สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔

จุติ ไกรฤกษ์ อภิปรายสนับสนุนหลักการและเหตุผลแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักนิติธรรมและความยุติธรรมในการดำเนินงานของศาลยุติธรรม

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนหลักการและเหตุผลแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ศาลฎีกาเป็นผู้เสนอ แล้วก็เหตุผล ที่เสนอมากระผมก็เห็นด้วยครับ เห็นด้วยเพราะเป็นข้อเท็จจริงว่าเนื่องด้วยปริมาณงานตุลาการ และงานธุรการคดีของศาลยุติธรรมได้เพิ่มมากขึ้นเป็นลําดับ แต่ผู้รับผิดชอบควบคุมดูแลงาน ของศาลยุติธรรมในส่วนภูมิภาคมีอธิบดีผู้พิพากษาภาคเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ช่วยปฏิบัติราชการ ทําให้ราชการของศาลยุติธรรมไม่อาจดําเนินไปได้ด้วยความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เท่าที่ควร กระผมเห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ เพราะผมอยู่ในเหตุการณ์นั้น ผมเป็น นักการเมืองคนหนึ่งซึ่งโดนคําพิพากษาครับว่าผิดมีโทษจําคุกเพราะไปหมิ่นประมาท แล้วก็ จําคุกแต่ให้รอลงอาญา ระหว่างประกันตัวผมได้ไปขึ้นศาลคําพิพากษาอ่านเสร็จประมาณ ๐๙.๐๕ นาฬิกา ผมก็ลงไปนั่งในห้องขังข้างล่างใต้ศาล แล้วก็รออยู่จนถึงบ่าย ๓ โมง ๕๐ นาที กว่าที่ศาลจะมีเวลามาเซ็นอนุญาต แล้วก็วันนั้นเป็นวันศุกร์ครับ เลยตื่นเต้นเป็น พิเศษว่าสรุปแล้วผมจะอยู่นี่ข้ามอีก ๒-๓ คืนไหม แต่ก็โชคดีครับได้รับความเมตตาจาก ผู้พิพากษาเซ็นให้ ผมก็ได้ออกจากศาลมาก่อน ๔ โมงครึ่ง ฉะนั้นผมเห็นด้วยแน่นอนเลยว่า ท่านต้องมีผู้ปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ของประชาชน แล้วก็เพื่อประโยชน์ของ การดําเนินงานในศาล นอกจากนั้นแล้วผมอยากจะบอกว่าอยากจะขอสนับสนุนว่าศาลเป็นที่ ระงับข้อยุติ ข้อพิพาทระหว่าง ๒ ฝ่ายที่เห็นต่างกัน โดยใช้เหตุ ใช้ผล ใช้หลักความจริง แล้วก็ ใช้ข้อเท็จจริงมาหักล้างกัน ไม่ต้องใช้ปืน ไม่ต้องใช้ระเบิด ไม่ต้องกดดันกัน แต่ว่าศาลนั้นจะ เป็นคนตัดสินข้อยุติ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราเคยได้เห็นในหลาย ๆ กรณีที่ประชาชน ถูกส่วนราชการจับตัวไป และประชาชนก็ไปล้อมอําเภอ ไปล้อมโรงพัก เพื่อขอให้ปล่อยตัว นักโทษหรือผู้ต้องหา แต่เราไม่เคยเห็นนะครับ ไม่เคยเห็นว่าต้องไปล้อมศาลเพื่อให้ศาลปล่อย ตัวนักโทษ หรือตัดสินทางใดทางหนึ่ง เพราะสังคมยังยอมรับเคารพกติกาที่ศาลนั้นรักษาความยุติธรรมไว้ได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าตอนต้นที่ผมบอกว่าผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับความกรุณาจากศาลที่ได้รับ การประกันตัวทัน ผมเรียนกับท่านตรง ๆ ว่าสิ่งที่ท่านตัดสิน แน่นอนคนถูกตัดสินพิพากษา จําคุกไม่ถูกใจแน่นอนครับ ไม่ถูกใจผม แต่ผมก็เคารพและผมจะไม่กล่าวหาเลยว่าท่านนั้น ๒ มาตรฐาน ผมก็ต้องบอกว่าท่านทําได้ถูกต้อง ไม่ถูกใจผม ฉะนั้นผมก็ต้องทําใจไม่มีทางเป็น อย่างอื่น นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่อยากจะให้ศาลได้รับรู้ สมาชิกได้รับรู้ก็คือว่าวันนี้ประเทศ สากลทั้งหลายเขาจะคบกับประเทศไหน เขาไม่ได้ดูว่าประเทศนั้นมีความเจริญทางวัตถุ มากน้อยขนาดไหน มีถนนหนทางดีขนาดไหน เขาดูอันแรกครับ เขาจะมาคบค้ากับเมืองไทย เขาบอกว่า ๑. รูล ออฟ ลอว์ (Rule of Law) หลักนิติธรรมมีหรือเปล่า ถ้าหลักนิติธรรมมี การบังคับใช้กฎหมายเสมอต้นเสมอปลายเขามาแน่ ผมบอกท่านวันนี้ได้นะครับว่าวันนี้ใคร บอกว่าประเทศเพื่อนบ้านเราเวียดนามที่ว่ามาแรง ๆ ต่างชาติไป วันนี้ผมบอกได้นะครับ ว่าอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ของประเทศเวียดนามคือเรื่องกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต่างชาตินักลงทุนนั้นไม่มั่นใจว่าสุดท้ายแล้วศาลจะตัดสินเข้าข้างรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ เสมอไปหรือไม่ เขายังไม่กล้าไปขนาดนั้น ฉะนั้นวันนี้ผมบอกได้ว่าคุณูปการที่ท่านรักษา ความยุติธรรมไว้ให้กับประเทศไทยนั้นมีคุณูปการ มีผลทางเศรษฐกิจมากมายมหาศาลเช่นกันครับ นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่าหลักนิติธรรม ความยุติธรรมนั้นผมเชื่อว่าไม่มี คําว่า ล้าสมัย ไม่มีคําว่า ทันสมัย แต่ผมคิดว่ามันมีความเป็นอมตะของตัวมันเอง เพราะว่า ความยุติธรรมนั้นความจริงเป็นสิ่งไม่ตายครับ แต่สังคมวันนี้คนพูดความจริงอาจจะตายได้ โดนด่าทางอินเทอร์เน็ต (Internet) โดนเอ็ม ๗๙ (M79) โดนวางระเบิดบ้าน แม้กระทั่งสิ่งที่ คณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาคณะหนึ่งคือ คอป. ยังบอกเลยครับว่าต้นเหตุของ ความแตกแยกในสังคมไทยคือการละเมิดหลักนิติธรรมเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ผมจะไม่ลงไปใน รายละเอียด เพราะว่าจะเป็นข้อขัดแย้งในสภา แล้วก็จะทําให้เสียบรรยากาศ แต่ผมก็บอก ท่านได้ว่าผลของบางคดีออกมาถูกใจ แต่อาจจะไม่ถูกหลักนิติธรรม นี่คือตัวอย่างที่เห็น แล้วผมก็อยากจะบอกว่าให้กําลังใจสถาบันตุลาการว่าการอ้างมติมหาชนนั้นไม่สามารถ หักล้างความยุติธรรมได้ การอ้างมติมหาชนนั้นไม่สามารถหักล้างระบบนิติธรรมได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าบางครั้งเราคิดว่าวันนี้เรามีข้อมูลมากมายเหลือเกิน คนเรามีความจําสั้น ปีก่อนโน้นยังปลุกระดมให้เผาบ้านเผาเมืองอยู่วันนี้มาบอกว่าเป็นคดีการเมืองเสียแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ที่ใครจะอ้างว่าคดีการเมืองผมว่ามันต่างกันสิ้นเชิง ผมก็ต้อง บอกว่าผมก็เป็นผู้หนึ่งที่มีผลเคราะห์กรรมอยู่ในนั้น เพราะว่าปู่ผมเคยเป็นรองประธานสภา คนที่สอง ที่สภานี้ แต่เป็นนักโทษคดีกบฏบวรเดช ปกป้องสถาบันจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ติดคุกที่เกาะตะรุเตา ๑๑ ปี กลับมาบ้านคือใส่เสื้อด้วยแผ่นยางเย็บด้วยเชือกกล้วยกลับมา หาลูกหาเมีย นั่นคือนักโทษคดีการเมือง แต่เขาไปปล่อยเกาะตะรุเตา แต่วันนี้มันก็เจริญขึ้นไป เยอะ วันนี้ก็จะมีการสร้างที่พักให้กับนักโทษคดีการเมืองใหม่โดยใช้ภาษีประชาชน แต่วันก่อนนั้น สถานที่ออกกําลังกายหลวงไม่จัดให้ เขาให้ขวานกับเลื่อยไว้ให้สร้างที่พักบนเกาะตะรุเตาเอง ให้เป็นที่ออกกําลังกาย นอกจากนั้นแล้วใครไม่ทราบปทานุกรมฉบับอังกฤษ-ไทย ฉบับแรก สอ เสถบุตร เขียนในคุกนะครับ ๑๑ ปีเสร็จ นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่าสิ่งที่เรามีความเป็นห่วงกันนั้น วันนี้ระบบที่ยังรักษาประเทศยึดมั่นไม่เฉไปไหน ไม่เอียงไปทางหนึ่งทางใดคือตุลาการครับ และอย่างนี้ต้องขอว่าท่านนั้นคงจะต้องมั่นคง ท่านนั้นคงจะต้องรักษาความยุติธรรมไว้ให้ได้ เพราะว่าสิ่งที่ผมเชื่อแม้ผมไม่ได้เป็นนักศึกษาวิชานิติศาสตร์ สิ่งที่ผมเชื่อคือว่าคดีการเมืองนั้น ถ้าจะอ้างกันง่าย ๆ ถามว่าใครเป็นคนตีความครับ ถ้าบอกว่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ เสื้อสีหนึ่งฆ่าเสื้ออีกสีหนึ่ง แล้วบอกว่าที่ฆ่าเพราะว่าขัดแย้งทางการเมือง ผมถามว่าตีความ เป็นคดีการเมืองได้ไหม สําหรับผมคนไม่รู้ ผมบอกว่าไม่ได้ การที่ชวนคนไปเผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลาง วันนี้นั่งพิจารณางบประมาณใช้เงินสร้างศาลากลางใหม่พันกว่าล้านบาทที่ถูก เผาไปหลายหลังนั้น ถามว่าเป็นคดีการเมืองไหม ทหารที่ถูกเอ็ม ๗๙ ยิงตายเสียชีวิต ถามว่าเป็นคดีการเมืองไหม คงไม่ เพราะศาลพิพากษาจําคุกผู้กระทําไปแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนประธานก็คือว่า กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สําหรับใช้ในการรักษาและอํานวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้ เพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรม ในแผ่นดินก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแต่ขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายไปให้ถึงศีลธรรม จรรยาตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย พระบรมราโชวาท ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๔ ทุกวันนี้ยังใช้ได้อยู่ ผมถึงได้บอกว่าไม่มีความทันสมัย ไม่มีความล้าสมัย และความยุติธรรมนั้น เป็นอมตะ ความยุติธรรมนั้นเป็นสมบัติของสังคม มิใช่เป็นสมบัติของส่วนตัวบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยว่า ในฐานะที่ผมเป็นรัฐบาลชุดที่แล้ว มีการกล่าวว่านโยบายรัฐบาลปรองดองนั้นไม่ได้ผล ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อบันทึกไว้ ในสภานี้ว่า จริง ๆ แล้วนโยบายปรองดองของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น เมื่อต้นปี ๒๕๕๔ ครับ ท่านประธานครับ มีผลทําให้หลายคดีได้รับการประกันตัว และมีบางคดีได้รับ การประกันตัวโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ เพราะว่าเป็นการละเมิด พ.ร.ก. ศาลก็เมตตาเห็น สามารถให้ประกันตัวได้โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ ฉะนั้นทุกอย่างมันมีความเป็นธรรมอยู่ ในตัวมันเองอยู่แล้ว ผมก็อยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้เข่นฆ่าคนไทยด้วยกันเองครับ รัฐบาลชุดที่แล้วพยายามรักษาหลักนิติธรรมของบ้านเมืองไว้ หลักความถูกต้องไว้ ไม่เช่นนั้น แล้วสังคมไทยอยู่ไม่ได้ สังคมไทยจะไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศถ้าเราไร้หลักนิติธรรม แน่นอนครับ บางเรื่องบางราวตัดสินออกมาแล้วไม่ถูกใจแต่มันถูกต้อง มันก็ต้องยอมรับกันไป ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และผมขอให้กําลังใจตุลาการทุกท่าน ทุกครอบครัวที่ช่วยผดุงความยุติธรรมขอให้ท่านอยู่รอดปลอดภัยและมีความมีสิริมงคล ตลอดไปครับ ขอบพระคุณครับ