จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องการกู้เงินตามพระราชกำหนดและเรียกร้องการทราบผลการดำเนินการของสำนักบริหารหนี้สาธารณะ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และขอให้รัฐบาลช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับการตรวจสอบและติดตามการใช้เงินกู้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อเรื่องของการ รับทราบรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟู และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ หรือเงินกู้ไทยเข้มแข็งนะครับ และรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะนะครับ ซึ่งก็คือเรื่องรายงานจากทางสำนักบริหารหนี้สาธารณะ เรื่องการปรับโครงสร้างหนี้อะไรต่าง ๆ ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสภานี้ในการอภิปรายในรายละเอียดบางประเด็นนะครับ เริ่มที่การรับรองรายงานอันแรกก่อน นั่นก็คือเรื่องของ พ.ร.ก. การกู้เงินไทยเข้มแข็งที่ได้ผ่านมา ๒-๓ ปีแล้วนะครับ มาถึงวันนี้ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งแรกที่จะต้องถามไป นั่นก็คือ ตามมาตรา ๗ ของ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งกำหนดว่าภายใน ๖๐ วันนับตั้งแต่สิ้นปี งบประมาณ ทางกระทรวงการคลังจะต้องทำรายงานแล้วก็นำส่งสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภาให้ได้รับทราบถึงรายละเอียดของสิ่งที่ได้ดำเนินการไปทั้งหมดในรอบปีนะครับ วันนี้ เดือนมีนาคมนี่ก็เลท (Late) มา ๓-๔ เดือน เข้าบรรจุระเบียบวาระจริง ๆ ก็มาแล้วเป็นเดือน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ทันต่อเวลาตามกรอบที่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.ก. ผมอยากจะสอบถามไปยังผู้มาชี้แจงว่าในประเด็นแรกเลยทำไมมันติดขัดอะไรครับ ทำไมถึง ได้ช้าไป ๒-๓ เดือนรออะไรอยู่ เพราะว่าการกู้เงินแต่ละครั้งของรัฐบาลชุดปัจจุบันก็เพิ่ง จะผ่าน พ.ร.ก. การกู้เงินไป ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในนั้นก็ระบุเช่นเดียวกันครับว่าภายใน ๖๐ วัน นับตั้งแต่สิ้นปีงบประมาณจะต้องนำส่งรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ก็อยากจะให้รัฐบาล ชุดปัจจุบันนี่นะครับ ผมทราบดีว่า พ.ร.ก. อันนี้เป็นรัฐบาลชุดก่อนหน้า ท่านไม่ได้เป็น ผู้ดำเนินการโดยตรง แต่ท่านมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องนำส่งต่อสภาผู้แทนราษฎรก็ขอให้ ท่านได้ยึดมั่นในระเบียบตามกฎหมาย แล้วก็ส่งให้ทันเวลาด้วย รวมถึง พ.ร.ก. ที่ท่านได้กู้ไป ในส่วนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพื่อไปฟื้นฟูเรื่องของน้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขอให้ส่ง ให้ทันเวลา และที่สำคัญที่สุดผมเองได้มีโอกาสอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรในชุดก่อนหน้าด้วยนะครับ การเลือกตั้งหนที่แล้วเมื่อปี ๒๕๕๐ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ถ้าผมย้อนความไม่ผิดมันจะต้อง ส่งรายงานนี้เป็นรายปีทุกปีครับ ๖๐ วันหลังวันสิ้นปีงบประมาณ ของปีที่แล้วเมื่อปี ๒๕๕๔ ก็ควรจะต้องส่งมาช่วงประมาณเดือนธันวาคม ไม่เกินเดือนมกราคมก็ต้องพิจารณากันเป็น การรับทราบ ถ้าจำไม่ผิดไม่มีเข้านะครับ ไม่ได้เข้าสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านช่วยชี้แจง หน่อยว่ามันติดขัดอะไร ทำไมครั้งที่แล้วถึงไม่ได้นำส่งรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรในชุดที่แล้ว ได้รับทราบนะครับ แล้วมันมีผลกระทบอย่างไรกับการใช้เงินงบประมาณนะครับ อันนี้อยากจะ สอบถามไปยังท่านผู้นำเสนอรายงานฉบับนี้นะครับ
ประเด็นถัดมาที่อยากจะเรียนสอบถาม ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพ พ.ร.ก. กู้เงินในส่วนของไทยเข้มแข็งนะครับ เพื่อการฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ ก็คือไปกระตุ้นเศรษฐกิจนั่นเอง ผมเรียนอย่างนี้ครับ ตอนที่เข้าสภาครั้งแรกก็มี การถกเถียงกันมาก วันนั้นผมอยู่ฟากฝั่งฝ่ายค้านครับ ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่อภิปรายแล้วก็ไม่ เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลชุดก่อนจะไปกู้เงินก้อนนี้มา เพราะเห็นว่าโครงการก็ไม่ชัด อะไร ก็ไม่พร้อมนะครับ ในที่สุดก็ด้วยมติของสภาก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป โดยในครั้งแรกที่มายัง สภาผู้แทนราษฎรนั้นมีการอภิปรายกันมาก รวมถึงมีเพื่อนสมาชิกในฟากฝั่งฝ่ายค้านวันนั้น ท่านหนึ่งได้นำยื่นตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า พ.ร.ก. นั้นผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะมีการ มาขอกู้เงินโดยใช้คำทำนองที่ว่า ต้องเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เอาไปลงทุนไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และอีกไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไว้ปิดหีบ ที่เราใช้คำว่า ปิดหีบ นี่ก็คือนำส่งคลังนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ วันนั้นมีข้อสงสัย กันมาก ในที่สุดยื่นตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า จริง ๆ แล้วเงินที่ต้องใช้ปิดหีบนี่ไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเด็ดขาดนะครับ เป็นการประเมินตัวเลขที่มันเกินกว่าจริงนะครับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้คำวินิจฉัยว่ามีความจำเป็นและเร่งด่วนนะครับ แล้วก็ไม่ผิดกฎหมายใด ๆ ก็ผ่านออกมาใช้ในส่วนของ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข้งในวันนั้นนะครับ ปรากฏข้อเท็จจริงออกมาว่า ในที่สุดแล้วจำนวนเงินที่ต้องนำส่งไปปิดหีบนี่มันมีเพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ยังมีวงเงินเหลืออยู่อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลในวันนั้นผมกราบเรียน ด้วยความเคารพก็เป็นสิทธิของท่านนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับเราทราบกันดีครับ พระราชกำหนดทุกฉบับจะต้องใช้คำว่าความจำเป็นอย่างเร่งด่วนและหลีกเลี่ยงไม่ได้ หมายความว่ามันมีความสำคัญจริง ๆ นะเงินตัวนี้จะต้องออกเป็น พ.ร.ก. โดยที่ยังไม่ผ่านสภา แล้วมาเข้าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาหลังจากที่ประกาศบังคับใช้นะครับ เพราะมันมี ความจำเป็น มันมีความเร่งด่วนครับ วันนั้นก็บอกกันว่ามันจำเป็นและเร่งด่วนนี่ต้องมาปิดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทขอเป็นเงินลงทุนด้วยโครงการที่มีอยู่ดังนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เป็นลิสท์ (List) รายการออกมาว่ามันมีความสำคัญมากนั่นล่ะ มันเร่งด่วนมาก ปรากฏว่าเมื่อมีการปิดหีบลงตัวที่เงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เหลือวงเงินอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีการนำส่งสภาผู้แทนราษฎรมาขอกรอบวงเงินเพิ่ม ทำให้วันนั้นจนมาถึงวันนี้ผมมี ความสงสัยมากอยากจะถามท่านผู้มาชี้แจงให้ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจว่าก็ตอนแรกท่านบอก มีความจำเป็นและเร่งด่วนในส่วนที่เป็นโครงการในการไปกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงแค่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และยังจะหามาจากที่ไหนก็ไม่รู้เมื่อมีเงินเหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปขอ ไปหา ไปค้น ไปขุด มาจากไหนก็ไม่รู้อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาขออนุมัติกรอบ เพิ่มเติมกับสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรวันนั้นผมเองคัดค้านอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่เป็นผล ในที่สุดก็มีการผ่านสภาผู้แทนราษฎรเป็นกรอบเข้าไป ก็รวมกันเป็นเงินกู้ที่เอาไปลงทุนเพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ว่านี่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงจุดนี้เป็นจุดที่ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ผมมองว่ามันขาดวินัยทางการเงินการคลัง เพราะเงินแต่ละบาทที่ได้นำมาใช้นี่มันเป็นเงินกู้ครับ มันมีต้นทุนครับ มันจะต้องไปขอจากที่อื่นมาเพื่อที่จะเอามาใช้ เราต้องจ่ายดอกเบี้ยประทังนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ชัดเจนมากนะครับ ซึ่งผมเรียนด้วยความเคารพว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น ผมต้องถามรัฐบาลว่าท่านมีหน้าที่นะครับถึงแม้ท่านจะไม่ใช่คนใช้เงินนะครับ ผมต้องเรียน อย่างนี้ฝากผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับ ท่านไม่ใช่คนใช้เงินเพราะรัฐบาลชุดก่อนหน้า เป็นคนดำเนินการ แต่เงินหลวงทุกบาทก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบและติดตามนะครับ หน้าที่ของท่านในวันนี้ในส่วนของ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งนั้น แน่นอนครับท่านต้องไปดู ความโปร่งใส ไปดูรายละเอียดว่านำไปใช้นี่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือไม่ นำไปใช้แล้วเกิด ประโยชน์กับประชาชนจริงหรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่ว่าสำนักบริหารหนี้ส่งรายงานมาท่านก็ นำส่งผ่านมายังประธานสภาเข้าบรรจุระเบียบวาระที่สภาผู้แทนราษฎร อย่างนั้นผมถือว่า เป็นการบกพร่องต่อหน้าที่นะครับ ท่านต้องไปตรวจสอบความโปร่งใส ความทุจริตว่ามัน มีความถูกต้องแม่นยำเพียงไรในการใช้เงินในส่วนของงบประมาณที่ได้ไปกู้มาในอดีตนะครับ อันนี้เป็นหน้าที่ของท่านนะครับ นอกจากนั้นแล้วผมกราบเรียนอย่างนี้ครับพอมาดู ในรายละเอียดการกู้เงินและการใช้เงินยิ่งเป็นประเด็นที่ยิ่งต้องสงสัยมากขึ้นไปอีกนะครับ เงินเหล่านี้ต้องกราบเรียนว่าเราได้กู้มาแล้ว ๓๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเกือบเต็มวงเงิน เป็นเงินกู้ที่เข้ามารออยู่ ในส่วนที่ใช้ก็ใช้ไป ในส่วนที่ยังไม่ใช้มันก็อยู่ที่คลัง หมายความว่ามันก็ กู้มาแล้ว แล้วก็เก็บไว้ที่คลังยังไม่มีทิศทางการออกของเงินว่าจะเอาไปใช้ตรงไหน ทำอะไรนะครับ แต่คงมีโครงการประกบติดหมดแล้วละครับท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อไปดู ในหน้า ๓ ของรายงานที่ท่านให้มาพูดถึงวัตถุประสงค์ตามสาขาต่าง ๆ รวม ๘ สาขา สร้างความมั่นคง ด้านอาหาร พลังงาน การปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน สร้างศักยภาพในการหา รายได้จากการท่องเที่ยว สร้างฐานรายได้ใหม่ของประเทศ ยกระดับคุณภาพการศึกษาและ การเรียนรู้ ปฏิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุข สร้างอาชีพและรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต แล้วก็อื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด รวมทั้งหมดนี้เป็นวงเงินที่นำไปใช้และไม่ใช่ปิดหีบนะครับ เป็นเงินในส่วนที่เอามาลงทุนนี่ ๓๔๑,๔๔๐ ล้านบาท เงินมหาศาล ปรากฏว่าผลจาก การเบิกจ่ายยังมีเงินคงเหลืออยู่ครับ ยังใช้ไม่หมดตามพระราชกำหนดที่ได้บอกเอาไว้อีก ๔๖,๙๗๙ ล้านบาท ประมาณ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาทเป็นตัวเลขกลม ๆ เงินจำนวนนี้เป็นที่ น่าสงสัยว่าในที่สุดแล้วเรายังต้องแบกภาระดอกเบี้ยทุกวัน ๆ เรายังต้องจ่ายดอกให้มัน ประทังไปนี่ เพราะเรากู้มาแล้วนี่ครับท่านประธาน เราก็ยังต้องจ่ายดอกไปทุกวัน ๆ แต่ประโยชน์ที่ได้รับตาม พ.ร.ก. ตามวัตถุประสงค์ที่จะนำไปให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน วันนี้มันยังไม่ออกเพราะเงินมันยังไม่ได้ใช้ ก็ถามทางรัฐบาลว่าท่านมีแนวทางอย่างไรในการที่จะ เร่งรัดให้โครงการเหล่านี้มันประสบความสำเร็จหมดตามที่ได้กำหนดเอาไว้ เพราะเงินทุกบาท มีต้นทุนนะครับอย่าลืมนะครับ ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับเขาก็รออยู่ ท่านเอาโครงการนี้ มาล็อก (Lock) ด้วยเงินจำนวนจากไทยเข้มแข็งแล้วนี่จะมาขุดลอกที่แม่น้ำปิงที่อำเภอบ้านผม ที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วบอกว่ามีเงินไทยเข้มแข็งมารออยู่ ๓ ปีผ่านมายังไม่ได้จัดซื้อจัดจ้าง ยังไม่ได้ทำ รัฐบาลจะไปตั้งงบตัวอื่นจากงบปกติ จากเงินกู้ในส่วนของการฟื้นฟูอุทกภัยที่ผ่านมา จะเอาไปลงก็ทำไม่ได้ครับ เพราะถือว่ามีเงินที่เป็นเจ้าของไปล็อกพื้นที่อยู่แล้วจะไปหาเงิน จากส่วนอื่นที่เป็นงบประมาณไปลงก็ทำไม่ได้ ก็กลายเป็นว่าประชาชนต้องรอต่อไปแล้วก็เสีย ประโยชน์ต่อไปนะครับ เอางบประมาณไปลงก็ทำไม่ได้ ก็กลายเป็นว่าประชาชนต้องรอต่อไป แล้วก็เสียประโยชน์ต่อไป สิ่งเหล่านี้ก็มีหน้าที่ของรัฐบาลอย่างเดียวที่จะเร่งรัดให้มันจบ หรือจะเปลี่ยน หรือจะยกเลิก หรือจะทำอะไรก็ทำสักอย่างกับเงิน ๔๗,๐๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ เมื่อลงในรายละเอียดนี่นะครับ ก็จะมีอยู่หลาย ๆ ด้านที่เป็นที่น่าสงสัย ด้านพลังงานตั้งงบเอาไว้นิดเดียวครับ ๑๗๐ ล้านบาท ปรากฏมาวันนี้ยังไม่ได้ดำเนินการสักบาท ในด้านของสาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตร ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาต เปิดเอกสารที่ได้ประกอบมา ในส่วนของสาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตรนี่ตั้งวงเงินเอาไว้ถึง ๕๙,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าใช้หมดจริง ๆ ดำเนินการครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ดีไม่ดี ปีที่แล้ว น้ำท่วมไม่หนักอย่างนี้ครับ ปรากฏว่าเงินงบประมาณใช้ไปได้ประมาณ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ดูดีนะครับท่านประธาน แต่พอมาดูในรายละเอียดของโครงการนี่ โครงการที่มีการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วจำนวน ๔,๑๙๘ โครงการ ก็ประมาณ ๔,๒๐๐ โครงการ เป็นวงเงิน ๑๕,๙๐๐ ล้านบาทเท่านั้นครับ หมายความว่าโครงการที่ทำเสร็จจริง ๆ โครงการ ที่เงินทั้งหมดจาก ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ทำเสร็จจริง ๆ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ อีก ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังทำไม่เสร็จ ยังค้างคากันอยู่ บางอันอาจจะไปติดติ่งแค่งวดสุดท้ายส่งมอบ บางอันอาจจะ ไปติดโครงการทั้งหมดตั้งแต่จัดซื้อจัดจ้าง อันนี้ก็แล้วแต่โครงการไป แต่อย่างไรก็ตาม แปลว่า เงินทั้งหมด ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ในการมาปรับปรุงเรื่องของระบบน้ำชลประทานทั้งหมด ที่จะมาแก้ไขน้ำท่วม น้ำแล้งให้กับพี่น้องประชาชนนี่ จากวงเงิน ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท ทำเสร็จจริง ๆ แค่ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่เสร็จแล้ว ส่งมอบงานแล้ว อีก ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ทำไม่เสร็จครับ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตรงนี้ ๒ ใน ๓ นะครับ ที่ยังไม่เรียบร้อย ที่ยังค้างคากันอยู่จะทำอย่างไร ให้มันเรียบร้อย ดีไม่ดีทำไม่เสร็จโดนน้ำท่วมหนที่แล้วไปพังไปแล้วครับ มาวันนี้เราจะแก้ไข ปัญหานี้อย่างไร อันนี้เป็นความด้อยศักยภาพของการใช้เงินงบประมาณที่จะต้องมีหนทางออก และที่สำคัญที่สุดตอนที่มาขอกรอบวงเงินกับสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจำได้ดีเลยครับ บอกกันบอกว่าแล้วโครงการอยู่ที่ไหน จะมาของบประมาณ จะมาขอเงินกู้ ไปทำนี่ แล้วโครงการอยู่ไหน โครงการมีไหม ในที่สุดให้คำตอบครับ บอกว่าโครงการมีพร้อม ทุกอย่างเลย มีตั้งแต่ ๑ ๒ ๓ บอกว่าเป็นโครงการที่มีความพร้อม มีแผน มีการประเมินแล้ว หมายความว่าเงินลงปุ๊บ ทำได้เลย เราก็บอกโอเค ถ้าอย่างนั้นก็เร่งรัด เพราะมันต้องไป กระตุ้นเศรษฐกิจ ๓ ปี กระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่จบ นี่ก็ไม่รู้ว่าจะไปกระตุ้นตรงไหนแล้ว ถ้ากระตุ้นเศรษฐกิจจริงเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนั้นลงปุ๊บ มันต้องเสร็จปั๊บ ภายใน ๑ ปี ดำเนินการแล้วเสร็จ อย่างนี้คือตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. เงินกู้ที่จะเอาไปกระตุ้น เศรษฐกิจเป็นไทยเข้มแข็งจริง ๆ แต่ปรากฏว่าวันนี้ยังใช้ไม่หมด ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ดูอย่างตัวอย่างเรื่องของระบบน้ำและชลประทานที่เรียกว่าสาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตร นี่นะครับ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการที่มันทำไม่เสร็จนะครับ หลัก ๆ เลย ก็บอกว่ามีข้อร้องเรียนขอคัดค้านการก่อสร้างและทบทวนโครงการ เนื่องจากโครงการ ดังกล่าวส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้การดำเนินการโครงการไม่เป็นไปตามแผน สรุปว่าไหนบอกมีแผนและมีโครงการแล้ว ปรากฏจะไปลงพื้นที่โดนชาวบ้านไล่มานี่ ก็ว่ากัน ตรง ๆ นะครับ ผมเคยเห็นหลายโครงการมันเป็นอย่างนี้ครับ พอลงพื้นที่แล้วชาวบ้านบอกว่า มีอีไอเอหรือยัง มีเอชไอเอ (HIA) หรือยัง มันกระทบกับชาวบ้านเขานี่ จะมาทำเขื่อนอยู่หน้า บ้านเขา ผมบอกผมไม่เอา ก็ประท้วงกันไป ประท้วงกันมา โครงการโดนชะลอ โดนยกเลิก เงินไปกู้มาแล้วครับ จะใช้อย่างไรละคราวนี้ โครงการใหม่จะหาไปเสียบได้ไหม จะทำอย่างไร หรือจะเอาเงินกู้ในส่วนที่กู้มาแล้วเอาไปคืนมันจะได้ลดภาระหนี้สาธารณะ มันจะได้ลดภาระ ดอกเบี้ยของรัฐบาล การคืนเงินกู้ของรัฐบาลในอนาคต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องชี้แจง ทำความเข้าใจนะครับ นอกจากนั้นยังมีอีกบางสาขาที่เป็นที่น่าสงสัย อีก ๒ สาขาที่ใช้เงินน้อยมาก คือสาขาด้านการท่องเที่ยวครับ ได้ใช้งบประมาณไปเพียงแค่ ๖๖ เปอร์เซ็นต์จากเงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท สาขาด้านการสาธารณสุขพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใช้เงินไปเพียงแค่ ๖,๙๐๐ ล้านบาท จาก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทครับ ใช้ไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ พอมาดูในรายละเอียดยิ่งน่าตกใจเข้าไปใหญ่ในด้านของสาธารณสุข ไม่ได้โทษหรือว่าใครนะครับ แต่ว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจริง แล้วก็เขียนอยู่ในรายละเอียด ในรายงานที่ให้มา ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการของด้านสาธารณสุข ปัญหาจากการดำเนินโครงการนี้ส่วนมากเป็นปัญหาของกระทรวงสาธารณสุขที่เกิดจาก การถูกตรวจสอบข้อเท็จจริงปัญหาการทุจริตภายใต้แผนการลงทุนด้านสาธารณสุข ในภาพรวม ทำให้กระทรวงสาธารณสุขต้องดำเนินการทบทวนแผนการลงทุนและวงเงินลงทุน ใหม่ทั้งหมด เขาเรียกว่าปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งเข่ง ทุจริตอยู่โครงการหนึ่งเราก็จำกันได้ มีแววทุจริตก็มีการสั่งตรวจสอบ ปรากฏว่าโครงการทั้งหมดแทนที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดนหยุดหมด เงินกู้มา ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท จะเอามาลงสาธารณสุข ใช้ไปได้แค่ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ รอไปก่อน แทนที่เงินตัวนี้ วันนี้ไปหาทางได้ไหมครับ ไปปลดล็อกมันออกมา เอามาใช้อย่างอื่นก็ได้ครับ เอาไปซื้อหน้ากากกันหมอกควันไปแจก จังหวัดเชียงใหม่ให้ทีเถอะ กำลังไฟไหม้ ทำได้ไหมครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องไปหาทางออก กับตัวเงินที่มันมีอยู่นะครับ หาทางที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าด้วยรายละเอียดที่ได้อภิปราย มาในส่วนของ พ.ร.ก. ที่เรียกว่าไทยเข้มแข็งนี่นะครับ เราจำกันได้ดี พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมา ไทยเข้มแข็ง ไทยเข้มแข็ง ๑. เขาบอกว่ากู้ กู้ กู้ ๒. เขาบอกว่ามันมีเรื่องของการโกงนะครับ เรื่องกู้ไม่ว่ากันครับ เพราะว่ามันเป็นธรรมชาติ วันนี้รัฐบาลมีความจำเป็น เจอน้ำท่วมก็ออก พ.ร.ก. การกู้เงินมาเหมือนกัน แต่การทุจริตคอร์รัปชันตอนนั้นจำได้นะครับ เยอะมาก ที่ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผม ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อภิปรายไปก็พูดถึงเรื่องการทุจริต คอร์รัปชันนี่ละครับ มันมีข่าว มันมีอะไรมาโดยตลอด วันนี้เป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาล ชุดปัจจุบัน ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้เป็นคนใช้เม็ดเงิน ท่านก็ต้องไปติดตามตรวจสอบว่ามันมี อะไรเกิดขึ้นในวันนั้นหรือไม่ มันมีการทุจริตคอร์รัปชันหรือเปล่า แล้วใครเป็นผู้ผิด เงินหลวง จะต้องเอาคืนมาให้พี่น้องประชาชนนะครับ แล้วที่สำคัญนะครับ พ.ร.ก. เงินกู้ในส่วนของ การฟื้นฟูน้ำท่วมที่ท่านกู้ไปนี้ก็ทำให้มันถูกต้องเสีย ทำให้มันเรียบร้อย อย่าให้มีข้อครหา แบบรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมาหลาย ๆ ชุดนะครับ ทำให้มันเรียบร้อย ผมก็เชื่อว่าคงจะเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนนะครับ
ในส่วนของรายงานอีกฉบับหนึ่งนะครับ เป็นรายงานเกี่ยวกับการบริหารหนี้ สาธารณะ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าจริง ๆ มันก็เป็นไปตาม พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารหนี้สาธารณะที่จะต้องมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า หนี้เงินกู้แต่ละบาท แต่ละสตางค์ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอย่างไร มีการยืดอายุ มีการไปออก พันธบัตรใหม่ไหม เป็นการรับทราบรายงานนะครับ แต่ผมกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้ครับ ท่านประธาน พอมาดูในรายละเอียด ผมติดอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่อยากจะเรียนสอบถามนะครับ ท่านรองผู้อำนวยการมานั่งในสภาก็เผื่อจะชี้แจงให้รับทราบนะครับ อย่างแรกเลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของหนี้ที่เกิดจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ สถาบันการเงินนะครับ ที่เรียกว่าเอฟไอดีเอฟ (FIDF) ๑ และ ๓ ๒ นี่มันคืนไปหมดแล้ว มันเหลือแต่ ๑ กับ ๓ นะครับ วันนี้รัฐบาลมีการออกพระราชกำหนดที่เป็นการปรับปรุง โครงสร้างการบริหารหนี้ในส่วนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน นั่นก็คือให้เครื่องมือธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้วก็ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นคนบริหารทั้งต้นและดอกของหนี้ในส่วนนี้นะครับ แต่ในปีที่ผ่านมาแน่นอนครับ ท่านมีภาระหน้าที่ในการบริหารหนี้ในส่วนของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบัน การเงินหรือเอฟไอดีเอฟ ๑ และ ๓ นะครับ ก็มีการหมุนเงิน ผมเข้าใจตัวเลขไม่ผิดก็ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกระมังครับ ก็เป็นการหมุนในส่วนของหนี้ ทั้งปรับดอก ปรับต้น ปรับโครงสร้างอะไรต่าง ๆ นะครับ ผมอยากจะเรียนสอบถามทาง สำนักบริหารหนี้สาธารณะว่าจากพระราชกำหนดที่รัฐบาลได้ออกในส่วนของการปรับปรุง การบริหารหนี้จะมีผลต่อการทำงานของท่านในส่วนของเอฟไอดีเอฟ ๑ และ ๓ อย่างไร ปีหน้าคงจะไม่เห็นการรายงานในส่วนนี้แล้ว ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ แต่เราจะไปติดตาม ตรวจสอบ จริง ๆ ก็ต้องหาช่องทางนะครับ คือถ้าตัวเอฟไอดีเอฟ ๑ และ ๓ มันหลุดออกไป จากการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ยังสงสัยว่าในที่สุดแล้วเราจะไปตามดูที่ไหนว่า หนี้ก้อนนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินที่มันเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ มาถึงวันนี้มันจะไปอยู่ในรายงานฉบับไหนให้พวกเราได้ติดตามตรวจสอบกันต่อไปนะครับ เพราะอย่างไรมันก็เป็นหนี้สาธารณะที่ประเทศชาติต้องแบกรับต่อไปนะครับ อันนี้ก็เป็น ข้อแรกที่อยากจะสอบถามนะครับ
ในส่วนที่ ๒ นะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ มันมีทั้งการก่อหนี้ใหม่ การปรับโครงสร้างหนี้ แผนบริหารความเสี่ยง และแผนการบริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจนะครับ ๓-๔ ส่วนที่เป็นหน้างานของสำนักบริหารหนี้สาธารณะในส่วนของการดูแลเรื่องหนี้สาธารณะทั้งหมด แผนการก่อหนี้ใหม่ตั้งเป้าไว้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ถ้าดูตามเปอร์เซ็นต์การทำงาน ของท่านนะครับ แผนการก่อหนี้ใหม่ตั้งเป้าไว้ ๕๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเอาตัวเลขกลม ๆ นะครับ ๕๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผลดำเนินงานออกมา ๓๒๖,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๕๗ เปอร์เซ็นต์ แผนการปรับโครงสร้างหนี้ดีหน่อยครับ เพราะตั้งเป้าไว้ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำไปได้ ๕๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็น ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ดีหน่อยครับ แผนการบริหารความเสี่ยง ๘๐,๐๐๐ ล้านบาททำไปได้เพียง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ แผนการ บริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจ อันนี้นอกมือของสำนักบริหารหนี้สาธารณะไปหน่อย แต่ก็ต้อง มีคนคอยกำกับดูแลตั้งเป้าไว้ถึง ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไปได้เพียงแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ การปรับโครงสร้างหนี้ถ้าดูตัวเลขนี้นะครับ บางคนไปดูตัวเลขแล้ว เขาตกใจบอกว่าอันนี้เราจะกู้เพิ่มหรือว่าอะไรกันแน่ จริง ๆ มันเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อบริหารความเสี่ยง เพื่อลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อยืดระยะเวลาการชำระอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ กับประเทศทั้งนั้นครับ มันเป็นการปรับโครงสร้างที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดแทนที่จะต้องจ่าย ดอกเบี้ย ๔ เปอร์เซ็นต์ ขอมาเหลือ ๓.๗๕ เปอร์เซ็นต์นี้มันก็ดีถมแล้วสำหรับเงินจำนวนนี้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ จากแผนที่ท่านตั้งไว้กับผลที่ออกมานี้ผมว่าท่านพลาดเป้า เกือบทุกตัวเลยนะครับ แล้วพลาดเป้าไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ พลาดเป้ากันทีหนึ่ง ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แผนการบริหารความเสี่ยง ๘๐ เปอร์เซ็นต์นี้นะครับ ข้อดีข้อเสียมันมี ผมว่า ท่านคงมีข้อชี้แจงนะครับ ผมเองอยากจะเรียนถามอย่างนี้ครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแผนการ ที่เราวางไว้กับการดำเนินการของท่าน เพราะแน่นอนครับ ทุกการปรับโครงสร้างในส่วนนี้ มันเกิดประโยชน์ต่อเงินงบประมาณ ต่อภาระเงินภาษีของพี่น้องประชาชนนะครับ ผมก็อยากจะให้ท่านได้ช่วยชี้แจงว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น แล้วปีถัด ๆ ไปในการรายงาน ถ้าเป็นไปได้ช่วยหารายละเอียดมาประกอบเลยก็ดี เวลาดูในรายงานจะได้เข้าใจไม่ใช่เห็นแค่ว่า อันนี้เราพลาดเป้าในการบริหารหนี้ไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนบริหารความเสี่ยงแต่ไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้เหตุ ไม่รู้ผล ถ้ามันมีรายงาน ในรายงานประกอบมาเป็นรายละเอียดที่จะสามารถเข้าใจได้นี้ ก็คงจะเป็นประโยชน์ อันนี้ก็ขอฝากเอาไว้ในส่วนนี้ด้วยนะครับ
ส่วนสุดท้ายผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมเข้าใจดีครับ มันเป็นตามระเบียบ ของกระทรวงการคลังที่บอกว่าเมื่อนำส่งต่อสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกับให้ประกอบตัวอย่าง เข้ามาด้วยว่าได้มีโครงการเงินกู้ใดที่กู้ไปแล้วใช้เงินเท่าไร ผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนอย่างไรนี้นะครับ อันนี้ผมก็เข้าใจดีนะครับ ปรากฏท่านส่งมาอยู่ ๒ ตัวเองครับ มีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๒ กับบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ที่จังหวัดภูเก็ตนะครับ แน่นอนละครับท่านส่งตัวอย่างมาเอามา เลือกมาแค่ ๒ ตัวอย่างนี้ รับประกันมันเป็นโครงการที่ดีอยู่แล้ว แล้วมันเกิดประโยชน์สัมฤทธิผลหมดทุกอย่างครับ คือเรียกว่าให้ผมส่งการบ้าน ๒ ข้อ ผมก็เอาเกรดเอ (A) ของผมส่ง ผมไม่เอาทั้งหมดมานะครับ ซึ่งจริง ๆ ถ้าจะให้เป็นประโยชน์นี้นะครับ ก็ควรที่จะมีวิธีการรายงาน เดี๋ยวนี้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ มันก็มีเยอะแยะ ใส่เป็นซีดี (CD) มาก็ได้ให้สมาชิกที่นั่งอยู่ก็ได้เปิดโครงการดูว่ามีโครงการ เงินกู้ในส่วนของรัฐวิสาหกิจ ในส่วนของภาครัฐเองไปลงอะไร ตรงไหน เท่าไร เราจะได้ไป ศึกษาถึงผลกระทบ ถึงประโยชน์ที่เกิดกับพี่น้องประชาชนให้มันมากกว่า ๒ ตัวอย่างที่มันดูดี อยู่อย่างนี้ครับ คือถ้ามี ๒ อันผมรับประกันอย่างไรท่านก็ส่งอันดีมาเราไม่ได้ว่ากันนะครับ แต่อยากจะเห็นถึงตัวที่มันมีปัญหามากกว่า เราจะได้มาร่วมกันในการหาหนทางแก้ไข ผมเอง ดูแล้วผมอาจจะมีแนวคิดอย่างหนึ่ง ท่านสมาชิกท่านอื่นอาจจะมีแนวคิดที่แตกต่างแล้ว นำเสนอในสภาผู้แทนราษฎร เพราะสภาผู้แทนราษฎรมีเอาไว้อภิปรายครับ แล้วก็บอกถึง ข้อเสนอแนะ แนวความคิดของตน ถ้าเกิดเป็นเช่นนั้น ผมก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ การบริหารวงเงินกู้ที่มีอยู่ของรัฐบาลได้นะครับ ทั้ง ๒ รายงานก็เป็นการรับทราบนะครับ ก็คงไม่มีการลงมติ ไม่มีการสอบถามอะไร ผมเองก็ได้อภิปรายมาพอสมควรนะครับ เชื่อว่าคำถามแล้วก็แนวความคิดจะเป็นประโยชน์กับทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ รวมถึงทางรัฐบาลนะครับ ก็ขอให้ท่านได้ช่วยตอบในบางประเด็นที่ได้สอบถามไปโดยเฉพาะ ในส่วนเรื่องของไทยเข้มแข็งนะครับว่าในที่สุดแล้วนี้เราจะติดตามตรวจสอบอย่างไรในส่วน ของเม็ดเงินที่ได้ใช้ไปแล้ว ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ