พ้อง ชีวานันท์ ชี้แจงเจตนาของรัฐบาลในการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยาน โดยชี้ว่าข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนผู้ถือหุ้นไทย 51% เป็นอุปสรรค และยืนยันว่าการแก้กฎหมายมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพบุคลากรและดึงดูดการลงทุน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์แอบแฝง
เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พ้อง ชีวานันท์ ในฐานะรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าทุก ๆ ท่านที่ได้ อภิปรายเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. นี้นะครับก็ล้วนมีแต่ความห่วงใย แล้วก็ล้วนคํานึงที่อยากจะ รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ความเห็น ข้อคิดทั้งหลายที่ท่านทั้งหลายได้อภิปรายไว้ นะครับผมคิดว่าบรรดาท่านกรรมาธิการก็คงจะนําไปรวบรวม แล้วก็พิจารณาเป็นข้อมูล ประกอบ แต่อย่างไรก็ตามนะครับผมขออนุญาตชี้แจงให้ท่านประธานได้ทราบนะครับว่า รัฐบาลเสนอกฎหมายฉบับนี้ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นไว้ ไม่มีวาระหรือประโยชน์ใดที่แอบแฝง ไม่มีผู้ใดทั้งสิ้นที่มาชี้นํา เพียงแต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางบีโอไอ ซึ่งได้ให้การสนับสนุน เปิดโอกาสให้นักลงทุนนี้มาลงทุนทางด้านผลิต ทางด้านผลิตส่วนประกอบอากาศยานแล้วก็ ศูนย์ซ่อม ให้มาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้นะครับ ไม่มีผู้ลงทุนหรือบริษัทที่เข้ามาที่จะดําเนินการ เป็นกิจจะลักษณะ เพราะเข้ามาแล้วพอเปรียบเทียบกับศักยภาพของประเทศไทย เปรียบเทียบกับข้อกําหนดต่าง ๆ นี้ ประเทศอื่นดีกว่า เราหลงกันอยู่นะครับว่าประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการบินนะครับ จริง ๆ แล้วนี้นะครับ อยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่า ประเทศอื่นเขาไม่คิดอย่างนั้นนะครับ เขาคิดว่าประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการบิน และ ในขณะเดียวกันเมื่อปี ๒๕๕๑ ก็มีการออก พ.ร.บ. การเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) ขนาดที่ว่า บีโอไอเปิดกว้างให้แล้ว ก็ยังไม่มีผู้ลงทุนที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนเมื่อมี พ.ร.บ. เดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) ขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๕๑ ตรงนี้ยิ่งเป็นข้อจํากัด เป็นสิ่งซึ่งทําให้ผู้ที่จะมาลงทุน ทางด้านอากาศยานหรือศูนย์ซ่อมก็ตามหันไปพิจารณาประเทศอื่นหมด เพราะการกําหนด สัดส่วน ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ของคนไทย ของผู้ถือหุ้นไทย เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาที่ทางบีโอไอ ได้นําเสนอปัญหานี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แล้วในปี ๒๕๕๒ นั้นนะครับ ครม. เศรษฐกิจของรัฐบาล ในขณะนั้นก็มีความเห็นว่านี่คืออุปสรรค นี่คือความจําเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข และขณะนั้น ก็ได้มีการพิจารณาแล้วก็มีความเห็นชอบว่าต้องดําเนินการแก้ไขเพื่อให้ประเทศไทย มีศักยภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่เราอยากจะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางอากาศนี้ ได้สามารถเดินไปถึงจุดนั้นได้ แล้วท่านสมาชิกบางท่าน ท่านพูดว่า แล้วทําไมกระทรวง คมนาคมมาเกี่ยวข้อง แทนที่จะเป็นกระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงอุตสาหกรรม ในกระทรวงอุตสาหกรรม โดยบีโอไอนะครับ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนนี้เปิดช่องไว้ มีช่องเปิดให้ครับ แต่มันมาติดที่กฎหมาย พ.ร.บ. การเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) นี้นะครับ ที่จํากัดการลงทุน ถามว่าแล้วขณะนี้มันใช้เวลาทั้งหมด ๔-๕ ปี ในการพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พยายามที่จะหาแนวทางในการที่จะให้การดําเนินการตรงนี้ให้มี การสนับสนุนการลงทุนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้มีการควบคุมเพื่อไม่ให้เลยเถิดไปอย่างที่ ท่านสมาชิกเป็นห่วง ก็อยากเรียนท่านประธานว่า รัฐบาลมีเจตนาที่จะดําเนินการตรงนี้โดย ไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ แอบแฝงทั้งสิ้น ต้องการเพื่อที่จะเห็นประเทศไทย อย่างที่พวกเรา ได้ภาคภูมิใจ แล้วก็คิดอยู่เสมอว่าเราคือศูนย์กลางทางอากาศ แต่โดยข้อเท็จจริงนี้ ต่างประเทศเขาไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นการแก้ตรงนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถดึงดูด นักลงทุนเข้ามา ถามว่าแล้วเราจะสูญเสียอะไรไปบ้าง เราจะสูญเสียสิทธิประโยชน์ที่เราจะมอบให้เขา ตลอดไปหรือไม่ใช่ครับ ในการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เราสามารถกําหนดไว้ในการตรา พระราชกฤษฎีกาทุกเรื่อง เพื่อป้องกันความกังวลของบรรดาท่านสมาชิกหรือพี่น้อง ประชาชนที่อาจจะคิดในแนวลบ แนวอนุรักษ์ว่าเราต้องปกป้องรักษาสิทธิของประเทศ ซึ่งผมก็คิด ผมเห็นด้วยครับว่าจําเป็นต้องเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพียงแต่ว่าเราเปิดโอกาสเพื่อให้ นักลงทุนได้เข้ามา แต่เราไม่ได้เปิดโอกาสตลอด ในประเทศจีนเขาเปิดโอกาสให้นักลงทุน ต่างชาติลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วขณะนี้เขาสามารถสร้างเครื่องบินเองได้ แล้วขณะเดียวกัน ก็ปรับเปลี่ยนสัดส่วนของการลงทุนปัจจุบันนี้เหลือแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมก็ อยากจะเรียนท่านสมาชิกนะครับว่ารัฐบาลตระหนักดีในเรื่องเหล่านี้ รัฐบาลอยากจะเห็น การพัฒนาศักยภาพทางด้านการผลิตอากาศยาน การซ่อมอากาศยาน เหนือสิ่งอื่นใดรัฐบาล อยากเห็นการเพิ่มพูนบุคลากรของประเทศเพื่อให้มีความรู้ความชํานาญจากการที่ต่างประเทศ เข้ามาลงทุน เพราะการลงทุนในแต่ละอุตสาหกรรมคงไม่ใช่แค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็น หมื่นล้านบาท ตลอดระยะเวลาหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติ โครงการเกี่ยวกับการบินทั้งหลายนี่ละครับ และอนุมัติไป ๒๗ โครงการ เงินลงทุนเพียงแค่ ๓,๗๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง เรายังห่างไกล เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกว่าขอได้โปรดให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่ออนาคตตามที่พวกเรา หวังว่าเราจะเป็นศูนย์การบินต่อไป ผมอาจจะไม่ได้ตอบคําถามท่านสมาชิกครบถ้วนนะครับ แต่ผมเรียนโดยรวมว่าด้วยความตั้งใจของรัฐบาลก็ต้องการให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ปลดล็อก แล้วในขณะเดียวกันบรรดาความเห็นของท่านสมาชิกทั้งหลายที่ได้อภิปรายไว้ในที่นี้นะครับ ก็จะได้นําไปประกอบเป็นข้อมูลในการพิจารณาหรือปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในขั้น กรรมาธิการต่อไป สําหรับกรณีของสนามบินจังหวัดตรัง ก็อยากจะเรียนว่าขณะนี้ก็มีการทํา จัดงบประมาณเพื่อที่จะมีการศึกษาขยับขยายสนามบินจังหวัดตรัง ก็ขอเรียนให้เป็นข้อมูล สําหรับท่านสมาชิกที่พูดถึงนี้ ขอบคุณครับ