พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยืนกรานใช้เวลาพูดในประธานสภา โดยหารือเรื่องกฎหมายการบิน พูดถึงความจำเป็นของการผลิตอากาศยานและอุปกรณ์ในการบิน และขอให้รัฐบาลพิจารณาการสนับสนุนธุรกิจการบินในประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการผลิตอากาศยานและชิ้นส่วนอะไหล่ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการผลิตช่างอากาศยานที่ได้รับมาตรฐานรับรอง และลงทุนในการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ของอากาศยานในประเทศ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมจะไม่ขอใช้เวลามากนัก แต่ที่ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาของที่ประชุมช่วงนี้มาพูดเพราะผมเกรงว่าจะมี การบันทึกในส่วนที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงไปข้างเดียว เดี๋ยวก็จะเป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
ประการที่ ๑ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนที่ทางรัฐบาลหรือที่ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงความจําเป็นและเหตุผลที่จะมีกฎหมายฉบับนี้เพื่อปรับปรุงแก้ไขตัวกฎหมาย เดินอากาศ ในส่วนที่คิดว่าอยากจะช่วยส่งเสริมธุรกิจด้านนี้ของประเทศนั้นผมคิดว่า อันนั้นเป็นสิ่งที่มีเหตุผลและมีความจําเป็นซึ่งผมเห็นด้วย แต่ว่าสิ่งที่ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนเพื่อบันทึกไว้ก็คือว่าแนวทางวิธีการที่จะดําเนินการในเรื่องนี้ แล้วก็ทําอย่างไร ถึงจะสําเร็จผลถ้าหากว่าทางรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทําเรื่องนี้จริง ๆ ผมขอเรียนว่าในเรื่อง ของธุรกิจที่เกี่ยวกับการบิน ๓ ประเภทที่อยู่ในร่างกฎหมายที่ท่านรัฐมนตรีเสนอมานี้ ประเภทที่ ๑ ก็คือเรื่องของการผลิตอากาศยาน พูดกันง่าย ๆ ผลิตเครื่องบิน ประเภทที่ ๒ ก็คือ เรื่องของการผลิตอะไหล่ชิ้นส่วน ประเภทที่ ๓ ก็คือเรื่องของการซ่อมบํารุง มี ๓ ประเภท ซึ่งในความเป็นจริงทั้ง ๓ ประเภทนี้ผมขออนุญาตเรียนว่ามันเป็นเรื่องของการลงทุน เรื่องของ อุตสาหกรรม ไม่ใช่เป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคม ธุรกิจของการบินหรือการเดินอากาศมีอยู่ ๒ อย่างนะครับ คือทางด้านที่เป็นธุรกิจบริการโดยแท้ก็คือเรื่องของสายการบินหรือเรื่อง การขนส่งทางอากาศ อันนั้นเกี่ยวข้องกับคมนาคมโดยตรง แต่ว่าในด้านของการผลิต การซ่อมแซม จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องของการลงทุนทางด้านอุตสาหกรรม แต่ถ้าหากว่า มันอยู่ในกฎหมายด้วยกันนี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไรครับ แต่ผมอยากจะเรียนว่าถ้าหากว่าเรามี ความตั้งใจแล้วก็มีเป้าหมายจะส่งเสริมธุรกิจด้านนี้ และเรากําลังจะบอกว่ามันเป็นอุปสรรค เรื่องของการลงทุน ผมจะเรียนว่าไม่ใช่ ผมอยากขออนุญาตเรียนว่าทุกอย่างมันมีเหตุผล มีที่มาครับ ผมขอเรียนท่านประธานเบื้องต้นก่อนว่าทําไมกฎหมายถึงได้กําหนดไว้ว่าต้องเป็น คนไทยถือหุ้น ๕๑ เปอร์เซ็นต์ เขามีเหตุผลครับ ผมขออนุญาตเรียนต่อไปครับว่า ความจริง คล้าย ๆ กับที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปว่ามันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการประกอบธุรกิจ ของคนต่างด้าว ในความเป็นจริงแล้วเรื่องของการค้า การลงทุน หรือการทําธุรกิจในประเทศไทย ที่จะต้องมีกําหนดบอกว่าคนไทยต้องถือหุ้นเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เพราะว่าตามหลัก นิติบุคคลใครถือหุ้นเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเป็นคนนั้น เราบอกว่าธุรกิจต้องการให้เป็น ธุรกิจคนไทยก็เลยบอกว่าต้องให้คนไทยถือหุ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ตรงนั้นเป็นหลักของกระทรวงพาณิชย์ครับ ไม่ใช่ของกระทรวงคมนาคม หลักตรงนี้ครับ แต่กระทรวง ทบวง กรมอื่นที่ต้องรับหลักนี้มาในกฎหมายของตัวเองก็รับแนวทางนี้มาจาก แนวทางของกระทรวงพาณิชย์ ก็คือเป็นตัวกําหนดจดทะเบียนบริษัท ถ้าหากว่ามีผู้ถือหุ้น เป็นคนไทยเกินกึ่งหนึ่งก็ถือว่าเป็นบริษัทไทย ถ้าหากว่ามีผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติเกินกึ่งหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นบริษัทต่างชาติ หลักก็อยู่ตรงนี้ แต่ข้อสําคัญว่าทําไมเขาต้องมากําหนดครับ ผมขอ อนุญาตเรียนว่าเรื่องนี้มันมีที่มา เหตุผลมาจากเรื่องของข้อตกลงระหว่างประเทศ แล้วก็เป็น เวทีที่สําคัญเรื่องเวทีการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากว่ามันมีประเด็นสําคัญอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือว่าทุกประเทศเขาก็ต้องการสงวนการค้า การลงทุน ธุรกิจไว้ให้คนภายใน ประเทศเขา แต่ว่าเนื่องจากระบบสังคมโลกมันเปลี่ยนไป ที่พักหลังเราใช้คําว่า โลกาภิวัตน์ มันมีการค้าการลงทุนข้ามชาติกัน ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ต้องการทุนเพิ่ม ตรงนั้นก็ เลยเริ่มผ่อนคลายตรงนี้ลงไป ก็เลยเกิดประเด็นว่าให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในแต่ละประเทศได้ แต่ว่าในแต่ละประเทศเองในเวทีข้อตกลงระหว่างประเทศเขาก็มีข้อตกลงว่าไม่ใช่เปิดกว้าง ได้ทุกเรื่องนะ เพราะว่าถ้าเปิดกว้างไปทุกเรื่องมันอาจจะกระทบในเรื่องของเหตุผลภายในเขา เช่น มันอาจจะกระทบเรื่องของการค้าปลีก มันอาจจะกระทบเรื่องของการลงทุนในประเทศ หรือมันเป็นการมาแย่งการประกอบธุรกิจของคนในประเทศ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับความมั่นคงครับ ถ้าหากว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผมนํากราบเรียน ท่านประธานไปเมื่อสักครู่ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง ทุกประเทศเขาจะไม่อนุญาตครับ เขาจะวางหลักไว้ก่อนว่าต้องเป็นธุรกิจของคนประเทศของเขา นั่นก็คือตามหลักว่าถ้าเป็น ธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลก็ต้องเป็นหุ้นของคนในประเทศเขาเกินกึ่งหนึ่งขึ้นไป อันนั้นคือเหตุผล และที่มา เผอิญในเวทีตรงนี้ที่กระทรวงพาณิชย์เองเคยไปดําเนินการรับผิดชอบอยู่ เขากําหนดกันไว้ ตกลงกันไว้ในเวทีระหว่างประเทศครับว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับเรื่องของการขนส่ง ทางอากาศเป็นธุรกิจเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐครับ เขาจัดชัดไว้ว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับการขนส่ง ทางอากาศเป็นธุรกิจสําคัญที่อาจจะมีผลกระทบกับความมั่นคงของแต่ละประเทศเขาได้ เพราะฉะนั้นทุกประเทศเขาจึงสงวนเอาไว้ครับท่านประธาน ว่าถ้าหากเป็นธุรกิจเรื่องของ การขนส่งทางอากาศเขาไม่สามารถที่จะเปิดกว้างได้เหมือนธุรกิจอื่นทันทีนะ แต่จะต้องมี การขออนุญาตเป็นราย ๆ จะต้องมีการพิจารณาเป็นราย ๆ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่า ถ้าหากว่าเรากําลังจะบอกว่าเราจะหาทางเปิดช่องให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาทําธุรกิจ หรือมาลงทุนในธุรกิจตัวนี้ได้ ในความเป็นจริงแล้วมันไม่เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้เลย ท่านประธาน เพราะว่าในกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ที่ว่าด้วยการประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าวเขาเปิดช่องไว้ครับ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางด้านเกี่ยวกับการขนส่งทางอากาศ หรือว่าธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของการลงทุนที่เพื่อนสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านองลงกรณ์ พูดไปคือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เขาบอกว่าให้ทําได้แต่ต้องขออนุญาต คณะรัฐมนตรี ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบอนุมัติให้รายไหนทําได้ ก็ทําได้อยู่แล้ว ท่านไม่ต้องมา แก้กฎหมายนี่เลยครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าหากว่ามีนักลงทุนต่างชาติเขามีความประสงค์ ที่อยากจะขอเข้ามาประกอบธุรกิจเรื่องของการผลิตอากาศยาน ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ หรือว่า ตั้งโรงซ่อมอากาศยาน เขาทําได้ โดยไปเข้าเงื่อนไขของกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ ก็คือ เรื่องของการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ซึ่งทําได้อยู่แล้วในส่วนนั้น ผมถึงเรียนท่านประธานว่า เหตุผลที่ท่านชี้แจงว่าเพื่อการส่งเสริมธุรกิจด้านนี้ ผมเห็นด้วย แต่วิธีการบอกถ้าไม่แก้ นักลงทุนต่างชาติเข้ามาไม่ได้ อันนี้ไม่จริงครับ
ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตเรียนครับว่าธุรกิจที่ว่านี้วันนี้คนไทยทําอยู่แล้ว ผมจะไม่อภิปรายตรงนี้ซ้ําไปเยอะ เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ที่พัฒนามาจากของกองทัพอากาศ ภาษาอังกฤษเขาเรียกทีเอไอ (TAI) บริษัททีเอไอ บริษัทเอกชนไทยก็มี แล้วบริษัทเอกชนไทยที่เป็นบริษัทชั้นนําเรื่องนี้ก็คือ บริษัทการบินไทย นั่นเอง ผมอยากเรียนท่านประธานครับว่าในการทําธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการผลิตเครื่องบิน การผลิตชิ้นส่วน อุปกรณ์เครื่องบิน แล้วรวมไปถึงการซ่อมเครื่องบินมันไม่ใช่เปิดซ่อม มอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์นะครับ ใครอยากเปิดมีทุนมาเปิด มันไม่ใช่นะครับ มันจะต้องผ่าน กระบวนการ ผ่านขั้นตอนที่จะต้องไปขออนุญาต แล้วบริษัทผู้ผลิตอากาศยานเหล่านั้น เขาผ่านการตรวจสอบแล้วเขาอนุญาตครับ ไม่ใช่ใครอยากจะมาเปิดโรงซ่อมโบอิง เปิดโรงซ่อม เครื่องเบล เปิดโรงซ่อมแอร์บัส ผลิต ไม่ได้นะครับ ไม่ใช่ว่ามีเงิน มีทุน แล้วทําได้ เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ผมถึงเรียนว่ามันไม่ได้จบอยู่เพียงแค่ว่าแก้กฎหมายฉบับนี้แล้วธุรกิจนี้ไปโลด
ประการที่ ๓ ครับ ผมขออนุญาตเรียนครับว่าสิ่งที่ท่านจะต้องใช้มากที่สุด ใน ๓ ธุรกิจที่ท่านขอมานี้ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอากาศยาน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต ชิ้นส่วนอะไหล่ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมอากาศยาน ๓ ธุรกิจนี้ สิ่งที่ต้องใช้มากที่สุด ไม่ใช่เงินนะครับ ท่านทราบไหมครับว่าต้องใช้อะไร คนครับ ท่านต้องใช้คน ท่านต้องใช้ช่าง ช่างที่ว่านี้ไม่ใช่จบจากเพาะช่าง ไม่ได้จบจากช่างกลนะครับ มันต้องเป็นช่างอากาศยาน ช่างอากาศยานที่ได้รับมาตรฐานที่บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินและองค์กรทางการบินระหว่าง ประเทศเขารับรอง แล้วก็ให้ใบอนุญาตประกาศนียบัตร ซึ่งวันนี้ท่านประธานครับ ไม่มีครับ ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับ วันนี้ไม่มีโรงเรียนหรือสถาบันไหนเปิดสอนและผลิตช่างอากาศยาน ที่ได้รับใบรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศเลยครับ บริษัทที่เรามีอยู่ ช่างที่ทํางานอยู่วันนี้ ส่วนใหญ่มาจากกองทัพอากาศครับ ซึ่งเป็นการซ่อมสร้างเครื่องบินที่ไม่ต้องมีใบอนุญาต เขาพัฒนาโดยตัวเขาเอง แต่วันนี้ถ้าเราจะเปิดตรงนี้ผมถึงบอกว่าผมเห็นด้วย แต่มันไม่ใช่ ลงทุนแค่ตรงนี้ มันต้องเป็นนโยบายใหญ่ของภาครัฐ ๑. ท่านต้องเปิดโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน และผลิตบุคลากรออกมาก่อน ไม่อย่างนั้นนอกจากว่าท่านทําอย่างนี้แล้วกลายเป็นว่าจะมีแต่ ฝรั่งมังค่า บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน ไม่มีคนไทยเลย แล้วมันจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทย ได้อย่างไร ในเมื่อคนของเราไม่มี เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ ธุรกิจ ถ้าท่านจะทําหรือส่งเสริมอย่างที่ ท่านว่าจริง มันต้องเริ่มด้วยการตั้งบริษัทหรือตั้งโรงเรียนที่ผลิตบุคลากรสําคัญก็คือ ช่างอากาศยานและได้มาตรฐานรับรอง ไม่ว่าจะเป็นอากาศยานที่เป็นเครื่องบินรบหรือว่า เป็นอากาศยานที่เป็นเพื่อการพาณิชย์ทั่วไป ต้องได้มาตรฐานตรงนั้นเสียก่อน เมื่อได้มาตรฐาน ตรงนั้น เมื่อมีโรงเรียนผลิตบุคลากรออกมาแล้ว ระหว่างนั้นท่านก็ต้องมานั่งดูครับว่า วันนี้ ถ้าเราจะมุ่งว่าเราจะส่งเสริมธุรกิจนี้ บริษัทไทยที่เป็นของคนไทยวันนี้มีไหม และแต่ละบริษัท เขามีความสามารถไหม และเขามีปัญหาอุปสรรคอะไร ผมอยากจะเรียนครับ ไม่ต้องไกลจาก เราเลยครับ ท่านประธานไปตรงนี้ครับ กรมช่างอากาศตรงนี้ละท่านประธานทราบไหมครับ ว่าเขาผลิตเครื่องบินครับ เขาทดลองผลิตเครื่องบินเอาไว้ใช้ฝึกนักบินกองทัพอากาศ แต่ว่า ช่างอากาศยานที่ผลิตเครื่องบินที่ตรงนั้นได้ค่าแรงชั่วโมงละ ๑๐๐ กว่าบาทครับ เป็นไปได้ อย่างไรครับ ช่างอากาศที่กําลังผลิตอยู่นี่ต้องหาทุนรอนเองหมด กองโรงงาน กรมช่างอากาศ ก็ต้องวิ่งหาทุนเองอีก แถมผู้ผลิตเครื่องบินของช่างอากาศยานชั่วโมงหนึ่งได้ ๑๐๐ กว่าบาท ท่านลองคิดดูสิว่าถ้าหากว่าท่านไม่ต้องออกกฎหมายฉบับนี้ ท่านเริ่มต้นส่งเสริมทางด้าน กองทัพอากาศหาทุนให้เขา หาคนให้เขา หางบประมาณให้เขา เขาก็เริ่มต้นพัฒนาอากาศยาน ระดับเล็กที่เป็นประเภทใบพัดเอาไว้เริ่มต้นฝึกนักบิน ไม่ว่าจะเป็นนักบินพลเรือนหรือนักบิน ของกองทัพอากาศขั้นปฐมภูมิได้ โดยไม่ต้องลงทุนไปซื้อจากต่างประเทศ ท่านประธานไปดูก็ได้ ท่านรัฐมนตรีพ้องไปดูเลยครับที่กรมช่างอากาศตรงนี้ละครับ ใกล้ ๆ เรานี่ เขาผลิตอยู่ที่นั่น ครับ แค่นี้เอง นี่ใกล้ ๆ เรา ไกลออกไปหน่อยครับที่ดอนเมือง ตรงนั้นก็บริษัท ทีเอไอ ก็พัฒนามาจากกองทัพอากาศ เขาได้ใบอนุญาตจากเจอเนอรัล ไดนามิกส์ (General Dynamics) ให้ซ่อมแล้วปรับสภาพเอฟ ๑๖ ได้ แล้วก็เครื่องบินโดยสารบางประเภท ผมจะเรียนครับว่า เรื่องของผลิตชิ้นส่วนนี้ท่านไม่ต้องแก้กฎหมายนี้เลยครับ ขอให้เป็นนโยบายที่ชัดเจน ตอนที่เรา จะซื้อเครื่องบินใหม่ โรงงานเครื่องบินเอฟ ๑๖ เขาบอกว่าเขายินดีเอาแบบที่เพื่อนสมาชิกพูด ไม่ว่าที่จะเป็นประเทศมาเลเซียหรือที่ประเทศสิงคโปร์นะครับ เวลาที่เขาซื้ออากาศยานทหาร เขามีข้อตกลงว่าซื้อจริง แต่คุณต้องมาลงทุนผลิตชิ้นส่วนอะไหล่บางประเภทของอากาศยานนั้น ในประเทศเขา ตอนที่ประเทศมาเลเซียซื้อฝูงบินเอฟ ๑๘ จากประเทศสหรัฐอเมริกาฝูงแรก โดนโจมตีเยอะเลยครับ ทั้งประชาชน ทั้งในสภา แต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้นบอกว่า สิ่งหนึ่งนอกจากเราไปลงทุนซื้อนี่เราไม่ได้แค่ซื้ออากาศยาน แต่เรากําลังซื้อเทคโนโลยีและ การลงทุนใหม่ในประเทศมาเลเซีย เพราะเงื่อนไขสําคัญอันหนึ่งก็คือว่าหลังจากซื้อไปแล้ว บริษัทที่ผลิตเครื่องบินนี้จะต้องมาลงทุนตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่บางประเภทในประเทศเขา เป็นเงื่อนไข ไม่จําเป็นต้องไปแก้กฎหมายเลย ขอให้เป็นนโยบายรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนําไปปฏิบัติ เพราะฉะนั้นถ้ารายการนั้นเราสามารถตกลงกับเจเนอรัล ไดนามิกส์ ที่จะซื้อขายเครื่องเอฟ ๑๖ กันตรงนั้นได้ว่าเอาละซื้อ แต่คุณมาผลิตกระสุนนะ กระสุน ประเทศไทยผลิตได้เป็นพื้นฐานอยู่แล้วท่านประธาน ไม่ต้องเทคโนโลยีสูงอะไร เพียงแต่เอา อุปกรณ์เครื่องจักรมามันก็เริ่มต้นของการผลิตอุตสาหกรรมขึ้นมาแล้ว ในเรื่องของอากาศยาน เอกชนระดับเล็ก ทําไมประเทศที่เป็นพี่ใหญ่ของการบินคือประเทศสหรัฐอเมริกาเขาเริ่มต้น จากอะไรครับ ที่พี่น้องตระกูลไรท์ เครื่องบินใบพัดก๊อกแก๊ก ๆ เริ่มต้นตรงนั้นจนวันนี้มาเป็น ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมการบิน เพราะเขาเปิดโอกาส กฎหมายเขาเปิดช่องให้ประชาชน เขารู้จักประดิษฐ์คิดค้น แล้วก็ประเทศเขา รัฐบาลเขาส่งเสริม มีแหล่งทุนให้ มีนักวิทยาศาสตร์ มีทั้งเทคโนโลยีช่วย สุดท้ายอุตสาหกรรมการบินเขาเริ่มต้นมาจากเครื่องบินใบพัดเล็ก ๆ จนมาถึงวันนี้ เรากลับมาดูประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ ไปถามกองทัพอากาศครับ เรากลับมาดูประเทศไทยครับท่านประธาน ไปถามกองทัพอากาศครับ เครื่องบินสมัยก่อน เป็นเครื่องบินใบพัดนะครับ สิ่งที่ทําให้เครื่องบินบินได้ สมัยก่อนมีอยู่ ๒ อย่าง ไม่นับ เครื่องยนต์ คือปีกกับใบพัด ปีกข้างบนโค้ง ข้างล่างแบน แปลว่าเวลาวิ่งไปแล้วอากาศข้างบน มันจะเบาอากาศข้างล่างจะยกขึ้น แต่ที่ทําให้บินไปได้คือใบพัด เพราะฉะนั้นใบพัดเป็น สิ่งสําคัญแบบเมื่อก่อน ไม่ใช่วันนี้คือไอพ่น ท่านประธานครับ ในยุคนั้นกองทัพอากาศ ผลิตใบพัดได้เอง ทั้ง ๆ ที่เป็นเทคโนโลยี สมัยโน้นก็ต้องนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่สูงพอสมควร แต่ว่าคนไทยผลิตได้ครับ มีไม่กี่ประเทศในเอเชียนะครับ ในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๑ เสร็จแล้ว ทําไมพัฒนาของเรามันถึงได้ขาดไปครับ เพราะหลังจากนั้นขึ้นมาเรื่อย ๆ นโยบายของรัฐบาล เลิกผลิต ซื้ออย่างเดียว ซื้ออย่างเดียวครับ ซื้อ ซื้อ ซื้อ มันง่าย เร็ว โดยไม่ได้คิดว่าทําให้ การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศหรืออุตสาหกรรมอากาศยานมันขาดตอน สุดท้ายการลงทุนหรือการพัฒนาในเรื่องของการผลิตใบพัดอากาศยานมันก็หายไปเรื่อย อุตสาหกรรมการบินของเราหรือการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินหรืออากาศยานมันก็หาย ตามไปด้วย วันนี้มันถึงเป็นอย่างนี้ แต่ว่าในภาคเอกชนก็ดี ในภาคกองทัพเขายังคง พยายามอยู่ แต่ปัญหาของเขาที่ขาดแคลนคือ ๑. เรื่องของกําลังคนที่จะเอามาเป็นช่างที่มี ความรู้มาผลิต ๒. ที่เขาขาดคือว่าเงินลงทุนจากภาครัฐบาลเป็นหลัก เขาไม่ได้ต้องการเงิน ลงทุนมากมายจากต่างประเทศเลย แต่เขาต้องการแหล่งเงินทุนให้เขาในอัตราที่ดอกเบี้ยต่ํา และเงินทุนที่มากเพียงพอ ๓. ก็คือว่าเขาต้องการรับเรื่องของเทคโนโลยีบางส่วน ซึ่งเทคโนโลยีนี้มันไม่จําเป็นว่าต้องให้เขามาลงทุนแล้วเขาถึงจะให้ เราสามารถซื้อเทคโนโลยี บางส่วนได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่านโยบายของรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมด้านการบินอย่างแท้จริงแล้ว มันไม่ใช่อยู่ที่เพียงแค่แก้กฎหมายเพื่อให้ ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นใหญ่ ผมเรียนว่าตรงนี้เรื่องนี้แบ่งเป็นเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๑ คือว่าเราควร จะส่งเสริมธุรกิจหรืออุตสาหกรรมด้านนี้หรือไม่ คําตอบคือควรจะส่งเสริม เรื่องที่ ๒ วิธีการ ส่งเสริมจําเป็นต้องส่งเสริมด้วยวิธีการว่าแก้กฎหมายให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นใหญ่หรือไม่ ไม่จําเป็นเสมอไป และถ้าหากว่าจําเป็นก็ไม่จําเป็นต้องทํากฎหมายฉบับนี้ สามารถใช้ เงื่อนไขของกฎหมายประกอบธุรกิจคนต่างด้าวของกระทรวงพาณิชย์ดําเนินการได้เป็นราย ๆ อยู่แล้ว โดยไม่ต้องมาออกตรงนี้ เพราะผมอ่านในกฎหมายนี้นะครับ เหมือนกับเมื่อไรที่เราจะ ให้ก็ออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเป็นราย ๆ ก็ไม่ต่างเลย เพราะฉะนั้นต่างกันเพียงแค่คนอนุมัติ เท่านั้นเองครับ จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ผมยังเรียนว่ามันไม่มีความจําเป็นถ้าจะต้องเหตุผลนี้ เรื่องที่ ๓ ก็คือว่า ต้องส่งเสริม บุคลากร การพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยที่จะมีโอกาสเรียนแล้วได้รับใบรับรอง ใบประกาศนียบัตรในระดับมาตรฐานโลกอย่างแท้จริง ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ยากครับ มีโรงเรียน การบินหรือโรงเรียนช่าง ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์ ทั้งคนไทยและต่างชาติเขาอยากจะเปิด อยากจะตั้งอยู่แล้ว ถ้าหากว่าเรามีนโยบายส่งเสริมในส่วนนี้ให้เขา ผมเชื่อว่าอุตสาหกรรม การบิน ไม่ว่าจะเป็นด้านของการผลิตอากาศยาน ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ หรือว่าเรื่องของ การซ่อมบํารุงจะเดินหน้าไปไกลกว่านี้ และจะเป็นอีกส่วนหนึ่งครับท่านประธานที่สร้างงาน ให้กับคนไทย แล้วก็สร้างรายได้ให้กับประเทศมากขึ้นไปด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ผมถึงเรียนว่าเราต้องแบ่งให้ชัดเจนว่า ๑. เราจะส่งเสริมธุรกิจหรืออุตสาหกรรมด้านนี้หรือไม่ ๒. ถ้าจะส่งเสริมทําได้ด้วยอะไรบ้าง จริงหรือไม่ว่าแค่แก้กฎหมายฉบับนี้ จําเป็นไหม และถ้า จําเป็น จริงหรือไม่ว่าแก้เท่าที่เขียนมา ๓-๔ มาตราตรงนี้แล้วมันจะเดินหน้าได้ ไม่จริงครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของกฎหมายฉบับนี้เมื่อส่งต่อไปถึงท่านกรรมาธิการ ผมอยากเรียนว่า อย่าพิจารณาเพียงแค่นี้ละครับ ถ้าหากว่ามันเกี่ยวข้องกับกฎหมายเดินอากาศจริงแล้วท่าน ทําได้ มันต้องเขียนมากกว่านี้เพื่อที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจนี้มันเดินหน้าได้ แล้วมันเป็นธุรกิจ หรือเป็นโอกาสของคนไทยเหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลายคนเป็นห่วงอย่างแท้จริง ไม่ใช่แก้ ไปแล้วสุดท้ายกลายเป็นเปิดโอกาสให้ต่างชาติเท่านั้น ถ้าอันนี้ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องแน่นอน นะครับ ผมคิดว่าการจะแก้กฎหมายหรือปรับปรุงกฎหมายในส่วนนี้มันควรจะเป็นการแก้ไข เพื่อเปิดโอกาสให้กับคนไทยเป็นอันดับที่ ๑ ส่วนในการที่จะได้ทุนต่างชาติมาช่วยนั้นให้มันเป็น อันดับรองลงไปมาเป็นการเสริม เพราะฉะนั้นในการปรับปรุงหรือการแก้ไขกฎหมายในฉบับนี้ ผมคิดว่าต้องคํานึงถึงสิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานโดยย่อเมื่อสักครู่จะเป็นประโยชน์ สําหรับการส่งเสริมธุรกิจนี้อย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ