รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ผมขออนุญาต เปิดประชุมครับ เพื่อไม่เสียเวลาเชิญท่านวัชระ เพชรทอง ตามด้วยท่านวรชัย เหมะ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ วันนี้ท่านประธานดูมีราศีมาก ความทุกข์ยากของ ประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก ประชาชนเทศบาลตำบลคูคตร้องเรียนว่าเทศบาลตำบลคูคตนั้น นำขยะไปทิ้งหลังเทศบาลที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายขจรศักดิ์ สิงโตกุล ช่วยดำเนินการก่อนที่เทศบาลจะเอาขยะไปทิ้งที่หลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด
เรื่องที่ ๒ นายสุทัศน์ ฤทธิ์เลิศชัย และชาวบ้านในซอยเพชรเกษม ๗๕/๑ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม ร้องว่าน้ำท่วมในเขตหนองแขมแจ้งไปที่สำนักงานเขต หลายครั้งยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไข ขอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านสุขุมพันธุ์ และท่านอาจารย์ดอกเตอร์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เร่งดำเนินการ
เรื่องที่ ๓ สุภาพสตรีผู้ไม่ประสงค์ออกนามร้องว่าไปทำบัตรประชาชน ที่เขตหนองแขมแล้วไม่ทำให้เนื่องจากเจ้าหน้าที่อารมณ์ไม่ดี แต่ก็ไปทำที่เขตบางแคได้ขอให้ ปรับปรุงการบริการ
เรื่องที่ ๔ นายสมมาตร ยิ้มอยู่ อายุ ๑๙ ปี ถูกไฟดูดตายที่เขตหนองแขม ใกล้บ้านผู้ใหญ่เฉลิม กทม. จะจ่ายค่าปลงศพแค่ ๒๕,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ในขณะที่จะ จ่ายค่าปลงศพให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมถึง ๒๕๐,๐๐๐ บาทต่อศพ ต่างกันถึง ๑๐ เท่า และไม่มีเงิน ชดเชยเลยแม้แต่บาทเดียว ในขณะที่จ่ายเงินชดเชยให้กลุ่มผู้ชุมนุม ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ศพ ขอความเป็นธรรมให้กับคนที่ถูกน้ำท่วมตาย ๗๐๐ ศพด้วยครับ
ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ถูกแจ้งความข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน โดยผมเป็นคนดำเนินการ และได้แจ้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม บัดนี้อีก ๑ เดือนจะครบ ๑ ปี ปรากฏว่าไม่ดำเนินการและทราบว่าผู้ต้องหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพรายนี้จะเดินทางมาที่ สภาผู้แทนราษฎรพบกับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ห้อง ๓๓๐๑ ในวันนี้ ท่านประธานครับ ขอให้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะเจ้าพนักงานเชิญผู้ต้องหาดังกล่าวไปพบ พนักงานสอบสวน มิฉะนั้นจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๕๗
สุดท้ายท่านประธานครับ หนังสือของท่านประธานเล่มนี้ขอความกรุณาว่า ที่ท่านประธานได้วินิจฉัยว่าเป็นกระทู้ถามที่จะตอบในราชกิจจานุเบกษา ๑๕๕ กระทู้ถาม และกระทู้ถามที่โอนมาตอบอีก ๙๑ กระทู้ถาม ท่านประธานครับ ขอความกรุณา การพิมพ์ กระทู้ถามต่อไปช่วยใส่รายชื่อกระทู้ถามที่ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วได้ไหมครับ เพราะสมาชิกจะได้ทราบว่ามีกระทู้ถามอะไรบ้างที่ท่านประธานอนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีตอบ ในราชกิจจานุเบกษา และที่โอนมาตอบในราชกิจจานุเบกษาจากการถามในที่ประชุมสภา เพราะสมาชิกไม่ทราบเลยครับ ท่านประธานครับ เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ขอบคุณครับ
ฝากท่านเลขาธิการ ด้วยนะครับ เชิญท่านวรชัย เหมะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอหารือ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหมู่ที่ ๙ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลีครับ ท่านประธานสภาครับ หมู่ที่ ๙ นี้พี่น้องประชาชนอยู่กันหนาแน่น แล้วก็มีถนนสายบางพลี เชื่อมกับถนนสุขุมวิท แล้วก็ไปเชื่อมกับสนามบินสุวรรณภูมิครับ แล้วเส้นทางนี้เป็นเส้นทางเสด็จ เพราะว่ามีมูลนิธิพระดาบสอยู่ตรงนี้ แล้วก็วันนี้มีกองขยะที่ติดกับถนนสายหลักเส้นนี้ครับ ผู้ประกอบการได้เอาขยะมากองสูงพะเนินเลยครับท่านประธาน แล้วขยะมันไม่ใช่ขยะ ธรรมดาครับ ขยะพิษก็มีครับท่านประธาน ขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมครับ ซึ่งนอกจาก ส่งกลิ่นเหม็นแล้ว ก๊าซพิษได้กระจายไปทั่วทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ลูกเด็กเล็กแดงสูดก๊าซพิษเข้าไป เป็นโรคทางเดินหายใจเยอะแยะเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขอบอกท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่าขอให้ดูแลสิ่งแวดล้อมเรื่องกองขยะที่สร้างความรำคาญให้พี่น้องประชาชน กันมาหลายเดือนแล้วครับท่านประธาน แล้วถนนสายนี้เพิ่งสร้างไม่นานครับ วันนี้เป็นหลุมเป็นบ่อ หมดแล้วครับท่านประธาน แล้วก็วันหยุดมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันเยอะแยะเต็มไปหมดครับ ก็ขอให้ท่านได้บอกไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าขอให้มาดูแล เรื่องส่งกลิ่นเหม็นของขยะ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวบางปลานะครับ ก็ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ ต่อท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือทางหลวงชนบท สืบเนื่องจากว่าถนนสายสิงหวัฒน์ หมู่ที่ ๒ ตำบลบ้านใหม่สุขเกษม ไปหมู่ที่ ๘ บ้านหนองถ้วย ตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตรได้ถูกน้ำท่วมชำรุดทรุดโทรมมาก ก็ยังไม่มีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการที่จะซ่อมแซมหรือว่าไปบูรณะให้ใหม่ ก็ฝากกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวงชนบทหรือว่าทางจังหวัดนะครับ
แล้วอีกเส้นหนึ่งซึ่งเป็นความเดือดร้อนอย่างมากเลยในทุกครั้งที่มีน้ำหลากมา ถนนสายคันคลองหนองหลวง หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านใหม่สุขเกษม ชาวบ้านเขา ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับถนนนี้ขึ้นมาสัก ๕๐ เซนติเมตร เพราะว่าจะได้ กันน้ำในการที่จะบ่าลงไปในไร่นาของเกษตรกรในจำนวน ๔,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็เป็นการที่ ป้องกันน้ำท่วมในย่านชุมชนและหมู่บ้านได้อีกด้วย ก็ฝากกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะ เป็นทางกรมชลประทานหรือว่ากรมทางหลวงชนบท ซึ่งรับผิดชอบในคลองบ้านหนองถ้วย เส้นนี้
แล้วอีกสายหนึ่ง ถนนสายบ้านจิกเอน หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านใหม่สุขเกษม ไปคลองเกตุ หมู่ที่ ๘ ตำบลไกรนอก มีคลองซึ่งเรียกว่า คลองเกตุ ขวางอยู่ เป็นคลองขนาดกว้าง ก็อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมทางหลวงชนบทนั้นได้ทำสะพานคอนกรีตสัก ๑ แห่ง ในถนนเส้นนี้ เพราะว่าจะได้ระบายน้ำได้คล่องแล้วก็ทำให้ถนนนั้นไม่พังเมื่อน้ำหลากมาครับ
เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เรื่องแรก เรื่องได้รับการร้องเรียนทวงถามจากท่านนายกเทศมนตรีตำบลผาสุก ท่านอนันต์ ผการัตน์ บอกว่าอยากจะให้ทางกระทรวงที่รับผิดชอบเรื่องที่สาธารณประโยชน์ ที่ทางเทศบาลได้ขอใช้เป็นตลาดชุมชนของเทศบาลตำบลผาสุก มีหนังสือแจ้งไปแต่ว่ายังไม่ อนุญาต จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ช่วยตอบด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนเชื่อมต่อจากตำบลหัวนาคำไปยังตำบลคำเลาะ ตำบลหัวนาคำขึ้นกับอำเภอศรีธาตุ ระหว่างบ้านคำค้อไปยังบ้านดงพัฒนาแล้วก็วังชมภู ตำบลคำเลาะ อำเภอไชยวาน เป็นระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ยังเป็นถนนไม่ใช่ลูกรัง เป็นถนนดินโคลน ยังไม่มีลูกรังเลย ทั้ง ๆ ที่ถนนตรงนี้เป็นการเชื่อมต่อระหว่างอำเภอ กับอำเภอ ฝากไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบทด้วยให้ไปดูแลแล้วก็ ทำถนนลาดยางให้หน่อยนะครับท่านประธาน
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นเรื่องพี่น้องประชาชนได้ร้องขอไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม พี่น้องชาวไร่อ้อยบอกว่าจะมาเดินขบวนเรื่องเงินค่าชดเชยตันละ ๑๕๔ บาท ช่วยจัดการให้ด้วย ถ้าอย่างนั้นเขาจะมาเดินขบวนที่กระทรวงอุตสาหกรรมนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องปัญหาคุณภาพนักเรียนไทย ถ้าเผื่อจะดูผลการสอบ โอเน็ต (O-net) ดิฉันก็ต้องพูดหลายครั้ง และครั้งนี้ก็จะพูดอีกว่าในปีการศึกษา ๒๕๕๓ ไม่ว่า จะเป็น ป. ๖ ม. ๓ หรือ ม. ๖ เกือบทุกวิชาตกหมดเลย เหลือแต่เพียงวิชาสุขศึกษาเท่านั้น ถ้าจะดูไอคิว (IQ) เฉลี่ยก็จะมีเพียง ๙๘ นี่ทั่วประเทศนะคะ ซึ่งต่ำกว่าระดับมาตรฐานสากล ที่เท่ากับ ๑๐๐ เช่นเดียวกันถ้าเราจะดูคะแนนการสอบโดยมาตรฐานของกลุ่มประเทศโออีซีดี (OECD) ซึ่งประเมินเด็กอายุ ๑๕ ปี ก็พบว่าไม่ว่าจะเป็นการอ่านวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาสำคัญ ประเทศไทยก็อยู่ที่ลำดับ ๕๓ ๕๔ จาก ๖๙ ประเทศ แล้วคะแนนเฉลี่ยนั้น ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยทั้งหมดอย่างมีนัยสำคัญ เหล่านี้บอกอะไรคะท่านประธาน บอกถึง เรื่องของคุณภาพประชากร คือของเด็กนักเรียนไทยนั่นเองว่าความรู้พื้นฐานอยู่ที่ระดับต่ำ ความสามารถในการอ่าน การเข้าใจ การใช้ความรู้ การคิดอย่างวิเคราะห์ในวิถีชีวิตก็อยู่ที่ระดับต่ำ ด้วยข้อจำกัดเช่นนี้ค่ะท่านประธานคะ เราจะหวังว่าจะช่วยกันสรรค์สร้างประเทศไทยให้เป็นสังคมแห่งปัญญา สังคมแห่งการเรียนรู้ ได้อย่างไรคะ เราจะไปคบค้ารู้เท่าทันแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างไรคะ แล้วเราจะยืนอยู่ที่ไหน บนโลกใบนี้ ท่านประธานคะ รู้ทั้งรู้ว่าต้องทำอะไร งานวิจัยก็บ่งบอกชัดเจนว่าถ้าจะพัฒนาไอคิว ก็ต้องทำกันตั้งแต่เด็ก ๆ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนกระทั่งถึง ๕-๖ ขวบ การปลูกฝัง จริยธรรมคุณธรรมก็เช่นเดียวกันต้องทำตั้งแต่อยู่ในช่วงปฐมวัย ดิฉันขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ผู้ดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดช่วยกันตอบคำถามว่า ๑. ท่านตั้งใจสร้างประชากรที่ไร้คุณภาพหรืออย่างไร ๒. หรือว่าท่านละเลยไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องการลงทุนระยะยาวที่ต้องทำกันอย่างจริงจังแล้วก็ไม่เห็นผลทันตา ถ้าคำตอบ ไม่ใช่ก็ต้องเร่งรัดดำเนินการเรื่องคุณภาพนักเรียน โดยถือเป็นลำดับความสำคัญในลำดับต้น ๆ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ
เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านเจริญผล หมู่ ๔ แล้วก็บ้านเจริญทรัพย์ หมู่ที่ ๙ ว่ามีบ้านเรือนประมาณ ๒๔ หลังอยู่ทั้ง ๒ หมู่บ้านซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ติดต่อกัน เป็นถนนที่เชื่อม ต่อไประหว่างตัวอำเภอ ก็คืออำเภอบ้านเขว้า ตำบลบ้านเขว้า ถึงตำบลโนนแดง อำเภอบ้านเขว้า เป็นเส้นทางที่พี่น้องต้องใช้สัญจรไปมาด้วย แล้วบ้านเรือน ๒๔ หลังบริเวณนี้ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหา เรื่องการไม่มีไฟฟ้าใช้ของพี่น้องประชาชนใน ๒ หมู่บ้าน ตลอดจนพี่น้องผู้สัญจรไปมาระหว่าง อำเภอแล้วก็ระหว่างตำบลด้วยค่ะ
เรื่องต่อไป เป็นเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเขามาขอความช่วยเหลือ จากดิฉัน โดยอยากจะให้ดิฉันนำความมาฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่าระยะที่ผ่านมาจังหวัดชัยภูมิของดิฉันประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ข้าวที่พี่น้อง ประชาชนทำการเพาะปลูกเสียหายเป็นจำนวนมากไม่สามารถที่จะนำข้าวไปเข้าร่วม การรับจำนำได้เนื่องจากข้าวตายหมด ก็อยากจะขอท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นไปได้หรือเปล่าคะ ขอให้ช่วยยืดระยะเวลาในการรับจำนำ ออกไปอีกโดยที่โครงการรับจำนำจะหมดเดือนกุมภาพันธ์นี้ค่ะ พี่น้องอยากจะขอให้ช่วยยื่น ระยะเวลาออกไปอีกถึงเดือนเมษายนเพื่อรอข้าวที่เขาปลูกชดเชยในช่วงนี้ค่ะ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ
เรื่องต่อไปที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือ ดิฉันเองได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านห้วยน้อย หมู่ที่ ๙ ตำบลส้มป่อย ร้องเรียนมาว่าสระน้ำ หนองลูกช้าง ซึ่งเป็นสระน้ำตามธรรมชาติก็มีเนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่ ปัจจุบันมีความตื้นเขินมาก มีเศษสวะผักตบชวามาปกคลุมน้ำค่อนข้างเยอะทำให้ชาวบ้านไม่สามารถที่จะเก็บน้ำ ไว้กินไว้ใช้ แล้วก็สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในนั้นก็ไม่สามารถจะใช้ชีวิตได้ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการแก้ไขลอกสวะแล้วก็ขุดลอกสระน้ำ ตามธรรมชาติแห่งนี้ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตนำประเด็นหารือของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๒-๓ เรื่องครับ ท่านประธาน
ประเด็นที่ ๑ ปัญหาเรื่องราคายางตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้จากการดู แนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาราคายาง ซึ่งตกต่ำอย่างต่อเนื่องในขณะนี้อย่างจริงจัง ที่สำคัญที่สุดที่ผมได้ข้อมูลมาก็คือ ปัญหาราคายาง ตกต่ำเกิดจากการที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเซ็นสัญญาไว้กับทาง ประเทศจีนถึง ๔๘๐,๐๐๐ ตัน ทำให้ราคายางมีปัญหา โดยเฉพาะราคายางรมควันวันนี้ ชั้น ๓ ราคา เอฟโอบี (FOB) อยู่ที่ ๑๐๕ บาท แต่ยางดิบในพื้นที่จริง ๆ ก็คือประมาณ ๙๐ บาท ซึ่งแต่เดิมรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ได้ทำไว้ ๑๘๐ กว่าบาทครับ ท่านประธาน วันนี้ชาวบ้านซึ่งทำการเกษตรเกี่ยวกับยางพาราอยู่ไม่ได้ครับ ผมฝากไปทาง รัฐบาลช่วยนำประเด็นปัญหาราคายางพาราไปแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตนำเรียนก็คือเรื่องเส้นทางการคมนาคม ในพื้นที่ อำเภอศรีสาคร รอยต่อกับอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส คือเส้นทางสายนิคมสายบน อำเภอศรีสาคร ลงมาที่สายธารน้ำทิพย์ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นเส้นทาง ซึ่งถูกน้ำท่วมแล้วไม่ได้ถูกประกาศเป็นภัยเขตพิบัติภัยทางธรรมชาติ ไม่สามารถที่จะนำแก้ไข ปัญหาอย่างเร่งด่วน ผมอยากจะฝากท่านประธานช่วยทำหนังสือถึงกระทรวงซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง ได้กรุณาจัดงบประมาณไปแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านมนพร เจริญศรี
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน และพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์และคณะรัฐบาล ที่ได้อนุมัติเงินชดเชยน้ำท่วมไปแล้วที่จังหวัดนครพนม ยอดเงินรวมทั้งสิ้น ๖๙๘ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดนครพนมกำลังเร่งดำเนินการแจกจ่ายให้ราษฎรอย่างเร่งด่วน ดิฉันขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งค่ะ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก สืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมและการสื่อสารมวลชน ที่ได้เรียนเชิญท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาชี้แจงก็พบว่า ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ได้รับนักโทษยาเสพติดทั่วประเทศขณะนี้มีจำนวนมากมายถึง ๒๕๐,๐๐๐ คน ถือว่าสูงสุดในประวัติศาสตร์พบว่าสัดส่วนทั่วประเทศที่มีนักโทษคดียาเสพติด ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ จากอดีตที่ผ่านมาปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ มีคดีนักโทษยาเสพติด เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในยุคนั้นเป็นยุคของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่มีนโยบาย ปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด แต่ในระยะเวลา ๒-๓ ปีหลังต่อมาก็ปรากฏว่ามีนักโทษ ยาเสพติดเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว เมื่อนักโทษไปขังรวมกันกับคดีอุกฉกรรจ์ก็ทำให้เกิดแก๊งค์มาเฟีย (Gang Mafia) ขึ้นในเรือนจำ ถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานไปถึง กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการแยกขังนักโทษระหว่างนักโทษ คดียาเสพติดและนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ออกจากกัน เพราะขณะนี้กระทรวงยุติธรรมก็ได้ ดำเนินการแยกขังคดีผู้ต้องขังทางการเมืองแล้ว ดิฉันหวังว่าเรื่องดังกล่าวจะเร่งให้มีการศึกษา ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ก็จะต้องเป็นปีที่ตั้งงบประมาณใหม่
เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลบ้านค้อ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนมว่าเส้นทางถนนลาดยางของทางหลวงชนบทขณะนี้ได้สำรวจออกแบบ ไว้เรียบร้อยแล้ว ขณะนั้นท่านรัฐมนตรี ชัจจ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ไป เยี่ยมพื้นที่แล้วท่านก็ได้รับปากไว้ว่าจะดำเนินการให้ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ขอฝากเรื่องนี้ และดิฉันจะทวงถามเรื่องนี้ไปจนกว่าพี่น้องประชาชนจะได้ถนนลาดยาง ขอบคุณค่ะ
ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ท่านโปรดปราน โต๊ะราหนี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโปรดปราน โต๊ะราหนี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๓ เรื่องครับ
เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากสมาพันธ์ของโรงเรียนเอกชนให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทบทวนถึงมาตรการการช่วยเหลือหรือว่าการอุดหนุนในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐานหรือสวัสดิการของพนักงานและบุคลากรเอกชนนั้นยังได้รับการดูแล ที่ไม่ค่อยดีนักเมื่อเปรียบเทียบกับบุคลากรของภาครัฐ ก็ขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้ทบทวน เรื่องนี้ด้วยและไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าตอบแทน ๑๕,๐๐๐ บาท หรือในเรื่องของสวัสดิการ เรื่องของการรักษาพยาบาลต่าง ๆ ก็ฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ จากการจัดการศึกษาของ สพฐ. ก็ดี เรื่องของการให้นักเรียน ได้เรียนรู้ของวิทยากรอิสลาม เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ได้รับการร้องเรียนมาว่าบางปีก็ได้รับ งบประมาณเยอะนะครับ บางปีก็น้อย บางปีก็ไม่มีงบประมาณ ซึ่งยังไม่ได้รับการดูแล เพราะฉะนั้นขอให้สำนักงาน สพฐ. ในกระทรวงศึกษาธิการก็ช่วยดูแลในเรื่องของ งบค่าตอบแทนกับวิทยากรอิสลามและวิทยากรพุทธศาสนาในการเรียนของ สพฐ. ด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ สืบเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติงบก่อสร้างสำนักงาน เขตพื้นที่ประถมศึกษาพัทลุง เขต ๒ ก็ได้ดำเนินการไปในระดับหนึ่งแล้วนะครับ แต่ว่าในส่วน ของห้องประชุม หรือหอประชุมในการทำกิจกรรมของสำนักงานเขตนั้นยังไม่ได้รับงบประมาณ ก็ขอความกรุณาจากกระทรวงศึกษาธิการช่วยจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างหอประชุม ในการดำเนินการจัดกิจกรรมของสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาพัทลุง เขต ๒ ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านมานะ โลหะวณิชย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมานะ โลหะวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอภักดีชุมพล เกี่ยวกับเรื่องผลผลิต ทางการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ปลูกหอมแดง ตำบลหลัก ๆ ก็มีอยู่ ๒ ตำบล คือตำบลแหลมทอง และตำบลบ้านเจียง ซึ่งตอนนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับ เรื่องราคา ซึ่งราคาหอมแดงปีนี้ราคาเพียงกิโลกรัมละประมาณ ๗.๕๐ บาท ซึ่งต้นทุน การผลิตของเกษตรกรตกถึง ๑๐ กว่าบาทนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานสภาผ่านไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปช่วยแก้ไขเป็นกรณีเร่งด่วนครับ
เรื่องที่ ๒ ครับ อำเภอภักดีชุมพลไม่มีประปาภูมิภาคใช้เลยนะครับ ตั้งแต่เป็น อำเภอภักดีชุมพลมา ก็ได้มีการประชาคมหารือกันมาหลายปีแล้วนะครับก็ยังไม่มีประปา ภูมิภาคเข้าไปดำเนินการคงจะขาดงบประมาณนะครับ
เรื่องที่ ๓ ทางเชื่อมระหว่างบ้านหนองตะเคียน บ้านซับชมภู ของตำบลวังทอง ไม่มีสะพานของทางหลวงชนบทนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท ช่วยดำเนินการด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๔ ก็เป็นถนนสายหลักจากอำเภอหนองบัวแดงไปยังบ้านโหล่น ตำบลนางแดด ซึ่งระยะทาง ๔๐ กว่ากิโลเมตรนะครับ ซึ่งผิวการจราจรนั้นชำรุดเสียหาย ซึ่งมีอุบัติเหตุ กันทุกวันนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้เร่งดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงด่วนนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานดังนี้ค่ะ
ผลสืบเนื่องจากภัยพิบัติอุทกภัยเมื่อวันที่ ๑ มกราคมที่ผ่านมาทำให้ จังหวัดนครศรีธรรมราชต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติกว่า ๑๖ อำเภอ และทำผลเสียหาย ให้กับเส้นทางคมนาคม บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนแล้วก็พี่น้องผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ สิ่งที่ดิฉันกังวลก็คือว่าตอนนี้มีพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ยื่นขอเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นจำนวน ๑๔๗,๓๑๓ ครัวเรือน แล้วก็ได้แบ่งแยก ออกเป็นอำเภอในเขตพื้นที่รับผิดชอบของดิฉัน อำเภอขนอม ๙๐๔ ครัวเรือน อำเภอสิชล ๒๗,๒๗๐ ครัวเรือน อำเภอท่าศาลา ๒๐,๙๒๔ ครัวเรือน สิ่งที่ดิฉันกังวลก็คือว่าทาง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้ส่งเรื่องทั้งหมดมายังกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เพราะยังไม่ได้รับการอนุมัติกรอบวงเงินจากคณะรัฐมนตรี จึงเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีให้ดูแลพี่น้องผู้ประสบภัยเสมือนกับเกิดเหตุการณ์ที่ภาคกลางและ ภาคเหนือด้วยค่ะ ภัยพิบัติครั้งที่ผ่านมาทำผลเสียหายให้กับพี่น้องที่ต้องทำให้เขาไม่มี บ้านเรือนพักอาศัยเลย ที่พังทั้งหลังไปจำนวน ๒๑ หลัง และพังบางส่วนไปอีก ๖๐ หลัง ที่น่าตกใจก็คือว่าดิฉันสอบถามไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ปรากฏว่าพี่น้องที่พังทั้งหลังจะได้รับเงินเยียวยาแค่ ๓๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่มติ คณะรัฐมนตรีสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ถ้าเกิดเหตุพังทั้งหลังจะสร้างใหม่ให้กับ ผู้ประสบภัยเลยนะคะ แล้วดิฉันก็ได้ดูไปยังมติ ครม. ที่ช่วยเหลือภาคกลาง ภาคเหนือ ก็ล้อตามคณะรัฐมนตรีของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ดิฉันจึงอยากให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้ ได้ดูแลบรรเทาเยียวยาพี่น้องภาคใต้เสมือนกับภาคอื่น ๆ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านพายัพ ปั้นเกตุ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานตรงนี้ ๓ เรื่อง เพราะเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เรื่องแรก คือเรื่องน้ำค้างทุ่งที่อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ซึ่งขณะนี้นั้น มีน้ำค้างทุ่งอยู่ที่อำเภอท่าวุ้งสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ถึง ๑ เมตร พื้นที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ น้ำยังไม่สามารถระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ เกษตรกรมีความเดือดร้อน ชาวบ้านกำลังต้องการความช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่ง คุณสุชาติ ลายน้ำเงิน ก็ฝากผมมาว่า ให้ช่วยดูแลเรื่องนี้ ฝากไปทางท่านประธานด้วยความเคารพเช่นเดียวกันนะครับ นอกจากนั้น ที่อำเภอโพธิ์ทอง ๘ ตำบล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ก็มีน้ำค้างทุ่งด้วยเช่นเดียวกัน ก็ขอความกรุณาท่านประธานช่วยแจ้งไปทางหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วยว่าประชาชน ต้องการความช่วยเหลือเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน
ประการที่ ๒ ปัญหาเรื่องเกาะแก่งตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน บริเวณราบลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งได้หารือ ซึ่งได้มีการตั้งกระทู้ถามไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ปรากฏว่า งบประมาณที่ได้รับนั้นน้อยมากเกรงว่าเมื่อประสบปัญหาภัยพิบัติขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งน้ำจะระบาย ได้ไม่ทัน ก็จะเกิดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จึงขอความกรุณาท่านประธาน ได้ติดตามเรื่องงบประมาณในการรื้อเกาะแก่งกลางลำน้ำต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย
ประการที่ ๓ ขอความกรุณาไปทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้จัดทำโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อเป็นที่รองรับน้ำ ตั้งแต่บริเวณ บึงบอระเพ็ดซึ่งปัจจุบันอยู่ในหน่วยงานของกรมประมง แต่ว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ มีพื้นที่กว่าหลายแสนไร่ นอกจากนั้นที่ทะเลสาบสงขลาเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ก็ฝากว่าพื้นที่ตื้นเขินมาก ถ้าเป็นไปได้ขอความกรุณาช่วยให้กรมทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมช่วยดูแลงบประมาณดังกล่าวด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ท่านวิรัตน์ครับ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก พี่น้องเกษตรกรชาวสวนมังคุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบความเดือดร้อนมากในเวลานี้ เนื่องจากราคามังคุดคละตกต่ำมากเหลือเพียงกิโลกรัม ละ ๗-๘ บาทเท่านั้นนะครับ ทั้ง ๆ ที่ระยะเวลาช่วง ๒-๓ วันก่อนหน้านี้ราคามังคุดคละ อยู่ระดับ ๑๕ บาท ๑๖ บาท ๑๗ บาท ราคาที่ตกต่ำลงอย่างรวดเร็วนี้เข้าใจว่าไม่ได้เป็นไปตาม กลไกตลาดก็น่าที่จะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ต้องเข้าไปดูแล อย่างเร่งด่วนครับ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ ได้รับความไม่สะดวกในการทำบัตรประชาชน เนื่องจากว่างานทะเบียนราษฎร์ของ เทศบาลตำบลหินตกอยู่ในการดูแลของเทศบาลตำบลหินตก แต่งานออกบัตรประชาชนไปอยู่ ที่ที่ว่าการอำเภอร่อนพิบูลย์ทำให้พี่น้องประชาชนต้องเดินทาง ๒ ต่อ ทำให้ไม่สะดวกนะครับ ก็ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาโอนงานการออกบัตรประชาชนของพี่น้อง ในเขตเทศบาลตำบลหินตกไปอยู่กับเทศบาลตำบลหินตกด้วย
เรื่องที่ ๓ ประเทศไทยของเราเผชิญกับปัญหาความมั่นคงในหลายมิติทีเดียว ยิ่งในช่วงระยะนี้มีปัญหาเรื่องการก่อการร้าย แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่านโยบาย ความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นแผน ๕ ปีของเราหมดอายุมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ แล้ว แผนแม่บทเรื่องนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจะต้องจัดทำโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ ของปี ๒๕๕๕-๒๕๕๙ ยังจัดทำไม่แล้วเสร็จ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไร ถ้านโยบาย ซึ่งเป็นแผน ๕ ปีนี้ไม่ออกมา ผมคิดว่าการที่หน่วยงานทางด้านความมั่นคงจะทำงาน อย่างเป็นเอกภาพมีบูรณาการด้วยกันก็จะเป็นไปได้ยากครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านบุญแก้ว สมวงศ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง ที่พี่น้องมีความเดือดร้อนในพื้นที่ ขอหารือท่านประธาน เรื่องขอขยายเขตช่องจราจร ๔ เลน สายทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๓ ระหว่างจังหวัดยโสธร ถึงจังหวัดอุบลราชธานี ตอนที่ ๒ อำเภอคำเขื่อนแก้วถึงเขตติดต่ออำเภอเขื่องในระยะทาง ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบให้ช่วยเอา งบประมาณทำให้พี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อนในถนนสายนี้ด้วยครับ
ถนนสายที่ ๒ ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๒ ระหว่างยโสธร-อำนาจเจริญ ช่วงระยะทางด้านนิคมถึงเขตอำนาจเจริญ ซึ่งถนนสายนี้ชำรุดเสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นอย่างมาก ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยไปดูแลให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ถนนสายทางหลวงชนบท หมายเลข ยส. ๒๐๐๕ ระหว่าง บ้านเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว ถึงบ้านกุดเป่ง อำเภอคำเขื่อนแก้ว ตอนนี้ชำรุดเสียหายเป็นอย่างหนัก ถ้าหน่วยงานไหนที่รับผิดชอบก็ขอให้ไปช่วยดูแลให้กับประชาชนที่เดือดร้อนด้วยนะครับ แล้วก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ขอให้ไปดูแลพี่น้องในเขตพื้นที่ด้วย ขอขอบคุณครับ
คุณหมอสุกิจครับ ท่านสมบูรณ์จะเอาก่อนไหมครับ รีบไหมครับ ถ้ารีบเอาก่อนก็ได้นะครับ คุณหมอคงไม่รีบเท่าไร เชิญคุณหมอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพลังงานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการจัดสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กซึ่งเป็นที่ ทราบกันดีว่านอกจากจะผลิตไฟฟ้าเป็นพลังงานที่เอามาผลิตไฟฟ้าแล้วนะครับ ยังเป็นพลังงานที่สะอาดแล้วก็ยังจะมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ป่าไม้ด้วย โดยที่จังหวัดตรังนี้ ได้สำรวจจุดที่เหมาะสมไว้แล้วจำนวน ๕ จุดนะครับ คือ
จุดที่ ๑ น้ำตกโตนตก หมู่ที่ ๒ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน
จุดที่ ๒ น้ำตกหนามสะตอ หมู่ที่ ๑๕ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน
จุดที่ ๓ ที่คลองรังไก่ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน
จุดที่ ๔ ที่คลองนางน้อยตรงบริเวณหมู่ที่ ๙ ตำบลละมอ อำเภอนาโยง แล้ว
จุดที่ ๕ ตรงที่อ่างเก็บน้ำคลองท่างิ้ว หมู่ที่ ๑ ตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอด
จึงขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงพลังงานนะครับ แล้วก็ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วจุดที่ผมกราบเรียน ท่านประธานหลาย ๆ แห่งนี่จะเป็นจุดที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ก็คือเป็นป่า เป็นน้ำตกนะครับ จึงขอให้ทั้ง ๒ กระทรวงนี้ช่วยกันในการที่จะ ผลักดันให้เกิดโครงการเหล่านี้ ซึ่งจะเป็นโครงการที่จะช่วยทำให้มีไฟฟ้าใช้ในอนาคต แล้วจะเป็นโครงการทดลอง โครงการเพื่อการศึกษาที่จะให้ที่อื่น ๆ ได้มาดูงานแล้วก็ ทำให้ประเทศของเราจะได้มีเรื่องของโรงไฟฟ้าจากพลังน้ำขนาดเล็กจำนวนมากนะครับ จะเป็นผลประโยชน์กับประเทศชาติแล้วก็เรื่องของพลังงานที่สะอาดต่อไปในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านองอาจ วงษ์ประยูร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สืบเนื่องมาจากได้ข่าวมาว่าทางคณะกรรมการเร่งรัดติดตามการสร้าง รัฐสภาใหม่มีหลายท่านมีความเห็นว่าอยากจะให้ย้ายไปสร้างที่จังหวัดสระบุรี ผมในฐานะ ส.ส. จังหวัดสระบุรี ก็เห็นชอบด้วยนะครับ เพราะว่าจังหวัดสระบุรีนั้นข้อแรกก็เป็นศูนย์กลาง การคมนาคม จากกรุงเทพมหานครไปก็ใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมง มีถนนหลายสายไปที่ จังหวัดสระบุรี มาจากทางอีสานก็มาทางถนนมิตรภาพหรือรถไฟฟ้ารางคู่ หรือจากทาง ภาคเหนือก็จะมาทางสายเอเซีย สายพหลโยธินก็สะดวกในการคมนาคม จังหวัดสระบุรี อำเภอเมืองน้ำไม่ท่วมครับท่านประธาน เป็นที่ราบสูง พี่น้องประชาชนในจังหวัดสระบุรี เมืองคนดี ส่วนใหญ่เป็นคนน่ารัก สุภาพอ่อนโยน ผู้คนน่ารักกันทุก ๆ คน และจังหวัดสระบุรี สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวมีมากมายนะครับ ก็ร่มรื่น น่าอยู่ น่าอาศัย เมื่อเปรียบเทียบกับ กทม. ณ วันนี้ ข้อแรก กทม. รถติดมาก โดยเฉพาะเมื่อ ส.ส. ส.ว. ผู้ติดตามมาประชุมกันทุกอาทิตย์ รถจะเข้ามาแจม (Jam) ใน กทม. เป็นพันคันทุกอาทิตย์ และ กทม. นั้นน้ำท่วมซ้ำซาก ที่จะเป็นแก้มลิงก็หมดไปแล้ว คลองก็เอามาถมเป็นถนน เพราะฉะนั้นน้ำท่วมทุกปีอย่างแน่นอน กทม. นะครับ
แล้วสุดท้ายเรื่องของสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันหลังจากน้ำลดแล้ว กทม. ขณะนี้ ณ วันนี้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอันยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคกลางนะครับ ทุกวันนี้ทุกพื้นที่ ทุกบ้าน ทุกสถานที่ ทุกเวลา ทุกเขตเต็มไปด้วยยุง ลูกสาวผมตอนน้ำท่วม โรงเรียนปิดก็ไปอยู่ จังหวัดสระบุรีนะครับ ผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย พอกลับมาเรียนที่ กทม. ได้อาทิตย์หนึ่ง ก็เป็นตุ่ม เป็นผื่นนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องยุงเป็นปัญหาสำคัญของ กทม. เอาเฉพาะเรื่องยุง เรื่องเดียวก็น่าจะย้ายรัฐสภาไปอยู่ที่จังหวัดสระบุรีแล้วครับท่านประธานครับ ฝากด้วยครับ ๒ เรื่องเรื่องย้ายรัฐสภาไปอยู่ที่จังหวัดสระบุรีและดูแลพี่น้อง กทม. เรื่องยุงด้วยครับ กราบขอบคุณครับท่านครับ
ตกลงจะย้าย เพราะยุงใช่ไหมครับ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาพี่น้องบ้านเกาะมุก ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ได้มาร้องเรียนถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเนื่องจากน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค ที่เกาะมุกมีปัญหาครับท่านประธาน ที่เกาะมุกเรามีโครงการพระราชดำริซึ่งขุดสระไว้เพื่อ กักเก็บน้ำตั้งแต่สมัยท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรีครับ หลายปีแล้ว หลังจากนั้น พี่น้องประชาชนก็มีการขยายหมู่บ้าน ก็เลยมีการไปขุดบ่อบาดาลครับท่านประธาน แต่ท่านประธานครับ การขุดบ่อบาดาลบริเวณเกาะปัญหาใหญ่ก็คือน้ำเค็มมักจะเข้าไป ในบ่อบาดาลครับ เลยขออนุญาตให้ท่านประธานได้ทำหนังสือถึงกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ไปซ่อมแซมแล้วก็ปรับปรุงคุณภาพของน้ำบาดาลที่ท่านไปขุดเจาะไว้ที่เกาะมุก ตำบลเกาะลิบง ได้ให้พี่น้องชาวบ้านได้ใช้น้ำกันด้วยความสะดวก
เรื่องที่ ๒ ครับ ขออนุญาตให้ท่านประธานได้ทำหนังสือถึงกรมโยธาธิการ และผังเมืองได้ออกแบบเขื่อนกั้นตลิ่งที่ตำบลบ้านใต้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรังครับ เนื่องจากบริเวณสายน้ำของแม่น้ำปะเหลียนมันไปพังตลิ่งจนกระทั่งถึงถนนลาดยางเลยครับ ขณะนี้อาจจะทำให้ถนนพังเสียหายได้ เราได้รับงบประมาณไป ๒-๓ แห่งครับ แต่ว่าที่นี่ ยังไม่ได้รับงบประมาณ
เรื่องที่ ๓ สอบถามกระทรวงคมนาคมว่าโครงการศึกษาผลกระทบของ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน ระหว่างอำเภอกันตังกับอำเภอหาดสำราญ ขณะนี้กระทรวงคมนาคมดำเนินการไปถึงไหนแล้วครับ ขออนุญาตได้สอบถามความคืบหน้า ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
คุณหมอเหวงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือเนื่องจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่ทราบทำกันอย่างไรนะครับก็เลยทำให้ยาเสพติดเพิ่มขึ้นมากมาย รัฐบาลชุดนี้ก็พยายาม ปราบปราม ภายหลังจากที่เผชิญเหตุน้ำท่วม แล้วก็จับยาเสพติดได้จำนวนมาก แต่ยาเสพติด ก็ยังไม่หมดไป เมื่อเป็นอย่างนี้ประชาชนก็เลยจัดตั้งกันขึ้นมา จึงกราบเรียนท่านประธาน ไปในคราวเดียวกันเลยนะครับว่า การจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงของพี่น้องประชาชนผู้รัก ประชาธิปไตย โดยมีจุดมุ่งหมายในการที่จะพิทักษ์รักษาระบอบประชาธิปไตยพร้อมกับรักษา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ในวันนี้ขยายตัวไปเป็นอำเภอแล้วครับ แล้วขณะเดียวกันกำลัง จะขึ้นไปเป็นจังหวัดเสื้อแดง เพราะฉะนั้นกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคนที่เกลียดชัง หมู่บ้านเสื้อแดงได้โปรดทราบด้วยนะครับว่า ได้ชำระสะสางจิตใจที่สกปรกของพวกคุณด้วย เพราะหมู่บ้านเสื้อแดงจัดตั้งขึ้นเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย พร้อมกับปราบปราม ยาเสพติดด้วยครับ ในคราวเดียวกันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมได้มีโอกาส ไปร่วมกับ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ไปเปิดอำเภอเสื้อแดงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พี่น้องประชาชน ก็กราบเรียนให้ผมทราบว่ายาเสพติดระบาดที่จังหวัดกาฬสินธุ์นี่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ ที่อำเภอฆ้องชัย อำเภอยางตลาด แล้วก็ที่อำเภอห้วยผึ้ง เมื่อเป็นอย่างนี้เขาก็ขอความร่วมมือ จากราชการ ขณะเดียวกันราษฎรก็จัดตั้งกันขึ้นมาเพื่อป้องกันยาเสพติดด้วย เพราะฉะนั้น หมู่บ้านเสื้อแดงจึงมีจุดมุ่งหมาย ๒ ประการก็คือ สร้างสรรค์ระบอบประชาธิปไตย และขณะเดียวกันก็ร่วมกับส่วนราชการในการป้องกันยาเสพติด นี่เรื่องที่ ๑ นะครับ ท่านประธาน ดังนั้นอยากจะให้ท่านผู้ที่เข้าใจหมู่บ้านเสื้อแดง หรืออำเภอเสื้อแดงผิด กรุณาเปลี่ยนความเข้าใจใหม่ และเราจะยกระดับไปเป็นจังหวัดเสื้อแดงด้วยนะครับ
ประการต่อมาก็คือว่า ท่านประธานครับ ตรงบริเวณทางลานจอดรถของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีตู้ในการที่จะแจกบัตรเก็บสตางค์จำกัดมากนะครับ ทำให้ผู้โดยสาร ที่รีบร้อนในการที่จะไปขึ้นเครื่องบิน เข้าคิวยาวเป็นกิโลเมตรในการที่จะรับบัตรเพื่อที่จะคิด ค่าจอดหรือค่าโดยสารไม่ทันเวลาในการที่จะขึ้นเครื่องบิน จึงอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังการท่าอากาศยานได้ช่วยเพิ่มป้อมในการเก็บค่าจ่ายบัตรด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านศุภชัย ศรีหล้า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เรื่องแรก ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานคือเรื่องของผมได้รับข้อร้องเรียน จากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพนเมือง อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี ท่านนายกนงค์ ครึ้มค้างพลู ได้หารือแล้วก็ร้องเรียนผ่านกระผมบอกว่า ถนนที่เชื่อมระหว่าง อำเภอเหล่าเสือโก้กไปอำเภอม่วงสามสิบ ผ่านบ้านหนองมะแซว ไปบ้านหาดใหญ่ หาดน้อย ทะลุบ้านไพบูลย์ของอำเภอม่วงสามสิบ ถนนสายนั้นเป็นถนนที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก และมีพี่น้องอาศัยอยู่จำนวนมาก ถ้าเผื่อว่าจะมีการปรับปรุงให้เป็นถนนไร้ฝุ่น ตามนโยบาย ที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ให้ไว้เมื่อคราวก่อนก็จะเป็นประโยชน์
เรื่องที่ ๒ ที่อยากกราบเรียนผ่านท่านประธานคือ พี่น้องประชาชนอำเภอตาลสุม และพี่น้องประชาชนอำเภอดอนมดแดง ร้องเรียนผ่านกระผมบอกว่าในพื้นที่ทั้ง ๒ อำเภอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอดอนมดแดงไม่มีตู้เอทีเอ็ม (ATM) ไว้บริการพี่น้องประชาชนรวมถึง หน่วยงานทางราชการเลยนะครับ ซึ่งเป็นอำเภอขนาดใหญ่ เป็นที่น่าแปลกใจมาก ในส่วน ของอำเภอตาลสุม ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ จาติกวณิช ในสมัยนั้น ได้ให้ ธ.ก.ส. ไปตั้งตู้เอทีเอ็มให้แล้ว แต่ก็มีเพียงตู้เดียว ในขณะที่มีพี่น้องร่วม ๓๐,๐๐๐ คนเศษ เป็นอำเภอขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าทางรัฐบาลมีธนาคารที่อยู่ในกำกับจะไป ตั้งตู้เอทีเอ็มเพื่อบริการพี่น้องประชาชน บริการให้กับข้าราชการก็จะเป็นประโยชน์
เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานก็คือ เรื่องของ การก่อสร้างวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์อุบลราชธานี วิทยาเขตม่วงสามสิบ ในสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้เริ่มต้นไว้แล้ว แต่ในขณะนี้ทราบว่าเรื่องเงียบหายไป ก็อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงศึกษาธิการว่าถ้าเผื่อจะดำเนินการต่อ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งครับ
ท่านสุรสาล ผาสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังสำนักพระพุทธศาสนาและบุคคลที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีตั้งอยู่ที่ ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี เป็นวัดที่ถือว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มีพุทธศาสนิกชนไทยทั้งประเทศ ถ้ามีโอกาสเดินทางมาที่จังหวัดสิงห์บุรีแล้วต้องแวะเข้าไปกราบหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ ซึ่งเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่และเชื่อว่ายาวที่สุดในประเทศไทย เป็นปูชนียวัตถุ ที่ทรงไว้ซึ่งปาฏิหาริย์ศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่าที่เป็นพุทธานุสติในอันที่จะน้อมรำลึกถึงคำสั่งสอน แห่งพระพุทธองค์ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องหารือของกระผมในวันนี้เกี่ยวข้องกับ หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ได้จัดพิมพ์ปฏิทินแผ่นนี้ขึ้นมา ผมขออนุญาตให้กล้องจับภาพที่ปฏิทินแผ่นนี้ให้ด้วยนะครับ ขออนุญาตซูม (Zoom) มาใกล้ ๆ สักนิดหนึ่งจะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ขออนุญาตนะครับ ปฏิทินแผ่นนี้ดูผิวเผินดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่ความจริงแล้วต้องกราบเรียนว่ามีปัญหา เนื่องจากว่าปฏิทินแผ่นนี้ถูกจัดพิมพ์ขึ้น แล้วก็นำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนชาว จังหวัดสิงห์บุรีที่วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารนะครับ ได้มีประชาชนที่อยู่ที่นั่นที่ตำบลจักรสีห์ นำปฏิทินแผ่นนี้มาพบผม แล้วก็บอกเล่าถึงความไม่สบายใจ กระผมเองนั้นในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี ดูปฏิทินแผ่นนี้แล้วก็ไม่สบายใจไปด้วย และผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งคือขออนุญาตเอ่ยนามท่านคือ ท่านพายัพ ปั้นเกตุ ก็คงจะไม่สบายใจ ไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ปฏิทินแผ่นนี้เขียนไว้ชัดเจนว่าวัดพระนอนจักรสีห์ แต่กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ ไม่เพียงแต่ไม่ให้ความสำคัญเท่านั้น การนำภาพหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ไปไว้ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ได้ก่อให้เกิดความ ไม่สบายใจให้กับพุทธศาสนิกชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวตำบลจักรสีห์ ซึ่งเป็นลูกหลานของหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์เป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าผู้จัดพิมพ์คงไม่มีความตั้งใจที่จะทำเช่นนี้ แต่แม้ไม่มีความตั้งใจก็ควร มีความรับผิดชอบ ส่วนจะรับผิดชอบอย่างไรกระผมคงบอกท่าน ไม่ได้ ท่านต้องพิจารณา เองนะครับว่าถ้าทำอย่างไรที่จะทำให้พี่น้องชาวจังหวัดสิงห์บุรีนั้นสบายใจขึ้นมาบ้าง แต่กระผมขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังสำนักพุทธศาสนาว่าได้โปรดพิจารณาว่า ปฏิทินแผ่นนี้ซึ่งยังวางแจกอยู่ที่วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารนั้นควรจะวางต่อไปหรือไม่ ขอบพระคุณครับ
ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างสูง กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุโขทัย ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านประธานที่เรียกรอบแรก เพราะว่าผมไปประชุมคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม ท่านประธานครับ วันนี้สุโขทัยที่โด่งดังตั้งแต่น้ำท่วมครั้งแรก วันนี้กำลัง จะแล้งอีกครั้งหนึ่ง และที่ผ่านมานั้นสื่อมวลชนต่าง ๆ ช่วงน้ำท่วมก็ให้ความกรุณาที่จะไป ช่วยเหลือแล้วก็พูดคุยสู่สื่อมวลชนให้ทราบว่าสุโขทัยนั้นเป็นจังหวัดแรกที่พบปัญหาน้ำท่วม จากจังหวัดแพร่ที่ไหลลงมาหลากจังหวัดสุโขทัย ในขณะที่กรุงเทพมหานครนั้นกำลังท่วมอยู่ สุโขทัยน้ำในแม่น้ำยมก็ไม่มีน้ำจะลอยกระทง วันนี้หลาย ๆ อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอบ้านด่านลานหอยน้ำแล้งมากครับท่านประธาน ไม่มีน้ำที่จะดื่มกินเลย อบจ. สุโขทัยต้องเอาแบคโฮ (Backhoe) ไปขุดบ่อทรายให้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ท่านจักริน เปลี่ยนวงษ์ เร่งด่วนในการที่จะแก้ปัญหานี้อย่างรีบด่วน ผมกราบเรียน ท่านประธานไปสู่ท่านรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำท่วมและน้ำแล้งว่าจังหวัดสุโขทัย วันนี้ถูกลืม สื่อทุกสื่อที่เคยไปทานข้าว เคยไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่จังหวัดสุโขทัย สื่อทุกสื่อที่ออกมาทุกวันนี้ไม่มีคำว่า จังหวัดสุโขทัยน้ำท่วม น้ำแล้งเลย ผมเป็นกรรมาธิการ แก้ไขน้ำท่วมพยายามจะเสนอโครงการต่าง ๆ สู่กรรมาธิการเพื่อให้รู้ว่าจังหวัดสุโขทัยนั้น ยังมีความเดือดร้อนอยู่ แล้วยังรอรับความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลอยู่ พี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย เมื่อฟังสื่อทุกครั้งมีแต่จังหวัดข้าง ๆ มีจังหวัดที่ไม่มีความสำคัญที่จะแก้ปัญหาน้ำได้เลย ถ้าหากไม่ไปแก้ที่จังหวัดสุโขทัย จึงกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าอย่างน้อยฝาก ท่านประธานไปว่าทางรัฐบาลหรือทางท่านรัฐมนตรีซึ่งไม่กี่วันก็พูดถึงแก่งเสือเต้นทำให้คน จังหวัดสุโขทัยนั้นดีใจมากที่ท่านขึ้นมาพูดตรงนี้ ตลอดจนพี่น้องสื่อมวลชนถ้าจะให้ ความกรุณากับพี่น้องคนสุโขทัยที่น้ำท่วมก่อนแล้วตอนนี้ปัญหาน้ำแล้ง ช่วยออกสื่อให้ด้วยว่า คนจังหวัดสุโขทัยนั้นก็ท่วมด้วย แล้งด้วย จะได้ไม่น้อยอกน้อยใจ จึงกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้จังหวัดสุโขทัยปัญหาน้ำแล้งนั้นแรงมาก แรงมาก ๆ แล้วก็รุนแรงมาก จึงเรียน ท่านประธานไปถึงรัฐบาลช่วยกรุณาเข้าไปดูแลด้วยครับ ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับครูและนักเรียนโรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์จากจังหวัดนครสวรรค์ครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องให้ช่วยเหลือแรงงาน ในต่างประเทศ ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพ่อแม่ ญาติมิตร นายเอกกรินทร์ หรือวิมาน วงษาชัย อายุ ๓๓ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๑/๓ บ้านหนองตาล ตำบลบ้านถ่อน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร นายเอกกรินทร์ หรือวิมาน วงษาชัย ไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน นายจ้าง รหัส ๓๐๗๐๑๑๕๐๙๑๑ บริษัท กองซุน เทคโนโลยี เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่อยู่เลขที่ ๓๗ ถนนกุงยี หมู่บ้านกวนเทียน เมืองไถ้หนาน ไต้หวัน นายเอกกรินทร์ หรือวิมาน วงษาชัย มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเพื่อนคนไทย ตำรวจประเทศไต้หวันจับตัวไปกักขังตั้งข้อหาพยายามฆ่า แต่นายเอกกรินทร์ หรือวิมาน วงษาชัย ปฏิเสธ เพราะคู่กรณีที่เป็นคนไทยด้วยกันนั้น ได้เดินทางกลับประเทศไทยมาเกือบ ๒ เดือนแล้ว ทีนี้มันเดือดร้อนตรงนี้ค่ะท่านประธาน ที่เคารพคะ เมื่อมีการปฏิเสธเมื่อเขาเอาไปขังคุกไว้ที่ประเทศไต้หวันที่ดิฉันได้รับเชิงบอกเล่า มานี่นะคะ ถ้าปฏิเสธข้อกล่าวหาจะไม่ได้กินข้าวฟรีค่ะ ข้าวหลวงในคุกไม่ได้กิน ฉะนั้นพ่อแม่ ญาติมิตรจะต้องส่งเงินไปให้เพื่อเป็นค่าอาหาร ท่านประธานคะ เขาไปทำงานที่ต่างประเทศนั้น ที่ต้องจากครอบครัวอันอบอุ่น จากพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปนั้น เพราะความยากจนค่ะท่านประธานคะ ดังนั้นแล้วจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วยงานช่วยเหลืออย่างรวดเร็วค่ะ ไปขายแรงงานเพื่อวิ่งแข่งเศรษฐกิจ หวังพิชิต ความยากจน นำหมากผลสู่ประเทศไทย คราทุกข์ยากไร้ ขอให้ผู้ใหญ่ได้ช่วยเหลือ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชน ตำบลวังใหญ่ ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เกี่ยวกับปัญหา ความเดือดร้อนในการใช้เส้นทางถนนสายแยกทางหลวงชนบทที่ ๑๑๓ แยกไปบ้านสระบัว บ้านคลองชัก ตำบลวังใหญ่ ผ่านไปยังบ้านดอนจันทร์ ตำบลบ้านไร่ สภาพถนนเป็น ถนนลาดยาง ได้ประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วมมาเกือบทุกปีแล้วขาดการพัฒนาแก้ไขปรับปรุง ก็อยากจะกราบเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบทได้จัด งบประมาณไปแก้ไข สภาพเป็นหลุมเป็นบ่ออย่างมากมาย พี่น้องประชาชนต้องขับรถ หลบหลุมกัน ไม่สะดวกในการใช้เส้นทางในการขนส่งทางการเกษตร
เรื่องที่ ๒ นะครับ ขอให้ก่อสร้างถนนคอนกรีตสายคันคลอง เขาเรียกคลอง แม่รำพันผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านเพชรไฝ ตำบลบ้านกล้วยไปถึงตำบลเมืองเก่า ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตรนะครับ ซึ่งสภาพถนนนั้นชำรุดมากนะครับ อีกสายหนึ่งครับ ถนนลาดยางสายบ้านราวพระลำ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ ตำบลเมืองเก่า เชื่อมไปยัง ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ก็เป็นถนนลาดยางที่ชำรุดในช่วงปัญหาน้ำท่วม เช่นกันนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องการปรับปรุงประตูระบายน้ำที่คลองท่าช้าง ที่ตำบลทับผึ้ง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย สภาพคลองนั้นยังขาดการทำนุบำรุงในส่วน ของการกระจายน้ำในกรณีน้ำหลากที่บริเวณลุ่มน้ำยม ก็อยากให้ทางกรมชลประทานนั้น ได้จัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงคลองท่าช้างและอาคารประกอบด้วย ขอบพระคุณครับ
ท่านเอมอร สินธุไพร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต หารือท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีและหน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะ
สืบเนื่องจากดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน คือนายสมาน ศรีคำพา อยู่บ้านเลขที่ ๘๒ บ้านโพธิ์แก้ว ตำบลเขวาทุ่ง อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด และยังมีเพื่อนบ้านอีกถึง ๘ ครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ไฟฟ้ายังขยายเขต ไปไม่ถึง ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีการตั้งใหม่ แยกหมู่บ้านมา เกือบ ๑๐ ปีแล้วค่ะท่านประธาน จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ค่ะ แล้วก็อีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งมีปัญหาเช่นเดียวกันก็คือ หมู่บ้านดงบัง ตำบลโพนเมือง อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด มีจำนวน ๑๑ ครัวเรือนค่ะ ซึ่ง ๒ หมู่บ้านนี้ได้รับความเดือดร้อนในกรณีเดียวกัน และโดยเฉพาะลูกหลานซึ่งเป็นนักเรียน นิสิตนักศึกษา ในโลกของกาลปัจจุบันนี้ก็คือต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ใช้ในการ ประกอบการเรียนการสอนนะคะ คือว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๒ หมู่บ้านนี้เป็นปัญหา ที่ได้รับความเดือดร้อน งบประมาณซึ่งหมู่บ้านนี้ได้ขอเสนอไปยัง อบต. ประจำตำบลของตัวเอง ได้รับคำตอบว่าไม่มีงบประมาณ ฉะนั้นดิฉันจึงนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาหารือผ่านท่านประธาน เพราะว่างบประมาณที่ใช้ก็ใช้ไม่มากนักนะคะ เพื่อที่จะขยายไฟฟ้า เข้าสู่หมู่บ้านให้ ๒ หมู่บ้านนี้ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ให้เขาได้รับความสว่างจาก ไฟฟ้าซึ่งเขามืดมนมาเป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปี ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และดิฉันเองก็มีเอกสารซึ่งเป็นรายชื่อของพี่น้องประชาชนได้ลงชื่อกันเพื่อที่จะมาเสนอขอรับ ความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีให้ขยายเขตไฟฟ้าไปให้ ๒ หมู่บ้านนี้เพื่อความเจริญรุ่งเรือง ให้กับหมู่บ้านทั้ง ๒ หมู่บ้านด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านบุณย์ธิดา สมชัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันมี ๒-๓ เรื่องที่จะมาขอหารือกับท่านประธานค่ะ
เรื่องแรกค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับการแจ้งข่าวผ่านทางเครือข่ายออนไลน์ (Online) ค่ะท่านประธาน มีคนเข้ามาถามว่าในหมู่บ้านของเขาที่อำเภอเขมราฐ ทางผู้ใหญ่บ้านได้ออกเสียงตามสายประกาศว่าต้องการจะเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงตามนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้ ซึ่งเขาได้มาถามดิฉันในเครือข่ายออนไลน์ค่ะ ซึ่งดิฉันก็ต้องบอกว่า ถ้าตามนโยบายรัฐบาลดิฉันไม่เห็น แต่ว่าดิฉันอยากจะให้ท่านประธานแจ้งไปทางรัฐบาลค่ะว่า ขอให้ออกเป็นนโยบายที่ชัดเจนด้วยค่ะในเรื่องนี้ เพราะว่ามีหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ หมู่บ้าน ที่ผู้ใหญ่บ้านอ้างคำกล่าวว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลในการที่จะเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง ทั้งที่ยังมี คนอีกจำนวนหนึ่งในหมู่บ้านอาจจะไม่ใช่ก็ได้ หรือว่าเขาอาจจะไม่ต้องการก็ได้ค่ะ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานแจ้งไปทางรัฐบาลด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพนักงานในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ พยาบาล และคุณหมอค่ะว่าช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นได้มีกลุ่มคนเข้าไปพยายามที่จะ ขอใบรับรองแพทย์ หรือว่าเข้าไปพยายามข่มขู่เพื่อให้ได้ใบรับรองแพทย์ที่เขียนเกินจริง และต้องบอกค่ะท่านประธานมีคนเข้าคิวรอในการเข้าโรงพยาบาลนานค่ะ แต่เขาไม่เข้าไป เป็นตามระบบ พยายามใช้กลุ่มก้อนใหญ่เข้าไปเพื่อต้องการใบรับรองแพทย์ในการที่เขาบอกว่า ต้องนำใบรับรองแพทย์เพื่อจะได้เงินที่รัฐบาลจะอนุมัติให้ในการชุมนุมต่าง ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลและพยาบาลก็ได้ฝากบอกมาค่ะว่าถ้าจะเข้าไปแล้วก็ช่วยให้เป็นไปตามระบบ ด้วยค่ะ ไม่ใช่ว่านำกำลังเข้าไปทีละ ๑๐-๒๐ คน แล้วไปข่มขู่ว่าต้องเอาแบบนั้นแบบนี้ เอาเดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ ก็ขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูด้วยนะคะว่าเราต้องทำทุกอย่างให้อยู่ ในกฎหมายค่ะ ไม่ใช่จะใช้กฎหมู่ในการเข้าไปที่จะทำอะไรก็ได้นะคะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ชมภู จันทาทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มีความเดือดร้อน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ท่านประธานคะ คือตำบลบ้านถ่อน อำเภอท่าบ่อ อำเภอศรีเชียงใหม่ ตำบลเวียงคุก อำเภอเมือง ตำบลปะโค ราคาไข่ตกต่ำมากค่ะท่านประธาน ตกต่ำแล้วยังไม่พอ ขายก็ไม่ออกนะคะ ปกติแล้วผู้ที่นำ อาหารไก่มายังฟาร์มเขาจะมีการซื้อไข่ไก่กลับไปด้วย แต่ทีนี้เนื่องจากว่าราคาหัวอาหารไก่ มันแพงขึ้นมาก แล้วไม่ยอมซื้อไข่ไก่กลับไป เพราะราคาตกต่ำค่ะท่านประธานคะ ก็อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงดังกล่าวที่ดิฉันพูดไปข้างต้นนะคะ ได้ช่วยประสานไปยัง จังหวัดหนองคาย แล้วก็ไปตำบลและอำเภอที่มีความเดือดร้อน ต้องแก้ไขให้พี่น้องประชาชน โดยด่วนด้วยนะคะ พี่น้องประชาชนคอยอยู่ค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่ดิฉันจะนำหารือก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและพี่น้องประชาชนจังหวัดหนองคายและจังหวัด ใกล้เคียงค่ะท่านประธานคะ เขาร้องขอมาอยากได้ตู้เอทีเอ็ม ค่ะท่านประธานคะ ตู้เอทีเอ็ม ที่คิวรถบริษัท ประสิทธิ์โชค ทรานสปอร์ต จำกัด คิวรถตรงนี้จะเป็นการบริการพี่น้อง ประชาชนทั้งไทยและลาวนะคะ เขาจะมีตู้เอทีเอ็มอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอยู่ที่เดียวค่ะ แต่ว่าตรงคิวรถนี้ไม่มีเลยนะคะ ซึ่งประชาชนนั้นแต่ละวันนั้นไปใช้มากนะคะ เขาก็ร้องขอ อยากได้ตู้เอทีเอ็มผ่านไปยังกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ประสานได้ให้ ความสะดวกบริการแก่พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอ ๒ ท่าน สุดท้ายนะครับ ท่านกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ครับ แล้วตามด้วยท่านนิยม วรปัญญา นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา วันนี้จะขอเรียนปรึกษาท่านประธานเรื่องการเร่งรัดการก่อสร้างถนนสายพังงา-ทับกุด ค่ะ ท่านประธาน ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างจังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ แล้วก็จังหวัดตรัง ดิฉันได้ทวงถามเมื่อสมัยประธานรัฐสภาคราวที่แล้วเพื่อเร่งรัด เนื่องจาก ถนนเส้นนี้ได้ทำการก่อสร้างตามสัญญาคือวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ แล้วจะต้องแล้วเสร็จ ในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๒ บัดนี้ร่วมมาเกือบ ๓ ปีแล้วค่ะ แต่ถนนเส้นดังกล่าวยังไม่ได้รับ การแก้ไขและเร่งรัดเลย ปัจจุบันนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งค่ะ เพราะเป็นถนนสายหลัก ก็ฝาก ทางกระทรวงคมนาคมช่วยเร่งรัดการก่อสร้างถนนเส้นนี้ด้วย บางช่วงของถนนอาจจะมีการก่อสร้างแล้วเนื่องจากเป็นถนนที่มีระยะทาง ๒๑ กิโลเมตร แต่ก็ไม่ได้มาตรฐานค่ะ ก็ฝากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดและตรวจสอบถนนเส้น ดังกล่าวด้วย อีกเส้นหนึ่งค่ะ การบูรณะถนนแยกทางหลวง ๔๐๒ บ้านท่านุ่น-ในหยง ถนนเส้นนี้พี่น้องประชาชน ๓ ตำบลของอำเภอตะกั่วทุ่งจะต้องใช้ก็คือพี่น้องตำบลหล่อยูง ตำบลคลองเคียน และตำบลโคกกลอย ก็ฝากทางกรมทางหลวง ฝากทางท่านรัฐมนตรีด้วย จังหวัดพังงายังมีความจำเป็นการบูรณะซ่อมแซมถนนอีกหลายสาย
เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน เรื่องบ่อนการพนันค่ะ ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจเราก็ ทราบว่าพี่น้องประชาชนมีปัญหาเศรษฐกิจมาก โดยเฉพาะจังหวัดพังงาซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ เรื่องยางพารา ราคายางราคาตกต่ำ แต่บ่อนการพนันในจังหวัดพังงากลับเพิ่มมากขึ้น ก็ฝากท่านเฉลิม อยู่บำรุง นะคะ ในอดีต ผบ.ตร. หรือผู้บังคับการหลาย ๆ ท่านได้โดนย้าย ในเรื่องการมีบ่อนการพนันกลางกรุงมาแล้ว วันนี้ขอความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ เพราะเมื่อมีบ่อนการพนันเยอะ แต่ปัญหาเศรษฐกิจกลับมีปัญหามากขึ้น ก็กระทบความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน นักเรียนไม่มีเงินไปโรงเรียน ก็ฝากท่านเฉลิม อยู่บำรุง ด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่าคงจะไม่ต้องขอแรงท่านชูวิทย์มาเปิดคลิปวิดีโอ (Clip Video) ทางด้านนี้นะคะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุดท้ายครับ ท่านนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม วรปัญญา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียน จากราษฎรจำนวนมากว่าขอให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยฝึกสอนอาชีพให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาภัยพิบัติ จากน้ำท่วมเขาจะได้มีอาชีพทำมาหากิน เช่น การทำอาหารหมักดอง แล้วก็เนื้อสัตว์ต่าง ๆ และขอให้ช่วยพัฒนาเรื่องถนนหนทางในหมู่บ้าน แหล่งน้ำ เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า ไฟฟ้าหลายแห่ง ที่ยังไม่มีใช้กัน แล้วมีแล้วก็เป็นไฟปลายสาย พวกไฟปลายสายนี้ก็ติด ๆ ดับ ๆ ก็ทำให้ เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดเสียหายมากครับ จะเป็นเครื่องต้ม เครื่องหุง หรือว่าเครื่องซักผ้า พัดลม แม้แต่ไฟแสงสว่าง
ข้อ ๒ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยขุดสระให้กับ จังหวัดลพบุรี ๑,๐๐๐ แห่ง ผมจะรายงานเป็นหนังสือให้ท่านประธานทราบครับ
ข้อ ๓ ขอให้ทหารช่างซึ่งมีกำลังทางเครื่องจักรกลมากไปช่วยพัฒนาถนน ในจังหวัดลพบุรี จำนวน ๙ สายด้วยกัน ก็ขอให้กระทรวงกลาโหมช่วยสั่งการให้ด้วยครับ เพราะรัฐมนตรีเก่าได้สั่งไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ไปทำการ ถ้าเปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีใหม่เกรงจะลืมไป หรือจะทอดทิ้งไป
ข้อ ๔ วัดเขาตำบล วัดบ่อน้ำ วัดซับน้อยพัฒนาเป็นทางตรงครับ เมื่อน้ำท่วม คราวที่แล้วเราอาศัยเดินทางเส้นนี้ได้แต่ถนนไม่ดี ก็ขอให้ท่านช่วยให้กรมทางหลวงหรือ กระทรวงกลาโหมไปช่วยพัฒนาด้วยครับ
ข้อ ๕ ราคามันสำปะหลังเวลานี้ตกต่ำมากครับ ขอให้ทางรัฐบาลเร่งแก้ไข
ข้อ ๖ ขอให้รัฐบาลอนุญาตให้ตั้งโรงงานน้ำตาล
ท่านนิยมครับ ขอขัดจังหวะนิดเดียว ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมด้วยนะครับ เพื่อรับฟัง พระบรมราชโองการครับ ขอเชิญด้วยครับ เชิญท่านต่อเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมกราบเรียนนี้เพราะว่าจังหวัดผมและจังหวัดใกล้เคียงเขาได้ประโยชน์จากท่านประธานนะครับ ท่านประธานให้โอกาสเขาได้มากเลย ที่ผมพูดไปส่วนใหญ่มีการตื่นตัวทางราชการไปช่วย พัฒนาแก้ไขปัญหาได้ดีมาก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมในนามจังหวัดลพบุรีก็ขอขอบคุณ ท่านประธาน แล้วก็ในนามส่วนตัวด้วยกระผมได้รับการช่วยเหลือราษฎรตามที่ได้ แถลงนโยบายไว้ได้ดีมากครับ
และอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ ก็ขอให้ช่วยเหลือพวกที่ประสบภัยพิบัติ มีทั้งถนน ทั้งแหล่งน้ำ หน่วยงานไหนที่ช่วยได้ก็ขอทุกหน่วยงานครับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอให้เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประสานงาน แล้วก็ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้สั่งการเรื่องนี้และติดตามผลงานด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถามผมขออนุญาตแจ้งที่ประชุมให้รับทราบ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ครับ คือ รับทราบพระบรมราชโองการประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและ แต่งตั้งรัฐมนตรีครับ
ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจาก ความเป็นรัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรีนะครับ
ผมจึงขอเชิญท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี
__________________
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรกเกล้าฯ แต่งตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ และแต่งตั้ง รัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินตามประกาศลงวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น
บัดนี้นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่าสมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหาราชการแผ่นดิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๑ และมาตรา ๑๘๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
๑. ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
คมนาคม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นางบุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
สาธารณสุข พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
อุตสาหกรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี
๒. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรองนายกรัฐมนตรี
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นางนลินี ทวีสิน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ
นายศักดา คงเพชร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ
นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงสาธารณสุข
หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นปีที่ ๖๗ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี”
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ท่านสมาชิกครับ มีผู้มาลงชื่อเข้าประชุมแล้วครับ ๓๑๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระเรื่องกระทู้ถามสด
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๙ ส. เรื่อง การเตรียมพร้อมด้านโครงข่าย คมนาคม เชื่อมถนนมิตรภาพ R3A (ไทย ลาว จีน) เพื่อรองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจภาคเหนือตอนบน (จังหวัดเชียงราย) (นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม
เชิญครับ ถ้าอย่างนี้ผมชี้แจงเลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา พอดีของท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรียงยุทธมาตอบแทน พอดีท่านมีหนังสือ มาบอกว่าขอเป็นกระทู้ถามที่ ๒ เพราะท่านกำลังติดภารกิจ กำลังเดินทางมานะครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน
เชิญครับ
ผมอยากเรียนท่านประธานว่าผมจะเรียกร้อง ความตระหนักในความรับผิดชอบของท่านรัฐมนตรีนะครับว่าคือในที่บรรจุผมเป็นกระทู้ถาม ที่ ๑ แต่ท่านรัฐมนตรีมักจะเลื่อนเสมอว่าคนนั้นมาตอบที่ ๒ คนนี้มาตอบที่ ๓ ผมอยากจะให้ ลำดับความสำคัญว่าสภานี้ต้องเป็นความสำคัญอันดับ ๑ ฝากท่านประธานด้วยครับ
ท่านก็มี ความรับผิดชอบนะครับ แจ้งมาว่าติดภารกิจก็แค่สลับกันเท่านั้นเอง คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ เชิญพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ยื่นกระทู้ถามเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม ด้านโครงข่ายคมนาคม เชื่อมถนนมิตรภาพอาร์ ๓ เอ (R3A) ประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศจีน เพื่อรองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับปี ๒๕๕๘ เสรีอาเซียน (ASEAN) ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อม ทุกภาคส่วน เพื่อเข้าสู่ความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด ดังนั้นความพร้อม ที่จะได้เปรียบกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือว่าสร้างความเป็นต่อจำเป็นจะต้องมีการเริ่มต้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ท่านประธานครับ สะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ ๔ ซึ่งเป็นการลงทุน ร่วมกันระหว่างประเทศไทย ประเทศจีน แล้วก็ประเทศลาว กำหนดแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๕ แต่ผมไปดูแล้ววันนี้คาดว่าจะยังไม่เสร็จ เดี๋ยวผมจะถามท่านรัฐมนตรีว่าจะเสร็จเมื่อไร ท่านประธานครับ๘ จังหวัดภาคเหนือเขาเรียกว่า ล้านนาไทย ก็เหมือนกับ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นะครับ ท่านชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ถึงปี ๒๕๓๔ ท่านพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านได้ประกาศสนามรบเป็นสนามการค้า ท่านประธานครับ ท่านได้เริ่มต้นสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจคือความร่วมมือระหว่างประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศจีน แล้วก็ยังมีประเทศเวียดนามมาร่วมอยู่ด้วย อันนี้ ทำให้พี่น้องที่อยู่ใน ๔ ประเทศ ๕ ประเทศนี้มีความตื่นตัวแล้วก็เตรียมตัวเพื่อจะเข้าสู่สี่เหลี่ยม เศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ๑๐ ปีให้หลังยังไม่มีใครสานต่อ เพราะว่าท่านพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ถูกปฏิวัติรัฐประหารเสียก่อน มาถึงท่านทักษิณชินวัตร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มาสานต่อสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔–๒๕๔๙ ช่วงนี้ ท่านทักษิณได้ไปสำรวจความเป็นไปได้เพื่อให้เกิดสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจที่เป็นจริงขึ้นมา ท่านได้วาง โครงข่ายสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๔ เพื่อรองรับความเจริญในย่านนี้ กำลังจะวางศิลาฤกษ์ แต่ก็ถูกปฏิวัติรัฐประหารเสียก่อน วันนี้นายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกลทั้ง ๒ ท่าน ผมต้อง ขอยกย่องไว้ ณ ที่นี้ คือท่านพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ แล้วก็ท่านทักษิณ ชินวัตร ทำให้คน จังหวัดเชียงรายและ ๘ จังหวัดภาคเหนือลืมตาอ้าปากได้ ท่านประธานครับ มหาอำนาจ ประเทศจีนมีวิสัยทัศน์กว้างไกลเหมือนกัน วันนี้เขาได้มาลงทุนที่แขวงบ่อแก้วตั้งแต่ต้นผึ้ง มาจนถึงห้วยทราย ลงทุนหลายแสนล้านบาทสร้างเมืองใหม่มีคนจีนมาทำธุรกิจร่วมแสนคน ตรงนี้คือความพร้อมของประเทศมหาอำนาจที่จะเข้าสู่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี มาเช่าพื้นที่ตรงกันข้ามกับประเทศไทยเพื่อหาโอกาสเป็นกลุ่มแรกที่จะเข้าสู่ สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ดังนั้นเสรีอาเซียน ๒๕๕๘ จุดที่ผมอยู่คือจังหวัดเชียงรายจะเป็นจุด ยุทธศาสตร์สำคัญที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่พาคณะรัฐมนตรีสัญจรไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านได้อนุมัติให้จังหวัดเชียงรายกับจังหวัดเชียงใหม่ ได้เชื่อมกันด้วยทางด่วน อันนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณ จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดเก่าแก่ ๗๕๐ ปี วันที่ ๒๖ มกราคมนี้จะบวงสรวงดวงวิญญาณพ่อขุนเม็งราย ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะไปเป็นประธานในพิธี อันนี้ก็คือความเก่าแก่ของจังหวัดเชียงราย แล้วท่านก็ได้อนุมัติ งบสำรวจออกแบบเดอะ ริเวอร์ ออฟ อาร์ท (The River of Art) คือสายน้ำแห่งศิลปะให้กับ จังหวัดเชียงรายด้วย แล้วก็มีทุ่งดอกไม้ ๕๐๐ ไร่ ด้วยงบ ๒๐ ล้านบาทที่จังหวัดเชียงราย อันนี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการก้าวเข้าสู่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงรายมีความพร้อม หลายด้าน มีท่าเรือนานาชาติ มีสนามบินนานาชาติแล้วก็จะมีรถไฟเชื่อมโยง ปรากฏว่า สนามบินนานาชาติของจังหวัดเชียงรายมีรันเวย์ (Runway) เพียงรันเวย์เดียว ธรรมดาต้องมี ๒ รันเวย์ เครื่องบินใหญ่จะได้ลงได้ ตอนนี้ทุกไฟลท์ (Flight) บินเต็มหมดครับที่จะไป จังหวัดเชียงราย ดังนั้นอยากจะกราบเรียน ฯพณฯ รัฐมนตรี เรื่องรถไฟขนส่ง รถไฟความเร็ว สูงไปจังหวัดเชียงใหม่แล้วต่อไปจังหวัดเชียงราย อันนี้ขนคน แต่ถ้าขนสินค้าต้องเด่นชัย-เชียงราย งบประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไร ท่านรัฐมนตรีช่วยไปดูหน่อย ถนน ๔ เลนที่รองรับทางด่วน จากจังหวัดเชียงใหม่มาจังหวัดเชียงรายแล้วก็อาร์ ๓ เอ เชื่อมเป็นวงแหวน อย่างไรก็ช่วยดู หน่อยนะครับ การขนส่งในสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ๘ จังหวัดภาคเหนือยังไม่เท่ากับ ๑ อำเภอ ของประเทศจีนเลย ๑ จังหวัดของประเทศจีนมีประชากร ๑๐๐ ล้านคน ยูนนานครับ ดังนั้นเล็กน้อยมากสำหรับ ๘ จังหวัดของเรา ดังนั้นเรื่องการคมนาคมขนส่งทุกด้านจำเป็น จะต้องให้ความสำคัญ
คำถามแรกครับ ท่านรัฐมนตรีมีแผนรองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจใน ๘ จังหวัด ชายแดนภาคเหนือด้านการคมนาคมอย่างไรบ้างครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเรียนตอบ กระทู้ถามสดของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นดังกล่าวดังนี้ครับ
แผนรองรับในการที่จะเปิดให้บริการสะพานข้ามแม่น้ำโขงสะพานที่ ๔ ระหว่างอำเภอเชียงของ ข้ามไปที่ห้วยทรายของประเทศลาว ขณะนี้ได้วางแผนไว้ค่อนข้างจะ สมบูรณ์ แต่เนื่องจากว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เลือกแผนนี้ขึ้นมาแล้วก็ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเอาไปใส่เร่งรัดอีกส่วนหนึ่ง ก็ปรากฏว่างานที่ทำอยู่ก่อนนั้น มีอุปสรรคอยู่บ้าง เป็นต้นว่าเงินทุนที่สร้างสะพานนั้นเป็นเงินทุนร่วมกันระหว่างประเทศไทย และประเทศจีน เงินของประเทศจีนนั้นช้าไป ๑๒ เดือนเป็นเหตุให้งานก่อสร้างสะพานล่าช้า ไปบ้าง แต่กรมทางหลวงซึ่งเป็นผู้รับมอบหมายให้ดำเนินการสร้างสะพานรายนี้ก็พยายาม คิดว่าจะเร่งรัดให้เสร็จ ให้ทันภายในกำหนด ส่วนแผนรองรับอื่น ๆ นั้นก็กำลังดำเนินการอยู่ เป็นต้นว่า เตรียมกรอบและขั้นตอนทำงานสำหรับการเจรจาระหว่างประเทศไทยและ สปป. ลาว ประเทศจีน ในส่วนที่การขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ซึ่งจะทำให้เสร็จภายในปี ๒๕๕๖ นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาความตกลงด้านการขนส่งทางบกอยู่ ซึ่งได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้วนะครับ
ประการต่อไป คือทางประเทศไทยเราได้เตรียมเปิดเส้นทางเดินรถโดยสาร ระหว่างประเทศขึ้น คือเส้นทางจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย แขวงบ่อแก้ว แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไชย แขวงหลวงพระบาง จะเจรจารายละเอียดในการเดินรถยกร่างสัญญา นำเสนอกรรมการบริษัทขนส่งลงนามในสัญญา เตรียมรถโดยสารประชุมวิธีปฏิบัติงาน อันนี้เตรียมขั้นตอนไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อสภานี้เสร็จน่าจะได้มีรถโดยสารวิ่งระหว่างประเทศ เกิดขึ้นได้ทันที เส้นทางจังหวัดเชียงรายผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๔ แห่งนี้ก็จะเจรจา อีกเส้นหนึ่งคือเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา เจรจารายละเอียดการเดินรถยกร่างสัญญา เดินไปอีกสายหนึ่งขึ้นไปทางเหนือ นอกจากนี้ทางกรมทางหลวงยังขยายเส้นทางทางหลวงให้เป็น ๔ ช่องจราจรในตอนต่อเชื่อมกับสะพานสายเชียงราย เชียงของ ซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ ตอน ตอนที่ ๑ ระยะ ๑๑ กิโลเมตร ตอนที่ ๒ ระยะ ๑๘ กิโลเมตร ขณะนี้ตอนที่ ๑ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนที่ ๒ ดำเนินการไปได้ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้วเหลืออีกไม่มาก ขณะนี้กำลังเพิ่มเติม พิจารณาตอนที่ ๓ คือต่อยาวออกมาอีกเพื่อให้การเชื่อมโยงนั้นให้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ ทางกรมทางหลวงยังเป็นผู้ที่ผลักดันร่างพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกในการขนส่ง ข้ามพรมแดนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่นะครับ ก็คาดว่าการคมนาคมที่ต่อ จากสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ ๔ แห่งนี้จะได้มีการคมนาคมเชื่อมต่อกันทั้งด้านรถโดยสาร การขนส่งสาธารณะ ขนส่งผู้โดยสาร ขนส่งสินค้าและเป็นด้านการท่องเที่ยวโดยการเดิน โดยรถของส่วนบุคคล ทั้งหมดนี้คงจะดำเนินการได้ต่อไปครับ
คำถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ ผมอยากจะถาม ข้อที่ ๒ เลยนะครับ ถามเรื่องใหญ่ ๆ เลย ท่านรัฐมนตรีครับ จะได้ไม่เสียเวลา โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจเพื่อเสรีอาเซียน ปี ๒๕๕๘ นั้น ที่อำเภอเชียงแสนเรามีท่าเรือ แห่งที่ ๑ ซึ่งตอนนี้ก็ได้เป็นท่าเรือท่องเที่ยวไปแล้วนะครับ แล้วก็แห่งที่ ๒ กำลังก่อสร้างอยู่ ผมเห็นก่อสร้างมาเกือบจะ ๒ ปีแล้วนะครับ ผมจะถามท่าน ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไร ทางนักธุรกิจการค้าจะได้รู้ว่าเขาควรจะเตรียมตัวที่จะส่งของ ไปยังท่าเรือ ส่งไปทางประเทศจีนได้เมื่อไรนะครับ ๑. ท่าเรือเชียงแสน ๒. รันเวย์ คู่ของ สนามบินเชียงรายนะครับ งบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีพอจะเริ่มต้นได้ เมื่อไรครับ แล้วก็สะพานข้ามแม่น้ำโขง เมื่อสักครู่ท่านก็ตอบไปแล้วนะครับว่าจะเสร็จเมื่อไร อย่างไรก็ขอย้ำอีกทีหนึ่งว่าจะเสร็จเมื่อไร แล้วก็ถนนวงแหวนของจังหวัดเชียงรายมีแผน เรียบร้อยเพื่อจะเชื่อมโยงถนนสายต่าง ๆ เวลานักท่องเที่ยวไปรถก็ติดเป็นชั่วโมง ๆ อันนี้ คือคำถามที่ ๒ มีอยู่ ๔ ข้อ ต้องขอโทษนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่รักทุกท่าน ตามคำถาม กระทู้ถามที่ได้ถามนี้นะครับ ขอตอบดังนี้ครับ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนจะแล้วเสร็จ ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และจะเปิดเป็นทางการในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ นี้แล้วครับ ส่วนสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ ๔ เชียงของ-ห้วยทราย จะแล้วเสร็จในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ซึ่งจะช้ากว่าแผนไปประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ก็เสร็จเหมือนกันครับ คือวันที่ ๑ กรกฎาคม จะเปิดใช้ได้ สำหรับรันเวย์หรือทางขึ้นลงที่ท่าอากาศยานเชียงรายซึ่งมีเพียง เส้นเดียว ช่องทางเดียว ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านได้เตือนถึงว่า เมื่อมีการขยายโครงข่ายสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจอันนี้ก็น่าจะมีรันเวย์เพิ่มขึ้นอีกสักสายหนึ่ง เพราะว่าเนื่องจากต้องรองรับการขนส่งทางท่าอากาศยานทางเครื่องบินมากขึ้นสูงขึ้น ขอขอบคุณครับ อันนี้ผมจะรับไปเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีหน้าที่กำชับให้ดำเนินการ ให้สมกับเป็นท่าอากาศยานสากลแห่งชาติทางภาคเหนือนะครับ สำหรับเรื่องวงแหวนรถติด ที่รอบนอกของจังหวัดเชียงรายนี้นะครับ มีแผนในการก่อสร้างและทำอาณัติสัญญาณจราจร บรรจุอยู่ในแผนแล้วแต่ว่ายังไม่ได้บรรจุในงบประมาณ ขอขอบคุณท่านที่ได้สอบถามแล้วก็ คิดว่าอันนี้คงจะจำเป็นมากขึ้น ผมจะได้ให้เจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจเพิ่มเติมอีก แล้วก็มันต้อง มีความจำเป็นแน่เพราะเนื่องจากเมืองขยายตัวแล้วก็พลเมืองก็เพิ่มขึ้น รถรามากขึ้น อันนี้ถ้าท่านเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งยวด ทีนี้ผมจะได้บรรจุในแผนงบประมาณปีต่อไป จึงจะได้นะครับ พยายามจะให้เต็มที่ครับ
ส่วนด้านโครงการต่าง ๆ ถ้าเผื่อในการเตรียมความพร้อมในด้านการรองรับ ปี ๒๕๕๘ โครงการของอาเซียนเปิดประเทศแถบนี้ก็ดี หรือการรองรับทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านคมนาคม รวมทั้งการท่องเที่ยว การขนส่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงที่ท่านได้กรุณาหยิบยก มานี้นะครับ ผมเห็นว่ามีความจำเป็น ถ้าเผื่อท่านจะจัดการสัมมนาหรือจะมีการรวบรวมผู้รู้ ในพื้นที่ก็จะดีครับ สรุปให้เป็นเรื่องเป็นราวถึงข้อประการสำคัญที่จะต้องทำก่อนหลัง กระผมยินดีสนับสนุนโครงการของท่านให้เกิดขึ้นแน่นอนครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพิเชษฐ์ คำถามสุดท้ายครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเข้าใจนะครับ ช่วงนี้หัวเลี้ยวหัวต่อนะครับ กำลังปรับคณะรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการก็เพิ่งรับพระบรมราชโองการเมื่อสักครู่นะครับ สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจแล้วก็ เพื่อเตรียมพร้อมเสรี ๒๕๕๘ ส.ส. ๘ จังหวัดมีความเห็นว่าสมควรที่เราจะจัดสัมมนาใหญ่ บูรณาการเรื่องของการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ เพื่อรองรับให้เป็นจริงเป็นจัง ให้ชัดเจนนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามสุดท้ายว่าอยากจะขอให้ทาง กระทรวงคมนาคมช่วยจัดการสัมมนาแบบบูรณาการทางด้านคมนาคมของภาคเหนือ ตอนบนนะครับ เพื่อรองรับสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจและเสรีอาเซียน ท่านจะสามารถจะดำเนินการ ได้ช่วงไหนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีครับ
ขออนุญาตท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านพิเชษฐ์ได้บอกว่าเอาภาคเหนือตอนบน ตอนแรก ผมมุ่งหวังว่าจะเอาเฉพาะจังหวัดเชียงราย ไม่ทราบว่าท่านคิดเห็นว่าควรจะเอาทั้ง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย หรือตอนบนขอบเขตแค่ไหนขอรับฟังความคิดเห็น และคำแนะนำด้วยครับ
เชิญครับ
คือท่าน ส.ส. ๘ จังหวัดภาคเหนือนี่ เขาอยากจะมีส่วนร่วม เรื่องของการสัมมนาเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเชื่อมโยงกันนี่อย่างไร แล้วขอเป็น ๘ จังหวัดนะครับ แล้วก็ไปสัมมนาที่จังหวัดเชียงใหม่หรือจังหวัดเชียงรายก็ได้ครับ อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าขอสัมมนาแบบบูรณาการสักครั้งครับท่านรัฐมนตรีครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมรับปากว่าจะไปดำเนินการให้ แล้วก็จะได้ประสาน กับทาง ส.ส. ภาคเหนือทุก ๆ ท่านครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณทั้งผู้ถาม และผู้ตอบนะครับที่ใช้เวลาตามข้อบังคับนะครับ
ต่อไปเป็นกระทู้ถามสด
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๓๘ ส. เรื่อง นโยบายในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากการชุมนุม (นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ
เชิญคำถามแรกเลยครับ ท่านสาธิตครับ กับท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ยงยุทธนะครับ ขอให้ใช้เวลาถาม-ตอบให้อยู่ในกรอบของข้อบังคับนะครับ พยายามถ้าเลย ก็ขอเล็กน้อย เพราะฉะนั้นแต่ละคำถามแต่ละคำตอบน่าจะใช้เวลาสัก ๓-๔ นาที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยองครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสด เพื่อสอบถามคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหารที่ได้ออกมติ ครม. วันที่ ๑๐ มกราคม ซึ่งคำถามของผมวันนี้ผมมั่นใจว่ามีบุคคลหลายกลุ่มที่กำลังรอฟังคำตอบ จากท่านนายกรัฐมนตรี บุคคลหลายกลุ่มที่ผมพูดถึงนี้นะครับ
กลุ่มที่ ๑ ก็คือคนที่เสียภาษีทุกบาททุกสตางค์ให้กับรัฐบาลในประเทศนี้
กลุ่มที่ ๒ ก็คือผู้ที่ได้รับความสูญเสียจากการชุมนุมเมื่อครั้งตุลาคม พฤษภาคม รวมทั้งการชุมนุมที่ภาคใต้ ที่กรือเซะแล้วก็ที่ตากใบ
กลุ่มที่ ๓ พี่น้องข้าราชการทหาร ตำรวจ ที่เขาปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม
กลุ่มที่ ๔ ครอบครัวประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่สูญเสียคนในครอบครัวไป ในเหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
กลุ่มที่ ๕ กลุ่มบุคคลทั่วไปที่มีใจรักความเป็นธรรม ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนหนึ่ง ในนั้นคือ ๑ ใน ๑๕ ล้านเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทยมา
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมเรียนท่านประธานว่าบุคคลทั้ง ๕ กลุ่ม กลุ่มบุคคลทั้ง ๕ กลุ่มนี้กำลังรอฟังคำตอบจากนายกรัฐมนตรีอยู่ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ประชุม ครม. แล้วก็ออกมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคมนี้ครับ ใช้คำพูดว่า จะเยียวยาผู้เสียหายและวิธีการเยียวยาผู้เสียหายนี้ให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง หรือความขัดแย้งทางการเมือง หัวใจสำคัญของมติ ครม. อันนี้มันตีกรอบคนที่เข้าข่ายตามมติ ครม. นี้ไว้ครับ มติ ครม. ที่ว่านี้ตีกรอบไว้ตั้งแต่วันที่พันธมิตรชุมนุมขับไล่รัฐบาลทักษิณ รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ชุมนุมขับไล่ นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และการชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี ๒๕๕๒ แล้วก็ปี ๒๕๕๓ มติที่ว่านี้ตีกรอบไว้เท่านี้ครับ และในมตินี้เขียนลงไปอีกว่า ไม่รวมถึง ย้ำนะครับว่ากรอบคือ เพียงแค่นี้เท่านั้น ไม่รวมถึงการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์อื่น ๆ อีกหลายกรณี เช่น ผู้เสียหายจากกรณีตากใบ กรือเซะ ความรุนแรงทางภาคใต้ ทั้งกรณีราษฎรและทหาร ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บที่ยังได้รับการชดเชยเยียวยาน้อยกว่าเป็นจำนวนมาก และผู้เสียหาย จากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองช่วงปี ๒๕๓๕ คือพฤษภาทมิฬ มติ ครม. ก็ย้ำชัดว่า จ่ายเฉพาะกรอบเวลาที่ผมพูดถึง แล้วก็ย้ำว่าไม่จ่ายกับเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านยงยุทธครับ ทำไมละครับผู้ที่สูญเสียที่ภาคใต้ ครอบครัวประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่อยู่ดี ๆ นั่งมอเตอร์ไซค์มาแล้วถูกโจรก่อการร้ายยิงเสียชีวิต พระที่บิณฑบาต ครูที่เขากำลัง สอนหนังสืออยู่ แล้วก็เสียชีวิตเป็นผู้บริสุทธิ์ ทำไมไม่ครอบคลุมตามมติ ครม. นี้ครับ พี่น้องข้าราชการทหาร ตำรวจที่เขาปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย เพื่อประโยชน์ของคนส่วนรวม ทำไมเขาไม่ได้ครับ จากมติ ครม.นี้ ทำไมเขาไม่ได้รับการเยียวยา ซึ่งถ้าพูดจริง ๆ แล้ว ด้วยความเป็นธรรมบุคคลที่ผมพูดถึงควรได้รับการเยียวยามากที่สุดครับ คือคนบริสุทธิ์เหล่านี้ครับ และคนที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ถึงแม้ท่านจะลุกมาตอบว่าต้องไปใช้ระเบียบข้าราชการทหาร หรือระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ตาม ทำไมล่ะครับ หรือว่าเขาไม่ใช่พวกที่ สนับสนุนท่านครับ
ผมก็มีคำถามแรกที่จะถามท่านว่าท่านเห็นว่าสิ่งที่ท่านทำนี่มันยุติธรรม แล้วหรือสำหรับบุคคลกลุ่มที่ผมกล่าวมาและกลุ่มที่ได้รับการเยียวยาตามมติ ครม. กับกลุ่มบุคคลที่ผมกล่าวถึงนี่ใครควรที่จะรับการเยียวยามากกว่ากันครับ แล้วท่านจะทำ อย่างไรครับกับกลุ่มบุคคลที่ผมพูดถึงนี้ครับ เป็นคำถามแรกครับ
เชิญท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพอย่างยิ่งครับ กระผม ยงยุทธ วิชัยดิษฐ วันนี้ขออนุญาตกราบเรียนท่านที่เคารพ ในฐานะของประธาน ปคอป. นะครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนในเบื้องต้นนะครับว่าชื่อย่อมันจะมี ๒ ชื่อย่อด้วยกัน ชื่อย่อแรกที่ผมจะใช้ก็คือ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ อันนั้นเรียกว่า คอป. สำหรับชุดของผมที่ผมเป็นประธานก็จะเป็น ปคอป. หมายถึงว่าคณะกรรมการ ประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของ คอป. ก่อนอื่นขอกราบเรียน สักนิดหนึ่งก่อนนะครับว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านก็ประสงค์จะมาตอบเรื่องดังกล่าว ด้วยตัวท่านเอง แต่เผอิญได้นัดหมายทางสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เอาไว้ล่วงหน้าก็จำเป็นจะต้อง เดินทางไป กระผมในฐานะของประธาน ปคอป. และในฐานะผู้รักษาราชการแทน นายกรัฐมนตรีก็ถือโอกาสนี้ได้ตอบกระทู้ถามสดดังกล่าว ก่อนอื่นก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านผู้เสนอกระทู้ถามสด เพราะว่าปัญหาที่ท่านได้กล่าวถึงก็เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชน ให้ความสนใจอย่างมาก แล้วกระผมเองก็ได้ให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชนไปหลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระในเรื่องที่พี่น้องประชาชนได้สงสัยอยู่ แต่มาวันนี้กระผมก็มีโอกาสได้ชี้แจง ให้สภาแห่งนี้ โดยเฉพาะท่านประธานได้กรุณาทราบ แล้วมีความเข้าใจที่ตรงกันด้วยนะครับ สำหรับบุคคล ๕ กลุ่ม ที่ท่านได้กรุณาให้คำชี้แจงต่อกระผมนั้นก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ทีนี้ก็กราบเรียนว่าก็เป็นการปฏิบัติตามคณะกรรมการ คอป. ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะได้ สร้างความปรองดองให้เกิดในประเทศ คณะกรรมการที่ว่านี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการค้นหา ความจริง ในส่วนหนึ่งก็ให้มีการเยียวยา สำหรับการค้นหาความจริงก็คงจะต้องทำต่อไป ในคณะกรรมการ คอป. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นระเบียบแล้วก็เป็นทางการไปแล้ว สำหรับ การเยียวยาคณะกรรมการ คอป. ก็ได้เสนอรัฐบาลว่าให้มีการเยียวยาโดยเร่งด่วน เพื่อความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลก็ได้รับข้อเสนอของ คอป. มาแล้วก็ไม่ได้พิจารณา อะไรที่เกินเลยไปกว่าข้อเสนอที่ คอป. ได้เสนอแนะมา ประเด็นสำคัญของการเยียวยา คอป. ได้ให้หัวใจของเรื่องแต่เพียงว่า ๑. เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ต่อความปรองดองของคนในชาติ ๒. โดยสิทธิของมนุษยชนที่เป็นหลักการสากลทั่วโลก นั่นก็คือพลเมืองสามารถที่จะต้องแสดงความประสงค์ แสดงความต้องการในทางการเมืองได้ โดยหน้าที่ของรัฐจะต้องเป็นผู้พิทักษ์รักษาคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ว่านั้น แต่ว่ารัฐได้ทำให้ ชีวิต อิสรภาพ แล้วก็ร่างกายของพลเมืองได้สูญเสีย ได้ล้มตาย บาดเจ็บ แล้วก็มีการเสียหาย เกิดขึ้น คอป. ก็ได้บอกมาที่รัฐบาลว่ารัฐบาลจำเป็นจะต้องเยียวยาโดยเร่งด่วน รัฐบาลก็รับ ข้อเสนอของ คอป. มา แล้วก็ได้พิจารณาโดยรอบคอบ มีหลักเกณฑ์หลายประการ ซึ่งต่อไป ผมคงมีโอกาสได้ชี้แจงนะครับ ก็โดยสรุปในส่วนนี้ ๑. เป็นเรื่องเร่งด่วน ๒. ไม่ใช่เป็น การเยียวยาตามกรอบของกฎหมาย ๓. เป็นการเยียวยาเพราะว่าพลเมืองไม่ได้ รับการคุ้มครองตามมาตรการที่รัฐมีอยู่ อันนั้นก็โดยหลักการที่ผมได้ทำ และไม่ได้เป็น ความคิดของรัฐบาล ไม่ได้เป็นความคิดของ คอป. แต่เป็นเรื่องที่ทาง คอป. ได้รับความเห็น และข้อสรุปของ คอป. มาครับ กราบเรียนท่านประธานครับ
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับพี่น้องประชาชนจากอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัยครับ เชิญคำถามที่ ๒ ครับ ท่านสาธิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมยังไม่ได้รับคำตอบจาก ท่านรัฐมนตรียงยุทธนะครับว่าระหว่างจ่าเพียรกับฆาตกร ท่านคิดว่าใครควรจะได้รับมากกว่ากัน ระหว่างคนที่ถูกเผากับคนที่เผา ใครควรที่จะได้รับการเยียวยามากกว่ากัน และท่านต้องไปหา ข้อเท็จจริงใหม่นะครับ เพราะว่าที่ท่านอ้างคำเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ โดยมีท่านอาจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธาน ความจริงผมเข้าใจว่าท่านสัมภาษณ์ไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐบาลหยิบยกเพียงข้อเสนอบางส่วน เพื่อเป็นประโยชน์ของรัฐบาล ข้อเสนอการเยียวยามีหลายประเภทครับ ทางด้านจิตใจ สิทธิประโยชน์ เรื่องเงิน และเงินก็มีระเบียบรองรับอยู่แล้วถ้าจะทำนะครับ เพราะรัฐบาล ที่แล้วก็ทำไปแล้วครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เขาไปสอบสวนครับ แล้วก็ดำเนินการว่าใครมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเขาก็ไม่ให้ครับท่านยงยุทธ เพราะฉะนั้นที่ท่านตอบมายังไม่มีความชัดเจนว่าท่านจะคิดอย่างไรกับคนเหล่านี้ ที่สำคัญ ผมเรียนท่านประธานว่า ท่านใช้เหตุผลว่าเพื่อความปรองดอง ผมก็ไม่แน่ใจว่าถ้าท่านทำอย่างนี้แล้วมันจะเกิด ความปรองดอง เพราะว่าบังเอิญมติ ครม. ที่ว่านี้ ที่ท่านเขียนกรอบไว้ก็ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในกรอบของท่านเป็นคนของท่านนะครับ แล้วก็มีคนในสภายอมรับว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นคน ของพรรคเพื่อไทย มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยครับ ส่วนอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่พูดถึงนี่ก็ไม่รู้ เป็นตัวประกันหรือเปล่า แต่ที่สำคัญก็คือสิ่งที่ผมเรียนกับท่านว่าถ้าท่านคิดจะปรองดอง ท่านต้องยึดหลักความเป็นธรรม เสมอภาค เท่าเทียม ที่ผมไปฟ้องศาลปกครองผมไม่ได้ขวาง แต่ผมบอกว่าถ้าท่านจะให้ต้องให้ทุกกรณีตามข้อเท็จจริงเดียวกัน ให้มาตรฐานเดียวกัน แต่ถ้า จะไม่ให้ก็เป็นสิทธิของท่าน และมีระเบียบรองรับอยู่แล้ว และในภาวะที่ท่านบอกว่ารัฐบาล ต้องไปกู้เงินมากเพราะไม่มีเงิน ต้องแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่วันนี้ท่านจัดเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไปออกมติ ครม. นี้ขึ้นมา แล้วมันจะสร้างความปรองดองอย่างไรครับ ความปรองดองที่พูดถึงนี้ รวมทั้งเมื่อวานหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ แยกคุกการเมืองออกจากคุกคดีอาญาทั่วไป คนที่ไปยิงวัดพระแก้ว ผมจำชื่อไม่ได้ เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วก็ศาลพิพากษาว่า มีความผิดไปแล้วเพราะมันชัดเจนแล้วครับ ท่านก็เอาไปแยกขัง แล้วจะปรองดองกับญาติ ที่เขาทำผิดแล้วเขาถูกขังอีกที่หนึ่งที่บางขวางหรือเปล่าครับ มันปรองดองแบบไหนละครับ อย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ ความจริงถ้าผมดูคำนิยาม เยียวยา ถ้าท่านใช้คำว่า ผู้ได้รับ ผลกระทบรุนแรงจากการชุมนุมทางการเมือง ในฐานะที่ท่านยงยุทธเป็นคนภาคใต้ แล้วรู้ปัญหาดี กรือเซะ ผมคิดว่าอยู่ในนิยามเดียวกัน ตากใบ ผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตจะเกิดจาก การจงใจหรือไม่ก็ตาม แต่อันนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ที่แท้จริง แล้วถามว่าเขามาชุมนุมเหตุ ทางการเมืองใช่ไหม ก็ต้องตอบว่าใช่ครับ แล้วทำไมเขาไม่ได้ล่ะครับ แล้วเหตุนี้จะไปปรองดอง กับใครได้ครับ เพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น ส.ส. ๓ จังหวัดภาคใต้นะครับ ท่านอันวาร์ สาและ ฝากมาว่าความรู้สึกของคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้รุนแรงมากสำหรับเรื่องนี้ ท่านต้องรีบลงไปแก้ไข แต่ในความเหมือนกันนี่นะครับ ท่านประธาน ฝากไปยังท่านยงยุทธ และฝากท่านยงยุทธไปยังนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ในความเหมือนกันมันมีความต่างอยู่นิดหนึ่ง เหตุจากการชุมนุม ไปชุมนุม มีความรุนแรง มีผลกระทบ แต่เหตุทั้งหมดนอกจากเหตุการณ์ ชุมนุมเสื้อแดงมีเป้าหมายต่างกันครับ ชุมนุมพฤษภาทมิฬเขาเรียกร้องประชาธิปไตย ต้องการนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง กรือเซะ เป็นการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ตากใบ ก็เหมือนกัน เป็นอุดมการณ์ทางการเมือง ทางศาสนาก็ว่าไป แต่ล้วนแล้วแต่การชุมนุม ทางการเมืองทั้งสิ้น แต่การชุมนุมของคนเสื้อแดงปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ มีเป้าหมาย เพื่อส่วนรวมหรือเปล่าครับ ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าทำเพื่อส่วนรวมหรือทำเพื่อคน ๆ เดียว ผมจึงมีคำถาม ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านยงยุทธนะครับว่า ท่านใช้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตามมติ ครม. เยียวยาคนของท่านร้อยละ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านคิดว่ามันจะปรองดอง กับคนกลุ่มอื่นได้อย่างไรครับ
เชิญท่านรอง นายกรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างยิ่งครับ ผม ยงยุทธ ในฐานะประธาน ปคอป. ก็ขอกราบเรียนในส่วนของข้อเท็จจริง ก็คงเป็นเรื่อง ที่ทาง คอป. และทางรัฐบาลจะได้ดำเนินการในส่วนที่ค้นหาความจริงให้ได้นะครับ ก็พยายามที่จะดำเนินการในส่วนนั้น แต่ในเรื่องของการเยียวยาก็จะเป็นเรื่องที่มติของ คอป. ก็ได้บอกว่าให้มีการเยียวยาไปก่อนเพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน มันอาจจะไปขลุกขลักตรงไหน ผมก็ไม่ทราบ กระผมเองก็ได้กราบเรียนไปหลายครั้งแล้วว่า ในส่วนหนึ่งผมก็ได้เป็นเจ้าภาพ ในเรื่องของการเยียวยา การเยียวยานี่ก็จะเป็น ๒ ส่วน ที่เป็นส่วนสำคัญในส่วนแรก ก็คือเป็นการเยียวยาเหตุการณ์ที่ทาง คอป. ได้สรุปมา และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของทาง จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ในภาพรวมผมรับผิดชอบโดยตรงที่เป็นเรื่องของ คอป. แต่ใน เรื่องของภาคใต้ก็จะมีท่านพลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ท่านก็เป็นประธานในเรื่องนี้ มีท่านเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นเลขานุการในเรื่องนี้ ก็ไม่ได้ว่างานนี้ไม่ใช่งานของผมต้องไปถาม ท่านประชาเอง มิได้ครับ ในภาพรวมผมก็เป็นผู้รับผิดชอบ ในฐานะที่รับราชการอยู่ทาง จังหวัดสงขลาเป็น ๑๐ กว่าปี ก็เข้าใจเหตุการณ์ดังกล่าวดี ก็ได้ติดต่อประสานกับชุดของ ท่านประชา ก็กราบเรียนยืนยันให้พี่น้องท่านประธานได้กรุณาทราบนะครับว่าในเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สำหรับผู้สูญเสียใช้หลักการเดียวกันกับที่เราใช้กับ ปคอป. ซึ่งถ้าไม่ใช้ หลักการเดียวกันก็คงจะเป็นปัญหามากเหมือนที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้กรุณาให้ความเห็น มาก็ยืนยันตรงนี้ ทีนี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีลักษณะไม่ใช่ลักษณะแตกต่าง แต่มีลักษณะพิเศษก็จะเป็นชาวไทยเชื้อสายมุสลิมนี้ครับเยอะ ผมก็ลองคุยเล่น ๆ กับทาง ท่านพลตำรวจเอก ประชา ดูว่าค่าสูญเสียโอกาสของเขาที่เขาจะต้องไปนครเมกกะเราควรจะ มาดูแลเขาด้วยไหม แล้วก็เป็นทางเลือกที่ผมก็มีความเข้าใจ และมีความเห็นอกเห็นใจพี่น้อง ชาวไทยที่อยู่ในส่วนของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยืนยันนะครับว่าจะทำในส่วนนั้น อย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน และใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน แต่อาจจะมีตัวประกอบเพิ่มขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านสาธิต คำถามสุดท้าย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยองครับ ก็เหมือนเดิมครับยังไม่ได้คำตอบจากท่านรัฐมนตรีว่าจะปรองดองอย่างไร ก็ยังไม่เห็น ความกระจ่าง ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลที่มาบริหารประเทศไม่ว่ารัฐบาลไหน ก็จะต้องบริหารประเทศด้วยหลักนิติธรรม นิติรัฐ บริหารประเทศด้วยหลักความเสมอภาค แล้วก็เท่าเทียมกัน ยิ่งมาในช่วงจังหวะเวลาแบบนี้ จังหวะที่พรรคท่านได้รับเสียงข้างมาก ทำอย่างไรจะให้คนในประเทศมีความสามัคคีกัน ผมยังยืนยันนะครับหลักเดียวก็คือ หลักความยุติธรรม หลักนิติรัฐ แล้วก็หลักนิติธรรม การเยียวยาเป็นสิ่งที่ดีครับ ท่านยงยุทธครับ การเยียวยากับการชดเชยคนละแบบ ชดเชยหมายความว่ารัฐไปทำให้เขาสูญเสีย รัฐทำผิด อาจจะไปชดเชยให้เหมือนคดีแพ่งว่าขาดรายได้เท่าไรก็ว่าไป เยียวยานี้ก็เป็นเรื่องดีครับ เป็นการฟื้นฟูจิตใจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น แต่การเยียวยามันต้อง เสมอภาคแล้วก็ต้องเท่าเทียม แล้วก็ใช้หลักเดียวปฏิบัติกับทั่วประเทศมันถึงจะปรองดอง มันถึงจะสมานฉันท์ แล้วก็ทำความเข้าใจของคนทุกกลุ่มด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ มติ ครม. ตามความหมายของท่านเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม มันก่อให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมืองนี้ ในกระบวนการยุติธรรม เพราะว่าในอนาคตถ้าท่าน ทำอย่างนี้สำเร็จ ประชาชนทั่วไปหรือใครสักคนที่เป็นกลุ่มการเมืองเมื่อเขาไปชุมนุมเขาก็ใช้ มาตรฐานท่านไปทำทุกอย่างทุกวิถีทางทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ได้อำนาจบริหารประเทศ พอได้ อำนาจบริหารประเทศมาก็ทำในเรื่องที่มันไม่ถูกต้อง รอดพ้น แถมได้ หนังสือพิมพ์บางฉบับ เขาบอกได้แต๊ะเอีย เพราะมันใกล้วันที่ ๒๓ มกราคมพอดี แต่ว่าแต๊ะเอียไม่ทั่วถึง แต๊ะเอีย เฉพาะกลุ่มของพวกท่านเท่านั้น จ่าเพียรที่ปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ที่เสียชีวิตทุกคนทั่วประเทศ รู้เขาได้เงินแค่ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านยงยุทธครับ พี่น้องข้าราชการทหารผมเข้าใจ ว่าได้ประมาณ ๓.๕ ล้านบาท แต่ที่สำคัญคือว่าคนเหล่านี้เขาปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศ เพื่อสังคมส่วนรวม มันมีอีกเรื่องที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือว่าและถ้าเราจะเยียวยาบุคคลที่มี ส่วนร่วมในการกระทำความผิดเรายังจะจ่ายเงินหรือครับ ผมถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านยงยุทธนะครับว่าที่จังหวัดเชียงใหม่มีคน ๕ คนไปรุมฆ่าคนเสื้อเหลืองที่จังหวัดเชียงใหม่ เสียชีวิต คนที่วางระเบิดคิดที่จะวางระเบิดผู้อื่นที่สมานเมตตาแมนชั่น (Mansion) แล้วก็ เสียชีวิตเอง คดีอาญาก็ระงับตามกฎหมายอาญาแล้วไม่ต้องถูกดำเนินคดีอาญา พวกนี้เขาได้ ๗.๕ ล้านบาทใช่ไหม ตัวเลขไม่สำคัญ แต่รัฐกำลังจะจ่ายเงินให้คนทำผิดกฎหมาย ผมก็ทน ไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะว่าคนที่เสียภาษีคนหลายอาชีพนะครับที่เขาเสียภาษีให้กับเรา ให้กับรัฐบาล คนขายประกันชีวิตเขาบอกว่าขอลดภาษีตั้งนานก็ไม่ได้ ทุกบาททุกสตางค์เสีย ภาษี ร้านก๋วยเตี๋ยว คนพวกนี้ถ้ารัฐบาลใช้เงินด้วยความเป็นธรรมไม่มีปัญหาครับ จะไปสร้าง รถไฟฟ้า จะไปพัฒนา ไปแก้น้ำท่วมไม่มีปัญหาเลยครับ แต่จะอาศัยสถานการณ์นี้แล้วไป จ่ายเงินให้กับพวกตัวเอง ผมเชื่อว่าคนรับไม่ได้ มี ๒ ทางเลือกให้ท่านเลือกครับ ท่านยุติเสีย เพราะว่าหลักเกณฑ์และระเบียบของกฎหมายเดิมมันมีอยู่แล้วครับ สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ขณะนี้ผู้เสียหายกรณีพวกนี้ที่ไม่มีส่วนร่วมกับการกระทำความผิดรับไปแล้ว ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ท่านมีทางเลือก ๒ ทาง คือท่านยุติเสีย แล้วก็ทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย หรือไม่ท่านจะเอา ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไปเยียวยาต้องเสมอภาคเท่าเทียมกันทุกกลุ่ม คนที่ควร จะได้รับก็ต้องได้รับ ผมฝากท่านไปยังนายกรัฐมนตรีนะครับว่าท่านจะไม่รับผิดชอบไม่ได้ ผมไปฟ้องศาลแล้วถึงแม้ไม่มีคดีอาญาก็ตาม ต้องรับผิดชอบ ผู้นำประเทศนี้เป็นผู้นำเบอร์ ๑ ต้องรับผิดชอบครับ ก็อยากจะฝากคำถามสั้น ๆ เป็นคำถามสุดท้าย ขอให้ท่านตอบให้ตรงคำถาม ที่ผมถาม ผมจะได้สบายใจ เพราะผมเห็นว่าท่านก็น่าจะเป็นที่พึ่งหวังสำหรับประเทศนี้ ได้คนหนึ่ง เพราะท่านเป็นคนมีความรู้ ท่านต้องนำความไปบอกท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมถามเป็นคำถามสุดท้ายนะครับว่าท่านจะบริหารประเทศนี้อย่างไรครับ ถ้าท่านเอาเงินภาษี อากรของคนทั้งประเทศมาจ่ายให้คนที่เป็นผู้ต้องหาทำผิดกฎหมาย จ่ายเงินให้กับคนที่คิดจะ วางระเบิดคนอื่นแล้วตัวเองตาย จ่ายเงินให้กับคนที่เผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ (Central World) เซ็นเตอร์วัน (Center One) และคนที่เผากรุงเทพฯ ท่านจะบริหารประเทศอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างยิ่งครับ กระผม ขออนุญาตกราบเรียนสั้น ๆ เพราะว่าเวลาก็หมดแล้ว กราบเรียนโดยสรุปว่าความแตกต่าง ระหว่างการสูญเสียของการปฏิบัติหน้าที่กับการสูญเสีย เพราะว่ารัฐได้ไปละเมิดชีวิต ทรัพย์สินของเขาก็มีความแตกต่างกัน ผมอาจจะกราบเรียนวกไปวนมานะครับว่า การปฏิบัติ ของ ปคอป. เป็นการปฏิบัติตามความเห็นของ คอป. ทุกประการนะครับ เพียงแต่ว่าวงเงินทาง คอป. ไม่ได้กำหนดวงเงิน และผมก็จะมากำหนดวงเงินขึ้นมา โดยใช้หลักการของรายได้ต่อหัว ของประชาชนต่อปีคูณกับจำนวนปีที่บุคคลคนนั้นควรจะได้ทำงานเพื่อให้เกิดสถานภาพ โดยเหมาะสมเท่านั้น ผมเฉลี่ยจากการสูญเสีย ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยเอา ๑๕๐,๐๐๐ บาท คูณกับ ๓๐ ปี เมื่อปี ๒๕๓๓ รายได้เฉลี่ยต่อศีรษะของประชาชนนี่ครับ ก็ ๑๕๐,๐๐๐ บาท รวมกับเวลาที่เขาควรจะทำ ๓๐ ปี ก็ได้ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท เฉลี่ยแค่วันละ ๑๑๕ บาทนะครับ ซึ่งแรงงานขั้นต่ำก็แค่ ๓๐๐ บาท อันนี้ค่าแรงงานในอนาคตอาจจะสูงขึ้นไปมากแต่ของเรา จ่ายครั้งเดียว กราบเรียนยืนยันครับว่าข้อเสนอความเห็นของท่านที่เคารพก็เป็นข้อเสนอ ที่มีประโยชน์ แต่ว่าความจำเป็นของรัฐบาลที่จะต้องทำตามข้อเสนอของ คอป. โดยรัฐบาล ก็เห็นด้วย เพราะว่าจะเป็นการสร้างความสมานฉันท์ ความสามัคคี ความยุติธรรมก็อาจจะ มองได้แต่ต่างกันนะครับ ในส่วนของรัฐบาลก็เห็นว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นความยุติธรรม และมีความจำเป็นที่ว่าข้อเสนอของรัฐบาลเสนอได้ครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้ารัฐบาลเสนอออกไปแล้ว ไม่มีข้อยุติ โดยกลุ่มคนที่ได้ใช้สัญลักษณ์ของประชาธิปไตยความยุติธรรมและเสรีภาพ เป็นประเด็นในการที่เขาได้มาแสดงความประสงค์ทางการเมือง ถ้าเขาไม่รับข้อเสนออันนี้ ก็จะมีปัญหาที่ไม่รู้จบ ผมคิดว่าประเทศของเราจะเดินหน้าได้ก็คงจะต้องเริ่มต้น ของความเข้าใจ และเริ่มต้นของความสมานฉันท์ให้ได้ ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจการเมือง ของประเทศจะเสียหายมาก รัฐบาลก็ต้องเสี่ยงดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเหล่านี้เหมือนกัน ในบางส่วนก็มีคนเห็นด้วยมาก ในบางส่วนก็เห็นแตกต่างกันไป ก็จะได้ประมวลความเห็น ของคนที่มีความเห็นแตกต่างไป ไปนำเสนอคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง ซึ่งจะลง ในรายละเอียด ก็ขออนุญาตเรียนโดยสรุปในส่วนนี้แค่นี้ และขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ ที่อย่างน้อยที่สุดผมก็ได้มีโอกาสชี้แจงให้ผู้สนใจได้ทราบครับ
ขอเป็น กระทู้ถามสดสุดท้ายครับ กระทู้ถามสดที่ ๓
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๔๐ ส. เรื่อง ผลกระทบจากนโยบายด้านเศรษฐกิจ ต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้า (นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กราบเรียนท่านประธานครับว่า ด้วยความเคารพ ท่านประธานกรุณาอ่านเอกสารที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายได้ไหมครับ ว่าเป็นเอกสารเลขที่เท่าไร วันที่เท่าไร และท่านนายกรัฐมนตรีมอบใคร เพื่อบันทึกไว้เป็น หลักฐานครับ
เดี๋ยวท่านถาม ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาลองตรวจสอบก่อน
คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ ฝ่ายเลขาธิการก็ต้องให้พร้อมนะครับ อยู่ ๆ จะมาบอกว่าเอกสารไม่พร้อม เพราะว่าผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านประธานเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมาก่อน แล้วก็การมอบหมายราชการปฏิบัติหน้าที่แทนต้องเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นเอกสารราชการ ฉะนั้นผมก็อยากจะทราบว่าเอกสารที่มอบลงวันที่เท่าไร แล้วก็เอกสารเลขที่เท่าไร แล้วมอบใคร เพราะว่าผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมเกรงใจมา ๒ ครั้งแล้ว ทำแบบนี้นะครับ คือมอบให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการแทน แล้วมาครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ ๓ นะครับ ซึ่งกระผมก็ กราบเรียนท่านประธานทุกครั้งเลยว่าท่านประธานในฐานะที่เป็นประมุขของนิติบัญญัติ กรุณารักษาเกียรติยศของพวกกระผมด้วยว่าถึงเวลามาทุกคนอ่านภาษาไทยออก ฟังภาษาไทยเป็น รู้ว่าวันพุธ วันพฤหัสบดีคือวันประชุมสภา แต่ไม่มาประชุมสภา ผมก็อยากจะทราบปัญหามันอยู่ตรงไหนครับ เงินเดือนก็รับครบทุกคนนะครับ ทำไมมาไม่ได้ รู้ล่วงหน้าเป็นกิจจะลักษณะเลยว่าวันนี้ แล้วก็ตอนที่งบประมาณก็แจ้งกับฝ่ายเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการ ครม. แล้วว่าช่วยกรุณาแจ้งคณะรัฐมนตรีทุกคนทราบว่า วันพุธ วันพฤหัสบดี กรุณาอย่ารับนัดที่อื่นเลย สภานั้นจะได้รับฟังปัญหา ท่านรับฟังปัญหา ประชาชน พวกเราจะได้เข้าไปชี้แจงประชาชนได้ แล้วช่วยรัฐบาลทำงานอีกต่อหนึ่ง ท่านเลขาธิการจะมีเอกสารไหมครับว่าเลขที่เท่าไร ออกวันที่เท่าไร ใครเป็นผู้มอบครับ ถ้าไม่มอบแล้วก็ถามไม่ได้นะครับ ผิดหลักราชการนะครับ มันจะรับแต่ชอบ ไม่รับผิดชอบ มันเป็นไปไม่ได้ละครับ ระบบบ้านเมืองมันต้องมีระบบความรับผิดชอบนะครับ
ฝ่ายเลขาธิการ ชี้แจงว่า หนังสือที่ สนง. ๒๖๔/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕ นะครับ กราบเรียนนะครับ เห็นชอบลงนามโดยท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน นายกรัฐมนตรีครับ
อันนั้นคงเป็นกระทู้ถามที่แล้วกระมังครับ ไม่ใช่กระทู้ถามผมนะครับ ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ตอบกระทู้ถามที่ ๒ ครับ ของกระผม กระทู้ถามที่ ๓ ครับ คนละเรื่องกระมังครับ ไม่ใช่เรื่องเดียวกันครับ อันนั้นผมก็เห็นครับ
ผมอ่านให้ฟังนะครับ กราบเรียนนายกรัฐมนตรี ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ประสานงานกับสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทราบว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นกระทู้ถามสด ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประธานอนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม สภาผู้แทนราษฎร วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕ ในสัปดาห์นี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยื่นมา ๓ เรื่อง เป็นกระทู้ถามถามนายกรัฐมนตรีจำนวน ๒ เรื่อง แล้วถามรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมจำนวน ๑ เรื่อง สำหรับกระทู้ถามถามนายกรัฐมนตรีนั้น สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นควรให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปตอบชี้แจงกระทู้ถามดังกล่าว ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบจะได้ ดำเนินการต่อไปครับ ถูกต้องนะครับ
แต่ก็ไม่ได้มอบนะครับว่าให้ใครเป็นผู้รับมอบ เอกสารราชการมีไหมครับ
ท่านครับ ชัดเจนแล้วครับ มอบให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตอบชี้แจงแทน เขาระบุมาอย่างนี้ครับ
ทีนี้ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ด้วยความเคารพว่าทุกทีเวลาผมถามนะครับท่านประธานที่ผ่านมา ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาให้เกียรติมอบท่านรองนายกรัฐมนตรีที่คุมเศรษฐกิจมาตอบนะครับ แล้วกระทู้ถามผมก็เป็นเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจนะครับ อันนี้ผมเข้าใจ ผมให้เกียรติ ท่านรัฐมนตรีศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ทีนี้ประเด็นของผมกราบเรียนถามท่านประธานอย่างนี้ว่า
๑. ท่านศิริวัฒน์อยู่ในคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจหรือไม่ ๑ นะครับ
๒. ท่านเป็นคณะกรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติหรือไม่ครับ
๓. ท่านเป็นผู้ที่รับผิดชอบ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ร.บ. ควบคุม ราคาสินค้า พ.ร.บ. กำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดหรือไม่ เพราะถ้าเผื่อไม่ได้ อยู่ใน ๓ อันนี้ ก็คงจะตอบคำถามผมไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ มันก็จะเสียเวลาของสภา กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมก็พยายามให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่ผม อยากได้คำตอบ ประชาชนคงอยากจะคอยฟังว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบนั้นทำไมไม่มาตอบ แล้วก็เป็นคนที่คุมนโยบายด้วย ท่านศิริวัฒน์ไม่ได้คุมการค้าภายใน ไม่ได้คุมเรื่องราคาสินค้า ไม่ได้คุมเรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) แต่คุมเรื่องการส่งออก มันก็จะคนละเรื่องกันเลย แล้วจะ ให้ถามอย่างไรครับ ถามหมูออกแมว ถามแมวออกไก่ นก มันไม่มีใครได้ประโยชน์สักคนเลยครับ
ท่านสมาชิกครับ ในเมื่อนายกรัฐมนตรีติดภารกิจไปต่างประเทศ ได้มีหนังสือแจ้งมาอย่างที่ได้อ่านให้ทราบเมื่อกี้ แล้วก็มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบแทน ซึ่งก็ได้มอบท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์
ถ้าอย่างนั้นท่านประธานครับ ด้วยความกรุณา ท่านประธาน ผมขอสงวนของผมไว้ถามอาทิตย์หน้าได้ไหมครับ เพื่อถามตรงกับรัฐมนตรีและ ไม่เสียเวลาสภาด้วยครับ แล้วก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชนที่ได้ฟังคำชี้แจงจากรัฐมนตรี ที่คุมนโยบายโดยตรงครับ
หมายถึง ต้องมอบให้รัฐมนตรีที่คุมนโยบายโดยตรงใช่ไหมครับ อย่างนั้นใช่ไหมครับ
ใช่ครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ และท่านรัฐมนตรีนั้นก็น่าจะเคารพสภาด้วยนะครับ ไม่เคยมาประชุมสภาเลย งบประมาณ เป็นประธานก็ไม่เคยมาประชุมงบประมาณเลย
เชิญท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจาก กระทู้ถามที่ท่านสมาชิกตั้งใจที่จะถามท่านนายกรัฐมนตรี และอย่างน้อยก็เป็นรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลในเรื่องเศรษฐกิจ สืบเนื่องจากว่ากระทู้ถามที่ท่านสมาชิกตั้งใจ ที่จะถามนี่นะครับ มันเป็นจังหวะเหมาะพอดีกับที่เมื่อวานนี้ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องส่วนหนึ่งออก ในขณะเดียวกันก็มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เช่นกันให้รัฐมนตรีอีกจำนวนหนึ่งได้เข้ามาทำหน้าที่แทน เราจะเห็นว่ารองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลในเรื่องเศรษฐกิจ คือท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ท่านก็มีคำสั่งให้ออก ในขณะเดียวกัน ก็มีการแต่งตั้งกลับเข้ามา เพราะฉะนั้นกระบวนการที่จะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ในฐานะที่ดูแลในเรื่องของเศรษฐกิจมาตอบในวันนี้ ก็ยังไม่อยู่ในฐานะที่เข้ามาตอบได้ นี่คือ สิ่งที่ผมพยายามที่จะโทรศัพท์ประสานกับท่านจุติอยู่เหมือนกันนะครับว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ เพื่อความเหมาะสม ท่านจุติอยากจะให้ทางรัฐบาลชี้แจงในลักษณะไหน เช่น ถ้าหากว่า อยากจะให้ตอบในวันนี้ก็คงจะต้องให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์มาตอบแทน เพราะตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์วันนี้ก็เปลี่ยนไปแล้ว นี่คือสิ่งที่อยากจะหารือกับ ท่านจุติอยู่เหมือนกัน และผมเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่ท่านจุติตั้งใจที่จะถามก็คงจะเป็นประโยชน์ กับสิ่งที่จะทำให้เป็นแนวทางในการที่จะบริหารราชการแผ่นดินในส่วนของภาคเศรษฐกิจ อยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในกระบวนการตรงนี้ก็แล้วแต่ที่ท่านจุติจะพิจารณาครับ ถ้าจะเลื่อนไปตอบในสัปดาห์หน้า ผมคิดว่ารัฐบาลก็ไม่ขัดข้องครับ
กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ถ้าเผื่อท่านประธานจะกรุณา ผมอยากจะขอถามท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง จริง ๆ ผมตั้งใจจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ ฉะนั้นเผื่อท่านนายกรัฐมนตรีจะกรุณามาตอบได้อาทิตย์หน้าก็จะเป็นพระคุณยิ่งครับ
ให้ใครมาตอบนะครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีสิครับ เพราะท่านเป็นคน ที่ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ เพราะท่านเป็นคนอ่านแถลงการณ์ในสภา นโยบายของ รัฐบาล
ท่านจุติครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีภารกิจเยอะรับผิดชอบภาพรวมทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นมันเป็น เรื่องปกตินะครับ ที่บางครั้งกระทู้ถามสดท่านก็จะมอบหมายให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรง มาตอบแทน ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนมาตอบด้วยตัวเองทุกเรื่องครับ เพราะฉะนั้นนี่คือ ข้อเท็จจริงครับ ผมพูดเรื่องข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นถ้าจะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ที่รับผิดชอบ โดยตรงมาตอบแทน ถ้าประสงค์อย่างนั้นก็ระบุ แล้วก็จะขอเลื่อนเป็นสัปดาห์หน้าก็ไม่ขัดข้องครับ
ผมก็ขอเลื่อนเป็นสัปดาห์หน้า แต่อยากจะ กราบเรียนถามท่านประธานนะครับว่า ท่านประธานจะบัญญัติข้อบังคับใหม่ว่าห้ามนำ ท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามในสภา ใช่ไหมครับ
ผมคนละเรื่อง กับที่ท่านพูดเลยนะครับ อย่างนี้ใส่ร้ายประธานแล้วครับ
ผมไม่ได้ใส่ร้าย เพราะท่านบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาตอบทุกเรื่อง ผมอยากจะถามว่ามันมีข้อบังคับข้อไหนบ้าง ที่มันห้ามท่านนายกรัฐมนตรีไม่ให้มาตอบกระทู้ถามในสภาครับ
คือเราปฏิบัติ กันมาอย่างนี้ตลอด ผมก็ย้ำ ผมพูดในข้อเท็จจริง
ท่านประธานครับ ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านนายกรัฐมนตรีตอบเกือบทุกกระทู้ถามในสภาครับ
แต่ไม่ใช่ ทุกกระทู้ถามครับ เพราะฉะนั้นวันไหนท่านว่างท่านก็มาตอบ แล้วกระทู้ถามไหนที่เห็นว่า จำเป็นท่านก็มาชี้แจงด้วยตัวเองได้
ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ให้สั้นลง ผมขออนุญาตเลื่อนไปอาทิตย์หน้าครับ ผมขอสงวนสิทธิไปถามอาทิตย์หน้าครับ แล้วจะได้ คำตอบเพื่อประชาชนได้ชัดแจ้งครับ
ต้องการให้ รัฐมนตรีท่านไหนตอบครับ
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ผมไม่อยาก ประท้วงท่านสมาชิกที่ต่อล้อต่อเถียงกับท่านประธานนะครับ ความจริงสภามีข้อบังคับ แล้วเป็นผู้อาวุโสของพรรคที่ทำงานก็เข้าใจกันอยู่ ผมก็เห็นว่าเมื่อได้มีวินิจฉัยว่าจะเลื่อน แล้วก็ประสงค์ที่จะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งน่าจะถูกกับงานที่อยากจะถามก็น่าจะเป็น ข้อยุติแบบนั้น ดุลยพินิจของท่านประธานที่บอกว่าโดยธรรมเนียมบางเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบเองท่านก็อยากมาตอบเอง บางเรื่องที่เป็นงานรับผิดชอบที่ข้อบังคับก็ได้เขียนไว้ชัด ท่านมอบคนที่ถือว่าเป็นผู้รับผิดชอบมาตอบก็เป็นประโยชน์กับสภากับประชาชน ควรจะเป็น แบบนี้ละครับโดยธรรมเนียม เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องบอกว่าท่านประธานจะต้องเขียน ข้อบังคับใหม่ขอให้อย่าได้มีบันทึกในการแสดงความคิดความเห็นของสภา ถ้าจะกรุณา ได้ถอนข้อความเหล่านี้เสียก็จะเป็นประโยชน์นะครับท่านประธานผมไม่อยากให้เป็นประเด็น อย่างข้อถกเถียง
เมื่อสักครู่โทษที ท่านไพจิต ท่านไพจิตครับให้ถอนอะไรนะครับ
เป็นการพูดจาใส่ร้ายท่านประธานนะครับ เสียดสีว่าให้ประธานเขียนข้อบังคับใหม่ไม่ให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามทำนองนี้ครับ ผมถือว่าเป็นถ้อยคำที่ควรที่จะไม่มีในการแสดงความคิดความเห็นในเชิงเสียดสี กับท่านประธานซึ่งหน้า แล้วก็เสียหายด้วยอยากให้ถอนครับ
คงไม่เป็นอะไรครับ พอแล้วครับท่านจุติ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อสักครู่นี้ท่านไพจิตหาว่าผมได้ต่อล้อต่อเถียง ท่านประธาน ผมไม่ได้ต่อล้อต่อเถียง ผมเสียหาย ผมอยากจะกราบเรียนอ่านให้ท่านประธาน ฟังนะครับ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หน้า ๖๑ ข้อ ๑๔๗ นายกรัฐมนตรีหรือ รัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ไม่อาจตอบกระทู้ถามแต่ต้องแจ้งเหตุจำเป็นนั้น เป็นหนังสือต่อประธานสภาก่อน หรือในวันประชุมสภา และให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ฉะนั้นผมก็กราบเรียนอ่านบันทึกไว้เป็นหลักฐานไม่ต่อล้อต่อเถียงใคร ฟังไม่รู้เรื่องก็หาเครื่อง มาช่วยฟังด้วย
ขอบคุณครับ ขออนุญาตจบครับ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ บังเอิญท่านประธานใช้ถ้อยคำ ซึ่งผมเกรงว่า อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของรัฐมนตรี ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรีด้วย ในเรื่องของการมาตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านใช้คำพูดว่า ไม่มี นายกรัฐมนตรีคนไหนมาตอบทุกกระทู้ถาม มาตอบทุกเรื่อง และท่านก็ใช้คำว่า ถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีว่างก็จะมาตอบ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าความจริง ท่านสามารถไปดูสถิติการตอบกระทู้ถามและการเข้าร่วมประชุมของนายกรัฐมนตรี แต่ละท่านได้นะครับ ผมพยายามไม่ไปพาดพิงมากแต่ว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร กับผมนี้ ถือว่าถ้าถามนายกรัฐมนตรีมาครับ แล้วก็ถือว่าเราทราบล่วงหน้าว่าแต่ละสัปดาห์ กระทู้ถามสดวันไหน เวลาใดแน่นอนอยู่แล้ว เวลาที่เราจะมีภารกิจทั้งผมและทั้งอดีต นายกรัฐมนตรีสมัครบอกล่วงหน้าเลยครับท่าน เช่น สัปดาห์หน้าจะต้องเดินทางไปประเทศนั้น ประเทศนี้ เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครแจ้งสภาล่วงหน้า กระผมก็แจ้งสภาล่วงหน้า การมอบหมาย มอบในเรื่องที่เห็นว่าเป็นการถามเฉพาะเจาะจงในเชิงเทคนิครายละเอียดของการงานนั้น ๆ แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับทิศทางนโยบายภาพรวมกระผมก็ตอบเองครับท่านประธาน บางวัน แม้ผมมอบแล้วผมก็ยังมานั่งฟังและถ้าเห็นว่ามันเกินเลยจากเรื่องของกระทรวง กระผม ก็จะตอบเสริมครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้เป็นแนวปฏิบัตินะครับท่านประธาน กรุณาอย่าให้ เกิดความเข้าใจไขว้เขวว่าถ้านายกรัฐมนตรีว่างถึงจะมาตอบ ไม่ใช่ระบบรัฐสภาครับ แล้วผม ต้องกราบเรียนนะครับว่ามีนายกรัฐมนตรีอยู่ไม่กี่ท่านที่ไม่ตอบกระทู้ถามสดของฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านไปตรวจสอบได้ครับน่าจะมีอยู่ ๒ ท่านนะครับ
ผมจะนำ ข้อสังเกตหารือท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เพื่อให้ได้เกิดความสบายใจทุกฝ่าย ผมขออนุญาต ต่อไปเลยนะครับ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๔๖ เรื่อง ติดตามงบประมาณก่อสร้างสถานี ตำรวจภูธรที่ชำรุดทรุดโทรมในจังหวัดสุโขทัย (นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม แล้วก็มีหนังสือ บอกว่าท่านเฉลิมติดภารกิจสำคัญมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวิทยา บุรณศิริ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน
เชิญท่านสัมพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องของการก่อสร้างสถานีตำรวจที่ทรุดโทรมจังหวัดสุโขทัย และสวัสดิการของตำรวจด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าเรื่องของการสร้างสถานีตำรวจอย่างเดียว ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาตอบแทน ผมเองจะต้องหันไปถามกระทรวงสาธารณสุขด้วยหรือเปล่าถ้าอย่างนี้ครับ ผมเองต้องเรียน กับท่านประธานนะครับ เพราะว่าเป็นเรื่องจำเป็นจริง ๆ ที่ผมจะต้องพูดถึงเรื่องสวัสดิการ ตำรวจด้วยในคราวเดียวกัน ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง นั้น ในฐานะที่ท่านดูแลกำกับในเรื่องของตำรวจ แล้วท่านไม่ได้มาตอบเองนั้น ความชัดเจนผมว่า ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมกลัวจะไม่ชัดเจนครับท่านประธาน
ผมว่าอย่างนี้ ได้ไหมครับ ผมก็เห็นด้วยนะครับ ที่จริงท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบควรต้องมาตอบเอง แต่เนื่องจากติดภารกิจสำคัญน่าจะให้เลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์หน้าน่าจะเหมาะสมกว่า คงไม่เหมาะที่จะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาตอบแทน เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ จริง ๆ เป็นสิทธิของท่านสมาชิก ผู้ถามครับ ผมก็ได้รับมอบหมายในส่วนนี้ เนื่องจากว่า ฯพณฯ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ก็เห็นความสำคัญแต่ท่านก็มีภารกิจสำคัญ ก็เพื่อไม่ให้สมาชิกไม่มีใครที่จะรับเรื่องเมื่อได้รับ มอบหมายนั้น ผมก็มาทำหน้าที่ตรงนี้ แต่ถ้าท่านเห็นสมควรว่ามีประเด็นที่จะสอบถาม มากกว่าความรับผิดชอบตามในฐานะผู้รับมอบอำนาจก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่านครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ขอเป็นอาทิตย์หน้า ดีกว่านะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ด้วยความเคารพท่านประธาน แล้วก็ท่านรัฐมนตรีวิทยา ความจริงก็รักใคร่กัน แต่ว่าผมมีข้อมูลที่จะเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ด้วยท่านประธานครับ ก็อยากจะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มาตอบเอง
ไม่เป็นไรครับ
ยินดีที่จะเลื่อนครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน
เป็นสัปดาห์หน้าครับ ขอบคุณครับ
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๕๓ เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำในจังหวัดชัยภูมิ (นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ซึ่งมอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบแทนนะครับ
เชิญครับ ไม่เป็นไรช้า ๆ ได้ ไม่เป็นไร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบกระทู้ถามให้ดิฉันในวันนี้ ขออภัยค่ะ ท่านประธาน พอดีดิฉันติดประชุมกรรมาธิการจากชั้น ๗ วิ่งมาที่ชั้นนี้นะคะ เรื่องที่จะถาม กระทู้ถามกับท่านรัฐมนตรีก็คือเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำในจังหวัดชัยภูมิ วันนี้ก็ต้องกราบขอบคุณทั้ง ๒ รัฐมนตรีที่ให้เกียรติกับดิฉันแล้วก็มาตอบกระทู้ถาม ของดิฉันนะคะ
เริ่มแรกเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในจังหวัดชัยภูมิว่า มีความเดือดร้อนจากปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซากเป็นประจำในทุก ๆ ปี ทราบเหมือนกันค่ะ ท่านประธานว่าตอนนี้ถ้าถามปัญหาเรื่องเกี่ยวกับน้ำท่วมอาจจะไม่ทันกาลแล้วเนื่องจากว่า ผ่านขั้นตอนของน้ำท่วมมาก็ ๒-๓ เดือนแล้ว แต่ว่าที่ต้องถามอยู่ก็เพราะว่าอยากให้เกิด การป้องกันแก้ไข เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนเพื่อในปีหน้าจะได้ไม่มีเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้น แต่ว่าตอนนี้กำลังประสบกับปัญหาน้ำแล้ง พูดง่าย ๆ ตอนนี้ที่จังหวัดชัยภูมิ น้ำฝน โดยเฉลี่ยทุกปีที่จังหวัดชัยภูมิจะมีประมาณ ๑,๕๐๐-๑,๖๐๐ ลูกบาศก์มิลลิเมตรที่ตกลงมาผ่าน จังหวัดชัยภูมิ แต่เราก็ไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ได้ ต้องถามกระทู้ถามในวันนี้ ก็เพื่อที่จะให้หน่วยงานได้หาวิธีการว่าจะป้องกันแล้วก็แก้ไขปัญหาในปีต่อ ๆ ไปได้อย่างไร ซึ่งช่วงเวลาของการเกิดปัญหาก็ต้องเรียนว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันของทุก ๆ ปี ยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดชัยภูมิก็จะเกิดในช่วงประมาณเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม ส่วนน้ำแล้งก็จะเกิดในช่วงของเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ซึ่งการที่ น้ำไหลบ่าลงมาในช่วงที่น้ำค่อนข้างมากก็ส่งผลกระทบทำให้เกิดการพัดพาเอาดินตะกอน มาทับถมทางน้ำทำให้เกิดการไหลที่ไม่สะดวกของแม่น้ำในลุ่มแม่น้ำชี ทำให้ตรงนี้เกิดการตื้นเขิน ของคลองต่าง ๆ แล้วก็ลำน้ำสาธารณะทุก ๆ อย่าง จากสถิติพบว่าที่จังหวัดชัยภูมิปริมาณ ความต้องการใช้น้ำของบ้านเรามีน้อยกว่าปริมาณน้ำที่ไหลลงมามาก ซึ่งตรงนี้เราไม่สามารถ ที่จะกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ได้ ชาวจังหวัดชัยภูมิก็ต้องเรียนว่ารอคอยกันมาเป็นเวลานาน แล้วว่าเมื่อไรจะมีการก่อสร้างกันเสียที ไม่ว่าจะเป็นฝายพระอาจารย์จื๊อเอง ซึ่งก็ต้องเรียนว่า ฝายแห่งนี้ก็เป็นความร่วมมือร่วมใจกันของพี่น้องประชาชนกับพระอาจารย์จื๊อในการที่ ร่วมมือร่วมใจลงเงินลงแรงกันในการมาก่อสร้าง ทางกรมชลประทานเองก็ได้มีการเข้าไปดูแล หลังจากที่ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วนะคะ ก็ไปดูแล้วก็บอกว่าไม่มีความคงทนแข็งแรงอาจจะ ทำให้ฝายตัวนี้พังได้ ทางกรมชลประทานก็ได้มีการไปออกแบบสำรวจ ซึ่งเท่าที่ดิฉันทราบ ก็ออกแบบสำรวจเสร็จแล้วแต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้นอีกนิดหนึ่งก็คือเกิดความไม่เข้าใจกันระหว่าง ทางหน่วยงานคือกรมชลประทานกับทางพี่น้องประชาชน ทำให้ตอนนี้โครงการก็ยัง ไม่สามารถดำเนินการได้นะคะ หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขื่อนโปร่งขุนเพชรเอง ก็ต้องเรียนว่า ได้รับงบประมาณไปแล้วเกือบ ๑๐ ปีแล้วค่ะ ได้มีการลงมือทำงานไปได้นิดหนึ่งค่ะก็มีการคัดค้าน กันเกิดขึ้นก็ต้องหยุดชะงักโครงการ แต่ถ้าจำไม่ผิดเมื่อ ๓ ปีที่ผ่านมาก็มีการมาตั้งกรรมการ ออกไปดูว่าจะศึกษาผลกระทบ จะทำอย่างไรได้บ้างในการที่จะเกิดการก่อสร้างเขื่อนโปร่งขุนเพชร หรือจะเป็นเขื่อนยางนาดีหรือเขื่อนชีบนอีกเช่นกันค่ะ ก็เท่าที่ทราบก็ออกแบบสำรวจเสร็จสิ้น กันหมดแล้วค่ะ แต่ว่าก็ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง ดิฉันเองได้มีโอกาสสอบถามไปยัง หน่วยงาน ก็บอกว่าต้องทำการศึกษาเรื่องผลกระทบของสิ่งแวดล้อมอีกนะคะ เมื่อดิฉัน ออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ ก็ได้รับการสอบถามเป็นจำนวนมาก เขาบอกดิฉันว่ารอคอยมานานแล้ว มียายแก่ ๆ ค่ะท่านประธาน มาถามดิฉันว่าก่อนยายตาย จะเห็นเขื่อนหรือเปล่า ดิฉันเองจึงเป็นที่มาค่ะว่าทำให้วันนี้ดิฉันเองต้องมาถามกระทู้ถาม กับท่านเพื่อจะได้มีคำตอบไปตอบพี่น้องประชาชนว่า เมื่อไรเขาจะได้รับการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ทั้ง ๆ ที่มีการออกแบบแล้วเสร็จ แล้วก็จะได้ตอบเขาได้ด้วยว่าจังหวัดชัยภูมิเราน้ำจะ ไม่ท่วมอีกเมื่อไร จะไม่เจอปัญหาภัยแล้งอีกเมื่อไร ซึ่งต้องเรียนค่ะว่าการที่จะก่อสร้าง ฝ่ายพระอาจารย์จื๊อก็ดี เขื่อนยางนาดี เขื่อนชีบนหรือเขื่อนโปร่งขุนเพชรก็ตามค่ะ ไม่ใช่แค่จังหวัดชัยภูมิค่ะท่านประธานที่จะสามารถช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนได้ แต่มันยังรวมหมายถึงจังหวัดขอนแก่นของท่าน ส.ส. ดวงแขที่นั่งอยู่ ข้างดิฉัน หรือแม้กระทั่งจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม พูดง่าย ๆ ค่ะ กรมชลประทานก็ศึกษาสำรวจบอกอีกเช่นกันว่า เป็นจังหวัดเดียวในภาคอีสานที่มีพื้นที่ เพียงพอในการจะก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ได้ ตรงนี้ถ้าหากเรานำงบประมาณ ที่จะต้องใช้ในการมาแก้ไขปัญหาหลังจากที่เกิดเหตุแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วมหรือภัยแล้ง มารวมกันค่ะ ดิฉันเองลองรวมเล่น ๆ ดูก็พบว่าใช้งบประมาณมากกว่าการที่จะต้องมาลงทุน ก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำทั้ง ๓ หรือ ๔ แห่งที่ดิฉันได้พูดไปเมื่อสักครู่ ประกอบกับตอนนี้ค่ะ ท่านประธานคะ คงทราบดีว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พี่น้องประชาชนจะต้องใช้เพื่อนำไป สูบน้ำเข้าที่นา ที่ไร่ในการทำการเพาะปลูกก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ลิตรละ ๓๐ กว่าบาทค่ะ ถ้าพี่น้องเกษตรกรต้องไปซื้อน้ำมันมาเพื่อสูบน้ำไปใช้ก็ต้องเรียนค่ะว่ามันก็เป็นการเพิ่มต้นทุน ให้กับพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก จึงอยากจะขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีในคำถามข้อที่ ๑ ค่ะ ว่าโครงการก่อสร้างฝายลำกระจวนหรือที่จังหวัดชัยภูมิ เราเรียกว่าสายพระอาจารย์จื๊อ หรือเขื่อนโปร่งขุนเพชร เขื่อนยางนาดีและเขื่อนชีบน ตอนนี้ ได้มีการดำเนินการคืบหน้าไปอย่างไรบ้าง จะมีการจัดสรรงบประมาณให้ได้หรือยัง ในปี ๒๕๕๕ ถ้าไม่ได้ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ เราจะได้หรือเปล่าคะ แล้วก็จะเริ่มดำเนินการ ได้เมื่อไร อย่างไรขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็น ผู้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ คือนางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ นะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุนทรีที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งท่านก็ได้นำปัญหาต่าง ๆ เรื่องน้ำของจังหวัดชัยภูมิมาสอบถามในสภาแห่งนี้เป็นประจำ สำหรับเรื่องนี้ถ้าผมจำไม่ผิด ท่านก็ได้สอบถามในสภาแห่งนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ขออนุญาตกราบเรียนว่ารัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรามีความตั้งใจที่จะพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหา แหล่งน้ำของประเทศนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๔ โครงการตามที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่ สำหรับกรณีฝายลำกระจวนหรือว่าฝายพระอาจารย์จื๊อนั้น โครงการนี้กรมชลประทาน ได้ศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๒ ซึ่งลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำพระอาจารย์จื๊อหรือลำกระจวนนะครับ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีความจุ ๓๓.๔๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีแผนงานกะไว้ว่าจะดำเนินการ ๓ ปี งบประมาณทั้งสิ้นอยู่ที่ ประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนให้กับสถานีสูบน้ำ ต่าง ๆ ในลำน้ำเป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ ๑๕,๐๐๐ ไร่ในฤดูฝนและฤดูแล้งอีก ๑๐,๐๐๐ ไร่ นอกจากนั้นก็เป็นแหล่งแพร่แล้วก็ขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดด้วยนะครับ แต่ด้วยข้อจำกัดที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่นะครับ สำหรับโครงการนี้ซึ่งจะเห็นว่า เกิดปัญหาในพื้นที่ไม่สามารถที่จะตั้งงบประมาณรองรับในการก่อสร้างได้ซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นที่ เก็บน้ำทั้งหมดมันกระทบอยู่ในหลายตำบลด้วยกัน ซึ่งบางตำบลไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง ยังมีการคัดค้าน หลายตำบลที่เห็นด้วยเป็นมติขององค์การบริหารส่วนตำบลเห็นสมควร ให้ดำเนินการก่อสร้างซึ่งมีอยู่ตำบลหนึ่งนะครับ ก็คือตำบลนายางกลักซึ่งไม่เห็นชอบที่จะ ให้ดำเนินการโครงการนี้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามกรมชลประทานพยายามที่จะประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ที่มีส่วนร่วมทั้งหมดพยายามทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้เห็นถึงประโยชน์ครับ ผมคิดว่าถ้าหากสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการขัดแย้งของพี่น้องประชาชนได้ก็จะสามารถ ตั้งงบประมาณก่อสร้างได้ทันทีนะครับ
สำหรับโครงการที่ ๒ ก็คือโครงการเขื่อนโปร่งขุนเพชรนั้นนะครับ ขออนุญาต กราบเรียนว่าโครงการนี้โดยข้อเท็จจริงแล้วโครงการเขื่อนโปร่งขุนเพชรนั้นเกิดขึ้นตามมติ คณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วโครงการนี้ได้มีการทำสัญญา ได้ผู้รับจ้างแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งเป็นการทำสัญญาในลักษณะแบบปรับราคาได้ แต่ก็ด้วยติดปัญหาในเรื่องที่ดินเช่นเดียวกันนะครับ พี่น้องประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วย จึงยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้นะครับ เพราะฉะนั้นได้มีมติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องเมื่อปี ๒๕๓๙ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๓ และปี ๒๕๔๔ ให้ชะลอการก่อสร้างโครงการนี้ ไว้ก่อน แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งก็ยังเห็นความจำเป็น มีการเรียกร้องให้มีการดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๔๘ ให้กรมชลประทานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านสังคมเพิ่มเติมซึ่งกรมชลประทาน ก็ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งขณะนี้การศึกษา ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็เมื่อเห็นชอบ ในตรงนี้ก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว อีกครั้งหนึ่งนะครับ ถามว่าความพร้อมพร้อมไหมครับที่จะดำเนินการ แต่ติดปัญหาอุปสรรค ตามที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ ส่วนอีก ๒ โครงการคือโครงการเขื่อนยางนาดี และโครงการเขื่อนชีบนนั้นนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าทั้ง ๒ เขื่อนนี้นะครับ กรมชลประทาน ได้วางแผนที่จะดำเนินการร่วมกันเรียกว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบน ซึ่งการเตรียมการ โครงการนี้ก็พร้อมหมดทุกอย่างที่จะดำเนินการแล้วนะครับ สำหรับเขื่อนยางนาดีนั้น เป็นเขื่อนที่มีความจุประมาณ ๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ ส่วนเขื่อนชีบนนั้นก็มีความจุ ประมาณ ๓๒๕ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วผมคิดว่าประโยชน์ของ ๒ โครงการนี้ก็เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนนอกจากในจังหวัดชัยภูมิแล้วยังอีกพี่น้องประชาชน ตามลุ่มน้ำชีได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เป็นอย่างยิ่งนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการสนับสนุนสถานีสูบน้ำต่าง ๆ ในลำน้ำชีบริเวณท้ายเขื่อนนะครับ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด อยู่ที่ประมาณ ๑๖๕,๐๐๐ ไร่นะครับ แต่เนื่องจากว่าการดำเนินการของโครงการนี้นะครับ มันติดขัดในข้อปัญหาดังที่ผมได้เคยกราบเรียนในสภาแห่งนี้ไว้ครั้งหนึ่งแล้วนะครับ เนื่องจากว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้ออกประกาศกระทรวง เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เกี่ยวกับการศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้าน คุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพหรือเราเรียกว่า อีเอชไอเอ (EHIA) นะครับ เมื่อมีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฉบับนี้ออกมานะครับ เขื่อนที่มี ความจุตั้งแต่ ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไป หรือพื้นที่ผิวน้ำเกิน ๑๕ ตารางกิโลเมตรขึ้นไป จำเป็นจะต้องดำเนินการศึกษาอีเอชไอเอเพิ่มเติม นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ล่าช้า ซึ่งขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานก็ได้ดำเนินการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อศึกษาอีเอชไอเอนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งตามสัญญาจะครบสัญญาในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ เมื่อการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้เสนอต่อคณะกรรมการ และเมื่อ คณะกรรมการเห็นชอบแล้วก็จะได้เสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติเปิดโครงการต่อไปนะครับ นี่สำหรับความก้าวหน้าครับ แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทาน เห็นถึงความจำเป็นในลุ่มน้ำชีนะครับ ซึ่งเรามองว่าโครงการใดที่สามารถแก้ไขปัญหาให้ พี่น้องประชาชนได้ในลุ่มน้ำชีนะครับ กรมชลประทานก็ได้ศึกษาโครงการอีกโครงการหนึ่ง ที่เรียกว่า โครงการประตูระบายน้ำพระอาจารย์จื๊อหรือลำเชียงทา ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านลำหานค่าย ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งโครงการนี้ได้กำหนดเอาไว้ว่า เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วก็จะมีชลประทานเพิ่มขึ้นประมาณ ๒๒,๐๐๐ ไร่นะครับ ระยะเวลา ก่อสร้าง ๔ ปี คือปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๘ สำหรับในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นี้ได้จัดสรร งบประมาณไว้ประมาณ ๒๘ ล้านบาทเพื่อดำเนินการเตรียมการเบื้องต้นของโครงการนี้ครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกผ่านทางท่านประธานเพื่อโปรดทราบครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมตอบไหมครับ เชิญท่านสุนทรีครับ
ขอบคุณค่ะท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ขอบพระคุณค่ะท่านประธานที่ให้ดิฉันได้มีโอกาส ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมก่อนที่จะให้ท่านตอบคำถามของดิฉัน ต้องเรียนว่าเมื่อสักครู่ได้ฟังทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านได้มาตอบ คำถามให้ดิฉันได้ทราบสำหรับข้อ ๑ ก็ต้องเรียนค่ะว่า อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีค่ะ โครงการก่อสร้างทั้ง ๔ โครงการ ที่เมื่อสักครู่ได้เรียนกล่าวไปแล้วไม่ว่าฝายพระอาจารย์จื๊อ เขื่อนยางนาดี เขื่อนชีบน หรือเขื่อนโปร่งขุนเพชรก็ดี อยากฝากท่านค่ะ เป็นไปได้ไหมคะคนที่เดือดร้อนคือคนที่อยู่ ในพื้นที่ ไม่อยากให้คนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เป็นคนที่มีสิทธิเข้ามาขัดขวางความเจริญก้าวหน้า แล้วก็การที่จะได้รับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ เนื่องจากว่าดิฉันเอง มีโอกาสไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก เขาอยากได้โครงการเหล่านี้ กันทั้งนั้น ไปเมื่อไร ไปเยี่ยมบริเวณนั้นไม่ต้องอำเภอที่อยู่ก็ได้ค่ะ ก็จะพบการสอบถาม เป็นจำนวนมาก ก็อยากจะฝากท่านผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเมื่อดำเนินการศึกษาเสร็จแล้ว จังหวัดชัยภูมิรอนะคะ รองบประมาณที่จะก่อสร้างทั้ง ๔ โครงการ แล้วก็หวังว่าในสมัยที่ท่าน ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดชัยภูมิของดิฉันจะเห็น ทั้ง ๔ โครงการ ไม่อยากจะไปตอบชาวบ้านว่าไม่รู้อีกกี่ปีจะได้สร้าง
สำหรับเรื่องต่อไปที่ต้องขออนุญาตเรียนถาม ก็คือการที่หน่วยงานค่ะ ท่านประธาน ดิฉันเองก็ออกไปเยี่ยมพบปะพี่น้องประชาชนอีกเช่นกันคะ ก็พบว่าการที่ หน่วยงานออกไปให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาที่พี่น้องได้รับจากน้ำท่วมหรือว่า น้ำแล้ง ก็ต้องเรียนว่าดิฉันขอชมเชยในการที่เอาใจใส่ แล้วก็ไปดูแลบริเวณที่เขาประสบ ความเดือดเนื้อร้อนใจ โดยเฉพาะบริเวณที่ดิฉันจะถามในคำถามข้อที่ ๒ เป็นบริเวณที่อยู่ บริเวณริมตลิ่งของแม่น้ำชี พี่น้องประชาชนเองมาร้องเรียนดิฉัน แล้วก็ดิฉันเองมีโอกาส ออกไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่บ้านหนองกองแก้ว อำเภอหนองบัวระเหว เขาก็บอกดิฉันมาว่า ตรงนั้นริมตลิ่งแม่น้ำชีมีโครงการของทางกรมเจ้าท่าได้มีการออกไปขุดลอกตลิ่งริมแม่น้ำชี เมื่อขุดตลิ่งเสร็จทำให้ดินตรงบริเวณข้าง ๆ ตลิ่งมีการทรุดตัวลงไปกินเนื้อที่ซึ่งเป็น ไร่มันสำปะหลังสำหรับทำการเพาะปลูกของพี่น้องประชาชนไปหลายรายค่ะ กินเนื้อที่ ประมาณ ๒๐ ไร่ นอกจากจะทำให้ที่ดินที่ปลูกไร่มันสำปะหลังของพี่น้องประชาชนเสียหาย แล้วยังทำให้ตรงนั้นชาวบ้านไม่ทราบจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร เนื่องจากว่าตลิ่งที่ทรุดตัว ลงไป ทรุดตัวลงไปลึกถึง ๓ เมตร ตอนนี้เหมือนกับเป็นอ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ เอาไว้ให้กับพื้นที่ ตรงนั้นนะค่ะ ตรงนี้ก็เป็นปัญหาอีกเช่นกันแต่คงจะไม่ได้ว่าแค่กรมเจ้าท่าค่ะ ท่านประธาน คงจะต้องถามรวมไปถึงหน่วยงานอื่นด้วย โดยเฉพาะกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ ดิฉันเองก็เห็นมามีปัญหาเหมือนกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ของกรมชลประทานได้สถานีสูบน้ำ มีคลองส่งน้ำแต่เมื่อคลองส่งน้ำพัง สถานีสูบน้ำก็ไม่สามารถที่จะส่งน้ำไปหาพี่น้องประชาชน ให้เขาทำการเกษตรได้นะคะ หรือแม้จะมีสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า มีคลองส่งน้ำ เมื่อสถานีสูบน้ำพังไม่ได้รับการซ่อมแซมสถานีสูบน้ำมีคลองส่งน้ำไปก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ ก็ต้องฝากท่านประธานด้วยว่าเป็นไปได้หรือเปล่าโครงการที่มันก่อให้เกิดปัญหาในการที่เรา อยากจะออกไปช่วยเหลือแก้ไขให้เขา เราจะไปแก้ไขความเดือดร้อนตรงนี้ให้กับพี่น้อง ประชาชนได้อย่างไร ที่สำคัญดิฉันเองเมื่อได้นำความเดือดเนื้อร้อนใจของพี่น้องที่อยู่บริเวณ บ้านหนองกองแก้ว อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ มาหารือกับที่ประชุมสภาแห่งนี้ ก็ต้องชมเชยทางท่านรัฐมนตรีค่ะ ท่านก็ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานออกไปดูพื้นที่ที่ดิฉัน ได้กล่าวถึง เจ้าหน้าที่ก็ทำงานดีค่ะ ลงไปถึงบริเวณที่เกิดปัญหา แต่ต้องเรียนเลยว่าไปตอบ ชาวบ้านที่เขาต้องทำมาหากินตรงนั้น หน่วยงานราชการไปบอกชาวบ้านว่ายังแก้ไขปัญหา ไม่ได้ ไม่มีงบประมาณ ดิฉันคิดว่าตรงนี้มันไม่ใช่คำตอบที่ประชาชนอยากจะได้รับ แล้วที่สำคัญการที่ไร่นาหรือว่าไร่มันสำปะหลังของเขาพัง เขาก็อยากจะทราบว่าหน่วยงาน ราชการจะเข้าไปช่วยเหลือแก้ไขเขาอย่างไร ไม่มีที่ดินจะทำไร่ ทำนา เหมือนตัดแข้งตัดขา ของเขา แล้วที่สำคัญการที่ปลูกมันสำปะหลังไปแล้วทุนยังไม่ได้คืนจะต้องเอาเงินไปใช้หนี้ ที่กู้ยืมมาเพื่อลงมันสำปะหลัง ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ร้องเรียนดิฉันมา เกิดความเดือดร้อน จึงเป็นที่มาของคำถามที่ ๒ ค่ะท่านประธานว่าการที่กรมเจ้าท่าเข้าไป ดำเนินการขุดลอกตลิ่งริมแม่น้ำชีที่บริเวณบ้านหนองกองแก้ว ตำบลห้วยแย้ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ทำให้มีน้ำไหลลงไปในไร่นาของประชาชนเป็นจำนวนถึง ๒๐ ไร่กว่านี่นะคะ ทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน แล้วก็ที่ดินที่ทำกิน ของพี่น้องประชาชนนี้จะมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหา อย่างไรคะ ขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ที่ชี้แจงตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นกระทู้ถามของท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ เพราะปัญหา ที่ท่านนำมาสู่การรับรู้ของรัฐบาลนี้ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทางกระทรวงคมนาคมได้ให้ เจ้าพนักงานกรมเจ้าท่าลงไปสำรวจดูปัญหาก็ได้รายงานขึ้นมาว่าความจริงกรมเจ้าท่านั้น ได้ไปขุดลอกแม่น้ำชีตรงบริเวณบ้านหนองกองแก้ว ตำบลห้วยแย้ อำเภอหนองบัวระเหว เมื่อปี ๒๕๕๓ เสร็จสิ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยการขุดลอกลำน้ำชีตามโครงการ ดังกล่าวได้ดำเนินการในบริเวณที่แม่น้ำชีตื้นเขิน และนำวัสดุจากการขุดลอกแม่น้ำ มาปรับแต่งภูมิทัศน์และสร้างเป็นคันตลิ่งริมแม่น้ำ ซึ่งตามปกติธรรมชาตินั้นน้ำควรจะไหล ได้ดีเมื่อขุดลอกลำน้ำแล้ว น้ำก็น่าจะไหลลงไปได้สะดวกไม่น่าจะเกิดปัญหา แต่ปรากฏว่า เนื่องจากเกิดกรณีอุทกภัยขึ้นในบริเวณดังกล่าวเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ โดยกระแสน้ำจึงกัดเซาะตลิ่งพัง แล้วน้ำก็ไปท่วมไร่นาตามที่ท่านสุนทรีได้เล่าไว้ถูกต้อง มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ น้ำฝนมีมามากสูงเกินกว่าที่คาดหมายไว้ แล้วก็น้ำล้นตลิ่ง ไปท่วมไร่นา ร่องน้ำและคันตลิ่งที่กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการไว้ก็เกิดความเสียหายเช่นกัน กรมเจ้าท่าได้ประสานกับผู้จ้างเหมาขุดลอกตามสัญญาจ้างดังกล่าวให้แก้ไขซ่อมแซมถนน ที่เสียหายเป็นการเร่งด่วนเนื่องจากเป็นเส้นทางสัญจร แล้วก็ลำเลียงผลิตผลทางการเกษตร ของประชาชนให้เรียบร้อยด้วยแล้ว
สำหรับส่วนคันดินที่น้ำเซาะพังนั้น ในเบื้องต้นกรมเจ้าท่าได้สั่งการให้ ศูนย์พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ ๘ ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่นี้พิจารณา ปรับแผนขุดลอกประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ ต่อไปนะครับ
สำหรับการแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างกรณีอุทกภัย เมื่อปี ๒๕๕๔ ไม่ให้เกิดความเสียหายกับร่องน้ำที่กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการไว้แล้ว กรมเจ้าท่า ได้เสนอโครงการขุดลอกฟื้นฟูสภาพร่องน้ำหลังประสบอุทกภัยทั่วประเทศได้มีงบประมาณ ๑,๕๑๕ ล้านบาท ในส่วนของแม่น้ำชีตรงจังหวัดชัยภูมิก็มีโครงการที่จะขุดลอกเพื่อฟื้นฟู สภาพความเสียหายซึ่งจะต้องขุดลอกดินทั้งสิ้นประมาณ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ใช้เงิน งบประมาณ ๕๖ ล้านบาท เป็นครอบคลุมระยะทางยาวของแม่น้ำประมาณ ๒๙ กิโลเมตร จากบริเวณบ้านกุดเวียน ตำบลกุดเวียน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ถึงบ้านค่ายหางเรียง ตำบลบ้านค่ายหางเรียง อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ แล้วก็จะเริ่มดำเนินการประมาณ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ที่ได้งบประมาณออกนะครับ ส่วนด้านโครงการของกรมเจ้าท่า ซึ่งเกี่ยวกับจังหวัดชัยภูมินี้ก็ได้เสนอโครงการในระยะกลางเพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพน้ำ ซึ่งใช้โครงการนี้ระยะดำเนินการ ๓ ปี แต่ไม่ได้รับการพิจารณางบประมาณ ก็คงจะเป็น คำตอบเช่นเดียวกับที่ท่านสุนทรีได้บอกว่าชาวบ้านได้รับฟังมา ก็ขอเรียนไว้เพื่อทราบครับ
จบกระทู้ถามทั่วไปที่ ๒ นะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องขออนุญาตท่านประธานค่ะ เมื่อดิฉันฟังท่านรัฐมนตรีตอบแล้วดิฉัน ก็เกิดความเป็นห่วงเป็นใยขึ้นมานิดหนึ่งค่ะ ขออนุญาตเวลาท่านประธานสักเล็กน้อยในการ จะฝากข้อกังวลใจให้กับท่านรัฐมนตรีค่ะ เนื่องจากเมื่อกี้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมได้ตอบบอกว่าเราจะมีงบลงไปขุดลอกแม่น้ำชีเฉพาะจากอำเภอเมืองไปถึง อำเภอบ้านเขว้า ซึ่งต้องเรียนค่ะว่าบริเวณมันจะมีปัญหาที่จะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมแล้วก็ พี่น้องประชาชนจะประสบปัญหาอย่างที่ดิฉันถามอีก จากบริเวณบ้านหางเรียงขึ้นไปถึง อำเภอหนองบัวแดงค่ะ ซึ่งตรงโซน (Zone) นี้ถ้าท่านไม่ทำการขุดลอกให้มันครบทั้งเส้นทาง ดิฉันคาดว่าปีหน้าค่ะ ไม่ต้องปีหน้าหรอกค่ะ ปีนี้ช่วงปลายปีค่ะ เราคงจะต้องไปแก้ไขปัญหา เรื่องแม่น้ำไหลมาไม่ได้ มีดินหรืออะไรก็ตามไปทับถมทำให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องอีกค่ะ และที่สำคัญตรงจุดที่บ้านหนองกองแก้วที่เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีว่าค่ะ คงต้องฝาก ท่านรัฐมนตรีให้ช่วยเร่งรัดด้วยค่ะ เนื่องจากตรงที่ดินถล่มไป ๒๐ ไร่ มันเป็นเส้นทางเข้าออก ที่พี่น้องจะต้องใช้ขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกมาจากบริเวณทำการเพาะปลูก ก็ต้องฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยเร่งรัดเป็นการด่วนด้วยค่ะ ส่วนทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็ต้องฝากข้อที่เป็นกังวลใจให้ท่านเร่งรัด แล้วก็อย่าให้จังหวัดชัยภูมิ ของดิฉันต้องรอเก้อในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แล้วก็สมัยที่มีท่านรัฐมนตรี ธีระ วงศ์สมุทร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ข้อสังเกตขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมรับไปนะครับ ไม่ต้องตอบนะครับ แล้วก็มีข้อสังเกตของท่าน ส.ส. มานะ โน้ตขึ้นมาบอกว่าอย่าลืมเขื่อนลำสะพุง อำเภอหนองบัวแดงด้วย ท่านมาบอกนะครับ ท่านบรรหารไปดูนานแล้ว ยังไม่ได้เสียทีเลย เชิญท่านไพจิตครับ เป็นกระทู้ถามทั่วไป เรื่องที่ ๓ นะครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๕๖ เรื่อง การก่อสร้างถนนลาดยางสายเรณู-พุ่มแก ช่วงที่เป็นถนนลูกรัง ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม (นายไพจิต ศรีวรขาน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขอตั้งกระทู้ถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ซึ่งกรุณาได้มาทำหน้าที่แทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถนนสายเรณูนคร-พุ่มแก เป็นถนนเชื่อมระหว่าง ๒ อำเภอครับ ท่านประธาน อำเภอเรณูนครกับอำเภอนาแก แล้วมี ลำน้ำก่ำ ซึ่งเป็นลำน้ำคั่นเป็นอาณาเขตของอำเภอ ๒ อำเภอ ทั้ง ๒ อำเภอเป็นอำเภอขนาด ที่มีความสำคัญ เส้นทางที่ผ่านได้เริ่มมีการปรับปรุงพัฒนาเป็นทางลาดยาง สมัยที่ผม เป็นผู้แทนราษฎรใหม่ ๆ แล้วก็เป็นเส้นทางที่ รพช. สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างทางลาดยาง แล้วก็ไปเชื่อม ๒ ตำบลใหญ่ คือตำบลพุ่มแก และตำบลนาขาม อำเภอเรณูนคร ช่วงที่ยังขาดอยู่ก็คือประมาณ ๖ กิโลเมตรเศษ ๆ เป็นถนนลูกรัง เป็นเส้นทางลำเลียงเชื่อมระหว่างอำเภอต่ออำเภออีกซีกหนึ่ง ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านพลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก เคยไปถึง บริเวณดังกล่าวแล้ว เนื่องจากตรงต้นถนนมันอยู่ติดกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ศาลหลวงปู่ถลา ที่เคารพของชาวเรณูนคร แล้วก็ไปผ่านหมู่บ้านประมาณ ๑๔ หมู่บ้านนะครับ แล้วก็ช่วงที่ ยังไม่ได้ลาดยางเป็นช่วงที่จะต้องเชื่อมระหว่าง ๒ อำเภอพอดี ผมเห็นว่าเป็นเส้นทางที่ควร ได้รับการบูรณะ ช่วงที่ขาดหายไปเป็นช่วงตอนที่เราถ่ายโอนงบประมาณมาให้เป็นทางของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม เป็นผู้รับผิดชอบเส้นทางสายนี้ เผอิญองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดก็ไม่มีงบประมาณพอที่จะไปก่อสร้างทางลาดยาง ก็จะมีได้บ้างที่จะไปซ่อมกัน เป็นระยะ ๆ นะครับ ท้ายสุดกระผมก็ขอให้ทางหลวงชนบทนครพนมรับมาเป็นเจ้าภาพ ในการก่อสร้างบูรณะซ่อมแซมเพื่อบรรเทาให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนให้น้อยลง ซึ่งทราบว่าได้มีการรับเส้นทางสายนี้มาเพื่อที่จะเป็นเจ้าภาพให้กับทางหลวงชนบท จังหวัดนครพนมเป็นผู้ดำเนินการ ท่านประธานครับ ก็อยากจะถามความคืบหน้าว่าทุกครั้ง ที่มีการเสนอความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงเส้นทาง ผมก็จะเสนอเส้นทางสายนี้ให้กับ ทางหลวงชนบทจังหวัดช่วยไปทำบูรณะก่อสร้างให้หน่อยนะครับ ทีละครึ่งกิโลเมตร ๒ กิโลเมตร ก็สุดแท้แต่ งบประมาณของปี ๒๕๕๕ ก็เสนอเส้นทางนี้เป็นสายหลักของอำเภอเรณูนครและ อำเภอนาแก ซึ่งเป็นเขตของท่าน ส.ส. ชูกัน กุลวงษา อยู่ห่างบริเวณที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมไปเยี่ยมไม่ถึง ๖ กิโลเมตร เผอิญผมไม่ได้พาไปเส้นทางนี้ พาท่านไปดู การก่อสร้างสะพาน ซึ่งท่านก็ได้กรุณาให้งบประมาณในการก่อสร้างสะพานไปแล้ว แต่ว่า เส้นทางที่ยังเชื่อม ที่ยังเป็นถนนลูกรังอยู่ ผมต้องการความชัดเจนว่าทางหลวงชนบทจังหวัด ได้เสนอแผนการเหล่านี้กับทาง ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ฯพณฯ พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ให้ดำเนินการก่อสร้างแล้วหรือไม่ แล้วจะมีผลคืบหน้าเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้สักเท่าไร ก็ขอเพียงว่าเงิน ๕-๖ กิโลเมตร มันใช้เงิน ประมาณสัก ๑๐ กว่าล้านบาท ก็ถ้ามันไม่ได้ก็ได้สักครึ่งหนึ่งก็จะเป็นประโยชน์ หรือจะทำ ปีเดียวให้ทั้งหมดก็จะเป็นพระคุณนะครับ ก็ขอสอบถามท่านประธานว่า เส้นทางนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ผ่านหมู่บ้านแล้วในช่วงฤดูฝน ช่วงน้ำท่วมเมื่อกี้นี้ก็เสียหายไปมากมาย ตัวที่ลาดยางก็ชำรุด บางส่วนก็ได้งบประมาณไปซ่อมให้แล้วครับ กราบขอบพระคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ส่วนที่ยังไมได้ก็ขอความชัดเจนว่าจะพอไป เยียวยาฟื้นฟูตรงที่มันเสียหายให้ประชาชนเดินทางไป หลุมต่าง ๆ ให้มันเรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับการซ่อมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยทางหลวงชนบท ของนครพนมไปทำให้หลังจากที่ ฯพณฯ ได้ไปเยี่ยม แต่เงินที่จะไปก่อสร้างใหม่ต้องการ ความชัดเจน ขอกราบเรียนถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เบื้องต้นแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเรียนชี้แจงกระทู้ถามเกี่ยวกับการก่อสร้าง ถนนสายเรณู-พุ่มแก อำเภอเรณูนคร ช่วงที่เป็นถนนลูกรังระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ก่อนอื่นขอขอบพระคุณท่านไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ที่ได้ให้ความห่วงใยดูแลและจะได้ชี้แจงให้ท่านทราบ และจะได้เผยแพร่ ความรับรู้นี้ต่อประชาชน เพื่อทราบผลงานในการที่จะดำเนินการต่อไป
ตอบคำถามข้อที่ ๑ ถนนสายเรณู-พุ่มแก อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม สายดังกล่าวเป็นทางหลวงชนบทสาย นพ ๔๐๔๐ แยกทางหลวงหมายเลข ๒๐๓๑ บ้านพุ่มแก เชื่อมระหว่างอำเภอเรณูนครและอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม มีระยะทางตลอดสาย ยาวประมาณ ๑๕ กิโลเมตร สภาพปัจจุบันเป็นผิวจราจรลาดยางประมาณ ๑๔ กิโลเมตร เป็นผิวจราจรลูกรังประมาณ ๕ กิโลเมตร เดิมถนนสายนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่อมากรมทางหลวงชนบทได้พิจารณาเห็นว่าเป็นถนนเชื่อมโยง ระหว่างอำเภอที่มีระยะทางยาวพอสมควร สามารถที่จะนำมาพัฒนาให้เป็นโครงข่ายสายรอง ของกรมทางหลวงชนบทได้จึงได้รับโอนมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อจะได้ดำเนินก่อสร้าง ส่วนที่ยังเป็นผิวจราจรลูกรังและเป็นผิวจราจรลาดยาง และบูรณะปรับปรุงส่วนที่เป็นผิวจราจร ลาดยางแล้วให้มีสภาพดีขึ้น สามารถอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้ โดยจะได้พิจารณาดำเนินการให้สอดคล้องกับความสำคัญเร่งด่วน และกรอบวงเงิน งบประมาณประจำปีของกรมทางหลวงชนบทต่อไป
คำถามที่ ๒ ตามที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจออกแบบ และประมาณการสำหรับค่าก่อสร้างให้เป็นถนนลาดยางนั้น กระทรวงคมนาคมได้มอบหมาย ให้กรมทางหลวงชนบทเร่งรัดการสำรวจออกแบบแล้ว ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการสำรวจ ออกแบบและประมาณการแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นี้
ปัญหาข้อที่ ๓ การก่อสร้างผิวจราจรลาดยางส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๕ กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จประมาณการในเบื้องต้นว่าต้องใช้งบประมาณค่าก่อสร้างเพียง ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อกิโลเมตร รวมเป็นเงินงบประมาณ ๒๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นกำหนดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จจึงขึ้นอยู่กับกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี ที่กรมทางหลวงชนบทจะได้รับ อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ กรมทางหลวงชนบทพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของการก่อสร้างถนนสายดังกล่าวนี้แล้ว ในภาพรวมของจังหวัดนครพนมว่ามีความสำคัญเร่งด่วนอยู่ในระดับใด และในระหว่างที่รอ การจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการนี้ ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการซ่อมบำรุง ปกติผิวจราจรที่ยังเป็นลูกรังให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้การได้ดีระดับหนึ่ง เพื่อบรรเทา ปัญหาความเดือดร้อนไปพลางก่อน ซึ่งสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดนครพนมได้เข้าดำเนินการซ่อมบำรุงผิวปกติจราจรลูกรัง ครั้งล่าสุดสุดท้าย เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๕ และยังให้เฝ้าดูหากชำรุดก็สามารถซ่อมบำรุง ให้เดินได้อยู่ตลอดต่อไปด้วยครับ
เชิญ ท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม ขอถามเป็นคำถามสุดท้ายนะครับ ท่านประธานครับ เผอิญช่วงที่ มีน้ำท่วมแล้วถนนก็ชำรุดมาก ขณะนี้ผมทราบว่าทางหลวงจังหวัดนครพนมก็ขอเงินเพื่อที่จะ ซ่อมบำรุงช่วงที่ลาดยางแล้วนะครับ ซึ่งไม่มากก็เป็นภาระที่ต้องเยียวยาโดยทั่วไป เนื่องจาก ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายหลักที่ควรที่จะได้รับการแก้ปัญหา เขาเรียกว่า คณะกรรมการที่จะ ฟื้นฟู ช่วยเหลือ ซ่อมบำรุงในสภาวะน้ำท่วมได้ผ่านโครงการซ่อมถนนสายนี้มาแล้ว เช่นเดียวกันกับสายอื่น ๆ ที่ทางหลวงชนบทจังหวัดนครพนมรับผิดชอบอยู่ ก็อยากจะขอให้ ฯพณฯ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านพลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ได้ช่วยอนุเคราะห์สั่งการให้ดูแลความสำคัญถนนสายนี้ให้ด้วยนะครับ ผมถือว่าจะได้ช่วย เยียวยาในส่วนที่จะแก้ไขปัญหา แล้วในช่วงของการก่อสร้างตัวลาดยางอาจจะได้กิโลเมตร ๒ กิโลเมตรสุดแท้แต่ ผมทราบว่าทางหลวงชนบทก็ได้งบประมาณเพิ่มเติมพิเศษในการแปรญัตติ งบประมาณไว้อยู่ ก็อยากฝากถนนสายนี้ให้กรมทางหลวงชนบทได้ช่วยให้ความสำคัญแล้วก็ เยียวยาในส่วนที่เป็นหมู่บ้านที่ประชาชนต้องกินขี้ฝุ่นอยู่ในฤดูแล้ง เอาเฉพาะตรงบริเวณ ที่เป็นที่พี่น้องผมตั้งบ้านเรือนอยู่ บริเวณบ้านหนองแต้ ดอนขาว ยอดโพธิ์ ซึ่งระยะทาง ก็ประมาณสักกิโลเมตรเศษ ๆ ก็จะบรรเทาความเดือดร้อนได้เป็นการเฉพาะหน้าสำหรับ การแก้ปัญหา ก็ฝากเรื่องนี้ให้กับท่านรักษาการรัฐมนตรีว่าการ ความจริงผมจะเรียกว่า รัฐมนตรีว่าการไม่อยากเรียกรักษาการ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
อันนี้ ท่านฝากนะครับ ท่านก็รักษาการไม่กี่วันเดี๋ยวก็มีว่าการแล้วใช่ไหมครับ จบกระทู้ถามทั่วไป เรื่องที่ ๓ นะครับ
เรียนท่านสมาชิกครับ ผมจะเข้าสู่การประชุมนะครับ ขณะนี้มีผู้เข้าร่วม ประชุมแล้ว ๔๑๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมจะขอดำเนินการตามระเบียบวาระ ต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองบันทึกการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
มาพิจารณาต่อเรื่องพิจารณาที่ประชุมมีมติเลื่อนมาจากคราวที่แล้ว เรื่องร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เสนอและ เมื่อวานนี้ก็ได้มีการประชุมและขอเลื่อนมาพิจารณาต่อในวันนี้ เดี๋ยวผมขอพิจารณาเลยครับ มีท่านสมาชิกยังติดใจที่จะต้องอภิปรายอีกไม่กี่ท่าน ขอความกรุณาเมื่อวานนี้เราพิจารณา ตั้งแต่บ่ายสองโมง ก็ประมาณ ๕ ชั่วโมงเมื่อวานนี้ ก็เห็นท่านสมาชิกอภิปรายทุกท่านก็ไม่มี ท่านใดไม่เห็นด้วย ก็เห็นด้วยกับการเสนอหลักการ แต่ผมขอความกรุณานะครับ เนื่องจาก เรามีกฎหมายที่จะต้องพิจารณาต่ออีกหลายฉบับ ขอความกรุณาท่านสมาชิกได้โปรดกรุณา อภิปรายให้กระชับประเด็น แล้วก็ถ้าเห็นว่าเป็นประเด็นที่ซ้ำกันก็ขอความกรุณานะครับ ผมจัดลำดับอย่างนี้นะครับ เฉพาะที่ท่านมาแล้ว เดี๋ยวท่านแรกคือท่านคุณหมอเหวงนะครับ ท่านที่ ๒ คือท่านประกอบ มาแล้วนะครับ ๒ ท่านก่อน เชิญคุณหมอเหวงครับ ใช้เวลา กระชับนิดหนึ่ง เราพูดมาถึง ๕ ชั่วโมงแล้วเมื่อวานนี้ ขอความกรุณานะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่นำเสนอโดยคณะรัฐมนตรี กระผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่มีพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้นำมาสู่การพิจารณาของสภาของเรา เพราะเหตุว่าผมได้เคยกราบเรียน ท่านประธานไปครั้งหนึ่งแล้ว ผมมุ่งหวังที่จะให้ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่มีความโดดเด่น ในหลาย ๆ ด้านที่เราพึงจะมี ท่านประธานครับ ท่านประธานคงจะทราบเช่นเดียวกับ ผมนะครับว่า หอสมุดที่ดีที่สุดในโลกนี่ก็คือของสภาคองเกรส (Congress) ของประเทศ สหรัฐอเมริกา ผมเองเฝ้าถามตัวเองแล้วผมก็อยากจะถามท่านประธานด้วยนะครับว่า เราสามารถที่จะทำให้หอสมุดของสภาของเราเป็นหอสมุดที่ได้รับการนิยมชมชื่นในระดับโลก หรือไม่ครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานคงจะมีความเห็นเช่นเดียวกับผมก็คือว่าเรามุ่งหวัง ที่อยากจะให้หอสมุดของประเทศไทยเรา และถ้าเป็นไปได้ก็คือหอสมุดของรัฐสภาเราเป็นที่ นิยมชมชอบของประชาชนชาวโลก แต่การที่จะเป็นอย่างนี้ได้ เราต้องสะสมองค์ประกอบ ที่สำคัญทั้งหลายให้แข็งแรงขึ้นมาก่อน แล้วองค์ประกอบดังกล่าวนั้น อันหนึ่งก็คือว่าจะต้องมี หอจดหมายเหตุแห่งชาติที่ดีที่แข็งแรงเกิดขึ้นมาก่อน จากนั้นองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้ จะประกอบส่วนทำให้ระบบห้องสมุดของประเทศไทยแข็งแรงและเป็นเลิศในโลกแห่งหนึ่งด้วย ทีนี้ผมกราบเรียนท่านประธาน ทำไมอเมริกาเขาสามารถทำให้ห้องสมุดคองเกรสของเขาเป็น ห้องสมุดที่เป็นเลิศอันดับหนึ่งของโลกนะครับ ทั้ง ๆ ที่มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ของอเมริกา ไม่สามารถที่จะแซงหน้าห้องสมุดของสภาคองเกรสของเขาได้เลย ที่สำคัญก็คือการจัดเก็บ เอกสาร ที่สำคัญก็คือการใส่ใจ ที่สำคัญก็คือการสนับสนุน ที่สำคัญก็คือว่ามีการรวบรวมทุก ๆ ความคิดเห็นครับเข้าไปในหอสมุดดังกล่าว และในวันนี้นอกจากที่จะมีเล่มหนังสือแล้วครับ เขายังมีบริการในการที่จะสามารถสืบค้นได้โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็คือหมายความว่าถ้าเรา เข้าไปในอินเทอร์เน็ตเราอยากจะรู้อะไร เราเข้าไป เราสามารถที่จะหาคำตอบในนั้นได้นะ ครับหรือหาทุกความคิดเห็นที่แตกต่างกันในนั้นได้ ดังนั้นผมถึงกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่าผมสนับสนุนพระราชบัญญัติหอจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... แต่ในขณะเดียวกัน ผมมาดูแล้วผมก็มีความกังวลหลายประการที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้นะครับ ส่วนที่สนับสนุนผมก็คงจะไม่พูดเพื่อจะได้ไม่เยิ่นเย้อ ผมพยายามที่อภิปรายให้กระชับ อย่างที่ท่านประธานต้องการ สิ่งที่ผมกังวลก็คือว่า ข้อที่ ๑ ในนี้เขียนไว้ว่าเป็น พ.ร.บ. จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... แต่ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าไปดูมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว หรือไปดูหนังสือประกอบการพิจารณาจะเห็นว่าในนี้ค่อนข้างจะเขียนไว้แคบ เอกสารที่ได้รับการบรรจุในหอจดหมายเหตุแห่งชาตินี่นะครับ จะมีเฉพาะเอกสาร ทางราชการเท่านั้นเอง ดังนั้นข้อแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าเราควร จะต้องเปิดให้กว้างนะครับ ก็คือไม่ใช่เอาเฉพาะเอกสารของทางราชการเท่านั้นเอง เราควรจะต้องเปิดรับเอกสารของทางด้านเอกชนหรือบุคคลอื่น ๆ ทั้งภายในประเทศไทย และทั้งสากลด้วยครับ เพื่อทำให้หอจดหมายเหตุของเราอุดมสมบูรณ์ด้วยเนื้อหาที่ดีเลิศ แล้วถ้าท่านประธานไปอ่านในรายละเอียด ผมเองประหลาดใจมากว่า ใน พ.ร.บ. จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงจดหมายเหตุหรือบันทึกที่อยู่ใน สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ไม่ทราบว่าตกหล่นไปได้อย่างไรครับ ที่จริงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาราชการก็ดี หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนก็ดี ล้วนแล้วแต่ เป็นคลังแห่งความรู้ คลังแห่งวิชาการทั้งสิ้น ดังนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ตัวชื่อบอกว่าเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ แต่พอไปดูตัวเนื้อหาแล้ว ไม่ทราบว่าจงใจ หรืออย่างไร ในนี้ไม่มีการครอบคลุมถึงการเก็บจดหมายเหตุหรือว่า เก็บเอกสารที่เป็นประโยชน์เข้ามาในหอจดหมายเหตุจากส่วนของเอกชนเลยนะครับ ซึ่งผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ต้องไปหาที่ระบุสักแห่งหนึ่งว่าสถาบันการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา หรือกระทั่งสถาบันการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาหรือประถมศึกษา เราก็ควรจะต้องเก็บเข้ามานะครับ ผมเชื่อว่าครูบาอาจารย์ไม่ว่าในระดับไหนนะครับ จะเป็น ประถมศึกษาก็ดี มัธยมศึกษาก็ดี อุดมศึกษาก็ดี สามารถที่จะผลิตสิ่งที่มีคุณค่าทางวิชาการ ขึ้นมาได้ ที่ทรงภูมิความรู้ขึ้นมาได้ ดังนั้นนี่เป็นสิ่งที่ผมฝากไว้นะครับว่านี่เป็นข้อจำกัดของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วข้อต่อมาต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าคำว่า จดหมายเหตุแห่งชาติ เราต้องเปิดกว้างนะครับ แปลว่าเราต้องยอมรับว่าในชาตินั้น ประกอบด้วยพี่น้องประชาชน ประชาชนจำนวนมากมายนะครับ หลายเผ่าพันธุ์ หลายความเชื่อ แล้วก็มีข้อคิดเห็นอะไรที่แตกต่างกันมากมาย ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างหนึ่งนะครับ ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีการจดบันทึกกันแล้วรับรองอย่างเป็นราชการนี่ ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่ามีจุดอ่อนข้อบกพร่องมากมาย จนมีการโต้แย้งกันมากมาย แล้วผม ดีใจนะครับว่ามาในระยะประมาณ ๑๐ ปีให้หลังนี้เองมีข้อถกเถียงหลายอัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่อาจที่จะนำขึ้นมาถกเถียงในที่สาธารณะได้ แต่ปัจจุบันก็มีคนนำขึ้นมาถกเถียงแล้ว ซึ่งก็กราบเรียนท่านประธานนะครับเราต้องต้อนรับนะครับ เราอย่าไปปฏิเสธคำถามต่าง ๆ เหล่านั้น หาว่าเป็นคำถามที่ทำลายบ้าง หรือไม่จงรักภักดี หรือไม่รักชาติบ้าง ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานสัก ๒-๓ ประเด็นนะครับ ซึ่งขณะนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก แล้วยังไม่มีข้อสรุป อันนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับนี่เป็นคำถามเชิงวิชาการ เพราะฉะนั้นท่านประธานโปรดอย่างเพิ่งตกใจนะครับ กราบเรียนท่านประธานว่า มีคำถามหนึ่งนะครับ ซึ่งในแวดวงวิชาการเขาถกเถียงกันมาก แล้วขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ นั่นก็คือว่าหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงที่เราเรียนกันนั้นเป็นของจริงหรือเป็นของ ที่สร้างขึ้นมาทีหลัง อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ขณะนี้ยังมีการถกเถียงกันอยู่เลยนะครับ ยังไม่มีข้อสรุป ผมเองก็ยังฟังทั้ง ๒ ฝ่าย แรกสุดผมได้รับการสั่งสอนมาหรือเรียนมาในโรงเรียนตามหลักสูตร ของกระทรวงศึกษาธิการ ผมก็เชื่อโดยสนิทใจว่าหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงนั้น เป็นของจริงแท้แน่นอน ไม่มีการปลอมแปลง แต่ตอนหลังฟังนักวิชาการหลายท่าน ให้ข้อวิเคราะห์ว่าภาษาอย่างนี้ยังไม่ทันเกิดในสมัยพ่อขุนรามคำแหงอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ก็เลยทำให้เกิดการสั่นสะเทือนในเรื่องความเชื่อมั่นที่มีแต่เดิม ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ควรจะต้องมีการพิสูจน์กันแล้ว ที่จริงในวันนี้พิสูจน์ไม่ยากเลย เพราะความเจริญก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์มันไปถึงขั้นที่สามารถที่จะพิสูจน์อายุของสิ่งของได้ อย่างเช่น เวลาไปขุดชั้นหินเราบอกได้เลยนะครับว่าหินอันนี้มีอายุประมาณ ๓๐๐ ล้านปีที่แล้ว เป็นต้น อันนี้ก็เช่นกันเราสามารถที่จะขุด แต่ตรงนี้ก็มีข้อถกเถียงอีกนะครับว่าหินก้อนนั้นอาจจะ บังเอิญมีอายุเท่านี้ แต่ว่ามันขุดขึ้นมาในปี พ.ศ. นี้ ดังนั้นจึงยังไม่ใช่หลักศิลาจารึกที่แท้จริง ของพ่อขุนรามคำแหง เป็นต้น นี่เป็นการสะท้อนออกนะครับท่านประธานครับว่า ประวัติศาสตร์ของไทยเราที่เป็นฉบับราชการนั้นยังมีข้อโต้แย้งเยอะแยะ ทั้งนี้เนื่องจาก ในอดีตที่ผ่านมาการศึกษาของเราด้านเดียวครับ ก็คือฝ่ายที่มีอำนาจเขาจะเป็นคนกำหนดว่า ให้ประชาชนเชื่ออะไร เรียนอะไร แล้วให้ฟังอย่างนั้น เชื่ออย่างนั้น แล้วห้ามโต้แย้งด้วย หากโต้แย้งจะถูกกล่าวหาทันที ถ้าหากอยู่ในห้องเรียนอาจจะโดนไม้เรียว หรือหากว่าในข้อสอบ ก็อาจจะได้ ๐ หรือสอบตก หรือไม่สามารถสอบเข้าได้ ซึ่งวิธีการอย่างนี้เป็นการทำลาย ภูมิปัญญาของคนไทยอย่างยิ่ง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานประเด็นที่ ๒ ซึ่งเป็น คำถามทางประวัติศาสตร์นะครับ ท่านประธานอย่าเพิ่งตกใจนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าผมนำเสนอท่านประธานในลักษณะที่เป็นวิชาการครับ คือมีข้อกล่าวหา ในทางประวัติศาสตร์ กล่าวหาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนะครับ ซึ่งเป็นพระมหาราช องค์ยิ่งใหญ่องค์หนึ่งของประเทศไทย พระองค์ท่านมีคุณูปการต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล พระองค์ท่านกอบกู้เอกราชจากพม่านะครับ แล้วพระองค์ท่านก็รวบรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว ในวันนั้นมี ๖ ก๊ก ๗ ก๊ก หากไม่มีมหิทธานุภาพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าประเทศไทยอาจจะเป็นเบี้ยหัวแหลกหัวแตกหรือเปล่า แต่ประวัติศาสตร์บางฉบับ โดยบางคน โดยบางสำนัก หรือประวัติศาสตร์เขาเรียกว่าอะไรครับ ทางการของเราบางฉบับก็ไประบุว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชท่านทรงมีพระสติวิปลาส ผมสงสัยครับ เพราะว่าผมได้มีโอกาสอ่านบันทึกทางประวัติศาสตร์อีกฉบับหนึ่งนะครับ ซึ่งบันทึกมาจาก ขออนุญาตท่านประธานนะครับสมเด็จพระสังฆราชในสมัยเดียวกับ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านบันทึกไว้นะครับว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ท่านไม่ได้มีสติวิปลาสครับ เป็นต้น ตรงนี้สังคมไทยยังไม่ได้ตอบครับว่าแท้ที่จริงแล้ว สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระองค์ท่านทรงมีพระสติวิปลาสหรือไม่ อย่างไร นี่ของเราแท้ ๆ เรายังไม่สามารถบอกชาวโลกได้เลย มันฟ้องครับท่านประธานว่าของเราวิชาประวัติศาสตร์ หรือการยอมรับความจริงเป็นจริงในประวัติศาสตร์ของเรามีปัญหามากจริง ๆ เพราะฉะนั้น เราตั้งต้นจากจดหมายเหตุฉบับนี้ได้ไหมครับว่าต่อไปนี้เราจะเปิดโอกาสให้ความจริงพิสูจน์ ตัวมันเอง ดังนั้นถ้าหากมีความจริงที่แตกต่างกันมาท้าท้าย เราก็ต้องมีการพิสูจน์อย่างเป็น วิทยาศาสตร์ว่าความจริงอันไหนแน่เป็นความจริงที่เที่ยงแท้แน่นอน ท่านประธานครับ อย่างเช่นเรื่องที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ระยะใกล้ ผมกราบเรียนท่านประธาน เป็นประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างจะระยะไกลสักนิดหนึ่ง ก็คือไล่มาตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาจนถึง สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ผมอยากจะขยับเข้ามาใกล้สักนิดหนึ่ง ก็คือในกรณีของ การเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ มาจนถึงปัจจุบัน มันมีคำถามอีกมากมายเลย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคณะราษฎร มีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันหรือเปล่า และเกิดอะไรขึ้นกับ ประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นไป ตอนนั้นเราได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งก้าวหน้าที่สุด ในภูมิภาคนี้นะครับ ยกเว้นประเทศจีนเท่านั้นเอง เมื่อเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นแล้วเราก้าวหน้า กว่าเขาเยอะ แต่มาจนถึงวันนี้ทำไมประเทศไทยเรายังล้าหลังกว่าประเทศญี่ปุ่น ทั้ง ๆ ที่เรา ไม่มีอะไรด้อยกว่าเขาแม้สักนิด แต่ว่าเราก็ยังล้าหลังกว่าเขา ทั้งนี้เนื่องจากว่าการต่อสู้ทาง การเมืองของประเทศไทยนั้นมันทำให้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ได้รับการสถาปนาขึ้น ในประเทศไทย ตรงกันข้ามก็คือว่าระบอบอำนาจนิยม หรือระบอบเผด็จการทรราชกลับมี อำนาจมาครั้งแล้วครั้งเล่านับตั้งแต่การรัฐประหารปี ๒๔๙๐ เป็นต้นมา และจากนั้นเป็นต้นมา ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ก็ถูกบิดเบือนไปโดยสิ้นเชิง อาจารย์ปรีดีและคณะราษฎร กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของประวัติศาสตร์ ท่านคงจะทราบนะครับ มีข้อกล่าวหาต่อ อาจารย์ปรีดีและคณะราษฎรจำนวนมากมายไพศาล ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่าข้อกล่าวร้ายทั้งสิ้น ถ้าหากว่ามีการพิสูจน์ทางวิชาการอย่างแท้จริงแล้ว ผมเชื่อว่าอาจารย์ปรีดี ไม่ได้ทำตามข้อกล่าวร้ายดังกล่าวแม้แต่น้อยนะครับ และขยับเข้ามาใกล้สักนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ หากว่าอนุชนรุ่นหลังของเราอยากจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยว่า เกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ในวันนี้อนุชนรุ่นหลังไม่ได้รับอนุญาต ให้การศึกษาแล้วครับ ผมจำได้ว่าในสมัยเด็ก ๆ นี่นะครับ ได้มีการบันทึกในหนังสือประวัติศาสตร์ และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นวันชาติของไทยครับ แต่วันนี้ ไม่ทราบว่าวันที่ ๒๔ มิถุนายน หายไปไหนนะครับ และหากว่าไปถามเด็กในสมัยนี้นะครับ เขาไม่รู้เลยว่าวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น อันนี้เป็นตัวอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานมาเป็นลำดับ ๆ และผมจะขออนุญาต เข้ามาใกล้ตัวเรื่อย ๆ นะครับ อย่างกรณีของ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมไม่เข้าใจครับว่าทำไม ในแวดวงวิชาการของประเทศไทยไม่อนุญาตให้หนังสือประวัติศาสตร์ได้มีพื้นที่เปิดโอกาสให้ ประชาชนไทยได้รับทราบบ้างว่า ๑๔ ตุลา คืออะไร ท่านประธานไปอ่านดูสิครับ ในหนังสือ ตำราประวัติศาสตร์ซึ่งตอนหลังเขาเรียกอะไร ผมก็จำไม่ได้แล้วนะครับ เขาเรียกไม่ใช่ ประวัติศาสตร์แล้ว เขาเรียกอะไรผมก็เรียกไม่ถูกแล้ว เพราะว่าผมไปอ่านตำราแล้วงงมาก เพราะว่ารวมหลายเรื่องเข้าด้วยกัน ในที่สุดพอไปพลิกหาดูว่าเขามีคำอธิบายสำหรับ ๑๔ ตุลา บ้างหรือไม่ ไม่มี ครับท่านประธาน และยิ่งไม่ต้องไปพูดถึงเรื่อง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ท่านประธานครับ ผมไม่ต้องการให้ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ นี้ถูกบิดเบือน เฉกเช่นเดียวผมไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์บิดเบือนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอีกต่อไป ผมเชื่อของผมนะครับว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระองค์ท่านไม่ได้ทรงสติวิปลาสครับ แต่มีนักประวัติศาสตร์ที่รับใช้อำนาจต้องการที่จะเอาใจอำนาจหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ไปบันทึกเช่นนั้น เช่นเดียวกับ ๑๔ ตุลา และ ๖ ตุลา และท่านประธานครับ อย่าง ๖ ตุลา ก็มีการบันทึกไว้นะครับว่าคนซึ่งชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นพวกที่ไม่จงรักภักดี เป็นคนที่จ้องล้มสถาบัน เป็นพวกคอมมิวนิสต์ ขออนุญาตที่ใช้ภาษาหยาบ ๆ ก็คือ เป็นพวกญวนบ้างละ เป็นพวกแกวบ้างละ แต่ความจริงไม่ใช่ครับ คนที่อยู่ใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเด็กนักศึกษา นักเรียน เป็นประชาชนไทย ที่รักประเทศไทยรักระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทั้งสิ้น แต่ถูกบิดเบือนครับ ในวันนี้ประวัติศาสตร์ได้ชำระแล้วหรือยังครับ ยังมีคำถามที่ค้างคาใจผม ผมขออนุญาตที่จะอาศัยสภานี้เป็นที่พึ่ง ผมค้างคาใจครับในวันนั้น นี่เป็นข้อค้างคาใจผม ท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอได้โปรดอย่ามาประท้วงผม ผมค้างคาใจผมว่ารัฐบาลสมัยนั้น อาจารย์เสนีย์ ปราโมทย์ ทำไมไม่ประกาศเคอร์ฟิว (Curfew) ในวันที่ ๕ ทำไมไม่ประกาศ ท่านรู้อยู่แล้ว ท่านจบดอกเตอร์มาจากเมืองนอกเมืองนา ท่านรู้อยู่แล้วถ้าไม่มีการประกาศเคอร์ฟิวในวันนั้น จะต้องมีการฆ่าฟันกันครั้งใหญ่ เพราะมีการเตรียมการกันเยอะแยะ และท่านก็ทราบ อยู่แล้วนะครับว่ามีการแต่งภาพที่หนังสือพิมพ์ดาวสยาม มีการแต่งภาพแล้วก็มีการเผยแพร่ ที่สถานีวิทยุยานเกราะ และการแต่งภาพของ หนังสือพิมพ์ดาวสยามก็ชัดเจนนะครับ ในการบิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีคนที่ชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าไม่จงรักภักดี ว่าต้องการที่จะโค่นล้มสถาบัน ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเท็จโดยสิ้นเชิงแต่รัฐบาลนิ่งเฉย และมิหนำซ้ำ ยังปล่อยให้วิทยุยานเกราะปลุกระดมให้คนอีกส่วนหนึ่งเข้าไปฆ่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านประธานผมใช้ภาษาหยาบว่าไม่ได้หมายความว่าผมต้องการหยาบ แต่เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เขาปลุกระดมให้คนเข้าไปฆ่าคนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รัฐบาลสมัยนั้นทำอะไรบ้างครับ แล้วประวัติศาสตร์ตรงนี้ได้มีการบันทึกแล้วหรือยัง และวันนั้นใครก็ตามที่ถืออะไรแดง ๆ อย่างนี้นะครับท่านประธาน เขาจะหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ทันที และจับเข้าคุกทันที ขอเพียงแต่สิ่งที่คุณถือมีปกแดง มีสีแดงเขาจับคุณเข้าคุกทันทีสิ่งนี้ซ้ำรอยครับท่านประธาน ในวันนี้ซ้ำรอยแล้ว ซ้ำรอยคนเสื้อแดงถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ซ้ำรอยว่าคนเสื้อแดง ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี ทั้ง ๆ ที่ผังล้มเจ้า พันเอก สรรเสริญ แก้วกำเนิด
เดี๋ยวใจเย็น ๆ ครับ เดี๋ยวนะครับคุณหมอ การจะกล่าวหาอันนั้นก็เป็นเรื่องของทางพนักงาน สอบสวน แต่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนการกล่าวหาของพนักงานสอบสวน ก็กล่าวหากันไป แต่ปัญหาว่าการที่เราพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้มันเป็นเรื่องของการออก บทบัญญัติของกฎหมายเพื่อที่จะนำไปสู่สภาพบังคับ ผมขอความกรุณาคุณหมออย่างนี้ ได้ไหมครับว่าก็ขอให้อภิปรายอยู่ในกรอบของในวาระที่หนึ่งว่าที่ทางรัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรี ได้เสนอเข้ามามีหลักการอย่างไร ท่านจะแนะนำหรือจะถามท่านรัฐมนตรีอย่างไร เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะตอบ แต่ถ้าท่านจะไปวกมาอย่างนี้เดี๋ยวมันไม่จบ อันนี้เป็นข้อเท็จจริงนะครับ ส่วนการกล่าวหา แล้วก็แจ้งข้อกล่าวหานั้นเป็นเรื่องของการปฏิบัติตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา อันนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากัน ผมขอเตือนท่านแล้วกันนะครับอย่าไปไกล ถึงขนาดนั้นเลย เดี๋ยวประวัติศาสตร์เขาจะบันทึกอย่างไร ข้อเท็จจริงยังไม่ยุติ ขณะนี้เป็นข้อพิพาทกันอยู่ ฉะนั้นเชิญท่านต่อครับ
ผมก็รับเอาคำแนะนำ คำเตือนของ ท่านประธานเป็นเครื่องชี้นำในการอภิปรายของผม ผมไม่ได้ออกนอกประเด็นนะครับ ท่านประธาน เพราะว่าในมาตรา ๗ เขียนไว้ชัดนะครับว่าเอกสารดังกล่าวต้องมีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ และผมได้กราบเรียนแล้วนะครับว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นเรื่องที่เรา น่าเศร้าใจนะครับว่าจนถึงวันนี้ยังมีข้อโต้แย้งเลยนะครับว่าหลักศิลาจารึกของ พ่อขุนรามคำแหงเป็นของจริงหรือของที่ทำขึ้นใหม่ ยังมีคำถามทางประวัติศาสตร์นะครับว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ท่านทรงมีสติวิปลาสหรือไม่ อย่างไร แล้วยังมีคำถาม ต่อไปนะครับว่าพระองค์ท่านถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์หรือไม่ และพระองค์ท่านเสด็จหนีภัย ไปที่ทางภาคใต้หรือเปล่าเป็นต้น ดังนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ เราไม่ควรจะให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นคำถามหรือเป็นข้อเสียหายกับประเทศไทยไปตราบชั่วนิรันดร์กาล ผมจะกลับเข้ามากราบเรียนท่านประธานว่าเราต้องบันทึกความเป็นจริงนะครับ อาจจะเป็น ความจริงในสายตาผม หรืออาจจะเป็นความจริงในสายตาของคนอื่นหรือคนที่เป็นปฏิปักษ์ กับผมก็ได้ แต่ต้องบันทึกความเป็นจริงไว้ครับ เพราะผมเป็นห่วงว่าขณะนี้มีการบันทึก หลายอย่างที่มันไม่ตรงความเป็นจริง ที่ผมกราบเรียนท่านประธานนี่ผมไม่พูดถึงแล้วนะครับ แต่กราบเรียนท่านประธานว่ามันเป็นบันทึกในศาลของคู่กรณีที่เขาประนีประนอมยอมความกัน แล้วท่านประธานไม่ให้ผมพูดก็ไม่พูดนะครับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานนี่เป็นบันทึก ในศาลนะครับ เพียงแต่วันนี้ผมไม่ได้เตรียมเอกสารมากราบเรียนท่านประธาน เพราะฉะนั้น ถ้าท่านประธานไม่อนุญาตให้ผมพูดก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่ากระทั่งเป็นเอกสารที่ศาลบันทึก ไว้นี่ท่านประธานยังไม่อนุญาตให้ผมพูดเลย ก็ไม่เป็นอะไรครับ เพียงแต่ผมกำลังจะ กราบเรียนท่านประธานว่าความเป็นจริงต้องบันทึกไว้เพื่อไม่ให้ประเทศไทยซ้ำรอยเดิม หนังสือประวัติศาสตร์มีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราเรียนรู้จากอดีตเพื่อจะได้ไม่ทำผิดพลาด ในอนาคต ที่จริงในนี้ก็ได้เขียนไว้นะครับ เดี๋ยวถ้าผมเปิดเจอผมก็จะกราบเรียนท่านประธาน เขาว่าเรียนรู้ในอดีตเพื่อจะได้ใช้รักษาในอนาคตและทำให้อนาคตของเรานี้เจริญก้าวหน้าไป อันที่จริงนี้ การจัดการกับปัญหาการชุมนุมนี้นะครับ ตั้งแต่หลังวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นมานี้นะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเราต้องไปศึกษาดูนะครับว่าวันที่ ๑๙ กันยายน มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และนำไปสู่ความขัดแย้งได้อย่างไร แล้วก็จะยุติความขัดแย้งนี้ได้อย่างไร วันที่ ๑๙ กันยายนนี้นะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานสิ่งที่ผมพูดนี้มีปรากฏอยู่ในสื่อ สาธารณะโดยทั่วไป แล้วก็ประชาชน ๖๗ ล้านคน ได้อ่านผ่านสายตาไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ผมพูดไม่ได้เป็นสิ่งที่ลึกลับซับซ้อนแต่ประการใด แต่ผมขออนุญาต ให้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ เพราะว่าเกิดขึ้นในปีนี้อีกประมาณ ๑๕ ปีข้างหน้า ก็จะกลาย เป็นประวัติศาสตร์ แล้วเป็นเอกสารต้องเก็บบันทึกในจดหมายเหตุ แล้วผมขออนุญาต ให้บันทึกไว้ด้วยครับ เพราะว่า พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี ท่านบอกนะครับ มีการประชุม เตรียมการทำรัฐประหารที่บ้านหนึ่ง ขออนุญาตไม่เอ่ยนามเขาก็ได้ มีบุคคลระดับสูง ในชั้นประธานศาลฎีกา ในชั้นเลขานุการศาลฎีกา ในชั้นนักวิชาการ
เดี๋ยวนะครับ คุณหมอ คืออย่างนี้ที่ผมเตือนท่านคือข้อเท็จจริงที่ท่านนำเสนอมาจะเป็นความจริงหรือไม่ ยังพิสูจน์ไม่ได้ มีแต่คนมาเล่าว่า ฉะนั้นอันนี้ผมขอความกรุณาถ้าไม่พูดได้ก็จะเป็นการดี เพราะว่ามันจะไปกระทบกับบุคคลอื่นที่เราไม่สมควรที่จะต้องนำมาพูดนะครับก่อให้เกิด ความเสียหายตามข้อบังคับ เอาเฉพาะในวาระที่หนึ่งได้ไหมครับ เดี๋ยวถ้าครั้งที่ ๓ ท่านอรรถพร จะต้องลุกขึ้นมาประท้วงอีกนะครับ ผมเตือนท่านก่อน ท่านอรรถพร ผมเตือนครั้งที่ ๒ แล้วนะ เดี๋ยวรออีกครั้งหนึ่งถ้าท่านยังพูด ผมจะไม่ให้พูดแล้ว เชิญ
ถ้าอย่างนั้นก็ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าถ้าเราไม่ต้องการที่จะให้คำผิดพลาดมันซ้ำแล้วซ้ำอีก เราควรจะต้องเรียนรู้จากอดีตเพื่อจะได้ฉลาดในอนาคตไม่ทำเรื่องผิดพลาดซ้ำ แล้วก็ ท่านประธานเตือนผม ๒ ครั้ง ก็เลยทำให้สิ่งที่ผมตั้งใจที่จะอภิปรายให้ท่านประธานฟังรู้สึก จะหดหายไปเยอะนะครับ ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมอภิปรายด้วยความจริงใจ ต่อชาติบ้านเมือง เพราะผมไม่ต้องการที่จะให้บ้านเมืองนี้มีรัฐประหารซ้ำซากและมีการเข่นฆ่า ประชาชนซ้ำซาก ผมกราบเรียนข้อเท็จจริงบางอย่างต่อท่านประธานดีกว่านะว่าท่านประธานก็คง จะเห็นข้อเท็จจริงดังกล่าว ผมถามว่าประวัติศาสตร์จะบันทึกไหมครับ หอจดหมายเหตุ จะเก็บไว้ไหมครับ ภาพที่อนุญาตให้ฆ่าคนได้ที่เขาเรียกว่า ไลฟ์ ไฟริ่ง โซน (Life firing zone) อันนี้ปรากฏไปทั่วโลกแล้วนะครับ
คืออย่างนี้คุณหมอ โดยหลักของกฎหมายไม่มีหรอกครับที่จะอนุญาตให้ฆ่าคนได้ อันนี้หลักก่อนนะครับ ฉะนั้นถ้าไปพูดแบบกว้าง ๆ อย่างนี้มันก็จะเสียหายนะครับ ถ้าหากว่า กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาก็จะมีบทลงโทษอยู่ ฉะนั้นถ้าคุณหมอพูดว่า ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วก็มีผู้สูญเสีย เสียชีวิตอะไรนั้นเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งมันฟังได้ แต่สรุปว่าฆ่าคนมันเป็นข้อเท็จจริงที่ฟังแล้วมันน่าตกใจ ผมขอความกรุณานะครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้แล้วกันครับ ควรจะต้องมีการบันทึกไว้นะครับว่าในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีภาพที่ทหารชั้นผู้น้อยติดตรึงโปสเตอร์ (Poster) ที่เขียนไว้ว่า ไลฟ์ ไฟริ่ง โซน ในกลาง กรุงเทพมหานครแถวถนนราชปรารภ แล้วก็ตรงบริเวณถนนพระราม ๔ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง นะครับ
แล้วก็ข้อต่อมาก็มีภาพที่ปรากฏนะครับ มีนายทหารชั้นผู้น้อย ๒ นาย ใช้อาวุธสงครามติดกล้องส่องยิง แล้วก็ยิงประชาชน อันนี้มีภาพปรากฏชัดและผมสามารถ นำมากราบเรียนท่านประธานได้ถ้าท่านประธานจะอนุญาต ที่ผมมากราบเรียนทั้งหมดนี้ ผมไม่ต้องการให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติของเราไปทำความผิดซ้ำซากนะครับ ก็คือว่า เก็บแต่ในสิ่งที่มีข้อโต้แย้งทางประวัติศาสตร์และมีข้อโต้แย้งว่าเป็นเรื่องที่ไม่จริง เป็นข้อโต้แย้งที่ว่าเป็นเรื่องที่เท็จ ไม่อย่างนั้นเราก็จะไปไม่ถึงไหน และที่เราต้องการที่จะสร้าง หอจดหมายเหตุแห่งชาติขึ้นมานี้ มันก็จะไม่ทรงคุณค่านะครับท่านประธาน เนื่องจาก ท่านประธานห้ามผมมากเสียเหลือเกิน ผมก็ขออนุญาตที่จะหยุดการอภิปรายผมเพียงเท่านี้ ก่อนนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ดอกเตอร์ประกอบนะครับ แล้วก็หลังจากดอกเตอร์ประกอบแล้วก็เป็น ผมจัดลำดับอย่างนี้ เพราะเดี๋ยวท่านเข้ามาผมจะได้เห็นแล้วผมจะได้ลำดับสัก ๒-๓ ท่านไปก่อน ท่านจะได้เตรียมตัว หลังจากดอกเตอร์ประกอบ จิรกิติ จะเป็นดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นะครับ แล้วก็ กลับมาเป็นท่านอรรถพรยังติดใจจะใช้สิทธิไหมครับ เชิญท่านครับ ท่านพูดแล้วไม่ใช่หรือเมื่อวานนี้ ผมก็เห็นผมบันทึกอยู่ เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธานนิดเดียวนะครับ เรื่องการอภิปรายในวาระที่หนึ่ง ของร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... นี้นะครับ ขอให้ประธานได้ใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๘ และ ข้อ ๖๑ เพื่อควบคุมการอภิปรายให้อยู่ในประเด็นจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้เหตุผลกับท่านประธานนิดเดียวนะครับ ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงบัดนี้เราใช้เวลา หลายชั่วโมงมากสำหรับกฎหมายฉบับนี้ และท่านประธานแต่ละท่านขึ้นมาก็เปิดโอกาสให้เพื่อน สมาชิกอภิปรายไปกันไกลมาก กลายเป็นสภากำลังเป็นเวทีในการชำระประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่ ถ้าท่านประธานได้กรุณาอ่านหลักการ เหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะเห็น มันเป็นเพียงกฎหมายธุรการฉบับหนึ่งที่ต้องการจะให้เก็บรักษาเอกสารจดหมายเหตุให้อยู่ใน สภาพที่สมบูรณ์เท่านั้นเอง นอกนั้นก็เป็นรายละเอียด มันไม่ใช่เวทีในการชำระประวัติศาสตร์ เพราะถ้าประธานปล่อยให้พูดกันยืดยาวถึงขนาดไปถึงจังหวัดสุโขทัย ถึงสมัยพระเจ้าตากสิน ผมคิดว่ามันก็ไม่จบ เห็นใจท่านรัฐมนตรีที่จะมาตอบเถอะครับ ผมคิดว่าท่านเองคงไม่ได้รับรู้ ด้วยหรอกครับว่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในอดีตเป็นอย่างไร ท่านรับผิดชอบเพียงแต่ การเสนอกฎหมายนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นขอให้ประธานกำกับการประชุมให้อยู่ในประเด็น จริง ๆ นะครับแล้วเราจะได้ประโยชน์ ขอบคุณครับ
คือวันนี้ เพิ่งเริ่มท่านแรกแล้วผมก็ได้กำชับแล้ว เพราะเมื่อวานนี้เราใช้เวลา ๕ ชั่วโมง แต่เนื่องจาก กฎหมายฉบับนี้คณะรัฐมนตรีเสนอเป็นกฎหมายพิจารณาทั้งฉบับ ซึ่งยกร่างขึ้นมาเป็น กฎหมายว่าด้วยจดหมายเหตุ แล้วผมก็ได้อ่านเหตุผล เหตุผลที่ท่านประกอบมีหลายเรื่อง แล้วแต่ละท่านก็มีข้อวิตก มีข้อห่วงใย มีข้อสังเกต ติติงแล้วก็แนะนำเจ้าของร่างเขาบอกว่า การบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ก็น่าจะเอาข้อความจริงอะไร ท่านก็แนะนำตั้งข้อสังเกตไป แต่อย่างไรก็ตามผมได้เรียนแล้วบอกว่าเดี๋ยววันนี้ผมจะกระชับเวลา ขอความกรุณาท่านที่ ๒ ก่อน ท่านดอกเตอร์ประกอบ ผมพยายามทักท้วงอยู่ อย่างเมื่อกี้คุณหมอเหวงท่านออกไป ผมก็พยายามที่จะไม่ให้พูด เดี๋ยวท่านดอกเตอร์ประกอบเสร็จจะเป็นดอกเตอร์ธีรรัตน์นะครับ ๒ ท่านก่อน เชิญท่านดอกเตอร์ประกอบครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมอภิปรายฝากข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ผมขอแสดงความชื่นชมต่อรัฐบาลชุดที่แล้วที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้เห็นความสำคัญของการบันทึกข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ในการรวบรวมเอกสารสำคัญต่าง ๆ ไว้ และขอขอบคุณรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เล็งเห็น ความสำคัญเช่นเดียวกัน และได้นำเสนอกฎหมายฉบับนี้ต่อสภา นอกจากภาระสำคัญ ในการเก็บรักษาเอกสารสำคัญเพื่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัยแล้ว ผมคิดว่าหน้าที่สำคัญที่ไม่แพ้กัน อย่างหนึ่งก็คือหน้าที่ในการให้บริการการศึกษา การค้นคว้า หรือการวิจัยเอกสารจดหมายเหตุ การเผยแพร่ การประชาสัมพันธ์ ดังที่ได้ระบุไว้ในมาตรา ๑๓ ที่ว่าด้วยหน้าที่ของ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ตาม (๗) และ (๘) ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบันกระผมคิดว่า น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ผมขออนุญาตฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีในการที่จะ ส่งเสริมการค้นคว้าหรือการเข้าถึงข้อมูลทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จะได้เก็บรักษาไว้ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง แทนที่จะต้องให้ผู้ใช้บริการจะต้องเดินทางมาถึง สถานที่เพื่อทำการค้นคว้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารอื่น ๆ ที่ทางกรมศิลปากรได้รวบรวม จัดพิมพ์ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ นั้น กระผมเห็นว่าเป็นเอกสารที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งน่าที่จะได้ เป็นส่วนหนึ่งในการที่จะเผยแพร่ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือทางระบบอินเทอร์เน็ต ให้สามารถทำการค้นคว้า ศึกษา วิจัยได้ต่อไปในอนาคต ดังนั้นผมขออนุญาตฝากประเด็นสั้น ๆ ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี เพียงแต่ว่าเมื่อมีจดหมายเหตุแห่งชาติที่มีเอกสารสำคัญ ที่ทรงคุณค่ายิ่งเช่นนี้แล้วน่าที่จะให้การเข้าถึงเอกสารต่าง ๆ เหล่านั้นสำหรับพี่น้องประชาชน โดยทั่วไป รวมถึงนักเรียน นักศึกษา สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านระบบ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์ธีรรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานนะคะที่ให้โอกาสดิฉันในการอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ เนื่องจากว่าดิฉันได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและ ความจำเป็นในการตรากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งเหตุผลที่เราควรสนับสนุนก็เพราะว่ามันมี ประเด็นที่สำคัญ ๆ ว่าการที่เรากำหนดกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาก็เพื่อให้มีระบบการจัดการ การจัดเก็บ การอนุรักษ์ การคุ้มครองจดหมายเหตุ ที่เป็นระบบระเบียบยิ่งขึ้น รวมถึง การกำหนดให้มีหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การอนุรักษ์ การศึกษา ค้นคว้าวิจัยให้กับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับจดหมายเหตุนั้น ดิฉันจึงเห็นสมควรว่ากฎหมายฉบับนี้ ควรที่จะผ่านและนำไปประกาศบังคับใช้ต่อไป ท่านประธานคะ เอกสารจดหมายเหตุนั้น ถือเป็นข้อมูลที่แสดงประวัติความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เรา ควรที่จะสนับสนุนให้มีการตราพระราชบัญญัติและออกเป็นกฎหมาย ซึ่งในเรื่องต่าง ๆ นั้น จะมีประกอบไปด้วยของเรื่องการเมือง เรื่องการปกครอง เศรษฐกิจ การศึกษา รวมถึง วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่สำคัญ ๆ เปรียบเสมือน คลังปัญญาที่มีคุณค่าที่เราควรต้องร่วมกันอนุรักษ์เอาไว้ มันเป็นเหมือนกับบรรพบุรุษของเรา ที่ได้สั่งสมประสบการณ์มาและถูกถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือ เป็นภาพ เป็นเสียงและถูกจัดเก็บ ไว้ในหอสมุดแห่งชาติหรือหอจดหมายเหตุแห่งชาติที่เรากำลังจะบัญญัติขึ้นนี้ ดิฉันจึงเห็นว่า เป็นสิ่งที่เราควรจะสนับสนุนเพื่อที่จะให้ชนรุ่นหลังของเราได้มีบันทึกประวัติศาสตร์ที่จะ ค้นคว้าหาความรู้ต่อไป นอกจากนี้ดิฉันเห็นว่าถ้าเรามีกฎหมายมารองรับในเรื่องที่เกี่ยวกับ การดำเนินงานของหอจดหมายเหตุแห่งชาติเราก็จะทำให้มีการบริหารการจัดการที่เป็น ระเบียบยิ่งขึ้น อย่างเช่นถ้าเรามีกฎหมายมาบังคับใช้ให้ส่วนราชการได้ส่งเอกสารที่สิ้นกระแส การใช้ไปแล้วตามกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดก็จะเป็นเหมือนกฎระเบียบที่เป็น ข้อกำหนดว่าราชการในส่วนต่าง ๆ ต้องส่งเอกสารเข้ามาในส่วนกลางเพื่อที่จะระบุว่าการที่ เราเกิดเหตุการณ์ขึ้นนั้น ๆ จะมีการบรรจุไว้ให้ถูกต้องและเป็นระบบ ระเบียบ ไม่ว่าเวลา จะผ่านไป ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปี ชนรุ่นหลังของเราก็ยังสามารถที่จะไปค้นคว้าในเอกสาร เหล่านั้นได้ค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อดิฉันได้อ่านเอกสารประกอบการพิจารณาแล้วก็พบว่า การร่างพระราชบัญญัติเป็นไปด้วยความครอบคลุมดีนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนด บทนิยามต่าง ๆ การคุ้มครองเอกสารจดหมายเหตุหรือการกำหนดบทลงโทษที่มีต่อผู้ที่ ไม่ปฏิบัติตาม ดิฉันจึงเห็นว่า พ.ร.บ. ชุดนี้ก็เป็นสิ่งที่เราควรให้การสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตามค่ะ ท่านประธานดิฉันก็ขอตั้งข้อสังเกตต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในหมวดของ หอจดหมายเหตุแห่งชาติที่ได้ระบุไว้ว่า ห้ามผู้ใดนำเอกสารจดหมายเหตุออกจากหอสมุด จดหมายเหตุแห่งชาติ เว้นแต่จะนำไปเพื่อแสดงหรือนำออกไปใช้เป็นการชั่วคราว แล้วก็ มีข้อความต่อมาว่าแต่ต้องเป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด ตรงนี้อีกส่วนหนึ่งนะคะในข้อความที่ว่า รวมถึงจะผลิตหรือทำซ้ำเพื่อประโยชน์ทางการค้ามิได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ จากอธิบดีตรงนี้ค่ะที่อาจจะเป็นปัญหาคลางแคลงใจได้ในเรื่องของความไม่โปร่งใสนะคะ ดังเช่นที่มีผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่านได้กล่าวมาแล้ว ดิฉันขอให้ใช้ความระมัดระวังในการที่จะ นำเอกสารสำคัญต่าง ๆ ออกจากหอสมุดหรือว่าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพราะว่า ต้องยอมรับนะคะว่าจดหมายเหตุแห่งชาตินั้นก็เปรียบเสมือนมรดกที่มีคุณค่า มีความเก่าแก่ อาจจะเป็นที่ต้องการของนักค้าของเก่าใด ๆ ก็ได้นะคะ ดิฉันจึงขอเสนอว่าควรที่จะตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาในการพิจารณาก่อนที่จะนำเอกสารใด ๆ ออกจากหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้นค่ะ
ในส่วนของหมวดกองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุนะคะ ดิฉันก็ขอให้ การจัดการกองทุนเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อการส่งเสริมจดหมายเหตุแห่งชาติโดยแท้จริงนะคะ เพราะว่าคำว่า กองทุน ก็หมายถึงภาษีของประชาชน หมายถึงงบประมาณของรัฐบาล ฉะนั้นประโยชน์ก็ควรที่จะตกกับส่วนรวมโดยแท้จริงนะคะ ดิฉันก็อยากจะขอเน้นย้ำในส่วนนี้ เช่นกัน
ท่านประธานคะ ดิฉันมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสารว่า เราควร มีการระบุถึงที่มาที่ไปของเอกสารจดหมายเหตุ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ค้นคว้าเป็นสิ่งที่ เราให้ความสำคัญมากในเรื่องของการระบุถึง อย่างเช่นในกรณีที่จดหมายเหตุฉบับนั้น ได้เคยตกไปอยู่ในมือของต่างชาติหรือว่าเอกชน แต่กรมศิลปากรสามารถที่จะเรียกคืน กลับมาได้แล้ว เราก็ควรจะระบุความเป็นมาหรือประวัติศาสตร์ของตัวจดหมายเหตุนั้น ให้กับผู้ที่มาค้นคว้าได้ทราบถึงข้อมูลเหล่านี้ด้วยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากเสนอแนะก็คืออยากจะให้มีหลักสูตรของ วิชาประวัติศาสตร์ของนักเรียนมีภาคปฏิบัติ นอกเหนือจากภาคทฤษฎีเพียงอย่างเดียว เช่น การจัดให้นักเรียนเข้าชมนิทรรศการหรือการจัดให้มีทัศนศึกษาที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มันเป็นการสร้างความคุ้นเคยให้กับนักเรียนของเราในการที่จะเข้าไปใช้บริการ รวมถึงสอน ให้เขารู้ในกรรมวิธีการใช้และความจำเป็น ความสำคัญให้นักเรียนมีความคุ้นเคยกับ สถานที่เหล่านี้เพื่อที่ว่าเวลาเขาต้องการที่จะใช้หลักฐานข้อมูลต่าง ๆ เขาจะทราบโดยตัว ของเขาเองว่าเขาควรที่จะไปศึกษาค้นคว้าจากที่ไหนได้บ้าง ดิฉันก็ขอฝากในส่วนนี้ไว้ด้วยนะคะ เพราะว่าอย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่นเองนั้นเขาก็มีการบรรจุหลักสูตรนี้ไว้ในวิชาประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกันนะคะ ในส่วนเรื่องของสถานที่ดิฉันก็อยากจะให้คำนึงถึงความสามารถ ในการเข้าถึงสถานที่นั้น ๆ ด้วยนะคะ อย่างเช่นที่ประเทศออสเตรเลีย เราสามารถ พบพิพิธภัณฑ์หรือว่าหอสมุดต่าง ๆ ในสถานที่ที่สำคัญโดยทั่วไปได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ในใจกลางเมือง ในศูนย์การค้าใกล้ ๆ กันในสถานที่สำคัญต่าง ๆ มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราให้ ความสำคัญกับสิ่งพวกนี้อย่างไรบ้างนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งดิฉันต้องขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม ท่านกุสุมล คุณปลื้ม นะคะ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาส ไปร่วมงานวันเด็กแห่งชาติที่หอสมุดแห่งชาติ เขตลาดกระบัง เมื่อดิฉันได้เข้าไปแล้วนะคะ ดิฉันก็อยากที่จะมีการให้เพิ่มสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณในการที่จะมาบริหารจัดการ ในส่วนต่าง ๆ เพราะว่าที่ผ่านมาเขตลาดกระบังเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมนะคะ ตัวอาคารต่าง ๆ ก็ได้รับความเสียหาย รวมถึงสถานที่โดยรอบเช่นกัน ดิฉันจึงอยากจะขอ ความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีได้โปรดเพิ่มงบประมาณในส่วนนี้เพื่อที่จะไปปรับปรุงอาคาร ที่เป็นส่วนของหอสมุดแห่งชาติ รวมถึงการที่จะพัฒนาระบบการจัดเก็บหนังสือ การเข้าถึง ในเรื่องของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ ดิฉันก็ขอให้ได้พัฒนาในส่วนนี้เพราะเป็นเหมือน สิ่งที่เราได้เคยลงทุนไปแล้วนะคะ ดิฉันได้สืบค้นว่าการลงทุนในการก่อสร้างนี้ต้องใช้ งบประมาณถึงประมาณ ๓๐ กว่าล้านบาท ฉะนั้นดิฉันก็อยากที่จะขอให้ท่านรัฐมนตรี ได้กลับไปพัฒนาในส่วนที่เราเคยลงทุนไปแล้วไม่ให้สูญเปล่า ให้มีการใช้ประโยชน์และให้มี ประสิทธิภาพในการใช้งานได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ตรงนี้ต้องขอความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรี ด้วยนะคะ แล้วก็ที่กล่าวมาก็เป็นข้อสังเกตและข้อแนะนำที่ดิฉันอยากจะฝากไว้ก่อนที่ ร่างพระราชบัญญัตินี้จะเข้าสู่คณะกรรมาธิการต่อไปนะคะ ดิฉันก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้ได้ประกาศบังคับใช้แล้ว จะทำให้การอนุรักษ์เอกสารสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ได้รับความร่วมมือเป็นระบบ ระเบียบยิ่งขึ้น ดิฉันจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ผมขอปรึกษาอย่างนี้นะครับ ขณะนี้มีท่านที่จะต้องอภิปรายอีก ๖ ท่าน มีพรรคเพื่อไทย ๓ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน มีท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านสหรัฐ แล้วก็คุณหมอเชิดชัย ซึ่งคุณหมอเชิดชัยมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจะขอพูดให้ได้วันนี้นะครับ แล้วก็ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะมีท่านอรรถพร ท่านฮอชาลี แล้วก็ที่ลงชื่อไว้มีท่านวัชระ เพชรทอง ผมขอ ๖ ท่านสุดท้าย ท่านละ ๕ นาที แล้วก็ผมจะให้ทางท่านรัฐมนตรีได้ตอบนะครับ แล้วก็จะขอลงมติว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ เอา ๖ ท่าน พอนะครับ ท่านละ ๕ นาทีนะครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไม่จบนะครับ เชิญท่านอภิชาตมีอะไรไหม ท่านอภิชาตใช่ไหมครับ เอาอย่างนั้นนะครับ เชิญท่านอรรถพรครับ ท่านอภิปรายเลย คนละ ๕ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ๕ นาทีดูจะน้อยเกินไปครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่ากรุณายืดหยุ่น อย่างน้อย ๘-๑๐ นาทีครับ เพราะว่าเมื่อวานนี้ได้มีการอภิปรายบางท่านก็ชั่วโมงหนึ่ง ไปไกลถึงทวีปยุโรป ถึงรัสเซีย พอถึงวันนี้เหลือ ๕ นาทีครับถ้าจะพูด
ท่านอภิปรายเลยครับ เพราะปกติท่านอภิปรายดีอยู่แล้ว ท่านได้สาระ ผมชอบฟังท่านพูดนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานก็ปากหวานนะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสครับ
ในเบื้องแรกผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมนะครับ ท่านสุกุมล คุณปลื้ม ผมขอบคุณที่ท่านได้ให้ความสำคัญต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เมื่อวาน ท่านนั่งฟังการอภิปรายอยู่หลายชั่วโมง วันนี้ท่านก็มานั่งอยู่ก็เข้าใจว่าท่านคงจะนั่งอยู่จนหมด วาระที่หนึ่งนะครับ ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติในการให้ความสำคัญว่าสถาบันนิติบัญญัติ เป็น ๑ ใน ๓ อำนาจที่สำคัญ แม้ว่าท่านจะเป็นรัฐมนตรีใหม่ก็อยากจะให้เป็นตัวอย่าง สำหรับรัฐมนตรีรุ่นต่อไปว่าควรจะยึดถือปฏิบัติในแนวนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวเนื่องกับ พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งส่วนใหญ่ก็สนับสนุนในหลักการทั้งสิ้น บางท่านอภิปรายใช้เวลาค่อนข้างยาว บางท่านไปไกลมาก และบางท่านก็วนเวียนอยู่ ๒-๓ ปีนี้ครับ แต่ผมเองไม่มีปัญหาครับ ผมนั่งฟังการอภิปรายของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน ด้วยความสุข หลายท่านอภิปรายเกือบชั่วโมงนะครับ แต่ท่านพูดถึงเรื่องที่มาของแผ่นดิน ของท่าน บ้านของท่าน การต่อสู้ของบรรพบุรุษของท่าน การก่อกำเนิดของชุมชนของรัฐ ของดินแดน น้ำเสียงของท่านเต็มไปด้วยความภูมิใจ เต็มไปด้วยความปิติที่ได้พูดถึงที่มา รากเหง้าของชุมชนของตนเอง ตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ในภาวะที่ประวัติศาสตร์ ดูเหมือนจะได้รับความสำคัญน้อยลงไปทุกทีในประเทศไทย สิ่งที่มันเกิดขึ้นในสภา ผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้และวันนี้ผมถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี และสิ่งนี้ดูจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะรองรับต่อเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่จะผ่านสภา ในเวลาอันใกล้นี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือการจัดระบบ คือการคุ้มครอง คือการตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติให้เป็นที่รวบรวมอย่างมี ประสิทธิภาพในเอกสารสำคัญ ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ของชาติที่ล้ำค่ายิ่ง ผมเห็นด้วยครับ อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องไปปรับปรุงแก้ไขในวาระที่สอง ก็จะเสนอแปรญัตติต่อไป
แต่ประเด็นสำคัญที่ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ อธิบายกับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ไม่ว่าเราจะมีระบบระเบียบที่ดีพร้อมอย่างไร มีประสิทธิภาพอย่างไร หรือได้รับการสนับสนุนจากสภาแห่งนี้ท่วมท้นอย่างไร แต่ประโยชน์หรือเจตจำนง แห่งหอจดหมายเหตุแห่งชาติไม่เกิดละครับ ถ้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติยังมีสถานะเหมือน ตู้พระไตรปิฎกที่มะลังมะเลืองสวยงามเก่าแก่ครับ น่ากราบไหว้ หรือจะขอหวยก็สุดแล้วแต่ครับ แต่จะมีใครสักกี่คนละครับที่เปิดตู้พระไตรปิฎกแล้วเข้าไปค้นหาคุณค่าที่อยู่ในนั้น คุณค่าของ พระไตรรัตน์ที่อยู่ในนั้นนะครับ ในที่สุดก็เป็นของเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยหยากไย่ที่ปกคลุมและ มีคนใช้ประโยชน์อยู่เพียงเล็กน้อย ถ้าประเทศนี้คน ๑๐ คน ๙ คน ยังไม่เคยเดินเข้าไป ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ประวัติศาสตร์มันอยู่ตรงไหนละครับ ถ้า ๑๐ คนในประเทศนี้ ๑๐๐ คนในประเทศนี้ ๙ คนยังไม่รู้เลยว่ามีหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และมีหน้าที่อย่างไร แล้วชาติที่อายุเป็นพันปีมันอยู่ตรงไหนครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องการใช้วาระที่หนึ่ง เพื่อนำเสนอต่อท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานก็คือว่า เราจะให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นตู้พระไตรปิฎกตรงมุมศาลาการเปรียญไม่ได้ครับ ท่านต้องสร้างกระบวนการที่จะหยิบยื่น ให้คุณค่าความดีงามของประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะในแง่มุมใด มุมซ้ายมุมขวามุมสีใดออกไป หยิบยื่นให้พี่น้องประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเยาวชนคนรุ่นหลังเขาได้รับรู้ แน่นอนผมไม่ได้สนับสนุนให้ท่านไปตั้งหอจดหมายเหตุแห่งชาติเคลื่อนที่ แต่สิ่งที่ผมอยากให้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ทำก็คือ การที่จะได้สร้างหอประวัติศาสตร์หรือหอวัฒนธรรมในระดับ จังหวัดครับ ซึ่งมันไม่ได้ใช้เงินมาก ถ้าจังหวัดละ ๑๐ ล้านบาท ถ้ามันทำไปทั้งประเทศ ก็ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งผมเชื่อว่าสภาผู้แทนราษฎรนี้ยินดีที่จะสนับสนุนครับ หอประวัติศาสตร์จะทำหน้าที่อย่างไร ก็จะเป็นตัวแทนที่จะหยิบยกประวัติศาสตร์เอกสาร สำคัญทั้งวัฒนธรรม ทั้งนิรุกติศาสตร์ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ เอาไปสำแดงในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับพื้นที่ตรงนั้น ให้พี่น้องชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ พี่น้องชาวจังหวัดหนองคาย พี่น้องชาว จังหวัดสกลนคร ชาวจังหวัดปัตตานีเขาได้เดินไปดูว่าที่มารากเหง้าของแผ่นดินที่เขาอยู่นี่ เขาสู้มาขนาดไหน กี่ศพแล้ว ร้องไห้มากี่ครั้ง เจ็บปวดมากี่รอบ ถูกฆ่าไปกี่ครั้งจึงเกิดแผ่นดิน วันนี้ได้ ตรงนี้ไม่ใช่หรือครับคือหัวใจของประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ที่จะทำให้เรา เรียนรู้ถึงความผิดพลาดล้มเหลวในอดีตเพื่อวันเวลาที่ดีกว่าในวันพรุ่งนี้ นี่คือเจตนารมณ์ ที่แท้จริงของประวัติศาสตร์และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ อย่างที่จังหวัดหนองคายเมื่อวาน ท่านสมคิด บาลไธสง อภิปรายท่านบอกตั้งเลย ใช้ชื่อหอเตียง ศิริขันธ์ ผมเองปกติผมไม่เคยเห็นด้วย กับความคิดของท่านสมคิดมาก่อนนะครับ แต่ผมเห็นด้วยในเรื่องนี้ครับ คนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ส.ส. ที่นั่นเขาจะได้จูงลูกหลานจังหวัดเพชรบูรณ์ไปศรีเทพ บอกจังหวัดเพชรบูรณ์อ้ายตรงนี้ มัน ๓,๐๐๐ กว่าปีแล้ว คนจังหวัดอุดรธานีไปผนังถ้ำที่บ้านผือนะครับ บ้านเชียงเก่ายิ่งกว่า ประเทศไทยอีกตั้ง ๗,๐๐๐ ปีแล้ว ให้เด็กเขาได้รู้ ผมเองจะได้เดินเอาคนบ้านผมลูกหลาน จังหวัดเพชรบุรีไปวัดกำแพงแลง บอกจังหวัดเพชรบุรีเคยเป็นประเทศเมื่อ ๑,๓๐๐ ปีที่แล้ว เป็นนครรัฐปกครองตนเอง มีกษัตริย์ด้วยครับ ชื่อพระเจ้าพนมทะเลศรีมเหสวัสดิทราธิราช สิ่งนี้มันเป็นความภูมิใจครับ พี่น้องชาวใต้ไปกรือเซะ ปัตตานีดารุสซาลามเขาเคยยืนบนหัวใจ และลำแข้งของตนเอง แล้วมันได้อะไรกับสิ่งเหล่านี้ มันเกิดความภูมิใจ มันรู้ที่มา มันรู้ถึง ความยากในการสร้างแผ่นดินในการสร้างชาติกว่าที่จะมียืนอยู่ภายใต้ธงไตรรงค์สีเดียวกัน ผืนเดียวกัน ในหลวงองค์เดียวกัน ชาติที่ชื่อเดียวกัน มันยากครับ สิ่งเหล่านี้ที่ผมอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านมีโอกาสแล้วครับ ท่านทำให้คุณค่าแห่งประวัติศาสตร์ได้เกิดขึ้น อย่าให้ประวัติศาสตร์อยู่ในตู้พระไตรปิฎกครับ ท่านต้องทำให้ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือในการที่จะหลอมรวมความเป็นชาติให้เกิดขึ้น ทำไมผมต้องเน้นย้ำตรงนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานในช่วงสุดท้ายว่าเราจะได้รู้อย่างไรว่า กว่าจะมาเป็นชาติเราผ่านอะไรมาบ้าง เราเจ็บปวดมาขนาดไหน เราจะได้ไม่ปล่อยให้ บางเรื่องบางราว ความคิดที่แตกต่าง การใส่สีเสื้อที่แตกต่าง ความเชื่อที่แตกต่าง หรือประโยชน์ของคนบางคนมามีประโยชน์เหนือกว่าความเป็นชาติ ประวัติศาสตร์คือหัวใจที่จะไข ไปสู่ทางออกของบ้านเมือง ผมจึงฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประเด็นที่เป็นรายละเอียดผมจะแปรญัตติในวาระที่สองต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ คุณหมอเชิดชัยครับ ท่านมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าแล้วท่านบอกนะครับ
กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณรัฐบาลที่เห็นความสำคัญของจดหมายเหตุ เพราะประเทศที่เจริญเขาทำกันไป เยอะแยะแล้วนะครับ ผมดูในสาระสำคัญของกฎหมายนี้ก็พูดถึงเดฟฟินิชั่น (Definition) ของเอกสารจดหมายเหตุ การเก็บรักษาอนุรักษ์ให้มีหอสมุด ให้มีกองทุน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนที่จะไปในรายละเอียดผมขอเกริ่นนำนิดหนึ่งนะครับ ความสำคัญของ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มันเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ครับ คนอเมริกาเขาเรียน ประวัติศาสตร์ เด็กเขาเรียนตั้งแต่เด็ก เขามีความภูมิใจในประเทศเขา ตรงข้ามประเทศไทย มีน้อยมากนะครับ เพราะว่าอะไรครับ ประวัติศาสตร์ถ้าศึกษามันจะมีผลไปต่อลูกหลาน ก็คืออนาคต ถ้าเราไม่เตรียมการตอนนี้เรามัวแต่อภิปรายกันไปอภิปรายกันมา ไม่ไปถึงไหนหรอกครับ เพราะว่าประวัติศาสตร์มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีแต่ต้องบันทึกครับ ถ้าไม่บันทึกก็ไม่ได้ ด้านดี เช่น การเสียสละ การอุทิศตนของมนุษย์ที่จะทำความดีให้เกิดขึ้น เรื่องพฤติกรรม เรื่องจริยธรรมต่าง ๆ ด้านไม่ดี ก็คือพวกที่เราอภิปรายออกมาเยอะ ก็คือพวกที่หลงในกิเลส ลาภยศ สรรเสริญ เอาอำนาจเข้าตัว แล้วมีการใช้วาทกรรม หรือที่เรียกว่ากุศโลบาย ความจริงก็คือเล่ห์เหลี่ยมนั่นละครับ พวกนี้ต้องบันทึกให้หมดเพื่อจะ ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ขณะเดียวกันมันก็เป็นเรื่องโทษด้วย ก็เหมือนที่เขาบอกว่าอ่าน ๓ ก๊ก จบกี่รอบคบไม่ได้อย่างนี้เป็นต้น ก็เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น แล้วก็ประวัติศาสตร์มีท่าน ผู้อภิปรายว่าไม่ควรจะซ้ำรอย ขณะเดียวกันมันก็มีประโยชน์ที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องไปทำอย่างนั้นครับ เช่น ประวัติศาสตร์การแย่งชิงอำนาจในประเทศไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ผมเรียนประวัติศาสตร์ ตอนเด็กนะครับ แต่พอมาอ่านหนังสือตอนหลังที่เขียนโดยใครก็ไม่ทราบ ผมก็ไม่แน่ใจว่า มันถูกหรือเปล่าครับ กบฏอะไรต่าง ๆ ในสมัยอยุธยามีการล้มล้างกันเยอะแยะ กษัตริย์ฆ่ากันเอง กษัตริย์กับอำมาตย์ ประชาชนยึดอำนาจต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งอันนี้ ต้องบันทึกครับ เพราะว่าดีกว่าจะมีคนอื่นไปเขียนแทนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในต่างชาติเขายังมีเขียนเอาไว้ชัดเจนครับ ยกตัวอย่างเช่น ที่มาของกฎหมายแมคนา คาร์ตา (Magna Carta) ก็เป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับพวกขุนนางกับประชาชน ในการที่ว่ากษัตริย์ใช้อำนาจมาก เก็บภาษี เพราะว่าสมัยก่อนชอบทำสงครามกันก็เลย มีการไม่พอใจกัน ก็มีการรบราฆ่าฟันกัน แต่เขาเจรจากันได้นะครับ ก็คือเลยออกกติกา แมคนา คาร์ตาเพื่อควบคุมการใช้สิทธิที่ล้ำเส้นต่อประชาชน ประชาชนต้องมีเสรีภาพ ต้องมี หลักประกันนะครับ เพราะฉะนั้นแสดงว่าประวัติศาสตร์ต้องมี ๒ ด้านนะครับ ดีและชั่ว ก็ขอให้ท่านเขียนให้มันชัดเจนนะครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือประวัติศาสตร์ถ้าในภาพรวม ของประเทศมันก็มี ส่วนภูมิภาคก็มี เพราะความภูมิใจเป็นชนเผ่าพันธุ์ ชนกลุ่มน้อย หรืออะไรต่าง ๆ เขาก็มีความเป็นมานะครับ เราต้องศึกษา แล้วถ้าจะให้มีประโยชน์จริง ๆ ก็ควรจะใส่เป็น หลักสูตรเป็นภาคบังคับเหมือนสมัยเก่านะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พูดถึง พ.ร.บ. นี้ คือเราเน้นไปว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่กลายเป็นกฎหมาย แม้กระทั่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อกี้พูดว่ามันเป็นก็เป็น พ.ร.บ. ธรรมดา ๆ ความจริงมันไม่ธรรมดาครับ ถ้าจะทำให้ ไม่ธรรมดาก็ได้ เพราะว่าเรายังมี พ.ร.บ. ที่เรายกขึ้นมาให้มีความสำคัญมากมาย ผมอยากกราบเรียนไว้นะครับ
ในหมวดที่ ๖ ที่ว่าหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะยกมาเป็นเอกสารจดหมายเหตุ บอกว่าให้กรมศิลปากรกำหนด ผมก็เลยไม่ทราบเหมือนกันว่านักประวัติศาสตร์ที่มีเยอะแยะ นี่เขาจะมีส่วนร่วมไหม อยากจะเสนอให้มีผู้ที่มีความรู้อาจจะเป็นรูปคณะกรรมการย่อย ๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาจริง ๆ นะครับ
ในหมวดที่ ๒ เกี่ยวกับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ มันเป็นที่เก็บเฉย ๆ เท่านั้นเองครับ แล้วก็เป็นหน่วยราชการซึ่งอยู่ในกรมศิลปากร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ถ้าจะทำให้ใหญ่โตขึ้นมาจะมีช่องทางที่จะเปิดให้คนอื่นเข้าไปร่วมได้ไหมครับ เพราะว่า ชื่อมันเป็นที่เก็บจริง ๆ แต่มีหน้าที่ที่เขียนไว้นี้นะครับ หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีหน้าที่ ตามมาตรา ๑๓ ตั้ง ๙ หน้าที่ ในหน้าที่ ๑ ๒ ๓ หน้าที่ ๓ นี่สำคัญครับ ก็คือการจัดซื้อ หรือรับจัดหาบริจาคจากเอกชนนี่นะครับ อันนี้ปัญหาก็คือเขียนไว้จริง แต่เวลาปฏิบัติจริง หรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะว่าเอกชนที่เขาศึกษาตั้งใจค้นคว้าเองมันก็เป็นเฉพาะตัว แล้วรัฐจะรับเขาไหมครับ มันก็ควรจะมีหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าเขาจะมามอบได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์ที่อยู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์วิโรฒ ศรีสุโร นี่นะครับ เขาได้ศึกษาเรื่องศิลป์อีสานเรื่องภาพวาด หรืออะไรทางอีสานเยอะแยะ ผมก็เห็นแกพิมพ์ เป็นหนังสือแล้วก็ทิ้งเอาไว้เฉย ๆ อย่างนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอ้ายพวกนี้มันจะบันทึกลงไปอย่างไร เพราะมันเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น แล้วก็ใช้ทั้งชีวิตเขาศึกษาพวกนี้ แล้วผมก็ไม่เห็นมีใคร ไปรวบรวมเอาไว้นะครับท่านประธานครับ เรื่องเอกชนนี่สำคัญนะครับ ประเทศจีนที่เขาเจริญ ขึ้นมาเพราะว่าเขาบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วก็บังเอิญก็ดีมีผู้ปกครองที่เป็นฮ่องเต้นี่ บังคับว่าประเทศจีนจะต้องใช้หนังสือตัวเดียวกันอย่างนี้ จะพูดเสียงอย่างไรไม่สนใจแต่เขียน เหมือนกัน ก็เลยเป็นประวัติศาสตร์ครับ มีการสลักที่บนกระดองเต่าแบบนี้ก็มีนะครับ ทำให้เราได้รับทราบว่าสมัยก่อนมันเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องของเอกชนก็เป็นสิ่งสำคัญครับ แม้กระทั่งใบลานต่าง ๆ พวกพระภิกษุที่ทางอีสานได้รวบรวมไว้มีมากมายครับ เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน ปรัชญาต่าง ๆ ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ ท่านประธานอาจจะ ให้ผมพูดบ้างนิดหนึ่งนะครับ เรื่องพระยาแถนนะครับ ผมอ่านไปอ่านมาผมยังงงอยู่ครับ ว่าพระยาแถนอยู่บนท้องฟ้านั้นเป็นเทวดา แล้วลงมาที่พื้นดิน แล้วก็มีลูกมีหลาน แล้วพวกนี้ ก็มีอาหารอะไรเอง ไม่ต้องทำมาหากินนะครับ ก็สบาย ขี้เกียจ พระยาแถนก็เลยหนีขึ้นไป บนท้องฟ้าอีก ทางข้างล่างก็เดือดร้อน ทีนี้พระยาแถนก็โมโหไม่ให้ฝนตกลงมา จนกระทั่ง ต้องมีพญาคางคก ภาษาอีสานเรียกว่าพญาขี้คางคากนี่นะครับ แต่ก่อนอื่นผมขอนอกเรื่องนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้มีผะหญาอีสานนะครับท่าน เพราะว่าการบันทึกมันต้องบันทึก เป็นภาษาไทยใช่ไหมครับ ผมก็อยากจะให้ท่านประธานเรียนให้ทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่พูด เป็นภาษาอีสานได้แปลเป็นภาษาไทยด้วยนะครับ พญาขี้คางคากนี่คือพญาคางคกนะครับ ระดมคนขึ้นไปรบกับเทวดาแล้วชนะด้วย มันเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ แล้วก็พญาแถนก็ยอมแพ้ แล้วบอกว่าจะให้น้ำฝนลงมาก็ต่อเมื่อทางมนุษย์ส่งสัญญาณก็คือยิงบั้งไฟขึ้นไป เห็นไหมครับ เขาเชื่อกันเป็นตุเป็นตะ ผมก็ไม่ทราบว่าสิ่งเหล่านี้จดหมายเหตุต่าง ๆ จะบันทึกอย่างไร ก็ไม่ทราบนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องการจัดหมวดหมู่ไม่เป็นอะไรครับ ข้อ ๕ นะครับ การบันทึกราชพิธี รัฐพิธี ศาสนพิธี อันนี้ผมว่ามันควรจะบันทึกของประชาชนด้วยเหมือนกัน เพราะว่าจดหมายเหตุต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็บันทึกของผู้มีอำนาจนะครับ ควรจะบันทึก ของประชาชนด้วย มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างไรครับ แล้วก็ข้อ ๖ จดเหตุการณ์ที่สำคัญ ของชาติรวมทั้งเหตุการณ์ของท้องถิ่นด้วยครับ ข้อ ๗ น่าสนใจนะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าชื่อหอเฉย ๆ แต่ให้มีหน้าที่ครับ คือการศึกษา การค้นคว้าและการวิจัย หน้าที่ เหล่านี้ควรจะต้องตั้งไว้เลยว่าจะทำอะไรนะครับ ที่ผ่านมาก็มีการอภิปรายต่าง ๆ เช่น เรื่องการชำระประวัติศาสตร์ให้มันตรงครับ ที่ผมพอจะเสนอก็คือเรื่องที่มีความขัดแย้ง กับเพื่อนบ้าน ไม่ว่าประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเขมร ก็ควรจะชำระให้มันถูกต้อง เพราะว่าเวลาเราไปพูดกับเขาไม่รู้เรื่องครับ เพราะว่าประวัติศาสตร์
อาจารย์ครับ หมดเวลาแล้วครับ
หมดเวลานะครับ
ครับ
ขอนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ นิดหนึ่งนะครับ ที่ผมอยากจะให้ศึกษาก็คือเพื่อนบ้านหรือเรื่องการปกครองสมัย จอมพล สฤษดิ์ ที่มีการต่อสู้นะครับ เรื่องผีบุญ เรื่องความเป็นมาของชาติไทย เป็นลาว พวกนี้นะครับ แล้วก็ควรจะมีผู้ดูแลข้อมูลต่าง ๆ ท่านประธานครับ การคุ้มครองต่าง ๆ เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ขณะเดียวกันพอไปถึงมาตราที่ว่าจะให้มีกองทุน กองทุนที่มีกรรมการ อยู่ ๗ คน ผมว่ามันเล็กไป แล้วดูที่องค์ประกอบของกรรมการคงไม่สามารถหาเงินได้ นอกจากใช้ งบหลวงครับ ผมก็เห็นด้วยกับสมาชิกที่เสนอว่ากรรมการเหล่านี้ควรจะขยายเพิ่มให้มีคนอื่น เข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อหารายได้จากประวัติศาสตร์ ท่านประธานครับ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือทางยุโรปเขาใช้ประวัติศาสตร์ของเก่ามาหากินครับ เราก็ควร จะต้องใช้เหมือนกันนะครับ สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ
หลายสุดท้ายแล้วนะครับคุณหมอครับ
ขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ คือขอฝากว่าการเผยแพร่เป็นสำคัญนะครับ เป็นหลักสูตรนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ การใช้ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่จะแอคเซส (Access) เข้าไปง่าย ๆ ก็คือเข้าไปค้นคว้าได้ง่าย ๆ โดยคิด ค่าบริการก็แล้วแต่นะครับ หรือการอบรมต่าง ๆ ให้เป็นวิชาชีพได้ยิ่งดีนะครับ เพราะว่า ประวัติศาสตร์นี้มันมีความสำคัญครับ ก็ขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ
ข้อเป็นห่วงของท่านเมื่อวานนี้ที่มีท่านสมาชิกได้พูดคำผะหญาของภาคอีสานขึ้นมานี่นะครับ ผมก็ได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ในการบันทึกชวเลขนะครับ แล้วก็ได้เรียนสอบถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการด้วยว่าท่านเข้าใจผะหญาในภาคอีสานหรือไม่นะครับ แต่ในการบันทึกเขาจะ เปิดเทปแล้วก็จะบันทึกว่าเป็นปรัชญานะครับ ให้เข้าใจถึงที่ไปที่มาครับ แต่ถ้าท่านรัฐมนตรี ยังสงสัยอยู่ว่าแปลว่าอะไรเดี๋ยวผมจะให้ท่าน ส.ส. อนุรักษ์มาแปลเป็นภาษากลางอีกครั้งหนึ่ง นะครับ เชิญท่านสหรัฐครับ แล้วก็เป็นท่านฮอชาลี แล้วก็ท่านพิเชษฐ์คนสุดท้าย แล้วก็ท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมเชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... เสนอโดยคณะรัฐมนตรีนั้นคงจะไม่มี ปัญหาเพราะว่าเนื้อหาสาระนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นที่มาของประวัติศาสตร์ซึ่งได้จารึกเพื่อให้ คนรุ่นหลังได้ศึกษา ได้ปฏิบัติ ได้ดูวิธีการในอดีตว่าเป็นอย่างไร เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าไม่มีต่อไปอนาคตเราก็ไม่รู้จักการ มีที่มาที่ไปของประวัติของตัวเอง อย่างเช่นที่อำเภอเดิมบางนางบวชของผมนั้น ท่านประธานที่เคารพนั้น หลายท่านโดยเฉพาะ ลูกหลานปัจจุบันนั้นไม่รู้เรื่องเลยว่า อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรีมาได้อย่างไร ถ้าได้ศึกษาประวัติความเป็นมาแล้วจะได้รู้ถึงเนื้อแท้และแก่นแท้ว่าปัจจุบันนั้นมาจากสาเหตุ อะไรถึงได้ชื่ออำเภอเดิมบางนางบวช ทีนี้ท่านประธานครับ หลายท่านก็อภิปรายเสร็จ เรียบร้อยก็เห็นเนื้อหาสาระว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่งาม แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือ เรื่องโทษครับ ท่านประธานครับ ในการเขียนกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัตินี้ ปรากฏว่ามีบางมาตราเขียนแล้วก็หายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานดูที่หมวด ๒ มาตรา ๑๖ บอกการยินยอมต้องเป็นหนังสือจากอธิบดี แต่พอเข้าหมวด มาตรา ๑๘ ท่านประธาน ได้รับอนุญาตจากอธิบดี มันเป็นเรื่องแปลกครับ การอนุญาต มันมีหลายวิธีการ เพราะฉะนั้นการอนุญาตจริง ๆ แล้วต้องทำเป็นหนังสือ เพราะอย่างน้อย ถ้ามีการโต้แย้งเกิดขึ้นเราจะได้มีหลักฐานชี้ชัด ยกตัวอย่างท่านประธานครับ ท่านอธิบดี เกิดปวดท้องหนัก เข้าไปในห้องน้ำ นาย ก อยากจะตามเข้าไป อยากจะขออนุญาตถาม ท่านอธิบดี ท่านอธิบดีครับ ขออนุญาตที่จะคัดลอกได้ไหม ท่านอธิบดีกำลังปวดอย่างหนัก ก็เบ่งอื้อ พออือ ก็อนุญาตแล้วใช่ไหม ก็ออกมาแล้วก็ทำรายการแบบนี้เกิดขึ้น ปรากฏท่านอธิบดีบอกไม่ได้อนุญาตเลย นี่คือสาระที่อยากจะให้เนื้อหานั้นครอบคลุม มีหนังสือถึงท่านอธิบดี เป็นขั้น เป็นตอน ท่านประธานครับ โทษบางโทษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตราที่กำหนดโทษไว้ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ มาตรา ๓๐ ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ท่านประธานไปดูที่มาตรา ๑๙ สิครับ ห้ามผู้ใดเอาไปทำลายหรือทำให้เสียหาย หรือทำให้ เสื่อมค่าซึ่งเอกสาร แล้วมาตรา ๑๗ มันคนละเรื่องมันเป็นการแก้ไข ระนาบความผิดมันต่างกัน ท่านประธานครับ ระนาบความผิดมันต้องแยก โดยเฉพาะการทำลาย ท่านประธานครับ เอกสารเราบางครั้งมีฉบับเดียวเมื่อทำลายไปแล้วโทษมันมีน้อย โดยเฉพาะกฎหมายของไทย เราก็ยอมรับว่า เมื่อมีการรับสารภาพก็ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเป็นอันดับแรกก่อน บางครั้งพอเสร็จ เรียบร้อย ไม่เกิน ๒ ปี รอลงอาญาไว้ พอเสร็จเรียบร้อยเมื่อไม่มีการลงโทษก็มีแค่ปรับ ท่านประธาน เมื่อเราถูกทำลายไปเอกสารเหล่านั้นมันสูญหาย แต่โทษมันน้อย ผมจึงเสนอให้ คณะรัฐมนตรีนั้นเพิ่มโทษครับ บางมาตราต้องเพิ่มโทษ เราอย่ามาเอาโทษน้อย ๆ เพราะบางครั้งมันเป็นเรื่องสาระสำคัญ
เอาละครับ รับหลักการ แล้วค่อยไปแก้ไขในห้องกรรมาธิการเอาแล้วกัน
ถ้าอย่างนั้นก็ฝากไว้ตรงนี้ครับ เพิ่มโทษด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านฮอชาลี เชิญ ท่านพิเชษฐ์คนสุดท้าย เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบข้อซักถามของท่าน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอรับหลักการใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ แล้วก็ในช่วงเมื่อวานแล้วก็วันนี้ก็ได้ ติดตามรับฟังด้วยความสนใจในประเด็นต่าง ๆ ของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจาก ภูมิภาคต่าง ๆ ได้นำเสนอ แล้วผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะโอกาส ที่เราจะได้คุยเรื่องสำคัญในวันนี้แล้วก็ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งดูแลในเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากทีเดียวน่าจะได้มีการบันทึกเอาไว้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอพูดในเรื่องของอำนาจหน้าที่ของหอจดหมายเหตุแห่งชาตินะครับ อยากจะขอเสนอแนะว่า เอกสารที่เราจะเก็บไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาตินั้นมันจะต้องเป็นเอกสาร ที่เราสามารถที่จะสร้างข้อเท็จจริงขึ้นมาในเหตุการณ์เหล่านั้นแล้วก็ในช่วงเวลาตรงนั้นได้ด้วย เพราะว่าบางครั้งนั้นมีหลายกรณีที่เอกสารที่สำคัญ ๆ ซึ่งมีอยู่ในช่วงหนึ่ง แต่ไม่สามารถ ที่จะมาต่อสู้แล้วก็มาหักล้างในสิ่งที่ทางราชการได้กำหนดเอาไว้ในอีกช่วงหนึ่งได้ ผมขอยกตัวอย่าง ในเรื่องของการต่อสู้ของพี่น้องชาวจังหวัดสตูลที่พยายามที่จะยืนยันถึงการมีอยู่ดั้งเดิมของพี่น้อง ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทะเลบัน ต่อสู้กับทางราชการมาเป็นเวลาหลายสิบปี ผมก็ได้ติดตามดูว่ามีเอกสารสำคัญอะไรบ้างที่คิดว่าน่าที่จะไปยืนยันถึงความเก่าแก่ดั้งเดิม การอยู่ในพื้นที่ ปรากฏว่าชาวบ้านก็ให้ผมดูโฉนดที่ดินซึ่งเป็นภาษายาวีเป็นภาษามาลายู ซึ่งออกในสมัยที่จังหวัดสตูลยังเป็นอำเภอหนึ่งของรัฐเกดะห์ ซึ่งมีความเก่าแก่มาก รัฐเกดะห์ จะเป็นของประเทศไทย เป็นของประเทศมาเลเซีย ประวัติศาสตร์ค่อยว่ากันอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างน้อยจังหวัดสตูลกับรัฐเกดะห์อยู่ในเมืองเดียวกัน แต่ต่อมาจังหวัดสตูลได้แยกมาเป็น ของแผ่นดินไทย แต่ก็ยังมีโฉนดของชาวบ้านอยู่ทิศเหนือจรดตรงนั้น ทิศใต้จรดตรงนี้ และเอกสารก็มีอยู่ที่ผม ถ้าท่านต้องการจะรับบริจาคตามอำนาจหน้าที่ผมยินดีเตรียม บริจาคให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ยืนยันถึงความดั้งเดิม แต่ว่าเคยเอามาเสนอในชั้น คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาก็ถือว่าเป็นเรื่องเก่า เรื่องนานไปแล้ว เป็นอดีตเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว แต่นี่คือข้อเท็จจริงที่มันมีอยู่ในพื้นที่
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเรื่องของที่ดินก็เช่นกัน ความเก่าแก่ ความดั้งเดิม กรมป่าไม้ก็บอกว่าที่สาธารณประโยชน์แปลงทุ่งยาวซึ่งกินพื้นที่อำเภอละงู อำเภอทุ่งหว้าของจังหวัดสตูลนั้น ท่านก็ยืนยันในชั้นกรรมาธิการด้วยความมั่นใจว่า ท่านออกมาเก่าแก่มากตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ผมเองก็พยายามที่จะไปหาหลักฐาน ก็ได้มาจาก ชาวบ้านเช่นกัน แล้วก็ส่วนราชการส่วนหนึ่งว่าที่สาธารณประโยชน์แปลงนี้ได้มีการประกาศ มาตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ สมัยนั้นจังหวัดสตูลยังเป็นเมืองหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช แต่ว่าทุกอย่างมันก็ยังคงคาราคาซังชาวบ้านก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้นอยากจะให้ เอกสารซึ่งเป็นเอกสารที่มีมาแต่ดั้งเดิม แต่ถูกส่วนราชการได้ตัดตอนด้วยช่วงระยะเวลานั้น ได้มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวของความเป็นกฎหมาย แล้วก็สามารถที่จะยืนยันเป็นหลักฐาน ของทางราชการได้ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากนั้นผมยังอยากจะให้ทาง หอจดหมายเหตุแห่งชาติได้มีส่วนสำคัญเพราะว่าปัญหาในภาคใต้นั้นเรื่องของความชัดเจนของ ประวัติศาสตร์นั้นมีความชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง มันมีความสับสนและบางครั้งถูกบิดเบือน กรณีของหะยีสุหลงที่ถูกถ่วงน้ำนั้น ผมยังพยายามหาเอกสารจากทางราชการที่บันทึก เป็นลายลักษณ์อักษรว่าถ่วงน้ำที่ไหน เสียชีวิตอย่างไร ก็ยังหาไม่เจอ ณ ปัจจุบันนี้และยังคง เป็นความมืดอยู่ปัจจุบัน แต่ชาวบ้านในพื้นที่เขาก็ทราบ แล้วก็กลายเป็นสิ่งที่คุกรุ่นที่เรา พยายามแก้ไขปัญหากันอยู่ ณ ขณะนี้ แล้วก็นอกเหนือจากนั้นนอกเหนือจากการเป็นเอกสาร แล้วก็ยังมีซีดี (CD) ซึ่งน่าจะระบุเอาไว้ในอำนาจหน้าที่ด้วย เพราะว่าซีดีตากใบที่ทหารไล่ยิง ไล่ฆ่าพี่น้องประชาชนแล้วก็โยนขึ้นรถนั้น เมืองไทยกวาดล้างไปหมดแล้วครับ ถ้าใครมีซีดีนั้น ผิดกฎหมาย แต่ที่ประเทศมาเลเซียเขาดูกันเป็นรูทีน (Routine) ดูกันเป็นประจำ ที่อาลีอา ซิซะห์ ที่ต่างประเทศเขาก็มีบันทึกอยู่ แต่ว่าของไทยเรานั้นกวาดล้างกันหมดแล้วเราพยายามที่จะให้ ลืมตรงนี้นั่นคือเหตุการณ์ที่อยากจะบอกว่ามันจะต้องมีความเชื่อมโยงถึงข้อเท็จจริง ในปัจจุบันนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ชนชาติใด ชนเผ่าใดรบชนะหรือมีอำนาจในขณะนั้นก็เป็นผู้เขียน ประวัติศาสตร์ การปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทย ๑๘ ครั้ง การบันทึก บันทึกอย่างไรครับ แล้วพอบันทึกเสร็จมันก็ไม่เป็นไปตามที่สถานการณ์จริง ท่านประธานครับ เหตุการณ์ต่าง ๆ นั้น กว่าจะบันทึกได้ก็ ๒๐ ปี ๓๐ ปี จนคนที่อยู่ในสถานการณ์ อยู่ในเหตุการณ์นั้นตายไป หรือมีอายุแก่ลง เลิกสนใจต่อประวัติศาสตร์ที่ตัวเองร่วมสถานการณ์อยู่ ทำให้ประวัติศาสตร์ ของประเทศไทยนั้น ถูกบิดเบือนไป ท่านประธานครับ ความเป็นชาติ ชาตินิยม ประวัติศาสตร์ต้องไม่บิดเบือน มันต้องมีความจริงและชัดเจน สามัคคีจึงเกิดในประเทศของเรา ประเทศที่พัฒนาแล้วนะครับ เราไปดูประเทศเกาหลี ประเทศเกาหลีเหนือ ประเทศเกาหลีใต้ประวัติศาสตร์ทุกหน้า ทุกวัน ทุกสถานการณ์บันทึกไว้หมด ทำให้ประเทศเกาหลีใต้นั้นก้าวหน้า ก้าวกระโดด ประเทศญี่ปุ่น สงครามโลกครั้งที่ ๒ หายนะที่เกิดกับประเทศของเขา แผ่นดินไหว สึนามิ เขาบันทึกไว้ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ทุกนาที ทำให้ประเทศญี่ปุ่นคนไม่ลืมประวัติศาสตร์เอาประวัติศาสตร์มาเป็น กำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไป ประเทศเขมรครับ ทุ่งสังหารคนตายเป็นล้าน วันนี้เขมรจะแซง ประเทศไทยไปแล้วครับ เขาบันทึกประวัติศาสตร์อย่างละเอียดเอาคนที่มีความผิด ถึงแม้ว่า ๒๐-๓๐ ปีก็เอามาลงโทษได้ ท่านประธานครับ ประเทศเวียดนามเหนือ ประเทศเวียดนามใต้ วันนี้ไปดูประเทศเวียดนามสิครับ ล้ำหน้าประเทศไทยไปแล้ว นี่คือการบันทึกประวัติศาสตร์ ที่ถูกต้อง ละเอียดและแม่นยำทำให้ชนรุ่นหลังสำนึกในหายนะ สำนึกในความเป็นชาติ สำนึกในสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ท่านประธานครับ คนไทยจะต้องชัดเจนในประวัติศาสตร์ของตัวเอง จะต้องลึกซึ้ง คนเราจึงจะรักชาติได้ บันทึกจดหมายเหตุ มันต้องบันทึกทุกปีครับ เหมือนกับ รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร องค์กรอิสระ ปปง. ป.ป.ช. เขารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร มันต้องเก็บบันทึกอย่างนั้นว่าประวัติศาสตร์แต่ละที่ แต่ละแห่งนั้นจะต้องถูกบันทึก ไว้ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ผู้รับผิดชอบพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ประกาศเป็นกฎกระทรวงแล้วไปซุกอยู่ที่กรมศิลปากร ผมเสียใจมากครับ เรื่องใหญ่ แต่ให้ความสำคัญน้อย คิดว่าเป็นพระราชบัญญัติที่เป็นฉบับที่เล็กที่สุดซุกอยู่ในซอกหนึ่ง แต่เรื่องใหญ่ของประเทศ ประเทศไทยประวัติศาสตร์ไม่ชัดเจนครับ ประเทศสิงคโปร์เป็น ประเทศมา ๕๐ กว่าปี แต่เขาบันทึกละเอียดยิบเลย เขาถึงเป็นมหาอำนาจในอาเซียน ณ วันนี้ ท่านประธานครับ จดหมายเหตุต้องมีสำนักงานอยู่ทุกจังหวัด ต้องเป็นกรมจดหมายเหตุ ถึงจะเหมาะสมกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ใช่ให้กรมศิลปากรไปทำงานแล้วถามว่า งบประมาณนี่เขาจะแบ่งให้สำนักงานหอจดหมายเหตุแห่งชาติเท่าไร กองทุนจะเข้ามาเท่าไร ปีละเท่าไรครับ กี่ปีถึงจะสมบูรณ์ กี่ปีถึงจะได้งบที่พอจะดำเนินการได้ ท่านประธานครับ ตั้งใจหรือว่าจงใจครับ หรือว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ประวัติศาสตร์ของประเทศมันคลุมเครือ อยู่อย่างนี้ตลอดไป ท่านประธานครับ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มันต้องภายใน ๑ นาที นายปรีดี พนมยงค์ เป็นนายกรัฐมนตรี ๕ เดือนครับท่านประธาน ๕ เดือนนั้นแต่เขาเป็น นายกรัฐมนตรีอยู่ในหัวใจของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศตราบเท่าทุกวันนี้ เราจะไม่วิเคราะห์เลยหรือว่าทำไมนายปรีดีถึงอยู่ในหัวใจของประชาชน ไม่มีข้อมูลครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่นั่งฟัง ต้องเป็นกรม ผมอยากเป็นกรรมาธิการ เหลือเกินครับ เหมือนท่านสุนัยพูดอยากจะให้มันใหญ่กว่านี้ สำคัญกว่านี้ เหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้น เกิดขึ้นแล้วก็บอกว่าคนไทยลืมง่าย คนไทยลืมง่ายเพราะไม่มีประวัติศาสตร์ ไว้ยืนยัน ฆ่ากันกี่ครั้ง ปฏิวัติกี่ครั้ง ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน สุดท้ายก็ไปใส่ร้ายต่อผู้บริสุทธิ์ มันก็ไม่จบ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่จบ จังหวัดเชียงรายมี ๓๐ เผ่าพันธุ์ ๔-๕ ศาสนา อยู่ร่วมกัน ท่านชาติชายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า วันนี้เศรษฐกิจดี แต่ภาคใต้ กลับกลายเป็นสนามรบ ลองเอาประวัติศาสตร์ ๒ อันนี้มาเชื่อมโยงกันสิครับ หาข้อดีข้อเสีย แล้วเอาไปแก้ที่มันมีปัญหาสิครับ แต่วันนี้เราคลุมเครือ ทุกคนที่พูดมานี่พูดเยอะมาก เพราะประวัติศาสตร์ประเทศไทยคลุมเครือไม่ชัดเจนทุกที่ ทุกหน ทุกแห่ง ดังนั้นต้องมี บันทึกไว้ทุกจังหวัดเป็นประวัติศาสตร์ภาคภูมิใจของจังหวัดเขา อำเภอเขา ท่านรู้ไหมว่า มหาราชองค์แรกของประเทศไทยนี่เป็นใครครับ มหาราชองค์แรกของประเทศไทย คือเจ้าพรหมมหาราช พระเจ้าพรหมมหาราชสร้างเมืองเชียงแสนครับ อันนี้ ๘๐๐ ปีแล้วครับ มหาราชองค์ที่ ๒ คือพ่อขุนเม็งรายมหาราช ๗๕๐ ปี ท่านประธานครับ เด็กรุ่นหลังไม่ทราบ เลยว่าความเป็นมานี่คืออะไร
หมดเวลาแล้วครับ
ท่านประธานครับ รอมา ๒ วันครับ เป็นคนสุดท้าย
พอแล้วครับ
ผมเชื่อท่านประธานครับ พอครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ให้ท่านสุดท้ายไม่เกิน ๕ นาที เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีท่านบ่นบอกว่า เมื่อวานนี้ท่านนั่ง ๕ ชั่วโมง วันนี้ท่านบอกท่านนั่งอีกสัก ๕ ชั่วโมงท่านก็ไม่ขัดข้อง ผมบอกไม่ได้เดี๋ยวมีกฎหมายฉบับอื่นอีก เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุภาพสตรีที่ซึ่งได้นั่งฟัง การอภิปรายของสมาชิกโดยตลอดทั้ง ๒ วัน เมื่อคืนนี้ผมมีคิวที่จะพูดเป็นคนสุดท้าย แต่ปรากฏว่า ท่านประธานก็ได้รับโน้ต (Note) จากท่าน ส.ส. รัฐบาลและปิดการประชุมในเวลา ๒ ทุ่ม
ผมว่าเอาเลย ๆ อย่าเพิ่งไปสาวเรื่องเก่าเลยนะ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธาน ท่านประธาน ครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ซึ่งมี ๓๒ มาตรานี้ และผมก็เสียดายแม้ว่าเวลาที่ผมปรารถนาที่จะอภิปรายไม่น้อยไปกว่าท่าน ส.ส. สุนัย จุลพงศธร ซึ่งได้อภิปรายไปเมื่อวานนี้ ๓๐ นาที ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้นั้นจะทำให้ การรวบรวมเอกสารอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งเอกสารจดหมายเหตุและเอกสารราชการ เอกสารนั้นปรากฏว่าเมื่อวานนี้ท่านสุนัย จุลพงศธร ได้ใช้สิทธิและได้ชูตัวอย่างหนังสือพิมพ์ วันนี้ผมก็ขออนุญาตใช้มาตรฐานเดียวกับท่านสุนัย คือโชว์ (Show) หนังสือพิมพ์ ซึ่งหนังสือพิมพ์ที่ผมกราบเรียนท่านประธานนี้ก็เป็นประวัติศาสตร์หน้า ๑ เป็นหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ อีกสักครู่ผมจะถ่ายสำเนาให้ ท่านประธาน เนื่องจากว่าผมมีฉบับเดียว
ผมขอหลังจาก ท่านพูดเสร็จเอามาให้ผมดูก่อน
ครับ ผมให้สำเนาท่านประธาน เพราะว่าอันนี้มีฉบับเดียว หายากครับท่านประธานครับ ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ท่านประธานครับ ก็มีภาพและมีคำบรรยายเขียนว่า มาร่วมด้วย นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีทักทายกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนกลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนในช่วงเช้า ท่านประธานครับ นี่ก็คือประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ที่ชี้ให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบันได้เข้าร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง นั่นต้องบันทึกเอาไว้ ท่านประธานครับ และถ้าจะขยายภาพดังกล่าวก็จะได้ภาพนี้ครับ จะเห็นชัดเจน และภาพนี้ก็จะมอบให้กับท่านประธานเพื่อเป็นที่ระลึกในวันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ มิหนำซ้ำในการชุมนุมดังกล่าว ก็ปรากฏว่ามีการเถียงกันเรื่องกลุ่มชายเสื้อดำ ว่ามีจริงหรือไม่ มีหนังสือของสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
คืออย่างนี้ท่านวัชระ เรากำลังอภิปรายในหลักการเรื่องการเสนอร่างของคณะรัฐมนตรี เรื่องจดหมายเหตุแห่งชาติ เหตุผลในการเสนอนี่นะครับ ที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอต่อสภานี้ เขาก็พูดถึงเรื่องของการรักษา การอนุรักษ์ การจัดเก็บ เรื่องของความชำรุดในการแก้ไข เปลี่ยนแปลงดัดแปลง ซ้ำเติมนี่นะครับ เอาเฉพาะในเรื่องของเราได้ไหมครับ
ถ้าท่านประธานไม่ติดขัด ป่านนี้ผมจบ ไปแล้วครับ
ถ้ายัง เถียงประธานจะไม่ให้พูดนะครับ
ผมไม่เถียงแล้วครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ แม้ว่า ท่านประธานจะเข้มงวดอย่างไร ผมก็ขอน้อมรับและอยากกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผม ยกตัวอย่างนี้ก็คือในมาตรา ๓ วรรคแรก ในความหมายของคำว่า เอกสาร ท่านประธานครับ อันนี้ชัดเจนครับ ปรากฏว่าในหนังสือของสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เขียนบรรยายเอาไว้ว่ามีกลุ่มชายเสื้อดำกำลังใช้อาวุธสงครามยิงใส่ทหารในคืน วันที่ ๑๐ เมษายน นี่ก็เป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องบันทึกเอาไว้ ท่านประธานครับ และเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถมีใครมาบิดเบือนได้ ท่านประธานครับ
สุดท้ายอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... นั้น จะเป็นที่รวบรวมหลักฐานที่หลากหลายแม้ว่าจะมีใคร พยายามบิดเบือนความจริงก็สุดแท้แต่ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องจารึกไว้ก็คือการที่ผมได้ทำหนังสือ ถึง ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง กรณีนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ท่านประธานครับ จดหมายนี้ก็จะให้ท่านประธานไว้ เพราะเชื่อว่าจะเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ เนื่องด้วยผมเห็นว่านายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม นั้น หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และได้แจ้งความ เอาไว้
ท่านจะทำหนังสือถึงใครก็สุดแล้วแต่ท่านนะ อันนี้เรากำลังพูดถึงนี่ แล้วผมกำลังจะเตือนท่าน ตั้งแต่ตอนท่านจะพูดแล้วนะครับ เดี๋ยวก็วกเข้าไปถึงเฉลิม อยู่บำรุง อีกนะครับ อันนี้ท่านก็ ทุกครั้งเลย คือท่านจะทำหนังสือถึงใคร ใครจะไปทำอะไร เขาไม่ได้อยู่ในสภา แล้วก็ไปกล่าวหา เขาอย่างนี้ ไม่เอานะครับ ให้เอาเฉพาะในเรื่องของเรากำลังประชุมปรึกษากันอยู่นะครับ ผมว่าจะหมดเวลาแล้ว เชิญ
ขอบคุณท่านประธานครับ ถ้าจะทดเวลา ให้ผมก็เป็นพระคุณ เพราะท่านประธานใช้เวลาผมไป ๑ นาที ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓๒ มาตรา ผมเห็นว่ามีโทษจำคุกที่หนักมาก จำคุกถึง ๕ ปี ท่านประธานครับ แล้วผมคิดว่าคุกก็ไม่ควรที่จะขังบุคคลเหล่านี้ ซึ่งทำความผิดตามกฎหมายนี้ การที่มีโทษจำคุกในมาตรา ๓๐ จำคุกไม่เกิน ๕ ปี แล้วปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผมถือว่าเป็นโทษที่หนักครับ ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นการที่จะบัญญัติโทษจำคุก โดยเฉพาะในกฎหมายนี้นั้นผมเห็นว่าเป็นการบัญญัติโทษจำคุกที่หนักเกินไป และทั้งหลาย ทั้งปวงท่านประธาน สิ่งที่ผมได้นำเสนอต่อท่านประธานผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปยัง ท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นนั้น เอกสารประวัติศาสตร์ ที่ผมได้กราบเรียนนำเสนอต่อท่านประธาน ณ กลางสภาแห่งนี้นั้นเป็นความจริงที่ต้องจารึก ไว้ในประวัติศาสตร์ เมื่อวานนี้มีการกล่าวหาผู้นำพรรคฝ่ายค้านต่าง ๆ นานามากมาย แล้วผมก็ได้ลุกขึ้นอาศัยสิทธิประท้วง ท่านประธานครับแม้ว่าท่านประธานในขณะนั้น จะได้วินิจฉัยไปแล้ว แต่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ และไม่สามารถที่จะบิดเบือนความจริงได้ ท่านประธานครับ ความจริงนั้นมีสิ่งเดียว ถ้าท่านประธานเป็นกลางก็คือเป็นกลาง แต่ถ้าท่านประธานเอนเอียงก็คือเอนเอียง ขอขอบคุณ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบข้อซักถาม ข้อสังเกต แล้วก็ข้อสงสัยนะครับ เชิญ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสุกุมล คุณปลื้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก่อนอื่นดิฉัน ต้องขอขอบคุณในข้อห่วงใยแล้วข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้มีการอภิปราย กันมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนกระทั่งถึงวันนี้นะคะ ดิฉันขอตอบในประเด็นในส่วนของหน้าที่ ความรับผิดชอบของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาตินะคะ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ถือเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ติดตาม รวบรวม รับมอบ เก็บรักษา อนุรักษ์ และให้บริการ เอกสารจดหมายเหตุ การติดตามรวบรวม รับมอบเอกสารจะมุ่งเน้นเอกสารราชการที่ผลิตขึ้น โดยหน่วยงานของรัฐและเก็บรักษาเอกสารตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ ๔ จนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งจะไม่ย้อนไปถึงยุคสุโขทัย อยุธยา และธนบุรี เนื่องจากข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ในยุคดังกล่าวอยู่ในรูปแบบของโบราณวัตถุและเอกสารโบราณ ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบ ของสำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติและสำนักหอสมุดแห่งชาติ สำหรับประเด็นในเรื่องของ การบันทึกเหตุการณ์สำคัญ การดำเนินงานบันทึกเหตุการณ์สำคัญมี ๒ ลักษณะด้วยกัน
ลักษณะที่ ๑ เป็นการประมวลเอกสารข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญนำมาสรุปตามวัน เดือน ปี ที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะ ที่ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร โดยไม่ได้สอดแทรกความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น
ลักษณะที่ ๒ เป็นการจัดทำจดหมายเหตุเฉพาะเรื่อง เนื่องในโอกาสสำคัญ ที่กรมศิลปากรได้รับมอบจากรัฐบาลให้ดำเนินการบันทึกเหตุการณ์และเรียบเรียงเป็นหนังสือ จดหมายเหตุ รัฐบาลจะแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำจดหมายเหตุเฉพาะเรื่องนั้น ๆ เช่น ที่ผ่านมาเรามีการจัดทำจดหมายเหตุ พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี จดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๖ รอบ และ ๗ รอบ จดหมายเหตุงานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี จดหมายเหตุ งานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำหรับการบันทึกเหตุการณ์ในปัจจุบันที่ได้รับมอบ จากทางรัฐบาลให้บันทึก ก็คือทางกรมศิลปากรกำลังดำเนินการจัดทำหนังสือ ๒ เล่ม คือ สมุดภาพจดหมายเหตุน้ำท่วมประเทศไทย ปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ จดหมายเหตุเหตุการณ์น้ำท่วม ประเทศไทย ปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ ซึ่งข้อมูลก็จะรวบรวมจากสื่อต่าง ๆ และข้อมูลต่าง ๆ นะคะ ในส่วนของงบประมาณ กรณีงบประมาณในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ สำหรับการก่อสร้างอาคาร หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่จังหวัดตรัง ที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถาม ทางกรมศิลปากรได้ทำการอุทธรณ์ต่อกรรมาธิการ พิจารณางบประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ แล้ว และได้รับจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น ๕๓ ล้านบาท โดยในปีงบประมาณพุทธศักราช ๒๕๕๕ ได้รับการจัดสรร ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ส่วนที่เหลือจะเป็นงบผูกพันในปีงบประมาณ ๒๕๕๖
สำหรับประเด็นต่อไปนะคะ เป็นประเด็นเรื่องของการให้บริการ ของหอจดหมายเหตุ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติมีการให้บริการกับประชาชนและนิสิต นักศึกษา โดยไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้า แต่จะมีการคิดค่าบริการในการทำ สำเนาเอกสาร โดยคิดจากราคาต้นทุนผลิต ซึ่งมีราคาต่ำกว่าราคาของเอกชนทั่วไป สำหรับประเด็นอื่น ๆ แล้วก็ในส่วนของข้อห่วงใย ข้อสังเกตอื่น ๆ จะขอรับไว้พิจารณาแล้วก็ หารือในชั้นกรรมาธิการต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นว่าเราได้อภิปรายพอสมควรนะครับ ผมจะขอปิดการอภิปรายนะครับ มีท่านใดเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมปิดการอภิปราย ต่อไปจะเป็นการขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
จะขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกกรุณาแสดงตนโดยการเสียบบัตรแล้วก็ กดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ ขอเชิญแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนมีไหมครับ ถ้าแสดงตนเสร็จเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ส่งผลการแสดงตนมานะครับ เดี๋ยวนะครับ มีท่านกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ยังไม่เรียบร้อยใช่ไหมครับ หาที่เสียบบัตร ให้ท่านหน่อย เสียบเรียบร้อยนะครับ เชิญส่งผลเจ้าหน้าที่มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๘๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมจะขอถามมติจากที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยที่จะรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนน ได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เหลือท่านใด ยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านอลงกรณ์เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมขอ ปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลการลงคะแนน เห็นด้วย ๓๗๘ ท่าน ไม่เห็นด้วยไม่มี นะครับ งดออกเสียง ๑ ท่าน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีอะไรหรือครับ เจ้าหน้าที่หาที่ใหม่ให้ท่านพูดหน่อยหลังจากปรับ ครม. แล้วเสียงไม่ค่อยดีเลย เชิญครับ
บัตรใช้ไม่ได้ครับ ท่านประธาน
ท่านจะลง ว่าอย่างไรนะครับ
ขออนุญาตใช้สิทธิครับ ๑ เสียงครับ
คืออย่างนี้ครับ ผมปิดการลงคะแนนแล้วก็จบแล้วนะครับ
ก็ผมยกมือ ตั้งแต่ยังไม่จบครับ
ท่านจะขอใช้สิทธิ อะไรครับ
ก็ใช้สิทธิ เห็นด้วยครับ
เห็นด้วยนะครับ ท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี เห็นด้วยค่ะ
ก็ถือว่า เห็นด้วยเป็น ๓๘๐ ท่านนะครับ
เชิญรัฐบาล ตั้งกรรมาธิการกี่ท่านครับ
ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... จำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
๓๑ ท่าน ประกอบไปด้วยอย่างนี้นะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่านนะครับ เชิญรัฐบาลเสนอคณะกรรมาธิการ ๕ ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสุกุมล คุณปลื้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ในส่วนของรัฐบาล จำนวน ๕ รายชื่อ ดังต่อไปนี้ นายการุณ สุทธิภูล รองอธิบดีกรมศิลปากร นางสุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร นางเรวดี สกุลพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านกฎหมายมรดกทางศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร นายสุรพล ทิพย์เสนา นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และนายนพดล กตญาณยุทธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านพรรคเพื่อไทยนะครับ ๑๔ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๔ ท่าน ดังรายนามดังนี้ครับ ๑. นายเหวง โตจิราการ ๒. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ๓. นายเรวัต สิรินุกุล ๔. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๕. นายมานพ เกษมณี ๖. เรืออากาศโท อุดม ประสิทธิ์ ๗. นายสุระชัย กนกะปิณฑะ ๘. หม่อมหลวงณัฏฐพล เทวกุล ๙. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๑๐. นายสุนัย จุลพงศธร ๑๑. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๑๒. นายชูกัน กุลวงษา ๑๓. นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร ๑๔. ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๘ ท่าน ๑. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๒. นายกษิต ภิรมย์ ๓. นายศุภชัย ศรีหล้า ๔. นายธีระ สลักเพชร ๕. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๖. นายเจะอามิง โตะตาหยง ๗. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๘. นายวิทูร กรุณา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ๒ ท่านดังนี้นะคะ ๑. นางชนากานต์ ยืนยง ๒. นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรอง ครบนะครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือ นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญฝ่ายเลขาธิการอ่านชื่อคณะกรรมาธิการ ๓๑ ท่าน
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ๑. นายการุณ สุทธิภูล ๒. นางสุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม ๓. นางเรวดี สกุลพาณิชย์ ๔. นายสุรพล ทิพย์เสนา ๕. นายนพดล กตญาณยุทธ์ ๖. นายเหวง โตจิราการ ๗. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ๘. นายเรวัต สิรินุกุล ๙. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๑๐. นายมานพ เกษมณี ๑๑. เรืออากาศโท อุดม ประสิทธิ์ ๑๒. นายสุระชัย กนกะปิณฑะ ๑๓. หม่อมหลวงณัฏฐพล เทวกุล ๑๔. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๑๕. นายสุนัย จุลพงศธร ๑๖. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๑๗. นายชูกัน กุลวงษา ๑๘. นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร ๑๙. ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ๒๐. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๒๑. นายกษิต ภิรมย์ ๒๒. นายศุภชัย ศรีหล้า ๒๓. นายธีระ สลักเพชร ๒๔. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๒๕. นายเจะอามิง โตะตาหยง ๒๖. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๒๗. นายวิทูร กรุณา ๒๘. ดอกเตอร์ชนากานต์ ยืนยง ๒๙. นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ๓๐. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล และ ๓๑. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ครับ
ขอกำหนด ระยะเวลาแปรญัตติ รัฐบาลเอากี่วันครับ ตามข้อบังคับนะครับ
ตามข้อบังคับค่ะ
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น กำหนดการแปรญัตติตามข้อบังคับนะครับ จบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ
ผมขอต่อไปอีกฉบับหนึ่งที่เราเลื่อนขึ้นมานะครับ เป็นร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญรัฐบาลแถลงหลักการและเหตุผล
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับการมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ขอให้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
เหตุผล โดยที่ปัจจุบันการปฏิบัติหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์มีบทบาท เพิ่มมากขึ้นและครอบคลุมไปหลายด้าน ประกอบกับมีกฎหมายหลายฉบับได้กำหนดหน้าที่ ของนักสังคมสงเคราะห์ในการปฏิบัติงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับ ประชาชน โดยเฉพาะผู้ประสบปัญหาในการดำรงชีวิตให้สามารถกระทำหน้าที่ทางสังคมและ ดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข สมควรให้มีองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ในรูปของสภาวิชาชีพ เพื่อควบคุมมาตรฐานจรรยาบรรณการประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานการประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์มีคุณภาพและมาตรฐาน และมีความก้าวหน้า ในวิชาชีพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์เป็นไปตามมาตรฐาน สอดคล้องกับจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ อันจะเป็นการเสริมสร้างให้ประชาชน ที่ประสบปัญหาในการดำรงชีวิตสามารถใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับบุคคลในสังคมได้เป็นอย่างดี ขอบคุณครับ
ท่านวรชัย เหมะ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมนั้นขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ ในสังคมโลกปัจจุบันนี้นั้นสังคมโลกมีประชากรของโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน มีการเอารัดเอาเปรียบกัน คนที่แข็งแรงกว่าได้เปรียบ ประเทศที่แข็งแรงกว่าเอาเปรียบ ประเทศที่อ่อนแอกว่า มีการเอาทรัพยากรธรรมชาติของโลกที่ได้พัฒนาไปให้ประเทศที่มี การพัฒนาแล้ว มีการเอารัดเอาเปรียบอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นสังคมจึงมีการต่อสู้ บนพื้นที่โลก ปัจจุบันนี้นั้นประเทศใหญ่ได้เปรียบ ประเทศเล็กเสียเปรียบครับท่านประธานสภาที่เคารพ ในสังคมก็เหมือนกันครับ คนที่แข็งแรงกว่าได้เปรียบ คนที่มีอำนาจได้เปรียบ คนที่อ่อนแอ และคนที่การศึกษาน้อย ความรู้น้อยถูกเอารัดเอาเปรียบครับ เพราะฉะนั้นมีความจำเป็น อย่างยิ่งในสังคมโลกมนุษย์จะต้องมีนักสังคมสงเคราะห์เพื่อที่ดูแลคนที่อ่อนแอกว่า ประเทศของโลกทั่วโลกวันนี้นั้นเราจะเห็นว่าประเทศที่แข็งแรงกว่ามีการช่วยเหลือประเทศที่ อ่อนแอกว่าครับท่านประธาน สิ่งสำคัญแล้วก็จำเป็นอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะประเทศไทย วันนี้เราจะเห็นว่ามีการเอารัดเอาเปรียบ เช่น การเอารัดเอาเปรียบเรื่องแรงงาน มีการใช้ แรงงานเด็ก มีการใช้แรงงานต่างด้าว ซึ่งความรู้สึกหัวใจของเพื่อนมนุษย์นั้นมีความรู้สึก ไม่ต่างกัน แม้แต่คนต่างชาติมาทำงานบ้านเรานั้นเขาก็ต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องการ ค่าแรงที่สูงแล้วก็สามารถดำรงชีวิตได้ครับ แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นเป็นนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ คนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นขายแรงงาน นำแรงงานจากต่างชาติเข้ามาใช้ หรือว่าแม้แต่คนไทยด้วยกันนั้น ในบางโรงงานในบางพื้นที่มีการกักขังแรงงานเด็ก ๆ เพื่อให้ทำงานให้ผู้ประกอบการจนผลที่สุด ผู้ใช้แรงงานเหล่านั้นทุพพลภาพ มีคุณภาพชีวิตที่ลำบาก มีโรคภัยไข้เจ็บทำให้เขาต้องเป็น คนพิการตลอดชีพ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็มีหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์ที่จะต้องดูแล
อีกส่วนหนึ่งครับท่านประธานครับ เราจะเห็นว่ามีการค้าประเวณีโดยมนุษย์ ส่วนหนึ่งที่เอาเปรียบสังคมครับ มีการหลอกลวง มีการกักขังผู้หญิงที่อยู่แดนไกล บางคนเป็นชาวเขา บางคนเป็นคนไทยที่อยู่ไกล ๆ ในอาณาจักรของประเทศไทยแต่ว่าอยู่สุดขอบของประเทศไทย มีการนำมากักขังแล้วก็ให้มีการค้าประเวณี สิ่งเหล่านี้ความจำเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ก็จะต้องมาดูแลครับ เราจะเห็นว่าเราไปที่ไหนปัจจุบันนี้มีพี่น้องประชาชนที่ลำบาก ช่วยตัวเองไม่ได้เยอะแยะเลยครับ นอนกลางถนน บางคนนั้นไม่มีแหล่งพักพิงจริง ๆ ครับ ไม่รู้จะไปที่ไหนครับก็อาศัยถนนเป็นบ้านครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เราก็ต้องมี นักสังคมสงเคราะห์มาดูแลเหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นการเอารัดเอาเปรียบจะเพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะว่าบนโลกใบนี้ครับท่านประธาน ปัจจัยการผลิตมันมีเท่าเดิมครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติมันน้อยลงครับ แม้แต่น้ำมันบนโลกมนุษย์มันก็น้อยลงทุกวัน เพราะฉะนั้นการแก่งแย่งเพื่อที่จะให้มีปัจจัยการผลิตนั้นมันก็ต้องแข่งขันกันมากขึ้นทุกวัน และเมื่อประชากรของโลกเพิ่มขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติน้อยลงก็จะต้องมีการแย่ง ทรัพยากรธรรมชาติ คนที่อ่อนแอกว่าไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่อยู่ได้ด้วย ความยากลำบากครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้สังคมโลกจะต้องมีนักสังคมสงเคราะห์มาดูแล โดยเฉพาะประเทศไทยนั้น วันนี้เราจะเห็นว่าบ้านพักคนชราของประเทศไทยนั้นไม่สามารถที่จะรับคนชราได้คนชรา ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ครับ มีเยอะครับ ไม่ว่าสถานสงเคราะห์ที่ไหนวันนี้ท่านไปดูเถอะครับ คนแก่ คนชรา ที่จะเข้าไปอยู่นั้นเข้าไม่ได้จริง ๆ ครับ คนชราที่เข้าไปอยู่หมู่บ้านคนชราได้นั้น จะต้องมีสตางค์ครับท่านประธาน จะต้องมีเส้น จะต้องมีสาย ไม่อย่างนั้นเข้าไปไม่ได้ครับ จะต้องมีคนฝาก แต่ว่าคนจนจริง ๆ ลำบากจริง ๆ นั้น ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในชุมชน ในหมู่บ้านของคนชราได้ ต้องอาศัยถนนเป็นบ้าน ต้องอาศัยวัดเป็นบ้านครับ สิ่งเหล่านี้ ปรากฏขึ้นในสังคมไทย เราจะเห็นว่ามีเด็กที่แขนขาด ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับ ว่ามาจากไหนครับ เป็นเด็กต่างชาติครับ มีการทรมานเด็ก มีการตัดแขนตัดขาเด็กเพื่อที่จะ เอามาใช้ในการขอทาน เพื่อที่จะสร้างความมั่งคั่งสำหรับคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตครับ ตัดแขนเด็กได้เพื่อความมั่งคั่ง ความร่ำรวยของตัวเอง เพราะฉะนั้นนักสังคมสงเคราะห์ จะต้องดูแลสิ่งเหล่านี้ วิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องจำเป็นของมนุษย์ บนโลกใบนี้ที่จะต้องมีหลักวิชาการเพื่อดูแลสังคมครับ ไม่เช่นนั้นแล้วสังคมโลกจะต้องฟอนเฟะ สังคมประเทศไทยจะต้องมีคนที่เร่ร่อนสัญจรไปมาโดยที่ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นอนาคตอยู่ที่ไหน ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ บนถนนนั้น วันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถ ที่ประสบอุบัติเหตุก็จะมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือดูแล จะต้องมีนักสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิต่าง ๆ เข้ามาดูแล ถ้าเราได้ให้กลุ่มวิชาชีพสังคมสงเคราะห์มาดูแลองค์กรต่าง ๆ จะได้ทำให้เห็นว่าสังคมไทยนั้นวันนี้เป็นสังคมที่ดูแลซึ่งกันและกัน เอื้ออาทร ซึ่งกันและกันครับท่านประธาน ไม่ใช่อยู่อย่างตัวใครตัวมันเหมือนที่ผ่านมาครับ วันนี้รัฐบาลนี้ เห็นความสำคัญ ผมขอชมเชยจริง ๆ ครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เหตุการณ์บ้านเมือง ที่ผ่านมานั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการอยากมีอำนาจ การอยากได้อำนาจ แล้วก็การได้มา ซึ่งอำนาจนั้นทำให้พี่น้องประชาชนต้องเจ็บ ต้องตาย ที่ผ่านมาเหตุการณ์วันที่ ๑๙ กันยายนนั้น คนที่เป็นรัฐบาลต้องการรักษาอำนาจอยู่ แล้วก็ใช้อำนาจในการให้ทางทหารสลายผู้ชุมนุมครับ ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่าคนตาย ๙๑ ศพ ก็ต้องเดือดร้อนถึงนักสังคมสงเคราะห์ อีกครับ ก็ต้องไปดูแลคนบาดเจ็บ คนล้มตาย ท่านทราบไหมครับว่าวันนี้มีคนที่ตาบอดเท่าไร มีคนนั่งรถเข็นเท่าไรจากการสลายชุมนุมของรัฐบาลที่แล้ว นั่งรถเข็นครับท่านประธาน เงินก็ไม่มี ไม่รู้จะไปพึ่งใครครับ ก็ต้องอาศัยนักสังคมสงเคราะห์ครับท่านประธาน ความโหดเหี้ยมอำมหิตนั้นต้องการได้มาซึ่งอำนาจ ท่านประธานครับ สามารถเลือกได้นี่ครับ วันนั้นเราขอดี ๆ ว่าขอให้ยุบสภาเถอะครับ อย่าทำร้ายประชาชนเลย ท่านประธานครับ เขาเลือกวิธีที่ฆ่าประชาชนครับ คนวันนี้ที่ผมเห็นนะครับมาขอให้พวกเราดูแล
ท่านวรชัย มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมฟังท่านผู้อภิปรายท่านนี้มา ๒ วันแล้วนะครับ จริง ๆ เรื่องนี้วิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์นี้นะครับ ท่านก็เลี้ยวเข้ามาจนถึง เรื่องนี้จนได้นะครับ ผมก็เลยต้องลุกขึ้นประท้วงครับ ถ้าท่านประธานฟังประโยคที่ท่านพูด เมื่อสักครู่นี้ก็คือการใส่ร้ายป้ายสีนะครับ ไปยังรัฐบาลที่แล้วอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวานนี้มีประท้วงไปแล้วครั้งหนึ่งนะครับ ผมไม่อยากพูด เยอะนะครับท่านประธานครับ ก็อยากจะให้ท่านประธานช่วยปรามท่านผู้อภิปรายท่านนี้ ถ้าลุกขึ้นมาพูดประเด็นทำนองนี้อีกนะครับก็ต้องลุกขึ้นมาประท้วงกันอีกครับ
คุณวรชัยครับ เอาเฉพาะในประเด็นนะครับ ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องเก่าหรอก เอาประเด็นที่ว่าตั้งแล้วจะดี ในหลักการนะครับ แต่รายละเอียดท่านไปพูดในคณะกรรมาธิการก็แล้วกัน
ผมไม่ได้พาดพิงครับ แต่ว่า นักสังคมสงเคราะห์ต้องมาดูแลคนเหล่านี้จริง ๆ ครับ ผมไม่ได้พูดด้วยที่ไม่มีเหตุผลครับ ผมมีรายชื่อครับท่านประธานครับ คนที่ตาบอดที่นั่งรถเข็นเพราะโดนกระสุนปืนของ การสลายการชุมนุมจริง ๆ ครับ ผมไม่ได้มีเจตนาที่ใส่ร้ายป้ายสีใครเลย เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่นักสังคมสงเคราะห์จะต้องไปดูแลสงเคราะห์คนที่ได้รับบาดเจ็บครับท่านประธาน นี่เรื่องจริงครับ เพราะว่าการกระทำนั้นถ้าคนที่เป็นรัฐบาลช่วงที่ผ่านมานั้นไม่สั่งให้สลาย การชุมนุม คนเหล่านี้ก็ไม่ต้องได้รับบาดเจ็บที่ต้องนั่งรถเข็นครับท่านประธาน เดินไม่ได้จริง ๆ ครับ
ท่านวรชัย เขาประท้วงอีกแล้วครับ ผมบอกท่านแล้วครับ กรุณาเอาในประเด็น ถ้าพูดอย่างนี้ เขาประท้วงตลอดก็อภิปรายไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านสรุปได้แล้วครับท่านวรชัย ถ้าไม่สรุปก็ให้ ประท้วงตลอด ๆ ก็ไปไหนไม่ได้ท่าน ขอความกรุณารักษาเวลาสภาด้วยครับ ท่านบุญยอด ผมตักเตือนแล้วครับ ท่านวรชัยอีกครั้งเดียวนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมไม่ให้พูดแล้ว
ท่านประธานครับ ผมก็ยอมรับคำเตือน ของท่านประธานครับ ในเรื่องที่ผมกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด แล้วรายชื่อคนเหล่านี้อยู่ในมือผมครับ ๑,๐๐๐ กว่าคนครับท่านประธาน ผมไม่ได้กล่าวเรื่องเท็จแม้แต่นิดเดียว สาบานกันได้เลยครับ ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ ผมไม่พูดเท็จครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริงครับ ท่านประธานครับ ผมพูดแค่นี้ก็ได้ครับเรื่องนี้ไม่เป็นอะไรครับ เพราะฉะนั้นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการที่ให้มี พระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ผมต้องขอบคุณรัฐบาลที่ให้ มีวิชาชีพของนักสังคมสงเคราะห์จะได้ดูแลสังคม ช่วยเหลือสังคมครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านสาทิตย์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้สิทธิพาดพิง เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ได้มีการกล่าวใส่ร้ายรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งผมได้ดำรงตำแหน่ง เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย มิเช่นนั้นจะเกิดความเสียหายครับ
เอาประเด็นที่ท่านเสียหายก็แล้วกันนะครับ
ประเด็นที่มีการใส่ร้ายมี ๒ ประเด็นด้วยกัน ในประเด็นที่ ๑ ท่านกล่าวว่ารัฐบาลชุดที่แล้วมีการสั่งสลายการชุมนุม ท่านยังพูดถึงว่า เป็นความโหดเหี้ยมอำมหิตของรัฐบาลชุดที่แล้ว จนนำมาสู่ประเด็นที่ ๒ ก็คือทำให้ นักสังคมสงเคราะห์จะต้องไปมีการเยียวยาและมีการไปรักษาพยาบาล ซึ่งผมก็ต้องให้ ข้อเท็จจริงกับท่านประธานเพื่อแก้ข้อใส่ร้าย
ในประการที่ ๑ ครับ ผมยืนยันว่ารัฐบาลชุดที่แล้วนั้นไม่มีการสั่งสลาย การชุมนุมที่มีความหมายว่าส่งกำลังเข้าไปปราบปรามประชาชนซึ่งชุมนุมกันอยู่โดยสงบและ ปราศจากอาวุธ ณ ที่ใดที่หนึ่ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา ๓ เดือนเศษในช่วง เดือนมีนาคม เดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคมของปีที่ผ่านมาในปี ๒๕๕๓ นั้น การดำเนินการของรัฐบาลในขณะนั้นเป็นการดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย มีการดำเนินการเพื่อที่จะให้มีการคืนความสงบสุขสู่สังคม การเสียชีวิตทั้ง ๘๐-๙๐ ราย ที่เกิดขึ้นนั้นเสียชีวิตต่างกรรมต่างวาระกันในแต่ละที่โดยไม่ใช่การสลายการชุมนุม ในแต่ละศพที่มีการเสียชีวิตกันนั้นก็มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวน มีการพิสูจน์ กรณีใดที่เป็นข้อสงสัยว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดำเนินการ ก็มีการดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ทั้งหมดไม่ได้เป็นการสั่งการของรัฐบาล ให้มีการเข่นฆ่าประชาชนแต่ประการใด ตรงกันข้ามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบ ในเวลาที่เกิดการเผาบ้าน เผาเมืองเกิดขึ้น คนได้รับความเดือดร้อนมากมายก็เป็นหน้าที่ที่รัฐบาล จะต้องเข้าไปรักษาความสงบ ซึ่งความจริงแล้วกลุ่มบรรดาแกนนำหรือกลุ่มบรรดาชุดเสื้อดำ ทั้งหลายที่แฝงตัวมากับการชุมนุมนั้นควรจะเป็นผู้ที่ถูกประณามมากกว่าที่จะกลับมา ประณามรัฐบาล ซึ่งรักษาความสงบของบ้านเมือง
ในประการที่ ๒ มีการพูดถึงเรื่องการต้องใช้งบประมาณและเจ้าหน้าที่ ในการที่จะไปดูแลรักษาพยาบาลว่าจำเป็นต้องใช้เป็นจำนวนมาก เพราะรัฐบาลมีการสั่งสลาย การชุมนุม อันนี้ก็เช่นเดียวกันว่าเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ความจริงแล้วมีการออกมาวินิจฉัย โดยศาลแพ่งในขณะนั้นว่ามีการชุมนุมที่ไม่สงบและไม่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญด้วย แต่เมื่อมีการดำเนินการโดยฝ่ายใดก็แล้วแต่เกิดการบาดเจ็บ เกิดการล้มตาย รัฐบาล ในขณะนั้นก็มีหน้าที่ไปช่วยเหลือเยียวยาครับ รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีไปเยียวยาเหตุการณ์ ในเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๑๑๒ ล้านบาท มีการเยียวยาคนบาดเจ็บเล็กน้อยไป ๑,๐๓๑ คน ใช้เงิน ๒๐ กว่าล้านบาท แต่ที่น่าสนใจ ท่านประธานครับ มีการเยียวยาผู้เสียชีวิตไปศพละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๙๘ คน คนอาจจะ สงสัยว่าทำไมเยียวยาผู้เสียชีวิต ๙๘ คน เพราะมีข่าวว่ามี ๙๑ คน ผมเรียนท่านประธานว่า ๙๑ คนนั้นจริงครับ ต่างกรรมต่างวาระกันหลายที่ แต่อีก ๗ ศพนั้นมาจากคนไข้ที่อยู่ใน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อมีการไปชุมนุมเข้าไปในโรงพยาบาลส่งผลให้มีการปิดโรงพยาบาล ก็มีการเคลื่อนย้าย ในเวลาที่มีการเคลื่อนย้ายคนไข้นั้นมีคนไข้ได้รับผลกระทบเสียชีวิตไป ๗ คน รัฐบาลในขณะนั้นก็เยียวยาผู้เสียชีวิตเพราะได้รับผลกระทบเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้เจ็บป่วย แม้กระทั่งในสงครามไม่มีการไปปิดโรงพยาบาล แต่การชุมนุมขณะนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงไปปิดโรงพยาบาล
ท่านสาทิตย์มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณเชิดชัยครับ มีอะไรครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ผมขอประท้วง ท่านผู้อภิปราย แล้วก็ประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ ของท่านที่อภิปรายในข้อ ๖๐ เพราะว่าเริ่มนอกเรื่องไม่อยู่ในประเด็น อยากขอให้ท่านประธานควบคุมนะครับ คือผมก็ทนฟังมานะครับ อยากให้มันไปด้วยดีนะครับ
ก็เอาอย่างนี้ ผมเข้าใจแล้วครับ ท่านสาทิตย์สรุปได้แล้วครับ คือเนื่องจากมีการพาดพิง ผมให้สิทธิพาดพิง แต่ว่าค่อนข้างจะยาว ท่านสาทิตย์สรุปได้แล้วครับ ทีนี้เอาอย่างนี้ต่อไปนี้ผมจะไม่ให้พาดพิง ทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะว่ามันทำให้เสียเวลาสภาก็จะมีการตอบโต้กัน พยายามพูดในหลักการ และเหตุผลพอแล้ว ผมเชิญท่านสาทิตย์นะครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นนั้นเป็นหน้าที่ว่ารัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลรักษา ความสงบเรียบร้อย มีผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้บริสุทธิ์อย่างผู้เจ็บป่วยหรือคนที่ไม่รู้ อิโหน่อิเหน่อย่างที่สถานีรถไฟฟ้าที่สีลมเสียชีวิตเหล่านี้เป็นต้น ก็ต้องดูแลครับ เพราะฉะนั้น เวลาเราจะพูดอะไรนั้นต้องยืนอยู่บนฐานข้อเท็จจริงและต้องอิงอยู่บนฐานของความถูกต้องด้วย ไม่ใช่เราที่จะไปใส่ร้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น มิเช่นนั้นสิ่งที่ท่านพยายามเรียกร้อง เรื่องความปรองดองมันไม่มีผลอะไรหรอกครับ
ท่านวรชัยพอแล้วครับ เพราะให้สิทธิเขาพาดพิง ผมวินิจฉัยแล้วครับ เมื่อสักครู่ผมวินิจฉัยว่า ให้เขาใช้สิทธิพาดพิง ผมไม่ให้ประท้วงแล้วครับ ไม่แล้วครับ ผมไม่ให้ประท้วงครับ มันจะตอบโต้กัน ท่านบุญยอดไม่เอาแล้วครับ พอแล้วทั้ง ๒ ฝ่าย ก็ไม่ให้ท่านวรชัยพูดด้วย ท่านสาทิตย์ใช้สิทธิ ไปแล้วครับ ท่านบุญยอดไม่ได้ทางโน้นเขาประท้วงต่อ ผมเชิญคนอื่นเถอะครับ ทั้งคู่ ผมพอแล้วครับ ก็จะไปต่อไม่ได้ เมื่อสักครู่ผมให้ท่านสาทิตย์พูดเต็มที่แล้วท่านบุญยอด ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ท่านวรชัยผมพอว่าทั้งคู่ ผมจะให้ท่านเชิดชัยพูดไม่ให้ตอบโต้กันแล้วครับ ท่านสาทิตย์ได้ชี้แจงพอสมควรแล้ว ดีแล้วครับ ท่านบุญยอดพอเถอะ คือไปได้ดีแล้วครับ ท่านสาทิตย์ผมให้โอกาสท่านได้เต็มที่แล้วท่านบุญยอดประเด็นนี้นะครับ ไม่ครับ เมื่อสักครู่ ท่านสาทิตย์ยกมือผมให้ท่านสาทิตย์ใช้สิทธิแล้วอย่างไรครับ ใครพาดพิงท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ สิ่งที่ผมต้องลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็เพราะว่ามันมี อีกคำพูดหนึ่งนะครับท่านประธานว่ารัฐบาลที่แล้วสั่งฆ่าประชาชน คำอย่างนี้ไม่ได้ครับ ถ้าท่านพูดคำนี้ผมก็ต้องให้ท่านถอนคำพูด เพราะคำนี้ไม่ใช่ข้อเท็จจริงครับ
คืออย่างนี้ เมื่อกี้ท่านสาทิตย์ขอใช้สิทธิพาดพิง ผมก็อนุญาตให้ท่านสาทิตย์ได้ใช้สิทธิแล้วครับ ท่านก็ได้ อธิบายชัดเจน ผมว่าประชาชนฟังอยู่เข้าใจนะท่านบุญยอด คือต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ แล้วผมก็ฟังตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วก็ใส่กันมาทั้ง ๒ ฝ่าย ผมถึงบอกว่าต่อไปผมไม่ให้พูดประเด็น พวกนี้แล้วนะครับ กรุณานั่งลงเถอะครับ พอแล้วครับ เขานั่งลงแล้ว ท่านวรชัยอย่าเลยครับ ก็อย่าได้พูดอย่างนี้อีกท่าน มันก็จะมีปัญหาตอบโต้กัน ก็ไม่สบายใจกันทั้ง ๒ ฝ่าย เชิญหมอเชิดชัยครับ เอาเฉพาะในประเด็นนะครับ เชิญท่านเชิดชัยครับ ท่านอภิปราย ในประเด็นนะครับ พาดพิงผมไม่ให้พูดนะครับ
ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภา
ท่านครับ มีอีกหลายคนนะครับ ผมขอคนละ ๑๐ นาที เชิญครับ
คงไม่ถึงครับ ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็ขอเสนอ ความคิดเห็นในร่าง พ.ร.บ. วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมดูคร่าว ๆ พ.ร.บ. วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... นี่ดูเหมือนจะดีนะครับ แต่ขณะเดียวกันมันก็มีอะไร ที่มันทะแม่ง ๆ พิกลนะครับ กล่าวคือลักษณะ พ.ร.บ. วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ผมดูแล้วมันก็เหมือนไปคล้าย ๆ ไปเลียนแบบของวิชาชีพทั่ว ๆ ไป เหมือนวิชาชีพอิสระ ท่านประธานครับ วิชาชีพนี่มันต้องมีการทำอย่างต่อเนื่องเลยนะครับ คือต้องอุทิศตัวเอง เข้าไปทำอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ต้องได้รับการอบรมนานพอสมควรแล้วก็ต้องมีจริยธรรมที่จะ ทำงานนั้น ๆ ไปนะครับ แล้วที่สำคัญก็คือสังคมต้องยอมรับ แล้วก็วิชาชีพนี้ก็เป็นสิ่งที่คนที่ ประกอบวิชาชีพนั้นเอามาใช้เลี้ยงตัวเอง คือทำมาหาเลี้ยงตัวเองนะครับ ทีนี้ผมดูแล้ว นักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้ที่ดูในเดฟฟินิชชั่นนี่นะครับ ใช้ความรู้ทักษะสังคมสงเคราะห์ในการ ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องและแก้ไขปัญหาของบุคคล ครอบครัว กลุ่มคนหรือชุมชนเพื่อให้ กระทำหน้าที่ทางสังคมและดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข คือผมเห็นคนที่ทำหน้าที่ สังคมสงเคราะห์นี่มีหลายระดับนะครับ อาจจะไม่ได้เรียนมาโดยตรงก็มี แต่เขาทำเพื่อสังคม ไปช่วยเหลือ แล้วอาจจะไม่ได้คิดอะไรมาก อาจจะไม่ต่อเนื่องก็ได้ ทีนี้ผมก็ยังมาแปลกใจอยู่ แล้วก็พยายามจับคนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในจัดระเบียบเขาก็คือวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ควบคุมนะครับ ควบคุม นี่ละครับ มันจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาต่าง ๆ ว่าในภายภาคหน้าคนที่เขาตั้งใจจะมา สงเคราะห์ หรือทำสงเคราะห์ต่าง ๆ นี่ เขาจะทำได้ไหม แล้วพอมาดูเรื่องหมวดที่ ๑ สภา วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ อันนี้ก็เหมือนวิชาชีพเลยครับ ก็คือสามารถออกใบรับรองต่าง ๆ แล้วแม้กระทั่งข้อที่ ๕ นะครับ ออกหนังสืออนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชำนาญ คำว่า อนุมัติบัตร วุฒิบัตร ทางการแพทย์เราถือว่าเป็นระดับเทียบเท่า ปริญญาเอกนะครับ ผมก็เลยไม่รู้ว่าหนังสืออนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตรนี่ ในความหมายของ สังคมสงเคราะห์นี่มันเป็นอย่างไรนะครับ คือมันไม่ชัดเจน ท่านประธานครับ แล้วก็เหมือนเดิม ก็คือมาตรา ๗ รายได้ต่าง ๆ ก็คือพึ่งรัฐอีกล่ะครับ อันนี้ครับ เงินบริจาคซึ่งผมได้อภิปราย ได้หลายครั้งว่าการที่จะมีหน่วยงานอะไรเกิดขึ้นมาสักหน่วยหนึ่งนี้ต้องพยายามดูให้ดี ๆ นะครับ ถ้ามีมากนี่ก็จะเปลืองเงินงบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นภาษีอากรราษฎร ทุกรัฐบาลนะครับ ถ้าไปเจออย่างนี้เข้า เงินพวกนี้มันก็จะเหมือนบ่อซึมไหลออกไป ถ้าเป็นสิ่งที่จำเป็นก็ไม่ว่ากันนะครับ ผมอยากดูให้ดี ๆ ในมาตรา ๓
ท่านประธานครับ ผมข้ามไปดูที่เรื่องคณะกรรมการวิชาชีพนะครับ อันนี้ก็ไปเลียนแบบของในมหาวิทยาลัยทั่ว ๆ ไปนะครับ ก็คือมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เลือกกันมา ๑๔ คน ใน (๕) นี่ ก็เอาสมาชิกด้วยกัน ๑๔ คน แต่พอไปดูในสถิติที่หนังสือ ที่เขาแนบมานี่ สมาชิกมีประมาณ ๑,๔๐๐ กว่าคน หรืออย่างไรนี่ละครับ ซึ่งผมดูแล้วสัดส่วนพวกนี้ต้องดูให้ดีนะครับว่าตกลงสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จะทำอะไร อย่างที่ผมได้เรียนให้ทราบ มันเป็นเชิงวิชาการด้วย ท่านประธานครับ ในเรื่องของการดำเนินการ ของคณะกรรมการเขาก็มีอนุกรรมการต่าง ๆ แล้วก็จะมีการตัดสินว่าคำวินิจฉัยของ สภาวิชาชีพนี้ถือว่าเป็นที่สุด มันก็เหมือนกับวิชาชีพทางการแพทย์หรืออาชีพอื่น ๆ ครับ ถึงที่สุดก็ตาม แต่ก็ไม่ทราบว่าคนที่เสียหายมีสิทธิที่จะไปฟ้องศาลไหม เพราะคุณหมอเองก็ยัง ถูกฟ้องศาลอยู่เหมือนเดิมนะครับ ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าคำสั่งของสภาวิชาชีพ เป็นที่สุดนี่คือที่สุดอย่างไรนะครับ ต้องให้มันชัดเจนนะครับ แล้วถ้าสิ้นสุดแล้วไปล้ำเส้น คนอื่นเขาสามารถฟ้องได้ไหม แล้วในมาตรา ๔๔ การเพิกถอน เมื่อพ้น ๓ ปีไปแล้ว ผมคิดว่า พวกนี้มันต้องดูให้ดีว่าจะใช้งานประมาณนี้เป็นเกณฑ์ทุกรายหรือเปล่านะครับ มันควรจะมี การดูแล ดูเป็นลักษณะเป็นราย ๆ ไป ท่านประธานครับ คือผมเป็นห่วงว่าอาชีพต่าง ๆ ที่คนใจบุญพยายามจะเข้ามาช่วยเหลือสังคมสงเคราะห์หรือว่าช่วยเหลือประชาชน หรือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ ที่เขาอยากจะมาช่วย ถ้ามีวิชาชีพนี้ออกไป ผมเป็นห่วงว่า อาจจะเป็นเรื่องที่จะไปกีดกันคนที่อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องสังคมสงเคราะห์นี่นะครับ ก็เลยเสนอเป็นข้อสังเกตว่าคณะที่ไปพิจารณา คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะไปดูเรื่องเหล่านี้ ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ ผลกระทบที่เกิดขึ้น แล้วก็พยายามรักษาสิทธิหรือเปิดโอกาส ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องแต่เขาทำงานสังคมสงเคราะห์เข้ามามีส่วนร่วมด้วย แล้วก็คำนึงถึง ความสิ้นเปลืองหรือประสิทธิผลของที่จะมีกฎหมายนี้แล้วก็มีการใช้เงินของภาษีอากรเข้าไปว่า มันคุ้มค่าไหม แล้วควรจะมีการประเมินผลให้มันชัดเจนว่าที่ท่านทำไปได้ผลอย่างไรนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านอิสสระ สมชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณทางสภาผู้แทนราษฎรที่ได้นำร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... เข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ อยากจะกราบเรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวฉบับนี้ได้เสนอให้ ครม. เห็นชอบในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาแล้ว ทั้งหลักการและเหตุผลนะครับ หลังจาก ครม. รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ให้ความเห็นชอบก็ได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัตินี้ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าไปตรวจร่างแก้ไขข้อความต่าง ๆ หลังจากนั้น จึงนำเข้าสู่ ครม. เข้าใจว่าคงจะเป็นรัฐบาลชุดนี้เพื่อนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาร่าง ให้ความเห็นชอบจะได้นำร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปใช้ต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ปัญหาสังคมมีค่อนข้างจะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยเรา ประชาชนส่วนใหญ่มีฐานะยากจนมีจำนวนมาก มีคนด้อยโอกาส มีผู้สูงอายุ มีคนพิการ และนอกจากนั้นก็มีเด็กถูกทอดทิ้ง จึงเป็นช่องทางให้บรรดาผู้ไม่หวังดีอาศัยความเป็น สังคมสงเคราะห์เข้าไปแสวงหาประโยชน์จากบุคคลเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการ และเด็กถูกทอดทิ้ง ผมเรียนให้ทราบว่าคนพิการปัจจุบันนี้ไม่ใช่มีเป็นหลักพันนะครับ ท่านประธานครับ มีจำนวนถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษแล้ว จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษนี้ เป็นคนพิการซึ่งมีหนังสือบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเบี้ยความพิการอย่างทั่วถึงกัน ตั้งแต่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำเนินการให้อย่างทั่วถึงแล้วก็ได้มาจนถึงทุกวันนี้ เดือนละ ๕๐๐ บาททุกเดือนนะครับ กระผมยังเคยอภิปรายเรียกร้องในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายว่ารัฐบาลควรจะพิจารณาให้เบี้ย ความพิการเป็นขั้นบันไดเหมือนผู้สูงอายุ ที่ยังเคยเสนอไว้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าเมื่อมันเป็นช่องทางจากคนด้อยโอกาสเหล่านี้ ทำให้มีผู้ไม่หวังดีไปแสวงหา ผลประโยชน์โดยแอบอ้างคำว่า สังคมสงเคราะห์ ไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ไปเรี่ยไร ไปขอบริจาค เพราะไม่มีเงินงบประมาณสนับสนุนดำเนินการ แล้วก็ปรากฏว่าปัจจุบันนี้ ผมต้องยอมรับว่า บางหน่วยงานที่เขาทำดี แม้ว่าไม่ได้รับการรับรอง ไม่มีการจดทะเบียนเป็นหลักฐานก็จริง แต่เขาก็สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากว่าเขาเห็นว่าผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้จำเป็นที่จะต้อง อาศัยผู้ที่มีใจบุญ มีจิตใจสงเคราะห์เข้ามาดูแล เพราะฉะนั้นจึงมีหน่วยงานหลายแห่ง เป็นหน่วยงานสังคมสงเคราะห์เป็นที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง แต่การที่มีร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมา ก็เพื่อจะป้องกันบรรดามิจฉาชีพ ที่การสังคมสงเคราะห์เวลานี้ ที่ทำงานช่วยเหลือสังคม ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของมูลนิธิ เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ สภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทย เหล่านี้มีคณะกรรมการมีผู้ดูแล ได้ใช้จ่ายเงินจากบริจาคไม่มีเงินอุดหนุน จากรัฐบาล ได้นำเงินบริจาคเหล่านี้เข้าไปช่วยเหลือสังคม เช่น เวลาเกิดน้ำท่วมใหญ่ ที่เรามักจะปรากฏเห็นว่าหน่วยงานสงเคราะห์เหล่านี้ได้เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งเดือดร้อน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องกรณีอุทกภัย เกิดไฟไหม้ก็ดี เกิดแผ่นดินไหวก็ดี เมื่อเป็นดังนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นไปแอบอ้างอาศัยความเป็นสังคมสงเคราะห์แล้วไปล่อลวงเอาเงิน จากหน่วยงานต่าง ๆ จึงได้สมควรจะมีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา ผมต้องขอขอบคุณ สถาบัน อย่างเช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวก็ดี ทั้งสอง มหาวิทยาลัยเหล่านี้ยังมีคณะสังคมสงเคราะห์อยู่ ผมอยากจะเรียกร้องให้สถาบันการศึกษาอื่น ๆ ได้บรรจุหลักสูตรเรื่องงานสังคมสงเคราะห์นั้นเพื่อเราจะได้ผลิตบัณฑิตผู้ที่มีความรู้ ได้นำเรื่องหลักการสังคมสงเคราะห์นั้นไปช่วยเหลือพี่น้อง ไปเยียวยาพี่น้องประชาชนต่อไป ผมจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... เสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ผมหวังว่าร่างพระราชบัญญัตินี้คงจะได้รับการสนับสนุน เช่นเดียวกับทางพรรคฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านสุรสาล ท่านกุสุมาลวตี
ผมอยู่ครับ ท่านประธานครับ สุรสาลครับ
ท่านอภิปรายต่อเลย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะพูดถึงนักสังคมสงเคราะห์ ในประเทศไทย ก็เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแล้วไม่น้อยกว่า ๖๐ ปี ในปัจจุบันนี้ประเทศเรานั้น มีนักสังคมสงเคราะห์อยู่ในประเทศรวมทั้งสิ้นโดยประมาณ ๑,๖๔๐ คน ในจำนวนนี้ อยู่ในมหาวิทยาลัย ๗ แห่ง จำนวนประมาณ ๗๔ คน อยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ประมาณ ๕๔๕ คน แล้วก็อยู่ในหน่วยงานอื่น ๆ ที่ใช้นักสังคมสงเคราะห์ อีกบ้างประปราย ท่านประธานที่เคารพครับ จำนวนนักสังคมสงเคราะห์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่สอดรับกับสภาวการณ์ของปัญหาของสังคมภายในประเทศที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ระดับ จะเห็นได้ว่าในมหาวิทยาลัยในประเทศไทยนั้นมีจำนวนมากมายหลายแห่งด้วยกัน ปัญหาสังคมในมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นไม่น้อย แต่กลับมีนักสังคมสงเคราะห์อยู่ในมหาวิทยาลัย เพียง ๗ แห่ง จำนวนเพียง ๗๔ คนเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นเครื่องที่บ่งชี้ได้อย่างดีว่าจำนวน นักสังคมสงเคราะห์ในประเทศไทยเรานั้นไม่เพียงพอจริง ๆ อันนี้ไม่นับรวมที่จะต้องไปดูแล สงเคราะห์พี่น้อง ประชาชนในเรื่องต่าง ๆ อีกมากมาย ในปัจจุบันนั้นเรามีมหาวิทยาลัยที่สามารถผลิตบัณฑิต ทางด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ได้อยู่ ๕ แห่งใน ๕ แห่งนั้นเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ๓ แห่ง แล้ว ก็เป็นของเอกชนอีก ๒ แห่งนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าทำไมจึงมีผู้สนใจที่จะเรียน ทางด้านสังคมศาสตร์ หรือสังคมสงเคราะห์น้อยลง คิดว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้นักเรียนที่จบ มัธยมศึกษาตอนปลายไม่สนใจที่จะเข้าศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้ ก็คงคล้าย ๆ กับจำนวน บัณฑิตที่จะจบทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งนับวันก็มีจำนวนน้อยลงทุกวัน ๆ นะครับ หลัก ๆ นั้น อาจจะมาจากว่าอาชีพนี้ไม่ค่อยจะมีความชัดเจนเท่าใดนัก ไม่ชัดเจนในเรื่องอะไรบ้างครับ ในเรื่องของความก้าวหน้าในอาชีพ ไม่ชัดเจนในเรื่องของรายได้ ไม่ชัดเจนในเรื่องของการที่จะ ได้รับเกียรติจากสังคม น้อยครั้งนักที่สังคมเรานั้นจะกล่าวถึงนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งก็จะมีบ้าง ในบางครั้งที่เกิดเป็นข่าวคราวทางหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น หรือไม่ชัดเจนในเรื่องของเส้นทาง ของความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ ตลอดจนความไม่ชัดเจนในเรื่องการส่งเสริม และการพัฒนาองค์ความรู้ ยังมีอีกหลายประการที่ไม่ชัดเจน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะ กลายเป็นปัจจัยที่นำมารวมกันแล้วนำไปสู่ความไม่สนใจของนักเรียน นักศึกษาที่จะเข้ามา ศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้ และส่งผลให้มีจำนวนนักสังคมสงเคราะห์ไม่เพียงพอที่จะออกไปดูแล ประชาชน หรือเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศของเรา เรื่องนี้ผมอยากจะฝากผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะได้พิจารณาเรื่องนี้ว่า ขอได้โปรดประสาน หรือเชิญผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงหลัก หรือ สกอ. หรือหน่วยงาน หลายหน่วยงานที่ใช้นักสังคมสงเคราะห์ว่าขอได้กรุณาลงมาดูแลเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อที่จะจูงใจให้มีบัณฑิตทางด้านนี้เพิ่มมากขึ้น
ในประการต่อมาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าถามว่าการยอมรับ ของพี่น้องประชาชนที่มีต่ออาชีพนักสังคมสงเคราะห์นั้นมีมากหรือน้อยแค่ไหน หรือถ้าจะ ถามว่าความมั่นใจของสังคมที่มีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์เป็นอย่างไร เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นอีกประเด็นหนึ่งเหมือนกันนะครับที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าควรที่จะต้องพิจารณาประเด็นเหล่านี้ด้วย ถามว่าความมั่นใจของสังคม จะมีต่อนักสังคมสงเคราะห์นั้นเกิดจากอะไรบ้าง ก็แน่นอนครับต้องเกิดจากประสิทธิภาพ เกิดจากคุณภาพ เกิดจากการประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณของนักสังคมสงเคราะห์ ทั้งหลายที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่ประจักษ์อยู่ในสังคมขณะนี้ รวมไปถึงในการพัฒนาบัณฑิต ทางด้านนี้ของมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือของเอกชนก็ตามว่าหลักสูตรเหล่านั้นเป็นหลักสูตร ที่มีตัวชี้วัดถึงความสามารถ ถึงคุณภาพ ถึงประสิทธิภาพของบัณฑิตมากน้อยขนาดไหน รายวิชาที่เปิดเรียนเป็นอย่างไร แล้วก็การฝึกปฏิบัติก่อนที่จะจบออกมาเป็นบัณฑิตนั้น มีความเข้มข้นมากน้อยขนาดไหน กระบวนการในการที่จะฟูมฟักนิสิต นักศึกษาเหล่านั้น ก่อนที่จบออกมานั้น มีกระบวนการในการที่จะสร้างสำนึกแห่งความเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ได้ดีมากน้อยขนาดไหน ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงเวลาแล้วครับที่ประเทศไทยเราจะต้อง มีพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อให้วิชาชีพนี้ เป็นวิชาชีพที่มีความเข้มแข็ง เพื่อให้วิชาชีพนี้มีการควบคุมมาตรฐานทางจรรยาบรรณ ที่ชัดเจน เพื่อให้วิชาชีพนี้ เพื่อให้ พ.ร.บ. นี้นำไปสู่การส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ ให้นักพัฒนาสังคมมีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีความก้าวหน้า และที่สำคัญคือให้เขาสามารถ ทำงานกับผู้ใช้บริการด้วยองค์ความรู้ ด้วยวิธีการ และด้วยทักษะอย่างคนที่เป็นมืออาชีพ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้จะมีการออกใบประกอบวิชาชีพให้ ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง เพราะว่าใบประกอบวิชาชีพนั้นย่อมเป็นเครื่องหมาย ย่อมเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าบุคคลผู้นั้นมีความรู้ มีความสามารถอย่างแท้จริงมากน้อยเพียงใด ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลดังที่ได้กราบเรียนท่านประธานมานั้น กระผมจึงเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ซึ่งนำเสนอโดยคณะรัฐมนตรีฉบับนี้ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่สมควรได้รับการสนับสนุนครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้เพื่อจะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ สังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ก่อนอื่นดิฉันต้องขอเรียนท่านประธานว่าดิฉันเห็นด้วยในหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานคะ ต้องยอมรับเลยว่าสังคมในปัจจุบันนี้สลับซับซ้อน แล้วก็ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนโดยทั่ว ๆ ไป ทำให้ยากต่อการที่จะดำรงชีวิตได้อย่างมี ความสุข ผลกระทบนั้นก็จำเป็นจะต้องมีกลไกช่วยเหลือ มีนักสังคมสงเคราะห์ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็มีอยู่จำนวนน้อย ถ้าเผื่อจะเทียบกันกับจำนวนประชากร แล้วก็ถ้าจะเทียบกับ ความสลับซับซ้อนของสังคมรวมไปถึงปัญหาต่าง ๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เองสอนวิชานี้ มาเป็นเวลาเกือบ ๖๐ ปี ก็ผลิตบัณฑิตไปก็เพียงประมาณหมื่นกว่าคน แล้วก็มีมหาวิทยาลัย เพียง ๕ แห่งเท่านั้น ดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็ขอชื่นชม ผู้ที่ทำหน้าที่นี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะดิฉันเข้าใจและตระหนักดีกว่าการที่จะต้อง ช่วยเหลือคนโดยจิตวิญญาณนั้นมันมีความจำเป็นและมันมีความยุ่งยากสลับซับซ้อน แต่ดิฉัน ก็อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าเขาเหล่านั้นมาช่วยทำให้ผู้คนแล้วก็สังคมนั้น ได้ดำรงอยู่ได้อย่างสันติสุข ทีนี้เพื่อจะช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งวันนี้จริง ๆ แล้วท่านประธานคะ กฎหมายหลายฉบับเลย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องสตรี เด็ก เยาวชน แล้วก็อื่น ๆ ทั้งหลาย กฎหมายครอบครัวก็กำหนดให้นักสังคมสงเคราะห์เข้าไป มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นก็เป็น ความจำเป็นอยู่เองที่จะต้องมีกลไกที่จะต้องมาช่วยดูแล ส่งเสริม เพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์เหล่านี้ ได้ทำงานไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ท่านประธานคะก็มีข้อที่ดิฉันอยากจะฝากไว้นิดเดียวนะคะ มันมีอยู่ในรายละเอียดที่พูดถึงเรื่องของคุณสมบัติ คือของสมาชิกสามัญในมาตรา ๑๐ ระบุไว้อย่างนี้ค่ะว่าสมาชิกสามัญต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้คือ ข้อที่ ๑ มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ ข้อที่ ๒ สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ทางสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ท่านประธานคะ ดิฉันเข้าใจว่าโดยถัวเฉลี่ยแล้วคนที่สำเร็จ การศึกษาขั้นปริญญาตรีหรือสูงกว่านั้นอายุก็น่าจะต้องเกินหมายความว่าหรือมีบางคน ที่อาจจะต้องเก่ง แล้วก็สามารถที่จะจบปริญญาตรีได้ ดิฉันไม่ทราบว่าอาจจะมีทางตรงไหนไหม ที่อาจจะพูดถึงเรื่องของคนที่ไม่ได้จบปริญญาตรี แล้วก็ขณะเดียวกันมีประสบการณ์ ในเรื่องของการแก้ไขช่วยเหลือ และทำงานอย่างนี้มาโดยตลอด อาจจะต้องมีกลไก อะไรบางอย่างที่จะสามารถเปิดทางให้คนเหล่านี้ได้เข้ามามีส่วนร่วมแล้วก็เป็นสมาชิก ของสภาวิชาชีพสงเคราะห์นี้ด้วย
ในประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะฝากไว้ก็คือพูดถึงเรื่องมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ จริง ๆ นักสังคมสงเคราะห์มีการทำงานในหลายรูปแบบ แต่เรื่องใหญ่ที่สุดเลยก็จะต้องดูแล เรื่องของจิตใจแล้วก็ให้มั่นใจว่าบุคคลทั้งหลายที่กำลังต้องได้รับความช่วยเหลือนั้นได้รับการดูแล อย่างเต็มที่ ซึ่งมันค่อนข้างจะสลับซับซ้อน ดิฉันไม่มั่นใจว่าในเรื่องมาตรฐานนั้นหลายครั้ง มันอาจจะคิดออกมาเป็นตัวเลข เป็นตัวอะไรชัด ๆ เจนๆ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝาก เอาไว้ว่าให้คณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งจะตั้งขึ้นในไม่ช้านี้ช่วยดูแลเหล่านี้ด้วยเพื่อที่จะ เปิดทางให้มีความยืดหยุ่น ให้มีความเป็นไปได้ที่จะได้มีผู้คนต่าง ๆ นั้นเข้ามาสู่การช่วยเหลือ เมื่อสักครู่ดิฉันบอกว่าอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์นั้นดิฉันคิดว่า มีคนจำนวนนิดเดียวที่มีอายุ ๒๐ ปีหรือต่ำกว่านั้นนี่นะคะที่จะสามารถจบปริญญาตรีได้ ดิฉันเลยไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวการกำหนดอายุนั้นมีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไรเท่านั้นเอง ก็ขอขอบพระคุณค่ะ คือสรุปแล้วดิฉันเห็นด้วยในหลักการสำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสามารถ แก้วมีชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ได้กรุณานำเสนอร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ฉบับนี้เข้ามานะครับ ดูหลักการเหตุผลแล้ว ทุกฝ่ายก็คงจะ สนับสนุน เพราะเราถือว่าเราเป็นการจะจัดระเบียบการสังคมสงเคราะห์ในประเทศไทยให้มี องค์กรวิชาชีพเหมือนดั่งองค์กรวิชาชีพอื่น ๆ ที่เขามีอยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรวิชาชีพ ของทนายความ ของนักบัญชีหรืออีกหลาย ๆ วิชาชีพ เราดูผลดีมันก็ดีแน่นะครับ ท่านประธาน แต่เราก็เป็นห่วงว่าในทางปฏิบัติอาจจะมีปัญหา เพราะวันนี้นักสังคมสงเคราะห์ ได้กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ อยู่ทุกหัวระแหง ที่ผ่านมาเราไม่เคยที่จะไปควบคุม เราก็ปล่อยให้เขาทำ เราก็ถือว่าปัญหาสังคมในปัจจุบันมันมากนะครับ ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ทั้งในระดับชุมชน ครอบครัว ทีนี้เมื่อเราจะเริ่มจัดระเบียบ เราก็จะให้เขามาขึ้นทะเบียน มีใบประกอบวิชาชีพให้เขา ผู้ใดไม่มาก็มีโทษนะครับ ไปอ้างว่าเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ถ้าไม่จดทะเบียนก็มีโทษถูกปรับตั้ง ๒๐,๐๐๐ บาทนะครับ ทีนี้ผมมาดูในมาตราซึ่งผมคิดว่า มันเป็นมาตราหลักที่อาจจะต้องตั้งข้อสังเกตให้กรรมาธิการไปช่วยดูให้ละเอียดนะครับ นั่นก็คือมาตรา ๒๙ ได้บอกว่าห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ควบคุม หรือกระทำด้วยวิธีใด ๆ ที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิที่จะประกอบวิชาชีพ สังคมสงเคราะห์ควบคุม โดยมิได้ขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพ สังคมสงเคราะห์ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้นะครับ
(๑) การช่วยเหลือประชาชนตามหน้าที่พลเมืองดี อันเป็นความรับผิดชอบ ต่อสังคม ตรงนี้ก็จะตีความต่อไปในอนาคตว่า การช่วยในลักษณะเป็นหน้าที่ของประชาชน หรือพลเมืองดี มันมีขอบเขตอย่างไรบ้างนะครับ อันนี้ก็จะเป็นปัญหา
(๓) บุคคลซึ่งหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรภาคเอกชนมอบหมายให้ปฏิบัติ หน้าที่ในควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ควบคุม ตรงนี้ผมอยากจะยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานได้เห็น วันนี้มันมีมูลนิธิหลายแห่งที่เขาทำงานในลักษณะสังคมสงเคราะห์ อย่างเช่นมูลนิธิปวีณา มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิปอเต็กตึ๊งหรืออะไรอีกหลายมูลนิธินะครับ ตามต่างจังหวัดก็เยอะแยะ ซึ่งดูแล้วมันก็เป็นงานในลักษณะสังคมสงเคราะห์ แสดงว่ามูลนิธิต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ถ้าเราจะตีความตาม (๓) ของมาตรา ๒๙ ก็คือแต่ละมูลนิธิจะต้องมีป้าย ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ควบคุมเป็นคนไปดูแล ก็คล้าย ๆ กับร้านขายยาวันนี้นะครับ ที่ต้องมีป้ายของเภสัชกรที่เป็นผู้ควบคุมดูแลไปติดไว้ถึงจะดำเนินการได้ ฉะนั้นถ้ามันเป็น แบบนี้แล้ว องค์กรมูลนิธิต่าง ๆ ที่เขาทำหน้าที่กันอยู่ เราก็ต้องทำความเข้าใจเขาให้ดี เพราะผมถือว่าองค์กรมูลนิธิต่าง ๆ เหล่านี้ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองมานาน เขาก็คงมีกระบวนการ วิธีการดำเนินการของเขา เราจะใช้วิธีให้มีเฉพาะนักสังคมสงเคราะห์ ที่มีใบประกอบวิชาชีพไปคอยกำกับดูแลเขาเท่านั้น หรือเราจะต้องให้เขามาขึ้นทะเบียน ในลักษณะที่เขาเป็นนิติบุคคลอยู่แล้วหรือไม่ อย่างไร เหล่านี้เป็นรายละเอียดที่กรรมาธิการคงจะต้องไปพูดคุยกันนะครับ ในภาพรวมแล้วพวกเรา คงจะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ในทางปฏิบัติก็อย่าให้มันเป็นปัญหาอุปสรรค จนกระทั่งบรรดาผู้มีจิตอาสาทั้งหลายที่ปรารถนาจะช่วยเหลือสังคมเขาเกิดความรู้สึกว่า มันเป็นข้อจำกัดจนเขาท้อแท้ไม่อยากมาทำงาน มาเป็นภาระของเขาที่จะต้องมาขึ้นทะเบียน จะต้องมาจ่ายเงินบำรุงสภาวิชาชีพของเขานะครับ ต้องทำความเข้าใจให้ดี แล้วถ้าเป็นไปได้ ผมก็คิดว่าเราน่าจะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจ ให้ชัดเจนก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ วันนี้ตามชนบท พี่น้องนักสังคมสงเคราะห์ทั้งหลาย ไม่ว่าบนเขา บนดอย เขาก็ไปช่วยดูแล ผู้ด้อยโอกาสผู้ที่มีปัญหากันอยู่กระจัดกระจาย ถ้าประกาศใช้ทันทีโดยไม่ทำความเข้าใจ กันก่อนมันอาจจะมีการตกหล่นไม่ทั่วถึง ไม่ทราบข้อมูลนี้ก็จะเป็นปัญหาในทางปฏิบัติต่อไป แต่โดยรวมแล้วกระผมเห็นด้วยในหลักการของกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านบุญยอด ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออนุญาต ที่จะได้อภิปรายถึงร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ซึ่งเข้าสภามาในครั้งนี้ ก็ต้องบันทึกไว้ให้ชัดเจนในบันทึกการประชุมด้วยนะครับว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ คณะรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็เรื่องของร่างนี้ก็มาหยุดอยู่ตรงที่มีการยุบสภาไป แล้วก็วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านปัจจุบันท่านก็ได้กรุณาหยิบยกเรื่องนี้เข้าสู่ ครม. อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ได้เข้าสู่การพิจารณาในสภาในวันนี้ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านที่ได้เห็น ความสำคัญของนักสังคมสงเคราะห์ครับ เท่าที่ได้ทราบก็คือว่านักสังคมสงเคราะห์นั้น ก็มีความต้องการที่จะมีวิชาชีพรองรับมานับตั้งแต่การที่นักสังคมสงเคราะห์นั้นก็ได้จัดตั้ง ขึ้นมาตั้งแต่หลายสิบปีแล้ว ก็ได้มีการผลักดันกันมาโดยตลอดนะครับ จนกระทั่งการผลักดันนี้มา ก็น่าจะสำเร็จได้ในขณะนี้ สิ่งที่ผมดูในกฎหมายฉบับนี้แล้วก็ขออนุญาตที่จะต้องถาม ท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับว่าท่านได้ตรวจสอบอย่างละเอียดหรือไม่ ก็คือเรื่องของการขึ้นทะเบียน สมาชิกนะครับ ท้ายพระราชบัญญัตินั้นจะมีเรื่องอัตราของค่าการขึ้นทะเบียนสมาชิกอยู่ แต่ที่ท่านส่งเข้ามาในสภาในขณะนี้มีเฉพาะค่าขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ควบคุม ฉบับละ ๓,๐๐๐ บาท คือตกลงว่ามีแค่เฉพาะ การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเฉพาะสังคมสงเคราะห์ควบคุมหรือเปล่านะครับ เพราะว่า ท่านกลับไปดูที่ มาตรา ๗ ท่านประธานครับ มาตรา ๗ เป็นเรื่องของรายได้นะครับ ใน (๒) บอกว่ารายได้จะมาจากค่าขึ้นทะเบียนสมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ สมาชิกสมทบ ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้นะครับ มันมีสมาชิกอยู่หลายประเภท ทั้งที่เป็นเรื่องของการประกอบวิชาชีพแล้วก็เรื่องของสมาชิกอื่น ๆ แล้วก็ระบุด้วยว่าจะต้อง อยู่ภายใต้ตามพระราชบัญญัตินี้ ทีนี้ในพระราชบัญญัติทำไมจึงไม่ได้ระบุตัวอัตรา ค่าการขึ้นทะเบียนอย่างที่ว่านี้นะครับ จะระบุอย่างไรหรือใครมีอำนาจที่จะระบุ หรือจะไปทำ ทีหลังหรืออย่างไร ก็ขอคำอธิบายนะครับ ส่วนการขึ้นทะเบียนที่ได้ระบุไว้แล้วก็คือที่เรียน ท่านประธานเมื่อสักครู่คือนักสังคมสงเคราะห์ควบคุมที่ว่าอัตรา ๓,๐๐๐ บาท มีความเหมาะสม หรือไม่ อันนี้ต้องขออนุญาตเรียนถามท่านด้วยนะครับ ใครเป็นผู้กำหนดว่าทำไมต้อง ๓,๐๐๐ บาท ทำไมไม่ถูกลงกว่านี้ ทำไมไม่แพงกว่านี้ เพราะว่าเดี๋ยวอัตรามันอยู่ในอนาคต แล้วนะครับ ๑๐ ปี ๒๐ ปี ก็จะเป็น ๓,๐๐๐ บาทอีกหรือเปล่านะครับ ต่อใบอนุญาตนี่บอกว่า ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ผมไม่แน่ใจว่าต่อทุกปีหรือเปล่า หรืออย่างไร อัตราตรงนี้มีวิธีคิด อย่างไร ก็ต้องขออนุญาตที่จะต้องขอความรู้จากท่านรัฐมนตรีต่อไปนะครับ
ส่วนประเด็นอื่น ๆ ผมคิดว่าก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญคงจะได้ ไปดูในรายละเอียดกันต่อไป โดยหลักการแล้วผมเห็นด้วยนะครับ กับร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... แล้วควรจะช่วยกันผลักดันให้นักสังคมสงเคราะห์นั้น มีความชัดเจนในการทำงานนะครับ และมีจริยธรรม มีจรรยาบรรณวิชาชีพ เพราะว่าต้องไป ดูแลกฎหมายอีกหลายฉบับครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยแล้วก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... แล้วก็ ต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้สู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรค่ะ ท่านประธานคะ คำว่า ความมั่นคงของมนุษย์ หรือ ฮิวแมน ซีเคียวริที นั้น (Human Security) ก็คือความมั่นคงของมนุษย์ที่จะต้องอยู่อย่างมีความสุข มีความมั่นคง ปลอดภัยจากการถูกทำร้าย ปลอดภัยจากการถูกทารุณกรรมและการค้ามนุษย์ การดูแลมนุษย์ให้มีความมั่นคงเป็น ภารกิจและพันธกิจของกระทรวงนี้ค่ะ ก็ขอฝาก ฯพณฯ รัฐมนตรีค่ะ พี่น้องประชาชน ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ที่มีความยากจน มีคำกล่าวของท่านอดีตเลขาธิการยูเอ็น (UN) นะคะ ท่านโคฟี อันนัน ได้กล่าวว่าการที่ทำให้คนยากจน คนหิวโหยนั้น ก็คือเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชนอีกประการหนึ่ง อีสานนะคะ ดิฉันมาจากภาคอีสานค่ะ ภาษาอีสานบอกว่า ทุกข์บ่มีเสื้อมีผ้าฝาเฮือนเพก็พอได้ลี้อยู่ ทุกข์บ่มีข้าวอยู่ท้องไผสิลี้อยู่เป็น เป็นความรู้สึก ที่คนยากจนที่ไม่มีความเท่าเทียม ความอดอยากหิวโหยนะคะ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรที่จะ ทำให้ประชาชนได้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐ ได้รับการดูแล ได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ดิฉันมองเห็นค่ะว่าประชาชนในประเทศไทยควรที่จะได้รับสิทธิ มากกว่าได้รับการสงเคราะห์ค่ะ จะทำอย่างไรสวัสดิการจะได้ทั่วถึง และสิ่งที่สมควรที่จะให้ คนยากจน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสได้รับนั้นก็คือโอกาส ก็ให้โอกาสกับเขาค่ะ ท่านประธานคะ สิ่งที่นักวิชาชีพสังคมสงเคราะห์สมควรที่จะมีก็คือจริยธรรม ควรจะมีพรหมวิหาร ๔ ก็คือ มีความเมตตา มีความกรุณา มุทิตา และอุเบกขา การปฏิบัติหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์ ก็ควรที่จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นครอบคลุมให้ทั่วถึงหลายด้านในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ประสบปัญหาในการดำรงชีพ ผู้พิการ ผู้หญิงที่ถูกทุบตี ถูกทำร้าย ส.ส. หญิงนั้นเคยได้ เสนอร่างพระราชบัญญัติขจัดความรุนแรงในครอบครัวขึ้นมานะคะว่าผู้หญิงเหล่านั้นถูกทำร้าย โดยคนในครอบครัว โดยสามี โดยผู้ที่อยู่ในครอบครัว สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเรานั้นได้ทำเพื่อ ที่จะดูแลผู้หญิงนะคะ นักสังคมสงเคราะห์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนที่เข้ามาดูแล ดิฉันขอให้กำลังใจในเรื่องไม่ว่าจะเป็นทางบ้านพักฉุกเฉิน มูลนิธิเพื่อนหญิง และอื่น ๆ มากมายนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ก็มีความจริงที่เจ็บปวดว่าได้มีโอกาสเห็นคนยากจนที่ไม่มีบ้านคะ มีอยู่ข้างถนน ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่ม อยู่แถวเยาวราช อยู่แถวสนามหลวง ถามว่าจะทำอย่างไร ที่จะดูแลให้เขามีความเป็นอยู่ในฐานะมนุษย์ การหลอกลวงผู้ที่ไม่มีโอกาส เมื่อเกิดมาเป็น คนยากจนแล้วไม่มีโอกาสในการที่จะได้รับการศึกษา ไม่มีโอกาสที่จะได้กินดีอยู่ดี ไม่มีโอกาส ที่จะได้ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่ดี ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมคนยากจนเหล่านั้นก็ยังมี วงจรอุบาทว์ที่เรียกว่าวงจร โง่ จน เจ็บ ทำอย่างไรจะให้คนไทยพ้นวงจรอุบาทว์นี้ ท่านประธานที่เคารพคะ นักสังคมสงเคราะห์จะต้องมีวิสัยทัศน์ ไม่ใช่ปฏิบัติหน้าที่ตามการ สงเคราะห์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคิดด้วยค่ะว่าจะทำอย่างไร จะไม่ได้สงเคราะห์เขาต่อไป ทำอย่างไรจะทำให้ประชาชนเหล่านั้นเดินได้ด้วยเท้า หายใจได้ด้วยจมูกของตัวเอง โดยการหาโอกาส หาแหล่งทุน หาการคุ้มครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิประชาชน และสิทธิสวัสดิการ แนวคิด มนุษยนิยมและ คุณค่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ อันเป็นพื้นฐานของวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์เชื่อมโยงกัน ระหว่างแนวคิดปฏิบัติในสังคมของบ้านเราให้เกิดเป็นความที่เรียกว่าความจริงที่สามารถ ที่จะเข้าครอบคลุมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานจากรัฐบาลนะคะ ดิฉันเคยเห็นแล้วก็ไม่อยากเห็นว่า มีการสงเคราะห์เพื่อเอาหน้า เพื่อพีอาร์ (PR) ตัวเองก็เยอะแยะมาก เอามนุษย์ที่เจ็บปวด ทั้งกายและใจมาถ่ายภาพปิดหน้า แล้วก็ทอดทิ้งเขาไปไม่ดูแลให้จบกระบวนการในการดูแล ในการต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม หรือหาที่พักพิงให้เขาจนกระทั่งส่งเขากลับครอบครัว นะคะ เอามาพีอาร์แล้วก็ทิ้งเขาไปเลยก็มี ทำข่าวเสร็จก็ทอดทิ้งไป เพราะฉะนั้นตรงนี้มันไม่ใช่ นักสังคมสงเคราะห์ จะต้องทำด้วยหัวใจที่ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ถ้าหากกระทำอย่างนั้น ก็เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว อยากเด่นอยากดังเท่านั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับ นักสังคมเคราะห์ค่ะ นักสังคมสงเคราะห์ในบางประเภท บางพวกที่แอบอ้างหาเงิน เป็นนายหน้าค้าความจน เขียนโครงการเก่ง ๆ ก็เอาโครงการต่าง ๆ นั้นไปเสนอทั้งใน และต่างประเทศนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะให้มีมาตรฐานที่ดูแลควบคุม นักสังคมสงเคราะห์ด้วยนะคะ ดิฉันในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้เห็นชุมชน ได้เห็นพื้นที่ ได้เห็นผู้ประสบความยากจน ได้เห็นความอยุติธรรมและการถูกละเมิด สิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเห็นด้วยและขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อควบคุมและพัฒนาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ให้มีมาตรฐานไม่เพิกเฉยหรือปฏิเสธ ต่อผู้ด้อยโอกาสในสังคมนะคะ ให้เขาเข้าสู่ระบบการบริการทางสังคมและสวัสดิการสังคม ซึ่งดิฉันถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่มีคุณค่าในการที่จะยกระดับคุณภาพสวัสดิการสังคมของ ประเทศเราด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมคิด บาลไธสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ผมขอ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ ก่อนอื่นผม ก็ขอแสดงความดีใจที่เรามีกฎหมายวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ขึ้นมา ผมตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่ เด็กแต่เล็กมาเราดูนิยาย ดูหนังก็ตามนางเอกจะถูกเปรียบเปรยว่าเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ดูถูกเหยียดหยามถากถางพระเอกบ้างที่เป็นคนจนแล้วไปช่วยคนอื่นว่าเป็นนักสังคมสงเคราะห์ มันเป็นอย่างนี้นะสังคมไทย ถ้าใครไปทำแบบนั้นถูกต่อว่าต่อขานทำให้คนไม่อยากปฏิบัติ ตัวอย่างนั้น ถ้าปฏิบัติตัวไปช่วยคนอื่นมันแสดงเป็นนักสังคมสงเคราะห์ มันจะเป็นอย่างนี้ ดูหนังมาตั้งแต่เด็กจนเดี๋ยวนี้อายุ ๖๐ ปีก็ยังมีอยู่ในหนังไทย จะมีการเปรียบเปรยให้คนที่ทำดี เพราะฉะนั้นลักษณะการกระทำตัวเอง ปฏิบัติตัวเองเพื่อช่วยคนอื่นจะถูกว่ากล่าว อันนี้ ไม่รู้ว่าใครปลูกฝังมาอย่างไรนะครับ เพราะสังคมไทยเราไม่อยากให้คนทำดีเกินหน้ากัน มันก็เลยไม่มีคนกล้าแสดงออกในการทำนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือพื้นฐานของสังคมไทย เป็นการเหยียดหยามคนที่อยากทำดีช่วยเหลือคนอื่น ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสจะด่าว่าพระเอก หรือนางเอกเป็นบางเรื่องนะครับ อันนี้ทุกคนก็คงได้ดูมานะครับ อันนี้เป็นพื้นฐานที่กล่อมเกลา จิตใจให้คนไม่อยากกระทำความดีกับคนอื่น ผมว่าคนกระทำความดีกรณีผมมาดูตรงหมวด ๒ มาตรา ๑๐ (๒) ผู้มีเกียรติทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ว่ามาแล้วละเกี่ยวกับเลือกสมาชิก สามัญต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามนะครับ (๒) สำเร็จการศึกษาปริญญา ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ผมว่าไม่กำหนดได้ไหมตรงสำเร็จปริญญาตรีนี่ มันไปบังคับไม่ให้คนอื่นเป็น ผมจบอนุปริญญานี่ เป็นไม่ได้หรือนักสังคมสงเคราะห์ที่จะทำดีกับคน สมมุตินะครับ คนทำดี ไม่จำเป็นต้องจบปริญญานะครับ เป็นการประพฤติปฏิบัติ บางคนเป็นมหาเศรษฐีเขาจบ แค่ชั้นประถมก็มี เขาอยากเป็นนักสังคมสงเคราะห์จะทำอย่างไรนะครับ อันนี้ก็อยากฝากไว้ ให้เปิดทางให้คนอยากทำความดีเขามีที่หายใจบ้าง รวยแล้วอยากทำความดียังบังคับ ต้องจบ ปริญญา กูอายุ ๙๐ ปีแล้ว กูจะจบอย่างไรครับ ถ้าเขาถามอย่างนี้จะทำอย่างไร กูอยากเป็น จะทำอย่างไรช่วยให้กูเป็นหน่อย กูไม่จบปริญญา คืออันนี้ผมอยากตัดออก อันนี้กรณีปกติ เขาจบปริญญาก็หลายท่านบอกว่า ผมอ่านการประกาศเรียนระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ผมเห็นที่สุดก็คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นประกาศอยู่ทุกปี แต่ผมไม่ทราบว่าสมัคร ครบไหม สมัครเรียนเป็นนักสังคมสงเคราะห์ก็ดูมานะครับ ผมถึงว่าคุณสมบัติที่จบปริญญาตรีนี่ ยกเว้นได้ไหมเพื่อคนอื่นเขาอยากเป็นคนดี อยากทำดี อายุก็ไม่จำเป็นต้องถึงหรอก เห็นเด็กหญิงวัลลีไหม ช่วยพ่อแม่ ช่วยคนจนอยู่ข้างบ้าน วิ่งไปโรงเรียนเป็น ๑๐ กิโลเมตร ๕ กิโลเมตร ดูหนังมามีหลายคนที่ประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ ที่เป็นเด็กชั้นประถมนี่ อย่างนี้ ให้เขาเป็นนักสังคมสงเคราะห์เยาวชนได้ไหม เราไม่ต้องกำหนดหมดอายุ เราก็เอาชีวิต ของเขามาตีแผ่เป็นหนัง เป็นละคร หลายคนเขาชอบกันทั้งบ้านทั้งเมืองอย่างนี้ แล้วทำไม ถึงห้าม ทำไมถึงกำหนดอายุการทำความดี แล้วก็เอาเด็ก ๆ มาเป็นตัวอย่าง ผมอยากเปิดไว้ กรณีนี้เรื่องอายุก็เหมือนกัน เรื่องการศึกษาก็เหมือนกันน่าจะเตือนไว้มากกว่านี้
อีกเรื่องหนึ่งอ่านต่อไปนะครับ เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองส่งเสริม การสนับสนุนเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ตามมาตรฐาน ที่สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์กำหนด มาตรฐานกำหนดว่าอย่างไร ผมสมมุติว่าน้ำท่วม ประเทศไทยอยู่ที่ผ่านมา ถ้าเขาไปช่วยคนตกน้ำตายแต่ไม่ใช่คนพิการ ไม่ใช่ผู้ด้อยโอกาส ก็เป็นไม่ได้หรือเป็นได้ไหม เกิดน้ำท่วมอีก เขาบอกว่าอย่าไปนะ กฎหมายเขาห้ามปล่อย ให้ตายเลย เพราะว่าเราจะไปผิดกฎหมาย อยากจะเป็นนักสังคมสงเคราะห์ อยากจะเอาของ ไปช่วยคนน้ำท่วมทั้งประเทศ แต่เราไม่ใช่เป็นนักวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ถ้าเราไปกำหนด โทษอย่างมาตราท้าย ๆ เขาก็ทำไม่ได้ แล้วจะให้ใครไปช่วยคนกำลังจะตายอยู่ สมมุติจะตาย ทั้งประเทศเหมือนที่ผ่านมา ผมอยากเอาสถานการณ์แบบนี้มาเปลี่ยนแปลงแนวคิดเราบ้าง กรอบเดิมคิดให้กว้างขึ้นนะครับ ไม่ใช่ว่าเอาแต่คนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปช่วยคน ตกน้ำตาย ช่วยไหวไหม คนพิการเอาแต่คนที่จบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สังคมสงเคราะห์ไปหามคนจะตายอยู่ตามโรงพยาบาล น้ำจะท่วมตายอยู่แล้ว ถ้าคนอื่นมันจะ ผิดกฎหมายตามมาตราท้าย ๆ มันจะทำไม่ได้ อันนี้ก็อยากให้มองไปให้ลึกนะครับ ผู้ที่มี จิตอาสาต่าง ๆ อย่างนี้ เขาเป็นได้ไหม บ้างคนเป็นจิตอาสา พอเราเห็นชื่อปุ๊บในหนังสือพิมพ์ เราจะเข้าใจว่าคนนี้เขาเป็นนักสังคมสงเคราะห์นะ แต่เขาไม่ได้จบปริญญาอะไรเลย แต่บางคนเขาอาจจะเป็นเด็ก เป็นเยาวชนตรงนี้ เขาเป็นได้ไหม เขาไปขึ้นทะเบียน เป็นนักสังคมสงเคราะห์ได้ไหม
อีกอันหนึ่งที่ผมมองเห็น คือพระสงฆ์องค์พระเจ้าทั้งหลายไม่มีใครเกินมาให้ คนมาก บางวัดท่านสร้างโรงเรียนขึ้นมาอยู่ในวัด นักเรียนเป็น ๑,๐๐๐ คนก็มี ผมดู ในรายการหลายรายการอย่างนี้ ถ้าเรามากำหนดไม่มีคุณสมบัติของพระสงฆ์องค์พระเจ้า เหล่านี้ท่านก็จะเป็นคนผิดกฎหมายไหม ให้สังคมสงเคราะห์กับผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา เปิดโรงเรียนขึ้นมาอย่างนี้จะผิดไหมถ้ามีกฎหมายนี้ขึ้นมา ผมเห็นในรายการอยู่ทางภาคกลาง พระอาจารย์บางท่านเลี้ยงเด็กอยู่เป็น ๑,๐๐๐ คน ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. ๖ ก็มี เราจะทำ อย่างไรถ้ากฎหมายนี้เกิดขึ้นมา เราได้กำหนดไว้บทเฉพาะกาลไหมเพื่อยกความผิดเหล่านี้ นักบุญต่าง ๆ นักการศาสนาต่าง ๆ ที่อยู่ในประเทศเราที่เขามาปฏิบัติตัวคล้ายนักสังคม สงเคราะห์มาช่วยเหลือเด็ก ผู้พิการอะไรอย่างนี้จะผิดไหม ทั้ง ๆ ที่เจตนาดี ผมเห็นอุทาหรณ์ อย่างหนึ่งผมไม่ทราบว่าท่านป้าอะไรนะที่เป็นครูผู้หญิงเมื่อปีที่แล้วผมเห็นว่าจะถูกจับ ดำเนินการอะไร ที่เลี้ยงเด็กเต็มบ้านเลยครับ ก็แค่ว่าท่านไม่รู้ ไม่เข้าใจการทำบัญชี จะทำอย่างไร ทำความดีอยู่แต่จะถูกจับเข้าคุก จะทำอย่างไร ป้าอ๋อง ครูอ๋อง หรือครูอะไร ผมจำไม่ได้ คนอ้วน ๆ ผมจำไม่ได้ ผมก็เห็นอุทาหรณ์แบบนี้ ถ้าเอากฎหมายนี้ขึ้นมา คนเหล่านี้เด็กอยู่ในสังกัดได้ไหมถ้าเขาไม่อยู่ในเกณฑ์ เกิดว่าป้านั้นไม่ได้จบปริญญาจะทำ อย่างไรที่เขาสอนเด็กตามสลัมตามอะไร เอาไปอยู่ในบ้านเต็มเลย มีคนสงสารเด็กก็เอาเงินไปให้ แกก็ทำบัญชีไม่ถูก เพราะเขาไม่ได้เรียนบัญชี เผลอ ๆ ก็จบ ป. ๖ หรือจบ ม. ๖ แค่นั้น ก็มาเป็น ครูสอน สงสารเด็ก กลายเป็นคนผิดกฎหมายขึ้นมา อันนี้ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการผู้ที่จะไปดูแลกฎหมายนี้ให้ดูรายละเอียดส่วนนี้บ้างนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมเห็น กรณีคนจน ผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาส ผมก็อยากฝาก ไปยังทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้เขียนถึงเขาบ้าง นักวิชาชีพ เช่น คนจน คนบ้า คนไม่มีสติ นอนตามถนนหนทางตามที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไป กฎหมายอันนี้ทำอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์ กับคนกลุ่มนี้บ้าง ดูอันนี้เป็นกฎหมายที่ทำให้ผู้มีอาชีพทำ แต่ประชาชนผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ไม่มีตรงนี้ อยากให้เพิ่มเข้าไปว่านักวิชาชีพน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง ๑. คนจนไม่มีที่อยู่อาศัย จะทำอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะมีบ้านให้เขาอยู่ เมื่อเขาแข็งแรงแล้วถึงให้เขาออกไปต่อสู้ชีวิต อย่างนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยของคนพวกนี้ พวกบ้า พวกคนสติไม่ดี ออกจากบ้าน หลงลืมไปตามถนนหนทาง เราน่าจะมีสถานที่เฉพาะให้เขา ไม่ใช่โรงพยาบาลหลังคาแดงนะ ต้องมีอีกสถานที่หนึ่งที่มีภูมิศาสตร์ ภูมิภาคดี ๆ สักแห่งดีไหมไว้สำหรับดูแลเยียวยาคนกลุ่มนี้ เข้าไปอยู่เพื่อเยียวยาเขาให้เขาได้มีสติ อารมณ์ ร่างกายที่สมบูรณ์ขึ้น ฟื้นฟูจิตใจเขาขึ้น เพื่อเขาจะกลับขึ้นมา บางทีก็เกิดบ้าเพราะเกิดความคิดมาก ไม่ใช่บ้าเพราะเชื้อบ้า บ้าเพราะ มีปัญหาตัวเอง ปัญหาครอบครัว อันนี้ก็อยากฝากไปยังท่านรัฐมนตรีได้นำเรื่องนี้ไปพิจารณา เพื่อทำอย่างไรจะมีศูนย์บริการเยียวยาของคนที่ด้อยโอกาสจริง ๆ อย่างนี้ในกฎหมายนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมรู้สึกยินดีที่จะได้อภิปรายเพื่อสงวนหลักการ ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ในขณะที่ท่านประธาน วิสุทธิ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามได้นั่งเป็นประธาน เพราะท่านประธานนั้น ส.ส. ฝ่ายค้านของเรา หลายท่านได้โหวตกันแล้วว่าท่านทำหน้าที่ได้เป็นกลางมากที่สุดในบรรดาประธานทั้ง ๓ ท่าน ท่านประธานครับกฎหมายฉบับนี้นับเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้วิชาชีพสังคมสงเคราะห์นั้นจะได้มี สภาวิชาชีพ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้นั้นได้เริ่มต้นตั้งแต่สมัยรัฐบาล ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งแต่สมัยท่านรัฐมนตรีอิสระ สมชัย เป็นรัฐมนตรี ในกระทรวงนี้ และในกฎหมายนี้นั้นได้มีทั้งหมด ๕๐ มาตรา ได้กำหนดคุณสมบัติสมาชิก สามัญว่าต้องจบปริญญาตรี ท่านประธานครับ แม้ว่ามีสมาชิกบางท่านอาจจะไม่เห็นด้วยว่า ต้องจบปริญญาตรีและอาจจะรวมถึงท่านรัฐมนตรีที่นั่งก้มหน้านึกถึงคำว่า จบปริญญาตรี ซึ่งท่านก็ได้หัวเราะออกมาก็คงเป็นที่เข้าใจครับว่าท่านหัวเราะเพราะอะไร เพราะข่าวสาร ของท่านโด่งดังมากโดยเฉพาะเรื่องการจบปริญญาตรี ท่านประธานครับ การจบปริญญาตรี นั้นมีความหมายถ้าได้เรียนอย่างจริงจัง เรียนอย่างพวกกระผมเรียน ซึ่งตั้งหน้าตั้งตาเรียน ในมหาวิทยาลัยจนจบปริญญาตรี และถ้าจะดีไปกว่านั้นถ้าไม่ส่งคนเข้าไปสอบแทนเพื่อให้ได้ วุฒิปริญญาตรี ท่านประธานครับ ในคุณสมบัติในมาตรา ๑๐ ที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เสนอเข้ามานั้นมี ๖ คุณสมบัติ ผมอยากจะเพิ่มเติมเข้าไปอีกสัก ๑ คุณสมบัติของสมาชิก สามัญนักสังคมสงเคราะห์นั่นก็คือต้องไม่เป็นผู้นิยมความรุนแรง ต้องไม่เคยพาคนไปตาย ต้องไม่เป็นนักปลุกระดมมวลชน ท่านประธานครับ คุณสมบัติข้อนี้สำคัญมาก ผมเห็นว่าถ้ามี คณะกรรมาธิการวิสามัญจะได้นำไปพิจารณาว่าจะเพิ่มเติมขึ้นมานั้นก็จะเป็นพระคุณและ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนจะได้ไม่มีการสร้างความรุนแรงในสังคมไทย ขึ้นมาอีก ท่านประธานครับ ผมทราบว่าในปัจจุบันนั้นมีมูลนิธิหลายแห่งก็เป็นมูลนิธิที่ดี ทำประโยชน์เพื่อสังคม แต่เพื่อนสมาชิกจากพรรครัฐบาลบางท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่ามี บางแห่งนั้นเป็นนายหน้าค้าความจน อันนี้ก็จริงครับท่านประธานครับ และผมคิดว่า ท่านประธานก็คงได้เห็นอยู่ว่ามีกลุ่มใด มีที่ใดเป็นนายหน้าค้าความจน และไปไกลกว่านั้นยังมี มูลนิธิบางแห่งเป็นนายหน้าค้าประชาธิปไตย เป็นนายหน้าผูกขาดความเป็นประชาธิปไตย และเป็นนายหน้าค้าความตายก็มี ซึ่งนี่เป็นเรื่องน่าวิตกครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วปัญหาต่าง ๆ ในสังคมของเรานั้นก็จะไม่มีที่สิ้นสุดตราบใด ถ้ายังมีคนที่นิยมชมชอบในลักษณะอย่างนั้นอยู่ และยังมีการผ่องถ่ายเงินทุนผ่านมูลนิธิบางแห่งเพื่อให้กลุ่มชนไปสร้างความรุนแรงอย่างบ้าคลั่ง ในสังคมไทย จนถึงขั้นที่เรียกว่าสังคมไทยทั้งสังคมกลายเป็นอัมพาตและเกิดความรุนแรง จนถึงขั้นที่เราเรียกว่าโศกนาฏกรรมของประเทศชาติ และเป็นบาดแผลของสังคมไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๓ คณะกรรมการที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นได้กำหนดให้ออกข้อบังคับ ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าต้องมีจรรยาบรรณ และหลักเกณฑ์ว่าด้วยการประเมินความรู้ตามอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ทั้งหลายทั้งปวงที่ร่างมานี้เป็นประโยชน์ทั้งสิ้นครับท่านประธาน และรวมถึงการก่อกำเนิด ซึ่งได้ก่อกำเนิดมาตั้งแต่ในขณะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เปิดเรียนตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ ในขณะที่ผมยังไม่เกิดและยังมีคณะต่าง ๆ ในอีกหลายมหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างเช่น คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาเอกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยของประชาชน มหาวิทยาลัยที่ผมจบการศึกษามา และมีหลายมหาวิทยาลัยที่เปิดการเรียนการสอนเกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์ ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งบัณฑิตและบุคคลที่จะจบเป็นบัณฑิตนั้นจะต้องเข้ามาสู่องค์กรนี้ ท่านประธานครับ ในกฎหมายนี้ยังได้มีบทกำหนดโทษซึ่งบทกำหนดโทษของผู้ที่ละเมิดกฎหมายนี้ก็ยังมีโทษ ขั้นต่ำคือมีโทษทั้งปรับและมีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน ๑ เดือนและปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าท่านประธาน สังเกตจะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีโทษที่เบากว่ากฎหมายที่เราเพิ่งพิจารณาผ่านไปในฉบับที่แล้ว ซึ่งเห็นว่ามีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นั่นก็คือเป็นโทษที่หนักมาก ซึ่งผมได้อภิปรายไปแล้วว่าโทษที่หนักอย่างนี้นั้นไม่ควรบัญญัติเอาไว้และในคุกนั้นก็ไม่ควร ที่จะคุมขังบุคคลที่ทำผิดกฎหมายฉบับดังกล่าว ท่านประธานครับ เมื่อมาดูค่าธรรมเนียมของ วิชาชีพปรากฏว่ามีการรับขึ้นค่าทะเบียนและรับใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ควบคุม ฉบับละถึง ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งผมเห็นว่าแพงมาก ควรจะเหลือแค่ ๑,๐๐๐ บาท ก็เพียงพอ และค่าต่อใบอนุญาตฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท ก็แพง ควรจะเหลือ ๕๐๐ บาท อย่างนี้เป็นต้น เพราะผมเห็นว่าไม่ควรที่จะมีค่าขึ้นทะเบียนแพง ๆ และค่าต่อใบอนุญาตแพง ๆ ซึ่งจะเป็นปัญหากับนักสังคมสงเคราะห์ ท่านประธานครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านการ พิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและได้ออกบังคับใช้โดยเร็วผมเชื่อว่าก็จะเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติและประชาชน และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวคณะรัฐมนตรีที่ซึ่งมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มานั่งอยู่ตรงนี้นั้นจะได้ ทำหน้าที่เป็นตัวอย่างให้กับวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์โดยเฉพาะในเรื่องของ จรรยาบรรณและในเรื่องของคุณวุฒิทางการศึกษา ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ ผมขอฝากไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นได้โปรดพิจารณาเป็นพิเศษในเรื่องของ ค่าธรรมเนียมที่แพงเกินไปอย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งผมถือว่าถ้าเราออกกฎหมาย ที่มีลักษณะที่ซึ่งบังคับให้ต้องจ่ายค่าขึ้นทะเบียนใบอนุญาต ค่าต่อใบอนุญาตแพง ๆ แล้ว จะทำให้เกิดปัญหาอย่างแน่นอน ขอขอบคุณท่านประธาน
ท่านวิภูแถลงครับ เสร็จแล้วต่อที่ท่านพิษณุ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอกราบเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลว่ากระผมเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นอย่างยิ่งครับ ด้วยเหตุผลสำคัญอยู่ประมาณ ๒-๓ ประการครับท่านประธานที่เคารพครับ
ประการที่ ๑ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็น พ.ร.บ. ที่ประกาศได้อย่างชัดเจนเลยว่า เป็นพ.ร.บ. ที่ออกมาเพื่อวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ แล้ววิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ เป็นวิชาชีพที่ต้องการจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ยาก ผู้ลำบาก ผู้ด้อยโอกาสในแผ่นดิน และในสังคมนี้ฉะนั้นเจตนารมณ์ของกฎหมายก็ถือว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธานที่เคารพรักครับ
ในประการที่ ๒ ก็เป็นวิชาชีพที่สำคัญมากครับ วิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ เป็นวิชาชีพที่จะสร้างความมั่นคงของมนุษย์ อันที่จริงความมั่นคงของมนุษย์มันเป็น ความมั่นคงที่สำคัญที่สุด เป็นความมั่นคงที่จะต้องมาก่อนความมั่นคงใด ๆ ในประเทศนี้ ในสังคมนี้และในโลกนี้ เพราะความมั่นคงแห่งชาติก็ดี ความมั่นคงของรัฐบาลก็ดี มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ถ้าหากว่ามนุษย์ยังไม่มีความมั่นคงครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ อันว่าความสำคัญในข้อนี้ผมถึงกับคิดว่าอันที่จริงนอกจากโรงเรียนสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว เราน่าจะมีสภาความมั่นคงแห่งมนุษย์เสียด้วยซ้ำไปครับ รัฐบาลที่ผ่านมาหรือรัฐบาลปัจจุบัน หรือรัฐบาลในอนาคต มักจะพูดถึงความสำคัญของความมั่นคงแห่งรัฐอยู่เสมอ ๆ อันที่จริง พื้นฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงแห่งรัฐต้องสร้างความมั่นคงแห่งมนุษย์ให้เกิดขึ้นก่อนครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ดูเสมือนว่าไม่ยิ่งใหญ่ ธรรมดา ๆ แต่สิ่ง ที่เล็กนั่นล่ะครับคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ กระผมมีความห่วงใย อยู่ ๓-๔ ประการสำหรับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยนี้ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาล ที่จะต้องตอบโจทย์สำคัญ นั่นคือต้องดูแลชีวิตของประชาชน ดูแลความสุขของประชาชน รัฐบาลที่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตยถ้าหากว่าสุ่มเสี่ยงในการบริหารเรื่องใด ๆ ก็ตาม อันจะเป็นผลร้ายต่อชีวิตประชาชน ต่อความสุขของประชาชน เขาเลือกประชาชนก่อนเลือก รัฐบาล นั่นคือหลักคิดปรัชญาทิศทางของการปกครองที่รัฐบาลเป็นของประชาชน ฉะนั้น ผมถือว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนผู้ด้อยโอกาส ผู้เสียเปรียบ ในสังคมนี้ ผมจึงมีข้อห่วงใยอยู่ ๒-๓ ประการครับ
ประการที่ ๑ พ.ร.บ. ฉบับนี้เราจะออก พ.ร.บ. มาให้ผู้ประกอบวิชาชีพ มีมาตรฐานได้อย่างไร นี่คือเรื่องสำคัญครับท่านประธานที่เคารพรักครับ จะให้มีจรรยาบรรณ ได้อย่างไรของผู้ประกอบวิชาชีพนี้ เมื่อสักครู่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งท่านประธานที่เคารพรักครับ จรรยาบรรณก็ดี มาตรฐานก็ดี ไม่ได้อธิบายด้วยการเรียนในระบบ รูปการณ์จิตสำนึกของคน บางครั้งไม่ได้เกิดขึ้นในสถาบันอันยิ่งใหญ่ รูปการณ์จิตสำนึกรับผิดชอบชั่วดีอธิบายด้วยระดับ ปริญญาตรี ระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอกไม่ได้ เพราะผมยังไม่ทราบเลยว่าระดับ ปริญญาตรีคนแรกใครสอนเขา ท่านประธานที่เคารพรักครับ ฉะนั้นตรงนี้อย่าอธิบายคุณวุฒิ ทางการศึกษาในระบบด้วยคำว่ามาตรฐานต้องมาจากที่ตรงนั้น จรรยาบรรณต้องมาจาก ที่ตรงนั้น มียายแก่ ๆ คนหนึ่งเดินผ่านถนนเส้นทางเล็ก ๆ เห็นเศษกระเบื้องแตก หยิบใส่ถุงไปทิ้งในถังขยะเพราะกลัวว่าเด็กเล็กหรือลูกหลานเดินผ่านมาจะเหยียบกระเบื้อง แล้วก็เป็นอันตรายต่อลูกหลาน แต่จะมีปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกสักกี่คน ที่ก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกเกลื่อนกลาดอยู่บนถนน ตรงนี้ไม่ใช่สิ่งอธิบาย ผมก็จะพูด ในเชิงหลักการท่านประธานที่เคารพรักครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นข้อห่วงใยก็คือการส่งเสริมองค์ความรู้ ฉะนั้นคำว่า องค์ความรู้ ไม่ได้เกิดขึ้นในสถาบันเสมอไปนะครับ องค์ความรู้ และถ้าให้ลงลึกไปอีกครับ ต้องผ่านการรับรู้ อ่านตำรามา ๑๐,๐๐๐ เล่มก็ไม่เท่ากับผ่านการปฏิบัติ จะมีความรอบรู้เรื่อง ลูกแอปเปิ้ล อ่านตำรา ๑๐,๐๐๐ เที่ยวก็ไม่สู้กินลูกแอปเปิ้ล ๑ ใบ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ฉะนั้นคนที่ทำเรื่องนี้มา คนที่ปฏิบัติเรื่องนี้มา ผมคิดว่าไม่น่าจะเอาคุณวุฒิทางการศึกษามาเป็นอุปสรรคเลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ เพราะได้ผ่านการปฏิบัติ เป็นการรับรู้ที่ผ่านการปฏิบัติ รู้จักว่าไฟมันร้อนเพราะเคยโดนไฟไหม้ เพราะเคยจับไฟดูจึงรู้ลึกรู้จริงและรู้ใช่ ฉะนั้นข้อห่วงใยของผมเราจะส่งเสริมองค์ความรู้ตรงนี้ อย่างไรที่น่าจะถูกบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพรักครับตรงนี้ก็ถือว่า เป็นประเด็นสำคัญเพราะสังคมวันนี้เราต้องทำสังคมของเราให้เป็นสังคมอุดมปัญญา สังคมองค์ความรู้
ในประเด็นที่ ๓ เมื่อสักครู่ก็พูดมาบ้างแล้วนั่นคือเรื่องของรูปการณ์จิตสำนึกของคน รูปการณ์จิตสำนึกของมนุษย์นี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับ ผมกำลังจะกราบเรียนท่านประธานว่า การที่จะเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่ดีได้ต้องมีรูปการณ์จิตสำนึกที่มีเมตตาธรรมเสียก่อน ดังผู้อภิปรายท่านที่ผ่านมาบอกว่าต้องมีพรหมวิหารธรรม ๔ ประการเป็นอย่างน้อย
๑. ต้องมีเมตตาปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นพ้นไปจากความทุกข์ มีจริงหรือเปล่า หรือสักแต่เพียงว่าทำงานเอาชื่อเสียง
๒. เป็นผู้มีความกรุณาจริงหรือเปล่า นั่นคือการลงไปช่วยเหลือให้เขาได้พบ กับความสุขบ้าง
๓. ก็รู้จักมีความสุขเมื่อคนอื่นมีความสุข เขาเรียกว่ามุทิตาจิต
และข้อสุดท้ายที่บอกว่าต้องมีอุเบกขา คือต้องรู้สึกว่าวางเฉยต่ออารมณ์ ที่มากระทบ
สิ่งเหล่านี้เป็นรูปการณ์จิตสำนึกที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากสถาบันการศึกษา แต่เรามาศึกษามาคิดอ่านกันดูว่าทำอย่างไรให้มีรูปการณ์จิตสำนึก สงสารคนยากคนจน สงสารคนด้อยโอกาส สงสารคนเสียเปรียบในสังคม ยกตัวอย่างท่านประธานที่เคารพรักครับ ศาสนาอิสลามในเดือนรอมฎอน ผมเป็นคนพุทธแต่กำลังจะเอาศาสนาอิสลามมาอธิบายถึง รูปการณ์สร้าง รูปการณ์จิตสำนึก ศาสนาอิสลามในเดือนรอมฎอนหรือในเดือนที่ ๙ ของปี มุสลิมของอิสลามเขาจะถือศิลอดตั้งแต่ยาจกข้างถนนจนถึงพระราชาจะไม่กินอาหารตั้งแต่ เช้าจรดค่ำ ตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจนกว่าพระอาทิตย์จะตก หลายคนไม่เข้าใจถึงอุบาย ของพระศาสดาว่าทำไมจึงทำอย่างนี้ ทำไมต้องไปอดอาหารในตอนกลางวัน แม้แต่น้ำ ท่านประธานที่เคารพรักครับก็ดื่มไม่ได้สำหรับพี่น้องที่เป็นมุสลิมในเดือนรอมฎอนครับ ท่านประธานนั่นเพื่ออะไรท่านทราบไหม ท่านประธานที่เคารพรักครับ เขาต้องการสร้าง รูปการณ์จิตสำนึกคนให้รู้ว่าความอดอยาก ความหิวโหย มันมีรสชาติเช่นไร ฉะนั้นตั้งแต่ วนิพก ขอทาน จนถึงพระราชาในเดือนที่ ๙ หรือเดือนรอมฎอนได้รู้รสชาติของความหิวโหย ความอดอยาก ท่านประธานที่เคารพครับ อธิบายอะไร ก็จะได้เข้าใจคนยากคนจน มุสลิมที่มี ฐานะดี มุสลิมที่มีตำแหน่งดี ก็จะได้เข้าใจคนด้อยโอกาส ได้เข้าใจคนเสียเปรียบ ได้เข้าใจ คนยากคนจนในสังคมว่าเขาไม่ได้หิวโหยและขาดแคลนเฉพาะในเดือนรอมฎอนเท่านั้น เขาขาดแคลนทั้งปีทั้งชาติ ได้รู้จักเมตตาและสงสารเขาบ้าง ได้มีรูปการณ์จิตสำนึก ท่วงทำนองท่าทีต่อคนยากคนจน คนอดอยากหิวโหยด้วยความเข้าใจ แต่ท่านประธาน ที่เคารพรักครับ ในสังคมหลายสังคมคนหลายคนเกิดมาก็คาบช้อนเงินช้อนทองออกมาแล้ว ฤดูกาลยังไม่มีเลยครับ เกิดมาถึงก็ถูกปรับอุณหภูมิอยู่ในห้องแอร์ (Air) ที่เหมาะสมแล้ว ที่ทำงานก็นอนห้องแอร์ คอนดิชั่น (Air Condition) ปรับอากาศอย่างดี ที่บ้านก็ปรับอากาศ อย่างดี มาทำงานก็ปรับอากาศอย่างดี กลายเป็นคนไม่รู้รสชาติ แม้แต่กระทั่งฤดูกาลว่าร้อน หนาว ฝนตก มันเป็นอย่างไร ไม่ต้องนับถึงเรื่องความอดอยากหิวโหย กินไก่หมด ๑ น่อง ต้องปรบมือยิ่งกว่าปฏิบัติภารกิจ ที่ยิ่งใหญ่มาจากสงคราม ในขณะที่ลูกคนยากคนจน เขาไม่มีแม้แต่เศษไก่ที่จะกินครับ สิ่งเหล่านี้ก็อธิบายเลยครับ อธิบายว่าถ้าเราได้ทดลองอดอยากหิวโหยเสียบ้าง มันจะมี รูปการณ์จิตสำนึก รู้จักสงสารคน รู้จักเห็นใจคน นี่ละครับสิ่งที่นักสังคมสงเคราะห์ต้องมี ไม่ใช่ว่าไปแจกผ้าห่มแล้วต้องรอทีวี (TV) ให้มาก่อน ชาวบ้านมาคอยตั้งแต่เช้าครับ ลองคิด เถอะครับ บางคนข้าวเช้าก็ไม่ได้กินมาเลยครับ รอเขาแจกผ้าห่มคิดว่ามาถึงจะได้รับแจกเลยครับ ทีวียังไม่มาจึงไม่ได้รับแจก สรุปว่าจะให้ผ้าชาวบ้านนอนอุ่นกินอิ่ม หรือว่าจะโชว์ตัวเอง ทางหน้าจอโทรทัศน์ มันก็สับสนอยู่เหมือนกันครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ สิ่งเหล่านี้ เราต้องจัดลำดับความสำคัญไว้แรก ๆ นั่นก็คือเรื่องของรูปการณ์จิตสำนึก ท่านประธานที่เคารพครับ สังคมนี้เป็นสังคมที่แปลกครับ เราไม่ค่อยยกย่องนักประดิษฐ์คิดค้น เราไม่ค่อยยกย่องผู้ที่มี คุณธรรม ผู้มีจิตใจอันงดงาม นักสังคมสงเคราะห์ที่มีรูปการณ์จิตสำนึกที่ดีมันน่าจะถึงเวลาแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ เราน่าจะยกย่อง เชิดชูคนใจบุญ คนใจดี คนใจกุศล ให้สาธารณะได้รับรู้ ในสังคมนี้ผมยังเชื่อครับ ผมไปงานบุญในหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ โอกาส ยังมีคนใจบุญเยอะ ยังมีคนใจดีเยอะ ยังมีคนใจกุศลอยู่อีกมากมาย สังเกตได้เวลาทำบุญ พระเอากลับวัดไม่หมดเลยครับ ท่านประธานครับ แต่วันนี้หลายคนเริ่มลังเล เริ่มสงสัยครับ สงสัยคนที่เป็นสื่อกลางว่าสิ่งที่เขาบริจาค สิ่งที่เขาให้ไปถึงมือผู้อ่อนแอ ถึงมือผู้ทุกข์ยาก ถึงมือผู้หิวโหยจริงหรือเปล่า หรือวัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง ก็เลยเป็นการทำลาย ช่องทาง เป็นการทำลายกำลังใจของคนใจบุญอีกมากมายที่เขาจะช่วยโดยผ่านตัวกลาง นักสังคมสงเคราะห์ ผมก็ถือว่าเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างซัพพลายเออร์ (Supplier) คือผู้นักบุญหรือคนใจบุญที่ไม่มีเวลาแต่จะบริจาคข้าวของเงินทองไปให้คนยากไร้และ ขาดแคลนในสังคม สิ่งเหล่านี้ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานไว้ว่าถึงเวลาที่เราจะต้องมาคบคิด แล้วก็ต้องออกแบบ พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อตอบโจทย์สำคัญ ๒ ประการ
๑. นั่นก็คือเราจะออกแบบ พ.ร.บ. นี้อย่างไร ให้เกิดรูปการณ์จิตสำนึกที่ดี มีจิตวิญญาณนะครับ ไม่ใช่เอาหน้าเอาตา หน้าตามันต้อง บาย โพรดักท์ (By product) ครับ มันได้มาเพราะเจตนาดี แต่ไม่ใช่อันดับหนึ่งครับ ฉะนั้นในคณะกรรมาธิการวิสามัญต้องไป ออกแบบ พ.ร.บ. นี้ ให้ตอบโจทย์การสร้างรูปการณ์จิตสำนึกที่ดีของผู้ที่จะไปประกอบวิชาชีพนี้
๒. ต้องตอบโจทย์มาตรฐานครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ มาตรฐาน สำคัญที่สุด วันนี้มาตรฐานไม่ได้อธิบายด้วยใครเรียนมามากกว่ากัน เพราะการเรียนอย่าง มหาวิทยาลัยโลกก็คือการที่เรามีชีวิตอยู่ตั้งแต่เกิดจนตาย ที่จริงเราก็อยู่ในโรงเรียนแห่งโลก ใบนี้อยู่แล้ว ก็เห็นด้วยว่าอย่าอธิบายด้วยคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษาในการเข้ามาสู่วิชาชีพนี้
และประเด็นสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพรักครับ เรื่องนี้ต้องทำให้เป็น ลักษณะของเรื่องที่ไม่สมควรจะเป็นรูปแบบเป็นระบบราชการ ดูใน พ.ร.บ. ฉบับร่างแล้ว มันดูคล้าย ๆ กับเป็นระบบราชการติดขัดด้วยระเบียบข้อบังคับเต็มไปหมด ผมเห็นแม่ชีเทราซา แกช่วยเหลือสังคมโลกมาเยอะ ระเบียบปฏิบัติ เงื่อนไขไม่เห็นจะมากมายขนาดนี้ รูปการณ์ จิตสำนึกเพียว ๆ ครับท่านประธานที่เคารพรักครับ ฉะนั้นวันนี้ผมเห็นด้วย สนับสนุน เป็นอย่างยิ่ง ต่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ สวัสดีครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ
ท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ว่าด้วยเรื่องของร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคม สงเคราะห์ พ.ศ. .... ฉบับนี้ อันดับแรกผมต้องนำเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และต้องขอขอบพระคุณรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากว่างานของนักสังคมสงเคราะห์หรือที่ภาษาต่างประเทศเขาจะเรียกว่าโซเชียล เวิร์คเกอร์ (Social worker )นั้นเป็นงานที่สำคัญแล้วก็กำลังเป็นที่น่าสนใจของน้อง ๆ เยาวชนหลายคน ที่กำลังคิดว่าจะประกอบอาชีพอะไรดีนะครับ ๑ ในอาชีพที่น่าส่งเสริมที่สุดก็คืออาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ ถามว่าทำไมต้องส่งเสริมอาชีพนักสังคมสงเคราะห์ก็เนื่องจากว่า บุคลิกลักษณะของคนไทยแล้วก็ด้วยสังคมของไทยเองก็ตามแต่ เราเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ตั้งแต่เรากำเนิดแล้วครับ ท่านประธานครับ เพราะเราชอบช่วยเหลือคนอื่น เป็นนิสัยสำคัญ ของประเทศไทย และผมคิดว่าถ้าหากว่าเรามีการกำหนดมาตรฐานของนักสังคมสงเคราะห์ ให้ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศหรือระดับเวิร์ล คลาส (World class) อาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ของคนไทยโดยคนไทยก็จะสามารถที่จะนำรายได้มาอีกถ้าหากว่าส่งออก นักสังคมสงเคราะห์ไปทั่วโลกนะครับ หลักสำคัญของนักสังคมสงเคราะห์ก็คือการช่วย ผู้เดือดร้อนให้สามารถช่วยตัวเองได้ ซึ่งภาษาอังกฤษก็ใช้คำง่าย ๆ ก็คือเฮลป์ เด็ม ทู เฮลป์ เด็มเซลซ์ (Help them to help themselves) การช่วยเขาให้ช่วยตัวเองได้เป็นการช่วย ที่สุดท้ายจริง ๆ ของนักสังคมสงเคราะห์ที่ต้องการเห็น หลังจากที่เข้าไปช่วยเคส (Case) ต่าง ๆ ถามว่าทำไมต้องมีนักสังคมสงเคราะห์ ผมตอบท่านประธานได้ว่าปัจจุบันปัญหาสังคม มีมากมาย และที่สำคัญปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นกับเด็ก เยาวชนและผู้ด้อยโอกาสก็เพิ่มทวีขึ้น ซึ่งท่านประธานจะสังเกตได้จากมีร่างพระราชบัญญัติ มีกฎหมายหลายฉบับซึ่งได้ออกบังคับใช้แล้ว จะมีคำว่า นักสังคมสงเคราะห์ พนักงานสังคมสงเคราะห์ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ ด้านสังคมสงเคราะห์ อยู่ในกฎหมายฉบับนั้น ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดและมีอีกหลายกฎหมาย ที่ต้องเกี่ยวข้องกับนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งท่านประธานครับ ถ้าหากว่านักสังคมสงเคราะห์ ที่เข้าไปอยู่ในเคสหรือเข้าไปดูแลคดีที่เกิดขึ้นกับเด็ก กับเยาวชนผู้ด้อยโอกาส กลายเป็น นักสังคมสงเคราะห์ที่ไม่มีความรู้ความสามารถที่แท้จริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่าการช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาสหรือว่าผู้ประสบเหตุหรือว่าผู้ที่เกิดคดีขึ้น ผมยกตัวอย่างเช่นในกรณีที่มีคดีเกิดขึ้นกับ เด็กก็จะต้องมีนักสังคมสงเคราะห์เข้าไป ซึ่งจะเข้าใจและเชี่ยวชาญ สามารถที่จะพูดคุยกับ เด็กเหล่านั้นได้ เด็กบางคนกระทำความผิดโดยไม่ได้เจตนาหรือหลงผิดไปเนื่องจากว่ามีสื่ออื่น ๆ หรือสิ่งเร้า แต่ถ้าหากว่าเรามีนักสังคมสงเคราะห์ที่เข้าใจงานทางด้านสังคมสงเคราะห์ มีความรู้ทางด้านสังคมสงเคราะห์ดีแล้วก็จะสามารถพูดคุยกับเด็ก และสุดท้ายก็สามารถที่จะ นำเด็กที่หลงผิดไปนั้นกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าหากว่านักสังคมสงเคราะห์ ที่เราส่งเข้าไปช่วยในการติดต่อเจรจาประสานงานกับเด็กไม่มีความรู้ที่แท้จริง สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือว่าเราก็จะทำร้ายเด็กหรือว่าผู้รับเคราะห์เหล่านั้น แล้วสุดท้ายเขาก็ไม่สามารถที่จะ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและกลับเข้ามาสู่สังคมได้ ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ฉบับนี้ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้นำเข้ามาสภาผู้แทนราษฎรมีด้วยกันทั้งหมด ๕๐ มาตรา ท่านประธานครับ ผมจะไม่ ลงรายละเอียดในรายมาตรา เพียงแต่ผมจะขออนุญาตไปในบางส่วนที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือ ทำอย่างไรเมื่อเราเห็นความสำคัญของนักสังคมสงเคราะห์แล้ว ทำอย่างไรเราจะทำให้ มีมาตรฐาน ทำอย่างไรเราจะทำให้นักสังคมสงเคราะห์เหล่านั้นมีจรรยาบรรณ และทำอย่างไรให้นักสังคมสังเคราะห์เหล่านั้น สามารถที่จะพัฒนาองค์ความรู้ มีมาตรฐานขององค์ความรู้ที่จะนำไปใช้ในงานของเขา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งสภาวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ขึ้นมา และในกฎหมายฉบับนี้ ก็ได้กำหนดกฎเกณฑ์ระเบียบต่าง ๆ แม้ว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านอาจจะมองว่ามีจำนวน มาตราเยอะ ซึ่งผมก็เห็นว่าบางครั้งการมีรายละเอียดเพื่อที่จะให้มันชัดเจนไม่ต้องไปตีความ ทีหลัง ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สามารถจะทำได้ ดังนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งในการที่จะมี ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... เพื่อส่งเสริมให้นักสังคมสงเคราะห์ เป็นอาชีพที่มีมาตรฐาน และสามารถที่จะเป็นงานที่เราสามารถที่จะส่งออกไปต่างประเทศได้ แต่ผมมีข้อสังเกตที่อยากฝากท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นในอนาคต ถ้าหากว่ามีการตั้งกรรมาธิการก็คือ ข้อสังเกตในเรื่องของชื่อนักสังคมสงเคราะห์ควบคุม ฟังแล้วค่อนข้างจะแข็งไปนิดหนึ่ง แล้วก็เหมือนกับว่าเราจะควบคุมไม่ให้มีนักสังคมสงเคราะห์ มากขึ้น ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ หรือประเทศนิวซีแลนด์ หรือประเทศ ที่เจริญแล้ว เขาจะใช้คำว่า นักสังคมสงเคราะห์จดทะเบียน ก็แปลว่านักสังคมสงเคราะห์ เหล่านี้รู้ตัวว่าจะทำหน้าที่หรือทำอาชีพเป็น โซเชียล เวิร์คเกอร์ จริง ๆ เขาเลยมาลงทะเบียน มาจดทะเบียน ขึ้นทะเบียนกับทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง หรือทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง แล้วเขาก็จะต้องพัฒนามาตรฐานในการทำงานของเขาให้เหมาะหรือว่าให้ตรง กับที่ทางทะเบียนได้จดไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อาจจะต้องดูนิดหนึ่งว่าจะเปลี่ยนจาก นักสังคมสงเคราะห์ควบคุมเป็นนักสังคมสงเคราะห์จดทะเบียนได้หรือไม่
ข้อที่ ๒ ข้อสังเกตในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือเรื่องของค่าธรรมเนียม วิชาชีพ หลายท่านอภิปรายไปแล้ว ผมก็ขออนุญาตย้ำเพิ่มเติมอีกว่า นักสังคมสงเคราะห์ ส่วนใหญ่รายได้น้อย ท่านประธานครับ เงินเดือนก็ค่อนข้างต่ำ ก็ฝากข้อสังเกตนี้ ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยดูด้วย ถ้าเป็นไปได้ทำอย่างไรนักสังคมสงเคราะห์ที่อยู่ในกระทรวงของ ท่านจะมีรายได้ จะมีค่าตอบแทน อย่างน้อย ๆ ก็สตาร์ท (Start) ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ตามที่ กระทรวงแรงงานจะประกาศในเร็ว ๆ นี้ถ้าจบปริญญาตรี แต่ถ้าไม่จบปริญญาตรีแต่มีความรู้ ความสามารถแล้วก็มีประสบการณ์ที่ผ่านงานด้านสังคมสงเคราะห์มาเป็นพัน ๆ ชั่วโมง นักสังคมสงเคราะห์นี้เหมือนนักบินนะครับ ท่านประธาน ยิ่งเข้าไปสงเคราะห์มาก ยิ่งเข้าไป ช่วยมากนับเป็นรายชั่วโมง อย่างต่างประเทศเวลาที่นักสังคมสงเคราะห์เข้าไปเคสไม่ว่า จะเป็นเคสเด็ก เคสคนแก่ที่มีปัญหาคิดเป็นรายชั่วโมง แต่ประเทศไทยคิดเป็นรายเดือน แล้วก็เงินเดือนค่อนข้างน้อย ก็เป็นข้อสังเกต ๒-๓ ประการที่อยากฝากท่านประธาน ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะทำให้งานของนักสังคมสงเคราะห์มีมาตรฐาน แล้วก็เป็นงาน ที่ยอมรับทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ไม่มี ท่านใดอภิปรายต่อถือเป็นการปิดอภิปรายนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบท่านบุญยอดครับ เกี่ยวกับเงิน ๓,๐๐๐ บาท
กราบขอบคุณท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบคุณทุกท่าน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ด้วยความห่วงใย ในความรับผิดชอบของผู้ที่จะมาทำหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ในการสังคมสงเคราะห์ อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการอย่างแท้จริง ซึ่งตามที่ท่านได้ให้ข้อความคิด แสดงความคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างมาก ข้อความคิดทั้งหลาย ทั้งมวลนี้กระผมจะขอนำไปให้กรรมาธิการนำไปประกอบการพิจารณาในวาระที่สอง และวาระที่สาม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่กฎหมายที่จะผ่านออกมาให้ดีที่สุด ให้เป็นกฎหมาย ที่เป็นประโยชน์และอำนวยประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนที่จะได้รับการบริการการสงเคราะห์ อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมที่มีมาตรฐานที่สามารถเยียวยา แก้ไขปัญหาผู้ประสบภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จะได้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงกับผู้ให้การสงเคราะห์และประชาชนผู้รับบริการ การสงเคราะห์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริการในการได้รับการคุ้มครองสิทธิ และหลักประกัน ด้านคุณภาพที่ได้มาตรฐานจากการปฏิบัติงาน คือผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมของประเทศ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะในประเทศประชาคมอาเซียนและของโลกต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ การลงมติผมขอเป็นอาทิตย์หน้าก็แล้วกันนะครับ สำหรับวันนี้ผมขอปิดการประชุมครับ