สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๘ มีนาคม ๒๕๕๕

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกฝ่ายค้านบิดเบือนข้อเท็จจริง และเรียกร้องให้สภาชุดนี้ตรวจสอบการใช้เงินอย่างเต็มที่ แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่ฝ่ายค้านที่อภิปรายเรื่องการทุจริตเหมือนกับรัฐบาลที่แล้ว เนื่องจากสภาชุดนี้ได้ตรวจสอบการใช้เงินอย่างเต็มที่แล้ว และมีการดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการของป.ป.ช. ในกรณีการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และการยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิง แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายไปในเวลาเดียวกัน กราบเรียนกับ ท่านประธานว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกซีกรัฐบาลบางท่านได้อภิปรายไปนั้นไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง ทั้งหมดทุกประการ มีหลายประเด็นที่มีการบิดเบือน ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปราย แสดงความเห็นว่าอยากให้สภาชุดนี้ได้มีการตรวจสอบการใช้เงินอย่างเต็มที่ อย่าให้มีการทุจริต แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่เพื่อนสมาชิกต่อเติมไปอีกคำหนึ่งว่า อย่าให้มีการทุจริตเหมือน รัฐบาลที่แล้ว เพราะว่าโดยข้อเท็จจริงสภาชุดนี้ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซีกของฝ่ายค้านว่าการใช้เงินของรัฐบาลชุดนี้ในการดำเนินการในสภา ที่ผ่านมาได้มีการใช้เงินไปในทิศทางที่ไม่สุจริตอย่างไร ตัวอย่างที่ปรากฏชัดเจนเมื่อไม่นานมานี้ ก็คือการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจการใช้เงินของรัฐบาลชุดนี้กรณีการแก้ปัญหาน้ำท่วม เช่น ในเรื่องของการทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพ การทุจริตการจัดซื้อเต็นท์ ข้าวกล่อง ต่างประเทศ ให้งบประมาณ ให้ของมาใช้ ไม่ใช้กลับไปซื้อเพื่อที่จะมีการหาผลประโยชน์ จนในที่สุด สิ่งที่ท่านเรียกร้องอยากให้ ป.ป.ช. เข้ามาจัดการ ผมคิดว่า ป.ป.ช. เขาไม่ละเลย การดำเนินการทุจริตโครงการใดก็ตาม ถ้าเข้าสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช. ป.ป.ช. เขาก็ดำเนินการ ท่านมีข้อสงสัยว่าโครงการไทยเข้มแข็ง ทำไม ป.ป.ช. จึงไม่ดำเนินการ ไม่มีการลงโทษ ก็เพราะมันยังไม่มีการตรวจพบการทุจริตอย่างไรครับ แต่ถ้าตรวจพบการทุจริต ผมเชื่อว่า ป.ป.ช. เขาก็ต้องดำเนินการ แต่อย่างน้อยที่สุดบัดนี้ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการแล้ว กรณีการจัดซื้อถุงยังชีพ กรณีการทุจริตน้ำท่วมของรัฐบาลชุดนี้ ป.ป.ช. ได้มีมติดำเนินการ แล้วก็ลงโทษไป อันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ป.ป.ช. เขาก็ทำหน้าที่ของเขา และสภาชุดนี้ที่ท่าน เรียกร้องให้ทำหน้าที่ สภาชุดนี้ก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วในการตรวจสอบการใช้เงิน งบประมาณแผ่นดินถึงขั้นส่งให้ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. ก็ดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ นี่คือเบื้องต้นที่กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนทำความเข้าใจ กรณีการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ตามโครงการไทยเข้มแข็งก็เช่นกัน กระผมต้องขออนุญาตใช้สิทธิตรงนี้ เพราะในช่วง ระยะเวลาหนึ่งกระผมได้เข้าไปรับผิดชอบเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาล ชุดที่แล้ว ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เมื่อผมเข้าไป ตามคำสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมได้เข้าไปดำเนินการทบทวนโครงการ ใหม่ทั้งหมด มีการดำเนินการปรับราคา ปรับปริมาณจนกระทั่งเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายว่า เป็นขั้นตอนกระบวนการที่ดำเนินการอย่างโปร่งใส แล้วก็ได้ดำเนินการไปจบสิ้นตามขั้นตอน กระบวนการแล้ว อันนี้ก็คือสิ่งที่ต้องกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อไม่ให้เป็นเรื่องคาราคาซัง ต่อไป ที่มีแต่คำพูดว่ามีการทุจริตในเรื่องนี้ แล้วโครงการนี้ก็ได้ดำเนินการไปเกือบจะเรียกว่า ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว นอกจากนั้นขอใช้เวลากับท่านประธานตรงนี้ในการที่จะ ชี้แจงทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งที่แสดงความคิดเห็นที่กระผมคิดว่าไม่ตรงกับ ความเป็นจริง ซึ่งเกี่ยวพันกับงานในความรับผิดชอบของผมเช่นเดียวกันในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านบอกว่าโรงพยาบาลชุมชนใช้งบไทยเข้มแข็งทำแค่ เปลี่ยนป้ายเท่านั้น ขออนุญาตทำความเข้าใจกับท่านประธานว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงครับ นอกจากไม่จริงแล้วยังเป็นความเข้าใจผิดของผู้อภิปรายด้วย เพราะความจริงกรณีที่ท่านพูด ไม่น่าจะหมายถึงโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งก็คือโรงพยาบาลอำเภอ แต่ท่านคงจะตั้งใจให้หมายถึง กรณีการยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งกรณีของ การยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนั้น ขออนุญาต กราบเรียนครับว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว เพื่อเป้าหมายในการที่ต้องการ จะยกระดับการบริการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึงในหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงระดับอำเภอ นโยบายยกระดับสถานีอนามัยขึ้น เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. จึงเกิดขึ้น และเมื่อผมเข้าไปได้ ดำเนินการภายในระยะเวลาแค่ปีครึ่งครับ สามารถยกระดับสถานีอนามัยซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ๙,๗๕๐ แห่ง ขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลครบทั้งหมด ใช้งบประมาณ ไทยเข้มแข็งรวมกันประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นครับ และการยกระดับสถานีอนามัย ขึ้นเป็น รพ.สต. ที่ว่า ไม่ใช่แค่เปลี่ยนป้าย แต่ทุกแห่งจะต้องเข้าเกณฑ์อย่างน้อย ๔ ข้อ ถ้าจะยกระดับ ๑. ทางด้านกายภาพ อาคาร สถานที่จะต้องพร้อมครับ ๒. เครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์จะต้องมีความพร้อม เช่น เว็บแคม (Webcam) เป็นต้น ที่ผู้ป่วย สามารถไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสามารถถ่ายทอดสดไปยังโรงพยาบาล ชุมชน หรือโรงพยาบาลอำเภอให้แพทย์นั่งวินิจฉัยที่นั่น ถ้าไปไม่ทัน และแพทย์สั่งการให้ แก้ปัญหาได้ทันท่วงที อย่างน้อยเครื่องไม้เครื่องมือก็เป็นเงื่อนไขประการที่ ๒ ที่ต้องมี ความพร้อมจึงจะยกระดับเป็น รพ.สต. ได้ และประการที่ ๓ บุคลากร ปกติตอนเป็นสถานีอนามัย ท่านคงทราบครับว่าจะมีเจ้าหน้าที่ ๑ คนบ้าง ๒ คนบ้างเป็นสถานีอนามัย แต่ถ้าจะยกระดับ เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะต้องมีอย่างน้อย ๔ ตำแหน่ง ๑. หัวหน้าสถานีอนามัย จะได้รับการยกระดับเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ๒. จะต้องมี พยาบาลวิชาชีพ คำว่า พยาบาลวิชาชีพ คือพยาบาลที่เรียนจบปริญญาตรีมาจริง ๆ และถึงขั้น ที่จะต้องไปฝึกอบรมเวชปฏิบัติ คือทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแพทย์ได้ นอกจากนั้นก็จะต้องมี ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขที่เขาจบปริญญาตรี และตำแหน่งที่ ๔ อาจจะเป็นเภสัชชุมชน หรือเป็นแพทย์แผนไทยที่จบปริญญาตรี ต้องครบ ๔ ตำแหน่ง จึงจะถือว่าเข้าเกณฑ์ข้อที่ ๓ ยกระดับเป็น รพ.สต. ได้ และเกณฑ์ข้อที่ ๔ ต้องปรับปรุงระบบบริหารจัดการให้เป็น โรงพยาบาล ๓ ดี คือบรรยากาศดี บริการดี บริหารจัดการดี เมื่อครบ ๔ เงื่อนไขนี้แล้วจึง ยกระดับสถานีอนามัยขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้ แล้วเราก็จัดงบไทย เข้มแข็งให้ไปตามเกณฑ์ สถานีอนามัยขนาดเล็กยกระดับเป็น รพ.สต. ขนาดเล็กก็ให้ไป ๔๐๐,๐๐๐ บาท ใหญ่ขึ้นก็ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ใหญ่ขึ้นไปอีกก็เป็น ๖๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือ การดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนป้ายจากสถานีอนามัยขึ้นเป็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ รพ.สต. ที่ว่านี้ก็จะต้องทำงานร่วมกับกลไกอื่น ๆ อีก ๓ กลไก ที่เรียกว่านโยบายหัวใจ ๔ ดวง ที่ต้องทำงานสอดรับกัน ดวงที่ ๑ รพ.สต. หัวใจดวงที่ ๒ ต้องทำงานร่วมกับ อสม. หัวใจดวงที่ ๓ ต้องมีแผนสุขภาพตำบลเพื่อเป็น เข็มทิศชี้ทางว่าเราจะเดินหน้าการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนในตำบลอย่างไร และหัวใจดวงที่ ๔ คือกองทุนสุขภาพตำบล ที่รัฐบาลเขาจัดงบประมาณไปให้ในตำบลร่วมกับ หน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะดำเนินการให้มีเงินงบประมาณก้อนหนึ่งนอกจาก งบปกติสามารถใช้เดินหน้าแก้ปัญหาร่วมกับหัวใจอีก ๓ ดวง ในการแก้ปัญหาสุขภาพอนามัย ให้กับพี่น้องประชาชนในตำบล ทั้งหมดนี้เข้าเกณฑ์ครบถ้วนจึงยกระดับ และในยุคที่รัฐบาล ชุดที่แล้วเข้าไป ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเราสามารถยกระดับครบถ้วนเลยครับ จากสถานีอนามัย ๙,๗๕๐ แห่ง ขึ้นเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลครบทั้งหมด นอกจากนั้นยังเตรียมบุคลากรไว้ให้อีก โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบจัดสรรอัตรา ทั้งหมด ๑๖,๐๐๐ อัตรา เพื่อบรรจุในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อที่จะได้ก้าวเข้าสู่การพัฒนาระยะที่ ๒ จากระยะที่ ๑ เน้นในเรื่องของกายภาพและเงื่อนไขกลไกต่าง ๆ ระยะที่ ๒ จะได้เดินหน้า เข้าสู่ยุคแห่งคุณภาพ โดยยุคแห่งคุณภาพก็มีแผนงานที่จะเตรียมการอะไรไว้ทั้งหมดสำคัญคือ เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาท่านอย่าทิ้งเรื่องนี้ครับ ท่านจะต้องเดินหน้าต่อไปนำ รพ.สต. ที่พวก กระผมยกระดับขึ้นมาครบถ้วนแล้ว ๙,๗๕๐ แห่งให้เดินหน้าเข้าสู่ยุคคุณภาพให้ได้และต้อง ให้ความสำคัญกับ รพ.สต. เพื่อให้เป็นหัวใจและกลไกสำคัญที่จะดูแลสุขภาพอนามัย ประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชน ตำบลและให้ประชาชนต่างจังหวัดในหมู่บ้าน ชุมชนสามารถ เข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างครบถ้วน ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องที่ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ กับ ท่านประธานเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ขอบคุณครับ