ธีระ วงศ์สมุทร มาชี้แจงปัญหาน้ำจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะโครงการฝายลำกระจวนและฝายพระอาจารย์จื๊อ ซึ่งมีความจุ 33.45 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีแผนงานดำเนินการ 3 ปี พร้อมงบประมาณ 600 ล้านบาท นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโครงการเขื่อนโปร่งขุนเพชร เขื่อนยางนาดี และเขื่อนชีบนที่จะดำเนินการร่วมกัน ซึ่งโครงการเหล่านี้ได้รับการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการดำเนินการเตรียมการอยู่แล้ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็น ผู้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ คือนางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ นะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุนทรีที่มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งท่านก็ได้นำปัญหาต่าง ๆ เรื่องน้ำของจังหวัดชัยภูมิมาสอบถามในสภาแห่งนี้เป็นประจำ สำหรับเรื่องนี้ถ้าผมจำไม่ผิด ท่านก็ได้สอบถามในสภาแห่งนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ขออนุญาตกราบเรียนว่ารัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรามีความตั้งใจที่จะพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหา แหล่งน้ำของประเทศนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๔ โครงการตามที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่ สำหรับกรณีฝายลำกระจวนหรือว่าฝายพระอาจารย์จื๊อนั้น โครงการนี้กรมชลประทาน ได้ศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๒ ซึ่งลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำพระอาจารย์จื๊อหรือลำกระจวนนะครับ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีความจุ ๓๓.๔๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีแผนงานกะไว้ว่าจะดำเนินการ ๓ ปี งบประมาณทั้งสิ้นอยู่ที่ ประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนให้กับสถานีสูบน้ำ ต่าง ๆ ในลำน้ำเป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ ๑๕,๐๐๐ ไร่ในฤดูฝนและฤดูแล้งอีก ๑๐,๐๐๐ ไร่ นอกจากนั้นก็เป็นแหล่งแพร่แล้วก็ขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดด้วยนะครับ แต่ด้วยข้อจำกัดที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่นะครับ สำหรับโครงการนี้ซึ่งจะเห็นว่า เกิดปัญหาในพื้นที่ไม่สามารถที่จะตั้งงบประมาณรองรับในการก่อสร้างได้ซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นที่ เก็บน้ำทั้งหมดมันกระทบอยู่ในหลายตำบลด้วยกัน ซึ่งบางตำบลไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง ยังมีการคัดค้าน หลายตำบลที่เห็นด้วยเป็นมติขององค์การบริหารส่วนตำบลเห็นสมควร ให้ดำเนินการก่อสร้างซึ่งมีอยู่ตำบลหนึ่งนะครับ ก็คือตำบลนายางกลักซึ่งไม่เห็นชอบที่จะ ให้ดำเนินการโครงการนี้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามกรมชลประทานพยายามที่จะประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ที่มีส่วนร่วมทั้งหมดพยายามทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้เห็นถึงประโยชน์ครับ ผมคิดว่าถ้าหากสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการขัดแย้งของพี่น้องประชาชนได้ก็จะสามารถ ตั้งงบประมาณก่อสร้างได้ทันทีนะครับ
สำหรับโครงการที่ ๒ ก็คือโครงการเขื่อนโปร่งขุนเพชรนั้นนะครับ ขออนุญาต กราบเรียนว่าโครงการนี้โดยข้อเท็จจริงแล้วโครงการเขื่อนโปร่งขุนเพชรนั้นเกิดขึ้นตามมติ คณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วโครงการนี้ได้มีการทำสัญญา ได้ผู้รับจ้างแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งเป็นการทำสัญญาในลักษณะแบบปรับราคาได้ แต่ก็ด้วยติดปัญหาในเรื่องที่ดินเช่นเดียวกันนะครับ พี่น้องประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วย จึงยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้นะครับ เพราะฉะนั้นได้มีมติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องเมื่อปี ๒๕๓๙ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๓ และปี ๒๕๔๔ ให้ชะลอการก่อสร้างโครงการนี้ ไว้ก่อน แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งก็ยังเห็นความจำเป็น มีการเรียกร้องให้มีการดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๔๘ ให้กรมชลประทานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านสังคมเพิ่มเติมซึ่งกรมชลประทาน ก็ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งขณะนี้การศึกษา ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็เมื่อเห็นชอบ ในตรงนี้ก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว อีกครั้งหนึ่งนะครับ ถามว่าความพร้อมพร้อมไหมครับที่จะดำเนินการ แต่ติดปัญหาอุปสรรค ตามที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ ส่วนอีก ๒ โครงการคือโครงการเขื่อนยางนาดี และโครงการเขื่อนชีบนนั้นนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าทั้ง ๒ เขื่อนนี้นะครับ กรมชลประทาน ได้วางแผนที่จะดำเนินการร่วมกันเรียกว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบน ซึ่งการเตรียมการ โครงการนี้ก็พร้อมหมดทุกอย่างที่จะดำเนินการแล้วนะครับ สำหรับเขื่อนยางนาดีนั้น เป็นเขื่อนที่มีความจุประมาณ ๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ ส่วนเขื่อนชีบนนั้นก็มีความจุ ประมาณ ๓๒๕ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วผมคิดว่าประโยชน์ของ ๒ โครงการนี้ก็เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนนอกจากในจังหวัดชัยภูมิแล้วยังอีกพี่น้องประชาชน ตามลุ่มน้ำชีได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เป็นอย่างยิ่งนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการสนับสนุนสถานีสูบน้ำต่าง ๆ ในลำน้ำชีบริเวณท้ายเขื่อนนะครับ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด อยู่ที่ประมาณ ๑๖๕,๐๐๐ ไร่นะครับ แต่เนื่องจากว่าการดำเนินการของโครงการนี้นะครับ มันติดขัดในข้อปัญหาดังที่ผมได้เคยกราบเรียนในสภาแห่งนี้ไว้ครั้งหนึ่งแล้วนะครับ เนื่องจากว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้ออกประกาศกระทรวง เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เกี่ยวกับการศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้าน คุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพหรือเราเรียกว่า อีเอชไอเอ (EHIA) นะครับ เมื่อมีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฉบับนี้ออกมานะครับ เขื่อนที่มี ความจุตั้งแต่ ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรขึ้นไป หรือพื้นที่ผิวน้ำเกิน ๑๕ ตารางกิโลเมตรขึ้นไป จำเป็นจะต้องดำเนินการศึกษาอีเอชไอเอเพิ่มเติม นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ล่าช้า ซึ่งขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทานก็ได้ดำเนินการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อศึกษาอีเอชไอเอนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งตามสัญญาจะครบสัญญาในเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ เมื่อการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้เสนอต่อคณะกรรมการ และเมื่อ คณะกรรมการเห็นชอบแล้วก็จะได้เสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติเปิดโครงการต่อไปนะครับ นี่สำหรับความก้าวหน้าครับ แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมชลประทาน เห็นถึงความจำเป็นในลุ่มน้ำชีนะครับ ซึ่งเรามองว่าโครงการใดที่สามารถแก้ไขปัญหาให้ พี่น้องประชาชนได้ในลุ่มน้ำชีนะครับ กรมชลประทานก็ได้ศึกษาโครงการอีกโครงการหนึ่ง ที่เรียกว่า โครงการประตูระบายน้ำพระอาจารย์จื๊อหรือลำเชียงทา ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านลำหานค่าย ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งโครงการนี้ได้กำหนดเอาไว้ว่า เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วก็จะมีชลประทานเพิ่มขึ้นประมาณ ๒๒,๐๐๐ ไร่นะครับ ระยะเวลา ก่อสร้าง ๔ ปี คือปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๘ สำหรับในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นี้ได้จัดสรร งบประมาณไว้ประมาณ ๒๘ ล้านบาทเพื่อดำเนินการเตรียมการเบื้องต้นของโครงการนี้ครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกผ่านทางท่านประธานเพื่อโปรดทราบครับ ขอบคุณมากครับ