สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔

องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือเรื่องการออกหนังสือเดินทางให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และเรียกร้องการชี้แจงจากกระทรวงการต่างประเทศ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะมีความเข้าใจผิด หลาย ๆ เรื่อง ผมคิดว่าท่านบอกว่าให้ฝ่ายค้านเบา ๆ การเล่นการเมือง ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องการเล่นการเมือง เรื่องนี้เป็นเรื่องของความถูกต้องชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ของท่าน แล้วผมคิดว่าท่านเองนั่นละคือคนที่เล่นการเมืองตั้งแต่เข้ามารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ และเป็นการเล่นการเมืองเพื่อคนคนเดียว ทั้ง ๆ ที่การเมืองนั้น เป็นเรื่องของประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ ท่านได้แสดงออกถึงการทํางานหลายครั้ง หลายหนที่ผ่านมานั้น ใช้เวลาวางแผนพินิจพิเคราะห์เพื่อประโยชน์ของคนคนเดียว ผมเชื่อว่า เรายังไม่ค่อยเห็นบทบาทของท่านเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมมากนัก เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพรักครับ และที่สําคัญที่สุดท่านบอกว่าถ้าไม่มีพาสปอร์ต ไม่มีหนังสือ เดินทางเท่ากับว่าเราไปถอนสัญชาติไทย เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริงหรอกครับ ผมอยาก ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี มีคนที่เขาไม่มีหนังสือเดินทางจํานวนมากที่เขา มีสัญชาติไทย คนละเรื่อง คนละประเด็นกันอย่างสิ้นเชิงอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้มีความ เข้าใจตรงนี้ อยากจะฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้มีความเข้าใจตรงนี้ ด้วยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้เรียนสอบถามนั้น ผมไม่ได้ถามว่ารัฐบาลชุดที่แล้วนั้น เพิกถอนหนังสือเดินทางของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ สิ่งที่ผมถามก็คือว่ามีการออก หนังสือเดินทางให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้อย่างไร ในเมื่อมีความชัดเจนว่าศาลได้ตัดสิน เป็นผู้กระทําความผิด ตัดสินจําคุก ๒ ปี ไปเรียบร้อยแล้ว แล้วท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งศาลได้ตัดสินไปแล้วนั้น ก่อนที่จะตัดสินไม่ทราบว่าท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกําลังถูกตัดสินว่า มีความผิด ท่านในฐานะจําเลยที่ ๑ ได้ยื่นคําร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ครั้งสุดท้ายเพื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐประชาชนจีน ศาลก็เมตตาปรานี เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ อนุญาตให้จําเลยที่ ๑ คือ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม เมื่อจําเลยกลับมาประเทศไทยแล้วก็ให้จําเลยมารายงานตัวต่อศาลภายในวันที่ ๑๑ สิงหาคม แต่ปรากฏว่าท่านไม่กลับมาครับท่านประธาน นี่คือหนังสือจากศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองทําถึงปลัดกระทรวงการต่างประเทศ สิ่งที่ผม อยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่าผมไม่ได้ถามว่ารัฐบาลชุดที่แล้วยกเลิกอย่างไร แต่ผมถาม ว่ารัฐบาลชุดนี้ออกหนังสือเดินทางให้ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณได้อย่างไร ในเมื่อระเบียบ ของกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พุทธศักราช ๒๕๔๘ ซึ่งออก ในสมัยที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น มีหมวดต่าง ๆ มากมาย หมวดการออกหนังสือเดินทาง กับหมวดของเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและอีกหลาย ๆ หมวด การขอแก้ไขเพิ่มเติม แต่หมวดที่สําคัญก็คือว่าหมวด ๗ การปฏิเสธหรือยับยั้งการขอ หนังสือเดินทางในข้อ ๒๑ พูดไว้ชัดเจน โดยเฉพาะ (๒) และ (๓) เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ ซึ่งกําลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหา ในคดีอาญาที่ได้รับการออกหมายจับไว้แล้ว อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่สามารถปฏิเสธ หรือยับยั้งการขอหนังสือเดินทาง และเมื่อผู้ร้อง ผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอํานาจตาม กฎหมายสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร อันนี้ก็ชัดเจนครับ ศาลสั่งห้ามไม่ให้ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร จําเลยมาขออนุญาตเดินทางออกแล้วจําเลยก็หลบหนี จนกระทั่งศาลมีคําพิพากษาออกมาว่ามีความผิดถูกตัดสินจําคุก ๒ ปี ผมถามว่ากระทรวง การต่างประเทศไม่ได้ดูระเบียบข้อนี้หรือครับ ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ (๓) ที่บอกว่า เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอก ราชอาณาจักร การที่ศาลอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรนั้นก็หวังว่าท่านจะได้ กลับมาตามที่ศาลอนุญาต เพราะฉะนั้นตรงนี้มันค่อนข้างชัดเจนว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้น คงทําอย่างอื่นไม่ได้ เมื่อหมวด ๗ การปฏิเสธหรือยับยั้งคําขอหนังสือเดินทางนั้นค่อนข้างมี ความชัดเจน ในระเบียบกระทรวงการต่างประเทศไม่มีตรงไหนหรอกครับ ไม่มีหมวดไหน หรอกครับที่ไปบอกว่าให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือรัฐมนตรีมีอํานาจที่จะไปเพิกถอนคําสั่งใคร ต่อใคร แล้วก็ออกหนังสือเดินทางให้ได้ อันนั้นเป็นคําอ้างของท่าน เป็นคําพยายามอธิบายในการ ออกหนังสือเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การออกหนังสือเดินทางครั้งนี้นั้นไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมอย่างแน่นอน เป็นการออกที่ขัดต่อระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงมานั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดีครับ สิ่งที่ผมอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีต่อไปก็คือว่า เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ท่านให้สัมภาษณ์กับตัวแทนสื่อในวันที่ ๓ ธันวาคม ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามีแนวความคิดที่จะ ออกหนังสือเดินทางให้กับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านบอกว่าเป็นหนังสือเดินทาง ธรรมดา เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะทําเสร็จภายในปีนี้หรือไม่ ท่านบอกว่าน่าจะเร็ว ๆ นี้เป็น ของขวัญปีใหม่ให้กับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกับท่าน อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันหลังจากนั้นปรากฏว่าโฆษกกระทรวง การต่างประเทศออกมาแถลงว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ไปขอหนังสือเดินทางเมื่อ วันที่ ๒๕ ตุลาคม แล้วก็ได้ออกเล่มหนังสือเดินทางให้เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ผมคิดว่าวันที่ ๒๕ ตุลาคม ถึงวันที่ท่านรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ในวันที่ ๒ ธันวาคมนั้นเป็นเวลาเดือนกว่าครับ ตอนที่ให้สัมภาษณ์ท่านบอกว่าจะเสร็จในปีนี้หรือไม่ท่านบอกว่าน่าจะเร็ว ๆ นี้ ทั้ง ๆ ที่ท่าน ก็รู้อยู่แก่ใจว่าหนังสือเดินทางเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว และถูกส่งไปให้ พันตํารวจโท ทักษิณ เหมือนอย่างที่ท่านได้บอกไปเมื่อสักครู่นี้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีมีคนใกล้ชิดท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณอีกคนออกมาบอกว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านทักษิณนั้นยัง ไม่ทราบเรื่องนี้ ยังไม่ทราบเรื่องการคืนหนังสือเดินทาง หลังจากวันที่ ๒ ธันวาคมไปแล้ว ประมาณเดือนกว่าที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นเป็นคนไปยื่นคําร้องตามที่ท่านรัฐมนตรี ได้บอกที่กรุงอาบูดาบีไปแล้ว แต่คนใกล้ชิดของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณมาบอกว่าท่าน ยังไม่ทราบในเรื่องการไปขอหนังสือเดินทาง การคืนหนังสือเดินทาง ผมถามท่านประธานว่า แล้ววิญญาณของใครที่ไปขอหนังสือเดินทางที่กรุงอาบูดาบี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ทําไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งในวันที่ ๒ ธันวาคม ท่านเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าท่านได้ใช้นโยบายทางการเมืองอย่างที่ท่านบอกนั้น ให้หนังสือเดินทางกับท่าน พันตํารวจโท ทักษิณไปเรียบร้อยแล้ว แต่ท่านก็ยังพูดเสมือนหนึ่ง ว่ายังไม่มีการออกหนังสือเดินทาง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ผมอยากเรียนถามว่าทําไม ท่านไม่พูดความจริงกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และที่สําคัญที่สุดท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันที่ท่านรัฐมนตรีออกมาบอกว่าจะให้หนังสือเดินทางเป็นของขวัญต่อ ท่านทักษิณนั้น ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ออกมาบอกว่ายืนยันตามเจตนารมณ์ทําทุกอย่าง เป็นไปตามหลักนิติธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะถามท่านว่า นอกจาก ว่าท่านทําไมไม่พูดความจริงแล้วนี่ รัฐบาลนี้มีนโยบายในการออกหนังสือเดินทางให้กับ นักโทษหนีคดีทุก ๆ ประเภทคนอื่นหรือไม่ เช่นเดียวกับที่ออกหนังสือเดินทางให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไปแล้วครับท่านประธาน