รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพฤหัสบดีที่ ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
เรื่องหารือนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากท้องถิ่นในตำบลทุ่งยางเมืองและ ตำบลหนองกระดิ่งเกี่ยวกับเรื่องถนนซึ่งชำรุดทรุดโทรม แล้วก็ยังไม่ได้เป็นถนนลาดยาง ชื่อว่า ถนนหมู่ที่ ๔ บ้านวังกร่าง ตำบลทุ่งยางเมือง เชื่อมมาอีกตำบลหนึ่งคือบ้านทุ่งกระโพ่ ตำบลหนองกระดิ่ง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ขอให้ทางหลวงชนบทได้ดำเนินการเข้าไป ดูแลในถนนสายนี้ครับ แล้วอีกเส้นหนึ่งครับที่ตำบลทุ่งยางเมืองคือบ้านนาสุขสันต์ แล้วก็ ตำบลสามพวง เป็นถนนเชื่อมกัน แล้วก็อีกเส้นหนึ่งที่หมู่ ๓ ทุ่งเก่า ตำบลทุ่งยางเมือง ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตรครับ ก็ฝากถึงกรมทางหลวงชนบทโปรดได้เข้าไปดูแล ถนนสายนี้ครับ
และอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ผมเองนั้นได้รับการร้องเรียนจาก ชาวบ้านเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับวิธีการเลือกตั้งกำนันซึ่งมีปัญหา เพราะว่าการเลือกตั้งนั้น ไม่ได้ผ่านในระบบของการเลือกตั้งจากประชาชนอย่างแท้จริงครับ โดยปัจจุบันนี้การเลือกตั้ง กำนันนั้นจะใช้ผู้ใหญ่เลือกกันเอง ก็อยากฝากถึงกระทรวงมหาดไทยครับให้แก้ไขในเรื่องของ ระเบียบวิธีการเลือกตั้งของกำนันใหม่ครับ โดยให้ประชาชนเลือกทั้งตำบลครับ เพื่อเป็นการ เลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
และอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ่น กันมากครับในเรื่องของพืชผลการเกษตรหรือว่าพืชอะไรต่าง ๆ นั้นราคาตกต่ำมาก ไม่ว่าจะเป็น หอม กระเทียมหรือส้ม ผลไม้อะไรต่าง ๆ เกษตรกรเขาเดือดร้อนมากครับ เขาอยากให้มี ราคาที่สูงขึ้น แต่ว่าสินค้าอย่างอื่นกลับแพงมากเลย ความเดือดร้อนของชาวบ้านฝากมาครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในอำเภอกู่แก้วและอำเภอไชยวาน เรื่องถนน ของบประมาณไปทำถนนลาดยางจากบ้านพังงูไปบ้านนาปูนะครับ อำเภอไชยวาน ผ่านไปยังบ้านสะงวยระยะทางประมาณ ๒,๐๐๐ เมตร ถนนสายที่ ๒ นะครับ จากบ้านค้อใหญ่ ไปบ้านโยธา ตำบลค้อใหญ่ อำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี ผ่านไปยังบ้านหนองหลัก อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี
ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องน้ำประปา ได้รับการร้องขอจากพี่น้องประชาชน บ้านคำม่วง หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองนกเขียน อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี บ้านคำม่วงนั้น มีประชากรประมาณ ๒,๕๐๐ คนนะครับ พี่น้องประชาชนในฤดูนี้จะเข้าหน้าแล้งแล้วนะครับ ท่านประธาน แต่น้ำลำบากมากนะครับ ต้องไปหาขนน้ำที่อื่นต่างตำบล เพราะฉะนั้นอยากจะฝาก ท่านประธานได้ประสานไปยังกรมทรัพยากรน้ำตามหนังสือที่ผมจะฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ไปก่อสร้างน้ำประปาให้กับ พี่น้องด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านสามารถ ม่วงศิริ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก นายแพทย์สามารถ ม่วงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ กระผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนชาวบางบอนว่าจะมีการสร้างโครงการขนาดใหญ่ เป็นตลาดกลางสัตว์น้ำหรือสะพานปลาที่บริเวณถนนเอกชัย ตัดกับถนนบางบอน ๓ ชาวบ้าน มีความวิตกกังวลอย่างยิ่งว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น น้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นรบกวนหรือการจราจรติดขัด จากการที่รถบรรทุกเข้ามาในเขตเมือง ซึ่งมีปัญหาการจราจรอยู่แล้ว ซึ่งโครงการเหล่านี้ควรจะไปอยู่ใกล้แม่น้ำ แทนที่จะไปอยู่ คลองเล็ก ๆ ครับ หรือว่าอยู่ในถนนใหญ่ ๆ ซึ่งการจราจรสะดวกหรือว่าห่างไกลชุมชน จึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองจำนวนมาก และครู โรงเรียนศึกษานารีวิทยา เขตบางบอน เนื่องจากอาคารพลศึกษาที่สร้างมานานกว่า ๓๐ ปี ชำรุดทรุดโทรม โครงสร้างหลักซึ่งเป็นเสาอาคารแตกร้าว ปูนหมดสภาพ จึงกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ ทดแทนก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมต่อลูกหลานของเราครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านไผ่ ลิกค์ ครับ
(นายไผ่ ลิกค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
ท่านศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงความต้องการและเป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน
กรณีการก่อสร้างถนนสายตาลสุมหนองกุง ซึ่งเป็นถนนที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม มากครับท่านประธาน ถนนสายนี้เชื่อมระหว่างอำเภอตาลสุมไปยังอำเภอศรีเมืองใหม่ ถ้าเผื่อว่า จะมีการบูรณะก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และถ้าเผื่อว่าจะทำให้ได้ประโยชน์ อย่างแท้จริง ทำในคราวเดียวกันไปด้วยก็จะยิ่งมีประโยชน์ นั่นคือกรณีของไฟฟ้าส่องสว่าง ระหว่างชุมชนตามสายทาง
สายทางที่ ๒ คือสายทางจากหนองมะแซว ตำบลโพนเมือง อำเภอเหล่าเสือโก้ก ไปบ้านไพบูลย์ ตำบลหนองช้างใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ ถนนสายนี้ก็มีความสำคัญเช่นกัน ถ้าเผื่อว่าท่านประธานจะผ่านความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเหล่านี้ไปยังกระทรวงคมนาคม ก็จะเป็นประโยชน์
หน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่งที่อยู่ในความต้องการของพี่น้องประชาชน นั่นคือ กรณีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมชลประทาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมได้กราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้หลายครั้งกรณีการบูรณะซ่อมแซม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขุดลอกอ่างเก็บน้ำหนองช้างใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมถึง ๓ อำเภอ ในจังหวัดอุบลราชธานี ไม่ว่าจะเป็นอำเภอม่วงสามสิบ อำเภอเมืองและอำเภอเหล่าเสือโก้ก อ่างเก็บน้ำหนองช้างใหญ่มีพื้นที่นับหมื่นไร่ ซึ่งสามารถรองรับกรณีน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ได้เป็นอย่างดี ทำแก้มลิงเสียตรงนี้ก็จะก่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชน หรือกรณีการขุดลอก หนองบึงซึ่งอยู่ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี หนองบึงก็มีพื้นที่ รับน้ำจำนวนมหาศาลเช่นกัน น้ำหลากมาถ้าเรามีพื้นที่รองรับ ตรงนี้คือการแก้ไขปัญหาระยะยาว มากกว่าจะไปทำเขื่อนกั้นในแต่ละโรงงาน มากกว่าจะไปทำเขื่อนกั้นในแต่ละพื้นที่ ขุดลอก ให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้ทั้งน้ำ ได้ทั้งการช่วยเหลือแก้ปัญหาน้ำท่วมในคราวเดียวกันครับ ท่านประธาน
ท่านปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล กระผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผมได้รับการประสานงานจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เขาไม้แก้ว เนื่องด้วยทางองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้วได้ทำหนังสือไปยัง ท่านผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี เพื่อขอใช้พื้นที่ ป่าบางละมุงจำนวน ๒๐ ไร่ เพื่อใช้ในการสันทนาการสวนสุขภาพและสวนสาธารณประโยชน์ ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยปัจจุบันนั้นได้รับการสนับสนุน งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีเป็นจำนวนเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ ขนาด ๒๐ เมตร คูณ ๔๐ เมตร ซึ่งแต่เดิมนั้นพื้นที่ดังกล่าว สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทได้ขออนุญาตกรมป่าไม้ใช้ป่าสงวนแห่งชาติเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยลึก เนื้อที่ ๕๖ ไร่ ต่อมาเมื่อมีการยุบสำนักงาน หน่วยงานสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท หรือ รพช. ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้วจึงได้รับหน้าที่เข้ามาดูแลและรักษา และในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวันเด็ก วันสงกรานต์ วันลอยกระทง หรือแม้กระทั่งวันทั่ว ๆ ไปนั้น ก็ได้เปิดให้กับพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นให้การดำเนินการของ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้วถูกต้องตามหลักกฎหมาย กระผมจึงได้ขออนุญาตให้ทาง ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่กำกับดูแลช่วยพิจารณาที่จะอนุมัติ อนุญาตให้ใช้ ป่าบางละมุงจำนวน ๒๐ ไร่ในการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ แล้วก็ให้พื้นที่ดังกล่าวนั้น เป็นพื้นที่ที่สามารถก่อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนโดยรวม ขอบคุณครับ
ท่านอาจารย์ ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตวันนี้เป็นวันสตรีสากลนะคะ ก็เลยขออนุญาตทวงถามความคืบหน้าในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งดิฉันนำเสนอเข้าสู่สภา ตั้งแต่สมัยประชุมสามัญทั่วไป แล้วก็ได้หารือทวงถามเมื่อเดือนมกราคมวันที่ ๑๑ นะคะ จนบัดนี้ วันนี้ได้รับทราบว่าได้เดินทางไปถึงโต๊ะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์แล้ว ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานหารือผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี พม. เพื่อที่จะให้ช่วยกรุณาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็นำเรียนเสนอ ท่านนายกรัฐมนตรีโดยเร็วนะคะ เพื่อที่จะได้พิจารณารับรองเนื่องจากเป็นพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวกับเรื่องการเงินเป็นการเร่งด่วนด้วยนะคะ แล้วก็ที่จริงแล้วท่านประธานคะ ดิฉัน อยากจะขออนุญาตขอให้ท่านรัฐมนตรี พม. นั้นได้เป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องของการเสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาเป็นการเร่งด่วนด้วย วันนี้เป็นวันสตรีสากล ท่านรัฐมนตรี พม. จะผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ให้เป็นของขวัญกับผู้หญิงไทยทุกคนจะได้ไหมคะ นั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณนงนุช สักการะ จากอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ว่าด้วยเรื่องของการจำนำข้าว ไม่ใช่คุณนงนุชเพียงคนเดียว มีเพื่อน ๆ ชาวเกษตรกรด้วยนะคะเขาอยากจะให้ทางรัฐบาลนั้นได้ช่วยพิจารณาผ่อนปรน สำหรับผู้ที่มีใบ ภบท. ๕ นะคะ บัดนี้เขาไม่สามารถที่จะใช้สิทธิตรงนี้เพื่อจะรับประโยชน์ จากการจำนำได้เลย ทำอย่างไรจึงจะให้รัฐบาลนั้นช่วยพิจารณาผ่อนผัน เนื่องจากจะคอยให้ ทางรัฐจัดการเรื่องของที่ดินเต็มที่นะคะ ถูกต้องเต็มสมบูรณ์ ก็อาจจะยังคอยอีกยาว เพราะฉะนั้นก็เลยขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดำเนินการพิจารณาผ่อนผันให้ประชาชนเหล่านี้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะครู นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนปิยะจิตวิทยาครับ ในขณะนี้สภาของเรากำลังเปิดให้สมาชิกที่กลับไปพื้นที่นำเรื่องที่ประสบปัญหาของราษฎร บอกกล่าวไปยังรัฐบาลเป็นช่วงหารือนะครับ ในช่วงเช้าก่อนประชุม เชิญท่านอรรถกรครับ
อรรถกร ครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ครับ วันนี้อยากจะขออนุญาตท่านประธาน หารือในเรื่องของปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และผมเชื่อครับว่าปัญหา ๒ เรื่อง ที่ผมจะหารือในวันนี้ก็เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ ด้วยครับ
เรื่องแรกครับ เป็นเรื่องของเพลี้ยกระโดดครับ ที่สร้างความเสียหายให้กับ พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจำนวนมากครับ นาข้าวเสียหายมากมาย นอกจากที่ พี่น้องเกษตรกรนั้นจะต้องเจอปัญหาเพลี้ยกระโดดแล้วนี่ก็ยังเจอปัญหาข้าวดีดอีกครับ ซึ่งเป็นวัชพืชที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้การเก็บเกี่ยวข้าวนั้นไม่ได้จำนวนเท่าที่ต้องการ ยกตัวอย่างครับ ปกติ ๑ ไร่ ในอำเภอบางน้ำเปรี้ยวชาวนาสามารถทำนาได้ประมาณ ๙๐ ถึง ๑๐๐ ถังครับ แต่ทุกวันนี้เนื่องจากเจอปัญหา ๒ ปัญหาที่ผ่านมาที่ผมได้กราบเรียนไป ก็สามารถทำให้เก็บข้าวได้แค่ประมาณ ๓๐ ถังครับ ก่อนหน้านี้พี่น้องเกษตรกรจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมมาแล้วครับ ทำให้ไร่นาเสียหาย แล้วนี่มาเจอปัญหา เพลี้ยกระโดด มาเจอปัญหาข้าวดีดอีกทำให้เหมือนเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดครับ ก็เลยอยากจะขอร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาเพลี้ยกระโดดหรือว่าเรื่องข้าวดีดให้พี่น้องเกษตรกร ชาวฉะเชิงเทราด้วยครับ แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยในการเยียวยาค่าเสียหาย ต่าง ๆ เผื่อว่าพี่น้องเกษตรกรชาวฉะเชิงเทรานั้นจะสามารถลืมตาอ้าปากได้บ้างครับ
เรื่องที่ ๒ กระผมอยากจะฝากความห่วงใยในเรื่องของระเบียบวินัยของเด็กนักเรียน ในทุกวันนี้ครับ กระผมนั้นได้พูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดฉะเชิงเทรารวมถึงคุณครูครับ ทุกวันนี้คุณครูไม่กล้าที่จะลงโทษเด็กนักเรียนที่ทำผิดระเบียบครับ เนื่องจากกลัวโดนฟ้อง เนื่องจากกลัวว่ามันจะผิดกฎครับ ก็อยากจะยกตัวอย่างว่าท่านนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ก็ได้ปรึกษากับผม ได้บอกว่าท่านเป็นห่วง เรื่องนักเรียนที่ไม่ทำตามระเบียบนะครับ อยากจะให้มีการลงโทษแต่ว่าจะทำอย่างไรเราถึง จะสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ในการลงโทษไม่ให้รุนแรงจนเกินไป กระผมเชื่อเหลือเกินครับว่า ในห้องเราที่นั่งอยู่ทุกคนพวกเราโดนลงโทษกันทั้งนั้นนะครับ บางครั้งผมเชื่อว่าการลงโทษนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายจนเกินไป จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ลองพิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ อย่างไรขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านคุณหมอสุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ เรื่องของสนามบินจังหวัดตรัง หรือที่เรียกว่าท่าอากาศยานตรังนะครับ
ประเด็นแรกก็คือปัจจุบันนี้ผู้โดยสารมีจำนวนมากขึ้นครับ ตั้งแต่มีสายการบิน ที่เรียกว่าพวกโลว์ คอส (Low Cost) ขึ้นมานะครับ พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกชั้นฐานะ ก็มีความสามารถที่จะเดินทางโดยเครื่องบินได้นะครับ จึงทำให้มีเที่ยวบินน้อยตอนนี้ถ้าเทียบ กับจำนวนผู้โดยสาร ที่จังหวัดตรังจะมี ๒ สายการบินนะครับ ตอนนี้มีสายการบินแอร์เอเชีย (Air Asia) กับสายการบินนกแอร์ (Nok Air) สายการบินนกแอร์บางวันก็มี ๒ เที่ยว แต่ส่วนใหญ่ ก็มีเที่ยวเดียว สายการบินแอร์เอเชียมี ๑ เที่ยวนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ มีนักท่องเที่ยวถือว่าเป็นไฮ ซีซัน (High Season) นักท่องเที่ยวจำนวนมากเพิ่มขึ้นก็เลยทำให้ ประเด็นแรกที่ผมจะหารือก็คือขอให้เพิ่มเที่ยวบินให้กับสายการบินเหล่านี้นะครับ
ประเด็นต่อไปก็คือเรื่องของตัวอาคารสนามบิน เนื่องจากว่าสนามบินตรัง ก่อสร้างมาเป็นเวลานานแล้วนะครับ ตั้งแต่สมัยไม่มีเที่ยวบินที่เรียกว่าโลว์ คอส อย่างที่ผมว่านะครับ เพราะฉะนั้นจึงแคบแล้วก็มีชั้นเดียว เข้าออกก็อยู่ในชั้นล่างนะครับ ผู้โดยสารมากขึ้นตอนนี้ ก็เลยแออัด อยากให้ทางกระทรวงคมนาคมช่วยขยายอาคารสนามบินให้ใหญ่โตขึ้นด้วย เพื่อจะรองรับจำนวนผู้โดยสารได้
ประเด็นต่อไปที่เกี่ยวเนื่องกัน เมื่อมีเที่ยวบินมากขึ้นก็คือเรื่องของลานจอด ของเครื่องบิน ปัจจุบันนี้ก็คงจอดได้แค่ ๒ ลำเท่านั้นเอง ซึ่งคิดว่ากับการขยายตัวของ นักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวบวกกับจำนวนพี่น้องประชาชนที่จะมาใช้บริการเพิ่มขึ้นคงไม่พอ ก็อยากจะให้ขยายลานบินด้วยครับ ลานจอดเครื่องบินด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ
เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองเกิดความเป็นห่วง เป็นใยในเด็กนักเรียนค่ะ เนื่องจากว่ามีความไม่สบายใจนั้นเนื่องจากผลการสอบโอเน็ต (ONET) ที่เราวัดผลการศึกษาของเด็กนักเรียนประเทศไทยเราค่ะ ปัจจุบันผลออกมาว่า เด็กนักเรียนเรามีเปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศเฉลี่ยแล้วต่ำกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ถึงครึ่งค่ะ ตรงนี้ดิฉันเข้าใจค่ะแต่ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยเน้นย้ำ หรือว่าหาวิธีการอย่างไรก็ได้เพื่อมาพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กให้มีคุณภาพมากกว่า ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือตอนนี้ระบบน้ำประปา ของพี่น้องชาวเทศบาลตำบลบ้านเขว้า เขาร้องเรียนดิฉันมาว่าน้ำประปาที่จำเป็นต้องใช้ ในการอุปโภคบริโภคเกิดปัญหาค่อนข้างเยอะ ปล่อยน้ำมาเป็นเวลาค่ะ แต่ว่าเวลาที่ปล่อยคือ เวลาที่ชาวบ้านไม่ได้ใช้น้ำ อยากจะขอให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ การประปาส่วนภูมิภาคให้ช่วยดูแลเรื่องระบบน้ำประปาที่น้ำไม่ไหลในเวลาที่ประชาชน ต้องการใช้ แต่จะไปไหลในช่วงเวลาที่ประชาชนนอนแล้วซึ่งไม่ได้มีประโยชน์เลยค่ะ ก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะขอหารือก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ในตำบลตลาดแล้งว่าตอนนี้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดคลองไผ่ล้อมที่ตำบลตลาดแล้ง ชาวบ้านจำเป็น เด็กนักเรียนจำเป็นต้องใช้ ๕ หมู่บ้านที่จะมาเรียนที่ศูนย์เด็กเล็กนี้ ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ที่ บริเวณวัดคลองไผ่ล้อม แต่ว่าอาคารของวัดหรือศาลาการเปรียญที่เขาอาศัยค่ะ ตอนนี้เก่ามาก ทรุดโทรม ตัวอาคารก็ไม่มีความมั่นคงแข็งแรง ฝ้าผนังก็มีต้องเรียกว่าเป็นโพรงเลยค่ะ ท่านประธาน ทำให้เด็กนักเรียนและผู้ปกครองที่เรียนอยู่ที่นั่นเกิดความไม่ปลอดภัย อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลช่วยเหลือในการจัดสรรงบประมาณ ไปสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบริเวณที่สาธารณะประโยชน์บ้านกุดไผ่เพื่อทดแทนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมบัติ ยะสินธุ์ จังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สืบเนื่องมาจากวันที่ ๕ กระผมได้กระทู้ถามสด เรื่องกระเทียมพืชผลราคาตกต่ำ ของภาคเหนือ ซึ่งวันเดียวกันก็มีพี่น้องประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่มารวมตัวประท้วง เรียกร้องที่ศาลากลาง แล้วก็ปิดศาลากลางนอน ๑ คืนครับ ท่านประธานครับ แล้วในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเอง ก็มีการปิดที่ศาลากลาง แล้วก็รวมตัว เคลื่อนตัวไปปิดถนนสายอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังจากที่ผมถามกระทู้ถามสดแล้ว ท่านรัฐมนตรีตอบว่าจะแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน โดยการ คชก. อนุมัติเงินกู้ ๑,๔๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรไปกู้ ในราคาต่ำ รับซื้อในราคา ๓๐ บาท แต่เกษตรกรบอกว่าไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้ เพราะไม่มี พ่อค้าคนไหนที่จะไปกู้เงินมาซื้อกระเทียมราคา ๓๐ บาท ทำให้พี่น้องเกษตรกรไม่พอใจแล้ว ทำการปิดถนนอีกรอบหนึ่งนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลควรจะให้เสมอภาคกันเหมือนพืชตัวอื่น ๆ เช่น ข้าวเราคำนวณต้นทุนบวกกำไรให้กับพี่น้องประชาชน คราวนี้กระเทียมก็เฉก เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ปล่อยความรับผิดชอบให้เป็นภาระของพ่อค้าที่จะเอาเงินกู้ราคาต่ำนี้ไปซื้อ แต่ไม่มีพ่อค้าคนไหนไปซื้อ ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ พี่น้องประชาชนได้เรียกร้องให้ทำ เฉกเช่นเดียวกับพืชตัวอื่น คือเอาต้นทุนคือ ๓๐ บาท บวกกำไรอีก ๑๐ บาท เป็น ๔๐ บาทนะครับ โดยวิธีการจำนำให้รัฐบาลใช้วิธีการจำนำครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๕ นั้นประกอบด้วยอำเภอเดิมบางนางบวช อำเภอด่านช้าง และอำเภอหนองหญ้าไซ เฉพาะ ๔ ตำบล ๔ ตำบลนั้นประกอบด้วยตำบลแจงงาม ตำบลหนองขาม ตำบลทับหลวง และตำบลหนองราชวัตร ปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ ๕ จังหวัดสุพรรณบุรีมีอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากคุณสุวัฒน์ สว่างศรี อยู่บ้านเลขที่ ๒๑๖ หมู่ที่ ๒ บ้านหนองกอก ตำบลหนองขาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมา ว่ากระแสไฟฟ้าในหมู่บ้าน ทุก ๆ วัน ทุกเช้า ทุกกลางวัน และตอนเย็นไฟฟ้าไม่พอทำให้ตู้เย็น และไฟฟ้าในบ้านตกต่ำอย่างมาก โดยเฉพาะตู้เย็นนั้นอาหารที่แช่ไว้ในตู้เย็น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลาเน่าเป็นประจำ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดำเนินการ แก้ไขเรื่องกระแสไฟฟ้าให้สำเร็จลุล่วงด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน เรื่องประชาชนในหมู่บ้านม่วงคำ ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีปัญหาเรื่องกระแสไฟฟ้าไม่พอเช่นเดียวกัน และหลายบ้านยังไม่มีไฟฟ้าไปถึง อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยขยายและแก้ไขปัญหาเรื่อง ไฟฟ้าตกต่ำด้วย เพราะขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก ไฟฟ้าก็ไม่มี ไฟฟ้าก็ตกต่ำ จึงฝากท่านประธาน แก้ไขและให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดำเนินการแก้ไขให้สำเร็จลุล่วงด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน ท่านประธานครับ
เรื่องแรก นายศักรินทร์ ฉายถวิล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร้องเรียนเรื่องขอขึ้นเงินเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านต่อนายโฆษิต สุดวินิจจิต และกลุ่มนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ระดับสูงรุ่นที่ ๓ โดยร้องเรียน ขอให้เพิ่มเงินเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากผู้ใหญ่บ้านได้เดือนละ ๘,๐๐๐ บาท กำนันได้เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ขอให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยให้เท่ากับปริญญาตรีคือ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงชื่อเรียกร้องปรับเงินเดือนดังนี้ นายวิลัย ภูยิ่ง กำนันตำบลภูสิงห์ และผู้ใหญ่ มีรายชื่อดังต่อไปนี้ นายสอน ภูบรรทัด นายสมชัย สุขประเสริฐ นายบุญเชียง ศรีโยธี นายแสวง ภารรัตน์ นายอุทัย อัตไพบูลย์ นายถาวร ประคะนัง นายบุญสังข์ แก้วกุมาร นายไพโรจน์ จัตุเทน และกำนันอุระ อารีเอื้อ กำนันตำบลสหัสขันธ์ และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๑๓ ดังนี้ นายประพันธ์ สมคะเณย์ นายแสง ภูตาพลอย นายสมหวัง โพธิคำภา นายจันทร ทับสมบัติ นายใหม่ มูลเหลา นายบุญเลิศ พรมวงศ์ นายภา ทิวาพัฒน์ นายปัญญ ชนะศรีภูมิ นายวิชิต หัสวิสัย นางเรียบ วิเชียรชัย นายจุ่น เทพนา นายเกรียงศักดิ์ แดงวันสี นางสุมีณา ทองงาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๘ ตำบลโนนบุรี และกำนันทองใบ เพิ่มชื่อกำนันตำบลโนนน้ำเกลี้ยง กำนันชม ชัยมาตร กำนันตำบลนิคม กำนันชาญจิตร อุเทศ กำนันตำบลโนนศิลา กำนันสมโพชน์ ยี่สารพัฒน์ กำนันตำบลโนนแหลมทอง ทุกท่านขอให้เพิ่มเงินเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอให้ ท่านรัฐมนตรียงยุทธ วิชัยดิษฐ ดำเนินการ
เรื่องที่ ๒ ประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ร้องเรียนเรื่องของแพงมาก ของแพง ขึ้นมากและหนี้สินเกษตรกรเพิ่มขึ้นมาก ขอให้ท่านรัฐบาลเร่งรีบดำเนินการ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ตัวแทนนักเรียนหญิงโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ส่งจดหมายร้องเรียนต่อท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านกระผมในคราวไปดูงานการเลือกตั้งนายก อบจ. กาฬสินธุ์ ว่าผู้อำนวยการโรงเรียน ไม่ยอมจ่ายเงินค่าอุปกรณ์การศึกษาถึง ๒ เทอม คือเทอมละ ๒๑๐ บาท และ ๒๓๐ บาท ในมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นเงินภาคละกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งยังทำตนเป็นเจ้ามือไฮโล ข้างหอพระ ไปไหนมักพาครูสาว ๆ ติดตามไป ไม่เป็นแบบอย่างแก่นักเรียน ข่มขู่ครู นักเรียน ที่ร้องเรียน โดยจดหมายร้องเรียนเขียนว่า พวกหนูถูกโกงมิใช่เห็นแก่ได้ เราต้องการความ ยุติธรรม และตอบสนองเรียนฟรี ๑๕ ปี เกรงว่าจะถูกผู้อำนวยกลั่นแกล้งไม่ให้เรียนจบ ขอให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านสุชาติ ธาดาธำรงเวช เร่งดำเนินการ
สุดท้ายท่านประธานครับ ปรากฏว่าที่เมืองพัทยามีฝรั่งขอทานอยู่ข้างถนน ขอให้เมืองพัทยาส่งฝรั่งขอทานที่มาขอทานอยู่ข้างถนนนั้นให้กลับประเทศ เพราะเสีย ภาพพจน์แก่ประเทศชาติของเราเป็นอย่างยิ่ง
ท่านประธานครับ ทุกเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนนั้นผมจะตอบว่าครับ ได้ครับ ผมจะจัดให้ครับ ครับ ได้ครับ ผมจะจัดให้ครับ ทั้งนี้ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่กำหนด ขอขอบคุณครับ
ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับคำร้อง แล้วก็มีตัวแทนครูจากทั่วประเทศมาพบที่สภาผู้แทนราษฎรเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ในเรื่องของ การจัดทำส่งผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะจากครูชำนาญการเป็นครูชำนาญการ พิเศษในส่วนของข้าราชการครูที่เขาโชคไม่ดีนะครับ ซึ่งครูเหล่านี้นั้นน่าเห็นใจเขาครับ ซึ่งถ้า ท่านประธานได้ย้อนหลังไปดูสักนิดหนึ่งว่า ในกระทรวงศึกษาธิการนั้นวันนี้มีการยก วิทยฐานะเพื่อในเรื่องของสวัสดิการ ในเรื่องความเป็นอยู่ของข้าราชการครูตามกฎหมาย พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ ในสมัยยุคของ ท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่ออยากช่วยเหลือครูทั้งประเทศ ปัญหา มันเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน มันมีอยู่หลายขั้นตอน แต่ทุกขั้นตอนมันผ่านหมด จะมาเหลือขั้นตอนสุดท้าย ก็คือการอ่านผลงานทางวิชาการของข้าราชการครูประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาคือ ค.ก.ศ. ได้แต่งตั้งคณาจารย์ หรือบุคลากรที่สังกัดมหาวิทยาลัย แล้วให้ไปอ่านผลงานของ ครูประถมศึกษา หรือครูมัธยมศึกษา ทีนี้จะด้วยแบบฟอร์มก็ดี ในเรื่องของการเขียนผลงานก็ดี บางครั้งนั้นไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการของระบบมหาวิทยาลัย ทำให้กลุ่มเหล่านี้นั้นสอบตก เป็นเนืองนิตย์ ส่งมาแล้วตกครั้งแรก ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ให้ไปทดสอบ เขาเรียกว่า อีเทรนนิ่ง (e-Training) อีเทรนนิ่งผ่านก็นึกว่าจะส่งผลงานครั้งต่อไปแล้วจะผ่านกลับไม่ผ่านอีก วันนี้กลุ่มนี้จะเป็นไมเกรน (Migrain) กันหมดแล้วครับ น่าเห็นใจมีอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ คน ผมก็เลยอยากเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ปรับหลักเกณฑ์ โดยให้ใช้เป็นเชิงประจักษ์ ถ้าครูคนใดได้สอนหนังสือเด็ก อ่านออก เขียนได้ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหา เป็นที่ยอมรับของชุมชน เป็นที่ยอมรับของสังคม ให้เขาไปเลยครับ เพราะครูบางคน มีผลงานเต็มห้อง มีโล่ ส่งนักเรียนไปแข่งขันระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับประเทศ ได้แชมป์ ได้ชนะเลิศเยอะแยะไป แต่พอส่งผลงานจริง ๆ แล้วกลับสอบตกน่าเสียดาย ก็เลยอยากฝาก ท่านประธานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยให้เลื่อนฐานะของเขาจากครูชำนาญการ เป็นชำนาญการพิเศษด้วยผลงานที่เกิดเชิงประจักษ์ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ มีเรื่อง ปรึกษาหารือกับท่านประธานแค่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ คือชาวอำเภอพัฒนานิคม เทศบาลตำบลแก่งเสือเต้น ตำบลพัฒนา นิคม ตำบลเขาพระยาเดินธง ตำบลดีรัง ตำบลช่องสาริกา ซึ่งติดกับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่มี แหล่งน้ำสมบูรณ์ แต่ราษฎรชาวเทศบาลทั้ง ๕ ตำบลนี้กับน้ำประปามีให้ใช้ไม่เพียงพอ ซึ่งบางครั้งก็ขาด บางครั้งก็ขุ่น อยากจะให้การประปาส่วนภูมิภาค เขต ๒ จังหวัดสระบุรีเข้ามา ดูแลสำรวจออกแบบและหาทางทำอย่างไรให้ราษฎรใน ๕ ตำบลนี้มีน้ำประปาได้ใช้อย่างสมบูรณ์ แล้วก็ขอความกรุณาให้เร่งด่วนด้วยนะครับ เพราะว่าช่วงนี้ชาวบ้านเขาเดือดร้อนมาก
เรื่องที่ ๒ ชาวตำบลกุดตาเพชร อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำ กุดตาเพชรอยู่ ซึ่งการก่อสร้างหมดไปตกประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท สร้างเสร็จเมื่อ ปี ๒๕๔๘ ความยาวของเขื่อนตกประมาณ ๒,๕๔๘ เมตร แล้วก็พื้นที่รับน้ำ ๖,๔๐๐ กว่าไร่ ซึ่งเป็นแหล่งรับน้ำได้ดี แต่ชาวตำบลกุดตาเพชรซึ่งเป็นเจ้าของเขื่อนไม่สามารถได้ใช้น้ำส่วนนี้ น้ำส่วนนี้ทางกรมชลประทานเขาปล่อยลงไปสู่ข้างล่าง ตำบลกุดตาเพชรเป็นเจ้าของพื้นที่ ที่ไม่ได้ใช้เลย อยากจะให้ทางกรมชลประทานไปสำรวจให้มีสถานีสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำนี้ ขึ้นไปสู่ข้างบน เพื่อให้ชาวกุดตาเพชรได้ใช้กัน เพราะว่าพื้นที่ตำบลกุดตาเพชรมีความแห้งแล้ง เป็นอย่างมาก มีสวนป่า มีอะไรต่ออะไรหลายอย่าง มีด่านกักสัตว์อยู่ข้างใน แต่น้ำไม่พอใช้ เกี่ยวกับการเกษตรอยากจะฝากกราบเรียนท่านประธานให้ช่วยเหลือครับ
ท่านองอาจ วงษ์ประยูร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากการที่ได้ลงพื้นที่พบพี่น้องเกษตรกรจังหวัดสระบุรี เขาพึงพอใจ ในโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดของทางรัฐบาล แต่ก็มีบางตำบล บางอำเภอยังประสบปัญหา เดือดร้อน สืบเนื่องมาจากความล่าช้า ความไม่เข้าใจกันในการทำเอกสารทางทะเบียนของ เจ้าหน้าที่ และเกษตรกร ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้า ทำให้พี่น้องเกษตรกรอำเภอดอนพุด ๘๐๐ กว่ารายที่เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ๒๕๕๔ ยังไม่ได้รับเงิน ค่าเยียวยา ค่าชดเชยที่รัฐบาลจะให้ตันละ ๑,๔๓๗ บาท จนกระทั่ง ณ วันนี้แล้วก็ยังไม่ได้รับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วย เร่งรัดผลักดันเงินส่วนนี้ด้วย ฝากให้ผมมาเรียนทวงถามครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านยาง และ อบต. บ้านยาง ร้องเรียนมา ฝนตกน้ำท่วมทุกครั้งในหมู่ ๒ และหมู่ ๕ ตำบลบ้านยาง พื้นที่กว่า ๑๐๐ ไร่ของเกษตรกรได้รับความเสียหาย สืบเนื่องมาจากขาดท่อระบายน้ำ ลำเลียงน้ำจากน้ำที่ท่วมขังพื้นที่เกษตรกร ๑๐๐ กว่าไร่สู่ลำรางสาธารณะที่แม่น้ำป่าสัก ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย กรม กองต่าง ๆ ให้ช่วยเร่งรัดผลักดันจัดหางบประมาณมาสร้างท่อระบายน้ำเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำเก่าของ อบจ. ซึ่งทำไว้ให้ แต่ยังไม่เพียงพอก็จะช่วยบรรเทาไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่นา ไร่ในพื้นที่ดังกล่าวนี้ ด้วยครับ กราบเรียนท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดจันทบุรีนะครับ ผมขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเหลือเร่งด่วนนะครับ
เรื่องที่ ๑ คือชาวบ้านขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้และน้ำเพื่อการเกษตรนะครับ อยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลกระแจะ อำเภอนายายอาม และเขตพื้นที่ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๙ ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่นะครับ
เรื่องที่ ๒ คือถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่สามารถลำเลียงสินค้าการเกษตรมาขาย ได้ ในเขตพื้นที่หมู่ที่ ๑๕ ตำบลสองพี่น้อง หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๖ ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่
เรื่องที่ ๓ ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาทบทวน คำสั่งที่ สพฐ. ๐๔๐๐๖/ว.๖๘ ลงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๕ ที่แจ้งให้โรงเรียนวัดรำพัน อำเภอท่าใหม่ระงับรับเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา ๒๕๕๕ นี้ ทั้ง ๆ ที่ โรงเรียนรำพันหรือโรงเรียนวัดรำพันที่มีความพร้อมทุกอย่างนะครับ
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๔ ขอให้ท่านอธิบดีกรมธนารักษ์พิจารณาอนุมัติ ช่วยเหลือทางสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติจังหวัดจันทบุรี ที่ขอใช้สถานที่อาคาร สำนักงานเขตเศรษฐกิจที่ ๒๐ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เพราะว่าทางธนารักษ์จังหวัดจันทบุรี ได้ทำหนังสือมาขอใช้สถานที่ตั้งแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ แล้วนะครับ จึงขอให้ท่านอธิบดี ช่วยเร่งรัด เร่งรีบ ดำเนินการให้ทางสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติจังหวัดจันทบุรีด้วยครับ เอกสารที่ผมหารือในวันนี้ส่งมอบให้กับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกกระทรวงด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองบัวลำภู ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธาน ๓-๔ เรื่องดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ ปัญหารถพ่วงบรรทุกอ้อยแบกน้ำหนักเกินทำถนนเสียหาย ขอให้ ภาครัฐดำเนินการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ตำรวจทางหลวง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก เนื่องจากว่ามีการตั้งจุดรับซื้ออ้อย จากเกษตรกรโดยพ่อค้าคนกลาง แล้วก็ขนอ้อยไปขายที่โรงงาน ถนนซ่อมไม่ไหวครับ ท่านประธาน ซ่อมวันนี้พรุ่งนี้พังครับ เพราะฉะนั้นช่วยดูให้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากถนนสาย ๒๑๐ เชื่อมระหว่าง จังหวัดหนองบัวลำภูไปอำเภอนากลาง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ปัจจุบันเป็นถนน ๒ เลน ขอให้ขยายเป็นถนน ๔ เลนจนถึงจังหวัดเลย ซึ่งจะทำให้สะดวกในการเชื่อมต่อกับการขนส่ง กับภาคเหนือทั้งหมดนะครับ
เรื่องที่ ๓ ปัญหาถนนชำรุดในหมู่บ้าน ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องบ้านทรายงาม ไปบ้านนามะเฟือง ตำบลนามะเฟือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นหลุมเป็นบ่อ ขอให้กรมทางหลวงชนบทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้าไปดูด้วย สายที่ ๒ เป็นสายบ้านพร้าว ไปบ้านข่า บ้านดอนเข็ม ตำบลหัวนา อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูให้ด้วย
เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องสำคัญนะครับ เรื่องของปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ ปัจจุบันในจังหวัดหนองบัวลำภูปัจจุบันรับซื้อกันอยู่ที่ ๑.๔๐-๑.๗๐ บาทต่อกิโลกรัม แม้ว่า ทางภาครัฐจะมีโครงการรับจำนำที่ ๒.๗๐ บาท แต่เนื่องจากว่าในจังหวัดหนองบัวลำภูพี่น้อง แจ้งมาว่ารับอยู่เพียงครอบครัวละ ๕ ตันต่อวัน แต่การที่จะกู้มันสำปะหลัง ขนส่ง มันสำปะหลัง กู้มันสำปะหลังไปขายนั้น พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถชั่งได้หรอกครับว่าวันหนึ่ง จะได้ ๕ กิโลกรัม ๗ กิโลกรัม ๘ กิโลกรัม เพราะบางวันขนไป ๗ กิโลกรัม ๕ ตัน จำนำ ๒.๗๐ บาท อีก ๒ กิโลกรัมต้องขายให้กับพ่อค้าที่ราคา ๑.๔๐ บาท เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้นะครับ เปิดโอเพ่น (Open) เลยครับท่านประธานครับ ไม่ต้องไปกำหนดละครับว่าวันละเท่านั้นเท่านี้ ขนมาเท่าไรให้รับจำนำทุกกิโลกรัมที่เกษตรกรขนมา ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านสงกรานต์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องหลัก ๆ นะครับ
เรื่องแรก พี่น้องชาวบ้านหมู่ที่ ๑๐ ตำบลบ้านนาเกลือ อำเภอเมือง จังหวัดนครสรรค์นะครับ แจ้งมาว่าที่นั่นมีบึงอยู่บึงหนึ่งนะครับ ชื่อว่าบึงใยไหม ซึ่งเมื่อสมัยที่แล้ว ได้รับงบประมาณมาขุดลอกจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่เนื่องจากว่ายังขาดอยู่อีกส่วนหนึ่งนะครับแล้วทำให้ไม่สามารถที่จะทำน้ำประปาได้ จึงขอแจ้ง ท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ทราบว่าอยู่ใน โครงการอยู่แล้ว ช่วยอนุมัติงบเพื่อไปขุดให้เรียบร้อยด้วยนะครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑ นะครับ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายอยู่ในเขตเทศบาลผมนะครับ บริเวณ ตลาดสะพานดำแจ้งมาว่าตอนนี้การค้าฝืดเคืองมากนะครับ เขาอยากจะกลับมาอยู่ คือเดิม เขาอยู่ตรงนี้แล้วเขาย้ายไปอีกที่หนึ่งนะครับ อยากจะกลับมาทำมาค้าขายในบริเวณเดิม แต่ติดปัญหาว่าที่นี้เป็นที่ของกรมธนารักษ์ไม่ทราบว่าจะติดต่ออย่างไร จึงอยากประสานงาน ผ่านท่านประธานนะครับว่าให้แจ้งกรมธนารักษ์ช่วยดูแลพ่อค้าแม่ค้าแถวตลาดสะพานดำ ในเขตเทศบาลเมือง เมืองนครนครสวรรค์ด้วยครับ
ส่วนเรื่องสุดท้ายครับขณะนี้ในเขตเทศบาลบริเวณสี่แยกสะพานเดชานี้ มีการ ซ่อมแซมถนนกันอย่างเต็มที่เลยนะครับ เยอะมากนะครับ แล้วปรากฏว่าฝุ่นด้วยนะครับแล้ว ก็การจราจรค่อนข้างติดขัด อยากฝากท่านประธานแจ้งไปยังกรมทางหลวงช่วยดูแล เรื่องการจราจรแล้วก็เรื่องความปลอดภัยด้วยครับเพราะว่าเวลากลางคืนผู้คนสัญจรคนที่ไม่เคย ผ่านแถวนั้นผ่านไปผ่านมาป้ายสัญลักษณ์กลางคืนไม่ชัดนะครับ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกมอเตอร์ไซค์วิ่งไปถนนมันขรุขระนะครับ ตกหลุมตกร่องแล้วก็รถ มาทีหลังอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ขอฝากท่านประธานถึงกรมทางหลวงด้วยครับ ช่วยดูแลด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมคิด เชื้อคง
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุบลราชธานี วันนี้มีเรื่องหารือ ท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๗ บ้านโนนดู่ ตำบล โคกชำแหระ อำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ชื่อนายเลิศ พงษ์ภา พร้อมชาวบ้าน ๒๐๐ ครัวเรือน แล้วก็มีประชากรประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ คน เรื่องสะพานข้ามลำห้วยซึ่งเวลา หน้าฝนไม่สามารถเดินทางได้ สะพานนี้เป็นสะพานไม้เก่า ๆ ซึ่งไม่น่าจะมีแล้วในยุคนี้นะครับ ก็อยากจะร้องเรียนกับ ส.ส. แล้วก็ให้ ส.ส. ทำเรื่องร้องทุกข์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด อุบลราชธานีหรืออธิบดีกรมทางหลวงชนบทเพื่อดูแลหมู่บ้านนี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องเกี่ยวกับผู้ประกอบการกับภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมา ผู้ค้าขายซึ่งประสบปัญหาจากเรื่องน้ำท่วม ส่งวัสดุไม่ทัน ของทุกอย่างส่งไม่ทันหมด แต่ว่า เวลามีสัญญากับรัฐแล้วถูกปรับโดยที่รัฐยังไม่มีนโยบาย ยังไม่มีมาตรการเยียวยาออกไปช่วย เพราะฉะนั้นกระทรวงการคลังกับสำนักนายกรัฐมนตรีควรจะมีมาตรการเยียวยาซึ่งเคยมี ในมติ ครม. ไว้แล้ว แต่ว่ายังไม่ออกไปทำให้ผู้ส่งมอบงานต่าง ๆ โดนปรับ บางท่านมาร้องทุกข์ กับผม มาคุยกับผมโดนปรับหลายล้านบาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทแล้วแต่ ปรับไปก่อน แล้วมาตรการจะออกมาแล้วค่อยตั้งงบประมาณคืนซึ่งผมเห็นว่ามันจะเป็นการ ล่าช้าแล้วก็ทำให้ผู้ประกอบการเสียหาย เพราะฉะนั้นฝากกระทรวงการคลังแล้วก็รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีช่วยกรุณาไปดูเรื่องนี้ครับ
เรื่องสุดท้ายครับ ผมเป็นคนใช้รถแท็กซี่ (Taxi) จากท่าอากาศยานดอนเมือง ตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมแล้วก็เพิ่งเปิด ๑ วัน ๒ วันนี้ ผู้ที่ดูเรื่องแท็กซี่ช่วยให้ ผอ. การท่าอากาศยานฯ ช่วยไปดูหน่อยครับ รอนาน เวลาเครื่องลง ๒-๓ ไฟลท์ (Flight) รอรถแท็กซี่ครับ เพราะฉะนั้น ให้ดูแลเรื่องนี้ให้ดูหน่อย เพราะฉะนั้นเดี๋ยวพี่น้องเขาก็ร้องมาเหมือนเดิมอีกละครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ดูแลซ่อมแซมถนนหมายเลข ๑๑๙๕ สายสุโขทัย-วังไม้ขอน ท่านประธานครับ ประชาชน ที่ใช้สัญจรเดือดร้อนมากนะครับ เนื่องจากว่าถนนสายดังกล่าวบริเวณในพื้นที่ของหมู่ที่ ๖ ตำบลปากแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ได้ถูกกระแสน้ำพัดผ่านถนนขาดมาเป็น ระยะเวลาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว บัดนี้ยังไม่ได้มีการซ่อมแซม ทางผู้นำท้องถิ่น ได้สอบถามไปยังแขวงการทางก็บอกว่าจะมาทำนะครับ จนป่านนี้ยังไม่ได้ดำเนินการนะครับ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการเรื่องนี้ อย่างเร่งด่วนนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่ภานุพงษ์ สุวรรณโฉม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๒ ตำบลวังทองแดง ได้ร้องเรียนมาว่าถนนสายเข้าหมู่บ้านบ้านไสยาสน์ หมู่ที่ ๒ ซึ่งมีวัด และโรงเรียน ปัญหาเกิดขึ้นจากถนนดังกล่าวนี้ได้ยกให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย มันเป็นปัญหาอยู่ที่ว่าทาง อบจ. นั้นไม่สามารถจัดสรร งบประมาณในการซ่อมแซมนะครับ ถนนดังกล่าวนี้เป็นถนนซึ่งชำรุดมากมายมาหลายปีแล้ว นะครับ ซึ่งเมื่อปลายปีที่แล้วนี้ฝนได้ตกหนัก แล้วก็ประสบบัญหาน้ำท่วม ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ สัญจรไม่สะดวกนะครับ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังอธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้จัดสรรงบประมาณซ่อมแซมถนน ซึ่งเป็นสายหลัก แล้วเป็นถนนซึ่งทางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นได้รับการถ่ายโอนแต่ไม่ได้รับการบูรณะนะครับ หลาย ๆ เส้น หลาย ๆ สาย ในจังหวัดสุโขทัยด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ทางสภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับสมาชิกและประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ในขณะนี้ในช่วงของการหารือ หมายถึงว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากต่างจังหวัดทั้งหลายก็นำปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่มาหารือให้ผ่าน ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อได้รับการแก้ไขนะครับ ก็ยินดีต้อนรับอย่างยิ่งนะครับ เชิญท่านนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการ ร้องเรียนจากราษฎรจังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งอยู่ติดต่อกันนะครับ รวมทั้งจังหวัดนครสวรรค์ด้วย เพราะที่อำเภอ ชัยบาดาลเป็นศูนย์กลางเป็นชุมทาง มีถนนหลายสายทั้งหมด ๙ สาย รวมตอนนี้เป็น ๙ ดาวนะครับ ประชาชนเดือดร้อนแล้วก็มาร้องที่ผม ฉะนั้นตอนนี้รู้สึกว่ามีพวกมันสำปะหลังกำลัง เดือดร้อนมาก อยากให้ท่านประธานช่วยกรุณาเร่งให้รัฐบาลรีบไปแก้ปัญหาครับ ช่วยเหลือ ราษฎรชาวปลูกมันสำปะหลัง แล้วก็เรื่องถนนเลี่ยงเมืองลำนารายณ์ อำเภอชัยบาดาลนี่ รถติดมากในเวลานี้ครับ อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย รีบไปแก้ไขครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ มีถนนสายหลัก ๆ สาย ๒๐๕ ถนนลำนารายณ์ ตั้งแต่จังหวัดสิงห์บุรีคืออำเภอโพธิ์ชัยไปอำเภอบ้านหมี่ อำเภอโคกสำโรง อำเภอชัยบาดาล แล้วก็ไปถึงจังหวัดนครราชสีมาครับ รถคับคั่งมาก เป็น ๔ ช่องจราจรบางตอน บางตอนก็เป็น ๒ ช่องจราจร และถนนก็ชำรุดเสียหายมากตอนนี้อยากให้ฟื้นฟูเยียวยาให้เป็นถนนมาตรฐาน และใช้การได้มั่นคงต่อไป แล้วก็สายพหลโยธินตั้งแต่จังหวัดลพบุรีไปจนถึงจังหวัดนครสวรรค์ ผ่านอำเภอโคกสำโรง อำเภอหนองม่วง กำลังเดือดร้อนเพราะมีถนนชำรุดหลายสายหลาตอนนะครับ มันเป็นตอน ๆ ที่ชำรุด แล้วก็จากลำนารายณ์ไปสระโบสถ์ไปออกหนองม่วงนี่ก็เช่นเดียวกัน ไปทุ่งท่าช้างไปชอนสารเดช ท่านประธานครับ ทั้งหมดมีถึง ๑๗ เรื่อง ผมขอส่งเป็นหนังสือให้ ท่านประธาน เพราะว่าถ้าจะอ่านทั้งหมดคงจะช้าจะรบกวนคนอื่น ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ กระผมมีปัญหาที่จะหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ของผมในอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เนื่องจาก ในวันที่ ๑ มีนาคมที่แล้วมาชาวบ้านที่เลี้ยงปลาทับทิมในอำเภอหนองจิกประกอบด้วย ๓ ตำบล คือ ตำบลตุยง ตำบลดอนรัก ตำบลเกาะเปาะ ทั้ง ๓ ตำบลมีประชาชนเลี้ยงปลาในกระชัง ทั้งหมด ๑,๐๐๐ กว่ากระชัง แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑ มีนาคมที่แล้ว ปรากฏว่าปลา ในกระชังทั้งหมด ๑,๐๐๐ กว่ากระชังเสียหายทั้งหมดตายไปหมดในค่ำคืน ดังนั้นชาวบ้าน รู้สึกเดือดร้อนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ของผมแล้ว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย พวกประชาชนในที่นั่นมีความเดือดร้อนในเรื่องของเหตุการณ์ความไม่สงบมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มาแล้ว เพิ่มไปอีกในเรื่องของปลาที่ชาวบ้านจะได้เลี้ยงกันทุกวันอยู่หน้าบ้าน อยู่ในลำคลอง ของคลองตุยงตายไปหมด ตรงนี้ผมว่ารัฐบาลน่าจะให้ความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องช่วยสั่งการให้ดูแลให้บูรณาการระหว่าง หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นั่นมี ศอ.บต. ที่เป็นหัวหลักที่จะได้ช่วย เยียวยาชาวบ้านให้กระทรวงช่วยสั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ ศอ.บต. จังหวัด อำเภอ แล้ววิทยาลัยประมงก็อยู่ที่นั่น ผมได้กลับไปเชิญวิทยาลัยประมงมาร่วมงานในเรื่องเยียวยา ชาวบ้านด้วย เขาก็เต็มที่ในเรื่องเหล่านี้ ขอให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ช่วยสั่งการด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านบุญฐินครับ
(นายบุญฐิน ประทุมลี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
ท่านสุรสาลครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ที่ได้แจ้งผล การดำเนินการตามข้อหารือของกระผมที่ได้หารือในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ กระผมมีข้อสงสัยในผลการดำเนินการ ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้แจ้งมาดังนี้ ต่อกรณีของระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมือง สิงห์บุรีฝั่งตะวันออกซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ กรมโยธาธิการ และผังเมืองชี้แจงว่าตัวเขื่อนได้รับความชำรุดเสียหายจากการใช้งาน กระผมขอกราบเรียน ท่านประธานว่าเขื่อนแห่งนี้สร้างเสร็จในปี ๒๕๕๒ พอปี ๒๕๕๓ เกิดอุทกภัยน้ำก็เข้าท่วม พื้นที่โดยที่เขื่อนไม่สามารถป้องกันได้แต่อย่างใด ดังนั้นการชี้แจงว่าเป็นเพราะตัวเขื่อนได้รับ ความชำรุดเสียหาย ใช้งานไม่ได้ จึงไม่น่าสมเหตุสมผล ยืนยันด้วยหนังสือจากสำนักงาน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสิงห์บุรี ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถึงผู้อำนวยการสำนัก สนับสนุนและพัฒนา กรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งระบุว่าระบบป้องกันน้ำท่วมนี้มีการรั่วซึม ตลอดแนวป้องกันทำให้ในฤดูน้ำหลาก ปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ ระบบไม่สามารถป้องกัน พื้นที่ชุมชนได้ ดังนั้นจากที่ได้กราบเรียนท่านประธานมาแสดงว่าระบบนี้ไม่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่แรก จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยสอบหาข้อเท็จจริง เพราะกรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงว่าได้นำเสนอผ่านแผนงานโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมบูรณะ และฟื้นฟู ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน หรือ กคฐ. แล้ว และคณะรัฐมนตรี แล้วเช่นกัน แต่มิได้ชี้แจงหรือแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และจากสิ่งที่ เกิดขึ้นนี้ กระผมไม่สามารถวางใจกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ ดังนั้นนอกจากจะสอบหา ข้อเท็จจริงแล้ว อยากจะให้กระทรวงมหาดไทยได้โปรดลงมาดูในรายละเอียดของแบบและ ควบคุมการก่อสร้าง หากจะมีการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมเช่นนี้อีกในจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อให้ได้ระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและเป็นที่ วางใจของประชาชนชาวจังหวัดสิงห์บุรีครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านยุพราช บัวอินทร์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ร่วม ๓๐๐ นายครับ ที่ได้เข้าไปตรวจสอบและจับกุม สำหรับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย มีการบุกรุกพื้นที่ป่า การใช้ประโยชน์ การเข้าถือครองที่ดินอย่างผิดกฎหมายของกลุ่มนายทุนที่เข้าไปบุกรุกที่ป่า ผมขอชื่นชมครับ แล้วก็เห็นด้วยกับการปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ แต่ทว่าครับ ทางกรมป่าไม้ อยากเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านอธิบดีกรมป่าไม้นะครับ ว่าท่านต้องกำชับเจ้าหน้าที่ในการกำกับของท่านว่าต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ถึงวัตถุประสงค์หลักในการเข้าตรวจสอบและจับกุมในครั้งนี้นะครับ เพราะหลังจากที่ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่พี่น้องประชาชนประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ซึ่งประกอบอาชีพเพาะปลูกทำการเกษตรโดยการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ ขณะนี้ไม่กล้าออกไป ทำไร่ข้าวโพดครับ เพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะจับกุม ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนโดยละเอียดครับ
ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ราคาหอมแดงในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ตกต่ำ ราคาหอมแดงตั้งแต่วันที่ ๑-๗ มีนาคมที่ผ่านมา มีราคาเพียง ๔-๘ บาทเท่านั้น ขอกราบเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกหอมแดงจังหวัดเพชรบูรณ์
เรื่องที่ ๓ ขอให้ติดตามการดูแลและการช่วยเหลือต่อกรณีพี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดเข้ามาดูแล เรื่องความเสียหายที่เกิดจากความไม่พร้อมจากนโยบายการจำนำของรัฐบาลตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์จนถึงขณะนี้ เมื่อเดือนที่แล้วมีการจำนำราคามันสำปะหลัง รัฐบาลได้กำหนดไว้ที่ ๒.๗๕ บาท เดือนนี้ ๒.๘๐ บาท แต่ส่วนต่างที่พี่น้องประชาชนได้ขายไปแล้ว ซึ่งไม่ถึงราคาขั้นต่ำ ที่รัฐบาลกำหนด อยากกราบเรียนท่านประธานให้ติดตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา ให้กลุ่มผู้ปลูกมันสำปะหลังครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านชมภู จันทาทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้เป็นวันสตรีสากลค่ะท่านประธาน ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสดิฉันได้มีเวลาได้หารือ ซึ่งเป็นตัวแทนของสตรีจังหวัดหนองคายได้นำความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ
เรื่องแรกที่ดิฉันจะนำมาหารือกับท่านประธาน เนื่องจากตัวดิฉันเองนั้น ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนบ้านปากสวยน้อย ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย และจากบ้านปากสวย ตำบลวัดหลวง อำเภอเมืองนะคะท่านประธาน เขาอยาก ให้ทางหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการขยายสะพาน คือทางช่วงถนน ที่จะขยายถนน ๔ ช่องจราจร ช่วงจากหนองคายไปถึงอำเภอรัตนวาปีจะเป็นช่วง ๆ แต่สะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่ยังไม่รองรับถนน ๔ ช่องจราจร ตัวดิฉันเองนั้นกลัวเกิด อุบัติเหตุแก่พี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนก็กังวลเหมือนกัน ก็ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบคือกระทรวงคมนาคม หน่วยงานของทางหลวงแผ่นดิน จังหวัดหนองคายด้วยค่ะ ได้ช่วยทำแบบขยายสะพานข้ามห้วยปากสวยแห่งนี้เพื่อรองรับถนน ๔ ช่องจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุด้วยค่ะ
ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันเองนั้นได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคายค่ะ ท่านประธานคะ เขามีน้ำประปาหมู่บ้านค่ะ แต่ว่า ศักยภาพเขายังไม่พอที่จะบริการกับพี่น้องและคุณภาพก็ไม่ค่อยดี เขาก็อยากโอนประปา หมู่บ้านของตำบลโพนแพงไปให้ประปาส่วนภูมิภาคซึ่งจะมีศักยภาพดีกว่านะคะ ก็ฝาก ท่านประธาน เพราะว่าหน่วยงานของตำบลโพนแพงนั้นได้ทำเรื่องราวไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบแล้วค่ะ ก็ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่จะรับโอนประปาส่วนภูมิภาค เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องของบประมาณสนับสนุนการขุดลอกหนองเลี้ยงช้าง ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายประยูร หันจางสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกพุทรา หมู่ ๑๑ ตำบลตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงเรื่องหนองน้ำในหนองเลี้ยงช้างตื้นเขิน หนองเลี้ยงช้างเป็นหนองน้ำ ธรรมชาติที่มีเนื้อที่ ๑๔๙ ไร่ ประชากรที่ใช้น้ำจากหนองเลี้ยงช้าง ท่านประธานคะ ๗๐๐ ครัวเรือนเลยทีเดียว และ ๕ หมู่บ้านค่ะ มีบ้านโคกพุทรา หมู่ที่ ๑๑ บ้านโคกพุทรา หมู่ที่ ๒ บ้านโคกสุวรรณ บ้านโคกกลาง บ้านเล่า ประชากร ๕ หมู่บ้าน ๗๐๐ ครัวเรือน ต้องการน้ำจากหนองเลี้ยงช้างอุปโภคบริโภคแล้วยังทำการเกษตรอีกนะคะ ท่านประธานคะ ตอนนี้นั้นตื้นเขิน แล้วทีนี้ระบบไหลเวียนในหมู่บ้านนั้น ระบบประปาในหมู่บ้านนั้นไม่ดีพอ ระบบการระบายน้ำไม่ดีพอ เวลาหน้าฝนมา ฝนตก น้ำชะล้างสิ่งปฏิกูลทั้งหลายลงไปใน หนองเลี้ยงช้างอีก ดังนั้นแล้วจึงขอขุดลอกเพื่อไม่ให้ตื้นเขินเพื่อประชากร ๗๐๐ ครัวเรือน และ ๕ หมู่บ้านค่ะ หนองเลี้ยงช้างเลี้ยงคน ๕ หมู่บ้าน ต้องการให้รัฐบาลดูแลอย่างยั่งยืน และยาวนาน จึงของบประมาณขุดลอกหนองเลี้ยงช้าง
ท่านประธานคะ เรื่องที่ ๒ ค่ะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณเพื่อการก่อสร้างอาคารเรียนแบบ ๓๑๘/พิเศษ ดิฉันได้รับการประสานงานจากนายธวัช ทุมมนตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านม่วง พิทยาคม ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร เรื่องอาคารเรียนไม่พอ นักเรียน เพิ่มขึ้นทุกปี แต่อาคารเรียนนั้นไม่พอ การจัดการเรียนการสอนเป็นไปด้วยความยากลำบากค่ะ ท่านประธานคะ โรงเรียนไกลปืนเที่ยง ต้องการเป็นโรงเรียนเยี่ยง กทม. จึงร้องของบประมาณ เพื่อการพัฒนาผู้เรียนและชุมชน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ท่านสมาชิกครับ มีผู้ลงชื่อ ๒๙๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิดการประชุม เป็นกระทู้ถามสด เนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าในวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจสำคัญในการเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเหตุอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นหากมีสมาชิกตั้งกระทู้ถาม ถามท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจึงไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสด
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๕๙ ส. เรื่อง พืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำ สินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพง (นายศุภชัย ศรีหล้า เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอทำหน้าที่ เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนด้วยการตั้งกระทู้ถามสด ถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้วันนี้ท่านจะไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ แต่ก็เข้าใจว่าคงจะมีรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถาม ของกระผมซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญตามหมวด ๙ ว่าด้วยเรื่องของการควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดิน มาตรา ๑๕๗ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๕๗ ระบุไว้ว่าการบริหาร ราชการแผ่นดินเรื่องใดที่เป็นปัญหาสำคัญและอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องที่กระทบถึงประโยชน์ของประเทศชาติหรือประชาชนสามารถตั้งเป็นกระทู้ถามสดได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน จะสังเกตได้ว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านหารือเรื่องเหล่านี้ต่อที่ประชุมแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นซีก ฝ่ายค้านและเป็นซีกของรัฐบาล ๒ เรื่องที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนและเพื่อนสมาชิกได้พูดถึง มี ๒ เรื่องหลัก ๆ ตลอดระยะเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมา นั่นคือเรื่องของพืชผลทางการเกษตร ราคาตกต่ำ ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องของของแพงที่ทั้งซีกรัฐบาลและซีกฝ่ายค้านได้เรียกร้อง ให้รัฐบาลเร่งรัดแก้ไขปัญหา นอกจากนั้นยังมีอาการทางสังคมที่ปรากฏทั่วทั้งประเทศ ท่านประธานจะลองไล่จากใต้ขึ้นเหนือสักหน่อยหนึ่งก็ได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมือของกระผมเป็นกระดาษเปล่า ๆ ใบหนึ่ง แต่ในกระดาษใบนี้มีเนื้อหาสาระที่สำคัญคือมี ภาพของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากกรณีของพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ นั่นคือกรณี ยางพารา เป็นภาพของพี่น้องจังหวัดสงขลาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคมที่ผ่านมา อีกภาพหนึ่งก็เป็นภาพของพี่น้องที่เดือดร้อนจากยางพาราเช่นกันนะครับ กรณีจังหวัดสงขลาเช่นกัน ท่านประธานคงจะจำได้นะครับว่าสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ยางพารากิโลกรัมละ ๑๗๒ บาท แต่วันนี้กิโลกรัมละ เพียง ๑๐๙ บาท ราคาต่างกันร่วม ๗๐ บาท หรือจะไปที่โคราช จังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานที่เคารพครับ ก็จะมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเช่นกัน ภาพที่ปรากฏ อยู่ในมือของกระผมก็คือภาพของการชุมนุมของพี่น้องชาวโคราชและชาวบุรีรัมย์ เรียกร้อง เรื่องราคามันสำปะหลังตกต่ำ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดช่วยเหลือ หรือจะไปที่จังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็มีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเช่นกัน ภาพนี้เป็นภาพ ของพี่น้องชาวศรีสะเกษ ซึ่งเดือดร้อนจากราคามันสำปะหลังตกต่ำ เขียนไว้ในป้ายที่เรียกร้อง ทางรัฐบาลบอกว่านำมันสำปะหลังที่ไม่มีราคามาเททิ้งนะครับ นี่คือนำมันสำปะหลัง ที่ไม่มีราคามาเททิ้ง แล้วก็บอกกับทางรัฐบาลว่าช่วยแก้ไขปัญหาโดยด่วน หรือแม้กระทั่ง จังหวัดกาญจนบุรีก็อยู่ในซีกของภาคกลาง นั่นก็เดือดร้อนเช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เรียกร้องให้รัฐบาลทำให้ราคามันสำปะหลังสูงขึ้นเหมือนกับช่วงที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงนั้นท่านประธานคงจะจำได้ ราคามันสำปะหลังอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓.๓๐-๓.๕๐ บาท บางช่วงบางตอนกิโลกรัมละ ๓.๗๐-๓.๘๐ บาท แต่วันนี้ราคามันสำปะหลัง กิโลกรัมละ ๑.๔๐-๑.๕๐ บาทเท่านั้น นอกจากนั้นล่าสุดท่านประธานที่เคารพครับ ที่จังหวัดเชียงใหม่ จากภาคใต้ขึ้นภาคเหนือนะครับ ที่จังหวัดเชียงใหม่วันนี้มีพี่น้องเรียกร้องเรื่องราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระเทียม เรื่องหอมแดง ท่านประธานคงจะแลเห็นนะครับ ราคากระเทียมสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น กิโลกรัมละ ๑๕-๑๘ บาทในขณะที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์วันนี้กิโลกรัมละ ๖-๘ บาท หรือหอมแดง สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ราคากิโลกรัมละ ๑๒-๑๕ บาท แต่วันนี้ราคาเพียงกิโลกรัมละ ๕-๖ บาท ลำไยนอกฤดูสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กิโลกรัมละ ๓๐-๔๐ บาท วันนี้กิโลกรัมละ ๑๕-๒๐ บาท แล้วพี่น้องเรียกร้องอยากให้เป็นมาตรฐานเดียว คือนำให้ราคาสินค้าเกษตร เหล่านี้เอาเข้าสู่ระบบจำนำเช่นเดียวกันกับราคาสินค้าเกษตรอื่น ๆ จึงอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีผู้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ว่าท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ ถามมีวิธีการดำเนินการอย่างไรที่จะทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็นยางพารา มันสำปะหลัง หอม กระเทียม พริกสด มีเหมือนสมัยที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจะใช้ระยะเวลาดำเนินการดังกล่าวนานเท่าไรเพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบ การบ้านของท่านได้
ท่านสมาชิกครับ เราได้นำระบบการตั้งเวลากระทู้ถามตอบ ท่านจะเห็นบนจอทีวีนะครับว่า ใช้เวลาไปเท่าไร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านนะครับเพื่อความยุติธรรม เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตท่านประธานที่จะตอบคำถามของท่านสมาชิกที่ถามกระทู้ถาม เนื่องจากได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในประเทศญี่ปุ่น ท่านสมาชิกได้ถามถึงความคืบหน้าหรือว่า มาตรการของรัฐบาลในการที่จะดูแลในเรื่องของราคาสินค้าทางการเกษตรที่ท่านสมาชิก และพี่น้องประชาชนนั้นเป็นห่วง ซึ่งจากที่ได้ฟังจากท่านสมาชิกแล้ว จริง ๆ แล้วทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะดำเนินการในการ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของราคาสินค้าทางการเกษตร ในหลาย ๆ ตัว อย่างเช่น ขออนุญาตที่จะลงลึกไปในรายละเอียดที่ท่านสมาชิกท่านได้ สอบถามมา มันสำปะหลังนั้นผลผลิตของปี ๒๕๕๔ และปี ๒๕๕๕ นั้นเพิ่มขึ้นถึง ๑๓-๑๔ เปอร์เซ็นต์ และมีผลผลิตที่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง การส่งออกนั้นชะลอตัว ผู้ประกอบการมีสต็อก (Stock) อยู่ในมือนั้นเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเกษตรกรนั้น ก็สามารถที่จะนำผลผลิตเข้าโครงการรับจำนำได้ และรัฐบาลในขณะนี้นั้นก็ได้มีมาตรการ ในการดำเนินการให้พี่น้องเกษตรกรนั้นเอาผลผลิตมันสำปะหลังเข้าโครงการ ขณะนี้ราคา หัวมันสดที่ได้ดำเนินการเข้าโครงการรับจำนำแล้วมากกว่า ๘๓๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งอยู่ที่ราคา กิโลกรัมละ ๒.๘๐ บาท เพราะฉะนั้นในส่วนของมันสำปะหลังนั้นพี่น้องประชาชนก็ได้นำเข้า โครงการเป็นจำนวนมากกว่า ๘๓๐,๐๐๐ ตันแล้ว ทั้ง ครม. นั้นก็ยังได้มีมติเห็นชอบในเรื่อง ของการขยายเวลาขึ้นทะเบียนเกษตรกรจนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ รวมถึงการชะลอ การขุดหัวมันโดย ธ.ก.ส. ก็จะมีมาตรการให้กู้ยืมโดยที่ใช้หัวมันที่มีอยู่เป็นหลักประกันในวงประกัน ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็เป็นอีก ๑ มาตรการ ในการที่จะให้พี่น้องประชาชนหรือว่าพี่น้อง เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบนั้นก็ได้ดำเนินการเข้าโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทาง ธ.ก.ส. ก็จะขยายเวลาในส่วนของการชำระหนี้จนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นี้ด้วย
ในส่วนของกระเทียมที่ท่านสมาชิกท่านได้สอบถามนั้น ในขณะนี้ปริมาณ ผลผลิตของปี ๒๕๕๔ และปี ๒๕๕๕ นั้นก็ได้เพิ่มขึ้นประมาณ ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ผลผลิตที่ออกสู่ตลาด ราคาที่เกษตรกรได้ขายต่ำกว่าในปีก่อน ๆ หรือว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเนื่องจาก การชะลอตัวของการที่ผู้ประกอบการนั้นได้มีการประสานยืนยันในการดำเนินการที่ผ่านมา กำลังซื้อนั้นลดลง กระเทียมที่นำเข้าจากประเทศจีนนั้นก็มีเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้น มาตรการในการดูแลของทางรัฐบาลเองนั้นก็ได้มีอยู่ ๒-๓ ประการ เช่น ในเรื่องของการกำหนด เป็นสินค้าควบคุม และใช้มาตรการการควบคุมให้มีการห้ามย้ายกระเทียมที่นำเข้าจาก ต่างประเทศ รวมถึงปริมาณสถานที่ที่จัดเก็บด้วย เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จะดูแลอย่างใกล้ชิด ในเรื่องของกระเทียมที่จะเคลื่อนย้ายมาจากต่างประเทศ
ในส่วนที่ ๒ นั้น คชก. ก็มีมติเห็นชอบในการที่จะชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ ๓ เปอร์เซ็นต์ ให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเพื่อแก้ไขปัญหากระเทียมที่ได้รับซื้อ กระเทียมจากเกษตรกร โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ ๔๘,๐๐๐ ตัน
ในส่วนที่ ๓ ก็จะได้มีการดำเนินการประสานกับทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหมในการดำเนินการกับผู้ที่นำเข้าและลักลอบกระเทียมเข้ามาอย่างเข้มงวด ต่อไป
ส่วนของหอมแดงที่ท่านสมาชิกท่านก็ได้สอบถามมานั้นผลผลิตของปี ๒๕๕๔ และปี ๒๕๕๕ นั้นก็เพิ่มขึ้นอยู่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ก็เป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก คุณภาพไม่ดี เพราะฉะนั้นการส่งออกก็จะชะลอตัวลง การช่วยเหลือหรือว่ามาตรการในการที่จะ ดำเนินการนั้นก็จะได้มีการประสานในการเปิดตลาดส่งออกหอมแดงไปที่ประเทศเวียดนาม ประเทศลาว เพื่อใช้ทำพันธุ์และเชื่อมโยงการซื้อขายกับประเทศอินโดนีเซีย โดยที่ทาง กรมส่งเสริมการส่งออกก็จะได้ดำเนินการในส่วนตรงนี้
เรื่องที่ ๒ ก็จะได้มีการประสานกับทาง ธ.ก.ส. เพื่อขอสินเชื่อโดยใช้ผลผลิต เป็นหลักประกันอย่างเช่นที่ได้เรียนไปแล้วว่ารายการตรงนี้นั้นก็คงจะได้มีความชัดเจนต่อไป
เรื่องที่ ๓ นั้นจะช่วยกระจายผลผลิตโดยนำหอมแดงมาจำหน่ายในสถานที่ ต่าง ๆ ทาง คชก. ก็มีมติให้ อคส. รับซื้อหอมแดงในราคาที่ตลาดในแหล่งผลิตที่จังหวัดศรีสะเกษ และภาคเหนือด้วย นั่นก็เป็นส่วนที่เป็นคำถามของท่านสมาชิก เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีณัฐวุฒิ จะได้ให้ความชัดเจนในส่วนของยางพาราต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญ ดอกเตอร์ศุภชัย คำถามที่ ๒ ครับ ท่านรัฐมนตรีตอบก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผมได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์นะครับ ในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงานด้านกิจการยางพาราทั้งระบบ ก็จะขออนุญาตอธิบายสถานการณ์เรื่องราคายางพาราอย่างที่ท่านสมาชิกได้ตั้งกระทู้ถาม เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าราคายางพาราในประเทศไทยถีบตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จาก การดำเนินนโยบายคิดนอกกรอบในยุครัฐบาล พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร มีการประสานความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตยางพาราสำคัญ ได้แก่ ประเทศมาเลเซียและ ประเทศอินโดนีเซีย หลังจากนั้นรัฐบาลชุดต่อ ๆ มาก็ได้รับอานิสงส์จากแนวทางดำเนินการ ดังกล่าว ทำให้ราคายางพารายังคงถีบตัวสูงขึ้นถ้าเทียบกับหลายปีก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามนะครับ กรณีที่ราคายางพาราตกต่ำลงต่ำกว่า ๑๐๐ บาทต่อกิโลกรัม พี่น้องประชาชนเกษตรกร ชาวสวนยางก็ได้มีความเคลื่อนไหว มีข้อเรียกร้องอย่างที่ท่านสมาชิกกรุณาบอกเมื่อสักครู่ครับ รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็มีมติคณะรัฐมนตรีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการมี โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา หลักการก็คือ ให้ ธ.ก.ส. อนุมัติกรอบวงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้องค์การสวนยางและสถาบัน เกษตรกรกู้โดยไม่มีดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา การดำเนินการในมาตรการ ดังกล่าวขณะนี้สถาบันเกษตรกรที่เคยผ่านโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารามาแล้ว เมื่อคราวก่อนที่เราพูดกันง่าย ๆ ว่าโครงการ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ก็สามารถจะติดต่อ ประสานงานกับ ธ.ก.ส. เพื่อดำเนินการเรื่องสินเชื่อได้ทันที ส่วนสถาบันเกษตรกรที่ยังไม่เคย เข้าร่วมโครงการ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะต้องผ่านคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดเพื่อพิจารณา คุณสมบัติซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณารวมแล้วทั้งสิ้น ๑๔๙ สถาบัน เกษตรกรบางแห่งนี่นะครับ สามารถดำเนินการสินเชื่อกับ ธ.ก.ส. ได้เงินแล้วดำเนินการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราแล้ว เช่น ที่อำเภอจันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และสถาบัน เกษตรกรอื่น ๆ ก็กำลังดำเนินการต่อเนื่องไป ในส่วนขององค์การสวนยางนี่เนื่องจากว่า มีขั้นตอนในระบบราชการที่จะต้องประสานกับสำนักบริหารหนี้สาธารณะแล้วก็เรื่อง รายละเอียดอื่น ๆ ก็ทำให้สามารถจะชี้แจงกับท่านสมาชิกได้ว่าน่าจะภายในวันที่ ๒๐ มีนาคมนี้ วงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่องค์การสวนยางจะได้ทำสินเชื่อกับ ธ.ก.ส. ก็น่าจะมีผลในทาง ปฏิบัติ นี่คือมาตรการเฉพาะหน้า และผมแน่ใจว่าหลังจากที่มาตรการดังกล่าวมีผลในทาง ปฏิบัติครบถ้วนทั้งในส่วนขององค์การสวนยางและสถาบันเกษตรกรแล้วเสถียรภาพราคา ยางพาราก็จะมีความมั่นคง และราคาก็น่าจะสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สำหรับมาตรการระยะยาวนะครับ ขณะนี้กระผม ได้ลงนามนำเรียนต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้กรุณา นำเสนอร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยฉบับที่เคยผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อดำเนินการในขั้นตอนของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
อย่างนี้ นะครับท่านรัฐมนตรีต้องช่วยกันรักษาเวลาด้วยนะครับ เพราะว่ามันมีการถ่ายทอดสด เดี๋ยวจะมี คำถามอื่น ๆ อีก เชิญท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า คำถามที่ ๒
ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาของซีก รัฐบาลได้ใช้ไปหมดแล้ว ไม่ทราบว่าตอนหลัง ๒ คำถามผมจะถามใครครับ
ผมอนุญาตให้ถามต่อและให้ตอบไปที่สุด
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงที่ยางพาราราคาดี ก็บอกว่าเป็นอานิสงส์จากบางรัฐบาล แล้วทำไมอานิสงส์เหล่านั้นมันไม่ยั่งยืนยาวมาจนถึงรัฐบาลนี้ล่ะครับ แต่ถ้าสินค้าบางตัวราคา ไม่ดี ท่านก็อ้างว่าจำนวนผลิตผล มีผลิตผลมากเกินไป พี่น้องเกษตรกรเก่งเกินไป จนกระทั่ง ทำให้มีผลิตผลมากจนล้นเหลือตลาด ข้ออ้างเหล่านี้คงจะไม่เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน และไม่ก่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเท่าใดนัก ท่านประธานที่เคารพครับ มาถึงคำถาม ที่ ๒ ครับ ซึ่งเป็นปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ กินอิ่ม นอนหลับเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขของคนจนนะครับ แต่วันนี้ถ้าเผื่อท่านประธานจะดู จะพิจารณาคนจน คนจนอยู่อย่างยากลำบากมาก สินค้ามีราคาแพง มะนาวใบละร่วม ๑๐ บาท ไม่ต้องพูดถึงน้ำมัน ไม่ต้องพูดถึงก๊าซหุงต้ม ไม่ต้องพูดถึงเอ็นจีวี (NGV) แอลพีจี (LPG) วันนี้ ของเหล่านี้ทุกตัวมีราคาสูง ส่งผลกระทบต่อสินค้าอุปโภค บริโภค แพงขึ้นทุกตัว วันนี้โดย เฉลี่ยแล้วแพงมากขึ้นถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ แปลว่าสินค้าเหล่านี้ส่งผล กระทบต่อนโยบายกระชากค่าครองชีพของรัฐบาล ผมเกรงว่านโยบายกระชากค่าครองชีพ มันจะเหลือเฉพาะกระชากชีพของประชาชน จึงอยากจะตั้งคำถามที่ ๒ ผ่านไปยังท่าน รัฐมนตรีว่าท่านมีวิธีการใดในการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงที่คนไทยทั้งประเทศประสบอยู่ ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน รวมถึงแก๊สหุงต้ม ท่านจะยืนยันได้หรือไม่ว่าราคาสินค้าเหล่านี้จะไม่แพงยิ่งไปกว่านี้ ในขณะที่ท่านบริหาร ราชการแผ่นดินอยู่
ท่านรัฐมนตรีต้องตอบกระชับหน่อยนะครับ เพราะไปกินเวลาเขา
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ ผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตที่จะตอบคำถามท่านสมาชิก ในส่วนของมาตรการที่จะดูแล สินค้าและราคาของอาหารต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนนั้นได้รับความเดือดร้อน ตอนนี้นั้น ทางรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์นั้นก็ได้มีมาตรการในการที่จะเข้าไปดำเนินการขอ ความร่วมมือ ซึ่งได้ออกประกาศราคาจำหน่ายปลีกและนำอาหารปรุงสำเร็จในส่วนของที่ พี่น้องประชาชนนั้นได้มีความนิยมในการบริโภคประมาณ ๑๐ รายการ เช่น ข้าวไข่เจียว ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์นั้นก็ได้ มีการดำเนินการเพิ่มในส่วนของร้านอาหารธงฟ้า ซึ่งมีเป้าหมายในเขตกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ๑,๐๐๐ แห่ง ในขณะนี้ก็ได้รับคัดเลือกไปแล้วประมาณ ๖๐๐ ราย ในส่วนของ จังหวัดอื่น ๆ มีเป้าหมายอยู่ที่ ๗,๐๐๐ แห่ง ในขณะนี้ก็ได้รับคัดเลือกไปแล้วประมาณ ๔,๔๐๐ แห่ง ซึ่งรวมแล้วก็ประมาณ ๕,๐๐๐ แห่ง ในส่วนของร้านอาหารธงฟ้าที่จะขายอาหาร ปรุงสำเร็จในราคาประมาณ ๒๕-๓๐ บาทให้กับพี่น้องประชาชน ได้มีการจัดประชุมชี้แจง ในส่วนของร้านอาหารในอาคาร สำนักงาน ศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีก ส่ง เพื่อที่จะทำความเข้าใจและขอความร่วมมือ ซึ่งในขณะนี้นั้นก็ได้มีห้างต่าง ๆ นั้น ก็ให้ความร่วมมือกันมามากพอสมควร เช่น ห้างบิ๊กซี ห้างแม็คโคร และศูนย์อาหารในอาคารสำนักงานหลาย ๆ แห่งก็ได้ให้ ความร่วมมือไปแล้ว รวมทั้งเร่งการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษเพื่อจะแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ เร่งด่วน โดยจะมีการติดตามกำกับดูแลราคาสินค้าที่จำเป็นโดยเฉพาะอาหารปรุงสำเร็จเพื่อที่ เป็นหน่วยประสานบูรณาการในส่วนของกระทรวงพาณิชย์และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร กรมการปกครอง กรมอนามัย เป็นต้น ก็เรียนกับท่านสมาชิกว่าขณะนี้ก็ได้ มีการดำเนินการ แล้วก็ดูแลอย่างใกล้ชิดครับ ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ มาถึง คำถามที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานคงจะจำได้ว่าในสมัยที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายเรื่องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้ความสำคัญกับ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยากคนจน ลดรายจ่ายของ ท่านอภิสิทธิ์ เช่น เรื่องเรียนฟรี ไม่ต้องเสียค่าชุดนักเรียน ไม่ต้องจ่ายค่าอุปกรณ์การเรียน รักษาพยาบาลฟรี อันนี้ในตัวอยู่แล้ว รัฐบาลดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน ค่าไฟฟ้าฟรี ถ้าเผื่อว่าใช้ไฟฟ้าไม่เกิน ๙๐ หน่วย แปลว่าช่วยประหยัดเงินพี่น้องไป ๓๐๐ บาทต่อเดือน เพิ่มรายได้ ยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน เกษตรกรได้รับประโยชน์จากนโยบายประกัน รายได้เกษตรกร ทั้งเกษตรกรที่ทำนา เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด จนทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นทุกตัว เพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนคนสูงอายุให้มีเบี้ยยังชีพ เพิ่มรายได้ให้กับพี่น้อง อสม. ซึ่งมาช่วยดูแลสุขภาพเดือนละ ๖๐๐ บาท สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ ท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ทำในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี กลับกันวันนี้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ วันนี้กลับลดรายได้แต่เพิ่มรายจ่าย มันสวนทางกันโดยสิ้นเชิงนะครับท่านประธาน ลดรายจ่าย ยกตัวอย่างใช้นโยบายจำนำทั้งข้าวและมันสำปะหลัง มีพี่น้องประชาชนได้รับ ประโยชน์จากนโยบายนี้น้อยมาก เทียบกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มีพี่น้องประชาชน ได้รับประโยชน์ถึง ๔ ล้านครอบครัว แต่วันนี้มีคนเข้าร่วมโครงการเพียง ๗๐๐,๐๐๐ ครอบครัว เท่านั้น ในขณะเดียวกันราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำทุกตัวครับ ถ้าราคาพืชผลทาง การเกษตรตกต่ำแปลว่าอะไร แปลว่าวันนี้พี่น้องประชาชนมีรายได้ลดน้อยลง ในขณะเดียวกัน รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้นครับ รายจ่ายเรื่องค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่พี่น้องต้องใช้ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน วันนี้เพิ่มขึ้นทุกตัว ค่าใช้จ่ายเรื่องพลังงาน ค่าใช้จ่ายเรื่องสินค้าต่าง ๆ ที่แพงขึ้น แพงทั้งแผ่นดิน ตัวนี้ก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันพี่น้องคนยากคนจนต้องเสียค่าไฟฟ้าเดือนละ ๓๐๐ บาท เกือบจะทุกครอบครัว ผมจึงมีคำถามที่ ๓ ที่อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังผู้ชี้แจงว่าในขณะนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน รายได้ลดลง พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ แต่มีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น แพงทั้งแผ่นดิน สินค้าอุปโภคบริโภคแพงไปทุกหย่อมหญ้า แต่รัฐบาลเลือกที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมากกว่าแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน
คำถามสุดท้ายของกระผมก็คือว่าอีกนานเท่าใดครับรัฐบาลนี้จึงจะใส่ใจกับ ปัญหาของพี่น้องประชาชน
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ว่าแนวทางนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เป็นแนวทางนโยบายที่มีความชัดเจนในเรื่องของการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ให้กับพี่น้องประชาชน รัฐบาลชุดนี้นะครับสืบทอดจิตวิญญาณเรื่องนโยบายจากรัฐบาล พรรคไทยรักไทย เราดูแลชีวิตพี่น้องเกษตรกร ชีวิตพี่น้องประชาชนให้มีศักยภาพในการดำรงชีพ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน เหล่านี้เป็นนโยบายที่พรรคไทยรักไทยได้เริ่มต้น แล้วหลังจากนั้นทุกพรรคการเมืองก็ได้มาต่อยอด แล้วก็อธิบายกับพี่น้องประชาชน ก็เป็น สิทธิละครับ แต่ว่าพี่น้องประชาชนก็มีสิทธิในการใช้วิจารณญาณเช่นเดียวกัน ปัจจุบันนี้ โครงการของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้รายย่อย ๓ ปี ก็กำลังดำเนินการเป็นรูปธรรม ส่วนเรื่องค่าไฟฟ้าถ้าท่านประธานจะจำได้มีการเริ่มต้นดำเนินการนโยบายนี้ในรัฐบาล ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องค่าไฟฟ้าเรื่องเดียวครับ รถเมล์ ขสมก. ฟรี นี่ก็ใช่ อยากจะให้พี่น้องประชาชนได้พิจารณาให้ชัดเจนนะครับว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน เข้ามาบริหารประเทศแล้วก็เผชิญกับเหตุการณ์อุทกภัยรุนแรง มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ แต่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ยังมีความเข้มแข็งที่จะนำพา รัฐบาลยืนหยัดแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ หลายโครงการกำลังเดินหน้า ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการเข้าแถวซื้อน้ำมันปาล์ม ก็ยังเป็น ที่น่าพอใจ เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนแล้วก็ท่านสมาชิกผู้ตั้ง กระทู้ถามว่าทุกนโยบายของรัฐบาลกำลังดำเนินการ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกำชับที่จะแก้ไข ปัญหาราคาสินค้า ราคาเครื่องใช้อุปโภคบริโภค แล้วก็กำลังปรากฏผลครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเป็น กระทู้ถาม คุณหมอสุกิจครับ เป็นช่วงกระทู้ถามท่านทำอะไรครับ คุณหมอสุกิจมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ ฝ่ายค้านพยายามรักษาเวลาในการถามกระทู้ถามครับ แต่ดูเหมือนว่าท่านรัฐมนตรีท่านไม่พยายามที่จะรักษาเวลา แล้วเรายังมีอีก ๒ กระทู้ถาม เพราะฉะนั้นผมใคร่จะขอคำยืนยันจากท่านประธานว่าถึงกระทู้ถามที่ ๓ ท่านยืนยันว่าจะมี การถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์
วันนี้ ผมยืนยัน คุณหมอขอบคุณมากครับ ผมยืนยันครับ นั่งได้ครับ
ขอบคุณครับ
ขอต้อนรับ คณะบุคคลจากผู้นำชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เข้าเยี่ยมชมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้อยู่ในวาระของการถามกระทู้ถามสดจากรัฐบาล ก็ยินดีต้อนรับด้วยความยินดียิ่งนะครับ
กระทู้ถามเรื่องการดำเนินการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ และ การดำเนินการของกองทุนเอสเอ็มแอล (SML) ท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีได้มาขออนุญาตเลื่อนการตอบเป็นอาทิตย์หน้า เชิญครับ ท่านว่าอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ที่ยื่นกระทู้ถามสด เพราะว่า
ประการที่ ๑ วันนี้วันสตรีสากล แล้วก็รัฐบาลกำลังดำเนินการเกี่ยวกับเรื่อง รับสมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชน ทุกหมู่บ้าน แล้วก็ในเชิงการปฏิบัติในพื้นที่ก็มีปัญหาค่อนข้างมาก อาจจะเป็นเพราะเรื่องใหม่ หรือการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง มีการเลื่อนการปิดรับสมัครจากวันที่ ๒๙ ไปเป็นวันที่ ๓๑ มีนาคม มีขั้นตอนการที่จะกระทำการเลือกตั้งก็เลื่อนไป เหมือนกันกับกองทุนเอสเอ็มแอล กองทุนพัฒนาศักยภาพหมู่บ้าน ก็มีการเลื่อนเสร็จแล้วก็เงียบ จริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะถาม ในสภา ถามในพรรคก็ได้ แต่บังเอิญว่าสัปดาห์นี้ไม่มีการประชุมพรรค แต่ว่ามันมีภาวะจำเป็น ก็เลยต้องยื่นกระทู้ถามสดถาม ทีนี้ท่านประธานจะกรุณาให้เป็นอย่างไรนะครับ ท่านประธาน จะกรุณาให้เป็นอย่างไรครับ
คืออย่างนี้ ผมให้เลื่อนไปถามอาทิตย์หน้า เพราะว่าถ้ารัฐมนตรีไม่มาตอบไปถามอาทิตย์หน้าได้ แต่ว่า ท่านต้องไปยื่นที่ผมอีกครั้งหนึ่งอาทิตย์หน้า ยื่นกระทู้ถามสด แต่ผมจะให้บรรจุ ๔ กระทู้ถาม เพราะว่ารัฐมนตรีไม่มาตอบแล้วก็มีหนังสือแจ้งมายังผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านยื่นอาทิตย์หน้า ผมจะให้บรรจุเป็นกระทู้ถามที่ ๔ แล้วก็ต้องไปยื่นนะครับ ถ้าไม่ยื่นไม่ได้
แล้วก็มันเป็นเรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ผมถามเพื่อที่จะให้เกียรติกับสตรีไทย แล้วก็วันนี้วันสตรีสากลพอดี แต่ถ้าท่านประธานบอกว่ารัฐมนตรี ไม่มาตอบ ผมดูตามคำสั่งแล้วรัฐมนตรีก็มีทั้งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการ ๒ ท่าน ก็เลยไม่คิดว่าจะไม่มีท่านรัฐมนตรีมาตอบ แต่ว่าถ้ามีการแจ้งผ่านท่านประธานมา ผมก็ ไม่ขัดข้องครับ
ขอบคุณ ท่านขจิตรที่เห็นใจสตรี ขอบคุณครับ ท่านประเสริฐมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ทีนี้ถ้าทางรัฐมนตรีไม่มาตอบอันนี้จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ตามที่เรา เคยปฏิบัติมาเท่ากับกระทู้ถามนี้ตกไปใช่ไหมครับ เพราะว่าอดีตของพรรคประชาธิปัตย์ก็มี หลายกระทู้ถามอย่างนี้ครับ แล้วเราก็ต้องไปยื่นใหม่ ต้องทำอะไร คือหมายความว่าเท่ากับว่า เราจะรับหลักการเดิมไว้สัปดาห์หนึ่งไม่เกิน ๓ กระทู้ถามใช่ไหมครับ
อย่างนี้ ท่านประเสริฐครับ ในกรณีที่รัฐมนตรีไม่มาตอบขอเลื่อนไปตอบอาทิตย์หน้า แต่ว่าผู้ถาม ต้องไปยื่นเรื่องใหม่ ก็ขอยื่นกระทู้ถามสดใหม่จะไม่ไปบรรจุในกรณีเช่นนี้ครับ เชิญครับ ท่านประเสริฐมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ เพื่อให้เป็น มาตรฐานเดียวกัน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะว่าหลายครั้งเวลา คือมันไม่เคยเกิดกับซีก รัฐบาล แต่หลายครั้งก็คือเกิดกับซีกฝ่ายค้านก็คือของพรรคประชาธิปัตย์ เราจะเห็นว่ากระทู้ถาม เวลาไม่มีรัฐมนตรีมาตอบเราก็จะสร้างเงื่อนไขอะไรขึ้นมาใหม่ ในอดีตของท่านกรณ์เราก็ใช้ วิธีว่าเลื่อนมาแล้วก็ในวาระการประชุมก็มีเขียนว่าเป็นกระทู้ถามที่เลื่อนมา วันนั้น ท่านประธานก็ไม่อนุญาตว่าต้องมายื่นใหม่ วันนี้ท่านก็ใช้คำว่า ยื่นใหม่ นะครับ และที่ผ่านมา เราก็บังคับกันต่อว่าถึงแม้จะยื่นใหม่ตอนหลังนี้นะครับ ก็บอกว่าใน ๑ สัปดาห์จะมีกระทู้ถาม ได้ไม่เกิน ๓ กระทู้ถาม วันนี้ถ้าเราเลื่อนมานี้เราจะรับเป็น ๔ กระทู้ถาม หรือจะรับเป็น ๓ กระทู้ถาม เพื่อเป็นหลักการไว้ครับ
คืออย่างนี้ ท่านประเสริฐครับ ถ้ารัฐมนตรีไม่สามารถมาตอบได้ เราเลื่อนไปหมายความว่าต้องไปยื่นใหม่ คราวที่แล้วที่ทางซีกของฝ่ายท่าน ท่านกรณ์ไม่ได้ไปยื่นใหม่ มีสมาชิกอยู่ท่านหนึ่ง ผมจำชื่อ ไม่ได้ท่านไปยื่นใหม่ ผมก็บรรจุให้เป็นกระทู้ถามที่ ๔ เพราะฉะนั้นยืนยันว่าผมเป็นคน รับผิดชอบเรื่องการบรรจุกระทู้ถามนะครับ ท่านธนิตพลเชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ เรื่องการยื่นกระทู้ถามมันก็เป็นประเด็นที่เรา ถกเถียงกันมาหลายอาทิตย์นะครับท่านประธาน แต่ผมจะกราบเรียนท่านประธานพูดถึงเรื่องสิทธิ คือโดยปกติครับ สิทธิของฝ่ายค้านในทุกอาทิตย์เราจะมี ๒ กระทู้ถาม รัฐบาล ๑ กระทู้ถาม ที่ท่านประเสริฐถามท่านประธานนี่ เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐาน เพราะว่าถ้ารัฐมนตรีไม่มาตอบ แล้วให้พวกผมไปยื่นใหม่ นั่นหมายความว่าสิทธิของการที่จะยื่นกระทู้ถามของพรรคฝ่ายค้าน จะหายไป ๑ กระทู้ถามในอาทิตย์นั้นครับ เพราะฉะนั้นผมจึงต้องกราบเรียนท่านประธานว่า การที่จะให้สมาชิกไปยื่นเพื่อขอตั้งกระทู้ถามใหม่ วันนี้ท่านประธานตอบได้ไหมครับว่า อาทิตย์หน้า สิทธิอย่างเช่นเพื่อนสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถามเขายังได้สิทธิเหมือนเดิมและบวกอีก ๑ สิทธิของอาทิตย์นั้น หรือถ้าเกิดสมมุติไปยื่นใหม่สิทธิในอาทิตย์นั้นก็จะถูกตัด ท่านประธาน ตอบได้ไหมครับ
ผมยืนยันครับ ท่านธนิตพลผมเป็นคนบรรจุกระทู้ถาม แต่ว่าถ้ารัฐมนตรีไม่มาตอบต้องไปยื่นใหม่ก็เลื่อนไปเป็น ๔ กระทู้ถาม ไม่ว่าฝ่ายไหนนะครับ ผมยืนยัน แต่ว่าถ้าไม่ไปยื่นใหม่ผมก็ถือว่ากระทู้ถามนั้น ตกไป อันนี้ถือเป็นมาตรฐานนะครับ ก็ยืนยัน ผมเป็นคนรับผิดชอบเรื่องกระทู้ถามเองครับ ท่านประเสริฐครับ ยืนยันนะครับจะได้ต่อเลยครับท่าน
ท่านประธานครับ เพื่อให้สัปดาห์ ถัด ๆ ไปเรื่องกระทู้ถามสดนี้ไม่ให้เกิดปัญหานะครับ ถ้าท่านประธานรับเป็น ๔ กระทู้ถาม หมายความว่าท่านรับ เราก็เข้าใจตรงกันว่าหลักการอย่างนี้เราก็พอรับกันได้ แต่ทีนี้มันก็จะมี ประเด็นต่อเนื่องเรื่องการถ่ายทอดสด การถ่ายทอดสด ถ้าหากว่ากระทู้ถามนั้นมีการถาม มีการตอบเกินเวลาไปนะครับ ท่านประธานก็ต้องให้สถานีโทรทัศน์ของที่เราถ่ายทอดสดเรื่อง กระทู้ถามนี้นะครับต้องขยายเวลาตามไปด้วยครับ เพื่อให้กระทู้ถามทุกกระทู้ถามมีสิทธิ เท่าเทียมกัน มิฉะนั้นกระทู้ถามที่ท่านประธานให้เลื่อนมาจากสัปดาห์นี้ไปสัปดาห์หน้าจะได้ เป็นกระทู้ถามอันดับแรกแล้ว ๓ กระทู้ถามจะมาต่อท้าย กระทู้ถามสุดท้ายจะเป็นกระทู้ถาม ที่ไม่เกิดความยุติธรรมครับ จะเกิดความเสียเปรียบได้เปรียบกันครับ
ท่านประเสริฐครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าการถ่ายทอดสดเราได้เวลามาชั่วโมงครึ่ง ถ้าพยายามรักษากติกาเวลาพอนะครับ ๔ กระทู้ถามนี้สบายครับ เพราะได้ชั่วโมงครึ่ง ถือเป็นบรรทัดฐานแล้วครับ ผมจะให้เขาถามแล้วท่านประเสริฐ พอแล้วครับ ผมเข้าใจแล้วครับ ที่ท่านบอกตกลงตามนี้นะครับ ผมรับผิดชอบครับ ท่านดอกเตอร์มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมเกรงว่าถ้าขาดรายละเอียดไป ๑ เรื่องนี่อาจจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ท่านประธานครับ อันที่ ๑ ผมเชื่อมั่นในความเป็นธรรมของท่านประธาน อันที่ ๒ ผมเชื่อมั่นว่า ท่านประธานนั้นได้เข้าใจและเห็นใจฝ่ายค้าน ผมก็เห็นใจเพราะเขามีหน้าที่ต้องตรวจสอบ รัฐบาลโดยกระทู้ถาม แต่ว่าประเด็นสำคัญนี่ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากท่านประธาน ไว้ว่าถ้าหากรัฐมนตรีไม่มาตอบ และได้มอบหมายให้บุคคลอื่นมาตอบแทนแล้ว แต่อาจจะมี ความขัดข้องโต้แย้งกันด้วยชั้นเชิงทางการเมืองอย่างนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานไม่เก็บรายละเอียดตรงนี้เดี๋ยวคราวหน้ายุ่งกันอีก ท่านประธานก็จะหาทางไป ไม่ได้อีกเหมือนกัน กราบขอบพระคุณที่ท่านประธานให้ผมพูดตรงนี้ต้องเป็นประเด็นที่ รัฐมนตรีไม่มาตอบ และได้มอบหมายแล้ว แต่เกิดกรณีงอนกันว่าไม่ขอฟังต้องให้คนนั้นตอบ อย่างนี้ อย่างนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เข้าใจ ถูกต้อง คืออย่างนี้ท่านสุนัยครับ วันนี้ท่านรัฐมนตรีทำหนังสือมาถึงผมเองแจ้งว่าไม่สามารถ มาตอบได้ ถ้าไม่สามารถมาตอบได้ ผมเลื่อนให้ได้ แต่ว่าท่านให้คนมาชี้แจงได้รับมอบหมาย มาต้องมาตอบแทน ก็เป็นที่จบตรงนี้เป็นที่เข้าใจกันทั้ง ๒ ฝ่าย เชิญท่านประเสริฐ เดี๋ยวจะไป กระทู้ถามที่ ๓ เดี๋ยวหลังจากนี้ได้ไหม เดี๋ยวจะไม่มีการถ่ายทอดอีกครับ
ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไม่ให้เกิด ความเสียหายกับซีกฝ่ายค้าน เพราะว่าท่านสมาชิกทางซีกรัฐบาลพูดอย่างนี้ว่าไม่ให้มีชั้นเชิง ทางการเมือง ไม่มีหรอกครับ กระทู้ถามสดก็ถามไปตรง ๆ ตรงไปตรงมาอยู่แล้วครับ ที่มันมี ปัญหาเพราะว่ารัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบเท่านั้นเองละครับ ไม่มีเรื่องชั้นเชิงเลยครับ ประโยชน์เป็นของประชาชนครับ
ขอบคุณครับ ผมขอเข้าวาระแล้วครับ ไม่อนุญาตท่านอื่นแล้ว
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๖๑ ส. เรื่อง ปัญหาหมอกควันและการเผาป่าในพื้นที่ ภาคเหนือ (นายธนิตพล ไชยนันทน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านธนิตพลครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ท่านประธานครับ กระทู้ถามสดที่ผมถาม ผมได้เขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านประธานก็ได้เรียนกับที่ประชุม แล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปต่างประเทศไม่สามารถจะมาตอบได้ ไม่เป็นไรครับ แต่ว่า ผมอยากทราบว่าท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่ผมจะถามมีจากที่ไหนบ้าง อย่าเพิ่งจับเวลานะครับ ท่านประธาน เชิญครับ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านมาอยู่แล้วครับ แล้วท่านรัฐมนตรีวิทยาก็มาตอบ ๒ รัฐมนตรีครับ เชิญท่านถามได้แล้วครับ
แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาไหมครับ
ไม่มาครับ ไมได้เกี่ยวข้องด้วยนี่ครับ
เกี่ยว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ ท่านประธาน
เพราะฉะนั้นก็ได้มอบให้ ๒ ท่าน ผมคิดว่าคนที่ได้รับมอบหมายจะตอบได้ เชิญท่านถาม เลยครับ
ผมหารือท่านประธานก่อนนิดเดียวครับ ไม่ได้อยากให้เป็นปัญหาในสภาผู้แทนราษฎร แต่อยากให้เป็นบรรทัดฐานไว้ครับ เพราะว่า สิ่งที่ผมถามเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายที่จะบูรณาการงานของการแก้ปัญหาเรื่องหมอกควันนะครับ ซึ่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าใจว่าเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงมหาดไทยคือ ท่านยงยุทธด้วย แต่ว่าถ้าท่านประธานยืนยันว่าตอบได้ เดี๋ยวลองดูก็ได้ครับ ผมเริ่มจับเวลา ตอนนี้เลยได้ไหมครับ
เชิญท่าน
ท่านประธานครับ จากข่าวที่ได้นำเสนอกัน อย่างต่อเนื่อง ท่านประธานก็คงทราบว่าในทุก ๆ ปีมันจะมีปัญหาหนึ่งในภาคเหนือเกิดขึ้น ก็คือเรื่องของปัญหาหมอกควัน ควันพิษ และในแต่ละปีพวกเราก็ทราบดีครับว่าปัญหานี้ มันทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปีด้วยปัจจัยหลาย ๆ ประการด้วยกัน ซึ่งผมทราบว่าทางรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องท่านทราบดีกันอยู่ ในปี ๒๕๕๕ นี้ครับ ปัญหามันเกิดมาตั้งแต่ต้นปี มีหมอกควัน หนาทึบ พี่น้องประชาชนสูดควันพิษเข้าไป และแน่นอนครับ ปัญหานี้กินพื้นที่หลายจังหวัดในภาคเหนือ และมีแนวโน้มที่ทวีความรุนแรง มากขึ้นครับ จากเหตุการณ์เผาป่า แล้วก็เรื่องของการเผาพืชไร่ทำให้วันนี้สถานการณ์ปัญหา หมอกควันพิษนั้นเป็นสถานการณ์ที่ผมคิดว่าส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ ด้าน ที่สำคัญที่สุดท่านรัฐมนตรีมาตอบอยู่ ก็คือเรื่องของสุขภาพ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน หลายคนครับ ท่านก็คงทราบเพราะว่าเรื่องของปัญหาการสูดควันพิษเข้าไป ถ้าเป็นคนธรรมดา สูดควันพิษเข้าไปเป็นเดือน หลาย ๆ เดือนจะเกิดอะไรขึ้นครับ หายใจติดขัด แสบตา นี่คือ ปัญหาที่เกิดขึ้น และขณะนี้มีพี่น้องหลายคนที่เป็นปัญหาโรคหืดหอบอยู่ วันนี้ที่สูดควันพิษ เข้าไปทางกระทรวงสาธารณสุขเขาก็ประกาศแล้ว เตือนแล้วครับ บอกว่าคนที่สูดควันพิษ เข้าไปมาก ๆ มันก่อให้เกิดมะเร็งอาจจะถึงตายได้ครับ รวมไปถึงเรื่องของปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับควันพิษต่อเนื่องมา คือเรื่องของการท่องเที่ยว วันนี้นักท่องเที่ยวไม่มีใครอยากเดินทาง ไปภาคเหนือ ทั้ง ๆ ที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ในช่วงหน้าหนาวนี้ภาคเหนือเป็นภาคที่ควรจะไป ท่องเที่ยวที่สุด แต่กลับมีนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางไปที่ภาคใต้ หรือไปที่อื่นแทน ทำให้ เม็ดเงินที่ควรจะไปหมุนอยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือนั้นหดหาย ปัญหานี้ก็เช่นเดียวกันครับ วันนี้ กี่เที่ยวบินครับที่ยกเลิก วันนี้มีอุบัติเหตุจากปัญหาเกี่ยวกับหมอกควันบดบังทัศนวิสัยกี่ที่ครับ นี่ยังไม่นับเรื่องของสิ่งแวดล้อมนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีมาตอบเรื่องของการเผาป่า เรื่องของ การทำลายป่า รวมไปถึงสัตว์ป่าหายากที่กำลังจะสูญหายไป และที่สำคัญครับ เด็ก ๆ นักเรียน ที่เคยเรียนอย่างสบายอกสบายใจ สูดอากาศบริสุทธิ์ในภาคเหนือ ขณะนี้ไม่สามารถมาเรียนได้ ตามปกติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ ผมกราบเรียนว่าวันนี้ปัญหาหมอกควัน มันไม่ใช่ปัญหาในระดับจังหวัดเท่านั้น เป็นปัญหาใหญ่ในระดับชาติ แต่ปัญหาก็คือว่าวันนี้ คนในระดับจังหวัด เช่น ข้าราชการในจังหวัด หรือแม้แต่นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัด พยายามช่วยกันแก้ปัญหานี้ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ช่วยกระซิบท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยเถอะครับ ว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในระดับของ จังหวัด แต่มันเป็นปัญหาของชาติครับ ผมเรียนในเรื่องนี้ก็เพราะว่าวันนี้อุปสรรคที่หน่วยงาน ของจังหวัด หรือแม้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาไม่สามารถแก้ปัญหาหมอกควันได้ เพราะว่าเขาต้องการการบูรณาการที่มีเจ้าภาพใหญ่ คือรัฐบาลครับ ผมเรียนท่านประธานครับว่า วันนี้รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นรูปธรรมเลย ในการยุติปัญหาเรื่องหมอกควัน ผมยัง ไม่เห็นรัฐบาลทำอะไรเป็นรูปธรรมเลย แต่ปล่อยให้ประชาชนได้ทนทุกข์ทรมานแก่การสูดดม ควันพิษอยู่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา คำถามที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีครับ
คำถามแรก ตั้งแต่เกิดปัญหามาจนถึงวันนี้ยังมีปัญหาอยู่ ที่ผมถาม ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะ ๑. ท่านเป็นคนจังหวัดเชียงใหม่ครับ ๒. ท่านเป็นคนที่มีอำนาจ สูงสุดในการแก้ปัญหาหมอกควัน ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปดูปัญหาหมอกควันกี่ครั้งครับ ได้ไปไหมครับ และมีนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบให้กับหน่วยงานราชการอย่างเป็น รูปธรรม ที่มันแก้และเห็นผลว่าหมอกควันลดมีอะไรบ้าง แก้ได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ถ้า ท่านรัฐมนตรีอยากจะตอบผมเรียนว่าอย่าเอาผลงานของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือข้าราชการ ในท้องถิ่นที่เขาทำด้วยตัวเอง หรือนักการเมืองท้องถิ่นมาตอบนะครับ เอาผลงานของรัฐบาล ล้วน ๆ มีอะไรครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอบคุณ ท่าน ส.ส. ธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ได้เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องชาวภาคเหนือ ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามสด ในวันนี้เกี่ยวกับเรื่องหมอกควัน ก่อนอื่นนั้นต้องขอนำกราบเรียนนะครับว่าทางกระผมเองนั้น ก็ได้รับมอบหมายจากทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามสดในวันนี้ เนื่องจากว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ก็อยากจะกราบเรียนนะครับ ว่าปัญหาข้อที่ ๑ ที่ท่านได้ถามเกี่ยวกับการเกิดปัญหาหมอกควันในภาคเหนือ แล้วนายกรัฐมนตรีเดินทางไปภาคเหนือกี่ครั้ง ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าปัญหาเหล่านี้ ต้องนำกราบเรียนว่าทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านได้มอบหมายให้กระผมและทาง กระทรวงสาธารณสุขให้ลงไปดูในพื้นที่ภาคเหนือ จะเป็นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา หรือรวมทั้งจังหวัดตากที่เป็นของท่าน ส.ส. ธนิตพล ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาหมอกควันนั้น เกิดขึ้นทุกปี แต่ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่านโยบายของทางรัฐบาลเอง โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นท่านให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาหมอกควัน ผมเองก็ได้ไปรับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่จังหวัดภาคเหนือ โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผมกล่าวมานี้ทั้ง ๙ จังหวัด ไปประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง ๙ จังหวัด ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าปัญหาต่าง ๆ นั้นผมเองก็ได้ให้ทางจังหวัดนั้น ได้เสนอความคิดเห็น ก็สืบเนื่องมาจากว่าปัญหาที่เกิดหมอกควันจะเกิดขึ้นในทุก ๆ ปี ตั้งแต่ เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม จนถึงเดือนเมษายนของทุกปี ผมเองก็ได้ฟัง เหตุผลของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ก็ได้มอบนโยบายมีแนวทางที่จะแก้ไขเกี่ยวกับ ปัญหาเรื่องหมอกควัน ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหานี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นถือว่าเป็น ซีอีโอ (CEO) ของจังหวัด ซึ่งสามารถที่จะสั่งการหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน วันนั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๙ จังหวัดนั้นก็ได้นำนโยบายบอกว่าให้แบ่งงานในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นท่านก็ได้ มอบให้ทางท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยเดินทางไปพร้อมกับผม แล้วก็ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นผมเองก็ได้ไปพร้อมกับท่านปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งไปร่วมประชุมกับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดโดยเน้นนะครับว่าขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเอาใจใส่ดูแล เกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าหลังจากนี้ท่านเองก็จะไปกำชับ หัวหน้าส่วนราชการแบ่งโซน (Zone) การดูแลพื้นที่ พื้นที่ที่เป็นถนนหนทางก็มอบให้กับทาง แขวงการทางที่จะต้องดูแลเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ของ พ.ร.บ. การจราจรทางบก ซึ่งพื้นที่ในเขตถนน ห่างไป ๕๐๐ เมตรนั้นจะต้องควบคุมไม่ให้มีการแผ้วถางป่าตรงนี้ในเขตของถนนทางหลวง ก็อยากจะกราบเรียน แล้วในส่วนของ พ.ร.บ. เกี่ยวกับกระทรวงสาธารณสุขนั้น เกี่ยวกับ หมวด ๕ ซึ่งเป็นเหตุให้ลำธารนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขนั้นเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีวิทยาท่านก็ จะเป็นคนที่ชี้แจง แล้วส่วน พ.ร.บ. เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๐ เกี่ยวกับ ผู้กระทำความผิดก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนหรือก่อให้เกิดเพลิงไหม้จนเป็นอันตราย ต่อทรัพย์สินอย่างนี้เป็นต้นนะครับ ซึ่งขณะนี้ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดผมเองได้ย้ำ ลงไปนะครับว่าขอให้มอบแบ่งงานให้ชัดเจนว่าพื้นที่ตรงไหน การดูแลของใคร โดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทยท่านได้ประสานกับท่านนายอำเภอทุกอำเภอและประสานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลในส่วนที่รับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย นอกเหนือจากนั้นจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของผมนั้น ซึ่งกำกับดูแลอยู่นั้นก็ได้ย้ำไปนะครับว่าเขตพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนก็ดี เป็นพื้นที่อุทยานก็ดี เราจะต้องมีการตรวจ เข้มงวดในการกวดขัน แล้วก็เข้มงวดในการประชาสัมพันธ์บอก พี่น้องประชาชนตรงนี้ ซึ่งทางรัฐบาลเองได้เอาใจใส่ในเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ ก็ขอถือโอกาสนี้ นำกราบเรียนทางท่านผู้ตั้งกระทู้ถามนะครับว่าทางรัฐบาลเองนั้นไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ก็ถือโอกาสตอบเป็นข้อที่ ๑ นะครับ
เชิญท่านธนิตพลคำถามที่ ๒ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ คำถามที่ ๒ ที่ผมจะถามนี้ก่อนอื่นขออนุญาต ได้ต่อเนื่องถึงคำตอบที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตอบนะครับ ผมได้รับคำตอบเฉพาะที่ผมบอกนะครับมีแต่ผลงานของจังหวัดที่เขา ดำเนินการครับ ท่านเดินทางไปเมื่อไร ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายท่านเมื่อไร เพราะเรื่องนี้ มันเกิดมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมครับ ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมนี้ผมอยากจะทราบว่า มีรัฐมนตรีกี่ท่านที่ไปสูดอากาศเป็นพิษพร้อม ๆ กับพี่น้องประชาชนในเขตภาคเหนือแล้วหา แนวทางแก้ไข เท่านั้นยังไม่พอครับ คำตอบที่ได้รับเป็นคำตอบที่เหมือนกับว่าต่างคนต่างทำ ต่างจังหวัดต่างทำ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ปัญหาหมอกควันมันเริ่มจากจังหวัดหนึ่งแต่มันไปสร้าง ความเสียหาย สร้างผลกระทบอีกจังหวัดหนึ่ง ผมจึงบอกว่ามันจำเป็นต้องบูรณาการอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่านโยบายที่ท่านรัฐมนตรีหรือแม้แต่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กับหน่วยงานราชการครับ คำถามที่ผมอยากจะถามคือ มันพอไหมครับกับการแก้ไขปัญหาหมอกควัน เพราะถ้าพอท่านรัฐมนตรีท่านช่วยตอบอีกหน่อย ได้ไหมครับว่าการแก้ไขปัญหาหมอกควันตั้งแต่ที่ท่านไปมอบนโยบายจนถึงวันนี้หมอกควัน มันลดลงไหม พี่น้องประชาชนหายใจสะดวกมองเห็นทัศนียภาพดีขึ้นไหมครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับที่ผมจะต้องกราบเรียนครับว่าเป็นเรื่องที่ผมบอกว่ารัฐบาลท่านไม่สนใจดูแล ปัญหาหมอกควันของพี่น้องภาคเหนือ ทั้ง ๆ ที่พี่น้องภาคเหนือฝากชีวิตไว้กับรัฐบาลครับ
และที่สำคัญครับคำถามที่ ๒ ที่ผมจะถามครับคือตั้งแต่เกิดปัญหานี้ครับ ผมทราบข่าวว่ามีท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่งได้พูดกับสื่อมวลชนบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะตั้ง คณะกรรมการดูแลปัญหาหมอกควันโดยให้ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานครับ ผมเรียนว่าวันนี้ผมก็พยายามเปิดข่าวอ่านว่าคณะกรรมการชุดนี้มันตั้ง หรือยัง ตั้งแล้วทำอะไรบ้าง มีอะไรที่มันเป็นรูปธรรมที่แก้ปัญหาหมอกควันได้บ้าง คำถาม ก็คือว่าวันนี้เอาแค่อยากรู้ว่ารองนายกรัฐมนตรีท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ไม่ต้องนายกรัฐมนตรี หรอกครับ เอารองนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมพี่น้องที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ได้หรือภาคเหนือไปสูด หมอกควันกับพี่น้อง ไปสูดควันพิษกับพี่น้องภาคเหนือไปกี่ครั้งแล้ว ไปหรือยัง หรือแค่ส่ง ข้าราชการไปตายแทนครับ และท่านประธานครับผมอยากจะทราบว่าคณะกรรมการชุดนี้ ถ้าตั้งแล้วมีประชุมกี่ครั้งครับ ประชุมอะไรบ้าง ผลของการประชุมจะแก้ปัญหาหมอกควัน อย่างไร ผมอย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธานครับ เวลาท่านรัฐมนตรีตอบนี้ ช่วยโชว์ (Show) ตัวเลขให้ผมดูหน่อยว่าผมมีตัวเลขว่า โทษนะครับท่านประธาน มีเรื่องของรายงาน สถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือทั้งปึ๊งนี้คือตั้งแต่เดือนมกราคม วันที่ ๗ มีนาคมนี้ จังหวัดเชียงรายรายงานว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ บางส่วนปานกลาง จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา จังหวัดตาก มีผลกระทบต่อสุขภาพหมด ตัวเลขเกินพวกนี้ที่มันเป็นตัวเลขที่บ่งบอกว่าค่าไอเอคิวไอ (IAQI) ที่บ่งบอกว่าคุณภาพอากาศดี ไม่ดี นี่ท่านช่วยโชว์หน่อยได้ไหมครับว่าตั้งแต่ท่านไปประชุมมาจนถึงวันนี้นี่ตัวเลขพวกนี้ ลดลง นี่คือคำถามที่ ๒ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอตอบ กระทู้ถามสด ซึ่งปัญหาข้อที่ ๒ ที่ท่านธนิตพลได้ถามว่าเกี่ยวกับที่เกิดปัญหาหมอกควันตั้งแต่ เดือนมกราคมเป็นต้นมา และมีรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่ได้ให้ข่าวนะครับว่าท่านมอบให้ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นประธาน ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าจริง ๆ แล้ว ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยนั้นท่านได้มอบหมายให้ผมอีกชั้นหนึ่งที่ไปนะครับ ซึ่งอยากจะกราบเรียนนะครับ ว่าการที่ผมได้ร่วมประชุมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นไม่ใช่เพิ่งไปประชุมนะครับ วันที่ ๕ มีนาคมที่ผ่านมา ไปประชุมตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมก็ได้ไปมอบนโยบายฝาก ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคเหนือตอนบนทั้งหมดนะครับว่าปัญหาทุกปี ๆ ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องหมอกควัน จะเป็นเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน นี่มันเป็นช่วงที่ฤดูเก็บเกี่ยวเสร็จ แล้วพี่น้องประชาชนต้องเตรียมพื้นที่ที่จะทำการเพาะปลูกนะครับ ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเองได้เอาใจใส่ในเรื่องนี้ โดยผมเองมีมาตรการ เด็ดขาดที่ไปมอบหมายให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทางภาคเหนือทั้ง ๙ จังหวัด บอกว่าจากนี้ ต่อไปทางผมเองก็ได้รับการร้องเรียนจากบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นฝ่ายค้านก็ดี จะเป็นฝ่ายรัฐบาลก็ดีนั้นคือปัญหาความเดือดร้อน ก็ได้เน้นย้ำกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับว่า ขณะนี้ผมเองได้มอบให้ทางอธิบดีกรมควบคุมมลพิษไป มีรถโมบาย (Mobile) ไปทำการตรวจ เกี่ยวกับฝุ่นละอองในอากาศ ถ้าพื้นที่จังหวัดไหนที่มีฝุ่นละอองในอากาศเกิน ๑๒๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถ้าเกินนั้นถือว่ามลพิษนั้นสูงจะทำให้เกิดอันตรายต่อ สุขภาพของพี่น้องประชาชน ก็ได้ย้ำว่าจากนี้ไปตั้งแต่เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็ประมาณเดือนมีนาคมซึ่งหมอกควันได้เพิ่มปริมาณสูงขึ้น ที่ท่านธนิตพลได้ถามว่า มีการรายงานไหม มีครับ มีรายงานมาทุกวันนะครับ ซึ่งผมเองได้ให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ส่งเจ้าหน้าที่ไปรายงานว่าพื้นที่จังหวัดไหน อำเภอไหนมีปริมาณฝุ่นละอองมากขนาดไหน แล้วก็รายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง แล้วให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นให้ประสาน ไปยังทางนายอำเภอทุกอำเภอ และตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลเองไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วโดยเฉพาะจังหวัดตาก ต้องยอมรับนะครับว่าที่ท่านธนิตพลได้ถามนะครับว่าในพื้นที่ จังหวัดตากต้องยอมรับว่ามันเป็นเขตรอยติดต่อระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน บางครั้งนั้น ต้องยอมรับว่าประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้นก็มีการแผ้วถางป่าเช่นเดียวกับทางประเทศไทย ของเรา ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเองท่านก็ได้ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก็ได้ย้ำว่า ขอมอบให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือด่วนไปยังทาง ประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือในการแผ้วถางป่าตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า ทั้งหลายทั้งปวงนั้นทางรัฐบาลเองนั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ และผมเองซึ่งกำกับดูแลกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับเรื่องหมอกควันนั้น มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเราก็เอาใจใส่ในเรื่องนี้ และมีมาตรการเด็ดขาด โดยให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นรายงานความคืบหน้ามาทุกวัน หลังจากนั้นถ้าผู้ว่าราชการจังหวัด ไปปล่อยปละละเลยนั้นผมเองก็ได้ให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทำจิสด้า (GISTDA) ดูภาพถ่ายทางอากาศแต่ละวัน ๆ ว่ามีการแผ้วถางป่าในพื้นที่ไหน ถ้าพื้นที่เป็นของ ป่าไม้ก็ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นดูแล และพื้นที่ที่อยู่ในการดูแล ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือทางกระทรวงมหาดไทยนั้นก็จะได้รายงานมาว่าให้ไป ดูแลในปัญหาเรื่องนี้นะครับ ก็ถือโอกาสนำกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ทางสภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะโรงเรียนพรตพิทยพยัตนะครับ นำโดยท่าน ส.ส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ขอบคุณครับ เชิญท่านธนิตพลต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขออนุญาตถามคำถามที่ ๓ นะครับ แต่ว่าก่อนจะถามคำถามที่ ๓ ท่านรัฐมนตรีไม่ยอมตอบว่าท่านนายกรัฐมนตรีกับท่าน รองนายกรัฐมนตรีที่ควรจะเป็นผู้บูรณาการในการแก้ปัญหาหมอกควันท่านไปกี่ครั้ง ที่ภาคเหนือแล้วไปมอบอะไรบ้างนอกเหนือจากท่าน ไม่เป็นอะไรครับท่าน ผมชมเชยครับ ท่านอุตส่าห์ไปสูดควันพิษกับพี่น้อง แต่ว่าผมคิดว่าท่านคงแก้อะไรไม่ได้มากล่ะครับ เพราะท่าน เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา แต่ว่าภาพรวมมันต้องเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะกรรมการที่ผมถามท่านก็ไม่ได้บอกว่าตกลงมีการตั้งไหม ถ้าไม่มีการตั้งนี่แสดงว่า หลอกพี่น้องประชาชนนะครับ ท่านช่วยตอบอีกนิดนะครับ แต่ก่อนจะถามเรื่องนี้ผมขออนุญาต มีคำถามต่อไปครับ ผมจำได้ว่าในตอนเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยเขามีนโยบายที่จะหาเสียง กับพี่น้องประชาชนหลายเรื่อง เช่น การแก้ปัญหาของแพงที่เพื่อนสมาชิกถามเมื่อสักครู่ครับ เรื่องการแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรราคาถูก เรื่องการแก้ปัญหาความยากจน เรื่องการแก้ ปัญหาคอร์รัปชัน (Corruption) ปัญหาเรื่องการกู้ยืมเงินต่างประเทศอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ก็มีปัญหาว่าที่บอกว่าจะทำทั้งหมดวันนี้ผมก็เห็นว่าแนวโน้มในการแก้ปัญหาเรื่องต่าง ๆ มันก็ แย่ลง ผมไม่ได้นอกประเด็นนะครับ เพราะจะถามว่าจำได้ไหมครับ ช่วงอุทกภัยที่เป็นมหาอุกภัย ทางรัฐบาลตั้ง ศปภ. ขึ้นมา เดี๋ยวผมจะเชื่อมโยงเกี่ยวกับคณะกรรมการชุดนี้ ทางรัฐบาล ตั้ง ศปภ. ขึ้นมาเพื่อจะทำงานแก้ปัญหาอุทกภัย แต่สุดท้ายครับเราเห็นกันอยู่ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง ในประเทศไทย การทำงานที่ไร้ทิศทางของคณะรัฐมนตรี เหตุการณ์มหาอุทกภัยเป็นเรื่องที่เรา รู้กันอยู่ว่ามันเกิดขึ้นทุกปีเหมือนกับเหตุการณ์หมอกควันที่เกิดขึ้นในขณะนี้นะครับ นั่นคือสิ่งที่ ผมต้องการย้ำให้พี่น้องประชาชนทราบว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นทุกปี รัฐบาลนี่รู้ล่วงหน้าครับ รัฐบาลรู้ล่วงหน้าว่าเรื่องปัญหาหมอกควันมันเกิดขึ้นทุกปีครับ
คำถามสุดท้ายครับ ที่ผมอยากจะถามที่ผมเชื่อมโยงไปถึงเรื่องของ มหาอุทกภัยก็เพราะว่าผมอยากถามท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านนะครับ ถ้ามีท่านอื่นอยู่นอกสภา และสามารถวิ่งมาตอบได้ช่วยตอบด้วยครับ รู้จักไหมครับ นางจันทร์สม สายเครือคำ ท่านรู้จัก ไหมครับ เป็นคุณยายอายุ ๖๗ ปี ผูกคอตายในห้องน้ำครับ สาเหตุการผูกคอตายเนื่องจาก คุณยายเป็นโรคหืดหอบประกอบกับต้องสูดดมควันพิษตั้งแต่วันที่ท่านบอกท่านไปประชุมนะครับ ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงวันนี้นะครับ สุดท้ายคุณยายท่านนี้ท่านทนทุกข์ทรมานไม่ไหวครับ ตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำผูกคอตาย นี่เป็นตัวอย่างของผู้รับกรรมจากความไม่สนใจปัญหาของ พี่น้องประชาชนภาคเหนือในเรื่องของหมอกควัน เหมือนกับเหตุการณ์อะไรรู้ไหมครับ ที่ผมโยงไป ไฟฟ้าช็อต (Short) ในมหาอุทกภัยครับ ที่คนตายหลายสิบคน เหมือนกันเลยครับ คำถามที่ผมอยากจะถามก็คือว่ารัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีท่านทนได้อย่างไรครับ กับการเห็นประชาชนที่เขาฝากชีวิตไว้กับท่านมานั่งทนทุกข์ทรมานนานนับเดือนตั้งแต่ เดือนมกราคม ผมเรียนท่านรัฐมนตรีครับ ผมไม่ได้ต้องการให้ท่านตอบในสภาแห่งนี้นะครับ เพราะว่าวันนี้ในสภาท่านยกไมโครโฟนขึ้นมา ท่านตอบพูดอะไรก็ได้ครับ แต่ที่ผมอยากจะเห็นคือว่า ท่านนายรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องทุกท่านนี่ครับ ท่านช่วยทำให้มันเห็นเป็นรูปธรรมได้ไหมครับ อย่างเช่น เมื่อไร จะประกาศพื้นที่ภัยพิบัติหมอกควันครับ ท่านรัฐมนตรีวิทยาท่านนั่งอยู่ในนี้ ผมชื่นชมท่าน อย่างหนึ่ง ท่านมีความคิดริเริ่มเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่ประกาศ เพราะคนประกาศก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่ว่าเรื่องการเยียวยาละครับ คนโดนหมอกควันนี่ มีทั้งไม่สบาย มีทั้งเสียชีวิต และในอนาคตนี่ครับ พี่น้องที่สูดหมอกควันเข้าไปเป็นระยะเวลานานนี่ครับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเขาจะเป็นมะเร็งปอดครับ มีอะไรเยียวยาไหมครับ รวมไปถึงมาตรการ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ที่ผมบอกท่านโชว์ตัวเลขให้ดูหน่อยครับ มาตรการที่แก้ไขแล้ว ตัวเลขของหมอกควันลดลง คุณภาพอากาศมันดีขึ้นหลังจากที่ท่านแก้ไข
ท่านธนิตพล ท่านใช้เวลาเกินไป ๖ นาที เดี๋ยวจะไม่มีถ่ายทอดสดนะครับ ท่านต้องถามครับ อภิปรายไม่ได้นะครับ กระทู้ถามสดต้องถามเลยนะครับ
อีกประโยคเดียวครับ ผมบอกท่านประธาน แล้วครับว่าผมไม่ได้ต้องการคำตอบที่เป็นนามธรรม อยากจะได้คำตอบที่เป็นรูปธรรม ที่จะเรียนประโยคสุดท้ายครับ คือเมื่อไรท่านจะหยุดให้ทางฝ่ายค้านได้คอยสอนว่าต้องทำ อะไรครับ ผมเชื่อว่าอีกไม่กี่วันท่านก็จะทำอย่างที่ผมบอกก็คือประกาศภัยพิบัติ แต่เมื่อไรละครับ จะเริ่มทำ อย่าให้ประชาชนต้องสูดควันพิษต่อไปเลยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ขอขอบคุณคำถามของท่านธนิตพล ไชยนันทน์ แต่สิ่งที่ท่านกล่าวนั้น ผมคิดว่าท่านค่อนข้างจะตำหนิรัฐบาลมากกว่า ความเป็นจริง สืบเนื่องจากเรียนตามตรงว่าเรื่องของหมอกควันนี่ รัฐบาลหยิบยกขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม เรียนตามตรงนะครับว่า ผมเองเป็นผู้เสนอต่อ ครม. ตอนเดือนมกราคม เพื่อให้รัฐบาลได้เข้า ไปดูพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ ๘ จังหวัดภาคเหนือ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ท่านกล่าวว่ารัฐบาล ไม่ได้ให้ความสนใจในการดูแลนะครับ นอกเหนือจากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตอบแล้วนะครับ ผมกราบเรียนเพิ่มเติมต่อ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านว่า ตลอดระยะเวลาที่เกิด หมอกควันนั้นรัฐบาลเอาใจใส่ โดยเฉพาะด้านการสาธารณสุข เราได้เข้าไปตรวจสอบและดู และมีรายละเอียด อยากจะขอกราบเรียนสั้น ๆ ว่า ต่อผู้ป่วยจำนวนหลายหมื่นรายในแต่ละ พื้นที่ ๘ จังหวัดนั้น รัฐบาลได้มอบหมายโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขนี้ดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วก็จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับดูแล พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่สามารถรับผู้ป่วยที่เกี่ยวกับเรื่องทางเดินหายใจ ที่ท่านกล่าวนะครับ โรคหอบหืดและโรคอะไรต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ได้ดำเนินการไว้แล้ว แต่ราย ที่ท่านได้กล่าวนั้น ผมก็ขออนุญาตไปหาข้อมูลนะครับว่าข้อเท็จจริงเป็นมาตั้งแต่เมื่อไร แต่ว่า สิ่งที่เป็นอยู่ในช่วงที่ภาวะ ๘ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบนั้น ยืนยันครับ กระทรวงสาธารณสุข ดูแลอย่างใกล้ชิด ได้มีการแจกมาสก์ (Mask) มากกว่าจำนวนถึง ๒๐๐,๐๐๐ ชิ้น เพื่อให้เอาไป ดูแลระหว่างเด็กนักเรียนที่ไปโรงเรียน ท่านจะเห็นภาพนะครับ ว่าเด็กก่อนไปโรงเรียนต้อง ป้องกันอย่างไร เพราะฉะนั้นค่าอากาศที่เกิดขึ้นตอนนี้ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายนะครับ ว่าเวลานี้การประกาศภัยพิบัตินั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แม้กระทั่งการทำฝนเทียมครับท่าน ท่านรู้อยู่แล้วนะครับ เกษตรกร ปลูกหอม ปลูกกระเทียม ทำฝนเทียมก็เกิดปัญหาผลกระทบกับผลผลิต เขาก็ขอว่าอย่าเพิ่งทำ แต่เราก็ไม่ได้รอในสิ่งนั้น เพราะว่าภัยพิบัติมันจำเป็นจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด การประกาศ ภาวะฉุกเฉินเกิดผลกระทบกับการท่องเที่ยวครับ ก็ขอกันมาอีกครับ อย่าเพิ่งประกาศ เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองก็ต้องตามใจพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ถ้ามีการประกาศภัยพิบัติยิ่งมีปัญหากับการท่องเที่ยวอย่างใหญ่หลวงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ท่าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็มอบหมายอีกว่า ถ้าพื้นที่ใดจำเป็นจะต้อง ประกาศต้องเร่งดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อที่จะให้จังหวัดได้ดำเนินการกับท้องถิ่นนะครับ ไม่ใช่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณนะครับ ที่จะต้องดูแลเรื่องน้ำมันสำหรับท้องถิ่นเข้าไปหารถสูบน้ำ หาเครื่องสูบน้ำเข้าไปดำเนินการ ดับไฟ แต่ผลกระทบที่กราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับ เพิ่มเติมกับที่แพทย์ดูแล ภัยพิบัติ ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากหมอกควันที่มาจากประเทศไทยอย่างเดียว มาจากประเทศพม่า มาจากประเทศจีน สิ่งเหล่านี้ต้องกราบเรียนว่าในลักษณะอย่างนี้การแก้ปัญหาอย่างองค์รวมนะครับ รัฐบาลขอรับสิ่งนี้ไว้ และกำลังดำเนินการในส่วนนี้ แต่กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเราเป็นพื้นที่ดูแลอยู่นะครับ ก็กราบเรียนว่า ส.ส. ในเขตก็สามารถบอกพี่น้องประชาชน ได้ว่าการกระทำความผิด โดยเฉพาะการเผาป่าเพื่อทำพื้นที่เกษตร อันนี้ก็มีปัญหานะครับ ข้อกฎหมายท่านทราบดี การหาของป่าก็เป็นปัญหาทำให้เกิดฟืนไฟอย่างที่เป็นอยู่ แต่ที่เป็นอยู่ปัจจุบันนั้นนอกเหนือก็คือประเทศเพื่อนบ้านของเราครับ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ได้รับผลกระทบจากประเทศพม่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ฝากนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานให้กับ ประเทศเพื่อนบ้านดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าในทาง การแพทย์นั้นเรามีตัวเลขอยู่ และดูแลพี่น้องไปมากกว่า ๕๐,๐๐๐ รายนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ดูแลตั้งแต่เดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ๔ เดือนนี้ครับ มีตัวเลขอยู่ ก็เดี๋ยวจะฝากไว้ว่าถ้าเกิดท่านต้องการประสานสิ่งใด ผมในฐานะที่ดูแลกระทรวง สาธารณสุขก็พร้อมที่จะรับส่วนนั้น ถ้ายังไม่ครอบคลุมก็จะดำเนินการให้ แต่กราบเรียนนะครับว่า วันนี้มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันดูแลนะครับ ก็ฝากท่านสมาชิกด้วยว่าในพื้นที่จังหวัดใดที่ ๘ จังหวัด หรือ ๙ จังหวัดนี้ท่านสามารถที่จะประสานให้หน่วยงานของทางรัฐบาล โดยเฉพาะของผมเอง ๑๖๖๙ ครับ ถ้าประชาชนต้องการอพยพจากพื้นที่มาอยู่ในที่ปลอดภัย มาอยู่โรงพยาบาล มาอยู่ห้องแอร์ที่สามารถมีอาคารอย่างมิดชิด อันนี้เราพร้อมที่จะทำให้ ก็กราบเรียนท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะตอบกระทู้ถามของท่านธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ได้ถามในข้อที่ ๓ นะครับว่าเกี่ยวกับทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยลงไปพื้นที่ทางภาคเหนือกี่ครั้งนะครับ ผมเองต้องนำกราบเรียนนะครับ ว่าทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นท่านได้มอบหมาย ให้กระผมนั้นตั้งแต่เดือนธันวาคมแล้วเดือนมกราคมไปร่วมประชุม ซึ่งท่านเองได้ย้ำทางผมมา ว่าในฐานะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดูแลปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง สิ่งแวดล้อมก็ขอให้ท่านนั้นไปร่วมประชุมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและคอยติดตาม ก็อยากจะกราบเรียนว่าในขณะนี้นั้นทางผมเองก็ได้กำชับกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในภาคเหนือทั้ง ๙ จังหวัดนะครับว่าจากนี้ต่อไปขอให้มีการเข้มงวด และในปีต่อ ๆ ไปจะเป็น เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายนนั้นจะต้องมีมาตรการในการ เตรียมความพร้อม ในการประกาศให้พี่น้องประชาชนได้เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับเรื่อง หมอกควันในเรื่องนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าทางผมเองในฐานะที่ได้รับมอบหมายตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนท่านธนิตพลว่าทางรัฐบาลเองนั้นเป็นห่วงเป็นใยเช่นเดียวกับทางท่าน ทั้งหลายที่เป็นห่วงเป็นใยนะครับ ทางผมเองก็จะถือโอกาสกราบเรียนว่าจากนี้ต่อไป จะเข้มงวดให้นะครับ ก็ถือโอกาสนี้นำกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ทางสภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับผู้นำนิสิตคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรีนะครับ ในช่วงนี้ก็ยังเป็นเรื่องของกระทู้ถามรัฐบาลของซีกฝ่ายค้านอยู่นะครับ กระทู้ถามสด ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไปนะครับ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๕๐ เรื่อง การเพิกถอนสภาพป่าสงวนแห่งชาติ (นายฮอชาลี ม่าเหร็ม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามเป็นคำถามผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วก็ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้มาตอบในกระทู้ถามนี้นะครับ ก็เข้าใจว่าท่านคงจะพร้อมที่จะตอบปัญหาตรงนี้ ท่านประธานครับ ความจริงผมเอง ก็คงไม่อยากที่จะเอาเรื่องตรงนี้ซึ่งเป็นที่ดินแปลงเล็ก ๆ แค่ ๒,๐๐๐ ไร่นะครับ มาตั้งเป็น กระทู้ถามระดับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความจริง เรื่องตรงนี้ถ้าหากว่าหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ได้มีความเอาจริงเอาจังก็สามารถที่จะดำเนินการได้ แต่ที่ต้องมาถามท่านรัฐมนตรี ถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่านรัฐมนตรี ตอบนั้นก็เนื่องจากว่าเป็นเรื่องที่เรื้อรังแล้วก็คาราคาซังไว้นาน ผมเองก็ได้นำปัญหาตรงนี้ เข้าสู่กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรโดยเข้าสู่คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ครั้งหนึ่งแล้ว ปัญหาก็คือว่ามีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง เรียกว่า เป็นแปลงทุ่งยาว สาธารณประโยชน์ ซึ่งตั้งคาบเกี่ยวระหว่างอำเภอละงู และอำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ที่ดิน แปลงนี้ประกาศโดยกระทรวงมหาดไทย ประกาศตั้งแต่ปี พุทธศักราช ๒๔๗๕ ตัวเลขของ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นปีที่มีการปฏิวัติแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองและในยุคนั้นสมัยนั้น จังหวัดสตูลยังเป็นอำเภอหนึ่งนะครับ ส่วนหนึ่งของมณฑลนครศรีธรรมราช แต่การประกาศนั้น ถูกต้องชอบธรรมโดยท่านนายอำเภอละงูและไม่ใช่ประกาศเฉพาะที่ดินแปลงนี้แปลงเดียว เท่านั้น ยังประกาศไปยังที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์พร้อม ๆ กันอีกหลายสิบแปลงที่ครอบคลุม ในพื้นที่ของจังหวัดสตูล ท่านประธานที่เคารพครับ การประกาศในพื้นที่ตรงนี้นั้น ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ในเนื้อที่ ๒,๐๗๗ ไร่นั้น เป็นการประกาศที่ชอบและเป็นที่สงวนหวงห้ามก่อนที่จะ มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๘ ประกาศก่อนที่จะมี พ.ร.บ. ฉบับนี้และจึงเป็นที่ที่หวงห้ามของทางราชการอย่าง ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหามันก็มีอยู่ว่ากระทรวงของท่านก็ได้มีการประกาศทับ โดยอาศัยกฎหมายของป่าสงวนแห่งชาติและมีการประกาศในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ประกาศ หลังจากที่มีการประกาศที่แปลงนี้ไป ๓๐ ปีเศษ ๆ ออกเป็นกฎกระทรวงชัดเจนนะครับ มีป่าสงวนที่ทับที่แปลงนี้อยู่ ๒ ป่า นั่นก็คือป่าควนทัง ป่าเขาขาว มีเนื้อที่ ๑,๕๑๒ ไร่ และอีก ป่าหนึ่งซึ่งท่านก็ประกาศในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ เช่นกัน ก็คือป่าตระและป่าเขาขุมทรัพย์ ซึ่งคลุม พื้นที่ของที่สาธารณประโยชน์แปลงทุ่งยาว เนื้อที่ ๒,๐๐๐ ไร่เป๊ะพอดีเลยครับท่านประธาน ซึ่งถามว่าในที่ ๒,๐๐๐ ไร่ตรงนี้นั้น มีอะไรอยู่บ้าง มีการทำกินอะไรอยู่บ้าง มีครับ ท่านประธาน มีสำนักสงฆ์ซึ่งเป็นสำนักสงฆ์ที่ใหญ่มาก ผมเองก็ไปถามทางท่านเจ้าอาวาส ท่านบอกว่า ยกเป็นวัดขึ้นไม่ได้สักที เพราะว่าติดที่ป่าของท่านนี่ล่ะครับ แล้วก็มีโรงเรียนทุ่งเสม็ดนะครับ คำว่า ทุ่งเสม็ด ชื่อก็บอกแล้วเป็นทุ่ง เมื่อก่อนมีการแสดงการโดดร่มก็กระโดดร่มในทุ่งนี้ แต่ท่านก็ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ทั้ง ๆ ที่มันไม่มีสภาพของป่าอยู่เป็นทุ่งสงวนแล้วก็ เลี้ยงสัตว์ มีที่ตั้งขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทอน รัฐบาลเขาให้งบประมาณมาแล้วแต่ยัง สร้างไม่ได้เพราะติดที่ป่าอยู่ตรงนี้ละครับ แล้วก็การทำกินของพี่น้องราษฎร การเลี้ยงสัตว์ของพี่น้องราษฎร การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ดินของพี่น้องราษฎร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ก็เดินไปเดินมาอยู่ทุกวัน ไม่สามารถทำอะไรได้ ปัญหามันคาราคาซังมาตลอด เป็นปัญหาที่ ก่อนสมัยผมเป็นผู้แทนราษฎรก็รับฟังปัญหานี้ตลอด เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นเรื่องของรัฐทับที่ ของรัฐจึงต้องแก้ไขโดยการนำเอาทั้งหมดมาซักกัน มาประชุมกัน แล้วก็มาหาข้อเท็จจริงกัน ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสมัยที่ผ่านมา ซึ่งมีตัวแทนของกรมป่าไม้ของท่านมา มีตัวแทนของกรมที่ดินซึ่งดูแลที่สาธารณประโยชน์ แล้วก็มีตัวแทนของชาวบ้านเข้ามาในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ ใช้เวลาไม่นาน ทุกคน ยอมรับ เพราะตัวเลขปี พ.ศ. ชัดเจนว่าที่สาธารณประโยชน์ตั้งขึ้นมาก่อน ประกาศขึ้นมาก่อน และถูกต้อง เป็นหวงห้ามอย่างชอบธรรม และมอบหมายให้กับกรมป่าไม้ของท่านไป ดำเนินการเพิกถอนตามกระบวนการ ขั้นตอน จะออกกฎกระทรวง หรือจะทำอย่างไร จะเข้า ครม. คือให้ดำเนินการ แต่ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี ๒๕๕๒ จนมาถึง ณ ขณะนี้ผมยังไม่เห็น การขยับของหน่วยปฏิบัติ ปัญหาของชาวบ้านก็ยังคงคาราคาซังอยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านได้ เคยเจอผมแล้วท่านบอกว่าท่านฮอชาลีท่านมีอะไรบอกผม ผมก็เลยต้องมาบอกท่าน ในที่ประชุมแห่งนี้นะครับว่า
คำถามข้อที่ ๑ กรมป่าไม้ซึ่งท่านเป็นผู้ที่กำกับดูแลในเรื่องของป่าสงวน แห่งชาติตรงนี้ท่านจะดำเนินการตามที่ผมเคยใช้กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร ก็คือใช้ ที่ประชุมของคณะกรรมาธิการนำเรื่องนี้เข้ามา แล้วกรมป่าไม้เขาก็ยอมรับว่าจะนำไป ดำเนินการเพิกถอน ออกกฎกระทรวงให้ ท่านจะดำเนินการหรือไม่ อย่างไร ขอตั้งเป็น คำถามแรกครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ท่านปรีชาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอขอบคุณ ท่านฮอชาลีที่ได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับปัญหาการเพิกถอนสภาพป่าสงวนแห่งชาติ ต้องยอมรับนะครับว่า ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล สมแล้วที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสตูลได้เลือกท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะปัญหา เกี่ยวกับเรื่องที่ทำกินนั้นเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมเองในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกับท่าน และมีโอกาสมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องดูแลทางกรมป่าไม้ก็ดี กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็ดี ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถาม ในวันนี้นั้น เกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้ ผมเองเรียนยืนยันกับท่านนะครับว่าผมเองจะลงไปดูพื้นที่ ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้พิจารณา มาปี ๒๕๕๒ มา ซึ่งตรงนี้ผมเรียนยืนยันนะครับว่าถ้าสามารถที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในป่าที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามนี้ผมยินดีที่จะไปร่วมพิจารณา และแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวจังหวัดสตูลครับ ก็ขอตอบประเด็นข้อที่ ๑ ครับ
ท่านฮอชาลีครับ คำถามที่ ๒ ครับ คำถามสุดท้ายครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ก็คงเป็นประเด็น ที่คาบเกี่ยวนะครับ คำถามแรกผมถามว่า รัฐบาลได้ดำเนินการตามผลการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร ท่านบอกว่า ท่านจะลงไปติดตามดูนะครับ
แล้วผมก็มีคำถามที่ ๒ ว่า ก็ต้องขอกรอบเรื่องของระยะเวลา เพราะว่าเรื่อง ตรงนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของชาวบ้านไปรุกที่ของทางราชการ แต่เป็นเรื่องของทางราชการทับที่ ของราชการกันเอง เพราะฉะนั้นก็ต้องยอมรับว่าของท่านไปทับของกระทรวงมหาดไทยนะครับ ซึ่งท่านมาทีหลัง ของกระทรวงมหาดไทยเขามาก่อนปี ๒๔๗๕ ไม่ใช่เป็นประกาศอย่างเถื่อน ๆ แต่เป็นประกาศอย่างที่ถูกต้องแล้วก็มีกฎหมายรองรับชัดเจน ของท่านมาทีหลังแล้วก็สภาพป่า ตรงนั้นมันไม่มีเลยนะครับ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็คือประชาชนในพื้นที่ตรงนั้นต้องการที่จะให้ ทางราชการโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินก็ทำ นสล. หรือว่า ทำหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเพื่อที่จะประกาศ เพื่อที่จะวัดขอบเขตพื้นที่ที่ดิน ๒,๐๐๐ ไร่ ให้ชัดเจน เขาก็ได้มีการรังวัด เขาก็ได้มีการนำสำรวจเรียบร้อยแล้วนะครับทุกที่ ทิศเหนือ ทิศใต้ ติดที่ของท่านอย่างเดียวที่ยังไม่เซ็นให้ เพราะท่านบอกว่าของผมก็อยู่ข้างในนั้นด้วย ก็เลยไม่เซ็นให้ ทั้ง ๆ ที่ว่าทุกฝ่ายเขาเซ็นให้หมดแล้ว ยังติดที่ของกรมป่าไม้อย่างเดียวไม่เซ็นให้ เพราะฉะนั้นนั่นคือเรื่องหนึ่งที่ถ้าท่านไปเห็นก็ดีนะครับ ท่านไปเองก็ดีมากเลยอยู่ในพื้นที่ของ จังหวัดสตูล แล้วก็จะได้มีโอกาสได้ดูสภาพป่าอื่น ๆ ด้วย เพราะจังหวัดสตูลนั้นเป็นจังหวัด ที่มีปัญหาทั้งเรื่องของป่าชายเลน แล้วก็เรื่องของป่าสงวนแล้วก็เขตอนุรักษ์ ก็คือว่าทำอย่างไร ที่จะให้เราอยู่กันได้ในพื้นที่ของป่านะครับ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อได้มีโอกาสถามท่านดัง ๆ ในที่สภาแห่งนี้ แล้วท่านก็รับทราบแล้วก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการนะครับ แต่ก็อดไม่ได้ต้องตั้ง คำถามที่ ๒ ก็คือว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อไร ก็ขอถามสุดท้ายนะครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ขอตอบกระทู้ถามในข้อที่ ๒ ที่ท่านฮอชาลีได้ถามนะครับว่า ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับปัญหา เรื่องที่ทำกินนั้นมันมีปัญหามานมนาน ที่ท่านได้ถามนะครับว่าปัญหาเกี่ยวกับทางกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยก็ดี ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมป่าไม้ก็ดี ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาตรงนี้มันเป็นปัญหาว่าไม่รู้ว่าใครผิด ใครถูก ซึ่งผมเองก็อยากจะ กราบเรียนว่าผมเองก็จะเอาข้อมูลจากคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๕๒ มาพิจารณาแล้วลงไปดูพื้นที่ เพราะต้องยอมรับนะครับว่าใครจะถูก ใครจะผิดนั้นมันก็เหมือนกับทำนองว่า ไก่กับไข่ใครเกิดก่อนกันอย่างนี้เป็นต้นนะครับ ซึ่งปัญหาที่ดินมันเป็นปัญหาที่เราจะต้องแก้ ต้องไปดูสภาพของจริง ไปรับฟังปัญหาตรงนี้ ผมก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าระยะเวลาเมื่อไรนั้น ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าผมเอง จะเร่งให้เร็วที่สุด เพราะปัญหาตรงนี้ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน และโดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ทำกินซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องร่วมกันแก้ ผมเรียนยืนยันกับท่านเลยนะครับว่า ผมจะต้องแก้ปัญหาให้ท่านภายในรัฐบาลชุดนี้และในช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ก็ขอเรียนยืนยันกับท่านฮอชาลีนะครับ ขอบคุณ มากครับ
จบ กระทู้ถามทั่วไปที่ ๑ นะครับ
ส่วนกระทู้ถามทั่วไปที่ ๒ ได้แจ้งแล้วนะครับว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมติดภารกิจเลื่อนไปก่อนนะครับ
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๗๔ เรื่อง โครงการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ ในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและจังหวัดพิษณุโลก (นายนิยม ช่างพินิจ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ท่านนิยมพร้อมไหม เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมอยากจะเรียน ถามความคืบหน้าผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับในการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำหรือประตูระบายน้ำ
จุดแรกที่บ้านท่าแห ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร
จุดที่ ๒ ก็คือประตูระบายน้ำที่บ้านใหม่กรงทอง ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
สิ่งที่ผมเรียนถามอย่างนี้เพราะว่าผมเคยถามกระทู้ถามมาครั้งหนึ่งแล้วครับ แล้วก็โดยเฉพาะโครงการนี้เริ่มตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ ช่วงที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ได้เดินทางไปดูน้ำท่วมที่อำเภอบางระกำ แล้วก็มีแนวทางในการที่จะแก้ปัญหา แต่สิ่งสำคัญ ก็คือเดิมทีที่จะสร้างที่ตำบลวังอิทก อำเภอบางระกำ แต่เนื่องจากว่ามีการว่าสิ่งที่จะเกิด ผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนก็ขยับไปสร้างที่บ้านท่าแห ในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร แต่วันนี้ก็ยังไม่ได้คืบหน้าไปถึงไหนนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเรียนถาม เพราะว่าในการสร้างประตูระบายน้ำ ถ้าสร้างที่ท่าแหจุดเดียว พี่น้องในเขตพื้นที่ของอำเภอ บางระกำจะได้ผลประโยชน์แค่ตำบลเดียว แต่ถึงกระนั้นเองก็มีการทำประชาคมกัน ทำประชามติว่าจะสร้าง ๒ จุด ที่ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำอีกชุดหนึ่ง เพื่อที่จะดันน้ำ ให้กับพี่น้องในเขตพื้นที่ของตำบลท่านางงาม ตำบลชุมแสงสงคราม ผมอยากจะกราบเรียนว่า ในวันนี้เองนี่นะครับ ท่านประธานครับ ไหนจะเจอปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมา แต่สิ่งที่สำคัญวันนี้เอง ก็คือปัญหาภัยแล้ง ถ้าเราสร้างเขื่อน ๒ จุดนี้ได้จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ไม่ว่าจะแก้ปัญหา น้ำท่วม และสิ่งที่สำคัญก็จะแก้ปัญหาภัยแล้งได้ สิ่งที่เราว่าแก้ปัญหาน้ำท่วมแก้ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ก็คือว่าในการที่จะผันน้ำจากเขื่อนนเรศวรหรือจากแม่น้ำน่าน ตอนที่จะ ระบายน้ำ ถ้าปริมาณน้ำในเขื่อนนี่มีมาก ก็ระบายมา แล้วก็ระบายเข้ามาสู่ที่แม่น้ำยมได้ โดยผ่าน เขื่อนนเรศวร ประตูน้ำบางแก้ว แล้วก็สามารถที่จะกักเก็บน้ำให้พี่น้องภาคการเกษตร ใช้ผลประโยชน์ได้ อยากจะกราบเรียนต่อไปว่าลุ่มน้ำยม ต้องเรียนให้ทราบว่าเราไม่มีเขื่อน และเราก็ต่อสู้กันมาตลอด โดยเฉพาะแก่งเสือเต้น และมาตอนหลังแก่งเสือเต้นตอนบน แก่งเสือเต้นตอนล่าง ลำน้ำของแม่น้ำยมนี่นะครับ ยาวประมาณ ๗๓๕ กิโลเมตร ถือว่ายาวมากครับ ท่านประธาน แต่มาผ่านพื้นที่ในเขตของจังหวัดพิษณุโลก ๗๘ กิโลเมตร และพื้นที่ส่วนใหญ่ก็อยู่ ในเขตของพื้นที่อำเภอบางระกำ เพราะฉะนั้นเองลุ่มน้ำยมนี่ครอบคลุมพื้นที่ ๑๐ จังหวัด เฉพาะในเขตพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก ๗๘ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นไม่มีเขื่อนกักเก็บน้ำเลย ไม่มีประตูระบายน้ำเลย เพราะฉะนั้นในคำถามแรก ผมอยากจะถามว่าความคืบหน้าไปถึงไหน ก็เป็นคำถามแรกครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก จังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านนิยม ช่างพินิจ ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณนะครับ ท่าน ส.ส. นิยม ช่างพินิจ ซึ่งท่านก็ได้ติดตามโครงการเหล่านี้มาโดยตลอด ทั้งไม่ใช่ถามในสภา ทั้งสอบถามภายนอกถึงความก้าวหน้า ท่านมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในประเด็นคำถามของ ท่านนะครับ ในการพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งที่มาที่ไป ท่านก็ได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นะครับว่า ทำไมเราถึงมาสร้างที่ท่าแห ที่ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตรนะครับ ขออนุญาต กราบเรียนว่าประตูระบายน้ำดังกล่าวนั้นนะครับ ขณะนี้ได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งลักษณะก็เป็นประตูกว้าง ๑๐ เมตร สูง ๙ เมตร มีทั้งหมด ๔ ช่อง ซึ่งสามารถที่จะระบายน้ำ ได้สูงสุดประมาณ ๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนั้นแล้วก็จะมีการขุดลอก ปรับปรุงในลำน้ำยมอีกประมาณ ๖๙ กิโลเมตร จะทำให้สามารถที่จะกักเก็บน้ำเหนือประตู ระบายน้ำได้อีกประมาณ ๓.๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ซึ่งมีสถานีสูบน้ำ อยู่แล้วประมาณ ๑๒,๐๐๐ ไร่ และสามารถขยายพื้นที่ใหม่อีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ซึ่งโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ซึ่งเห็นว่าในพื้นที่ชุ่มน้ำต่าง ๆ นั้น จะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) ด้วยนะครับ ซึ่งในเรื่องนี้กระผมได้เห็นว่าเนื่องจากปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นนะครับ มีความจำเป็นกับ พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จึงได้คิดว่าในการก่อสร้างประตูระบายน้ำอิทกหรือ อำเภอท่าแหนั้นมีความจำเป็นนะครับ จึงได้จัดสรรงบประมาณที่จะดำเนินการตรงนี้เอาไว้ใน พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน แล้วก็วางระบบการบริหารจัดการน้ำและการสร้าง อนาคตของประเทศตามที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว เพราะฉะนั้นโครงการนี้ ก็จะบรรจุเอาไว้ใน พ.ร.ก. ดังกล่าวนะครับ สำหรับประตูท่างามนั้นนะครับก็มีความจำเป็น ที่จะต้องก่อสร้างเช่นเดียวกันนะครับ ซึ่งลักษณะของประตูก็คล้าย ๆ กับประตูที่ท่าแหนะครับ ซึ่งลักษณะก็ความกว้างประมาณ ๑๐ เมตร สูง ๘ เมตร จำนวน ๔ ช่อง เช่นเดียวกัน ก็สามารถที่จะระบายน้ำได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ว่าโครงการนี้นะครับ หลังจากที่เราได้รับฟังความคิดเห็นกับประชาชนมาเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นโครงการนี้ ก็ล่าช้ากว่าโครงการเดิมเล็กน้อย ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการศึกษาเสร็จเรียบร้อย ซึ่งก็จะเร่งรัด สำรวจและจะออกแบบในการก่อสร้างต่อไปนะครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังสมาชิกเพื่อโปรดทราบครับ
เชิญท่านนิยม
ท่านประธานครับ ผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้เองผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีที่มองเห็นความสำคัญ ที่ผมต้องมาตอกย้ำแล้วก็มาทวงถามนี่ เพราะว่าสิ่งสำคัญคือมันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการที่จะบริหารการจัดการน้ำในเขต พื้นที่ของอำเภอบางระกำ เพิ่มประสิทธิภาพอย่างไรรู้ไหมครับ เมื่อเรามีเขื่อนกักเก็บน้ำ หรือประตูระบายน้ำนี่เราสามารถที่จะดันน้ำเข้าไปเข้าสู่นโยบายที่ท่านรัฐมนตรีลงไปในพื้นที่ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงไปในพื้นที่อำเภอบางระกำ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ด้วยกัน ก็ไปเข้าสู่ว่าเราสามารถที่จะดันน้ำไปตามห้วยหนอง คลอง บึง ต่าง ๆ โดยเฉพาะ แก้มลิง ไม่ว่าจะเป็นบึงระมาน บึงตาเค็ง บึงขี้แร้ง ต่าง ๆ นี่นะครับ ตรงนี่ละครับเป็นตัวที่จะ กักเก็บน้ำแล้วก็ดันน้ำเข้าไปกักเก็บไว้ในฤดูแล้ง เพราะฉะนั้นเองผมต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีนะครับ หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านลงไปในพื้นที่แล้วก็ท่านก็ได้ประสาน แล้วก็นำ งบประมาณไปในเขตพื้นที่ของอำเภอบางระกำ แต่ถ้าได้สร้างเขื่อน ๒ ตัวนี้เสร็จนะครับ มันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ โดยเฉพาะได้แก้ปัญหาน้ำท่วม และสิ่งสำคัญก็คือแก้ปัญหาภัยแล้ง มันจะเป็นจิ๊กซอว์ (Jigsaw) ครับ อย่างที่วันนี้เอง ท่านรัฐมนตรีคงทราบนะครับว่าพื้นที่อำเภอบางระกำที่คำว่าเป็นอำเภอบางระกำโมเดล (Model) นี่ โดยเฉพาะที่สาธารณะต่าง ๆ ไม่ว่าบึงต่าง ๆ ที่จะทำขุดเป็นแก้มลิง โดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ที่ลงไปนั้นแล้วก็ต่อเป็นจิ๊กซอว์ แต่ถ้าเราสร้างเขื่อน ๒ ตัวนี้ได้ จะเป็นอานิสงส์ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้มากที่สุดนะครับ ก็คง ฝากไว้ แล้วก็อยากจะเรียนถามท่านต่อไปว่าจุดแรกก็อยู่ในแผนของ พ.ร.ก. แล้วใช่ไหมครับ คือที่บ้านท่าแหนะครับ ในเขตของจังหวัดพิจิตร และจุดที่ ๒ นะครับ มีแนวทางที่จะสร้าง เมื่อไรครับ ในเขตของพื้นที่ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ก็ฝากว่าจะเริ่ม ทำการก่อสร้างได้เมื่อไร แล้วจะแล้วเสร็จเมื่อไร จะได้ตอบพี่น้องประชาชนได้ในพื้นที่นะครับ เรื่องต่อมาอาจจะไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องของประตูระบายน้ำนะครับ แต่อยากจะฝากเพราะว่า มันเป็นเชื่อมโยงถึงกันได้ ก็คือท่านรัฐมนตรีมีโอกาสได้ถาม ก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับ เรื่องของเงินเยียวยาสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่ยังตกค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ๑,๔๓๗ บาทต่อตัน ไม่ว่าตั้งแต่เริ่มเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน วันที่ ๑-๖ ตุลาคมนี้นะครับ แล้วก็หลังวันที่ ๖ ตุลาคมที่ปัญหาเกษตรกรที่ปัญหาน้ำท่วมที่จะต้องชดเชยเยียวยาให้เขานี่ผมอยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีฝากไปนะครับ เข้า ครม. เพราะสิ่งไหนที่ผมถามเกษตรกรไปถามกับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์โยนกันไปโยนกันมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะไปโยนคนโน้นคนนี้ กระทรวงโน้น ธ.ก.ส. อะไรไม่ได้หรอกครับ มันต้องรับผิดชอบทั้งรัฐบาล ผมฝากประเด็นนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. นิยม เป็นอย่างยิ่งนะครับที่ได้ติดตามเรื่องนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าประเด็นที่ท่านฝากผมขออนุญาตตอบเลยนะครับว่าในเรื่องของ การเยียวยาเกษตรกรนั้นนะครับ ไม่ว่ากรณีเยียวยาในเรื่องของพื้นที่การเกษตรที่ได้รับ ความเสียหาย หรือการเยียวยาพิเศษในเรื่องของอัตราตันละ ๑,๔๓๗ บาท ทั้งหมดนะครับ ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วก็ให้ ธ.ก.ส. เป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินให้เกษตรกรก่อน นอกจากนั้นขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมว่า กรณีที่ พี่น้องเกษตรกรนั้นเดิมทีเดียวให้มีการจ่ายเยียวยาเฉพาะการเก็บเกี่ยวข้าวเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ขณะนี้รัฐมนตรีก็ได้อนุมัติเพิ่มเติมก่อนเดือนสิงหาคม เดือนกันยายนด้วยที่ยัง ตกค้างอยู่ส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับว่า ทั้งหมดที่ท่านได้ฝากผมไปเมื่อสักครู่นะครับ รัฐบาลโดยมติคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ เรียบร้อยแล้วอยู่ในระหว่างขั้นตอนที่ ธ.ก.ส. ที่จะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับพี่น้องเกษตรกรครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
จบ กระทู้ถามทั่วไปนะครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อเข้าร่วมประชุม ๓๙๕ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ เชิญท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ มีอะไรครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ดิฉันขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยขอเลื่อนเรื่องที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
๗.๑ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง เพราะลาออก
๗.๒ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก
๗.๓ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สิน ทางปัญญา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผมว่า เอา ๗.๑ ๗.๒ ๗.๓ ก่อน ตำแหน่งที่ว่างลง
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านใดขัดข้องนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับทางท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์เสนอนะครับ เชิญเสนอเลยครับ ๗.๑ เอาใครแทนใครครับ เชิญ
ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอการตั้ง กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง เพราะลาออก คือ ๑. นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร และ ๒. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ เชิญ ๗.๒ ครับ
๗.๒ ขอตั้งกรรมาธิการ สามัญในคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก คือ นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล เป็นกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้อง เชิญ ๗.๓
๗.๓ ขอตั้งกรรมาธิการ สามัญในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก คือ นางปิยะดา มุ่งเจริญพร เป็นกรรมาธิการการพาณิชย์ และทรัพย์สินทางปัญญา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้อง ท่านบุญยอดมีอะไรไหมครับ ไม่มี นะครับ ผมขอเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบ รายงานการกู้เงินและรายงานผลการดำเนินการประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ของกระทรวงการคลัง ๒ ฉบับ
ด้วยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มี มติรับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ๒ ฉบับ คือ
๑. รายงานการกู้เงินตามมาตรา ๗ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวง การคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒
๒. รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าว ให้กับท่านสมาชิกแล้ว
ท่านสมาชิกท่านใดมีประเด็นติดใจที่จะซักถามหรือไม่ มีไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ประจำปีงบประมาณ
เดี๋ยวท่านสัมภาษณ์นิดหนึ่ง เดี๋ยวท่านค่อยอภิปรายนะครับ ขอแจ้งนิดหนึ่ง
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีหนังสือแจ้งว่าเพื่อให้การตอบ ข้อซักถามของท่านสมาชิกได้ครอบคลุม แล้วก็ครบถ้วนทุกประเด็น จึงขออนุญาตให้ผู้แทน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตอบข้อชี้แจงต่อที่ประชุม ซึ่งผมได้พิจารณาแล้ว เพื่อประโยชน์ในการที่จะรับทราบเรื่องนี้ จึงอนุญาตให้เข้าร่วมประชุมได้คือท่านสุวิชญ โรจนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เห็นส่งชื่อมา ท่านเดียวนะครับ ท่านเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เชิญ ท่านสัมภาษณ์ต่อครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่ารัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในอดีตมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ มีความจำเป็น ที่จะต้องหาแหล่งเงินกู้เพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศไทยเรา ท่านประธานที่เคารพครับ มันไม่มีทางเลือกอื่นครับ การที่เราประสบปัญหาแล้วเราจะแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ เงินเราไม่มี เรามีความจำเป็นที่จะต้องกู้ แต่หลังจากที่ท่านกู้ผ่านไปแล้วท่านจะแก้ปัญหาได้ หรือไม่ได้ก็มาพูดกัน วันนี้กระบวนการกู้เงินและกระบวนการใช้จ่ายเงินผ่านพ้นไปโดยมี รายงานเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายนที่ผ่านไปนั้น ก็หลายโครงการครับที่สามารถที่จะเบิกจ่าย ใช้จ่ายเงินได้ตามวัตถุประสงค์อาจจะประสบความสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้างก็อีกเรื่องหนึ่ง โดยที่รัฐบาลมีวัตถุประสงค์ทั้งหมด ๘ วัตถุประสงค์ แล้วก็มีสาขาย่อย ๆ อีกหลายสาขา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้นเข้าใจดีว่าเงินจะต้องนำเอาไปใช้เป็นเครื่องมือในการ แก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ผมเองเพิ่งจะได้มีโอกาสเข้ามานั่งในสภาแห่งนี้ เป็นสมัยแรกก็ได้เฝ้าติดตามดูข่าวสารจากภายนอก แล้วก็มีโอกาสเข้ามานั่งภายใน เมื่อประมาณ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว พ.ร.ก. ทั้ง ๔ ฉบับ ของรัฐบาลชุดนี้ก็ผ่านไปด้วยดี แล้วก็ได้รับ การท้วงติงจากสมาชิกในสภาแห่งนี้เป็นจำนวนมาก บางเรื่อง บางโครงการที่รัฐบาลนำเสนอ วงเงินกู้เงิน แต่ในอดีตนั้นก็เป็นเรื่องเดียวกันละครับ วันนี้รัฐบาลกู้เงินก็มีแนวทาง มีโครงการ ที่จะมาแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำ ในอดีตนั้นปัญหาเศรษฐกิจก็มีจำเป็นต้องกู้เงินมาใช้ แต่กู้เงิน มาใช้แล้วนี่ครับ ถ้าจะเปรียบเทียบกันในอดีตนั้นต้องการจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ การเร่งรัดแก้ปัญหาเศรษฐกิจในหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ โครงการ บางโครงการนั้นเร่งรีบ รีบทำ จนประสิทธิภาพของงานนั้นแทบจะน้อยมาก วันนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมเอง อยากจะให้สมาชิกในสภาแห่งนี้ ได้เฝ้าติดตามเช่นเดียวกันว่าโครงการที่รัฐบาลนี้ต้องการจะ นำเงินมาแก้ปัญหาเรื่องน้ำ แก้ปัญหาให้นักลงทุน ให้ความไว้วางใจว่าจะลงทุนในประเทศไทยต่อไปหรือไม่ ผมไม่อยาก จะเห็นการวิพากษ์วิจารณ์ล่วงหน้า อย่าตีตนไปก่อนไข้ เพราะวันนี้รัฐบาลเพิ่งจะมีโครงการ กู้เงินแต่ก็ได้รับการท้วงติงเป็นจำนวนมาก กลัวโน่นกลัวนี่ แต่วันนี้รายงานการกู้เงินการใช้ จ่ายเงินงบประมาณ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ มาใช้งบประมาณในปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ ถามว่าโครงการที่ท่านได้กู้เงินไปนั้น รายงานนี้ประสบผลสำเร็จหรือไม่ ผมเองมีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ด้วยความเป็นห่วงโดยเฉพาะในเรื่องการลงทุนในระดับชุมชน ซึ่งน่าจะรวมถึงการใช้ไป ในเรื่องของโครงการเศรษฐกิจพอเพียง คือโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งในอดีตนั้นเราเรียกว่า โครงการเอสเอ็มแอล ท่านก็มาเปลี่ยนเป็นโครงการชุมชนพอเพียง โครงการชุมชนพอเพียงนี่ ที่วันนี้เป็นฝันร้ายให้กับพี่น้องผู้ใหญ่บ้านในแต่ละหมู่บ้าน เขาผวาอะไรครับ เขาผวาว่า โครงการเอสเอ็มแอลที่รัฐบาลปัจจุบันนี้กำลังจะนำเม็ดเงินไปให้กับแต่ละหมู่บ้านนั้นเขากลัว อะไรครับ เขากลัวจะเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมาโดยเฉพาะงบประมาณปี ๒๕๕๓ นั้นมีบาง อำเภอมีการล็อก สเปก (Lock spec) ให้กับหมู่บ้าน จะซื้ออะไร จะจัดหาอะไรต้องได้รับ ความเห็นชอบ ได้รับการแนะนำจากทางส่วนราชการ ถ้าไม่คล้อยตามก็จะไม่ได้รับการอนุมัติ โครงการ แม้กระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้นั่งคุยกับผู้ใหญ่บ้านอยู่ ๒-๓ หมู่บ้าน เขาผวาครับ เขาผวาว่าสิ่งที่เขาต้องการนั้นจะไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะเขากลัวว่าจะต้องมีการชี้นำ จากส่วนราชการ คือบางหมู่บ้านให้ซื้อปุ๋ยทั้งหมู่บ้าน แล้วก็ซื้อปุ๋ยกับบริษัทที่เขาล็อกไว้แล้ว ถึงเวลาชาวบ้านก็ได้รับแต่ปุ๋ยโดยที่รอเวลาเซ็นชื่อรับของอย่างเดียว นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นและ เป็นฝันร้าย ผมเองต้องไปอธิบายให้กับผู้ใหญ่บ้านว่าในอนาคตข้างหน้านี้โครงการเอสเอ็มแอล ของรัฐบาล โดยการนำของ ฯพณฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ย้ำกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคนว่าให้ช่วยติดตามดูแลเรื่องของงบประมาณที่เราจะนำไปให้กับพี่น้องในแต่ละหมู่บ้าน เราเป็นผู้เฝ้าติดตามดูว่าการใช้จ่ายงบประมาณนั้นเป็นไปตามแผน เป็นไปตามนโยบาย สอดคล้องความต้องการของพี่น้องประชาชนในแต่ละหมู่บ้านหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ผู้นำรัฐบาลย้ำ ให้สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นำไปเฝ้าดู ผมเองต้องอธิบายครับว่าไม่มีใครไปล็อก สเปก ขอให้ท่านทำตามเงื่อนไขที่รัฐบาลนั้นมีแนวทางไว้ ทางราชการจะไม่เข้าไปแทรกแซง แต่ก็มีด้วยความที่ในอดีตนั้นมีพ่อค้านายทุน หรือจะเป็นนักการเมืองบางคนบางกลุ่มที่ไปหา กินกับงบประมาณส่วนนี้ เฝ้าติดตามในแต่ละอำเภอนั้น ในแต่ละหมู่บ้านนั้นทำโครงการอะไร จะวิ่งเต้นหาบริษัทให้ จะมีการพูดคุยเจรจากับทางอำเภอให้ แม้กระทั่งพวก ส.ส. เองหลาย คนก็โดนเหมือนกันครับว่าโครงการนี้ขอแบ่งไปทำบ้างได้ไหม ผมเองก็ไม่เข้าใจครับว่า ที่ผ่านมานั้นเขาเคยได้ผลประโยชน์มากน้อยอย่างไร ผมเองก็เพียงแต่อธิบายว่าโครงการอย่างนี้ เป็นเรื่องของพี่น้องในแต่ละหมู่บ้านว่าจะดำเนินการอย่างไร ถ้าท่านต้องการจะเสนอ โครงการก็ไปเสนอในแต่ละหมู่บ้าน ไปสืบหาเอาเองว่าโครงการไหน หมู่บ้านไหนต้องการ โครงการอะไร นี่คือสิ่งที่กระผมได้ชี้แนะชี้นำ ทำไมเขาถึงต้องผวาแบบนั้นท่านประธานครับ ที่ผวาอย่างนั้นมันมีบางอำเภอ ผมเองก็คงจะไม่ระบุอำเภอว่ามีนายอำเภอบางคนให้แต่ละ หมู่บ้านนั้นเสนอโครงการมา แล้วก็นำผู้รับเหมา นำบริษัทห้างร้านมาพร้อม มาถึงปั๊บ ก็เซ็นชื่อทำสัญญาโดยที่โครงการยังไม่ได้ดำเนินการ บางโครงการนั้นยังไม่ได้ทำอะไรครับ เบิกเงินเสร็จเรียบร้อย มีเงินครับ ไปกองไว้ที่ธนาคารออมสิน แล้วให้ผู้ใหญ่บ้านไปรับเงินได้ เลยครับ แต่ถามว่ารับเงินไปนั้นรับเต็มไหมครับ ถูกนายอำเภอ ถูกเจ้าหน้าที่หักเปอร์เซ็นต์ เรียบร้อย แล้วก็รับเงินส่วนที่เหลือไป บางหมู่บ้านครับ ได้เงินไปแล้วยังไม่รู้เลยครับว่าจะเอา ไปทำอะไร ที่หนักกว่านั้นครับ ทำไมเรื่องมันถึงแดง มาแดงตรงที่ว่าในแต่ละหมู่บ้านนั้นมีการ แข่งขันการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านที่เขามีประสบการณ์เขาก็ถามว่าเงินโครงการชุมชน พอเพียงที่หมู่บ้านเราได้รับนั้น เอาไปทำอะไร เงินอยู่ที่ไหน เขามีการตรวจสอบกันในหมู่บ้าน ถามว่าเม็ดเงินอยู่ตรงไหน พอแสดงเงินเงินไม่ครบ พอเงินไม่ครบก็รู้ว่าตัวเองมีความผิด พอมี ความผิดก็จะหาเงินมาชดเชย คนที่เขามีประสบการณ์ครับ เป็นผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว เงินมัน ต้องมางวดเดียว มาเต็มจำนวน วันนี้บางหมู่บ้านก็ยังเป็นเรื่องคาราคาซังกันอยู่ ผมเองถ้าข่าว ที่ผมพูดไปถึงหู สตง. ถ้าจะตรวจสอบก็ลองตรวจสอบดูครับว่าอำเภอไหนที่มีโครงการแบบนี้ โดยเฉพาะโครงการชุมชนพอเพียงในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ผมเองจึงขอขอบคุณสมาชิก ในสภาแห่งนี้ที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เกรงว่างบประมาณที่เราจะใช้เอสเอ็มแอลในปีข้างหน้านี้ ในปีนี้จะมีปัญหา ก็ขอให้ช่วยกันตรวจสอบครับ เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนในแต่ละหมู่บ้านนั้น มีความชำนาญในเรื่องของการบริหารเม็ดเงิน ขอให้เม็ดเงินเข้าไปถึงมือพี่น้องประชาชน ในแต่ละหมู่บ้านแล้ว ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนนั้นจะบริหารเม็ดเงินด้วยดี แล้วก็ประสบ ผลสำเร็จ นำเม็ดเงินที่มีนั้นไปใช้ในหมู่บ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมเองจึงขอรบกวนเวลา สภาแห่งนี้กับท่านประธานไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน สวัสดีครับ
เชิญท่านวรชัย เหมะ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ การกู้เงิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้มาเพื่อพัฒนา ความมั่นคงแล้วก็ฟื้นฟูสร้างศักยภาพ แก้ปัญหาทางการเงินในยุคนั้น ท่านประธานครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สถานการณ์ในวันนั้นมันจำเป็นหรือไม่ ท่านประธานสภาที่เคารพ ในปี ๒๕๕๒ นั้น รัฐบาลสมัยนั้นคือรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งงบประมาณขาดดุล ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท แล้วพอถึงกลางปีครับ รัฐบาลได้เพิ่มงบรายจ่ายขึ้นมาอีก ๙๗๐,๕๖๐ ล้านบาท ทำให้ขาดดุล ทั้งปีเป็นเงินทั้งหมด ๓๔๗,๐๖๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๕๒ นั้น รัฐบาลไม่สามารถเก็บรายได้ ให้กับประเทศ ทำให้ขาดดุลในการที่เก็บภาษีประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทำให้ รัฐบาลยุคนั้นต้องขาดดุลงบประมาณถึง ๖๒๗,๐๖๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลในยุคนั้น ไม่สามารถที่จะเก็บภาษีได้ เพราะอะไรครับ แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหา เศรษฐกิจให้ประเทศชาติ ทำให้เก็บงบประมาณรายได้ของรัฐบาลนั้นต่ำกว่าเป้าถึง ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือจุดหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลต้องเสนอกู้เงินขึ้นมาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นที่จะต้องทำก็คือ การสร้างรายได้ให้ประเทศ การแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน การสร้างรายได้ให้ประเทศ ก็คือสร้างรายได้ในภาคของเอกชนให้สามารถเสียภาษีให้รัฐ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว สร้างรายได้ให้ชุมชน ให้คนระดับล่าง คนระดับล่างมีรายได้ ก็สามารถเสียภาษีให้รัฐ บริษัทห้างร้าน โรงงานต่าง ๆ ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ ทำให้คน ไม่ว่างงานครับ ทำให้คนมีเงินเสียภาษี ร้านค้าต่าง ๆ ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเสียภาษีให้รัฐได้มากขึ้น การค้าต่างประเทศท่านเห็นหรือยังครับว่าในยุคที่ผ่านมานั้นเรามีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การค้าต่างประเทศปีหนึ่งประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องหายไปครับ โดยเฉพาะ ประเทศกัมพูชาครับ ท่านประธานที่เคารพ เรามีทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน มิตรเพื่อนบ้าน ได้ตีจากเราไปหลายประเทศ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถสร้างรายได้กับประเทศเพื่อนบ้าน ในยุคก่อนนั้นเราเคยทำสนามรบให้เป็นสนามการค้า แต่ที่ผ่านมานั้นสนามการค้ากลายเป็น สนามรบครับ แล้วประชาชนจะเอาเงินจากไหนมาเสียภาษีให้รัฐบาล ท่านประธานสภา ที่เคารพ เราจะเห็นว่าในยุคนั้นรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศ ภารกิจแรกที่ทำคือไล่จับ ท่านทักษิณ ชินวัตร ไปประเทศไหนบอกว่าท่านทักษิณ ชินวัตร นั้นเป็นผู้ต้องหาทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ เรื่องเลย ทำให้ต่างประเทศเขาเอือมระอาเขาไม่อยากค้าขายกับประเทศไทยครับ นี่คือ เหตุผลหนึ่งที่ทำไมรัฐบาลจึงไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้าครับ พี่น้องประชาชนต้องตกงาน โรงงานอุตสาหกรรมเจ๊งครับ แล้วการกู้เงินนั้นบอกว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังมีปัญหา สถาบันการเงินของแต่ละประเทศนั้นมีปัญหา เพราะฉะนั้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทาง เศรษฐกิจของประเทศไทยต้องกู้เงินจากต่างประเทศมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ มันห่างไกลกันมากครับ ในเรื่องเศรษฐกิจของยุโรปโดยเฉพาะวิกฤติของประเทศกรีซครับ ที่มี ปัญหาเกี่ยวกับสถาบันการเงินวันนี้เราจะเห็นว่าสืบเนื่องมา ๒-๓ ปีที่ผ่านมานั้น ยุโรปมี ปัญหาเศรษฐกิจจริง ๆ ครับ แต่ว่าถ้ารัฐบาลมีความสามารถก็สามารถหาผู้ค้า หาตลาดใหม่ ๆ ได้ครับ ในยุคที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลในสมัยนั้นเราจะเห็นว่าการทำสงคราม เศรษฐกิจนั้นเป็นเรื่องหลัก เป็นเรื่องจำเป็น รัฐบาลสมัยนั้นได้หาตลาดการค้า บุกเบิกตลาด การค้าแห่งใหม่ ทูตประเทศไทยในวันนั้นเป็นทูตทางการค้า ทูตพาณิชย์ทั้งหมด ทำให้ตลาด การค้าของประเทศไทยขยายครับ ทำให้เรามีผู้ค้าใหม่ ทำให้รายได้ประชาชาติโตขึ้น รายได้ ของคนไทยก็โตขึ้นเพิ่มมาด้วยครับ เก็บภาษีได้ เราจะเห็นว่ารัฐบาลยุคนั้นสามารถใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ก่อนกำหนด นี่คือการสร้างรายได้ให้กับประเทศ พอปี ๒๕๕๒ มันตรงกันข้ามครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้ถ้าถามว่าในยุคนั้นถ้ารัฐบาลดำเนิน นโยบายต่างประเทศที่ไม่ผิดพลาด มีความคิดที่จะทำงานเพื่อที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงจังนั้น ผมว่าประเทศคงเก็บภาษีได้ไม่ขาดดุลงบประมาณมาถึงขณะนี้ แล้วที่บอกว่ากู้เงินมาเพื่อทำ ให้ไทยเข้มแข็งครับ ท่านประธานครับ โครงการอะไรบ้างครับ เราจะเห็นว่า เช่น โครงการ ภายใต้ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งสาขาสวัสดิภาพของประชาชน เช่นโครงการฟื้นฟูและสร้าง ที่พักผ่อนให้กองทัพบก ผมอยากถามว่าสร้างที่พักผ่อนนั้นมันเสริมสร้างศักยภาพความเข้มแข็ง ทางเศรษฐกิจตรงไหน เพราะฉะนั้นการกู้เงินนั้นจำเป็นผมทราบครับ แต่ว่าต้องกู้มาใช้จ่าย มาลงทุนครับ ไม่ใช่กู้มาใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เราเห็นว่าในยุค ๆ หนึ่ง โครงการมิยาซาวา (Miyazawa) กู้มา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ไม่ได้เสริมสร้าง ศักยภาพทางเศรษฐกิจตรงไหนเลยครับ กู้แล้วก็หายล้มละลายไปเลย เอามาละเลงทำให้เรา ยังมีหนี้อยู่จนถึงวันนี้ นี่คือสิ่งที่กู้เงินมาใช้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจะเห็นว่าเงินกองทุน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาล ยุคพรรคไทยรักไทยทำมา วันนี้เงินกองทุนยังอยู่ครับ แล้วสามารถสร้างงาน สร้างศักยภาพ สร้างรายได้ให้ชุมชน รายได้ของชุมชนสะท้อนกลับมาสู่เมืองครับ ภาคอุตสาหกรรมสามารถ ขับเคลื่อนได้ เศรษฐกิจทั้งประเทศมันก็เดินไปได้ทั้งหมดครับท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า ในระดับชุมชนมีความจำเป็น อย่างยิ่ง เหมือนกับวันนี้รัฐบาลตั้งกองทุนสตรีเพราะเห็นว่าสตรีนั้นวันนี้เป็นผู้ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ทำงานแทนสามีเยอะแยะเลย การตั้งกองทุนต่าง ๆ นั้นมีความจำเป็นครับ เพราะว่า การทำงาน ทำธุรกิจหรือว่าทำอะไรก็ตาม มีโครงการดีทุกอย่างครับ แต่ถ้าไม่มีทุนก็ไม่สามารถ ที่จะดำเนินการต่อไปได้ ท่านประธานสภาที่เคารพ เราจะเห็นว่าโครงการไทยเข้มแข็งนั้น มันไม่ใช่งบลงทุนครับ เป็นงบในการจัดซื้ออำนวยความสะดวกนำสิ่งของที่ซื้อไปแจก พี่น้องประชาชน เช่นโครงการซื้อเครื่องทำน้ำเย็นนะครับ ราคา ๓๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมันแพงกว่าความเป็นจริงครับ ใช้เงินไม่ถูกต้อง ไม่ถูกตามความต้องการของประชาชน ที่จริงโครงการต่าง ๆ นั้นจะต้องถามประชาชนว่าต้องการอะไรในชนบทแต่ละที่ โครงการ ทุกอย่างนั้นถ้านำเงินมาใช้ด้วยความซื่อสัตย์นะครับ ด้วยความถูกต้องแล้ว ผมมั่นใจครับว่า เงินลงทุนทุกอย่างจะต้องกลับมาสู่พี่น้องประชาชน กลับมาสู่ประเทศชาติ แต่วันนี้โครงการ ไทยเข้มแข็งนะครับผมไม่เห็นมีอะไรที่เป็นรูปเป็นร่างในลักษณะที่จะสร้างงาน สร้างรายได้ให้ พี่น้องประชาชนเลย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในการขอกู้เงินปี ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออก พ.ร.ก. ๔ ฉบับเพื่อที่จะกู้เงินแล้วก็เพื่อที่จะสร้างรายได้ฟื้นฟูประเทศ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งครับ มันต่างกัน เราเห็นว่าเหตุการณ์ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ขอกู้เงินนั้น เป็นเรื่องความเดือดร้อนของประเทศ เป็นความเดือดร้อนของประชาชนเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง ซึ่งต่างกับการเกิดวิกฤติทางการเงินที่ยุโรปนะครับ มันต่างกันเลยครับ เป็นเรื่องที่ไกลตัว พี่น้องประชาชนมากครับท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างยิ่งครับ ผมสนับสนุนแล้วก็เห็นด้วยในการกู้เงินของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์เพื่อที่จะแก้ปัญหาฟื้นฟูประเทศ แต่ว่า พ.ร.ก. ๒ ฉบับที่กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๒ นั้น ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับเพราะว่าไม่มีความจำเป็นครับท่านประธานสภา ที่เคารพ แต่เห็นด้วยหรือไม่นั้นก็กู้มาแล้วครับ แล้วโครงการบางโครงการที่ยังไม่ทำครับ เพราะกู้เงินปี ๒๕๕๒ สร้างไทยเข้มแข็งถึงปี ๒๕๕๕ บางโครงการไหนที่ยังไม่ได้ทำครับ ท่านประธาน ผมว่าขอให้รัฐบาลยกเลิกเถอะครับ มันไม่มีประโยชน์แล้วก็ซ้ำซ้อนกับโครงการ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ครับ เช่น การขุดลอกคลองนั้นรัฐบาลนี้ทำอยู่แล้ว แล้วไปทำตาม นโยบายไทยเข้มแข็งนั้นผมว่าควรจะยกเลิกให้หมดครับท่านประธานสภาที่เคารพ
สุดท้ายนี้ผมว่าการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๕๒ นั้นไม่ถูกต้องครับ ไม่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อเรื่องของการ รับทราบรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ หรือเงินกู้ไทยเข้มแข็งนะครับ และรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะนะครับ ซึ่งก็คือเรื่องรายงานจากทางสำนักบริหารหนี้สาธารณะ เรื่องการปรับโครงสร้างหนี้อะไรต่าง ๆ ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสภานี้ในการอภิปรายในรายละเอียดบางประเด็นนะครับ เริ่มที่การรับรองรายงานอันแรกก่อน นั่นก็คือเรื่องของ พ.ร.ก. การกู้เงินไทยเข้มแข็งที่ได้ผ่านมา ๒-๓ ปีแล้วนะครับ มาถึงวันนี้ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งแรกที่จะต้องถามไป นั่นก็คือ ตามมาตรา ๗ ของ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งกำหนดว่าภายใน ๖๐ วันนับตั้งแต่สิ้นปี งบประมาณ ทางกระทรวงการคลังจะต้องทำรายงานแล้วก็นำส่งสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภาให้ได้รับทราบถึงรายละเอียดของสิ่งที่ได้ดำเนินการไปทั้งหมดในรอบปีนะครับ วันนี้ เดือนมีนาคมนี่ก็เลท (Late) มา ๓-๔ เดือน เข้าบรรจุระเบียบวาระจริง ๆ ก็มาแล้วเป็นเดือน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ทันต่อเวลาตามกรอบที่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.ก. ผมอยากจะสอบถามไปยังผู้มาชี้แจงว่าในประเด็นแรกเลยทำไมมันติดขัดอะไรครับ ทำไมถึง ได้ช้าไป ๒-๓ เดือนรออะไรอยู่ เพราะว่าการกู้เงินแต่ละครั้งของรัฐบาลชุดปัจจุบันก็เพิ่ง จะผ่าน พ.ร.ก. การกู้เงินไป ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในนั้นก็ระบุเช่นเดียวกันครับว่าภายใน ๖๐ วัน นับตั้งแต่สิ้นปีงบประมาณจะต้องนำส่งรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ก็อยากจะให้รัฐบาล ชุดปัจจุบันนี่นะครับ ผมทราบดีว่า พ.ร.ก. อันนี้เป็นรัฐบาลชุดก่อนหน้า ท่านไม่ได้เป็น ผู้ดำเนินการโดยตรง แต่ท่านมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องนำส่งต่อสภาผู้แทนราษฎรก็ขอให้ ท่านได้ยึดมั่นในระเบียบตามกฎหมาย แล้วก็ส่งให้ทันเวลาด้วย รวมถึง พ.ร.ก. ที่ท่านได้กู้ไป ในส่วนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพื่อไปฟื้นฟูเรื่องของน้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขอให้ส่ง ให้ทันเวลา และที่สำคัญที่สุดผมเองได้มีโอกาสอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรในชุดก่อนหน้าด้วยนะครับ การเลือกตั้งหนที่แล้วเมื่อปี ๒๕๕๐ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ถ้าผมย้อนความไม่ผิดมันจะต้อง ส่งรายงานนี้เป็นรายปีทุกปีครับ ๖๐ วันหลังวันสิ้นปีงบประมาณ ของปีที่แล้วเมื่อปี ๒๕๕๔ ก็ควรจะต้องส่งมาช่วงประมาณเดือนธันวาคม ไม่เกินเดือนมกราคมก็ต้องพิจารณากันเป็น การรับทราบ ถ้าจำไม่ผิดไม่มีเข้านะครับ ไม่ได้เข้าสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านช่วยชี้แจง หน่อยว่ามันติดขัดอะไร ทำไมครั้งที่แล้วถึงไม่ได้นำส่งรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรในชุดที่แล้ว ได้รับทราบนะครับ แล้วมันมีผลกระทบอย่างไรกับการใช้เงินงบประมาณนะครับ อันนี้อยากจะ สอบถามไปยังท่านผู้นำเสนอรายงานฉบับนี้นะครับ
ประเด็นถัดมาที่อยากจะเรียนสอบถาม ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพ พ.ร.ก. กู้เงินในส่วนของไทยเข้มแข็งนะครับ เพื่อการฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ ก็คือไปกระตุ้นเศรษฐกิจนั่นเอง ผมเรียนอย่างนี้ครับ ตอนที่เข้าสภาครั้งแรกก็มี การถกเถียงกันมาก วันนั้นผมอยู่ฟากฝั่งฝ่ายค้านครับ ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่อภิปรายแล้วก็ไม่ เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลชุดก่อนจะไปกู้เงินก้อนนี้มา เพราะเห็นว่าโครงการก็ไม่ชัด อะไร ก็ไม่พร้อมนะครับ ในที่สุดก็ด้วยมติของสภาก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป โดยในครั้งแรกที่มายัง สภาผู้แทนราษฎรนั้นมีการอภิปรายกันมาก รวมถึงมีเพื่อนสมาชิกในฟากฝั่งฝ่ายค้านวันนั้น ท่านหนึ่งได้นำยื่นตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า พ.ร.ก. นั้นผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะมีการ มาขอกู้เงินโดยใช้คำทำนองที่ว่า ต้องเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เอาไปลงทุนไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และอีกไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไว้ปิดหีบ ที่เราใช้คำว่า ปิดหีบ นี่ก็คือนำส่งคลังนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ วันนั้นมีข้อสงสัย กันมาก ในที่สุดยื่นตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า จริง ๆ แล้วเงินที่ต้องใช้ปิดหีบนี่ไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเด็ดขาดนะครับ เป็นการประเมินตัวเลขที่มันเกินกว่าจริงนะครับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้คำวินิจฉัยว่ามีความจำเป็นและเร่งด่วนนะครับ แล้วก็ไม่ผิดกฎหมายใด ๆ ก็ผ่านออกมาใช้ในส่วนของ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข้งในวันนั้นนะครับ ปรากฏข้อเท็จจริงออกมาว่า ในที่สุดแล้วจำนวนเงินที่ต้องนำส่งไปปิดหีบนี่มันมีเพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ยังมีวงเงินเหลืออยู่อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลในวันนั้นผมกราบเรียน ด้วยความเคารพก็เป็นสิทธิของท่านนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับเราทราบกันดีครับ พระราชกำหนดทุกฉบับจะต้องใช้คำว่าความจำเป็นอย่างเร่งด่วนและหลีกเลี่ยงไม่ได้ หมายความว่ามันมีความสำคัญจริง ๆ นะเงินตัวนี้จะต้องออกเป็น พ.ร.ก. โดยที่ยังไม่ผ่านสภา แล้วมาเข้าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาหลังจากที่ประกาศบังคับใช้นะครับ เพราะมันมี ความจำเป็น มันมีความเร่งด่วนครับ วันนั้นก็บอกกันว่ามันจำเป็นและเร่งด่วนนี่ต้องมาปิดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทขอเป็นเงินลงทุนด้วยโครงการที่มีอยู่ดังนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เป็นลิสท์ (List) รายการออกมาว่ามันมีความสำคัญมากนั่นล่ะ มันเร่งด่วนมาก ปรากฏว่าเมื่อมีการปิดหีบลงตัวที่เงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เหลือวงเงินอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีการนำส่งสภาผู้แทนราษฎรมาขอกรอบวงเงินเพิ่ม ทำให้วันนั้นจนมาถึงวันนี้ผมมี ความสงสัยมากอยากจะถามท่านผู้มาชี้แจงให้ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจว่าก็ตอนแรกท่านบอก มีความจำเป็นและเร่งด่วนในส่วนที่เป็นโครงการในการไปกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงแค่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และยังจะหามาจากที่ไหนก็ไม่รู้เมื่อมีเงินเหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปขอ ไปหา ไปค้น ไปขุด มาจากไหนก็ไม่รู้อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาขออนุมัติกรอบ เพิ่มเติมกับสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรวันนั้นผมเองคัดค้านอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่เป็นผล ในที่สุดก็มีการผ่านสภาผู้แทนราษฎรเป็นกรอบเข้าไป ก็รวมกันเป็นเงินกู้ที่เอาไปลงทุนเพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ว่านี่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงจุดนี้เป็นจุดที่ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ผมมองว่ามันขาดวินัยทางการเงินการคลัง เพราะเงินแต่ละบาทที่ได้นำมาใช้นี่มันเป็นเงินกู้ครับ มันมีต้นทุนครับ มันจะต้องไปขอจากที่อื่นมาเพื่อที่จะเอามาใช้ เราต้องจ่ายดอกเบี้ยประทังนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ชัดเจนมากนะครับ ซึ่งผมเรียนด้วยความเคารพว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น ผมต้องถามรัฐบาลว่าท่านมีหน้าที่นะครับถึงแม้ท่านจะไม่ใช่คนใช้เงินนะครับ ผมต้องเรียน อย่างนี้ฝากผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับ ท่านไม่ใช่คนใช้เงินเพราะรัฐบาลชุดก่อนหน้า เป็นคนดำเนินการ แต่เงินหลวงทุกบาทก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบและติดตามนะครับ หน้าที่ของท่านในวันนี้ในส่วนของ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งนั้น แน่นอนครับท่านต้องไปดู ความโปร่งใส ไปดูรายละเอียดว่านำไปใช้นี่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือไม่ นำไปใช้แล้วเกิด ประโยชน์กับประชาชนจริงหรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่ว่าสำนักบริหารหนี้ส่งรายงานมาท่านก็ นำส่งผ่านมายังประธานสภาเข้าบรรจุระเบียบวาระที่สภาผู้แทนราษฎร อย่างนั้นผมถือว่า เป็นการบกพร่องต่อหน้าที่นะครับ ท่านต้องไปตรวจสอบความโปร่งใส ความทุจริตว่ามัน มีความถูกต้องแม่นยำเพียงไรในการใช้เงินในส่วนของงบประมาณที่ได้ไปกู้มาในอดีตนะครับ อันนี้เป็นหน้าที่ของท่านนะครับ นอกจากนั้นแล้วผมกราบเรียนอย่างนี้ครับพอมาดู ในรายละเอียดการกู้เงินและการใช้เงินยิ่งเป็นประเด็นที่ยิ่งต้องสงสัยมากขึ้นไปอีกนะครับ เงินเหล่านี้ต้องกราบเรียนว่าเราได้กู้มาแล้ว ๓๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเกือบเต็มวงเงิน เป็นเงินกู้ที่เข้ามารออยู่ ในส่วนที่ใช้ก็ใช้ไป ในส่วนที่ยังไม่ใช้มันก็อยู่ที่คลัง หมายความว่ามันก็ กู้มาแล้ว แล้วก็เก็บไว้ที่คลังยังไม่มีทิศทางการออกของเงินว่าจะเอาไปใช้ตรงไหน ทำอะไรนะครับ แต่คงมีโครงการประกบติดหมดแล้วละครับท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อไปดู ในหน้า ๓ ของรายงานที่ท่านให้มาพูดถึงวัตถุประสงค์ตามสาขาต่าง ๆ รวม ๘ สาขา สร้างความมั่นคง ด้านอาหาร พลังงาน การปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน สร้างศักยภาพในการหา รายได้จากการท่องเที่ยว สร้างฐานรายได้ใหม่ของประเทศ ยกระดับคุณภาพการศึกษาและ การเรียนรู้ ปฏิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุข สร้างอาชีพและรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต แล้วก็อื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด รวมทั้งหมดนี้เป็นวงเงินที่นำไปใช้และไม่ใช่ปิดหีบนะครับ เป็นเงินในส่วนที่เอามาลงทุนนี่ ๓๔๑,๔๔๐ ล้านบาท เงินมหาศาล ปรากฏว่าผลจาก การเบิกจ่ายยังมีเงินคงเหลืออยู่ครับ ยังใช้ไม่หมดตามพระราชกำหนดที่ได้บอกเอาไว้อีก ๔๖,๙๗๙ ล้านบาท ประมาณ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาทเป็นตัวเลขกลม ๆ เงินจำนวนนี้เป็นที่ น่าสงสัยว่าในที่สุดแล้วเรายังต้องแบกภาระดอกเบี้ยทุกวัน ๆ เรายังต้องจ่ายดอกให้มัน ประทังไปนี่ เพราะเรากู้มาแล้วนี่ครับท่านประธาน เราก็ยังต้องจ่ายดอกไปทุกวัน ๆ แต่ประโยชน์ที่ได้รับตาม พ.ร.ก. ตามวัตถุประสงค์ที่จะนำไปให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน วันนี้มันยังไม่ออกเพราะเงินมันยังไม่ได้ใช้ ก็ถามทางรัฐบาลว่าท่านมีแนวทางอย่างไรในการที่จะ เร่งรัดให้โครงการเหล่านี้มันประสบความสำเร็จหมดตามที่ได้กำหนดเอาไว้ เพราะเงินทุกบาท มีต้นทุนนะครับอย่าลืมนะครับ ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับเขาก็รออยู่ ท่านเอาโครงการนี้ มาล็อก (Lock) ด้วยเงินจำนวนจากไทยเข้มแข็งแล้วนี่จะมาขุดลอกที่แม่น้ำปิงที่อำเภอบ้านผม ที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วบอกว่ามีเงินไทยเข้มแข็งมารออยู่ ๓ ปีผ่านมายังไม่ได้จัดซื้อจัดจ้าง ยังไม่ได้ทำ รัฐบาลจะไปตั้งงบตัวอื่นจากงบปกติ จากเงินกู้ในส่วนของการฟื้นฟูอุทกภัยที่ผ่านมา จะเอาไปลงก็ทำไม่ได้ครับ เพราะถือว่ามีเงินที่เป็นเจ้าของไปล็อกพื้นที่อยู่แล้วจะไปหาเงิน จากส่วนอื่นที่เป็นงบประมาณไปลงก็ทำไม่ได้ ก็กลายเป็นว่าประชาชนต้องรอต่อไปแล้วก็เสีย ประโยชน์ต่อไปนะครับ เอางบประมาณไปลงก็ทำไม่ได้ ก็กลายเป็นว่าประชาชนต้องรอต่อไป แล้วก็เสียประโยชน์ต่อไป สิ่งเหล่านี้ก็มีหน้าที่ของรัฐบาลอย่างเดียวที่จะเร่งรัดให้มันจบ หรือจะเปลี่ยน หรือจะยกเลิก หรือจะทำอะไรก็ทำสักอย่างกับเงิน ๔๗,๐๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ เมื่อลงในรายละเอียดนี่นะครับ ก็จะมีอยู่หลาย ๆ ด้านที่เป็นที่น่าสงสัย ด้านพลังงานตั้งงบเอาไว้นิดเดียวครับ ๑๗๐ ล้านบาท ปรากฏมาวันนี้ยังไม่ได้ดำเนินการสักบาท ในด้านของสาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตร ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาต เปิดเอกสารที่ได้ประกอบมา ในส่วนของสาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตรนี่ตั้งวงเงินเอาไว้ถึง ๕๙,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าใช้หมดจริง ๆ ดำเนินการครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ดีไม่ดี ปีที่แล้ว น้ำท่วมไม่หนักอย่างนี้ครับ ปรากฏว่าเงินงบประมาณใช้ไปได้ประมาณ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ดูดีนะครับท่านประธาน แต่พอมาดูในรายละเอียดของโครงการนี่ โครงการที่มีการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วจำนวน ๔,๑๙๘ โครงการ ก็ประมาณ ๔,๒๐๐ โครงการ เป็นวงเงิน ๑๕,๙๐๐ ล้านบาทเท่านั้นครับ หมายความว่าโครงการที่ทำเสร็จจริง ๆ โครงการ ที่เงินทั้งหมดจาก ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ทำเสร็จจริง ๆ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ อีก ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังทำไม่เสร็จ ยังค้างคากันอยู่ บางอันอาจจะไปติดติ่งแค่งวดสุดท้ายส่งมอบ บางอันอาจจะ ไปติดโครงการทั้งหมดตั้งแต่จัดซื้อจัดจ้าง อันนี้ก็แล้วแต่โครงการไป แต่อย่างไรก็ตาม แปลว่า เงินทั้งหมด ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ในการมาปรับปรุงเรื่องของระบบน้ำชลประทานทั้งหมด ที่จะมาแก้ไขน้ำท่วม น้ำแล้งให้กับพี่น้องประชาชนนี่ จากวงเงิน ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ทำเสร็จจริง ๆ แค่ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่เสร็จแล้ว ส่งมอบงานแล้ว อีก ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ทำไม่เสร็จครับ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตรงนี้ ๒ ใน ๓ นะครับ ที่ยังไม่เรียบร้อย ที่ยังค้างคากันอยู่จะทำอย่างไร ให้มันเรียบร้อย ดีไม่ดีทำไม่เสร็จโดนน้ำท่วมหนที่แล้วไปพังไปแล้วครับ มาวันนี้เราจะแก้ไข ปัญหานี้อย่างไร อันนี้เป็นความด้อยศักยภาพของการใช้เงินงบประมาณที่จะต้องมีหนทางออก และที่สำคัญที่สุดตอนที่มาขอกรอบวงเงินกับสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจำได้ดีเลยครับ บอกกันบอกว่าแล้วโครงการอยู่ที่ไหน จะมาของบประมาณ จะมาขอเงินกู้ ไปทำนี่ แล้วโครงการอยู่ไหน โครงการมีไหม ในที่สุดให้คำตอบครับ บอกว่าโครงการมีพร้อม ทุกอย่างเลย มีตั้งแต่ ๑ ๒ ๓ บอกว่าเป็นโครงการที่มีความพร้อม มีแผน มีการประเมินแล้ว หมายความว่าเงินลงปุ๊บ ทำได้เลย เราก็บอกโอเค ถ้าอย่างนั้นก็เร่งรัด เพราะมันต้องไป กระตุ้นเศรษฐกิจ ๓ ปี กระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่จบ นี่ก็ไม่รู้ว่าจะไปกระตุ้นตรงไหนแล้ว ถ้ากระตุ้นเศรษฐกิจจริงเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนั้นลงปุ๊บ มันต้องเสร็จปั๊บ ภายใน ๑ ปี ดำเนินการแล้วเสร็จ อย่างนี้คือตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. เงินกู้ที่จะเอาไปกระตุ้น เศรษฐกิจเป็นไทยเข้มแข็งจริง ๆ แต่ปรากฏว่าวันนี้ยังใช้ไม่หมด ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ดูอย่างตัวอย่างเรื่องของระบบน้ำและชลประทานที่เรียกว่าสาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตร นี่นะครับ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการที่มันทำไม่เสร็จนะครับ หลัก ๆ เลย ก็บอกว่ามีข้อร้องเรียนขอคัดค้านการก่อสร้างและทบทวนโครงการ เนื่องจากโครงการ ดังกล่าวส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้การดำเนินการโครงการไม่เป็นไปตามแผน สรุปว่าไหนบอกมีแผนและมีโครงการแล้ว ปรากฏจะไปลงพื้นที่โดนชาวบ้านไล่มานี่ ก็ว่ากัน ตรง ๆ นะครับ ผมเคยเห็นหลายโครงการมันเป็นอย่างนี้ครับ พอลงพื้นที่แล้วชาวบ้านบอกว่า มีอีไอเอหรือยัง มีเอชไอเอ (HIA) หรือยัง มันกระทบกับชาวบ้านเขานี่ จะมาทำเขื่อนอยู่หน้า บ้านเขา ผมบอกผมไม่เอา ก็ประท้วงกันไป ประท้วงกันมา โครงการโดนชะลอ โดนยกเลิก เงินไปกู้มาแล้วครับ จะใช้อย่างไรละคราวนี้ โครงการใหม่จะหาไปเสียบได้ไหม จะทำอย่างไร หรือจะเอาเงินกู้ในส่วนที่กู้มาแล้วเอาไปคืนมันจะได้ลดภาระหนี้สาธารณะ มันจะได้ลดภาระ ดอกเบี้ยของรัฐบาล การคืนเงินกู้ของรัฐบาลในอนาคต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องชี้แจง ทำความเข้าใจนะครับ นอกจากนั้นยังมีอีกบางสาขาที่เป็นที่น่าสงสัย อีก ๒ สาขาที่ใช้เงินน้อยมาก คือสาขาด้านการท่องเที่ยวครับ ได้ใช้งบประมาณไปเพียงแค่ ๖๖ เปอร์เซ็นต์จากเงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท สาขาด้านการสาธารณสุขพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใช้เงินไปเพียงแค่ ๖,๙๐๐ ล้านบาท จาก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทครับ ใช้ไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ พอมาดูในรายละเอียดยิ่งน่าตกใจเข้าไปใหญ่ในด้านของสาธารณสุข ไม่ได้โทษหรือว่าใครนะครับ แต่ว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจริง แล้วก็เขียนอยู่ในรายละเอียด ในรายงานที่ให้มา ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการของด้านสาธารณสุข ปัญหาจากการดำเนินโครงการนี้ส่วนมากเป็นปัญหาของกระทรวงสาธารณสุขที่เกิดจาก การถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาการทุจริตภายใต้แผนการลงทุนด้านสาธารณสุข ในภาพรวม ทำให้กระทรวงสาธารณสุขต้องดำเนินการทบทวนแผนการลงทุนและวงเงินลงทุน ใหม่ทั้งหมด เขาเรียกว่าปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งเข่ง ทุจริตอยู่โครงการหนึ่งเราก็จำกันได้ มีแววทุจริตก็มีการสั่งตรวจสอบ ปรากฏว่าโครงการทั้งหมดแทนที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดนหยุดหมด เงินกู้มา ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท จะเอามาลงสาธารณสุข ใช้ไปได้แค่ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ รอไปก่อน แทนที่เงินตัวนี้ วันนี้ไปหาทางได้ไหมครับ ไปปลดล็อกมันออกมา เอามาใช้อย่างอื่นก็ได้ครับ เอาไปซื้อหน้ากากกันหมอกควันไปแจก จังหวัดเชียงใหม่ให้ทีเถอะ กำลังไฟไหม้ ทำได้ไหมครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องไปหาทางออก กับตัวเงินที่มันมีอยู่นะครับ หาทางที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าด้วยรายละเอียดที่ได้อภิปราย มาในส่วนของ พ.ร.ก. ที่เรียกว่าไทยเข้มแข็งนี่นะครับ เราจำกันได้ดี พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมา ไทยเข้มแข็ง ไทยเข้มแข็ง ๑. เขาบอกว่ากู้ กู้ กู้ ๒. เขาบอกว่ามันมีเรื่องของการโกงนะครับ เรื่องกู้ไม่ว่ากันครับ เพราะว่ามันเป็นธรรมชาติ วันนี้รัฐบาลมีความจำเป็น เจอน้ำท่วมก็ออก พ.ร.ก. การกู้เงินมาเหมือนกัน แต่การทุจริตคอร์รัปชันตอนนั้นจำได้นะครับ เยอะมาก ที่ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผม ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อภิปรายไปก็พูดถึงเรื่องการทุจริต คอร์รัปชันนี่ละครับ มันมีข่าว มันมีอะไรมาโดยตลอด วันนี้เป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาล ชุดปัจจุบัน ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้เป็นคนใช้เม็ดเงิน ท่านก็ต้องไปติดตามตรวจสอบว่ามันมี อะไรเกิดขึ้นในวันนั้นหรือไม่ มันมีการทุจริตคอร์รัปชันหรือเปล่า แล้วใครเป็นผู้ผิด เงินหลวง จะต้องเอาคืนมาให้พี่น้องประชาชนนะครับ แล้วที่สำคัญนะครับ พ.ร.ก. เงินกู้ในส่วนของ การฟื้นฟูน้ำท่วมที่ท่านกู้ไปนี้ก็ทำให้มันถูกต้องเสีย ทำให้มันเรียบร้อย อย่าให้มีข้อครหา แบบรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมาหลาย ๆ ชุดนะครับ ทำให้มันเรียบร้อย ผมก็เชื่อว่าคงจะเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนนะครับ
ในส่วนของรายงานอีกฉบับหนึ่งนะครับ เป็นรายงานเกี่ยวกับการบริหารหนี้ สาธารณะ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าจริง ๆ มันก็เป็นไปตาม พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารหนี้สาธารณะที่จะต้องมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า หนี้เงินกู้แต่ละบาท แต่ละสตางค์ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอย่างไร มีการยืดอายุ มีการไปออก พันธบัตรใหม่ไหม เป็นการรับทราบรายงานนะครับ แต่ผมกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ครับ ท่านประธาน พอมาดูในรายละเอียด ผมติดอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่อยากจะเรียนสอบถามนะครับ ท่านรองผู้อำนวยการมานั่งในสภาก็เผื่อจะชี้แจงให้รับทราบนะครับ อย่างแรกเลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของหนี้ที่เกิดจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ สถาบันการเงินนะครับ ที่เรียกว่าเอฟไอดีเอฟ (FIDF) ๑ และ ๓ ๒ นี่มันคืนไปหมดแล้ว มันเหลือแต่ ๑ กับ ๓ นะครับ วันนี้รัฐบาลมีการออกพระราชกำหนดที่เป็นการปรับปรุง โครงสร้างการบริหารหนี้ในส่วนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน นั่นก็คือให้เครื่องมือธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้วก็ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นคนบริหารทั้งต้นและดอกของหนี้ในส่วนนี้นะครับ แต่ในปีที่ผ่านมาแน่นอนครับ ท่านมีภาระหน้าที่ในการบริหารหนี้ในส่วนของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน การเงินหรือเอฟไอดีเอฟ ๑ และ ๓ นะครับ ก็มีการหมุนเงิน ผมเข้าใจตัวเลขไม่ผิดก็ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกระมังครับ ก็เป็นการหมุนในส่วนของหนี้ ทั้งปรับดอก ปรับต้น ปรับโครงสร้างอะไรต่าง ๆ นะครับ ผมอยากจะเรียนสอบถามทาง สำนักบริหารหนี้สาธารณะว่าจากพระราชกำหนดที่รัฐบาลได้ออกในส่วนของการปรับปรุง การบริหารหนี้จะมีผลต่อการทำงานของท่านในส่วนของเอฟไอดีเอฟ ๑ และ ๓ อย่างไร ปีหน้าคงจะไม่เห็นการรายงานในส่วนนี้แล้ว ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ แต่เราจะไปติดตาม ตรวจสอบ จริง ๆ ก็ต้องหาช่องทางนะครับ คือถ้าตัวเอฟไอดีเอฟ ๑ และ ๓ มันหลุดออกไป จากการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ยังสงสัยว่าในที่สุดแล้วเราจะไปตามดูที่ไหนว่า หนี้ก้อนนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่มันเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ มาถึงวันนี้มันจะไปอยู่ในรายงานฉบับไหนให้พวกเราได้ติดตามตรวจสอบกันต่อไปนะครับ เพราะอย่างไรมันก็เป็นหนี้สาธารณะที่ประเทศชาติต้องแบกรับต่อไปนะครับ อันนี้ก็เป็น ข้อแรกที่อยากจะสอบถามนะครับ
ในส่วนที่ ๒ นะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ มันมีทั้งการก่อหนี้ใหม่ การปรับโครงสร้างหนี้ แผนบริหารความเสี่ยง และแผนการบริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจนะครับ ๓-๔ ส่วนที่เป็นหน้างานของสำนักบริหารหนี้สาธารณะในส่วนของการดูแลเรื่องหนี้สาธารณะทั้งหมด แผนการก่อหนี้ใหม่ตั้งเป้าไว้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ถ้าดูตามเปอร์เซ็นต์การทำงาน ของท่านนะครับ แผนการก่อหนี้ใหม่ตั้งเป้าไว้ ๕๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเอาตัวเลขกลม ๆ นะครับ ๕๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผลดำเนินงานออกมา ๓๒๖,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๕๗ เปอร์เซ็นต์ แผนการปรับโครงสร้างหนี้ดีหน่อยครับ เพราะตั้งเป้าไว้ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำไปได้ ๕๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็น ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ดีหน่อยครับ แผนการบริหารความเสี่ยง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาททำไปได้เพียง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ แผนการ บริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจ อันนี้นอกมือของสำนักบริหารหนี้สาธารณะไปหน่อย แต่ก็ต้อง มีคนคอยกำกับดูแลตั้งเป้าไว้ถึง ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไปได้เพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ การปรับโครงสร้างหนี้ถ้าดูตัวเลขนี้นะครับ บางคนไปดูตัวเลขแล้ว เขาตกใจบอกว่าอันนี้เราจะกู้เพิ่มหรือว่าอะไรกันแน่ จริง ๆ มันเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อบริหารความเสี่ยง เพื่อลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อยืดระยะเวลาการชำระอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ กับประเทศทั้งนั้นครับ มันเป็นการปรับโครงสร้างที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดแทนที่จะต้องจ่าย ดอกเบี้ย ๔ เปอร์เซ็นต์ ขอมาเหลือ ๓.๗๕ เปอร์เซ็นต์นี้มันก็ดีถมแล้วสำหรับเงินจำนวนนี้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ จากแผนที่ท่านตั้งไว้กับผลที่ออกมานี้ผมว่าท่านพลาดเป้า เกือบทุกตัวเลยนะครับ แล้วพลาดเป้าไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ พลาดเป้ากันทีหนึ่ง ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แผนการบริหารความเสี่ยง ๘๐ เปอร์เซ็นต์นี้นะครับ ข้อดีข้อเสียมันมี ผมว่า ท่านคงมีข้อชี้แจงนะครับ ผมเองอยากจะเรียนถามอย่างนี้ครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแผนการ ที่เราวางไว้กับการดำเนินการของท่าน เพราะแน่นอนครับ ทุกการปรับโครงสร้างในส่วนนี้ มันเกิดประโยชน์ต่อเงินงบประมาณ ต่อภาระเงินภาษีของพี่น้องประชาชนนะครับ ผมก็อยากจะให้ท่านได้ช่วยชี้แจงว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น แล้วปีถัด ๆ ไปในการรายงาน ถ้าเป็นไปได้ช่วยหารายละเอียดมาประกอบเลยก็ดี เวลาดูในรายงานจะได้เข้าใจไม่ใช่เห็นแค่ว่า อันนี้เราพลาดเป้าในการบริหารหนี้ไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนบริหารความเสี่ยงแต่ไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้เหตุ ไม่รู้ผล ถ้ามันมีรายงาน ในรายงานประกอบมาเป็นรายละเอียดที่จะสามารถเข้าใจได้นี้ ก็คงจะเป็นประโยชน์ อันนี้ก็ขอฝากเอาไว้ในส่วนนี้ด้วยนะครับ
ส่วนสุดท้ายผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมเข้าใจดีครับ มันเป็นตามระเบียบ ของกระทรวงการคลังที่บอกว่าเมื่อนำส่งต่อสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกับให้ประกอบตัวอย่าง เข้ามาด้วยว่าได้มีโครงการเงินกู้ใดที่กู้ไปแล้วใช้เงินเท่าไร ผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนอย่างไรนี้นะครับ อันนี้ผมก็เข้าใจดีนะครับ ปรากฏท่านส่งมาอยู่ ๒ ตัวเองครับ มีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๒ กับบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ แน่นอนละครับท่านส่งตัวอย่างมาเอามา เลือกมาแค่ ๒ ตัวอย่างนี้ รับประกันมันเป็นโครงการที่ดีอยู่แล้ว แล้วมันเกิดประโยชน์สัมฤทธิผลหมดทุกอย่างครับ คือเรียกว่าให้ผมส่งการบ้าน ๒ ข้อ ผมก็เอาเกรดเอ (A) ของผมส่ง ผมไม่เอาทั้งหมดมานะครับ ซึ่งจริง ๆ ถ้าจะให้เป็นประโยชน์นี้นะครับ ก็ควรที่จะมีวิธีการรายงาน เดี๋ยวนี้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ มันก็มีเยอะแยะ ใส่เป็นซีดี (CD) มาก็ได้ให้สมาชิกที่นั่งอยู่ก็ได้เปิดโครงการดูว่ามีโครงการ เงินกู้ในส่วนของรัฐวิสาหกิจ ในส่วนของภาครัฐเองไปลงอะไร ตรงไหน เท่าไร เราจะได้ไป ศึกษาถึงผลกระทบ ถึงประโยชน์ที่เกิดกับพี่น้องประชาชนให้มันมากกว่า ๒ ตัวอย่างที่มันดูดี อยู่อย่างนี้ครับ คือถ้ามี ๒ อันผมรับประกันอย่างไรท่านก็ส่งอันดีมาเราไม่ได้ว่ากันนะครับ แต่อยากจะเห็นถึงตัวที่มันมีปัญหามากกว่า เราจะได้มาร่วมกันในการหาหนทางแก้ไข ผมเอง ดูแล้วผมอาจจะมีแนวคิดอย่างหนึ่ง ท่านสมาชิกท่านอื่นอาจจะมีแนวคิดที่แตกต่างแล้ว นำเสนอในสภาผู้แทนราษฎร เพราะสภาผู้แทนราษฎรมีเอาไว้อภิปรายครับ แล้วก็บอกถึง ข้อเสนอแนะ แนวความคิดของตน ถ้าเกิดเป็นเช่นนั้น ผมก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ การบริหารวงเงินกู้ที่มีอยู่ของรัฐบาลได้นะครับ ทั้ง ๒ รายงานก็เป็นการรับทราบนะครับ ก็คงไม่มีการลงมติ ไม่มีการสอบถามอะไร ผมเองก็ได้อภิปรายมาพอสมควรนะครับ เชื่อว่าคำถามแล้วก็แนวความคิดจะเป็นประโยชน์กับทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ รวมถึงทางรัฐบาลนะครับ ก็ขอให้ท่านได้ช่วยตอบในบางประเด็นที่ได้สอบถามไปโดยเฉพาะ ในส่วนเรื่องของไทยเข้มแข็งนะครับว่าในที่สุดแล้วนี้เราจะติดตามตรวจสอบอย่างไรในส่วน ของเม็ดเงินที่ได้ใช้ไปแล้ว ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไป จะเป็นท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ต่อจากท่านสุนทรีแล้วเป็นท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล แล้วก็ ท่านสุรสาลนะครับ แล้วจะให้ทางรองเลขาธิการ สปน. เขาได้ชี้แจงตอบข้อซักถาม เชิญท่านสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทางคณะรัฐมนตรีที่วันนี้ได้มีการนำรายงานเข้ามาสู่ การพิจารณาของสภาเรา เพื่อให้เราได้ทราบค่ะว่าท่านได้มีการกู้เงินตาม พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง นำไปทำอะไรมาบ้าง แล้วก็มีการก่อหนี้ แล้วก็มีการจะปรับปรุงอย่างไรบ้างนะคะ ดิฉัน ขออนุญาตพูดไปถึงพระราชกำหนดเกี่ยวกับ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งก่อน ซึ่ง พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งนี้ ก็ต้องเรียนว่าตอนนั้นเมื่อเข้าสู่การพิจารณาของทางสภาเรา ดิฉันก็อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ เหมือนกัน ดิฉันเองก็อาจจะไม่ได้อยู่ทางฝั่งนี้ค่ะ ดิฉันนั่งอยู่ทางฝั่งขวา แล้วก็ตอนนั้นเราก็มี การพูดกันค่อนข้างเยอะค่ะว่า จริง ๆ แล้วการที่จะมาออก พ.ร.ก. ในการจะขอกู้เงินนี้ มันมีความจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ หรือเปล่า มันเป็นการที่จะเอาไปลงทุนเพื่อจะมากระตุ้น เศรษฐกิจของประเทศจริงหรือเปล่า ซึ่งตรงนี้ดิฉันเองก็ยังยืนยันนะคะว่าจากโครงการต่าง ๆ ที่ทางท่านได้นำไปใช้ เท่าที่ดิฉันทราบไม่ว่าจะเป็นโครงการเช็ค ๒,๐๐๐ บาท ที่มอบให้กับ ผู้ที่มีรายได้น้อย หรือว่าช่วยคนที่อยู่ตามเกณฑ์ที่ท่านให้ ยังปรากฏมีข้อผิดพลาด ค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยค่ะวันนั้นดิฉันจำได้ที่สภาแห่งนี้ของเราค่ะ มีการพูดถึง เรื่องนี้กัน โดยเฉพาะท่านเชาวรินธร์ งวดนี้ท่านไม่ได้มาอยู่กับเราทีนี่ ท่านก็ได้มีการนำเช็ค ช่วยชาติมาโชว์กันว่าท่านเป็น ส.ส. แต่ท่านก็ยังได้รับเงิน ๒,๐๐๐ บาท ตรงนี้ก็แสดงให้เห็นถึง มีการผิดพลาดในการจัดสรรงบประมาณเพื่อลงสู่โครงการนี้ หรือจะเป็นเรื่องโครงการ ต้นกล้าอาชีพ ต้นกล้าอาชีพจะมีการนำเงินนี้ไปจ้าง ต้องเรียกว่าจ้างค่ะ เพราะมีการให้ ค่าตอบแทนกับพี่น้องประชาชนในการจ้างเขามาอบรม แล้วก็มีการจ่ายรายได้ให้เขา ก็ต้องเรียนถามค่ะว่า ตอนนี้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการต้นกล้าอาชีพของท่านได้ประกอบ อาชีพที่ท่านไปอบรมให้เขามากน้อยเพียงไหน เท่าที่ดิฉันทราบค่ะการอบรมเป็นเรื่องของ การไปให้ความรู้ทางการทำอาหาร ก็ต้องเรียนค่ะว่าทำอาหารคนในชนบททำเป็นกันอยู่ ทุกคนแล้วค่ะ ก็อยากจะทราบว่าก่อให้เพิ่มรายได้กับพี่น้องประชาชนในส่วนนี้เยอะมาก แค่ไหน
สิ่งที่เป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ตอนนั้นท่านมาขออนุมัติกรอบกับสภาแห่งนี้ ในการจะไปออก พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ท่านบอกว่าขออนุญาตจากสภาเราออก พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกนำไปปิดหีบงบประมาณ แต่ปรากฏว่า จริง ๆ แล้วท่านใช้ไปแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกจะนำไปลงทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเรา ซึ่งตอนนั้นดิฉันจำได้เลยค่ะ หลายคนเราก็ทักท้วงว่า เงินไม่น่าจะถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะไปปิดหีบงบประมาณของประเทศไม่น่าจะมี ความเป็นไปได้ แต่ตอนนั้นด้วยความที่เราอยู่ฝ่ายค้านค่ะ เราพูดมา เราก็ต้องเคารพกติกา ของสภาค่ะ ในเมื่อท่านเห็นอนุมัติผ่านก็ต้องอนุมัติผ่านไปที่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับ ลงทุนอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงเป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องเรียนถามค่ะว่าเมื่อมี การเปลี่ยนแปลงกลับมากลายเป็นว่าท่านมาขออนุมัติกรอบใหม่ โดยที่มีงบไปลงทุนในเรื่อง กระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการไทยเข้มแข็งอยู่ที่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องถามด้วยความเป็นห่วงค่ะ ว่าท่านได้มีการไปติดตามไหมคะว่าโครงการที่เขาอนุมัติเอาไปให้กับสถานีตำรวจทั่วประเทศ จำนวน ๓๐๐ กว่าแห่ง ในการที่จะก่อสร้างสถานีตำรวจแห่งใหม่ ๆ ให้กับเขา เท่าที่ดิฉันทราบ ปัจจุบันนี้หลายสถานีเลยคะ ไม่ใช่หลายค่ะ ดิฉันว่ามากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑๐๐ กว่าแห่งค่ะ การดำเนินการก่อสร้างยังไม่มีการดำเนินการก่อสร้างเลย หลายแห่งเลยค่ะ ดิฉันไปเจอมากับตาตัวเอง ให้เขารื้อสถานีตำรวจออกไปก่อนเพื่อจะได้ลงมือทำการก่อสร้าง ผ่านมาจนจะหมดงบไทยเข้มแข็งแล้วค่ะ ยังไม่ได้รับการก่อสร้างเลย ดิฉันทราบว่ามีการอนุมัติ ในการทำสัญญาจ้าง โดยใช้ผู้รับเหมาเพียง ๑ เจ้า แต่ให้ทำทั่วประเทศ ก็ต้องเรียนถามท่านค่ะว่า ที่ท่านมีผลการเบิกจ่ายยังเหลืออีกประมาณเกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เกิดจากเรื่องนี้หรือเปล่าว่า ที่ท่านมีผลการเบิกจ่ายยังเหลืออีกประมาณเกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ เกิดจากเรื่องนี้หรือเปล่า แล้วท่านมีแผนการที่จะไปเร่งรัดให้เขาดำเนินการก่อสร้างสถานีตำรวจอย่างไรบ้างคะ เนื่องจาก ตอนนี้หลายสถานีเลยดิฉันมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมเยียนอยากจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วเขามีความเป็นอยู่ อย่างไร ท่านทราบไหมคะ ในเมื่อเขาให้รื้อโรงพักก่อน เขาต้องไปอาศัยหน่วยงานอื่น อยู่ หน่วยงานอื่นไม่มีหน่วยงานไหนหรอกค่ะที่เขาจะมีการสร้างกรงขังผู้ทำผิดกฎหมายเอาไว้ ต้องไปลงทุนสร้างขึ้นมาซึ่งก็ดูแล้วไม่ค่อยจะเป็นภาพที่น่าดูเท่าไรนะคะ ก็ต้องถามว่าในเรื่องเหล่านี้ ท่านได้มีการตรวจสอบติดตามหรือเปล่าในการที่ท่านจะนำมาเสนอต่อสภาเราในวันนี้ หรือว่า ดิฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าจริง ๆ แล้วนี่ตอนนี้รายละเอียดโครงการต่าง ๆ ที่ท่านนำมาเสนอต่อเรา ในการที่บอกว่าท่านทำอะไรบ้างนี่ค่ะ ดิฉันเห็นงบโครงการไทยเข้มแข็ง ดิฉันไม่รู้เหมือนกันว่า จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือเปล่า เนื่องจากว่าบางเรื่องบางโครงการเป็นการลงทุน ในเรื่องของการไปสร้างตึกที่พักให้กับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ดิฉันไม่เข้าใจคะว่ามันจะไป กระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงไหน ในเมื่อทุกวันนี้พี่น้องประชาชนที่ท่านไปสร้างตึกให้อยู่เขาก็มีที่อยู่ อยู่แล้วค่ะ ท่านไปสร้างตึกที่พักให้เขาเพิ่มเติมนี่ท่านไปช่วยประหยัดเงินให้เขามากขึ้นหรือเปล่า ตรงนี้ต้องฝากถามเป็นประเด็นนะคะ หรือว่าการที่ท่านไปสร้างสนามกีฬาในบริเวณที่ต่าง ๆ ที่ท่านเลือกเอาไว้มันเป็นการช่วยเสริมสร้างให้กับเศรษฐกิจของประเทศเราดีขึ้นมากแค่ไหนนะคะ เมื่อสักครู่ท่านจุลพันธ์ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านก็บอกแล้วว่าดูแล้ววงเงินที่ขออนุมัติ ในด้านนี้ดิฉันก็มีโอกาสเปิดดูจากเอกสารที่ท่านให้มานี่ ท่านบอกว่าได้มีการอนุมัติโครงการไป อนุมัติวงเงินไปที่ ๓๔๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งมีจำนวนเงินที่ได้รับจัดสรรนี่ ๓๔๒,๐๐๐ ล้านบาท มีผลการเบิกจ่ายอยู่ที่ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องถามละคะว่าที่ยังเบิกจ่ายได้ไม่เต็มวงเงิน ในขณะที่เรากู้มาแล้วนี่ค่ะ มันเกิดจากสาเหตุอะไรคะที่ทำให้ล่าช้าแล้วก็เหลือเงินเยอะอยู่ตั้ง ๑๓-๑๔ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้มันเสียดอกเบี้ยนะคะ เรากู้มาแล้วแต่เราไม่ได้ใช้ เราก็ต้องมีภาระ เรื่องดอกเบี้ยที่เราจะต้องรับผิดชอบดูแลอีก ดิฉันเห็นเลยค่ะว่าที่น่าตกใจสาขาพลังงานค่ะ ได้รับอนุมัติวงเงินตั้ง ๑๗๔ ล้านบาท มีการจัดสรรเงินให้เพียงแค่ ๑๑.๙ ล้านบาท หรือ ๑๒ ล้านบาท มันเกิดอะไรขึ้นกับสาขาพลังงานคะ ดิฉันไม่ทราบว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร ทำไมถึงได้รับเงินจัดสรรแค่ ๑๑,๙๘๐,๐๐๐ บาท ก็ต้องเรียนถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ดิฉันดูแล้ว ในนี้ที่ท่านแสดงผลการเบิกจ่ายออกมา ท่านรู้ไหมคะสาขาหรือว่าเรื่องที่ท่านเบิกจ่ายได้เร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพมากที่สุดเป็นเรื่องอะไรบ้าง เรื่องแรกเรื่องเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เบิกได้ ๙๙.๖ เปอร์เซ็นต์ เกือบครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ อีกอันหนึ่งที่ท่านเบิกได้เยอะ คือสาขาขนส่งเบิกได้ ๙๔.๗๘ เปอร์เซ็นต์ ก็เรียกว่าเกือบจะครบวงเงินเลยค่ะ ก็ต้องเรียนถามค่ะว่า ที่ยังล่าช้าอีกประมาณ ๔๖,๐๐๐-๔๗,๐๐๐ ล้านบาท มันเกิดมาจากสาเหตุอะไรคะ แล้วตรงนี้เราต้องเสียดอกเบี้ยมากขนาดไหน มันคุ้มกับการที่เราต้องรอหรือเปล่า ถ้าไม่คุ้ม ดิฉันก็อยากจะให้ท่านยกเลิกโครงการเถอะค่ะ เนื่องจากว่าเท่าที่เห็นนี่รัฐบาลมีเรื่องที่จะต้อง ใช้วงเงินอีกค่อนข้างมาก นำเงินที่เหลืออยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปช่วยพี่น้องที่เขา ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัยที่ผ่านมา ดิฉันว่าน่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ มากกว่าที่เป็นอยู่จากโครงการที่ท่านได้ดำเนินการ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตมาลงดู ในรายละเอียดเรื่องเกี่ยวกับสาขาขนส่งค่ะ ครั้งที่แล้วต้องเรียนว่าดิฉันเองอยู่คณะกรรมาธิการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสภาผู้แทนราษฎรของเรา ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนผ่าน ทางกรรมาธิการมาค่อนข้างเยอะ ได้มีการเชิญหน่วยงานมาให้ความรู้กับเราในเรื่องที่เขา ร้องเรียนมาก็ค่อนข้างเยอะ เชิญมาชี้แจงก็ทำให้ดิฉันทราบในหลาย ๆ เรื่องค่ะ วันนี้ดิฉัน ขออนุญาตลงรายละเอียดสัก ๒ หัวข้อ หัวข้อแรกก็อย่างที่ดิฉันบอกค่ะ เรื่องเกี่ยวกับ สาขาขนส่งทางถนน ในนี้ท่านบอกว่าได้รับงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งอยู่ที่ ๔๔,๙๑๑ ล้านบาท มีการจัดสรรอย่างที่บอกค่ะ ๙๔ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในนี้ท่านบอกว่าผลการเบิกจ่ายส่วนใหญ่เป็นโครงการถนนไร้ฝุ่นและโครงการซ่อมฟื้นคืนสภาพ ของถนน ก็ต้องเรียนถามท่านเลยค่ะว่าดิฉันเองต้องเรียนว่าสมัยที่แล้วดิฉันเป็น ส.ส. อยู่ที่ จังหวัดชัยภูมิ ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิอยู่ค่ะ ที่ดิฉันเห็นเยอะที่สุดก็คือ ถนนจาก โครงการไทยเข้มแข็งที่ท่านเอาไปลงในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิหรือว่าจังหวัดต่าง ๆ ที่ดิฉันได้มี โอกาสสัญจรผ่านไปมา ท่านทราบไหมคะที่ดิฉันเห็น ตอนแรกดิฉันเห็นโครงการถนนไร้ฝุ่น ดิฉันดีใจค่ะ คิดว่าพี่น้องประชาชนของดิฉันจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีถนนคอนกรีต ถนนลาดยางในการสัญจรไปมา ผ่านมาจนจะจบโครงการไทยเข้มแข็งค่ะ ดิฉันไปในพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิ ถนนในจังหวัดชัยภูมิของดิฉันค่ะ ยังเป็นถนนลูกรัง ถนนมีความขรุขระ พื้นถนนที่เป็นคอนกรีตหรือลาดยางตรงไหนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ประชาชนร้องเรียนให้เข้าไป ช่วยดำเนินการแก้ไข ท่านทราบไหมคะ ไม่ได้รับงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง ถึงแม้ ถนนเส้นนั้นจะเป็นเส้นที่ต้องเรียนว่ามีผู้คนสัญจรไปมาค่อนข้างเยอะ ก็ยังไม่ได้รับ การสนับสนุนจากงบโครงการของ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง แต่ที่ดิฉันเห็นท่านเอาไปลงทุนทำ ท่านบอกว่าทำถนนไร้ฝุ่น ฟื้นฟูสภาพถนน ที่ดิฉันเห็นท่านทำ ท่านทำที่ไหนคะ ถนนที่ไม่มีหลุม มีบ่อเลยค่ะ ท่านก็ไปตัดหน้าออกทั้งหมด ลงพื้นไปใหม่ค่ะ ตรงนี้ค่ะที่ดิฉันเกิดคำถามว่าอะไร คือสิ่งที่ท่านเลือกคะว่าตรงนั้นควรที่จะลงโครงการ ซึ่งต้องเรียนเลยค่ะว่าโครงการ ไทยเข้มแข็งถนนจากโครงการ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งทั้งหมดที่ดิฉันเห็น เป็นเรื่องของการไปทำ ถนนที่ดีอยู่แล้วให้กลายเป็นถนนที่ต้องเรียกว่า ดีอยู่แล้ว ก็ไปรื้อให้มันพังแล้วก็กลับมาทำให้ มันดีคืนมาใหม่ ก็ต้องเรียนถามค่ะว่าตรงนี้ท่านได้มีการตรวจสอบไหม และนี่ท่านบอกว่า ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับนะคะ ท่านบอกว่าจะทำให้การพัฒนาโครงข่ายทางหลวง เชื่อมโยงภาคและจังหวัดเพื่อสนับสนุนการขนส่ง ก็ต้องเรียนเลยค่ะท่านว่าตัวดิฉันเอง ท่านประธานคงเห็นค่ะ เราสัญจรไปมาถนนเดียวกันค่อนข้างเยอะ มันทำให้การขนส่งบ้านเรา สะดวกขึ้นหรือเปล่า ดิฉันตอบแทนได้เลยค่ะ ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรดีขึ้น ตรงไหนที่พี่น้อง เขาต้องการให้ท่านไปแก้ไข ก็ยังเหมือนเดิมค่ะ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งจะจบก็ยังไม่ได้ไปทำให้ เขาเลยค่ะ อาจจะไปให้ยาหอมค่ะว่าเดี๋ยวงบไทยเข้มแข็งออกมาจะดำเนินการให้ทันที ก็ต้องฝากท่านประธานถามไปยังผู้มาชี้แจงค่ะว่าเรื่องเหล่านี้ท่านได้มีการลงไปตรวจสอบดูแล หรือเปล่า
อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าเป็นประเด็นค่อนข้างเยอะ ตอนที่ดิฉันอยู่ คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับ สาขาการศึกษาค่ะ ที่ต้องพูดนี่ ต้องเล่าให้ฟังเลยค่ะ ดิฉันยังเห็นปัญหาอยู่ตอนนี้ โครงการ ทางการศึกษาได้รับงบประมาณจาก พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งอยู่ที่ ๕๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท ได้รับจัดสรร ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะคะ ตอนนี้เบิกจ่ายไปแล้ว ๗๘.๐๔ เปอร์เซ็นต์ ปัญหาที่ดิฉันพบจาก โครงการนี้ ท่านบอกว่าผลสัมฤทธิ์ที่ได้จะช่วยพัฒนาการจัดการเรียนรู้ทั้งระบบและพัฒนา บุคลากรทางการศึกษา ก็ต้องถามค่ะว่าตรงส่วนนี้มันพัฒนาการศึกษาอย่างแท้จริงหรือเปล่า ยกตัวอย่างง่าย ๆ ค่ะ ครุภัณฑ์ทางอาชีวศึกษา ดิฉันพูดหลายครั้งในสภาแห่งนี้ก็ไม่เข้าใจ เหมือนกันค่ะว่ามันเกิดอะไรขึ้น โด่งดังมากค่ะท่านประธาน ทุจริตอย่างน้อย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในการจัดซื้อครุภัณฑ์ มีรัฐมนตรีบางคน นี่เขาเล่ามานะคะ เขาบอกว่าของประเทศดี ๆ อย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ครุภัณฑ์ที่จะซื้อบอกไม่เอา มันใช้แล้วทนทานไม่อยากได้ อยากได้ของประเทศจีน ใช้แล้วมันพังง่ายจะได้ซื้อใหม่ได้อีก มันมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ค่อนข้างเยอะ ครุภัณฑ์ทางอาชีวศึกษาดิฉันจำได้ค่ะ ได้งบไปประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านทราบไหมคะ หลายแห่งดิฉันสอบถามไปยังวิทยาลัยในสังกัดของอาชีวศึกษาหลายแห่ง ถามว่าครุภัณฑ์ที่ได้รับมานี้ท่านได้นำไปใช้ประโยชน์ มีเด็กนักเรียนเรียนจริงหรือเปล่า หลายแห่งค่ะตอบดิฉันมาเลยว่าไม่ได้มีการใช้เลย ไม่มีเด็กนักเรียนเรียน แต่ได้รับการจัดสรรลงมา ตอนนี้วิทยาลัยหลายแห่งลำบากมากในการที่จะต้องหาสถานที่ เพื่อเก็บครุภัณฑ์ที่ท่านส่งไปให้เขา ก็ต้องเรียนถามเลยค่ะเรื่องเหล่านี้ ประเด็นข่าวที่เป็น ประเด็นเหล่านี้ เรื่องหลายเรื่องอยู่ในการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบแห่งชาติ ท่านที่เป็นคนดูแลในเรื่องการอนุมัติหรือใช้เงิน เกี่ยวกับ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ได้มีการเข้าไปดูไหมคะ ว่ามันทำให้ประเทศเรากระตุ้น เศรษฐกิจได้จริงหรือเปล่า เป็นการสร้างเสริมให้ประชาชนในประเทศไทยซึ่งเด็กนักเรียน ที่ต้องได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ค่ะ เขาได้รับประโยชน์จริงไหม ดิฉันตอบได้เลยค่ะว่าหลายแห่ง แจ้งกับดิฉันมาตอนที่ดิฉันยังอยู่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ของสภาเรา เขาบอกเลยค่ะว่าไม่ได้รับประโยชน์ เอาเครื่องมาก็มาตั้งไว้อยู่ที่วิทยาลัยเฉย ๆ ก็ต้องฝากท่านไปพิจารณาในเรื่องเหล่านี้ด้วยนะคะ แล้วตรงนี้ท่านบอกว่าปัญหาอุปสรรค ของทางด้านการศึกษาท่านแจ้งมาบอกว่าที่ล่าช้าเบิกได้เพียง ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี่ เนื่องมาจากว่าผู้ประกอบการแจ้งไม่ประสงค์เข้าทำสัญญา และเพราะไม่สามารถทำตาม เงื่อนไขในเรื่องการส่งมอบครุภัณฑ์ และไม่สามารถยืนตามราคาได้ ท่านทราบไหมคะ ตอนนั้นที่เรามีการตรวจสอบมันเกิดมีเรื่องขึ้นมา คือเอาง่าย ๆ ยกตัวอย่างที่สำนักงาน การอาชีวศึกษาคะ ตอนนั้นเลขาธิการเปลี่ยนกันบ่อยมาก ปีเดียวมีเลขาธิการ ๓ คน ท่านคงทราบเรื่องดี เลขาธิการคนที่ ๑ มาทำ แล้วเขาบอกมีการล็อกสเปก ก็มีการเปลี่ยนตัว เป็นเลขาธิการคนที่ ๒ เลขาธิการคนที่ ๒ เมื่อเข้ามากลัวค่ะ กลัวว่าจะถูกฟ้องร้องจากการมี การทำการโกงการทุจริต ก็เลยมีการได้ปรับเปลี่ยนสเปก (Spec) ให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น บางอย่างราคานี่เลขาธิการคนที่ ๒ นี่สามารถซื้ออุปกรณ์ชนิดเดียวกันในวงเงินเท่าเดิม แต่ได้ของมากขึ้นอีกเท่าหนึ่ง ปรากฏว่าคนที่ดีค่ะไม่โกง อยู่ได้ไม่นานค่ะ ก็ถูกย้าย คนใหม่มาค่ะ ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นอย่างไร แต่ว่าตอนนี้ โครงการนี้เท่าที่ทราบส่งครุภัณฑ์ไปถึง วิทยาลัยเกือบทุกแห่งหมดแล้ว ก็ต้องฝากประเด็นเหล่านี้ให้ท่านไปติดตามตรวจสอบด้วยว่า มันเป็นอย่างไรบ้างจากที่ดิฉันได้มีการอภิปราย หรือว่าได้ประสานไปทางสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าเรื่องเหล่านี้ที่มีผู้ร้องเรียนเข้าไปได้ดำเนินการไปถึงไหน ที่ดิฉันเล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ใช่อะไรคะท่านประธาน ดิฉันไม่อยากให้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเราได้มีการอนุมัติให้ผ่านวงเงินในการขอกู้เพื่อมาบริหารจัดการเรื่องน้ำของ ประเทศเราเมื่ออาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมาอยากจะเล่าให้ฟังเพื่อจะได้ถือเอาไว้เป็น เยี่ยงอย่างในการที่จะไม่ปฏิบัติตาม ไม่อยากให้เอาอย่างคะท่านประธาน อยากให้การลงทุน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องกู้เงินมานี่ ลงทุนในเรื่องที่เป็นโครงการจำเป็นเร่งด่วนและ ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง อย่าไปลงทุนเลยค่ะ กับโครงการ อย่างเช่นที่มีมาในอดีต สิ่งเหล่านี้ต้องฝากท่านประธานถามไปยังผู้มาชี้แจงค่ะ ว่าได้มี การตรวจสอบหรือเปล่า
อีกเรื่องที่ท่านส่งเข้ามาก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับรายงานการรับทราบเกี่ยวกับ การบริหารหนี้สาธารณะนะคะ เมื่อกี้ทางท่านจุลพันธ์พูดไปแล้ว ดิฉันคงขออนุญาตไม่พูดต่อ เพราะประเด็นมันคงจะคล้าย ๆ กัน แต่ฝากท่านเรื่องนี่ละคะ ที่เราเพิ่งผ่าน พ.ร.ก. โอนไปให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลในการที่จะเป็นคนใช้เงินกู้แทน ไม่ต้องให้รัฐบาลมารับภาระ ในการจ่ายเงิน ตรงไหนคะที่จะทำให้เราทราบว่าจริง ๆ แล้วท่านได้มีการใช้เงินอย่างไรบ้าง สำหรับโครงการที่เราจะโอนไปให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ก็ต้องฝาก ท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงในการขอรับทราบรายละเอียดค่ะ ก็ให้กำลังใจทาง คณะรัฐมนตรีนะคะ ที่ทำงานมาหนักค่ะ แต่ว่าไม่ได้เป็นคนใช้เงินเรื่องที่ผ่านมา แต่ต้องเป็นคนมา ชี้แจงแล้วก็รายงานต่อสภา ก็ให้กำลังใจกับทางท่านรัฐมนตรีทนุศักดิ์นะคะ ก็ต้องขอบคุณ ที่มาให้เราได้รับทราบว่าผลการชี้แจงเป็นอย่างไร ดิฉันก็จะขออนุญาตรอดู แล้วก็จะขออนุญาต ตรวจสอบในเรื่องโครงการไทยเข้มแข็งต่อไปจนกว่าจะจบ ก็คงฝากประเด็นอีกนิดเดียวค่ะ อย่าลืมไปตรวจสอบนะคะ เรื่องโรงพัก เรื่องการศึกษา เรื่องทางที่ดิฉันว่า กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับสมาชิกและคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจากกรุงเทพมหานคร ๗๐ ท่าน เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ คงขออนุญาตเวลาสภาเพื่ออภิปรายถึงรายงานการกู้เงิน ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือรายงาน การกู้เงินในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เป็นโครงการไทยเข้มแข็ง แปลกใจอยู่นิดเดียวครับเรื่องห้วงเวลาในการนำเสนอเรื่องนี้เข้ามา หลายท่านก็บอกว่านำเสนอเข้ามาเพื่อเป็นหลักยันให้รู้ว่าวันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังจะกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เมื่อจะกู้ฝ่ายค้านอาจจะคัดค้านก็เลยเอารายงานฉบับนี้เข้ามาให้รู้ว่า ในรัฐบาลท่านก็เคยกู้มา ก็เป็นสิ่งที่ดีครับ ท่านประธานครับ อย่างน้อยวันนี้สภาของเราจะได้ พิจารณาโครงการที่ผ่านมาว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างไร มันตรงกับที่รัฐบาลเคยเสนอไว้หรือไม่ ท่านประธานครับ โครงการไทยเข้มแข็ง ผมเชื่อว่าวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องการที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจครับ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามาท่ามกลางความวุ่นวาย ของประเทศ มีการประท้วง มีการพังที่ประชุมของอาเซียน (ASEAN) ผู้นำอาเซียนเข้ามา นักท่องเที่ยวไม่เข้ามาเมืองไทยครับ เพราะกลัวมากเมืองไทย นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี เลขาฯ ถูกพี่น้องประชาชนทำร้าย ไม่ต้องห่วงว่านักท่องเที่ยวจะกล้าเข้ามาได้อย่างไร ท่านประธานครับ ความปลอดภัยไม่มีนักท่องเที่ยวก็ไม่มา รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องกระตุ้น เศรษฐกิจ โดยเฉพาะวันนั้นเรื่องการท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องฟื้นขึ้นมา เพราะว่าการท่องเที่ยว เป็นรายได้หลักของเรา ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าถนนไร้ฝุ่น สถานที่ท่องเที่ยวได้รับ การพัฒนาขึ้นมา รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ ห่วงใยเรื่องสวัสดิการของพี่น้องประชาชน ท่านประธานลองย้อนไปดูครับ วันนี้เรามีโรงพยาบาลตำบลครับ จากงบไทยเข้มแข็ง นี่ละครับ เดิมเรามีเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด พี่น้องประชาชนเข้ามารักษา เข้ามาได้เพียงโรงพยาบาลอำเภอ มีหมออยู่ที่โรงพยาบาลอำเภอเท่านั้น พี่น้องประชาชน เจ็บไข้ได้ป่วย แต่ว่าวันนั้นรัฐบาลเปิดให้มีโรงพยาบาลตำบลครับ มีหมอไปอยู่ตามตำบล แน่นอนครับ ใช้เงินงบประมาณไปบ้างบางส่วน แต่ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับสวัสดิการ ในเรื่องการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นรัฐบาลแรกที่ใช้การรักษาฟรีครับ โดยใช้บัตรประชาชน ใบเดียวไปรักษาที่ใดก็ได้ ต้องใช้เงินทั้งสิ้น เรียนฟรีครับท่านประธาน เด็กไทยมีโอกาสได้ เรียนฟรีทุกคนได้ชุด ทุกคนได้ตำราเรียน ทุกคนมีกิจกรรมที่จะไปทัศนศึกษาในชีวิตที่เข้าเรียน หนังสือ เดี๋ยวนี้ท่านประธานครับ ไม่รวยไม่มีเงินบริจาคเข้าเรียนไม่ได้ อันตรายเกิดขึ้นกับ วงการศึกษาแค่ไหน ผมเรียนว่านี่คือการกู้ขึ้นมาเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อที่จะให้สวัสดิการ ของพี่น้องประชาชน ท่านจำได้ไหมครับ ข้าราชการได้ขึ้นเงินเดือนในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ท่านจำได้ไหมครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนันได้รับเงินเดือนขึ้นมา อบต. นายก อบต. สมาชิกได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นมาทั้งสิ้นเป็นสวัสดิการ เคยมีไหมครับอาสาสมัครสาธารณสุข ได้รับเงินเดือน สิ่งนี้เป็นการทำเพื่อพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนมีโครงการประกันรายได้ ท่านประธานจำได้นะครับ เกษตรกรลงทุนไปเท่าไร คาดว่าจะได้ผลผลิตเท่าไร คาดว่าจะได้ กำไรเท่าไรรัฐบาลประกันรายได้ให้เขา วันนี้เป็นอย่างไรครับ ยกเลิกไปเสียไปทำโครงการ จำนำกลายเป็นทุจริตกันทุกหย่อมหญ้า ท่านประธานครับ วันนั้นทหาร ตำรวจได้เงินเดือน เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น คนชราครับท่านประธาน อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป กลายเป็นรัฐที่ทำให้เขาได้มีโอกาส ได้ใช้สวัสดิการของรัฐ ได้เงินเดือนเดือนละ ๕๐๐ บาททุกคน ใครทำครับ นี่เป็นรัฐบาลที่ทำ เพื่อพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น วันนี้ท่านอาจจะบอกว่าท่านกู้มา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๗๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อทำเรื่องน้ำอย่างไรก็แล้วแต่ แต่มันก็มีข้อท้วงติงว่ามันจะนำไปสู่การทุจริต หรือไม่ เพื่อพวกพ้องหรือไม่ ท่านประธานครับ มีหลายท่านพูดเรื่องไทยเข้มแข็ง ยังไม่พอโยงกลับไปถึงเงินกู้มิยาซาวาสมัยรัฐบาลท่านชวน ๒ ท่านประธานจำได้นะครับว่า เงินกู้มิยาซาวาสมัยรัฐบาลท่านชวน ๒ นั้น ท่านประธานคงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ผมยังเป็นข้าราชการครับ เป็นครูพลศึกษาอยู่ วิกฤติปี ๒๕๔๐ ในสมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี มีหลายท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี มีหลายท่านเป็นรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในฟากรัฐบาลขณะนี้ วันนั้นประเทศไทยเขาบอกว่าถ้าเป็นคนไข้ก็คือต้องอยู่ไอซียู (ICU) สถาบันการเงินถูกปิด พี่น้องประชาชนไม่มั่นใจว่าเงินที่ฝากไว้จะได้กลับหรือไม่ ประชาชนว่างงาน บริษัททั้งหลายเจ๊ง นักศึกษาจบมาไม่มีงานทำ ประเทศไทยในขณะนั้น ในสมัย พลเอก ชวลิต ต้องไปกู้เงินไอเอ็มเอฟ ท่านประธานคงจำได้ เงินคลังร่อยหรอ โดยเฉพาะมีการลดค่าเงินบาทท่านประธานคงจำได้ ในขณะที่ลดค่าเงินบาทบริษัททั้งหลายเจ๊ง พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมีข่าวว่าคนบางคนร่ำรวยกลายเป็นต้นทุนไปจนถึงบัดนี้ รวยเพียงแค่กี่คน จนกัน ๕๐-๖๐ ล้านคน วันนั้นสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย กู้เงินมาทำไมครับ เหตุผลที่กู้เงินเพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีชวลิตท่านตัดสินใจลาออกเพราะว่ารักษาประเทศไทย ดูท่าทางไม่ไหวแล้ว ท่านชวน หลีกภัย เข้ามาวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ครับ สิ่งแรกก็คือ ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ แน่นอนต้องดูที่พี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนั้น มีคนตกงานกันเยอะ รัฐบาลสามารถเอาเงินมิยาซาวามากระตุ้นเศรษฐกิจโดยการจ้างงาน จ้างนักศึกษาที่ตกงานครับท่านประธาน ๑๐๙,๐๐๐ คน เดิมตั้งเป้าไว้เพียงแค่ ๘๖,๐๐๐ คน ที่ตกงาน แต่ผลปรากฏว่าโครงการมิยาซาวาทำให้เด็กได้งานทำถึง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ได้ผลร้อยละ ๑๒๖ เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปอีกท่านประธาน ผมยกตัวอย่างนักศึกษาวิทยาลัยพลศึกษาครับ วันนั้นเขามีการจ้าง อกฬ. หรืออาสาสมัครทางการกีฬาไปอยู่ตามตำบลต่าง ๆ ครับท่านประธาน ไปสอนกีฬาให้กับเด็ก เพราะว่าประเทศไทยมีปัญหาอย่างหนึ่งก็คือเด็กไม่สามารถที่จะเรียน กีฬาได้จากในโรงเรียน เพราะว่าครูพลศึกษามีไม่พอ โรงเรียนมีทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน แต่มีครูพลศึกษาเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ โรงแค่นั้น รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย จ้าง อกฬ. ไปสอน เรื่องกีฬาให้กับเด็กนักเรียน แล้วก็ไปดูแลการจัดการแข่งขันกีฬา การสร้างสุขภาพให้พี่น้อง ประชาชนตามตำบลต่าง ๆ วันนั้นครับ พี่น้องประชาชนชาวไทยมีสุขภาพดีขึ้น แรงงาน ได้มีการจ้างแรงงานทั่วไป ๓๖๗,๐๐๐ คน มีงานทำ มีโอกาสไปซื้อข้าวกิน มีโอกาสไปซื้อ หนังสือให้ลูกไปโรงเรียน เหตุผลเพราะการกู้เงินมิยาซาวานี้ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นท่านประธานจำได้ไหมครับ วันนั้นพี่น้องผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพคนละ ๒๐๐ บาท ซึ่งเริ่มแรกมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านชวน ๑ ได้คนละ ๒๐๐ บาทเท่านั้น ในหมู่บ้านในตำบล ได้กันเพียงไม่กี่คน ได้กันคนละ ๒๐๐ บาท ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจกำลังเดือดร้อนเนื่องจาก การบริหารประเทศของรัฐบาลที่ผ่านมาก่อนท่านชวน หลีกภัย จะขึ้นมา แต่ท่านรู้ว่าพี่น้องประชาชน กำลังเดือดร้อน เงินมิยาซาวานี่ละครับไปเพิ่มให้กับผู้สูงอายุเป็นคนละ ๓๐๐ บาท ถามว่าเงินกู้ ดังกล่าวเอามาให้เพื่อตัวเองไหม เอามาให้เพื่อพวกพ้องตัวเองไหม แต่นี่คือเอามาให้กับ พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นผู้สูงอายุ วันนั้นผู้สูงอายุเริ่มยิ้มออก ฟันที่มีหมากก็ยิ้มได้จาก ๒๐๐ บาทขึ้น เป็น ๓๐๐ บาท แล้วดูไทยเข้มแข็งครับ เหมือนที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ ได้ ๕๐๐ บาท แล้วก็ได้กันทุกคน นี่คือเงินที่พี่น้องประชาชนได้รับจากรัฐบาล ท่านประธานครับ ท่านชวนฟื้นเศรษฐกิจ ผมเป็นข้าราชการวันนั้นเบี้ยเลี้ยงเวลาเดินทาง ๑๘๐ บาท แต่ท่านบอกว่า ให้รับเพียงแค่ครึ่งเดียวช่วยเหลือประเทศ เราก็ได้รับเบี้ยเลี้ยงกันแค่วันละ ๙๐ บาท ผมยังจำได้อยู่ ประเทศชาติฟื้นขึ้นมาครับท่านประธานทำให้รัฐบาลต่อมาสามารถมีเงินคงคลังเอาไว้สำหรับ ไปใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้ นี่คือการกู้เงินของมิยาซาวาในสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย มาทำ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนกันจริง ๆ ท่านครับ โครงการเงินกู้ที่จะถึงอีกไม่นานนี้ ในการเตรียมเรื่องน้ำท่วม ท่านก็ต้องให้มีคนจับตาให้มากนะครับ เพราะว่ามีข่าวเข้ามาเยอะว่า จะมีการทุจริตกันอย่างมโหฬาร ท่านประธานเอาให้อยู่นะครับ อย่าให้พังเหมือนที่ผ่านมา ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ต่อไป เป็นท่านอาจารย์สุรสาลครับ แล้วก็ท่านนิยม ช่างพินิจ ท่านก่อแก้ว พิกุลทอง ท่านมนพร เจริญศรี เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพื่อที่จะได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ประจำปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ใน ๒ ประเด็น ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๑ ที่กระผมจะกราบเรียนท่านประธานก็เป็นเรื่องของการจัดทำ รายงานฉบับนี้ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องของการพูดถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับจาก การใช้เงินกู้ของโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง
ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ ๑ นั้นกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะจะต้องจัดทำรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดฉบับนี้ ให้รัฐสภาได้รับทราบภายใน ๖๐ วันนับตั้งแต่วันสิ้นปีงบประมาณ โดยระบุไว้ว่าในรายงาน ดังกล่าวนั้นอย่างน้อยจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้ คือ
๑. รายละเอียดของการกู้เงิน
๒. วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้และ
๓. ผลสัมฤทธิ์ตลอดจนประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ
ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ก็มีครบถ้วนแถมยังมีเพิ่มเติมในส่วนที่ เป็นปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการในสาขาต่าง ๆ ซึ่งก็นับว่า เป็นเรื่องที่ดี แต่กระผมเห็นว่าในส่วนที่เป็นปัญหาและอุปสรรคนั้นถ้ามีรายละเอียดให้ชัดเจน ขึ้นสักนิดหนึ่งกว่าที่แสดงไว้ในรายงานฉบับนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะว่าการนำเสนอปัญหา และอุปสรรคในทุก ๆ สาขา ทุกโครงการนั้นถ้าจัดให้มีรายละเอียดให้มากขึ้นจะเป็น ประโยชน์ต่อการจัดทำโครงการที่จะทำในปีงบประมาณต่อไป อาจจะช่วยลดปัญหาและอุปสรรคในการจัดทำโครงการให้น้อยลง หรืออาจจะไม่เกิดปัญหา และอุปสรรคใด ๆ เลยก็ได้ อันนี้ผมกราบเรียนท่านผู้มาชี้แจงได้โปรดนำไปพิจารณา ประกอบการจัดทำรายงานในโอกาสต่อไปด้วยครับ
ในประเด็นที่ ๒ ครับ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือเรื่องของ ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคจากการใช้เงินกู้ของโครงการ ต่าง ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการที่นำเงินกู้จำนวนทั้งสิ้น ๓๙๘,๙๔๐ ล้านบาท ที่กู้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ และปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ทันทีที่โครงการต่าง ๆ ภายใต้ แผนปฏิบัติการนี้ได้ถูกนำลงสู่การปฏิบัติในห้วงนั้นก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ของรัฐบาล เรื่องความโปร่งใส จนเกิดคำถามว่าการประกาศ แผนฟื้นฟูภายใต้โครงการต่าง ๆ นั้นทำให้ใครเข้มแข็งกันแน่ ระหว่างประชาชนหรือ นักการเมือง แม้แต่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลก็ได้มีมติที่จะตั้งฉายารัฐบาลที่เข้ามาทำ หน้าที่บริหารประเทศในขณะนั้น เนื่องในโอกาสที่ทำงานมาครบ ๑ ปีว่าเป็นรัฐบาล ใครเข้มแข็ง ซึ่งฉายานี้มีนัยสำคัญที่บ่งบอกถึงแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล ซึ่งมีโครงการหนึ่งซึ่งหลายท่านทราบดีนะครับ ซึ่งอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการนี้ที่คนไทยส่วนใหญ่ คุ้นเคยและคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง ก็คือภาพของพี่น้องประชาชนในแต่ละจังหวัดร้องเพลงชาติ ในเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ถ่ายทอดสดออกอากาศทั่วประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการนี้มีหลายโครงการ มีหลากหลายสาขา แต่กระผมจะขออนุญาต ที่จะหยิบบางโครงการขึ้นมาพูดถึงผลสัมฤทธิ์และพูดถึงประโยชน์ ตลอดจนปัญหาและ อุปสรรคต่าง ๆ ที่ในรายงานฉบับนี้อาจจะไม่มีรายละเอียดได้กล่าวถึงไว้ อย่างไรก็ตามแต่ ขอกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะได้อภิปรายต่อไปนี้นั้นมิได้มีเจตนาที่จะซ้ำเติมผู้ใด เพราะว่าไม่มีประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น เนื่องจากเหตุการณ์นั้นผ่านมาแล้ว เพียงแต่ต้องการ ที่จะสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น และสร้างความระมัดระวังที่จะไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนั้น เกิดขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า สาขาที่กระผมจะกราบเรียนนั้นมี ๒ สาขาด้วยกัน ที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในขณะนั้น และส่งผลมาถึงปัจจุบันนี้ สาขาแรกซึ่งมีเพื่อนสมาชิก บางท่านได้พูดไปบ้างแล้ว ก็คือสาขาขนส่งทางถนน สาขานี้ได้รับอนุมัติเงินกู้จำนวนทั้งสิ้น ๔๔,๙๑๑ ล้านบาท ได้รับการจัดสรรจำนวน ๔๔,๙๑๐ ล้านบาท น้อยกว่ากันเพียง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น มีการเบิกจ่ายเงินกู้รวมทั้งสิ้น ๔๒,๔๙๑.๖๓ ล้านบาท ในรายงาน ฉบับนี้ระบุว่าการเบิกจ่ายเงินส่วนใหญ่นั้นเป็นการเบิกจ่ายในโครงการถนนไร้ฝุ่น หรือถนนปลอดฝุ่น ซึ่งได้รับงบประมาณ ๑๔,๘๒๑ ล้านบาท หรือประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ของการเบิกจ่ายทั้งหมด แลกมากับถนนปลอดฝุ่น มีระยะทาง ๓,๒๔๖ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการนี้ระบุเอาไว้ว่าเป็นโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้น จากการที่จะหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไป อันจะเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ฟังดูแล้วก็ดูดีนะครับ ถ้าผู้ปฏิบัติ ผู้ควบคุมสามารถดำเนิน โครงการที่เกี่ยวข้องนั้นให้เกิดเป็นถนนปลอดฝุ่น และมีประสิทธิภาพดังที่กระผมได้กล่าว มานั้นได้ อย่างไรก็ตามแต่ครับ ทันทีที่โครงการถนนปลอดฝุ่นเริ่มดำเนินการนั้นเป็นที่ทราบ กันดีนะครับ เพราะว่ามีข่าวครึกโครมพอสมควรในขณะนั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนอย่างกว้างขวางว่าผลงานที่เห็นจาก การจัดทำโครงการนั้น อาจจะไม่สอดรับกับประโยชน์ที่ได้จากการพัฒนา ซึ่งเขียนระบุไว้ อย่างชัดเจนว่าเป็นการพัฒนาระบบบริหารและโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมมีตัวอย่างของถนนปลอดฝุ่นเส้นหนึ่งให้ท่านดูซึ่งขออนุญาตท่านไว้แล้ว ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ขึ้นภาพบนจอสักนิดหนึ่งนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ถนนเส้นนี้มีป้ายปักไว้ว่าถนนไร้ฝุ่น ซึ่งถ้าท่าน ดูป้ายที่ปักไว้กับสภาพถนนที่เป็นอยู่จะเห็นว่าค่อนข้างขัดแย้งวิ่งสวนทางกัน ถนนอย่างนี้ จะเรียกว่าเป็นถนนที่มีประสิทธิภาพหรือปลอดฝุ่นได้อย่างไรนะครับ สภาพนั้นไม่น่าจะเป็น ถนนปลอดฝุ่นด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นข้อกังขาของสังคม เป็นข้อกังขาของ ประชาชนว่าจะเป็นการนำเงินงบประมาณที่ได้มาจากการกู้นั้นไปใช้โดยไม่คุ้มค่าหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความโปร่งใส ถ้ามีความโปร่งใสน้อย แน่นอนครับ ประสิทธิภาพ ของถนนก็ต้องลดน้อยลงตามไปด้วย ปัญหาและอุปสรรคอย่างนี้สมควรที่จะมีการรายงานเอาไว้ เพื่อที่จะได้เตือนสติให้สังคมได้รับรู้ร่วมกันและช่วยกันสอดส่องดูแลมิให้เกิดปัญหาในทำนองนี้ เกิดขึ้นมาอีกในอนาคตข้างหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากเรื่องของโครงการ ถนนปลอดฝุ่นแล้ว โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งอีกโครงการหนึ่งซึ่งกระผม อยากจะกล่าวถึง ก็คือโครงการที่ได้มีการดำเนินการในกระทรวงสาธารณสุข เป็นที่ทราบกันดีนะครับ เช่นกันนะครับ เป็นข่าวครึกโครมมาก เป็นที่ทราบกันของสังคมโดยทั่วไปว่าได้มีการเปิดเผย ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตในโครงการ ซึ่งผลการเปิดเผยนี้ส่งผลให้รัฐมนตรี ๒ ท่านลาออกจากตำแหน่งตามทีมที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีซึ่งได้ลาออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว กระผมขออนุญาตที่จะย้ำเตือนสิ่งที่ประชาชนกังขาและมองว่าเป็นการใช้งบประมาณ ไม่คุ้มค้าซึ่งถือเป็นปัญหาและอุปสรรคอีกประการหนึ่ง โดยสิ่งที่ประชาชนมองว่าน่าสงสัย และถ้าเป็นอุปสรรคนั้น ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธาน ๒-๓ เรื่องดังต่อไปนี้นะครับ
เรื่องแรก เรื่องนี้พูดกันมากเพราะมันมีการจับจ้องมองดูของบุคลากรภายใน หน่วยงานนั้นอยู่ ก็คือเรื่องของการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โดยไม่จำเป็นและไม่ได้เป็นไปตาม ความต้องการของหน่วยงาน เครื่องมือแพทย์ที่ว่านี้ก็คือเครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบแสง อัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) ซึ่งการจัดซื้อเครื่องมือชนิดนี้เป็นการจัดซื้อในลักษณะที่สั่งให้ ทุกโรงพยาบาลชุมชนจัดซื้อ โดยที่โรงพยาบาลไม่ได้ร้องขอ โรงพยาบาลละ ๑ เครื่อง อันนี้เป็นข่าวที่ทุกท่าน เราท่านทราบกันดีอยู่แล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจชีวเคมีในเลือด ผู้รู้หรือกูรูหลายท่าน บอกว่าตามปกติเครื่องมือเหล่านี้โรงพยาบาลไม่มีความจำเป็นต้องจัดซื้อ เนื่องจากว่าเป็น เครื่องมือที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว อาจจะซื้อแล้วใช้งานไม่ได้นานเท่าไรนัก จึงไม่สมควรจัดซื้อ แต่ควรเป็นหน้าที่ของบริษัทที่เกี่ยวข้องที่จะเข้ามาให้บริการโดยไม่คิด มูลค่า
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นที่กังขาของประชาชนก็คือเรื่อง การตั้งงบประมาณการก่อสร้างไว้สูงถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์โดยไม่มียุทธศาสตร์ งบลงทุนนั้น กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ แค่นี้ยังไม่พอครับ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือจัดงบประมาณเพื่อพัฒนา ศักยภาพบุคลากรน้อยมากเพียง ๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ท่านประธานครับ เรื่องการพัฒนา ศักยภาพบุคลากรนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางด้านการสาธารณสุขนั้น ซึ่งกระผมเห็นว่าศาสตร์ทางด้านนี้มีการค้นพบ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มีลักษณะเป็น ไดนามิค (Dynamic) เป็นพลวัตที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องติดตามรับทราบองค์ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้สามารถนำความรู้นั้นไปดูแลผู้ป่วยหรือดูแลคนไข้ ได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นการตั้งงบประมาณในส่วนของการพัฒนาบุคลากรไว้น้อยจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควร เกิดขึ้นในหน่วยงานเช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การตั้งงบประมาณอย่างนี้ก่อให้เกิด อะไรขึ้นครับ ก่อให้เกิดการกระจายทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรมซึ่งอาจจะส่งผลให้โครงการ บริการสุขภาพในระยะยาวนั้นเกิดการบิดเบี้ยวไม่สอดคล้อง ไม่สอดรับกับความเป็นจริงและ ความเดือดร้อนของประชาชน สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลเสียในระยะยาวซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งและถือเป็นปัญหาตลอดจนอุปสรรคในการใช้งบประมาณ ที่ไม่คุ้มค่า เป็นสิ่งที่สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักร่วมกันและป้องกันมิให้ เกิดปัญหาเช่นนี้ในอนาคตด้วยเช่นกัน จึงฝากทางผู้ชี้แจงได้พิจารณาบันทึกหรือมีข้อมูลของ ปัญหาเหล่านี้ไว้ในรายงานนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การกู้เงินภายใต้แผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ผ่านมานั้น เราท่านทราบดีนะครับว่าเป็นการกู้เงินมา เพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศ ถ้าเงินที่กู้มานั้นถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกนำไปใช้ อย่างคุ้มค่า มีความเสียหายในการใช้เงินตามรายทางน้อยหรือไม่มีเลยนะครับ ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เงินที่กู้มานั้นถูกนำไปใช้อย่างไม่คุ้มค่า ไม่ควบคุมดูแลการใช้เงิน ในโครงการต่าง ๆ ให้ดี ให้มีประสิทธิภาพ ประเทศชาติก็จะไม่ได้รับอะไร ผลลัพธ์และ ประโยชน์ที่ได้ย่อมไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ในการกู้เงินแน่นอน แต่สิ่งที่ประเทศชาติ และประชาชนคนไทยได้รับแน่นอนก็คือหนี้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้การเงินการคลังของประเทศไทย อ่อนแอลงมาได้ โครงการใหม่ ๆ ย่อมเกิดขึ้นมาได้น้อยเพราะงบประมาณส่วนหนึ่งต้องถูก นำไปชดใช้หนี้แน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระผมได้กราบเรียนท่านมาทั้งหมดนั้น ถือว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาและเป็นอุปสรรคส่วนหนึ่งเช่นเดียวกัน แต่ต้องกราบเรียนว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการบันทึก จะบันทึกในรูปแบบใดก็ตามแต่ แต่ต้องบันทึกสิ่งเหล่านี้ไว้ เพื่อเตือนสติและถือว่าเป็นประสบการณ์อันเลวร้ายของประเทศที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในอนาคต ต่อไปข้างหน้านะครับ อันนี้ก็ฝากทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้โปรดพิจารณาแล้วก็ นำไปประกอบถ้าเห็นว่าสมควรในการนำเสนอรายงานฉบับต่อไปในโอกาสหน้าก็ได้โปรด บรรจุสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับประชาชนจากอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นนะครับ ที่มาชมการประชุมในขณะนี้ แล้วก็ผู้นำนิสิต คณะรัฐศาสตร์และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรีที่เข้ามาชม รับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เชิญท่านสรรเสริญ สมะลาภา ต่อ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ สำหรับการอภิปรายรายงานการกู้เงินตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ อีกทั้งในเรื่องของรายงานการดำเนิน ผลตามมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ. บริหารหนี้สาธารณะนั้น ผมก็จะขออภิปรายแล้วก็ตั้งข้อสังเกต แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นผมอยากจะเรียนพี่น้องประชาชนแล้วก็เพื่อนสมาชิกแห่งนี้ ว่าถึงความจำเป็น เท้าความไปถึงความเร่งด่วนของการตรา พ.ร.ก. ฉบับนั้น ผมคิดว่าเพื่อน สมาชิกทุกท่านก็คงจะจำได้นะครับ สมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วก็บริหารราชการนั้น สมัยนั้นท่านเริ่มเข้ามาก็คือในช่วงของปลายปี ๒๕๕๑ ตอนนั้นมีวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกนะครับ แล้วก็เป็นหลักฐานปรากฏชัด การขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศเราในสมัยที่ท่าน เพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งนั้นนี่ ในไตรมาส ๔ หรือไตรมาสสุดท้ายของปี ๒๕๕๑ นั้นเศรษฐกิจ เราหดตัวถึง ๔.๒ เปอร์เซ็นต์
ต่อมาในไตรมาส ๑ ในปีถัดไปก็คือปี ๒๕๕๒ หดตัวหนักลงไปอีกครับ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นเป็นวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก แล้วก็ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะ ประเทศไทยประเทศเดียว ลุกลามมาจากสหรัฐอเมริกา ลามมาถึงภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก มาถึงภาคเอเชียของเรา แล้วก็ผลกระทบต่อภูมิภาคเรานั้นเราก็ได้รับผลกระทบทุกประเทศ ไปนะครับ สำหรับประเทศไทยนั้น ณ เวลานั้นมีผู้ตกงานถึง ๗๐๐,๐๐๐ คน นั่นก็เป็นเหตุผล ของความจำเป็นเร่งด่วนที่เราอาจจะต้องรีบตรา พ.ร.ก. ในการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนั้น พ.ร.ก. นี้ถูกตราขึ้นในไตรมาส ๒ ของปี ๒๕๕๒ แล้วก็ ได้ออกแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งขึ้นมา แต่ที่ผมเรียนท่านประธานเพราะว่าแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข้งนั้นไม่ใช่มีเฉพาะ พ.ร.ก. ฉบับนี้ฉบับเดียวนะครับ ยังมีการนำเงินงบประมาณ จากส่วนอื่นมาใช้เพิ่มเติมด้วย สำหรับ พ.ร.ก. ที่ตราขึ้นมาในไตรมาส ๒ ก็คือ พ.ร.ก. ที่เรากำลังอภิปรายแล้วก็มีการรายงานผลกันอยู่ตอนนี้ วงเงินทั้งหมดที่ขอไปตอนนั้น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจริงครับ แต่ถ้าเป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ไม่ได้นำไปใช้ทั้งหมด เพราะว่าใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมีถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกันที่นำไปชดใช้เงินคงคลัง อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเราก็มีโครงการมีรูปแบบของการใช้เงินมานำเสนอต่อสภา แล้วในที่สุดก็ผ่านสภาในสมัยนั้น ผมได้ยินเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายว่าโครงการ ไทยเข้มแข็งนี้กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้จริง หรือไม่ ผมก็ต้องเรียนว่าผลก็พิสูจน์ออกมาแล้วว่าโครงการไทยเข้มแข็งไม่เฉพาะ พ.ร.ก. ฉบับนี้เท่านั้น ยังมีงบประมาณส่วนอื่นที่นำออกมาใช้ด้วยนี่มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ฐานะของประเทศดีขึ้นจริงครับ มาดูตัวเลขนะครับ หลังจากตรา พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง มาแล้วในไตรมาส ๒ ของปี ๒๕๕๒ ไตรมาส ๓ ครับ เศรษฐกิจเราก็หดตัวลดลง จากที่ลบ ๗.๑ ลบ ๔.๙ พอมาถึงไตรมาส ๓ เราก็กลายเป็นลด ๒.๗ แล้วก็มาผงกหัวขึ้นในไตรมาส ๔ ซึ่งบวกถึง ๕.๘ นะครับ ยิ่งไปกว่านั้นนะครับ ในปี ๒๕๕๓ ผลก็สืบเนื่องมาเรื่อย ๆ ทำให้ ในปี ๒๕๕๓ นั้นเศรษฐกิจในประเทศเราขยายตัวถึง ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ และเป็นอัตราที่สูงมากนะครับ ต่างประเทศในภูมิภาคเดียวกันก็ยอมรับเพราะว่าเป็นอัตราที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตอนนั้น ก็มีคำถามครับว่าที่ขยายตัวได้ ๗.๘ เปอร์เซ็นต์สูงสุดในภูมิภาคเอเชียนั้นมันมีผลในเรื่องอื่น เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ตอนนั้นกระทรวงการคลังก็ดีนะครับ สำนักเศรษฐกิจการคลังก็ดีหรือว่า สำนักบริหารหนี้สาธารณะก็ดี รวมทั้งสภาพัฒน์ก็ได้วิเคราะห์แล้วก็ได้ดูมาแล้วปรากฏว่าผลของ เศรษฐกิจที่ขยายตัวถึง ๗.๘ เปอร์เซ็นต์นั้นโครงการ โครงการไทยเข้มแข็งของเรามีส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ขนาดนั้น ที่พูดอย่างนั้น เพราะว่าจริง ๆ พวกเราทุกคนที่ดูในด้านเศรษฐกิจก็พอจะทราบนะครับว่าเศรษฐกิจ ในประเทศไทยของเราพึ่งการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยที่การส่งออกในปี ๒๕๕๒ ก็ดี หรือต้นปี ๒๕๕๓ ก็ดี ตอนนั้นยับติดลบอยู่เลยครับ พูดง่าย ๆ ว่าสถานการณ์ในทั่วโลก ของเรายังไม่ค่อยดี ยังติดลบอยู่ แต่ด้วย พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง แล้วก็แผนปฏิบัติการไทย เข้มแข็งทั้งระบบ ก็สามารถดึงให้เศรษฐกิจขึ้นมาสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียได้ มีการพูดนะครับ ว่างบประมาณได้ถูกนำไปใช้อย่างเหมาะสมหรือไม่ มีการกระจายอย่างเป็นธรรมหรือไม่ แผนการไทยเข้มแข็งทั้งหมดครับ มีอยู่ด้วยกันหลายต่อหลายชิ้น แล้วก็หลายต่อหลาย โครงการ แล้วก็แต่ละโครงการได้ยังประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมากมาย เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานคงจำได้ตอนนั้นเป็นเรื่องที่ฮือฮามาก เราแจกเช็ค ไปทั้งหมด ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี มีน้อง ๆ หนู ๆ พี่น้องประชาชน ในวัยเยาวชนได้รับผลประโยชน์ของโครงการนี้ถึง ๑๒ ล้านคน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็เป็นการริเริ่ม ของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีผู้สูงอายุได้รับไปถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน เบี้ยเลี้ยง อสม. หรืออาสาสมัครสาธารณสุขก็ได้รับไปถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน และยังมีในเรื่องของโครงการ รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ไฟฟ้าฟรี ประปาฟรี อันนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงครับ รับไปอีกเหนาะ ๆ ๓๐ ล้านคน แน่นอนที่สุดนะครับ ในบรรดาผู้ที่ได้รับอานิสงส์หรือได้รับบูรณาประการจาก แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง บางท่านก็อาจจะไม่ได้รับโครงการเดียวอาจจะมีตัวเลขที่ทับซ้อนกันบ้าง แต่ผมเรียนยืนยันกับท่านประธานครับว่าเมื่อบวกตัวเลขรวม ๆ มาทั้งหมดแล้วนี่ อย่างน้อย พี่น้องประชาชนเกินครึ่งหนึ่งของประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากโครงการไทยเข้มแข็งนี้ อันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจครับว่าทำไมโครงการไทยเข้มแข็งถึงได้ประสบความสำเร็จแล้วก็ สามารถดึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยของเราตั้งแต่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามา รับตำแหน่งนี่ตอนนั้นติดลบอยู่นะครับ พอไทยเข้มแข็งออกมาสัมฤทธิผลเต็มที่ในปี ๒๕๕๓ กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเราโตเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย คิดว่าไม่น่าเป็นข้อกังขานะครับว่าโครงการไทยเข้มแข็งนี้มีประโยชน์หรือไม่ ส่วนในเรื่องการ อภิปรายในรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ในเรื่องอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือผมคิดว่า ท่านผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเขาก็คงจะตอบได้ในรายละเอียด แล้วก็ถ้าดู ในรายงานนี้นะครับ ก็เหมือนกับงบประมาณในปีก่อน ๆ หน้าของทุกยุคทุกสมัยแน่นอนที่สุดครับ มันก็จะต้องมีส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย ผมก็ขอโอกาสนี้เรียนท่านผู้แทนทางกระทรวงการคลัง ท่านผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ จริง ๆ แล้ววัตถุประสงค์ของโครงการไทยเข้มแข็ง เรานั้นเราเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็ฟื้นฐานะเศรษฐกิจในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เป็นหลัก และถ้าหากว่าถึงเวลานี้แล้วเกิดว่าไม่มีความจำเป็นในโครงการใดโครงการหนึ่ง หรือว่าไม่เหมาะกับยุคสมัยแล้วก็ไม่มีปัญหาครับ เป็นการบริหารการคลังที่เหมาะสม ประหยัดเงินได้ก็ประหยัด แต่ว่าก็ต้องดูที่เหมาะสมที่จะประหยัดจริง ๆ สำหรับรายงานในการกู้เงินการบริหารหนี้ สาธารณะที่ได้นำเสนอมาก็มีข้อสังเกตหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน แต่ว่าข้อสังเกตหลักของ ผมก็คือว่า ตอนที่รัฐบาลชุดท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตรา พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งนั้น ก็มีเพื่อน สมาชิกหลายต่อหลายท่านก็มีข้อกล่าวหาต่าง ๆ บอกว่าเก่งแต่กู้บ้าง บางท่านก็บอกว่า หารายได้ไม่เป็น เอาแต่กู้บ้าง แล้วเราก็ได้พยายามอธิบายถึงเหตุผลหรือความจำเป็นในการ กู้เงินในยุคสมัยนั้น แต่ก็แน่นอนที่สุดครับ มีการสร้างกระแสต่าง ๆ ว่ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เก่งแต่กู้ ทีนี้พอมาดูรายงานบริหารหนี้สาธารณะแล้วนี่ ถึงเวลานี้ผมคิดว่าเราก็ควรที่จะต้อง นำข้อเท็จจริงมาพูดกัน ตอนที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามารับตำแหน่งนั้น หนี้สาธารณะ ของประเทศไทยเรานั้นอยู่ที่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมระหว่าง ประเทศ บริหารมา ๒ ปีเศษครับ ในปี ๒๕๕๔ ที่รัฐบาลท่านชุดนี้ที่เพิ่งเข้ามาบริหารนั้น ท่านทราบไหมครับว่า หนี้สาธารณะของเราไปอยู่ที่ลำดับไหน ในขณะที่มีการสร้างกระแสบอกว่า รัฐบาลที่แล้วเก่งแต่กู้บ้าง เป็นแต่สร้างหนี้บ้าง แต่ข้อเท็จจริงมันสวนกันครับ เพราะว่า ตลอดเวลาที่เราบริหารมา ๒ ปีกว่า กู้จริงครับ แต่ก็มีการชดใช้หนี้ด้วย แล้วก็ตัวเลข หนี้สาธารณะในปี ๒๕๕๔ นั้น ลดลงจากตอนที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาบริหารเหลือ ๔๑ เปอร์เซ็นต์เศษ สรุปง่าย ๆ นะครับ ตอนที่ท่านเข้ามา ๔๔ เปอร์เซ็นต์ ตอนที่ท่านออก ๔๑ เปอร์เซ็นต์เศษ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ารัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์เราส่งมอบประเทศ ให้กับรัฐบาลชุดนี้ในสภาพที่ดี ในสภาพที่เยี่ยมยอดครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขยายตัว ทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภาระหนี้สาธารณะ หรือระดับหนี้สาธารณะ ต่อจีดีพีก็ลดลง ที่จริงถ้าจะพูดไปถึงการบริหารหนี้สาธารณะนั้น มันก็มีความพยายามของ รัฐบาลชุดที่แล้วในการที่จะลดนะครับ ที่ตรางบประมาณกลางปีในปี ๒๕๕๔ อันนั้นก็เป็น ข้อเท็จจริงที่ต้องนำมาพูดกัน ถ้าท่านประธานยังจำได้นะครับ ในปี ๒๕๕๔ ในช่วงประมาณต้นปี รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการตราพระราชบัญญัติงบประมาณกลางปีขึ้นมา ๑๐๐,๐๐๐๐ ล้านบาท ที่ว่า ๑๐๐,๐๐๐๐ ล้านบาทนั้นนี่ เราไม่ได้นำไปใช้จ่ายทั้งหมดนะครับ ใช้จ่ายเพียง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น อีก ๘๔,๐๐๐๐ ล้านบาทนั้น ได้นำเงินนี้ไปใช้ กลับคืนเงินคงคลัง อันนี้ผมถือว่าเป็นความรับผิดชอบอย่างมากครับ แล้วก็ในบรรดา ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทที่นำไปใช้เงินคงคลังนั้นมีถึง ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทของเงินคงคลังที่นำไป ชำระหนี้ก่อนกำหนดครับ ผมคิดว่าเป็นความรับผิดชอบอย่างสง่างามของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าถ้ารัฐบาลยุคก่อนเห็นแก่ตัวนะครับ ไม่คิดที่จะ ชดใช้หนี้ก่อนกำหนด หรือพอมีเงินที่เก็บได้จากการเก็บภาษีมากขึ้นเกินเป้าแล้วนี่ เราก็ สามารถที่จะตราพระราชบัญญัติที่นำไปใช้จ่ายได้ทั้งหมด พูดง่าย ๆ ว่าเอาเงินไปใช้ ในโครงการของรัฐบาล หรือคิดสร้างโครงการต่าง ๆ ขึ้นมา แต่เราไม่ทำครับ ในทางกลับกัน เรานำเงินถึง ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้หนี้ก่อนกำหนด ตอนนั้นไม่ทราบหรอกครับว่าหลังจากการเลือกตั้งแล้วจะเป็นรัฐบาลชุดไหนเข้ามาบริหาร แต่เราก็แสดงความรับผิดชอบในระยะยาว เราไม่คิดหรอกครับว่าเราจะได้กลับมาหรือใคร จะได้กลับมา หรือใครจะเป็นรัฐบาล แต่เราคิดในเรื่องของผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ ใช้หนี้ไปตอนนั้น ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นอานิสงส์มาถึงรัฐบาลชุดต่อไปซึ่งก็เป็นรัฐบาลชุดนี้ มิฉะนั้นหนี้ก้อนนั้นก็ยังกองอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ แล้วผมคิดว่าในการตราพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๕ รัฐบาลชุดนี้ก็ย่อมที่จะมีภาระมากขึ้น ก็ขอเรียน ท่านประธานนะครับว่าท้ายที่สุดแล้วจากข้อกล่าวหาต่าง ๆ ว่ารัฐบาลชุดที่แล้วมีแต่กู้บ้าง เก่งแต่กู้บ้าง แต่ผลสุดท้ายระดับหนี้สาธารณะพอมาถึงรัฐบาลชุดนี้ลดลงกว่าตอนที่ท่านอภิสิทธิ์ เข้ามาบริหาร แถมยังมีการใช้หนี้ก่อนกำหนดเพื่อที่จะลดภาระกับรัฐบาลชุดต่อ ๆ ไป เพราะว่ารัฐบาลชุดก่อนเห็นแก่ผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว อันนี้ก็เป็นข้อสังเกต ของผมในการรายงานของทั้ง พ.ร.ก. แล้วก็ พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับที่ได้นำเสนอสภามานะครับ แล้วก็ฝากเรียนท่านผู้ชี้แจงแล้วก็ผู้แทนจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะครับว่าอย่างไรเสีย ก็ช่วยดูระดับหนี้สาธารณะให้ดีนะครับ รวมทั้งในเรื่องของในเมื่อภาระของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงินไม่อยู่กับกระทรวงการคลังแล้ว ผมคิดว่าท่านก็มีโอกาสที่จะ ทำให้ระดับหนี้สาธารณะของเราได้อยู่ในระดับที่มั่นคงมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะมี โครงการต่าง ๆ ที่ใช้เงินมากมาย แต่ว่าผมก็ต้องฝากสำหรับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะให้ บริหารหนี้ให้ดีนะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ
ท่านนิยม ช่างพินิจ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตที่จะ สะท้อนสิ่งที่ทางกระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินฟื้นฟูเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ผมนั่งดู รายงานฉบับนี้ครับท่านประธาน ท่านลองเปิดไปทีละหน้านะครับ อุปสรรคปัญหากับ ผลสำเร็จ ผลสัมฤทธิ์ พอ ๆ กันเลยครับ ทุกกระทรวง ทบวง กรม มีหมดนะครับ ผมเลย ทนไม่ได้ครับท่านประธาน จึงลุกขึ้นมาอภิปราย เพื่อสะท้อนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบครับ ผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จ ปัญหา ผมจำได้ว่า พ.ร.ก. กู้เงินฉบับนี้ที่เอาเข้าสภานี่นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่ามีโครงการ มีรายละเอียด ทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจน แต่เป็นอย่างไรครับท่านประธาน ท่านอ่านเล่มนี้นะครับ ทุกอันนะครับ ๑. ผู้รับเหมา ผู้ประกอบการรับงานมากเกินไป ๒. ปัญหาสิ่งแวดล้อม ๓. ปัญหาทำไม่ทัน แล้วยอดคงเหลือเท่าไรละครับที่ยังเบิกจ่ายไม่หมด ผมอยากจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่ชี้แจง เยอะไปหมดเลยครับท่านประธาน ถ้าเอามาเปรียบเทียบนะครับ ท่านประธานครับ กับที่ พ.ร.ก. เพื่อจะฟื้นฟูของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ผ่านไป เมื่อสัปดาห์ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานี่ครับ ท่านลองเปรียบเทียบนะครับ คำว่า ไทยเข้มแข็ง ที่กู้ไป แล้วผลสะท้อนกลับมาเป็นอย่างไรครับ ผมเคยเรียน เคยอภิปรายไว้นะครับ ท่านประธาน ถนนดี ๆ นะครับ แล้วก็ไปรื้อทำใหม่ ไปรีไซกลิ้ง (Recycling) บ้าง อะไรบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าจะแก้ปัญหาแบบนำไปสู่ถึงความยั่งยืน วันนี้เองนะครับ ในพื้นที่ผม ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์แกสั่งเลยนะครับ ถนนที่ผ่านมา ที่ทำใหม่ ซ่อมใหม่ มันพังหมดแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอกเลยนะครับว่าเส้นไหนที่เจอะเจอปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมนี่ ต้องยกระดับเพื่อที่จะแก้ปัญหา นี่เพียงแค่วิสัยทัศน์ตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่กู้ไป ดูจากฟื้นฟูจากไทยเข้มแข็งนี้ครับ กู้ไปตกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาเป็นไทยเข้มแข็ง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาสมทบกระทรวงการคลัง สิ่งที่ผมอยากจะ เรียนให้ท่านประธานทราบนะครับเปรียบเทียบอย่างนี้นะครับ วันนี้เองนี้นะครับไทยเข้มแข็ง มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่าโอเคครับ ท่านประธานครับ มันก็มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ มันกระตุ้นแน่ละครับ แต่ว่าสิ่งความจำเป็นมันแตกต่างกันมาก แล้วเป็นอย่างไรครับ ปี ๒๕๕๔ ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม ทุกกระทรวงนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะถามท่านประธาน ต่อไปนี้ว่าแล้ววันนี้นะครับที่ว่ามีรายละเอียดชัดเจนที่ผมพูดไปช่วงแรกนี้ แล้วเงินที่ยังเหลือนะครับ ที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายนี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเท่าไรครับ ตก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านประธาน ที่ยังตกค้างอยู่นะครับ แล้วผมอยากจะถามว่า ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ้นเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ จะต้องมารายงานที่สภานี้อีกไหมครับ ผมถามนะครับว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมารายงานไหมครับว่าจะขออนุมัติเงินต่อ ต้องรายงานไหมครับ นี่คือคำถามแรกนะครับ
แล้วคำถามที่ ๒ อยากจะทราบโครงการนะครับ รายละเอียดของโครงการ ที่มีปัญหานี้ครับ มันมีทั้งหมดกี่โครงการครับ บางสถานที่ยกตัวอย่างง่ายๆ ท่านประธานครับ โรงพยาบาลชุมชนต้องพูดกันตรง ๆ เปลี่ยนแต่ป้ายครับ จากสถานีอนามัยเขามาเปลี่ยนป้ายใหม่ เปลี่ยนมาเป็นโรงพยาบาลชุมชน ในการบริการเหมือนเดิมครับ ก็เพิ่งจะมีนะครับ มีแต่รัฐบาลยุคนี้ที่มีการรักษาให้คล้าย ๆ โรงพยาบาลนะครับ มีรักษาเพิ่มโรคเบาหวาน ความดันอะไรอย่างนี้ แต่ที่ผ่านมาเปลี่ยนแต่ป้าย นี่หมออนามัยบอกผมเองครับ เท่านั้นเองครับ ท่านประธาน หลาย ๆ สถานที่ถึงกับมาบนบานศาลกล่าวว่าขอให้โครงการนี้สำเร็จเถอะ ขอให้ได้สร้างเถอะ ก็เป็นเม็ดเงินจากโครงการไทยเข้มแข็งนะครับ และวันนี้ท่านประธานครับ ก็เพราะว่าโครงการไทยเข้มแข็งนี้ครับ พี่น้องประชาชนยังครหาถามผมอยู่นะครับว่า ปลัดกระทรวงคมนาคมนี่เป็นเงินไทยเข้มแข็งหรือเปล่าที่มีปัญหาอายัดทรัพย์สินได้ขนาดนี้ ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรต่อหรอกครับ แต่ถ้าอ่านเอกสารฉบับนี้แล้วผมเศร้าใจจริง ๆ ที่ท่านรายงานออกมานี้ครับ ผลสำเร็จกับผลสัมฤทธิ์นะครับ ปัญหาอุปสรรคมากกว่าท่านครับ ตามบรรทัดนี้นะครับ มันแปลกจริง ๆ ผมไม่ต้องอภิปรายต่อก็คงจะถามคำถามไว้โครงการ ที่ยังตกค้างอยู่นี้จะแก้ปัญหาอย่างไร แล้วเงินที่เหลือ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะต้องนำมา เข้าขอสภาแห่งนี้ใหม่อีกไหมครับ ถามแค่นี้ครับ ๒ ประเด็น ขอบพระคุณมากท่านประธานครับ
ท่านก่อแก้ว พิกุลทอง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ครับ ส.ส. พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมเห็น รายงานการกู้เงินตาม พ.ร.ก. ที่กู้เงินมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาฟื้นฟูและเสริมสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจเมื่อปี ๒๕๕๒ ในยุครัฐบาลชุดที่แล้ว ท่านประธานครับ ยอมรับว่า พระราชกำหนดฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ในช่วงนั้น ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกในปี ๒๕๕๒ ก็อยู่ในภาวะที่ตกต่ำ จากเคยบวก ๓ เปอร์เซ็นต์ทั่วทั้งโลกในปี ๒๕๕๑ แล้วก็ลดมาเหลือ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ติดลบ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี ๒๕๕๒ นะครับ ซึ่งทำให้ปัญหากำลังซื้อของต่างประเทศมันน้อยลง ส่งออกลำบาก ทำให้เศรษฐกิจไทยก็พลอยตกต่ำไปด้วย ซึ่งรัฐบาลชุดนั้นก็ได้มีมาตรการในการกระตุ้น เศรษฐกิจโดยการขอกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมากระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ เป้าหมายของพระราชกำหนดฉบับนี้ โดยหลักการแล้วถือว่าดีครับ แต่ที่มันเป็นปัญหาก็คือว่า การดำเนินการตามโครงการนั้นมันมีจุดบกพร่องจำนวนมาก แล้วก็มีสิ่งที่ควรตำหนิติติงไม่น้อยครับ แล้วต้องยอมรับนะครับ มีเงินรั่วไหลมากมาย โครงการไทยเข้มแข็งที่พูด ๆ กันอยู่นี้นะครับ สรุปแล้วก็มีคนเข้มแข็งจริง ๆ ครับ แต่ไม่ใช่ ประเทศไทยครับ มีคนบางคน คนบางกลุ่มเข้มแข็ง แล้วก็เข้มแข็งจนนอนยิ้มมาถึงทุกวันนี้ครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ถ้ามีการกระตุ้นอย่างถูกต้อง เงินก็ต้องหมุนเวียนไปสู่ เขาเรียกว่า ในระบบเศรษฐกิจทุกภาคส่วนนะครับ ตามที่รัฐบาลต้องการที่จะกระตุ้น แต่โดยหลักแล้ว เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามีการกระจายเงินไปดี เงินก็จะหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ประมาณ ๓-๔ รอบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓-๔ รอบ ก็ประมาณ ๑.๒ ล้านล้านบาท ถึง ๑.๖ ล้านล้านบาท ที่หมุนเวียนไป หรือถ้าคิดเป็นอัตราส่วนของจีดีพี ก็ประมาณ ๑๒-๑๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีครับ ท่านประธาน ซึ่งมันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าจากตัวเลขจีดีพีที่เพิ่มขึ้น ในปี ๒๕๕๒ จีดีพี ของประเทศไทยทั้งปีติดลบ ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วมาเพิ่มขึ้นในปี ๒๕๕๓ เป็นบวก ๗.๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งตัวเลขที่บวกขึ้นตรงนี้มี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือจากโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับเลยครับว่าเป็นผลพวงจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ถ้าเราไปดูรายงาน ของสภาพัฒน์ที่เขาให้ข้อมูลมา บอกว่าเศรษฐกิจของไทยที่ฟื้นตัว ไม่ว่าปี ๒๕๕๒ หรือ ปี ๒๕๕๓ เป็นผลพวงจากเศรษฐกิจโลกที่มีการฟื้นตัวอย่างเป็นนัยสำคัญ ส่งผลให้การส่งออก การท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น และที่สำคัญนะครับ ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นมาก เลยทำให้ เศรษฐกิจโดยรวมสูงขึ้น ซึ่งถ้าดูตัวเลขของเศรษฐกิจโลกในปี ๒๕๕๓ ก็มีการเพิ่มขึ้นเป็นบวก ๕ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยทั้งโลกนะครับ ของไทยเวลาติดลบติดลบมากกว่า ในปี ๒๕๕๒ ตอนบวกเราก็บวกมากกว่า ซึ่งถ้าดูตัวเลขโดยรวมแล้วเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราอัดฉีดเข้าไป ถ้าเข้าเป้าตามวัตถุประสงค์ที่ควรจะเป็นเราควรมีจีดีพีบวก หรือเปลี่ยนแปลงขึ้นในทิศทางบวก ประมาณ ๑๒-๑๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีโดยรวม แต่ว่าถ้าดูตัวเลขทั้งหมดจีดีพีของไทย ในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ที่มีการเปลี่ยนแปลง ๒ ปีนั้น มีตัวเลขบวกรวมประมาณ ๑๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ๑๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไปหักตัวเลขของภาวะเศรษฐกิจโลกที่เขามีเพิ่มขึ้น ประมาณ ๕.๕ เปอร์เซ็นต์นั้นแสดงว่าผลพวงจากโครงการไทยเข้มแข็งนั้นทำให้มีตัวเลข ส่วนต่างนั้นแค่ประมาณ ๔.๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง นั่นหมายถึงว่าถ้า ๔.๖ เปอร์เซ็นต์คูณ ด้วยตัวเลขจีดีพีไทยประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท ก็เหลือประมาณ ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ นั้นไม่เป็นไปตามเป้าที่ เศรษฐกิจไทยควรจะหมุนเวียน ๓ รอบ หรือ ๔ รอบนะครับ การที่เศรษฐกิจไทยไม่หมุนเวียน ตามนั้นก็แสดงว่าเงินไม่กระจายไปสู่ประชาชนพี่น้องที่ไม่มีกำลังซื้อ เงินไปกระจุกตัวอยู่ กลุ่มผู้ค้าขายบางกลุ่ม กลุ่มผู้รับเหมาบางกลุ่ม กลุ่มข้าราชการบางกลุ่ม และกลุ่มนักการเมือง บางกลุ่มครับท่านประธาน เงินเลยไม่กระจายไปยังพี่น้องประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น ท่านประธานครับ ผมมาดูโครงการที่ปรากฏตามสื่อ และโครงการที่รายงานมา ตามหลักการ แล้วเงินที่จะกระจายไปยังพี่น้องประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เงินนั้นควรจะกระจาย ไปยังคนที่ไม่มีกำลังซื้อ คนยาก คนจน คนที่ไม่มีรายได้ แต่คนที่มีเงินอยู่แล้วถึงให้เงินไปเขาก็ไปใช้เงินไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่าไรนะครับ แต่ถ้าให้เงินกับ คนที่ไม่มีเงินเลยหรือคนที่มีหนี้สิน หรือคนที่มีรายได้ไม่เพียงพอให้ไปเท่าไรเขาก็ใช้หมดครับ ถ้าเขาใช้หมดเงินก็จะหมุนเวียนในระบบแล้วก็กลับมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ถ้าเกิดเราให้เงิน กับคนที่เขามีเงินอยู่แล้ว เขาก็ใช้เงินไม่หมด พอใช้เงินไม่หมดเขาก็ไปเก็บ เขาไปฝาก เขาไปออมไว้ เงินก็ไม่ถูกนำมาใช้จ่าย เมื่อเงินไม่ถูกนำมาใช้จ่ายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ไม่สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่ควรจะเป็น โครงการของรัฐบาลที่แล้วบางโครงการ ผมเห็นด้วยครับ อย่างเช่นว่าอัดฉีดเงินให้กับผู้สูงอายุ แต่ว่าน่าเสียดายครับโครงการนี้ ไม่มีการแยกแยะว่าคนที่สูงอายุนั้นคนบางกลุ่มเขาก็เป็นคนที่มีฐานะดี เพราะไม่จำเป็นที่เรา ต้องไปช่วยให้เงินเขาครับ แต่คนที่สูงอายุแล้วไม่มีรายได้ คนยากคนจน คนชั้นกลาง อันนี้ เราควรจะให้ เพราะเขาได้เงินตรงนั้นมาใช้จ่าย แต่โดยรวมตรงนี้ก็ยังถือว่าดี หรือเงินที่ให้กับ อสม. ตรงนี้ก็ถือว่าดี เพราะว่า อสม. ส่วนใหญ่ก็เป็นอาสาสมัครที่มีรายได้น้อย ต้องการ ช่วยเหลือสังคม ตรงนี้เขาได้เงินเดือนละ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท เขาก็มาใช้จ่ายหมด แต่โครงการเช็คช่วยชาติให้คนที่มีรายได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท คนละ ๒,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ตรงนี้ผมถือว่าเป็นการใช้เงินไม่ถูกจุด เพราะคนเหล่านั้นเขามีรายได้ครับ คนเขามีรายได้ คนบางคนถึงเงินเดือนเขาไม่มาก แต่ฐานะเขาดี การให้เงินเขาไปเขาก็เอาไปออม ไปเก็บไม่ได้ใช้ ที่จริงตอนนั้นถ้าเกิดรัฐบาลไปให้เงินกับคนที่ไม่มีรายได้ คนที่ยากจน คนที่เดือดร้อนให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท อย่างนั้นจะตรงเป้ามากกว่านะครับ ในโครงการที่กู้เงินมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นอกจากการกระจายเงินไม่เป็นตามเป้าแล้วยังมี ปัญหามากมายนะครับ ที่เรารับทราบกันดีก็คือเรื่องของสินค้าและโครงการที่รัฐบาลยัดเยียด เพื่อให้กับชุมชน ให้กับโรงพยาบาล ให้กับหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ ตรงนี้มีข่าวฉาวโฉ่ มากมาย มีปัญหาที่สร้างความตกอกตกใจแก่สังคม แล้วก็ทำให้เรารู้สึกว่าเงินทองของเรานั้น ถูกใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายอย่างที่ไม่ควรจะเป็น ผมยกตัวอย่างนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ทุกคน ในประเทศไทยก็รับทราบกันดี แล้วก็เป็นสิ่งที่รับรู้ถึงปัญหานี้มาหลายปีแล้วนะครับ อย่างเช่นว่า มีการสั่งให้ซื้อของแจกกับชุมชน โดยที่ชุมชนไม่ต้องการ แถมเป็นของที่ราคาแพง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ในกรุงเทพมหานครที่มีข่าวมากมาย อย่างเช่นว่า ยัดเยียดให้ซื้อเสาไฟฟ้า โซล่าเซลล์ (Solar cell) ยัดเยียดให้ซื้อเครื่องกรองน้ำโซล่าเซลล์ ทั้งที่ในกรุงเทพมหานครนั้น มีไฟฟ้าใช้ครับ โครงการโซล่าเซลล์นั้นเป็นโครงการที่ใช้ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ อย่างเช่น ตามภูเขา ตามท้องถิ่นกันดารนะครับ อันนี้ถ้าเรามีโซล่าเซลล์ไว้เราก็ไม่ต้องไปเดินสายไฟ ระยะทางไกล ๆ ต้องมาลงทุนเรื่องระบบไฟฟ้ามากมาย ซึ่งถ้าเราไปใช้ไฟน้อยแล้วต้องลงทุนเชื่อมโยง สายไฟจากในเขตเมืองไปยังท้องถิ่นหรือไปตามภูเขา อันนั้นอาจจะไม่คุ้มค่า ในที่อย่างนั้น เราจำเป็นต้องใช้โซล่าเซลล์มาช่วย เพราะว่าจะได้ประหยัดในการลงทุนนะครับ แต่ใน กรุงเทพมหานครท่านประธานครับ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้โซล่าเซลล์เลยครับ เพราะว่า การลงทุนโซล่าเซลล์แผงหนึ่ง ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทนะครับ ถ้าเอาไปเทียบค่าไฟในเสาไฟฟ้า ต้นหนึ่งไฟ ๔๐ วัตต์ เปิดทั้งวันทั้งคืน ทั้งเดือน ค่าไฟไม่กี่บาทครับ ทั้งปีก็ไม่กี่ร้อยบาทครับ แต่ถ้า เราไปเพิ่มจ่ายค่าโซล่าเซลล์แผงหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ บาทนี่ ต่อให้ใช้เสาไฟฟ้านั้น ทั้งชาติก็ยัง ไม่คุ้มค่าไฟฟ้าเลยครับท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างดูนะครับ เสาไฟฟ้าปกติที่เขา ซื้อขายกันในตลาดขายต้นละ ๕,๐๐๐ บาท แต่พอเป็นเสาไฟฟ้าที่ใช้โซล่าเซลล์ต้นละ ๓๕,๐๐๐ บาท เพิ่มมา ๓๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ อันนี้เป็นการเสียเงินเปล่า ๆ อย่างตู้เครื่องกรองน้ำระบบโซล่าเซลล์เหมือนกันท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า คนที่คิดเรื่องนี้คิดได้อย่างไร อันนี้เป็นการผลาญเงินของชาติครับ และผลาญเงินกู้ด้วย เราไปสร้างเงินกู้ เราไปกู้เงินมา คนไทยทั้งประเทศต้องมาชำระหนี้ให้ แต่มาทำโครงการประเภทอย่างนี้ครับ เป็นโครงการผลาญสมบัติชาติครับ โครงการผลาญ ภาษีของพี่น้องประชาชนครับ แล้วแถมยังมีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย ตอนนั้นก็ปรากฏ ข่าวนะครับว่ามีการคอร์รัปชันจนถึงเรียกว่าต้องมีการดำเนินคดีต่อผู้ที่ทำการทุจริตคิดมิชอบ หลายราย ตรงนั้นถ้าท่านประธานได้ฟังข่าวชื่อโครงการโครงการหนึ่งก็คือโครงการชุมชน เศรษฐกิจพอเพียง ที่ดำเนินการโดย สพช. หรือว่าสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ที่จริงตอนที่ใช้คำว่า ชุมชนพอเพียง นั้น พี่น้องคนไทยทั้งประเทศก็ติติงไปเหมือนกันนะครับว่า เป็นการใช้ชื่อที่ไม่เหมาะสม เพราะว่าเราก็รับทราบกันดีว่าโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเป็นชื่อ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านเองทรงมีพระราชดำริไว้ในโครงการนี้ ชื่อพอเพียง ๆ พอรัฐบาลชุดนั้นมาทำโครงการชุมชนพอเพียง และไปทำโครงการในทางที่ผิดนะครับ ชื่อโครงการชุมชนพอเพียง แต่สินค้าแพงเพียบ และสินค้าที่แพงโดยที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน เลยทำให้คนมองโครงการนี้ในทางที่ผิด ชื่อคำว่า พอเพียง ก็เลยพลอยเสียหายไปด้วยครับ ท่านประธานครับ ในขณะนั้นผู้บริหารกับบริษัทที่ขายของมีความเชื่อมโยงกัน ผู้อำนวยการ สพช. ตอนนั้นที่มีหน้าที่อนุมัติโครงการต่าง ๆ กับบริษัทที่ขายของ ขายเสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ ขายเครื่องกรองน้ำโชล่าเซลล์ ปรากฏว่าน้องสาวของผู้อำนวยการ สพช. นี้ กลายเป็นผู้ถือหุ้น ของบริษัทที่ขายของครับ ท่านประธานครับ มันจึงเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ผู้บริหาร โครงการกับผู้ขายของมีความเชื่อมโยงเป็นพี่น้องกันครับ ท่านประธานครับ นอกจากนี้บริษัท บริษัทหนึ่งที่ขายของให้โครงการนี้ ปรากฏว่าเป็นผู้ที่บริจาคเงินให้พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่มีการจัดโต๊ะจีนโต๊ะละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ที่มีข่าวใหญ่โตและได้เงินนับร้อยล้านบาท บริษัท บริษัทนี้ก็บริจาคเงินซื้อโต๊ะ ๆ หนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นการชัดเจนว่ามีความเชื่อมโยงกัน ระหว่างผู้ขาย ผู้ซื้อ ผู้อนุมัตินะครับ สุดท้ายก็ปรากฏข่าวชัดเจนนะครับว่าทาง ป.ป.ช. ก็เข้ามา ตรวจสอบเรื่องนี้ ก็มีการสั่งดำเนินคดี ๕ คนนะครับ แต่ว่าการสั่งตรวจสอบและดำเนินคดีนั้น ตอนนี้ก็เงียบไปนะครับ ผมเลยไม่รู้ว่าสุดท้ายจะจบอย่างไร ไม่ทราบว่าจะมีการสั่งฟ้องเมื่อไร อย่างไร แล้วข่าวตอนนั้นก็คือว่า โครงการที่มีการขายของและบังคับซื้อของตอนนั้นก็ทำการ ยุติชั่วคราว มีการเปลี่ยนผู้บริหาร สพช. เปลี่ยนผู้อำนวยการ และรวมทั้งเปลี่ยนผู้กำกับ โครงการนี้จากรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งไปเป็นท่านอื่น ท่านประธานครับ นี่คือตัวอย่างหนึ่ง ของโครงการไทยเข้มแข็งที่มีปัญหา นอกจากโครงการชุมชนพอเพียงแล้ว เมื่อกี้เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านก็มาบอกแล้วนะครับว่าอย่างโครงการทุจริตซื้อเวชภัณฑ์โรงพยาบาล ก็มีการยัดเยียด เหมือนกัน มีการซื้อเครื่องมือแพทย์หลายโครงการ เป็นแบบบังคับซื้อ ซื้อไม่ตรงกับ ที่ต้องการจะใช้ และเงินก็รั่วไหลเยอะ ซึ่งหลายท่านก็อภิปรายมาแล้ว ซึ่งจากผลพวง การคอร์รัปชันเหล่านั้น ท่านประธานครับ ก็มีการทำให้ท่านรัฐมนตรี ๒ ท่านต้องลาออกจาก ตำแหน่ง แล้วมีการตรวจสอบ แล้วก็ดำเนินการกับข้าราชการระดับสูงถึง ๘ คน แล้วก็ นักการเมือง ๔ คน นี่เป็นตัวอย่างของปัญหาโครงการไทยเข้มแข็ง ท่านประธานครับ ผมเองเข้าไปดู ในกรอบวงเงินประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รายงานได้เขียนไว้นะครับ มีงานหลัก ๆ ที่ดำเนินการไป ผมยกตัวอย่างนะครับว่าในสาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตร มีการจัดสรร เงินให้ประมาณ ๕๙,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้มีการทุ่มเงินจำนวนมากให้กับโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและโครงการติดตั้ง ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ท่านประธานครับ การใช้เงิน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ในโครงการทรัพยากรน้ำ สรุปได้ว่าโครงการที่ดำเนินการในภายใต้โครงการไทยเข้มแข็งนั้น เป็นโครงการที่ล้มเหลว ล้มเหลวอย่างไรครับท่านประธานครับ ที่ล้มเหลวเพราะว่าเขาใช้เงิน จำนวนมากไปติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าแล้วก็อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ซึ่งถ้าโครงการนี้ สำเร็จสัมฤทฺธิ์ผลจริง ๆ แล้ว การเตือนภัยเรื่องน้ำท่วมปีที่แล้วควรจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ การฟื้นฟูแหล่งน้ำควรจะมีการจัดทำแก้มลิง ขุดลอก คู คลอง แม่น้ำ หรือบึงรับน้ำ แต่ปรากฏว่า โครงการนี้ใช้เงินเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าพื้นที่ที่อุ้มน้ำ พื้นที่แก้มลิงทั้งหลายแหล่ ก็ไม่ปรากฏผลว่าใช้ได้ผล สุดท้ายทำให้มีน้ำท่วมใหญ่ประเทศไทยมากมาย ถ้าเกิดโครงการ ไทยเข้มแข็งในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ สำเร็จลุล่วงและสัมฤทฺธิ์ผลจริง โครงการเหล่านั้นจะมี ประโยชน์มากครับ ในการป้องกันน้ำท่วม แต่กาลเวลาก็พิสูจน์แล้วครับว่าโครงการนั้น ล้มเหลว การขุดลอก คู คลอง การฟื้นฟูแหล่งน้ำ การฟื้นฟูแหล่งกักเก็บน้ำหรือแก้มลิงนั้น ปรากฏว่าใช้ไม่ได้ผล อ้ายนี่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ไม่สัมฤทธิ์ผลครับ ท่านประธานครับ โครงการต่อมาครับ สาขาขนส่ง สาขาขนส่งนั้นมีการให้เงินไป ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งจากข้อมูลที่ให้มาบอกว่าส่วนใหญ่เป็นการเบิกจ่ายโครงการถนนไร้ฝุ่น และโครงการซ่อม ฟื้นฟูสภาพถนนของกรมทางหลวงชนบท ท่านประธานครับ โครงการถนนไร้ฝุ่น ผมไม่รู้ว่าเกิด อะไรขึ้นครับ แต่โครงการนี้เป็นโครงการที่มีข้อครหามากที่สุดโครงการหนึ่งครับ เขามี การนินทากันนะครับว่าโครงการถนนไร้ฝุ่นนั้นปรากฏว่าเกิดฝุ่นทองไปกองอยู่ที่กระทรวงคมนาคม มากมายครับท่านประธานครับ อย่างที่ปรากฏข่าว อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมมีเงินในบ้าน ตั้งเป็นร้อย ๆ ล้านบาท มีคนตั้งคำถามครับ ขนาดอดีตปลัดกระทรวงคมนาคมยังมีขนาดนั้น แล้วอดีตรัฐมนตรีจะขนาดไหน แล้วคนที่เป็นเจ้านายอดีตรัฐมนตรีจะยิ่งขนาดไหนครับ ท่านประธานครับ มีคนตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัยครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของความล้มเหลวของการใช้เงินเศรษฐกิจพอเพียง ไทยเข้มแข็ง เป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามีการทุจริต คอร์รัปชันมากมาย ขนาดท่านนายกรัฐมนตรีในยุคนั้นบอกว่ามีกฎเหล็ก ๙ ข้อ ๑ ใน ๙ ข้อนั้น ก็คือบอกว่าห้ามคณะรัฐมนตรีในชุดของท่านนั้นมีการคอร์รัปชันมากมาย ไม่จำเป็นต้องปรากฏ หลักฐาน ขอให้มีข่าว ท่านจะดำเนินการปลดออก แต่ท่านประธานครับ อ้ายโครงการไทย เข้มแข็งนี่ มีข่าวคอร์รัปชันอย่างนี้เยอะแยะไปหมด ถึงขนาดว่ามีภาคเอกชน สมาคม หอการค้าออกมาพูดเลยว่ามีการเรียกเงินใต้โต๊ะจำนวนมาก ในครั้งแรกสมาคมหอการค้า ออกมาพูดว่ามีการเรียกเงินใต้โต๊ะโครงการละ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ขนาดภาคเอกชนที่เป็นพวก เดียวกับรัฐบาลยุคนั้นนะครับ ยังออกมาบ่น ออกมาแสดงความรู้สึก ออกมาตักเตือน ติติง รัฐบาล บอกว่ามีการคอร์รัปชันมากมาย แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นครับ ในปีถัดมาสมาคมหอการค้า ออกมาพูดอีกที บอกว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันมาก ๆ เหลือจะทน บอกว่าบางโครงการเรียกรับ คอร์รัปชันถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธานครับ นี่ไม่น่าเชื่อครับ นี่ขนาดรัฐบาลที่บอกว่า นายกรัฐมนตรีนั้นเป็นคนที่มีภาพลักษณ์สะอาด หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก แต่ที่ไหนได้ครับ ท่านประธานครับ หัวไม่สาย แต่หัวหางนี่เต้นเลยครับท่านประธานครับ ขนาดพรรคพวก เดียวกันเองที่เป็นอยู่ในภาคอุตสาหกรรม ภาคหอการค้ายังออกมาโวยวายขนาดนี้ ผมจำได้ดีมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่งไปพูดในงานสัมมนาบอกว่ามีการคอร์รัปชันมาก พูดทำนองว่าท่านไม่รู้จะทำอย่างไรดี ทั้ง ๆ ที่ท่านเองนั้นเป็นคนที่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบ เรื่องการคอร์รัปชัน แต่ดูเหมือนว่าท่านมีปัญหาบางอย่าง มีความอึดอัดใจบางอย่าง ท่านไม่สามารถผลักดันหรือขับเคลื่อนเรื่องการตรวจสอบได้ เหมือนกับว่ามีใบสั่งห้าม ตรวจสอบทำนองนั้นละครับ ท่านเลยต้องออกมาระบายในงานสัมมนางานหนึ่งบอกว่ามีการ คอร์รัปชันมาก ท่านประธานคิดดูนะครับ นักธุรกิจเอย ป.ป.ช. เอย ออกมาพูดทำนอง เดียวกันว่าโครงการไทยเข้มแข็งมีการคอร์รัปชันมากมาย แล้วสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ โครงการก็ดำเนินการไป การคอร์รัปชันต่าง ๆ ที่มีมาก มีหลักฐานมากมาย ก็ไม่ปรากฏว่า คนที่ทำผิด คนที่ทุจริตนั้นถูกดำเนินการอย่างไร ถูกดำเนินคดีอย่างไร เรื่องทุกอย่าง เหมือนกับว่ากำลังจะหายไปกับสายลม ท่านประธานครับ นี่คือปัญหา นี่เป็นการใช้เงินกู้ ที่สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่แปลกหรอกครับ ทำไมถึงมีวาทกรรมเกิดขึ้นว่ารัฐบาลชุดที่แล้วกู้มาโกง ก็ทุกคนออกมาพูดอย่างเดียวกัน บอกว่าโกง โกง โกง และนี่เป็นเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีเงินแล้วออกมากู้ กู้แล้วใช้จ่าย อย่างสุรุ่ยสุร่าย ใช้อย่างฟุ่มเฟือย ใช้อย่างไม่บันยะบันยัง และใช้อย่างไม่ระมัดระวังปล่อยให้ มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมายขนาดนั้น ท่านประธานครับ นี่คือความเจ็บปวดที่สะท้อน ออกมาในยุคนั้น เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกบางท่านออกมาบอกว่าการที่รัฐบาลชุดที่แล้วถูกกล่าวหาว่า กู้มาโกง ไม่จริง แต่ข้อมูลที่ปรากฏข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ มันก็ชัดเจนแล้วก็ยืนยันนะครับว่า การใช้เงินในโครงการไทยเข้มแข็งนั้นมันมีจุดอ่อน มีปัญหา แล้วก็ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ ที่มันควรจะเป็นจำนวนมาก ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลที่แล้วใช้เงินให้ดี ใช้เงินให้ถูกหลัก และมีการควบคุมเงินให้ดี โครงการนี้ก็จะมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยนะครับ แต่ในเมื่อท่านเองนั้น ได้ใช้เงินเหมือนกับว่าถ้าพูดตรง ๆ ท่านประธานครับ เหมือนชาวบ้านพูด เหมือนสามล้อ ถูกหวยครับ อยู่ไม่มีโอกาสได้ใช้เงิน พอมีโอกาสใช้เงินก็ใช้แบบไม่บันยะบันยัง อ้ายนี่เหมือนกัน เหมือนรัฐบาลชุดที่แล้วไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาเป็นรัฐบาล พอได้มาเป็น รัฐบาลก็ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน ก็ใช้กันใหญ่ครับ ใช้ ใช้ ใช้ เหมือนไม่รู้จะอยู่ได้กี่วัน ท่านประธานครับ ก็ลักษณะเดียวกัน นี่คือปัญหาครับ ถ้าเขารู้ว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งได้นาน จะมีโอกาสกลับเข้ามาอีกครั้งเขาอาจจะใช้เงินดีกว่านี้ เขาอาจจะตรวจสอบหรือมีการเลือก โครงการที่ดีกว่านี้ ท่านประธาน หลาย ๆ โครงการผมไปดู อย่างเช่นว่าเรื่องการท่องเที่ยว มีการใช้เงินไป ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จริงเรื่องการท่องเที่ยวนี่อย่าว่า ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เลยครับ ต่อให้เป็นหมื่นล้านบาทผมก็เห็นด้วยครับ เพราะว่าการท่องเที่ยวนั้นมีส่วนช่วย อย่างมากในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย เราอยู่เฉย ๆ มีคน ๑๐ กว่าล้านคน ๒๐ ล้านคน เขาเอาเงินมาให้บ้านเรา เขาเอาเงินมาให้ถึงที่ ถ้าเราไปอำนวยความสะดวก ไปปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวให้สวยงาม ให้สะดวกสบายน่าไปเที่ยว มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย มีความทันสมัย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีความสะอาดสะอ้าน ท่านประธานครับ ถ้าเราไปปรับปรุงอย่างนี้ต่อให้ใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเอง ก็สนับสนุนครับ ผมไปดูเงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรากฏว่าส่วนใหญ่ไปใช้ในการทำถนน แล้วก็ทำน้ำประปา ท่านประธานครับ มีหลายส่วนที่เราน่าจะทำในโครงการการท่องเที่ยว อย่างที่เราเห็นละครับ เวลาเราไปเที่ยวประเทศไหนสิ่งที่เป็นปัญหาทุก ๆ ที่ ทุก ๆ ประเทศ ที่คนที่เป็นนักท่องเที่ยวมักจะเจอและมักจะบ่นกันก็คือห้องน้ำห้องท่า หรือความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาดของสถานที่ท่องเที่ยว ประเทศไทยก็เหมือนกันครับ อย่าว่าต่างชาติมาเที่ยวเลยครับ ชาวยุโรปเขามีมาตรฐานชีวิตที่ดี ชาวอเมริกา ชาวญี่ปุ่นเขามีมาตรฐานชีวิตที่สูง บ้านเมือง เขาสะอาดสะอ้านพอมาเที่ยวบ้านเราห้องน้ำก็หายาก มีแล้วก็ไม่สะอาด น้ำก็ไม่ค่อยมี สกปรกไปหมด ทำไมรัฐบาลไม่เอาเงินไปสร้างห้องน้ำ ๕ ดาวบ้างล่ะ ติดแอร์ครับ แล้วให้ภาคเอกชน มาช่วยบริหารเก็บสตางค์ไปเลยครั้งละ ๕ บาท ๑๐ บาท รัฐบาลลงทุนให้นะครับ ที่ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทำทั่วประเทศก็เงินก็ไม่กี่พันล้านบาทครับ ทำไม ไม่ทำกันบ้าง โครงการอย่างนี้นะครับ ใครมาประเทศไทยก็รู้สึกว่าประเทศไทยมีห้องน้ำดี น่าใช้ สะดวกสบาย นี่ถ้ารัฐบาลที่แล้วใช้เงินจำนวนมากไปทำโครงการแบบนี้ก็น่าสนใจ หรือไม่ไปทำถนนทางเข้าให้สะดวกสบาย ถนนไม่ต้องใหญ่ครับ เวลาผมไปยุโรปถนนเขา ๒ เลนครับ ถนนเขาดูดีเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการจัดระเบียบดี มีความสะอาด ถ้าเราทำ สถานที่ท่องเที่ยวให้มันเป็นระเบียบเรียบร้อยมีความสะอาด มีป้าย มีอะไรให้สวยงาม ให้ดูทันสมัย แยกพื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ที่คนอยู่ พื้นที่ร้านค้า ทำทุกอย่างให้ดู ทันสมัย สะอาดและสวยงาม ท่านประธานครับ ใช้เงินไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ไม่เป็นปัญหาครับ แต่นี่เปล่าครับ ใช้เงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปเน้นในสิ่งที่ซ้ำซ้อน กับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็เสียโอกาสไปครับ ท่านประธานครับ เงินเหล่านี้ เป็นตัวอย่างของการใช้เงินที่น่าเสียดายครับ เราใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แทนที่เงินตัวนี้ จะหมุนเวียนไปมาและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้มาก สุดท้ายก็ได้กลับคืนมาแค่บางส่วนเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของความล้มเหลวของโครงการนี้ ถ้ารัฐบาลที่แล้ว มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์มากกว่านี้ไม่แน่ครับ เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่านนี้อาจทำ ให้พื้นที่ประเทศไทยหลายส่วนดูดีขึ้น มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากนะครับ แต่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ผ่านมาดูเหมือนว่าประเทศไทยแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อย่างที่เราเห็นกันทันตาครับ ท่านประธานครับ ที่จริงเงินขนาดนี้เงินจำนวนมากจริง ๆ ครับ ถ้าไปทำอะไรให้ดูดีมันเยอะจริง ๆ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าทำรถไฟความเร็วสูงจากจังหวัดเชียงใหม่ มากรุงเทพฯ ก็ได้เลยครับ ท่านประธานครับ ได้แล้วก็เหลือเป็นแสนล้านบาทครับ ท่านประธานครับ นี่ก็จะเห็นชัดเจนว่าเราใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เงินเป็นเบี้ยหัวแตก แล้วก็หายไปตามสายลม หายไปตามสายน้ำ หายไปในกระเป๋าคนบางกลุ่ม เพราะฉะนั้น โครงการไทยเข้มแข็งได้พิสูจน์ตัวมันเองแล้วครับว่าสุดท้ายมันเป็นการที่ทำให้คนบางคน เข้มแข็งครับ เศรษฐกิจของคนบางคนเข้มแข็งและมีเงินเพียงพอในการที่จะใช้ในการเลือกตั้ง อีกหลายครั้งครับ ท่านประธานครับ แต่คนไทย ประเทศไทยไม่ได้เข้มแข็งตามที่โครงการนี้ได้ วาดภาพไว้ ตามที่โครงการนี้ได้วางวัตถุประสงค์ไว้ครับ ท่านประธานครับ ผมเองก็ขออนุญาต ติติงมาแล้วก็แสดงความรู้สึกและแสดงความห่วงใยในโครงการนี้ครับ ถ้าในวันข้างหน้า ถ้าเรามีโครงการลักษณะนี้อีกก็ขอให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยกันตรวจสอบกันอย่างเต็มที่และขอให้ ผู้ที่ดำเนินโครงการมีความระมัดระวังและเลือกโครงการที่ดี ที่เป็นประโยชน์ ที่จะทำให้เงินนั้น เข้าถึงคนทุกกลุ่ม เข้าถึงคนที่ไม่มีสตางค์ซื้อให้เขาได้มีเงินและเอาเงินมาใช้จ่ายเต็มที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่เราหวังให้มันจะเป็นนะครับ ท่านประธานครับ ผมเองก็ฝาก ความห่วงใยไปยังรัฐบาลชุดนี้ครับ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการไทยเข้มแข็งในยุครัฐบาลที่แล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้ก็มีการออกพระราชกำหนดเพื่อกู้เงินไปปรับปรุงระบบป้องกันน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เรียนไปยังรัฐบาลชุดนี้นะครับว่าขอให้ท่านตรวจสอบการใช้เงินอย่างเต็มที่ อย่าให้มีการทุจริต คอร์รัปชันเหมือนรัฐบาลชุดที่แล้วนะครับ
ท่านก่อแก้วครับ ผมว่าต้องสรุปแล้วครับ เพราะเหลือท่านจะขออภิปรายอีกหลายท่าน ต้องสรุปแล้วครับ
ผมก็ฝากความห่วงใยเท่านี้ครับ ก็ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญ คุณมนพร เจริญศรี ครับ ท่านจุรินทร์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิง แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายไปในเวลาเดียวกัน กราบเรียนกับ ท่านประธานว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกซีกรัฐบาลบางท่านได้อภิปรายไปนั้นไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง ทั้งหมดทุกประการ มีหลายประเด็นที่มีการบิดเบือน ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปราย แสดงความเห็นว่าอยากให้สภาชุดนี้ได้มีการตรวจสอบการใช้เงินอย่างเต็มที่ อย่าให้มีการทุจริต แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่เพื่อนสมาชิกต่อเติมไปอีกคำหนึ่งว่า อย่าให้มีการทุจริตเหมือน รัฐบาลที่แล้ว เพราะว่าโดยข้อเท็จจริงสภาชุดนี้ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซีกของฝ่ายค้านว่าการใช้เงินของรัฐบาลชุดนี้ในการดำเนินการในสภา ที่ผ่านมาได้มีการใช้เงินไปในทิศทางที่ไม่สุจริตอย่างไร ตัวอย่างที่ปรากฏชัดเจนเมื่อไม่นานมานี้ ก็คือการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจการใช้เงินของรัฐบาลชุดนี้กรณีการแก้ปัญหาน้ำท่วม เช่น ในเรื่องของการทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพ การทุจริตการจัดซื้อเต็นท์ ข้าวกล่อง ต่างประเทศ ให้งบประมาณ ให้ของมาใช้ ไม่ใช้กลับไปซื้อเพื่อที่จะมีการหาผลประโยชน์ จนในที่สุด สิ่งที่ท่านเรียกร้องอยากให้ ป.ป.ช. เข้ามาจัดการ ผมคิดว่า ป.ป.ช. เขาไม่ละเลย การดำเนินการทุจริตโครงการใดก็ตาม ถ้าเข้าสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช. ป.ป.ช. เขาก็ดำเนินการ ท่านมีข้อสงสัยว่าโครงการไทยเข้มแข็ง ทำไม ป.ป.ช. จึงไม่ดำเนินการ ไม่มีการลงโทษ ก็เพราะมันยังไม่มีการตรวจพบการทุจริตอย่างไรครับ แต่ถ้าตรวจพบการทุจริต ผมเชื่อว่า ป.ป.ช. เขาก็ต้องดำเนินการ แต่อย่างน้อยที่สุดบัดนี้ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการแล้ว กรณีการจัดซื้อถุงยังชีพ กรณีการทุจริตน้ำท่วมของรัฐบาลชุดนี้ ป.ป.ช. ได้มีมติดำเนินการ แล้วก็ลงโทษไป อันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ป.ป.ช. เขาก็ทำหน้าที่ของเขา และสภาชุดนี้ที่ท่าน เรียกร้องให้ทำหน้าที่ สภาชุดนี้ก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วในการตรวจสอบการใช้เงิน งบประมาณแผ่นดินถึงขั้นส่งให้ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. ก็ดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ นี่คือเบื้องต้นที่กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนทำความเข้าใจ กรณีการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ตามโครงการไทยเข้มแข็งก็เช่นกัน กระผมต้องขออนุญาตใช้สิทธิตรงนี้ เพราะในช่วง ระยะเวลาหนึ่งกระผมได้เข้าไปรับผิดชอบเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาล ชุดที่แล้ว ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เมื่อผมเข้าไป ตามคำสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมได้เข้าไปดำเนินการทบทวนโครงการ ใหม่ทั้งหมด มีการดำเนินการปรับราคา ปรับปริมาณจนกระทั่งเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายว่า เป็นขั้นตอนกระบวนการที่ดำเนินการอย่างโปร่งใส แล้วก็ได้ดำเนินการไปจบสิ้นตามขั้นตอน กระบวนการแล้ว อันนี้ก็คือสิ่งที่ต้องกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อไม่ให้เป็นเรื่องคาราคาซัง ต่อไป ที่มีแต่คำพูดว่ามีการทุจริตในเรื่องนี้ แล้วโครงการนี้ก็ได้ดำเนินการไปเกือบจะเรียกว่า ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว นอกจากนั้นขอใช้เวลากับท่านประธานตรงนี้ในการที่จะ ชี้แจงทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งที่แสดงความคิดเห็นที่กระผมคิดว่าไม่ตรงกับ ความเป็นจริง ซึ่งเกี่ยวพันกับงานในความรับผิดชอบของผมเช่นเดียวกันในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านบอกว่าโรงพยาบาลชุมชนใช้งบไทยเข้มแข็งทำแค่ เปลี่ยนป้ายเท่านั้น ขออนุญาตทำความเข้าใจกับท่านประธานว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงครับ นอกจากไม่จริงแล้วยังเป็นความเข้าใจผิดของผู้อภิปรายด้วย เพราะความจริงกรณีที่ท่านพูด ไม่น่าจะหมายถึงโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งก็คือโรงพยาบาลอำเภอ แต่ท่านคงจะตั้งใจให้หมายถึง กรณีการยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งกรณีของ การยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนั้น ขออนุญาต กราบเรียนครับว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว เพื่อเป้าหมายในการที่ต้องการ จะยกระดับการบริการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึงในหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงระดับอำเภอ นโยบายยกระดับสถานีอนามัยขึ้น เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. จึงเกิดขึ้น และเมื่อผมเข้าไปได้ ดำเนินการภายในระยะเวลาแค่ปีครึ่งครับ สามารถยกระดับสถานีอนามัยซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ๙,๗๕๐ แห่ง ขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลครบทั้งหมด ใช้งบประมาณ ไทยเข้มแข็งรวมกันประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นครับ และการยกระดับสถานีอนามัย ขึ้นเป็น รพ.สต. ที่ว่า ไม่ใช่แค่เปลี่ยนป้าย แต่ทุกแห่งจะต้องเข้าเกณฑ์อย่างน้อย ๔ ข้อ ถ้าจะยกระดับ ๑. ทางด้านกายภาพ อาคาร สถานที่จะต้องพร้อมครับ ๒. เครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์จะต้องมีความพร้อม เช่น เว็บแคม (Webcam) เป็นต้น ที่ผู้ป่วย สามารถไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสามารถถ่ายทอดสดไปยังโรงพยาบาล ชุมชน หรือโรงพยาบาลอำเภอให้แพทย์นั่งวินิจฉัยที่นั่น ถ้าไปไม่ทัน และแพทย์สั่งการให้ แก้ปัญหาได้ทันท่วงที อย่างน้อยเครื่องไม้เครื่องมือก็เป็นเงื่อนไขประการที่ ๒ ที่ต้องมี ความพร้อมจึงจะยกระดับเป็น รพ.สต. ได้ และประการที่ ๓ บุคลากร ปกติตอนเป็นสถานีอนามัย ท่านคงทราบครับว่าจะมีเจ้าหน้าที่ ๑ คนบ้าง ๒ คนบ้างเป็นสถานีอนามัย แต่ถ้าจะยกระดับ เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะต้องมีอย่างน้อย ๔ ตำแหน่ง ๑. หัวหน้าสถานีอนามัย จะได้รับการยกระดับเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ๒. จะต้องมี พยาบาลวิชาชีพ คำว่า พยาบาลวิชาชีพ คือพยาบาลที่เรียนจบปริญญาตรีมาจริง ๆ และถึงขั้น ที่จะต้องไปฝึกอบรมเวชปฏิบัติ คือทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแพทย์ได้ นอกจากนั้นก็จะต้องมี ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขที่เขาจบปริญญาตรี และตำแหน่งที่ ๔ อาจจะเป็นเภสัชชุมชน หรือเป็นแพทย์แผนไทยที่จบปริญญาตรี ต้องครบ ๔ ตำแหน่ง จึงจะถือว่าเข้าเกณฑ์ข้อที่ ๓ ยกระดับเป็น รพ.สต. ได้ และเกณฑ์ข้อที่ ๔ ต้องปรับปรุงระบบบริหารจัดการให้เป็น โรงพยาบาล ๓ ดี คือบรรยากาศดี บริการดี บริหารจัดการดี เมื่อครบ ๔ เงื่อนไขนี้แล้วจึง ยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้ แล้วเราก็จัดงบไทย เข้มแข็งให้ไปตามเกณฑ์ สถานีอนามัยขนาดเล็กยกระดับเป็น รพ.สต. ขนาดเล็กก็ให้ไป ๔๐๐,๐๐๐ บาท ใหญ่ขึ้นก็ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ใหญ่ขึ้นไปอีกก็เป็น ๖๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือ การดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนป้ายจากสถานีอนามัยขึ้นเป็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ รพ.สต. ที่ว่านี้ก็จะต้องทำงานร่วมกับกลไกอื่น ๆ อีก ๓ กลไก ที่เรียกว่านโยบายหัวใจ ๔ ดวง ที่ต้องทำงานสอดรับกัน ดวงที่ ๑ รพ.สต. หัวใจดวงที่ ๒ ต้องทำงานร่วมกับ อสม. หัวใจดวงที่ ๓ ต้องมีแผนสุขภาพตำบลเพื่อเป็น เข็มทิศชี้ทางว่าเราจะเดินหน้าการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนในตำบลอย่างไร และหัวใจดวงที่ ๔ คือกองทุนสุขภาพตำบล ที่รัฐบาลเขาจัดงบประมาณไปให้ในตำบลร่วมกับ หน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะดำเนินการให้มีเงินงบประมาณก้อนหนึ่งนอกจาก งบปกติสามารถใช้เดินหน้าแก้ปัญหาร่วมกับหัวใจอีก ๓ ดวง ในการแก้ปัญหาสุขภาพอนามัย ให้กับพี่น้องประชาชนในตำบล ทั้งหมดนี้เข้าเกณฑ์ครบถ้วนจึงยกระดับ และในยุคที่รัฐบาล ชุดที่แล้วเข้าไป ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเราสามารถยกระดับครบถ้วนเลยครับ จากสถานีอนามัย ๙,๗๕๐ แห่ง ขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลครบทั้งหมด นอกจากนั้นยังเตรียมบุคลากรไว้ให้อีก โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบจัดสรรอัตรา ทั้งหมด ๑๖,๐๐๐ อัตรา เพื่อบรรจุในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อที่จะได้ก้าวเข้าสู่การพัฒนาระยะที่ ๒ จากระยะที่ ๑ เน้นในเรื่องของกายภาพและเงื่อนไขกลไกต่าง ๆ ระยะที่ ๒ จะได้เดินหน้า เข้าสู่ยุคแห่งคุณภาพ โดยยุคแห่งคุณภาพก็มีแผนงานที่จะเตรียมการอะไรไว้ทั้งหมดสำคัญคือ เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาท่านอย่าทิ้งเรื่องนี้ครับ ท่านจะต้องเดินหน้าต่อไปนำ รพ.สต. ที่พวก กระผมยกระดับขึ้นมาครบถ้วนแล้ว ๙,๗๕๐ แห่งให้เดินหน้าเข้าสู่ยุคคุณภาพให้ได้และต้อง ให้ความสำคัญกับ รพ.สต. เพื่อให้เป็นหัวใจและกลไกสำคัญที่จะดูแลสุขภาพอนามัย ประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชน ตำบลและให้ประชาชนต่างจังหวัดในหมู่บ้าน ชุมชนสามารถ เข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างครบถ้วน ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องที่ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ กับ ท่านประธานเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ขอบคุณครับ
ท่านมนพร เจริญศรี
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอให้ความเห็นต่อรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง พ.ศ. ๒๕๕๒ ท่านประธานคะ ดิฉันมีมุมมองที่ แตกต่างจากผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่าน ดิฉันมีมุมมองถึงการก่อหนี้สาธารณะเพิ่มของสำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะประมาณว่าถ้าแผนการก่อหนี้เพิ่มประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงสุด ๕๘ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๕๕๕ และแนวโน้มของ หนี้สาธารณะได้มีผลต่อจีดีพี ที่จะเกิดขึ้นกรณีการลงทุนของเอสพี ๒ (SP2) และแนวโน้มของ หนี้สาธารณะจะส่งผลต่อจีดีพี ที่สูงสุดในระดับร้อยละ ๖๐.๘ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ณ สิ้นปี ๒๕๕๖ นอกจากนั้นยังมีงบลงทุนโครงการไทยเข้มแข็งในส่วนของรัฐวิสาหกิจ ๓ ปี ในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ถึง ๒๕๕๕ วงเงินงบประมาณประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะพบว่าต้นทุนเหล่านี้ได้กลายเป็นหนี้สาธารณะในอนาคตจากนโยบายกระตุ้น เศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลต้องจ่ายคืนอย่างแน่นอน ในอดีตที่ผ่านมาค่ะท่านประธาน ไม่เคยมี รัฐบาลที่สามารถจ่ายหนี้คืนเหล่านี้ได้ ในที่สุดภาระเหล่านี้ก็จะตกเป็นภาระของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ในบางโครงการในระยะสั้นนั่นหมายถึงเอสพี ๑ (SP1) นั้น ได้ประสบความล้มเหลวในการบริหารจัดการ เพราะโครงการเหล่านั้นไม่มีความโปร่งใส ขาดกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นระบบและชัดเจน เช่น โครงการการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ พบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. หรือเทศบาล เมื่อรัฐบาลได้โอนเงินไป ก็ปรากฏว่าไม่ได้ใช้เงินของผู้สูงอายุเหล่านั้นไปจ่ายกลับเอาเงินเหล่านั้นไปใช้จ่ายในโครงการอื่น จึงทำให้ภาระของผู้สูงอายุนั้นมีความยากลำบากและเดือดร้อน ต่อมาวันนี้ค่ะ รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ได้รับทราบปัญหานี้เราจึงได้ตั้งงบประมาณเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุไว้คนละส่วน โดยไม่ได้เอาเงินงบประมาณก้อนนี้ไปรวมไว้ในเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ที่อุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มค่าครองชีพเบี้ยผู้สูงอายุ ตามขั้นบันได เช่น ๖๐ ปี ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ๗๐๐ บาท ๘๐ ปี ๘๐๐ บาท ๙๐ ปีขึ้นไป ๑,๐๐๐ บาท นี่คือความจริงใจของรัฐบาลที่มีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่ใช่เพียง การตั้งโครงการเพื่อประชานิยมหรือเพียงเพื่อต้องการสร้างฐานคะแนนเสียงเตรียมไว้ ในการเลือกตั้งเพียงเท่านั้น งบประมาณเหล่านี้ได้ถูกหว่านออกไปโดยไม่เกิดประโยชน์ เท่าที่ควร งบประมาณในส่วนน้อย ๆ หรือราว ๆ ประมาณ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นค่ะ ที่ถูกนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน เช่น นโยบายจ่ายเช็ค ๒,๐๐๐ บาทช่วยชาติ นโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี นโยบายเงินอุดหนุนอาสาสมัครสาธารณสุขหรือ อสม. ที่อาจลงไป ในระบบเพื่อกระตุ้นรายจ่ายภายในครัวเรือน แต่ปรากฏว่าชนชั้นกลางไปจนถึงชนชั้นล่างไม่มี ผลสัมฤทธิ์หรือไม่สามารถประสบผลสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้แต่อย่างใด ท่านประธานคะ โครงการบางโครงการหรือโครงการส่วนใหญ่ได้มีการแก้ไขปัญหาที่ ปลายเหตุมากกว่าที่จะไปแก้ไขปัญหาสาเหตุอย่างแท้จริงซึ่งสุดท้ายเสมือนว่าเอางบประมาณ เหล่านั้นไปละลายแม่น้ำ เช่น โครงการการจัดการบริหารน้ำซึ่งใช้เม็ดเงินโครงการไปถึง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ โดยคาดหวังว่าจะสามารถใช้เงินงบประมาณเหล่านี้ไปช่วยผันน้ำจากเขื่อน เข้าสู่ไร่นาเกษตรกรโดยตรง แต่ถึงกระนั้นค่ะ ในปลายปีงบประมาณ ๒๕๕๓ กลับประสบปัญหา อุทกภัย นั่นก็คือน้ำท่วมมหาศาล แล้วนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งค่ะที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์จะต้องกู้เงินอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ท่านประธานคะ การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุดังกล่าวแทนที่รัฐบาลขณะนั้นจะนำเม็ดเงินมาแก้ปัญหาสินค้า ทางการเกษตรตกต่ำเนื่องจากมีปริมาณสินค้ามากกว่าความต้องการที่ซื้อจริง ซึ่งทางออกของ ปัญหาก็คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรที่มีราคาสูงขึ้นซึ่งจำเป็นที่จะต้องใช้การวิจัย การตลาด เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์แทนที่จะเป็นปริมาณน้ำซึ่งเป็นปัญหาสำหรับ บางพื้นที่ของทางการเกษตรเพียงเท่านั้น โครงการจัดการน้ำที่จัดสรรลงไปที่มากถึง ๑๗ เปอร์เซ็นต์จึงล้มเหลวค่ะ นอกจากนั้นยังมีโครงการต้นกล้าอาชีพที่ล้มเหลวอีกเช่นกัน นั่นก็เพราะโครงการต้นกล้าอาชีพเป็นเพียงความต้องการที่ต้องการเบี้ยหรือว่าเงินค่าตอบแทน ในการฝึกงานเท่านั้น โครงการดังกล่าวไม่สามารถเห็นภาพอย่างชัดเจนว่าหลังจากมีการฝึก อาชีพแล้วประชาชนจะสามารถดำเนินธุรกิจของตนเองได้หรือไม่ หรือเมื่อลงทุนตามอาชีพ ที่ตนเองไปฝึกแล้ว ธุรกิจดังกล่าวจะไปรอดหรือไม่ นี่ก็เป็นอีก ๑ โครงการค่ะ จากปัญหา ทั้งมวลค่ะท่านประธาน จะเห็นว่าการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้เกิดปัญหาและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นโดยดิฉันจะขอสรุปให้เป็นประเด็นแล้วก็ เป็นข้อดังนี้ค่ะ นั่นก็คือปัญหาและแผนงานถูกจัดไว้อย่างกระจัดกระจายและกระจุกตัวอยู่ ในเศรษฐกิจตัวเมืองทิศทางของแผนเอสพี ๒ มุ่งเน้นไปในทางด้านการขนส่ง ชลประทาน พลังงานและการศึกษาไม่ได้มาจากการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างแท้จริง
ข้อที่ ๒ เป็นการขาดความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาระยะยาวเพราะมาตรการ ต่าง ๆ ที่ออกมาล้วนเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าในระยะสั้นเอสพี ๑ โครงการ แต่ละโครงการไม่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนทั้งที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว รวมทั้ง ขาดการประชาสัมพันธ์ว่าการทุ่มเงินงบประมาณลงไปในแต่ละโครงการนั้นจะสะท้อน ให้ประชาชนได้เห็นอย่างไรว่าเขาจะยืนอยู่ได้อย่างไรในภาวะเศรษฐกิจถดถอยเช่นนี้แล้วก็ ควรจะมีระบบการตรวจสอบการทุจริตอย่างเป็นระบบ แล้วไม่เห็นเลยค่ะว่ามาตรการ ที่ชัดเจนในการหาเงินเข้าประเทศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทำให้เกิดกระแสเปรียบเทียบ ตลอดเวลาค่ะว่าระหว่างรัฐบาลอภิสิทธิ์กับรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ของการทำงานจนเกิด กระแสที่บอกว่าทำไมจะต้องมีการเปรียบเทียบในภาวะผู้นำของ ๒ ท่านเหล่านี้ นั่นก็คือ ความเชื่อมั่นถดถอยลงค่ะ
ในประเด็นที่ ๓ มาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจของเอสพี ๑ และเอสพี ๒ นั้น เน้นเป้าหมายที่ผ่านตัวชี้วัด นั่นก็คือจีดีพี เน้นการผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อการขยายตัวของ ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศเท่านั้น ในที่สุดก็ไม่พ้นวังวนเดิม ๆ ตลอดช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกประสบวิกฤติถดถอย เกิดการหดตัวของตลาดและนั่นก็คือจะส่งผลโดยตรง อย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของไทยที่พึ่งพิง พึ่งพาภาคเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
ประการสุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันขอเสนอให้ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสสนับสนุนเศรษฐกิจในเชิงสร้างสรรค์ ผ่านวิถีทางของ ภูมิปัญญาชาวบ้านหันมามองเศรษฐกิจภายในประเทศโดยเฉพาะการจัดระบบสหกรณ์ ที่เข้มแข็ง มีอำนาจในการต่อรองในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต การขนส่ง การกำหนดราคา สินค้า และการเข้าถึงแหล่งทุน ดังเช่นรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้เพิ่ม เงินกองทุนหมู่บ้านจากหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นหมู่บ้านละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ได้จัดสรรเงินกองทุนเอสเอ็มแอลขนาดเล็ก ๓๐๐,๐๐๐ บาท ขนาดกลาง ๔๐๐,๐๐๐ บาท และขนาดใหญ่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นั่นก็รวมไปถึงเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี นั่นย่อมแสดง ให้เห็นว่าประชาชน ๑ เสียงเท่ากันเขามีสิทธิที่จะเข้าไปถึงแหล่งทุน มีสิทธิที่จะใช้ทรัพยากร ซึ่งเป็นเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพคะ ไม่ว่าสถานะของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะอยู่ในสถานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล พวกเรามาจากพี่น้องประชาชน ดิฉันเองในฐานะ ส.ส. ซีกรัฐบาลดิฉันก็อยากจะเห็นการทำงานของคณะรัฐมนตรีได้มีโอกาส ใช้เงินงบประมาณที่มาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ นั่นก็คือจะทำให้ประเทศของเรามีความเข้มแข็งต่อไปในอนาคต ขอบคุณค่ะ
ท่านสาทิตย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้ววาระ ที่สภากำลังพิจารณาอยู่ในวันนี้เป็นการพิจารณารายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ความหมายก็คือว่าสิ่งที่สภากำลังพิจารณานั้น เป็นเรื่องซึ่งค่อนข้างที่จะผ่านมาหลายปีแล้ว เหตุนั้นเกิดต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๕๒ นับระยะเวลาก็ผ่านมาแล้วประมาณ ๓ ปี หรือเรียกว่า ๓ ปีเศษ ๆ ประเด็นที่สภากำลังพิจารณานั้นเป็นรายงานการกู้เงิน ซึ่งเป็นขั้นตอนของกฎหมายที่จะต้อง รายงานต่อสภา ในกรณีที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมานั้นได้ตราพระราชกำหนดขึ้นเพื่อที่จะให้มีการกู้เงิน ในขณะนั้น และเป็นเงินกู้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผมเอง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงได้มีตำแหน่งในทางด้านการบริหารด้วยในขณะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกต่อรายงานฉบับนี้ ก็มีความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก เหตุผลก็เพราะว่าหลายคนที่ลุกขึ้นอภิปรายนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากซีกรัฐบาล เห็นได้ชัดว่าแนวความคิดคงจะมาจากคนคนเดียวหรือคนกลุ่มเดียวที่มี การวิพากษ์วิจารณ์เงินกู้ตามพระราชกำหนดในขณะนั้นเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่ เรียกกันว่าแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งไปในทางที่เป็นลบ บางท่านถึงขนาดพูดว่าเป็นเงินที่กู้ มาโกงบ้าง หรือพูดในทำนองว่าเป็นการกู้เงินมาแล้วก็ไปทำสิ่งที่เป็นโครงการแล้วไม่ได้เกิด ประโยชน์โพดผลใดเลยกับประเทศ บางท่านซึ่งเป็น ส.ส. อาจจะเป็น ส.ส. ใหม่ของปีเลือกตั้ง ที่ผ่านมานี้ไม่ได้อยู่ร่วมในการพิจารณาพระราชกำหนดในขณะนั้นด้วย ถึงขนาดสรุปว่า แม้กระทั่งโครงการที่เรียกว่าถนนปลอดฝุ่น พูดง่าย ๆ ก็คือถนนที่เดิมหน้าแล้งกินฝุ่น หน้าฝนกินโคลน แล้วประชาชนอยากได้ถนนลาดยาง ถนนดำ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาคือรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ใช้เงินกู้นี้ไปสร้างเป็นถนนดำให้กับชาวบ้าน หน้าแล้งไม่ต้องกินฝุ่น หน้าฝนไม่ต้องกินโคลน สรุปถนนแบบนั้นว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว ผมเองฟังแล้วก็ มีความรู้สึกว่า ถ้าหากว่าไม่ได้ลุกขึ้นมาพิจารณาตัวรายงานการกู้เงินอย่างตรงไปตรงมา ตามข้อเท็จจริง แต่ใช้วิธีการอภิปรายที่เป็นการสรุปและมีการถ่ายทอดออกไป ประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดของสภาอยู่ก็อาจจะเกิดความเข้าใจไปตามนั้นได้ สรุปว่า แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แม้ว่าประชาชนหลายที่ซึ่งรอถนนที่เป็น ฝุ่นเป็นโคลนมาหลาย ๆ ๑๐ ปี ได้ถนนจากโครงการไทยเข้มแข็งไปแล้วอาจจะมีความรู้สึกว่า ที่ ส.ส. ท่านนั้นท่านนี้พูดมามันไม่ตรงกับข้อเท็จจริงแต่เขาก็ไม่มีโอกาสครับที่จะมาพูดจา ต่อสภานี้ได้ ผมจึงคิดว่าการพิจารณารายงานฉบับนี้ก็ควรจะพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งเกิดขึ้น ข้อเท็จจริงซึ่งเกิดขึ้นนี่มันเป็นการย้อนความครับ จริง ๆ มันมี ๒ ประเด็นสำคัญครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าจู่ ๆ คงไม่มีรัฐบาลไหนครับ ถ้าไม่มีความจำเป็นถึงขั้นที่ เรียกได้ว่ามีความร้ายแรงทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นจะสามารถที่จะใช้เงื่อนไขรัฐธรรมนูญไปตรา เป็นตัวพระราชกำหนดเพื่อกู้เงินมาแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดผลกระทบร้ายแรงได้ ถึงจู่ ๆ คิดจะตราขึ้นมาโดยไม่มีเหตุไม่มีผล ฝ่ายค้านซึ่งในยุคของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น ฝ่ายค้านก็คือฝ่ายรัฐบาลในขณะนี้ก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจจะ วินิจฉัยไปในทิศทางที่ว่าเป็นพระราชกำหนดซึ่งตราขึ้นโดยมิชอบตามรัฐธรรมนูญ เช่น ไม่มี เหตุผลฉุกเฉิน จำเป็นเร่งด่วน ร้ายแรง อันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญในเวลานั้น ก็วินิจฉัยว่าตัวพระราชกำหนดนี้มีความจำเป็นเพราะเศรษฐกิจบ้านเมืองตอนนั้นเกิดผลกระทบ ร้ายแรงเกิดขึ้นจริง เพราะฉะนั้นการเกิดขึ้นมาของตัวพระราชกำหนดที่นำไปสู่การกู้เงิน จำนวนไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ใช้จ่ายตามข้อเท็จจริงซึ่งสุดท้ายใช้ไป ๓๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็มีการหยุดกู้ ก็คือกู้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ แล้วประเทศก็ดีขึ้นแล้ว อีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่มันมีที่มาที่ไปครับ ไม่สนุกหรอกครับ ที่จู่ ๆ จะเกิดอยากจะกู้ แล้วก็กู้เงินมา แล้วก็มีดอกเบี้ย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นบ้านเมืองก็คงจะเสียหายครับ เปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งเพิ่งออกพระราชกำหนดไป ๔ ฉบับนะครับ บางฉบับนั้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจำเป็น เช่น ฉบับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าไปดูสาเหตุจริง ๆ ก็เป็นความล้มเหลวของการบริหารจัดการน้ำจนนำไปสู่ความเสียหาย แล้วในที่สุด ความเสียหายนั้นก็นำมาซึ่งหนี้สินและการกู้เงินอีก ๓๕๐,๐๐๐๐ ล้านบาท แต่เหตุผล ความจำเป็นมันก็แตกต่างกันครับ ในยุคที่ต้องมีตัวพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและ เสริมสร้างความมั่นคงในขณะนั้น ต้องย้อนกลับไปดูครับว่าทำไมรัฐบาลในขณะนั้นที่เข้ามานี่ จึงต้องออกพระราชกำหนดเพื่อกู้เงินไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราคงลืมไปครับ หลายท่านที่อภิปรายว่าในเวลานั้นนี่มันเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า วิกฤติซับไพร์ม (Sub-Prime) เริ่มขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วเกิดผลกระทบลุกลามต่อเนื่องไปทั่วโลก จนกระทั่งเกิดขึ้นกับวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดผลกระทบในประเทศไทย เราคงลืมไปครับว่า ในเวลานั้นธนาคารโลกได้มีคนออกมาพูดโดยธนาคารโลกว่ามองว่าประเทศไทยซึ่งได้รับ ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนั้นแย่สุดในเอเชีย จีดีพีตอนนั้นติดลบถึง ๒.๗ เปอร์เซ็นต์ และคาดหมายว่ากรณีเลวร้ายสุดเศรษฐกิจโลกชะลอและยังมีความขัดแย้ง ทางการเมืองเกิดขึ้น เศรษฐกิจอาจจะติดลบถึง ๔.๙ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสถานการณ์ที่รัฐบาล ในขณะนั้นเผชิญหน้าอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาบอกว่าเศรษฐกิจถดถอยเลวร้าย ที่สุดในรอบ ๑๑ ปี นี่เป็นช่วงต้นที่รัฐบาลในขณะนั้นเข้าบริหารประเทศซึ่งบริหารต่อจาก รัฐบาลชุดไหนก็คงไม่ต้องทบทวนกัน
ประการที่ ๒ ก็คือ หอการค้าก็ออกมาแนะนำรัฐบาลบอกว่าเขากลัวว่า เศรษฐกิจไทยจะติดลบต่ำสุดในรอบ ๑๐ ปี เหตุเพราะวิกฤติเศรษฐกิจโลกนั้นทรุดแรงกว่าที่คิด หอการค้าแนะนำรัฐบาลว่าควรจะกระตุ้นอีกรอบหนึ่ง มีการคาดการณ์ครับตอนรัฐบาลชุดที่แล้ว เข้าไปทำงานผลจากวิกฤติเศรษฐกิจอันนี้ครับและความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งถ้าพูดถึง ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนั้นนี่ ท่านประธานคงจำได้ ท่านประธานอยู่ในสภารัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งหลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คิดที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญท่ามกลาง เสียงคัดค้านและความไม่เห็นด้วยของหลายฝ่าย ที่สุดก็นำไปสู่การชุมนุมของมวลชนนอกสภา แล้วก็นำพาไปสู่การยึดทำเนียบรัฐบาลในที่สุด ก็ไปซ้ำเติมกับวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจระดับโลกและกระทบมาถึงเศรษฐกิจ ไทยซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะต้องพึ่งพิงการส่งออกเป็นหลักนี่ มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจติดลบขณะนี้อาจจะถดถอยที่สุดในรอบ ๑๐ ปี ๑๑ ปี จะมีผู้ว่างงานสูงมาก เฉพาะตัวเลขตอนนั้นมีผู้ว่างงาน ๗.๑ แสนคน เมื่อสิ้นไตรมาสแรกปี ๒๕๕๒ จากเดิม ปี ๒๕๕๑ ก่อนปี ๒๕๕๒ มีผู้ว่างงานเพียงประมาณ ๕.๕ แสนคน เป็นตัวเลขที่กระโดดครับ ๕.๕ แสนคน เป็น ๗๐๐,๐๐๐ คน นั่นคือตัวเลขจริงที่เผชิญ แต่มีการคาดการณ์ โดยหน่วยงานที่เชื่อถือได้ว่าถ้ารัฐบาลในขณะนั้นไม่ทำอะไร ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่หาเงินมา ไม่ทำให้เกิดการจ้างงาน ตัวเลขว่างงานปลายปี ๒๕๕๒ จะกระโดดไปที่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน คนว่างงาน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน แปลว่าอะไรครับ คนว่างงาน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน อาจะหมายถึง ปากท้องที่เป็นภรรยาหรือเป็นสามี เป็นลูกซึ่งอยู่ในวัยกำลังเข้าโรงเรียน อาจจะหมายถึง พ่อแม่ที่อยู่ในชนบท อาจจะหมายถึงผู้ป่วยบางคนซึ่งเป็นญาติพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งต้องรอกำลัง แรงงานเหล่านั้นไปทำงาน แต่วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นบวกกับการเมืองซึ่งมีส่วนสร้าง จากรัฐบาลในขณะนั้นนี่จะทำให้คนว่างงานถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน คำถามก็คือถ้าท่านประธาน เป็นรัฐบาล ท่านประธานจะอยู่เฉยหรือครับ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เกิดขึ้นแล้วนำไปสู่การจ้างงาน ในที่สุดครับ ความจำเป็นของการที่จะต้องออกมาเป็น พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังไปกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจก็เกิดขึ้นโดยสาเหตุนั้น ความจริงหลายท่านที่อยู่ในสภานี้ในขณะนั้นเข้าใจดี แต่การต่อสู้ทางด้านการเมืองที่แหลมคมทำให้มีการมองข้ามเหตุผล แล้วใช้แนวความคิด ในการหักล้างต่อสู้กันทางการเมืองก็ต่อต้านตัวพระราชกำหนดฉบับนี้ไป แต่เหตุผลและ ข้อเท็จจริงมันสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ชีวิตประชาชนสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดครับ เป้าหมายของ การกู้เงินในขณะนั้นเขียนเอาไว้ชัดในรายงานฉบับนี้ ซึ่งหลายคนที่ลุกขึ้นอภิปรายนี่ ผมก็สงสัยว่าเราได้อ่านละเอียดครบถ้วนหรือไม่ เพราะวัตถุประสงค์ที่เขียนเอาไว้หน้าที่ ๑ ในรายงานบอกว่า
๑. กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศและเพิ่มการลงทุนของภาครัฐ
๒. เพิ่มการจ้างงานผ่านโครงการลงทุนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ในสาขาเศรษฐกิจต่าง ๆ โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างแรงงานในทุกระดับตั้งแต่แรงงาน ระดับต้นจนถึงแรงงานระดับสูง
๓. กระจายการลงทุนด้านบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานไปยังส่วนภูมิภาคและ ชนบท เช่น คมนาคม ชลประทาน การศึกษา สาธารณสุข
๔. ดำเนินโครงการลงทุนที่มีความสำคัญตามนโยบายรัฐบาลที่มีความจำเป็น เร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง
คำถามก็จะอยู่ตรงนี้ครับว่า ถ้าปล่อยสถานการณ์ดำเนินต่อไป คนว่างงาน เป็นล้านคน เศรษฐกิจไม่มีการกระตุ้น ในเวลาที่เศรษฐกิจไทยถดถอยซบเซา อะไรจะเกิดขึ้นครับ มันจะเลวร้ายยิ่งกับสภาวะของเศรษฐกิจ แต่ที่สำคัญคือส่งผลกระทบต่อสภาวะทางสังคมด้วย ในที่สุดตัวพระราชกำหนดที่ตราขึ้นก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลในขณะนั้นที่จะต้องดูแล ประชาชน ปากท้องประชาชนและเรื่องของประเทศ เมื่อตราพระราชกำหนดออกมาแล้ว วันที่เข้าสู่สภาก็มีการอภิปรายกัน มีการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์ รัฐบาลในขณะนั้นจะ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง ก็ได้ลุกขึ้นชี้แจงข้อซักถามของเพื่อนสมาชิก ผมยังจำได้ครับ หลายคนที่ลุกขึ้นอภิปราย ในขณะนั้น อภิปรายเรื่องความจำเป็นของการกู้เงินและพยายามที่จะพูดเฉพาะประเด็น ของการกู้ว่าทำให้ประเทศนั้นเป็นหนี้ แต่ความคิดเพียง ๒ ปีกว่าเปลี่ยนไปเมื่อตัวเองกลับมา เป็นรัฐบาล แล้วตัวเองก็ต้องกู้เงินเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นประเด็นวันนี้ของการกู้เงิน คนที่เคยวิจารณ์เรื่องการกู้จึงแทบไม่มีใครพูดถึงเลยครับ ทั้ง ๆ ที่ในเวลานั้นมีการชี้แจง เรื่องการกู้ว่า จู่ ๆ ไม่มีใครหรอกครับ ที่อยากจะกู้เงินโดยที่ไม่มีความจำเป็น แต่ประเด็นจึงอยู่ที่ว่ากู้มาแล้วไปทำอะไรต่างหาก ประเด็นจึงนำมาสู่ประเด็นที่ ๒ ครับว่า เมื่อมีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องออกพระราชกำหนดกู้เงินมาเพื่อฟื้นฟูเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจแล้วเงินที่ออกมา ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทล้มเหลวจริงหรือ ตำน้ำพริกละลาย แม่น้ำจริงหรือ หรือว่าคนที่พูดว่าล้มเหลว ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หลับหูหลับตาพูด ใช้วิธีคิด แบบหัวสี่เหลี่ยมแล้วพยายามจะพูดให้เกิดความเสียหายโดยหลับตามองไม่เห็นข้อเท็จจริง
ผมมีตัวอย่างให้ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้ พระราชกำหนดที่มีการพิจารณากันในวันนี้นั้นได้แบ่งออกเป็นการใช้จ่ายในสาขาต่าง ๆ ครับ ใน ๓-๔ ข้อที่มีการพูดถึงก็แบ่งออกเป็นสาขาต่าง ๆ เช่น บริหารจัดการน้ำ ขนส่ง โครงสร้าง พื้นฐานการท่องเที่ยว ศึกษา สาธารณสุข สวัสดิภาพประชาชน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยว เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และการลงทุนระดับชุมชน ที่สำคัญคือเงินจำนวนนี้กระจายไปทั่วประเทศครับ ทุกภาค ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ได้รับประโยชน์หมดครับ หลายที่ประชาชน อย่างผมยกตัวอย่างเช่นที่ภาคใต้ครับ รัฐบาลก่อนหน้านั้นเคยมีหลักคิดประกาศ ออกมาโดยการให้สัมภาษณ์พูดจาของผู้นำประเทศซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าจะจัด งบประมาณให้กับจังหวัดที่เลือกเขาก่อน จังหวัดไหนที่ไม่เลือกเอาไว้ทีหลัง มันก็เกิดการเลือก ปฏิบัติสิครับ จังหวัดที่เลือกรัฐบาลในขณะนั้นก็ได้รับงบประมาณเยอะแยะมากมาย ในเวลา ที่บางภาคเช่นภาคใต้ถูกทอดทิ้ง ๕ ปี ๖ ปี บางท่านที่อยู่ในสภานี้เพียงอยู่ซีกตรงข้ามกับฝ่าย ค้านขณะนี้แต่เป็นคนปักษ์ใต้ ไม่รู้หรือครับว่าเขาขมขื่นกันขนาดไหน เวลาเห็นงบประมาณ บ้านตัวเองซึ่งควรจะได้ถนนสี่เลน ถนนที่มีฝุ่นมีโคลนเป็นถนนลาดยางแล้วโดนตัดไป ไม่มีงบประมาณมา ท่านอาจจะไม่รู้สึกเพราะท่านไม่มีความรู้สึกว่าท่านเป็นคนที่นั่นแล้ว แต่คนที่อยู่ที่นั่นเขารู้สึกครับ แต่รัฐบาลในขณะนั้นที่ออกตัวพระราชกำหนดเงินกู้เพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจหรือไทยเข้มแข็งคิดถึงการกระจายเงินแล้วก็มีโครงการครบถ้วนทั่วทั้งประเทศครับ แม้แต่กระทั่งจังหวัดที่ไม่ได้เลือกรัฐบาลในขณะนั้นก็ได้งบประมาณเป็นจำนวนมากด้วยครับ กลับไปถามเลยครับว่าไทยเข้มแข็งเขาได้อะไรไปบ้าง ผมยกตัวอย่างให้กับท่านประธาน เห็นครับว่าที่สุดแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไทยเข้มแข็งทอนกลับมาเป็นประโยชน์อะไร ที่เกิดขึ้นกับประชาชนบ้าง เป็นแหล่งน้ำที่ถูกสร้างและปรับปรุงทั่วประเทศ ๑,๔๖๐ แห่ง ตั้งแต่ฝาย อ่างเก็บน้ำ เหมืองฝายขนาดเล็ก ผมถามสิครับ ๑,๔๖๐ แห่งที่มีน้ำ ให้ทำการเกษตรตลอดปีมันล้มเหลวหรือครับ ทำให้เกษตรกรไทยได้เพาะปลูกได้ตลอดปี มีการขยายรถไฟฟ้าไป ๙ สาย ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลมากกว่า ๒๑๐ กิโลเมตร รองรับผู้โดยสารไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อวัน ผู้โดยสารประหยัดเวลาค่าเดินทางเป็น มูลค่า ๑๐๐ บาทต่อคนต่อวัน สร้างงานช่วงก่อสร้างโครงการอีก ๘๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ล้มเหลว หรือครับ ต้องเปรียบเทียบ ท่านบอกว่าท่านต้องเปรียบเทียบ รัฐบาลชุดปัจจุบันเคยประกาศ นโยบายบอกรถไฟฟ้าค่าโดยสารตลอดสาย ๑๕ บาท อยู่ไหนครับ วันนี้ยังจ่ายเท่าเดิมอยู่เลย แต่นี่เขาทำเสร็จไปแล้ว มีการราดยางถนนลูกรังโดยโครงการถนนไร้ฝุ่น ๗,๒๐๐ กิโลเมตร ทั่วประเทศ ไปถามคนชนบทสิครับ ๗,๒๐๐ กิโลเมตร จากถนนฝุ่น ถนนโคลนเป็น ถนนลาดยาง ล้มเหลวเขาไม่เอาหรือ หรือท่านสุขสบายจนเคยชินอยู่ในบ้านติดแอร์ ไม่ได้รู้สึกว่า คนชนบทกินฝุ่น กินโคลนแล้วได้ถนนลาดยางเขาดีใจขนาดไหน ๗,๒๐๐ กิโลเมตร เคยมีรัฐบาลชุดไหนไหมครับ ที่ให้เงินมาทำถนนมากขนาด ๗,๒๐๐ กิโลเมตร ในช่วงระยะเวลาเพียงปี ๒ ปี นี่คือไทยเข้มแข็งครับ มันปฏิเสธความจริงไม่ได้ แล้วถนนนั้นละครับที่หลายคนที่ลุกขึ้นมาวิจารณ์เมื่อสักครู่ขับรถไปหาเสียงผ่านมาแล้ว นี่คือข้อเท็จจริงครับ กลายเป็นการสร้างและปรับปรุงเส้นทางหลวงหลัก คือถนนของ กรมทางหลวงนี่ละครับ เพิ่มช่องทางเดินรถอีกเท่าตัวรวม ๑,๒๐๐ กิโลเมตรทั่วประเทศ จ้างงานช่วงก่อสร้างโครงการ ๔๒๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ติดตั้งระบบประปา ไฟฟ้า เพื่อเพิ่ม ศักยภาพท่องเที่ยวเกาะและเมือง อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวอีก ๑๑ ล้านบาท ปรับปรุงสถานีรถขนส่งอีก ๓๒ แห่ง สถานีรถไฟอีก ๗๘ แห่งทั่วประเทศ สถานีรถไฟหลายที่ ไม่ปรับปรุงมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วครับ ได้เงินโครงการไทยเข้มแข็ง มันล้มเหลวหรือครับ อันนี้คือความจริง อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ใช่สิ่งที่สัญญาว่าจะทำ แล้วไม่ได้ทำอย่างที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันแต่มันเกิดขึ้นแล้ว เงินไทยเข้มแข็งได้ส่งมอบคอมพิวเตอร์อีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าเครื่อง สู่โรงเรียน ๑๗,๐๐๐ แห่ง และอีก ๘,๐๐๐ แห่งภายในปี ๒๕๕๓ สร้างและปรับปรุง ห้องสมุดโรงเรียนอีก ๑,๗๐๐ แห่ง ยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาอีก ๓๑ จังหวัด ในกรณี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจ้างงานกว่า ๗๐,๐๐๐ ตำแหน่ง เพื่อวิจัยและเพิ่ม ความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมหลัก ท่านจุรินทร์ประทานโทษที่เอ่ยนามพูดถึง ยกระดับสถานีอนามัยระดับชุมชนเป็นโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพตำบลอีกเป็นหมื่นแห่งทั่วประเทศ พัฒนาสถานพยาบาลรักษาโรคหัวใจ โรคมะเร็ง เครือข่ายควบคุมการบาดเจ็บ สร้างอาคารที่พัก ข้าราชการตำรวจอีก ๓๙๐ แห่ง จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเยอะแยะครับที่ทำไปแล้ว นี่เป็นเพียง ตัวอย่างครับ ท่านประธานครับ ใน ๓๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ผ่านโครงการไทยเข้มแข็ง ในพื้นที่ที่ครอบคลุมไปแล้วทั่วทั้งประเทศ มีอีกหลายโครงการที่เรามีการพูดถึง เช่น กรณีต้นกล้า อาชีพเหล่านี้เป็นต้น คนพูดคงลืมไปเหมือนกันว่าโครงการต้นกล้าอาชีพเป็นโครงการที่หลายคน ซึ่งผ่านการอบรม ฝึกฝนอาชีพและได้เงินตอนไปฝึกฝนด้วยนี้สามารถเอาความรู้ที่ได้จากการฝึกฝน ไปประกอบอาชีพจริง ๆ ผมเคยเจอครับ ไปเจอเด็กซึ่งเรียนจบมาจากอาชีวศึกษานี้ละครับ และไม่มีโอกาสเรียนต่อ เข้าโครงการต้นกล้าอาชีพไปฝึกฝนและกลับมาประกอบอาชีพได้จริง แล้วเขาก็บอกว่าเขาขอบคุณรัฐบาลขณะนั้นที่มีโครงการต้นกล้าอาชีพจนปัจจุบันยังมีคน เรียกร้องอยู่เลยครับว่าอยากจะให้มีโครงการต้นกล้าอาชีพอีก แม้แต่กระทั่งเงินในปีแรกของ โครงการประกันรายได้ก็ไปจากโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งครับ เมื่อเปรียบเทียบ กับโครงการจำนำราคาข้าว มันสำปะหลัง นั่นละครับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่ประกันรายได้นี้ มันประกันเลยว่าจะข้าว จะมันสำปะหลังจะข้าวโพดได้เงินทันที และวันนี้ครับ ท่านอย่าปฏิเสธ ข้อเท็จจริงว่าเกษตรกรเรียกร้องโครงการประกันรายได้กลับมา เพียงแต่รัฐบาลปัจจุบัน ประกาศว่าจะยกเลิก ยกเลิกแล้วจะทำโครงการจำนำ วันนี้ประกาศบอกว่าจะจำนำทุกเมล็ด ในราคา ๑๕,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท โดยข้อเท็จจริงมันไม่ได้ตามนั้นหรอกครับ แต่แผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งทำให้เกษตรกรไทยมีหลักประกันในโครงการประกันรายได้และเป็นช่วงเวลาที่ ชาวนาเกือบ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัวมีเงินซึ่งโอนไปจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในขั้นตอน แรกเข้าบัญชีของเขาเป็นหลักประกันว่าทำนาแล้วไม่ขาดทุนซึ่งน่าจะเป็นปีแรก ในประวัติศาสตร์ของชาวนาไทย นี่คือความจริงของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพราะฉะนั้น ประเด็นที่เรามีการหยิบยกกันขึ้นมาบอกว่าตัวแผนปฏิบัติการนี้ล้มเหลวก็ดี ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องทำก็ดีนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องซึ่งเราพูดโดยปิดบัง บิดเบือนข้อเท็จจริงและพยายามที่ทำ ให้เกิดความเข้าใจที่ผิดพลาดเพียงเพราะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ผมขอเรียน ท่านประธานครับว่ากรณีของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่เป็นรายงานเข้าสภานั้น ความจริงแล้ว มันมีประเด็นที่ควรจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมเท่านั้นเองครับว่าหลังจากเรามีแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งไปแล้ว มันมีประสบการณ์อะไรที่ทิ้งไว้สำหรับรัฐบาลชุดต่อไปที่จำเป็นจะต้อง ศึกษาว่าเมื่อเราเผชิญกับภาวะผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเช่นนั้น อะไรคือจุดดี จุดอ่อนของไทยเข้มแข็งที่สมควรปรับปรุงเพื่อนำไปสู่การจัดทำเป็นนโยบายของรัฐบาล ชุดต่อไป เพราะว่าในรัฐบาลทุกรัฐบาลนั้นนโยบายที่ทำไปครับ เน้นเพื่อที่จะให้มีประโยชน์ กับพี่น้องกับประชาชนทั้งสิ้น ถ้าไม่มีกรณีของผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีของไทยเข้มแข็ง ก็เช่นเดียวกันครับ ก็ควรที่จะต้องมีการศึกษาถึงข้อดี ข้อเสีย ซึ่งหลายหน่วยงานที่มีการหยิบ ยกขึ้นมาศึกษานั้นก็เป็นที่ยอมรับกันว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งทำให้เกิดผลดีเกิดขึ้นจริง ๆ ตัวเลขที่ผมยกตั้งแต่ต้น เช่น คนว่างงาน ซึ่งประเมินว่าปลายปี ๒๕๕๒ จะต้องว่างเป็นล้านคนนั้น ด้วยแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งตัวเลขคนว่างงานในตอนปลายปีลดลงครับ เหลืออยู่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วตัวเลขนี้รักษาระดับต่อเนื่องมาอีก ๑-๒ ปีต่อมา นี่ต่างหากครับ คือสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นกับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน
ในประการที่ ๒ ในตัวพระราชกำหนดการกู้เงินนั้น ต่อเนื่องจากเรื่อง ไทยเข้มแข็งรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ก็มีการออกเป็นตัวพระราชกำหนดเงินกู้ออกมาด้วย อย่างน้อยท่านออก พ.ร.ก. มาถึง ๔ ฉบับ ประเด็นที่จะต้องเทียบเคียงต่อไปก็คือว่า เมื่อมีรายงานของไทยเข้มแข็งออกมา ท่านวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ อีกไม่นานครับ ก็จะต้องมี รายงานการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนดเงินกู้ของรัฐบาลชุดปัจจุบันออกมาเช่นเดียวกัน ท่านต้องระมัดระวังตั้งแต่ตอนนี้นะครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราทวงถามข้อเท็จจริงไป ยังไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ ว่าทำอะไร ที่ไหน โครงการอะไร มีแต่ตัวเลข ทำให้มีการของบประมาณ วันนี้เริ่มมีการพูดกันแล้วนะครับว่า หัก ๑๕ เปอร์เซ็นต์จากส่วนกลาง ที่เหลือท้องถิ่น ไปจัดการกันเอา นี่คือสิ่งที่มีการพูดจากันในตัวเงินกู้ที่ท่านกำลังดูแลในขณะนี้ ตัวไทยเข้มแข็ง ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนออกมาแล้ว ถ้าตรงไหนมีกรณีทุจริตจริงครับ นำไป ป.ป.ช. ได้ แล้วขณะนี้มีบางโครงการตรวจสอบแล้ว และมีผลออกมาแล้วด้วย แต่ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้นครับ น่าจะหนักกว่าเงินที่ใช้ โครงการที่ไม่มีอะไรที่เป็นรายละเอียดชัดเจนเลย เทียบเคียง ๒ โครงการนี้ครับ รัฐบาลชุดปัจจุบันก็น่าที่จะมีการกลับไปทบทวนของตัวเองด้วย เพราะถ้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ส่วนกลาง ปลายทางไม่รู้เท่าไร เพราะฉะนั้นผมก็กราบเรียนท่านประธานครับว่า ในการพิจารณาตัวรายงานฉบับนี้ก็อยากจะให้มีการพูดถึงรายละเอียดของข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น และอยากจะให้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้นมันได้ปรากฏ เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นแล้วอย่างชัดเจนครับ
ท่านกรณ์ครับ ผมให้สลับข้างดีกว่าครับ เชิญคุณหมอเหวงครับ
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ คือผมเข้าใจนะครับว่าเราควรจะต้องใช้สภาของเราไปในทาง ที่สร้างสรรค์ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีสมาชิกผู้ทรงเกียรติใด ๆ ก็ตามแสดงความกังวล หรือกระทั่งอาจจะพูดถึงความผิดพลาด กรุณามองเขาด้วยสายตาที่สร้างสรรค์ด้วยนะครับ กรุณาอย่ามองด้วยสายตาที่เป็นศัตรู ความเป็นศัตรูควรจะเก็บไว้ข้างนอกนะครับ หรือไม่ควร จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเลย คนไทยทุกคนเป็นมิตรกันทั้งหมดครับ ดังนั้นถ้ามีใครคนใดคนหนึ่ง พูดถึงสิ่งที่เป็นจุดอ่อน ข้อบกพร่อง อาจจะถูกบ้าง ผิดบ้าง ผมว่าท่านควรจะต้องต้อนรับ ในฐานะที่เป็นมิตรนะครับ นี่ผมพูดกับท่านประธานนะครับ ผมไม่ได้พูดกับคนอื่น ดังนั้น การที่ไปพูดจาถึงคนอื่นในลักษณะที่เป็นศัตรูผมคิดว่าเป็นท่าทีที่ผิดนะครับ ในสภาแห่งนี้ ไม่มีใครเป็นศัตรูใครครับ มีแต่คนที่เป็นมิตร ดังนั้นครับท่านประธาน ผมก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าการที่ผมมานำเสนอท่านประธานในเรื่องรายงานการกู้เงินตาม พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ผมมากราบเรียนท่านประธาน ด้วยความรักประเทศ ผมมากราบเรียนท่านประธานด้วยความต้องการที่จะให้ทุกคนศึกษา บทเรียนในอดีตเพื่อจะได้ฉลาดในอนาคต ไม่ทำผิดพลาดซ้ำซากนะครับ และหากมีความผิดพลาดจริงอันเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตามแต่ก็ควรจะต้องระมัดระวัง หรือป้องกัน หากว่ามีการโกงกันก็ว่ากันไปตามเรื่องของกฎหมาย ดังนั้นการมองด้วยสายตา ที่เป็นศัตรู ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่ากรุณาอย่ามองอย่างนั้นเลย เพราะว่า แท้ที่จริงแล้วการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ก็มีการตัดสินโดยศาลไปแล้วนะครับว่าไม่ได้มี ความผิดพลาดอะไร มีความชอบตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ดังนั้นเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไป ก็ไม่ได้อภิปรายด้วยท่าทีที่เป็นศัตรูนะครับ ทีนี้กลับมาประเด็นคือผมต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าการใช้เงินตามพระราชกำหนดฉบับนี้นะครับมันมีประเด็นที่อยากให้ พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศเขาพิจารณารวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราพิจารณา ด้วยนะครับว่าการใช้เงินอย่างนั้นสร้างสรรค์หรือเปล่า เป็นประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยกับ ประเทศชาติบ้านเมืองหรือเปล่า หากว่าสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยกับ ชาติบ้านเมืองไม่มีใครว่าอะไรครับท่านประธาน ไม่มีใครว่าอะไรครับ แต่หากว่ามันใช้ไป ในลักษณะที่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง อันนี้ผมคิดว่าเราควร จะต้องยอมรับนะครับ แล้วก็ควรจะต้องปรับปรุงแก้ไขต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ผมมีประเด็น ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานอยู่ ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นเอง
ประเด็นแรกนี้นะครับท่านประธานที่เคารพ คือผมยอมรับนะครับว่า ในขณะที่เกิดปัญหาขึ้นประเทศไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความเสียหาย ทางเศรษฐกิจของประเทศยักษ์ใหญ่ของโลกก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกานี่นะครับเขาเป็นบทเรียนให้เราหลายอย่าง ในประเทศสหรัฐอเมริกาเคยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหลายครั้ง แล้วก็บางครั้งในประเทศ สหรัฐอเมริกาเขาเคยแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบไม่น่าเชื่อว่าประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเราเคย มองเขาด้วยสายตาที่นิยมชมชอบหรือบูชานี่นะครับ หรือถือว่าเป็นแบบอย่าง หลายครั้งที่เขา แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาแบบไม่ฉลาดเอาเสียเลย ประหนึ่งว่าไม่มีสติปัญญาด้วยซ้ำไป ซึ่งอันนี้ไม่ใช่ความเห็นของผมนะครับ เป็นความเห็นชอบนักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยซ้ำไป สิ่งที่ผมกำลังกราบเรียนท่านประธานก็คือสิ่งที่ประเทศ สหรัฐอเมริกาเขาเรียกกันเองนะครับ ไม่ใช่ผมเรียก เขาเรียกว่า เฮลิคอปเตอร์ มันนี่ (Helicopter Money) ครับ คือประเทศสหรัฐอเมริกานี่พอเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจขึ้นผมก็ ไม่รู้ว่าเขาสิ้นไร้ไม้ตอกทางสติปัญญาหรืออย่างไร เขาคิดเอาง่าย ๆ เลยนะครับก็คือว่าเอาเงิน ไปแจกประชาชน แต่การแจกเงินประชาชนของประเทศสหรัฐอเมริกาก็เป็นการแจกอย่างมีกฎ กติกานะครับ ก็คือเขาใช้วิธีการในการที่ลดภาษีให้กับประชาชนของเขา แต่ถึงกระนั้นก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไม่เห็นด้วยกับหลักการในการ แก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาในข้อนี้จนเรียกกันแบบเสียดสีประชด ประชันนะครับว่า เฮลิคอปเตอร์ มันนี่ หรือจะเรียกแบบ ขำ ๆ ก็ได้ อันที่จริงเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพและไม่ต้องการที่จะไปเสียดสีใคร แต่กราบ เรียนท่านประธานให้เห็นชัดนะครับ เหมือนหนึ่งว่าเรามีแบงก์อาจจะเป็นแบงก์อะไรก็แล้วแต่ แบงก์ที่เป็นธนบัตรชำระหนี้ได้ตามกฎหมายของประเทศต่าง ๆ เสร็จแล้วก็ขนแบงก์ขึ้นไปที่ เฮลิคอปเตอร์แล้วก็โปรยลงมา ท่านประธานคิดสิครับวิธีการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจด้วย วิธีการอย่างนี้ทำลายศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ลงไปโดยสิ้นเชิงครับ คือเห็นคนเป็นขอทานครับ คือโปรยลงมาแล้วก็คนเที่ยวไปตะครุบแบงก์ตามที่ต่าง ๆ แล้วคนก็อาจจะชกต่อยกันเอง หรือรบราฆ่าฟันกันเองเพื่อแย่งชิงเงินดังกล่าว สิ่งนี้มันเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นเรื่องที่น่า แปลกใจมาก ทั้ง ๆ ที่นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกาเขาวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องนี้อย่างรุนแรงก่อนหน้านี้มาหลายปีแล้วครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานนี่ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ผมไม่ต้องการที่จะเสียดสีประชดประชันใคร แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าต่อไปนี้ขอให้ประเทศไทยหยุดคิด แก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยวิธีการเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ แต่มันเกิดขึ้นแล้วครับกับประเทศไทยครับ สิ่งที่เรียกว่า เช็คช่วยชาติครับ ๒,๐๐๐ บาท แล้วเป็นเรื่องที่ประหลาดมากนะครับว่าแทนที่จะไปช่วย คนสิ้นไร้ไม้ตอกนี่กลับกลายเป็นว่าไปช่วยคนซึ่งมีสถานภาพทางเศรษฐกิจครับ ก็คือ มีเงินรายได้ประจำตั้งแต่ ๑๕,๐๐๐ บาทลงไป แล้วจำกัดจำนวนคนที่ได้รับการช่วยเหลือก็คือว่า ประมาณ ๑๐ ล้านคนเศษ ๆ ท่านประธานครับคนไทยมีประมาณ ๖๐ กว่าล้านคนนะครับ แต่ปรากฏว่าเช็คช่วยชาติดังกล่าวนี่ขออนุญาตขีดวง ขีดเส้นหรือเขี่ยคนไทยประมาณ ๕๐ ล้านคนออกนอกวง ผมถามว่าคุณมีสิทธิอะไรที่คุณจะเอาเงินของแผ่นดินไปแจกเฉพาะคน ๑๐ ล้านคน คุณมีสิทธิอะไรครับ และคนอีก ๕๐ ล้านคนอยู่ตรงไหนครับ แล้วถามว่า ๑๐ ล้านคนที่คุณแจกไปนั้นแล้วเอาเงินจำนวนที่คุณแจกไปนี่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หรือเปล่า ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาเป็นตัวอย่างที่ดีงามแล้วนะครับว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง จนเขาเรียกแบบประชดประชันว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ แล้วก็มาเกิดซ้ำในประเทศไทย
อีกประเด็นที่น่าเป็นห่วงอีกอันหนึ่งก็คือว่าในตอนนั้นก็มีคนเขาทักท้วง แล้วนะครับว่ามีสถาบันการเงินแห่งหนึ่งรับเงินไป ไม่ทราบว่าสถาบันการเงินแห่งนั้น เกี่ยวดองกับพรรคการเมืองบางพรรคหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน แทนที่จะใช้สถาบันการเงิน ของรัฐในการที่จะเป็นเจ้าภาพหรือเป็นคนดูแลในการที่จะแจกเงินเช็คช่วยชาติดังกล่าว แต่ปรากฏว่ามีสถาบันการเงินแห่งหนึ่งซึ่งอาจจะเกี่ยวโยงกับพรรคการเมืองบางพรรคก็ได้ เป็นคนรับผิดชอบไป เงินนี้อาจจะไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยนะครับ หลายหมื่นล้านบาทครับ แล้วปรากฏว่าท่านประธานครับ ที่ผมคาดการณ์ไว้ก็ไม่ผิดนะครับ และนักเศรษฐศาสตร์ เขาก็คาดการณ์ไม่ผิด ก็คือว่าประชาชนเขารังเกียจเดียดฉันท์ครับ มีระยะเวลายาวนาน พอสมควรเลยที่ประชาชนเขาไม่ยอมไปรับเช็คช่วยชาตินะครับ จำนวนนับล้านคนนะครับ และประชาชนที่ได้รับเช็คช่วยชาติไปแล้วก็มีจำนวนนับล้านคนเช่นกันเขาไม่ไปขึ้นเงินครับ ตรงนี้มีการประเมินหรือเปล่าครับว่าวิธีการที่จะตีพิมพ์เช็คช่วยชาติแล้วก็ไปแก้ปัญหา ประเทศชาติบ้านเมืองถูกต้องหรือไม่ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมเห็นว่า ผิดครับ เพราะข้อที่ ๑ ทำลายศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ข้อที่ ๒ คุณกีดกั้นคนออกไป ประมาณ ๕๐ ล้านคน ข้อที่ ๓ ทิศทางก็คือทำให้ประเทศไทยอ่อนแอลง คือวิธีการในการ ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจแข็งแรงก็คือต้องช่วยให้คนแข็งแรงครับ ให้เขามีงานทำ ให้เขามีอนาคต ให้เขามีโอกาสในการลงทุน ดังนั้นเช็คช่วยชาติเป็นเรื่องที่ผิดอย่างแน่นอน แล้วเกี่ยวโยงกับ เรื่องการกู้เงินก้อนนี้อย่างแน่นอน ผมเองไม่อยากจะใช้เวลาของสภามากเกินไป แต่ต้องการที่ จะชี้ประเด็นสำคัญ ๆ ท่านประธานที่เคารพ ขอได้โปรดทุกท่านในอนาคตต่อไป โปรดอย่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยการเห็นคนเป็นขอทานนะครับ ไม่มีใครเขาอยากเป็นขอทานครับ คนเขาอยากจะแข็งแรง เขาอยากจะใช้น้ำพักน้ำแรงของเขาหาเงินมาเจือจุนครอบครัวของ เขาและช่วยเหลือประเทศชาติบ้านเมือง แต่เช็คช่วยชาติหรือเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ในความเห็น ส่วนตัวของผมก็คือว่าเขามองเห็นว่าคนเป็นขอทาน ก็เลยต้องแจกเงินไป และ ๒,๐๐๐ บาท คุณจะใช้ได้กี่วันครับ ผมว่าใช้ได้ไม่ถึง ๑๐ วันก็หมดแล้ว แล้วหายไปไหนครับ หมดไปเลยครับ และที่คาดหวังไว้ว่า ๒,๐๐๐ บาท หรือว่ารวมทั้งหมดประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าอาจจะมากกว่านี้สักนิดหน่อย และคาดการณ์ในแง่ดีว่าจะมีการหมุนสัก ๕ รอบ ๑๐ รอบ ความจริงหมุนไม่ครบรอบด้วยซ้ำไป นั่นก็แปลว่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถูกผลาญไปโดยปริยายใช่หรือไม่ และทำให้คนอ่อนแอลงใช่หรือไม่ ทำให้ประเทศชาติ บ้านเมืองอ่อนแอลงไปใช่หรือไม่
ข้อต่อมานะครับ มีหลายท่านพูดถึง ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับท่านประธาน ในการที่จะทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยนี่แข็งแรง แต่ท่านประธานครับ การทำให้ ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยแข็งแรงต้องมีเหตุมีผลนะครับ ก็คือคุณจะต้องสร้าง โครงสร้างของระบบสาธารณสุขเป็นชั้น ๆ ไป เขาเรียก ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ และต้องสร้างความมั่นคงแต่ละชั้นขึ้นไปตามลำดับ ไม่ใช่อยู่ ๆ นึกอยากจะเนรมิตชั้นตติยภูมิ ให้มันวิเศษวิลิศมาหราขึ้นมาก็ทุ่มเงินลงไป อันนี้ผิดนะครับ หากว่าปฐมภูมิยังไม่แข็งแรง และคุณควักเงินก้อนมหาศาลไปใส่ในตติยภูมิ ผมคิดว่ามันน่าสงสัยเหมือนกัน มันอดทำให้คน สงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าอันนี้จริงใจหรือเปล่า หรือว่าทำไปเพื่อคอร์รัปชันโกงกิน หรือทำไป เพื่อหาเศษหาเลย อันนี้ต้องเปิดโอกาสให้เขาสงสัยนะครับ ยกเว้นว่าการสาธารณสุขในระบบ ปฐมภูมิมันแข็งแรงแล้ว มีการดูแลสาธารณสุขในระบบปฐมภูมิทั่วถึงแล้ว แล้วก็ยกระดับ ทุติยภูมิให้แข็งแรงขึ้นไป และเมื่อทุติยภูมิแข็งแรงขึ้นไปแล้วนะครับ คุณก็ยกระดับตติยภูมิ ให้แข็งแรงขึ้นไป ถ้าอย่างนี้ไม่มีใครตั้งข้อสงสัยคุณครับ เราอาจจะชมเชยคุณด้วยซ้ำไป และประวัติศาสตร์ก็อาจจะจารึกคุณว่านี่คุณได้ช่วยทำให้ระบบสาธารณสุขคุณแข็งแรง แต่หากไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนะครับ สาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ปฐมภูมิยังไม่แข็งแรงเลย อยู่ ๆ คุณก็ไป เนรมิตทุติยภูมิให้มันวิลิศมาหราขึ้นมา ให้มีห้องผ่าตัดระดับผ่าตัดหัวใจได้ ให้มีห้องดมยาชนิด ที่มีเค้าโครงอุปกรณ์ต่าง ๆ ชนิดที่ครูบาอาจารย์ที่เขาเชี่ยวชาญด้านการดมยาเขายังไม่สามารถ ทำได้ทุกคนอย่างนี้ มันจึงเป็นที่น่าสงสัย ดังนั้นเมื่อเขาตั้งข้อสงสัยขึ้นมา ผมว่าคุณต้องตอบรับ ด้วยสายตาที่เป็นมิตรด้วยท่วงทำนองที่เป็นมิตร ไม่ใช่ด้วยท่วงทำนองที่เกรี้ยวกราด ที่เขาตั้งคำถาม ก็คือว่าที่ระดับตำบลมีความจำเป็นต้องมีห้องผ่าตัดระดับวิลิศมาหราเท่ากับเมาท์ไซไน (Mount Sinai) อย่างนี้ สมมุติยกตัวอย่างเป็นต้น อย่างนั้นหรือเปล่าครับ เพราะมันต้องการ ใช้ผู้เชี่ยวชาญในการดมยาระดับสุดยอดเลยนะครับ ในบรรดาผู้เชี่ยวชาญดมยาแล้วยังมี ผู้เชี่ยวชาญดมยาในระดับที่จำเพาะเจาะจงลงไปอีกนะครับ จึงสามารถที่จะใช้เครื่องมือ ระดับนั้นได้ ในเมื่อเขาตั้งข้อสงสัยนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะไปอธิบายเรื่องนั้นเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่คุณต้องตอบคำถามว่าในชั้นทุติยภูมิมีความจำเป็นไหมที่จะต้องไปเนรมิต ห้องผ่าตัดวิลิศมาหราขนาดเมาท์ไซไนอย่างนั้น ท่านประธานครับ เวลาอภิปรายอะไรก็ตาม ถ้าพูดคลุม ๆ รวม ๆ ใหญ่ ๆ กว้าง ๆ ฟังดูมันเพลินดีนะครับ ฟังดูมันมีเหตุมีผลดี มันต้อง เจาะลึกครับว่าสิ่งที่เขาอภิปรายนี่นะครับ ที่เขาแสดงความคิดเห็นต่อท่านประธานไม่เห็นด้วย ประเด็นมันมีรายละเอียดครับ รายละเอียดที่ผมกราบเรียนนะครับ รวมถึงถนนปลอดฝุ่นนี่ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับผมเห็นด้วยนะครับ ผมเห็นด้วยที่ราษฎรทั่วทั้งประเทศนี่ เขาจะได้มีโอกาสใช้ถนนที่มีคุณภาพนะครับ คอนกรีตอย่างดีหรือลาดยางอย่างดี แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าผมได้มีโอกาสเดินทางไปอีสานมากเหลือเกิน บ่อยเหลือเกิน ผมไม่อยากจะบังอาจพูดว่าทุกอำเภอนะครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของอำเภอ ทั่วทั้งภาคอีสานได้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะ ถนนปลอดฝุ่นที่ท่านประธานได้ยินได้ฟังมานี่ จำนวน ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านเขาชี้ ให้ผมดูเลยนะครับว่าถนนเส้นนี้นี่เดิมมันเคยดีอยู่แล้วครับ แต่ว่ามีคนตั้งใจที่จะเอารถอะไร ก็ไม่รู้ที่มีเหล็กนี่ครูดให้มันถลอกปอกเปิก เสร็จแล้วก็ไปเคลือบยางหรือเคลือบอะไรสักอย่างนี่ ผมก็ไม่รู้ จำนวนประมาณสักเซนติเมตร ๒ เซนติเมตรนี่ เสร็จแล้วเขาก็เรียกว่าถนนปลอดฝุ่นแล้ว นี่คือประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าโครงการไทยเข้มแข็งที่ผ่านมานี่ สิ่งที่เรียกถนนปลอดฝุ่นนี่มันมีการเขาเรียกว่าฉาบหน้าทาแป้งนะครับ ไปทำลายของเก่า เพื่อให้สมประสงค์ในการที่จะไปดำเนินการถนนปลอดฝุ่นนี่ ผมว่าตรงนี้ผมยืนยันนะครับ ถ้าท่านประธานต้องการให้ผมยืนยันท่านประธานไปกับผมสิครับ ไปกับผมเลยครับที่อีสาน แล้วผมจะชี้ให้ท่านประธานดูว่าถนนเส้นไหนบ้างนะครับที่เขาใช้วิธีการทำลายผิวถนนนะครับ แล้วก็เคลือบใหม่ ท่านประธานอยากให้ประเทศชาติบ้านเมืองถูกใช้เงินในลักษณะเช่นนี้หรือ เปล่าครับ ต้องการอย่างนี้ไม่ครับ เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดว่าพวกเราไม่เห็นใจราษฎร ไม่ใช่ครับ เราเห็นใจราษฎร เราอยากให้เห็นราษฎร ประชาชนเขาได้ใช้ถนนที่มีคุณภาพ แต่ประเภท ที่ไปทำลายถนนเดิมนี่นะครับ แล้วก็เอายางแอสฟัลท์ (Asphalt) ไปเคลือบประมาณ สักเซนติเมตร ๒ เซนติเมตรผมรับไม่ได้ครับ แล้วผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน รับไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ เรื่องสำคัญ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานก็คือว่าผมไม่ได้นอกประเด็นนะครับ แล้วผมไม่ได้ถือโอกาสนี้มาโจมตีรัฐบาลชุดที่ผ่านมา หรือนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้ เป็นอย่างนั้นเลย แต่ผมต้องการที่กราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าการรักชาติบ้านเมือง การพัฒนาชาติบ้านเมืองนี่ต้องมีเหตุมีผล สมเหตุสมผล และทำไปโดยจริงใจ ซื่อสัตย์ สุจริต ต่อราษฎร ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ก่อนนะครับว่าจริง ๆ นี่ท่านประธาน ขออนุญาตให้ผมสักนิดหนึ่งนะครับ ผมจำเป็นต้องเท้าความถึงท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณครับ ท่านมีโครงการหนึ่งซึ่งหลายอย่างของท่านดีนะครับ มีอันหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าผมประทับใจ นั่นก็คือโครงการกองทุนหมู่บ้านนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เริ่มจากเห็นราษฎรยากจนข้นแค้นมาก แล้วท่านต้องการที่จะให้ราษฎรแข็งแรงขึ้นมา ดังนั้นท่านก็เลยไปศึกษานะว่าทำอย่างไรถึงให้ราษฎรแข็งแรง ทำให้หมู่บ้านต่าง ๆ นี่แข็งแรง ขึ้นมาด้วยตัวเขาเองได้ ท่านก็เลยคิดนวัตกรรมอันหนึ่งขึ้นมาก็คือว่าให้ทุกหมู่บ้านมีกรรมการ หมู่บ้านขึ้นมา โดยให้ประชาชนเลือกครับ เมื่อประชาชนเลือกกรรมการหมู่บ้านขึ้นมานี่ โอกาสที่กรรมการหมู่บ้านจะไปทำงานแบบเละเทะไม่ได้ครับ เพราะราษฎรเขาควบคุมอยู่ เขาเลือกของเขามา แล้วเขาสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เขาอยู่ด้วยกัน และอาศัยกรรมการ หมู่บ้านนี่ละไปสำรวจตรวจสอบว่าประชาชนในหมู่บ้านนั่นละต้องการอะไร แล้วเมื่อต้องการ สิ่งนั้นขึ้นมานี่ก็เขียนเป็นโครงการขึ้นมา ดังนั้นความต้องการของราษฎรแต่ละหมู่บ้านจะไม่ เหมือนกันเลยครับท่านประธาน บางหมู่บ้านเขาต้องการสถานีเลี้ยงเด็กนะครับ บางหมู่บ้าน เขาต้องการถนน บางหมู่บ้านเขาต้องการขุดบ่อน้ำบาดาล บางหมู่บ้านเขาต้องการ เรื่องต่าง ๆ ผมขออนุญาตที่จะผ่านไปก็แล้วกัน คือความต้องการของแต่ละหมู่บ้านไม่ตรงกัน ดังนั้น ให้กรรมการหมู่บ้านไปสำรวจความต้องการที่แท้จริงของราษฎรขึ้นมา แล้วหลังจากนั้น ถึงตั้งเป็นโครงการขึ้นมา จึงเป็นที่มาของโครงการกองทุนหมู่บ้านก็แล้วแต่นะครับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนั้น ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือแก่นแท้ นี่ก็คือเริ่มต้นจากความต้องการที่แท้จริงของประชาชนขึ้นมา แล้วรัฐบาล ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน แต่กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ถ้าหากไปถามประชาชนไทยนะครับว่าจำอะไรได้บ้างในเรื่องโครงการไทยเข้มแข็ง ผมยืนยัน กับท่านประธานนะครับ ถ้าท่านประธานไม่เชื่อผมนี่ไปกับผมก็ได้ เพราะว่าผมใกล้ชิดใน กรุงเทพมหานคร ผมได้มีโอกาสลงไปในชุมชนต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครจำนวนมาก แม้ไม่ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมเชื่อว่าเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านเขาจำโครงการ ไทยเข้มแข็งได้อย่างไรท่านประธานทราบไหมครับ เขาจำได้ว่าจะมีคณะกรรมการลงมา พร้อมกับเอกสาร ผมขออนุญาตไม่ใช่อ้างนะครับ พร้อมกับเอกสารสักใบหนึ่ง แล้วก็มีรายการ ๗-๘ รายการ แล้วก็ไปขู่ราษฎรด้วยนะครับว่าขอให้กรรมการหมู่บ้านเลือกเอาตามรายการดังกล่าวซึ่งจะมี ๘ บริษัท แล้วก็มีราคาเรียบร้อยนะครับ ถ้าหากว่าไม่ตามนี้นะครับ เขาจะริบเงินเข้าคลังให้หมด เมื่อเป็นอย่างนี้ราษฎรก็เดือดร้อนกันไปทั้งหมดสิครับ เพราะว่าสิ่งที่เอามามันอยู่ในกระดาษนี้ มันไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน นี่คือสิ่งที่ประชาชนจำเรื่องไทยเข้มแข็งได้ครับ และผมเชื่อนักการเมืองทุกคน พรรคการเมืองทุกพรรคคงไม่ต้องการสิ่งนี้ ยกเว้นนักการเมืองคนนั้น หรือพรรคการเมืองพรรคนั้นเป็นคนบงการเรื่องคอร์รัปชัน ถ้าเขาผู้นั้นนักการเมืองพรรคนั้น ไม่ได้บงการเรื่องคอร์รัปชัน ผมยืนยันว่าเขาคงไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้อย่างแน่นอน มีอย่างที่ไหน ไปเอากระดาษใบหนึ่งแล้วมีรายการ ๘-๙ รายการ และบังคับราษฎรบอกว่าคุณต้องซื้อตาม รายการนี้นะครับ เป็นจำนวนเงินเท่านี้ ถ้าคุณไม่ซื้อตามรายการนี้เป็นจำนวนเงินเท่านี้ เงินพวกนี้จะคืนคลังให้หมด ผมถามเถอะครับนักการเมืองคนไหนกล้าที่จะมายืนยันกับผม ไหมว่าจะทำอย่างนี้อีกถ้าได้เงินไป ผมถามนักการเมืองและพรรคการเมืองนั้นนะครับว่า พรรคไหนจะทำอย่างนี้อีกไหมครับ เพราะมันชัดเจนนะครับ เขาจับได้ไล่ทันคุณถึงถอยไป แล้วตรงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมยังคาอยู่ในใจนะครับ ผมต้องการ ให้มีคนตอบผม ผมไม่ต้องการที่จะไปใส่ร้ายป้ายสีใคร แต่มันคาอยู่ในใจผมท่านประธาน เสาธงนะครับ เสาธงต้นหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมยังสงสัยเลยว่าเสาธงนี่ทำด้วยอะไรครับ แพลททินัม (Platinum) หรือเปล่าครับ หรือยูเรเนียม (Uranium) หรือเปล่าครับ ต้นหนึ่ง มันตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ บาท อยู่ในโครงการไทยเข้มแข็ง ไม่ทราบว่าจะมีใครพอจะตอบผมได้บ้าง หรือเปล่า ผมก็คิดว่าถ้าหากท่านไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ ท่านก็คงจะสนับสนุนผมนะครับว่า อย่าให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอีก ดังนั้นที่กราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เราขออนุญาตติติงจุดอ่อน จุดบกพร่อง หรือว่าสิ่งที่เป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นเนื่องจากพระราชกำหนดฉบับนี้ คือพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ดังนั้นผมก็ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ คือด้วยความปรารถนาดี จึงกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า นี่คือจุดอ่อนข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นแล้วจากการใช้เงิน ตามโครงการนี้ สิ่งที่เรียกว่าไทยเข้มแข็ง และสิ่งที่เรียกว่าเงินเช็คช่วยชาติ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่าน กรณ์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เรามาพิจารณารายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง ฉบับปี ๒๕๕๒ ในการที่จะกู้ยืมเงินเพื่อมาเสริมสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจ หรือที่เรียกกัน โดยทั่วไปว่า พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ก็อยากจะเรียนนะครับว่า การที่เราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสมารับฟังรายงานในรายละเอียดผลสัมฤทธิ์และ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เม็ดเงินกู้ตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ ก็เป็นตัวสะท้อนถึงความตั้งใจ ของรัฐบาลของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อสมัยที่มีการตราพระราชกำหนด ฉบับนี้ว่าต้องการที่จะให้โอกาสเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับฟังรายงาน แล้วก็ มีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมในการเสนอแนะรับฟังข้อคิดเห็นแล้วก็ตำหนิติชมการทำงานภายใต้ พระราชกำหนดฉบับนี้ จึงได้ตราไว้ในตัวกฎหมายว่าทางกระทรวงการคลังจะต้องมารายงาน ความคืบหน้าภายใน ๖๐ วัน หลังจากปิดปีงบประมาณ ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งด้วย ความตั้งใจที่จะให้มีความโปร่งใสสูงสุด เป็นสาเหตุที่เราได้มีโอกาสที่จะมาอภิปรายกัน ในประเด็นนี้ในวันนี้ วันนี้ผมก็ได้ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ฝั่งมาทั้งวัน ก็ต้อง ขออนุญาตเรียนนะครับว่าหลากหลายประเด็น ก็เป็นประเด็นที่ฟังแล้วผมคิดว่าน่าสนใจ แล้วก็โดยเฉพาะในส่วนของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้ตราพระราชกำหนดไปสด ๆ ร้อน ๆ ให้อำนาจกับรัฐบาลเองในการที่จะกู้ยืมเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะไปฟื้นฟูประเทศ หลังจากเหตุอุทกภัยในช่วงปีที่ผ่านมา จริง ๆ แล้วหลายบทเรียนของ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง และการดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ล้วนแล้วแต่ควรที่จะเป็นบทเรียน ที่รัฐบาลนี้ควรที่จะนำไปประยุกต์ใช้และใช้เป็นประโยชน์ ที่น่าเสียดายก็คือไม่มีตัวแทนของ รัฐบาล และตัวแทนท่านสุดท้ายก็กำลังลุกเดินออกไปนะครับ แต่ว่าประเด็นที่น่าเป็นห่วง ก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลทางด้านเศรษฐกิจแล้วก็ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังด้วย ควรที่จะอยู่เพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกต่อบทเรียน ที่ได้รับจากการนำแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งไปสู่การปฏิบัติ เพราะว่าทั้งหมดนั้น แน่นอนที่สุดครับ มีประเด็นที่บกพร่องแล้วก็ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กรุณาอภิปราย ก็ได้ชี้ช่องให้เห็น ถึงจุดอ่อนในการนำพระราชกำหนดลักษณะนี้ไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งวันนี้เช่นเดียวกันผมก็จะขอ ใช้เวลาของสภาเล็กน้อยในการที่จะพูดถึงที่ไปที่มา แล้วก็เพื่อทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก สาเหตุที่ต้องทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายคน ยังสับสนในเหตุผลที่มาของการตราพระราชกำหนดฉบับนี้ สับสนลงไปถึงในรายละเอียดว่า พระราชกำหนดนี้ได้นำเม็ดเงินที่กู้ยืมมาไปใช้ทำอะไรบ้าง แล้วก็สับสนถึงขั้นที่จะนำโครงการ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเลยกับไทยเข้มแข็งมาใช้ในการอภิปราย หลายท่านครับเหมือนกับมีโพยมาว่า จะต้องลุกขึ้นแล้วก็อภิปรายโครงการเรื่องของเช็คช่วยชาติ ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ก็ได้อภิปรายในเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมก็อยากที่จะพูดให้ชัดในที่นี้เลยนะครับว่าเช็คช่วยชาติไม่ได้ เกี่ยวกับไทยเข้มแข็งเลย เช็คช่วยชาติไม่ได้ใช้เงิน พ.ร.ก. เช็คช่วยชาติได้มีการตราเช็ค ๘,๐๐๐,๐๐๐ ใบออกไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ท่านดูตารางการตรา พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งนะครับ ว่ามีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๑๓ พฤษภาคมในปีเดียวกัน ก็คือเกือบ ๆ ๒ เดือน หลังจากที่ได้มีการออกเช็คช่วยชาติไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอทำความเข้าใจกับ ทางทีมเศรษฐกิจของทางพรรคเพื่อไทยนะครับว่าท่านควรจะต้องทำการบ้านดีกว่านี้นะครับ ก่อนที่จะมาอภิปรายในสภา ก่อนที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้อื่น และในส่วนของ เช็คช่วยชาติเองไหน ๆ ก็พูดกันในเรื่องนี้ถึงแม้ว่าไม่ได้เกี่ยวกับไทยเข้มแข็งก็ถือว่าใช้สิทธิ พาดพิงก็แล้วกัน เพราะมีสมาชิกหลายท่านได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงข้อบกพร่องของนโยบายนี้ ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนแล้วก็พูดตั้งแต่สมัยที่รัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ได้ออกนโยบายเช็คช่วย ชาติมาว่านโยบายนี้ใช้ในกรณีพิเศษเท่านั้น ไม่ได้เป็นนโยบายที่เราสนับสนุนว่าจะต้องมีการ ตราเช็คเพื่อที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นเป็นกิจจะลักษณะ และหลังจากต้นปี ๒๕๕๒ เมื่อเราได้ออกนโยบายเช็คช่วยชาติเราก็ไม่ได้หันไปใช้นโยบายนี้ อีกเลย สาเหตุก็คือในต้นปี ๒๕๕๒ มีความจำเป็นเร่งด่วนจริงที่จะต้องมียาแรงเพื่อที่จะ กระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เช็คช่วยชาติใช้เม็ดเงินส่วนที่ได้จาก การออกพระราชบัญญัติงบประมาณกลางปี ประจำปี ๒๕๕๒ และเราก็ได้มีเกณฑ์ชัดเจนครับ ไม่ได้เป็นการโปรยเงินออกมาจากเฮลิคอปเตอร์อย่างที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้อ้างไว้ แต่มีกฎเกณฑ์กติกากำหนดชัดเจนครับว่าใครบ้างจะเป็นผู้ที่ควรจะมีสิทธิได้รับเช็คส่วนนี้ ซึ่งเกณฑ์ที่ชัดเจนก็คือการกำหนดว่าใครเป็นผู้ที่เดือดร้อนจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ผู้ที่เดือดร้อนก็ใช้เกณฑ์ที่ถูกต้องแล้วครับ ก็คือเกณฑ์ความยากจนวิธีเดียวที่จะกำหนดได้ว่า ใครควรที่จะเป็นผู้มีสิทธิได้รับเช็คก็ต้องใช้ผู้ที่เป็นแรงงานในระบบประกันสังคม และเราก็ได้ ขีดเส้นว่าใครก็แล้วแต่ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ ที่เดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง เราจึงได้ออกนโยบายมาว่า ทุก ๆ คนที่อยู่ในระบบประกันสังคมมีเงินเดือนต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท สามารถที่จะมีสิทธิ ในการที่จะรับเช็คส่วนนี้และสุดท้ายก็มีการตราเช็คออกมา ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าใบ ส่วนพี่น้อง เกษตรกรที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมเราก็ได้มีนโยบายเคียงคู่กัน ก็คือนโยบายประกัน รายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่สามารถเป็นตัวค้ำประกันได้นะครับว่าเกษตรกรจำนวนหลาย ล้านท่านที่ก่อนหน้านี้ทำไร่ทำนาไม่เคยมีความมั่นใจได้ว่าจะมีกำไรติดมือไปเลี้ยงดูครอบครัว หรือไม่ จะต้องมีกำไรจากโครงการประกันรายได้และเราก็ได้ริเริ่มโครงการนี้ในปี ๒๕๕๒ เช่นเดียวกัน ก็เป็น ๒ นโยบายคู่ขนานสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ต่ำก็ได้เช็คช่วยชาติ สำหรับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาก็ได้โครงการประกันรายได้ ซึ่งเพื่อนสมาชิกผมก็ได้ อภิปรายไปแล้วในประเด็นนี้ ส่วนต้องขออนุญาตด้วยนะครับ เมื่อสักครู่พอดีนั่งฟังท่าน ผู้อภิปรายท่านได้พูดถึงการที่เราได้มอบภาระหน้าที่ในการออกเช็คให้กับธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นธนาคารภาคเอกชนแห่งหนึ่งแทนที่จะใช้ธนาคารของรัฐและท่านก็ได้อภิปรายในทางที่จะ ให้ผู้ฟังเข้าใจได้ว่าอาจจะมีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือทุจริตคอร์รัปชัน ท่านได้ตั้งคำถามว่าธนาคารพาณิชย์แห่งนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับสมาชิกของสภาในพรรคใด หรือไม่ ผมก็ขออนุญาตเรียนได้เลยว่าท่านคงหมายถึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็นั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้นะครับ ก็คือขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เพราะเราใช้ธนาคารกรุงเทพ ในการออกเช็คในครั้งนั้น แต่ผมก็ต้องขออนุญาต อธิบายอีกครั้งให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจผ่านทางสภาว่าสาเหตุที่เราไม่ได้ใช้ธนาคารของรัฐ ก็คือธนาคารกรุงไทยในครั้งนั้น เพราะธนาคารกรุงไทยได้เสนอราคามาที่กระทรวงการคลังว่า จะคิดการออกเช็คช่วยชาตินั้นใบละประมาณ ๕ บาท ถ้าผมจำไม่ผิด สุดท้ายเราเปิดประมูล และธนาคารที่เสนอราคาที่ต่ำที่สุดเข้ามาเพียงแค่ใบละประมาณ ๒ บาท คือธนาคารกรุงเทพ เราประหยัดภาษีเม็ดเงินงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชน โดยการใช้ธนาคารที่เสนอราคา ให้กับรัฐบาลที่เป็นต้นทุนที่ต่ำที่สุดในการดำเนินการ นี่คือเหตุผลตรวจสอบได้ ผ่านทาง กระทรวงการคลัง พวกท่านอภิปรายเรื่องนี้กันมาหลายปีแล้วครับ ผมก็เริ่มที่จะเบื่อในการ ที่จะต้องลุกขึ้นอภิปรายชี้แจง ท่านยังติดใจในประเด็นนี้ ตอนนี้ท่านมีอำนาจในฐานะเป็น ฝ่ายรัฐบาลท่านตรวจสอบเลยครับ แล้วก็เรียกฟ้องใครก็แล้วแต่ต่อ ป.ป.ช. ได้เลย ถ้าท่านยังคิดว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น นี่ก็คือเพื่อความชัดเจนเพราะว่าอภิปรายกันมาหลายคน ก็พูดเรื่องซ้ำ ๆ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่เรามาพิจารณากันในวันนี้ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องมีการ ชี้แจง ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงต่อสภาผ่านท่านประธานว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ เราเรียกกันว่า พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง แล้วเราเรียกว่า พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ก็คือปีปัจจุบัน ถามว่าทำไม เราถึงได้ตั้งชื่อพระราชกำหนดฉบับนี้จนติดปากว่าเป็น พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ก็เพราะ ในปี ๒๕๕๒ นั้น เศรษฐกิจเราอ่อนแอ อ่อนแอเพราะอะไร ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ อภิปรายไปแล้ว ประเทศไทยและเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติเศรษฐกิจ ต่างประเทศ จุดเริ่มต้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาลามไปถึงสหพันธ์ยุโรป แล้วก็มีผลกระทบกับ เราตั้งแต่ไตรมาส ๔ ของปี ๒๕๕๑ ทำให้จีดีพีเราติดลบไตรมาสนั้นประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ครึ่ง แล้วในไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๒ ติดลบถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ มีความจำเป็นด้วยเหตุผลที่เดี๋ยว สักครู่ผมจะกล่าวถึงที่เราจะต้องจัดยาแรงเพื่อที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แล้วเราก็ได้ตกผลึกว่า ยาแรงที่มีความเหมาะสมในจังหวะเวลานั้น ก็คือการออก พ.ร.ก. กู้เงินในกรณีพิเศษ เราเรียกว่า พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ เพราะเราเชื่อว่าตามนโยบายและวิธีการใช้เงินที่เรา กำหนดไว้สำหรับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ รวมไปถึง พ.ร.บ. ที่เดิมทีเรามีความตั้งใจจะออกอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะต้องส่งผลอย่างแน่นอนให้เศรษฐกิจของไทยนั้นมีความเข้มแข็ง ภายในปี ๒๕๕๕ นั่นคือสัตยาบันครับ และนั่นคือความตั้งใจความมุ่งมั่น และสุดท้ายนั่นก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้น เพราะ ณ วันนี้รัฐบาลเอง ท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่งเดินทางไปญี่ปุ่นก็เพื่อไปยืนยัน กับกลุ่มนักลงทุนที่นั่นว่าเศรษฐกิจไทย ณ วันนี้เข้มแข็ง เศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ ปีนี้ ปีอะไรครับ ปี ๒๕๕๕ แน่นอนที่สุดที่เศรษฐกิจวันนี้เข้มแข็งมีเสถียรภาพ ต้องขออนุญาต พูดความจริงว่าไม่ใช่เป็นเพราะรัฐบาลนี้ ไม่ใช่เป็นผลงานของรัฐบาลนี้ ซ้ำแล้วเดิมทีเศรษฐกิจ ควรจะเข้มแข็งตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ คาดกันว่าจีดีพีจะมีอัตราการขยายตัวสูงถึง ๔ เปอร์เซ็นต์ครึ่ง หรือ ๕ เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าโตไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์เพราะอะไร เพราะความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากอุทกภัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการน้ำท่วม โดยรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา แต่ถึงแม้มีอุทกภัย ถึงแม้มีความเสียหาย ๑.๔ ล้านล้านบาท จากภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยนั้นอ่อนแอลงได้เนื่องจาก พื้นฐานโครงสร้างของเศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง จุดเริ่มต้นก็คือ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งที่วันนี้ เรามาอภิปรายกันอยู่ นี่คือเป้าหมายของรัฐบาลที่ผ่านมา และผมก็ต้องขออนุญาตเรียน ตามความเป็นจริงว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็เป็นเช่นนั้น และผลลัพธ์ดีกว่าที่เราคาดไว้ เพราะเดิมทีเราคาดว่าจะต้องกู้ยืมเงินสูงสุด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และประเด็นนี้ก็คือประเด็น ที่มีความแตกต่างในแนวความคิดในรัฐบาลที่แล้วกับรัฐบาลนี้อีกส่วนหนึ่ง เพราะในสมัยนั้น เมื่อเรารู้เราอาจจะต้องใช้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้ถามกับผมว่าเม็ดเงินที่เราคิดว่าเราใช้ได้ทันทีจริง ๆ รวมแล้วเป็น จำนวนเงินเท่าใด ผมก็ตอบกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าที่เรามีความพร้อมในการที่จะใช้เลย ทันทีอยู่ที่ประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชีวะ จึงได้กระชับ กับกระผมและกระทรวงการคลังว่าถ้าอย่างนั้นขอให้เกรงใจสภา อย่าออกทั้งหมดเป็น พระราชกำหนด ส่วนที่ยังไม่ใช้ทันทีในที่นี้หมายถึงภายใน ๑ ปี ให้ขอสภาออกในรูปของ พระราชบัญญัติ เรามีเวลาที่จะจัดเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกมีโอกาส ได้พิจารณา และสุดท้ายนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้เราได้ตรากฎหมายไทยเข้มแข็งออกมาเป็น ๒ ฉบับด้วยกัน ฉบับหนึ่งเป็นพระราชกำหนดซึ่งก็ปรับลดตัวเลขลงมาจาก ๔๕๐,๐๐๐ บาท ที่ผมขอไป มาเป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และออกในรูปของพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ผ่านขั้นตอนการพิจารณาโดยสภา และในส่วนของ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรกนั้นก็จัดสรรไว้ ไม่เกินครึ่งหนึ่งที่จะนำไปใช้ในการชดเชยเงินคงคลัง แล้วก็สาเหตุที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องตราพระราชกำหนดในวันนั้นก็เพราะเศรษฐกิจที่ถดถอย ส่งผลต่อความเสี่ยงต่อ การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลที่อาจจะต่ำกว่าเป้า ทำให้การขาดดุลงบประมาณในปี ๒๕๕๒ นั้น ขาดดุลเกินเพดานตามกฎหมาย ไม่มีทางอื่นครับ ไม่มีวิธีอื่นที่รัฐบาลจะหลีกเลี่ยงการแก้ไข ปัญหา นอกจากการตรากฎหมายในรูปของพระราชกำหนด และนั่นคือที่มาของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ส่วนเม็ดเงินอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นเม็ดเงินที่เราจะจัดสรรลงไปในโครงการต่าง ๆ เพื่อหวังผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อหวังผลในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ที่รอเม็ดเงินงบประมาณในแต่ละปีในอดีตที่ผ่านมาแต่ไม่เคยได้รับการจัดสรร เราก็ตั้งใจนะครับว่า การจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณโดยไทยเข้มแข็งนั้นจะต้องมีความโปร่งใสและเป็นธรรม ก็มีนวัตกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้น นวัตกรรมข้อแรก ก็คือที่มาของการรับรายงานวันนี้ ก็คือ ความโปร่งใสในสภา นวัตกรรมในระดับที่ ๒ ก็คือเราต้องการที่จะให้พี่น้องประชาชน มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม เป็นหูเป็นตา คอยจับผิดโครงการนี้ก็ว่าได้ เพราะเราตระหนักว่า การตรากฎหมายในรูปพระราชกำหนดนั้นขาดขั้นตอนอันควรที่จะต้องมีคณะกรรมาธิการ งบประมาณพิจารณาในรายละเอียดของแต่ละโครงการ เราตระหนักว่านี่คือจุดอ่อนของ การตรากฎหมายในรูปของพระราชกำหนด เราจึงได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมไว้เพื่อที่จะทำให้ มีความโปร่งใส และพี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ทุกวันนี้ถ้าเพื่อนสมาชิกที่มีไอแพด อยู่แล้ว ไม่ต้องรองบประมาณของสภาสามารถที่จะกดเข้าไปดูได้เลยนะครับ ทีเคเค ๒๕๕๕ หรือไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ท่านจะเห็นเป็นเว็บไซต์ (Web site) ที่กระทรวงการคลังจนถึง ทุกวันนี้ยังบริหารจัดการอยู่ ในเว็บไซต์นั้นท่านกดเข้าไปดูได้ครับว่า ในจังหวัดหรือ เขตเลือกตั้งของท่านมีโครงการอะไรบ้างที่ได้รับการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณจากไทยเข้มแข็ง ท่านกดเข้าไปดูได้อีกต่างหากว่าการประมูลจัดซื้อจัดจ้างนั้นมีการแข่งขันกันโดยผู้รับเหมา กี่ราย มีราคากลางกำหนดไว้โดยสำนักงบประมาณในราคาเท่าใด สุดท้ายใครได้ในราคากี่บาท กี่สตางค์ ท่านดูได้อีกต่างหากนะครับว่ามีการดำเนินงานแล้วเสร็จไปแล้วเท่าไร มีการเบิกจ่าย ไปครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วหรือยัง ความโปร่งใสลงไปในทุกระดับครับ ดูได้ในทุกจังหวัด ทุกโครงการ ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย นี่ก็คือนวัตกรรมที่ผมก็หวังว่ารัฐบาลนี้จะนำไปสานต่อ ทั้งในแง่ของการเปิดโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบรายละเอียดการใช้ เม็ดเงินงบประมาณ พ.ร.ก. ของรัฐบาลนี้เองได้ และควรที่จะนำไปใช้ในการตรวจสอบและเพิ่ม ความโปร่งใสการใช้เม็ดเงินงบประมาณของแผ่นดินอีกต่างหากนะครับ เพราะฉะนั้น นวัตกรรมเหล่านี้จึงเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบแล้วก็การดูแล การใช้เม็ดเงิน ซึ่งสุดท้ายก็คือเม็ดเงินภาษีของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นเราก็ได้กำหนดว่า วิธีการกู้ยืมเงินจะต้องเป็นวิธีการกู้ยืมที่ทำให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมและได้ประโยชน์ ในอดีตที่ผ่านมานะครับ กระทรวงการคลังจะกู้ยืมเงินก็จะออกพันธบัตร เอาสะดวกเป็น ตัวนำครับ ขายให้กับสถาบันบ้าง ขายให้กับนักลงทุนรายใหญ่บ้าง แต่พี่น้องประชาชนไม่เคย มีโอกาสได้เข้าถึงพันธบัตรของรัฐบาล เราก็เห็นนะครับ ในปี ๒๕๕๒ ว่าอัตราดอกเบี้ย ณ เวลานั้นอยู่ในระดับที่ต้องถือว่าต่ำมาก เพราะฉะนั้นมีพี่น้องประชาชนจำนวนหลายล้านคนที่อาศัยดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินฝาก ของตนนั้นเป็นรายได้หลักโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ดังนั้นเราก็จึงอยากที่จะยิงนกด้วยกระสุนนัดเดียว ได้นก ๒ ตัว โดยการที่จะกู้ยืมเงินพร้อมกันกับการให้โอกาสพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุมีสิทธิได้จับจองพันธบัตรของรัฐบาลที่มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ในระบบธนาคาร เราจึงได้ออกพันธบัตรที่เราเรียกว่า พันธบัตรไทยเข้มแข็ง ออกมา ๒ งวดนะครับ แล้วก็เป็นประวัติการณ์ครับท่านประธาน เพราะไม่เคยมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากเท่านี้ มีส่วนร่วมในการกู้ยืมเงินโดยรัฐบาล เราไม่จำเป็นเลยนะครับที่จะต้องไปกู้ยืมเงินจาก ต่างประเทศแม้แต่บาทเดียว แต่รัฐบาลนี้ในการตราพระราชกำหนดฟื้นฟูน้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นหนึ่งที่พวกเราหลายคนก็ได้อภิปรายไปแล้วแล้วก็แสดงความกังวลก็คือรัฐบาล ได้กำหนดในตัว พ.ร.ก. ความแตกต่างที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ของรัฐบาลที่แล้วก็คือรัฐบาลบอกว่าเปิดให้กู้จากต่างประเทศได้ ในส่วนของ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งนั้น ระบุไว้ชัดเจนครับว่ากู้ได้ภายในประเทศเท่านั้น และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ พี่น้องประชาชนจำนวนหลายแสนคนได้ประโยชน์จากการเข้ามามีส่วนร่วมในการปล่อยกู้ ให้กับรัฐบาลด้วยการซื้อพันธบัตร ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการที่มี ความสำคัญต่อการสร้างอนาคตของประเทศด้วยการนำเงินฝาก นำเงินออมของเขามาร่วม โครงการไทยเข้มแข็งกับรัฐบาล ตรงนี้ก็เป็นนวัตกรรมสำคัญนะครับ ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังกรุณานั่งฟังอยู่ ท่านสามารถที่จะไปสอบถามในรายละเอียดกับ ทางสำนักงานบริหารหนี้ได้ เป็นเรื่องที่ควรจะทำต่อไปครับในแต่ละงวดของการออกพันธบัตร ไทยเข้มแข็ง มีพี่น้องประชาชนมีสิทธิเข้ามาจับจองได้เกินงวดละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งก็ได้รับ ความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคารเป็นอย่างดี นี่คือสิ่งดี ๆ จากโครงการ ไทยเข้มแข็งที่ผมคิดว่าเราก็ควรที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกันในสภาแห่งนี้ด้วย เพราะทั้งหมดนี้ ก็เป็นประสบการณ์ที่มีความสำคัญต่อการบริหารจัดการโดยรัฐบาลในอนาคตต่อไป แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการประเมินผลลัพธ์ของไทยเข้มแข็งในระดับมหภาค ผมคิดว่าจริง ๆ แล้ว ไม่ควรที่จะต้องพูดมาก เพราะสุดท้ายแล้วทุก ๆ ท่านก็ทราบดีว่าจากที่เราเคยคิดว่าอาจจะ ต้องใช้ถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เราใช้เพียงแค่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เศรษฐกิจก็ฟื้นตัว มีความเข้มแข็ง แข็งแรงแล้วเราจึงตัดสินใจในการที่จะยกเลิก พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทส่วนหลัง และตรงนี้ก็เป็นคำอธิบายในส่วนของวิธีคิดที่อาจจะมี ความแตกต่างกันระหว่างฝ่ายเรากับฝ่ายท่านที่เป็นรัฐบาลอยู่ ณ ปัจจุบัน เพราะตั้งแต่ระดับ รองนายกรัฐมนตรีไล่ลงมาท่านก็ได้อภิปรายทวงถามในประเด็นว่าเราใช้เงินไม่หมดเสมือนกับว่า เราบริหารจัดการไม่เก่ง มี พ.ร.ก. ให้กู้กันเท่านี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สุดท้ายทำไมกู้ น้อยกว่านั้น ทำไมใช้น้อยกว่านั้น อาจจะเป็นตรรกะความคิดที่ต่างกัน เพราะจริง ๆ แล้ว เรามองว่าการกู้ยืมเงินเป็นสิ่งที่ไม่ดี ถ้าไม่จำเป็นต้องกู้ก็ไม่ควรจะกู้ แล้วผมก็ยืนยันในสมัย ที่ยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ว่าในกรณีการตราพระราชกำหนดฉบับนี้ความจำเป็นในการกู้ยืมมีจริง ไม่มีทางเลือกอื่น แต่ถ้าสมมุติว่าเงื่อนไขที่บังคับให้เราต้องกู้ก็คือพี่น้องประชาชนเดือดร้อน จากวิกฤติเศรษฐกิจนั้นหายไป วันนั้นก็คือวันที่เราจะยุติการกู้ยืมทันที และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นครับ ท่านประธาน เมื่อเราใช้เงินไปแล้วระยะเวลาหนึ่งเศรษฐกิจดีขึ้นทำให้รายได้ของรัฐบาล ก็สูงขึ้น เงินภาษีที่เก็บจากกิจการและพี่น้องประชาชนสูงขึ้นก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปที่เรา จะต้องกู้ยืมเงิน จนกระทั่งสุดท้ายมีอีกหลายโครงการครับ จากหลายกระทรวงที่เขารอคิว จะขอเม็ดเงินงบประมาณจาก พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง แต่เราก็ขีดเส้นบอกจบแล้ว เศรษฐกิจ ฟื้นตัวแล้ว ถ้าท่านต้องการที่จะขอเงินงบประมาณ ขอให้ไปขอในระบบงบประมาณปกติ เพราะนั่นคือวิธีที่ควร ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรที่จะใช้เม็ดเงินนอกระบบงบประมาณ และนี่ คือสาเหตุสุดท้ายที่เรายกเลิก พ.ร.บ. ไปทั้งฉบับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และแม้แต่ใน พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เราก็ใช้ไม่หมด และภาคภูมิใจครับ ท่านประธานที่เราไม่จำเป็นต้องใช้หมด ตรงนี้ก็เพื่อความชัดเจนนะครับ ส่วนในเรื่องของ ตัวผลลัพธ์ของตัวโครงการและเงินที่ใช้จริงผมคงไม่ต้องบรรยายมากเพราะว่ารายงานของ กระทรวงการคลังที่นำส่งให้กับสภาก็มีความชัดเจนอยู่ในตัวนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง โดยสังเขปอย่างเช่นในเรื่องของสาขาขนส่งนะครับ ทางกระทรวงการคลังก็พูดชัดเจนนะครับ ว่าผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ที่ได้รับจากการพัฒนาด้านขนส่งเชิงยุทธศาสตร์ก็มีทั้ง ๓ ด้านนะครับ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ขนส่งในภาพรวมและพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีประสิทธิผล นี่คือรายงานของกระทรวงการคลังที่ทำให้กับสภา ส่วนการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมทางหลวง ระหว่างภาคกับจังหวัดก็มีประโยชน์มากมายเช่นเดียวกัน รวมถึงการลดปัญหาอุบัติเหตุ การลดปัญหาจราจรติดขัดและอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ก็คือผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ที่ได้รับ เรื่องของระบบรางก็ได้งบประมาณไทยเข้มแข็งไปพอสมควรนะครับ ผลสัมฤทธิ์ก็ชัดเจนครับ ก่อให้เกิดการจ้างงาน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ของไทยเข้มแข็งเพิ่มรายได้ให้กับ ประชาชน เพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพของระบบขนส่งทางรถไฟทั้งด้านขนส่ง ผู้โดยสารและขนส่งสินค้า นี่คือผลสำเร็จของคณะกรรมการ ส่วนเรื่องของชาวกรุงเทพฯ มีงบประมาณจัดสรรให้กับระบบรถไฟฟ้าด้วยในโครงการไทยเข้มแข็ง ทางรายงานก็สรุปไว้ ชัดเจนว่านี่คือเหตุผลที่ ณ วันนี้มีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ การบริหารโครงการนี้ ณ ปัจจุบันเป็นไปตามแผนงานทั้งสิ้นนะครับ เหล่านี้ก็เป็นเพียง ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้เห็นนะครับว่าตามรายงานของทางกระทรวงการคลังที่ทำ ให้กับสภาว่านอกจากผลประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาพใหญ่แล้ว โครงการไทยเข้มแข็ง ในรายละเอียดมีผลต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนหลายล้านคน มีผลต่อประสิทธิภาพและ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเกือบทุกหมวด ทุกภาคอุตสาหกรรม และผม ยืนยันได้ว่ามีความโปร่งใสชัดเจนและยุติธรรมในการจัดสรรงบประมาณลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่าจังหวัดแรกที่ผมในสมัยนั้นในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ไปเปิดโครงการไทยเข้มแข็งนั้นคือจังหวัดเชียงใหม่ และผมกล้ายืนยันนะครับว่า เม็ดเงินงบประมาณไทยเข้มแข็งที่ได้จัดสรรให้กับจังหวัดเชียงใหม่นั้นถือว่าเป็น ๑ในจังหวัด ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากไทยเข้มแข็งในอันดับที่สูงที่สุด เราไม่ได้มาคอยกังวลนะครับว่า ทางการเมืองนั้นคะแนนเสียงมาจากจังหวัดใด เราไม่ได้มาคอยกังวลแม้แต่ว่าในอดีตนั้น มีจังหวัดไหนบ้างที่เคยเสียเปรียบในแง่ของการจัดสรรงบประมาณโดยรัฐบาลก่อนที่เรามา แต่เราก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกคนนะครับ และเราก็ดูตามความจำเป็นและเหมาะสม ในการใช้เม็ดเงินงบประมาณจริง ๆ วัดโดยผลตอบแทนที่ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน จะได้รับนะครับ
สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสั้น ๆ ที่จะพูดถึงบทเรียน ที่น่าจะมีนัยสำคัญต่อการทำงานของรัฐบาลเพราะในส่วนของมติ ครม. ล่าสุดนะครับ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องของแนวทางการดำเนินงานตามพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ๒๕๕๕ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า พ.ร.ก. กู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ทางคณะรัฐมนตรี กลับได้มีมติยกเลิกคณะกรรมการบริหารจัดการกรอบเงินลงทุนที่คณะรัฐมนตรีเดียวกันนั้น ได้มีมติไว้เมื่อเดือนมกราคม ในวันที่ ๑๐ และได้มอบอำนาจในการจัดสรรโครงการที่จะใช้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาททั้งหมดนี้ให้กับ กบอ. ซึ่งมีท่านปลอดประสพ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เป็นประธาน นี่คือประเด็นที่เป็นประเด็นความแตกต่างที่ชัดเจนส่วนหนึ่งที่ผมก็ต้อง ขออนุญาตเรียนว่ามีความกังวล เพราะโดยเจตนารัฐบาลที่แล้วเราตระหนักดีว่าการกำหนด การใช้เงิน พ.ร.ก. นั้น อันดับแรก ระดับความโปร่งใสน้อยกว่าการใช้เงิน พ.ร.บ. งบประมาณ ก็คือพวกเราในสภาไม่ได้มีโอกาสในการตรวจสอบ นอกเหนือจากนั้นการกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดเม็ดเงินที่จะนำไปใช้ก็เป็นเรื่องที่ กำหนดโดยฝ่ายบริหารคือรัฐบาลอยู่แล้ว ดังนั้นอำนาจในการกลั่นกรองก็ตรงตามเกณฑ์ ที่ฝ่ายบริหารกำหนดไว้หรือไม่ เราจึงได้มอบให้กับฝ่ายราชการ จึงได้มีคณะกรรมการกลั่นกรอง โครงการไทยเข้มแข็งขึ้นมาที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน แล้วก็ไม่มีตัวแทนจาก ภาคการเมืองเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาโครงการเลย เพราะฉะนั้นทุกโครงการ ที่สุดท้ายได้รับการจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณจาก พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งนั้นเป็นโครงการที่ผ่าน การพิจารณาโดยคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีองค์ประกอบจากฝ่ายราชการล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าแบงก์ชาติ ไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวงการคลัง ผอ. สำนักงบประมาณ ตัวแทนจาก สภาพัฒน์ อยู่ในคณะกรรมการกลั่นกรองหมด ไม่มีนักการเมืองแม้แต่คนเดียว และนี่ก็คือมติ วันที่ ๑๐ มกราคม ของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้ตั้งคณะกรรมการลักษณะเดียวกันไว้ เพื่อที่จะ ทำหน้าที่ในการกลั่นกรองเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลชุดนี้ แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร มีมติยกเลิกมติเดิมที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ และมอบอำนาจให้กับฝ่ายบริหารคือนักการเมืองเป็นผู้กำหนดการใช้เงิน นโยบายก็กำหนด โดยนักการเมือง ลักษณะโครงการก็กำหนดโดยนักการเมือง กลั่นกรองว่าควรจะได้ใช้เงิน หรือเปล่าก็นักการเมืองอีก ทั้ง ๆ ที่เดิมทีเคยมอบอำนาจให้กับฝ่ายราชการไว้แล้ว ตรงนี้ ก็เป็นประเด็นที่ผมคิดว่าอาจจะนำไปสู่ประเด็นปัญหาต่อท่านในอนาคต ถ้าเกิดมีการอนุมัติ การใช้เม็ดเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเงินกู้ที่ไม่ตรงต่อวัตถุประสงค์ ตามพระราชกำหนด ไม่ตรงต่อระเบียบที่ท่านเองได้กำหนดไว้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ความแตกต่างระหว่าง พ.ร.ก. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทกับ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งก็คือความพร้อม ในตัวโครงการ ณ วันที่เราประกาศใช้ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง รายละเอียดโครงการเรามีครบถ้วนหมด เรารู้เลยครับ ลงไปว่าถนนไร้ฝุ่นเส้นไหนบ้างจะมาอาศัยเม็ดเงินกู้จาก พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง แต่ ณ วันนี้ พ.ร.ก. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลนี้มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ความชัดเจน ในการใช้เงินยังไม่ปรากฏ ซึ่งตรงนี้เป็นกรณีที่น่ากังวลเป็นพิเศษ และโดยเฉพาะ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้ยืนยันไว้ในสภานี้ ในวันที่เราได้ลงคะแนนกันนะครับ ในอาทิตย์ที่แล้วในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ว่าจะไม่กู้ยืมเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจาก พ.ร.ก. นี้ จนกระทั่งมีความชัดเจนว่าจะใช้อย่างไร ก็คือพูดง่าย ๆ ถ้าไม่จำเป็น ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้จะไม่กู้ คราวนี้ตัว พ.ร.ก. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ระบุ ไว้ว่าต้องกู้ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ เวลามันเดินไปเรื่อย ๆ นะครับท่าน วันนี้ยังไม่มีความชัดเจนเลยนะครับว่าท่านจะเบิกจ่ายใช้กับโครงการใด ๆ บ้าง ผมไม่อยากจะเห็นว่าสุดท้ายแล้วท่านรีบกู้มากองไว้หน้าตักโดยที่ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง เบิกจ่าย แต่ก็จะติดตามนะครับ แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาของสภาเพียงแค่นี้ แล้วก็หวังว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของการผลักดันการแก้ปัญหาของประเทศโดยการออก พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งนั้นจะมีผลนำไปสู่การปรับปรุงวิธีการทำงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล ในการใช้เม็ดเงินกู้จาก พ.ร.ก. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วมด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ผมเองขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านเพื่อนสมาชิกครับว่า ผมได้มีโอกาสอยู่ในวิกฤติการเงินครั้งแรกที่ยิ่งใหญ่ ของประเทศเมื่อปี ๒๕๔๐ มาแล้ว แล้วก็มีวิกฤติต่าง ๆ ผ่านมาเรื่อย ๆ ผมขอกราบเรียน ยืนยันว่ารัฐบาลทุกรัฐบาล นายกรัฐมนตรีทุกนายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ และมีเจตนาที่ดีที่จะแก้ปัญหาประเทศผ่านกระบวนการต่าง ๆ ที่มีอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้มีการวิพากษ์วิจารณ์และพูดคุยกันนั้น รัฐบาลน้อมรับ ที่จะนำไปเป็นประโยชน์ในการทำงานของรัฐบาลต่อไป ผมเชื่อว่าทุก ๆ ท่านก็คงคิดเหมือนกัน ว่าเราอยากจะให้งบประมาณของประเทศ อนาคตของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุด คำต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้พูดไว้อย่างไร ก็คงปฏิบัติอย่างนั้นนะครับ ต้องกราบขออภัยด้วยนะครับที่ว่าท่านนายกรัฐ มนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านไม่ได้อยู่ที่นี่ เนื่องจากว่าต้องไปราชการที่ต่างประเทศนะครับ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในสภา ผมและคณะข้าราชการก็ได้บันทึกไว้ทั้งหมด แล้วก็จะน้อม นำเสนอให้คณะรัฐบาลผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับทราบแล้วก็ดำเนินการแก้ไขต่อไป ในส่วน รายละเอียดอื่น ๆ นั้น เจ้าหน้าที่ที่มาจากกระทรวงการคลัง คือท่านสุวิชญ โรจนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ท่านจะมีอะไรเพิ่มเติมสำหรับสภาตรงนี้ ก็ขอเชิญครับ
เชิญ ผู้มาชี้แจงครับ กระทรวงการคลัง
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สุวิชญ โรจนวานิช จากสำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะนะครับ ขอเรียนชี้แจงสั้น ๆ
ประเด็นที่ ๑ คือสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะน้อมรับทุก ๆ ความเห็นของ ท่านสมาชิกนะครับ เราจะนำไปปฏิบัติทั้งหมดตามที่ท่านแนะนำนะครับ ส่วนกรณีการกู้เงิน ที่หลาย ๆ ท่านบอกว่าสัดส่วนมันได้ต่ำนะครับ อยากจะเรียนว่ามันเป็นเรื่องการกู้เงิน เพราะฉะนั้นหน่วยงานก็จะกู้เท่าที่จำเป็นนะครับ การที่สัดส่วนมันต่ำนี่ไม่ได้หมายความว่า เขาทำงานไม่มีประสิทธิภาพเพียงแต่ว่าเขาทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้นนะครับ ส่วนตัวเลขตามที่ เราเสนอมาต้องภายใต้กรอบเวลานั้นก็ขอเรียนว่าเราเสนอภายใต้กรอบเวลานะครับ คือเอกสารนี่เราส่งไปตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ส่วนของปี ๒๕๕๒ ก็ได้รายงานสภา ไปแล้วนะครับ ส่วนของปี ๒๕๕๓ ก็เสนอแล้วเช่นกันครับ ส่วนประเด็นความถูกต้อง ความโปร่งใส กระทรวงการคลังก็ได้ทำเว็บไซต์ ก็ตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัด มีผู้ตรวจสอบ ทุก ๆ เรื่องนะครับ แล้วก็ส่วนเงินเหลือจ่ายนี่ก็คือประกอบด้วยเงินสำรองเป็นค่าเค (K) มีการจัดสรรให้หน่วยงานแล้วนะครับ หน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างแล้วเสียเป็นส่วนใหญ่นะครับ ส่วนของกระทรวงสาธารณสุขที่ล่าช้าก็เป็นเพราะเรื่องน้ำนี่หน่วยงานก็ประสบปัญหาอุทกภัย ในปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ ส่วนของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงแรกมีปัญหาเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ก็ดำเนินการใหม่แล้ว ส่วนหนี้ของเอฟไอดีเอฟ ขออนุญาตเรียกสั้น ๆ นะครับ เป็นการปรับ โครงสร้างหนี้นะครับ อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังก็ยังต้องรับเป็นหนี้สาธารณะอยู่ เพียงแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยมาช่วยบริหารจัดการครับ เราก็ยังจะรายงานให้ท่านทราบ ในปี ๒๕๕๖ นี้ ยังต้องรายงานของปี ๒๕๕๕ อยู่ เพราะว่าเงินที่ชำระนี่ยังเป็นเงินงบประมาณ อยู่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะเริ่มดำเนินการในปี ๒๕๕๖ ส่วนประเด็นที่คณะรัฐมนตรี ยกเลิกคณะกรรมการบริหารจัดการเงินลงทุนทำให้ไม่มีการกลั่นกรองโครงการจากฝ่าย ราชการนะครับ ก็ขอเรียนว่าเนื่องจากคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนกับ คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ และอุทกภัย คือ กบอ. ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำ และอุทกภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕ อีกประเด็นสั้น ๆ ก็คือเรื่องเช็คช่วยชาติ ก็ขอเรียนย้ำว่า เป็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่ใช่เป็นเงินตามพระราชกำหนดนะครับ ส่วนผลการตรวจสอบ เรื่องโครงการซื้อเครื่องมือแพทย์ด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต ได้มีการยกเลิกไปแล้ว ส่วนโครงการพัฒนาบุคลากรเป็นโครงการที่ใช้ระยะเวลานาน จึงไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของพระราชกำหนด คือไม่มีโครงการนี้มากเท่าไร ขอเรียนสั้น ๆ เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เป็นอันว่า ที่ประชุมได้รับทราบการกู้เงินและรายงานผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๕๔ ของกระทรวงการคลัง ทั้ง ๒ ฉบับแล้วนะครับ ขอบคุณผู้มาชี้แจงครับ ท่านจุติมีอะไรครับ
ผมจะขอใช้สิทธิอภิปรายครับ
ผู้ชี้แจง ได้ชี้แจงไปแล้วครับ
ผมจะได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้นครับ ท่านประธานครับ ใช้เวลาไม่นานครับ
ผมให้ เวลาท่าน ๕ นาทีก็แล้วกัน เมื่อกี้ท่านออกนอกห้องไป ผมเรียกชื่อตอนท่านออกไป ให้ท่าน สัก ๕ นาทีก็แล้วกัน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมขอกราบเรียน ท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วได้นั่งฟังนี้หาโอกาสอภิปรายมาพอสมควร แต่เห็นว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์มีหน้าที่ต้องตอบตรงนี้ ผมก็เลยให้ท่านได้ขึ้น อภิปรายก่อนผม แต่สิ่งที่กระผมอยากจะพูดครับท่านประธาน เพื่อให้ความเป็นธรรม แล้วก็ ให้ภาพนี้ได้มีครบถ้วน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือทำเพื่อประเทศไทยแล้วก็ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยพวกเรานี่ละครับ ไม่เลือกว่า คนไทยจะอยู่ที่ไหน พูดภาษาอะไร นับถือศาสนาไหน เรามีเป้าหมายเหมือนกัน อาจจะมีวิธีคิด ที่แตกต่างกัน แต่ยืนยันว่าเราไปในทิศทางเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ผมฟังมาทั้ง ๒ ซีก ไม่ว่าเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมเห็นว่าทุกคนต่อต้านการทุจริตเหมือนกัน เราไม่พอใจกับ การจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดช่องโหว่กับการทุจริต เราไม่พอใจกับการซื้อเครื่องทำน้ำ การสร้างถนน ต่ำกว่ามาตรฐาน การซื้อถุงยังชีพ การบริหารงานของบริจาค เราไม่ยอมรับการทุจริตต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ยืนยันครับว่าทั้งฝ่ายตรวจสอบ ฝ่ายรัฐบาลถ้าพบว่าโกงก็ต้องดำเนินคดี ตามกฎหมาย คนโกงก็ต้องได้รับโทษ แต่ถ้าเผื่อผิดพลาดบกพร่องก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้องด้วย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วสมาชิกเราไม่ค่อยให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล เท่าไรนักไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน เพราะว่าทุกคนนั้นมาตัดสินเอาตอนที่ไฟไหม้เสร็จแล้ว ตอนไฟกำลังไหม้ ท่านประธานครับ ทุกคนนึกถึงตำรวจดับเพลิง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง พอไฟดับเสร็จแล้ว ทุกคนลืมหมดแล้วครับ เหมือนกับคนไข้บางคนนี่วันนี้ด่าหมอ แต่ลืมไปว่า ตอนเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉินหมอผ่าตัดช่วยชีวิตไว้ได้ แต่วันนี้ ๒ ปีมาบอกว่าคุณหมอเย็บแผล ไม่สวย ผมต้องให้ความเป็นธรรมกับคนทำงานด้วยครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการที่ดี วันนี้มาตัดสินว่าถูกหรือผิดนั้น เราต้องถามตัวเองว่าตอนวิกฤติคุณทำอะไรอยู่ คุณได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาหรือเปล่า แล้วผมก็เชื่อมั่นครับว่าแม้กระทั่งข้าราชการ กระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรีคนใดก็ตาม ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากจะให้กู้เงิน ถ้ามีเงินพอ ก็ไม่ต้องกู้ แล้วก็กู้เท่าที่จำเป็น สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่กู้ไอเอ็มเอฟ ท่านชวนตอนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีก็หยุดกู้ก่อนครบวงเงิน ก็คือกู้ไม่ครบ จำนวนเงิน แต่ไม่มีใครพูดถึงครับ ท่านประธานครับ แต่พอมาชำระเงินครบกำหนดก่อน วงเงินที่จะกู้ได้บอกว่าดี ชำระเงินกู้ก่อนครบกำหนด แต่ลืมไปแล้วครับ ว่าคนที่กู้มานั้น กู้ไม่ครบวงเงิน เพราะว่ามันไม่จำเป็นแล้ว เศรษฐกิจมันฟื้นแล้ว ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้เข้าประเด็นก็คือว่า ในรายงานของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการกู้เงินเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และ พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับ กระทรวงการคลังด้วยว่า จุดวิกฤตินั้นเริ่มต้นเมื่อปี ๒๐๐๘ คือปี ๒๕๕๑ วันนั้นใครที่เป็น รัฐบาลก็ต้องแก้ปัญหา ท่านประธานจะรู้นะครับว่านี่ปี ๒๕๕๕ วันนี้ต้องบอกว่าเศรษฐกิจ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๔ ปีนะครับ หลังจากเกิดวิกฤติ เป็นต้นตอวิกฤติ วันนี้เพิ่งจะเริ่มลดไข้ ยังไม่ฟื้นจากไข้นะครับ แต่ว่าของเรานั้น ๒ ปีครึ่ง เราดับไฟวิกฤติเศรษฐกิจแล้ว แล้วเราก็ไม่ ต้องกู้เต็มจำนวนเงินที่เราคาดหวังเอาไว้อย่างที่ท่านกรณ์พูดว่าจาก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งใจเอาไว้ กู้เพียงแค่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เพราะที่เหลือไม่จำเป็น เพราะฉะนั้น ตรงนี้ต้องให้เครดิตกับกระทรวงการคลังครับว่าใน ๔ ปีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่งจะเริ่มลดไข้ แต่เรานั้นฟื้นมาแล้ว แต่เราโชคร้ายครับ ท่านประธานครับ โชคร้ายที่มาเจอวิกฤติน้ำท่วม ต่อเนื่องไปอีก ผมขอเวลาอีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับว่า จริง ๆ แล้วอยากจะให้บันทึก ไว้ในรายงานการประชุมของสภาว่าที่ทุกคนพูดออกมาหมดนี่ ทุกทีเรามีงบประมาณเพียงแค่ พูดถึงปัญหาอุปสรรคของโครงการนี้ แต่ผมหาคนน้อยมากที่พูดถึงว่าผลประโยชน์ ที่ประชาชนจะได้รับจากโครงการนี้ การจ้างงาน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน ไม่เคยนะครับ ประเทศไทย ลาดยางทีเดียว ๗๒,๐๐๐ กิโลเมตร ทุกทีเรามีงบประมาณเพียงแค่ ๓๐๐-๔๐๐ กิโลเมตร ทุกปี แล้วเมื่อไรมันจะทำเสร็จ สถานีอนามัยทั่วประเทศครับ ท่านประธานครับ เมื่อก่อน จะเห็นว่าเป็น ๒ ชั้นโล่ง ๆ วันนี้คนแก่ คนเป็นโรคข้อ เป็นโรคหัวใจ ที่ไม่ต้องเดินทางขึ้นไป บนอนามัยเพราะว่ามีการทำห้องตรวจโรคชั้นล่าง ผู้สูงอายุนี้ได้ประโยชน์หมด ไม่มีใครพูดถึงครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าไม่เว้นแม้กระทั่งโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งในเอกสารนี้ หน้า ๑๙ เขียนชัดเจนครับว่า โครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรนั้น ผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับคือ ๑. สร้างระบบประกันราคาสินค้าเกษตรโดยสนับสนุน กลไกตลาดในการสร้างศักยภาพราคาสินค้าเกษตร ๒. ช่วยเหลือให้เกษตรกรได้รับราคา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวเปลือกที่สูงขึ้น ๓. สำคัญมากคือลดภาระการจัดสรร งบประมาณของรัฐบาลและการช่วยเหลือเกษตรกร แล้วก็ ๔. ลดปัญหาการทุจริต ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขอให้พวกเรานั้นได้ให้ความเป็นธรรมแล้วก็ดูด้วยว่า กระทรวงการคลังนั้นทำหน้าที่ของเขาอย่างสมบูรณ์ แล้วเขาก็ซื่อสัตย์พอที่จะบอกว่าปัญหา อุปสรรคของมันคืออะไร แต่เราต้องดูด้วยว่าผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับนั้นมหาศาลครับ คนไทยเรียนฟรี ๑๒ ล้านคน คนจ้างงานอีกมหาศาล ก็อยากจะให้ความเป็นธรรมและให้ กำลังใจกับกระทรวงการคลังด้วยว่าสิ่งที่คุณทำมานั้นดีแล้ว แล้วเราจะไม่ลืมบุญคุณคุณว่าคุณนั้น ได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ ก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
๒.๒ รับทราบเรื่องวุฒิสภาลงมติไม่เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ท่านมีอะไรครับ
ผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อครับ เนื่องจากว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นกระทรวงหนึ่ง ซึ่งได้รับเงินจากโครงการไทยเข้มแข็ง ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียง ๕ นาทีแค่นั้นเองครับ ท่านประธานครับ
ผมอนุญาตท่าน ๕ นาทีนะครับ เชิญครับ
เพื่อจะได้ชี้แจงต่อที่ประชุมครับ เพื่อให้ ความสมบูรณ์ในรายงานได้เกิดขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ อันดับแรกผมต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่ท่านเป็นสุภาพบุรุษ เข้าใจในปัญหาต่าง ๆ ในการที่รัฐบาลแต่ละรัฐบาลที่จะเข้ามาแก้ไข ผมอยากจะกราบเรียนว่าโครงการไทยเข้มแข็งนั้น เกิดขึ้นในระหว่างรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้ารัฐบาลนะครับ ได้ทำโครงการ ไทยเข้มแข็งขึ้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นกระทรวงหนึ่ง ซึ่งได้รับจัดสรรเงินงบประมาณมาดำเนินการ แล้วก็ได้นำเงินไปใช้จ่ายที่เป็นประโยชน์จริง ๆ อย่างน้อย ๒ โครงการ
โครงการที่ ๑ ที่เรียกว่าโครงการบ้านมั่นคง ท่านประธานครับ คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดนั้นได้อนุมัติเงินงบประมาณทั้งหมด ๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยจะใช้เงินงบประมาณ จากโครงการบ้านมั่นคง ๒ ปีแรกคือปี ๒๕๕๓ นั้นจำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ นั้นจะให้อีกปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งหมด ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะนี้ได้ทำการเบิกจ่ายเพื่อดำเนินการจริง ๆ เพียงแค่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าโครงการดังกล่าวนี้สามารถช่วยเหลือประชาชนพี่น้องผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยและ ไม่สามารถจะเข้าไปซื้อบ้านเอื้ออาทรได้นะครับ คือคนที่มีรายได้น้อยจริง ๆ ได้ประโยชน์นะครับ เงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาทนั้นช่วยพี่น้องประชาชนได้ทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ กว่าครอบครัวนะครับ ขณะนี้พี่น้องส่วนใหญ่ก็ยังต้องการอยากให้มีการสร้างบ้านมั่นคง อยากจะเรียกร้องรัฐบาลนะครับ ส่วนที่เหลืออีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านดำเนินการอนุมัติให้เขาปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท ตามมติ ครม. เดิมนั้นจะช่วยให้กับพี่น้องผู้ไม่มี ที่อยู่อาศัยและมีรายได้น้อยจริง ๆ นั้นได้มีบ้านที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองนะครับ โดยบ้านมั่นคงนั้นใช้จ่ายเงินงบประมาณเพียงหลังละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทแค่นั้นเอง ก็สามารถมีที่อยู่เป็นของตนเองได้นะครับ
โครงการที่ ๒ ที่ได้รับประโยชน์นะครับท่านประธานครับ คือโครงการพัฒนา ที่อยู่อาศัย ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าปัญหา ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่ามีปัญหาทางการเมือง มาโดยตลอด ประชาชนส่วนใหญ่ต้องอพยพหลบหนีเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีปัญหา เรื่องที่อยู่อาศัย การสร้างที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชนภาคใต้นั้นขอกราบเรียนว่ารัฐบาล ได้อนุมัติเงินงบประมาณจากไทยเข้มแข็งนะครับ จำนวน ๑,๗๗๑ ล้านบาทให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสามารถเข้าไปช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนได้ทั้งหมด ๓๘,๔๓๐ ครอบครัวนะครับ โดยมีหลักการว่า ๑. ไปทำการซ่อมบ้านให้ สำหรับคนไม่มีที่อยู่อาศัยนะครับ บ้านผุพังชำรุดทรุดโทรมแต่ไม่มีเงินที่จะไปซ่อมบ้านตนเองได้ ก็อนุมัติเงินซ่อมครับ ๒. ไปต่อเติมบ้านให้ ครอบครัวใหญ่ขึ้นก็ต่อเติมบ้านให้ และสุดท้ายไม่มีที่อยู่อาศัยเลยก็ สร้างบ้านให้ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อครอบครัว เพราะฉะนั้นประโยชน์ที่ได้รับ จากโครงการไทยเข้มแข็ง ผมขอเรียนให้ทราบว่าเป็นสิ่งซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์ โดยตรงจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ จึงอยากจะเรียกร้องรัฐบาลนะครับ ปีนี้ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ท่านจัดงบประมาณให้เขาเพียง ๑๗๐ ล้านบาทแค่นั้นเอง อยากจะให้ดำเนิน โครงการนี้ต่อครับ ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้จึงอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าโครงการ ทั้งหมดของไทยเข้มแข็งในส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ทำได้สนองความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณ ผู้มาชี้แจงครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเรื่อง ๒.๒ รับทราบเรื่องวุฒิสภาลงมติไม่เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ
ประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้ลงมติไม่เห็นชอบด้วย กับร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติ เห็นชอบแล้ว ดังนั้นถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้ถูกยับยั้งไว้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๒) จึงแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
สำหรับวันนี้ ผมว่าประชุมมาพอสมควรครับ ขอปิดการประชุมครับ