เชิดชัย ตันติศิรินทร์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๙ มกราคม ๒๕๕๕

เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เสนอให้กรมศิลปากรกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับเอกสารจดหมายเหตุโดยมีคณะกรรมการย่อยเพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของนักประวัติศาสตร์ และหารือบทบาทหอจดหมายเหตุแห่งชาติในการจัดเก็บข้อมูลจากเอกชน รวมถึงเสนอให้บันทึกประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและวัฒนธรรมอีสานอย่างชัดเจน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์กับเพื่อนบ้าน

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณรัฐบาลที่เห็นความสำคัญของจดหมายเหตุ เพราะประเทศที่เจริญเขาทำกันไป เยอะแยะแล้วนะครับ ผมดูในสาระสำคัญของกฎหมายนี้ก็พูดถึงเดฟฟินิชั่น (Definition) ของเอกสารจดหมายเหตุ การเก็บรักษาอนุรักษ์ให้มีหอสมุด ให้มีกองทุน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนที่จะไปในรายละเอียดผมขอเกริ่นนำนิดหนึ่งนะครับ ความสำคัญของ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ มันเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ครับ คนอเมริกาเขาเรียน ประวัติศาสตร์ เด็กเขาเรียนตั้งแต่เด็ก เขามีความภูมิใจในประเทศเขา ตรงข้ามประเทศไทย มีน้อยมากนะครับ เพราะว่าอะไรครับ ประวัติศาสตร์ถ้าศึกษามันจะมีผลไปต่อลูกหลาน ก็คืออนาคต ถ้าเราไม่เตรียมการตอนนี้เรามัวแต่อภิปรายกันไปอภิปรายกันมา ไม่ไปถึงไหนหรอกครับ เพราะว่าประวัติศาสตร์มีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีแต่ต้องบันทึกครับ ถ้าไม่บันทึกก็ไม่ได้ ด้านดี เช่น การเสียสละ การอุทิศตนของมนุษย์ที่จะทำความดีให้เกิดขึ้น เรื่องพฤติกรรม เรื่องจริยธรรมต่าง ๆ ด้านไม่ดี ก็คือพวกที่เราอภิปรายออกมาเยอะ ก็คือพวกที่หลงในกิเลส ลาภยศ สรรเสริญ เอาอำนาจเข้าตัว แล้วมีการใช้วาทกรรม หรือที่เรียกว่ากุศโลบาย ความจริงก็คือเล่ห์เหลี่ยมนั่นละครับ พวกนี้ต้องบันทึกให้หมดเพื่อจะ ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ขณะเดียวกันมันก็เป็นเรื่องโทษด้วย ก็เหมือนที่เขาบอกว่าอ่าน ๓ ก๊ก จบกี่รอบคบไม่ได้อย่างนี้เป็นต้น ก็เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น แล้วก็ประวัติศาสตร์มีท่าน ผู้อภิปรายว่าไม่ควรจะซ้ำรอย ขณะเดียวกันมันก็มีประโยชน์ที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องไปทำอย่างนั้นครับ เช่น ประวัติศาสตร์การแย่งชิงอำนาจในประเทศไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ผมเรียนประวัติศาสตร์ ตอนเด็กนะครับ แต่พอมาอ่านหนังสือตอนหลังที่เขียนโดยใครก็ไม่ทราบ ผมก็ไม่แน่ใจว่า มันถูกหรือเปล่าครับ กบฏอะไรต่าง ๆ ในสมัยอยุธยามีการล้มล้างกันเยอะแยะ กษัตริย์ฆ่ากันเอง กษัตริย์กับอำมาตย์ ประชาชนยึดอำนาจต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งอันนี้ ต้องบันทึกครับ เพราะว่าดีกว่าจะมีคนอื่นไปเขียนแทนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในต่างชาติเขายังมีเขียนเอาไว้ชัดเจนครับ ยกตัวอย่างเช่น ที่มาของกฎหมายแมคนา คาร์ตา (Magna Carta) ก็เป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับพวกขุนนางกับประชาชน ในการที่ว่ากษัตริย์ใช้อำนาจมาก เก็บภาษี เพราะว่าสมัยก่อนชอบทำสงครามกันก็เลย มีการไม่พอใจกัน ก็มีการรบราฆ่าฟันกัน แต่เขาเจรจากันได้นะครับ ก็คือเลยออกกติกา แมคนา คาร์ตาเพื่อควบคุมการใช้สิทธิที่ล้ำเส้นต่อประชาชน ประชาชนต้องมีเสรีภาพ ต้องมี หลักประกันนะครับ เพราะฉะนั้นแสดงว่าประวัติศาสตร์ต้องมี ๒ ด้านนะครับ ดีและชั่ว ก็ขอให้ท่านเขียนให้มันชัดเจนนะครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือประวัติศาสตร์ถ้าในภาพรวม ของประเทศมันก็มี ส่วนภูมิภาคก็มี เพราะความภูมิใจเป็นชนเผ่าพันธุ์ ชนกลุ่มน้อย หรืออะไรต่าง ๆ เขาก็มีความเป็นมานะครับ เราต้องศึกษา แล้วถ้าจะให้มีประโยชน์จริง ๆ ก็ควรจะใส่เป็น หลักสูตรเป็นภาคบังคับเหมือนสมัยเก่านะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พูดถึง พ.ร.บ. นี้ คือเราเน้นไปว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่กลายเป็นกฎหมาย แม้กระทั่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อกี้พูดว่ามันเป็นก็เป็น พ.ร.บ. ธรรมดา ๆ ความจริงมันไม่ธรรมดาครับ ถ้าจะทำให้ ไม่ธรรมดาก็ได้ เพราะว่าเรายังมี พ.ร.บ. ที่เรายกขึ้นมาให้มีความสำคัญมากมาย ผมอยากกราบเรียนไว้นะครับ

ในหมวดที่ ๖ ที่ว่าหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะยกมาเป็นเอกสารจดหมายเหตุ บอกว่าให้กรมศิลปากรกำหนด ผมก็เลยไม่ทราบเหมือนกันว่านักประวัติศาสตร์ที่มีเยอะแยะ นี่เขาจะมีส่วนร่วมไหม อยากจะเสนอให้มีผู้ที่มีความรู้อาจจะเป็นรูปคณะกรรมการย่อย ๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาจริง ๆ นะครับ

ในหมวดที่ ๒ เกี่ยวกับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ มันเป็นที่เก็บเฉย ๆ เท่านั้นเองครับ แล้วก็เป็นหน่วยราชการซึ่งอยู่ในกรมศิลปากร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ถ้าจะทำให้ใหญ่โตขึ้นมาจะมีช่องทางที่จะเปิดให้คนอื่นเข้าไปร่วมได้ไหมครับ เพราะว่า ชื่อมันเป็นที่เก็บจริง ๆ แต่มีหน้าที่ที่เขียนไว้นี้นะครับ หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีหน้าที่ ตามมาตรา ๑๓ ตั้ง ๙ หน้าที่ ในหน้าที่ ๑ ๒ ๓ หน้าที่ ๓ นี่สำคัญครับ ก็คือการจัดซื้อ หรือรับจัดหาบริจาคจากเอกชนนี่นะครับ อันนี้ปัญหาก็คือเขียนไว้จริง แต่เวลาปฏิบัติจริง หรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะว่าเอกชนที่เขาศึกษาตั้งใจค้นคว้าเองมันก็เป็นเฉพาะตัว แล้วรัฐจะรับเขาไหมครับ มันก็ควรจะมีหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าเขาจะมามอบได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์ที่อยู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาจารย์วิโรฒ ศรีสุโร นี่นะครับ เขาได้ศึกษาเรื่องศิลป์อีสานเรื่องภาพวาด หรืออะไรทางอีสานเยอะแยะ ผมก็เห็นแกพิมพ์ เป็นหนังสือแล้วก็ทิ้งเอาไว้เฉย ๆ อย่างนี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอ้ายพวกนี้มันจะบันทึกลงไปอย่างไร เพราะมันเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น แล้วก็ใช้ทั้งชีวิตเขาศึกษาพวกนี้ แล้วผมก็ไม่เห็นมีใคร ไปรวบรวมเอาไว้นะครับท่านประธานครับ เรื่องเอกชนนี่สำคัญนะครับ ประเทศจีนที่เขาเจริญ ขึ้นมาเพราะว่าเขาบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วก็บังเอิญก็ดีมีผู้ปกครองที่เป็นฮ่องเต้นี่ บังคับว่าประเทศจีนจะต้องใช้หนังสือตัวเดียวกันอย่างนี้ จะพูดเสียงอย่างไรไม่สนใจแต่เขียน เหมือนกัน ก็เลยเป็นประวัติศาสตร์ครับ มีการสลักที่บนกระดองเต่าแบบนี้ก็มีนะครับ ทำให้เราได้รับทราบว่าสมัยก่อนมันเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องของเอกชนก็เป็นสิ่งสำคัญครับ แม้กระทั่งใบลานต่าง ๆ พวกพระภิกษุที่ทางอีสานได้รวบรวมไว้มีมากมายครับ เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน ปรัชญาต่าง ๆ ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ ท่านประธานอาจจะ ให้ผมพูดบ้างนิดหนึ่งนะครับ เรื่องพระยาแถนนะครับ ผมอ่านไปอ่านมาผมยังงงอยู่ครับ ว่าพระยาแถนอยู่บนท้องฟ้านั้นเป็นเทวดา แล้วลงมาที่พื้นดิน แล้วก็มีลูกมีหลาน แล้วพวกนี้ ก็มีอาหารอะไรเอง ไม่ต้องทำมาหากินนะครับ ก็สบาย ขี้เกียจ พระยาแถนก็เลยหนีขึ้นไป บนท้องฟ้าอีก ทางข้างล่างก็เดือดร้อน ทีนี้พระยาแถนก็โมโหไม่ให้ฝนตกลงมา จนกระทั่ง ต้องมีพญาคางคก ภาษาอีสานเรียกว่าพญาขี้คางคากนี่นะครับ แต่ก่อนอื่นผมขอนอกเรื่องนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้มีผะหญาอีสานนะครับท่าน เพราะว่าการบันทึกมันต้องบันทึก เป็นภาษาไทยใช่ไหมครับ ผมก็อยากจะให้ท่านประธานเรียนให้ทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่พูด เป็นภาษาอีสานได้แปลเป็นภาษาไทยด้วยนะครับ พญาขี้คางคากนี่คือพญาคางคกนะครับ ระดมคนขึ้นไปรบกับเทวดาแล้วชนะด้วย มันเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ แล้วก็พญาแถนก็ยอมแพ้ แล้วบอกว่าจะให้น้ำฝนลงมาก็ต่อเมื่อทางมนุษย์ส่งสัญญาณก็คือยิงบั้งไฟขึ้นไป เห็นไหมครับ เขาเชื่อกันเป็นตุเป็นตะ ผมก็ไม่ทราบว่าสิ่งเหล่านี้จดหมายเหตุต่าง ๆ จะบันทึกอย่างไร ก็ไม่ทราบนะครับ ท่านประธานครับ เรื่องการจัดหมวดหมู่ไม่เป็นอะไรครับ ข้อ ๕ นะครับ การบันทึกราชพิธี รัฐพิธี ศาสนพิธี อันนี้ผมว่ามันควรจะบันทึกของประชาชนด้วยเหมือนกัน เพราะว่าจดหมายเหตุต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็บันทึกของผู้มีอำนาจนะครับ ควรจะบันทึก ของประชาชนด้วย มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างไรครับ แล้วก็ข้อ ๖ จดเหตุการณ์ที่สำคัญ ของชาติรวมทั้งเหตุการณ์ของท้องถิ่นด้วยครับ ข้อ ๗ น่าสนใจนะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าชื่อหอเฉย ๆ แต่ให้มีหน้าที่ครับ คือการศึกษา การค้นคว้าและการวิจัย หน้าที่ เหล่านี้ควรจะต้องตั้งไว้เลยว่าจะทำอะไรนะครับ ที่ผ่านมาก็มีการอภิปรายต่าง ๆ เช่น เรื่องการชำระประวัติศาสตร์ให้มันตรงครับ ที่ผมพอจะเสนอก็คือเรื่องที่มีความขัดแย้ง กับเพื่อนบ้าน ไม่ว่าประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเขมร ก็ควรจะชำระให้มันถูกต้อง เพราะว่าเวลาเราไปพูดกับเขาไม่รู้เรื่องครับ เพราะว่าประวัติศาสตร์