สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๘ มีนาคม ๒๕๕๕

นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องการกู้เงินตามพระราชกำหนด พ.ศ. ๒๕๕๒ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จ และปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความจำเป็นในการแก้ไขปัญหา และถามถึงการใช้จ่ายเงินที่เหลือ 40,000 กว่าล้านบาท

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตที่จะ สะท้อนสิ่งที่ทางกระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินฟื้นฟูเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ ผมนั่งดู รายงานฉบับนี้ครับท่านประธาน ท่านลองเปิดไปทีละหน้านะครับ อุปสรรคปัญหากับ ผลสำเร็จ ผลสัมฤทธิ์ พอ ๆ กันเลยครับ ทุกกระทรวง ทบวง กรม มีหมดนะครับ ผมเลย ทนไม่ได้ครับท่านประธาน จึงลุกขึ้นมาอภิปราย เพื่อสะท้อนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบครับ ผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จ ปัญหา ผมจำได้ว่า พ.ร.ก. กู้เงินฉบับนี้ที่เอาเข้าสภานี่นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกว่ามีโครงการ มีรายละเอียด ทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจน แต่เป็นอย่างไรครับท่านประธาน ท่านอ่านเล่มนี้นะครับ ทุกอันนะครับ ๑. ผู้รับเหมา ผู้ประกอบการรับงานมากเกินไป ๒. ปัญหาสิ่งแวดล้อม ๓. ปัญหาทำไม่ทัน แล้วยอดคงเหลือเท่าไรละครับที่ยังเบิกจ่ายไม่หมด ผมอยากจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปถึงผู้ที่ชี้แจง เยอะไปหมดเลยครับท่านประธาน ถ้าเอามาเปรียบเทียบนะครับ ท่านประธานครับ กับที่ พ.ร.ก. เพื่อจะฟื้นฟูของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ผ่านไป เมื่อสัปดาห์ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานี่ครับ ท่านลองเปรียบเทียบนะครับ คำว่า ไทยเข้มแข็ง ที่กู้ไป แล้วผลสะท้อนกลับมาเป็นอย่างไรครับ ผมเคยเรียน เคยอภิปรายไว้นะครับ ท่านประธาน ถนนดี ๆ นะครับ แล้วก็ไปรื้อทำใหม่ ไปรีไซกลิ้ง (Recycling) บ้าง อะไรบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าจะแก้ปัญหาแบบนำไปสู่ถึงความยั่งยืน วันนี้เองนะครับ ในพื้นที่ผม ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์แกสั่งเลยนะครับ ถนนที่ผ่านมา ที่ทำใหม่ ซ่อมใหม่ มันพังหมดแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอกเลยนะครับว่าเส้นไหนที่เจอะเจอปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมนี่ ต้องยกระดับเพื่อที่จะแก้ปัญหา นี่เพียงแค่วิสัยทัศน์ตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่กู้ไป ดูจากฟื้นฟูจากไทยเข้มแข็งนี้ครับ กู้ไปตกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาเป็นไทยเข้มแข็ง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาสมทบกระทรวงการคลัง สิ่งที่ผมอยากจะ เรียนให้ท่านประธานทราบนะครับเปรียบเทียบอย่างนี้นะครับ วันนี้เองนี้นะครับไทยเข้มแข็ง มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่าโอเคครับ ท่านประธานครับ มันก็มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ มันกระตุ้นแน่ละครับ แต่ว่าสิ่งความจำเป็นมันแตกต่างกันมาก แล้วเป็นอย่างไรครับ ปี ๒๕๕๔ ปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม ทุกกระทรวงนะครับ สิ่งที่ผมอยากจะถามท่านประธาน ต่อไปนี้ว่าแล้ววันนี้นะครับที่ว่ามีรายละเอียดชัดเจนที่ผมพูดไปช่วงแรกนี้ แล้วเงินที่ยังเหลือนะครับ ที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายนี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเท่าไรครับ ตก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านประธาน ที่ยังตกค้างอยู่นะครับ แล้วผมอยากจะถามว่า ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ้นเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ จะต้องมารายงานที่สภานี้อีกไหมครับ ผมถามนะครับว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมารายงานไหมครับว่าจะขออนุมัติเงินต่อ ต้องรายงานไหมครับ นี่คือคำถามแรกนะครับ

แล้วคำถามที่ ๒ อยากจะทราบโครงการนะครับ รายละเอียดของโครงการ ที่มีปัญหานี้ครับ มันมีทั้งหมดกี่โครงการครับ บางสถานที่ยกตัวอย่างง่ายๆ ท่านประธานครับ โรงพยาบาลชุมชนต้องพูดกันตรง ๆ เปลี่ยนแต่ป้ายครับ จากสถานีอนามัยเขามาเปลี่ยนป้ายใหม่ เปลี่ยนมาเป็นโรงพยาบาลชุมชน ในการบริการเหมือนเดิมครับ ก็เพิ่งจะมีนะครับ มีแต่รัฐบาลยุคนี้ที่มีการรักษาให้คล้าย ๆ โรงพยาบาลนะครับ มีรักษาเพิ่มโรคเบาหวาน ความดันอะไรอย่างนี้ แต่ที่ผ่านมาเปลี่ยนแต่ป้าย นี่หมออนามัยบอกผมเองครับ เท่านั้นเองครับ ท่านประธาน หลาย ๆ สถานที่ถึงกับมาบนบานศาลกล่าวว่าขอให้โครงการนี้สำเร็จเถอะ ขอให้ได้สร้างเถอะ ก็เป็นเม็ดเงินจากโครงการไทยเข้มแข็งนะครับ และวันนี้ท่านประธานครับ ก็เพราะว่าโครงการไทยเข้มแข็งนี้ครับ พี่น้องประชาชนยังครหาถามผมอยู่นะครับว่า ปลัดกระทรวงคมนาคมนี่เป็นเงินไทยเข้มแข็งหรือเปล่าที่มีปัญหาอายัดทรัพย์สินได้ขนาดนี้ ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรต่อหรอกครับ แต่ถ้าอ่านเอกสารฉบับนี้แล้วผมเศร้าใจจริง ๆ ที่ท่านรายงานออกมานี้ครับ ผลสำเร็จกับผลสัมฤทธิ์นะครับ ปัญหาอุปสรรคมากกว่าท่านครับ ตามบรรทัดนี้นะครับ มันแปลกจริง ๆ ผมไม่ต้องอภิปรายต่อก็คงจะถามคำถามไว้โครงการ ที่ยังตกค้างอยู่นี้จะแก้ปัญหาอย่างไร แล้วเงินที่เหลือ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะต้องนำมา เข้าขอสภาแห่งนี้ใหม่อีกไหมครับ ถามแค่นี้ครับ ๒ ประเด็น ขอบพระคุณมากท่านประธานครับ