สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔

พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องการเพิ่มรองอธิบดีภาคให้กับศาล โดยอ้างถึงข้อเท็จจริงที่ศาลแบ่งออกเป็น 9 ภาค และแต่ละภาคจะมีอธิบดี แต่ไม่มีผู้ช่วย ซึ่งทำให้การบริหารงานของศาลมีปัญหา และยังถามถึงความจำเป็นในการมีรองอธิบดีภาค และขอให้ชี้แจงเพิ่มเติม รวมถึงการแต่งตั้งผู้พิพากษาให้เป็นอธิบดีภาคและรองอธิบดี และเรียกร้องให้ชี้แจงรายละเอียดและเงินงบประมาณที่เกี่ยวข้อง

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ตามที่ทางผู้แทนศาล ได้ชี้แจงประกอบหลักการและเหตุผลถึงความจําเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยหลักท่านก็บอกว่าเนื่องจากขณะนี้ในทางบริหารของศาล ซึ่งได้แบ่งออกเป็น ๙ ภาค ในภาคก็จะมีอธิบดีตามกฎหมาย มีอธิบดีผู้พิพากษาภาค ภาคละ ๑ คน ไม่มีผู้ช่วย ท่านได้แถลงไว้อย่างนี้ ก็คือต้องการเพิ่มตําแหน่งรองอธิบดีเพิ่มขึ้นมา ผมทราบว่าจากการแก้ไขกฎหมาย ผมจําไม่ได้ท่านประธาน น่าจะเป็นประมาณปี ๒๕๔๓ กว่า ๆ ก็เมื่อมีตําแหน่งเพิ่มเป็นภาคขึ้นมาแล้วก็มีตําแหน่งอธิบดีภาคขึ้น เคยมีตําแหน่ง รองอธิบดีกันมาช่วยอยู่ แต่ว่าในสมัยนั้นไม่ทราบด้วยเหตุผลใดก็มีการตัดตําแหน่งรองอธิบดี ภาคออกไป อาจจะเป็นความเข้าใจว่าภาคของศาลจริง ๆ ไม่ใช่ศาล เราไม่มีศาลเป็นภาค แต่ว่าในภาคนั้นจะมีศาลต่าง ๆ ประกอบขึ้นมา แล้วก็เพื่อให้การบริหารงานของศาลก็จะมี ตําแหน่งที่อยู่ที่ภาค มีอธิบดีขึ้นมาก็จะทําหน้าที่เป็นเพียงธุรการเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น สภาสมัยนั้นจึงได้ตัดตําแหน่งผู้ช่วยออกไป บัดนี้จากการประเมินงานของศาลที่ได้แถลงไว้ ชัดเจนว่าจะแบ่งการบริหารออกเป็น ๙ ภาค แล้วก็เพื่อให้เกิดความสะดวกในการพิจารณา อํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ในภาคหนึ่งก็จะมีอธิบดีแล้วก็ต้องการให้มีรองอธิบดี ขึ้นมาช่วยด้วย จากข้อมูลในเอกสารประกอบการพิจารณาที่ฝ่ายวิชาการของสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทําขึ้นมาพวกเราก็จะเห็นว่ามีการส่งสํานวนก่อนที่จะไปอ่าน คําพิพากษานั้น ให้ทางภาคได้ตรวจด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น อาจจะ เนื่องจากในศาลชั้นต้นที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ นั้นเป็นผู้พิพากษาที่ถึงแม้จะได้ทํางานมาระยะ หนึ่งแล้วแต่ว่าประสบการณ์อาจจะยังไม่หนักแน่นเพียงพอ เพราะฉะนั้นการที่จะมีภาคขึ้นมา ช่วยตรวจสํานวนก็จะทําให้การพิจารณาคดีนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องเป็นธรรมมากขึ้นด้วย ในข้อมูลนี้ก็ได้ให้สถิติการที่ภาครับมา แล้วก็เสร็จไป ดูแล้วก็เป็นภาพที่ดีทําให้เห็นว่าทางศาล เองก็ได้พยายามที่จะเร่งรัดให้การพิจาณาเป็นไปได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น อันนี้ก็จะทําให้ศาลเอง ได้มีประสบการณ์มากขึ้นด้วย ผมมีคําถามจะเรียนไปยังผู้ชี้แจงนะครับ คือท่านบอกว่าขณะนี้ มีตําแหน่งอธิบดีภาค เสมือนหนึ่งว่าจริง ๆ มีอธิบดีภาคอยู่ท่านเดียว จริง ๆ ไม่น่าจะใช่อย่างนั้น น่าจะมีอธิบดีภาคท่านหนึ่ง อาจจะมีผู้พิพากษาที่ไปช่วยงานในภาคอยู่ แต่ไม่ได้มีตําแหน่ง ในทางกฎหมายอยู่ ไปช่วยปฏิบัติงานอย่างนั้นใช่ไหมครับ น่าจะมีผู้ช่วยอธิบดีภาค หรือเลขานุการประจําภาคอาจจะมี รวมแล้วอาจจะประมาณ ๓ หรือ ๔ ท่าน หรือ ๕ ท่าน ประมาณอย่างนั้น แต่ว่าตําแหน่งเหล่านั้นไม่ใช่ตําแหน่งตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นเมื่ออธิบดี ไม่อยู่ก็ไม่มีผู้ทําการแทน เลยทําให้การบริหารงานของศาลมันเป็นไปมีปัญหาเกิดขึ้น ถึงแม้จะ มีผู้ช่วยแต่ว่าเขาจะมอบหมายกันไม่ได้เพราะกฎหมายไม่ให้ไว้ คราวนี้ท่านก็จําเป็นจะต้อง ขอให้มีรองอธิบดีภาคขึ้นมา อาจจะเป็น ๑ หรือ ๓ แล้วแต่ความจําเป็นก็จะรวมแล้วอธิบดี ๑ รองอธิบดีหรือ ๓ เป็น ๔ แล้วน่าจะมีใครอื่นอีกไหมสักคน ไม่ทราบว่ามีหรือเปล่า ที่จะช่วยงานในภาคนะครับ อยากจะขอให้ชี้แจงให้เพิ่มเติมให้สภานี้ได้เห็นความจําเป็น มากขึ้นกว่านี้ หน้าที่ของภาคขณะนี้แน่นอนว่าผมเข้าใจว่าท่านไม่ได้นั่งพิจารณาคดี เว้นแต่มี ความจําเป็นจึงจะไปนั่งพิจารณาคดีที่ศาล แต่ว่าที่ภาคก็จะช่วยตรวจสํานวน ตรวจคํา พิพากษาก่อนส่งศาลไปอ่านอย่างนั้นใช่ไหม

๒. ท่านที่จะมาเป็นอธิบดีภาค ขณะนี้แต่งตั้งจากศาลระดับไหน เพราะว่า ท่านบอกว่าจะมาช่วยอ่านสํานวนก็ต้องเป็นผู้พิพากษาที่ค่อนข้างจะอาวุโส รวมทั้งท่านที่จะ มาเป็นรองอธิบดีก็เช่นเดียวกัน จะแต่งตั้งจากไหนด้วย ทั้งหมดนี้ถามต่อไปว่าถ้าแต่งตั้ง อย่างนี้จะมีการเพิ่มจํานวนผู้พิพากษาขึ้นมาใหม่อีกหรือเปล่า เช่นถ้าเอามาจากศาลฎีกา มาอยู่ตรงนี้ก็แปลว่าท่านจะตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาเพิ่มขึ้นใช่ไหม เพราะอันนี้มันหมายถึงเงิน งบประมาณที่ต้องเพิ่มขึ้นไปด้วย ท่านประธานผมก็ขอคําชี้แจงเพิ่มให้ชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ ก็คือว่าในภาคท่านมีอธิบดี ๑ มีรองอธิบดี ๑ ไม่เกิน ๓ เป็น ๔ มีใครมาช่วยอีกคนหนึ่งไหม ตําแหน่งเหล่านี้ ท่านเหล่านี้ที่จะมา มาจากไหน ภารกิจที่สําคัญคืออะไร ถ้าเราได้ฟังกันอย่าง ชัดเจน อย่างนั้นผมก็คงจะไม่ขัดข้อง เพราะที่สุดแล้วคือการแก้อันนี้ ก็คือแก้ย้อนกลับไป จุดเดิมก่อนที่จะมีการแก้ไขหรือว่าตัดตําแหน่งผู้ช่วยระดับภาคขึ้นไปออกเท่านั้นเอง ซึ่งย้อนกลับไปที่จุดเดิมเท่านั้นเอง ขอเรียนท่านประธานครับ