สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท พูดถึงกฎหมายความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่งเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ..... เธอเรียกร้องให้ตัดข้อที่เกี่ยวกับเด็กอายุ 16 ปีบริบูรณ์ที่ถูกลักพาตัวไปออก และให้กำหนดหลักการในการส่งคืนเด็กให้เป็นหลักการ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ดิฉันขออภิปราย ให้ข้อสังเกตและให้ความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในทางแพ่ง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็ก พ.ศ. .... ที่จริงแล้วท่านประธานคะกฎหมายฉบับนี้ ถ้าพูดถึงการลักพาตัวเด็กหรือพาเด็กไปโดยมิชอบมันก็จะเกี่ยวข้องกันกับเรื่องของการค้ามนุษย์ ซึ่งตอนนี้มันก็จะมีกฎหมายต่าง ๆ แล้วก็มีภาคีระหว่างประเทศมากมาย ดิฉันว่าต้องเอาอันนี้ ไปประกอบกันด้วย ดิฉันทราบว่าโดยปกติแล้วอนุสัญญาสิทธิเด็กกําหนดเด็กและเยาวชนอายุ ๑๕-๒๕ ปี แต่ในนี้กําหนดว่าเด็กหมายถึงเด็กซึ่งอายุต่ํากว่า ๑๖ ปีบริบูรณ์ ก็ต้องถามว่า มันควรจะเป็นอย่างนี้ไหม แล้วจะฝากอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าเวลาเราพูดถึงสิทธิของเด็ก เด็กควรจะ มีสิทธิในการที่จะอยู่อย่างปลอดภัย เด็กควรจะมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของ ตัวเองด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนท่านว่าการที่มีการลักพาเด็กข้ามชาติไปแล้ว เราบอกว่าให้มีผู้ประสานงาน แล้วผู้ประสานงานคนนั้นก็จะเป็นอัยการสูงสุดหรือผู้ที่อัยการ มอบหมาย ดิฉันคิดว่าถ้าเป็นไม่ใช่คนคนเดียวได้ไหม เพราะถึงเวลาที่จะตัดสินว่า เด็กควรจะเป็นอย่างไร แล้วมันก็จะมีเรื่องของการพิจารณาว่าควรจะมีกฎกติกาอย่างไรบ้าง แล้วก็จะมีมาตรา ๑๗ เขาบอก การร้องขอความช่วยเหลือขอใช้สิทธิพบและเยี่ยมเยียนเด็กได้ ให้ทําตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่ผู้ประสานงานกําหนด ถามว่าคนคนเดียวหรือที่จะ กําหนดอย่างนี้ได้ ควรจะมีใครบ้างที่จะมาร่วมกันกําหนดคงไม่ใช่ผู้ประสานงานกลางคนเดียว ดิฉันก็มีข้อเสนอท่านค่ะว่าการปฏิเสธคําร้องขอความช่วยเหลือ ผู้ประสานงานกลางเป็น ผู้ปฏิเสธคําร้องขอความช่วยเหลือได้ หากคําร้องขอนั้นกระทบกระเทือนอธิปไตยความมั่นคงหรือสาธารณประโยชน์ที่สําคัญอื่น ๆ ของประเทศไทย พูดไว้อย่างนี้มันกว้างเกินไปนะคะ แล้วมันก็น่ากลัว มันทําให้ถูกปฏิเสธ ได้ง่าย ๆ ในการที่จะช่วยเหลือเด็ก แล้วมาตรา ๙ เขาบอกว่าผู้ประสานงานปฏิเสธคําร้องขอ การช่วยเหลือก็ได้ แต่ไม่ตัดสิทธิของผู้ถูกละเมิดสิทธิควบคุมดูแลเด็กที่จะยื่นคําร้องขอเพื่อใช้ สิทธิของตนต่อศาลโดยตรง ถ้าผู้ประสานงานปฏิเสธการร้องขอความช่วยเหลือแล้ว แล้วเขา ไปร้องขอต่อศาล ถ้าศาลให้ช่วยเหลือผู้ประสานงานตัดสินใจผิดไหม แล้วก็จะมีความผิดไหม เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ถ้าไม่ถ่วงดุลกันตรงนี้ผู้ประสานงานอาจจะทําอะไรง่าย ๆ ก็ได้ที่จะ ปฏิเสธการร้องขอเพื่อที่จะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แล้วก็ให้เขาไปหาศาลเอง จะมี กระบวนการที่จะจัดการในเรื่องระหว่างนี้ได้อย่างไรบ้างนะคะ และส่วนการควบคุมดูแลเด็ก ระหว่างดําเนินการส่งตัวกลับคืนแน่นอนนะคะ เราต้องดูปลายทางด้วยว่าถ้าส่งเด็กกลับไป ที่ปลายทางเขาปลอดภัยไหม แต่ว่าในนี้ก็ได้พูดถึงเหมือนกันว่าศาลอาจยกคําร้องที่จะกลับส่ง ตัวเด็กคืนก็ได้ดังต่อไปนี้ในมาตรา ๑๓ (๔) แล้วก็มีอยู่ ๕ ประเด็น เพียงแต่ว่าดิฉันก็เห็นว่าเรา ได้พูดถึงเรื่องไม่ส่งตัวกลับก็ได้ถ้าปลายทางเป็นอันตราย แล้วก็ถ้าเด็กคัดค้านการส่ง ตัวกลับคืนแล้วศาลเห็นว่าเด็กมีอายุและวุฒิภาวะที่ควรจะรับฟังคําคัดค้านนั้นก็ได้ การส่งตัว เด็กกลับคืนจะขัดกับหลักพื้นฐานประเทศไทยเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานก็ได้ ไม่ส่งกลับนะคะ ยกคําร้องได้ แต่ข้อสุดท้ายบอกว่าถ้าเด็กอายุครบ ๑๖ ปีบริบูรณ์ ดิฉันเสนอให้ตัดข้อนี้ออก อย่างอื่นก็ครบถ้วนอยู่แล้ว ผู้มีสิทธิควบคุมหรือว่า ส่งตัวกลับแล้วจะเป็นอันตรายหรือเด็กคัดค้านแล้วฟังขึ้น เด็กมีวุฒิภาวะหรือว่ามันจะขัดกับ หลักสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ดิฉันเห็นว่าเท่านั้นก็พอนะคะ เพราะว่าข้อที่บอกถ้าเด็ก อายุครบ ๑๖ ปีบริบูรณ์ ก็อาจจะยกคําร้องตามที่เด็กต้องการอย่างนั้นได้ ดิฉันว่ามันง่าย เกินไป แล้วก็ถ้าเขาถูกลักพาตัวไปหรือว่าอย่างไรก็ตาม ดิฉันว่าเด็กอายุ ๑๖ ปีบริบูรณ์ เขาอาจจะถูกกําหนดความคิดหรือคําตอบต่าง ๆ ได้ ดิฉันเสนอให้ตัดข้อ จ ตรงนี้ออก แล้วถ้า ศาลในมาตรา ๑๔ ศาลไม่ได้มีคําสั่งให้ร้องขอภายใน ๖ สัปดาห์ แปลว่าเรากําหนดเอาไว้ ๖ สัปดาห์นะคะ นอกจากนั้นสุดท้ายก็ต้องเรียนท่านทั้งหลายว่าท่านที่จะเป็นกรรมาธิการ เรียนว่าถ้ามีการลักพาตัวเด็กไปหรือเอาตัวเด็กไปโดยมิชอบ ถ้ามีการที่จะขอความช่วยเหลือ ให้ส่งคืน ทําอย่างไรจะเขียนเอาไว้ให้เป็นหลักการว่าหลักต้องส่งคืน แต่การที่ไม่ส่งเป็น ข้อยกเว้นเท่านั้น ขอบพระคุณค่ะ