านี้ เราต้องจ่ายเงินเขาไหมครับ แล้วถ้าเขาไม่ให้ในเวลาที่จําเป็นต่อการรักษาความมั่นคงของชาติ ท่านจะทําอย่างไรครับ ประเด็นเหล่านี้ท่านคิดถึงหรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน บริษัทต่างชาตินี้ใช้ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภาหมดเรียบร้อยแล้ว ผมถาม ท่านรัฐมนตรีครับว่าบริษัทไทยซึ่งวันหนึ่งในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า สมมุติ มีความพร้อมในการ ที่จะทําในทุก ๆ ด้านแล้ว เขาจะทําที่ไหนครับ ขอความกรุณาท่านช่วยตอบด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๕ ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน คําถามของผมก็คือว่าวันนี้ประเทศไทยไม่ได้เริ่มจากศูนย์นะครับ เรามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมการบินอยู่แล้วถึงแม้จะยังไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร การที่บริษัทเหล่านั้นไม่เข้มแข็ง เท่าที่ควร ท่านกรุณาอย่าไปโทษบริษัทเหล่านั้นเลย อันนั้นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่อีกด้านหนึ่ง ก็คือนโยบายของรัฐที่จะส่งเสริมให้บริษัทเหล่านั้นมีความเข้มแข็งเราก็ไม่ได้ทํา ยกตัวอย่าง เช่น การบินไทย บริษัทอุตสาหกรรมการบิน จํากัด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาล จําเป็นจะต้องทบทวนนโยบายของตัวเองเพื่อที่จะได้นําไปประกอบกับแนวคิดของการที่จะ ส่งเสริมให้เกิดการตั้งบริษัทเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการบินตามความตั้งใจของร่าง พ.ร.บ. นี้ เมื่อเป็นเช่นนี้อุตสาหกรรมการบินดังที่ผมได้เรียนไปแล้วนั้น มันจึงไม่ใช่เป็นเรื่องของ อุตสาหกรรมที่เหมือนกับการตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แล้วจบกันครับ ไม่ใช่ แต่การที่จะ ผลิตหรือซ่อมอากาศยานได้หรือผลิตชิ้นส่วนของอากาศยานได้นั้นมันมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ แวลู เชน (Value chain) ห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่คุณค่าแวลู เชน มากมายครับ ตั้งแต่ อุตสาหกรรมต้นน้ํา กลางน้ําและปลายน้ําที่เราจะต้องทํา วันนี้คําถามก็คือว่าอุตสาหกรรม ต้นน้ํา กลางน้ําและปลายน้ําที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบินของไทยมีอะไรบ้าง เรายัง อ่อนแอมากเลยครับ เมื่อเป็นเช่นนี้การเปิดโอกาสให้กับต่างชาติเข้ามาก็เหมือนกับการเปิด โอกาสให้ต่างชาติเข้ามายึดครองอุตสาหกรรมการบินที่ประเทศไทยจะมีโอกาสทําให้เป็นของ ตนเองเพื่อจะรักษาความมั่นคงของชาติไว้อย่างสบายใจในอนาคตหายไปครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการทําธุรกิจที่ท่านอยากเห็นการลงทุนจากต่างชาติเข้ามา เมื่อผมพิจารณา ในเรื่องของจํานวนเงินทุนที่จะเข้ามาในประเทศ ผมก็ไม่คิดว่าตรงนี้จะมีประโยชน์มากนัก เมื่อพิจารณาถึงเรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยีก็ไม่มีหลักประกันจากร่าง พ.ร.บ. นี้ว่าจะ เป็นประโยชน์กับคนไทย ผมคิดว่าท่านประธานครับ ในความรู้สึกผมจริง ๆ ด้วยความเคารพ ผมอยากให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ. นี้ออกไปก่อนเถอะ แล้วกลับมาช่วยกันดูว่าเราจะส่งเสริม อุตสาหกรรมการบินในชาติบ้านเมืองของเราอย่างถูกต้องและเป็นระบบเพื่อความมั่นคง ของชาติในระยะยาวอย่างไร ตรงนั้นสิครับเราจะได้ช่วยกัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้ถึงที่สุดแล้วครับท่านประธาน เรากําลังยกอุตสาหกรรมการบินของชาติ ที่เราได้สร้างสมกันมาถึงแม้จะยังไม่มั่นคงเท่าไรนัก แต่ก็ได้พัฒนามาเยอะพอสมควร เรากําลังจะยกฐานของเราอันนี้ให้กับต่างชาติ และที่สําคัญยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน เรากําลังยกตําแหน่งทางภูมิศาสตร์ของประเทศที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบในเรื่อง อุตสาหกรรมการบินให้กับต่างชาติครับท่าน เพราะว่าถ้าเราปักที่กรุงเทพฯ แล้วก็กางวงเวียนหมุนออกไป ในภูมิภาคของเอเชียตะวันออก เฉียงใต้นี้ระยะทางทั้งหมดนี่ศูนย์กลางมันอยู่ที่ประเทศไทยของเรานะครับ ความได้เปรียบ ทางภูมิศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมการบินของประเทศเป็นเรื่องที่มีค่าอย่างยิ่งนะครับ เราไม่ควร ที่จะยกให้กับต่างชาติง่าย ๆ โดยไม่มีเงื่อนไข และดีที่สุดก็คือเราไม่ควรจะยกให้ต่างชาติเลย แต่แน่นอนครับ ความร่วมมือกับต่างชาติเป็นเรื่องที่จําเป็น และผมเชื่อว่าอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่กรมการบินพลเรือน ที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เขามีความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ครับ แล้วเขาอยากทําและพร้อมจะช่วยรัฐบาลทํา ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีครับ ท่านไปพบอาจารย์เหล่านั้นในสถาบันการศึกษาเหล่านั้น แล้วก็ ช่วยกันวางแผนใหม่เถอะครับ และถ้าอย่างนั้นผมคิดว่าอุตสาหกรรมการบินก็จะเป็น ประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ผมอยากจะขออนุญาตฝาก ประเด็นเหล่านี้ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบ แล้วก็ถ้ารัฐบาลไม่ถอน มีการตั้งกรรมาธิการเพิ่มขึ้น ก็ขอความกรุณานําประเด็นเหล่านั้นที่ผมอภิปรายไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการด้วย เพื่อประโยชน์ในการที่จะรักษาอุตสาหกรรมการบินที่จะไม่ทําให้ความมั่นคงของชาติของเรา เสียหายไปครับ ขอบพระคุณครับ