วิภูแถลง พัฒนภูมิไท สนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ชัดเจนในการช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ผู้ลำบาก และผู้ด้อยโอกาส วิภูแถลง พัฒนภูมิไท เสนอแนวคิดเรื่องรูปการณ์จิตสำนึกที่จะช่วยให้คนรู้จักสงสารและเห็นใจคนยากจน และเสนอแนวคิดในการออกแบบกฎหมายเพื่อตอบโจทย์ปัญหาคนยากจนและความไม่เท่าเทียมในสังคม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติและประสบการณ์จริงในการส่งเสริมองค์ความรู้ และยังหารือเรื่องรูปการณ์จิตสำนึกของมนุษย์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเมตตา กรุณา มุทิตาจิต และอุเบกขา ในการเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่ดี
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอกราบเรียนต่อท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลว่ากระผมเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นอย่างยิ่งครับ ด้วยเหตุผลสำคัญอยู่ประมาณ ๒-๓ ประการครับท่านประธานที่เคารพครับ
ประการที่ ๑ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็น พ.ร.บ. ที่ประกาศได้อย่างชัดเจนเลยว่า เป็นพ.ร.บ. ที่ออกมาเพื่อวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ แล้ววิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ เป็นวิชาชีพที่ต้องการจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ยาก ผู้ลำบาก ผู้ด้อยโอกาสในแผ่นดิน และในสังคมนี้ฉะนั้นเจตนารมณ์ของกฎหมายก็ถือว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธานที่เคารพรักครับ
ในประการที่ ๒ ก็เป็นวิชาชีพที่สำคัญมากครับ วิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ เป็นวิชาชีพที่จะสร้างความมั่นคงของมนุษย์ อันที่จริงความมั่นคงของมนุษย์มันเป็น ความมั่นคงที่สำคัญที่สุด เป็นความมั่นคงที่จะต้องมาก่อนความมั่นคงใด ๆ ในประเทศนี้ ในสังคมนี้และในโลกนี้ เพราะความมั่นคงแห่งชาติก็ดี ความมั่นคงของรัฐบาลก็ดี มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ถ้าหากว่ามนุษย์ยังไม่มีความมั่นคงครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ อันว่าความสำคัญในข้อนี้ผมถึงกับคิดว่าอันที่จริงนอกจากโรงเรียนสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว เราน่าจะมีสภาความมั่นคงแห่งมนุษย์เสียด้วยซ้ำไปครับ รัฐบาลที่ผ่านมาหรือรัฐบาลปัจจุบัน หรือรัฐบาลในอนาคต มักจะพูดถึงความสำคัญของความมั่นคงแห่งรัฐอยู่เสมอ ๆ อันที่จริง พื้นฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงแห่งรัฐต้องสร้างความมั่นคงแห่งมนุษย์ให้เกิดขึ้นก่อนครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ดูเสมือนว่าไม่ยิ่งใหญ่ ธรรมดา ๆ แต่สิ่ง ที่เล็กนั่นล่ะครับคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ กระผมมีความห่วงใย อยู่ ๓-๔ ประการสำหรับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยนี้ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาล ที่จะต้องตอบโจทย์สำคัญ นั่นคือต้องดูแลชีวิตของประชาชน ดูแลความสุขของประชาชน รัฐบาลที่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตยถ้าหากว่าสุ่มเสี่ยงในการบริหารเรื่องใด ๆ ก็ตาม อันจะเป็นผลร้ายต่อชีวิตประชาชน ต่อความสุขของประชาชน เขาเลือกประชาชนก่อนเลือก รัฐบาล นั่นคือหลักคิดปรัชญาทิศทางของการปกครองที่รัฐบาลเป็นของประชาชน ฉะนั้น ผมถือว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนผู้ด้อยโอกาส ผู้เสียเปรียบ ในสังคมนี้ ผมจึงมีข้อห่วงใยอยู่ ๒-๓ ประการครับ
ประการที่ ๑ พ.ร.บ. ฉบับนี้เราจะออก พ.ร.บ. มาให้ผู้ประกอบวิชาชีพ มีมาตรฐานได้อย่างไร นี่คือเรื่องสำคัญครับท่านประธานที่เคารพรักครับ จะให้มีจรรยาบรรณ ได้อย่างไรของผู้ประกอบวิชาชีพนี้ เมื่อสักครู่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งท่านประธานที่เคารพรักครับ จรรยาบรรณก็ดี มาตรฐานก็ดี ไม่ได้อธิบายด้วยการเรียนในระบบ รูปการณ์จิตสำนึกของคน บางครั้งไม่ได้เกิดขึ้นในสถาบันอันยิ่งใหญ่ รูปการณ์จิตสำนึกรับผิดชอบชั่วดีอธิบายด้วยระดับ ปริญญาตรี ระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอกไม่ได้ เพราะผมยังไม่ทราบเลยว่าระดับ ปริญญาตรีคนแรกใครสอนเขา ท่านประธานที่เคารพรักครับ ฉะนั้นตรงนี้อย่าอธิบายคุณวุฒิ ทางการศึกษาในระบบด้วยคำว่ามาตรฐานต้องมาจากที่ตรงนั้น จรรยาบรรณต้องมาจาก ที่ตรงนั้น มียายแก่ ๆ คนหนึ่งเดินผ่านถนนเส้นทางเล็ก ๆ เห็นเศษกระเบื้องแตก หยิบใส่ถุงไปทิ้งในถังขยะเพราะกลัวว่าเด็กเล็กหรือลูกหลานเดินผ่านมาจะเหยียบกระเบื้อง แล้วก็เป็นอันตรายต่อลูกหลาน แต่จะมีปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกสักกี่คน ที่ก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกเกลื่อนกลาดอยู่บนถนน ตรงนี้ไม่ใช่สิ่งอธิบาย ผมก็จะพูด ในเชิงหลักการท่านประธานที่เคารพรักครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นข้อห่วงใยก็คือการส่งเสริมองค์ความรู้ ฉะนั้นคำว่า องค์ความรู้ ไม่ได้เกิดขึ้นในสถาบันเสมอไปนะครับ องค์ความรู้ และถ้าให้ลงลึกไปอีกครับ ต้องผ่านการรับรู้ อ่านตำรามา ๑๐,๐๐๐ เล่มก็ไม่เท่ากับผ่านการปฏิบัติ จะมีความรอบรู้เรื่อง ลูกแอปเปิ้ล อ่านตำรา ๑๐,๐๐๐ เที่ยวก็ไม่สู้กินลูกแอปเปิ้ล ๑ ใบ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ฉะนั้นคนที่ทำเรื่องนี้มา คนที่ปฏิบัติเรื่องนี้มา ผมคิดว่าไม่น่าจะเอาคุณวุฒิทางการศึกษามาเป็นอุปสรรคเลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ เพราะได้ผ่านการปฏิบัติ เป็นการรับรู้ที่ผ่านการปฏิบัติ รู้จักว่าไฟมันร้อนเพราะเคยโดนไฟไหม้ เพราะเคยจับไฟดูจึงรู้ลึกรู้จริงและรู้ใช่ ฉะนั้นข้อห่วงใยของผมเราจะส่งเสริมองค์ความรู้ตรงนี้ อย่างไรที่น่าจะถูกบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพรักครับตรงนี้ก็ถือว่า เป็นประเด็นสำคัญเพราะสังคมวันนี้เราต้องทำสังคมของเราให้เป็นสังคมอุดมปัญญา สังคมองค์ความรู้
ในประเด็นที่ ๓ เมื่อสักครู่ก็พูดมาบ้างแล้วนั่นคือเรื่องของรูปการณ์จิตสำนึกของคน รูปการณ์จิตสำนึกของมนุษย์นี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับ ผมกำลังจะกราบเรียนท่านประธานว่า การที่จะเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่ดีได้ต้องมีรูปการณ์จิตสำนึกที่มีเมตตาธรรมเสียก่อน ดังผู้อภิปรายท่านที่ผ่านมาบอกว่าต้องมีพรหมวิหารธรรม ๔ ประการเป็นอย่างน้อย
๑. ต้องมีเมตตาปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นพ้นไปจากความทุกข์ มีจริงหรือเปล่า หรือสักแต่เพียงว่าทำงานเอาชื่อเสียง
๒. เป็นผู้มีความกรุณาจริงหรือเปล่า นั่นคือการลงไปช่วยเหลือให้เขาได้พบ กับความสุขบ้าง
๓. ก็รู้จักมีความสุขเมื่อคนอื่นมีความสุข เขาเรียกว่ามุทิตาจิต
และข้อสุดท้ายที่บอกว่าต้องมีอุเบกขา คือต้องรู้สึกว่าวางเฉยต่ออารมณ์ ที่มากระทบ
สิ่งเหล่านี้เป็นรูปการณ์จิตสำนึกที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากสถาบันการศึกษา แต่เรามาศึกษามาคิดอ่านกันดูว่าทำอย่างไรให้มีรูปการณ์จิตสำนึก สงสารคนยากคนจน สงสารคนด้อยโอกาส สงสารคนเสียเปรียบในสังคม ยกตัวอย่างท่านประธานที่เคารพรักครับ ศาสนาอิสลามในเดือนรอมฎอน ผมเป็นคนพุทธแต่กำลังจะเอาศาสนาอิสลามมาอธิบายถึง รูปการณ์สร้าง รูปการณ์จิตสำนึก ศาสนาอิสลามในเดือนรอมฎอนหรือในเดือนที่ ๙ ของปี มุสลิมของอิสลามเขาจะถือศิลอดตั้งแต่ยาจกข้างถนนจนถึงพระราชาจะไม่กินอาหารตั้งแต่ เช้าจรดค่ำ ตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจนกว่าพระอาทิตย์จะตก หลายคนไม่เข้าใจถึงอุบาย ของพระศาสดาว่าทำไมจึงทำอย่างนี้ ทำไมต้องไปอดอาหารในตอนกลางวัน แม้แต่น้ำ ท่านประธานที่เคารพรักครับก็ดื่มไม่ได้สำหรับพี่น้องที่เป็นมุสลิมในเดือนรอมฎอนครับ ท่านประธานนั่นเพื่ออะไรท่านทราบไหม ท่านประธานที่เคารพรักครับ เขาต้องการสร้าง รูปการณ์จิตสำนึกคนให้รู้ว่าความอดอยาก ความหิวโหย มันมีรสชาติเช่นไร ฉะนั้นตั้งแต่ วนิพก ขอทาน จนถึงพระราชาในเดือนที่ ๙ หรือเดือนรอมฎอนได้รู้รสชาติของความหิวโหย ความอดอยาก ท่านประธานที่เคารพครับ อธิบายอะไร ก็จะได้เข้าใจคนยากคนจน มุสลิมที่มี ฐานะดี มุสลิมที่มีตำแหน่งดี ก็จะได้เข้าใจคนด้อยโอกาส ได้เข้าใจคนเสียเปรียบ ได้เข้าใจ คนยากคนจนในสังคมว่าเขาไม่ได้หิวโหยและขาดแคลนเฉพาะในเดือนรอมฎอนเท่านั้น เขาขาดแคลนทั้งปีทั้งชาติ ได้รู้จักเมตตาและสงสารเขาบ้าง ได้มีรูปการณ์จิตสำนึก ท่วงทำนองท่าทีต่อคนยากคนจน คนอดอยากหิวโหยด้วยความเข้าใจ แต่ท่านประธาน ที่เคารพรักครับ ในสังคมหลายสังคมคนหลายคนเกิดมาก็คาบช้อนเงินช้อนทองออกมาแล้ว ฤดูกาลยังไม่มีเลยครับ เกิดมาถึงก็ถูกปรับอุณหภูมิอยู่ในห้องแอร์ (Air) ที่เหมาะสมแล้ว ที่ทำงานก็นอนห้องแอร์ คอนดิชั่น (Air Condition) ปรับอากาศอย่างดี ที่บ้านก็ปรับอากาศ อย่างดี มาทำงานก็ปรับอากาศอย่างดี กลายเป็นคนไม่รู้รสชาติ แม้แต่กระทั่งฤดูกาลว่าร้อน หนาว ฝนตก มันเป็นอย่างไร ไม่ต้องนับถึงเรื่องความอดอยากหิวโหย กินไก่หมด ๑ น่อง ต้องปรบมือยิ่งกว่าปฏิบัติภารกิจ ที่ยิ่งใหญ่มาจากสงคราม ในขณะที่ลูกคนยากคนจน เขาไม่มีแม้แต่เศษไก่ที่จะกินครับ สิ่งเหล่านี้ก็อธิบายเลยครับ อธิบายว่าถ้าเราได้ทดลองอดอยากหิวโหยเสียบ้าง มันจะมี รูปการณ์จิตสำนึก รู้จักสงสารคน รู้จักเห็นใจคน นี่ละครับสิ่งที่นักสังคมสงเคราะห์ต้องมี ไม่ใช่ว่าไปแจกผ้าห่มแล้วต้องรอทีวี (TV) ให้มาก่อน ชาวบ้านมาคอยตั้งแต่เช้าครับ ลองคิด เถอะครับ บางคนข้าวเช้าก็ไม่ได้กินมาเลยครับ รอเขาแจกผ้าห่มคิดว่ามาถึงจะได้รับแจกเลยครับ ทีวียังไม่มาจึงไม่ได้รับแจก สรุปว่าจะให้ผ้าชาวบ้านนอนอุ่นกินอิ่ม หรือว่าจะโชว์ตัวเอง ทางหน้าจอโทรทัศน์ มันก็สับสนอยู่เหมือนกันครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ สิ่งเหล่านี้ เราต้องจัดลำดับความสำคัญไว้แรก ๆ นั่นก็คือเรื่องของรูปการณ์จิตสำนึก ท่านประธานที่เคารพครับ สังคมนี้เป็นสังคมที่แปลกครับ เราไม่ค่อยยกย่องนักประดิษฐ์คิดค้น เราไม่ค่อยยกย่องผู้ที่มี คุณธรรม ผู้มีจิตใจอันงดงาม นักสังคมสงเคราะห์ที่มีรูปการณ์จิตสำนึกที่ดีมันน่าจะถึงเวลาแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ เราน่าจะยกย่อง เชิดชูคนใจบุญ คนใจดี คนใจกุศล ให้สาธารณะได้รับรู้ ในสังคมนี้ผมยังเชื่อครับ ผมไปงานบุญในหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ โอกาส ยังมีคนใจบุญเยอะ ยังมีคนใจดีเยอะ ยังมีคนใจกุศลอยู่อีกมากมาย สังเกตได้เวลาทำบุญ พระเอากลับวัดไม่หมดเลยครับ ท่านประธานครับ แต่วันนี้หลายคนเริ่มลังเล เริ่มสงสัยครับ สงสัยคนที่เป็นสื่อกลางว่าสิ่งที่เขาบริจาค สิ่งที่เขาให้ไปถึงมือผู้อ่อนแอ ถึงมือผู้ทุกข์ยาก ถึงมือผู้หิวโหยจริงหรือเปล่า หรือวัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง ก็เลยเป็นการทำลาย ช่องทาง เป็นการทำลายกำลังใจของคนใจบุญอีกมากมายที่เขาจะช่วยโดยผ่านตัวกลาง นักสังคมสงเคราะห์ ผมก็ถือว่าเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างซัพพลายเออร์ (Supplier) คือผู้นักบุญหรือคนใจบุญที่ไม่มีเวลาแต่จะบริจาคข้าวของเงินทองไปให้คนยากไร้และ ขาดแคลนในสังคม สิ่งเหล่านี้ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานไว้ว่าถึงเวลาที่เราจะต้องมาคบคิด แล้วก็ต้องออกแบบ พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อตอบโจทย์สำคัญ ๒ ประการ
๑. นั่นก็คือเราจะออกแบบ พ.ร.บ. นี้อย่างไร ให้เกิดรูปการณ์จิตสำนึกที่ดี มีจิตวิญญาณนะครับ ไม่ใช่เอาหน้าเอาตา หน้าตามันต้อง บาย โพรดักท์ (By product) ครับ มันได้มาเพราะเจตนาดี แต่ไม่ใช่อันดับหนึ่งครับ ฉะนั้นในคณะกรรมาธิการวิสามัญต้องไป ออกแบบ พ.ร.บ. นี้ ให้ตอบโจทย์การสร้างรูปการณ์จิตสำนึกที่ดีของผู้ที่จะไปประกอบวิชาชีพนี้
๒. ต้องตอบโจทย์มาตรฐานครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ มาตรฐาน สำคัญที่สุด วันนี้มาตรฐานไม่ได้อธิบายด้วยใครเรียนมามากกว่ากัน เพราะการเรียนอย่าง มหาวิทยาลัยโลกก็คือการที่เรามีชีวิตอยู่ตั้งแต่เกิดจนตาย ที่จริงเราก็อยู่ในโรงเรียนแห่งโลก ใบนี้อยู่แล้ว ก็เห็นด้วยว่าอย่าอธิบายด้วยคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษาในการเข้ามาสู่วิชาชีพนี้
และประเด็นสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพรักครับ เรื่องนี้ต้องทำให้เป็น ลักษณะของเรื่องที่ไม่สมควรจะเป็นรูปแบบเป็นระบบราชการ ดูใน พ.ร.บ. ฉบับร่างแล้ว มันดูคล้าย ๆ กับเป็นระบบราชการติดขัดด้วยระเบียบข้อบังคับเต็มไปหมด ผมเห็นแม่ชีเทราซา แกช่วยเหลือสังคมโลกมาเยอะ ระเบียบปฏิบัติ เงื่อนไขไม่เห็นจะมากมายขนาดนี้ รูปการณ์ จิตสำนึกเพียว ๆ ครับท่านประธานที่เคารพรักครับ ฉะนั้นวันนี้ผมเห็นด้วย สนับสนุน เป็นอย่างยิ่ง ต่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ สวัสดีครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ