สุรสาล ผาสุข หารือเรื่องเงินกู้ตามพระราชกำหนด พ.ศ. 2552 และเรียกร้องให้จัดทำรายงานฉบับใหม่เพื่อให้มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องถนนที่มีป้ายเป็นถนนไร้ฝุ่น แต่จริงๆ แล้วไม่สภาพดีเท่ากับป้าย การจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ไม่จำเป็นและไม่เป็นไปตามความต้องการของหน่วยงาน และการพัฒนา ศักยภาพบุคลากรที่ถูกจัดสรรไว้น้อยมากเพียง 6 เปอร์เซ็นต์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพื่อที่จะได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ประจำปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ใน ๒ ประเด็น ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๑ ที่กระผมจะกราบเรียนท่านประธานก็เป็นเรื่องของการจัดทำ รายงานฉบับนี้ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องของการพูดถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับจาก การใช้เงินกู้ของโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง
ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ ๑ นั้นกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะจะต้องจัดทำรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดฉบับนี้ ให้รัฐสภาได้รับทราบภายใน ๖๐ วันนับตั้งแต่วันสิ้นปีงบประมาณ โดยระบุไว้ว่าในรายงาน ดังกล่าวนั้นอย่างน้อยจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้ คือ
๑. รายละเอียดของการกู้เงิน
๒. วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้และ
๓. ผลสัมฤทธิ์ตลอดจนประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ
ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ก็มีครบถ้วนแถมยังมีเพิ่มเติมในส่วนที่ เป็นปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการในสาขาต่าง ๆ ซึ่งก็นับว่า เป็นเรื่องที่ดี แต่กระผมเห็นว่าในส่วนที่เป็นปัญหาและอุปสรรคนั้นถ้ามีรายละเอียดให้ชัดเจน ขึ้นสักนิดหนึ่งกว่าที่แสดงไว้ในรายงานฉบับนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะว่าการนำเสนอปัญหา และอุปสรรคในทุก ๆ สาขา ทุกโครงการนั้นถ้าจัดให้มีรายละเอียดให้มากขึ้นจะเป็น ประโยชน์ต่อการจัดทำโครงการที่จะทำในปีงบประมาณต่อไป อาจจะช่วยลดปัญหาและอุปสรรคในการจัดทำโครงการให้น้อยลง หรืออาจจะไม่เกิดปัญหา และอุปสรรคใด ๆ เลยก็ได้ อันนี้ผมกราบเรียนท่านผู้มาชี้แจงได้โปรดนำไปพิจารณา ประกอบการจัดทำรายงานในโอกาสต่อไปด้วยครับ
ในประเด็นที่ ๒ ครับ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือเรื่องของ ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคจากการใช้เงินกู้ของโครงการ ต่าง ๆ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการที่นำเงินกู้จำนวนทั้งสิ้น ๓๙๘,๙๔๐ ล้านบาท ที่กู้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ และปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ทันทีที่โครงการต่าง ๆ ภายใต้ แผนปฏิบัติการนี้ได้ถูกนำลงสู่การปฏิบัติในห้วงนั้นก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ของรัฐบาล เรื่องความโปร่งใส จนเกิดคำถามว่าการประกาศ แผนฟื้นฟูภายใต้โครงการต่าง ๆ นั้นทำให้ใครเข้มแข็งกันแน่ ระหว่างประชาชนหรือ นักการเมือง แม้แต่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลก็ได้มีมติที่จะตั้งฉายารัฐบาลที่เข้ามาทำ หน้าที่บริหารประเทศในขณะนั้น เนื่องในโอกาสที่ทำงานมาครบ ๑ ปีว่าเป็นรัฐบาล ใครเข้มแข็ง ซึ่งฉายานี้มีนัยสำคัญที่บ่งบอกถึงแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล ซึ่งมีโครงการหนึ่งซึ่งหลายท่านทราบดีนะครับ ซึ่งอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการนี้ที่คนไทยส่วนใหญ่ คุ้นเคยและคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง ก็คือภาพของพี่น้องประชาชนในแต่ละจังหวัดร้องเพลงชาติ ในเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ถ่ายทอดสดออกอากาศทั่วประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการนี้มีหลายโครงการ มีหลากหลายสาขา แต่กระผมจะขออนุญาต ที่จะหยิบบางโครงการขึ้นมาพูดถึงผลสัมฤทธิ์และพูดถึงประโยชน์ ตลอดจนปัญหาและ อุปสรรคต่าง ๆ ที่ในรายงานฉบับนี้อาจจะไม่มีรายละเอียดได้กล่าวถึงไว้ อย่างไรก็ตามแต่ ขอกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะได้อภิปรายต่อไปนี้นั้นมิได้มีเจตนาที่จะซ้ำเติมผู้ใด เพราะว่าไม่มีประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น เนื่องจากเหตุการณ์นั้นผ่านมาแล้ว เพียงแต่ต้องการ ที่จะสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้น และสร้างความระมัดระวังที่จะไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนั้น เกิดขึ้นอีกในอนาคตข้างหน้า สาขาที่กระผมจะกราบเรียนนั้นมี ๒ สาขาด้วยกัน ที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในขณะนั้น และส่งผลมาถึงปัจจุบันนี้ สาขาแรกซึ่งมีเพื่อนสมาชิก บางท่านได้พูดไปบ้างแล้ว ก็คือสาขาขนส่งทางถนน สาขานี้ได้รับอนุมัติเงินกู้จำนวนทั้งสิ้น ๔๔,๙๑๑ ล้านบาท ได้รับการจัดสรรจำนวน ๔๔,๙๑๐ ล้านบาท น้อยกว่ากันเพียง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น มีการเบิกจ่ายเงินกู้รวมทั้งสิ้น ๔๒,๔๙๑.๖๓ ล้านบาท ในรายงาน ฉบับนี้ระบุว่าการเบิกจ่ายเงินส่วนใหญ่นั้นเป็นการเบิกจ่ายในโครงการถนนไร้ฝุ่น หรือถนนปลอดฝุ่น ซึ่งได้รับงบประมาณ ๑๔,๘๒๑ ล้านบาท หรือประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ของการเบิกจ่ายทั้งหมด แลกมากับถนนปลอดฝุ่น มีระยะทาง ๓,๒๔๖ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการนี้ระบุเอาไว้ว่าเป็นโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้น จากการที่จะหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไป อันจะเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ฟังดูแล้วก็ดูดีนะครับ ถ้าผู้ปฏิบัติ ผู้ควบคุมสามารถดำเนิน โครงการที่เกี่ยวข้องนั้นให้เกิดเป็นถนนปลอดฝุ่น และมีประสิทธิภาพดังที่กระผมได้กล่าว มานั้นได้ อย่างไรก็ตามแต่ครับ ทันทีที่โครงการถนนปลอดฝุ่นเริ่มดำเนินการนั้นเป็นที่ทราบ กันดีนะครับ เพราะว่ามีข่าวครึกโครมพอสมควรในขณะนั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนอย่างกว้างขวางว่าผลงานที่เห็นจาก การจัดทำโครงการนั้น อาจจะไม่สอดรับกับประโยชน์ที่ได้จากการพัฒนา ซึ่งเขียนระบุไว้ อย่างชัดเจนว่าเป็นการพัฒนาระบบบริหารและโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมมีตัวอย่างของถนนปลอดฝุ่นเส้นหนึ่งให้ท่านดูซึ่งขออนุญาตท่านไว้แล้ว ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ขึ้นภาพบนจอสักนิดหนึ่งนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ถนนเส้นนี้มีป้ายปักไว้ว่าถนนไร้ฝุ่น ซึ่งถ้าท่าน ดูป้ายที่ปักไว้กับสภาพถนนที่เป็นอยู่จะเห็นว่าค่อนข้างขัดแย้งวิ่งสวนทางกัน ถนนอย่างนี้ จะเรียกว่าเป็นถนนที่มีประสิทธิภาพหรือปลอดฝุ่นได้อย่างไรนะครับ สภาพนั้นไม่น่าจะเป็น ถนนปลอดฝุ่นด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นข้อกังขาของสังคม เป็นข้อกังขาของ ประชาชนว่าจะเป็นการนำเงินงบประมาณที่ได้มาจากการกู้นั้นไปใช้โดยไม่คุ้มค่าหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความโปร่งใส ถ้ามีความโปร่งใสน้อย แน่นอนครับ ประสิทธิภาพ ของถนนก็ต้องลดน้อยลงตามไปด้วย ปัญหาและอุปสรรคอย่างนี้สมควรที่จะมีการรายงานเอาไว้ เพื่อที่จะได้เตือนสติให้สังคมได้รับรู้ร่วมกันและช่วยกันสอดส่องดูแลมิให้เกิดปัญหาในทำนองนี้ เกิดขึ้นมาอีกในอนาคตข้างหน้า ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากเรื่องของโครงการ ถนนปลอดฝุ่นแล้ว โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งอีกโครงการหนึ่งซึ่งกระผม อยากจะกล่าวถึง ก็คือโครงการที่ได้มีการดำเนินการในกระทรวงสาธารณสุข เป็นที่ทราบกันดีนะครับ เช่นกันนะครับ เป็นข่าวครึกโครมมาก เป็นที่ทราบกันของสังคมโดยทั่วไปว่าได้มีการเปิดเผย ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตในโครงการ ซึ่งผลการเปิดเผยนี้ส่งผลให้รัฐมนตรี ๒ ท่านลาออกจากตำแหน่งตามทีมที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีซึ่งได้ลาออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว กระผมขออนุญาตที่จะย้ำเตือนสิ่งที่ประชาชนกังขาและมองว่าเป็นการใช้งบประมาณ ไม่คุ้มค้าซึ่งถือเป็นปัญหาและอุปสรรคอีกประการหนึ่ง โดยสิ่งที่ประชาชนมองว่าน่าสงสัย และถ้าเป็นอุปสรรคนั้น ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธาน ๒-๓ เรื่องดังต่อไปนี้นะครับ
เรื่องแรก เรื่องนี้พูดกันมากเพราะมันมีการจับจ้องมองดูของบุคลากรภายใน หน่วยงานนั้นอยู่ ก็คือเรื่องของการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โดยไม่จำเป็นและไม่ได้เป็นไปตาม ความต้องการของหน่วยงาน เครื่องมือแพทย์ที่ว่านี้ก็คือเครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบแสง อัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) ซึ่งการจัดซื้อเครื่องมือชนิดนี้เป็นการจัดซื้อในลักษณะที่สั่งให้ ทุกโรงพยาบาลชุมชนจัดซื้อ โดยที่โรงพยาบาลไม่ได้ร้องขอ โรงพยาบาลละ ๑ เครื่อง อันนี้เป็นข่าวที่ทุกท่าน เราท่านทราบกันดีอยู่แล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการจัดซื้อเครื่องตรวจชีวเคมีในเลือด ผู้รู้หรือกูรูหลายท่าน บอกว่าตามปกติเครื่องมือเหล่านี้โรงพยาบาลไม่มีความจำเป็นต้องจัดซื้อ เนื่องจากว่าเป็น เครื่องมือที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว อาจจะซื้อแล้วใช้งานไม่ได้นานเท่าไรนัก จึงไม่สมควรจัดซื้อ แต่ควรเป็นหน้าที่ของบริษัทที่เกี่ยวข้องที่จะเข้ามาให้บริการโดยไม่คิด มูลค่า
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นที่กังขาของประชาชนก็คือเรื่อง การตั้งงบประมาณการก่อสร้างไว้สูงถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์โดยไม่มียุทธศาสตร์ งบลงทุนนั้น กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ แค่นี้ยังไม่พอครับ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือจัดงบประมาณเพื่อพัฒนา ศักยภาพบุคลากรน้อยมากเพียง ๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ท่านประธานครับ เรื่องการพัฒนา ศักยภาพบุคลากรนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางด้านการสาธารณสุขนั้น ซึ่งกระผมเห็นว่าศาสตร์ทางด้านนี้มีการค้นพบ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มีลักษณะเป็น ไดนามิค (Dynamic) เป็นพลวัตที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องติดตามรับทราบองค์ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้สามารถนำความรู้นั้นไปดูแลผู้ป่วยหรือดูแลคนไข้ ได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นการตั้งงบประมาณในส่วนของการพัฒนาบุคลากรไว้น้อยจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควร เกิดขึ้นในหน่วยงานเช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การตั้งงบประมาณอย่างนี้ก่อให้เกิด อะไรขึ้นครับ ก่อให้เกิดการกระจายทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรมซึ่งอาจจะส่งผลให้โครงการ บริการสุขภาพในระยะยาวนั้นเกิดการบิดเบี้ยวไม่สอดคล้อง ไม่สอดรับกับความเป็นจริงและ ความเดือดร้อนของประชาชน สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลเสียในระยะยาวซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งและถือเป็นปัญหาตลอดจนอุปสรรคในการใช้งบประมาณ ที่ไม่คุ้มค่า เป็นสิ่งที่สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักร่วมกันและป้องกันมิให้ เกิดปัญหาเช่นนี้ในอนาคตด้วยเช่นกัน จึงฝากทางผู้ชี้แจงได้พิจารณาบันทึกหรือมีข้อมูลของ ปัญหาเหล่านี้ไว้ในรายงานนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การกู้เงินภายใต้แผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ผ่านมานั้น เราท่านทราบดีนะครับว่าเป็นการกู้เงินมา เพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศ ถ้าเงินที่กู้มานั้นถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกนำไปใช้ อย่างคุ้มค่า มีความเสียหายในการใช้เงินตามรายทางน้อยหรือไม่มีเลยนะครับ ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เงินที่กู้มานั้นถูกนำไปใช้อย่างไม่คุ้มค่า ไม่ควบคุมดูแลการใช้เงิน ในโครงการต่าง ๆ ให้ดี ให้มีประสิทธิภาพ ประเทศชาติก็จะไม่ได้รับอะไร ผลลัพธ์และ ประโยชน์ที่ได้ย่อมไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ในการกู้เงินแน่นอน แต่สิ่งที่ประเทศชาติ และประชาชนคนไทยได้รับแน่นอนก็คือหนี้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้การเงินการคลังของประเทศไทย อ่อนแอลงมาได้ โครงการใหม่ ๆ ย่อมเกิดขึ้นมาได้น้อยเพราะงบประมาณส่วนหนึ่งต้องถูก นำไปชดใช้หนี้แน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่กระผมได้กราบเรียนท่านมาทั้งหมดนั้น ถือว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาและเป็นอุปสรรคส่วนหนึ่งเช่นเดียวกัน แต่ต้องกราบเรียนว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการบันทึก จะบันทึกในรูปแบบใดก็ตามแต่ แต่ต้องบันทึกสิ่งเหล่านี้ไว้ เพื่อเตือนสติและถือว่าเป็นประสบการณ์อันเลวร้ายของประเทศที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในอนาคต ต่อไปข้างหน้านะครับ อันนี้ก็ฝากทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้โปรดพิจารณาแล้วก็ นำไปประกอบถ้าเห็นว่าสมควรในการนำเสนอรายงานฉบับต่อไปในโอกาสหน้าก็ได้โปรด บรรจุสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ