สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔

เรื่องที่ ๖ แม่บ้านที่ทํางานที่องค์การเภสัชกรรม ปรากฏว่าเวลาไม่มาถูกหัก วันละ ๕๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ทํางานได้ไม่ถึงวันละ ๓๐๐ บาท ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข วิทยาไปดําเนินการ

เรื่องที่ ๗ ทิดโปร่งและทิดทองจากชุมชนชายแดนเขตหนองแขมร้องว่า ถนนบริเวณดังกล่าวจากซอยรุ่งเพชร ๒๒ ไปทะลุหมู่บ้านฉัตรชัยสมโชคถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ขอให้รัฐบาลรีบเร่งดําเนินการแก้ไข

และสุดท้ายหมู่บ้านทหารเรือ ท่านประธานครับ อยู่บริเวณซอยเพชรเกษม ๑๑๐ เดือดร้อนมากจากถนนหนทาง ขอให้รัฐบาลรีบเร่งดําเนินการ และวันนี้ผมมีกระทู้ ที่จะถามเรื่องกระทู้รถเมล์ ขอให้ท่านรัฐมนตรีมาตอบกระทู้เรื่องรถเมล์ในวันนี้ด้วย ขอกราบ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสมคิด เชื้อคง ครับ

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง จากจังหวัดอุบลราชธานี ขอหารือท่านประธานอย่างนี้นะครับ

เรื่องแรก ก็คือได้รับการร้องทุกข์จากนายสมหวัง สัมฤทธิ์ คนขับแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทย ๓๕๖๙ แล้วก็ประชาชนทั่วไปบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งจะขึ้นไป ที่โรงพยาบาลราชวิถี รถตู้จอดเต็มไปหมดครับ ผมไปก็แทบจะเข้าไม่ได้ หมายถึงว่ารถส่งผู้ป่วย ต่าง ๆ เข้าไปแล้วก็เข้าไปยาก อยากให้ทางสํานักงานตํารวจ ท่านเฉลิมก็มาวันนี้ดูหน่อยครับ ให้ไปจัดระเบียบใหม่เรื่องรถตู้ที่ปิดบังทางจราจรที่จะรับส่งผู้ป่วยที่โรงพยาบาลราชวิถีครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเก่าที่เคยพูดก็คือเรื่องที่แก่งลําดวน ที่ขึ้นกับส่วนอนุรักษ์ที่ ๙ ที่จังหวัดอุบลราชธานี อําเภอน้ํายืน ที่เกี่ยวกับผู้เดินขบวนนี่ละครับ ผมเคยพูดครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้ผมไปเอง แล้วก็ไปพบกับหัวหน้าอุทยานภูจองนายอย ปัญหาก็คือว่ากรุณาให้เขา เลิกขายเครื่องดื่มมึนเมาในบริเวณอุทยาน เพราะว่าวัยรุ่นไปตีกัน ไปชกกัน ไปโยนแก้ว เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของอุทยานต้องเข้าไปดําเนินการ รวมทั้งตํารวจ สภ.อ. น้ํายืน ช่วยไปดูด้วยครับ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของอําเภอน้ํายืน จังหวัดอุบลราชธานี

เรื่องที่ ๓ โรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนาเป็นโรงเรียนมัธยมประจําอําเภอ คณะครู อาจารย์อาจจะหย่อนยานไปหน่อย เด็ก ๆ แทบจะไม่เข้าเรียน ติดยาเสพติด ฝากไปถึงกระทรวงศึกษาธิการขันน็อตให้กับ สพม. ๒๙ แล้วก็โรงเรียนทุ่งเทิงยิ่งวัฒนา รวมทั้งสํานักงานตํารวจแห่งชาติแจ้งไปยังสถานี ตํารวจภูธรเดชอุดมช่วยดูแลเรื่องนี้นะครับเพราะเป็นนโยบายรัฐบาลในเรื่องยาเสพติด ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่

พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับร้องเรียนจากราษฎรว่าได้รับความเดือดร้อน

เรื่องที่ ๑ เรื่องคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง หมู่ที่ ๓ บ้านเกาะแลหนัง ตําบลปากบาง อําเภอเทพา ราษฎรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก บ้าน ๒ หลังได้หายไปแล้ว หากไม่แก้ไข หมู่บ้านเกาะแลหนังจะหายไปจากแผนที่ประเทศไทยนะครับ ส่วนอีกหมู่บ้านหนึ่งคือหมู่ที่ ๑๐ บ้านปึก ตําบลนาทับ อําเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สุสานหายไปครึ่งหนึ่งและถนนตอนนี้ ถูกตัดขาดอยู่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบแก้ไขโดยด่วนนะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้ขยายถนนทางหลวงชนบท สายป่าโล๊ะ สะพานไม้แก่น ซึ่งราษฎรผ่านไปมาเป็นจํานวนมากและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขยายไปข้างละ ๑ เมตร นะครับ ระยะทาง ๔ กิโลเมตร

และเรื่องที่ ๓ อยากจะให้ท่านประธานสั่งไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดําเนินการ ในเรื่องโต๊ะบอลที่มีอยู่เกลื่อนในเขตอําเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และเปิดมานานแล้ว ประมาณ ๓-๔ เดือนแล้ว แล้วก็อยู่ใกล้สถานีตํารวจด้วย และไม่มีการแก้ไขจนถึงบัดนี้ เมื่อครั้งก่อนผมก็ได้พูดในสภาไปครั้งหนึ่งแล้วแต่ยังมีอยู่ ก็ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการ ให้ด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) สํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องขอให้จัดสรรที่ทํากินเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินของเกษตรกรและ ผู้ยากจน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากราษฎร ๒ คน ๒ หมู่บ้าน ดังนี้ คนที่ ๑ นางชม กอแก้ว อยู่บ้านเลขที่ ๑๓๑ บ้านสร้างแก้ว หมู่ที่ ๔ ตําบลทรายมูล อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ๒. นางอุดม เมืองพลี บ้านดอนเชียงยืน ตําบลโพนสูง อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงการไม่มีที่ดินทํากิน ท่านประธานที่เคารพคะ ครั้งหนึ่งในชีวิตใครก็อยากมีที่ดินทํากิน แล้วดิฉันร้องขอให้องค์การมหาชนซึ่งเป็นองค์กรใหม่ที่สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปีนี้นั้นได้รับงบประมาณไปกว่า ๖๙๐ ล้านบาท เพื่อจัดสรรที่ดินทํากินให้กับเกษตรกรทั้งประเทศ เพราะว่าครั้งหนึ่งในชีวิตนั้นใครก็ต้องการ มีที่ดินทํากิน การมีที่ดินทํากินจะทําให้ลดความเหลื่อมล้ําของสังคมลง ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่ เกิดขึ้นค่ะท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงสํานักนายกรัฐมนตรีด้วยความ เคารพค่ะว่า จัดสรรที่ดินทํากินให้กับคนบ้านดิฉันด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ พี่น้องประชาชนในเขตอําเภอท่าม่วงและ อําเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี บ้านผมประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหลายรายครับ เนื่องจาก สภาพถนนการจราจรชํารุดทรุดโทรม และแสงสว่างช่วงเวลากลางคืนนั้นไม่เพียงพอ ท่านไพฑูรย์ สุขดี นายกองค์การบริหารส่วนตําบลทุ่งทอง ผู้ใหญ่ประยูร เรือนงาม และ นายสมศักดิ์ ทองแท้ ตัวแทนชุมชน จึงร้องเรียนมาให้กระทรวงคมนาคมช่วยติดไฟแสงสว่าง บริเวณบ้านห้วยตะลุง หมู่ที่ ๖ ตําบลหนองขาว บริเวณแยกเทศบาลตําบลหนองขาวถึงจุด ท่องเที่ยวเชิงนิเวศดอนม่วง และบริเวณหน้าวัดห้วยนาคราชให้โดยด่วนครับ เพื่อเป็นการช่วยปกป้องรักษาชีวิตและ ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และเมื่อสักครู่นี้ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่ดาวราย บัวทอง ว่าได้ทําหนังสือถึงชลประธานจังหวัดขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ํา ทําหนังสือไป ๑ เดือนแล้ว ครับ ยังไม่มีความคืบหน้า อย่างไรก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยสั่งการโดยด่วนครับ ให้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหน่อยครับ พี่น้อง เดือดร้อนจริง ๆ ครับ จึงขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ําไปครับ แต่การทํางานที่ยืดยาดไม่สนใจ มาเป็น ๑ เดือน ผมเห็นว่าต้องรีบแก้ไขโดยด่วนครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ นางพินิจนันท์ ปางประเสริฐโชค ตัวแทนชาวบ้านตําบลกลอนโด อําเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ร้องเรียนมาว่าถนนสายบ้านหนองตะคลอง หมู่ที่ ๘ ตําบลกลอนโด ไปยังตําบลด่านมะขามเตี้ย ชํารุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยทําเป็นถนนลาดยางด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะครับ

เรื่องแรก คือเรื่องปัญหาราคามันสําปะหลัง ขณะนี้พี่น้องเกษตรกรที่ปลูก มันสําปะหลังได้มาร้องเรียนกับกระผมว่าราคามันสําปะหลังตกต่ํามากนะครับ อยากจะให้ รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาราคาด้วยนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องการสัญจรไปมาถนนลําบากนะครับ ระหว่างบ้านดงพัฒนา ไปบ้านคําค้อ บ้านดงพัฒนา ตําบลคําเลาะ อําเภอไชยวาน แล้วก็ไปยังบ้านคําค้อ ตําบลหัวนาคํา อําเภอศรีชาติ ผ่านไปยังบ้านคําเมย แล้วก็อีกแยกหนึ่งไปที่บ้านคําบอนนะครับท่านประธาน การสัญจรไปมาลําบากมากนะครับ อยากจะให้กระทรวงคมนาคมเข้าไปแก้ไขปัญหา เรื่องถนนโดยด่วนนะครับ เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรไม่ว่าจะปลูกอ้อยปลูกมันสําปะหลัง อย่างนี้นะครับได้สัญจรไปมาลําบากมากนะครับ

ประเด็นที่ ๓ ก็คือประเด็นเรื่องน้ําประปาหมู่บ้านนะครับ บ้านหนองหลัก ตําบลหนองหลัก อําเภอไชยวานนั้นเป็นจุดศูนย์กลางหลายหมู่บ้านที่มาใช้น้ําประปา ตรงหนองหลักนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากไปถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมนะครับ ได้ไปทําหรือว่าสร้างน้ําประปาขนาดใหญ่ให้กับพี่น้องชาวตําบลหนองหลัก ได้ใช้บริโภคให้ดีที่สุดนะครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ยินดีต้อนรับครูและนักเรียนโรงเรียนศรีวิทยา ปากน้ํา จังหวัดสมุทรปราการ เชิญท่านโสภา กาญจนะ

นางโสภา กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน โสภา กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขอหารือท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องการขยายเขตขบวน รถด่วนพิเศษที่ ๓๙/๔๐ และขบวนที่ ๔๓/๔๔ ไปยังสถานีรถไฟทุ่งสง (สุดปลายทาง) ดิฉัน ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านจํานวนมากว่าได้รับความเดือดร้อนเรื่องขบวนรถด่วน พิเศษขบวนที่ ๔๑ ๔๒ ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางของผู้โดยสารเลย จึงทําให้ ผู้โดยสารที่จองตั๋วแล้วมีความเดือดร้อนมาก บางครั้งรถไม่จอดรับ จึงเรียนบอกท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้รีบเร่งดําเนินการ ขยายปลายทางรถด่วนพิเศษ ๓๙/๔๐ และขบวน ๔๓/๔๔ ไปยังสถานีทุ่งสง ประชากร จํานวนมากที่รอขึ้นขบวนรถดังกล่าว ขอให้หยุดรับผู้โดยสารสถานีบ้านนาสาร บ้านส้อง และสถานีคลองจันดี สุดปลายทางชุมทางทุ่งสง เมื่อครั้งก่อนท่าน ส.ส. ธานี เทือกสุบรรณ ได้สอบถามท่านประธานไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เห็นเงียบหายไป ขอขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านองอาจ วงษ์ประยูร ครับ

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวนาปรังในจังหวัดสระบุรี ๖ อําเภอ ท่านประธานครับ สืบเนื่องมาจากโครงการ ชลประทานที่จังหวัดสระบุรี โครงการบ้านธาตุ บ้านหมอ เป็นโครงการที่ผันน้ําจากเขื่อน ป่าสักชลสิทธิ์ไปให้กับพี่น้องเกษตรกรใน ๖ อําเภอจังหวัดสระบุรี ก็ได้แก่ อําเภอแก่งคอย อําเภอเมือง อําเภอเฉลิมพระเกียรติ อําเภอพระพุทธบาท บ้านหมอและเสาไห้ ก็ส่งน้ําไป ทุกปี ปัญหาในปีนี้ก็คือเครื่องสูบน้ําขนาดใหญ่ของโครงการเสียเนื่องจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง เสียมาเป็นเวลา ๒-๓ เดือนแล้วครับ ท่านประธาน ชลประทานก็ยังไม่ได้ซ่อมแซมเครื่องยัง ใช้งานไม่ได้ ชลประทานจังหวัดสระบุรีก็ไม่ได้แจ้งเตือนไปยังพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และที่สําคัญคือกลับประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเกษตรกรใน ๖ อําเภอนั้นเร่งรีบปลูกข้าวนาปรัง เพื่อให้ทันเก็บเกี่ยวผลผลิต ชาวนานั้นเดือดร้อนมาจากน้ําท่วมที่ผ่านมา ก็เร่งปลูกข้าวนาปรัง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ปัญหาขณะนี้ที่สําคัญคือชาวนาอยู่ในช่วงของวิกฤติ เพราะว่าข้าวไม่มีน้ําแล้วก็กําลังจะตาย กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเร่งรัดผลักดันจัดหาน้ําให้กับพี่น้องเกษตรกร ในจังหวัดสระบุรี ๖ อําเภอดังกล่าวที่ได้ปลูกข้าวนาปรัง ถ้าไม่ช่วยก็คิดว่าข้าวตายหมด เสียหายแน่นอน กราบเรียนท่านประธานช่วยเร่งรัดผลักดันด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมหารือต่อท่านประธานถึงความเดือดร้อนของเด็กนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมเองนั้น ได้ไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนในจังหวัดสุโขทัยหลายแห่ง โดยเฉพาะในสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาสุโขทัย เขต ๑ ส่วนใหญ่โรงเรียนนั้นมีความขาดแคลนในเรื่องของห้องน้ํา ห้องส้วม เพราะว่าส่วนใหญ่นั้นโรงเรียนต่าง ๆ จะเป็นห้องน้ํา ห้องส้วมขนาดเก่า แล้วมีเพียงหลังเดียว ใน ๑ หลังนั้นจะมี ๔ ห้อง ซึ่งเก่าแก่มากทําให้นักเรียนนั้นไม่สามารถที่จะใช้ห้องน้ําได้ ก็อยากฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ช่วยพิจารณาในเรื่องของห้องน้ําในรุ่นใหม่นี้ให้กับทางโรงเรียนในจังหวัดสุโขทัย ไม่ว่าจะ เป็นโรงเรียนบ้านกง (ราษฎร์อุทิศ) โรงเรียนวัดคุ้งยาง โรงเรียนบ้านนาเชิง โรงเรียนบ้านเนิน ยาง โรงเรียนเขาทองผางับ โรงเรียนหนองตลับ แล้วก็โรงเรียนศรีทวีวิทยา

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็ฝากถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนะครับว่าบ้านทุ่งกํามะเรียว หมู่ที่ ๑๐ ตําบลสามพวง อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยนั้นเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้า ก็อยากจะให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ขยายเขตโดยให้งบประมาณกับทางหมู่บ้านทุ่งกํามะเรียวในการที่ไป ขยายเขตไฟฟ้าออกไป เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน ไม่ว่าพี่น้องประชาชนก็ลําบากในเรื่องของการจะอ่านหนังสือ ดูหนังสือ หรือว่าใช้เรื่อง อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ครับ ก็ฝากกับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย เขต ๒ ขอหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ

เรื่องแรก เมื่อวานนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากทหารคือ พันจ่าอากาศเอก มรกต ทองโต ตําแหน่งเจ้าหน้าที่ส่งกําลังบํารุง กองบังคับการกองพันทหารอากาศโยธิน มาร้องเรียนกับภรรยา พอดีมาเจอผมที่สภาผมก็ได้รับการร้องเรียนจากทหารท่านนี้ ท่านบอกว่าท่านได้รับการกลั่นแกล้งจากผู้บังคับบัญชา โดยการใส่ข้อกล่าวหาว่าลักทรัพย์ รับของโจร แล้วก็ส่งศาลตัดสินศาลก็ยกฟ้อง เดี๋ยวนี้ก็ยังถูกพักราชการเป็นเวลา ๔ ปี ไปติดต่อก็ไม่ไปไหนมาไหน ลูกเต้าก็ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะบิดาไม่มีงานทํา อันนี้ก็เดือดร้อน ทั้งครอบครัว ผมก็อยากร้องขอความเป็นธรรมแทนทหารนายนี้ไปยังกระทรวงกลาโหม ให้ตรวจสอบและดูแลเรื่องนี้ด้วย ซึ่งกระผมจะได้มอบเอกสารนี้ให้ท่านประธานนะครับ ทั้งคําพิพากษาด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ของบประมาณสนับสนุนในการปรับปรุงภูมิทัศน์ของแหล่งน้ํา ต่าง ๆ ในเขตเลือกตั้งที่ ๒ ก็คือ พัฒนาภูมิทัศน์หนองสรวง อําเภอโพนพิสัย ภูมิทัศน์หนองคอน อําเภอรัตนวาปี และหนองกุดบ้าน อําเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อน หย่อนใจและเก็บกักน้ําเพื่อการเกษตรของพี่น้องประชาชน

เรื่องสุดท้าย ก็เรื่องของบประมาณในการขยายช่องทางจราจรตรงบริเวณ หน้าที่ว่าการอําเภอเฝ้าไร่ แล้วก็ที่หน้าตลาด ณ จุดผ่อนปรนไทย-ลาว ริมฝั่งโขง ตลาดเปงจาน อําเภอรัตนวาปีเป็น ๔ ช่องจราจร ขอขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูก ข้าวโพดในตําบลหลักด่าน อําเภอน้ําหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ในช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาอําเภอน้ําหนาวจะไม่ถูกน้ําท่วมเนื่องจากว่าเป็นอําเภอที่มีลักษณะ ภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง แต่ด้วยปริมาณน้ําฝนที่มีปริมาณที่มากและมีฝนตกอย่างต่อเนื่องนั้น ทําให้ผลผลิตข้าวโพดของพี่น้องเกษตรกรเสียหาย ท่านประธานครับ จากปริมาณน้ําฝน ที่มากนั้นทําให้เกิดโรคราขาว ราสีชมพู ราดํา ชื่อทางวิชาการชื่อว่าราเขม่าดํา หรือสมุท (Smut) โรคนี้เมื่อเกิดขึ้นกับฝักข้าวโพดแล้วจะทําให้เมล็ดข้าวโพดนั้นลีบและไม่มีน้ําหนัก ไม่สามารถที่จะขายได้ ท่านประธานครับ โรคนี้มียารักษาครับ แต่พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถ ไปฉีดยาเพื่อรักษาโรคนี้ได้เพราะฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีข้าวโพดเสียหายเป็นปริมาณ ๗,๓๐๐ ไร่ ในเขตตําบลหลักด่าน อําเภอน้ําหนาว ท่านประธานที่เคารพครับ เกษตรกร ที่ได้รับความเสียหายจากเชื้อราในครั้งนี้ไม่ได้รับเงินชดเชย ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากทางรัฐบาล เพราะไม่ได้เข้าในเงื่อนไขของน้ําท่วม ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือข้อแตกต่างของ นโยบายรัฐบาลชุดนี้และนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ประชาชนทราบ แล้วครับว่าการประกันรายได้ดีอย่างไร แม้น้ําท่วม ฝนแล้ง แมลงกิน ก็ยังได้เงินชดเชย แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีนโยบายใด ๆ จากรัฐบาลเพื่อประกันความเสี่ยงให้พี่น้องเกษตรกร ที่ผมพูด ได้อย่างนี้รัฐบาลไม่สามารถที่จะโต้เถียงผมได้ เพราะว่านี่คือความจริงที่รัฐบาลทอดทิ้งพี่น้อง ประชาชนผู้ปลูกข้าวโพด ขอกราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในเขตดิฉัน เขตดุสิต เขตราชเทวี ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านประธานชุมชน เรื่องทางเดิน ในชุมชนริมทางรถไฟ ซึ่งทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันเข้าไปดูพบว่าสะพานไม้หลายจุดทีเดียว หัก แล้วก็มีขนาดเล็ก และหลายจุดทีเดียวก็มีเรียกว่าเป็นจุดรูโหว่ มีอันตรายมากนะคะ แล้วก็อีกทั้งยังไม่มีไฟฟ้าริมทางเดินด้วยเพื่อความสว่าง ซึ่งทางประธานชุมชนบอกว่าได้ทําหนังสือ แจ้งไปทางเขตแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการดําเนินการใด ๆ ค่ะ ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านประธาน ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดจัดงบประมาณในการดําเนินการด้วยค่ะ

อีกหนึ่งเรื่องดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้สูงอายุกว่า ๑๐๐ ท่านทีเดียวเข้าชื่อร้องเรียนมา เรื่องขอใช้สถานที่ที่บ้านมนังคศิลา เขตดุสิต เพื่อใช้ใน การเดินวิ่งออกกําลังกาย ซึ่งเดิมเคยได้มีโอกาสไปวิ่งหรือว่าไปเดินออกกําลังกายในบริเวณ บ้านมนังคศิลา แต่ว่าเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วมีคําสั่งห้ามบอกว่าสถานที่นี้จะใช้เพื่อเก็บของ ที่ระลึกของอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ทําให้พี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้สูงอายุจําเป็นจะต้องเดินไป ออกกําลังกายที่อื่นซึ่งไกล แล้วก็มีอันตรายในการเดินข้ามถนนไปมา ดิฉันจึงได้รับการ ร้องเรียนจากพี่น้องบอกว่าขอใช้สถานที่เหมือนเดิมได้ไหมนะคะ ซึ่งอาจจะอนุญาตเฉพาะ วันหยุดก็ได้ในสัปดาห์หนึ่งวันหรือสองวันก็ยังดี จึงขอฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโปรดอนุญาตให้ผู้สูงอายุได้กลับไปใช้สถานที่บริเวณบ้านมนังคศิลาในการออกกําลัง ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี เขต ๔ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องข้อหารือซึ่งเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

เรื่องแรก ก็คือผมได้รับการประสานจากเจ้าอาวาสท่านแจ้ง ท่านอยากจะได้ คอนกรีตเทรอบเมรุวัด ซึ่งถ้าได้รับส่วนตรงนี้ก็จะเป็นการดี

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานจากพี่น้องไทย-พุทธ ในพื้นที่ตําบลตรัง อําเภอมายอ เขาต้องการทางเข้าวัด เพราะว่าตรงนี้พอเวลาฝนตกจะมีน้ําท่วมทุกครั้งไป ถ้าสามารถสร้างทางตรงนี้ได้ก็จะเป็นพระคุณมากสําหรับพี่น้องในตําบลตรัง ในหมู่ที่ ๑

เรื่องต่อไปก็คือเรื่องขอขยายเขตไฟฟ้า ผมได้รับการร้องเรียนจาก ประธานสภาสันติสุข บาซาเวาะเซ็ง ก็คือต้องการเพิ่มขยายเขตไฟฟ้าจาก ๑ เฟส (Phase) เป็น ๓ เฟส ซึ่งใช้ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร

เรื่องที่ ๔ ก็คือขอขยายเขตไฟฟ้าในหมู่ที่ ๔ บ้านอีโซ๊ะ ตําบลต้นมะขาม ตําบลเมาะมาวี อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พื้นที่ตรงนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ อยู่ในความมืดเกือบ ๑๐ กว่าปี ผมอยากจะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ช่วยไปขยายเขตไฟฟ้าด้วย

เรื่องที่ ๕ ก็คือพี่น้องในตําบลเกาะจัน หมู่ที่ ๔ อําเภอมายอ ขอศูนย์อบรม จริยธรรม ซึ่งจะเป็นการสร้างให้เด็ก ๆ ได้มีคุณธรรมในการดําเนินชีวิตต่อไป

สุดท้ายนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้นําศาสนา อบต. หะยีเด ขออาคาร เอนกประสงค์ศูนย์จริยธรรมอีก ๑ หลังใน หมู่ ๕ ตําบลยะรัง อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชมภู จันทาทอง

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับความเดือดร้อนผลกระทบ กับแม่น้ําโขง เพราะว่าพื้นที่ของจังหวัดหนองคายของอําเภอท่าบ่อ อําเภอศรีเชียงใหม่ แล้วก็ อําเภอสังคมในพื้นที่ดิฉันนั้นก็จะมีตามแนวริมน้ําโขง ผลกระทบของหมู่บ้านแรกที่ดิฉันจะ นํามาแก้ไขปัญหาก็คือ หมู่ที่ ๑ ของตําบลบ้านม่วง อําเภอสังคม เขาได้รับผลกระทบ เนื่องจากปีนี้น้ําหลากทําให้ตลิ่งพัง ก็อยากจะให้กรมโยธาธิการและผังเมืองของ กระทรวงมหาดไทยได้จัดงบประมาณได้เข้าไปแก้ไขให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ

และแหล่งที่ ๒ ก็คือบ้านพรพระธาตุ หมู่ที่ ๒๕ ตําบลจุมพล อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ดิฉันได้นําเรื่องนี้หารือในสภาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ เพราะว่า ปีนี้งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ กําลังจะอนุมัติ ก็อยากฝากทางกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น ได้ช่วยแก้ไข หมู่ที่ ๒๕ ด้วย เพราะว่าหมู่บ้านนี้จะเดือดร้อนเกี่ยวกับมีลําห้วยหลวง ซึ่งผลกระทบจากประตูเปิดปิดน้ํามันจะอยู่ใต้เขื่อน แล้วก็ทําให้เวลาเปิดน้ําออกจาก แม่น้ําโขงนั้นทําให้กระทบกับทรัพย์สินของพี่น้อง ไม่ว่าบ้านเรือนแล้วก็พืชสวนไร่นาของ พี่น้องประชาชนนั้นเสียผลประโยชน์ ก็อยากจะให้กรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นช่วยไปดูแล แก้ไขทางตลิ่งของลําห้วยหลวงตรงนี้ด้วยนะคะ

ประเด็นสุดท้าย ซึ่งตัวดิฉันเองก็ได้นําหารือในสมัยรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็ ได้ประสานขอเรื่องน้ําประปาให้โรงเรียนท่าบ่อ อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย โรงเรียนนี้ ขาดน้ําท่านประธานคะ ได้รับร้องเรียนจากท่านผู้อํานวยการ ทางโรงเรียนและครูอาจารย์ทุก ท่านว่าขาดน้ําดื่ม อุปโภคบริโภค ก็ฝากทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ด่วนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านศุภชัย ศรีหล้า ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต นําข้อร้องเรียนของพี่น้องประชาชนมากราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

ปัญหาแรก เป็นข้อร้องเรียนจากท่านกํานันประสาน ศรีพันธ์ กํานันตําบล เหล่าเสือโก้ก และท่านนายกฯ ยรรยง แสนศรี ร้องเรียนมาว่ากรณีของการแจ้งเรื่องของการ ขอรับการช่วยเหลือกรณีพี่น้องชาวนาประสบอุทกภัยของตําบลเหล่าเสือโก้กตกหล่นไป ทั้ง ๆ ที่ได้แจ้งข้อร้องเรียนเหล่านั้น แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกําหนดเงื่อนไขเวลาแล้ว ปรากฏว่าวันนี้ตรวจสอบแล้วพี่น้องประชาชนทั้งตําบลตกหล่นไปทั้งตําบลครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นข้อร้องเรียนของพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี ที่ประสบปัญหาอุทกภัย ทั้งอําเภอม่วงสามสิบ อําเภอเหล่าเสือโก้ก อําเภอดอนมดแดง อําเภอตาลสุม รวมถึงอําเภออื่น ๆ ด้วย พี่น้องเหล่านี้แจ้งกับกระผมบอกว่ายังไม่ได้รับเงิน ช่วยเหลือ ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือพี่น้องชาวนา พี่น้องอดเปรียบเทียบไม่ได้ว่า ในช่วงที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตอนนั้นช่วยเหลือภายใน ๔๕ วัน แต่ขณะนี้ล่วงเลยมา หลายเดือนแล้ว

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นข้อร้องเรียนของพี่น้องชาวนา พี่น้อง อีสานบ้านผมวันนี้เอาข้าวไปจํานําตามโครงการของรัฐบาล ปรากฏว่าการจํานําข้าวเหล่านั้น วันนี้ประสบความยุ่งยากอยู่พอสมควร ยุ่งยากกรณีของการไปเข้าคิว ซึ่งวันนี้ไปเข้าคิวอยู่ หน้าโรงสีซึ่งมีอยู่จํานวนจํากัดที่เข้าร่วมโครงการยาวหลายกิโลเมตร เท่านั้นยังไม่พอครับ พี่น้องยังไม่เข้าใจอีกว่าใบประทวนสินค้าจริง ๆ เป็นอย่างไร หลายแห่งได้รับกระดาษซึ่งไม่ใช่ กรณีของใบประทวน เขียนตัวหนังสือ ๓-๔ ตัวแล้วแจ้งว่าเป็นใบประทวน มีการหักสิ่งเจือปน มีการหักความชื้น มีการหักเปอร์เซ็นต์ และที่สําคัญต้องรอเงินอยู่ จนขณะนี้บอกว่าจะได้รับเงิน ไปผัดผ่อนกับชาวนา ๓-๔ รอบแล้ว บอกว่าจะได้รับเงินก่อนปีใหม่ ชาวนารออยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องบอกว่าคิดฮอดเงินส่วนต่างครับ คิดฮอดนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนิยม วรปัญญา ครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการ ร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมาก แล้วก็ผู้ที่ผ่านไปมาในจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ที่ผ่านจังหวัดลพบุรี ที่ต้องผ่านลํานารายณ์ ได้รับการนิยมชมชอบท่านประธาน มากว่าการที่ท่านประธานให้การหารือเขาได้ประโยชน์ตรง ดีกว่าที่มาจะถกเถียงกันเรื่อง กระทู้ถาม เรื่องกฎหมายอะไร เขาบอกว่าอย่างนั้น ฉะนั้นการให้หารือขอให้ท่านประธานให้ เวลาให้มากหน่อยครับ ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดลพบุรีถูกน้ําท่วมปีนี้เสียหายมากครับ ถนนหนทางที่ชํารุด ทํานบ เหมือง ฝาย แหล่งน้ํา เขาอยากจะขอเครื่องจักรจากทางหน่วยทหารช่าง แล้วก็กรมทางหลวงชนบท กองเครื่องมือกลของกรมทางหลวงแผ่นดิน แล้วก็ของทาง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๔ หน่วยงานไปช่วย เพราะจํานวน ๑๑ อําเภอ ก็ขอเฉลี่ยกัน ขอให้ท่านประธานช่วยกรุณาสงเคราะห์สั่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้

ประการที่ ๒ ราคาข้าวโพด ข้าวเปลือก ข้าวฟ่าง ถั่ว เวลานี้ยังไม่ได้ตามที่ รัฐบาลได้กําหนดนโยบายว่าจะช่วยให้ราคาสูงขึ้น อันนั้นยังไม่ได้ครับขอฝากท่านประธาน ด้วย แล้วก็มันสําปะหลังเวลานี้ซื้อกันโดยจริง ๆ แล้วก็ ๒ บาทกว่า ฉะนั้นขอเป็น ๓ บาท ๕๐ สตางค์ ตามที่รัฐบาลได้แถลงไว้ ท่านประธานที่เคารพเราก็มีโรงเรียนช่วยคนพิการ ที่จะตั้งที่วัดสินพจน์ จนป่านนี้ยังไม่ได้ตั้ง ขอให้ท่านประธานช่วยเร่งรัดท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการด้วยว่าอยากจะขอให้ดําเนินการสําเร็จก่อนปีการศึกษานี้หรือภายใน ต้นปีการศึกษาหน้าครับ อ่าง ฝาย ที่น้ําท่วมกรุงเทพฯ เนื่องจากตื้นเขินแล้วเนื่องจากว่าชํารุด ไม่มีการซ่อม น้ําก็เลยล้นบ่ามากรุงเทพฯ

ท่านประธานครับ ทั้งหมดมีด้วยกัน ๙ เรื่องขอฝากท่านประธานเป็นหนังสือ แล้วกันนะครับ ท่านประธานรีบสั่งไปด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ครับ

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่จะ หารือต่อท่านประธานเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพ สวนยางครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้ราคายางถือว่าตกต่ําเป็นกรณีพิเศษ จากรัฐบาลชุดนี้ ได้บริหารประเทศมาจึงสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ที่ทําสวนยาง ราคาเมื่อวานอยู่ที่ ๘๘ บาท ประมาณนะครับ น้ํายางสด ซึ่งไม่คุ้มทุนต่อการผลิต ดังนั้น อยากให้รัฐบาลเข้าไปแก้ไขดําเนินการ อย่างน้อยเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูก ยางพารา ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัมนะครับ รัฐบาลให้ของขวัญอย่างอื่นได้ต้องให้ของขวัญกับ พี่น้องเกษตรกรด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรเหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะผู้ที่เลี้ยงกุ้ง ผมได้หารือไปแล้วครั้งหนึ่งโดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ถูกหลอก โดยเฉพาะพ่อค้ามาซื้อกุ้งแล้วหลอกเกษตรกรไปโดยเฉพาะที่ สภ. ระโนด ตอนนี้เรื่องก็ได้ ดําเนินการออกหมายจับไปแล้วแต่ว่ายังไม่คืบหน้าครับ อยากจะให้ทางหน่วยงานโดยเฉพาะ สํานักงานตํารวจแห่งชาติที่ขณะนี้ตามข่าวบอกว่ามีความรู้ความสามารถแล้วก็เก่ง อยากจะฝาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีไปด้วยว่าให้รีบเร่งดําเนินคดีเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องกุ้ง ที่พี่น้องโดนหลอกไปที่ สภ. ระโนด ของจังหวัดสงขลาครับ

เรื่องต่อไป เป็นปัญหาเรื่องดินถล่ม โดยเฉพาะที่ตําบลเกาะใหญ่ ของอําเภอ กระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลาเหมือนกันครับ พี่น้องได้รับความเดือดร้อน ๒ หลังคาเรือน แต่ว่า ถึงแม้จะไม่มีการเสียชีวิตแต่ว่าผลกระทบเป็นผลกระทบวงกว้างก็อยากจะให้ส่วนราชการ เข้าไปดําเนินการตรวจสอบแล้วก็ชี้แจงกับชาวบ้านว่าดินตรงไหนจะมีปัญหาหรืออย่างไร ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องที่อยู่อาศัยที่ริมทะเล โดยเฉพาะคลื่นซัดริมตลิ่งโดยเฉพาะของอําเภอระโนด ไม่ว่าจะเป็นวัดอู่ตะเภาซึ่งอยู่ที่ตําบลท่าบอนเสียหายมาก วัดปากแกละของอําเภอระโนด หรือแม้กระทั่งมัสยิดซึ่งเป็นมัสยิดที่จดทะเบียนหลังแรกของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอําเภอ บ่อตรุก็ถือว่ามีปัญหาเรื่องคลื่นซัดตลิ่ง อยากจะให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม หรือกรมเจ้าท่าได้รีบเข้าไปแก้ปัญหาร่วมกัน ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไป ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดําเนินแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรชัย เหมะ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารือในเรื่องของพื้นที่ชายฝั่งทะเลแถวจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการนั้น เป็นจังหวัดที่พื้นที่ติดทะเลยาวหลายสิบกิโลเมตร วันนี้ท่านทราบไหมครับว่าพื้นที่ชายทะเล สมุทรปราการนั้นน้ําทะเลมันซัด ต้นไม้ ป่าไม้ชายเลน วันนี้พังไปหมดแล้ว และพื้นที่วัดหลาย วัด เช่น วัดสร่างโศก วัดหงษ์ทอง วัดสว่างอารมณ์ ตอนนี้อยู่กลางทะเล ห่างจากชายฝั่ง ประมาณ ๒ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ พื้นที่ชายฝั่งจะถูกน้ําทะเลกัด เซาะมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับท่านประธาน วันนี้การดูแลเอาใจใส่ใน ๒ ปีที่ผ่านมา หรือว่า หลังจากวันที่ ๑๙ กันยายนนั้น ไม่มีหน่วยงานราชการส่วนไหนไปดูแลพื้นที่ชายฝั่งเลย ป่าชายเลนพังหมด น้ํากัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้นทุกวันครับ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการนั้นเป็น พื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม ถ้ากัดเซาะอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ท่านทราบไหมครับว่าถนนสุขุมวิท สายเก่าบางจุดน้ําจะเข้ามาท่วมเป็นน้ําทะเล เป็นน้ําเค็ม รถสัญจรไปมานั้นเสียหายหมดครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องดูแลอย่างรีบด่วน

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ ปากอ่าวแม่น้ําเจ้าพระยาตื้นเขิน สมัยก่อนนั้นเรือขับเคลื่อน ขับน้ําระหว่าง ๑๐,๐๐๐ ตัน สามารถเข้าได้ วันนี้เข้าไม่ได้ครับ แล้วน้ําที่มันท่วมก็สาเหตุว่าปากอ่าวแม่น้ําเจ้าพระยาตื้นเขินครับ ในสมัยก่อนนั้นเราจะมี เรือขุด ในยุคท่านทักษิณ ชินวัตร ท่านจะลอกจะขุดปากอ่าวอยู่ตลอด วันนี้เรือขุดไม่ทราบว่า หายไปในท้องใครครับท่านประธานครับ ตามเรือขุดให้หน่อยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ครับ

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุโขทัย พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตหารือเกี่ยวกับพี่น้องชาวสุโขทัยที่น้ําท่วมตอนนี้แห้งหมดแล้วครับ แล้งแล้วว่า อยากจะมีการส่งเสริมอาชีพใหม่ของชาวสุโขทัย เพราะว่าสุโขทัยปลูกข้าวมานาน วันนี้ มีแปลงสาธิตอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย การปลูกปาล์มอยู่ประมาณ ๖๐ ไร่ ๓ ปีกว่า เข้า ๔ ปีแล้ว มีผลผลิตพอสมควร เป็นที่ชุ่มน้ํา ชาวจังหวัดสุโขทัยจึงกราบเรียนท่านประธานหารือว่า ในอนาคตนั้นอยากให้ทางจังหวัดหรืองบจังหวัดนั้น หรืองบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้นได้ส่งเสริมการปลูกปาล์มของคนสุโขทัยให้มีอาชีพแบบยั่งยืน ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวได้ถึง ๓๐-๔๐ ปีเหมือนภาคใต้ซึ่งมีการทดสอบแล้วหรือทดลองในแปลงสาธิตเศรษฐกิจพอเพียงว่า เป็นปาล์มที่สามารถปลูกมากในจังหวัดสุโขทัยและได้ผลมากกว่าภาคใต้บางจุดที่ไม่ชุ่มน้ํา จึงกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลให้ได้มีการส่งเสริมอาชีพใหม่ให้กับคนสุโขทัยหลังจาก ที่ประสบปัญหาน้ําท่วมเทือกสวนสิ่งต่าง ๆ ได้เสียหายไปมากมาย

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ เรื่องการร้องเรียนจากพี่น้องชาวเกษตรกร เรื่องอ้อย ซึ่งบางท่านก็บอกได้ชดเชยหรือไม่ได้ชดเชยเลย ตอบกลับชาวบ้านไม่ได้ครับ เพราะว่าตอนนี้ทางจังหวัดก็ร้องขอ ทางเกษตรก็ร้องขอไป แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะให้เมื่อไร จึงกราบเรียนไปถึงท่านประธาน รัฐบาลได้ประกาศให้ชัดเจนว่าอ้อยที่ถูกน้ําท่วมนั้นจะได้ ชดเชยอย่างไร และเมื่อไรครับ

ต่อไปก็เป็นเรื่องถนนหนทางของกรมทางหลวงชนบทซึ่งทําไปแล้วเหลือ เส้นทางอยู่ไม่เท่าไร อยู่ปลายทาง ๒ กิโลเมตรบ้าง ๓ กิโลเมตรบ้างซึ่งทําให้ความเดือดร้อน ในส่วนต่าง ๆ มากมาย เช่น อําเภอสวรรคโลกนั้นที่ถนนนาตาหลวง ตําบลปากน้ําเชื่อมต่อตําบลหนองบัว อําเภอศรีนคร ๒ อําเภอนี้ขาดไปอีกไม่ถึง ๒ กิโลเมตร ถามไปที่กรมทางหลวงชนบทก็ยังไม่มีงบประมาณ อีกเส้นหนึ่งครับ วัดโบสถ์เช่นเดียวกันครับ ทางหลวงก็เหลืออีกประมาณ ๒ กิโลเมตรกว่า ก็ยังไม่ได้ทํา ทําให้เส้นทางนี้ไม่สะดวกเลยเพราะว่าเป็นที่ป่ารกร้าง ทําให้ถนนที่ทํามา ๗ กิโลเมตร ก็ยังเป็นถนนที่ยังมีความขรุขระอยู่อีกแค่ ๒ กิโลเมตร จึงกราบเรียนถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยเข้าไปทําและต่อเติมให้เสร็จสิ้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมนําปัญหา ของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาปรึกษาหารือกับท่านประธานสัก ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ มีชาวนาของตําบลบ้านกุ่ม ตําบลบางพลับ อําเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ไปรับเงิน ที่ ธ.ก.ส. อําเภอสองพี่น้อง ปรากฏว่าได้รับเงินส่วนต่างจากเดิมที่ได้รับปากไว้ไร่ละ ๑,๔๓๐ บาท แต่ผลปรากฏได้รับจ่ายจริงคือ ๗๑๔ บาท จึงฝากเรียนผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยดําเนินการจ่ายให้เต็มตามจํานวนดังกล่าว เนื่องจากประชาชน มีความข้องใจว่าทําไมได้เงินไม่ครบถ้วน

ประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากชาวนาตําบลยางนอน อําเภอ เดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากในขณะนี้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้น เฉพาะเกษตรตําบล เกษตรอําเภอไม่ยอมออกใบประทวนข้าวให้กับชาวนา ทําให้ชาวนาไม่สามารถเข้าไปจํานําข้าวได้ และไม่ได้ทําการขายตามราคาที่ได้กําหนดไว้ จึงฝากผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยดําเนินการดังกล่าวให้ด้วย

ประการที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตํารวจ ที่มีอายุ ๕๙ ปี ซึ่งจะเกษียณในปีหน้าเขามีความต้องการอยากจะติดยศนายร้อยตํารวจตรี ปรากฏว่าในขณะนี้นโยบายต่าง ๆ ของสํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นยังไม่ชัดเจน ทราบว่า ในขณะนี้เพียงแต่มีตํารวจที่อายุ ๕๓ ปีที่จะติดนายร้อย ทราบว่าตอนนี้ตํารวจดังกล่าวตกสํารวจ อยากฝากไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สํานักงานตํารวจแห่งชาติช่วยดําเนินการติดตามเรื่อง ให้กับผู้ที่เป็นตํารวจอายุ ๕๙ ปีได้รับยศร้อยตํารวจตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมี เรื่องหารือท่านประธาน เรื่องขอให้กรมชลประทานได้ก่อสร้างสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าในระบบ ส่งน้ําของพี่น้องประชาชนหมู่ที่ ๑ ตําบลวังใหญ่ หมู่ที่ ๖ ตําบลทับผึ้ง และบ้านหนองกระดี่ หมู่ที่ ๑ ตําบลวังทองของอําเภอศรีสําโรง ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ทําการเกษตรโดยการปลูกยาสูบครับ ยังขาดแคลนในเรื่องสถานีสูบน้ําที่จะผันน้ําจากแม่น้ํายมไปทําการปลูกยาสูบนะครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้ก่อสร้างฝายน้ําล้นที่คลองแม่รําพัน หมู่ที่ ๑๑ ตําบลเมืองเก่า คลองสายยาดที่หมู่ ๒ ตําบลวังทองแดง ที่คลองไม้เรียง ที่ตําบลราวต้นจันทร์ของอําเภอเมือง และอําเภอศรีสําโรง

เรื่องที่ ๓ กับกรณีที่ราษฎรที่มา ส.ค. ๑ หรือ น.ส. ๓ ได้ดําเนินการขอออก โฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ ของประมวลกฎหมายที่ดินในเขต โบราณสถาน ซึ่งผมได้หารือกับท่านประธานหลายครั้งแล้ว ซึ่งทางกรมศิลปากรก็ได้มี การคัดค้านแล้วก็ได้มีการสอบสวนเปรียบเทียบตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งขณะนี้กรมที่ดิน ได้มีคําสั่งให้ออกโฉนดกับราษฎรกับกรณีที่พี่น้องประชาชนมาออกเอกสารสิทธิเป็น ส.ค. ๑ เป็น น.ส. ๓ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมศิลปากรนะครับ ยังมีพี่น้องอีก หลายพันรายที่ดําเนินการออกโฉนดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งทางกรมศิลปากรนั้นไม่มี อํานาจคัดค้านหรือไม่คัดค้านกับการออกเอกสารสิทธินะครับ จึงอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมศิลปากรไม่ให้ดําเนินการคัดค้านในส่วนของ ที่ดินของประชาชนที่ไม่ได้รุกล้ําในเขตโบราณสถาน เพื่อให้ดําเนินการอย่างเร่งด่วนและ รวดเร็วตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไปนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย ครับ

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่จังหวัดเชียงใหม่ครับ พี่น้อง เกษตรกรกลุ่มที่เลี้ยงกล้วยไม้ เลี้ยงดอกไม้ เพื่อจะขายให้กับงานพืชสวนโลกที่จังหวัด เชียงใหม่ มีปัญหาท่านประธานครับ มีปัญหาเรื่องของราคาครับ พี่น้องเกษตรกรร้องเรียน ผมมาว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมครับ เพราะถูกกดราคาครับท่านประธาน ผมมีความจําเป็น ที่จะกราบเรียนท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบ ขอความกรุณา ช่วยไปดูแลหน่อยครับ ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องกลุ่มเกษตรกรที่จังหวัดเชียงใหม่เขาได้รับ ความเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวครับ นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งจะไปดูไปชมความงามของพืชสวนโลก สวยครับ เขาบอกว่าสวยงามมากที่จังหวัดเชียงใหม่ งานนี้จัดได้อลังการ แต่เขาเกิดความทุกข์ครับ ความทุกข์เรื่องของการที่จะปลดทุกข์ครับ ท่านประธานครับห้องน้ําไม่เพียงพอ เปิดให้บริการน้อยครับ แต่ถามว่าห้องน้ํามีเยอะไหม มีเยอะท่านประธานครับ แต่ไม่เปิด บริการให้กับนักท่องเที่ยวครับ วันนี้มีความจําเป็นที่จะขอกราบเรียนท่านประธานสภาไปยัง ผู้ที่รับผิดชอบช่วยเปิดให้หมด ๆ ครับ เพื่อบริการให้กับนักท่องเที่ยวเขาจะได้มีความสุข เมื่อไปเยือนเมืองเชียงใหม่ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี ครับ

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม รุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย

ขออนุญาตที่จะหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะเรื่องแรกในเรื่องของน้ําประปา จริงอยู่ท่านประธานครับ ในสมัยก่อนพี่น้องบ้านเราเราอาจจะใช้น้ําบ่อ ใช้น้ําสระ หรือใช้น้ําบาดาลได้ แต่ว่าวันนี้ ในเรื่องของน้ําประปานั้นเป็นเรื่องที่สําคัญเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ด้วยซ้ําไปกับพี่น้องประชาชน ของเรา ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับว่ายังมีอีกหลาย ๆ พื้นที่นะครับ ในหลาย ๆ ตําบลซึ่งยังขาดน้ําประปา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อสําหรับประเทศไทยของเรา โดยเฉพาะ ที่ตําบลโคกว่าน อําเภอละหานทราย มีกลุ่มหมู่บ้านใหญ่ ๆ อยู่ ๓ หมู่บ้านตรงนั้น ก็คือหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๑๑ ปรากฏว่ายังไม่มีน้ําประปาใช้ ก็ต้องขออนุญาตที่จะกราบฝากไปทาง กรมทรัพยากรน้ํา แล้วก็กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อให้ดูแลพี่น้องประชาชนในเขต พื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์

ในเรื่องที่ ๒ ในเรื่องของยางพารา ท่านประธานจะเห็นว่าวันนี้ยางพาราเป็น พืชเศรษฐกิจที่สําคัญโดยเฉพาะภาคอีสานเรามีความตื่นตัวกันมาก ที่จังหวัดบุรีรัมย์เกือบ ทุกอําเภอวันนี้ได้มีการปลูกยางพารากันเต็มพื้นที่ แต่ปัญหาที่ประสบวันนี้นอกจากในเรื่องของ ราคาแล้ว ปัญหาที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือในเรื่องของกล้ายางครับ วันนี้ท่านประธานเชื่อไหมครับ ว่ากล้ายางราคาถึง ๑๒๐ บาท ซึ่งเป็นพันธุ์ใหม่นะครับ ก็คือพันธุ์เฉลิมพระเกียรติ ๙๘๔ แล้ว ก็พันธุ์เจริญโภคภัณฑ์ เจวีซี ๘๐ (JVC 80) และต้องจองข้ามปีนะครับ จองวันนี้ได้กล้าพันธุ์ ปีหน้าในราคา ๑๒๐ บาท และต้องมีการวางมัดจําไว้ครึ่งหนึ่งด้วย ก็ต้องขอกราบฝากไปทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีธีระ วงศ์สมุทร ให้ช่วยดูแล ในเรื่องของกล้ายางด้วยครับ กราบขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ครับ

นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ นครศรีธรรมราช

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์นะครับ วันนี้มีเรื่องที่ จะปรึกษาท่าน ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องแรกนะครับ ประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช คือเรื่อง โรงพยาบาลหรือศูนย์สาธารณสุขของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้รับ งบประมาณเมื่อปีที่ผ่านมา แล้วขณะนี้ได้มีผู้ประมูลไปเรียบร้อยแล้ว แต่มีความล่าช้า เนื่องจากว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นําเรื่องนี้เข้าขออนุมัติคณะรัฐมนตรี ซึ่งด้วยหลักเกณฑ์ และระเบียบบอกว่าโครงการใดที่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ต้องผ่าน ครม. อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ชาวบ้านโดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่ตั้งมหาวิทยาลัยคือ อําเภอท่าศาลา ได้รวมตัว รวมกลุ่มกันขึ้นเพื่อที่จะเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทําเรื่องนี้โดยรีบด่วน เพราะอันนี้เป็นความสําคัญในเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะเป็นโรงพยาบาลดูแลประชาชน ในเขตจังหวัดภาคใต้ตอนบน ๗ จังหวัด ตั้งแต่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งด่วนหน่อยครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องป่าเฉลิมพระเกียรติที่หมู่ ๔ อําเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดนตัดโค่น ซึ่งเป็นป่าที่ประชาชนได้ร่วมกันกับสถานศึกษา กับโรงเรียน โดยเฉพาะ เมื่อปี ๒๕๔๑ ท่านชวน หลีกภัย ได้เป็นประธานในการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้ แล้วขณะนี้โดนตัดโค่นไปซึ่งอยู่ในเมืองแท้ ๆ เลยครับ ผมก็เลยเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยได้ไปดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจังหน่อย แล้วทางผู้ว่าราชการจังหวัด ทางกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ในจังหวัดนครศรีธรรมราชครั้งนี้ ด้วยนะครับ ก็ขอความกรุณาท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอท่านสุดท้ายนะครับ ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานสภาเกี่ยวกับเรื่องถนนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อของชาว ตําบลหัวรํา อําเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ซึ่งทางเป็นหลุมเป็นบ่อมาก แล้วก็มีชาวบ้านในย่านนั้นสัญจรมาลําบาก เป็นลูกรังมีฝุ่นเยอะ หลุมบ่อเยอะ แล้วก็ข้างใน มีวัดอยู่ ๑ วัด มีถ้ําอยู่ ๒ ถ้ํา เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ดี ชาวบ้านเดือดร้อนเนื่องจากมีฝุ่น เข้าบ้านอย่างมาก แล้วขอทางลาดยางจากกรมทางหลวงชนบท ขอมาแล้วครั้งหนึ่งยังไม่ได้ วันนี้ขอปรึกษาหารือและขอถนนลาดยาง ขอให้กรมทางหลวงชนบทลพบุรีได้ไปสํารวจ แล้วก็ ออกแบบก่อสร้างและของบประมาณกับทางหลวงชนบทลพบุรีให้กับทางเส้นนี้ด้วย

เรื่องที่ ๒ คือไฟฟ้าแสงสว่างในทางหลวง หมายเลข ๒๑ ตลอดเส้นทาง ซึ่งมี อยู่ครบแต่ไฟฟ้าไม่ติด อันนี้ไม่รู้ว่าจะติดไว้ทําอะไร อยากจะให้กรมทางหลวงชนบท โดยการนํา ของแขวงการทางลพบุรี เขต ๒ ให้ช่วยดูแลสักนิดหนึ่ง แล้วมีอีกทางหนึ่งคือทางจากซอย ๑๒ เข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก็เป็นทางหลวงของกรมทางหลวงชนบทเหมือนกันช่วงบริเวณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไฟแสงสว่างไม่มี กลางค่ํากลางคืนนี่อันตรายมากครับ เพราะว่ามีอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง รถชนกันบ่อยครับ อยากจะขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทโดยการนําของแขวงการทาง ลพบุรีที่ ๑ และที่ ๒ ช่วยดูแลสักนิดหนึ่งครับ สวัสดีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็พอสมควรแล้ว นะครับ ขออนุญาตเข้ากระทู้ถามสดเลยครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๗ ส. เรื่อง การปรับขึ้นราคาพลังงานและ การแจกถุงยังชีพ (นายวรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ผมมีหนังสือจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนะครับว่าท่านติดภารกิจอยู่ ที่ต่างประเทศ ที่ฝรั่งเศสครับ ซึ่งเดินทางไปตั้งแต่เมื่อวานครับ วันที่ ๒๑-๒๔ ธันวาคมครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตเลื่อนกระทู้สดตรงนี้ไปเป็นสัปดาห์หน้าครับ

เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเพิ่งทราบก่อนที่จะ ถึงเวลา ๑๑ โมงว่าท่านรัฐมนตรีท่านไปต่างประเทศเมื่อวานนี้ เสียดายเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะว่ามันมีประเด็นหลายประเด็นที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะพี่น้องแท็กซี่ พี่น้องรถบรรทุก พี่น้องรถโดยสารที่เขาเดือดร้อนมา พวกผมพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะ ผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของพี่น้องเหล่านี้ด้วย เราก็มีความห่วงใยครับ เพราะจําได้ว่า ท่านรัฐมนตรีมักจะพูดอยู่เสมอว่าขณะนี้จะมีแผนการในการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี (NGV) และแอลพีจี (LPG) ตัวเลขเอ็นจีวีขึ้นสูงถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ จากแต่เดิมราคา ๘.๕๐ บาท จะขึ้นสูงถึงประมาณ ๑๔ บาทกว่าครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอครับ เอาเป็นว่าเอาไว้พูดอาทิตย์หน้าดีกว่าครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมเข้าใจท่านประธาน ให้ผมรําพึง รําพันนิดหนึ่งครับท่านประธาน อุตส่าห์อดหลับอดนอนเตรียมแล้วไม่ได้พูดเลยมันอึดอัดใจ ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ รําพึงรําพันครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เล็กน้อยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ขอรําพึงรําพันครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

คือผมเข้าใจดี เพราะพี่น้องแท็กซี่ พี่น้องรถบรรทุกเขาเดือดร้อน รัฐบาลจะขึ้นจาก ๘.๕๐ บาท เป็นถึง ๑๔.๕๐ บาท ขึ้นตั้ง ๖ บาท เป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์นั้นประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ และแอลพีจีจาก ๑๑.๕๐ บาท เป็น ๑๖.๓๐ บาท ก็ขึ้นเป็นตัวเลขประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะย้ําว่าท่าทีของ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัดแย้งรัฐบาลในเรื่องการสะท้อนราคาความเป็นจริงในการที่จะต้อง จ่ายราคาก๊าซ แต่อยากจะย้ําผ่านท่านประธานว่าแต่สถานการณ์วันนี้มันไม่ใช่ เพราะพี่น้อง เดือดร้อนเรื่องน้ําท่วม พี่น้องทุกภาคส่วนเดือดร้อนเรื่องน้ําท่วมครับ ก็เลยถือโอกาสรําพึง รําพันผ่านท่านประธาน

และมีอีกประเด็นหนึ่งนิดเดียวก็คือเรื่องถุงยังชีพ เพราะว่ามันเป็นเรื่องคาใจ ผมมาตั้งแต่วันที่ ๒๗ แล้วท่านประธาน วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน รอมาเกือบเดือน จนกระทั่ง รอวันนี้เปิดสภา นึกว่าจะเป็นกระทู้แรกเพื่อต้อนรับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อยากจะบอกกับท่านประธานนะครับว่าถือโอกาสเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชน ได้โปรดติดตามนะครับ ศึกครั้งนี้ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม เวลา ๑๑ โมง ถ่ายทอดสด นะครับ ท่านประธานครับ ระหว่างคําถามผมที่จะถามท่านรัฐมนตรีพิชัย โดยเฉพาะเรื่อง ถุงยังชีพด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านคุณหมอครับ สัปดาห์หน้าให้หมอยื่นมาใหม่นะครับ แล้วจะบรรจุเพิ่ม

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ปกติแล้วถ้ามันเลื่อน กระทู้เลื่อนไปถึงวันที่ ๒๙ ธันวาคม มันก็ควรจะเลื่อนไปเลยท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันเป็นกระทู้สดครับ เพราะฉะนั้นขอยื่นใหม่อีกที

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

คือมันเป็นสิทธิที่เลื่อนอยู่แล้วไม่ใช่ หรือท่านประธาน เพราะผมก็คงสิทธิของผมตามเดิม ท่านประธานก็ควรจะเลื่อนของผม ไปเป็นสัปดาห์หน้าคือวันที่ ๒๙ ธันวาคม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาว่าอย่างนี้ครับ คุณหมอครับ ขอความกรุณายื่นใหม่อีกทีเพื่อจะได้ไม่มีปัญหา ก็จบเลยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

มันต้องเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ท่านประธาน คือผมว่าเรื่องการเลื่อนกระทู้ทุกครั้งมันก็เป็นสิ่งที่เราปฏิบัติร่วมกันอยู่แล้ว กระทู้อันไหนที่ถูกเลื่อนมาเราก็เลื่อนมาแล้วให้สิทธิเขาก่อน แล้วกระทู้ที่เสนอใหม่ ก็เรียงลําดับถัดไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาละ คุณหมอครับ ไม่อยากให้เสียเวลาครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณา มันเป็นกระทู้สดนะครับ ขอยื่นอีกทีนะครับ เอาอย่างนั้นดีกว่านะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ไม่ได้ครับ ท่านประธานต้องยึดเกณฑ์สิครับ เกณฑ์ที่เคยปฏิบัติครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วสัปดาห์หน้า ผมจะเพิ่มเป็น ๔ กระทู้นะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

คือเกณฑ์ที่เราเคยปฏิบัติ กระทู้ ที่เลื่อนมาเขาก็ได้สิทธิเป็นกระทู้แรกอยู่แล้วท่านประธานครับ เราก็ยึดเกณฑ์ที่เราเคยปฏิบัติ อย่างนั้นดีกว่าครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอไป

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๘ ส. เรื่อง การจับกุมขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติ (นายประเสริฐ บุญชัยสุข เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบดูแล ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ตอบแทนครับ

เชิญครับ

นายประเสริฐ บุญชัยสุข นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญชัยสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ก่อนอื่นต้องขอเป็นกําลังใจให้พี่น้องผู้ประสบภัยน้ําท่วม ทุกท่านนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากค่านิยมและความเชื่อที่ว่าการรับประทาน เนื้อสุนัขจะทําให้สุขภาพแข็งแรงแล้วก็มีความอบอุ่นในร่างกาย ฉะนั้นประเทศเพื่อนบ้าน ก็เลยนิยมบริโภคเนื้อสุนัข แล้วก็มีขบวนการในการค้าสุนัขข้ามชาติมาหลายปี มีรถออกไป ตระเวนรับซื้อ ได้สุนัขมาจํานวนหนึ่งก็นําไปพักที่คอกสุนัข เมื่อมีปริมาณที่มากพอก็จะ ลําเลียงไปส่งที่ท่าเรือริมฝั่งแม่น้ําโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน นี่เกิดขึ้นมาหลายปีครับ แต่ว่าที่ตกตะลึงกันมากที่สุดก็คือเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ เจ้าหน้าที่ตํารวจสถานี ตํารวจภูธรนาทม แล้วก็เจ้าหน้าที่อีกหลายฝ่ายได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาค้าสุนัข ได้ผู้ต้องหา ๒ คน แล้วก็รถบรรทุกสุนัข ๖ ล้อ ๔ คัน ผู้ต้องหาอื่น ๆ หลบหนีหมด ในระหว่างที่หลบหนีก็ มีการถีบสุนัขที่บรรจุในกรงอย่างแออัด หนาแน่น ให้หล่น หล่นเพื่อที่จะขวางทางเจ้าหน้าที่ ตํารวจไม่ให้ติดตามจับกุม สุนัขเหล่านั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ด้วยความทุกข์ ทรมาน แล้วก็เป็นข่าวทางสื่ออยู่หลายวัน สอบถามผู้ต้องหาทั้ง ๒ ท่านก็ได้ความว่า จะนํา สุนัขทั้งหมดไปลงเรือที่ริมฝั่งแม่น้ําโขง บ้านท่าลาด อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม แต่ว่า มาถูกจับกุมได้เสียก่อน สุนัขที่เขาเตรียมส่งไปประเทศเพื่อนบ้านมีเกือบ ๒,๐๐๐ ตัวครับ แต่ว่าด้วยความแออัดที่บรรทุกเข้ามาอย่างหนาแน่นทําให้สุนัขล้มตายไป ๑,๐๐๐ กว่าตัว เหลืออยู่ ๙๐๐ ตัว เจ้าหน้าที่ก็นําไปที่สถานกักกันสัตว์นครพนม ในระหว่างนั้นเราจะเห็นว่า พี่น้องประชาชนคนที่รักสุนัขก็มีความสงสารสุนัขก็ได้มีการบริจาคเงินค่าอาหารร่วม ๒๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ สุนัขถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของคนทั้งโลก เป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงก็มีสุนัขทหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันอาชญากรรมหรือปราบปรามยาเสพติดเราก็มีสุนัขตํารวจ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อปัจเจกบุคคล ต่อบุคคล ต่อครอบครัว สุนัขเราก็ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุดของมนุษย์ รู้เรื่อง สอนได้ มีความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นเจ้าของ ถ้าเลี้ยงดูเขา ให้อาหารเขา ให้น้ําเขา เขาจะ มีความรู้สึกผูกพัน จะมีความซื่อสัตย์และภักดีต่อเจ้าของ ไม่ว่าเจ้าของนั้นจะมีฐานะ ยากดีมีจนอย่างไร ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ได้เห็น ได้พบ ก็คือความสลดหดหู่ ความน่าเวทนา ความน่าสงสารที่สุนัขได้รับทุกข์ทรมานแสนสาหัส คนที่รักสุนัข คนที่เลี้ยงสุนัข ก็มีความทุกข์ใจไม่แพ้กัน สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็เลยอยากจะถามคําถามแรกนะครับว่า รัฐบาลมีนโยบายในการออกกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ หรือมีนโยบายที่จะแก้ไข กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าสุนัขให้มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นได้หรือไม่ อย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่สนใจเรื่องสุนัข วันนี้ผมเองก็เป็นห่วงและมีความกังวลใจเช่นกัน เพราะกระทู้ถามที่ท่านถามมา ทางรัฐบาลก็เคยตอบไปครั้งหนึ่ง แต่วันนี้ท่านก็ได้ถามมาอีกว่า มีวิธีการใด หรือว่า แก้กฎหมายอย่างไร วันนี้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําลังร่วมมือกัน กําลังจะเสนอกฎหมายพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องสุนัข (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีการเพิ่มโทษเกี่ยวกับผู้ทําทารุณสัตว์หรือฆ่าสัตว์โดยเวทนา ซึ่งแต่เดิมแล้วมาตรา ๓๘๑ ตํารวจมักใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรานี้มาปรับผู้ที่ ขนย้ายสุนัข เพราะเป็นการที่ปรับได้ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็ปล่อยเขาไป สืบเนื่องจากที่ว่าเวลาถ้าเขา จะไปดําเนินคดี มาตรา ๑๗ หรือ มาตรา ๒๑ ทางตํารวจ ๑. ไม่มีที่กักกันสัตว์ ๒. ไม่มีงบที่จะมา เลี้ยงดูสัตว์กว่าที่ศาลจะตัดสิน เพราะฉะนั้นตํารวจก็เลยใช้มาตรา ๓๘๑ ประมวลกฎหมายอาญา คือปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็ปล่อยไป วันนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทยกําลังร่วมมือกันที่จะเสนอกฎหมายให้เพิ่มโทษ เช่นตัวอย่างว่า การปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท จําคุก ๑ ปี วันนี้เราเตรียมกฎหมายที่จะเพิ่มโทษปรับอีกเป็น ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วจําคุก ๑ ปี แต่กฎหมายนี้ยังไม่ได้เข้าสู่สภา จึงต้องกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ให้ทราบเบื้องต้น ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคําถามที่ ๒ ท่านประเสริฐเชิญครับ

นายประเสริฐ บุญชัยสุข นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้อง ขอขอบคุณที่รัฐบาลมีแนวคิดที่จะแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษ แต่ว่ากระบวนการนี้ยังเดินต่อ เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้ร่วมกันจับกุมได้อีกรถบรรทุก ๖ ล้อ บรรทุกสุนัข ๓๕ กรง กรงหนึ่ง ๑๐ ตัว ๑๕ ตัว แออัดยัดเยียดมากนะครับ ปรากฏว่ามีสุนัข ประมาณ ๔๐๐ ตัวได้ที่จังหวัดนครพนม ส่วนผู้ต้องหาหลบหนี เมื่อจับกุมได้แล้ว กระบวนการที่จับกุมได้เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายนคล้าย ๆ กับครั้งแรกที่จับได้เมื่อเดือน สิงหาคม เพื่อที่จะเอาไปลงเรือที่ริมฝั่งแม่น้ําโขงบ้านท่าลาดอีก อําเภอบ้านแพง จังหวัด นครพนม ฉะนั้นกระบวนการนี้ไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมายนะครับ เขาอ้างว่าเขาทํามานาน เป็นอาชีพเป็นรายได้เขาต้องรับผิดชอบผ่อนรถแล้วก็ดูแลครอบครัว ฉะนั้นอยากจะถาม รัฐบาลเป็นข้อที่ ๒ ว่า ในระหว่างที่ท่านยังไม่มีกฎหมายออกมาบังคับใช้ที่รุนแรงที่ท่านกําลัง จะร่างขึ้น รัฐบาลมีแนวทางที่จะส่งเสริมให้ประชาชนที่อยู่ในกระบวนการค้าสุนัขหันไป ประกอบอาชีพอื่นได้หรือไม่ อย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับ ผู้นําศาสนาอิสลามครับ ข้าราชการ พนักงาน และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมขอตอบคําถามที่ ๒ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ก็เหมือนเดิมในเมื่อเวลากฎหมายลงโทษน้อยเขาก็ไม่กลัวต่อการกระทําผิดวันนี้ทางรัฐบาล เราก็ยังได้ส่งเสริมผู้เลี้ยงสุนัขท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่าวันนี้กรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมการเลี้ยงสุนัขที่ถูกกฎหมาย ก็คือ ๑. เลี้ยงสุนัขที่มี ราคาแพง มีความสวยงามหรือความต้องการของพี่น้องเราชาวไทยที่ต้องการเลี้ยงสุนัข วันนี้ พี่น้องเห็นไหมครับที่สวนจตุจักร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้มีขออนุญาตเลี้ยงสุนัขหรือ จําหน่ายสุนัขที่ถูกกฎหมายก็คือที่สวนจตุจักร เราเลี้ยงสุนัขเพื่อจําหน่ายตัวหนึ่งเล็ก ๆ อย่างสุนัขพุดเดิ้ล (Puddle) ตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่งหลายพันบาท ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้เราก็ สนับสนุนเขา ยกตัวอย่างเช่นจังหวัดศรีสะเกษของผมเองที่อําเภอขุขันธ์แต่ก่อนก็เช่นกันออก เที่ยวตระเวนหาซื้อสุนัขตัวหนึ่ง ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท เพื่อที่จะส่งไปจําหน่าย ผมเอง กับท่าน ส.ส. วีระพล จิตสัมฤทธิ์ ท่านมานพ จรัสดํารงนิตย์ ก็ได้ไปให้คําแนะนํา ให้เลิกการค้าสุนัขประเภทนี้ แล้วพวกเรายังนําสุนัขพันธุ์ดีไปให้เขาเลี้ยงอีก โดยเลี้ยงเสร็จแล้ว เราก็รับซื้อเขาด้วย สิ่งนี้เรากําลังทําอยู่

แล้วอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานที่เคารพ มาตราที่ตํารวจเขาไม่ค่อยนําไปใช้คือ มาตรา ๔๗ ซึ่งฝ่าฝืนมาตรา ๓๑ ซึ่งมีเนื้อความว่าห้ามนําสัตว์หรือซากสัตว์ออกนอก ราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่านอธิบดีหรือผู้มีอํานาจ มาตรา ๔๗ นี้เพิ่มโทษจาก การปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท เป็น ๔๐,๐๐๐ บาท และจําคุกจาก ๑ ปี เป็น ๒ ปี แต่เนื่องจากทางตํารวจเขาก็มีปัญหาที่ไม่มีปัญญาที่จะเอาสัตว์มากักเลี้ยงไว้จนกว่าศาลจะ ตัดสิน สิ่งนี้ละทางกรมปศุสัตว์ ทางรัฐบาลก็ยังคิดว่าบริเวณชายแดนที่คิดว่าเราเคยเห็นมา การนําสัตว์ออกนอกประเทศเราจะไปตั้งด่านกักสัตว์และกักกันสัตว์ไว้ที่นั่นด้วย เพื่อที่จะนํา กฎหมายพวกนี้มาใช้ และจะตั้งค่าเลี้ยงดูให้กับด่านกักสัตว์ตรงนี้ไว้ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คําถามสุดท้ายครับ เชิญท่านประเสริฐ

นายประเสริฐ บุญชัยสุข นครราชสีมา

ท่านประธานครับ เหตุการณ์ ที่ท่านรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจงนะครับ ท่านบอกว่าจะมีการส่งเสริมให้มีการเลี้ยงสุนัขเพื่อ ความสุขในครอบครัว ป้องกันการค้าสุนัขข้ามชาติ แต่ว่ามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตํารวจสถานีตํารวจภูธรเมืองอุดรธานีจับกุมผู้ค้าสุนัขได้อีกแล้ว ได้ผู้ต้องหา ๑ คน รถบรรทุกกระบะ ๔ ล้อ ๑ คัน สุนัข ๔๓ ตัว บนหลังคารถจะมีกะละมัง ถังน้ํา กระติก เพื่อที่จะไปแลกสุนัข แล้วสอบถามก็บอกว่าเตรียมส่งออกให้กับประเทศ เพื่อนบ้าน แล้วล่าสุดวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ เจ้าหน้าที่ตํารวจสถานีตํารวจภูธรโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ก็จับกุมรถกระบะ ๔ ล้อได้ ๒ คัน ผู้ต้องหา ๒ คน แล้วก็มีสุนัข ๓๖ ตัว ก็เตรียมส่งประเทศเพื่อนบ้าน ฉะนั้นในระหว่างนี้เข้าฤดูหนาวอากาศเย็นประเทศเพื่อนบ้าน นิยมบริโภคสุนัขสูงมาก แล้วราคาดีมาก ฉะนั้นกระบวนการนี้ก็จะมีการตระเวนหาซื้อสุนัข หรือเจ้าของเผลอก็อาจจะลักสุนัขเขาด้วย เพื่อที่จะไปส่งให้กับประเทศเพื่อนบ้าน

ฉะนั้นก็เลยอยากจะถามรัฐบาลเป็นข้อที่ ๓ สุดท้ายว่าในระหว่างนี้ท่านจะมี มาตรการเฝ้าระวังเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่ให้มีกระบวนการค้าสุนัขข้ามชาติได้ อย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประเสริฐ บุญชัยสุข ผมถึงบอกว่าวันนี้กฎหมายยังไม่มี วันนี้เราไม่รู้จะปกป้องอย่างไร เพราะว่าวันนี้มันมีปัญหาเรื่องการกักกันสัตว์ท่านประธาน สุนัขถ้าเรามากักขังวันหนึ่งก็ใช้จ่าย ไม่ใช่น้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ได้สั่งการไปยังสํานักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัดให้ร่วมกับ ทางตํารวจทุกท้องที่ช่วยกันปราบปรามแล้วก็พยายามหาทางที่จะให้เขาเลิกจากการค้าสัตว์ ประเภทนําไปฆ่าหรือทารุณสัตว์

ผมเองถึงบอกว่ายังขาดอีกเรื่องหนึ่ง อยากจะฝากท่านประเสริฐ บุญชัยสุข ว่าวันนี้ทางกรมปศุสัตว์หรือสํานักงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของเราร่วมกับ กระทรวงมหาดไทยกําลังจะเสนออีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องพาหนะที่นําสัตว์ออกสู่ต่างประเทศ เราอาจจะเสนอให้ยึดรถเป็นรถของกลางที่นําสัตว์ไปค้าต่างประเทศด้วย สิ่งนี้ก็คือเป็นการที่ ป้องกันและปรามผู้กระทําผิดต่อไป และรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการใน ครม. ตลอดว่าสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงทั้ง ๒ อย่างก็คือ

อย่างหนึ่งพวกเราชอบนําเลี้ยงสุนัขที่มีราคาและสวยงามและมีประโยชน์ และ

อีกกลุ่มหนึ่งชอบนําสัตว์เลี้ยงของเราไปจําหน่ายต่างประเทศ ซึ่งฤดูกาลนี้ หน้าหนาวพอดี ประเทศจีน เวียดนามต้องการมากที่สุด ผมเองถึงบอกว่าโดยเฉพาะสุนัขที่มี ผิวดํา ขนดํา พวกนี้ราคาแพงกว่าสุนัขอย่างอื่น ทางรัฐบาลเราไม่ได้นิ่งนอนใจครับ พยายาม ปราบปรามและป้องกันถึงที่สุดครับ ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอไปที่

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๙ ส. เรื่อง การบริหารงานด้านต่างประเทศของรัฐบาล ผู้ตั้งกระทู้ถาม (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศตอบนะครับ

เชิญท่านองอาจครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดถามท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าเนื่องด้วยปัจจุบันนี้มีการบริหารงานของกระทรวงการต่างประเทศบางด้านที่ได้ ดําเนินการไปแล้วไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของ ประชาชนที่มีต่อรัฐบาลแล้วก็เรื่องที่ผมจะสอบถามตั้งกระทู้ถามสดนั้นก็เป็นเรื่องที่สําคัญและ อยู่ในความสนใจของประชาชน ผมจะตั้งกระทู้ถามสดนี้ตามมาตรา ๑๕๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนเป็นเบื้องต้นกับท่านรัฐมนตรีซึ่งมา ตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมและพวกกระผมในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านและมี หน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ดูว่ารัฐบาลทําเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่หรือทําเพื่อประโยชน์ของคนคนเดียว แล้วก็อยากเรียนยืนยันกับท่านรัฐมนตรี ผ่านประธานสภาไปว่า พวกเราไม่ได้มีความโกรธแค้นชิงชังอะไรกับท่านรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี หรือคนที่เกี่ยวข้องกับกระทู้ถามสดที่ผมจะสอบถามดังต่อไปนี้ แต่เรามี ความจําเป็นที่จะต้องทําหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านเพื่อจะตรวจสอบการทํางานของรัฐบาล เรื่องที่ผมจะสอบถามคงมีหลายเรื่องครับ แต่เวลาจะไม่พอ ผมคิดว่าเรื่องที่ประชาชนมีความ สนใจเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องการออกหนังสือเดินทางให้กับอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวคราวในเรื่องนี้ เกิดขึ้นนั้น หลายคนในรัฐบาลได้ออกมาสร้างความเข้าใจผิดให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ อยู่พอสมควรครับ หลายคนออกมาบอกว่าหนังสือเดินทางก็เหมือนบัตรประชาชน ทําไมคน ต้องโทษ หนีคดีจะมีไม่ได้ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ผ่านไปยังท่าน นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ผมเรียนว่าเรื่องนี้ต่างกันนะครับ บัตรประชาชนนั้นใช้แสดง สถานะของบุคคลในชาติ เรียกคืนเพิกถอนจากคนไทยไม่ได้ แต่หนังสือเดินทางนั้นใช้สําหรับ ในการเดินทางไปต่างประเทศ แล้วก็ไม่ได้ออกให้กับคนไทยทุกคนนะครับ มีระเบียบของ กระทรวงการต่างประเทศในการออกหนังสือเดินทาง ในการปฏิเสธการยับยั้งการออก หนังสือเดินทาง และในเรื่องของการขอคืนหนังสือเดินทาง ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า เราแทบไม่ต้องใช้สมองคิดก็คงจะรู้นะครับว่า ผู้ที่ต้องคําพิพากษาให้จําคุกจะรับอนุญาตให้ถือ หนังสือเดินทางได้หรือไม่ ผมคิดว่าถ้าได้ก็ควรจะได้รับหนังสือเดินทางเข้าคุกแทนมากกว่า เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ วิพากษ์วิจารณ์กันต่อมาว่าทําไมพวกกระผมในฐานะ ที่เป็นฝ่ายค้านจึงก้าวไม่พ้นคนที่ชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า พวกเรานั้นพร้อมที่จะก้าวพ้นคนที่ชื่อทักษิณ ถ้าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณจะก้าวพ้นความ อยู่เหนือกฎหมายในประเทศไทยของเรา แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมเรียนว่า ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นท่านยังไม่ได้ก้าวพ้นการอยู่เหนือกฎหมายของประเทศไทย ในทาง ตรงกันข้ามท่านได้พยายามที่จะใช้อํานาจ ท่านพยายามที่จะใช้ช่องทางทุกช่องทางในการที่ จะอยู่เหนือกฎหมาย อยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ถ้าท่านปฏิบัติตามกฎหมาย เหมือนบุคคลทั่วไป เมื่อถูกศาลตัดสินว่าผิดก็ควรที่จะมารับโทษความผิดนั้น และผมเชื่อว่า ทุก ๆ ฝ่ายก็พร้อมที่จะก้าวพ้นท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ หลายคนในรัฐบาลบอกว่าฝ่ายค้าน หมกมุ่นกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ แค่หนังสือเดินทางเล่มเดียวก็ตามราวีไม่หยุด ผมคิดว่า เราไม่ได้ไปตามราวีโดยไม่มีเหตุผลละครับท่านประธาน ถ้าหนังสือเดินทางได้มาโดยถูกต้อง ผมเชื่อว่าไม่มีใครหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึง แล้วก็คงไม่มีใครว่าอะไรครับ แต่เราพบว่าการได้ หนังสือเดินทางครั้งนี้นั้นมีความไม่ถูกต้องมากมายหลายประการ และนั่นคือเหตุผลว่าทําไม เราจะต้องตรวจสอบผ่านกระทู้ถามสดในวันนี้

คําถามข้อแรกที่ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ผมคิดว่าวันนี้เป็น ที่รับรู้กันทั่วไปนะครับว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นถูกศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตัดสินว่ามีความผิดให้จําคุก ๒ ปีแล้วก็ยังมีหมายจับอีกหลายคดี สิ่งที่ผมสอบถามก็คือว่าทําไมรัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศจึงยังกล้าออกหนังสือ เดินทางให้ ขณะที่มีการพิจารณาออกหนังสือเดินทางให้นั้นได้มีการปฏิเสธหรือยับยั้งตาม ระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ และการออกหนังสือเดินทางในครั้งนี้ทางอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณได้ยื่นคําร้องขอหนังสือเดินทางที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ด้วยตนเองหรือไม่ และกระทรวงการต่างประเทศได้ออกเล่มให้อดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณถือพาสปอร์ต (Passport) ตั้งแต่วันที่ ๒๖ ตุลาคมไปแล้วใช่หรือไม่ อันนี้เป็นคําถามแรกที่อยากเรียนถามท่านผู้มาตอบแทนนายกรัฐมนตรีครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. บัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ท่าน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมมาตอบกระทู้ถามแทน ก่อนอื่นผมก็ต้องขอบคุณ ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ กับพรรคฝ่ายค้านที่ได้ใช้เวทีสภาในการที่จะซักถามการทํางานของ รัฐบาล ด้วยความยินดีครับ ก็จะตอบคําถามกระทู้ถามต่าง ๆ ที่ท่านได้ถามในวันนี้นะครับ ก่อนอื่นต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าการออกหนังสือเดินทาง ธรรมดาให้แก่ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ซึ่งได้ถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๒ ตามนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว คือเมื่อครั้งที่ฝ่ายค้านเป็นรัฐบาล ซึ่งในขณะนั้น ได้มีคําสั่งของท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อาศัยข้อที่ ๒๓ (๗) ของระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยหนังสือเดินทาง ซึ่งระบุไว้ครับว่า พนักงาน เจ้าหน้าที่สามารถยกเลิกหรือเรียกคืนหนังสือเดินทางได้เมื่อพิจารณาเห็นว่าหากผู้ให้ถือ หนังสือเดินทางยังคงอยู่ในต่างประเทศต่อไปและอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ประเทศไทยหรือต่างประเทศได้ อันนั้นคือนโยบายของรัฐบาลที่แล้ว แต่บังเอิญผมเองเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลชุดนี้ และเมื่อทางปลัดกระทรวง การต่างประเทศได้ส่งเรื่องให้ผมพิจารณาที่จะออกหนังสือเดินทางหรือคืนหนังสือเดินทางให้กับ ท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ โดยทํารายงานจากกรมการกงสุลผ่านท่านปลัดกระทรวง มาถึงผมนั้น ผมได้พิจารณาแล้วก็ได้ใช้ดุลยพินิจในฐานะรัฐมนตรี และได้ดูถึงนโยบายของ รัฐบาลชุดปัจจุบันก็เห็นว่าการคงอยู่ต่างประเทศต่อไปของผู้ขอหนังสือเดินทางคือท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศ ได้ตามข้อ ๒๓ (๗) ดังนั้นผมครับจึงได้ขอให้ยกเลิกคําสั่งในเรื่องนี้ที่ออกโดยนโยบายของ รัฐบาลชุดที่แล้วนะครับ ซึ่งจากนั้นก็เป็นการพิจารณาดําเนินการออกหนังสือเดินทาง ก็ถือ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมการกงสุลที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและขั้นตอนต่าง ๆ ของกระทรวงต่อไป ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ว่าเมื่อผมได้พิจารณาและสังเกตคําสั่งของท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลชุดที่แล้วมันค่อนข้างที่จะชัดเจนในตัวมันเองว่าเป็นการดําเนินการทางการเมือง อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นการดําเนินการของรัฐบาลชุดที่แล้วมันก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะมีหลายคนที่เข้าข่ายที่น่าจะต้องถูกยกเลิกหรือเพิกถอนพาสปอร์ตเหมือนกันกับที่ท่าน ดอกเตอร์ทักษิณโดน แต่รัฐบาลชุดที่แล้วกลับเลือกทําเฉพาะกับ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ ทักษิณเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นผมก็พิจารณาในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ก็พูดถึงว่าการที่ท่านองอาจบอกว่ามันเหมือนกับพรรครัฐบาลได้พูดถึงเป็น การเหมือนกับยึดบัตรประชาชน ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ บัตรประชาชนคนไทยใช้ ในประเทศเพื่อบ่งบอกว่าเราคือคนไทย ไม่ได้เป็นต่างชาติมา แต่เมื่อเราเดินทางไปต่างประเทศ พาสปอร์ตก็เป็นสิ่งที่เวลาเราเดินไปแล้วตํารวจเขาถาม เขาขอดูเอกสารเขาก็ต้องดูพาสปอร์ต เพราะเขาดูบัตรประชาชนไทยแล้วเขาอ่านไม่รู้เรื่อง พาสปอร์ตก็เหมือนบัตรประชาชนที่ใช้ ในต่างประเทศนั่นละครับ ผมเชื่อว่าท่านเดินทางไปหลาย ๆ ประเทศท่านคงจะเคยเจอกับ เหตุการณ์เช่นนี้ เพราะฉะนั้นการที่เราไปยึดหรือเพิกถอนพาสปอร์ตก็เหมือนกับการไป เพิกถอนสัญชาติไทยซึ่งแสดงถึงความเป็นคนไทยคนหนึ่ง และผมยังมองโดยตัวผมว่าเป็นการ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้วยซ้ําไป ดังนั้นการที่จะมีหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตก็เสมือนหนึ่ง เป็นการที่ยังคงไว้ซึ่งการเป็นคนไทยมีสัญชาติไทย และที่จริงแล้วท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เวลาท่านเดินทางในต่างประเทศท่านแทบจะไม่ใช้หนังสือเดินทางไทยหรอกครับ ท่านใช้ หนังสือเดินทางของประเทศอื่น เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่าเราน่าที่จะเบา ๆ การดําเนินการ ทางการเมือง ขอร้องอย่าเล่นการเมืองจนเกิดความเสียหาย เราน่าที่จะมาช่วยกันทํางาน สร้างสรรค์เพื่อให้ประเทศชาติก้าวต่อไป ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมอยากจะเห็นสิ่ง เหล่านี้ครับ ผมต้องขอบคุณทางฝ่ายค้านที่ได้ใช้เวทีสภาสอบถาม แล้วก็การที่ท่านถามผมว่า ทางกรมการกงสุลได้ออกพาสปอร์ตไปแล้วหรือไม่ อย่างไร ฝ่ายข้าราชการกรมการกงสุลเขา ดําเนินการ เขาไม่เคยแจ้งมาถึงผมว่าออกไปแล้วหรืออย่างไร แต่เมื่อมีคําถามจากฝ่ายค้าน เขาก็ได้รายงานมาถึงผมนะครับว่าพาสปอร์ตนั้นได้ถูกส่งผ่านถุงเมล (Mail) ไปยังสถานทูต อาบูดาบีแล้วก็มีการส่งไปเป็นที่เรียบร้อยให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ แต่ผมไม่ได้รับรายงาน เพราะว่าหลังจากที่ท่านถามและเป็นข่าวคราวทางกระทรวงก็รายงานมา เพราะผมมีหน้าที่ อีกหลายเรื่องที่ต้องทํา ผมเดินทางตลอดเวลาเพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์ให้กลับคืนมา เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นหลาย ๆ ประเทศเขาเข้าใจผิดหมด ผมไม่อยากจะต่อว่า รัฐบาลที่แล้ว สิ่งที่แล้วไปก็คือผ่านไป แต่อยากจะหันกลับมามองว่าเราทําอะไรให้สร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักนะครับ เราหนีความจริงไม่พ้น หลาย ๆ ประเทศที่ผม ไปพบเจอกับผู้นําประเทศเขา เขาได้ฝากสิ่งต่าง ๆ มาบอกกล่าวเพื่อให้รัฐบาลได้ดําเนินการ ให้ดีขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้ไปทะเลาะเบาะแว้งเขาหรือไปทําอะไรที่เกินกว่าสิ่งที่ ควรจะทําครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านองอาจ คําถามที่ ๒

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะมีความเข้าใจผิด หลาย ๆ เรื่อง ผมคิดว่าท่านบอกว่าให้ฝ่ายค้านเบา ๆ การเล่นการเมือง ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องการเล่นการเมือง เรื่องนี้เป็นเรื่องของความถูกต้องชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ของท่าน แล้วผมคิดว่าท่านเองนั่นละคือคนที่เล่นการเมืองตั้งแต่เข้ามารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ และเป็นการเล่นการเมืองเพื่อคนคนเดียว ทั้ง ๆ ที่การเมืองนั้น เป็นเรื่องของประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ท่านได้แสดงออกถึงการทํางานหลายครั้ง หลายหนที่ผ่านมานั้น ใช้เวลาวางแผนพินิจพิเคราะห์เพื่อประโยชน์ของคนคนเดียว ผมเชื่อว่า เรายังไม่ค่อยเห็นบทบาทของท่านเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมมากนัก เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพรักครับ และที่สําคัญที่สุดท่านบอกว่าถ้าไม่มีพาสปอร์ต ไม่มีหนังสือ เดินทางเท่ากับว่าเราไปถอนสัญชาติไทย เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริงหรอกครับ ผมอยาก ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี มีคนที่เขาไม่มีหนังสือเดินทางจํานวนมากที่เขา มีสัญชาติไทย คนละเรื่อง คนละประเด็นกันอย่างสิ้นเชิงอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้มีความ เข้าใจตรงนี้ อยากจะฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้มีความเข้าใจตรงนี้ ด้วยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้เรียนสอบถามนั้น ผมไม่ได้ถามว่ารัฐบาลชุดที่แล้วนั้น เพิกถอนหนังสือเดินทางของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ สิ่งที่ผมถามก็คือว่ามีการออก หนังสือเดินทางให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้อย่างไร ในเมื่อมีความชัดเจนว่าศาลได้ตัดสิน เป็นผู้กระทําความผิด ตัดสินจําคุก ๒ ปี ไปเรียบร้อยแล้ว แล้วท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งศาลได้ตัดสินไปแล้วนั้น ก่อนที่จะตัดสินไม่ทราบว่าท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกําลังถูกตัดสินว่า มีความผิด ท่านในฐานะจําเลยที่ ๑ ได้ยื่นคําร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ครั้งสุดท้ายเพื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐประชาชนจีน ศาลก็เมตตาปรานี เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ อนุญาตให้จําเลยที่ ๑ คือ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม เมื่อจําเลยกลับมาประเทศไทยแล้วก็ให้จําเลยมารายงานตัวต่อศาลภายในวันที่ ๑๑ สิงหาคม แต่ปรากฏว่าท่านไม่กลับมาครับท่านประธาน นี่คือหนังสือจากศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองทําถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ สิ่งที่ผม อยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่าผมไม่ได้ถามว่ารัฐบาลชุดที่แล้วยกเลิกอย่างไร แต่ผมถาม ว่ารัฐบาลชุดนี้ออกหนังสือเดินทางให้ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณได้อย่างไร ในเมื่อระเบียบ ของกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พุทธศักราช ๒๕๔๘ ซึ่งออก ในสมัยที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น มีหมวดต่าง ๆ มากมาย หมวดการออกหนังสือเดินทาง กับหมวดของเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและอีกหลาย ๆ หมวด การขอแก้ไขเพิ่มเติม แต่หมวดที่สําคัญก็คือว่าหมวด ๗ การปฏิเสธหรือยับยั้งการขอ หนังสือเดินทางในข้อ ๒๑ พูดไว้ชัดเจน โดยเฉพาะ (๒) และ (๓) เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ ซึ่งกําลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหา ในคดีอาญาที่ได้รับการออกหมายจับไว้แล้ว อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่สามารถปฏิเสธ หรือยับยั้งการขอหนังสือเดินทาง และเมื่อผู้ร้อง ผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอํานาจตาม กฎหมายสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร อันนี้ก็ชัดเจนครับ ศาลสั่งห้ามไม่ให้ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร จําเลยมาขออนุญาตเดินทางออกแล้วจําเลยก็หลบหนี จนกระทั่งศาลมีคําพิพากษาออกมาว่ามีความผิดถูกตัดสินจําคุก ๒ ปี ผมถามว่ากระทรวง การต่างประเทศไม่ได้ดูระเบียบข้อนี้หรือครับ ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ (๓) ที่บอกว่า เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอก ราชอาณาจักร การที่ศาลอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรนั้นก็หวังว่าท่านจะได้ กลับมาตามที่ศาลอนุญาต เพราะฉะนั้นตรงนี้มันค่อนข้างชัดเจนว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้น คงทําอย่างอื่นไม่ได้ เมื่อหมวด ๗ การปฏิเสธหรือยับยั้งคําขอหนังสือเดินทางนั้นค่อนข้างมี ความชัดเจน ในระเบียบกระทรวงการต่างประเทศไม่มีตรงไหนหรอกครับ ไม่มีหมวดไหน หรอกครับที่ไปบอกว่าให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือรัฐมนตรีมีอํานาจที่จะไปเพิกถอนคําสั่งใคร ต่อใคร แล้วก็ออกหนังสือเดินทางให้ได้ อันนั้นเป็นคําอ้างของท่าน เป็นคําพยายามอธิบายในการ ออกหนังสือเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การออกหนังสือเดินทางครั้งนี้นั้นไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมอย่างแน่นอน เป็นการออกที่ขัดต่อระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมานั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดีครับ สิ่งที่ผมอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีต่อไปก็คือว่า เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ท่านให้สัมภาษณ์กับตัวแทนสื่อในวันที่ ๓ ธันวาคม ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามีแนวความคิดที่จะ ออกหนังสือเดินทางให้กับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านบอกว่าเป็นหนังสือเดินทาง ธรรมดา เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะทําเสร็จภายในปีนี้หรือไม่ ท่านบอกว่าน่าจะเร็ว ๆ นี้เป็น ของขวัญปีใหม่ให้กับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกับท่าน อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันหลังจากนั้นปรากฏว่าโฆษกกระทรวง การต่างประเทศออกมาแถลงว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ไปขอหนังสือเดินทางเมื่อ วันที่ ๒๕ ตุลาคม แล้วก็ได้ออกเล่มหนังสือเดินทางให้เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ผมคิดว่าวันที่ ๒๕ ตุลาคม ถึงวันที่ท่านรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ในวันที่ ๒ ธันวาคมนั้นเป็นเวลาเดือนกว่าครับ ตอนที่ให้สัมภาษณ์ท่านบอกว่าจะเสร็จในปีนี้หรือไม่ท่านบอกว่าน่าจะเร็ว ๆ นี้ ทั้ง ๆ ที่ท่าน ก็รู้อยู่แก่ใจว่าหนังสือเดินทางเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว และถูกส่งไปให้ พันตํารวจโท ทักษิณ เหมือนอย่างที่ท่านได้บอกไปเมื่อสักครู่นี้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีมีคนใกล้ชิดท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณอีกคนออกมาบอกว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านทักษิณนั้นยัง ไม่ทราบเรื่องนี้ ยังไม่ทราบเรื่องการคืนหนังสือเดินทาง หลังจากวันที่ ๒ ธันวาคมไปแล้ว ประมาณเดือนกว่าที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นเป็นคนไปยื่นคําร้องตามที่ท่านรัฐมนตรี ได้บอกที่กรุงอาบูดาบีไปแล้ว แต่คนใกล้ชิดของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณมาบอกว่าท่าน ยังไม่ทราบในเรื่องการไปขอหนังสือเดินทาง การคืนหนังสือเดินทาง ผมถามท่านประธานว่า แล้ววิญญาณของใครที่ไปขอหนังสือเดินทางที่กรุงอาบูดาบี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ทําไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งในวันที่ ๒ ธันวาคม ท่านเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าท่านได้ใช้นโยบายทางการเมืองอย่างที่ท่านบอกนั้น ให้หนังสือเดินทางกับท่าน พันตํารวจโท ทักษิณไปเรียบร้อยแล้ว แต่ท่านก็ยังพูดเสมือนหนึ่ง ว่ายังไม่มีการออกหนังสือเดินทาง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ผมอยากเรียนถามว่าทําไม ท่านไม่พูดความจริงกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และที่สําคัญที่สุดท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันที่ท่านรัฐมนตรีออกมาบอกว่าจะให้หนังสือเดินทางเป็นของขวัญต่อ ท่านทักษิณนั้น ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ออกมาบอกว่ายืนยันตามเจตนารมณ์ทําทุกอย่าง เป็นไปตามหลักนิติธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะถามท่านว่า นอกจาก ว่าท่านทําไมไม่พูดความจริงแล้วนี่ รัฐบาลนี้มีนโยบายในการออกหนังสือเดินทางให้กับ นักโทษหนีคดีทุก ๆ ประเภทคนอื่นหรือไม่ เช่นเดียวกับที่ออกหนังสือเดินทางให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไปแล้วครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนอื่นที่เพื่อนสมาชิกได้บอกว่าผมทําการเมืองเพื่อคนคนเดียว อย่างน้อยผมก็ไม่ได้ตามล่าคนคนเดียวอยู่ตลอดเวลาครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านถูกกล่าวหาใส่ร้ายมาโดยตลอด กรณีอินเตอร์โพล (INTERPOL) เมื่อครั้งที่ท่านเป็นรัฐบาล ท่านพยายามจะบิดเบือนความจริงต่อสังคมบอกว่ามี อินเตอร์โพล มีหมายจับ หมายแดง ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ แต่เมื่อทางกระทรวงการต่างประเทศกับทางตํารวจได้ไปตรวจสอบกับอินเตอร์โพลไม่เคยมี หมายจับเหล่านั้นเลย แล้วสิ่งที่ท่านพยายามที่จะพูดความจริงให้ประชาชน โดยอ้างว่าผมเอา พาสปอร์ตบินไปถึงดูไบ ไปมอบให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ข้อเท็จจริงหลังจากที่ท่าน กล่าวหาผม ผมให้กระทรวงการต่างประเทศสรุปรายงานขึ้นมา เขาส่งไปทางถุงเมล ผมไม่ได้ บินไปหรอกครับ ผมไปทําหน้าที่เยี่ยมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยูเออี (UAE) ไปที่อาบูดาบี เพื่อไปเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีต่างประเทศของเขามาเยือนประเทศไทยด้วย สิ่งที่ได้รับฟังจาก เขาคือ เขาบอก ๒ ปีที่ผ่านมารัฐบาลไทยกับรัฐบาลเขาความสัมพันธ์เปรียบเสมือนน้ําแข็ง ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้น ท่านบอกว่าผมไม่มีผลงาน ผมไม่ได้ช่วยคนคนเดียวหรอกครับ ใครที่ เดือดร้อน เพื่อนสมาชิกนําเรื่องราวต่าง ๆ ที่มาขอให้ผมช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ ผมทําทุกคน ผมทําให้ทั่วถึงกัน ให้เท่าเทียมกัน แล้วผมไม่ได้รับรายงานว่าพาสปอร์ตนั้น ส่งไปได้เมื่อไร ผมเรียนกับท่านว่าหลังจากที่มีประเด็นที่พวกท่านหยิบยกขึ้นมาผมให้ทาง กรมการกงสุลสรุปมาให้ผม ผมถึงได้รู้ว่าเขาทําเสร็จแล้ว เพราะผมออกคําสั่งเพียงแต่ว่า ให้ยกเลิกคําสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลชุดที่แล้วตามข้อ ๒๓ (๗) แค่นั้นเอง เข้าใจนะครับ แล้วผมถึงได้มีข้อมูลต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะทางกรมการกงสุลไม่ได้ รายงานให้ผมว่า ท่านครับได้ส่งไปแล้ววันนั้นวันนี้ ไม่มีครับ หลังจากที่เหตุเกิดแล้วถึงมาสรุป ให้ผมเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ผลงานของผมมีมากครับ ผมอาจจะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ผม สามารถพูดกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาร์ให้เปิดด่านแม่สอดได้ครับ มันปิดไป ๑ ปี ๖ เดือน เศรษฐกิจเสียหายเท่าไร การค้าขายของคนไทยกับคนเมียนมาร์บริเวณนั้นสูญเสีย ไปเท่าไร วันนี้นายสุรพงษ์พูดภาษาอังกฤษไม่ฝรั่งปร๋อ ไม่เก่งเพราะว่าไม่ได้เรียนเมืองนอก ตั้งแต่เด็ก แต่สามารถพูดจนรัฐบาลเมียนมาร์เปิดด่านได้ครับ มีหลาย ๆ เรื่องครับ วันนี้ผมไป กัมพูชา ไปลาว ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ทุกคนมองถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เขาพูดครับ ว่ารัฐบาลชุดที่แล้วไล่ตามล่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณจนไปทะเลาะเบาะแว้งกับเขาหมด ท่านไม่อายแก่ใจบ้างหรือครับท่านทําการเมืองแบบนี้ ผมอยากจะให้ท่านสร้างสรรค์บ้าง การเมืองของประเทศไทยจะได้เจริญ มีอะไรก็พูดกันอย่างนี้ละครับมันถึงจะเป็นสิ่งที่ สังคมไทยน่าจะยอมรับพฤติกรรมทางการเมืองของท่านและของผมได้ วันนี้เรามาพูดความ จริงกัน ที่ท่านบอกว่านายกรัฐมนตรีทักษิณมีหมายจับ ทําไมถึงออกพาสปอร์ตได้ วันนี้ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมมาให้ผมตอบ ท่านอย่างนี้ครับ

ประเด็นที่ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณมีหมายจับในคดีต่าง ๆ นั้น ในเบื้องต้นกรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้ให้ความเห็นว่ากรณีของ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ไม่เข้าข่ายการจะปฏิเสธการออกหนังสือเดินทางตามระเบียบ ข้อ ๒๑ (๒) ที่เมื่อกี้ท่านพยายาม จะอ้างถึง วงเล็บไว้เพื่อประชาชนจะได้เข้าใจ เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกําลังรับโทษ ในคดีอาญาหรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการ ออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจเห็นว่าไม่ควรออกหนังสือเดินทางให้ เนื่องจาก ไม่ครบองค์ประกอบตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในระเบียบ กล่าวคือแม้ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ จะมีหมายจับในคดีต่าง ๆ แต่ศาลหรือตํารวจ หรือพนักงานฝ่ายปกครองไม่ได้แจ้งให้ยกเลิก หนังสือเดินทาง ทั้งนี้ กระทรวงได้มีหนังสือสอบถามไปยังศาลเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ และมีหนังสือสอบถามตํารวจเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๑ ซึ่งศาลตอบมาเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๑ และตํารวจตอบมาเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๑ โดยไม่ได้ชี้แจงเรื่อง การให้ดําเนินการต่อหนังสือเดินทาง (ศาลแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับคําพิพากษาในคดีต่าง ๆ ส่วนตํารวจแจ้งว่าเป็นการออกหมายจับ เนื่องจาก พันตํารวจโท ทักษิณไม่ไปศาลตามนัด ไม่ใช่การออกหมายจับตามคําร้องขอของพนักงาน สอบสวนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และไม่ทราบรายละเอียดและสถานะทางคดีของ พันตํารวจโท ทักษิณ จึงไม่สามารถให้ความเห็นต่อการยกเลิกหนังสือเดินทางได้) ทีนี้ตอบ คําถามท่านครับ ท่านถามว่า พันตํารวจโท ทักษิณมีหมายจับสามารถทําหนังสือเดินทางได้ หรือไม่ จะตอบนะครับ การใช้ระเบียบ ข้อ ๒๓ (๒) ที่เมื่อสักครู่ท่านพยายามที่จะอธิบายให้ ประชาชนได้ฟังจะต้องมีองค์ประกอบ ๒ ข้อ ได้แก่ ๑. มีหมายจับ ๒. ศาลหรือตํารวจหรือ พนักงานฝ่ายปกครองเห็นว่าไม่ควรออกหนังสือเดินทางให้ ทั้งนี้ ในกรณีของ พันตํารวจโท ทักษิณ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้พิจารณาอย่างรอบคอบ เห็นว่ายังขาดองค์ประกอบข้อ ๒ อันนี้ตอบคําถามนะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้ผมอยากจะเรียกร้องเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้มาช่วยกัน ผมขอร้องให้เพลา ๆ การเมือง เกมการเมืองหยุดเสียเถิด ประชาชน เดือดร้อนมามากแล้ว ๕ ปีที่ผ่านมา ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปยังมิตรประเทศ ไปดูเขา ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม อินโดนีเซีย ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา ทุกประเทศเขาพยายามที่จะพัฒนาประเทศเขาให้ก้าวต่อไป ค้าขายให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ท่านดูอย่างเมียนมาร์สิครับ วันนี้เมียนมาร์หันมาในทางที่ดีขึ้น มีระบอบประชาธิปไตยถึงแม้ อาจจะไม่สมบูรณ์แบบเท่าประเทศไทยแต่เขาก็พยายามทําตัวเขาให้สังคมโลกได้ยอมรับ ผมอยากจะเห็นประเทศไทยเรากลับมาสู่ในโหมดที่จะเดินต่อไป เพื่อความเจริญ ผมมาเป็น ฝ่ายรัฐบาลอย่างเก่งก็ ๔ ปี ถ้าผมทําไม่ดีสมัยหน้าเขาก็ไม่เลือก ท่านก็ได้ขึ้นมานั่งตรงนี้ ผมก็ลงไปนั่งตรงนั้นก็ทําหน้าที่ไป ช่วยกันสร้างสรรค์ ท่านมาติติงเราไม่ว่าเราก็ต่อสู้กันไป ใช้สภาแห่งนี้เป็นที่พึ่งของประชาชน มีอะไรก็พูดกัน ผมอยากจะฝากไว้ครับเพื่อนสมาชิก ทั้งหลายนะครับ กระทรวงการต่างประเทศต้องทําอีกเยอะ ผมพยายามจะหาพลังงานใหม่ ๆ เข้าให้ประเทศไทย เพราะอีก ๑๐ ปีข้างหน้าประเทศไทยจะต้องใช้พลังงานที่ค่อนข้างจะแพง วันนี้ผมได้ทํา หลาย ๆ อย่างเพื่อประเทศ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านได้ตอบในสิ่งที่จะตอบแล้วนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช้เวลา พอสมควรแล้วครับ ท่านสมาชิกครับ ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับนะครับ กระทู้ถามสด ๓ กระทู้ถามใช้เวลา ๖๐ นาที กระทู้ถามละ ๒๐ นาที แต่วันนี้เหลือ ๒ กระทู้ถามก็กระทู้ถามละ ๓๐ นาที แต่ขณะนี้ผู้ถามใช้เวลา ๑๕ นาทีกว่า แล้วผู้ตอบใช้ตอบทั้งหมด ๑๙ นาที รวมแล้ว ๓๔-๓๕ นาที เกินเวลา ซึ่งผมอนุโลมพอสมควรยังเหลืออีกคนละ ๑ คําถามนะครับ ก็อยากจะให้ กระชับครับ เชิญท่านองอาจครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมกราบเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่าท่านรัฐมนตรีพยายาม บอกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วไปสร้างปัญหาให้กับมิตรประเทศทั่วไปหมดนั้น ผมอยากจะ กราบเรียนว่ามิตรประเทศที่เขายึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม เขาไม่มีปัญหาอะไรกับรัฐบาลชุดที่ แล้วหรอกครับ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ไปในรัฐบาลชุดนี้ที่จะก่อให้เกิด ปัญหา ไม่ใช่เฉพาะกับมิตรประเทศแต่จะก่อให้เกิดปัญหาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะ ท่านพยายามที่จะไม่ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ท่านพยายามจะอธิบายความมากมาย แต่สิ่งที่ ท่านไม่ตอบผมเมื่อสักครู่นี้คือว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าออกพาสปอร์ตไปเมื่อวันที่ ๒๖ แต่วันที่ท่าน บอกกับสื่อเมื่อวันที่ ๒ นั้น เหมือนกับพาสปอร์ตยังไม่ออก แต่ท่านก็ได้บอกไปแล้วนะครับว่า เพราะอะไร อย่างไร แต่สิ่งที่ท่านพยายามชี้แจงว่าไม่มีหมายจับจากตํารวจ ไม่มีหมายจับ จากศาลนั้น แล้วท่านก็พยายามอ้างระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ข้อ ๒๑ (๒) ทําไม ท่านไม่อ่าน (๓) ครับ ผมไม่มาถกเถียงกับท่านในรายละเอียดในเชิงข้อกฎหมายเพราะยังมีเวทีอื่น ที่จะต้องไปถกเถียงกันในเรื่องนี้ แต่ก่อนจะอ่าน (๓) ให้ท่านฟังนะครับ ผมอยากจะบอก เพื่อท่านจะได้ชัดเจนนะครับว่า โฆษกศาลยุติธรรมได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ชัดเจนว่าศาลไม่มีหน้าที่ จะต้องนําข้อมูลคดีใด ๆ แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบเพื่อคัดค้านการออกหนังสือ เดินทางเพราะไม่ใช่หน้าที่ศาล ถูกต้องครับ ศาลไม่มีหน้าที่จะต้องนําข้อมูลคดีความใด ๆ แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศทราบเพื่อคัดค้านการออกหนังสือเดินทางเพราะไม่ใช่หน้าที่ศาล แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะกระทรวงการต่างประเทศได้ออกระเบียบ ไว้ชัดเจนของตัวเอง เมื่อปี ๒๕๔๘ โดยเฉพาะระเบียบ หมวด ๗ ว่าด้วยการปฏิเสธหรือยับยั้ง คําขอหนังสือเดินทาง ข้อ ๒๑ ที่บอกว่า พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิเสธหรือยับยั้งการขอ หนังสือเดินทางหรือแก้ไขหนังสือเดินทางในกรณีดังต่อไปนี้ (๒) ท่านพูดไปแล้วครับ ผมบอกว่า ยังไม่ถกเถียงกับท่านในเรื่องนี้ แต่ผมอยากถามท่านว่าทําไมกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ไม่ทํารายงานให้ท่าน แล้วมาบอกให้คนทั้งประเทศทราบว่ามันมี (๓) อยู่ด้วย (๓) ที่บอกว่า เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายอื่นสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออก นอกราชอาณาจักร ผมถามว่าศาลสั่งไม่ให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณออกนอกราชอาณาจักร ท่านจึงต้องไปขอศาลที่จะออกนอกราชอาณาจักร แล้วท่านก็หนีคดีไปเลย เมื่อมีคําตัดสิน ออกมา ผมถามว่าทําไมกระทรวงการต่างประเทศภายใต้บริหารงานของรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ไม่สอบถามไปกรมสนธิสัญญาและกฎหมายหรือครับว่าทําไมท่านเสนอมาแค่ (๒) ของข้อ ๒๑ ทําไมกรมสนธิสัญญาและกฎหมายไม่บอกมาหรือครับว่ามี (๓) อยู่ด้วย ซึ่งมันเข้าประเด็นนี้ ชัดเจน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าสิ่งที่ท่านชี้แจงในวันนี้นั้นท่านกําลัง จะลากข้าราชการอีกกรมหนึ่งเข้ามามีส่วนรับผิดกับท่านไปด้วย เพราะท่านบอกเมื่อสักครู่ว่า ท่านอ่านตามที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายเขียนมาให้ท่านอ่าน ท่านทําให้ข้าราชการหลายกรมจะต้องรับผิดกับท่านไปแล้วไม่พอหรือครับท่านประธาน ท่านกําลังจะให้ข้าราชการอีกกรมหนึ่งมารับผิดกับท่านไปด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ ถามต่อไปซึ่งคงไม่ใช่เรื่องนี้ มีอีกเรื่องหนึ่งครับ เพราะเรื่องนี้ผมคิดว่ามีความชัดเจนในตัวของ มันเองอยู่แล้วตามระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ สิ่งที่ผมจะถามเป็นข้อที่ ๓ ข้อสุดท้ายก็คือว่า ๒ วันที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเดินทางไปเยือนประเทศพม่า เป็นการประชุมตามปกติในเรื่องของแม่น้ําโขง ซึ่งมีผู้นําหลายประเทศมาร่วมประชุม วันที่ ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไป อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ออกมาให้สัมภาษณ์บอกว่า ก่อนหน้านี้ท่านได้เดินทางไปพม่า แล้วก็ไปจัดการเจรจาความต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว เจรจากับทั้งรัฐบาล เจรจากับทั้งผู้นําของพม่าทางด้านฝ่ายค้านคือนางออง ซาน ซูจี ที่จะให้ นายกรัฐมนตรีไปพบ ไปสนทนากัน ท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมอยากจะเรียนสอบถาม ท่านรัฐมนตรีครับว่าสิ่งที่ผมในฐานะผู้แทนของพี่น้องประชาชนคนไทยมีความวิตกกังวลก็คือว่า สมัยที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านเองก็อ้างว่า มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านเราคือสหภาพพม่า แล้วก็ปรากฏว่ามีพฤติกรรมและ กิจกรรมหลายอย่างที่ก่อให้เกิดความน่าเคลือบแคลงสงสัยว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงในประเทศพม่า ผู้นําในอดีตของพม่าเอง ลูกชายของผู้นําเอง ซึ่งไปมีความสัมพันธ์กับธุรกิจหลายอย่างของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นต้องถูกดําเนินคดี ในประเทศพม่า ต้องมีการเปลี่ยนแปลงผู้นําในประเทศพม่า ต้องมีการปฏิวัติเป็นการภายใน ในประเทศพม่า เพราะส่วนหนึ่งก็คือผลประโยชน์ทับซ้อนที่ผู้นําพม่าในขณะนั้นมีกับผู้นําของ มิตรประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นการเดินทางไปครั้งนี้ของท่านนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ว่า ท่านจะออกมาปฏิเสธว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ผมขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ก็คือว่ามีอะไรเป็น เครื่องยืนยันครับว่าพฤติกรรมในอดีตของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยมีปัญหาจนกระทั่ง มีคดีความอยู่ในขณะนี้ในประเทศไทยด้วย แล้วมีปัญหาจนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ในประเทศพม่า ต้องเปลี่ยนผู้นําในประเทศนั้น เป็นเพราะผลประโยชน์ทับซ้อน มีอะไร ที่ท่านรัฐมนตรีจะยืนยันกับผมว่าครั้งนี้ที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไป แล้วก็ไปจัดการ ทุกสิ่งทุกอย่าง ไปเจรจาความทุกอย่าง ไปนัดหมายให้นายกรัฐมนตรีไทยพบกับใครต่อใคร มากมายในประเทศพม่านั้น จะไม่ใช่เป็นการเดินทางไปเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง หรือผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างครอบครัวของท่านกับหลายครอบครัวในประเทศพม่า มีอะไรยืนยันครับท่านรัฐมนตรีว่าจะไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นครับ ขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนอื่นผมต้องขอตอบท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ นะครับ กรณี การคืนหนังสือเดินทางธรรมดาให้แก่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร กับประเด็นพิจารณา เฉพาะตามข้อ ๒๑ (๓) ที่ท่านบอกว่าผมไม่ตอบนะครับ ผมจะให้ข้อมูลท่านตามที่ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ผมไม่ได้โยนความผิดไปให้เขานะครับ เขาเตรียมมาให้ผมตอบ ท่านอย่างนี้ครับว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิเสธหรือยับยั้งคําขอหนังสือเดินทางของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร โดยอาศัยระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออก หนังสือเดินทาง ข้อ ๒๑ (๓) ซึ่งเมื่อกี้ท่านก็ระบุว่าเมื่อผู้ร้องเป็นผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมี อํานาจตามกฎหมายสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้ เนื่องจากเหตุผลหนึ่งนะครับ ตามข้อเท็จจริงในหนังสือศาลฎีกา ด่วนที่สุด ที่ ศย ๑๐๐/๓๐๓๘ ลงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๑ ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีต่าง ๆ ของท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ นั้นระบุว่าเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองมีคําสั่งห้าม พันตํารวจโท ทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับ อนุญาตจากศาล

ข้อ ๒ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ พันตํารวจโท ทักษิณ ได้ยื่น คําร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรครั้งสุดท้ายเพื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและ สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งศาลมีคําสั่งอนุญาตให้เดินทางไปทั้ง ๒ ประเทศได้ ในช่วงระหว่าง วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๑ โดยให้ทางจําเลยมารายงานตัว ต่อศาลภายในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเมื่อครบกําหนดวันดังกล่าวทนายจําเลยได้ยื่น คําร้องต่อศาลว่าจําเลยยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทยและไม่สามารถรายงานตัวต่อศาล ในวันที่ศาลกําหนด ศาลจึงออกหมายจับ พันตํารวจโท ทักษิณ ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นว่าไม่น่าเป็นกรณีที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายสั่งห้ามไม่ให้ พันตํารวจโท ทักษิณ เดินทางออกนอกราชอาณาจักรตามนัย ข้อ ๒๑ (๓) ของระเบียบว่า ด้วยการออกหนังสือเดินทางดังกล่าว เนื่องจากศาลได้มีคําสั่งอนุญาตให้ พันตํารวจโท ทักษิณ เดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว ประกอบกับ พันตํารวจโท ทักษิณ ไม่ได้อยู่ในราชอาณาจักรไทยแล้ว นี่คือเหตุผล

ทีนี้ท่านถามผมครับว่าการที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไปเมียนมาร์ มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่าวันนี้ท่านประธานาธิบดี เต็ง เส่ง ของเมียนมาร์ท่านมีความชอบในตัวท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นอย่างมาก ทุกครั้งเวลาเราไปเยือนมีการพูดคุยกัน ท่านประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ท่านมักจะพูดถึง แนวความคิดที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยชี้นําชี้แนะให้แก่รัฐบาลพม่า ไม่ว่าจะเป็น การบริหารจัดการ การดูแลพี่น้องประชาชนในเมียนมาร์ให้มีงานทํา สร้างงานให้เกิดขึ้น เหมือนกับคนไทย ความชอบในความคิดของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณที่มีต่อรัฐบาล เมียนมาร์เป็นสิ่งที่รัฐบาลเมียนมาร์เขาไม่เคยลืมหรอกครับ วันนี้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไป เราได้รับการต้อนรับอย่างดี เราทําทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศไทย ผมก็นําเอา โครงการที่ท่านพูดในสมัยรัฐบาลท่าน พยายามที่จะไปลงนามข้อตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือ เมียนมาร์ คือ ซ่อมสะพานเมียวดีตรงแม่สอด และสร้างถนนจากเมียวดีไปเชิงเขาตะนาวศรี จากเชิงเขาตะนาวศรีไปกอกะเร็กซึ่งเสนอโดยรัฐบาลของท่านนั้นละครับ แต่ผมเซ็นสําเร็จ แล้วผมก็ได้ขอให้ท่านเปิดด่าน เพราะความสัมพันธ์มันดีขึ้น พูดกันรู้เรื่อง รัฐบาลท่าน ท่านต้องถามตัวแทนเองครับไปพูดกับเขา ผมถึงพูดหลายครั้งว่าพูดภาษาฝรั่งเก่งแต่พูดแล้ว ทําไมทะเลาะกับเขาอยู่ตลอด ท่านต้องยอมรับความจริงไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา แทนที่จะพูดกัน ด้วยดีเป็นเพื่อนบ้านกัน ท่านก็ไปตั้งท่าที่จะทะเลาะกับเขาแล้วแบบนี้ความสัมพันธ์มันจะดีได้ อย่างไร ท่านกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณมีผลประโยชน์ทับซ้อนในโครงการโน้น โครงการนี้ ท่านไปฟ้อง พวกท่านน่ะเล่นการเมืองถูกต้องหรือไม่ หลาย ๆ คดีที่เกิดขึ้นกับ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นธรรมไหม ผมถามจริง ๆ ถ้าเกิดกับท่านบ้างท่านจะรู้สึก อย่างไร ตลอดชีวิตหาเงินมา ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท กว่าจะได้มาก็มีที่มาที่ไป ไม่ได้มาโกงกินอย่างน้อยก็ต้องมีต้นทุน อันนี้ยึดเขาหมด ไม่อายแก่ใจ หรือครับ ผมอยากจะถามพวกท่านจริง ๆ ว่าหัวจิตหัวใจท่านทําจากหินหรืออย่างไร ฝากไว้ แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าสมควรครับ ใช้เวลา ๕๐ นาที สมควรแล้วครับ ท่านถามคําถาม ๓ คําถาม ครบหมดแล้วครับ ขออนุญาตนะครับ คงไม่อนุญาตแล้วครับ เป็นอํานาจของประธานตามข้อบังคับ ใช้เวลามาก เกินสมควร ผมคงไม่อนุญาตครับ สมควรแล้วครับ ผมอนุโลมเกินสมควรแล้วครับ ได้ถามแล้ว ตอบทั้ง ๒ ฝ่ายพอสมควรแล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ ขอบคุณครับ

สภายินดีต้อนรับ ฯพณฯ บุยแดงดัง รองประธานคณะกรรมาธิการด้าน งบประมาณและการเงินสภาแห่งชาติเวียดนาม และคณะ ด้วยความยินดีนะครับ Welcome Hon. Mr. Bui Dang Dung Vice-chairman of the Committee on Budget and Finance National Assembly of the Socialist Republic of Vietnam and Delegation

ผมไปที่กระทู้ถามทั่วไปนะครับ ท่านครับ ถ้าใช้สิทธิพาดพิงฝั่งนี้ก็จะใช้สิทธิครับ ผมว่าสมควรแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ เอาสั้น ๆ ประเด็นที่ท่านบอกว่าเสียหาย ท่านระบุจุดประเด็นที่ท่านเสียหายด้วยนะครับ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ กระผม นายกษิต ภิรมย์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ขอใช้สิทธิพาดพิงนะครับ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนปัจจุบัน ท่านประธานครับ ผมอยากจะ ขอกราบเรียนว่าภาระหน้าที่ของรัฐบาลคือทําตามกฎหมาย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกษิตครับ ท่านชี้ประเด็นก่อนครับ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

ผมขอ ๓ นาทีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชี้ประเด็น ก่อนว่าท่านถูกพาดพิงตรงไหน

นายกษิต ภิมรย์ บัญชีรายชื่อ

ถูกพาดพิงว่ารัฐบาลที่แล้วภายใต้ กระทรวงการต่างประเทศมีนโยบายเรื่องหนังสือเดินทาง เรื่องประเด็นปัญหาความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้านอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งมันไม่จริงทั้งนั้นครับ เพราะว่าเป็นการให้ข้อมูล ที่ไม่ถูกต้องก็จําเป็นที่จะต้องชี้แจงครับ เพราะตัวกระผมเองแล้วก็พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็น รัฐบาลก็ได้รับความเสียหาย ผมใช้เวลาไม่มากครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ท่านไม่ควรเกิน ๒ นาที เชิญ

นายกษิต ภิรมย์ บัญชีรายชื่อ

ประเด็นแรกเลยก็คือว่าเรื่องของนโยบาย ก็ต้องขอกราบเรียนเสียก่อนว่าบางครั้งมันก็ไม่ใช่นโยบาย มันเป็นภาระหน้าที่ในการที่จะต้อง เอาผู้ร้ายของไทยที่อยู่ในต่างประเทศกลับประเทศไทยครับ แล้ววิธีการหนึ่งคือการขอความ ร่วมมือกับมิตรประเทศ กับตํารวจสากล แล้วก็เพื่อจํากัดความเคลื่อนไหว ก็คือการยกเลิก หนังสือเดินทางก็เป็นไปตามกฎเกณฑ์ เพราะฉะนั้นไม่ได้มีการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นเรื่อง ส่วนตัวกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรี คุณทักษิณ ชินวัตร นะครับ

ส่วนประเด็นที่ ๒ คือก่อนที่ผมจะพ้นจากตําแหน่งนั้นผมได้ทําบันทึกถึง ปลัดกระทรวงเพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีคนต่อไปว่า กระทรวงการต่างประเทศแล้วก็รัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นได้ดําเนินการอย่างไรบ้าง ผมอยากจะขอฝากท่านประธาน ไปยังรัฐมนตรีแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ว่า ขอความกรุณาดูบันทึกฉบับนั้นจะได้ เห็นว่าผลงานของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นมากมาย ผมขอยืนยัน

ส่วนประเด็นที่ ๓ ก็คือผมเองก็เพิ่งได้รับเชิญจากรัฐมนตรียูเออีไปเยือนยูเออี เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ไปก่อนท่านรัฐมนตรีสุรพงษ์แค่ ๓ วันเท่านั้นเอง ก็ได้ปรึกษาหารือเขา มากมาย ไม่ได้มีประเด็นปัญหาอะไรในเรื่องของการดําเนินความสัมพันธ์ ส่วนการเปลี่ยนแปลง ในประเทศพม่าที่กลับมาสู่ความเป็นประชาธิปไตยนั้น รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้มีส่วนอย่างมากที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วก็การเปิดสะพาน ด่านก็ดี นั่นก็เป็น ผลงานส่วนหนึ่งของรัฐบาลอย่างมากมาย ที่เขามีข้อสงสัยอยู่เพราะเขาคิดว่ารัฐบาล ไปสนับสนุนชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ แต่เมื่อเป็นที่ประจักษ์เขาแน่ใจแล้วความสัมพันธ์ก็กลับมา สู่ขั้นปกติ เพราะฉะนั้นการที่จะยกประเด็นปัญหาขึ้นมาบางจุด แล้วก็มาโอ้อวดว่าเป็นผลงาน มันก็ไม่ได้ หรือว่าการที่จะใช้สมองครึ่งเดียว รับข้อมูลครึ่งเดียว แล้วก็ไม่ได้ดูอื่น ๆ อีกก็ไม่ได้ ต้องขอฝากท่านประธานกราบเรียนไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนปัจจุบันด้วย ขอขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอไปที่

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๘ เรื่อง การให้เงินค่าตอบแทนประจําเดือน แก่ผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน (อกม.) (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พรศักดิ์ตอบแทนครับ

เชิญคําถามที่ ๑ ครับ เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้นั้นดิฉันขอ นําความทุกข์ยากของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านนําสู่สภาผู้แทนราษฎร และให้ผู้บริหาร ระดับประเทศอย่างท่านรัฐมนตรีพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ นําไปพิจารณาถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องเกษตรกรที่ยากไร้นะคะ วันนี้จึงกระทู้ถามว่าการให้เงินค่าตอบแทนประจําเดือน แก่ผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน อกม. นั้นเป็นอย่างไรบ้าง ทําไมดิฉันจะต้องนําเสนอให้ ค่าตอบแทนเป็นรายเดือนแก่อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านหรือที่เรียกว่า อกม. เพราะอย่างนี้ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เพราะว่าภาคเกษตรกรนั้นยากไร้มายาวนาน เพราะว่าขาด การประสานงานที่ดีในส่วนหนึ่ง ซึ่งอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน อกม. นี้นั้นได้ทํางานมา ยาวนานคู่กับเกษตรกรไทยคู่กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มายาวนานแล้ว แต่ว่ายังไม่มี สิ่งใดที่จะตอบแทนน้ําใจที่เป็นจิตอาสาของเกษตรกรเลย หลายคนบอกว่าแล้วคนอื่น ๆ ก็จะ ไม่มาขอค่าตอบแทนรายเดือนอีกหรือ ถ้าท่านฟังโดยละเอียดแล้วการทํางานของอาสาสมัคร เกษตรหมู่บ้านท่านจะเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้นั้นสมควรขนาดไหนว่าจะให้ค่าตอบแทน อย่างนี้ค่ะ ท่านประธานคะ ตามแผนพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของรัฐบาล โครงการส่งเสริม อาสาสมัครเกษตรกรหมู่บ้านหรือที่เรียกว่าอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน อกม. ปัจจุบันนี้ มีอาสาสมัครเกษตรสาขาต่าง ๆ อยู่เกือบทุกหมู่บ้านที่ทําการเกษตรในประเทศไทย รวมที่ ลงทะเบียนไว้แล้วกว่า ๒๒๓,๓๔๖ คน ข้อมูล ณ วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ นั่นคือทุกสาขา อาชีพจะรวมเป็นอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน อกม. ค่ะ ท่านประธานคะ มีความจําเป็นอย่างไร เรียนให้ท่านประธานทราบว่ามีความจําเป็นอย่างมาก เพราะว่าอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน อกม. นั้นจะต้องนํานโยบายของรัฐบาลในภาคเกษตรสู่เกษตรกรในพื้นที่และหมู่บ้านของ ตัวเอง ๑ อกม. หมายความว่า ๑ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ๑ หมู่บ้าน ท่านประธานที่เคารพคะ ๗๖,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ก็จะมีอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน อกม. อยู่ ๗๖,๐๐๐ กว่าคน เห็นไหมคะ ครอบคลุม ซึ่งการครอบคลุมนี้ทํามายาวนานแล้วในท้องที่ชนบท ท้องที่ที่เป็น หมู่บ้านค่ะ ท่านประธานคะ ทํามายาวนานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับค่าตอบแทน จนกระทั่งมีแผนพัฒนา การเกษตรตามนโยบายของรัฐบาล รัฐบาลนี้ละค่ะ รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี่ละค่ะขึ้นมา เมื่อมีแผนนี้ขึ้นมาแล้วการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกษตรกรในท้องถิ่น ประเทศไทยยั่งยืนอย่างต่อเนื่องนะคะ คํานี้น่าสนใจมากเลยค่ะ ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้น เมื่อมีความยั่งยืนในภาคเกษตรจะลดความเหลื่อมล้ําของสังคมลง พอลดความเหลื่อมล้ําของสังคมลงความปรองดองก็จะเกิดขึ้นในพริบตา นั่นคือที่มาของ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หรือ อกม. ท่านประธานที่เคารพคะ เขาทํางานเป็นจิตอาสา ด้วยความเหนื่อยยากลําบากมายาวนานเลยทีเดียว เมื่อรับนโยบายต่าง ๆ แล้ว เช่น ทุกวันนี้ เขาปลูกพืชด้วยอินทรีย์วัตถุ สารเคมีจะต้องหายไปจากประเทศไทย อาสาสมัครเกษตร หมู่บ้าน อกม. ก็จะนํานโยบายของรัฐบาลลงสู่พื้นที่โดยที่ตัวเองจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ตัวอย่างที่ดีนั้นมากกว่าคําสอนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นน้ําหมักชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นสารชีวมวล ไม่ว่าจะเป็นสารอินทรีย์ใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเกษตรค่ะท่านประธานที่เคารพคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอนุรักษ์ครับ อยากให้เป็นคําถามแบบกระทู้ถามนะครับ ไม่ใช่อภิปรายญัตติ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ด้วยความเคารพท่านประธานค่ะ ยินดีค่ะ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน อกม. มีความยากลําบากค่ะ ท่านประธานคะก็เลยอยากจะ สอบถามในข้อแรก แต่ก่อนที่จะถามในข้อแรกดิฉันส่งสารผ่านผู้บริหารระดับประเทศ พอฟ้าครื้นคลื่นฝนมาชาวนาสุข พอแล้งทุกข์หม่นเศร้าอกชาวนาเอ๋ย มีใครหนอพอเห็นใจ ไม่ละเลย คําเฉลย อกม. ถักทองาน

ขอถามคําถามแรกค่ะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายที่จะให้เงิน ค่าตอบแทนรายเดือนแก่อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน อกม. หรือไม่ อย่างไร ขอทราบ รายละเอียดค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐบาลครับ

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สืบเนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธีระ วงศ์สมุทร ติดภารกิจจําเป็นที่ จังหวัดเชียงใหม่ มอบให้ผมมาตอบกระทู้ถามท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ จังหวัดสกลนคร ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีและชื่นชมท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ คุณอนุรักษ์ บุญศล วันนี้เกรงใจท่านประธานด้วย เพราะว่าเวลาตั้งกระทู้ถาม ทั้งตอบ ทั้งถาม เขากําหนดเวลาจํากัด แต่ท่านบรรยายเสียยาวผมก็เลยไม่รู้จะตอบยาวได้ อย่างไร ผมถึงบอกเป็นผู้แทนราษฎรที่มีความเป็นห่วงเป็นใยเกษตรกร เป็นผู้แทนราษฎร ติดดินไม่ทิ้งประชาชน นั่นคือ อนุรักษ์ บุญศล เป็นห่วงน้องชายของผมด้วย พงษ์ศักดิ์ บุญศล หลังจากพ้นแล้วจะเข้ามาได้อย่างไร เพราะท่านเป็นผู้แทนราษฎรที่มีความขยันเป็นพิเศษ ผมถึงบอกว่ากระทู้ถามท่านมีประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง ผมถึงบอกว่ากระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็มีนโยบายที่จะตอบแทนอาสาเกษตรหมู่บ้านซึ่งเป็นนโยบายของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทํามานานแล้ว วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีอาสา หลายอาสาที่เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นอาสาเกษตรหมู่บ้าน หมอดิน อาสาของกรมพัฒนาที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์อาสา หรืออาสาปศุสัตว์ก็ของกรมปศุสัตว์ วันนี้ล้วนแล้วไม่มีค่าตอบแทนทั้งสิ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายอยากจะมี ค่าตอบแทนให้กับบุคคลเหล่านี้เพราะมีความสําคัญ โดยเฉพาะอาสาเกษตรหมู่บ้าน มีหน้าที่ ต้องไปประสานกับอาสาทุกอาสาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อที่จะไปร่วมมือ ร่วมงานพัฒนาให้เกษตรกรมีการพัฒนาอาชีพเกษตรอย่างยั่งยืน และที่ลืมไม่ได้จะต้องนําเอาความรู้ไปเผยแพร่กับเกษตรกรในหมู่บ้านซึ่งวันนี้อาสาสมัคร เกษตรหมู่บ้านประเทศไทยเรามี ๗๖,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน แต่วันนี้เกษตรอาสาของเราหรือ อกม. ของเรา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีทั้งหมด ๗๕,๑๘๑ ราย วันนี้ทางรัฐบาลของเรา กําลังดําเนินการประเมินผลงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเหล่านี้อยู่ เพื่อที่จะนําเอา ผลสรุปไปรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะขอค่าตอบแทนให้กับกลุ่มนี้ก็คืออาสาสมัครเกษตร หมู่บ้านหรือ อกม. กลุ่มนี้ละ เรามีนโยบายไว้ว่า เราเตรียมการไว้ว่า เราจะตอบแทน อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านให้เหมือนกับที่เราเคยปฏิบัติมาก็คือ อสม. ที่เขาได้คนละ ๖๐๐ บาท ต่อเดือน อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านของเรามี ๗๕,๑๘๑ ราย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คิดเช่นกันว่าจะตอบแทนมีค่าตอบแทนเป็นรายเดือนเช่นกัน เพราะว่าคณะรัฐมนตรีได้เคย พูดกันมาตลอดว่า โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้สําทับและเปรย มาตลอดว่า บรรดาอาสาอะไรก็ตามมีหน้าที่และทําหน้าที่แทนประชาชน และมีจิตอาสาที่จะ ช่วยเหลือประชาชนเขาจะต้องมีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการมาติดต่อราชการที่อําเภอค่าน้ํามัน จักรยานยนต์หรือค่ารถโดยสารหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เราสมควรจะมีเงินตอบแทนให้เขา วันนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นําโดยท่านรัฐมนตรีว่าการธีระ วงศ์สมุทร ร่วมกันกับผม พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ก็ได้เคยเสนอโครงการนี้มาตลอด วันนี้ เราเตรียมการครับว่า วันนี้ พ.ศ. ๒๕๕๕ กําลังเข้ามาถึง งบประมาณของเราก็ได้ขอเช่นกัน ขอมาเพื่อดําเนินการให้ความรู้กับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านกลุ่มนี้อยู่ ๕ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเราจะต้องจัดทําบัตรอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านให้กับ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านใช้เป็นบัตรติดตัวในการไปประสานงานระหว่างข้าราชการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และประชาชนในชุมชน ไม่อย่างนั้นประชาชนจะไม่รู้ว่าเราเป็น อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่แท้จริง

ประเด็นที่ ๒ ก็คือจะต้องจัดสัมมนาพัฒนาหลักสูตรอบรมอาสาสมัครเกษตร หมู่บ้านให้มีความรู้เพิ่มขึ้น

ประเด็นที่ ๓ ก็คืออบรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านก็คือเพิ่ม ความรู้ตลอดเวลา สิ่งนี้ละ ๑. จะต้องมีค่าใช้จ่ายและอาสาก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เราถึงบอกมีความจําเป็น

ประเด็นที่ ๔ ก็คือจะต้องจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้ระหว่าง อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านทุกหมู่บ้านในอําเภอนั้น ๆ

ประเด็นที่ ๕ ก็คือสนับสนุนและสัมมนาสรุปผลการดําเนินการของ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านทุก ๆ ปี เพื่อที่จะสรุปผลรายงานต่อรัฐบาลต่อไป สิ่งนี้ทางรัฐบาล ก็มีความตระหนัก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็พูดอยู่ตลอดเวลา กําลังของบประมาณที่จะ มาดําเนินการ ๕ รายการนี้ก่อน แต่งบประมาณที่จะมาจ่ายเดือนละ ๖๐๐ บาท เราจะต้อง ประเมินผลของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านนี้เพื่อที่จะรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อขอ ค่าตอบแทนต่อไป ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถามอีกไหมครับ เชิญครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเพิ่งถามไปได้ ข้อเดียวค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดีใจค่ะ ดีใจที่ฝ่ายบริหารบอกว่าเกษตรอาสาของดิฉันนั้นจะมี ค่าตอบแทนรายเดือนเท่า ๆ กับ อสม. ดิฉันดีใจแทนพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศเลย ทั้ง ๗๖,๐๐๐ กว่าคนที่จะได้รับค่าตอบแทน แต่ดิฉันอยากทราบว่าท่านจะประเมินเสร็จเมื่อไร เพราะว่าท่านผู้บริหารท่านรัฐมนตรีพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ตอบดิฉันว่ากําลังประเมิน อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านซึ่งคัดมาจาก ๑๓ สาขางาน ๑๓ สาขางานมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว คนเดียวในหมู่บ้าน หนึ่งเดียวในดวงใจของเกษตรกรที่จะได้รับค่าตอบแทนนั้นดีใจค่ะ แต่ดิฉันอยากทราบว่าจะได้เท่ากับ อสม. ใช่หรือไม่ และเมื่อไร ขอทราบรายละเอียด ท่านประธานคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ถ้าถามบอกว่าเมื่อไร ต้องกราบเรียนว่าขณะนี้รัฐบาลเรากําลังสุ่มในการประเมินอาสาเกษตรหมู่บ้านทั้งหมด ๗๗ จังหวัด เราสุ่มแค่ ๑๙ จังหวัด ท่านประธาน วันนี้เราสุ่ม ๑๙ จังหวัด ตัวแทนที่โดนสุ่ม ทั้งหมด ๗๕๒ ราย กําลังสุ่มและกําลังประเมินและสรุปคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน เดือนธันวาคมนี้ละ พอขึ้นปีใหม่เราก็จะได้เสนอ ครม. ต่อไป วันนี้เราสุ่ม ๑๙ จังหวัดของ ๗๗ จังหวัดมีทุกภาค รายละเอียดคงจะตอบไม่ได้เสียเวลา ก็เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ว่าวันนี้กําลังรวบรวมและสรุปแล้วภายในเดือนธันวาคมนี้ไม่เกิน เดือนมกราคมก็จะสรุปเสร็จ แล้วก็จะรายงานคณะรัฐมนตรีต่อไป ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามทั่วไปที่ ๑ นะครับ ต่อไปเป็น

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๑๙ เรื่อง การบริการสาธารณะด้านคมนาคม (โครงการรถเมล์ฟรี) (นายวัชระ เพชรทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม

ด้วยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านพลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก มาตอบกระทู้ถาม ทั่วไปของท่าน แต่ท่านได้มีหนังสือชี้แจงขอเลื่อน เนื่องจากมีภารกิจเร่งด่วนที่ได้นัดหมาย ล่วงหน้าไว้แล้ว ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ วันนี้จึงขอเลื่อนกระทู้ถามทั่วไปในการประชุม ในคราวต่อไป ท่านวัชระ เพชรทอง มีอะไรไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมพบหัวใจคนขึ้นรถเมล์ในเขตกรุงเทพมหานครนับล้านคนเตรียมที่จะมา ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านประธานก็บอกว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการบอกว่า ไม่สามารถมาได้ แต่ท่านประธานก็อ่านตกไปครับ เพราะเขาชี้แจงมาบอกว่ามีภารกิจเร่งด่วน ที่ต้องดําเนินการโดยมิได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า เขาบอกว่าโดยมิได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า ผมก็ไม่ เข้าใจ แต่ท่านประธานอ่านเป็นโดยได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า ท่านประธานครับ ผมอยากให้ รัฐบาลได้เห็นถึงความสําคัญของการคมนาคมของพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ผมได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องการบริการสาธารณะด้านคมนาคม และ (โครงการ รถเมล์ฟรี) ท่านประธานครับ รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี จะไม่ฟรีอีกแล้วหลังวันที่ ๑๖ มกราคม ปีหน้านี้ คืออีก ๒-๓ สัปดาห์ข้างหน้า พี่น้องประชาชนที่ขึ้นรถเมล์ ขึ้นรถไฟ จะต้องเสีย สตางค์ตามปกติ ซึ่งเป็นคนจนที่ควรได้รับโอกาสและคืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชนตามที่ รัฐบาลได้สัญญาไว้ ท่านประธานครับ แต่ท่าน พลตํารวจโท ชัจจ์ ชุดบอม ขอประทานโทษ พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ท่านตอบมาอย่างนี้หัวใจทําด้วยหินหรืออย่างไร หัวใจรัฐมนตรีทํา ด้วยหินหรืออย่างไร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านวัชระ เมื่อท่านแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรมานะครับ ท่านก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ ตอบนะครับ เพียงแต่ว่าวันนี้ขอเลื่อนแล้วก็ไปตอบในคราวหน้าต่อไป ฉะนั้นเมื่อท่าน ไม่สามารถมาได้ ท่านไม่ได้ปฏิเสธนะครับว่าไม่มาตอบ ฉะนั้นเอากระทู้ถามของท่านเดี๋ยวจะได้ บรรจุในสัปดาห์หน้าต่อไปเป็นลําดับแรกในเรื่องของกระทู้ถามทั่วไปแล้วกันนะครับ ทั้งหมด ในสัปดาห์หน้าจะเป็น ๔ เรื่องนะครับ เอาอย่างนี้แล้วกัน เพราะว่าเดี๋ยวเราจะได้ในเรื่องอื่น ต่อไป ถ้าท่านถาม ก็ไม่มีผู้ตอบ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้พูดไว้ ณ ตรงนี้ แต่ท่านประธานครับ ไม่ได้ปฏิเสธว่า ไม่มาตอบ แต่วันนี้ไม่มาตอบ แต่สัปดาห์หน้าขอความกรุณารัฐมนตรีพ่อตาพานทองแท้ ชินวัตร ต้องมาตอบครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ กรุณา เรากําลังกระทู้ถามกัน เรากําลังพูดในสภา ถ้าไม่จําเป็นตามข้อบังคับอย่าไปพูดถึง บุคคลภายนอก เพียงแต่ท่านได้แจ้งหนังสือมา ฟังให้จบก่อนอย่าเพิ่งเถียงนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ไม่เถียงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะ เลื่อนให้ในสัปดาห์หน้าท่านไปตอบในวาระเรื่องแรกจาก ๓ กระทู้ถาม จะบรรจุให้เป็น ๔ กระทู้ถาม แล้วให้ของท่านเป็นลําดับที่ ๑ นะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสัญญานะครับ และขอ ความกรุณารัฐมนตรีพ่อตาต้องมาตอบ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้อง ไปพูดหรอกครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมไม่ได้บอกว่าเป็นพ่อตาใครครับ ท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมจะ ไม่อนุญาตให้เถียงกันนะครับ คือเป็นหน้าที่ของทางสภาจะต้องแจ้งให้ทราบตามข้อบังคับ ฉะนั้นในสัปดาห์หน้าเดี๋ยวผมจะสั่งให้เจ้าหน้าที่บรรจุในเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกให้กับท่าน จากทั้งหมด ๔ เรื่องนะครับ เชิญกรุณานั่ง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาต ผมขอบคุณ ท่านประธานครับ และผมก็จะนั่งครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของกระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๕ เรื่อง ปัญหาการบุกรุกที่ดินทํากินบริเวณ ผืนป่าดงพะทาย จังหวัดนครพนม (นางมนพร เจริญศรี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตอบนะครับ

เชิญท่านมนพรถาม

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ได้ให้ความเมตตาแก่ดิฉันได้บรรจุกระทู้ถามเรื่อง ปัญหาการบุกรุกที่ดินทํากินบริเวณผืนป่าดงพะทาย จังหวัดนครพนม และขอถือโอกาส ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประเสริฐ บุญชัยสุข ที่ได้มีความห่วงใยต่อขบวนการค้า สุนัขข้ามชาติที่จังหวัดนครพนม ซึ่งจริง ๆ แล้วพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมรักสุนัขค่ะ ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ

จากคําแถลงนโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้แถลง ต่อสภาในหมวดของนโยบายที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในข้อ ๕.๔ เรื่อง สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ําในการใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ โดยการจัดการปฏิรูปที่ดินโดยให้มีการกระจายสิทธิที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน โดยใช้ มาตรการทางภาษีและจัดตั้งธนาคารที่ดินให้แก่คนยากคนจน และเกษตรกรรายย่อย ได้พิจารณาให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินทิ้งร้าง ทางราชการจะปกป้องที่สาธารณะ ดิฉันได้หยิบเรื่องของประเด็นสั้น ๆ จากคําแถลงนโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ มาเพียงสั้น ๆ ท่านประธานคะ จากปัญหาความเดือดร้อนเรื่องเอกสารสิทธิที่ดิน ทํากินเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนจํานวนมาก และปัญหาที่ดินทํากินก็ได้เกี่ยวข้องกับงาน หลายกระทรวง ทบวง กรม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็หลายฉบับ โครงการของรัฐบาลให้จัดสรรที่ดินทํากิน ส่วนมากเป็นโครงการที่ดีค่ะ ซึ่งโดยหลักการแล้ว ทุกโครงการก็จะล้วนแล้วแต่ปรารถนาที่จะให้คนยากคนจนมีที่ดินทํากิน แต่พอทําไป สักระยะหนึ่งที่ดินดังกล่าวก็ไปตกอยู่ในการครอบครองของกลุ่มนายทุนแล้วก็นักการเมือง อย่างเช่นกรณีของป่าดงพะทาย อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมค่ะ ป่าดงพะทายเป็นการ จัดที่ดินผืนใหญ่ตามมติของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๑๗ เนื้อที่ประมาณ ๒๑,๕๐๐ ไร่ มีแปลงจัดสรรที่ดิน ๑,๗๗๓ แปลง การจัดสรรที่ดินในป่าดงพะทายในขณะนั้น ใช้วิธีการคัดเลือกเกษตรกรที่มีฐานะยากจน โดยมีการจับฉลากให้ที่ดินทํากิน ๑๐ ไร่ และ เป็นที่อยู่อาศัยอีก ๑ ไร่ โดยการออกใบจองเป็น น.ส. ๒ ค่ะ แต่ปรากฏว่าในปัจจุบันนี้ที่ดินแปลงใหญ่ดังกล่าวได้ถูกกลุ่มนักการเมืองหรือว่ากลุ่มนายทุน ทั้งหลายเข้าไปรื้อเพื่อปลูกยางพาราและเข้าไปสร้างบ้านพักที่อยู่อาศัย เนื่องจากวันนี้ดิฉัน ได้ขออนุญาตท่านประธานนําภาพดังกล่าว ขอภาพที่ ๑ เลยคะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ มีรูปไหมเจ้าหน้าที่ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ เปิดได้ไหม

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานต้องพิจารณาเจ้าหน้าที่ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ด้วยนะคะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฝ่ายเลขาธิการสอบถามดูสิติดขัดอุปสรรคปัญหาอะไร

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

เพราะดิฉันได้ส่งตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วค่ะ จํานวนทั้งหมด ๒๐ ภาพค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีปัญหา อะไรไหม

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานก่อนที่ดิฉันจะขอนําข้ามไป ในเรื่องของรูปภาพก่อนนะคะ ท่านประธานคะ การบุกรุกป่าดงพะทายได้มีคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้รายงานถึงกรณีผลการศึกษาไว้แล้วว่า ความเดือดร้อนดังกล่าวนับตั้งแต่มีผู้ร้องประมาณเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๒ จนกระทั่งขณะนี้ กรมที่ดินได้จัดเจ้าหน้าที่ไปสํารวจแปลงเพียง ๑,๕๔๒ แปลง แล้วสํารวจในเรื่องของสอบสวน สิทธิการครอบครองที่ดิน ซึ่งดําเนินการไปแล้วเพียง ๔๙๙ แปลง รูปภาพมาแล้วค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ภาพที่ ๑ นี่คือเป็นถนนทางเข้าบริเวณป่า ดงพะทายทั้งเวิ้งทั้ง ๒๑,๕๐๐ ไร่ สังเกตไหมว่าบริเวณไหนที่กลุ่มนายทุนและนักการเมือง บุกรุกก็จะมีถนนลาดยางเข้าไปด้วยเสมอค่ะ ภาพที่ ๒ เลยคะ นี่คือบริเวณสวนยางป่าดงพะทาย ทั้งป่าคะ ขณะนี้ยางบางส่วนเริ่มเปิดกรีดแล้วค่ะ ยังคงเป็นถนนลาดยางตลอดสาย ทั้ง ๒ ข้าง ทางเป็นบริเวณป่าสวนยางพาราของกลุ่มนายทุนและนักการเมืองค่ะ นี่คือบริเวณบ้านพัก อาศัยของผู้มีอิทธิพลท่านหนึ่ง ภาพต่อไปค่ะ นี่คือสวนยางที่เพิ่งปลูกเมื่อ ๒ ปีที่แล้วหลังจาก ที่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณลงไปตรวจสอบ แต่คณะกลุ่มนายทุน เหล่านั้นก็ยังคงบุกรุกต่อไปค่ะ ภาพนี้ยังคงเชื่อมโยงกับภาพที่บรรยายไปสักครู่ค่ะ นี่เป็นอีก ช่วงถนนช่วงหนึ่งที่ได้มีการบุกรุกป่า ซึ่งเดิมถนนเส้นนี้เป็นถนนลูกรังแล้วก็มีถนนลาดยางเข้ามา ชาวบ้านทั้งหมดก็จะไม่ได้ใช้เส้นทางนี้ ก็จะได้ใช้เส้นทางนี้แต่กลุ่มนายทุนและนักการเมือง ที่เข้าไปบุกรุก ๒ ข้างทางร่มรื่นไปด้วยต้นยางพารา นี่ค่ะเมื่อประมาณ ๖ เดือนที่แล้ว ที่คณะกรรมาธิการได้ไปตรวจสอบแล้วยังมีที่รกร้างว่างเปล่าก็ยังมีกลุ่มนักการเมืองเข้าไปบุกรุก แล้วก็ไถปรับที่เพื่อยังมีการปลูกยางพารา นี่เพิ่งถ่ายเมื่อประมาณ ๒ วันที่แล้วค่ะ ขณะนี้ มีการบุกรุกจนกระทั่งที่รกร้างว่างเปล่าไม่เหลือแล้วค่ะ ภาพต่อไปค่ะ นี่คือภาพที่ขณะนี้ได้มีรถไถแล้วก็กลุ่มนายทุนเข้าไปจับจองแล้วว่าจะเข้ามาปลูกยาง นี่คือ พื้นที่ส่วนหนึ่งที่เหลือน้อยนะคะ เหลือประมาณ ๓๐ กว่าไร่ ที่ขณะนี้มีนายทุนเข้าไปจับจอง แล้วก็มีรถไถเข้าไปเพื่อจะมีการปลูกต้นยางพาราต่อไปค่ะ นี่เตรียมจะปลูกแล้วนะคะ จบค่ะ อีก ๓ ภาพสุดท้าย ดิฉันขอไว้ช่วงสุดท้ายนะคะ ท่านประธานคะ การสอบสวนสิทธิของการ ครอบครองที่ดินที่ดิฉันได้นําเรียนว่าดําเนินการไปเพียง ๔๙๙ แปลง ส่วนที่เหลืออีก ๑,๐๔๓ แปลง เจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่มีงบประมาณจ้างบุคลากรไปรังวัด แต่เมื่อรัฐบาลตั้งงบประมาณให้ในปี ๒๕๕๕ แล้ว ดิฉันขอร้องว่าเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินที่ไปรังวัดที่ดินของชาวบ้านอย่าไปเก็บเงิน ตามครัวเรือนพี่น้องเกษตรกรที่มีฐานะยากจน บางครัวเรือนเจ้าหน้าที่ไปรังวัดมีเงินหน่อยขอ ครัวเรือนละ ๕๐๐ บาท เพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย เห็นว่ามีสวนยางเยอะขอครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท บางครอบครัวไม่มีสตางค์จะให้เจ้าหน้าที่รังวัดก็ให้รอต่อไป โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รังวัด สํานักงานที่ดินจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่รังวัดสํานักงานที่ดินอําเภอท่าอุเทนนะคะ ดิฉันขอเรียนถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีในข้อที่ ๑ ค่ะ ว่ารัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาความ เดือดร้อนเรื่องการบุกรุกที่ดินของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร และจะสามารถนําที่ดินดังกล่าว มาคืนให้กับเจ้าของเดิมที่ถือกรรมสิทธิ์และมีกําหนดระยะเวลาที่ชัดเจนเมื่อใด นี่คือ คําถามแรกค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐบาลครับ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน ส.ส. มนพร เจริญศรี ในวันนี้ ก่อนอื่นนั้นต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. มนพร เจริญศรี ที่เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกี่ยวกับปัญหา เรื่องที่ทํากินที่ได้มาตั้งกระทู้ถามในวันนี้ ผมเองนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้ตั้งกระทู้ถามนะครับว่าปัญหาเรื่องที่ทํากินในเขตพื้นที่ป่าดงพะทายที่ จังหวัดนครพนมนั้น ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าในช่วงปี ๒๕๑๗-๒๕๒๐ ที่ทางกรมที่ดิน ได้จัดสรรที่ทํากินให้กับพี่น้องประชาชนมีส่วนหนึ่งเป็นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยให้กับ พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ป่าดงพะทายจํานวน ๑,๘๐๐ ราย ก็อยากจะกราบเรียนว่า ในขณะนั้นโดยมีเงื่อนไขอยู่ ๒ ประเด็น คือ

ประเด็นแรกใน ๑,๘๐๐ รายนั้น ก็จะออกใบจองให้กับพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ ในพื้นที่เหล่านี้ โดยมีเงื่อนไข

ประเด็นที่ ๒ ต้องทํากินอยู่ติดต่อกัน ๓ ปี ตรงนี้หลังจากนั้นทางกรมที่ดิน ก็จะออก น.ส. ๓ ให้ หรือโฉนดให้ แต่ต่อมาที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยนั้น ผมคาดว่าในระยะนั้น จะมีพี่น้องบางส่วนที่ไม่เข้าไป มีใบจองแต่ไม่เข้าไปทํากินไปปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่น เข้าไปทํากินหรือไปครอบครองที่ของตนเอง ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าถ้าพื้นที่ตรงไหน แปลงตรงไหนที่พี่น้องเกษตรกรมีใบจองอยู่แล้วก็สามารถนําไปยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ที่ดิน แล้วหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ที่ดินก็จะตรวจสอบหลักฐาน ก็จะดําเนินการไปทําการสํารวจ ถ้าถูกต้องก็จะดําเนินการออก น.ส. ๓ ให้ หรือโฉนดให้ ก็อยากจะกราบเรียนท่านมนพรไว้ ในข้อที่ ๑ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถามต่อไหม เชิญครับ

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทยค่ะ ในส่วนข้อที่ ๒ การดําเนินการในทางกฎหมายเพื่อเอาผิดผู้กระทําและการบุกรุกที่ดิน ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้เร่งรัดให้บุคคลเหล่านี้ได้ออกจากพื้นที่โดยด่วน แล้วก็ดําเนินคดีอาญา โดยเฉพาะวันนี้ท่านประธานคดีในเรื่องของที่ดินที่ชาวบ้านจะถูกร้อง ที่ชาวบ้านร้องแล้ว แล้วก็ชาวบ้านที่จะดําเนินการร้องต่อ เรื่องดังกล่าวทั้งหมดถูกดองอยู่ที่ สภ. ท่าอุเทน เพราะในอดีตที่ผ่านมาเป็นการลูบหน้าปะจมูกของนักการเมืองบางคน ดิฉันขอให้ ท่านรัฐมนตรีได้สั่งการไปตั้งแต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ได้ดําเนินการโดยฉับพลัน ท่านประธานที่เคารพคะ ในสมัยที่ผ่านมาดิฉันขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ได้อภิปรายเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง แล้วก็เป็นที่รับรู้กัน โดยทั่วไปว่าบุคคลที่อ้างว่ามีสิทธิครอบครองที่ดิน วันนี้เราจะต้องทําความจริงให้ปรากฏต่อ พี่น้องประชาชนคนไทยว่าที่มีสิทธิครอบครองนั้นมีเป้าหมายอย่างไร แล้วจริง ๆ แล้วดิฉัน มีเป้าหมายที่ยืนหยัดต่อพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งของดิฉันตลอดมาว่าดิฉันอยากจะคืน ที่ดินเหล่านี้ให้แก่คนยากคนจน คนเหล่านี้ควรจะได้รับกรรมสิทธิ์ที่ดินของตัวเอง ดิฉันไม่ได้มี เป้าหมายในการที่จะทําลายความเชื่อถือหรือเครดิต (Credit) ความนับถือของท่านนักการเมือง ท่านใดท่านหนึ่ง ดิฉันเห็นควรนําข้อมูลเหล่านี้ ส่งความผิดเหล่านี้ไปให้คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อจะเร่งรัด ให้มีการดําเนินคดีอาญาเร็วขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ ในคําถามนี้ดิฉันขอ ๓ ภาพสุดท้ายค่ะ ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ๓ ภาพสุดท้ายที่เป็นภาพของโรงงาน ท่านประธานคะ ภาพที่ปรากฏ บนจอขณะนี้เป็นภาพของการก่อสร้างโรงงานแปรรูปยางพาราของสํานักงานกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง งบประมาณประจําปี ๒๕๕๓ วงเงิน ๑๗๓ ล้านบาท ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ เป็นยุคของผู้มีอํานาจในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองสาหร่าย ตําบลพนอม อําเภอท่าอุเทน ซึ่งติดอยู่กับบริเวณป่าดงพะทายตรงกันข้ามกับป่าดงพะทาย คนละฝั่งถนนเลยค่ะ ขณะนี้โครงการนี้สร้างเกือบเสร็จแล้วดังที่เห็นในภาพ แต่บริเวณ ฝั่งตรงข้ามก็มีกลุ่มนักการเมืองและกลุ่มทุนกลุ่มเดิมที่บุกรุกป่าดงพะทายได้ไปปรับไถที่ไว้ เพื่อจะสร้างเป็นสถานที่รับซื้อยางพาราจากเกษตรกร แล้วส่งเข้าโรงงานแปรรูปยางพารา ของรัฐบาลดังที่เห็นในภาพ ท่านประธานคะ นักการเมืองกลุ่มนี้โกงที่ดินของพี่น้องประชาชน ยังไม่พอ ยังคิดเอางบประมาณของแผ่นดินไปสร้างโรงงานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มของ ตนเองและพวกพ้องด้วยการตั้งคนของตนเอง บริวารของตนเองไปนั่งเป็นบอร์ด (Board) ของกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง ดิฉันจึงขอให้ทาง สตง. และ ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบ โครงการก่อสร้างโรงงานแปรรูปยางพาราที่ตําบลพนอม อําเภอท่าอุเทนว่ามีการใช้ งบประมาณการก่อสร้างรวมไปถึงการบริหารจัดการต่อไปในอนาคตค่ะ ขอถามคําถามที่ ๒ ว่าท่านจะดําเนินคดีในเรื่องของผู้บุกรุกนี้อย่างไรต่อไปค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐบาลครับ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ขอตอบกระทู้ถามข้อที่ ๒ ของท่านมนพร เจริญศรี ในส่วนพื้นที่ป่าดงพะทายที่ท่านมนพร ได้ตั้งกระทู้ถามนั้น เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพื้นที่ที่มีใครจะไปบุกรุกก็ตาม หรือใครจะไปสร้าง สถานที่ จะไปก่อสร้างอะไรก็ตามนั้น ก็อยากจะกราบเรียนว่า หลังจากปี ๒๕๑๗ ถึงปี ๒๕๒๐ ที่แปลงเหล่านี้ทางรัฐได้ออกเอกสารสิทธิโดยให้ใบจอง หรือให้ น.ส. ๓ หรือโฉนดนั้น นอกเหนือจากนั้นใครก็ตามที่จะเข้าไปทํากินนั้น เข้าไปทํากิน หรือไปก่อสร้างใด ๆ นั้นถือว่าผิดกฎหมาย ก็อยากจะฝากทางท่าน ส.ส. มนพร เจริญศรี นะครับว่า ขอให้พี่น้องอยู่ในบริเวณนั้น ทําหนังสือร้องเรียนมายังกระทรวงมหาดไทยซึ่งจะกํากับดูแล กรมที่ดิน เพื่อจะได้สั่งการไปทําการตรวจสอบ ก็อยากจะกราบเรียนว่าพื้นที่ที่ป่าดงพะทายนั้น ที่ทางกรมที่ดินได้ออกให้กับพี่น้องประชาชนในที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยนั้น จะต้องยึดถือ ตามข้อของกฎหมาย ก็อยากจะกราบเรียนว่าใครก็ตามที่อยู่ภายในประเทศไทยนั้น จะต้องยึดภายใต้กฎหมาย ก็อยากจะกราบเรียนว่าตรงนี้ทางรัฐบาลเองไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ก็อยากจะฝากท่าน ส.ส. ว่าขอให้ท่านติดตามนําเรื่องเสนอทางรัฐบาล โดยผ่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อจะได้สั่งการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปทําการตรวจสอบ ถ้าผิดก็จะดําเนินการ ก็อยากจะกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามสุดท้าย และกรุณาใช้คําถามนะครับ ฝากกันไปฝากกันมา ไม่รู้ใครจะฝากก็ไม่รู้

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉันขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีค่ะ ดิฉันจะยื่นเรื่องต่อท่านประธานสภาโดยใช้กรณี ผลการศึกษาที่อยู่ในเล่มนี้ แล้วผลจะเป็นอย่างไร ดิฉันคงต้องตามต่อไปค่ะท่านประธาน หนังเรื่องนี้ยังอีกยาวค่ะ

สุดท้ายดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งค่ะท่านประธานว่ากระทู้ถามของดิฉันในวันนี้ จะไม่เป็นเพียงลมปากหวาน ๆ ของรัฐบาลที่กําลังบอกว่าขณะนี้รัฐบาลกําลังดําเนินการอยู่ ซึ่งปัญหาของพี่น้องจะต้องได้รับการแก้ไข และดิฉันก็เชื่อว่ารัฐบาลของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนดังที่ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ได้แถลงไว้ต่อสภาว่าจะนําความสุขของพี่น้องกลับคืนมา ซึ่งดิฉันต้องถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ที่เป็นตัวแทนของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เป็นอย่างสูงยิ่ง ซึ่งท่านรัฐมนตรีปรีชาได้ให้การใส่ใจต่อปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้อง ประชาชนคนยากคนจน คนอีสานตลอดมา ดิฉันขอได้รับคําขอบคุณอีกครั้ง ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบคําถาม แล้วก็กระทู้ถามทั่วไปนะครับ ขณะนี้ท่านสมาชิกมาทั้งสิ้นลงชื่อแล้วครับ ๔๒๗ ท่าน ครบองค์ประชุม

ผมขอดําเนินการตามระเบียบวาระการประชุมต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ

เรื่องด่วน

ต่อไปเราจะพิจารณาเรื่องด่วนที่ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ คือร่างพระราชบัญญัติ ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ซึ่งรัฐบาลได้เป็นผู้เสนอต่อที่ประชุมสภาเมื่อวานนี้นะครับ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างฉบับนี้ เมื่อท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้แถลงหลักการ และเหตุผลร่างแล้วนะครับ แล้วก็ท่านประธานได้สั่งปิดการประชุม ผมจะขอดําเนินการ ต่อไปเลยนะครับ เชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น เชิญอาจารย์ครับ เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานคะ การให้คุณค่าและความสําคัญของเด็กนั้นมีมานาน แต่ว่าเป็นไปในลักษณะของการดูแล ที่เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ได้มีการพูดถึงสิทธิของเด็ก ไม่ได้มีการรับรองสิทธิของเด็กอย่างเป็น ทางการ แต่ว่าอย่างไรก็ตามท่านประธานคะ ในขณะที่สังคมบางส่วนให้คุณค่าและ ความสําคัญของเด็กก็จริง แต่ในบางสังคมก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ยังคงถือว่าเด็กนั้นเป็นสมบัติ ของพ่อแม่ ยังคงเป็นสมบัติของผู้ปกครอง จึงได้มีการกระทําเสมือนหนึ่งเด็กเป็นวัตถุที่นําไป แสวงหาประโยชน์ได้ ท่านประธานคะ จึงได้มีการตั้งองค์การสหภาพแห่งชาติเพื่อการฟื้นฟู ขึ้นตั้งแต่ปี ๒๔๖๓ แล้วก็มีการประกาศปฏิญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในปี ๒๔๖๖ มาจนถึงปัจจุบัน สังคมมันมีความซับซ้อน วิถีชีวิตของผู้คนก็วิ่งไล่ตามทุนนิยมด้วยทัศนคติที่ว่าเงินเป็นใหญ่ แล้วก็เงินนั้นคือคําตอบสุดท้าย จึงได้มีการแสวงหาประโยชน์จากเด็กในทุกรูปแบบอย่างไร้จิตสํานึก แล้วก็ไร้คุณธรรมจริยธรรม แม้แต่ปัญหาครอบครัวซึ่งเป็นปัญหาของพ่อและแม่ก็ยังส่งผลกระทบ ต่อสิทธิและความมั่นคงปลอดภัยของเด็กได้เช่นเดียวกัน แล้วก็ยิ่งวันนี้โลกเหลือใบเล็กนิดเดียว ท่านประธานคะ การเดินทางสะดวกไปมาตรงไหนก็ง่ายทั้งนั้น การลักพาตัวเด็กโดยผู้ปกครองเอง และโดยองค์การอาชญากรรมข้ามชาติก็เกิดขึ้นได้ง่ายเช่นเดียวกัน ทุกวันนี้มีเด็กมากมาย ที่ถูกละเมิดสิทธิของเขา สิทธิขั้นพื้นฐานถูกละเมิด ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกฆ่า ถูกขาย ถูกลักพาตัว ถูกแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศแล้วก็อีกมากมายเหลือคณานับ ดังนั้นท่านประธานคะ เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กแล้วก็เพื่อประโยชน์แห่งการคุ้มครองสิทธิเด็ก ๆ แล้วก็การดูแลเด็ก ให้มีชีวิตรอดอยู่ได้อย่างปลอดภัย ดิฉันจึงเห็นควรสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือ ระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... แต่อย่างไรก็ตาม การดําเนินการให้ความร่วมมือตามกฎหมายฉบับนี้จะถูกจํากัดอยู่เพียง ๘๖ ประเทศที่เป็นภาคี ของอนุสัญญาฉบับนี้ ดิฉันจึงขอเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ แสวงหารูปแบบของมาตรการ แล้วก็แนวปฏิบัติในการที่จะทํางานร่วมกันกับประเทศอื่น ๆ อีก ๑๐๐ ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาฉบับนี้ด้วย เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กเอง แล้วก็เพื่อเด็กทุกคนบนโลกใบนี้ สําคัญยิ่งที่สุดท่านประธานคะ ก็คือประเทศไทยได้ไปลงนาม ลงสัตยาบันเป็นภาคีของอนุสัญญาฉบับนี้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๕ ถ้าดิฉันจําไม่ผิดนะคะ ตั้งแต่บัดนั้น จนถึงบัดนี้ยังมิได้มีการอนุวัตให้มีกฎหมายเพื่อที่จะดําเนินการให้เป็นไปตามอนุสัญญาเลย เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่จะต้องดําเนินการให้เป็นไปตามพันธะสัญญาอันนั้น ดิฉันก็ขออนุญาต สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุรสาล ครับ

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสิงห์บุรี ต่อข้อคิดเห็น เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ ควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ในภาพรวมนั้นตามเหตุผลที่แถลงไว้ กระผมสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากกรณีเด็กถูกพาตัวมาหรือกักไว้ในประเทศไทยนั้น ซึ่งกรณีนี้อาจเป็นได้ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนไทยด้วยกันเองและเกิดขึ้นกับคนต่างชาติ มีสถิติเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีครอบครัวแตกแยก ซึ่งตามรายงานนั้น ได้ระบุเอาไว้ว่าประเทศไทยของเรานั้นเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นจุดหมายปลายทางของพ่อหรือแม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นแม่ที่จะเป็นผู้ก่อเหตุทํานองนี้ขึ้น ดังนั้นการมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงน่าจะเป็นสิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมมี ข้อคิดเห็นบางประการเกี่ยวกับผู้ประสานงานกลางซึ่งได้เขียนไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อยู่ ๒ ประการด้วยกัน จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อได้ พิจารณาใน ๒ ประการดังต่อไปนี้นะครับ

ประการที่ ๑ เป็นเรื่องของอํานาจหน้าที่ของผู้ประสานงานกลาง ซึ่งในร่าง ฉบับนี้กระผมเห็นว่าอํานาจหน้าที่บางข้อ ซึ่งมีอยู่หลายข้อด้วยกัน มีบางข้อนั้นกําหนดไว้ ค่อนข้างกว้าง ยกตัวอย่างเช่นอํานาจหน้าที่ในข้อที่ ๗ ซึ่งเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับเด็ก การตัดสินใจในเรื่องนี้กระผมเห็นว่าอาจจะไปคาบเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ในเด็กและเยาวชน ในประเด็นของสิทธิที่จะได้รับการพัฒนา ในประเด็นของสิทธิที่จะได้รับ การคุ้มครอง และประเด็นของสิทธิที่จะมีส่วนร่วม โดยเฉพาะในประเด็นสุดท้ายนี้ซึ่งได้ กําหนดเอาไว้ว่าเด็กสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับตนเอง รวมถึงสามารถแสดงความคิดเห็นโดยไม่กระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นได้

ประการที่ ๒ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการของผู้ประสานงานกลาง ในร่างฉบับนี้ ต่อประเด็นนี้กระผมมีความเห็นว่ามีการดําเนินการบางข้อที่เป็นเรื่องของการใช้ ดุลยพินิจของผู้ประสานงานกลาง ยกตัวอย่างเช่นการใช้ดุลยพินิจเกี่ยวกับการปฏิเสธคําร้อง ขอความช่วยเหลือ หรือการใช้ดุลยพินิจเกี่ยวกับที่ต้องการพิจารณาว่าคําร้องขอนั้นจะอยู่ใน หลักเกณฑ์ที่จะให้ความช่วยเหลือได้หรือไม่

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมมีความเห็นว่ากฎหมายใด ๆ ก็ตาม ที่สามารถใช้ดุลยพินิจของผู้ที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาได้ ผู้ใช้จะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง และด้วยความรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหา ๒ มาตรฐาน ซึ่งอาจจะนําไปสู่ สถานการณ์หรือนําไปสู่การแตกแยกของสังคมเหมือนที่ผ่านมาได้ ผมฝาก ๒ ประเด็นนี้ให้กับ รัฐบาลนําไปพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ ครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ดิฉันขออภิปราย ให้ข้อสังเกตและให้ความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่ง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ที่จริงแล้วท่านประธานคะกฎหมายฉบับนี้ ถ้าพูดถึงการลักพาตัวเด็กหรือพาเด็กไปโดยมิชอบมันก็จะเกี่ยวข้องกันกับเรื่องของการค้ามนุษย์ ซึ่งตอนนี้มันก็จะมีกฎหมายต่าง ๆ แล้วก็มีภาคีระหว่างประเทศมากมาย ดิฉันว่าต้องเอาอันนี้ ไปประกอบกันด้วย ดิฉันทราบว่าโดยปกติแล้วอนุสัญญาสิทธิเด็กกําหนดเด็กและเยาวชนอายุ ๑๕-๒๕ ปี แต่ในนี้กําหนดว่าเด็กหมายถึงเด็กซึ่งอายุต่ํากว่า ๑๖ ปีบริบูรณ์ ก็ต้องถามว่า มันควรจะเป็นอย่างนี้ไหม แล้วจะฝากอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าเวลาเราพูดถึงสิทธิของเด็ก เด็กควรจะ มีสิทธิในการที่จะอยู่อย่างปลอดภัย เด็กควรจะมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของ ตัวเองด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนท่านว่าการที่มีการลักพาเด็กข้ามชาติไปแล้ว เราบอกว่าให้มีผู้ประสานงาน แล้วผู้ประสานงานคนนั้นก็จะเป็นอัยการสูงสุดหรือผู้ที่อัยการ มอบหมาย ดิฉันคิดว่าถ้าเป็นไม่ใช่คนคนเดียวได้ไหม เพราะถึงเวลาที่จะตัดสินว่า เด็กควรจะเป็นอย่างไร แล้วมันก็จะมีเรื่องของการพิจารณาว่าควรจะมีกฎกติกาอย่างไรบ้าง แล้วก็จะมีมาตรา ๑๗ เขาบอก การร้องขอความช่วยเหลือขอใช้สิทธิพบและเยี่ยมเยียนเด็กได้ ให้ทําตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่ผู้ประสานงานกําหนด ถามว่าคนคนเดียวหรือที่จะ กําหนดอย่างนี้ได้ ควรจะมีใครบ้างที่จะมาร่วมกันกําหนดคงไม่ใช่ผู้ประสานงานกลางคนเดียว ดิฉันก็มีข้อเสนอท่านค่ะว่าการปฏิเสธคําร้องขอความช่วยเหลือ ผู้ประสานงานกลางเป็น ผู้ปฏิเสธคําร้องขอความช่วยเหลือได้ หากคําร้องขอนั้นกระทบกระเทือนอธิปไตยความมั่นคงหรือสาธารณประโยชน์ที่สําคัญอื่น ๆ ของประเทศไทย พูดไว้อย่างนี้มันกว้างเกินไปนะคะ แล้วมันก็น่ากลัว มันทําให้ถูกปฏิเสธ ได้ง่าย ๆ ในการที่จะช่วยเหลือเด็ก แล้วมาตรา ๙ เขาบอกว่าผู้ประสานงานปฏิเสธคําร้องขอ การช่วยเหลือก็ได้ แต่ไม่ตัดสิทธิของผู้ถูกละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็กที่จะยื่นคําร้องขอเพื่อใช้ สิทธิของตนต่อศาลโดยตรง ถ้าผู้ประสานงานปฏิเสธการร้องขอความช่วยเหลือแล้ว แล้วเขา ไปร้องขอต่อศาล ถ้าศาลให้ช่วยเหลือผู้ประสานงานตัดสินใจผิดไหม แล้วก็จะมีความผิดไหม เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ถ้าไม่ถ่วงดุลกันตรงนี้ผู้ประสานงานอาจจะทําอะไรง่าย ๆ ก็ได้ที่จะ ปฏิเสธการร้องขอเพื่อที่จะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แล้วก็ให้เขาไปหาศาลเอง จะมี กระบวนการที่จะจัดการในเรื่องระหว่างนี้ได้อย่างไรบ้างนะคะ และส่วนการควบคุมดูแลเด็ก ระหว่างดําเนินการส่งตัวกลับคืนแน่นอนนะคะ เราต้องดูปลายทางด้วยว่าถ้าส่งเด็กกลับไป ที่ปลายทางเขาปลอดภัยไหม แต่ว่าในนี้ก็ได้พูดถึงเหมือนกันว่าศาลอาจยกคําร้องที่จะกลับส่ง ตัวเด็กคืนก็ได้ดังต่อไปนี้ในมาตรา ๑๓ (๔) แล้วก็มีอยู่ ๕ ประเด็น เพียงแต่ว่าดิฉันก็เห็นว่าเรา ได้พูดถึงเรื่องไม่ส่งตัวกลับก็ได้ถ้าปลายทางเป็นอันตราย แล้วก็ถ้าเด็กคัดค้านการส่ง ตัวกลับคืนแล้วศาลเห็นว่าเด็กมีอายุและวุฒิภาวะที่ควรจะรับฟังคําคัดค้านนั้นก็ได้ การส่งตัว เด็กกลับคืนจะขัดกับหลักพื้นฐานประเทศไทยเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานก็ได้ ไม่ส่งกลับนะคะ ยกคําร้องได้ แต่ข้อสุดท้ายบอกว่าถ้าเด็กอายุครบ ๑๖ ปีบริบูรณ์ ดิฉันเสนอให้ตัดข้อนี้ออก อย่างอื่นก็ครบถ้วนอยู่แล้ว ผู้มีสิทธิควบคุมหรือว่า ส่งตัวกลับแล้วจะเป็นอันตรายหรือเด็กคัดค้านแล้วฟังขึ้น เด็กมีวุฒิภาวะหรือว่ามันจะขัดกับ หลักสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ดิฉันเห็นว่าเท่านั้นก็พอนะคะ เพราะว่าข้อที่บอกถ้าเด็ก อายุครบ ๑๖ ปีบริบูรณ์ ก็อาจจะยกคําร้องตามที่เด็กต้องการอย่างนั้นได้ ดิฉันว่ามันง่าย เกินไป แล้วก็ถ้าเขาถูกลักพาตัวไปหรือว่าอย่างไรก็ตาม ดิฉันว่าเด็กอายุ ๑๖ ปีบริบูรณ์ เขาอาจจะถูกกําหนดความคิดหรือคําตอบต่าง ๆ ได้ ดิฉันเสนอให้ตัดข้อ จ ตรงนี้ออก แล้วถ้า ศาลในมาตรา ๑๔ ศาลไม่ได้มีคําสั่งให้ร้องขอภายใน ๖ สัปดาห์ แปลว่าเรากําหนดเอาไว้ ๖ สัปดาห์นะคะ นอกจากนั้นสุดท้ายก็ต้องเรียนท่านทั้งหลายว่าท่านที่จะเป็นกรรมาธิการ เรียนว่าถ้ามีการลักพาตัวเด็กไปหรือเอาตัวเด็กไปโดยมิชอบ ถ้ามีการที่จะขอความช่วยเหลือ ให้ส่งคืน ทําอย่างไรจะเขียนเอาไว้ให้เป็นหลักการว่าหลักต้องส่งคืน แต่การที่ไม่ส่งเป็น ข้อยกเว้นเท่านั้น ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นว่าการอภิปรายพอสมควร ผมขอปิดการอภิปราย

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ท่านใดขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ปิดการอภิปรายนะครับ ก่อนจะลงมติรับหลักการ หรือไม่ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกกรุณาใช้สิทธิของตนโดยกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านสมาชิกครับ ช่วยกรุณาแสดงตนโดยเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเพื่อที่จะตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนลงมติรับหลักการหรือไม่นะครับ เรียบร้อยหรือยังครับ ท่านนิยม เวชกามา จากจังหวัดสกลนคร บัตรไม่มีใช่ไหมครับ เจ้าหน้าที่ช่วยกรุณาดูโต๊ะของท่านนิยม เวชกามา ด้วยนะครับ บัตรของท่านชํารุด มีท่านใดยังไม่กดปุ่มแสดงตนมีไหมครับ เรียบร้อยนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผล มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๑๗ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ผมจะขอถามมติที่ประชุมนะครับว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยที่จะรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ถ้าเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่มคําว่า เห็นด้วย ผู้ใดไม่รับ หลักการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เชิญส่งผลครับ ผลการลงคะแนน มีสมาชิกใน ที่ประชุม ๓๑๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ เห็นด้วย ๓๕๓ ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนน ๑ ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยรับหลักการกฎหมายฉบับนี้นะครับ

เชิญตั้งกรรมาธิการครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประเสริฐ บุญเรือง เห็นด้วยครับ ขอนับด้วยครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลงคะแนนเสร็จแล้วครับ เชิญนั่งครับ ต่อไปผมจะขอ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

บวกหรือยังครับท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ปิดการลงคะแนนแล้วครับ จบแล้วนะครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานต้องเพิ่มบัตรผมมี ปัญหาครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

บวกให้ท่านอีก ๑ นะครับ เชิญทางรัฐบาลตั้งกรรมาธิการกี่ท่านครับ เชิญครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ ควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๖ ท่านนะครับ ท่านเลขาธิการ ขอดูสัดส่วนหน่อยครับ ๓๖ ท่านมีผู้แทนขององค์กรเอกชน ๑๒ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คณะรัฐมนตรี ๖ ท่าน อย่างนี้นะครับ องค์กรเอกชน ๑๒ ท่าน คณะรัฐมนตรี ๖ ท่าน สมาชิก ๑๘ ท่าน ๑๘ ท่าน ก็ประกอบไปด้วยพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน แล้วก็พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน ขอทบทวนใหม่นะครับ ๓๖ ท่าน ประกอบไปด้วย คณะรัฐมนตรี ๖ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชนเกี่ยวกับเด็ก ๑๒ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๙ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๖ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาและพลังชลรวมกัน ๑ ท่านนะครับ เชิญรัฐบาลเสนอ ๖ ท่าน ครับ

นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จํานวน ๖ คน ได้แก่ ๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๒. นายวันชัย รุจนวงศ์ ๓. นายธงชัย เจริญผล ๔. นางรุ่งนภา งดงาม ๕. นายธนา เวสโกสิทธิ์ ๖. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ครับผม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญพรรคเพื่อไทย ๙ ท่านนะครับ เชิญ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแล เด็ก พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย จํานวน ๙ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ๒. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๓. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๔. นางสิรินทร รามสูต ๕. นางรังสิมา เจริญศิริ ๖. นางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์ ๗. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ๘. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๙. นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๖ ท่าน ครับ

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอสัดส่วน คณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ ควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๖ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๒. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๓. พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๔. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๕. นางสาวสรชา วีรชาติวัฒนา ๖. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

ท่านประธานครับ ผม รุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของ พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ คือ ท่านนาที รัชกิจประการ ครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา

นายสรชัด สุจิตต์ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธาน กระผม สรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่ง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิการควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน ขอเสนอคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาและพลังชล ๑ ท่านครับ

นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่ง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนาและพลังชล คือ คุณประสาท ตันประเสริฐ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ องค์กรเอกชนเกี่ยวกับเด็ก ๑๒ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน เชิญพรรคเพื่อไทย ๖ ท่านก่อนครับ

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๖ ท่านค่ะ ๑. นายสมพร เทพสิทธา มูลนิธิร่วมจิต น้อมเกล้าเพื่อเยาวชน ๒. นางรัชนี ธงไชย มูลนิธิเด็ก ๓. นายธนกร เวสานุชาติ สมาคมสร้างสรรค์สังคมคุณธรรมสัมพันธ์ ๔. นางสาวเพ็ญวดี แสงจันทร์ มูลนิธิดวงประทีป ๕. นายปกรณ์ ปรียากร มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย และ ๖. นางรูบีนา (กรัยวิเชียร) สุวรรณพงษ์ มูลนิธิสร้างสรรค์ชีวิตเด็กและเยาวชนค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพคะ บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอรายชื่อสัดส่วน คณะกรรมาธิการวิสามัญในนามตัวแทนองค์กรเอกชนในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายรักษา สุทธิพงศ์ มูลนิธิเสริมสร้างศักยภาพเด็กและเยาวชน ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทิพย์วัลย์ สมุทรักษ์ สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย ๓. นางศรีศักดิ์ ไทยอารี สมาคมสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน ๔. นายชัยพล ไชยคํามิ่ง สมาคมเครือข่ายผู้สูงอายุจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ พร้อมไหมครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนครับ ๑ ท่าน

นายสรชัด สุจิตต์ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่ง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน ขอเสนอคุณจุฑามาศ ราชประสิทธิ์ จากมูลนิธิพัฒนาชุมชนและภูเขา ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน

นายวัชรพล คูวิจิตรสุวรรณ สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวัชรพล คูวิจิตรสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อในสัดส่วนบัญชีรายชื่อผู้แทนองค์การเอกชน ร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ ควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๑. นายธีรพันธุ์ เพ็ญโรจน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ครบ ๓๖ ท่าน เชิญท่านเลขาธิการอ่านชื่อกรรมาธิการ จะแก้ไข ใช่ไหมครับ เชิญครับ เดี๋ยวนะท่านเลขาธิการ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานก่อนที่ ท่านเลขาธิการจะอ่านรายชื่อกรรมาธิการ ซึ่งเราเสนอไปให้ทั้งหมด ๓๖ ท่าน มีภาคเอกชน เป็นสัดส่วน ๑ ใน ๓ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับองค์กรเด็ก ผมต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าบัญชีรายชื่อขององค์การเอกชนที่ทาง สํานักการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรของเราได้จัดทํามาให้ที่มอบให้กับพวกเราที่อยู่ใน ห้องประชุม ต้องกราบเรียนหารือท่านประธานนะครับว่าความเป็นปัจจุบันหรือความสอดคล้อง ของรายชื่อขององค์กรเอกชน รวมทั้งรายชื่อที่เป็นผู้แทนนี่ ผมไม่แน่ใจว่ายังจะเป็นปัจจุบัน หรือว่ายังสามารถที่จะดําเนินการได้อยู่หรือไม่ แต่ว่าขณะนี้เราเองก็ไม่สามารถที่จะ ตรวจสอบได้ ก็หารือท่านประธานไว้ว่ากรณีถ้ามีการเปลี่ยนแปลงนะครับ ถ้าเราประสานงาน ติดต่อไป หรือแม้กระทั่งมีการเชิญประชุมไปแล้ว มันมีข้อติดขัด มีข้อบกพร่องก็อาจจะ จําเป็นต้องขออนุญาตท่านประธานที่ต้องมาปรับ มาแก้ในส่วนที่จะต้องแต่งตั้งกรรมาธิการ เพื่อทดแทน ท่านประธานครับ ในกรณีที่จะทําให้ปัจจุบันนี่ก็หารือท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังสํานักงานเลขาธิการว่าน่าจะมีการตรวจสอบ แล้วก็ทําให้เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดนะครับ เพื่อที่เราจะได้ตัวแทนขององค์กรเอกชนที่เป็นไป ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะให้สิทธิในเรื่องของพระราชบัญญัติหรือ ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องสตรี เด็ก และเยาวชนนะครับ เรื่องนี้ก็อยากจะให้ ท่านประธานได้ให้ความสําคัญ เพราะว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้สิทธิถึง ๑ ใน ๓ นะครับ เราตั้งกรรมาธิการไปทั้งหมด ๓๖ คน มีองค์กรเอกชน มีภาคเอกชนที่เกี่ยวเนื่องกับด้านนี้ มาให้ความสําคัญถึง ๑ ใน ๓ ถือเป็นเสียงข้างมากนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าสามารถที่จะให้ เสียงข้างมากไปด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าสมาชิกเราส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง แค่ครึ่งหนึ่งหรือ ๑ ใน ๓ ของจํานวนสมาชิกที่เป็นสัดส่วนของผู้แทนราษฎรเข้าไปก็สามารถจะเป็นเสียงข้างมาก ในที่ประชุมได้ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าความเป็นปัจจุบัน ความสอดคล้อง ของภาคเอกชนตรงนี้ก็น่าจะให้ความสําคัญ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ สภาได้ตรวจสอบแล้วครับ เป็นปัจจุบัน ทุกปี เชิญครับ

นางพรรณิภา เสริมศรี รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๒. นายวันชัย รุจนวงศ์ ๓. นายธงชัย เจริญผล ๔. นางรุ่งนภา งดงาม ๕. นายธนา เวสโกสิทธิ์ ๖. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ๗. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ๘. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๙. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๑๐. นางสิรินทร รามสูต ๑๑. นางรังสิมา เจริญศิริ ๑๒. นางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์ ๑๓. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ๑๔. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ๑๕. นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ๑๖. นางผุสดี ตามไท ๑๗. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๑๘. พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๑๙. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๒๐. นางสาวสรชา วีรชาติวัฒนา ๒๑. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๒๒. นางนาที รัชกิจประการ ๒๓. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ๒๔. นายประสาท ตันประเสริฐ ๒๕. นายสมพร เทพสิทธา ๒๖. นางรัชนี ธงไชย ๒๗. นายธนกร เวสานุชาติ ๒๘. นางสาวเพ็ญวดี แสงจันทร์ ๒๙. นายปกรณ์ ปรียากร ๓๐. นางรูบีนา (กรัยวิเชียร) สุวรรณพงษ์ ๓๑. นายรักษา สุทธิพงศ์ ๓๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทิพย์วัลย์ สมุทรักษ์ ๓๓. นางศรีศักดิ์ ไทยอารี ๓๔. นายชัยพล ไชยคํามิ่ง ๓๕. นางจุฑามาศ ราชประสิทธิ์ ๓๖. นายธีรพันธุ์ เพ็ญโรจน์

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบนะครับ เชิญกําหนดวันแปรญัตติ เชิญท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติเป็นเวลา ๗ วัน ตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านจะเสนอเป็นอย่างอื่นไหม

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอให้แปรญัตติภายใน ๑๕ วันนะครับ

เหตุผลเป็นอย่างนี้ครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่เราเสนอกันด้วยความ เคยชินมาโดยตลอดว่าเมื่อพิจารณากฎหมายก็ให้แปรญัตติภายใน ๗ วันตามข้อบังคับ แต่กฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาสาระเยอะนะครับ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือในกระบวนการทํางานของคณะกรรมาธิการ เมื่อถึงเวลา จริง ๆ กว่าที่คณะกรรมาธิการจะเริ่มทํางาน สัปดาห์หน้าก็เริ่มเรียกประชุมแล้วก็ตั้งตําแหน่ง กัน กว่าจะได้เริ่มพิจารณากันก็หลังปีใหม่ไปแล้ว แล้วทําไมต้องมาเร่งรัดให้เพื่อนสมาชิกเรา ไปแปรญัตติกันเร็วด่วนจี๋ภายใน ๗ วัน

เหตุผลประการที่ ๓ ครับท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้มีผู้แทนราษฎรเข้าไป ทําหน้าที่ในคณะกรรมาธิการเพียง ๑๘ คนเท่านั้น จําเป็นที่จะต้องให้พวกเราได้มีส่วนร่วมกัน กว้างขวาง ๑๕ วันหรือ ๓๐ วัน ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทํางานของคณะกรรมาธิการเลยนะครับ ผมอยากจะฝากประเด็นนี้สําหรับกฎหมายฉบับต่อ ๆ ไปด้วยนะครับ สัปดาห์นี้เราผ่าน กฎหมายหลายฉบับมาก แล้วก็บีบบังคับว่าให้แปรญัตติภายใน ๗ วัน ไม่มีใครทําได้ทันหรอกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไพจิต ๑๕ วันขัดข้องไหมครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม รองประธานวิป รัฐบาลไม่ขัดข้องครับ เห็นตามท่านอภิชาต

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ขอ แปรญัตติ ๑๕ วันนะครับ ผมว่ามันจบแล้วนะครับ คือถ้าไม่ขัดข้องก็ ๑๕ วันแล้ว เชิญ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน สิ่งที่เพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านอภิชาตได้มี ความเห็นเป็นอื่น เสนอวันแปรญัตติหมายถึง ให้สมาชิกผู้ที่มีความสนใจจะแก้ไขกฎหมาย ที่ไม่ใช่กรรมาธิการได้ไปเสนอคําแปรญัตติต่อกรรมาธิการภายใน ๑๕ วัน กับทางท่านสมาชิก ธีรรัตน์ ได้เสนอตามข้อบังคับ คือ ๗ วัน ผมดูตรงนี้ ท่านประธานครับ ในข้อเท็จจริงเราก็ให้ โอกาสเพื่อนสมาชิกเราตลอดนะครับว่าถ้าท่านสนใจที่จะเข้าไปแก้ไขเนื้อหาสาระ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับคุณหมอ ท่านจะเสนอเป็นอย่างอื่นหรืออย่างไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

อธิบายนิดหนึ่งครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือผม ไม่ให้อธิบายแล้วนะครับ เพราะตกลงไปเรียบร้อยแล้ว ๑๕ วันก็ถือว่าเป็นไปตามที่ประชุม มีมติเห็นชอบ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

มันมี ๒ เสียงอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ก็ด้วยเหตุและผลอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ผมสอบถามไปแล้วก็ทางวิป (Whip) รัฐบาล ท่านก็ไม่ขัดข้อง ๑๕ วันก็ ๑๕ วัน ก็น่าจะจบ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ผมขอเหตุผลนิดเดียวครับ ท่านประธาน ไม่เกินนาทีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือไม่ให้ เหตุผลแล้วครับ ผมจะได้ดําเนินการต่อไปเมื่อ ๑๕ วันก็น่าจะจบ เชิญนั่งลงครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

เชิญท่านประธานพักการประชุมครับต่อไป เชื่อผมสิครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แปรญัตติ ๑๕ วันนะครับ จบเรื่องด่วนที่ ๖ นะครับ

ต่อไปเป็นเรื่องด่วนที่ ๗ นะครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ศาลฎีกา เป็นผู้เสนอ)

ศาลฎีกามาหรือยัง เชิญผู้แทนศาลฎีกาเข้ามา เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ถ้าท่านผู้แทนศาลฎีกามาผมนั่งครับท่าน ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจาก จังหวัดน่าน ช่วงที่ผมพยายามที่จะนําเสนอท่านประธานนะครับ เพราะผมกลัวว่า ท่านประธานจะพักการประชุม เพราะเราประสานงานตลอด ท่านผู้ชี้แจงมีภารกิจ ติดอยู่ตรงนี้ จริง ๆ ยังขึ้นมาไม่ได้ท่านก็เลยส่งผู้แทนขึ้นมา ท่านประธานต้องอนุญาตให้ท่านนะครับ เพราะว่าท่านผู้ชี้แจงที่เป็นตัวแทนท่านยังมาไม่ถึง ท่านก็ส่งตัวแทนขึ้นมา ก็ต้องหารือ ท่านประธาน ท่านประธานศาลยังไม่มาครับ ก็ต้องให้ท่านรองขึ้น ถ้าท่านประธานยอมรับ ตรงนี้ได้ก็เสนอกฎหมายได้ เชิญท่านประธานดําเนินการต่อครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทางผู้ชี้แจงที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประกอบไปด้วย ๑. ท่านสมศักดิ์ จันทรา รองประธานศาลฎีกา ๒. ท่านชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์ประจําสํานักประธานศาลฎีกา ๓. ท่านพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจําสํานักประธานศาลฎีกา ท่านที่ ๔ ท่านชัยวัฒน์ วงศ์วีรธร ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจําสํานักประธานศาลฎีกา ครบนะครับ เชิญท่านรองประธานศาลฎีกาแถลงหลักการ เหตุผลครับ

นายสมศักดิ์ จันทรา รองประธานศาลฎีกา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านนะครับ กระผม นายสมศักดิ์ จันทรา รองประธานศาลฎีกา ขออนุญาตชี้แจงหลักการและเหตุผล ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้นะครับ

เนื่องจากปริมาณงานของศาลมีคดีเกิดขึ้นจํานวนมาก ทําให้ผู้รับผิดชอบกํากับ ดูแลงานของศาลยุติธรรมในส่วนภูมิภาค ซึ่งมีอธิบดีผู้พิพากษาภาคเพียงคนเดียวไม่มี ผู้ช่วยปฏิบัติราชการ ทําให้การกํากับดูแลงานของศาลยุติธรรมไม่อาจดําเนินการไปได้ด้วย ความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และการที่จํานวนคดีเพิ่มมากขึ้นทําให้ การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นมีความล่าช้ามีผลกระทบต่อการอํานวยความยุติธรรม แก่ประชาชนและคู่ความในคดี ดังนั้นเพื่อให้การบริหารจัดการคดีและการพิจารณาพิพากษา คดีของศาลยุติธรรมเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และเพื่อประโยชน์ในการ อํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชนและคู่ความในคดี จึงสมควรที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม โดยกําหนดตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคขึ้นมา และให้ มีอํานาจหน้าที่ในการช่วยเหลือการทํางานของอธิบดีผู้พิพากษาภาคซึ่งมีหลักการสําคัญ ดังนี้

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ดังต่อไปนี้

(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยเพิ่มตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค

(๒) แก้ไขเพิ่มเติมอํานาจของอธิบดีผู้พิพากษาภาคและรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค

เหตุผล เพื่อให้การบริหารจัดการคดีและการพิจารณาพิพากษาคดีของ ศาลยุติธรรมเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ในการอํานวย ความยุติธรรมให้กับประชาชนและคู่ความในคดีนะครับ

นี่คือหลักการและเหตุผลในการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อขอให้ท่านสมาชิก ได้โปรดพิจารณา ถ้าหากท่านสมาชิกมีข้อสงสัยประการใดที่จะซักถามเราก็มีท่านผู้พิพากษา ซึ่งเป็นคณะทํางานนี้พร้อมที่จะชี้แจงให้ท่านทั้งหลายได้ทราบ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก เชิญท่านอาจารย์ดอกเตอร์พีรพันธุ์เชิญครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ตามที่ทางผู้แทนศาล ได้ชี้แจงประกอบหลักการและเหตุผลถึงความจําเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยหลักท่านก็บอกว่าเนื่องจากขณะนี้ในทางบริหารของศาล ซึ่งได้แบ่งออกเป็น ๙ ภาค ในภาคก็จะมีอธิบดีตามกฎหมาย มีอธิบดีผู้พิพากษาภาค ภาคละ ๑ คน ไม่มีผู้ช่วย ท่านได้แถลงไว้อย่างนี้ ก็คือต้องการเพิ่มตําแหน่งรองอธิบดีเพิ่มขึ้นมา ผมทราบว่าจากการแก้ไขกฎหมาย ผมจําไม่ได้ท่านประธาน น่าจะเป็นประมาณปี ๒๕๔๓ กว่า ๆ ก็เมื่อมีตําแหน่งเพิ่มเป็นภาคขึ้นมาแล้วก็มีตําแหน่งอธิบดีภาคขึ้น เคยมีตําแหน่ง รองอธิบดีกันมาช่วยอยู่ แต่ว่าในสมัยนั้นไม่ทราบด้วยเหตุผลใดก็มีการตัดตําแหน่งรองอธิบดี ภาคออกไป อาจจะเป็นความเข้าใจว่าภาคของศาลจริง ๆ ไม่ใช่ศาล เราไม่มีศาลเป็นภาค แต่ว่าในภาคนั้นจะมีศาลต่าง ๆ ประกอบขึ้นมา แล้วก็เพื่อให้การบริหารงานของศาลก็จะมี ตําแหน่งที่อยู่ที่ภาค มีอธิบดีขึ้นมาก็จะทําหน้าที่เป็นเพียงธุรการเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น สภาสมัยนั้นจึงได้ตัดตําแหน่งผู้ช่วยออกไป บัดนี้จากการประเมินงานของศาลที่ได้แถลงไว้ ชัดเจนว่าจะแบ่งการบริหารออกเป็น ๙ ภาค แล้วก็เพื่อให้เกิดความสะดวกในการพิจารณา อํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ในภาคหนึ่งก็จะมีอธิบดีแล้วก็ต้องการให้มีรองอธิบดี ขึ้นมาช่วยด้วย จากข้อมูลในเอกสารประกอบการพิจารณาที่ฝ่ายวิชาการของสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทําขึ้นมาพวกเราก็จะเห็นว่ามีการส่งสํานวนก่อนที่จะไปอ่าน คําพิพากษานั้น ให้ทางภาคได้ตรวจด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น อาจจะ เนื่องจากในศาลชั้นต้นที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ นั้นเป็นผู้พิพากษาที่ถึงแม้จะได้ทํางานมาระยะ หนึ่งแล้วแต่ว่าประสบการณ์อาจจะยังไม่หนักแน่นเพียงพอ เพราะฉะนั้นการที่จะมีภาคขึ้นมา ช่วยตรวจสํานวนก็จะทําให้การพิจารณาคดีนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องเป็นธรรมมากขึ้นด้วย ในข้อมูลนี้ก็ได้ให้สถิติการที่ภาครับมา แล้วก็เสร็จไป ดูแล้วก็เป็นภาพที่ดีทําให้เห็นว่าทางศาล เองก็ได้พยายามที่จะเร่งรัดให้การพิจาณาเป็นไปได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น อันนี้ก็จะทําให้ศาลเอง ได้มีประสบการณ์มากขึ้นด้วย ผมมีคําถามจะเรียนไปยังผู้ชี้แจงนะครับ คือท่านบอกว่าขณะนี้ มีตําแหน่งอธิบดีภาค เสมือนหนึ่งว่าจริง ๆ มีอธิบดีภาคอยู่ท่านเดียว จริง ๆ ไม่น่าจะใช่อย่างนั้น น่าจะมีอธิบดีภาคท่านหนึ่ง อาจจะมีผู้พิพากษาที่ไปช่วยงานในภาคอยู่ แต่ไม่ได้มีตําแหน่ง ในทางกฎหมายอยู่ ไปช่วยปฏิบัติงานอย่างนั้นใช่ไหมครับ น่าจะมีผู้ช่วยอธิบดีภาค หรือเลขานุการประจําภาคอาจจะมี รวมแล้วอาจจะประมาณ ๓ หรือ ๔ ท่าน หรือ ๕ ท่าน ประมาณอย่างนั้น แต่ว่าตําแหน่งเหล่านั้นไม่ใช่ตําแหน่งตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นเมื่ออธิบดี ไม่อยู่ก็ไม่มีผู้ทําการแทน เลยทําให้การบริหารงานของศาลมันเป็นไปมีปัญหาเกิดขึ้น ถึงแม้จะ มีผู้ช่วยแต่ว่าเขาจะมอบหมายกันไม่ได้เพราะกฎหมายไม่ให้ไว้ คราวนี้ท่านก็จําเป็นจะต้อง ขอให้มีรองอธิบดีภาคขึ้นมา อาจจะเป็น ๑ หรือ ๓ แล้วแต่ความจําเป็นก็จะรวมแล้วอธิบดี ๑ รองอธิบดีหรือ ๓ เป็น ๔ แล้วน่าจะมีใครอื่นอีกไหมสักคน ไม่ทราบว่ามีหรือเปล่า ที่จะช่วยงานในภาคนะครับ อยากจะขอให้ชี้แจงให้เพิ่มเติมให้สภานี้ได้เห็นความจําเป็น มากขึ้นกว่านี้ หน้าที่ของภาคขณะนี้แน่นอนว่าผมเข้าใจว่าท่านไม่ได้นั่งพิจารณาคดี เว้นแต่มี ความจําเป็นจึงจะไปนั่งพิจารณาคดีที่ศาล แต่ว่าที่ภาคก็จะช่วยตรวจสํานวน ตรวจคํา พิพากษาก่อนส่งศาลไปอ่านอย่างนั้นใช่ไหม

๒. ท่านที่จะมาเป็นอธิบดีภาค ขณะนี้แต่งตั้งจากศาลระดับไหน เพราะว่า ท่านบอกว่าจะมาช่วยอ่านสํานวนก็ต้องเป็นผู้พิพากษาที่ค่อนข้างจะอาวุโส รวมทั้งท่านที่จะ มาเป็นรองอธิบดีก็เช่นเดียวกัน จะแต่งตั้งจากไหนด้วย ทั้งหมดนี้ถามต่อไปว่าถ้าแต่งตั้ง อย่างนี้จะมีการเพิ่มจํานวนผู้พิพากษาขึ้นมาใหม่อีกหรือเปล่า เช่นถ้าเอามาจากศาลฎีกา มาอยู่ตรงนี้ก็แปลว่าท่านจะตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาเพิ่มขึ้นใช่ไหม เพราะอันนี้มันหมายถึงเงิน งบประมาณที่ต้องเพิ่มขึ้นไปด้วย ท่านประธานผมก็ขอคําชี้แจงเพิ่มให้ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ ก็คือว่าในภาคท่านมีอธิบดี ๑ มีรองอธิบดี ๑ ไม่เกิน ๓ เป็น ๔ มีใครมาช่วยอีกคนหนึ่งไหม ตําแหน่งเหล่านี้ ท่านเหล่านี้ที่จะมา มาจากไหน ภารกิจที่สําคัญคืออะไร ถ้าเราได้ฟังกันอย่าง ชัดเจน อย่างนั้นผมก็คงจะไม่ขัดข้อง เพราะที่สุดแล้วคือการแก้อันนี้ ก็คือแก้ย้อนกลับไป จุดเดิมก่อนที่จะมีการแก้ไขหรือว่าตัดตําแหน่งผู้ช่วยระดับภาคขึ้นไปออกเท่านั้นเอง ซึ่งย้อนกลับไปที่จุดเดิมเท่านั้นเอง ขอเรียนท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญทางศาลชี้แจงครับ

นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ศาลอุทธรณ์ ในฐานะผู้ชี้แจงครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียนถึงบทบาทของท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคก่อนนะครับ สรุปง่าย ๆ ก็คือว่าท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคท่านไม่ได้อยู่ตามศาลต่าง ๆ ต่างจังหวัดมันจะมี ลักษณะเป็นศาลจังหวัดกับศาลแขวง ท่านจะอยู่ที่สํานักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ทีนี้ถามว่า บทบาทของท่านทําอะไร บทบาทของท่านจะมีอยู่ ๒ ลักษณะครับ ลักษณะแรกก็คือเป็น บทบาททางด้านงานธุรการ คือท่านจะคอยดูแลปัญหาในเรื่องของงบประมาณ ปัญหาในเรื่อง ของบุคลากร การลา การอะไรต่าง ๆ นานาของท่านผู้พิพากษาและข้าราชการธุรการ ทั้งหมดภายในภาค ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๒๐-๓๐ ศาลนะครับ บทบาทอีกด้านหนึ่งของท่าน คือบทบาทด้านคดีครับท่านครับ บทบาทด้านคดีท่านจะทําอยู่ ๒ ลักษณะครับ ลักษณะแรก ก็คือการออกไปนั่งพิจารณาคดีที่มีความสําคัญ ๆ ในแต่ละศาลในเขตอํานาจของท่าน หรือถ้า คดีใดท่านไม่ได้ออกไปนั่งพิจารณา แต่ท่านเห็นว่าเป็นคดีที่อาจจะมีความสําคัญในแง่มุมของ คดีนั้นเอง หรืออาจจะมีความเคลือบแคลงสงสัยอะไรต่าง ๆ นานา ท่านจะขอให้ศาล ส่งสํานวนมาเพื่อท่านจะได้ตรวจสํานวนก่อนที่จะทําคําพิพากษา แต่การตรวจสํานวนของท่าน ท่านจะตรวจในลักษณะที่ให้ความเห็น แล้วถ้าท่านไม่เห็นด้วยหรือเห็นประการใดที่แตกต่าง จากองค์คณะนะครับ ท่านจะมีอํานาจเพียงแค่ทําความเห็นแย้งครับ ท่านจะไปอะไรต่าง ๆ นานา ที่มันนอกเหนือจากการทําความเห็นแย้งไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าองค์คณะผู้พิพากษา ในศาลนั้นท่านเห็นคล้อยกับความเห็นของท่านอธิบดีภาค นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อบทบาท ของท่านมีอยู่ ๒ ด้านอย่างนี้ ในปี ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นตอนที่ศาลแยกออกจากกระทรวงยุติธรรม คือตอนนั้นมีความคิดอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นความคิดของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งค่อนข้างจะมีบทบาท พอสมควร ท่านมองว่า อธิบดีผู้พิพากษาภาคท่านอยู่ตามสํานักงานภาค ท่านไม่ต้องไป ทํางานบทบาทด้านคดีหรอก ปล่อยให้ท่านองค์คณะผู้พิพากษาแต่ละท่านตามศาลต่าง ๆ ท่านทําคดีไป และไปจํากัดบทบาทท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคเฉพาะในส่วนของงานธุรการ พอไปจํากัดบทบาทของท่านเพียงแค่งานธุรการก็เลยเป็นเหตุที่ทําให้มีการตัดตําแหน่ง รองอธิบดีออก เพราะว่าไม่มีความจําเป็นอะไรที่จะต้องไปดูแลมากนัก เพราะงานธุรการ ท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคท่านก็ดูแลได้ แต่พอใช้กฎหมายมาสักระยะหนึ่งก็ปรากฏว่า ก็มี เสียงเรียกร้องกันว่ามันน่าจะช่วยกันดูแลในเรื่องของความรอบคอบในการพิจารณาคดี ก็เลย มีการแก้ไขอีกครั้งหนึ่งกลับมาให้ท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคมีบทบาททางด้านคดีเหมือนเดิม ก็คือว่าไปนั่งพิจารณาคดีได้ ไปตรวจสํานวนทําความเห็นแย้งได้นะครับ แต่การแก้ไขครั้งหลัง ไม่ได้กลับไปแก้ไขเพิ่มเติมให้มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคเข้าไปช่วยท่าน ใช้มาสักระยะหนึ่ง ก็ปรากฏว่าคดีที่ท่านต้องตรวจสํานวนมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับท่านครับ ก็เป็นเหตุผลที่ทาง ศาลยุติธรรมก็มาขอความกรุณาครับว่า ขอเพิ่มตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคกลับไป กราบเรียนว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ๒-๓ ปีที่เราไม่มีรองอธิบดีภาคเราทําอย่างไร ก็จําเป็นครับที่ กต. ท่านก็ตั้งผู้พิพากษาไปช่วยในลักษณะที่ไปช่วยงาน แต่ผู้พิพากษาที่ไป ช่วยงาน ท่านครับ ท่านไม่ได้มีบทบาทอํานาจหน้าที่อย่างในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ที่กําลังขอแก้ไข ท่านก็ไปช่วยตรวจสํานวนเฉย ๆ นะครับ ทีนี้ถ้ามีคดีที่ต้องนั่งพิจารณา ที่อธิบดีภาคต้องไปนั่งพิจารณาเยอะ ท่านผู้พิพากษาเหล่านี้ไปช่วยไม่ได้ครับ จึงจําเป็น ที่จะต้องมีตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคแล้วก็ให้บทบาทกับท่านในการที่จะไปนั่ง พิจารณาคดีได้ทํานองเดียวกับอธิบดีผู้พิพากษาภาค เพื่อเป็นการช่วยเหลือท่านอธิบดี ผู้พิพากษาภาคนะครับ สําหรับปัญหาที่ว่าถ้ามีการแต่งตั้งแล้วจะแต่งตั้งจากระดับไหน ก็กราบเรียนว่าขณะนี้นะครับ อธิบดีผู้พิพากษาภาคเราแต่งตั้งจากผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ในศาลอุทธรณ์ ซึ่งมีอาวุโสใกล้ที่จะขึ้นศาลฎีกาแล้วครับท่านครับ ซึ่งอาวุโสมากกว่าพวกศาล ในศาลชั้นต้นเยอะ ส่วนรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคผมก็เข้าใจว่าคงแต่งตั้งจากระดับผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ที่มีอาวุโสแก่ ๆ หรือไม่ก็ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ที่อาวุโสในระดับ ที่ต่ํากว่าท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคนะครับ ซึ่งในเรื่องของงบประมาณเข้าใจว่าทางศาล ยุติธรรมมีอัตราว่างอยู่มากที่จะรับผู้ช่วยผู้พิพากษา เพราะฉะนั้นถ้ามีการแต่งตั้งซึ่งตําแหน่ง รองอธิบดีภาคกับอธิบดีภาคไม่มากนะครับ ก็มีทั้งหมด ๙ ภาค ท่านอธิบดีก็มี ๙ ส่วน รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ถ้ามี ๒ ท่านก็ ๑๘ ท่าน ซึ่งตําแหน่งเหล่านี้ถ้ามีการเลื่อนไหลไป อัตราว่างที่เรามีเงินอยู่แล้วเราก็สามารถบรรจุท่านผู้ช่วยผู้พิพากษากลับเข้ามาได้ครับท่านครับ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพายัพ ปั้นเกตุ แล้วก็ท่านนิยม เวชกามา

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตเรียน สอบถามท่านผู้มาชี้แจงเพิ่มเติมจากท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ก็คือว่าวันนี้ท่านได้ขอกลับเข้ามาให้ สภาได้พิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่งก็คือให้เพิ่มรองอธิบดีขึ้นมาช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้พิพากษาภาคซึ่งมีอยู่แล้ว ๙ ภาค โดยให้เหตุผลว่าเพราะว่ามีจํานวนคดีสํานวนนี่มากขึ้น เพื่อให้ไปช่วยงานในการปฏิบัติงานและเพิ่มบทบาทหน้าที่ในการพิพากษาด้วย ผมอยากจะ สอบถามท่านประธานไปถึงท่านผู้มาชี้แจงว่า ท่านมีตําแหน่งอื่นอีกหรือไม่ ท่านมีตําแหน่งอื่น อีกหรือไม่ที่ควรจะเพิ่มขึ้นในศาลภาคของท่านนะครับ เพราะว่าในการเข้าพิจารณาที่ท่านมา ขอท่านมาขอจริงตําแหน่งเดียวคือตําแหน่งรองอธิบดี ก็เลยสงสัยว่าแล้วตําแหน่งอื่น ๆ เมื่อมีสํานวนเพิ่มขึ้นกับปัญหาของสังคมอะไรก็ตามแต่ ก็แสดงว่าปัจจุบันปัญหาของสังคม ในประเทศไทยมีมากขึ้น จําเป็นต้องมีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคเพิ่มมากขึ้นในการทําหน้าที่ เพราะฉะนั้นผมก็เลยต้องถามท่านว่าถ้าเป็นลักษณะอย่างนี้แล้วมีแนวโน้มที่ทางท่านผู้ชี้แจง จะมีการขอตั้งตําแหน่งอื่นเพิ่มขึ้นหรือไม่ในอนาคตข้างหน้า เพราะถ้ามีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น ในอนาคตเป็นเช่นนั้นเราทําไมถึงไม่ขอเสียทีเดียวเลยในหลาย ๆ ที่ เพื่อให้มันมีบุคลากรไป ทํางานในศาลภาคเสียเลยทีเดียว เพราะวันนี้ศาลถือว่าเป็นที่พึ่งของประชาชนคนไทยทั้ง ประเทศ เราหวังกระบวนการยุติธรรมที่จะให้สู่พี่น้องประชาชน เราหวังผู้พิพากษาจะให้ ความเป็นธรรมต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นผมจะฝากเรียนไปถึง ท่านประธานว่าถ้าเป็นอย่างนั้นท่านยังมีตําแหน่งอื่นอีกหรือไม่ที่จะพิจารณาพร้อม ๆ กันใน คราวนี้ เพราะว่ามันจะได้ทําให้เกิดการพิจารณานั้นมีประสิทธิภาพและรวดเร็วตามที่ท่าน ร้องขอมาเดี๋ยวนี้ ด้วยความเห็นอกเห็นใจท่านนะครับ แล้วก็หวังว่าท่านจะได้เป็นที่พึ่งของ ประชาชน จึงกราบเรียนคําถามท่านประธานมาด้วยความเคารพครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิยม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมฉบับนี้เป็นการแก้ไขเพียง ๕-๖ มาตราเท่านั้น สั้น ๆ ผมก็นั่งดูค่อนข้างจบตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก็ขอเรียนถามทางศาล ท่านผู้ชี้แจงผ่านท่านประธานสภาว่า เนื่องจากการที่ท่านขอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการเพิ่มตําแหน่งรองอธิบดีภาค ผู้พิพากษาภาค ๑-๓ คน ผมคาดว่าคงประมาณ ๓ คน สุดท้าย เพราะว่าเราขอไป ๓ คน ถึงแม้ท่านจะบอกว่า ๑ คน ถ้าจําเป็นก็ ๓ คน ดังนั้นผมจึง ขอเรียนถามว่าการเพิ่มตําแหน่งครั้งนี้เป็นการเพิ่มตําแหน่งเพื่อไปทําหน้าที่เท่ากับอธิบดี ผู้พิพากษาใช่หรือไม่ นี่ประเด็นที่หนึ่ง เนื่องจากตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษานี้โดยปกติเท่าที่ ท่านชี้แจงเมื่อสักครู่ว่าก็ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาร่วมกับองค์คณะผู้พิพากษา เพียงแต่ตรวจ สํานวน ทีนี้ผมทราบว่าในการพิจารณาพิพากษาคดีในระดับศาลชั้นต้น คดีอาญาหรือคดีแพ่ง ก็ตามมันเป็นองค์คณะผู้พิพากษาได้ทําแบบเบ็ดเสร็จอยู่แล้ว มีความจําเป็นมากน้อยขนาด ไหนที่อธิบดีจะต้องเข้ามาตรวจสํานวนโดยตรง โดยตรวจร่วม ทําความเห็นร่วมหรืออย่างไร เพราะต้องมี ผมเห็นด้วยนะเรื่องที่ต้องมีรองอธิบดี เพราะมันมีความจําเป็น เกิดเจ็บป่วย อธิบดีเจ็บป่วย แล้วมันจะไม่มีรองอธิบดีดูแลแทน แต่ว่าถ้าหากคดีในการพิพากษาคดีถ้าช้า ในหลักข้อกฎหมายช้าเท่าไรความยุติธรรมก็ไม่มีเท่านั้น นี่ผมเข้าใจในฐานะผู้ที่เรียนกฎหมาย เพียงแต่ว่าผมเข้าใจว่าในการที่ท่านตั้งรองอธิบดีภาคขึ้นมาไปทําหน้าที่เหมือนอธิบดีภาค ซึ่งตอนหนึ่งท่านก็บอกว่าได้ยกเลิกตําแหน่งที่มาตรวจสํานวนคําพิพากษาหรือตรวจสํานวน คดี เพียงแต่ทําหน้าที่ธุรการ ท่านถึงกลับมาตอนหลัง เพราะช่วงนั้นเป็นวิกฤตการณ์ทาง ตุลาการ ผมก็ทราบมาในลักษณะของข่าวสารบ้านเมือง บังเอิญผมเรียนถามมาว่าในลักษณะ คดีตรวจสํานวนคดีท่านตรวจแล้วมีส่วนร่วมในการดูแลทางคดีหรือไม่ หรืออย่างไร เพราะผม เองเมื่อสัก ๒-๓ ปีที่ผ่านมาบังเอิญมีโอกาสได้ขึ้นศาลบ่อย เพราะตกเป็นจําเลยคดีหมิ่น ประมาทในลักษณะของความคิดเห็นต่างกันของอดีตผู้สมัครทางการเมืองบางคน เพราะฉะนั้นผมจึงได้ยินข่าวไม่ค่อยดีจากวงการตุลาการ ได้ยินเสียงสะท้อนออกมาไม่ดี ผมเกรงว่าในเมื่อเรามีรองอธิบดีมากขึ้นจะเป็นการชี้นําคดีหรือไม่ อย่างไร อันนี้ได้ยินผ่านมา ซึ่งผมเองก็ไม่อยากให้มันเป็นจริง เพียงแต่ว่าเรื่องแบบนี้คนเรียนกฎหมายมาได้ยินแล้วไม่ สบายใจ เพราะได้ยินลักษณะว่าเป็นการชี้นําลงมาว่าคดีนี้ต้องอย่างนี้ บังเอิญว่าสกลนครคน ถูกคดีแค่กีดขวางการจราจรก็ถูกจําคุก ๒ เดือน อะไรลักษณะนี้ ซึ่งผมเองก็ยังไม่เคยเห็น แต่นั่นมันจําคุกไปแล้ว อันนี้เลยกราบเรียนว่ารองอธิบดีผู้พิพากษาภาคจะเป็นการเพิ่มคน เพื่อปริมาณทําให้คดีเร็วขึ้น หรือว่าจะเป็นการเพิ่มภาระให้แก่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับ ความเป็นธรรมหรือไม่ อย่างไรนั้น ผมอยากกราบเรียนฟังคําชี้แจงจากท่านด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในฐานะที่เป็นบัณฑิตจากคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคําแหง ลูกพ่อขุนรามคําแหงมหาราช และเรียนวิชากฎหมายพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาจาก คณะนิติศาสตร์ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... ที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนนั้นมิใช่เกรงว่า ผมเกรงว่าจะเกิดปัญหา ในครอบครัวผม หรือจะกลับบ้านไม่ได้แต่ประการใด แต่ผมเห็นว่าการที่ศาลท่านได้มาขอ ขยายให้มีรองอธิบดีและมีอํานาจของท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคตามที่ได้เสนอเข้ามานั้น นับเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมและควรที่จะดําเนินการโดยเร็ว ทั้งนี้เพราะศาลท่านได้ให้ หลักการและเหตุผลเอาไว้ชัดเจนแล้วว่าเพื่อความสะดวก ความรวดเร็วแก่คู่คดีที่จะอํานวย ความยุติธรรมให้เกิดขึ้นแก่คู่คดี ท่านประธานครับ เมื่อดูในเอกสารของสภาผู้แทนราษฎร ที่สํานักวิชาการ ก็ต้องขอขอบคุณสํานักวิชาการที่ทําการบ้านมาเป็นอย่างดี ทําให้พวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นแล้วว่าจํานวนอรรถคดีในภาคต่าง ๆ ทั้ง ๙ ภาคนั้นเพิ่มขึ้น โดยลําดับ โดยเฉพาะทางภาคอีสาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างทางภาค ๓ ที่จังหวัด นครราชสีมา คดีในปี ๒๕๕๒ ๖๐๐ กว่าคดี ปี ๒๕๕๓ ๗๐๐ กว่าคดี ปี ๒๕๕๔ ๑,๐๐๐ กว่าคดี รวมแล้ว ๓,๐๐๐ กว่าคดี ท่านประธานครับ การพิพาทกันระหว่างพี่น้องประชาชน และมีสถิติสูงขึ้นทางภาคอีสานและทางภาค ๗ คือนครปฐมนั้นเป็นเรื่องที่ชี้ชัดว่าศาลท่าน ต้องการอัตรากําลังเพื่อไปอํานวยความยุติธรรมให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่ท่านได้มาแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และเพื่ออํานวยประโยชน์กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งชาติ ทั้งประเทศ ที่จะได้ประโยชน์ในการมีผู้พิพากษาเพิ่มมากขึ้น ในการที่จะอํานวยความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณาคดีให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในการพิพากษาตัดสินในคดีต่าง ๆ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพนธ์ บุญญามณี

นายนิพนธ์ บุญญามณี บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นโอกาสที่ดีอีกโอกาสหนึ่งที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระรัฐธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผมคิด ว่าเป็นกฎหมายที่จะได้บัญญัติถึงเขตอํานาจศาล แล้วก็อํานาจของศาลในการพิจารณาคดี ซึ่งเราต้องยอมรับว่าวันนี้สถาบันศาลนั้นเป็นสถาบันหลักสถาบันหนึ่งของประเทศ ซึ่งดํารงอยู่ ในขณะนี้ แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาการที่จะกําหนดอธิบดี ตําแหน่งอธิบดีศาล แล้วก็วันนี้ศาลเองก็ได้มีการดําเนินการพิจารณาคดี ซึ่งปริมาณคดีนั้นเมื่อสักครู่ท่านเพื่อน สมาชิกก็ได้อภิปรายแล้วว่าวันนี้ปริมาณคดีในศาลเพิ่มมากขึ้น แล้วก็จากเดิมที่ตําแหน่งอธิบดี ผู้พิพากษาศาลในแต่ละภาคนั้นภารกิจอาจจะเข้ามาดูแลเรื่องคดีอาจจะไม่มากนัก แต่ว่าวันนี้ ตัวบทกฎหมายนั้นได้เพิ่มอํานาจในการที่จะให้อธิบดีเข้าไปดูแล ไปมีส่วนในการที่จะทําให้ การพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น ผมคิดว่าวันนี้เมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไป ปริมาณคดีมากขึ้น ภารกิจของในแต่ละศาลมีมากขึ้น การที่สํานักงานศาล ยุติธรรมได้ขอที่จะแก้พระธรรมนูญศาลยุติธรรมในการเพิ่มอํานาจ เพิ่มรองอธิบดี ผู้พิพากษาภาค แล้วก็เพิ่มอํานาจของอธิบดี ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่งเพื่อที่จะให้สถาบันศาล ได้ดํารงไว้ซึ่งความยุติธรรม แล้วก็เป็นสถาบันหลักของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันเราต้องยอมรับ ว่าความสําคัญของสถาบันศาลนั้นมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งในการที่จะพิจารณาคดีด้วย ความเป็นอิสระ ไม่วิตกกังวลต่อการข่มขู่ หรือไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติการข่มขู่ของกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง หรือว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะฉะนั้นวันนี้การที่ศาลยุติธรรมได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้เข้ามา ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สภาแห่งนี้ควรที่จะสนับสนุนเป็น อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะในหลักการที่จะแก้ไขเพิ่มจํานวนรองอธิบดีในแต่ละภาคให้มีรองอธิบดี มาช่วยแบ่งเบาภารกิจของอธิบดีปัจจุบันนี้ หรือว่าเพิ่มอํานาจของอธิบดี ซึ่งได้บัญญัติไว้ ในหลักการ ในรายละเอียดนั้นผมคิดว่าเราจะได้พิจารณากันต่อไปในชั้นคณะกรรมาธิการ ซึ่งในการพิจารณาชั้นหลักการนี้ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ควรให้การสนับสนุน แล้วก็ช่วยกัน พิจารณาในรายละเอียดต่อไปในชั้นรับหลักการครับ ในชั้นพิจารณาในวาระที่สองครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไพจิตก่อน แล้วก็เดี๋ยวท่านถาวร

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระรัฐธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ถือว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ฝ่าย ตุลาการได้ร้องขอต่อสภาเพื่อที่จะให้ปรับกระบวนการในการอํานวยความยุติธรรมให้กับ พี่น้องประชาชน ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าในช่วงเวลาที่ถัดจากย้อนหลังไปในช่วง ๑๐ ปี เราได้พิจารณาพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับศาลอยู่ แล้วก็มีเชิงของการพัฒนา ในเรื่องของทั้งอํานวยเรื่องสิทธิประโยชน์และการพิจารณาให้ฝ่ายที่ทําหน้าที่ทางด้านตุลาการ ได้รับความคุ้มครอง ได้รับเกียรติ เพื่อไปทําหน้าที่หลักก็คืออํานวยความยุติธรรมให้เกิดกับ ประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรม ความยุติธรรมคือหัวใจหลักของความสามัคคี ความยุติธรรมคือความที่เป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาชาติบ้านเมือง ความยุติธรรมคือหัวใจหลักในการที่จะสร้างความสุขให้เกิดกับสังคม ถ้าสังคมเรามี ความยุติธรรมที่เท่าเทียมและเป็นธรรมทั่วถึง ไม่เลือกความยากความจน ผมว่าอย่างนี้คือ เจตนารมณ์ที่สําคัญ การเพิ่มตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค การเพิ่มอํานาจ ปรับปรุง อํานาจให้กับทั้งอธิบดีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค เป็นอีกภารกิจหนึ่งที่จะต้องเดินไปสู่ การอํานวยความยุติธรรม ความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียม เราทราบว่า วิกฤตการณ์ทางด้านการอํานวยความยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตุลาการภิวัฒน์ที่ทําให้เป็น อุปสรรคต่อการพัฒนาชาติบ้านเมืองจนเกิดปัญหาอยู่ในปัจจุบันนี้ แล้วผมก็ยังเชื่อว่าถ้าหาก วิกฤติเรื่องเหล่านี้ยังจะต้องเกิดขึ้นเฉกเช่นที่จะพัฒนาไปนี่ ก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหา ชาติ ผมยังคิดว่าการเพิ่มกระบวนการที่จะให้ ผมเข้าใจว่าเป็นคนหนุ่มซึ่งในสถาบันของ ตุลาการมีแต่คนหนุ่ม ๆ นะครับ เป็นตําแหน่งที่มีเกียรติ มีคุณธรรม แล้วเป็นความหวังของ สังคมนะครับ ท่านประธานครับ ผมเคยเห็นชอบให้ฝ่ายตุลาการมีอายุขยายไปจากเกษียณ แล้ว ๖๐ ปีไปเป็น ๗๐ ปี นี่ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ผมว่าหนุ่ม ๆ ก็มีความก้าวหน้า มีความ เป็นธรรม อายุมากมีประสบการณ์ก็ทําให้กลั่นกรองงานทางด้านความยุติธรรมให้เป็น ประโยชน์ต่อประชาชน เพราะหน้าที่ที่สําคัญจริง ๆ ท่านประธานครับ การมีอธิบดีภาค รองอธิบดีภาค ผมก็ยังหวังว่ามาตรฐานของการวินิจฉัยเรื่องความผิด ความยุติธรรมจะ ละเอียดรอบคอบขึ้นและเป็นไปในมาตรฐานที่เป็นสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีการเมือง คดีทางการเมืองเป็นคดีหลักของความคิดที่แตกต่างกันไม่มีอะไรที่ถูกสมบูรณ์ทั้งหมด แล้วก็ ผิดทั้งหมดหรอกครับ มันเพียงแต่ต่างกันในยุคและเวลา เพราะฉะนั้นฝ่ายที่มีอํานาจก็ อยากจะให้เกิดการใช้อํานาจที่เกินกว่าอํานาจที่ควรใช้ ขณะเดียวกันศาลเท่านั้นที่จะอํานวย ความคิดที่แตกต่างทางการเมือง ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาที่ฉกาจฉกรรจ์ ที่ผมเข้าใจว่า พอมีคดีแบบนี้ก็เข้าสู่ศาล คนถูกคุมขังที่ศาลมุกดาหารความเห็นแตกต่างทางการเมือง คนถูก คุมขังที่อุดรธานี คนถูกคุมขังที่ศาลขอนแก่น พี่น้องผมทั้งหมด การให้ประกันระหว่างการ พิจารณาคดีให้แค่ไหน อย่างไร ก็ต้องเคารพในดุลยพินิจของศาล การมีรองอธิบดี การมี อธิบดีภาคจะมีผลต่อการพิจารณาคดีอํานวยความเป็นธรรมเหล่านี้ไหม ท่านประธานครับ แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงโดยนัยนี่ ผมยังชื่นชมเรื่องการที่จะเอาผู้ต้องขังมาไว้ที่ เรือนจําพิเศษที่บางเขนนี่ ก็เป็นกระบวนการยุติธรรมที่เน้นในการให้ความสําคัญเรื่องหนัก เบา ความคิด หลายคนที่ไปต้องโทษที่เรือนจําบางเขน โรงเรียนตํารวจบางเขน วันนี้ก็มาอยู่ ในสภาเป็นใหญ่เป็นโตเยอะนะครับท่านประธาน ผมก็หวังอย่างยิ่งว่าแม้เป็นกฎหมาย ประกอบไม่มากนะครับ แต่ว่าก็เป็นความจริงใจที่สภามีต่อสถาบันตุลาการ เราหวังเรื่องแนวทางที่จะทําให้บ้านเมืองกลับไปสู่ยุคประชาธิปไตยที่มีความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นท่านอธิบดีภาค ท่านรองอธิบดีภาคผมไม่เข้าใจในรายละเอียดหรอก ผมหวังว่า จะกลั่นกรองจะทําให้อุณหภูมิทั้งหลายอยู่ในดุลของความเป็นธรรมที่เหมาะสม วันใดที่เรา พิจารณา ทุกเรื่องนะครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคน เรื่องของงบประมาณ ไม่มี ผู้แทนราษฎรพรรคใดคนใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น มีความเห็นในทางบวกต่อฝ่ายตุลาการ ทั้งหมด โดยหวังอย่างยิ่งว่าฝากความเป็นธรรมของผู้ยากไร้ให้อยู่ในกระบวนการที่ควรจะเป็น สิ่งที่เขาได้รับเกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นในการเสนอคราวนี้แม้มีกฎหมายเพียงสั้น ๆ แต่ก็ เรียนท่านประธานว่าผมก็อยู่ในสภาได้ผ่านกระบวนการความคิดเหล่านี้ มีความดีใจ ถ้าประชาชนมีความสุข มีความเสียใจและโศกเศร้าถ้าประชาชนมีความทุกข์ในการที่ไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ก็ไม่อยากให้ความเห็นที่แตกต่างกันท้อถอยต่อกําลังใจที่ควรจะทํางาน ด้วยความจริงใจท่านประธานครับ ผมเห็นชอบแล้วก็ไปช่วยทําให้สําเร็จเสีย อะไรที่จะต้อง เพิ่มเติมในชั้นการแปรญัตติให้มันสมบูรณ์จากความเห็นของท่านสมาชิก ซึ่งวันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ ก็อาจจะติดภาระเรื่องงบประมาณกันส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสได้มาอภิปราย แต่ว่าในชั้นการ พิจารณาตัวแทนของพรรคการเมืองที่จะเข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญในชั้นพิจารณาก็ไป ทําให้รอบคอบ แล้วก็กลับเข้ามาสู่สภาเพื่อพิจารณาในวาระที่สอง วาระที่สาม ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถาวร

นายถาวร เสนเนียม สงขลา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายถาวร เสนเนียม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ การแก้ไขพระรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรมในคราวนี้เป็นการเพิ่มตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคขึ้นมาภาคละ ๑ คน แต่ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ในทางราชการ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม โดยความเห็นชอบของประธานศาลฎีกาจะกําหนดให้มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคมากกว่า ๑ คน แต่ไม่เกิน ๓ คนก็ได้ สิ่งที่อยากจะแสดงความคิดเห็นเพื่อฝากไว้กับคณะกรรมาธิการ วิสามัญหรือผู้ที่รับผิดชอบ ท่านประธานครับ องค์กรการบริหารงานถ้าเปรียบเทียบกับระดับ ผู้พิพากษาภาคหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคจะสูง หรือจะต่ํา หรืออะไรที่มีปริมาณงานมากกว่ากัน ผมคิดว่าองค์กรใกล้เคียงเขามีระดับรองอธิบดีกันหมดแล้ว เช่น ทางฝ่ายอัยการเขาก็มี รองอธิบดีมาช่วยงานด้านบริหารงานให้กับอธิบดีมานานแล้ว ถ้าเปรียบเทียบกับงานด้านฝ่าย ปกครอง จังหวัดหนึ่ง ๆ เขามีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ๑-๓ คนแล้ว ถ้าเปรียบเทียบกับกรม ซึ่งทํางานด้านฝ่ายพลเรือนเขามีรองอธิบดีกันมากมาย ผมยังสงสัยอยู่นานแล้วว่าทําไมทาง ฝ่ายศาลมีหน้าที่รับผิดชอบบริหารงานที่มีผู้พิพากษาอยู่ในศาลที่สังกัดอยู่ในภาคแต่ละภาคนั้น จํานวนเป็นร้อย ๆ มีปริมาณงานคดีเป็นหมื่น ทําไมศาลจึงล่าช้า ไม่แก้ไของคาพยพให้มี ฝ่ายบริหารที่เป็นตําแหน่งรองอธิบดีเข้ามารับผิดชอบช่วยงานท่านอธิบดีให้มากขึ้น เอาแค่ การบริหารเงิน ผมคิดว่าปริมาณเงินที่ศาลจะต้องรับผิดชอบไปจากสภาผู้แทนราษฎรที่อนุมัติ เงินงบประมาณไปให้แต่ละปีงบประมาณแต่ละภาคก็มากมายมหาศาล

ประการถัดไป คนที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชากํากับดูแล เราไม่ต้องไปยุ่งเหยิง การพิจารณาคดีของท่านผู้พิพากษาหรอกครับ แค่ให้การบริหารคดีเดินไปได้อย่างเรียบร้อย บริการพี่น้องประชาชนให้ถูกใจให้รวดเร็วก็ต้องใช้ผู้บริหารระดับรองอธิบดีภาคลงมาให้เกิด ความสะดวก ให้เกิดความประทับใจกับพี่น้องประชาชน สิ่งสําคัญที่สุดการเพิ่มกรอบอัตรากําลังจาก ๑-๓ คน ในระดับศาลที่มีเป็นสิบ ๆ ศาล เพื่อมา บริการดูแลให้ความสะดวก ให้คําแนะนํากับท่านผู้พิพากษาในแต่ละศาล ผมคิดว่าเป็นเรื่อง เล็กน้อยมาก ผมอยากจะถามกลับไปยังผู้บริหารงานศาลว่า ทําไมไม่เพิ่มเติมรองหัวหน้าศาล เข้ามาด้วยซ้ํา ผมเห็นความจําเป็นครับ ศาลหนึ่ง ๆ มีผู้พิพากษา ๒๐-๓๐ คน มีหัวหน้าศาล อยู่เพียงคนเดียวดูแลรับผิดชอบ แต่ปรากฏว่าไม่มีรองหัวหน้าศาล แก้คราวนี้แก้มาเพิ่ม เฉพาะรองอธิบดีภาค ผมอยากเห็นการแก้เพิ่มเติมถึงระดับรองหัวหน้าศาลด้วยซ้ําไป แต่อย่างไรก็ตามองค์กร การบริหารองค์กร และโครงสร้างขององค์กรเราต้องพัฒนาคน ดังนั้นผมคิดว่าวันนี้สภาแห่งนี้จะอนุมัติ จะเห็นชอบในหลักการของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ขอ ฝากไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญว่า ถ้าสิ่งใดที่สามารถดูแลพัฒนากฎหมายฉบับนี้ให้ได้ดี ไปกว่านี้ ให้เกิดความสะดวกในการบริหารงานยุติธรรมให้มากกว่านี้ผมขอฝากไปด้วย ผมคิดว่า ศาลอาจจะเกรงใจฝ่ายนิติบัญญัติ เกรงใจฝ่ายบริหารในการขออัตรากําลัง ผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องพึ่งพาศาล ต้องได้รับการอํานวยการ บริหารงานยุติธรรมที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วและเกิดความยุติธรรมจริง ๆ ต้องอาศัยคน ต้องอาศัยโครงสร้างขององค์กรที่รองรับจํานวนคดีที่มีมามาก ดังนั้นผมขอฝากไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่พวกเราจะตั้งขึ้นได้โปรดพิจารณาให้เกิดความรวดเร็ว และถ้าสิ่งใด ที่จะเพิ่มโดยไม่ผิดหลักการอย่างเช่นรองหัวหน้าศาลถ้าทําได้ผมอยากฝากไปด้วย ผมขอให้ คํามั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์และพวกเราจะรับหลักการใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับเหลืออยู่ ๔ ท่านนะครับ จะลําดับอย่างนี้นะครับ ท่านต่อไปท่านคุณหมอ เชิดชัย หลังจากคุณหมอเชิดชัยแล้วเป็นท่านชวน หลีกภัย หลังจากท่านชวน หลีกภัย แล้วท่านวิภูแถลง และอดีตรัฐมนตรีสุทัศน์ เงินหมื่น และอาจารย์ผุสดี ตามไท สุดท้าย ๕ ท่าน เชิญครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ผมขออภิปราย ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อเป็นข้อสังเกตนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพเมื่อวานนี้ได้มี พ.ร.บ. คล้าย ๆ กันเกี่ยวกับศาลปกครองเข้ามา อันนี้ก็เป็นศาล เกี่ยวกับความยุติธรรมอีกอันหนึ่งนะครับ ได้มีสมาชิกท่านผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายเรื่อง ความเป็นธรรม ความยุติธรรมเยอะแยะ แล้วศาลก็เป็นสถาบันอันหนึ่งที่ทําให้บ้านเมือง เดินไปได้ แต่ขณะเดียวกันก็ทําให้บ้านเมืองวิกฤติได้เช่นเดียวกันถ้าไม่ทรงความเป็นธรรมไว้ ที่มันแตกแยกเพราะว่าดุลยพินิจต่าง ๆ มันมีสุดโต่ง ๒ ข้าง ผมก็ได้อภิปรายไปว่าในคําดุลยพินิจ เราเคารพ เพราะถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ตามกฎหมาย ในขณะเดียวกันท่านผู้พิพากษาท่าน ก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเหมือนพวกเรา เป็นข้าราชการ กินเงินเดือนภาษีอากรราษฎร เช่นเดียวกัน เรียนกฎหมายเหมือนกัน ก็เหมือนอาชีพแพทย์ที่ผมอภิปรายควรจะมีไกด์ไลน์ (Guide line) ในการรักษาพยาบาล คําพิพากษาก็น่าจะคล้าย ๆ กันนะครับ ทีนี้มาดูถึง พ.ร.บ. ที่เสนอมาจะมีรองอธิบดี คือผมดูแล้วรองอธิบดีมีหลายระดับ ศาลชั้นต้นก็มีรองอธิบดี แล้วก็ภาคไม่มี แล้วเมื่อสักครู่คําชี้แจงของท่านประธาน ตัวแทนของศาลที่มาชี้แจง บอกว่า สมัยก่อนไม่จําเป็นต้องมีเพราะว่าดูแลเฉพาะงานธุรการ แต่ตอนนี้มอบหมายให้ดูคําพิพากษา ตรวจสอบทําให้งานมากขึ้น ผมมาดูสถิติก็มีคนอ้างสถิติทุกคนละครับ แต่ทีนี้พอมาดูสถิติที่รวบรวมมาในหน้า ๒๑ ก็มีภาค ต่าง ๆ ตามปี คือให้ดูเป็นปีนะครับ ไม่ดูในภาพรวมว่ารวมทั้งหมด ๓-๔ ปี ภาคที่น้อยที่สุดคือ ภาคที่ ๖ พิษณุโลกพวกนี้ภาคกลางปีละ ๑๐๐ กว่าราย สูงสุดก็คือภาค ๓ นครราชสีมา ก็ใกล้เคียง ๑,๘๐๐ คน ซึ่งพอไปดูสถิติหน้าถัดไปซึ่งเป็นปี ๒๕๕๒ บ้างก็ปรากฏว่าท่านทําได้ ดีถึง ๙๓ เปอร์เซ็นต์ในคดีต่าง ๆ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ บางศาลบางภาค ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ นิดหน่อย ซึ่งก็แสดงว่าท่านผู้พิพากษาท่านมีประสิทธิภาพ แต่ผมเกรงนิดหนึ่งนะครับว่า การใช้ดุลยพินิจของท่าน สุดท้ายถ้าเกิดมีการขัดแย้งกันตรวจสํานวนกันขึ้นมาแล้วมีปัญหา คนที่จะชี้เด็ดขาดก็คือยังคงเป็นท่านอธิบดีอยู่ ท่านรองอธิบดีเอาไปตรวจแล้วเกิดมีความเห็น ขัดแย้งกัน ผมกลัวว่าจะมีปัญหาภายในนะครับ ผมเห็นด้วยว่าควรจะมีรองอธิบดีแต่ไม่ควรจะ มีมากเพราะดูจากที่ท่านทําใช้ได้ ลักษณะงานของท่านไม่ใช่ลักษณะเป็นการบริการแบบ ทั่ว ๆ ไปเหมือนการรักษาพยาบาล เพราะว่าเป็นการตรวจสํานวนซึ่งชี้ความเป็นความตาย ความเป็นอยู่ในสังคมของเขาด้วย เพราะว่าการถูกต้องโทษอาญาหรือต้องโทษอะไรต่าง ๆ หมายถึงหน้าตา ศักดิ์ศรีของการที่อยู่ในสังคม มันสําคัญเช่นเดียวกันนะครับ ก็คือให้มีบ้าง แล้วก็อยากให้มีความชัดเจนว่าที่ผมตั้งข้อสังเกตว่า ท่านจะมีการดําเนินการอย่างไรเพื่อไม่ให้ มีคํากล่าวหาขึ้นมาทีหลัง เพราะว่าคําพิพากษาต่าง ๆ เหล่านี้เราก็ไม่สามารถที่จะไปวิจารณ์ ได้อยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพนะครับ พระธรรมนูญศาลยุติธรรมผมคิดว่ามีหลาย ๆ อย่าง ที่น่าจะมีการแก้เบ็ดเสร็จทั้งหมด แต่เนื่องจากท่านขอแก้อยู่นิดเดียว ผมเห็นด้วยแต่ไม่ควร จําเป็นต้องมีมาก ท่านควรจะมีเกณฑ์ให้มันชัดเจนไม่ใช่มอบหมายให้คณะกรรมการที่ว่านี้ แล้วตัดสินเพราะว่ามันใช้ดุลยพินิจเช่นเดียวกัน ผมยกตัวอย่างในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มี รองอธิการบดี อธิการบดีเราอาจจะมีกําหนดไว้ที่จําเป็นจริง ๆ มีกี่ตําแหน่ง แต่พอมีงานมากขึ้น อาจจะมีอธิการบดีบางท่านเสนอตําแหน่งเพิ่มขึ้นมากมาย ซึ่งการเพิ่มมากมายถ้าเป็นงาน ที่มันเยอะก็สําคัญก็ดี แต่ส่วนใหญ่มักจะเอาไปเพื่อไปแจกงานให้คนอื่นหรือว่ามีการให้ พรรคพวกขึ้นมาอย่างนี้ ซึ่งอย่างนี้ไม่อยากเห็นในกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอฝากไปยังท่านผู้มาชี้แจงเหมือนกันครับ การให้ความเป็นธรรมด้วยความรวดเร็ว โดยเฉพาะที่มีสมาชิกอภิปรายเรื่องการให้การประกันซึ่งเป็นคดีเรื่องการเมืองต่าง ๆ ควรจะมี ดุลยพินิจใกล้ ๆ กันนะครับ ในการที่จะใช้หลักทรัพย์หรืออะไรต่าง ๆ เพราะมันเป็นดุลยพินิจ ทั้งสิ้นนะครับ ทั้งนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าความขัดแย้งในสังคมของเราที่เรามีระบอบ ประชาธิปไตยผมคิดว่ามันต้องเปิดกว้างใจ กว้างทุกฝ่าย ต้องรับฟัง ในท้ายที่สุดผมก็สนับสนุน ในที่จะมีร่างนี้ แต่ก็ฝากข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชวน หลีกภัย

นายชวน หลีกภัย บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมนี้กระผมคิดว่าไม่ได้มีปัญหา ไม่ว่าในเรื่องการเพิ่มตําแหน่ง รองอธิบดีซึ่งก็เป็นที่รู้เป็นที่เข้าใจกันตลอดมาว่าศาลนั้นต้องทํางานหนักตลอด คดีก็เพิ่มขึ้น ไม่ลดลง ภารกิจของศาลแม้จะมีการพัฒนาวิธีการเทคโนโลยีต่าง ๆ มากขึ้น แต่งานก็ไม่ลด น้อยลง เพราะฉะนั้นความจําเป็นเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยครับ ที่จริงแล้วงานนี้ก็ต้องถือ เป็นงานของฝ่ายตุลาการ ที่จริงแล้วงานนี้ก็ต้องถือเป็นงานของฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นหนึ่งในอํานาจอธิปไตยที่มีบทบาท สําคัญยิ่ง ประเด็นที่กระผมอยากจะกราบเรียนอย่างน้อยที่สุดก็เพื่อเป็นกําลังใจให้กับ ท่านตุลาการ คือด้วยศักยภาพแล้วก็ความสามารถ และด้วยเกียรติภูมิชื่อเสียงความเที่ยงตรง ของตุลาการที่บรรพตุลาการได้สร้างมายาวนานจนถึงปัจจุบัน ทําให้เวลาบ้านเมืองมีปัญหา ก็ต้องไปดึงตุลาการมา ไม่ใช่ว่าตุลาการอยากจะเข้ามา แต่เพราะความเชื่อว่าเมื่อตุลาการ เข้ามามีส่วนในเรื่องใดจะทําให้เรื่องนั้นน่าเชื่อถือมีมาตรฐานมากขึ้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ควร ภาคภูมิใจ เพราะฉะนั้นเวลาใครวิจารณ์ตุลาการภิวัฒน์ก็ดี หรือวิจารณ์ตุลาการก็ดี กระผม คิดว่าตุลาการต้องอธิบายนะครับว่าอยู่ดี ๆ ไม่ใช่ดิ้นรนเข้าไปหาตําแหน่ง แต่เพราะว่าองค์กร เหล่านั้นหมดความเชื่อมั่นในองค์กรตัวเอง หมดความเชื่อมั่นในองค์กรอื่น จึงต้องไปดึง องค์กรที่คนให้ความเชื่อถือเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา อันนี้คือสิ่งที่เป็นความจริง ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานในวันนี้ก็คือ เมื่อมีผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์การศาลมานั่งที่นี่ คืออยากถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านว่าใน สถานการณ์ปัจจุบันมันไม่เหมือนในอดีต ในอดีตนั้นเมื่อใช้ดุลยพินิจไปอย่างไรแล้วนี่ ที่จะมา ประท้วง คัดค้าน ขับไล่หรือสร้างความรุนแรงนั้นไม่มี แต่ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น เมื่อผู้ต้องหาขอประกันตัวไม่ได้ ก็จะมีคนแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจหรือกดดัน หรือเมื่อศาล ตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ถูกใจก็จะถูกกล่าวหาว่า ๒ มาตรฐาน เหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นในยุคนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะถือโอกาสกราบเรียนท่านประธาน อยากจะขอให้ศาล ไม่ได้เป็นอิสระเฉพาะอํานาจอธิปไตยหนึ่งเท่านั้น แต่อยากให้ท่านอิสระในการใช้ดุลยพินิจ โดยไม่มีอคติใด ๆ อย่างที่ท่านได้ดํารงมาแล้วตลอดระยะเวลายาวนาน ที่กระผมกราบเรียน อย่างนี้เพราะเหตุว่า กระผมเห็นว่าถ้าไม่หนักแน่นหวั่นไหวไปตามแรงกดดัน จะทําให้การใช้ ดุลยพินิจนั้นเกิดขึ้นจากความหวั่นกลัว หวั่นเกรง ทําให้ดุลยพินิจนั้นไม่เป็นมาตรฐาน อันนี้ เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าอาจจะไม่มีใครได้มีโอกาสได้บอกกับศาลโดยตรง กระผมก็อยากจะเป็น ตัวแทนประชาชน กราบเรียนท่านประธานว่าอยากให้ศาลมีความแน่วแน่เรื่องนี้ โดยใช้ ดุลยพินิจในการวินิจฉัย โดยถือว่าแรงกดดันนั้นไม่มี ถึงมีก็ไม่ให้ความสนใจในแง่ที่จะต้อง นํามาหวั่นกลัว ที่กราบเรียนอย่างนี้เพราะว่าองค์กรอิสระหลายองค์กรที่พยายามทําหน้าที่ อย่างดีเหมือนกัน แต่ว่าบางครั้งก็หวั่นไหวไปกับแรงกดดันไม่ได้ ก็ทําให้การใช้ดุลยพินิจนั้น มีข้อเคลือบแคลงสงสัยเกิดขึ้นทันที อันนี้คือประเด็นที่อยากจะถือโอกาสกราบเรียน ท่านประธาน แล้วถ้าเป็นไปได้กระผมอยากจะให้ผู้แทนทางศาลได้บอกกล่าวให้ตุลาการได้มี โอกาสเข้าใจเรื่องเหล่านี้ เพราะในกระบวนการยุติธรรมนั้นมันมีหลายสถาบัน องค์กร ที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าในที่สุดแล้วองค์กรศาลเท่านั้นที่เหลืออยู่ที่ยังแทรกแซงยาก องค์กรอื่นนั้นมี การแทรกแซงมากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งทําให้กระบวนการยุติธรรมของเราไม่เป็นไปอย่างที่ อุดมคติของกระบวนการยุติธรรมที่ควรจะเป็น แต่ว่าศาลยังอยู่ในความรู้สึกที่ประชาชน ผมคิดว่าเกือบทั้งหมดมีความเชื่อมั่นอยู่ อยากให้รักษาสิ่งนี้เอาไว้ตลอดไปนะครับ ในสถานการณ์อย่างนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายมากว่าถ้าบุคลากรฝ่ายตุลาการไม่ฝึกฝนความมั่นคง มาตลอดระยะเวลายาวนานก็จะทําให้เกิดความสับสนได้ ก็อยากจะถือโอกาสกราบเรียน ท่านประธานเพื่อเป็นกําลังใจให้กับฝ่ายตุลาการ ในตัวร่างพระราชบัญญัติไม่ได้มีปัญหาอะไร เลยครับ กระผมก็พร้อมที่จะรับหลักการ ขอบพระคุณท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิภูแถลง พัฒนภูมิไท

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังตัวแทนจากฝ่ายตุลาการ ท่านรองประธานศาลฎีกาและคณะที่มาชี้แจงในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมได้ กราบเรียนในที่ประชุมนี้มา ๒-๓ ครั้งว่ามนุษย์เรานั้นสามารถที่จะอดทนต่ออะไรได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความอดอยากหิวโหย ไม่ว่าจะเป็นความแห้งแล้งทุรกันดารหรือภัยพิบัติน้ําท่วม ที่ผ่านมา มนุษย์ทนได้ทุกเรื่องราวครับ แต่มีอยู่เรื่องเดียวเท่านั้นที่มนุษย์ไม่มีวันที่จะอดทน เป็นอันขาดนั่นก็คือการที่จะต้องมาอดทนอยู่กับความอยุติธรรมครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ท่านประธานครับ วันนี้สังคมแตกแยก วันนี้สังคมวิกฤติ วันนี้สังคมอปกติ เราต้องยอมรับ ความจริงครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับว่าสภาวะกรรมทั้งหลายย่อมมีเหตุเป็นแดนเกิด ทั้งสิ้น สิ่งนี้มีเพราะมีสิ่งหนึ่งคอยเป็นปัจจัยอยู่ พระท่านว่าเป็นหลักของอิทะปชยตาหรือหลัก ของปฏิจจสมุปบาทต่างก็อาศัยกันเกิด วันนี้ความวิกฤติในแผ่นดินที่พยายามจะเรียกร้องให้ ปรองดองอะไรหลาย ๆ อย่าง ถ้ายอมรับความจริงต้นทางของปัญหาความวิกฤติ ความ แตกแยกของคนในชาติต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากความอยุติธรรมที่ผู้คน ไม่สามารถจะอดทนได้ ท่านประธานที่เคารพรักครับ วันนี้ผมอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองประธานศาลฎีกาและคณะที่มาชี้แจงในเรื่องของการแก้ไข เพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมใน ๒ ประเด็น นั่นก็คือประเด็นที่ว่าแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่อง ของตําแหน่งอธิบดีและรองอธิบดีนะครับ แล้วก็เพิ่มเติมอํานาจหน้าที่ของทั้งส่วนอธิบดีและ รองอธิบดี ผมจึงอยากจะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรองประธานศาลฎีกาว่า การแก้ไขเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวที่ผมเห็นชัดเจนอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่าทําให้สะดวกรวดเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพ อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ เพราะความสะดวกรวดเร็วในการพิพากษา พิจารณาคดีก็คือความเป็นธรรมอย่างหนึ่งครับ ความล่าช้าในการพิพากษาพิจารณาคดีก็คือ ความอยุติธรรมอย่างหนึ่งครับ แต่ผมอยากจะถามว่าในประเด็นนี้ผมไม่คลางแคลงและ สงสัยเลยว่าความสะดวกรวดเร็วและประสิทธิภาพเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ผมอยากจะถามว่า การแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยต่อการผดุงความยุติธรรม เพื่อให้สังคมไทยมีความสงบสุขและเป็นสิ่งที่จะทําให้ประเทศนี้กลับมาเหมือนดังเดิม อยู่กันอย่างภราดรภาพได้อีกหรือไม่ อย่างไรครับ นั่นก็คือแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญ ศาลยุติธรรมนี้แล้วจะไปเอื้อไปเกื้อกูลให้ความยุติธรรมได้เกิดขึ้นในสังคมของเราครับ จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรองประธานศาลฎีกาและคณะเพื่อจะได้ชี้แจงครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ สวัสดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น

นายสุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตรบกวนเวลาสั้น ๆ ประการแรก ผมและพรรคประชาธิปัตย์รับหลักการในกฎหมายฉบับนี้ ประการที่ ๒ เราขอให้กําลังใจและ มีความเชื่อมั่นในสถาบันศาล ซึ่งถือว่าเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน เราเชื่อมั่นว่าท่านจะไม่หวั่นไหวต่อการกดดันหรือ ต่อการที่จะมาบีบคั้นในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ของท่านทั้งหลาย ในสภาพความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อมั่นว่าสถาบันศาลเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ กฎหมายก็คือ กฎหมาย ใครทําผิดก็ต้องลงโทษ ใครไม่ผิดก็ต้องไม่ถูกลงโทษ นั่นก็คือหลักที่จะพาบ้านเมือง ไปรอด ผมขอเรียนว่าในร่างกฎหมายฉบับนี้นั้น ความจริงในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม เดิมนั้นมีตําแหน่งรองอธิบดีภาคอยู่แล้ว เมื่อมีการแยกศาลออกจากกระทรวงยุติธรรม ในสมัยที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ผมรับผิดชอบกระทรวงยุติธรรม ได้มีการ เสนอกฎหมายแก้ไขพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ในขณะนั้นครับท่านประธาน กรรมาธิการ ส่วนหนึ่งที่มาจากศาลที่ผมเป็นผู้เสนอเข้ามาเป็นกรรมาธิการร่วมด้วย เพราะเราถือว่าการ แก้ไขอะไรก็ตาม เราคงจะต้องฟังผู้ปฏิบัติหรือฟังศาลมากกว่าที่เราจะไปก้าวล่วงความคิดเห็น ดังกล่าว กรรมาธิการส่วนที่เป็นศาลส่วนหนึ่ง ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านชาญณรงค์คง จําได้ในเหตุการณ์นั้น ท่านสราวุธ เบญจกุล เป็นผู้ที่จําได้ กรรมาธิการของศาลเห็นชอบที่จะ ให้ตัดตําแหน่งรองอธิบดีออก ทางสภาผู้แทนราษฎรก็ได้เห็นชอบตามเสียงกรรมาธิการที่ให้ ตัดตําแหน่งรองอธิบดีออก มาถึงเวลานี้ผมก็เข้าใจว่าคงจะมีความจําเป็นที่จะต้องเพิ่ม ตําแหน่งรองอธิบดีเข้าไปอีก ตรงนี้ครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าทําไมตอนนั้นจึงต้องการที่จะให้ ตัดออก แล้วตอนนี้ที่จะเพิ่มเข้าคงจะต้องมีคําอธิบายมากกว่าจะมีคําว่าคดีเพิ่มขึ้น คงจะมี คําอธิบายเพิ่มมากกว่านี้ เราเห็นด้วยอย่างยิ่งครับที่จะต้องมีตําแหน่งรองอธิบดี และเห็นด้วย อย่างยิ่งที่จะมีตําแหน่งอื่นซึ่งช่วยในศาล และเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีการเพิ่มตําแหน่ง ผู้พิพากษาให้มาก มากกว่าที่มีอยู่ปัจจุบันเพื่อประโยชน์ของประชาชน คดีจะไม่ได้ล่าช้า เพราะความล่าช้านั่นก็คือความไม่เป็นธรรมต่อประชาชน ขณะเดียวกันผมก็ยังไม่มี ความชัดเจนในร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า จะมีตําแหน่งรองอธิบดีอย่างน้อย ๑ ท่าน และไม่เกิน ๓ ท่าน ถามว่าขณะนี้ท่านเตรียมไว้แล้วว่าจะต้องมีภาคละกี่ท่าน หรือว่าจะพร้อมกัน ๓ ท่านเลย หรือว่าจะทีละภาคไป ๑ ๒ ๓ ทั้งนี้ เพื่อประกอบในการที่เราจะใช้ดุลยพินิจใน การพิจารณางบประมาณของศาลต่อไปในอนาคตเช่นเดียวกัน

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพ ผมก็หวังอย่างยิ่งว่าศาลจะต้องเป็นที่พึ่งสุดท้าย ของประชาชน ให้กําลังใจว่าอย่าไปหวั่นไหวกับการกดดันไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใด ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญอาจารย์ผุสดี

นางผุสดี ตามไท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยในหลักการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม เห็นด้วยเพราะว่าเป็นการปรับปรุงเพื่อที่จะให้เป็นเครื่องมือที่จะให้ศาลยุติธรรมนั้นได้นําไปใช้ ดําเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ในการที่จะอํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ดิฉันต้องขอชื่นชมแล้วก็ให้กําลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะ ตุลาการที่ได้ปฏิบัติงาน มีความกล้าหาญทางจริยธรรม วินิจฉัยคดีด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมาตามเนื้อหาสาระ ที่สําคัญท่านประธานคะ คือไม่กลัวหรือสยบต่อแรงกดดันทาง สังคมในรูปแบบต่าง ๆ ท่านประธานคะ ที่ผ่านมาเราจะพบว่ามีแรงกดดันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องการข่มขู่ถึงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ขนม ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ที่อยู่ที่ศาล นั่นก็เห็นต่อหน้าต่อตานะคะ ทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ มีการสร้างความเข้าใจผิดให้แก่มวลชน โดยให้ข้อมูลที่ไม่ครบบ้างหรือบิดเบือนบ้าง และยิ่ง ไปกว่านั้นท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นยากที่สุด นอกเหนือจากแรงกดดันที่ดิฉันกล่าวถึงแล้ว ท่านประธานคะ เรื่องของผู้คนในสังคมเองก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทําให้ท่านนั้นปฏิบัติงานได้ ลําบาก วันนี้ผู้คนในสังคมไม่ค่อยตระหนักและไม่ค่อยให้คุณค่าเลยกับการที่จะปฏิบัติตาม กฎหมาย ดิฉันยกตัวอย่างนี้หลายครั้ง หลายที่ หลายแห่งว่ามีผู้สํารวจเรื่องของการปฏิบัติ ตามกฎจราจร ก็พบว่าคนไทยเดี๋ยวนี้ ๗๙ เปอร์เซ็นต์ คือสูงเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ลุกขึ้นมาเรียกร้องหาประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่เรื่องการปฏิบัติตาม กฎหมายนั้นคือเสาหลักอย่างหนึ่งของประชาธิปไตยจริง ๆ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันนี้คือ สภาพของสังคมโดยถัวเฉลี่ยก็ไม่เอื้อให้ท่านได้ปฏิบัติงานอย่างง่าย ๆ เลยนะคะ แล้วก็สําคัญ ท่านประธานคะ ยิ่งบุคคลสาธารณะ บุคคลที่ดํารงตําแหน่งระดับสูง ยิ่งตําแหน่งสูง ท่านประธานคะ ก็ยิ่งกล้าที่จะปฏิบัติการขัดต่อกฎหมายอย่างเย้ยฟ้าท้าดินในทุกเรื่องเพื่อ ผลประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ท่านประธานคะ ในอีกส่วนหนึ่ง การใช้วิจารณญาณ ที่ตั้งอยู่บนประโยชน์ของตนเอง ตั้งอยู่บนอคติ ตั้งอยู่บนอารมณ์ คิดว่าอะไรยุติธรรม อะไรไม่ ยุติธรรม นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทําให้ผู้ปฏิบัติงานในสายงานนี้ทํางานยากลําบาก ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นปุถุชน รู้ร้อน รู้หนาว หลายคดีที่ติดตามคําวินิจฉัย ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง แต่ดิฉันก็ ต้องยอมรับว่านี่คือกติกาในสังคมและเคารพคําวินิจฉัยของศาลเสมอมา ดิฉันยังมีความ เชื่อมั่นศรัทธาว่านี่ยังจะคงเป็นเสาหลักในกระบวนการยุติธรรมได้ อาจมีข้อที่ต้องปรับปรุง แก้ไขบ้างก็ต้องปรับปรุงแก้ไขกันไป ท้ายที่สุดท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตฝาก ท่านประธานผ่านไปยังผู้บริหารศาลยุติธรรมว่าเป็นไปได้ไหมคะ ที่จะสร้างทางด่วนในการ พิพากษาหรือในการวินิจฉัยคดีของนักการเมือง ดิฉันคิดว่านักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะ ความประพฤติ การปฏิบัติในทุกเรื่องมันมีผลต่อความเชื่อมั่นศรัทธาและกําลังใจของผู้คน เพราะฉะนั้นคดีใด ๆ ก็ตามที่เป็นคดีนักการเมือง ถ้าไปเข้าคิวตามปกติ ไม่ทราบกี่ปีจะเสร็จสิ้น ประชาชนเองก็หมดกําลังใจ ถ้าท่านสามารถสร้างทางด่วน ทําให้คดีเหล่านี้เสร็จสิ้นเร็ว ก็จะทําให้ปุถุชนธรรมดาทั่ว ๆ ไปมีกําลังใจมากขึ้น ไม่ใช่คอยแล้วคอยเล่าเฝ้าแต่คอย ในท้ายที่สุดหมดอายุความไป ท่านประธานคะ สุดท้ายจริง ๆ ดิฉันก็ขออนุญาตให้กําลังใจอีก ครั้งหนึ่งต่อผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะตุลาการที่ปฏิบัติงานด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริตและไม่สยบยอมต่อแรงกดดันหรือขนมใด ๆ ขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ นะครับ ต่อไปเป็นท่านก่อแก้ว พิกุลทอง แล้วก็ท่านจุติ หลังจากท่านจุติแล้วก็มาท่านสามารถ แก้วมีชัย ท่านศุภชัย ใจสมุทร ๔ ท่านครับ เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองเห็นด้วยในร่างกฎหมายที่กําลังเสนออยู่นี้นะครับ ในการที่จะหา รองอธิบดีมาช่วยทํางานนะครับ เพื่อเร่งรัดคดีความต่าง ๆ เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาที่เป็น ภาระค้างคาอยู่ที่ศาลนะครับ ผมเองก็อยากเห็นนะครับว่าศาลเองได้มีการดําเนินคดี ดําเนินการต่าง ๆ ด้วยความรวดเร็ว เพราะว่าที่ผ่านมายอมรับว่ากระบวนการดําเนินคดี ในประเทศไทยนั้นล่าช้ามาก แต่ละคดีต้องใช้เวลาในแต่ละขั้นนาน ๒ ปี ๓ ปี ศาลชั้นต้น บางทีก็ ๓ ปี ๕ ปี ศาลอุทธรณ์ ๒ ปี ๓ ปี ศาลฎีกาอีก ๒ ปี ๓ ปี กว่าจะเสร็จสิ้นคดีความบาง คดีปาไป ๑๐ ปี ซึ่งช้ามากครับเมื่อเทียบกับคดีความในต่างประเทศนะครับ ผมเองเห็นด้วยที่ทางศาลฎีกาได้ ร่างกฎหมายนี้เข้ามาเพื่อขอให้มีการเปิดตําแหน่ง ที่จริงผมเองเห็นด้วยถ้าจะมีการขอ งบประมาณไปซัพพอร์ท (Support) การดําเนินการของศาลเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมนั้น เป็นไปอย่างเร่งด่วนนะครับ เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีการรอกันยาวนาน เพราะว่าคนที่ ต้องคดีทั้งหลายแหล่ ที่ต้องมีชนักติดหลังอยู่อย่างนี้ แล้วการดําเนินคดีล่าช้านั้น ทําให้ชีวิต ของเขาแต่ละคนนั้นตกอยู่ในความทุกข์ยาวนาน ถ้าคดีมีการเร่งรัดเสร็จสิ้นโดยเร็ว ถ้าหาก เขาผิดก็ถูกจําคุก ตัดสินคดีจําคุกไป รับผิดไปแล้วกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนดี กลับเนื้อกลับตัว เป็นคนดีของสังคม ชีวิตเขาก็มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก ได้มีความสุขอีกครั้งหนึ่งนะครับ จะได้ ไม่จมทุกข์อยู่ยาวนานเหมือนที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ แต่ที่ผมเองห่วงใยในส่วนของศาลสถิต ยุติธรรมนั้น ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ที่จริงวันนี้ก็มีตัวแทนของฝ่ายสถาบันยุติธรรม สถาบันตุลาการมารับฟังและชี้แจงด้วย ต้องขอกราบเรียนด้วยความเคารพแล้วก็ด้วยความ ห่วงใยในสถาบันหลักของประเทศ ซึ่งต้องยอมรับโดยความคิดของผม สถาบันตุลาการเป็น ๑ ใน ๓ อํานาจหลักของประเทศนี้ แต่เป็นอํานาจที่คนไทยให้การยอมรับเคารพนับถือยกย่อง มากที่สุดใน ๓ อํานาจนี้ แล้วก็มีความรู้สึกอย่างนี้มายาวนานนับร้อยปี จวบจนกระทั่ง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ที่มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ได้สร้างความคลางแคลงใจ ได้สร้างความ สั่นคลอนในความเชื่อมั่นที่มีต่อสถาบันตุลาการของเรา ท่านประธานครับ ผมเองขอกราบเรียน ด้วยความห่วงใย ยอมรับว่าในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมานี้ ผู้คนในสังคมได้ตั้งข้อสังเกตในการ ทํางานของสถาบันตุลาการในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ดุลยพินิจในการ พิจารณาคดีและดุลยพินิจในการให้ประกันตัว ผมเองที่ยกตัวอย่างนี้ขึ้นมา เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องหนึ่งที่ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมาก และก่อให้เกิดความรู้สึกที่ ไม่สบายใจต่อคนไทยทั่วทั้งประเทศที่เห็นปรากฏการณ์หลายปรากฏการณ์ที่มันสวนต่อ ความรู้สึก สวนต่อความนึกคิดสามัญสํานึกของคนทั่วไป ผมเองก็ได้สัมผัส ได้ประสบภัยด้วย ตัวเองเช่นกันครับ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างในการใช้ดุลยพินิจในการประกันตัวของ ศาลสถิตยุติธรรม ต้องขอกราบเรียนท่านตัวแทนของฝ่ายตุลาการนะครับ เมื่อปีที่แล้วผมเอง นั้นถูกดําเนินคดีก่อการร้าย ผมเองได้ไปมอบตัว ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามเพื่อนสมาชิก ได้ไป มอบตัวต่อตํารวจ พร้อมกับนายวีระ มุสิกพงศ์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ ไปมอบตัวด้วย ความบริสุทธิ์ใจ วันนั้นถ้าจะหนีก็หนีได้เลย แต่ว่าเนื่องจากเชื่อมั่นว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจก็ไป มอบตัวต่อศาล ปรากฏว่าศาลไม่ให้ประกันตัวครับ ที่ไม่ให้ประกันตัวผมไม่เป็นอะไรครับ ผมเข้าใจสถานการณ์ช่วงนั้น เนื่องจากว่ามีความขัดแย้งทางการเมืองสูง และศาลเองต้องการ ที่จะควบคุมตัวไว้เพื่อความมั่นใจว่า พวกผมเองหลาย ๆ ท่านนั้นจะไม่ไปมีพฤติกรรม ที่สร้างความวุ่นวายในสังคม หรือสร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนจํานวนมาก ศาลก็ ไม่ให้ประกันตัว แต่ที่ผมแปลกใจก็คือว่า ต่อมาคุณวีระ มุสิกพงศ์ ได้รับการประกันตัวครับ ผมกับนายแพทย์เหวง โตจิราการ ไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งที่พฤติกรรมเหมือนกัน ไปมอบ ตัวด้วยตัวเอง เป็นแกนนําสายพิราบ เป็นคนที่มีฐานะทางสังคม ผมเป็นวิศวกร ผมทําธุรกิจ มีลูกน้องนับร้อยคน แต่ศาลไม่ให้ผมประกันตัว ให้คุณวีระ มุสิกพงศ์ ประกันตัวคนเดียว นี่เป็นดุลยพินิจที่ผมเองก็ยังสงสัยอยู่จนถึงทุกวันนี้ หรือยกตัวอย่างหนึ่ง ในช่วงที่ผมเองถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ ปรากฏว่ามีแกนนําของกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ตอนนั้นท่านเองก็เป็น นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและถูกคดีก่อการร้ายเหมือนกันท่านไม่มอบตัวครับ ปรากฏว่า ตํารวจไปจับกุมตัวแล้วก็นํามาดําเนินคดีไปฝากขังที่ศาล ปรากฏว่าตอนนั้นท่านไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามไม่ประกันตัวสุดท้ายก็มาอยู่ในเรือนจํา แต่เชื่อไหมครับ ๗ วัน ต่อมาคุณไชยวัฒน์ขอยื่นประกันตัวได้รับการประกันตัวทันทีครับ นี่คือความแตกต่าง คนหนึ่ง ไปมอบตัวไม่ได้รับการประกันตัวศาลบอกว่ากลัวจะหลบหนี อีกคนหนีคดีตํารวจจับมาเข้าคุก กลับได้รับการประกันตัว นี่ละครับนี่เป็นดุลยพินิจที่ผมเองก็ไม่เข้าใจและคนทั่วไปที่รับทราบ เรื่องนี้ก็ไม่เข้าใจ หรือกรณีการตัดสินคดีผมยกตัวอย่างต้องขออนุญาตเรียนตรง ๆ ด้วยความเคารพ เพราะว่าเรื่องนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มาก แล้วพอวิพากษ์วิจารณ์มาก สุดท้ายสถาบันตุลาการก็เสียหาย ซึ่งผมเองก็ไม่อยากให้เกิดภาพอย่างนี้ เพราะผมเองอยาก รักษาสถาบันที่เราเคารพรักอย่างนี้ให้คงอยู่คู่ประเทศไทยด้วยความเชื่อมั่นปราศจากข้อสงสัย ข้อคลางแคลงใด ๆ กรณีการตัดสินคดีของกลุ่มที่มาเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ว่าเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดงมีความแตกต่างกันมากมาย ยกตัวอย่างกรณีมีผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยขับรถปิกอัพพุ่งชนตํารวจในวันที่ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ ในการชุมนุม หน้าสภา ปรากฏว่าโดนตั้งข้อหาพยายามฆ่าตํารวจมีภาพคลิปวิดีโอ (Clip Video) ปรากฏว่า ผู้ชุมนุมคนนี้ขับรถปิกอัพเข้าไปชนตํารวจ ๒-๓ นายแล้วก็ถอยรถทับอีกที ตํารวจท่านหนึ่ง ได้รับความพิการนะครับแล้วก็บาดเจ็บสาหัสในขณะนั้น ผลปรากฏว่าผู้ชุมนุมท่านนี้ ถูกดําเนินคดี ศาลเองเมตตาปราณีศาลบอกว่าบุคคลท่านนี้น่าจะกลับเนื้อกลับใจเป็นคนดีได้ ศาลก็เลยสั่งจําคุก ๓ ปีแต่ให้รอลงอาญา แล้วในตอนที่ถูกดําเนินคดีนั้นก็มีการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ผู้ชุมนุมท่านนี้ไม่ถูกดําเนินคดีเรื่อง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถูกดําเนินคดีเรื่องพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ ตํารวจ ทีนี้ด้วยความเมตตาของศาลศาลรอลงอาญา แต่กรณีผู้ชุมนุมเสื้อแดงหลาย ๆ คดี ไม่เห็นหรือครับ ที่กรุงเทพฯ ที่จังหวัดขอนแก่น ที่จังหวัดอุดรธานีเอาแค่เบา ๆ ฝ่าฝืน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินศาลตัดสิน ๑ ปีบ้าง ปีครึ่งบ้างศาลไม่รอลง อาญาครับ บางคนเป็นนักศึกษาด้วยซ้ํายังเรียนหนังสือด้วยซ้ําศาลไม่รอลงอาญาครับ เอาแค่นี้ แล้วกันครับ มันช่างมีความแตกต่างในการใช้ดุลยพินิจของศาลอย่างมากมาย ผมเองมี อาชีพวิศวกร ผมเองเวลาออกแบบงานอะไรก็แล้วแต่ตามหลักวิศวกรรมเรามีกฎเกณฑ์ ที่ค่อนข้างไม่ตายตัว แต่ว่าก็อยู่ในกรอบว่ากฎเกณฑ์น้อยที่สุดเท่าไร มากที่สุดเท่าไร มันมี กรอบของมันอยู่ ซึ่งอาชีพแต่ละอาชีพผมเชื่อว่ามันมีกรอบในการกําหนดให้แต่ละกลุ่มอาชีพ นั้นดําเนินการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่กรณีของศาลนั้นการใช้ดุลยพินิจที่มี ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างมาให้ท่านได้รับทราบนั้น ผมมองว่าเป็น การใช้ดุลยพินิจที่มันไม่มีกฎเกณฑ์ พอไม่มีกฎเกณฑ์คนที่รับทราบได้เห็นและเปรียบเทียบ หลาย ๆ คดีเข้าด้วยกัน เขารู้สึกว่ามีความที่ไม่ทัดเทียมกันในการบังคับใช้กฎหมาย มีความไม่เท่าเทียมกันเป็น ๒ มาตรฐาน พอเขารู้สึกเขาวิพากษ์วิจารณ์มาก ๆ สุดท้ายสถาบันตุลาการ ก็เสียหาย พอเสียหายแล้วศาลเองก็ยากที่จะไปชี้แจงอธิบาย เพราะอย่าลืมนะครับสังคมไทย เป็นสังคมที่มีข่าวลือเยอะ เวลาลือไปพูดไปเล่าต่อ ๆ กันไปเกิดความเสียหายมากมายแล้ว มานั่งไล่นั่งชี้แจงบางทีความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้วคนก็ไม่เชื่อในคําชี้แจงแล้ว ฉะนั้นในช่วง เหตุการณ์ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานั้นที่มีการใช้ดุลยพินิจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของเหล่าบรรดา ผู้พิพากษาในแต่ละศาลในแต่ละคดีนั้น ตรงนี้ได้มีการตั้งข้อสงสัย ตั้งข้อสังเกตและเกิด การวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย ผมเองต้องขอกราบเรียนต่อตัวแทนของฝ่ายตุลาการทุกท่านนะครับ ถ้าเราถอดหัวโขนออก ถอดตําแหน่งออก ถอดรสนิยมทางการเมืองออก เอาหัวใจของความ เป็นคนมาพิจารณาในสิ่งที่ผมได้ยกตัวอย่างไป ผมเชื่อว่าท่านเองก็คงคิดเหมือนผม ท่านประธานครับ ผมเองส่วนตัวนั้นผมเคารพและเชื่อมั่นในสถาบันตุลาการ ผมเชื่อว่า ผู้พิพากษาส่วนใหญ่ในประเทศนี้เป็นกลุ่มบุคคลที่มีคุณภาพ มีจริยธรรม มีคุณธรรมที่สูงส่ง เราเชื่อมั่นได้ แต่ยอมรับนะครับ จากหลายกรณีที่คนไทยได้เห็นในหลาย ๆ คดีนั้น ทําให้ คนไทยก็เกิดความเคลือบแคลงใจในตุลาการบางส่วนว่าตุลาการกลุ่มนั้น ๆ ถูกใช้เป็น เครื่องมือทางการเมืองนะครับ เป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่ตั้งมั่นอยู่ในความยุติธรรม และผลสุดท้ายพอดําเนินการในทิศทางนั้นผลจากการดําเนินการของท่านเหล่านั้นทําให้ สถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุด ที่คนไทยเชื่อมั่นที่สุดอย่างสถาบันตุลาการต้องมาสั่นคลอน ทั้งที่ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาสถาบันตุลาการไม่เคยมีเรื่องแปดเปื้อนแบบนี้มาก่อนเลย เป็นสิ่งที่น่าเสียดายครับ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยครับ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ท่านประธานครับ นั่นคือสิ่งที่ผมเอง ก็ห่วงใยในศาลสถิตยุติธรรม ผมเองอยากตั้งข้อสังเกตอีกประการหนึ่งนะครับ ในช่วง ๒-๓ ปี ที่ผ่านมาที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในการบังคับใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐานนั้น นอกจากศาล สถิตยุติธรรมในบางคดีแล้ว มีองค์กรอิสระหลาย ๆ องค์กร ไม่ว่า ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. หน่วยงานเหล่านั้นก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่าง ๒ มาตรฐาน แต่ที่ผมห่วงใยก็คือว่าองค์กรเหล่านั้นในช่วงนี้ก่อตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คณะกรรมการองค์กรอิสระเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนมาจากฝ่ายตุลาการครับ ในเมื่อกรรมการ เหล่านั้นมาจากฝ่ายตุลาการ เมื่อท่านเหล่านั้นไปดําเนินการ ดําเนินงานแล้วสังคมเคลือบแคลง สงสัยในความยุติธรรมของท่านเหล่านั้น สุดท้ายประชาชนก็อดที่จะเคลือบแคลงสงสัย กลับมาที่ศาลสถิตยุติธรรมไม่ได้ เพราะว่าบุคลากรเหล่านั้นล้วนไปจากฝ่ายสถาบันตุลาการ ทั้งที่สถาบันตุลาการไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ท่านเหล่านั้นไปแล้วทํางานเป็นองค์กรอิสระ มีพฤติกรรมส่วนตัวส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับสถาบันตุลาการ แต่คนอดคิดไม่ได้ในเมื่อไปจาก ตุลาการแล้วไปสร้างความเสื่อมเสียอย่างนั้น สถาบันที่เรารักก็พลอยเสื่อมเสียไปด้วย ท่านประธานครับ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากเรื่องความห่วงใยในเรื่องความยุติธรรมในการ ใช้ดุลยพินิจของสถาบันตุลาการแล้ว ผมเองอยากขอกราบเรียนไปยังฝ่ายตุลาการผ่าน ท่านประธานสภานะครับ วันนี้ยอมรับนะครับว่าประเทศไทยยังมีวิกฤติของชาติที่เราต้อง ช่วยกันแก้ปัญหา วันนี้เรามีวิกฤติอยู่ ๓ ด้านครับ วิกฤติเฉพาะหน้า วิกฤติน้ําท่วม วันนี้ คลี่คลายแล้ว เหลือการฟื้นฟูเยียวยา วิกฤติต่อมาเป็นวิกฤติเศรษฐกิจของโลก จ่อรายล้อมทั่ว ประเทศไทย ตอนนี้ยุโรปสั่นคลอนอย่างหนัก ๒ ปีแล้ว อเมริกาสั่นคลอนอย่างหนัก ปีนี้ยุโรป แล้วการสั่นคลอนจากวิกฤติเศรษฐกิจของยุโรปนั้นสุดท้ายก็ต้องส่งผลกระทบต่อประเทศไทย อยู่ดี ซึ่งรัฐบาลก็ต้องตั้งรับให้ดี แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลฝ่ายบริหารต้องดําเนินการในการ คลี่คลายหรือป้องกัน แต่วิกฤติอีกวิกฤติหนึ่งที่เราเจอมา ๕ ปีแล้ว และวันนี้ได้สร้างปัญหา ให้กับประเทศไทย และประเทศไทยจะไม่สามารถเดินหน้าไปได้ถ้าเราไม่แก้ปัญหาวิกฤตินี้ให้ ลุล่วงไปด้วยดี นั่นคือวิกฤติการเมือง วิกฤติความขัดแย้งของคนในชาติ ท่านประธานครับ เรื่องนี้วิกฤติตัวหลังนี้เป็นวิกฤติที่ได้ทําลายความสุขของคนไทยมาหลายปี ได้ทําลายสังคมไทย อันดีงาม ได้ทําลายสยามเมืองยิ้มของเราอย่างสิ้นเชิง เป็นสิ่งที่ผมเองก็ไม่เคยคิดนะครับว่า ประเทศไทยของเรานี้จะมาไกลถึงเพียงนี้ จะตกต่ําทรุดโทรมอย่างหนักถึงขนาดนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วครับท่านประธาน วันนี้ผมเองขอกราบเรียนไปยังฝ่ายตุลาการผ่าน ท่านประธานนะครับว่า อยากขอกราบเรียนให้ท่านในฐานะสถาบันตุลาการที่จะมีส่วนอย่างมาก ในการช่วยคลี่คลายวิกฤติของประเทศนี้ วันนี้คนไทยทั่วทั้งประเทศเรียกร้องการปรองดอง รัฐบาลที่แล้วได้ประกาศนโยบายว่าจะดําเนินการปรองดอง แต่ว่าผ่านเวลานับปี ๆ ไม่มีอะไร ดีขึ้น การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายปรองดอง คนไทยอยากเห็น การปรองดองที่แท้จริง ก็ได้เทใจเทเสียงเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศเพื่อแก้ปัญหา ให้กับคนไทย นําความสุขกลับคืนสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง นโยบายการปรองดองเป็นสิ่งที่ คนไทยเฝ้ารอคอยอยากเห็นประเทศชาติ อยากเห็นคนไทยกลับมารักกันอีกครั้งหนึ่ง แต่การปรองดองของคนในชาตินั้นไม่ใช่เพียงฝ่ายบริหาร ไม่ใช่เพียงฝ่ายนิติบัญญัติร่วมมือกัน แล้วจะแก้ได้ ฝ่ายตุลาการจะมีบทบาทอย่างยิ่งในการช่วยแก้ปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะ เรื่องการปรองดองของคนในชาติ ถ้า ๓ ฝ่ายร่วมมือกัน ผมเชื่อว่าทุกปัญหาช่วยกันแก้ได้ หรือที่หนักก็เบาบางลงได้ วันนี้รัฐบาลประกาศนโยบายปรองดอง รัฐบาลขับเคลื่อนไป ตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ขึ้นมาทํางานรับลูกต่อ ฝ่ายนิติบัญญัติก็คอยสนับสนุน แต่วันนี้ ฝ่ายตุลาการผมยังเห็นทิศทางที่ตรงกันข้ามอยู่ กราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ หรือผม อาจจะคิดไปเองไม่แน่ใจนะครับ แต่ผมเห็นการดําเนินคดี การตัดสินคดีความหรือการให้ ประกันตัวนักโทษการเมืองที่ยังเจออยู่ขณะนี้นั้น ผมว่ามันสวนทางกับเรื่องการปรองดอง ผมยกตัวอย่างนะครับ วันนี้ยังมีนักโทษทางการเมืองที่อยู่ระหว่างถูกดําเนินคดี คดีไม่สิ้นสุด ประมาณ ๕๐ คน เขายังไม่ได้รับโอกาสประกันตัว วันนี้ถ้าเราจะปรองดอง เราจะเรียกร้องให้ ทุกคนมาร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน แต่เราไม่ให้คนเหล่านั้นประกันตัว เราขังเขาไว้ มันก็ยากครับ ที่จะทําให้เขายอมรับการปรองดองหรือการร่วมแรงร่วมใจกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมอยากกราบเรียนให้ฝ่ายตุลาการได้พิจารณาหรือทบทวนดูนะครับว่า การขังนักโทษ การเมือง การขังคนที่มีความคิดที่แตกต่างนั้นมันจะช่วยแก้ปัญหาของประเทศนี้ หรือจะช่วย ล้มปัญหาของประเทศนี้ การขังอาชญากรผมเชื่อว่าจะช่วยลดอาชญากรรม ช่วยบรรเทา ปัญหาของประเทศ แต่การขังคนที่มีความคิดที่แตกต่างทางการเมือง ผมไม่เชื่อนะครับว่ามัน จะช่วยแก้ปัญหาของประเทศนี้ และโดยเฉพาะในสถานการณ์อย่างนี้ ที่ปัญหาการเมืองมัน คลี่คลายไประดับหนึ่งแล้ว มันก็ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องไปขังคนเหล่านั้นไว้ในเรือนจํา น่าจะปล่อยให้เขาได้รับโอกาสประกันตัวมาต่อสู้คดีนะครับ ให้เขารู้สึกว่าเขาก็ได้รับสิทธิขั้น พื้นฐานในฐานะประชาชนคนหนึ่งของประเทศนี้ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งของโลกนี้ที่อยู่ ในประเทศที่มีความศิวิไลซ์พอสมควร ท่านประธานครับผมขอกราบเรียนไปยังฝ่ายตุลาการครับ ผู้ที่ถูกกักขังอยู่ในเรือนจําไม่ได้รับโอกาสประกันตัวนั้น ทุกคนนะครับมีคดีความ มีข้อหา ที่เบากว่าผมทั้งนั้นเลยนะครับ ผมโดนข้อหาก่อการร้าย โทษสูงสุดของผมคือประหารชีวิตครับ แต่นักโทษที่ยังถูกจองจําอยู่ไม่ได้รับการประกันตัวนั้นโทษเบาบางกว่าพวกผมเยอะครับ ฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลนะครับในการที่จะเก็บตัวเขาไว้ ก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ถ้าฝ่ายตุลาการจะช่วยสนับสนุนการปรองดองก็น่าจะให้โอกาสคนเหล่านั้นได้มีการประกันตัว มานะครับ

แล้วอีกประการหนึ่งครับที่ผมห่วงใย เรื่องการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่าง สถาบันต่าง ๆ ท่านประธานครับ เรามี ๓ สถาบันหลัก ๓ อํานาจหลัก บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ผมเองวันนี้เป็นสมาชิกนิติบัญญัติเฉกเช่นเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ ตัวแทน ของฝ่ายตุลาการก็เป็นสมาชิกของฝ่ายตุลาการ ก็เป็นอีกอํานาจหนึ่ง ครม. ก็เป็นตัวแทนหรือ เป็นสมาชิกของฝ่ายบริหารก็อีกอํานาจหนึ่ง โดยความคิดผมผมมองว่าแต่ละสมาชิกของแต่ละอํานาจแต่ละฝ่ายควรจะเคารพซึ่งกันและกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ผมเองเป็น ส.ส. ผมให้เกียรติผู้พิพากษาทุกท่าน ผมให้เกียรติ ส.ส. ทุกท่านไม่ว่าฝ่ายเดียวกันหรือฝ่ายตรงข้าม แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมเองได้ไปยื่นขอ ประกันตัวเพื่อนสมาชิกคนหนึ่งที่โดนข้อหาเดียวกัน เขาเองถูกศาลห้ามเดินทางออก ต่างประเทศ เขาจะไปทอดกฐินที่ประเทศอินเดียครับ ให้ผมไปเป็นนายประกันขออนุญาต ไปต่างประเทศ ผมเป็น ส.ส. ตามกฎเกณฑ์ที่ศาลให้ไว้คือว่าตําแหน่ง ส.ส. นั้นสามารถ ประกันตัวคนทั่วไปได้ในวงเงิน ๑๐ เท่าของเงินเดือนนะครับ ก็คือประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อนผมคนนี้เดินทางไปต่างประเทศต้องใช้วงเงินในการประกันตัว ๖๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตําแหน่ง ส.ส. ของผมนั้นเพียงพอในการประกันตัวครับ แต่ปรากฏว่าผู้พิพากษา ที่พิจารณาเรื่องการประกันตัวนั้นไม่ยอมรับหลักทรัพย์ตัวผมในฐานะนายประกันครับ ผู้พิพากษาให้เหตุผลว่าผมเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายนั้น ท่านให้เหตุผลอย่างนั้นครับ ไม่น่าเชื่อครับเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ ส่วนตัวผมผมมองว่า ส.ส. คนไหนก็แล้วแต่ ส.ว. คนไหนก็ แล้วแต่ถ้าท่านตีหลักทรัพย์ไว้ ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท เขาไปประกันใครคนใดก็แล้วแต่ ถ้าอยู่ ในวงเงิน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านน่าจะรับนะครับ ท่านไม่มีเหตุผลในการบอกว่าผมไม่ เกี่ยวข้องนาย ก นาย ข นาย ง นาย จ นาย ฉ ไม่อย่างนั้น ส.ส. ที่ไปประกันชาวบ้าน ไปประกันชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนแต่เขาไม่มีเงินประกันตัวจะทําอย่างไร เขาไม่ได้เป็น ญาติ เขาไม่ได้เป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง แต่เขามีความผูกพันในฐานะคนรู้จักกัน และศาลมาบอก ว่าศาลไม่รับพวกผมเนื่องจากไม่มีความผูกพันกับผู้ต้องหา ท่านประธานครับเรื่องนี้ไม่ควรจะ เกิดขึ้น และผมเชื่อว่าตัวแทนฝ่ายตุลาการที่นั่งอยู่ที่นี้คงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน แต่เกิดขึ้น แล้วจริง ๆ ครับ ฉะนั้นอยากให้ท่านได้พิจารณาได้ทบทวนหรือชี้แจงมาตรการในการ ดําเนินการเรื่องนี้นะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าสถาบันแต่ละสถาบันไม่ให้เกียรติกันแล้วต่อไปก็ จะเกิดความขัดแย้งซึ่งกันและกัน ซึ่งมันไม่ดีแน่นอนครับ จะสร้างผลเสียต่อการแก้ไขปัญหา ในการขับเคลื่อนประเทศนี้อย่างแน่นอนนะครับ ผมเองเคารพสถาบันตุลาการอย่างมาก แต่ผมเองก็ต้องการให้สถาบันตุลาการนั้นเคารพสมาชิกสภานิติบัญญัติเช่นกันนะครับ ฉะนั้น ก็ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังตัวแทนของฝ่ายตุลาการว่าสิ่งที่ผมได้สะท้อน ความรู้สึกในความห่วงใยทั้งหลายที่ได้พูดไปเหล่านั้นนะครับ ผมพูดไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ที่อยากให้สถาบันตุลาการได้รับทราบมุมมองของผมนะครับ ต้องเชื่อมุมมองที่ผมสะท้อนไปนั้น คนไทยจํานวนมากก็คิดไม่ต่างกับผมละครับ ท่านเองอาจจะไม่มีโอกาสได้มาคลุกคลี กับชาวบ้านทั่วไป บางอย่างท่านเองก็ไม่รับทราบในสิ่งที่ชาวบ้านเขาพูดคุยกันนะครับ ผมเอง สัมผัสคนเยอะนะครับ วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้มากราบเรียนสิ่งที่ผมได้ทราบ แล้วก็สิ่งที่ผม บางส่วนก็คิดหรือเปรียบเทียบให้ท่านได้รับรู้และเข้าใจ แล้วท่านจะได้ช่วยกันนะครับว่าเรา จะช่วยกันทําอย่างไร ในการที่จะให้สถาบันตุลาการของเรานั้นเป็นเสาหลักของประเทศนี้ และเป็นเสาหลักเดียวที่คนไทยทั้งประเทศเทใจให้ โดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยและ เป็นสถาบันหลักเดียวที่พร้อมที่จะคลี่คลายปัญหาของประเทศนี้ทุก ๆ ปัญหา ทุก ๆ สถานการณ์ ทุก ๆ ช่วงเวลา โดยปราศจากผลประโยชน์ส่วนตน ท่านประธานครับ ต้องยอมรับนะครับ ประเทศนี้มี ๓ อํานาจ อํานาจบริหาร อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจตุลาการ อํานาจบริหารและ อํานาจนิติบัญญัตินั้นเป็นนักการเมืองมาจากการเลือกตั้ง เวลาเลือกตั้งกันทีก็สาดโคลน โจมตีกัน ใส่ร้ายป้ายสีกัน เพราะฉะนั้นนักการเมืองในสายตา ของประชาชนทั่วไป ไม่ว่าประเทศไหนครับ คนไม่ได้มองนักการเมืองในภาพดีอยู่แล้ว คนไม่ เชื่อมั่นนักการเมืองหรอกครับ ไม่ว่าประเทศไหน หรือประเทศไทยก็แล้วแต่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยไปถามคนไทยคนไหนก็แล้วแต่เชื่อมั่นนักการเมืองไหม ไม่ครับ เพราะฉะนั้น ใน ๓ อํานาจ มีอํานาจเดียวที่คนจะเชื่อมั่นโดยปราศจากความเคลือบแคลงใจก็คือสถาบัน ตุลาการเท่านั้น วันนี้ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังตัวแทนของสถาบันตุลาการ ผมอยากเห็นสถาบันตุลาการของเรานั้นตั้งอยู่ในหลักความยุติธรรม ดําเนินการทุกคดี ความสามารถชี้แจงได้ อธิบายได้ ผู้คนไม่สามารถที่จะโต้แย้งตั้งข้อสังเกตหรือโจมตีศาลได้นะครับ เพื่อให้คนไทยเชื่อมั่นในสถาบันตุลาการของเรา และสถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันที่คนไทย ทุกอาชีพ ทุกเหล่า ทุกเชื้อสายมีความเชื่อมั่นศรัทธาและพึ่งพาได้ในทุก ๆ โอกาสครับ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาอย่างนี้นะครับ มีสมาชิกเหลืออีกหลายท่านที่ขออภิปรายในครั้งนี้ ผมว่าตั้งกติกาไว้สัก ๑๐ นาที จะได้ทั่วถึง เชิญคุณจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ว่าท่านประธานอย่ากําหนดเวลาเลยครับ เพราะว่าคนอภิปรายมันเครียด แต่ผมอยากจะให้ ท่านประธานใช้ดุลยพินิจครับว่าถ้าเผื่อใครพูดจาวนเวียนซ้ําซาก ถ้าผมพูดจาวนเวียนซ้ําซาก ไร้สาระบิดเบือนข้อเท็จจริง พูดเท็จ ท่านประธานก็ให้ผมนั่งลง ผมจะปฏิบัติตามครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเอาเนื้อหาเลยครับ เชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนหลักการและเหตุผลแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ศาลฎีกาเป็นผู้เสนอ แล้วก็เหตุผล ที่เสนอมากระผมก็เห็นด้วยครับ เห็นด้วยเพราะเป็นข้อเท็จจริงว่าเนื่องด้วยปริมาณงานตุลาการ และงานธุรการคดีของศาลยุติธรรมได้เพิ่มมากขึ้นเป็นลําดับ แต่ผู้รับผิดชอบควบคุมดูแลงาน ของศาลยุติธรรมในส่วนภูมิภาคมีอธิบดีผู้พิพากษาภาคเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ช่วยปฏิบัติราชการ ทําให้ราชการของศาลยุติธรรมไม่อาจดําเนินไปได้ด้วยความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เท่าที่ควร กระผมเห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ เพราะผมอยู่ในเหตุการณ์นั้น ผมเป็น นักการเมืองคนหนึ่งซึ่งโดนคําพิพากษาครับว่าผิดมีโทษจําคุกเพราะไปหมิ่นประมาท แล้วก็ จําคุกแต่ให้รอลงอาญา ระหว่างประกันตัวผมได้ไปขึ้นศาลคําพิพากษาอ่านเสร็จประมาณ ๐๙.๐๕ นาฬิกา ผมก็ลงไปนั่งในห้องขังข้างล่างใต้ศาล แล้วก็รออยู่จนถึงบ่าย ๓ โมง ๕๐ นาที กว่าที่ศาลจะมีเวลามาเซ็นอนุญาต แล้วก็วันนั้นเป็นวันศุกร์ครับ เลยตื่นเต้นเป็น พิเศษว่าสรุปแล้วผมจะอยู่นี่ข้ามอีก ๒-๓ คืนไหม แต่ก็โชคดีครับได้รับความเมตตาจาก ผู้พิพากษาเซ็นให้ ผมก็ได้ออกจากศาลมาก่อน ๔ โมงครึ่ง ฉะนั้นผมเห็นด้วยแน่นอนเลยว่า ท่านต้องมีผู้ปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ของประชาชน แล้วก็เพื่อประโยชน์ของ การดําเนินงานในศาล นอกจากนั้นแล้วผมอยากจะบอกว่าอยากจะขอสนับสนุนว่าศาลเป็นที่ ระงับข้อยุติ ข้อพิพาทระหว่าง ๒ ฝ่ายที่เห็นต่างกัน โดยใช้เหตุ ใช้ผล ใช้หลักความจริง แล้วก็ ใช้ข้อเท็จจริงมาหักล้างกัน ไม่ต้องใช้ปืน ไม่ต้องใช้ระเบิด ไม่ต้องกดดันกัน แต่ว่าศาลนั้นจะ เป็นคนตัดสินข้อยุติ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราเคยได้เห็นในหลาย ๆ กรณีที่ประชาชน ถูกส่วนราชการจับตัวไป และประชาชนก็ไปล้อมอําเภอ ไปล้อมโรงพัก เพื่อขอให้ปล่อยตัว นักโทษหรือผู้ต้องหา แต่เราไม่เคยเห็นนะครับ ไม่เคยเห็นว่าต้องไปล้อมศาลเพื่อให้ศาลปล่อย ตัวนักโทษ หรือตัดสินทางใดทางหนึ่ง เพราะสังคมยังยอมรับเคารพกติกาที่ศาลนั้นรักษาความยุติธรรมไว้ได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าตอนต้นที่ผมบอกว่าผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับความกรุณาจากศาลที่ได้รับ การประกันตัวทัน ผมเรียนกับท่านตรง ๆ ว่าสิ่งที่ท่านตัดสิน แน่นอนคนถูกตัดสินพิพากษา จําคุกไม่ถูกใจแน่นอนครับ ไม่ถูกใจผม แต่ผมก็เคารพและผมจะไม่กล่าวหาเลยว่าท่านนั้น ๒ มาตรฐาน ผมก็ต้องบอกว่าท่านทําได้ถูกต้อง ไม่ถูกใจผม ฉะนั้นผมก็ต้องทําใจไม่มีทางเป็น อย่างอื่น นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่อยากจะให้ศาลได้รับรู้ สมาชิกได้รับรู้ก็คือว่าวันนี้ประเทศ สากลทั้งหลายเขาจะคบกับประเทศไหน เขาไม่ได้ดูว่าประเทศนั้นมีความเจริญทางวัตถุ มากน้อยขนาดไหน มีถนนหนทางดีขนาดไหน เขาดูอันแรกครับ เขาจะมาคบค้ากับเมืองไทย เขาบอกว่า ๑. รูล ออฟ ลอว์ (Rule of Law) หลักนิติธรรมมีหรือเปล่า ถ้าหลักนิติธรรมมี การบังคับใช้กฎหมายเสมอต้นเสมอปลายเขามาแน่ ผมบอกท่านวันนี้ได้นะครับว่าวันนี้ใคร บอกว่าประเทศเพื่อนบ้านเราเวียดนามที่ว่ามาแรง ๆ ต่างชาติไป วันนี้ผมบอกได้นะครับ ว่าอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ของประเทศเวียดนามคือเรื่องกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต่างชาตินักลงทุนนั้นไม่มั่นใจว่าสุดท้ายแล้วศาลจะตัดสินเข้าข้างรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ เสมอไปหรือไม่ เขายังไม่กล้าไปขนาดนั้น ฉะนั้นวันนี้ผมบอกได้ว่าคุณูปการที่ท่านรักษา ความยุติธรรมไว้ให้กับประเทศไทยนั้นมีคุณูปการ มีผลทางเศรษฐกิจมากมายมหาศาลเช่นกันครับ นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่าหลักนิติธรรม ความยุติธรรมนั้นผมเชื่อว่าไม่มี คําว่า ล้าสมัย ไม่มีคําว่า ทันสมัย แต่ผมคิดว่ามันมีความเป็นอมตะของตัวมันเอง เพราะว่า ความยุติธรรมนั้นความจริงเป็นสิ่งไม่ตายครับ แต่สังคมวันนี้คนพูดความจริงอาจจะตายได้ โดนด่าทางอินเทอร์เน็ต (Internet) โดนเอ็ม ๗๙ (M79) โดนวางระเบิดบ้าน แม้กระทั่งสิ่งที่ คณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาคณะหนึ่งคือ คอป. ยังบอกเลยครับว่าต้นเหตุของ ความแตกแยกในสังคมไทยคือการละเมิดหลักนิติธรรมเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ผมจะไม่ลงไปใน รายละเอียด เพราะว่าจะเป็นข้อขัดแย้งในสภา แล้วก็จะทําให้เสียบรรยากาศ แต่ผมก็บอก ท่านได้ว่าผลของบางคดีออกมาถูกใจ แต่อาจจะไม่ถูกหลักนิติธรรม นี่คือตัวอย่างที่เห็น แล้วผมก็อยากจะบอกว่าให้กําลังใจสถาบันตุลาการว่าการอ้างมติมหาชนนั้นไม่สามารถ หักล้างความยุติธรรมได้ การอ้างมติมหาชนนั้นไม่สามารถหักล้างระบบนิติธรรมได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าบางครั้งเราคิดว่าวันนี้เรามีข้อมูลมากมายเหลือเกิน คนเรามีความจําสั้น ปีก่อนโน้นยังปลุกระดมให้เผาบ้านเผาเมืองอยู่วันนี้มาบอกว่าเป็นคดีการเมืองเสียแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ที่ใครจะอ้างว่าคดีการเมืองผมว่ามันต่างกันสิ้นเชิง ผมก็ต้อง บอกว่าผมก็เป็นผู้หนึ่งที่มีผลเคราะห์กรรมอยู่ในนั้น เพราะว่าปู่ผมเคยเป็นรองประธานสภา คนที่สอง ที่สภานี้ แต่เป็นนักโทษคดีกบฏบวรเดช ปกป้องสถาบันจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ติดคุกที่เกาะตะรุเตา ๑๑ ปี กลับมาบ้านคือใส่เสื้อด้วยแผ่นยางเย็บด้วยเชือกกล้วยกลับมา หาลูกหาเมีย นั่นคือนักโทษคดีการเมือง แต่เขาไปปล่อยเกาะตะรุเตา แต่วันนี้มันก็เจริญขึ้นไป เยอะ วันนี้ก็จะมีการสร้างที่พักให้กับนักโทษคดีการเมืองใหม่โดยใช้ภาษีประชาชน แต่วันก่อนนั้น สถานที่ออกกําลังกายหลวงไม่จัดให้ เขาให้ขวานกับเลื่อยไว้ให้สร้างที่พักบนเกาะตะรุเตาเอง ให้เป็นที่ออกกําลังกาย นอกจากนั้นแล้วใครไม่ทราบปทานุกรมฉบับอังกฤษ-ไทย ฉบับแรก สอ เสถบุตร เขียนในคุกนะครับ ๑๑ ปีเสร็จ นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่าสิ่งที่เรามีความเป็นห่วงกันนั้น วันนี้ระบบที่ยังรักษาประเทศยึดมั่นไม่เฉไปไหน ไม่เอียงไปทางหนึ่งทางใดคือตุลาการครับ และอย่างนี้ต้องขอว่าท่านนั้นคงจะต้องมั่นคง ท่านนั้นคงจะต้องรักษาความยุติธรรมไว้ให้ได้ เพราะว่าสิ่งที่ผมเชื่อแม้ผมไม่ได้เป็นนักศึกษาวิชานิติศาสตร์ สิ่งที่ผมเชื่อคือว่าคดีการเมืองนั้น ถ้าจะอ้างกันง่าย ๆ ถามว่าใครเป็นคนตีความครับ ถ้าบอกว่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เสื้อสีหนึ่งฆ่าเสื้ออีกสีหนึ่ง แล้วบอกว่าที่ฆ่าเพราะว่าขัดแย้งทางการเมือง ผมถามว่าตีความ เป็นคดีการเมืองได้ไหม สําหรับผมคนไม่รู้ ผมบอกว่าไม่ได้ การที่ชวนคนไปเผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลาง วันนี้นั่งพิจารณางบประมาณใช้เงินสร้างศาลากลางใหม่พันกว่าล้านบาทที่ถูก เผาไปหลายหลังนั้น ถามว่าเป็นคดีการเมืองไหม ทหารที่ถูกเอ็ม ๗๙ ยิงตายเสียชีวิต ถามว่าเป็นคดีการเมืองไหม คงไม่ เพราะศาลพิพากษาจําคุกผู้กระทําไปแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนประธานก็คือว่า กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สําหรับใช้ในการรักษาและอํานวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้ เพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรม ในแผ่นดินก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแต่ขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายไปให้ถึงศีลธรรม จรรยาตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย พระบรมราโชวาท ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๔ ทุกวันนี้ยังใช้ได้อยู่ ผมถึงได้บอกว่าไม่มีความทันสมัย ไม่มีความล้าสมัย และความยุติธรรมนั้น เป็นอมตะ ความยุติธรรมนั้นเป็นสมบัติของสังคม มิใช่เป็นสมบัติของส่วนตัวบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยว่า ในฐานะที่ผมเป็นรัฐบาลชุดที่แล้ว มีการกล่าวว่านโยบายรัฐบาลปรองดองนั้นไม่ได้ผล ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อบันทึกไว้ ในสภานี้ว่า จริง ๆ แล้วนโยบายปรองดองของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น เมื่อต้นปี ๒๕๕๔ ครับ ท่านประธานครับ มีผลทําให้หลายคดีได้รับการประกันตัว และมีบางคดีได้รับ การประกันตัวโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ เพราะว่าเป็นการละเมิด พ.ร.ก. ศาลก็เมตตาเห็น สามารถให้ประกันตัวได้โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ ฉะนั้นทุกอย่างมันมีความเป็นธรรมอยู่ ในตัวมันเองอยู่แล้ว ผมก็อยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้เข่นฆ่าคนไทยด้วยกันเองครับ รัฐบาลชุดที่แล้วพยายามรักษาหลักนิติธรรมของบ้านเมืองไว้ หลักความถูกต้องไว้ ไม่เช่นนั้น แล้วสังคมไทยอยู่ไม่ได้ สังคมไทยจะไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศถ้าเราไร้หลักนิติธรรม แน่นอนครับ บางเรื่องบางราวตัดสินออกมาแล้วไม่ถูกใจแต่มันถูกต้อง มันก็ต้องยอมรับกันไป ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และผมขอให้กําลังใจตุลาการทุกท่าน ทุกครอบครัวที่ช่วยผดุงความยุติธรรมขอให้ท่านอยู่รอดปลอดภัยและมีความมีสิริมงคล ตลอดไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสามารถ แก้วมีชัย ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย พรรคเพื่อไทย เชียงราย ผมขออภิปรายเห็นด้วยในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมที่ทางท่านรองประธานศาลฎีกาได้กรุณานําเสนอให้ สภาพิจารณาในวันนี้นะครับ ผมมีเหตุผลที่สนับสนุนอยู่หลายประการ และที่สําคัญก็คือ ผมคิดว่าการที่เราเพิ่มเติมให้มีตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาคก็จะทําให้เราเพิ่ม บุคลากรที่จะอํานวยความยุติธรรมให้กับคดีความต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ท่านประธานครับที่ผ่านมา เราก็ได้มีความพยายามที่จะทําให้กระบวนการพิจารณาของศาลเป็นไปอย่างรวดเร็วแล้วก็ มีความเป็นธรรม และผมจําได้ว่าสมัยที่ผมเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ เราก็ได้มีหลักการสําคัญที่จะช่วยดูแลให้กระบวนการยุติธรรมของบ้านเมืองเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและเป็นธรรม

เรื่องแรก ก็คือเราก็แก้ปัญหาเรื่องบุคลากร เพราะศาลท่านก็ต้องยอมรับว่า ผู้ที่จะเข้าไปทําหน้าที่เป็นผู้พิพากษาก็จะต้องผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี กว่าจะผ่าน เนติบัณฑิตไทย กว่าจะไปสอบเป็นผู้พิพากษาก็ใช้เวลาแล้วก็หาได้ยาก ทีนี้ท่านผู้พิพากษา ที่อยู่ในระบบแล้วเวลาท่านเกษียณอายุเหมือนข้าราชการทั่วไปก็คือ ๖๐ ปี ถ้าให้ท่านต้องพ้น จากตําแหน่งไป บางท่านก็ยังมีสมรรถนะ มีประสิทธิภาพอยู่ เราก็แก้รัฐธรรมนูญ เพิ่มเติม ในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นว่าเมื่อท่านเกษียณอายุราชการแล้ว ท่านใดที่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้เราก็เปิดโอกาสให้ท่านกลับมาเป็นผู้พิพากษาไปนั่งอยู่ในศาลชั้นต้น อย่างน้อยก็ทําให้ องค์คณะของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่เราบอกว่าให้มีองค์คณะ ๓ ท่าน โดยข้อเท็จจริงแล้ว พิจารณากันบางทีนั่งท่านเดียว ตอนจะพิพากษาก็เชิญท่านอื่นมาเซ็นชื่อด้วย ฉะนั้นเราก็ เป็นห่วงว่าท่านนั่งอยู่ท่านเดียว กระบวนการพิจารณาก็ดี การซักถามข้อมูลทั้งหลายก็อาจจะ ขาดตกบกพร่องทําให้การอํานวยความยุติธรรมมันพร่องไป เราก็ได้แก้ไขเรื่องบุคลากร ดังกล่าวและบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ ซึ่งตราบทุกวันนี้ท่านก็จะเห็นผู้พิพากษา บางท่านอายุ ๗๐ ปีแล้ว ท่านก็ยังทําหน้าที่ของท่านได้อยู่ อันนี้ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ผ่านมา วันนี้ก็ดีใจที่เราจะได้เพิ่มตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ทั้ง ๙ ภาคเข้าไปอีก

นอกจากนั้นท่านประธานครับ นอกจากเรื่องบุคลากรแล้วเรายังมีปัญหา สําคัญในกระบวนการยุติธรรม ก็คือการบริหารจัดการว่าจะทําอย่างไรให้คดีความต่าง ๆ ซึ่งมี แนวโน้มมากขึ้นทุกวันเพราะคนมีมากขึ้น ปัญหามันมากขึ้น ข้อพิพาทมันมากขึ้น ทางศาล ท่านก็พยายาม เรื่องแรกที่ท่านพยายามก็คือท่านใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ทําอย่างไรไม่ให้คดีขึ้นศาล ก็มีคณะกรรมการไกล่เกลี่ยช่วยพูดกันอย่าไปถึงศาลได้ไหม ให้มัน จบกันนอกศาล ก็ช่วยได้เยอะนะครับ แต่ก็อย่างว่าวันนี้สังคมมันเปลี่ยนไป ผู้คนอาจจะมี จิตใจที่ไม่เหมือนเมื่อก่อนมักจะไม่ยอมกัน ในเมื่อคดีมันขึ้นศาลแล้ว สําคัญที่สุดจะทําอย่างไร ให้มันรวดเร็ว เช่นเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็วางหลักว่าทําอย่างไรจะให้ การพิจารณาคดีแต่ละคดีรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม ผมจําได้ท่านผู้พิพากษาชาญณรงค์ กับผม เราเคยเดินทางไปดูงานที่ศาลแปดริ้วด้วยกันซึ่งเป็นต้นแบบ เมื่อศาลนัดให้ท่าน นัดต่อเนื่อง อย่าไปนัดเหมือนคนฟันหลอ นัดแล้วก็เว้น นัดแล้วก็เว้น กว่าจะมาต่อกันบางคดี เฉพาะศาลชั้นต้นใช้เวลาเป็นปี แล้วเราก็ได้ดําเนินการมาโดยตลอด ผมเองผมมั่นใจนะครับว่า บุคลากรในศาลหรือกระบวนการยุติธรรมของเราก็แล้วแต่ การบริหารจัดการ ทุกคนก็มี ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอํานวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในบ้านในเมือง ฉะนั้นวันนี้ก็มาให้ กําลังใจท่านผู้พิพากษาทั้งหลาย แล้วก็หวังว่ากระบวนการยุติธรรมของเราหลังจากที่เราได้ เพิ่มเติมตําแหน่งต่าง ๆ ตามที่ท่านได้นําเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติมาแล้วนี่ก็จะทําให้ พี่น้องประชาชน ผู้ที่จําเป็นจะต้องไปมีคดีความอยู่ในศาลจะได้รับการอํานวยความสะดวก อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม ผมมีประเด็นอยากจะเรียนถามอยู่ ๒ ประเด็นนะครับ

ประเด็นแรกก็คือ ถ้าเราดูมาตรา ๔ ท่านบัญญัติว่าให้เพิ่มความต่อไปนี้ ในวรรคสองของมาตรา ๑๔ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ท่านบัญญัติว่าให้รองอธิบดี ผู้พิพากษาภาคคือที่เรากําลังจะตั้งตําแหน่งนี้นะครับ เป็นผู้พิพากษาในศาลที่อยู่ในเขตอํานาจด้วย ก็แปลว่าท่านทํา ๒ หน้าที่ในขณะเดียวกัน ขณะที่ท่านทําหน้าที่เป็นผู้บริหารหรือฝ่ายบริหาร แล้วก็ตรวจสํานวนด้วย ขณะเดียวกันท่านก็ต้องไปนั่งเป็นผู้พิพากษาทํางานของท่านด้วย ก็เป็นห่วงนิดเดียวว่าท่าน จะมีเวลามากพอที่จะไปทํา ๒ หน้าที่พร้อมกันหรือไม่นะครับ อันนี้อยากจะเรียนถามว่าจะ เป็นปัญหาหรือเปล่า แล้วยังบัญญัติต่อไปว่าให้มีอํานาจตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง (๒) ด้วย ก็อยากให้ท่านลองขยายความนิดหนึ่งนะครับ เพราะเราหาข้อมูลกัน ไม่พบอาจจะต้องอยู่ในตัวกฎหมายหลักว่ามาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง (๒) ให้ท่านทําอะไร ด้วยบ้าง อันนี้เป็นคําถามแรกว่าไปทํา ๒ หน้าที่พร้อมกัน ใส่หมวก ๒ ใบ ทั้งเป็นฝ่ายบริหารด้วย ไปนั่งเป็นผู้พิพากษาด้วยมันจะทําได้ไหม จะมีผลกระทบถึงกระบวนการพิจารณาหรือไม่

คําถามที่ ๒ ที่อยากเรียนถามก็คือ วันนี้เราใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ หลักการในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ที่ท่านได้วางหลักไว้แล้วว่าการพิจารณาคดีให้รวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม วันนี้ศาลเรายังปฏิบัติตามหลักการนี้อยู่หรือไม่ เพราะผมมาอ่าน เหตุผลที่ท่านเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านบอกว่าเพื่อให้คู่กรณีได้รับความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มันเปลี่ยนจากหลักการเดิมหรือเปล่า ก็เรียนถาม ๒ ข้อ สําหรับ ตัวผม แล้วผมก็เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยเราก็คงเห็นด้วยและสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านศุภชัย ใจสมุทร

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ผมอยากจะขอเรียนต่อ ท่านประธานว่า ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมที่ได้มีการเสนอ เข้ามา พรรคภูมิใจไทยเองพร้อมที่จะสนับสนุนเพื่อให้ออกมาเป็นกฎหมาย และผมเชื่อว่า สมาชิกทุกท่านที่นี่ก็คงมีความคิดเห็นที่ไม่ต่างกัน สิ่งหนึ่งซึ่งพรรคภูมิใจไทยเราคิดมาตลอดว่า ร่างพระราชบัญญัติอะไรก็ตามที่เสนอมาแล้วเป็นประโยชน์กับประชาชนเราพร้อมที่จะ สนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เราจะทําให้ความยุติธรรมจะสามารถอํานวยให้กับ ประชาชนได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้นอย่างกรณีที่ท่านได้เสนอร่างกฎหมายนี้มาเราก็พร้อมที่จะ สนับสนุน แต่อย่างไรก็ตามผมก็คิดว่าท่านผู้ชี้แจงก็คงไม่คาดหวัง ไม่คาดคิดว่าเพียงจะขอ ตําแหน่งรองอธิบดีภาคสัก ๑ ท่าน รู้สึกจะมีการแสดงความคิดเห็นกันมากมาย แต่ก็ต้อง เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วการอภิปรายวันนี้ก็ต้องบอกกันตรง ๆ ว่าความคิดของท่านสมาชิกท่านก็มี ความคิดของท่านซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่เบื้องหน้าแล้วแต่เบื้องหลัง แล้วแต่จริตของ แต่ละคน แต่โดยภาพรวมแล้วผมเชื่อว่าวันนี้การอภิปรายก็มุ่งเน้นเพื่อที่จะทําอย่างไร ให้บ้านเมืองของเราซึ่งมีอํานาจในอํานาจอธิปไตย ๓ อํานาจ สามารถที่จะมีศักดิ์มีศรีในตัว ของท่านอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือโครงสร้างอํานาจอธิปไตยทั้ง ๓ อํานาจของไทย อํานาจตุลาการอาจจะเป็นอํานาจเดียวที่การยึดโยงกับประชาชนอาจจะห่างเมื่อเทียบกับ อํานาจนิติบัญญัติซึ่งเราได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน อํานาจบริหารนายกรัฐมนตรีเลือก จากตัวแทนของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งได้รับการเลือกมาจากประชาชน มีเฉพาะของอํานาจ ตุลาการเท่านั้นที่ดูเสมือนว่าท่านก็ยืนอยู่โดยการยึดโยงกับประชาชนอาจจะห่างไกล แต่อย่างไรก็ตามผมมั่นใจว่าตั้งแต่สถาบันตุลาการได้เริ่มต้นขึ้นมาในชาตินี้ ในบ้านเมืองนี้ ท่านยังเป็นที่หวังที่พึ่งของประชาชน และเป็นที่พึ่งแหล่งสุดท้ายของประชาชนอยู่เสมอมา ตั้งแต่ต้นจนถึงวินาทีนี้ ผมเชื่อว่าสมาชิกของเราทุกคนคงจะได้ย้อนประวัติศาสตร์ในทาง การเมืองว่าในยามใดที่บ้านเมืองมีวิกฤติบุคลากรจากสถาบันหรืออํานาจตุลาการนั่นละครับ จะถูกได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นผู้มีหน้าที่อยู่ในฝ่ายบริหารเพื่อจะขับเคลื่อนนําประเทศให้ เดินหน้าต่อไปให้พ้นวิกฤติ และในหลายปีที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งซึ่งสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายก็คือคําว่า ตุลาการภิวัฒน์ ซึ่งแน่นอนละครับ สิ่งเหล่านั้นผมก็บอกกับใครหลายคน เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อหรือยืนยันกับ ตรงนี้ว่านั่นคือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าสถาบันตุลาการยังเป็นที่พึ่งที่หวังอยู่เสมอเหมือนกัน เพราะในที่สุดแล้วเมื่ออํานาจอื่นในอํานาจอธิปไตยมันไม่สามารถขยับเขยื้อนหรือมันมี การอะบิวซ์ (Abuse) ในตัวอํานาจของมันเองแล้ว เราก็จําเป็นที่จะต้องพึ่งอํานาจตุลาการ และผมเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์สงบ วิกฤติคลี่คลาย ท่านก็กลับไปฐานที่มั่นของท่าน ไปทํา หน้าที่หลักของท่านก็คือการอํานวยความยุติธรรมให้ประชาชน แน่นอนครับในเรื่องของ ความยุติธรรมถ้าไปคิดกันในแง่ของปัจเจกบุคคลมันก็มีคนที่มีความรู้สึกว่าเห็นว่าเป็น ความยุติธรรมก็มี เห็นว่าไม่ยุติธรรมก็มีซึ่งก็แล้วแต่ความถูกใจ แต่สิ่งที่อยากจะฝากท่านไว้ก็คือว่า สิ่งที่ท่านจะต้องมีก็คือการที่จะทําให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของความถูกต้อง ท่านต้องยึดหลัก รูล ออฟ ลอว์ ซึ่งเป็นหลักสําคัญคือหลักธรรมอันสําคัญคือนิติธรรม แต่ผมเชื่อว่าสถาบัน ตุลาการของท่านดํารงอยู่ได้จนถึงปัจจุบันก็ด้วยเหตุผลเรื่องของความที่ท่านยังยึดมั่นในเรื่อง ของความยุติธรรม ผมเองผมเคารพในความเป็นอิสระของตุลาการ และผมเชื่อในดุลยพินิจ ของท่านเสมอ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้าใครที่ได้ทําหน้าที่มีส่วนในการประกอบวิชาชีพเข้าไป อยู่ในแวดวงเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เราให้ความเคารพตุลาการ และเราคิดว่าสิ่งที่ ท่านได้ตัดสินใจไปในการใช้ดุลยพินิจท่านก็ต้องพินิจพิเคราะห์ แน่นอนครับ วันนี้สถานการณ์ การเมืองอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกับสถาบันตุลาการอย่างมากมายจนบางครั้ง ก็อาจจะเลยเถิดเข้าไปอยู่ในแดนของท่านมากเกินไป แต่ฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ในอํานาจนิติบัญญัติก็อยากจะขอให้ท่านหนักแน่นครับ แล้วก็อยากจะบอกกับสมาชิก หลายท่านนะครับว่าคําที่มีการพูดกันเป็นประจําก็คือเรื่องของความยุติธรรม เรื่องนี้มีมานานแล้ว ท่านอ่านเรื่องของเชอร์ล็อก ท่านก็รู้นะครับ เวนิส วาณิช เดอะ เมอร์ชานท์ ออฟ เวณิช ที่เช็คสเปียร์ ก็ได้เขียนไว้แล้วล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ท่านได้ทรงมีพระราชนิพนธ์ไว้วรรคหนึ่งก็คือคําว่า ในกระแสแห่งยุติธรรมมา ยากจะหาความเกษมเปรมใจ เราเข้าใจครับว่าท่านที่อยู่ในสถานะ ที่ต้องตกอยู่ในสถานะที่เป็นผู้ต้องหาหรือจําเลยในคดีอาญาย่อมเป็นทุกข์ แต่ผมไม่อยากจะ ให้เราเอาสถาบันของเราคือสถาบันนิติบัญญัติ เราจะเอาเรื่องหลักการเหตุที่มันเกิดขึ้นกับใคร คนหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจงแล้วบอกว่าสถาบันขององค์กรอื่นหรืออํานาจอื่นเขาเสีย ความเป็นกลาง ผมไม่เห็นด้วยแล้วผมไม่อยากคิดว่าวันนี้เรา ถ้าหากว่าสถาบันตุลาการมาชี้แจง เรื่องกฎหมายหรือร่างกฎหมายเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ว่าสถาบันนิติบัญญัติ หรืออํานาจนิติบัญญัติมองว่าท่านเป็นผู้ต้องหาหรือจําเลยหรือว่าอํานาจของเรากําลังคิดจะ เอาคืนท่าน ผมไม่คิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องของการเช็กแอนด์บาลานซ์ (Check and Balance) หรือว่าเป็นเรื่องของการคานอํานาจ แต่ผมคิดว่าวันนี้การวิพากษ์วิจารณ์ การแสดง ความคิดเห็นก็อยู่บนพื้นฐานของความที่น่าจะเป็น ก็คงพูดในฐานะเป็นสมาชิกท่านหนึ่งแล้วก็ ยืนยันครับว่า อะไรก็ตามที่ทางสถาบันตุลาการต้องเสนอกฎหมายเข้ามาในสภาให้นิติบัญญัติ ต้องมีหน้าที่พิจารณา พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะสนับสนุนในหลักการที่ทําให้ประชาชนได้ ประโยชน์ในเรื่องความยุติธรรม เราพร้อมครับวันนี้ที่จริงท่านขอมาน้อยนิด ท่านขอตําแหน่ง รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคมา แล้วก็ขออํานาจเพิ่มเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอมาใหญ่ ๆ มากกว่านี้ ถ้าเป็นประโยชน์ พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะให้ท่านนะครับ แล้วก็ยินดีเสมอแล้วก็ยืนยันว่า เราเคารพในคําวินิจฉัย เคารพในคําพิพากษาของศาล ซึ่งทําในพระปรมาภิไธยของ พระมหากษัตริย์ ผมเชื่อว่าสังคมส่วนใหญ่ของเราในประเทศไทยเรายอมรับสถาบันของท่าน สบายใจเถอะครับว่าเราฝากความหวังให้ท่านเป็นกําลังสําคัญในการที่จะช่วยขับเคลื่อน ประเทศนี้ในการรักษากฎหมายให้เป็นกฎหมาย เมื่อสักครู่สมาชิกท่านหนึ่งจากพิษณุโลกท่านได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งผมอยากจะยืนยันว่า ในฐานะที่มีประสบการณ์ในเรื่องของการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายมานี่ ประเทศไทยเป็น ประเทศหนึ่งซึ่งได้รับการยอมรับในเรื่องของสถาบันตุลาการ โดยเฉพาะเรื่องทางแพ่งเขา มั่นใจครับว่าถ้ามาทะเลาะกับใครที่นี่แล้วเป็นคนที่นี่ กับคนไทยมาลงทุนแล้วก็โดนเบี้ยว หรือว่าเขาจะมาเบี้ยวคนไทยก็ตาม ศาลก็จะตัดสินให้ด้วยความยุติธรรม นี่คือสิ่งที่เขายืนยัน แล้วก็คิดว่าประเทศนี้เป็นประเทศที่ยังน่าลงทุน เพราะฉะนั้นท่านจงภูมิใจเถอะครับว่าท่าน เป็นองค์กรหลักอันสําคัญที่ไม่เฉพาะคนไทยที่ให้การยอมรับนับถือท่าน แม้กระทั่ง ต่างประเทศเขาก็ยินดี แล้วก็ไว้วางใจท่านเช่นเดียวกันนะครับ ก็ขอขอบพระคุณแล้วก็ ยืนยันครับว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนท่านแน่ครับ สวัสดีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกอภิปราย แต่เดิมก็ไม่ตั้งใจจะอภิปรายละครับ แต่ว่าได้ฟังเพื่อนสมาชิก หลายท่านอภิปรายก็ขอแสดงความคิดเห็นไว้ ณ ที่นี้ด้วยก็แล้วกันท่านประธานครับ กระผม เห็นด้วยนะครับกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ฉบับนี้นะครับ ซึ่งเป็นการแก้ไขโดยเพิ่มเติมตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค และแก้ไข เพิ่มเติมอํานาจของอธิบดีผู้พิพากษาภาคและรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค อันนี้ไม่มีปัญหานะครับ คิดว่าสมาชิกหลายท่านก็คงไม่มีข้อโต้แย้ง ผมฟังหลายท่านก็เห็นด้วยทั้งสิ้นนะครับ แต่ว่าท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงกระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ หลายท่าน ได้อภิปรายถึงความยุติธรรมโดยอาจจะเลยเถิดไปถึงกล่าวอ้างว่ามีกระบวนการยุติธรรมหรือ ความยุติธรรม ๒ หรือ ๓ มาตรฐานในประเทศนี้ ซึ่งผมคิดว่าถ้าไม่ได้แสดงความเห็นไว้ตาม สมควรก็อาจจะทําให้ตุลาการหรือกระบวนการของศาลได้รับความกระทบกระเทือนตาม สมควร แล้วก็สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าบางครั้งท่านเองซึ่งอยู่ในกระบวนการของกระบวนการ ยุติธรรมก็ไม่ถนัดที่จะพูดในประเด็นเหล่านี้ เพราะอาจจะเกี่ยวเนื่องกับการเมืองด้วยประการหนึ่ง เป็นหน้าที่ที่พวกผมต้องแสดงความคิดเห็นไว้ ก็ต้องเรียนท่านประธานในเริ่มต้นนี้ครับว่า ความยุติธรรมมันแล้วแต่คนมองนะครับ ทุกสิ่งมันแล้วแต่คนมองทั้งสิ้นละครับ เพราะว่า เราเข้าไปมีส่วนได้เสียและเกี่ยวข้องด้วย มันเลยมีคําที่เขาบอกว่าสองคนยลตามช่อง ท่านประธานครับ คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนหนึ่งตาแหลมคม ก็มองเห็นแสงดาวอยู่พราวพราย แล้วแต่ว่า ใครจะมองเห็นสิ่งนั้นว่าเป็นอย่างไรตามเจตนาคติของแต่ละคน แต่ผมเรียนท่านประธาน ตรงนี้เลยนะครับว่านอกจากการแก้ไขกฎหมายเพื่ออํานวยความยุติธรรมแล้ว ตัวของ ผู้พิพากษาเองก็มีส่วนสําคัญยิ่งในการอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะผมเชื่อมั่นครับว่าประเทศนี้มีกระบวนการยุติธรรมมาตรฐานเดียว และผมเชื่ออย่างนี้ มาตลอด และผมจะเชื่อในอนาคตด้วยว่าประเทศนี้เป็นประเทศที่มีความยุติธรรมมาตรฐาน เดียวนะครับ ไม่ได้มีกระบวนการยุติธรรม ๒ มาตรฐาน เพียงแต่ว่าเราอาจจะมองต่างมุมกัน เพราะเรามีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากคําวินิจฉัยของศาล อันนี้ก็ว่ากัน ผมคิดว่า ตุลาการในประเทศนี้เป็นตุลาการที่มีความเยี่ยมยอด ยอดเยี่ยมประการหนึ่งสําหรับประเทศนี้ ก็คือตุลาการในประเทศไทยครับเป็นมืออาชีพทั้งสิ้น ผิดกับตุลาการในประเทศอื่น ท่านประธานต้องเห็นด้วยกับกระผมครับว่าในโลกนี้ทุกประเทศผมคิดว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ในโลกนี้เขายอมรับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ผมไม่เห็นประเทศไหนที่มาชี้หน้า บอกว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีครับ ประเทศไทยเป็นประเทศ ที่มีกระบวนการยุติธรรมที่เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ท่านสมาชิกหลายท่านก็ยืนยันในประเด็นนี้ แล้วนะครับ เพราะว่าผู้พิพากษาของเราเป็นผู้พิพากษาอาชีพ ได้รับการกลั่นกรอง ได้รับ การฝึกอบรมมาเป็นพิเศษเป็นอย่างดีนะครับ เป็นมืออาชีพครับ เพราะฉะนั้นการอํานวย ความยุติธรรมให้กับประชาชนผมคิดว่าประสบการณ์ของตุลาการในประเทศนี้เป็นที่ยอมรับว่า ท่านเป็นมืออาชีพ แต่ว่าเรากําลังสับสนในเรื่องของเสียงข้างมากกับความยุติธรรม อันนี้คือ สิ่งที่เราสับสนกันมากครับ ท่านประธานจะเห็นว่าเวลาพูดถึงความยุติธรรม คนส่วนหนึ่ง ก็บอกว่าเขาถืออํานาจของเสียงข้างมากของประชาชนเข้ามา เสียงข้างมากบอกว่าอย่างนี้ เพราะฉะนั้นศาลก็ควรจะตัดสินตามเสียงข้างมาก อันนี้เราเข้าใจผิดกันลึกมากครับและไม่มีใครในประเทศนี้อรรถาธิบายความแตกต่างระหว่าง ความยุติธรรมกับเสียงข้างมาก ท่านประธานครับถ้าเราต้องการความยุติธรรมเราใช้คน ข้างมากตัดสินเรียกร้องความยุติธรรมได้ไหมครับ ไม่ได้ครับ ต่อให้คน ๖๐ ล้านคนบอกว่าคน คนนี้ไม่ได้กระทําความผิด ไม่ควรเอาตัวเขาไปประหารชีวิต แต่ผู้พิพากษาเพียง ๒ นาย ๓ นายเท่านั้นครับมีสิทธิที่จะประหารชีวิตของคนใดคนหนึ่งก็ได้ในประเทศนี้ ผมก็ถูก ประหารชีวิตได้ถ้าผู้พิพากษา ๓ นายเห็นว่าผมมีความผิด ต่อให้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผม ๑๐ ล้านคนบอกผมไม่ผิดก็ไม่สามารถไปลบล้างคําพิพากษาได้ครับ เพราะฉะนั้นเราต้อง เข้าใจตั้งแต่เบื้องต้นครับว่าเสียงข้างมากนั้นเป็นเสียงที่แสดงออกถึงความต้องการของมหาชน ได้ แต่เสียงข้างมากตัดสินความผิด ความถูก ความชั่ว ความเลวของคนไม่ได้ ผิดถูกเขาใช้ ผู้พิพากษาตัดสินครับ เขาไม่ใช้เสียงข้างมากตัดสิน เสียงข้างมากแสดงออกถึงความต้องการ ของมนุษย์ แต่เสียงข้างมากตัดสินความผิดความถูกไม่ได้ เขาใช้ผู้พิพากษาเป็นคนตัดสิน แต่ว่าเราเลยเถิดไปเข้าใจว่าถ้าถือเสียงข้างมากเข้ามาในประเทศนี้แล้วเสียงข้างมากทําได้ทุกสิ่ง แม้ว่าจะทําสิ่งผิดให้เป็นถูกหรือถูกให้เป็นผิดก็ได้ นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครอรรถาธิบายในประเทศนี้ เราเลยสับสนระหว่างอํานาจของเสียงข้างมากกับความยุติธรรมว่าบางครั้งมันต้องวิ่งสวนทาง กันได้ อย่าไปเข้าใจผิดว่าเสียงข้างมากทําได้ทุกสิ่งนะครับ ผมเลยเรียนท่านประธานครับว่า ท่านที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมบางครั้งถ้ามีโอกาสท่านต้องอธิบายสิ่งเหล่านี้นะครับ ถ้าเราไม่อธิบายสิ่งเหล่านี้เราจะทําให้ประชาชนส่วนหนึ่งเขาฟังอีกข้างหนึ่ง และถ้าพูดมาก ๆ ฟังเยอะ ๆ เขาจะเข้าใจไปอย่างที่เสียงข้างมากต้องการให้เป็นไป แล้วเราจะหาความยุติธรรม ที่ถูกต้องไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเสียงข้างมากกับความยุติธรรมมันต่างกัน ท่านพูดสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้แต่ผมพูดได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านท่าน บอกว่าประเทศไทยไม่น่าจะเดินมาถึงวันนี้ได้ ผมก็คิดเหมือนกันครับ ผมก็น้อยใจว่าทําไม ประเทศเราเดินมาถึงจุดนี้ได้ ถ้าประชาธิปไตยมันขับเคลื่อนด้วยอํานาจ ๓ อํานาจ ถ้าประชาธิปไตยมันมีเครื่องยนต์อยู่ ๓ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ที่ ๑ อํานาจนิติบัญญัติ เครื่องยนต์ที่ ๒ อํานาจบริหาร เครื่องยนต์ที่ ๓ เป็นอํานาจตุลาการ ผมคิดว่าคนในประเทศนี้ วันนี้ยอมรับแล้วว่า ๒ เครื่องยนต์แรก คือ นิติบัญญัติกับบริหารนั้นค่อนข้างจะมีปัญหาแล้ว ติดขัดแล้ว เครื่องยนต์ขัดข้องแล้ว แต่ว่าอํานาจตุลาการเป็นเครื่องยนต์เครื่องเดียวครับที่ยัง ทรงพลังอยู่แล้วก็สามารถที่จะขับเคลื่อนอํานาจอธิปไตยให้เดินไปได้ เมื่อ ๒ อํานาจ เกิดติดขัดขึ้นมาท่านอย่าแปลกใจเลยครับว่าทําไมทุกอย่างมันถึงประดังประเดไปที่ท่าน เพราะท่านต้องขับเคลื่อนประชาธิปไตยเดินไปข้างหน้า ปัญหาทุกอย่างมันเลยตกไปที่ท่านนะครับ อย่าไปคิดว่ามันมีความผิดปกติเกิดขึ้นนะครับ ไม่ผิดปกติครับ มันเป็นธรรมดาที่ท่าน ต้องรับปัญหาของประเทศนี้แทน ๒ อํานาจ ซึ่งกําลังพิกลพิการอยู่ในประเทศนี้ครับ ท่านต้อง ทําใจให้ได้ครับว่าท่านต้องขับเคลื่อนอํานาจอธิปไตยโดยใช้เครื่องยนต์เดียวในขณะนี้ ถ้าเครื่องยนต์ของท่านเกิดชํารุดขัดข้องขึ้นมาอีกครับ แน่นอนครับประเทศนี้มันเดินไปไม่ได้ เลยครับ เพราะฉะนั้นให้ท่านมั่นคงในสิ่งเหล่านี้และท่านอย่าไปกังวลกับเสียงข้างมากนะครับ เสียงข้างมากอาจจะผิดก็ได้ ถูกก็ได้ แต่ตัดสินผิดหรือถูกไม่ได้เท่านั้นเองครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะเรียนท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ถ้ามีโอกาสผมอยากให้ท่านได้ใช้โอกาสไปทําความเข้าใจ แต่ว่าโอกาสของศาลที่จะมาพูด สิ่งเหล่านี้น้อยครับ แม้กระทั่งโฆษกของศาลยุติธรรมเองถ้าไม่มีปัญหาท่านก็ไม่พูดซึ่งก็เป็นสิ่ง ที่ถูกต้องไม่ได้ผิดพลาดอะไรครับ แต่ว่าท่านอาจจะพูดน้อยไป พูดมากไปก็มีปัญหา ผมก็ไม่รู้ หรอกครับสมดุลตรงนี้มันอยู่ตรงไหน เวลามีคนพูดถึงเรื่องนักโทษทางการเมืองนี่จะเป็น ปัญหากับท่านต่อไปในอนาคตนะครับ ท่านเตรียมใจเถอะครับว่าต่อไปปัญหานี้จะประดัง ประเดไปที่กระบวนการยุติธรรมที่ตุลาการว่าอันไหนเป็นนักโทษการเมือง อันไหนไม่เป็น นักโทษการเมือง ทําไมผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาครับ เพราะผมอยากให้ท่านทราบว่าในขณะนี้ กระแสสังคมกําลังดูกันอยู่ครับ กําลังเข้าใจบางเรื่องผิดพลาดอยู่ว่าอันไหนเป็นนักโทษ การเมือง อันไหนไม่ใช่นักโทษการเมือง แต่ไม่มีใครกล้าพูดว่าอันนี้นักโทษการเมืองไหม เขาควรได้รับการปฏิบัติอย่างไร ซึ่งก็ไม่ใช่หน้าที่ของท่านด้วยที่จะไปอธิบายสิ่งเหล่านี้ แต่ว่า ท่านต้องตัดสินตามกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ไม่ใช่คดีการเมืองครับ และถ้าผมเป็นตุลาการผมอาจจะตัดสิน ๖๐ ปีนะครับ ไม่ใช่ ๒๐ ปีครับ ท่านต้องตัดสินตามกฎหมาย ท่านจะตัดสินนอกเหนือจากกฎหมายนี้ไม่ได้ ผมคิดว่าทั้งหมด มันถูกต้องแล้วครับ ท่านอย่าไปหวั่นไหวว่าทําไมท่านต้องตัดสินเยอะ มันเป็นกรรมครับ ถ้าท่านตัดสินยืนที่กรรมหนึ่ง ๕ ปี มันก็ต้อง ๒๐ ปีครับ ถ้าท่านวางขั้นต้น ๓ ปี มันก็ต้อง ๑๒ ปี แต่ผมอาจจะวาง ๑๕ ปีเลยก็ได้ ผมอาจจะตัดสิน ๖๐ ปีก็ได้ เป็นอํานาจของผมนะครับ ไม่มีใครไปต่อว่าท่านครับ แต่ว่าท่านต้องพยายามทําความเข้าใจว่าทําไมมันต้องเป็น อย่างนั้น เดี๋ยวมันจะทํากระบวนการทั้งหมดมันรวนไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วต่อไปที่สังคมนี้จะวิวาทะกันก็คือเรื่องนักโทษการเมือง หรือคดีการเมือง ผมเป็นผู้มี ความรู้น้อย ไม่ได้มีความรู้มากมายเหมือนท่านทั้งหลายที่นั่งที่นี่ ผมก็แอบครูพักลักจํามาครับ ผมคิดว่ามีนักกฎหมายท่านเดียวที่ให้คํานิยามเรื่องนักโทษการเมือง น่าจะเป็นท่านอาจารย์ จิตติ ติงศภัทิย์ คนอื่นผมพยายามหาครับ ไม่มีใครอธิบายเรื่องคดีการเมืองหรือนักโทษ การเมืองไว้ แต่นักกฎหมายพวกเราเข้าใจว่าคือคดีที่ล้มล้างอํานาจรัฐเป็นคดีการเมือง แต่นอกจากนั้นไม่ใช่ครับ แต่ว่าการล้มล้างอํานาจรัฐที่จะเป็นคดีการเมืองนั้น เขาไม่ทําต่อเนื้อตัว ของบุคคลนะครับ แต่ผมจําอาจารย์จิตติมา เขาจะทําต่อองค์กรของรัฐ ท่านกดดันรัฐบาลได้ แต่ท่านได้ใช้อาวุธไปยิงคนที่เป็นรัฐบาลหรือเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ ท่านกดดันรัฐบาลให้ ยุบสภาท่านทําได้ แต่ท่านจะไปทุบรถนายกรัฐมนตรีไม่ได้ครับ ท่านจะใช้ปืนไปยิง นายกรัฐมนตรีไม่ได้ครับ นั่นไม่ใช่คดีการเมือง วันนี้มีคนเรียกร้องว่าคนที่เป็นคดีการเมือง คดีเหล่านี้เป็นคดีการเมือง เลยเถิดมาถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ซึ่งผมก็ยืนยันว่า นั่นไม่ใช่คดีการเมือง เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมยังยืนยันนะครับว่าคดีการเมือง หรือนักโทษการเมืองนั้นต้องทําต่อองค์กรของรัฏฐาธิปัตย์ คือองค์กรของรัฐ แต่ใครก็ตามคิดว่า ไม่พอใจรัฐบาล คนนั้นไม่มีสิทธิที่จะใช้อาวุธปืน ใช้อาร์พีจี (RPG) ไปยิงวัดพระแก้ว ไม่มีสิทธิ จะทําอย่างนั้นนะครับ ผมอาจจะผิดก็ได้ท่านประธานครับ ความรู้ผมน้อยครับ ถ้าผมไม่พอใจ รัฐบาลนี้แล้วผมไปยิงวัดพระแก้ว ผมทําได้ไหมครับ ผมเป็นนักโทษการเมืองไหม ไม่ได้ครับ ผมไม่พอใจรัฐบาล แล้วผมไปยิงคนใดคนหนึ่งได้ไหมครับ ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นการ ปฏิบัติของคนที่ทําความผิดกฎหมาย คุณจุติ ไกรฤกษ์ ก็ได้อภิปรายไปเยอะแล้วครับ ก็ต้อง ปฏิบัติเหมือนเยี่ยงอย่างคนที่ทําผิดกฎหมายโดยทั่วไป ไม่ใช่มีการเลือกปฏิบัติ แต่ว่าอันนี้มัน อยู่นอกเขตของท่านแล้ว เวลาท่านตัดสินปั๊บ เขาจะไปควบคุมที่ไหน มันก็แล้วแต่ กรมราชทัณฑ์เขา แล้วแต่กระทรวงยุติธรรมเขา ที่เขาจะไปสร้างมาตรฐาน ๒-๓ มาตรฐาน ขึ้นต่อไปในอนาคตก็ว่ากันไปนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านทั้งหลาย เรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงตัวแทนของฝ่ายตุลาการ ก็คือถ้าท่านมีจังหวะที่เปิดโอกาสให้ท่านอธิบายข้อขัดแย้ง เหล่านี้ในสังคมเยอะ ๆ ท่านต้องพยายามอธิบายตามที่สามารถอธิบายได้นะครับ ท่านจะไม่พูด เสียเลยทีเดียวก็ไม่ได้

สุดท้ายครับท่านประธาน ขออนุญาตเลยเวลามานิดเดียว ผมไม่ได้ไปพาดพิง ถึงท่านสมาชิกนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกได้พูดถึง ผมคิดว่าท่านที่เป็นตัวแทนของศาลเอง ก็ไม่สะดวกที่จะอธิบายประเด็นนี้ครับ ท่านสมาชิกท่านหนึ่งยืนขึ้นกล่าวว่า ท่านถูกฟ้อง ในข้อหาก่อการร้าย ท่านได้ประกันตัวมา แต่บางคนเพื่อนของท่านโทษเบากว่าไม่ได้ประกันตัว อันนี้คนข้างนอกฟังแล้วเสียหายครับ ศาลเสียหายครับ ถ้าพูดอย่างนี้ครับ ผมอธิบายแทน ก็แล้วกันครับ ถ้าผมอธิบายพลาดท่านก็ต่อก็แล้วกัน ที่ท่านยืนอยู่ในสภาแห่งนี้ได้ในคดี ก่อการร้ายเพราะรัฐธรรมนูญคุ้มครองท่าน ถึงต้องปล่อยท่านครับ พอมีพระราชกฤษฎีกา เปิดสภาต้องปล่อยท่าน ไม่ปล่อยไม่ได้ครับ เพราะท่านได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่ว่าคนที่มีข้อหาต่ํากว่าท่าน โทษน้อยกว่าท่าน มันเป็นดุลยพินิจของศาลที่เขาอาจจะไม่ให้ ประกันก็ได้ เรื่องมันแค่นั้นครับ แต่ว่าถ้าคนข้างนอกฟังว่า เอ๊ะ คดีตัดสินประหารชีวิตได้รับ การประกันตัว แต่คดีอื่นซึ่งโทษเบากว่าไม่ได้รับการประกันตัวนี่ ตุลาการเสียหายแล้ว ผมก็เลย อรรถาธิบายเสียตรงนี้เลยครับ แต่ว่าถ้าผิดพลาดอย่างไร ท่านก็ต่อก็แล้วกันครับ เพื่อไม่ให้ สถาบันของศาลได้รับความเสียหาย แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมต้องอภิปรายในวันนี้ก็คงจะไม่ขัดข้องในเรื่องของการที่จะเห็นด้วย กับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมที่ศาลฎีกาเป็นผู้เสนอ แต่ที่ อยากจะตั้งข้อสังเกตสักเล็กน้อยในเรื่องของการตั้งตําแหน่งและอํานาจหน้าที่นะครับ หลักการและเหตุผลก็คือเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพนะครับ ผมก็ อยากจะเรียนท่านประธานว่าผมในอดีตขึ้นศาลค่อนข้างจะบ่อยครับ เนื่องจากไปเป็นพยาน บุคคลทางการแพทย์ สิ่งที่ได้พบเห็นเป็นประจําก็คือเรื่องเวลาครับ ผมมักจะไม่ได้ให้การ ตรงตามเวลาที่ศาลนัดหมาย ค่อนข้างจะล่าช้ามากครับ อันนี้คือข้อสังเกต นัด ๙ โมง กว่าจะ ได้พูดบางที ๑๑ โมงกว่า และบางครั้งเลิกนัดหมายด้วยเหตุที่ว่าคู่ความนั้นเขาเลื่อนกัน แต่เรากว่าจะมารู้อีกทีก็ก่อนเที่ยงครับ อันนี้คือระบบที่คิดว่าน่าจะปรับปรุงครับ เพื่อให้ได้เกิด ความพึงพอใจกับผู้ที่มาใช้บริการศาล อันนี้คือเรื่องแรก

เรื่องที่ ๒ ที่หลายท่านคงพูดก็คือเรื่องเกี่ยวกับความล่าช้านะครับ ในคดี ต่าง ๆ ที่เรื่องล่าช้าในเรื่องของตัวคดีผมคิดว่าก็คงเป็นเหตุผลหนึ่ง ในอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ในเรื่องของที่คู่ความมักจะใช้ในเรื่องของการเจ็บป่วยไปเป็นการเลื่อนคดีครับ อันนี้ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าจะมีวิธีการใด อย่างไร เราจะสร้างกลไกในการตรวจสอบคนที่ใช้ สิทธิการป่วยเพื่อต่อสู้ทางการศาลเพื่อทําให้เกิดความล่าช้าขึ้น อันนี้ก็คือสิ่งที่เป็นสาเหตุ สําคัญที่อาจจะทําให้คดีคั่งค้างอยู่ หรือที่หลายท่านอภิปรายไปว่าบางครั้งคดีไม่มีการต่อเนื่อง แล้วก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทําให้ความยุติธรรมมองไม่เห็น เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปก็คือเรื่อง เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเราเรียกร้องหรือหิวโหยหาในเรื่องความยุติธรรมนะครับ ผมคิดว่าผมไม่ค่อย ห่วงครับ ผมได้ไปศาลหลายครั้ง เกิดความเชื่อมั่นในระบบของกระบวนการของศาลของบ้าน เรานะครับ ที่มีตั้งแต่เริ่มกระบวนการของการให้คําสาบานในการเป็นพยานนะครับ อันนี้ผม ไม่แน่ใจว่าที่ศาลประเทศอื่นมีหรือเปล่า อันนี้ก็หมายความว่าเราต้องการให้คนสุจริต สิ่งที่พูด กับสิ่งที่แสดงความคิดเห็นให้มันตรงกันครับ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น อันนี้ก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ดีอันหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นความยุติธรรมที่ผมได้พบเห็น ผมจึงเกิดความมั่นใจว่า บ้านเราความยุติธรรมมีอย่างเพียงพอ แต่สิ่งที่หลายท่านพูดก็คืออาจจะพูดถึงเรื่องความ เที่ยงธรรมครับ ซึ่งแน่นอนครับ ในโลกนี้ความเที่ยงธรรมก็คงไม่มีใครหาได้ ผมเข้าใจครับ ในข้อจํากัดของศาลในเรื่องข้อมูลหลักฐาน เรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่คู่ความจะเอามาให้ ศาลก็ ต้องพิจารณาไปตามหลักการที่ควรจะเป็นนะครับ อันนี้ก็คือเป็นสิ่งที่ศาลได้ปฏิบัติอยู่แล้วนะครับ ในส่วนที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้ก็คือเรื่องอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดก็คือว่าได้มี การใช้เรื่องราวต่าง ๆ ปริมาณคน และที่สําคัญก็คือเรื่องสื่อครับ ได้มีการเผยแพร่สื่อ ในรูปแบบต่าง ๆ มากมายก่อนที่ศาลจะตัดสินนะครับ ซึ่งผมก็ยังมั่นใจว่าศาลมีความมั่นคง หนักแน่นในหลักการและวิชาการนะครับ คงไม่เอนไปตามเสียงของสื่อต่าง ๆ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่น่าเป็นห่วงครับ ก็คือว่าถ้าศาลจะได้มีการปรับยุทธวิธีในการประชาสัมพันธ์ ออกมาเป็นช่วง ๆ เป็นระยะ ๆ เพื่อให้ทันกับสื่อต่าง ๆ ที่ค่อนข้างจะเรียกว่าบางครั้งอาจจะ ถือว่าเรียกว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ หรือสื่อไปในทิศทางที่ผิดรูปผิดแบบไป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คืออยากจะฝากไว้กับทางศาลนะครับว่า น่าจะหาผู้ที่มาให้ความรู้ใน เชิงวิชาการกับสื่อ เพื่อที่ทําให้สังคมเรา อย่างน้อยก็น่าจะมีแนวทางคิดไปในหลักการที่ไม่ แตกต่างกับที่หลักการของศาลได้พิจารณา เพราะฉะนั้นในส่วนที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้อีกเรื่องหนึ่ง ที่พูดยังไม่ต่อเนื่องกันก็คือ เรื่องของที่คู่ความใช้สิทธิในเรื่องของการลาเจ็บป่วย ศาลน่าจะมีการสร้างกลไกว่าพิสูจน์ได้เป็นครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ก็คือเรื่องเดียวกัน ก็คือ ป่วยตลอด บางครั้งมีจริง บางครั้งไม่จริงเป็นเรื่องที่หนักใจของแพทย์ผู้ออกใบรับรองแพทย์ แม้ว่าจะมีจริยธรรมบังคับควบคุมอยู่ก็ตาม แต่บางครั้งเป็นเรื่องที่ดูลําบาก ถ้าเราสามารถ สร้างกลไกผ่านไปทางแพทยสภาให้มีในรูปของคณะกรรมการอะไรต่าง ๆ พิจารณาในคดี ที่สําคัญ หรือคดีที่ควรจะเร่งรัดได้แล้ว ผมก็ถือว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับสังคมมาก วันนี้ บ้านเรามีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เพราะฉะนั้นผมขอให้กําลังใจศาลที่ท่านเมื่อ นั่งบัลลังก์แล้วผมมั่นใจว่าท่านมีแต่ความเมตตา มีแต่ความกรุณากับคู่กรณีทุก ๆ ฝ่าย แต่ที่ สําคัญก็คือขบวนการอุเบกขา อันนี้ละครับอุเบกขาก็คือหลักการ หลักการที่มั่นคง แล้วเรา จะต้องยึดเหนี่ยวหลักการนี้ไว้ตลอดเพื่อผดุงไว้ให้กับสังคมของเราต่อไป ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ตอนแรกตั้งใจว่าเราจะเข้าสู่ประเด็นในตัวร่างเลย แต่ว่าฟังผู้อภิปรายหลายท่านได้ทําการ ฝากหลายเรื่องไว้กับทางศาลฎีกา ผมเปิดดูเรื่องฝากก่อนครับ คือเรื่องนิติรัฐ ผมเป็นห่วงเรื่อง ของนิติรัฐของประเทศไทยมาก โดยเฉพาะในยุคที่การเมืองไม่มีความสงบแบบนี้ มีประเด็นครับ นั่นคือเรื่องของการมองคดีการเมืองอย่างไร ว่าแบบไหนเป็นคดีการเมือง ผมก็อยากจะฝาก ประเด็นนี้นะครับว่า น่าสนใจครับว่าทางศาลฎีกาน่าจะมีการประชุมพิจารณาเรื่องนี้กัน ทีเดียวว่า แค่ไหน เพียงใด คดีการเมืองครับท่านประธานมีอยู่คดีหนึ่งเพิ่งตัดสินกันไป ไม่นานนี้เอง คดียิงอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม ปรากฏว่าศาลสั่งจําคุก ๓๘ ปี ซึ่งแน่นอน หลังจากศาลสั่งจําคุกก็ไปอยู่ที่ราชทัณฑ์ ส่วนราชทัณฑ์จะใช้วิธีกี่มาตรฐานนั่นก็เป็นอีกเรื่อง ของราชทัณฑ์ที่ขึ้นโดยตรงกับรัฐบาลนะครับ แต่ว่าคดีการเมืองจะเริ่มเข้าสู่การพิจารณาของ ท่านเป็นระยะ ๆ ท่านมองอย่างไรครับ อย่างคดียิงอาร์พีจีที่ตัดสินไปแล้ว ศาลฎีกามองเรื่องนี้ เป็นคดีการเมืองหรือไม่ อย่างไร เพราะเป็นคดีที่มุ่งประทุษร้ายครับ ต่อคน ต่อทรัพย์สินของ ทางราชการโดยตรง ท่านมองเรื่องนี้เป็นหรือเปล่า สําหรับผมเองผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็น คดีการเมืองครับ เพราะเป็นการยิง ฆ่า ใช้ระเบิด แบบนี้เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้น่าศึกษานะครับว่า มากน้อยแค่ไหน เพียงใด เพราะว่าถ้ามาตรฐานตรงนี้ไม่ถูกตั้งไว้ได้อย่างถูกต้องแล้ว นิติรัฐ ของบ้านเราก็จะถูกเบี่ยงเบนไปครับ วันนี้เรามีคณะกรรมการ คอป. ที่มีท่านอาจารย์คณิต ณ นคร นั่งเป็นประธาน ก็เป็นคณะกรรมการคนกลางที่ตั้งขึ้น แล้ว คอป. ก็ให้ความเห็นครับว่า คดีการเมืองพูดง่าย ๆ ก็คือว่าควรจะมีสิทธิพิเศษ เช่น คุกก็น่าจะเป็นคุกที่ถูกแยกออกมา ต่างหาก การประกันตัวก็น่าจะให้มีการประกันตัวเป็นพิเศษต่างหาก ผมก็เห็นด้วยกับ คอป. ครับ แต่ผมก็ร้องถาม คอป. เหมือนกันว่า อย่างคดียิงวัดพระแก้วที่โทษจําคุก ๓๘ ปี อย่างนี้ คดีการเมืองหรือเปล่า แล้ววันนี้ผมก็ย้อนถามทางศาลฎีกาครับ ด้วยความเคารพว่าคดีอย่างนี้ ท่านมองแบบไหนครับ และอีกหน่อยท่านจะต้องเจอแบบนี้อีกเยอะทีเดียวในคดีการเมืองครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นเป็นเรื่องที่ฝากแล้วก็อดพูดไม่ได้ในตอนต้นครับ แต่ถ้ามาลง เนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมฉบับนี้ หลักการ เห็นด้วยครับ แต่มีรายละเอียดบางประการที่อยากจะขอแสดงความเห็น เห็นแย้งครับ เอาอย่างนี้ก่อนนะครับ ต้องเรียนว่า การแก้ไขกฎหมายพระธรรมนูญศาลยุติธรรมฉบับนี้ เพื่อให้มีตําแหน่งที่เขาเรียกว่าเป็นระดับรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ทุกวันนี้มีอธิบดีผู้พิพากษา ภาคอยู่ ๙ ภาคด้วยกัน แล้วถ้าความรู้ผมอันจํากัดก็คือว่า เวลาที่ผู้พิพากษาจะต้องนั่งองค์คณะ แล้วจะต้องทําการพิพากษาในคดีที่ภาคนั้นมองว่าเป็น คดีพิเศษคดีสําคัญ จะต้องส่งคดีตอนที่เขาเรียกว่าเขียนคําพิพากษาส่งไปให้กับท่านอธิบดี ผู้พิพากษาภาคทําการอ่านก่อนเฉพาะในคดีใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านอธิบดีได้อ่านแล้ว ปรากฏว่าเรื่องมันเยอะครับ เพราะผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นถ้าภาคนั้นกําหนดว่าเป็นคดีพิเศษ หรือว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งต้องส่งให้ท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคอ่านหมด ซึ่งเข้าใจว่า ทุกวันนี้ท่านก็มอบหมายให้หัวหน้าผู้พิพากษาประจําสํานักงานอธิบดีศาล ถ้าผมกล่าวผิดต้อง ขอประทานอภัยแต่เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น คราวนี้พอมันเยอะมากท่านก็ต้องการที่จะแต่งตั้ง รองอธิบดีภาคขึ้นมา พูดง่าย ๆ คือ ๑. ช่วยตรวจการคําพิพากษาก่อนจะออกไปสําหรับศาล ชั้นต้นที่มีจํานวนมากและเป็นคดีสําคัญในคดีผมเข้าใจแบบนั้นครับ เห็นด้วยโดยหลักการไม่มี ปัญหาเลย แต่ที่ผมมีปัญหาก็คือเวลาอย่างนี้ในมาตรา ๑๓ ท่านบอกว่าถ้าตําแหน่งอธิบดี ผู้พิพากษาว่างลง หรือเมื่อตําแหน่งดังกล่าวไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้รองอธิบดีผู้พิพากษา กระทําการแทน และท่านก็ต่อท้ายว่าถ้ามีหลายคนเอาคนอาวุโสสูงสุดดําเนินการไปก่อน แล้วท่านก็ต่ออีกครับ ในกรณีที่ไม่มีผู้กระทําการแทนให้ประธานศาลฎีกาสั่งเลยว่าเอาคนไหน แต่ที่ผมติดใจคือท่านไปพูดตอนหลัง ท่านห้ามผู้พิพากษาอาวุโสหรือผู้พิพากษาประจําศาล เป็นผู้กระทําการแทนในตําแหน่ง ผมก็เลยติดใจครับ ผู้พิพากษาอาวุโสคือใครครับ จากความรู้ความเข้าใจผมก็คือผู้พิพากษาที่อายุเกิน ๖๐ ปี เพราะเดี๋ยวนี้ผู้พิพากษาเกษียณ ๗๐ ปี คนที่เขาให้อยู่ต่อได้คือพูดง่าย ๆ เกษียณ ๖๐ ปีแล้วเป็นผู้พิพากษาอาวุโสก็จะกลับมา นั่งในตําแหน่งที่เป็นบริหารไม่ได้ คําว่า ผู้พิพากษาประจําศาล คือใครครับ ก็พูดง่าย ๆ คือถ้า ท่านสอบได้เป็นผู้ช่วย เป็นผู้ช่วยเสร็จแล้วเป็นผู้พิพากษาประจําศาล ผมพูดด้วยความเคารพครับ คือผู้พิพากษาอาวุโสมาก ๆ พูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก ผู้พิพากษาเด็กกับผู้พิพากษาแก่ก็แล้วกันครับ ผมพูดง่าย ๆ ท่านไม่ให้กระทําการแทนในตําแหน่งนี้ ผมก็ไม่เห็นด้วยครับ เพราะว่า เราไม่ได้พูดถึงการแต่งตั้งผู้พิพากษานายนี้ไปเป็นรองอธิบดี เรากําลังพูดถึงว่าให้ ผู้พิพากษานายนี้กระทําการแทนในตําแหน่งนี้ และแน่นอนครับท่านประธานศาลฎีกา ก็สามารถจะมอบหมายเป็นครั้งคราวได้เช่นเดียวกัน ผมก็เลยไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะว่า ถ้าท่านไปบีบเอาเฉพาะแต่ผู้พิพากษาอาวุโสหรือผู้พิพากษาประจําศาลก็จะหนีไม่พ้นว่า ผู้พิพากษาจะต้องมาโดยตรงจากศาลฎีกาด้วยความเคารพครับ ก็จะเป็นผู้พิพากษาผู้ใหญ่ เท่านั้น ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วในการพิจารณาอรรถคดีต้องยอมรับว่าศาลแต่ละท่านก็มีดุลยพินิจ ที่เท่าเทียมกัน เพียงแต่วันนี้มีการแต่งตั้งในระดับปฏิบัติการ เป็นอธิบดี รองอธิบดีก็ว่ากันไป นี่เป็นสิ่งที่ตัวผมเองนั้นเห็นต่างกับท่านเลยครับ ในส่วนของมาตรา ๓ ที่แก้ไขมาตรา ๑๓ ในวงเล็บสุดท้ายที่จํากัดในการทําแทนรองอธิบดีเฉพาะแต่ผู้พิพากษาอาวุโสกับผู้พิพากษา ประจําศาลที่ยกเว้นคนกลุ่มนี้ไม่ได้ คือแก่มากไปกับเด็กมากไปไม่ได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้อาจจะ เป็นเรื่องที่ผมเห็นแย้งครับ พูดง่าย ๆ ก็คือว่ามันเป็นการกระทําแทนมันไม่ใช่เป็นการตั้งเขา เป็นรองอธิบดี ก็ขอฝากประเด็นนี้เอาไว้เพราะว่าในการพิจารณาในวาระที่สอง ต่อไปที่จะต้อง มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ขอฝากประเด็นนี้ไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจะ ตอบไหมครับ เชิญครับ

นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ในฐานะผู้ชี้แจง ต้องขอกราบขอบพระคุณสําหรับท่านสมาชิกที่กรุณาให้ข้อสังเกตมากมายสําหรับ ศาลยุติธรรม ผมเองคิดว่าในส่วนที่เป็นข้ออภิปรายเกี่ยวกับดุลยพินิจต่าง ๆ ในคดีความ ผมจะ ขออนุญาตเรียนตรง ๆ ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ท่านสมาชิกคงทราบดีว่าการใช้ดุลยพินิจ สั่งการ ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนก็ตาม ในฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการย่อมมีทั้งผู้ที่ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่ในช่องทางของฝ่ายตุลาการผมเรียนตรง ๆ ว่าการที่จะเปลี่ยนแปลง ดุลยพินิจอย่างนั้นมันมีระบบของมันและเป็นระบบที่เป็นสากลใช้กันทั่วโลก ก็คือว่าต้องใช้ ระบบการอุทธรณ์ฎีกาซึ่งแทบจะทุกเรื่องกฎหมายเปิดช่องให้อุทธรณ์ฎีกา เพราะฉะนั้นการ วิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นสิ่งที่ทําได้ถ้าอยู่ในกรอบ ก็กราบเรียนเพื่อความเข้าใจนะครับ

ส่วนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายซึ่งมีหลายข้อด้วยกัน ผมเรียน ประเด็นแรกในเรื่องของตําแหน่งต่าง ๆ ที่อาจจะมีอยู่ที่สํานักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ในขณะนี้ ต้องกราบเรียนอย่างที่เรียนในตอนต้นนะครับว่าช่วงที่ผ่านมาพอท่านอธิบดี ผู้พิพากษาภาคมีภารกิจที่จะต้องทํางานด้านคดีมากขึ้น ทางศาลเองการแก้ไขกฎหมาย ในลักษณะอย่างนี้ใช้เวลา อย่างร่างกฎหมายฉบับนี้กว่าจะผ่านการรับรองทางฝ่ายรัฐบาล ใช้เวลาเป็นปีทางศาลก็ต้องแก้ไขข้อขัดข้องนะครับ ก็มีการตั้งตําแหน่งท่านผู้พิพากษาไป ช่วยเหลือท่านอธิบดีในการตรวจสํานวน ไปช่วยเพียงแค่ตรวจสํานวนนะครับ ซึ่งตําแหน่ง เหล่านี้เป็นตําแหน่งที่ทางกฎหมายระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการให้อํานาจ ก.ต. ที่จะทําได้ แต่ที่จะทําไม่ได้ก็คือท่านผู้พิพากษาที่ไปอยู่ตรงนี้ทําได้แค่ตรวจสํานวน จะไปนั่งพิจารณาคดี อย่างอธิบดีภาคอย่างนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงมีความจําเป็นที่ทางศาลต้องเสนอร่างกฎหมาย ฉบับนี้นะครับ

ที่มีข้ออภิปรายในลักษณะอาจจะเป็นห่วงเป็นใย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทางสมาชิก ท่านกรุณาก็คือในเรื่องของว่ามีตําแหน่งบริหารแล้วจะมีการชี้นําอะไรกันต่าง ๆ นานา ผมกราบเรียนเลยว่าในระบบศาลก็เป็นหลักการว่าต้องใช้ระบบองค์คณะ นั่นหมายความว่า ท่านอธิบดีผู้พิพากษาท่านจะมีส่วนในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นแล้วก็มีบทบาทในการ ตัดสินคดีท่านต้องไปนั่งพิจารณาเป็นองค์คณะ ซึ่งในองค์คณะนั้นก็จะมีทั้งหมด ๓ ท่าน ก็คือ มีผู้พิพากษา ๒ ท่าน แล้วมีท่านอธิบดีอีก ๑ ท่าน แล้วท่านก็มีเพียงเสียงหนึ่งในการที่จะ ประชุมลงมติกัน ถ้าท่านไม่ไปนั่งพิจารณาท่านใช้อํานาจในลักษณะของการตรวจสํานวนท่าน จะไม่มีสิทธิที่จะไปลงนามในฐานะที่เป็นองค์คณะนะครับ อย่างมากท่านทําได้แค่เพียง ความเห็นแย้งครับ ซึ่งความเห็นแย้งก็จะเป็นประโยชน์กับคู่ความที่เป็นฝ่ายแพ้คดีเขาอาจจะ นําไปเป็นเหตุเป็นผลในการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป

ประเด็นในเรื่องของร่างมาตรา ๔ ที่กําหนดให้รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคเป็น ผู้พิพากษาในศาลที่อยู่ในเขตอํานาจก็เป็นความจําเป็นอย่างที่ผมกราบเรียนว่า ถ้ามีรองอธิบดี ผู้พิพากษาภาคเราก็อยากให้ท่านแบ่งเบาภาระของอธิบดีผู้พิพากษาภาค จึงจําเป็นต้อง กําหนดอย่างนี้ เพื่อให้ท่านไปนั่งพิจารณาได้ เพราะว่าถ้านั่งอยู่ที่สํานักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ไม่มีคดีมาฟ้องละครับ คดีอยู่ตามศาลจังหวัดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นต้องกําหนดว่าท่านเป็น ผู้พิพากษาคนหนึ่งละ แล้วท่านอธิบดีมอบหมาย ท่านก็ถึงจะไปนั่งพิจารณาในศาลนั้น ๆ ได้

แล้วก็ที่ให้อํานาจท่านตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง (๒) ก็ไม่มีอะไรครับ มาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง (๒) ระบุเพียงแค่ว่าให้ท่านมีอํานาจสั่งคําร้องคําขอที่ยื่นต่อท่าน เพราะฉะนั้น ถ้าท่านไปนั่งพิจารณาคดีในคดีใดคดีหนึ่ง แล้วมีการยื่นคําร้องคําขอท่านก็ต้องมีอํานาจที่จะ สั่งคําร้องคําขอนั้น ๆ ได้ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้คงไปทําความเข้าใจในชั้นกรรมาธิการได้ครับ

แล้วอย่างที่ท่านสมาชิก ท่านสามารถ แก้วมีชัย ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านกรุณา ถามว่าปัจจุบันระบบศาลยังสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือไม่ กราบเรียนว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ รับแนวคิดของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณา คดีของศาลแทบจะทั้งหมด แล้วก็นําไปบรรจุไว้ในมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญปีปัจจุบัน แล้วก็กราบเรียนเพื่อความสบายใจ แต่ว่าต่อให้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ไม่เขียนเอาไว้ หลักการใดที่เป็นหลักการสากลและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทางศาลยุติธรรมพร้อมที่จะ ดําเนินการ

ประเด็นของท่านอรรถวิชช์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามที่ท่านถามเกี่ยวกับคดี การเมือง จริง ๆ แล้วผมเองก็อาจจะไม่สันทัดนัก แต่เท่าที่จําความได้ จะมีนิยามอยู่เฉพาะ ในส่วนของกฎหมายที่เกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเท่านั้นเองที่เขาเขียนถึงคดีการเมือง ในระบบกฎหมายอาญาคดีอาญาที่เราดําเนินการในประเทศนั้นไม่มีการแบ่งแยกว่าคดีใดเป็น คดีการเมือง แล้วก็ในกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างนั้นคดีการเมืองเขาก็นิยามว่าถ้ามี มูลเหตุจูงใจทางการเมืองก็เป็นคดีการเมือง แต่ก็มีข้อยกเว้นว่าถ้าไปเกิดทําความเสียหาย ทําลายผู้บริสุทธิ์อะไรต่าง ๆ นานาก็เป็นข้อยกเว้นที่จะไม่ถือเป็นคดีการเมือง อันนั้นก็เป็น เรื่องระบบของระหว่างประเทศเขา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกฎหมายภายในของเรา

ส่วนประเด็นที่ว่าไม่เห็นด้วยกับการที่ พ. อาวุโสทําการแทนไม่ได้ใช่ไหมครับ พ. ประจําศาล เรียนว่าอันนี้เป็นที่มาจากแนวคิดตอนที่ทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นะครับ ท่านครับ ว่าตอนนั้นที่ท่านสามารถ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านบอกว่าใน ส.ส.ร. เองบอกว่า น่าจะให้ผู้พิพากษาที่มีอายุเกิน ๖๐ ปีนี้อยู่ต่อนะครับ เพราะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพแล้วก็มี ประสบการณ์ อยู่ได้จนถึงอายุ ๗๐ ปี ก็มีข้อทักท้วงว่าท่านเหล่านี้น่าจะให้ทําเฉพาะคดี อย่าให้ไปทํางานบริหารเลยอะไรทํานองนั้น ก็เป็นที่ยอมรับกันในตอนที่ทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นะครับ และพอมาเขียนกฎหมายลูกเหล่านี้เราก็ต้องเขียนข้อจํากัดอย่างนี้ครับ ท่านครับ ว่า พ. อาวุโสจะไปเป็นผู้บริหารไม่ได้ จะไปเป็น ก.ต. ก.บ.ศ. ไม่ได้ แล้วก็เลยเถิด ไปถึงว่าเป็นผู้ทําการแทนก็ไม่ได้นะครับ ก็เป็นแนวคิดที่สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งถ้าอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าทางศาลเองก็คงรับข้อสังเกตไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะครับ ถ้าเป็นประโยชน์อย่างไรก็อาจจะมีการนําเสนอในภายหลังนะครับ ส่วนพอประจําศาลก็เป็น ที่ทราบดีว่าเป็นผู้พิพากษาที่เพิ่งเข้ามาในช่วง ๓ ปีแรกนะครับ ซึ่งท่านต้องมีภารกิจในเรื่อง ของการฝึกปฏิบัติอะไรต่าง ๆ นานา ท่านคงไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้บริหารในระยะนั้น ซึ่งในทางปฏิบัติผมกราบเรียนว่า ถ้าท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคท่านปฏิบัติไม่ได้และไม่มี รองอธิบดีคนไหนที่สามารถปฏิบัติได้ ส่วนใหญ่แล้วท่านประธานจะสั่งการให้ท่านผู้พิพากษา หัวหน้าศาลจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่นั้น อย่างสมมุติจังหวัดนครราชสีมาก็อาจจะสั่งให้ผู้พิพากษา หัวหน้าศาลจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งท่านคงมีอาวุโสสูงสุดในจังหวัดทําหน้าที่แทนนะครับ ซึ่งก็ ไม่เกิดข้อขัดข้องอะไรครับ ขออนุญาตกราบเรียนทําความชี้แจงครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับไม่มีท่านใดอภิปราย ผมขอปิดการอภิปรายนะครับ ต่อไปต้องขอเชิญสมาชิก อยู่นอกห้องต้องลงมติรับหลักการนะครับ

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตนครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิครับ ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๑ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ผมจะขอ มติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นสมควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย นะครับ ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ส่งผล คะแนนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๖๙ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๖๘ ท่าน ไม่ลง คะแนนเสียง ๑ ท่านนะครับ เป็นอันว่ารับหลักการนะครับ

ขอเชิญสมาชิกครับ เรื่องตั้งกรรมาธิการ จํานวนเท่าไรครับ เชิญครับ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๖ ท่านนะครับ เชิญรัฐมนตรีครับ

นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของคณะรัฐมนตรีจํานวน ๕ คน ดังนี้ ๑. นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ๒. นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ๓. นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ๔. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ๕. นายสมหมาย กู้ทรัพย์ รวม ๕ คนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่านนะครับ เชิญครับ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทย ดังมีรายนามดังนี้ ๑. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๒. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๓. นายธนิก มาสีพิทักษ์ ๔. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ๕. นายพิชิต ชื่นบาน ๖. นายสิงห์ทอง บัวชุม ๗. นายซูการ์โน มะทา ๘. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๙. นายชุมสาย ศรียาภัย ๑๐. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๑๑. นายสมคิด เชื้อคง ๑๒. นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๓. นายสุชาติ ภิญโญ ๑๔. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลหน่อยครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล อุทัยธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้ครับ ๑. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๓. นายเกียรติ สิทธีอมร ๔. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๕. นายวัชระ เพชรทอง ๖. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๗. นายเจะอามิง โตะตาหยง ๘. นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญพรรคภูมิใจไทยครับ

นายมนู พุกประเสริฐ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมนู พุกประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญ ศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ ท่านที่ ๑ นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ท่านที่ ๒ นายศุภชัย ใจสมุทร ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนาครับ จํานวน ๑ ท่าน

นายสรชัด สุจิตต์ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน ขอเสนอ พันโท สินธพ แก้วพิจิตร ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชลครับ

นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญ ศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังชล คือ นายรณเทพ อนุวัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ ขออนุญาต

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจะอามิง เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออนุญาตแก้ไขในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จากนายเจะอามิง โตะตาหยง ขอแก้ไข เป็น ท่านณรงค์ ดูดิง ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ

นางพรรณิภา เสริมศรี รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ๒. นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ๓. นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ๔. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ๕. นายสมหมาย กู้ทรัพย์ ๖. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๗. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๘. นายธนิก มาสีพิทักษ์ ๙. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ๑๐. นายพิชิต ชื่นบาน ๑๑. นายสิงห์ทอง บัวชุม ๑๒. นายซูการ์โน มะทา ๑๓. นายพินิจ จันทร์สมบูรณ์ ๑๔. นายชุมสาย ศรียาภัย ๑๕. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๑๖. นายสมคิด เชื้อคง ๑๗. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๘. นายสุชาติ ภิญโญ ๑๙. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๒๐. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒๑. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๒๒. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒๓. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒๔. นายวัชระ เพชรทอง ๒๕. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๒๖. นายณรงค์ ดูดิง ๒๗. นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ๒๘. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ๒๙. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๐. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร ๓๑. นายรณเทพ อนุวัฒน์

นายวิสุทธิ์ ไชณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิกครับ จะใช้เวลาแปรญัตติกี่วันครับ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ๗ วันตามข้อบังคับครับ

นายวิสุทธิ์ ไชณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ตัวแทนศาลที่มาชี้แจงวันนี้ครับ สําหรับวันนี้ผมเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วครับ ขอปิด การประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๔๐ นาฬิกา