วรชัย เหมะ ระบุว่าการกู้เงินในอดีตไม่ได้ใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไปใช้ในเรื่องที่ไม่จำเป็น และยกกรณีการกู้เงิน 400,000 ล้านบาทในปี 2552 เป็นกรณีที่ไม่เหมาะสมต่อประชาชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ การกู้เงิน พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้มาเพื่อพัฒนา ความมั่นคงแล้วก็ฟื้นฟูสร้างศักยภาพ แก้ปัญหาทางการเงินในยุคนั้น ท่านประธานครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สถานการณ์ในวันนั้นมันจำเป็นหรือไม่ ท่านประธานสภาที่เคารพ ในปี ๒๕๕๒ นั้น รัฐบาลสมัยนั้นคือรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งงบประมาณขาดดุล ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท แล้วพอถึงกลางปีครับ รัฐบาลได้เพิ่มงบรายจ่ายขึ้นมาอีก ๙๗๐,๕๖๐ ล้านบาท ทำให้ขาดดุล ทั้งปีเป็นเงินทั้งหมด ๓๔๗,๐๖๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๕๒ นั้น รัฐบาลไม่สามารถเก็บรายได้ ให้กับประเทศ ทำให้ขาดดุลในการที่เก็บภาษีประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทำให้ รัฐบาลยุคนั้นต้องขาดดุลงบประมาณถึง ๖๒๗,๐๖๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลในยุคนั้น ไม่สามารถที่จะเก็บภาษีได้ เพราะอะไรครับ แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหา เศรษฐกิจให้ประเทศชาติ ทำให้เก็บงบประมาณรายได้ของรัฐบาลนั้นต่ำกว่าเป้าถึง ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือจุดหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลต้องเสนอกู้เงินขึ้นมาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นที่จะต้องทำก็คือ การสร้างรายได้ให้ประเทศ การแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน การสร้างรายได้ให้ประเทศ ก็คือสร้างรายได้ในภาคของเอกชนให้สามารถเสียภาษีให้รัฐ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว สร้างรายได้ให้ชุมชน ให้คนระดับล่าง คนระดับล่างมีรายได้ ก็สามารถเสียภาษีให้รัฐ บริษัทห้างร้าน โรงงานต่าง ๆ ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ ทำให้คน ไม่ว่างงานครับ ทำให้คนมีเงินเสียภาษี ร้านค้าต่าง ๆ ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเสียภาษีให้รัฐได้มากขึ้น การค้าต่างประเทศท่านเห็นหรือยังครับว่าในยุคที่ผ่านมานั้นเรามีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การค้าต่างประเทศปีหนึ่งประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องหายไปครับ โดยเฉพาะ ประเทศกัมพูชาครับ ท่านประธานที่เคารพ เรามีทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน มิตรเพื่อนบ้าน ได้ตีจากเราไปหลายประเทศ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถสร้างรายได้กับประเทศเพื่อนบ้าน ในยุคก่อนนั้นเราเคยทำสนามรบให้เป็นสนามการค้า แต่ที่ผ่านมานั้นสนามการค้ากลายเป็น สนามรบครับ แล้วประชาชนจะเอาเงินจากไหนมาเสียภาษีให้รัฐบาล ท่านประธานสภา ที่เคารพ เราจะเห็นว่าในยุคนั้นรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศ ภารกิจแรกที่ทำคือไล่จับ ท่านทักษิณ ชินวัตร ไปประเทศไหนบอกว่าท่านทักษิณ ชินวัตร นั้นเป็นผู้ต้องหาทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ เรื่องเลย ทำให้ต่างประเทศเขาเอือมระอาเขาไม่อยากค้าขายกับประเทศไทยครับ นี่คือ เหตุผลหนึ่งที่ทำไมรัฐบาลจึงไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้าครับ พี่น้องประชาชนต้องตกงาน โรงงานอุตสาหกรรมเจ๊งครับ แล้วการกู้เงินนั้นบอกว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังมีปัญหา สถาบันการเงินของแต่ละประเทศนั้นมีปัญหา เพราะฉะนั้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทาง เศรษฐกิจของประเทศไทยต้องกู้เงินจากต่างประเทศมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ มันห่างไกลกันมากครับ ในเรื่องเศรษฐกิจของยุโรปโดยเฉพาะวิกฤติของประเทศกรีซครับ ที่มี ปัญหาเกี่ยวกับสถาบันการเงินวันนี้เราจะเห็นว่าสืบเนื่องมา ๒-๓ ปีที่ผ่านมานั้น ยุโรปมี ปัญหาเศรษฐกิจจริง ๆ ครับ แต่ว่าถ้ารัฐบาลมีความสามารถก็สามารถหาผู้ค้า หาตลาดใหม่ ๆ ได้ครับ ในยุคที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลในสมัยนั้นเราจะเห็นว่าการทำสงคราม เศรษฐกิจนั้นเป็นเรื่องหลัก เป็นเรื่องจำเป็น รัฐบาลสมัยนั้นได้หาตลาดการค้า บุกเบิกตลาด การค้าแห่งใหม่ ทูตประเทศไทยในวันนั้นเป็นทูตทางการค้า ทูตพาณิชย์ทั้งหมด ทำให้ตลาด การค้าของประเทศไทยขยายครับ ทำให้เรามีผู้ค้าใหม่ ทำให้รายได้ประชาชาติโตขึ้น รายได้ ของคนไทยก็โตขึ้นเพิ่มมาด้วยครับ เก็บภาษีได้ เราจะเห็นว่ารัฐบาลยุคนั้นสามารถใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ก่อนกำหนด นี่คือการสร้างรายได้ให้กับประเทศ พอปี ๒๕๕๒ มันตรงกันข้ามครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้ถ้าถามว่าในยุคนั้นถ้ารัฐบาลดำเนิน นโยบายต่างประเทศที่ไม่ผิดพลาด มีความคิดที่จะทำงานเพื่อที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงจังนั้น ผมว่าประเทศคงเก็บภาษีได้ไม่ขาดดุลงบประมาณมาถึงขณะนี้ แล้วที่บอกว่ากู้เงินมาเพื่อทำ ให้ไทยเข้มแข็งครับ ท่านประธานครับ โครงการอะไรบ้างครับ เราจะเห็นว่า เช่น โครงการ ภายใต้ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งสาขาสวัสดิภาพของประชาชน เช่นโครงการฟื้นฟูและสร้าง ที่พักผ่อนให้กองทัพบก ผมอยากถามว่าสร้างที่พักผ่อนนั้นมันเสริมสร้างศักยภาพความเข้มแข็ง ทางเศรษฐกิจตรงไหน เพราะฉะนั้นการกู้เงินนั้นจำเป็นผมทราบครับ แต่ว่าต้องกู้มาใช้จ่าย มาลงทุนครับ ไม่ใช่กู้มาใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เราเห็นว่าในยุค ๆ หนึ่ง โครงการมิยาซาวา (Miyazawa) กู้มา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ไม่ได้เสริมสร้าง ศักยภาพทางเศรษฐกิจตรงไหนเลยครับ กู้แล้วก็หายล้มละลายไปเลย เอามาละเลงทำให้เรา ยังมีหนี้อยู่จนถึงวันนี้ นี่คือสิ่งที่กู้เงินมาใช้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจะเห็นว่าเงินกองทุน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาล ยุคพรรคไทยรักไทยทำมา วันนี้เงินกองทุนยังอยู่ครับ แล้วสามารถสร้างงาน สร้างศักยภาพ สร้างรายได้ให้ชุมชน รายได้ของชุมชนสะท้อนกลับมาสู่เมืองครับ ภาคอุตสาหกรรมสามารถ ขับเคลื่อนได้ เศรษฐกิจทั้งประเทศมันก็เดินไปได้ทั้งหมดครับท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า ในระดับชุมชนมีความจำเป็น อย่างยิ่ง เหมือนกับวันนี้รัฐบาลตั้งกองทุนสตรีเพราะเห็นว่าสตรีนั้นวันนี้เป็นผู้ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ทำงานแทนสามีเยอะแยะเลย การตั้งกองทุนต่าง ๆ นั้นมีความจำเป็นครับ เพราะว่า การทำงาน ทำธุรกิจหรือว่าทำอะไรก็ตาม มีโครงการดีทุกอย่างครับ แต่ถ้าไม่มีทุนก็ไม่สามารถ ที่จะดำเนินการต่อไปได้ ท่านประธานสภาที่เคารพ เราจะเห็นว่าโครงการไทยเข้มแข็งนั้น มันไม่ใช่งบลงทุนครับ เป็นงบในการจัดซื้ออำนวยความสะดวกนำสิ่งของที่ซื้อไปแจก พี่น้องประชาชน เช่นโครงการซื้อเครื่องทำน้ำเย็นนะครับ ราคา ๓๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมันแพงกว่าความเป็นจริงครับ ใช้เงินไม่ถูกต้อง ไม่ถูกตามความต้องการของประชาชน ที่จริงโครงการต่าง ๆ นั้นจะต้องถามประชาชนว่าต้องการอะไรในชนบทแต่ละที่ โครงการ ทุกอย่างนั้นถ้านำเงินมาใช้ด้วยความซื่อสัตย์นะครับ ด้วยความถูกต้องแล้ว ผมมั่นใจครับว่า เงินลงทุนทุกอย่างจะต้องกลับมาสู่พี่น้องประชาชน กลับมาสู่ประเทศชาติ แต่วันนี้โครงการ ไทยเข้มแข็งนะครับผมไม่เห็นมีอะไรที่เป็นรูปเป็นร่างในลักษณะที่จะสร้างงาน สร้างรายได้ให้ พี่น้องประชาชนเลย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในการขอกู้เงินปี ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออก พ.ร.ก. ๔ ฉบับเพื่อที่จะกู้เงินแล้วก็เพื่อที่จะสร้างรายได้ฟื้นฟูประเทศ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งครับ มันต่างกัน เราเห็นว่าเหตุการณ์ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ขอกู้เงินนั้น เป็นเรื่องความเดือดร้อนของประเทศ เป็นความเดือดร้อนของประชาชนเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง ซึ่งต่างกับการเกิดวิกฤติทางการเงินที่ยุโรปนะครับ มันต่างกันเลยครับ เป็นเรื่องที่ไกลตัว พี่น้องประชาชนมากครับท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างยิ่งครับ ผมสนับสนุนแล้วก็เห็นด้วยในการกู้เงินของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์เพื่อที่จะแก้ปัญหาฟื้นฟูประเทศ แต่ว่า พ.ร.ก. ๒ ฉบับที่กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๒ นั้น ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งครับเพราะว่าไม่มีความจำเป็นครับท่านประธานสภา ที่เคารพ แต่เห็นด้วยหรือไม่นั้นก็กู้มาแล้วครับ แล้วโครงการบางโครงการที่ยังไม่ทำครับ เพราะกู้เงินปี ๒๕๕๒ สร้างไทยเข้มแข็งถึงปี ๒๕๕๕ บางโครงการไหนที่ยังไม่ได้ทำครับ ท่านประธาน ผมว่าขอให้รัฐบาลยกเลิกเถอะครับ มันไม่มีประโยชน์แล้วก็ซ้ำซ้อนกับโครงการ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ครับ เช่น การขุดลอกคลองนั้นรัฐบาลนี้ทำอยู่แล้ว แล้วไปทำตาม นโยบายไทยเข้มแข็งนั้นผมว่าควรจะยกเลิกให้หมดครับท่านประธานสภาที่เคารพ
สุดท้ายนี้ผมว่าการกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๕๒ นั้นไม่ถูกต้องครับ ไม่เป็นประโยชน์สำหรับประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ