ศุภชัย ใจสมุทร เสนอการแก้ไขเรื่องการผลิตอากาศยานและระบบความปลอดภัยในอุตสาหกรรมการบิน โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบความพร้อมของเจ้าหน้าที่และบุคลากรในการตรวจสอบและผลิตเครื่องบิน รวมถึงการดำเนินการเพิ่มความปลอดภัยในสนามบินสุวรรณภูมิ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมจะบริหารเวลาอย่างดีเลยครับ คือเนื้อหาสาระเสร็จเมื่อไร ผมก็จะจบเมื่อนั้นละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนว่า เมื่อได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็คิดว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ตั้งใจ ถ้าตั้งใจทําเพื่อที่จะส่งเสริมให้มีการดําเนินการในการผลิตอากาศยานขึ้นมาจริง ก็คงจะเป็นประโยชน์ รวมถึงว่าให้มีโรงซ่อม แต่สิ่งที่คงจะต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีไปว่าแท้ที่จริงแล้ววัตถุประสงค์ในการมีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมานี่ เป้าหมายหลักที่จะเน้นเป็นเรื่องโรงซ่อมหรือการสร้าง อากาศยานใหม่ เพราะจริง ๆ แล้วเราเองเราทราบกันดีครับว่าอากาศยานนี่ อุตสาหกรรมนี้ เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่อง ในยุโรปเขาก็ผลิตกันหลาย ๆ ประเทศ บางประเทศ ผลิตเฉพาะปีก ถึงเวลาก็พาปีกไปประกอบ และความเป็นจริงก็คือในอากาศยานนี่มันจะ ประกอบด้วยอากาศยานและเครื่องยนต์นะครับ อากาศยานก็คือแอร์คราฟท์ (Aircraft) ส่วนหนึ่ง แล้วก็เอนจิน (Engine) ขออนุญาตที่พูดเป็นภาษาอังกฤษ ก็อีกส่วนหนึ่ง เจนเนอเรติง (Generating) เครื่องไฟฟ้าก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านกําลัง จะบอกนี่ มาขอให้สภาแห่งนี้ได้มีการผ่านกฎหมายฉบับนี้ไป วัตถุประสงค์เราจะสร้างเฉพาะ ตัวเครื่องบินเปล่า ๆ เป็นบอดี้ (Body) เฉย ๆ หรือว่าเป็นการสร้างโรงงานผลิตเอนจิน หรือ ผลิตเจนเนอเรติง หรือจะผลิตตัวที่เราเห็นบินวน ๆ อยู่ข้างใน ซึ่งเขาเรียกเบลด (Blade) อย่างเดียว แท้จริงแล้วมันมีมากมายมหาศาลที่มันเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวข้อง ในโลกนี้ ถ้าใหญ่ ๆ เราก็เป็นว่ามันมีทั้งแอร์บัสมีทั้งโบอิงใช่ไหมครับ ซีแอตเทิลทั้งเมืองก็จะเห็นว่า เป็นโรงงานผลิตเครื่องบินใหญ่โตมโหฬารติดต่อกันมากมายเพราะฉะนั้นก็คงต้องถาม ท่านรัฐมนตรีว่าเป้าหมายหลักในการที่จะแก้ครั้งนี้มันคือการที่จะตั้งเป็นโรงซ่อมหรือเปล่า ถ้ากรณีเป็นหน่วยซ่อมก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ก็ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย เรานี้เราเป็นฮับ (Hub) ในเรื่องของการซ่อมอยู่นานในฝ่ายช่างของเราที่มีชื่อย่อว่า ดีที (DT) นี่ก็เป็นที่ปรากฏว่าเป็นศูนย์แห่งการซ่อม ไม่ใช่ซ่อมอย่างเดียวครับ ซ่อมแล้วก็บํารุง เป็นประจําอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าเป้าหมายหลัก ในระยะนี้มันคือเรื่องของการสร้างอากาศยานเลย หรือเฉพาะเรื่องซ่อมเป็นหลัก ในเรื่อง ของการแก้ไขต่าง ๆ ในเรื่องหุ้นส่วนนี้นะครับ นี่ก็คงต้องถามอันแรก
สิ่งหนึ่งที่จะต้องถามต่อมาก็คือว่าถามว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการ ตรวจสอบของเรานี่ ท่านรัฐมนตรีพอทราบไหมครับว่าเรามีความพร้อมสักขนาดไหน เพราะสิ่งสําคัญในเรื่องอุตสาหกรรมการบิน เรื่องสําคัญที่สุดก็คือเรื่องความปลอดภัย ทุกชิ้นส่วนของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นตัวแอร์คราฟท์ก็ดี เอนจิน หรือทุกส่วน น็อต ๑ ตัว ทั้งหมดนี้มันมีซีรีส์นัมเบอร์ (Series Number) มันมีหมายเลขที่ออกเป็นใบสําคัญสมควร เดินอากาศตามกฎหมายการเดินอากาศทั้งสิ้น ที่เขาเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า แอร์เวอร์ธิเบส เซอร์ทิฟเคชัน (Airworthiness Certification) นั่นละครับ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนถาม ท่านว่าเรามีเจ้าหน้าที่เพียงพอในการที่ถึงเวลาจะต้องทําอย่างนั้นหรือครับ ท่านเคยทราบ ไหมครับว่ากาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ สายการบินแห่งชาติของเรามันเคยเกิดเขาเรียกว่า อุบัติการณ์ ภาษาอังกฤษเขาไม่ได้ใช้คําว่า แอคซิเดนท์ (Accident) เขาใช้คําว่า อินซิเดนท์ (Incident) กําลังแทกซี่ (Taxi) อยู่นี้นะครับ แล้วก็ปีกไปเกี่ยวเอากับที่ไหนตามกฎหมาย การบินนะครับ เครื่องบินลํานี้จะต้องถูกถอนใบสําคัญสมควรเดินอากาศหรือที่เรียกว่า แอร์เวอร์ธิเบส เซอร์ทิฟิเคชัน ทั้งหมดเลย แต่เรื่องของเครื่องบินมันมีความประหลาด เหมือนกับรถแทกซี่อยู่อย่างหนึ่ง ก็คือว่าแทกซี่เวลาเราเข้าอู่ เราก็สามารถที่จะถอดล้อจาก แท็กซี่คันโน้นมาใส่คันนี้ จากคันนี้ไปใส่คันนั้นแล้ววิ่งต่อได้ แอร์คราฟท์นี่มันสามารถถอด เครื่องยนต์หรือเอนจินจากเครื่องนี้ไปใส่เครื่องโน้น คือเครื่องจีอี (GE) ไปใส่เครื่องนี้ เครื่องโรลส์-รอยซ์ไปใส่เครื่องโน้นได้ วนกันกับตัวบอดี้ตรงนั้นผลก็คือท่านเคยทราบไหมครับ ว่ามันเคยมีกรณีที่เครื่องยนต์ที่ผมบอกว่าขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่าเอนจิน ของเครื่อง ที่ถูกถอนใบสําคัญสมควรเดินอากาศไปแล้วนะครับมีการถอดเอาไปใส่กับเครื่องแอร์คราฟท์ อีกลําหนึ่ง แล้วก็บินไปเป็นไม่รู้กี่หมื่นไมล์ ซึ่งผลมันจะเป็นอย่างไรรู้ไหมครับ ถ้าเครื่องนั้น มันโชคร้ายตก อินชัวรันซ์ (Insurance) ไม่จ่ายนะ เพราะฉะนั้นที่ผมถามท่านนะครับว่า ความจริงแล้วมันมีกระบวนการตรวจสอบตรงนั้นไหม ดีทีของการบินไทยซึ่งเป็นแม่งานหลัก ในการที่จะเป็นหน่วยซ่อมนี่มีกําลังพอไหม บพ. ของท่าน คือกรมการบินพลเรือนนี่มีกําลัง พอที่จะไปตรวจสอบตรงนี้ไหม นี่คือสิ่งที่ผมจะต้องฝากท่านรัฐมนตรีไป ท่านรัฐมนตรีทราบไหมครับว่าในประเทศโลกที่สาม เผลอ ๆ เนื่องจากปัจจุบันบ้านเราก็มี เครื่องบินบินกันกลายเป็นโลว์คอสต์ (Low Cost) เต็มไปนี่นะครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือว่า เขาไปซื้ออุปกรณ์ชิ้นส่วนซึ่งมันเป็นราคาถูก แต่ไม่มีใบแอร์เวอร์ทิเบส (Air Worthiness) มาใส่ สิ่งที่วงการธุรกิจนั้นเขาเรียก โบกัสพาร์ท (Bogus Part) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษบ่อย นะครับท่านประธานที่เคารพ เพราะมันเป็นเรื่องเทคนิคนิด ๆ โบกัส พาร์ทเหล่านั้นมาใส่นี่ ผลมันก็จะเกิดขึ้นคือถ้าวันดีคืนร้ายเครื่องมันเกิดแอคซิเดนท์แล้วมันมีเหตุความเสียหายอะไร ก็ตามอินชัวรันซ์เขาไม่จ่ายเหมือนกัน เพราะฉะนั้นนี่คือเป็นเรื่องที่ท่านกําลังมาเสนอต่อ ที่ประชุมแห่งนี้ มันไม่ง่ายที่จะพิจารณากันแล้วก็ปล่อยให้มันง่าย ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าท่านคิดที่จะทําการใหญ่เรื่องนี้ บุคลากรของ บพ. กรมการบินพลเรือนเพิ่มหรือยัง ๒. ก็คือความเชี่ยวชาญ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกที่เคารพได้มีการเสนอถามว่าเทคโนโลยีชั้นสูงสุด มันคืออะไร คํานิยามมันคืออะไร ท่านก็ต้องอธิบาย ด้วยความเคารพ ผมอยากจะสนับสนุน เรื่องอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้มีการเสนอไปนะครับ ทางฝ่ายรัฐบาล ผมก็เห็นว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีประโยชน์และจําเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศเราควรจะต้องมีเรื่องของการที่จะให้มี กิจกรรมพวกนี้ เพราะในที่สุดแล้วประเทศไทยคือฮับ มันเป็นฮับทุก ๆ เรื่อง และวันนี้เรามี ทุ่งกุลาร้องไห้นอกจากปลูกข้าวราคาดีแล้วนี่ ถ้าเราไปตั้งโรงงานผลิตเครื่องบิน มันก็เป็น ประโยชน์ การลงทุนมหาศาลครับ แล้วผมไม่ติดใจแล้วครับว่าถ้าใครจะมีหุ้นมากกว่า เพียงแต่ถ้าเรามีกฎหมายควบคุมให้ดีผมว่ามันจะเป็นประโยชน์ แต่นั่นละครับสิ่งที่จะต้อง ตามมาก็คือวันนี้เรามีกําลังพล กําลังคนพร้อมสําหรับที่จะไปทําตรงนั้นไหม วันนี้ดีทีการบินไทย มันมีกําลังพอหรือยังในเรื่องของถ้าเราตั้งอุตสาหกรรมโรงงานผลิตเครื่องบินหรือโรงซ่อม ก็ตาม ผู้ที่เป็นเทคนิเชียน (Technician) มีมากพอขนาดไหน นี่คือสิ่งที่ผมจะต้องขออนุญาต ฝากท่านรัฐมนตรีที่เคารพไปว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องหาทางตอบให้ผมได้ชื่นใจเถอะครับ ว่าจริง ๆ วันนี้ประเทศไทยของเรามันมีความพร้อม
วันนี้ท่านมาเรื่องร่าง พ.ร.บ. การเดินอากาศ ก็มีเรื่องที่จะต้องถามอีก เรื่องหนึ่ง มันเป็นเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ท่านรัฐมนตรีครับ มันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เป็น เรื่องที่ค่อนข้างที่จะมีความสําคัญ แล้ววันนี้ประเทศไทยของเราไปติดแหงก ติดหนึบอยู่ แล้วไม่เดิน ไม่เคลื่อนสักที ก็คือเรื่องบางเรื่องซึ่งผมเคยมีการถามในสภาแห่งนี้เมื่อประมาณ เกือบปีมาแล้วก็คือเรื่องของเอพีพีเอส (APPS) ท่านประธานที่เคารพ เอพีพีเอส หรือสิ่งที่เขา เรียกว่าระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า ซึ่งผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็คงทราบ ก็คือ แอดวานซ์ พาสเซนเจอร์ อินฟอร์เมชัน ซิสเท็ม (Advance Passenger Information System) นะครับ วันนี้หลายประเทศในโลกเขาใช้เรื่องนี้กัน ถามว่าเขามีกันไว้ทําอะไร มันคืออะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีคงทราบ แต่ถามว่ามันคืออะไร มันก็คือระบบ ๆ หนึ่ง เป็นระบบคอมพิวเตอร์ (Computer) ระบบโปรแกรม (Program) ที่สามารถที่จะตรวจสอบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีผู้โดยสารคนหนึ่ง ขึ้นจากสนามบิน เมื่อสักครู่ที่บอกว่าของประเทศไหนสักประเทศหนึ่งจากฮ่องกงมานี้ เมื่อสักครู่ท่านแต่งกลอนผมเคลิ้มเลยจําไม่ได้ ขออภัย ถ้าบินมาจากโน่นแล้วมีบุคคลที่ ไม่พึงประสงค์ ประเทศไทย สนามบินสุวรรณภูมิเราทราบเลยครับ ถามว่าท่านรัฐมนตรี ท่านทราบว่าเรื่องนี้มันไปถึงไหนแล้ว วันนี้ปริมาณผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิมันเพิ่มขึ้น เราไม่พูดว่าตอนนี้สนามบินก็สร้างไม่ค่อยทัน มันควรจะต้องรีบ ๆ สร้างเพื่อรองรับอีก ๖๐ ล้านคนซึ่งมาอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้นะครับ แต่ผมจะบอกว่าวันนี้เมื่อมีผู้โดยสารปริมาณ มากขึ้น เพิ่มขึ้น มันก็ทําให้อุตสาหกรรมการบินท่าอากาศยานและหน่วยงานความมั่นคง นี่นะครับ อันแรกสุดเรื่องความมั่นคง ก็มีความจําเป็นที่จะต้องบริหารจัดการให้มีข้อมูลที่มัน ทันท่วงที ประโยชน์ต่อหน่วยงานความมั่นคงก็คือเมื่อ สตม. นี่นะครับ สํานักงานตรวจคน เข้าเมืองที่เราเข้าคิวกันนี่เพื่อรับข้อมูลล่วงหน้าใครมาล็อกตัวเลย ไม่ใช่ว่าให้เจ้าหน้าที่ดึก ๆ ดื่น ๆ ง่วง ๆ ไป เงยหน้ามอง พลาดก็ได้ เราปล่อยให้โจรก่อการร้ายมาวางระเบิดอยู่ แถว ๆ วันก่อนสุขุมวิท จําได้ไหมครับที่มันระเบิดกันในบ้านนี่ อันนั้นก็เพราะกระบวนการนี้ เราไม่มี ในขณะที่ประเทศอื่นซึ่งคิดหลังเรา ประเทศมาเลเซียวันนี้ไปแล้ว หลาย ๆ ประเทศ ไปแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้นอกจาก สตม. แล้ว หน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ ที่ต้องการข้อมูล เหล่านี้ก็สามารถที่จะได้นําข้อมูลมาวิเคราะห์ มาสรุปได้ว่าบุคคลที่จะเข้ามามันน่าจะเข้ามา ก่ออะไรที่มันก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียน ต่อท่านประธานว่านั่นคือประโยชน์ของเอพีพีเอส
๒. ก็คือตัวสนามบินเองหรือสายการบิน ระบบนี้ก็สามารถที่จะทําให้มีการจัด ทรัพยากรในการบริการให้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการนําข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาประมวล เพื่ออะไรครับ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับท่านผู้โดยสารในการตรวจให้มันเร็วขึ้น ระบบนี้ เข้ามาท่านเร็วขึ้นเลยครับ ตม. ที่เข้ามันจะยาว มันก็จะทําให้ระบบมันดีขึ้น เรื่องนี้สมัย ทางพรรคภูมิใจไทยได้ดูแลกระทรวงคมนาคมนี้นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอดีตรัฐมนตรี โสภณ ซารัมย์ ท่านก็ได้มีการศึกษาเรื่องนี้ และสั่งให้มีการดําเนินการศึกษาเพื่อประโยชน์ แต่เชื่อไหมครับวันนี้กระบวนการหลังจากนั้นของท่านก็เดินมาค่อนข้างช้ามาก ท่านมีการสั่ง มารื้อมาดูกันอะไรหลายเรื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ปี ๒๕๕๖ ปีนี้ นี่เดือนพฤศจิกายน จะเดือนธันวาคมแล้วนะครับ คณะกรรมการการบินพลเรือนถึงจะได้มีข้อบังคับฉบับที่ ๘๗ ประกาศเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ให้มีการอนุญาตให้สนามบินจัดให้มีระบบนี้ ที่ผมพูดสั้น ๆ นี้ แล้วก็มีผลมาตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม ทอท. หรือบริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย นี้ ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมให้เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ก็ได้มีการดําเนินการ ประกาศจัดซื้อจัดจ้างกันมา มีขั้นตอนมากมาย ผมจะสรุปความสั้น ๆ ก็คือต้องฝาก ท่านรัฐมนตรี ถามท่านรัฐมนตรีว่าในที่สุดเรื่องนี้จะเอาอย่างไร เพราะมันคาอยู่ ในขณะนี้ มีกระบวนการ คือในโลกนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า มีผู้ที่ทําระบบนี้ในโลก มันมีอยู่ ๒ บริษัทเท่านั้นเองครับ คือบริษัท แอร์ริงค์กับบริษัทซิตา ซึ่งมีการเสนอกันในโลก ที่ไหน ๆ ๒ บริษัทนี้แข่งขันกันตลอด แต่ทั้ง ๒ บริษัท แอร์ริงค์กับซิตา ทาง ทอท. เคยตรวจสอบถามลูกค้าของตัวเองก็คือสายการบินว่าทั้ง ๒ บริษัทนี้คุณมีความสัมพันธ์กับ บริษัทไหนในการเชื่อมโยงกันมา ๘๐ เปอร์เซ็นต์เขาบอกว่าซิสต้าเป็นคู่หูเขาที่ไปสนามบินอื่น สายการบินไทยก็เป็นคู่กับซิสต้า สายการบินยักษ์ใหญ่ ยกเว้นสายการบินอื่นที่ไม่ใช่บินมา เมืองไทยนี้นะครับ คือ ๑๐๐ ลํา บินมานี่เป็นคู่สัมพันธ์กับซิสต้าอยู่ ๘๐ ลํา อีก ๒๐ ลําถึงจะ มีกับแอร์ริงค์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามบริษัทเหล่านี้นะครับ เพราะจริง ๆ มันเป็นข้อเท็จจริง แต่พอถึงเวลาเข้านะครับ จู่ ๆ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาถึงแล้ว จู่ ๆ ท่านหยุดเสียดื้อ ๆ เลย ก็เลยอยากรู้ว่ามันเกิดขึ้นอย่างนี้อย่างไร แล้วจะดําเนินการต่อไปอย่างไรต่อ วันนี้ผมขอ กราบเรียนต่อท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มันเกี่ยวเนื่องกับ พ.ร.บ. การเดินอากาศ เพราะเป็นเรื่องของอํานาจของคณะกรรมการการบินพลเรือน ซึ่งวันนี้มีกระบวนการเข้าสู่ พร้อมที่จะจัดซื้อจะจ้าง และประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ แต่อยู่ ๆ ท่านหยุด อยู่นี้มันทําให้เกิดความเสียหายนะครับ ความเสียหายก็คือการไม่สามารถดําเนินการไปตาม ที่กฎหมายกําหนด ๒. ก็คือ ทอท. ซึ่งจะมีรายได้จากตรงนี้นะครับ พอไม่เริ่มเขาได้ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ซึ่งมีการเก็บจากผู้โดยสารนี้มันก็จะหายไป ๓. ที่แน่ ๆ ก็คือระบบ ข้อมูลต่าง ๆ ที่มันควรจะได้ก็เสียหาย สิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ก็คือว่า วันนี้ฟังดูเสมือนว่าเรามีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง ตัดสินใจไม่ถูกว่าต้องซื้อรถ ๑ คัน วันนี้ มันเหมือนกับมีเงินอยู่สัก ๑๐๐ บาท ท่านตัดสินใจว่าแทนที่จะซื้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ราคา ๑๐๐ บาท ท่านตัดสินใจไม่ซื้อ ท่านจะยกเลิก ๑๐๐ บาท แล้วท่านจะไปใช้เงิน ๙๕ บาท ไปซื้อฮุนไดขออนุญาตเอ่ยนามโฆษณาสินค้าให้เลยครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันทําให้ บ้านเมืองเสียหาย ได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า เพราะในที่สุดแล้วท่านไม่ซื้อซิตาแต่ท่านจะไปซื้อ แอร์ลิงค์ แอร์ลิงค์ซึ่งสมรรถนะมันต่างกัน ๘๐:๒๐ อย่างที่ผมว่า เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ฝาก ท่านรัฐมนตรี ถ้าท่านตอบได้ช่วยตอบผมด้วยนะครับว่าในที่สุดแล้วเรื่องนี้มันจะเกิดขึ้น หรือไม่ อย่างไรต่อ ก็ขออนุญาตที่จะเรียนถามท่าน แต่เรื่องกฎหมายฉบับนี้ถ้าท่านยืนยัน อธิบายความให้ผมได้ว่าเรื่องเหล่านี้มันจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย หรือว่าจะเอาเรื่อง ซ่อมเป็นหลักก่อน ผมพร้อมที่จะสนับสนุน และผมจะขอเข้าไปเป็นกรรมาธิการในคณะนี้ ต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ