ก่อแก้ว พิกุลทอง เสนอแนะให้ศาลเร่งรัดคดีความ เพื่อลดเวลาการดำเนินคดีให้เร็วขึ้น และหารือเรื่องความเคารพระหว่างสถาบันต่าง ๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะความไม่เคารพของศาลต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองเห็นด้วยในร่างกฎหมายที่กําลังเสนออยู่นี้นะครับ ในการที่จะหา รองอธิบดีมาช่วยทํางานนะครับ เพื่อเร่งรัดคดีความต่าง ๆ เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาที่เป็น ภาระค้างคาอยู่ที่ศาลนะครับ ผมเองก็อยากเห็นนะครับว่าศาลเองได้มีการดําเนินคดี ดําเนินการต่าง ๆ ด้วยความรวดเร็ว เพราะว่าที่ผ่านมายอมรับว่ากระบวนการดําเนินคดี ในประเทศไทยนั้นล่าช้ามาก แต่ละคดีต้องใช้เวลาในแต่ละขั้นนาน ๒ ปี ๓ ปี ศาลชั้นต้น บางทีก็ ๓ ปี ๕ ปี ศาลอุทธรณ์ ๒ ปี ๓ ปี ศาลฎีกาอีก ๒ ปี ๓ ปี กว่าจะเสร็จสิ้นคดีความบาง คดีปาไป ๑๐ ปี ซึ่งช้ามากครับเมื่อเทียบกับคดีความในต่างประเทศนะครับ ผมเองเห็นด้วยที่ทางศาลฎีกาได้ ร่างกฎหมายนี้เข้ามาเพื่อขอให้มีการเปิดตําแหน่ง ที่จริงผมเองเห็นด้วยถ้าจะมีการขอ งบประมาณไปซัพพอร์ท (Support) การดําเนินการของศาลเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมนั้น เป็นไปอย่างเร่งด่วนนะครับ เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีการรอกันยาวนาน เพราะว่าคนที่ ต้องคดีทั้งหลายแหล่ ที่ต้องมีชนักติดหลังอยู่อย่างนี้ แล้วการดําเนินคดีล่าช้านั้น ทําให้ชีวิต ของเขาแต่ละคนนั้นตกอยู่ในความทุกข์ยาวนาน ถ้าคดีมีการเร่งรัดเสร็จสิ้นโดยเร็ว ถ้าหาก เขาผิดก็ถูกจําคุก ตัดสินคดีจําคุกไป รับผิดไปแล้วกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนดี กลับเนื้อกลับตัว เป็นคนดีของสังคม ชีวิตเขาก็มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก ได้มีความสุขอีกครั้งหนึ่งนะครับ จะได้ ไม่จมทุกข์อยู่ยาวนานเหมือนที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ แต่ที่ผมเองห่วงใยในส่วนของศาลสถิต ยุติธรรมนั้น ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ที่จริงวันนี้ก็มีตัวแทนของฝ่ายสถาบันยุติธรรม สถาบันตุลาการมารับฟังและชี้แจงด้วย ต้องขอกราบเรียนด้วยความเคารพแล้วก็ด้วยความ ห่วงใยในสถาบันหลักของประเทศ ซึ่งต้องยอมรับโดยความคิดของผม สถาบันตุลาการเป็น ๑ ใน ๓ อํานาจหลักของประเทศนี้ แต่เป็นอํานาจที่คนไทยให้การยอมรับเคารพนับถือยกย่อง มากที่สุดใน ๓ อํานาจนี้ แล้วก็มีความรู้สึกอย่างนี้มายาวนานนับร้อยปี จวบจนกระทั่ง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ที่มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ได้สร้างความคลางแคลงใจ ได้สร้างความ สั่นคลอนในความเชื่อมั่นที่มีต่อสถาบันตุลาการของเรา ท่านประธานครับ ผมเองขอกราบเรียน ด้วยความห่วงใย ยอมรับว่าในช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมานี้ ผู้คนในสังคมได้ตั้งข้อสังเกตในการ ทํางานของสถาบันตุลาการในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ดุลยพินิจในการ พิจารณาคดีและดุลยพินิจในการให้ประกันตัว ผมเองที่ยกตัวอย่างนี้ขึ้นมา เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องหนึ่งที่ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมาก และก่อให้เกิดความรู้สึกที่ ไม่สบายใจต่อคนไทยทั่วทั้งประเทศที่เห็นปรากฏการณ์หลายปรากฏการณ์ที่มันสวนต่อ ความรู้สึก สวนต่อความนึกคิดสามัญสํานึกของคนทั่วไป ผมเองก็ได้สัมผัส ได้ประสบภัยด้วย ตัวเองเช่นกันครับ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างในการใช้ดุลยพินิจในการประกันตัวของ ศาลสถิตยุติธรรม ต้องขอกราบเรียนท่านตัวแทนของฝ่ายตุลาการนะครับ เมื่อปีที่แล้วผมเอง นั้นถูกดําเนินคดีก่อการร้าย ผมเองได้ไปมอบตัว ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนามเพื่อนสมาชิก ได้ไป มอบตัวต่อตํารวจ พร้อมกับนายวีระ มุสิกพงศ์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ ไปมอบตัวด้วย ความบริสุทธิ์ใจ วันนั้นถ้าจะหนีก็หนีได้เลย แต่ว่าเนื่องจากเชื่อมั่นว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจก็ไป มอบตัวต่อศาล ปรากฏว่าศาลไม่ให้ประกันตัวครับ ที่ไม่ให้ประกันตัวผมไม่เป็นอะไรครับ ผมเข้าใจสถานการณ์ช่วงนั้น เนื่องจากว่ามีความขัดแย้งทางการเมืองสูง และศาลเองต้องการ ที่จะควบคุมตัวไว้เพื่อความมั่นใจว่า พวกผมเองหลาย ๆ ท่านนั้นจะไม่ไปมีพฤติกรรม ที่สร้างความวุ่นวายในสังคม หรือสร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชนจํานวนมาก ศาลก็ ไม่ให้ประกันตัว แต่ที่ผมแปลกใจก็คือว่า ต่อมาคุณวีระ มุสิกพงศ์ ได้รับการประกันตัวครับ ผมกับนายแพทย์เหวง โตจิราการ ไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งที่พฤติกรรมเหมือนกัน ไปมอบ ตัวด้วยตัวเอง เป็นแกนนําสายพิราบ เป็นคนที่มีฐานะทางสังคม ผมเป็นวิศวกร ผมทําธุรกิจ มีลูกน้องนับร้อยคน แต่ศาลไม่ให้ผมประกันตัว ให้คุณวีระ มุสิกพงศ์ ประกันตัวคนเดียว นี่เป็นดุลยพินิจที่ผมเองก็ยังสงสัยอยู่จนถึงทุกวันนี้ หรือยกตัวอย่างหนึ่ง ในช่วงที่ผมเองถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ ปรากฏว่ามีแกนนําของกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ตอนนั้นท่านเองก็เป็น นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและถูกคดีก่อการร้ายเหมือนกันท่านไม่มอบตัวครับ ปรากฏว่า ตํารวจไปจับกุมตัวแล้วก็นํามาดําเนินคดีไปฝากขังที่ศาล ปรากฏว่าตอนนั้นท่านไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามไม่ประกันตัวสุดท้ายก็มาอยู่ในเรือนจํา แต่เชื่อไหมครับ ๗ วัน ต่อมาคุณไชยวัฒน์ขอยื่นประกันตัวได้รับการประกันตัวทันทีครับ นี่คือความแตกต่าง คนหนึ่ง ไปมอบตัวไม่ได้รับการประกันตัวศาลบอกว่ากลัวจะหลบหนี อีกคนหนีคดีตํารวจจับมาเข้าคุก กลับได้รับการประกันตัว นี่ละครับนี่เป็นดุลยพินิจที่ผมเองก็ไม่เข้าใจและคนทั่วไปที่รับทราบ เรื่องนี้ก็ไม่เข้าใจ หรือกรณีการตัดสินคดีผมยกตัวอย่างต้องขออนุญาตเรียนตรง ๆ ด้วยความเคารพ เพราะว่าเรื่องนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มาก แล้วพอวิพากษ์วิจารณ์มาก สุดท้ายสถาบันตุลาการก็เสียหาย ซึ่งผมเองก็ไม่อยากให้เกิดภาพอย่างนี้ เพราะผมเองอยาก รักษาสถาบันที่เราเคารพรักอย่างนี้ให้คงอยู่คู่ประเทศไทยด้วยความเชื่อมั่นปราศจากข้อสงสัย ข้อคลางแคลงใด ๆ กรณีการตัดสินคดีของกลุ่มที่มาเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ว่าเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดงมีความแตกต่างกันมากมาย ยกตัวอย่างกรณีมีผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยขับรถปิกอัพพุ่งชนตํารวจในวันที่ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ ในการชุมนุม หน้าสภา ปรากฏว่าโดนตั้งข้อหาพยายามฆ่าตํารวจมีภาพคลิปวิดีโอ (Clip Video) ปรากฏว่า ผู้ชุมนุมคนนี้ขับรถปิกอัพเข้าไปชนตํารวจ ๒-๓ นายแล้วก็ถอยรถทับอีกที ตํารวจท่านหนึ่ง ได้รับความพิการนะครับแล้วก็บาดเจ็บสาหัสในขณะนั้น ผลปรากฏว่าผู้ชุมนุมท่านนี้ ถูกดําเนินคดี ศาลเองเมตตาปราณีศาลบอกว่าบุคคลท่านนี้น่าจะกลับเนื้อกลับใจเป็นคนดีได้ ศาลก็เลยสั่งจําคุก ๓ ปีแต่ให้รอลงอาญา แล้วในตอนที่ถูกดําเนินคดีนั้นก็มีการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ผู้ชุมนุมท่านนี้ไม่ถูกดําเนินคดีเรื่อง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถูกดําเนินคดีเรื่องพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ ตํารวจ ทีนี้ด้วยความเมตตาของศาลศาลรอลงอาญา แต่กรณีผู้ชุมนุมเสื้อแดงหลาย ๆ คดี ไม่เห็นหรือครับ ที่กรุงเทพฯ ที่จังหวัดขอนแก่น ที่จังหวัดอุดรธานีเอาแค่เบา ๆ ฝ่าฝืน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินศาลตัดสิน ๑ ปีบ้าง ปีครึ่งบ้างศาลไม่รอลง อาญาครับ บางคนเป็นนักศึกษาด้วยซ้ํายังเรียนหนังสือด้วยซ้ําศาลไม่รอลงอาญาครับ เอาแค่นี้ แล้วกันครับ มันช่างมีความแตกต่างในการใช้ดุลยพินิจของศาลอย่างมากมาย ผมเองมี อาชีพวิศวกร ผมเองเวลาออกแบบงานอะไรก็แล้วแต่ตามหลักวิศวกรรมเรามีกฎเกณฑ์ ที่ค่อนข้างไม่ตายตัว แต่ว่าก็อยู่ในกรอบว่ากฎเกณฑ์น้อยที่สุดเท่าไร มากที่สุดเท่าไร มันมี กรอบของมันอยู่ ซึ่งอาชีพแต่ละอาชีพผมเชื่อว่ามันมีกรอบในการกําหนดให้แต่ละกลุ่มอาชีพ นั้นดําเนินการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่กรณีของศาลนั้นการใช้ดุลยพินิจที่มี ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างมาให้ท่านได้รับทราบนั้น ผมมองว่าเป็น การใช้ดุลยพินิจที่มันไม่มีกฎเกณฑ์ พอไม่มีกฎเกณฑ์คนที่รับทราบได้เห็นและเปรียบเทียบ หลาย ๆ คดีเข้าด้วยกัน เขารู้สึกว่ามีความที่ไม่ทัดเทียมกันในการบังคับใช้กฎหมาย มีความไม่เท่าเทียมกันเป็น ๒ มาตรฐาน พอเขารู้สึกเขาวิพากษ์วิจารณ์มาก ๆ สุดท้ายสถาบันตุลาการ ก็เสียหาย พอเสียหายแล้วศาลเองก็ยากที่จะไปชี้แจงอธิบาย เพราะอย่าลืมนะครับสังคมไทย เป็นสังคมที่มีข่าวลือเยอะ เวลาลือไปพูดไปเล่าต่อ ๆ กันไปเกิดความเสียหายมากมายแล้ว มานั่งไล่นั่งชี้แจงบางทีความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้วคนก็ไม่เชื่อในคําชี้แจงแล้ว ฉะนั้นในช่วง เหตุการณ์ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานั้นที่มีการใช้ดุลยพินิจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของเหล่าบรรดา ผู้พิพากษาในแต่ละศาลในแต่ละคดีนั้น ตรงนี้ได้มีการตั้งข้อสงสัย ตั้งข้อสังเกตและเกิด การวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย ผมเองต้องขอกราบเรียนต่อตัวแทนของฝ่ายตุลาการทุกท่านนะครับ ถ้าเราถอดหัวโขนออก ถอดตําแหน่งออก ถอดรสนิยมทางการเมืองออก เอาหัวใจของความ เป็นคนมาพิจารณาในสิ่งที่ผมได้ยกตัวอย่างไป ผมเชื่อว่าท่านเองก็คงคิดเหมือนผม ท่านประธานครับ ผมเองส่วนตัวนั้นผมเคารพและเชื่อมั่นในสถาบันตุลาการ ผมเชื่อว่า ผู้พิพากษาส่วนใหญ่ในประเทศนี้เป็นกลุ่มบุคคลที่มีคุณภาพ มีจริยธรรม มีคุณธรรมที่สูงส่ง เราเชื่อมั่นได้ แต่ยอมรับนะครับ จากหลายกรณีที่คนไทยได้เห็นในหลาย ๆ คดีนั้น ทําให้ คนไทยก็เกิดความเคลือบแคลงใจในตุลาการบางส่วนว่าตุลาการกลุ่มนั้น ๆ ถูกใช้เป็น เครื่องมือทางการเมืองนะครับ เป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่ตั้งมั่นอยู่ในความยุติธรรม และผลสุดท้ายพอดําเนินการในทิศทางนั้นผลจากการดําเนินการของท่านเหล่านั้นทําให้ สถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุด ที่คนไทยเชื่อมั่นที่สุดอย่างสถาบันตุลาการต้องมาสั่นคลอน ทั้งที่ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาสถาบันตุลาการไม่เคยมีเรื่องแปดเปื้อนแบบนี้มาก่อนเลย เป็นสิ่งที่น่าเสียดายครับ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยครับ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ท่านประธานครับ นั่นคือสิ่งที่ผมเอง ก็ห่วงใยในศาลสถิตยุติธรรม ผมเองอยากตั้งข้อสังเกตอีกประการหนึ่งนะครับ ในช่วง ๒-๓ ปี ที่ผ่านมาที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในการบังคับใช้กฎหมาย ๒ มาตรฐานนั้น นอกจากศาล สถิตยุติธรรมในบางคดีแล้ว มีองค์กรอิสระหลาย ๆ องค์กร ไม่ว่า ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. หน่วยงานเหล่านั้นก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่าง ๒ มาตรฐาน แต่ที่ผมห่วงใยก็คือว่าองค์กรเหล่านั้นในช่วงนี้ก่อตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คณะกรรมการองค์กรอิสระเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนมาจากฝ่ายตุลาการครับ ในเมื่อกรรมการ เหล่านั้นมาจากฝ่ายตุลาการ เมื่อท่านเหล่านั้นไปดําเนินการ ดําเนินงานแล้วสังคมเคลือบแคลง สงสัยในความยุติธรรมของท่านเหล่านั้น สุดท้ายประชาชนก็อดที่จะเคลือบแคลงสงสัย กลับมาที่ศาลสถิตยุติธรรมไม่ได้ เพราะว่าบุคลากรเหล่านั้นล้วนไปจากฝ่ายสถาบันตุลาการ ทั้งที่สถาบันตุลาการไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ท่านเหล่านั้นไปแล้วทํางานเป็นองค์กรอิสระ มีพฤติกรรมส่วนตัวส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับสถาบันตุลาการ แต่คนอดคิดไม่ได้ในเมื่อไปจาก ตุลาการแล้วไปสร้างความเสื่อมเสียอย่างนั้น สถาบันที่เรารักก็พลอยเสื่อมเสียไปด้วย ท่านประธานครับ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากเรื่องความห่วงใยในเรื่องความยุติธรรมในการ ใช้ดุลยพินิจของสถาบันตุลาการแล้ว ผมเองอยากขอกราบเรียนไปยังฝ่ายตุลาการผ่าน ท่านประธานสภานะครับ วันนี้ยอมรับนะครับว่าประเทศไทยยังมีวิกฤติของชาติที่เราต้อง ช่วยกันแก้ปัญหา วันนี้เรามีวิกฤติอยู่ ๓ ด้านครับ วิกฤติเฉพาะหน้า วิกฤติน้ําท่วม วันนี้ คลี่คลายแล้ว เหลือการฟื้นฟูเยียวยา วิกฤติต่อมาเป็นวิกฤติเศรษฐกิจของโลก จ่อรายล้อมทั่ว ประเทศไทย ตอนนี้ยุโรปสั่นคลอนอย่างหนัก ๒ ปีแล้ว อเมริกาสั่นคลอนอย่างหนัก ปีนี้ยุโรป แล้วการสั่นคลอนจากวิกฤติเศรษฐกิจของยุโรปนั้นสุดท้ายก็ต้องส่งผลกระทบต่อประเทศไทย อยู่ดี ซึ่งรัฐบาลก็ต้องตั้งรับให้ดี แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลฝ่ายบริหารต้องดําเนินการในการ คลี่คลายหรือป้องกัน แต่วิกฤติอีกวิกฤติหนึ่งที่เราเจอมา ๕ ปีแล้ว และวันนี้ได้สร้างปัญหา ให้กับประเทศไทย และประเทศไทยจะไม่สามารถเดินหน้าไปได้ถ้าเราไม่แก้ปัญหาวิกฤตินี้ให้ ลุล่วงไปด้วยดี นั่นคือวิกฤติการเมือง วิกฤติความขัดแย้งของคนในชาติ ท่านประธานครับ เรื่องนี้วิกฤติตัวหลังนี้เป็นวิกฤติที่ได้ทําลายความสุขของคนไทยมาหลายปี ได้ทําลายสังคมไทย อันดีงาม ได้ทําลายสยามเมืองยิ้มของเราอย่างสิ้นเชิง เป็นสิ่งที่ผมเองก็ไม่เคยคิดนะครับว่า ประเทศไทยของเรานี้จะมาไกลถึงเพียงนี้ จะตกต่ําทรุดโทรมอย่างหนักถึงขนาดนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วครับท่านประธาน วันนี้ผมเองขอกราบเรียนไปยังฝ่ายตุลาการผ่าน ท่านประธานนะครับว่า อยากขอกราบเรียนให้ท่านในฐานะสถาบันตุลาการที่จะมีส่วนอย่างมาก ในการช่วยคลี่คลายวิกฤติของประเทศนี้ วันนี้คนไทยทั่วทั้งประเทศเรียกร้องการปรองดอง รัฐบาลที่แล้วได้ประกาศนโยบายว่าจะดําเนินการปรองดอง แต่ว่าผ่านเวลานับปี ๆ ไม่มีอะไร ดีขึ้น การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายปรองดอง คนไทยอยากเห็น การปรองดองที่แท้จริง ก็ได้เทใจเทเสียงเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศเพื่อแก้ปัญหา ให้กับคนไทย นําความสุขกลับคืนสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง นโยบายการปรองดองเป็นสิ่งที่ คนไทยเฝ้ารอคอยอยากเห็นประเทศชาติ อยากเห็นคนไทยกลับมารักกันอีกครั้งหนึ่ง แต่การปรองดองของคนในชาตินั้นไม่ใช่เพียงฝ่ายบริหาร ไม่ใช่เพียงฝ่ายนิติบัญญัติร่วมมือกัน แล้วจะแก้ได้ ฝ่ายตุลาการจะมีบทบาทอย่างยิ่งในการช่วยแก้ปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะ เรื่องการปรองดองของคนในชาติ ถ้า ๓ ฝ่ายร่วมมือกัน ผมเชื่อว่าทุกปัญหาช่วยกันแก้ได้ หรือที่หนักก็เบาบางลงได้ วันนี้รัฐบาลประกาศนโยบายปรองดอง รัฐบาลขับเคลื่อนไป ตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ขึ้นมาทํางานรับลูกต่อ ฝ่ายนิติบัญญัติก็คอยสนับสนุน แต่วันนี้ ฝ่ายตุลาการผมยังเห็นทิศทางที่ตรงกันข้ามอยู่ กราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ หรือผม อาจจะคิดไปเองไม่แน่ใจนะครับ แต่ผมเห็นการดําเนินคดี การตัดสินคดีความหรือการให้ ประกันตัวนักโทษการเมืองที่ยังเจออยู่ขณะนี้นั้น ผมว่ามันสวนทางกับเรื่องการปรองดอง ผมยกตัวอย่างนะครับ วันนี้ยังมีนักโทษทางการเมืองที่อยู่ระหว่างถูกดําเนินคดี คดีไม่สิ้นสุด ประมาณ ๕๐ คน เขายังไม่ได้รับโอกาสประกันตัว วันนี้ถ้าเราจะปรองดอง เราจะเรียกร้องให้ ทุกคนมาร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน แต่เราไม่ให้คนเหล่านั้นประกันตัว เราขังเขาไว้ มันก็ยากครับ ที่จะทําให้เขายอมรับการปรองดองหรือการร่วมแรงร่วมใจกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมอยากกราบเรียนให้ฝ่ายตุลาการได้พิจารณาหรือทบทวนดูนะครับว่า การขังนักโทษ การเมือง การขังคนที่มีความคิดที่แตกต่างนั้นมันจะช่วยแก้ปัญหาของประเทศนี้ หรือจะช่วย ล้มปัญหาของประเทศนี้ การขังอาชญากรผมเชื่อว่าจะช่วยลดอาชญากรรม ช่วยบรรเทา ปัญหาของประเทศ แต่การขังคนที่มีความคิดที่แตกต่างทางการเมือง ผมไม่เชื่อนะครับว่ามัน จะช่วยแก้ปัญหาของประเทศนี้ และโดยเฉพาะในสถานการณ์อย่างนี้ ที่ปัญหาการเมืองมัน คลี่คลายไประดับหนึ่งแล้ว มันก็ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องไปขังคนเหล่านั้นไว้ในเรือนจํา น่าจะปล่อยให้เขาได้รับโอกาสประกันตัวมาต่อสู้คดีนะครับ ให้เขารู้สึกว่าเขาก็ได้รับสิทธิขั้น พื้นฐานในฐานะประชาชนคนหนึ่งของประเทศนี้ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งของโลกนี้ที่อยู่ ในประเทศที่มีความศิวิไลซ์พอสมควร ท่านประธานครับผมขอกราบเรียนไปยังฝ่ายตุลาการครับ ผู้ที่ถูกกักขังอยู่ในเรือนจําไม่ได้รับโอกาสประกันตัวนั้น ทุกคนนะครับมีคดีความ มีข้อหา ที่เบากว่าผมทั้งนั้นเลยนะครับ ผมโดนข้อหาก่อการร้าย โทษสูงสุดของผมคือประหารชีวิตครับ แต่นักโทษที่ยังถูกจองจําอยู่ไม่ได้รับการประกันตัวนั้นโทษเบาบางกว่าพวกผมเยอะครับ ฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลนะครับในการที่จะเก็บตัวเขาไว้ ก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ถ้าฝ่ายตุลาการจะช่วยสนับสนุนการปรองดองก็น่าจะให้โอกาสคนเหล่านั้นได้มีการประกันตัว มานะครับ
แล้วอีกประการหนึ่งครับที่ผมห่วงใย เรื่องการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่าง สถาบันต่าง ๆ ท่านประธานครับ เรามี ๓ สถาบันหลัก ๓ อํานาจหลัก บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ผมเองวันนี้เป็นสมาชิกนิติบัญญัติเฉกเช่นเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ ตัวแทน ของฝ่ายตุลาการก็เป็นสมาชิกของฝ่ายตุลาการ ก็เป็นอีกอํานาจหนึ่ง ครม. ก็เป็นตัวแทนหรือ เป็นสมาชิกของฝ่ายบริหารก็อีกอํานาจหนึ่ง โดยความคิดผมผมมองว่าแต่ละสมาชิกของแต่ละอํานาจแต่ละฝ่ายควรจะเคารพซึ่งกันและกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ผมเองเป็น ส.ส. ผมให้เกียรติผู้พิพากษาทุกท่าน ผมให้เกียรติ ส.ส. ทุกท่านไม่ว่าฝ่ายเดียวกันหรือฝ่ายตรงข้าม แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมเองได้ไปยื่นขอ ประกันตัวเพื่อนสมาชิกคนหนึ่งที่โดนข้อหาเดียวกัน เขาเองถูกศาลห้ามเดินทางออก ต่างประเทศ เขาจะไปทอดกฐินที่ประเทศอินเดียครับ ให้ผมไปเป็นนายประกันขออนุญาต ไปต่างประเทศ ผมเป็น ส.ส. ตามกฎเกณฑ์ที่ศาลให้ไว้คือว่าตําแหน่ง ส.ส. นั้นสามารถ ประกันตัวคนทั่วไปได้ในวงเงิน ๑๐ เท่าของเงินเดือนนะครับ ก็คือประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อนผมคนนี้เดินทางไปต่างประเทศต้องใช้วงเงินในการประกันตัว ๖๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตําแหน่ง ส.ส. ของผมนั้นเพียงพอในการประกันตัวครับ แต่ปรากฏว่าผู้พิพากษา ที่พิจารณาเรื่องการประกันตัวนั้นไม่ยอมรับหลักทรัพย์ตัวผมในฐานะนายประกันครับ ผู้พิพากษาให้เหตุผลว่าผมเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายนั้น ท่านให้เหตุผลอย่างนั้นครับ ไม่น่าเชื่อครับเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ ส่วนตัวผมผมมองว่า ส.ส. คนไหนก็แล้วแต่ ส.ว. คนไหนก็ แล้วแต่ถ้าท่านตีหลักทรัพย์ไว้ ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท เขาไปประกันใครคนใดก็แล้วแต่ ถ้าอยู่ ในวงเงิน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านน่าจะรับนะครับ ท่านไม่มีเหตุผลในการบอกว่าผมไม่ เกี่ยวข้องนาย ก นาย ข นาย ง นาย จ นาย ฉ ไม่อย่างนั้น ส.ส. ที่ไปประกันชาวบ้าน ไปประกันชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนแต่เขาไม่มีเงินประกันตัวจะทําอย่างไร เขาไม่ได้เป็น ญาติ เขาไม่ได้เป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง แต่เขามีความผูกพันในฐานะคนรู้จักกัน และศาลมาบอก ว่าศาลไม่รับพวกผมเนื่องจากไม่มีความผูกพันกับผู้ต้องหา ท่านประธานครับเรื่องนี้ไม่ควรจะ เกิดขึ้น และผมเชื่อว่าตัวแทนฝ่ายตุลาการที่นั่งอยู่ที่นี้คงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน แต่เกิดขึ้น แล้วจริง ๆ ครับ ฉะนั้นอยากให้ท่านได้พิจารณาได้ทบทวนหรือชี้แจงมาตรการในการ ดําเนินการเรื่องนี้นะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าสถาบันแต่ละสถาบันไม่ให้เกียรติกันแล้วต่อไปก็ จะเกิดความขัดแย้งซึ่งกันและกัน ซึ่งมันไม่ดีแน่นอนครับ จะสร้างผลเสียต่อการแก้ไขปัญหา ในการขับเคลื่อนประเทศนี้อย่างแน่นอนนะครับ ผมเองเคารพสถาบันตุลาการอย่างมาก แต่ผมเองก็ต้องการให้สถาบันตุลาการนั้นเคารพสมาชิกสภานิติบัญญัติเช่นกันนะครับ ฉะนั้น ก็ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังตัวแทนของฝ่ายตุลาการว่าสิ่งที่ผมได้สะท้อน ความรู้สึกในความห่วงใยทั้งหลายที่ได้พูดไปเหล่านั้นนะครับ ผมพูดไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ที่อยากให้สถาบันตุลาการได้รับทราบมุมมองของผมนะครับ ต้องเชื่อมุมมองที่ผมสะท้อนไปนั้น คนไทยจํานวนมากก็คิดไม่ต่างกับผมละครับ ท่านเองอาจจะไม่มีโอกาสได้มาคลุกคลี กับชาวบ้านทั่วไป บางอย่างท่านเองก็ไม่รับทราบในสิ่งที่ชาวบ้านเขาพูดคุยกันนะครับ ผมเอง สัมผัสคนเยอะนะครับ วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้มากราบเรียนสิ่งที่ผมได้ทราบ แล้วก็สิ่งที่ผม บางส่วนก็คิดหรือเปรียบเทียบให้ท่านได้รับรู้และเข้าใจ แล้วท่านจะได้ช่วยกันนะครับว่าเรา จะช่วยกันทําอย่างไร ในการที่จะให้สถาบันตุลาการของเรานั้นเป็นเสาหลักของประเทศนี้ และเป็นเสาหลักเดียวที่คนไทยทั้งประเทศเทใจให้ โดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยและ เป็นสถาบันหลักเดียวที่พร้อมที่จะคลี่คลายปัญหาของประเทศนี้ทุก ๆ ปัญหา ทุก ๆ สถานการณ์ ทุก ๆ ช่วงเวลา โดยปราศจากผลประโยชน์ส่วนตน ท่านประธานครับ ต้องยอมรับนะครับ ประเทศนี้มี ๓ อํานาจ อํานาจบริหาร อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจตุลาการ อํานาจบริหารและ อํานาจนิติบัญญัตินั้นเป็นนักการเมืองมาจากการเลือกตั้ง เวลาเลือกตั้งกันทีก็สาดโคลน โจมตีกัน ใส่ร้ายป้ายสีกัน เพราะฉะนั้นนักการเมืองในสายตา ของประชาชนทั่วไป ไม่ว่าประเทศไหนครับ คนไม่ได้มองนักการเมืองในภาพดีอยู่แล้ว คนไม่ เชื่อมั่นนักการเมืองหรอกครับ ไม่ว่าประเทศไหน หรือประเทศไทยก็แล้วแต่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยไปถามคนไทยคนไหนก็แล้วแต่เชื่อมั่นนักการเมืองไหม ไม่ครับ เพราะฉะนั้น ใน ๓ อํานาจ มีอํานาจเดียวที่คนจะเชื่อมั่นโดยปราศจากความเคลือบแคลงใจก็คือสถาบัน ตุลาการเท่านั้น วันนี้ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังตัวแทนของสถาบันตุลาการ ผมอยากเห็นสถาบันตุลาการของเรานั้นตั้งอยู่ในหลักความยุติธรรม ดําเนินการทุกคดี ความสามารถชี้แจงได้ อธิบายได้ ผู้คนไม่สามารถที่จะโต้แย้งตั้งข้อสังเกตหรือโจมตีศาลได้นะครับ เพื่อให้คนไทยเชื่อมั่นในสถาบันตุลาการของเรา และสถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันที่คนไทย ทุกอาชีพ ทุกเหล่า ทุกเชื้อสายมีความเชื่อมั่นศรัทธาและพึ่งพาได้ในทุก ๆ โอกาสครับ ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ