สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๘ มีนาคม ๒๕๕๕

ก่อแก้ว พิกุลทอง ระบุว่าเงิน 400,000 ล้านบาทที่รัฐบาลกู้มาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2552 ไม่ได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตามที่ควรจะเป็น และเงินนั้นไปกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้มีอำนาจและความมั่งคั่ง

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ครับ ส.ส. พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมเห็น รายงานการกู้เงินตาม พ.ร.ก. ที่กู้เงินมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาฟื้นฟูและเสริมสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจเมื่อปี ๒๕๕๒ ในยุครัฐบาลชุดที่แล้ว ท่านประธานครับ ยอมรับว่า พระราชกำหนดฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ในช่วงนั้น ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกในปี ๒๕๕๒ ก็อยู่ในภาวะที่ตกต่ำ จากเคยบวก ๓ เปอร์เซ็นต์ทั่วทั้งโลกในปี ๒๕๕๑ แล้วก็ลดมาเหลือ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ติดลบ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี ๒๕๕๒ นะครับ ซึ่งทำให้ปัญหากำลังซื้อของต่างประเทศมันน้อยลง ส่งออกลำบาก ทำให้เศรษฐกิจไทยก็พลอยตกต่ำไปด้วย ซึ่งรัฐบาลชุดนั้นก็ได้มีมาตรการในการกระตุ้น เศรษฐกิจโดยการขอกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมากระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ เป้าหมายของพระราชกำหนดฉบับนี้ โดยหลักการแล้วถือว่าดีครับ แต่ที่มันเป็นปัญหาก็คือว่า การดำเนินการตามโครงการนั้นมันมีจุดบกพร่องจำนวนมาก แล้วก็มีสิ่งที่ควรตำหนิติติงไม่น้อยครับ แล้วต้องยอมรับนะครับ มีเงินรั่วไหลมากมาย โครงการไทยเข้มแข็งที่พูด ๆ กันอยู่นี้นะครับ สรุปแล้วก็มีคนเข้มแข็งจริง ๆ ครับ แต่ไม่ใช่ ประเทศไทยครับ มีคนบางคน คนบางกลุ่มเข้มแข็ง แล้วก็เข้มแข็งจนนอนยิ้มมาถึงทุกวันนี้ครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ถ้ามีการกระตุ้นอย่างถูกต้อง เงินก็ต้องหมุนเวียนไปสู่ เขาเรียกว่า ในระบบเศรษฐกิจทุกภาคส่วนนะครับ ตามที่รัฐบาลต้องการที่จะกระตุ้น แต่โดยหลักแล้ว เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามีการกระจายเงินไปดี เงินก็จะหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ประมาณ ๓-๔ รอบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓-๔ รอบ ก็ประมาณ ๑.๒ ล้านล้านบาท ถึง ๑.๖ ล้านล้านบาท ที่หมุนเวียนไป หรือถ้าคิดเป็นอัตราส่วนของจีดีพี ก็ประมาณ ๑๒-๑๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีครับ ท่านประธาน ซึ่งมันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าจากตัวเลขจีดีพีที่เพิ่มขึ้น ในปี ๒๕๕๒ จีดีพี ของประเทศไทยทั้งปีติดลบ ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วมาเพิ่มขึ้นในปี ๒๕๕๓ เป็นบวก ๗.๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งตัวเลขที่บวกขึ้นตรงนี้มี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือจากโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับเลยครับว่าเป็นผลพวงจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ถ้าเราไปดูรายงาน ของสภาพัฒน์ที่เขาให้ข้อมูลมา บอกว่าเศรษฐกิจของไทยที่ฟื้นตัว ไม่ว่าปี ๒๕๕๒ หรือ ปี ๒๕๕๓ เป็นผลพวงจากเศรษฐกิจโลกที่มีการฟื้นตัวอย่างเป็นนัยสำคัญ ส่งผลให้การส่งออก การท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น และที่สำคัญนะครับ ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นมาก เลยทำให้ เศรษฐกิจโดยรวมสูงขึ้น ซึ่งถ้าดูตัวเลขของเศรษฐกิจโลกในปี ๒๕๕๓ ก็มีการเพิ่มขึ้นเป็นบวก ๕ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยทั้งโลกนะครับ ของไทยเวลาติดลบติดลบมากกว่า ในปี ๒๕๕๒ ตอนบวกเราก็บวกมากกว่า ซึ่งถ้าดูตัวเลขโดยรวมแล้วเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราอัดฉีดเข้าไป ถ้าเข้าเป้าตามวัตถุประสงค์ที่ควรจะเป็นเราควรมีจีดีพีบวก หรือเปลี่ยนแปลงขึ้นในทิศทางบวก ประมาณ ๑๒-๑๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีโดยรวม แต่ว่าถ้าดูตัวเลขทั้งหมดจีดีพีของไทย ในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ที่มีการเปลี่ยนแปลง ๒ ปีนั้น มีตัวเลขบวกรวมประมาณ ๑๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ๑๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไปหักตัวเลขของภาวะเศรษฐกิจโลกที่เขามีเพิ่มขึ้น ประมาณ ๕.๕ เปอร์เซ็นต์นั้นแสดงว่าผลพวงจากโครงการไทยเข้มแข็งนั้นทำให้มีตัวเลข ส่วนต่างนั้นแค่ประมาณ ๔.๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง นั่นหมายถึงว่าถ้า ๔.๖ เปอร์เซ็นต์คูณ ด้วยตัวเลขจีดีพีไทยประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท ก็เหลือประมาณ ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ นั้นไม่เป็นไปตามเป้าที่ เศรษฐกิจไทยควรจะหมุนเวียน ๓ รอบ หรือ ๔ รอบนะครับ การที่เศรษฐกิจไทยไม่หมุนเวียน ตามนั้นก็แสดงว่าเงินไม่กระจายไปสู่ประชาชนพี่น้องที่ไม่มีกำลังซื้อ เงินไปกระจุกตัวอยู่ กลุ่มผู้ค้าขายบางกลุ่ม กลุ่มผู้รับเหมาบางกลุ่ม กลุ่มข้าราชการบางกลุ่ม และกลุ่มนักการเมือง บางกลุ่มครับท่านประธาน เงินเลยไม่กระจายไปยังพี่น้องประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น ท่านประธานครับ ผมมาดูโครงการที่ปรากฏตามสื่อ และโครงการที่รายงานมา ตามหลักการ แล้วเงินที่จะกระจายไปยังพี่น้องประชาชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เงินนั้นควรจะกระจาย ไปยังคนที่ไม่มีกำลังซื้อ คนยาก คนจน คนที่ไม่มีรายได้ แต่คนที่มีเงินอยู่แล้วถึงให้เงินไปเขาก็ไปใช้เงินไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่าไรนะครับ แต่ถ้าให้เงินกับ คนที่ไม่มีเงินเลยหรือคนที่มีหนี้สิน หรือคนที่มีรายได้ไม่เพียงพอให้ไปเท่าไรเขาก็ใช้หมดครับ ถ้าเขาใช้หมดเงินก็จะหมุนเวียนในระบบแล้วก็กลับมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ถ้าเกิดเราให้เงิน กับคนที่เขามีเงินอยู่แล้ว เขาก็ใช้เงินไม่หมด พอใช้เงินไม่หมดเขาก็ไปเก็บ เขาไปฝาก เขาไปออมไว้ เงินก็ไม่ถูกนำมาใช้จ่าย เมื่อเงินไม่ถูกนำมาใช้จ่ายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ไม่สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่ควรจะเป็น โครงการของรัฐบาลที่แล้วบางโครงการ ผมเห็นด้วยครับ อย่างเช่นว่าอัดฉีดเงินให้กับผู้สูงอายุ แต่ว่าน่าเสียดายครับโครงการนี้ ไม่มีการแยกแยะว่าคนที่สูงอายุนั้นคนบางกลุ่มเขาก็เป็นคนที่มีฐานะดี เพราะไม่จำเป็นที่เรา ต้องไปช่วยให้เงินเขาครับ แต่คนที่สูงอายุแล้วไม่มีรายได้ คนยากคนจน คนชั้นกลาง อันนี้ เราควรจะให้ เพราะเขาได้เงินตรงนั้นมาใช้จ่าย แต่โดยรวมตรงนี้ก็ยังถือว่าดี หรือเงินที่ให้กับ อสม. ตรงนี้ก็ถือว่าดี เพราะว่า อสม. ส่วนใหญ่ก็เป็นอาสาสมัครที่มีรายได้น้อย ต้องการ ช่วยเหลือสังคม ตรงนี้เขาได้เงินเดือนละ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท เขาก็มาใช้จ่ายหมด แต่โครงการเช็คช่วยชาติให้คนที่มีรายได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท คนละ ๒,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ตรงนี้ผมถือว่าเป็นการใช้เงินไม่ถูกจุด เพราะคนเหล่านั้นเขามีรายได้ครับ คนเขามีรายได้ คนบางคนถึงเงินเดือนเขาไม่มาก แต่ฐานะเขาดี การให้เงินเขาไปเขาก็เอาไปออม ไปเก็บไม่ได้ใช้ ที่จริงตอนนั้นถ้าเกิดรัฐบาลไปให้เงินกับคนที่ไม่มีรายได้ คนที่ยากจน คนที่เดือดร้อนให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท อย่างนั้นจะตรงเป้ามากกว่านะครับ ในโครงการที่กู้เงินมา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นอกจากการกระจายเงินไม่เป็นตามเป้าแล้วยังมี ปัญหามากมายนะครับ ที่เรารับทราบกันดีก็คือเรื่องของสินค้าและโครงการที่รัฐบาลยัดเยียด เพื่อให้กับชุมชน ให้กับโรงพยาบาล ให้กับหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ ตรงนี้มีข่าวฉาวโฉ่ มากมาย มีปัญหาที่สร้างความตกอกตกใจแก่สังคม แล้วก็ทำให้เรารู้สึกว่าเงินทองของเรานั้น ถูกใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายอย่างที่ไม่ควรจะเป็น ผมยกตัวอย่างนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ทุกคน ในประเทศไทยก็รับทราบกันดี แล้วก็เป็นสิ่งที่รับรู้ถึงปัญหานี้มาหลายปีแล้วนะครับ อย่างเช่นว่า มีการสั่งให้ซื้อของแจกกับชุมชน โดยที่ชุมชนไม่ต้องการ แถมเป็นของที่ราคาแพง ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ในกรุงเทพมหานครที่มีข่าวมากมาย อย่างเช่นว่า ยัดเยียดให้ซื้อเสาไฟฟ้า โซล่าเซลล์ (Solar cell) ยัดเยียดให้ซื้อเครื่องกรองน้ำโซล่าเซลล์ ทั้งที่ในกรุงเทพมหานครนั้น มีไฟฟ้าใช้ครับ โครงการโซล่าเซลล์นั้นเป็นโครงการที่ใช้ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ อย่างเช่น ตามภูเขา ตามท้องถิ่นกันดารนะครับ อันนี้ถ้าเรามีโซล่าเซลล์ไว้เราก็ไม่ต้องไปเดินสายไฟ ระยะทางไกล ๆ ต้องมาลงทุนเรื่องระบบไฟฟ้ามากมาย ซึ่งถ้าเราไปใช้ไฟน้อยแล้วต้องลงทุนเชื่อมโยง สายไฟจากในเขตเมืองไปยังท้องถิ่นหรือไปตามภูเขา อันนั้นอาจจะไม่คุ้มค่า ในที่อย่างนั้น เราจำเป็นต้องใช้โซล่าเซลล์มาช่วย เพราะว่าจะได้ประหยัดในการลงทุนนะครับ แต่ใน กรุงเทพมหานครท่านประธานครับ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้โซล่าเซลล์เลยครับ เพราะว่า การลงทุนโซล่าเซลล์แผงหนึ่ง ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทนะครับ ถ้าเอาไปเทียบค่าไฟในเสาไฟฟ้า ต้นหนึ่งไฟ ๔๐ วัตต์ เปิดทั้งวันทั้งคืน ทั้งเดือน ค่าไฟไม่กี่บาทครับ ทั้งปีก็ไม่กี่ร้อยบาทครับ แต่ถ้า เราไปเพิ่มจ่ายค่าโซล่าเซลล์แผงหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ บาทนี่ ต่อให้ใช้เสาไฟฟ้านั้น ทั้งชาติก็ยัง ไม่คุ้มค่าไฟฟ้าเลยครับท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างดูนะครับ เสาไฟฟ้าปกติที่เขา ซื้อขายกันในตลาดขายต้นละ ๕,๐๐๐ บาท แต่พอเป็นเสาไฟฟ้าที่ใช้โซล่าเซลล์ต้นละ ๓๕,๐๐๐ บาท เพิ่มมา ๓๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ อันนี้เป็นการเสียเงินเปล่า ๆ อย่างตู้เครื่องกรองน้ำระบบโซล่าเซลล์เหมือนกันท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่า คนที่คิดเรื่องนี้คิดได้อย่างไร อันนี้เป็นการผลาญเงินของชาติครับ และผลาญเงินกู้ด้วย เราไปสร้างเงินกู้ เราไปกู้เงินมา คนไทยทั้งประเทศต้องมาชำระหนี้ให้ แต่มาทำโครงการประเภทอย่างนี้ครับ เป็นโครงการผลาญสมบัติชาติครับ โครงการผลาญ ภาษีของพี่น้องประชาชนครับ แล้วแถมยังมีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย ตอนนั้นก็ปรากฏ ข่าวนะครับว่ามีการคอร์รัปชันจนถึงเรียกว่าต้องมีการดำเนินคดีต่อผู้ที่ทำการทุจริตคิดมิชอบ หลายราย ตรงนั้นถ้าท่านประธานได้ฟังข่าวชื่อโครงการโครงการหนึ่งก็คือโครงการชุมชน เศรษฐกิจพอเพียง ที่ดำเนินการโดย สพช. หรือว่าสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ที่จริงตอนที่ใช้คำว่า ชุมชนพอเพียง นั้น พี่น้องคนไทยทั้งประเทศก็ติติงไปเหมือนกันนะครับว่า เป็นการใช้ชื่อที่ไม่เหมาะสม เพราะว่าเราก็รับทราบกันดีว่าโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเป็นชื่อ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านเองทรงมีพระราชดำริไว้ในโครงการนี้ ชื่อพอเพียง ๆ พอรัฐบาลชุดนั้นมาทำโครงการชุมชนพอเพียง และไปทำโครงการในทางที่ผิดนะครับ ชื่อโครงการชุมชนพอเพียง แต่สินค้าแพงเพียบ และสินค้าที่แพงโดยที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน เลยทำให้คนมองโครงการนี้ในทางที่ผิด ชื่อคำว่า พอเพียง ก็เลยพลอยเสียหายไปด้วยครับ ท่านประธานครับ ในขณะนั้นผู้บริหารกับบริษัทที่ขายของมีความเชื่อมโยงกัน ผู้อำนวยการ สพช. ตอนนั้นที่มีหน้าที่อนุมัติโครงการต่าง ๆ กับบริษัทที่ขายของ ขายเสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ ขายเครื่องกรองน้ำโชล่าเซลล์ ปรากฏว่าน้องสาวของผู้อำนวยการ สพช. นี้ กลายเป็นผู้ถือหุ้น ของบริษัทที่ขายของครับ ท่านประธานครับ มันจึงเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ผู้บริหาร โครงการกับผู้ขายของมีความเชื่อมโยงเป็นพี่น้องกันครับ ท่านประธานครับ นอกจากนี้บริษัท บริษัทหนึ่งที่ขายของให้โครงการนี้ ปรากฏว่าเป็นผู้ที่บริจาคเงินให้พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่มีการจัดโต๊ะจีนโต๊ะละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ที่มีข่าวใหญ่โตและได้เงินนับร้อยล้านบาท บริษัท บริษัทนี้ก็บริจาคเงินซื้อโต๊ะ ๆ หนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นการชัดเจนว่ามีความเชื่อมโยงกัน ระหว่างผู้ขาย ผู้ซื้อ ผู้อนุมัตินะครับ สุดท้ายก็ปรากฏข่าวชัดเจนนะครับว่าทาง ป.ป.ช. ก็เข้ามา ตรวจสอบเรื่องนี้ ก็มีการสั่งดำเนินคดี ๕ คนนะครับ แต่ว่าการสั่งตรวจสอบและดำเนินคดีนั้น ตอนนี้ก็เงียบไปนะครับ ผมเลยไม่รู้ว่าสุดท้ายจะจบอย่างไร ไม่ทราบว่าจะมีการสั่งฟ้องเมื่อไร อย่างไร แล้วข่าวตอนนั้นก็คือว่า โครงการที่มีการขายของและบังคับซื้อของตอนนั้นก็ทำการ ยุติชั่วคราว มีการเปลี่ยนผู้บริหาร สพช. เปลี่ยนผู้อำนวยการ และรวมทั้งเปลี่ยนผู้กำกับ โครงการนี้จากรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งไปเป็นท่านอื่น ท่านประธานครับ นี่คือตัวอย่างหนึ่ง ของโครงการไทยเข้มแข็งที่มีปัญหา นอกจากโครงการชุมชนพอเพียงแล้ว เมื่อกี้เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านก็มาบอกแล้วนะครับว่าอย่างโครงการทุจริตซื้อเวชภัณฑ์โรงพยาบาล ก็มีการยัดเยียด เหมือนกัน มีการซื้อเครื่องมือแพทย์หลายโครงการ เป็นแบบบังคับซื้อ ซื้อไม่ตรงกับ ที่ต้องการจะใช้ และเงินก็รั่วไหลเยอะ ซึ่งหลายท่านก็อภิปรายมาแล้ว ซึ่งจากผลพวง การคอร์รัปชันเหล่านั้น ท่านประธานครับ ก็มีการทำให้ท่านรัฐมนตรี ๒ ท่านต้องลาออกจาก ตำแหน่ง แล้วมีการตรวจสอบ แล้วก็ดำเนินการกับข้าราชการระดับสูงถึง ๘ คน แล้วก็ นักการเมือง ๔ คน นี่เป็นตัวอย่างของปัญหาโครงการไทยเข้มแข็ง ท่านประธานครับ ผมเองเข้าไปดู ในกรอบวงเงินประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รายงานได้เขียนไว้นะครับ มีงานหลัก ๆ ที่ดำเนินการไป ผมยกตัวอย่างนะครับว่าในสาขาทรัพยากรน้ำและการเกษตร มีการจัดสรร เงินให้ประมาณ ๕๙,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้มีการทุ่มเงินจำนวนมากให้กับโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและโครงการติดตั้ง ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ท่านประธานครับ การใช้เงิน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ในโครงการทรัพยากรน้ำ สรุปได้ว่าโครงการที่ดำเนินการในภายใต้โครงการไทยเข้มแข็งนั้น เป็นโครงการที่ล้มเหลว ล้มเหลวอย่างไรครับท่านประธานครับ ที่ล้มเหลวเพราะว่าเขาใช้เงิน จำนวนมากไปติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าแล้วก็อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ซึ่งถ้าโครงการนี้ สำเร็จสัมฤทฺธิ์ผลจริง ๆ แล้ว การเตือนภัยเรื่องน้ำท่วมปีที่แล้วควรจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ การฟื้นฟูแหล่งน้ำควรจะมีการจัดทำแก้มลิง ขุดลอก คู คลอง แม่น้ำ หรือบึงรับน้ำ แต่ปรากฏว่า โครงการนี้ใช้เงินเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าพื้นที่ที่อุ้มน้ำ พื้นที่แก้มลิงทั้งหลายแหล่ ก็ไม่ปรากฏผลว่าใช้ได้ผล สุดท้ายทำให้มีน้ำท่วมใหญ่ประเทศไทยมากมาย ถ้าเกิดโครงการ ไทยเข้มแข็งในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ สำเร็จลุล่วงและสัมฤทฺธิ์ผลจริง โครงการเหล่านั้นจะมี ประโยชน์มากครับ ในการป้องกันน้ำท่วม แต่กาลเวลาก็พิสูจน์แล้วครับว่าโครงการนั้น ล้มเหลว การขุดลอก คู คลอง การฟื้นฟูแหล่งน้ำ การฟื้นฟูแหล่งกักเก็บน้ำหรือแก้มลิงนั้น ปรากฏว่าใช้ไม่ได้ผล อ้ายนี่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ไม่สัมฤทธิ์ผลครับ ท่านประธานครับ โครงการต่อมาครับ สาขาขนส่ง สาขาขนส่งนั้นมีการให้เงินไป ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งจากข้อมูลที่ให้มาบอกว่าส่วนใหญ่เป็นการเบิกจ่ายโครงการถนนไร้ฝุ่น และโครงการซ่อม ฟื้นฟูสภาพถนนของกรมทางหลวงชนบท ท่านประธานครับ โครงการถนนไร้ฝุ่น ผมไม่รู้ว่าเกิด อะไรขึ้นครับ แต่โครงการนี้เป็นโครงการที่มีข้อครหามากที่สุดโครงการหนึ่งครับ เขามี การนินทากันนะครับว่าโครงการถนนไร้ฝุ่นนั้นปรากฏว่าเกิดฝุ่นทองไปกองอยู่ที่กระทรวงคมนาคม มากมายครับท่านประธานครับ อย่างที่ปรากฏข่าว อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมมีเงินในบ้าน ตั้งเป็นร้อย ๆ ล้านบาท มีคนตั้งคำถามครับ ขนาดอดีตปลัดกระทรวงคมนาคมยังมีขนาดนั้น แล้วอดีตรัฐมนตรีจะขนาดไหน แล้วคนที่เป็นเจ้านายอดีตรัฐมนตรีจะยิ่งขนาดไหนครับ ท่านประธานครับ มีคนตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัยครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของความล้มเหลวของการใช้เงินเศรษฐกิจพอเพียง ไทยเข้มแข็ง เป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามีการทุจริต คอร์รัปชันมากมาย ขนาดท่านนายกรัฐมนตรีในยุคนั้นบอกว่ามีกฎเหล็ก ๙ ข้อ ๑ ใน ๙ ข้อนั้น ก็คือบอกว่าห้ามคณะรัฐมนตรีในชุดของท่านนั้นมีการคอร์รัปชันมากมาย ไม่จำเป็นต้องปรากฏ หลักฐาน ขอให้มีข่าว ท่านจะดำเนินการปลดออก แต่ท่านประธานครับ อ้ายโครงการไทย เข้มแข็งนี่ มีข่าวคอร์รัปชันอย่างนี้เยอะแยะไปหมด ถึงขนาดว่ามีภาคเอกชน สมาคม หอการค้าออกมาพูดเลยว่ามีการเรียกเงินใต้โต๊ะจำนวนมาก ในครั้งแรกสมาคมหอการค้า ออกมาพูดว่ามีการเรียกเงินใต้โต๊ะโครงการละ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ขนาดภาคเอกชนที่เป็นพวก เดียวกับรัฐบาลยุคนั้นนะครับ ยังออกมาบ่น ออกมาแสดงความรู้สึก ออกมาตักเตือน ติติง รัฐบาล บอกว่ามีการคอร์รัปชันมากมาย แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นครับ ในปีถัดมาสมาคมหอการค้า ออกมาพูดอีกที บอกว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันมาก ๆ เหลือจะทน บอกว่าบางโครงการเรียกรับ คอร์รัปชันถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธานครับ นี่ไม่น่าเชื่อครับ นี่ขนาดรัฐบาลที่บอกว่า นายกรัฐมนตรีนั้นเป็นคนที่มีภาพลักษณ์สะอาด หัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก แต่ที่ไหนได้ครับ ท่านประธานครับ หัวไม่สาย แต่หัวหางนี่เต้นเลยครับท่านประธานครับ ขนาดพรรคพวก เดียวกันเองที่เป็นอยู่ในภาคอุตสาหกรรม ภาคหอการค้ายังออกมาโวยวายขนาดนี้ ผมจำได้ดีมีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่งไปพูดในงานสัมมนาบอกว่ามีการคอร์รัปชันมาก พูดทำนองว่าท่านไม่รู้จะทำอย่างไรดี ทั้ง ๆ ที่ท่านเองนั้นเป็นคนที่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบ เรื่องการคอร์รัปชัน แต่ดูเหมือนว่าท่านมีปัญหาบางอย่าง มีความอึดอัดใจบางอย่าง ท่านไม่สามารถผลักดันหรือขับเคลื่อนเรื่องการตรวจสอบได้ เหมือนกับว่ามีใบสั่งห้าม ตรวจสอบทำนองนั้นละครับ ท่านเลยต้องออกมาระบายในงานสัมมนางานหนึ่งบอกว่ามีการ คอร์รัปชันมาก ท่านประธานคิดดูนะครับ นักธุรกิจเอย ป.ป.ช. เอย ออกมาพูดทำนอง เดียวกันว่าโครงการไทยเข้มแข็งมีการคอร์รัปชันมากมาย แล้วสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ โครงการก็ดำเนินการไป การคอร์รัปชันต่าง ๆ ที่มีมาก มีหลักฐานมากมาย ก็ไม่ปรากฏว่า คนที่ทำผิด คนที่ทุจริตนั้นถูกดำเนินการอย่างไร ถูกดำเนินคดีอย่างไร เรื่องทุกอย่าง เหมือนกับว่ากำลังจะหายไปกับสายลม ท่านประธานครับ นี่คือปัญหา นี่เป็นการใช้เงินกู้ ที่สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่แปลกหรอกครับ ทำไมถึงมีวาทกรรมเกิดขึ้นว่ารัฐบาลชุดที่แล้วกู้มาโกง ก็ทุกคนออกมาพูดอย่างเดียวกัน บอกว่าโกง โกง โกง และนี่เป็นเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีเงินแล้วออกมากู้ กู้แล้วใช้จ่าย อย่างสุรุ่ยสุร่าย ใช้อย่างฟุ่มเฟือย ใช้อย่างไม่บันยะบันยัง และใช้อย่างไม่ระมัดระวังปล่อยให้ มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมายขนาดนั้น ท่านประธานครับ นี่คือความเจ็บปวดที่สะท้อน ออกมาในยุคนั้น เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกบางท่านออกมาบอกว่าการที่รัฐบาลชุดที่แล้วถูกกล่าวหาว่า กู้มาโกง ไม่จริง แต่ข้อมูลที่ปรากฏข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ มันก็ชัดเจนแล้วก็ยืนยันนะครับว่า การใช้เงินในโครงการไทยเข้มแข็งนั้นมันมีจุดอ่อน มีปัญหา แล้วก็ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ ที่มันควรจะเป็นจำนวนมาก ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลที่แล้วใช้เงินให้ดี ใช้เงินให้ถูกหลัก และมีการควบคุมเงินให้ดี โครงการนี้ก็จะมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยนะครับ แต่ในเมื่อท่านเองนั้น ได้ใช้เงินเหมือนกับว่าถ้าพูดตรง ๆ ท่านประธานครับ เหมือนชาวบ้านพูด เหมือนสามล้อ ถูกหวยครับ อยู่ไม่มีโอกาสได้ใช้เงิน พอมีโอกาสใช้เงินก็ใช้แบบไม่บันยะบันยัง อ้ายนี่เหมือนกัน เหมือนรัฐบาลชุดที่แล้วไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาเป็นรัฐบาล พอได้มาเป็น รัฐบาลก็ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน ก็ใช้กันใหญ่ครับ ใช้ ใช้ ใช้ เหมือนไม่รู้จะอยู่ได้กี่วัน ท่านประธานครับ ก็ลักษณะเดียวกัน นี่คือปัญหาครับ ถ้าเขารู้ว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งได้นาน จะมีโอกาสกลับเข้ามาอีกครั้งเขาอาจจะใช้เงินดีกว่านี้ เขาอาจจะตรวจสอบหรือมีการเลือก โครงการที่ดีกว่านี้ ท่านประธาน หลาย ๆ โครงการผมไปดู อย่างเช่นว่าเรื่องการท่องเที่ยว มีการใช้เงินไป ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จริงเรื่องการท่องเที่ยวนี่อย่าว่า ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เลยครับ ต่อให้เป็นหมื่นล้านบาทผมก็เห็นด้วยครับ เพราะว่าการท่องเที่ยวนั้นมีส่วนช่วย อย่างมากในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย เราอยู่เฉย ๆ มีคน ๑๐ กว่าล้านคน ๒๐ ล้านคน เขาเอาเงินมาให้บ้านเรา เขาเอาเงินมาให้ถึงที่ ถ้าเราไปอำนวยความสะดวก ไปปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวให้สวยงาม ให้สะดวกสบายน่าไปเที่ยว มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย มีความทันสมัย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีความสะอาดสะอ้าน ท่านประธานครับ ถ้าเราไปปรับปรุงอย่างนี้ต่อให้ใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเอง ก็สนับสนุนครับ ผมไปดูเงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรากฏว่าส่วนใหญ่ไปใช้ในการทำถนน แล้วก็ทำน้ำประปา ท่านประธานครับ มีหลายส่วนที่เราน่าจะทำในโครงการการท่องเที่ยว อย่างที่เราเห็นละครับ เวลาเราไปเที่ยวประเทศไหนสิ่งที่เป็นปัญหาทุก ๆ ที่ ทุก ๆ ประเทศ ที่คนที่เป็นนักท่องเที่ยวมักจะเจอและมักจะบ่นกันก็คือห้องน้ำห้องท่า หรือความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาดของสถานที่ท่องเที่ยว ประเทศไทยก็เหมือนกันครับ อย่าว่าต่างชาติมาเที่ยวเลยครับ ชาวยุโรปเขามีมาตรฐานชีวิตที่ดี ชาวอเมริกา ชาวญี่ปุ่นเขามีมาตรฐานชีวิตที่สูง บ้านเมือง เขาสะอาดสะอ้านพอมาเที่ยวบ้านเราห้องน้ำก็หายาก มีแล้วก็ไม่สะอาด น้ำก็ไม่ค่อยมี สกปรกไปหมด ทำไมรัฐบาลไม่เอาเงินไปสร้างห้องน้ำ ๕ ดาวบ้างล่ะ ติดแอร์ครับ แล้วให้ภาคเอกชน มาช่วยบริหารเก็บสตางค์ไปเลยครั้งละ ๕ บาท ๑๐ บาท รัฐบาลลงทุนให้นะครับ ที่ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทำทั่วประเทศก็เงินก็ไม่กี่พันล้านบาทครับ ทำไม ไม่ทำกันบ้าง โครงการอย่างนี้นะครับ ใครมาประเทศไทยก็รู้สึกว่าประเทศไทยมีห้องน้ำดี น่าใช้ สะดวกสบาย นี่ถ้ารัฐบาลที่แล้วใช้เงินจำนวนมากไปทำโครงการแบบนี้ก็น่าสนใจ หรือไม่ไปทำถนนทางเข้าให้สะดวกสบาย ถนนไม่ต้องใหญ่ครับ เวลาผมไปยุโรปถนนเขา ๒ เลนครับ ถนนเขาดูดีเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการจัดระเบียบดี มีความสะอาด ถ้าเราทำ สถานที่ท่องเที่ยวให้มันเป็นระเบียบเรียบร้อยมีความสะอาด มีป้าย มีอะไรให้สวยงาม ให้ดูทันสมัย แยกพื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ที่คนอยู่ พื้นที่ร้านค้า ทำทุกอย่างให้ดู ทันสมัย สะอาดและสวยงาม ท่านประธานครับ ใช้เงินไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ไม่เป็นปัญหาครับ แต่นี่เปล่าครับ ใช้เงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปเน้นในสิ่งที่ซ้ำซ้อน กับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็เสียโอกาสไปครับ ท่านประธานครับ เงินเหล่านี้ เป็นตัวอย่างของการใช้เงินที่น่าเสียดายครับ เราใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แทนที่เงินตัวนี้ จะหมุนเวียนไปมาและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้มาก สุดท้ายก็ได้กลับคืนมาแค่บางส่วนเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของความล้มเหลวของโครงการนี้ ถ้ารัฐบาลที่แล้ว มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์มากกว่านี้ไม่แน่ครับ เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป่านนี้อาจทำ ให้พื้นที่ประเทศไทยหลายส่วนดูดีขึ้น มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากนะครับ แต่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ผ่านมาดูเหมือนว่าประเทศไทยแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อย่างที่เราเห็นกันทันตาครับ ท่านประธานครับ ที่จริงเงินขนาดนี้เงินจำนวนมากจริง ๆ ครับ ถ้าไปทำอะไรให้ดูดีมันเยอะจริง ๆ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าทำรถไฟความเร็วสูงจากจังหวัดเชียงใหม่ มากรุงเทพฯ ก็ได้เลยครับ ท่านประธานครับ ได้แล้วก็เหลือเป็นแสนล้านบาทครับ ท่านประธานครับ นี่ก็จะเห็นชัดเจนว่าเราใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เงินเป็นเบี้ยหัวแตก แล้วก็หายไปตามสายลม หายไปตามสายน้ำ หายไปในกระเป๋าคนบางกลุ่ม เพราะฉะนั้น โครงการไทยเข้มแข็งได้พิสูจน์ตัวมันเองแล้วครับว่าสุดท้ายมันเป็นการที่ทำให้คนบางคน เข้มแข็งครับ เศรษฐกิจของคนบางคนเข้มแข็งและมีเงินเพียงพอในการที่จะใช้ในการเลือกตั้ง อีกหลายครั้งครับ ท่านประธานครับ แต่คนไทย ประเทศไทยไม่ได้เข้มแข็งตามที่โครงการนี้ได้ วาดภาพไว้ ตามที่โครงการนี้ได้วางวัตถุประสงค์ไว้ครับ ท่านประธานครับ ผมเองก็ขออนุญาต ติติงมาแล้วก็แสดงความรู้สึกและแสดงความห่วงใยในโครงการนี้ครับ ถ้าในวันข้างหน้า ถ้าเรามีโครงการลักษณะนี้อีกก็ขอให้สภาแห่งนี้ได้ช่วยกันตรวจสอบกันอย่างเต็มที่และขอให้ ผู้ที่ดำเนินโครงการมีความระมัดระวังและเลือกโครงการที่ดี ที่เป็นประโยชน์ ที่จะทำให้เงินนั้น เข้าถึงคนทุกกลุ่ม เข้าถึงคนที่ไม่มีสตางค์ซื้อให้เขาได้มีเงินและเอาเงินมาใช้จ่ายเต็มที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่เราหวังให้มันจะเป็นนะครับ ท่านประธานครับ ผมเองก็ฝาก ความห่วงใยไปยังรัฐบาลชุดนี้ครับ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการไทยเข้มแข็งในยุครัฐบาลที่แล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้ก็มีการออกพระราชกำหนดเพื่อกู้เงินไปปรับปรุงระบบป้องกันน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เรียนไปยังรัฐบาลชุดนี้นะครับว่าขอให้ท่านตรวจสอบการใช้เงินอย่างเต็มที่ อย่าให้มีการทุจริต คอร์รัปชันเหมือนรัฐบาลชุดที่แล้วนะครับ