เหวง โตจิราการ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ..... และเรียกร้องการแก้ไขเพื่อให้ครอบคลุมและเปิดกว้างในการเก็บเอกสารในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่นำเสนอโดยคณะรัฐมนตรี กระผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่มีพระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้นำมาสู่การพิจารณาของสภาของเรา เพราะเหตุว่าผมได้เคยกราบเรียน ท่านประธานไปครั้งหนึ่งแล้ว ผมมุ่งหวังที่จะให้ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่มีความโดดเด่น ในหลาย ๆ ด้านที่เราพึงจะมี ท่านประธานครับ ท่านประธานคงจะทราบเช่นเดียวกับ ผมนะครับว่า หอสมุดที่ดีที่สุดในโลกนี่ก็คือของสภาคองเกรส (Congress) ของประเทศ สหรัฐอเมริกา ผมเองเฝ้าถามตัวเองแล้วผมก็อยากจะถามท่านประธานด้วยนะครับว่า เราสามารถที่จะทำให้หอสมุดของสภาของเราเป็นหอสมุดที่ได้รับการนิยมชมชื่นในระดับโลก หรือไม่ครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานคงจะมีความเห็นเช่นเดียวกับผมก็คือว่าเรามุ่งหวัง ที่อยากจะให้หอสมุดของประเทศไทยเรา และถ้าเป็นไปได้ก็คือหอสมุดของรัฐสภาเราเป็นที่ นิยมชมชอบของประชาชนชาวโลก แต่การที่จะเป็นอย่างนี้ได้ เราต้องสะสมองค์ประกอบ ที่สำคัญทั้งหลายให้แข็งแรงขึ้นมาก่อน แล้วองค์ประกอบดังกล่าวนั้น อันหนึ่งก็คือว่าจะต้องมี หอจดหมายเหตุแห่งชาติที่ดีที่แข็งแรงเกิดขึ้นมาก่อน จากนั้นองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้ จะประกอบส่วนทำให้ระบบห้องสมุดของประเทศไทยแข็งแรงและเป็นเลิศในโลกแห่งหนึ่งด้วย ทีนี้ผมกราบเรียนท่านประธาน ทำไมอเมริกาเขาสามารถทำให้ห้องสมุดคองเกรสของเขาเป็น ห้องสมุดที่เป็นเลิศอันดับหนึ่งของโลกนะครับ ทั้ง ๆ ที่มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ของอเมริกา ไม่สามารถที่จะแซงหน้าห้องสมุดของสภาคองเกรสของเขาได้เลย ที่สำคัญก็คือการจัดเก็บ เอกสาร ที่สำคัญก็คือการใส่ใจ ที่สำคัญก็คือการสนับสนุน ที่สำคัญก็คือว่ามีการรวบรวมทุก ๆ ความคิดเห็นครับเข้าไปในหอสมุดดังกล่าว และในวันนี้นอกจากที่จะมีเล่มหนังสือแล้วครับ เขายังมีบริการในการที่จะสามารถสืบค้นได้โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็คือหมายความว่าถ้าเรา เข้าไปในอินเทอร์เน็ตเราอยากจะรู้อะไร เราเข้าไป เราสามารถที่จะหาคำตอบในนั้นได้นะ ครับหรือหาทุกความคิดเห็นที่แตกต่างกันในนั้นได้ ดังนั้นผมถึงกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่าผมสนับสนุนพระราชบัญญัติหอจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... แต่ในขณะเดียวกัน ผมมาดูแล้วผมก็มีความกังวลหลายประการที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้นะครับ ส่วนที่สนับสนุนผมก็คงจะไม่พูดเพื่อจะได้ไม่เยิ่นเย้อ ผมพยายามที่อภิปรายให้กระชับ อย่างที่ท่านประธานต้องการ สิ่งที่ผมกังวลก็คือว่า ข้อที่ ๑ ในนี้เขียนไว้ว่าเป็น พ.ร.บ. จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... แต่ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าไปดูมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว หรือไปดูหนังสือประกอบการพิจารณาจะเห็นว่าในนี้ค่อนข้างจะเขียนไว้แคบ เอกสารที่ได้รับการบรรจุในหอจดหมายเหตุแห่งชาตินี่นะครับ จะมีเฉพาะเอกสาร ทางราชการเท่านั้นเอง ดังนั้นข้อแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าเราควร จะต้องเปิดให้กว้างนะครับ ก็คือไม่ใช่เอาเฉพาะเอกสารของทางราชการเท่านั้นเอง เราควรจะต้องเปิดรับเอกสารของทางด้านเอกชนหรือบุคคลอื่น ๆ ทั้งภายในประเทศไทย และทั้งสากลด้วยครับ เพื่อทำให้หอจดหมายเหตุของเราอุดมสมบูรณ์ด้วยเนื้อหาที่ดีเลิศ แล้วถ้าท่านประธานไปอ่านในรายละเอียด ผมเองประหลาดใจมากว่า ใน พ.ร.บ. จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. .... ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงจดหมายเหตุหรือบันทึกที่อยู่ใน สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ไม่ทราบว่าตกหล่นไปได้อย่างไรครับ ที่จริงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาราชการก็ดี หรือสถาบันการศึกษาของเอกชนก็ดี ล้วนแล้วแต่ เป็นคลังแห่งความรู้ คลังแห่งวิชาการทั้งสิ้น ดังนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ตัวชื่อบอกว่าเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ แต่พอไปดูตัวเนื้อหาแล้ว ไม่ทราบว่าจงใจ หรืออย่างไร ในนี้ไม่มีการครอบคลุมถึงการเก็บจดหมายเหตุหรือว่า เก็บเอกสารที่เป็นประโยชน์เข้ามาในหอจดหมายเหตุจากส่วนของเอกชนเลยนะครับ ซึ่งผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ต้องไปหาที่ระบุสักแห่งหนึ่งว่าสถาบันการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา หรือกระทั่งสถาบันการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาหรือประถมศึกษา เราก็ควรจะต้องเก็บเข้ามานะครับ ผมเชื่อว่าครูบาอาจารย์ไม่ว่าในระดับไหนนะครับ จะเป็น ประถมศึกษาก็ดี มัธยมศึกษาก็ดี อุดมศึกษาก็ดี สามารถที่จะผลิตสิ่งที่มีคุณค่าทางวิชาการ ขึ้นมาได้ ที่ทรงภูมิความรู้ขึ้นมาได้ ดังนั้นนี่เป็นสิ่งที่ผมฝากไว้นะครับว่านี่เป็นข้อจำกัดของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วข้อต่อมาต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าคำว่า จดหมายเหตุแห่งชาติ เราต้องเปิดกว้างนะครับ แปลว่าเราต้องยอมรับว่าในชาตินั้น ประกอบด้วยพี่น้องประชาชน ประชาชนจำนวนมากมายนะครับ หลายเผ่าพันธุ์ หลายความเชื่อ แล้วก็มีข้อคิดเห็นอะไรที่แตกต่างกันมากมาย ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างหนึ่งนะครับ ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีการจดบันทึกกันแล้วรับรองอย่างเป็นราชการนี่ ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่ามีจุดอ่อนข้อบกพร่องมากมาย จนมีการโต้แย้งกันมากมาย แล้วผม ดีใจนะครับว่ามาในระยะประมาณ ๑๐ ปีให้หลังนี้เองมีข้อถกเถียงหลายอัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่อาจที่จะนำขึ้นมาถกเถียงในที่สาธารณะได้ แต่ปัจจุบันก็มีคนนำขึ้นมาถกเถียงแล้ว ซึ่งก็กราบเรียนท่านประธานนะครับเราต้องต้อนรับนะครับ เราอย่าไปปฏิเสธคำถามต่าง ๆ เหล่านั้น หาว่าเป็นคำถามที่ทำลายบ้าง หรือไม่จงรักภักดี หรือไม่รักชาติบ้าง ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานสัก ๒-๓ ประเด็นนะครับ ซึ่งขณะนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก แล้วยังไม่มีข้อสรุป อันนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับนี่เป็นคำถามเชิงวิชาการ เพราะฉะนั้นท่านประธานโปรดอย่างเพิ่งตกใจนะครับ กราบเรียนท่านประธานว่า มีคำถามหนึ่งนะครับ ซึ่งในแวดวงวิชาการเขาถกเถียงกันมาก แล้วขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ นั่นก็คือว่าหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงที่เราเรียนกันนั้นเป็นของจริงหรือเป็นของ ที่สร้างขึ้นมาทีหลัง อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ขณะนี้ยังมีการถกเถียงกันอยู่เลยนะครับ ยังไม่มีข้อสรุป ผมเองก็ยังฟังทั้ง ๒ ฝ่าย แรกสุดผมได้รับการสั่งสอนมาหรือเรียนมาในโรงเรียนตามหลักสูตร ของกระทรวงศึกษาธิการ ผมก็เชื่อโดยสนิทใจว่าหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงนั้น เป็นของจริงแท้แน่นอน ไม่มีการปลอมแปลง แต่ตอนหลังฟังนักวิชาการหลายท่าน ให้ข้อวิเคราะห์ว่าภาษาอย่างนี้ยังไม่ทันเกิดในสมัยพ่อขุนรามคำแหงอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ก็เลยทำให้เกิดการสั่นสะเทือนในเรื่องความเชื่อมั่นที่มีแต่เดิม ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ควรจะต้องมีการพิสูจน์กันแล้ว ที่จริงในวันนี้พิสูจน์ไม่ยากเลย เพราะความเจริญก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์มันไปถึงขั้นที่สามารถที่จะพิสูจน์อายุของสิ่งของได้ อย่างเช่น เวลาไปขุดชั้นหินเราบอกได้เลยนะครับว่าหินอันนี้มีอายุประมาณ ๓๐๐ ล้านปีที่แล้ว เป็นต้น อันนี้ก็เช่นกันเราสามารถที่จะขุด แต่ตรงนี้ก็มีข้อถกเถียงอีกนะครับว่าหินก้อนนั้นอาจจะ บังเอิญมีอายุเท่านี้ แต่ว่ามันขุดขึ้นมาในปี พ.ศ. นี้ ดังนั้นจึงยังไม่ใช่หลักศิลาจารึกที่แท้จริง ของพ่อขุนรามคำแหง เป็นต้น นี่เป็นการสะท้อนออกนะครับท่านประธานครับว่า ประวัติศาสตร์ของไทยเราที่เป็นฉบับราชการนั้นยังมีข้อโต้แย้งเยอะแยะ ทั้งนี้เนื่องจาก ในอดีตที่ผ่านมาการศึกษาของเราด้านเดียวครับ ก็คือฝ่ายที่มีอำนาจเขาจะเป็นคนกำหนดว่า ให้ประชาชนเชื่ออะไร เรียนอะไร แล้วให้ฟังอย่างนั้น เชื่ออย่างนั้น แล้วห้ามโต้แย้งด้วย หากโต้แย้งจะถูกกล่าวหาทันที ถ้าหากอยู่ในห้องเรียนอาจจะโดนไม้เรียว หรือหากว่าในข้อสอบ ก็อาจจะได้ ๐ หรือสอบตก หรือไม่สามารถสอบเข้าได้ ซึ่งวิธีการอย่างนี้เป็นการทำลาย ภูมิปัญญาของคนไทยอย่างยิ่ง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานประเด็นที่ ๒ ซึ่งเป็น คำถามทางประวัติศาสตร์นะครับ ท่านประธานอย่าเพิ่งตกใจนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าผมนำเสนอท่านประธานในลักษณะที่เป็นวิชาการครับ คือมีข้อกล่าวหา ในทางประวัติศาสตร์ กล่าวหาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนะครับ ซึ่งเป็นพระมหาราช องค์ยิ่งใหญ่องค์หนึ่งของประเทศไทย พระองค์ท่านมีคุณูปการต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล พระองค์ท่านกอบกู้เอกราชจากพม่านะครับ แล้วพระองค์ท่านก็รวบรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว ในวันนั้นมี ๖ ก๊ก ๗ ก๊ก หากไม่มีมหิทธานุภาพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าประเทศไทยอาจจะเป็นเบี้ยหัวแหลกหัวแตกหรือเปล่า แต่ประวัติศาสตร์บางฉบับ โดยบางคน โดยบางสำนัก หรือประวัติศาสตร์เขาเรียกว่าอะไรครับ ทางการของเราบางฉบับก็ไประบุว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชท่านทรงมีพระสติวิปลาส ผมสงสัยครับ เพราะว่าผมได้มีโอกาสอ่านบันทึกทางประวัติศาสตร์อีกฉบับหนึ่งนะครับ ซึ่งบันทึกมาจาก ขออนุญาตท่านประธานนะครับสมเด็จพระสังฆราชในสมัยเดียวกับ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านบันทึกไว้นะครับว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ท่านไม่ได้มีสติวิปลาสครับ เป็นต้น ตรงนี้สังคมไทยยังไม่ได้ตอบครับว่าแท้ที่จริงแล้ว สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระองค์ท่านทรงมีพระสติวิปลาสหรือไม่ อย่างไร นี่ของเราแท้ ๆ เรายังไม่สามารถบอกชาวโลกได้เลย มันฟ้องครับท่านประธานว่าของเราวิชาประวัติศาสตร์ หรือการยอมรับความจริงเป็นจริงในประวัติศาสตร์ของเรามีปัญหามากจริง ๆ เพราะฉะนั้น เราตั้งต้นจากจดหมายเหตุฉบับนี้ได้ไหมครับว่าต่อไปนี้เราจะเปิดโอกาสให้ความจริงพิสูจน์ ตัวมันเอง ดังนั้นถ้าหากมีความจริงที่แตกต่างกันมาท้าท้าย เราก็ต้องมีการพิสูจน์อย่างเป็น วิทยาศาสตร์ว่าความจริงอันไหนแน่เป็นความจริงที่เที่ยงแท้แน่นอน ท่านประธานครับ อย่างเช่นเรื่องที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ระยะใกล้ ผมกราบเรียนท่านประธาน เป็นประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างจะระยะไกลสักนิดหนึ่ง ก็คือไล่มาตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาจนถึง สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ผมอยากจะขยับเข้ามาใกล้สักนิดหนึ่ง ก็คือในกรณีของ การเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ มาจนถึงปัจจุบัน มันมีคำถามอีกมากมายเลย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคณะราษฎร มีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันหรือเปล่า และเกิดอะไรขึ้นกับ ประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นไป ตอนนั้นเราได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งก้าวหน้าที่สุด ในภูมิภาคนี้นะครับ ยกเว้นประเทศจีนเท่านั้นเอง เมื่อเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นแล้วเราก้าวหน้า กว่าเขาเยอะ แต่มาจนถึงวันนี้ทำไมประเทศไทยเรายังล้าหลังกว่าประเทศญี่ปุ่น ทั้ง ๆ ที่เรา ไม่มีอะไรด้อยกว่าเขาแม้สักนิด แต่ว่าเราก็ยังล้าหลังกว่าเขา ทั้งนี้เนื่องจากว่าการต่อสู้ทาง การเมืองของประเทศไทยนั้นมันทำให้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ได้รับการสถาปนาขึ้น ในประเทศไทย ตรงกันข้ามก็คือว่าระบอบอำนาจนิยม หรือระบอบเผด็จการทรราชกลับมี อำนาจมาครั้งแล้วครั้งเล่านับตั้งแต่การรัฐประหารปี ๒๔๙๐ เป็นต้นมา และจากนั้นเป็นต้นมา ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ก็ถูกบิดเบือนไปโดยสิ้นเชิง อาจารย์ปรีดีและคณะราษฎร กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของประวัติศาสตร์ ท่านคงจะทราบนะครับ มีข้อกล่าวหาต่อ อาจารย์ปรีดีและคณะราษฎรจำนวนมากมายไพศาล ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่าข้อกล่าวร้ายทั้งสิ้น ถ้าหากว่ามีการพิสูจน์ทางวิชาการอย่างแท้จริงแล้ว ผมเชื่อว่าอาจารย์ปรีดี ไม่ได้ทำตามข้อกล่าวร้ายดังกล่าวแม้แต่น้อยนะครับ และขยับเข้ามาใกล้สักนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ หากว่าอนุชนรุ่นหลังของเราอยากจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยว่า เกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ในวันนี้อนุชนรุ่นหลังไม่ได้รับอนุญาต ให้การศึกษาแล้วครับ ผมจำได้ว่าในสมัยเด็ก ๆ นี่นะครับ ได้มีการบันทึกในหนังสือประวัติศาสตร์ และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นวันชาติของไทยครับ แต่วันนี้ ไม่ทราบว่าวันที่ ๒๔ มิถุนายน หายไปไหนนะครับ และหากว่าไปถามเด็กในสมัยนี้นะครับ เขาไม่รู้เลยว่าวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น อันนี้เป็นตัวอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานมาเป็นลำดับ ๆ และผมจะขออนุญาต เข้ามาใกล้ตัวเรื่อย ๆ นะครับ อย่างกรณีของ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมไม่เข้าใจครับว่าทำไม ในแวดวงวิชาการของประเทศไทยไม่อนุญาตให้หนังสือประวัติศาสตร์ได้มีพื้นที่เปิดโอกาสให้ ประชาชนไทยได้รับทราบบ้างว่า ๑๔ ตุลา คืออะไร ท่านประธานไปอ่านดูสิครับ ในหนังสือ ตำราประวัติศาสตร์ซึ่งตอนหลังเขาเรียกอะไร ผมก็จำไม่ได้แล้วนะครับ เขาเรียกไม่ใช่ ประวัติศาสตร์แล้ว เขาเรียกอะไรผมก็เรียกไม่ถูกแล้ว เพราะว่าผมไปอ่านตำราแล้วงงมาก เพราะว่ารวมหลายเรื่องเข้าด้วยกัน ในที่สุดพอไปพลิกหาดูว่าเขามีคำอธิบายสำหรับ ๑๔ ตุลา บ้างหรือไม่ ไม่มี ครับท่านประธาน และยิ่งไม่ต้องไปพูดถึงเรื่อง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ท่านประธานครับ ผมไม่ต้องการให้ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ นี้ถูกบิดเบือน เฉกเช่นเดียวผมไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์บิดเบือนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอีกต่อไป ผมเชื่อของผมนะครับว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระองค์ท่านไม่ได้ทรงสติวิปลาสครับ แต่มีนักประวัติศาสตร์ที่รับใช้อำนาจต้องการที่จะเอาใจอำนาจหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ไปบันทึกเช่นนั้น เช่นเดียวกับ ๑๔ ตุลา และ ๖ ตุลา และท่านประธานครับ อย่าง ๖ ตุลา ก็มีการบันทึกไว้นะครับว่าคนซึ่งชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นพวกที่ไม่จงรักภักดี เป็นคนที่จ้องล้มสถาบัน เป็นพวกคอมมิวนิสต์ ขออนุญาตที่ใช้ภาษาหยาบ ๆ ก็คือ เป็นพวกญวนบ้างละ เป็นพวกแกวบ้างละ แต่ความจริงไม่ใช่ครับ คนที่อยู่ใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเด็กนักศึกษา นักเรียน เป็นประชาชนไทย ที่รักประเทศไทยรักระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทั้งสิ้น แต่ถูกบิดเบือนครับ ในวันนี้ประวัติศาสตร์ได้ชำระแล้วหรือยังครับ ยังมีคำถามที่ค้างคาใจผม ผมขออนุญาตที่จะอาศัยสภานี้เป็นที่พึ่ง ผมค้างคาใจครับในวันนั้น นี่เป็นข้อค้างคาใจผม ท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอได้โปรดอย่ามาประท้วงผม ผมค้างคาใจผมว่ารัฐบาลสมัยนั้น อาจารย์เสนีย์ ปราโมทย์ ทำไมไม่ประกาศเคอร์ฟิว (Curfew) ในวันที่ ๕ ทำไมไม่ประกาศ ท่านรู้อยู่แล้ว ท่านจบดอกเตอร์มาจากเมืองนอกเมืองนา ท่านรู้อยู่แล้วถ้าไม่มีการประกาศเคอร์ฟิวในวันนั้น จะต้องมีการฆ่าฟันกันครั้งใหญ่ เพราะมีการเตรียมการกันเยอะแยะ และท่านก็ทราบ อยู่แล้วนะครับว่ามีการแต่งภาพที่หนังสือพิมพ์ดาวสยาม มีการแต่งภาพแล้วก็มีการเผยแพร่ ที่สถานีวิทยุยานเกราะ และการแต่งภาพของ หนังสือพิมพ์ดาวสยามก็ชัดเจนนะครับ ในการบิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีคนที่ชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าไม่จงรักภักดี ว่าต้องการที่จะโค่นล้มสถาบัน ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเท็จโดยสิ้นเชิงแต่รัฐบาลนิ่งเฉย และมิหนำซ้ำ ยังปล่อยให้วิทยุยานเกราะปลุกระดมให้คนอีกส่วนหนึ่งเข้าไปฆ่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านประธานผมใช้ภาษาหยาบว่าไม่ได้หมายความว่าผมต้องการหยาบ แต่เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เขาปลุกระดมให้คนเข้าไปฆ่าคนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รัฐบาลสมัยนั้นทำอะไรบ้างครับ แล้วประวัติศาสตร์ตรงนี้ได้มีการบันทึกแล้วหรือยัง และวันนั้นใครก็ตามที่ถืออะไรแดง ๆ อย่างนี้นะครับท่านประธาน เขาจะหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ทันที และจับเข้าคุกทันที ขอเพียงแต่สิ่งที่คุณถือมีปกแดง มีสีแดงเขาจับคุณเข้าคุกทันทีสิ่งนี้ซ้ำรอยครับท่านประธาน ในวันนี้ซ้ำรอยแล้ว ซ้ำรอยคนเสื้อแดงถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ซ้ำรอยว่าคนเสื้อแดง ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี ทั้ง ๆ ที่ผังล้มเจ้า พันเอก สรรเสริญ แก้วกำเนิด