เหวง โตจิราการ หารือเรื่องการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรใช้วิธีการแจกเงินประชาชนเหมือน "เฮลิคอปเตอร์ มันนี่" และวิจารณ์เรื่อง "เช็คช่วยชาติ" ที่จำกัดคนได้รับไปเพียง 10 ล้านคน และไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระบบสาธารณสุขที่แข็งแรง โดยตั้งคำถามว่าทำไมไม่สร้างความมั่นคงจากชั้นปฐมภูมิขึ้นไปตามลำดับ
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ คือผมเข้าใจนะครับว่าเราควรจะต้องใช้สภาของเราไปในทาง ที่สร้างสรรค์ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีสมาชิกผู้ทรงเกียรติใด ๆ ก็ตามแสดงความกังวล หรือกระทั่งอาจจะพูดถึงความผิดพลาด กรุณามองเขาด้วยสายตาที่สร้างสรรค์ด้วยนะครับ กรุณาอย่ามองด้วยสายตาที่เป็นศัตรู ความเป็นศัตรูควรจะเก็บไว้ข้างนอกนะครับ หรือไม่ควร จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเลย คนไทยทุกคนเป็นมิตรกันทั้งหมดครับ ดังนั้นถ้ามีใครคนใดคนหนึ่ง พูดถึงสิ่งที่เป็นจุดอ่อน ข้อบกพร่อง อาจจะถูกบ้าง ผิดบ้าง ผมว่าท่านควรจะต้องต้อนรับ ในฐานะที่เป็นมิตรนะครับ นี่ผมพูดกับท่านประธานนะครับ ผมไม่ได้พูดกับคนอื่น ดังนั้น การที่ไปพูดจาถึงคนอื่นในลักษณะที่เป็นศัตรูผมคิดว่าเป็นท่าทีที่ผิดนะครับ ในสภาแห่งนี้ ไม่มีใครเป็นศัตรูใครครับ มีแต่คนที่เป็นมิตร ดังนั้นครับท่านประธาน ผมก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าการที่ผมมานำเสนอท่านประธานในเรื่องรายงานการกู้เงินตาม พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ผมมากราบเรียนท่านประธาน ด้วยความรักประเทศ ผมมากราบเรียนท่านประธานด้วยความต้องการที่จะให้ทุกคนศึกษา บทเรียนในอดีตเพื่อจะได้ฉลาดในอนาคต ไม่ทำผิดพลาดซ้ำซากนะครับ และหากมีความผิดพลาดจริงอันเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตามแต่ก็ควรจะต้องระมัดระวัง หรือป้องกัน หากว่ามีการโกงกันก็ว่ากันไปตามเรื่องของกฎหมาย ดังนั้นการมองด้วยสายตา ที่เป็นศัตรู ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่ากรุณาอย่ามองอย่างนั้นเลย เพราะว่า แท้ที่จริงแล้วการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ก็มีการตัดสินโดยศาลไปแล้วนะครับว่าไม่ได้มี ความผิดพลาดอะไร มีความชอบตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ดังนั้นเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไป ก็ไม่ได้อภิปรายด้วยท่าทีที่เป็นศัตรูนะครับ ทีนี้กลับมาประเด็นคือผมต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าการใช้เงินตามพระราชกำหนดฉบับนี้นะครับมันมีประเด็นที่อยากให้ พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศเขาพิจารณารวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราพิจารณา ด้วยนะครับว่าการใช้เงินอย่างนั้นสร้างสรรค์หรือเปล่า เป็นประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยกับ ประเทศชาติบ้านเมืองหรือเปล่า หากว่าสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยกับ ชาติบ้านเมืองไม่มีใครว่าอะไรครับท่านประธาน ไม่มีใครว่าอะไรครับ แต่หากว่ามันใช้ไป ในลักษณะที่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง อันนี้ผมคิดว่าเราควร จะต้องยอมรับนะครับ แล้วก็ควรจะต้องปรับปรุงแก้ไขต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ผมมีประเด็น ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานอยู่ ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นเอง
ประเด็นแรกนี้นะครับท่านประธานที่เคารพ คือผมยอมรับนะครับว่า ในขณะที่เกิดปัญหาขึ้นประเทศไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความเสียหาย ทางเศรษฐกิจของประเทศยักษ์ใหญ่ของโลกก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกานี่นะครับเขาเป็นบทเรียนให้เราหลายอย่าง ในประเทศสหรัฐอเมริกาเคยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหลายครั้ง แล้วก็บางครั้งในประเทศ สหรัฐอเมริกาเขาเคยแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบไม่น่าเชื่อว่าประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเราเคย มองเขาด้วยสายตาที่นิยมชมชอบหรือบูชานี่นะครับ หรือถือว่าเป็นแบบอย่าง หลายครั้งที่เขา แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาแบบไม่ฉลาดเอาเสียเลย ประหนึ่งว่าไม่มีสติปัญญาด้วยซ้ำไป ซึ่งอันนี้ไม่ใช่ความเห็นของผมนะครับ เป็นความเห็นชอบนักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยซ้ำไป สิ่งที่ผมกำลังกราบเรียนท่านประธานก็คือสิ่งที่ประเทศ สหรัฐอเมริกาเขาเรียกกันเองนะครับ ไม่ใช่ผมเรียก เขาเรียกว่า เฮลิคอปเตอร์ มันนี่ (Helicopter Money) ครับ คือประเทศสหรัฐอเมริกานี่พอเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจขึ้นผมก็ ไม่รู้ว่าเขาสิ้นไร้ไม้ตอกทางสติปัญญาหรืออย่างไร เขาคิดเอาง่าย ๆ เลยนะครับก็คือว่าเอาเงิน ไปแจกประชาชน แต่การแจกเงินประชาชนของประเทศสหรัฐอเมริกาก็เป็นการแจกอย่างมีกฎ กติกานะครับ ก็คือเขาใช้วิธีการในการที่ลดภาษีให้กับประชาชนของเขา แต่ถึงกระนั้นก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไม่เห็นด้วยกับหลักการในการ แก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาในข้อนี้จนเรียกกันแบบเสียดสีประชด ประชันนะครับว่า เฮลิคอปเตอร์ มันนี่ หรือจะเรียกแบบ ขำ ๆ ก็ได้ อันที่จริงเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพและไม่ต้องการที่จะไปเสียดสีใคร แต่กราบ เรียนท่านประธานให้เห็นชัดนะครับ เหมือนหนึ่งว่าเรามีแบงก์อาจจะเป็นแบงก์อะไรก็แล้วแต่ แบงก์ที่เป็นธนบัตรชำระหนี้ได้ตามกฎหมายของประเทศต่าง ๆ เสร็จแล้วก็ขนแบงก์ขึ้นไปที่ เฮลิคอปเตอร์แล้วก็โปรยลงมา ท่านประธานคิดสิครับวิธีการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจด้วย วิธีการอย่างนี้ทำลายศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ลงไปโดยสิ้นเชิงครับ คือเห็นคนเป็นขอทานครับ คือโปรยลงมาแล้วก็คนเที่ยวไปตะครุบแบงก์ตามที่ต่าง ๆ แล้วคนก็อาจจะชกต่อยกันเอง หรือรบราฆ่าฟันกันเองเพื่อแย่งชิงเงินดังกล่าว สิ่งนี้มันเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นเรื่องที่น่า แปลกใจมาก ทั้ง ๆ ที่นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกาเขาวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องนี้อย่างรุนแรงก่อนหน้านี้มาหลายปีแล้วครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานนี่ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ผมไม่ต้องการที่จะเสียดสีประชดประชันใคร แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าต่อไปนี้ขอให้ประเทศไทยหยุดคิด แก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยวิธีการเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ แต่มันเกิดขึ้นแล้วครับกับประเทศไทยครับ สิ่งที่เรียกว่า เช็คช่วยชาติครับ ๒,๐๐๐ บาท แล้วเป็นเรื่องที่ประหลาดมากนะครับว่าแทนที่จะไปช่วย คนสิ้นไร้ไม้ตอกนี่กลับกลายเป็นว่าไปช่วยคนซึ่งมีสถานภาพทางเศรษฐกิจครับ ก็คือ มีเงินรายได้ประจำตั้งแต่ ๑๕,๐๐๐ บาทลงไป แล้วจำกัดจำนวนคนที่ได้รับการช่วยเหลือก็คือว่า ประมาณ ๑๐ ล้านคนเศษ ๆ ท่านประธานครับคนไทยมีประมาณ ๖๐ กว่าล้านคนนะครับ แต่ปรากฏว่าเช็คช่วยชาติดังกล่าวนี่ขออนุญาตขีดวง ขีดเส้นหรือเขี่ยคนไทยประมาณ ๕๐ ล้านคนออกนอกวง ผมถามว่าคุณมีสิทธิอะไรที่คุณจะเอาเงินของแผ่นดินไปแจกเฉพาะคน ๑๐ ล้านคน คุณมีสิทธิอะไรครับ และคนอีก ๕๐ ล้านคนอยู่ตรงไหนครับ แล้วถามว่า ๑๐ ล้านคนที่คุณแจกไปนั้นแล้วเอาเงินจำนวนที่คุณแจกไปนี่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หรือเปล่า ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาเป็นตัวอย่างที่ดีงามแล้วนะครับว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง จนเขาเรียกแบบประชดประชันว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ แล้วก็มาเกิดซ้ำในประเทศไทย
อีกประเด็นที่น่าเป็นห่วงอีกอันหนึ่งก็คือว่าในตอนนั้นก็มีคนเขาทักท้วง แล้วนะครับว่ามีสถาบันการเงินแห่งหนึ่งรับเงินไป ไม่ทราบว่าสถาบันการเงินแห่งนั้น เกี่ยวดองกับพรรคการเมืองบางพรรคหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน แทนที่จะใช้สถาบันการเงิน ของรัฐในการที่จะเป็นเจ้าภาพหรือเป็นคนดูแลในการที่จะแจกเงินเช็คช่วยชาติดังกล่าว แต่ปรากฏว่ามีสถาบันการเงินแห่งหนึ่งซึ่งอาจจะเกี่ยวโยงกับพรรคการเมืองบางพรรคก็ได้ เป็นคนรับผิดชอบไป เงินนี้อาจจะไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยนะครับ หลายหมื่นล้านบาทครับ แล้วปรากฏว่าท่านประธานครับ ที่ผมคาดการณ์ไว้ก็ไม่ผิดนะครับ และนักเศรษฐศาสตร์ เขาก็คาดการณ์ไม่ผิด ก็คือว่าประชาชนเขารังเกียจเดียดฉันท์ครับ มีระยะเวลายาวนาน พอสมควรเลยที่ประชาชนเขาไม่ยอมไปรับเช็คช่วยชาตินะครับ จำนวนนับล้านคนนะครับ และประชาชนที่ได้รับเช็คช่วยชาติไปแล้วก็มีจำนวนนับล้านคนเช่นกันเขาไม่ไปขึ้นเงินครับ ตรงนี้มีการประเมินหรือเปล่าครับว่าวิธีการที่จะตีพิมพ์เช็คช่วยชาติแล้วก็ไปแก้ปัญหา ประเทศชาติบ้านเมืองถูกต้องหรือไม่ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมเห็นว่า ผิดครับ เพราะข้อที่ ๑ ทำลายศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ข้อที่ ๒ คุณกีดกั้นคนออกไป ประมาณ ๕๐ ล้านคน ข้อที่ ๓ ทิศทางก็คือทำให้ประเทศไทยอ่อนแอลง คือวิธีการในการ ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจแข็งแรงก็คือต้องช่วยให้คนแข็งแรงครับ ให้เขามีงานทำ ให้เขามีอนาคต ให้เขามีโอกาสในการลงทุน ดังนั้นเช็คช่วยชาติเป็นเรื่องที่ผิดอย่างแน่นอน แล้วเกี่ยวโยงกับ เรื่องการกู้เงินก้อนนี้อย่างแน่นอน ผมเองไม่อยากจะใช้เวลาของสภามากเกินไป แต่ต้องการที่ จะชี้ประเด็นสำคัญ ๆ ท่านประธานที่เคารพ ขอได้โปรดทุกท่านในอนาคตต่อไป โปรดอย่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยการเห็นคนเป็นขอทานนะครับ ไม่มีใครเขาอยากเป็นขอทานครับ คนเขาอยากจะแข็งแรง เขาอยากจะใช้น้ำพักน้ำแรงของเขาหาเงินมาเจือจุนครอบครัวของ เขาและช่วยเหลือประเทศชาติบ้านเมือง แต่เช็คช่วยชาติหรือเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ในความเห็น ส่วนตัวของผมก็คือว่าเขามองเห็นว่าคนเป็นขอทาน ก็เลยต้องแจกเงินไป และ ๒,๐๐๐ บาท คุณจะใช้ได้กี่วันครับ ผมว่าใช้ได้ไม่ถึง ๑๐ วันก็หมดแล้ว แล้วหายไปไหนครับ หมดไปเลยครับ และที่คาดหวังไว้ว่า ๒,๐๐๐ บาท หรือว่ารวมทั้งหมดประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าอาจจะมากกว่านี้สักนิดหน่อย และคาดการณ์ในแง่ดีว่าจะมีการหมุนสัก ๕ รอบ ๑๐ รอบ ความจริงหมุนไม่ครบรอบด้วยซ้ำไป นั่นก็แปลว่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถูกผลาญไปโดยปริยายใช่หรือไม่ และทำให้คนอ่อนแอลงใช่หรือไม่ ทำให้ประเทศชาติ บ้านเมืองอ่อนแอลงไปใช่หรือไม่
ข้อต่อมานะครับ มีหลายท่านพูดถึง ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับท่านประธาน ในการที่จะทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยนี่แข็งแรง แต่ท่านประธานครับ การทำให้ ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยแข็งแรงต้องมีเหตุมีผลนะครับ ก็คือคุณจะต้องสร้าง โครงสร้างของระบบสาธารณสุขเป็นชั้น ๆ ไป เขาเรียก ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ และต้องสร้างความมั่นคงแต่ละชั้นขึ้นไปตามลำดับ ไม่ใช่อยู่ ๆ นึกอยากจะเนรมิตชั้นตติยภูมิ ให้มันวิเศษวิลิศมาหราขึ้นมาก็ทุ่มเงินลงไป อันนี้ผิดนะครับ หากว่าปฐมภูมิยังไม่แข็งแรง และคุณควักเงินก้อนมหาศาลไปใส่ในตติยภูมิ ผมคิดว่ามันน่าสงสัยเหมือนกัน มันอดทำให้คน สงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าอันนี้จริงใจหรือเปล่า หรือว่าทำไปเพื่อคอร์รัปชันโกงกิน หรือทำไป เพื่อหาเศษหาเลย อันนี้ต้องเปิดโอกาสให้เขาสงสัยนะครับ ยกเว้นว่าการสาธารณสุขในระบบ ปฐมภูมิมันแข็งแรงแล้ว มีการดูแลสาธารณสุขในระบบปฐมภูมิทั่วถึงแล้ว แล้วก็ยกระดับ ทุติยภูมิให้แข็งแรงขึ้นไป และเมื่อทุติยภูมิแข็งแรงขึ้นไปแล้วนะครับ คุณก็ยกระดับตติยภูมิ ให้แข็งแรงขึ้นไป ถ้าอย่างนี้ไม่มีใครตั้งข้อสงสัยคุณครับ เราอาจจะชมเชยคุณด้วยซ้ำไป และประวัติศาสตร์ก็อาจจะจารึกคุณว่านี่คุณได้ช่วยทำให้ระบบสาธารณสุขคุณแข็งแรง แต่หากไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนะครับ สาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ปฐมภูมิยังไม่แข็งแรงเลย อยู่ ๆ คุณก็ไป เนรมิตทุติยภูมิให้มันวิลิศมาหราขึ้นมา ให้มีห้องผ่าตัดระดับผ่าตัดหัวใจได้ ให้มีห้องดมยาชนิด ที่มีเค้าโครงอุปกรณ์ต่าง ๆ ชนิดที่ครูบาอาจารย์ที่เขาเชี่ยวชาญด้านการดมยาเขายังไม่สามารถ ทำได้ทุกคนอย่างนี้ มันจึงเป็นที่น่าสงสัย ดังนั้นเมื่อเขาตั้งข้อสงสัยขึ้นมา ผมว่าคุณต้องตอบรับ ด้วยสายตาที่เป็นมิตรด้วยท่วงทำนองที่เป็นมิตร ไม่ใช่ด้วยท่วงทำนองที่เกรี้ยวกราด ที่เขาตั้งคำถาม ก็คือว่าที่ระดับตำบลมีความจำเป็นต้องมีห้องผ่าตัดระดับวิลิศมาหราเท่ากับเมาท์ไซไน (Mount Sinai) อย่างนี้ สมมุติยกตัวอย่างเป็นต้น อย่างนั้นหรือเปล่าครับ เพราะมันต้องการ ใช้ผู้เชี่ยวชาญในการดมยาระดับสุดยอดเลยนะครับ ในบรรดาผู้เชี่ยวชาญดมยาแล้วยังมี ผู้เชี่ยวชาญดมยาในระดับที่จำเพาะเจาะจงลงไปอีกนะครับ จึงสามารถที่จะใช้เครื่องมือ ระดับนั้นได้ ในเมื่อเขาตั้งข้อสงสัยนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะไปอธิบายเรื่องนั้นเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องที่คุณต้องตอบคำถามว่าในชั้นทุติยภูมิมีความจำเป็นไหมที่จะต้องไปเนรมิต ห้องผ่าตัดวิลิศมาหราขนาดเมาท์ไซไนอย่างนั้น ท่านประธานครับ เวลาอภิปรายอะไรก็ตาม ถ้าพูดคลุม ๆ รวม ๆ ใหญ่ ๆ กว้าง ๆ ฟังดูมันเพลินดีนะครับ ฟังดูมันมีเหตุมีผลดี มันต้อง เจาะลึกครับว่าสิ่งที่เขาอภิปรายนี่นะครับ ที่เขาแสดงความคิดเห็นต่อท่านประธานไม่เห็นด้วย ประเด็นมันมีรายละเอียดครับ รายละเอียดที่ผมกราบเรียนนะครับ รวมถึงถนนปลอดฝุ่นนี่ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับผมเห็นด้วยนะครับ ผมเห็นด้วยที่ราษฎรทั่วทั้งประเทศนี่ เขาจะได้มีโอกาสใช้ถนนที่มีคุณภาพนะครับ คอนกรีตอย่างดีหรือลาดยางอย่างดี แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าผมได้มีโอกาสเดินทางไปอีสานมากเหลือเกิน บ่อยเหลือเกิน ผมไม่อยากจะบังอาจพูดว่าทุกอำเภอนะครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของอำเภอ ทั่วทั้งภาคอีสานได้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะ ถนนปลอดฝุ่นที่ท่านประธานได้ยินได้ฟังมานี่ จำนวน ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านเขาชี้ ให้ผมดูเลยนะครับว่าถนนเส้นนี้นี่เดิมมันเคยดีอยู่แล้วครับ แต่ว่ามีคนตั้งใจที่จะเอารถอะไร ก็ไม่รู้ที่มีเหล็กนี่ครูดให้มันถลอกปอกเปิก เสร็จแล้วก็ไปเคลือบยางหรือเคลือบอะไรสักอย่างนี่ ผมก็ไม่รู้ จำนวนประมาณสักเซนติเมตร ๒ เซนติเมตรนี่ เสร็จแล้วเขาก็เรียกว่าถนนปลอดฝุ่นแล้ว นี่คือประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าโครงการไทยเข้มแข็งที่ผ่านมานี่ สิ่งที่เรียกถนนปลอดฝุ่นนี่มันมีการเขาเรียกว่าฉาบหน้าทาแป้งนะครับ ไปทำลายของเก่า เพื่อให้สมประสงค์ในการที่จะไปดำเนินการถนนปลอดฝุ่นนี่ ผมว่าตรงนี้ผมยืนยันนะครับ ถ้าท่านประธานต้องการให้ผมยืนยันท่านประธานไปกับผมสิครับ ไปกับผมเลยครับที่อีสาน แล้วผมจะชี้ให้ท่านประธานดูว่าถนนเส้นไหนบ้างนะครับที่เขาใช้วิธีการทำลายผิวถนนนะครับ แล้วก็เคลือบใหม่ ท่านประธานอยากให้ประเทศชาติบ้านเมืองถูกใช้เงินในลักษณะเช่นนี้หรือ เปล่าครับ ต้องการอย่างนี้ไม่ครับ เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดว่าพวกเราไม่เห็นใจราษฎร ไม่ใช่ครับ เราเห็นใจราษฎร เราอยากให้เห็นราษฎร ประชาชนเขาได้ใช้ถนนที่มีคุณภาพ แต่ประเภท ที่ไปทำลายถนนเดิมนี่นะครับ แล้วก็เอายางแอสฟัลท์ (Asphalt) ไปเคลือบประมาณ สักเซนติเมตร ๒ เซนติเมตรผมรับไม่ได้ครับ แล้วผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน รับไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ เรื่องสำคัญ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานก็คือว่าผมไม่ได้นอกประเด็นนะครับ แล้วผมไม่ได้ถือโอกาสนี้มาโจมตีรัฐบาลชุดที่ผ่านมา หรือนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้ เป็นอย่างนั้นเลย แต่ผมต้องการที่กราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าการรักชาติบ้านเมือง การพัฒนาชาติบ้านเมืองนี่ต้องมีเหตุมีผล สมเหตุสมผล และทำไปโดยจริงใจ ซื่อสัตย์ สุจริต ต่อราษฎร ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ก่อนนะครับว่าจริง ๆ นี่ท่านประธาน ขออนุญาตให้ผมสักนิดหนึ่งนะครับ ผมจำเป็นต้องเท้าความถึงท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณครับ ท่านมีโครงการหนึ่งซึ่งหลายอย่างของท่านดีนะครับ มีอันหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าผมประทับใจ นั่นก็คือโครงการกองทุนหมู่บ้านนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เริ่มจากเห็นราษฎรยากจนข้นแค้นมาก แล้วท่านต้องการที่จะให้ราษฎรแข็งแรงขึ้นมา ดังนั้นท่านก็เลยไปศึกษานะว่าทำอย่างไรถึงให้ราษฎรแข็งแรง ทำให้หมู่บ้านต่าง ๆ นี่แข็งแรง ขึ้นมาด้วยตัวเขาเองได้ ท่านก็เลยคิดนวัตกรรมอันหนึ่งขึ้นมาก็คือว่าให้ทุกหมู่บ้านมีกรรมการ หมู่บ้านขึ้นมา โดยให้ประชาชนเลือกครับ เมื่อประชาชนเลือกกรรมการหมู่บ้านขึ้นมานี่ โอกาสที่กรรมการหมู่บ้านจะไปทำงานแบบเละเทะไม่ได้ครับ เพราะราษฎรเขาควบคุมอยู่ เขาเลือกของเขามา แล้วเขาสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เขาอยู่ด้วยกัน และอาศัยกรรมการ หมู่บ้านนี่ละไปสำรวจตรวจสอบว่าประชาชนในหมู่บ้านนั่นละต้องการอะไร แล้วเมื่อต้องการ สิ่งนั้นขึ้นมานี่ก็เขียนเป็นโครงการขึ้นมา ดังนั้นความต้องการของราษฎรแต่ละหมู่บ้านจะไม่ เหมือนกันเลยครับท่านประธาน บางหมู่บ้านเขาต้องการสถานีเลี้ยงเด็กนะครับ บางหมู่บ้าน เขาต้องการถนน บางหมู่บ้านเขาต้องการขุดบ่อน้ำบาดาล บางหมู่บ้านเขาต้องการ เรื่องต่าง ๆ ผมขออนุญาตที่จะผ่านไปก็แล้วกัน คือความต้องการของแต่ละหมู่บ้านไม่ตรงกัน ดังนั้น ให้กรรมการหมู่บ้านไปสำรวจความต้องการที่แท้จริงของราษฎรขึ้นมา แล้วหลังจากนั้น ถึงตั้งเป็นโครงการขึ้นมา จึงเป็นที่มาของโครงการกองทุนหมู่บ้านก็แล้วแต่นะครับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนั้น ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือแก่นแท้ นี่ก็คือเริ่มต้นจากความต้องการที่แท้จริงของประชาชนขึ้นมา แล้วรัฐบาล ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน แต่กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ถ้าหากไปถามประชาชนไทยนะครับว่าจำอะไรได้บ้างในเรื่องโครงการไทยเข้มแข็ง ผมยืนยัน กับท่านประธานนะครับ ถ้าท่านประธานไม่เชื่อผมนี่ไปกับผมก็ได้ เพราะว่าผมใกล้ชิดใน กรุงเทพมหานคร ผมได้มีโอกาสลงไปในชุมชนต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครจำนวนมาก แม้ไม่ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมเชื่อว่าเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านเขาจำโครงการ ไทยเข้มแข็งได้อย่างไรท่านประธานทราบไหมครับ เขาจำได้ว่าจะมีคณะกรรมการลงมา พร้อมกับเอกสาร ผมขออนุญาตไม่ใช่อ้างนะครับ พร้อมกับเอกสารสักใบหนึ่ง แล้วก็มีรายการ ๗-๘ รายการ แล้วก็ไปขู่ราษฎรด้วยนะครับว่าขอให้กรรมการหมู่บ้านเลือกเอาตามรายการดังกล่าวซึ่งจะมี ๘ บริษัท แล้วก็มีราคาเรียบร้อยนะครับ ถ้าหากว่าไม่ตามนี้นะครับ เขาจะริบเงินเข้าคลังให้หมด เมื่อเป็นอย่างนี้ราษฎรก็เดือดร้อนกันไปทั้งหมดสิครับ เพราะว่าสิ่งที่เอามามันอยู่ในกระดาษนี้ มันไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน นี่คือสิ่งที่ประชาชนจำเรื่องไทยเข้มแข็งได้ครับ และผมเชื่อนักการเมืองทุกคน พรรคการเมืองทุกพรรคคงไม่ต้องการสิ่งนี้ ยกเว้นนักการเมืองคนนั้น หรือพรรคการเมืองพรรคนั้นเป็นคนบงการเรื่องคอร์รัปชัน ถ้าเขาผู้นั้นนักการเมืองพรรคนั้น ไม่ได้บงการเรื่องคอร์รัปชัน ผมยืนยันว่าเขาคงไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้อย่างแน่นอน มีอย่างที่ไหน ไปเอากระดาษใบหนึ่งแล้วมีรายการ ๘-๙ รายการ และบังคับราษฎรบอกว่าคุณต้องซื้อตาม รายการนี้นะครับ เป็นจำนวนเงินเท่านี้ ถ้าคุณไม่ซื้อตามรายการนี้เป็นจำนวนเงินเท่านี้ เงินพวกนี้จะคืนคลังให้หมด ผมถามเถอะครับนักการเมืองคนไหนกล้าที่จะมายืนยันกับผม ไหมว่าจะทำอย่างนี้อีกถ้าได้เงินไป ผมถามนักการเมืองและพรรคการเมืองนั้นนะครับว่า พรรคไหนจะทำอย่างนี้อีกไหมครับ เพราะมันชัดเจนนะครับ เขาจับได้ไล่ทันคุณถึงถอยไป แล้วตรงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมยังคาอยู่ในใจนะครับ ผมต้องการ ให้มีคนตอบผม ผมไม่ต้องการที่จะไปใส่ร้ายป้ายสีใคร แต่มันคาอยู่ในใจผมท่านประธาน เสาธงนะครับ เสาธงต้นหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมยังสงสัยเลยว่าเสาธงนี่ทำด้วยอะไรครับ แพลททินัม (Platinum) หรือเปล่าครับ หรือยูเรเนียม (Uranium) หรือเปล่าครับ ต้นหนึ่ง มันตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ บาท อยู่ในโครงการไทยเข้มแข็ง ไม่ทราบว่าจะมีใครพอจะตอบผมได้บ้าง หรือเปล่า ผมก็คิดว่าถ้าหากท่านไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ ท่านก็คงจะสนับสนุนผมนะครับว่า อย่าให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอีก ดังนั้นที่กราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เราขออนุญาตติติงจุดอ่อน จุดบกพร่อง หรือว่าสิ่งที่เป็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นเนื่องจากพระราชกำหนดฉบับนี้ คือพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ดังนั้นผมก็ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ คือด้วยความปรารถนาดี จึงกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า นี่คือจุดอ่อนข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นแล้วจากการใช้เงิน ตามโครงการนี้ สิ่งที่เรียกว่าไทยเข้มแข็ง และสิ่งที่เรียกว่าเงินเช็คช่วยชาติ ขอบคุณมากครับ