สุรสาล ผาสุข อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเสนอแนวคิดที่จะตราพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์เพื่อควบคุมมาตรฐานทางจรรยาบรรณของนักสังคมสงเคราะห์ และให้ใบประกอบวิชาชีพเพื่อแสดงถึงความรู้และความสามารถของนักสังคมสงเคราะห์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะพูดถึงนักสังคมสงเคราะห์ ในประเทศไทย ก็เชื่อกันว่าน่าจะมีมาแล้วไม่น้อยกว่า ๖๐ ปี ในปัจจุบันนี้ประเทศเรานั้น มีนักสังคมสงเคราะห์อยู่ในประเทศรวมทั้งสิ้นโดยประมาณ ๑,๖๔๐ คน ในจำนวนนี้ อยู่ในมหาวิทยาลัย ๗ แห่ง จำนวนประมาณ ๗๔ คน อยู่ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ประมาณ ๕๔๕ คน แล้วก็อยู่ในหน่วยงานอื่น ๆ ที่ใช้นักสังคมสงเคราะห์ อีกบ้างประปราย ท่านประธานที่เคารพครับ จำนวนนักสังคมสงเคราะห์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่สอดรับกับสภาวการณ์ของปัญหาของสังคมภายในประเทศที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ระดับ จะเห็นได้ว่าในมหาวิทยาลัยในประเทศไทยนั้นมีจำนวนมากมายหลายแห่งด้วยกัน ปัญหาสังคมในมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นไม่น้อย แต่กลับมีนักสังคมสงเคราะห์อยู่ในมหาวิทยาลัย เพียง ๗ แห่ง จำนวนเพียง ๗๔ คนเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นเครื่องที่บ่งชี้ได้อย่างดีว่าจำนวน นักสังคมสงเคราะห์ในประเทศไทยเรานั้นไม่เพียงพอจริง ๆ อันนี้ไม่นับรวมที่จะต้องไปดูแล สงเคราะห์พี่น้อง ประชาชนในเรื่องต่าง ๆ อีกมากมาย ในปัจจุบันนั้นเรามีมหาวิทยาลัยที่สามารถผลิตบัณฑิต ทางด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ได้อยู่ ๕ แห่งใน ๕ แห่งนั้นเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ๓ แห่ง แล้ว ก็เป็นของเอกชนอีก ๒ แห่งนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าทำไมจึงมีผู้สนใจที่จะเรียน ทางด้านสังคมศาสตร์ หรือสังคมสงเคราะห์น้อยลง คิดว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้นักเรียนที่จบ มัธยมศึกษาตอนปลายไม่สนใจที่จะเข้าศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้ ก็คงคล้าย ๆ กับจำนวน บัณฑิตที่จะจบทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งนับวันก็มีจำนวนน้อยลงทุกวัน ๆ นะครับ หลัก ๆ นั้น อาจจะมาจากว่าอาชีพนี้ไม่ค่อยจะมีความชัดเจนเท่าใดนัก ไม่ชัดเจนในเรื่องอะไรบ้างครับ ในเรื่องของความก้าวหน้าในอาชีพ ไม่ชัดเจนในเรื่องของรายได้ ไม่ชัดเจนในเรื่องของการที่จะ ได้รับเกียรติจากสังคม น้อยครั้งนักที่สังคมเรานั้นจะกล่าวถึงนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งก็จะมีบ้าง ในบางครั้งที่เกิดเป็นข่าวคราวทางหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น หรือไม่ชัดเจนในเรื่องของเส้นทาง ของความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ ตลอดจนความไม่ชัดเจนในเรื่องการส่งเสริม และการพัฒนาองค์ความรู้ ยังมีอีกหลายประการที่ไม่ชัดเจน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะ กลายเป็นปัจจัยที่นำมารวมกันแล้วนำไปสู่ความไม่สนใจของนักเรียน นักศึกษาที่จะเข้ามา ศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้ และส่งผลให้มีจำนวนนักสังคมสงเคราะห์ไม่เพียงพอที่จะออกไปดูแล ประชาชน หรือเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศของเรา เรื่องนี้ผมอยากจะฝากผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะได้พิจารณาเรื่องนี้ว่า ขอได้โปรดประสาน หรือเชิญผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงหลัก หรือ สกอ. หรือหน่วยงาน หลายหน่วยงานที่ใช้นักสังคมสงเคราะห์ว่าขอได้กรุณาลงมาดูแลเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อที่จะจูงใจให้มีบัณฑิตทางด้านนี้เพิ่มมากขึ้น
ในประการต่อมาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าถามว่าการยอมรับ ของพี่น้องประชาชนที่มีต่ออาชีพนักสังคมสงเคราะห์นั้นมีมากหรือน้อยแค่ไหน หรือถ้าจะ ถามว่าความมั่นใจของสังคมที่มีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนักสังคมสงเคราะห์เป็นอย่างไร เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นอีกประเด็นหนึ่งเหมือนกันนะครับที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าควรที่จะต้องพิจารณาประเด็นเหล่านี้ด้วย ถามว่าความมั่นใจของสังคม จะมีต่อนักสังคมสงเคราะห์นั้นเกิดจากอะไรบ้าง ก็แน่นอนครับต้องเกิดจากประสิทธิภาพ เกิดจากคุณภาพ เกิดจากการประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในจรรยาบรรณของนักสังคมสงเคราะห์ ทั้งหลายที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่ประจักษ์อยู่ในสังคมขณะนี้ รวมไปถึงในการพัฒนาบัณฑิต ทางด้านนี้ของมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือของเอกชนก็ตามว่าหลักสูตรเหล่านั้นเป็นหลักสูตร ที่มีตัวชี้วัดถึงความสามารถ ถึงคุณภาพ ถึงประสิทธิภาพของบัณฑิตมากน้อยขนาดไหน รายวิชาที่เปิดเรียนเป็นอย่างไร แล้วก็การฝึกปฏิบัติก่อนที่จะจบออกมาเป็นบัณฑิตนั้น มีความเข้มข้นมากน้อยขนาดไหน กระบวนการในการที่จะฟูมฟักนิสิต นักศึกษาเหล่านั้น ก่อนที่จบออกมานั้น มีกระบวนการในการที่จะสร้างสำนึกแห่งความเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ได้ดีมากน้อยขนาดไหน ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงเวลาแล้วครับที่ประเทศไทยเราจะต้อง มีพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อให้วิชาชีพนี้ เป็นวิชาชีพที่มีความเข้มแข็ง เพื่อให้วิชาชีพนี้มีการควบคุมมาตรฐานทางจรรยาบรรณ ที่ชัดเจน เพื่อให้วิชาชีพนี้ เพื่อให้ พ.ร.บ. นี้นำไปสู่การส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ ให้นักพัฒนาสังคมมีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีความก้าวหน้า และที่สำคัญคือให้เขาสามารถ ทำงานกับผู้ใช้บริการด้วยองค์ความรู้ ด้วยวิธีการ และด้วยทักษะอย่างคนที่เป็นมืออาชีพ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้จะมีการออกใบประกอบวิชาชีพให้ ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง เพราะว่าใบประกอบวิชาชีพนั้นย่อมเป็นเครื่องหมาย ย่อมเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าบุคคลผู้นั้นมีความรู้ มีความสามารถอย่างแท้จริงมากน้อยเพียงใด ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุผลดังที่ได้กราบเรียนท่านประธานมานั้น กระผมจึงเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. .... ซึ่งนำเสนอโดยคณะรัฐมนตรีฉบับนี้ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่สมควรได้รับการสนับสนุนครับ ขอบพระคุณครับ