สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔

ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ หารือเรื่องบทบาทของอธิบดีผู้พิพากษาภาค และเรียกร้องการแก้ไขเพิ่มเติมให้มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค เพื่อช่วยเหลือในการพิจารณาคดี

นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ศาลอุทธรณ์ ในฐานะผู้ชี้แจงครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียนถึงบทบาทของท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคก่อนนะครับ สรุปง่าย ๆ ก็คือว่าท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคท่านไม่ได้อยู่ตามศาลต่าง ๆ ต่างจังหวัดมันจะมี ลักษณะเป็นศาลจังหวัดกับศาลแขวง ท่านจะอยู่ที่สํานักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ทีนี้ถามว่า บทบาทของท่านทําอะไร บทบาทของท่านจะมีอยู่ ๒ ลักษณะครับ ลักษณะแรกก็คือเป็น บทบาททางด้านงานธุรการ คือท่านจะคอยดูแลปัญหาในเรื่องของงบประมาณ ปัญหาในเรื่อง ของบุคลากร การลา การอะไรต่าง ๆ นานาของท่านผู้พิพากษาและข้าราชการธุรการ ทั้งหมดภายในภาค ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๒๐-๓๐ ศาลนะครับ บทบาทอีกด้านหนึ่งของท่าน คือบทบาทด้านคดีครับท่านครับ บทบาทด้านคดีท่านจะทําอยู่ ๒ ลักษณะครับ ลักษณะแรก ก็คือการออกไปนั่งพิจารณาคดีที่มีความสําคัญ ๆ ในแต่ละศาลในเขตอํานาจของท่าน หรือถ้า คดีใดท่านไม่ได้ออกไปนั่งพิจารณา แต่ท่านเห็นว่าเป็นคดีที่อาจจะมีความสําคัญในแง่มุมของ คดีนั้นเอง หรืออาจจะมีความเคลือบแคลงสงสัยอะไรต่าง ๆ นานา ท่านจะขอให้ศาล ส่งสํานวนมาเพื่อท่านจะได้ตรวจสํานวนก่อนที่จะทําคําพิพากษา แต่การตรวจสํานวนของท่าน ท่านจะตรวจในลักษณะที่ให้ความเห็น แล้วถ้าท่านไม่เห็นด้วยหรือเห็นประการใดที่แตกต่าง จากองค์คณะนะครับ ท่านจะมีอํานาจเพียงแค่ทําความเห็นแย้งครับ ท่านจะไปอะไรต่าง ๆ นานา ที่มันนอกเหนือจากการทําความเห็นแย้งไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าองค์คณะผู้พิพากษา ในศาลนั้นท่านเห็นคล้อยกับความเห็นของท่านอธิบดีภาค นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อบทบาท ของท่านมีอยู่ ๒ ด้านอย่างนี้ ในปี ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นตอนที่ศาลแยกออกจากกระทรวงยุติธรรม คือตอนนั้นมีความคิดอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นความคิดของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งค่อนข้างจะมีบทบาท พอสมควร ท่านมองว่า อธิบดีผู้พิพากษาภาคท่านอยู่ตามสํานักงานภาค ท่านไม่ต้องไป ทํางานบทบาทด้านคดีหรอก ปล่อยให้ท่านองค์คณะผู้พิพากษาแต่ละท่านตามศาลต่าง ๆ ท่านทําคดีไป และไปจํากัดบทบาทท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคเฉพาะในส่วนของงานธุรการ พอไปจํากัดบทบาทของท่านเพียงแค่งานธุรการก็เลยเป็นเหตุที่ทําให้มีการตัดตําแหน่ง รองอธิบดีออก เพราะว่าไม่มีความจําเป็นอะไรที่จะต้องไปดูแลมากนัก เพราะงานธุรการ ท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคท่านก็ดูแลได้ แต่พอใช้กฎหมายมาสักระยะหนึ่งก็ปรากฏว่า ก็มี เสียงเรียกร้องกันว่ามันน่าจะช่วยกันดูแลในเรื่องของความรอบคอบในการพิจารณาคดี ก็เลย มีการแก้ไขอีกครั้งหนึ่งกลับมาให้ท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคมีบทบาททางด้านคดีเหมือนเดิม ก็คือว่าไปนั่งพิจารณาคดีได้ ไปตรวจสํานวนทําความเห็นแย้งได้นะครับ แต่การแก้ไขครั้งหลัง ไม่ได้กลับไปแก้ไขเพิ่มเติมให้มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคเข้าไปช่วยท่าน ใช้มาสักระยะหนึ่ง ก็ปรากฏว่าคดีที่ท่านต้องตรวจสํานวนมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับท่านครับ ก็เป็นเหตุผลที่ทาง ศาลยุติธรรมก็มาขอความกรุณาครับว่า ขอเพิ่มตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคกลับไป กราบเรียนว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ๒-๓ ปีที่เราไม่มีรองอธิบดีภาคเราทําอย่างไร ก็จําเป็นครับที่ กต. ท่านก็ตั้งผู้พิพากษาไปช่วยในลักษณะที่ไปช่วยงาน แต่ผู้พิพากษาที่ไป ช่วยงาน ท่านครับ ท่านไม่ได้มีบทบาทอํานาจหน้าที่อย่างในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ที่กําลังขอแก้ไข ท่านก็ไปช่วยตรวจสํานวนเฉย ๆ นะครับ ทีนี้ถ้ามีคดีที่ต้องนั่งพิจารณา ที่อธิบดีภาคต้องไปนั่งพิจารณาเยอะ ท่านผู้พิพากษาเหล่านี้ไปช่วยไม่ได้ครับ จึงจําเป็น ที่จะต้องมีตําแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคแล้วก็ให้บทบาทกับท่านในการที่จะไปนั่ง พิจารณาคดีได้ทํานองเดียวกับอธิบดีผู้พิพากษาภาค เพื่อเป็นการช่วยเหลือท่านอธิบดี ผู้พิพากษาภาคนะครับ สําหรับปัญหาที่ว่าถ้ามีการแต่งตั้งแล้วจะแต่งตั้งจากระดับไหน ก็กราบเรียนว่าขณะนี้นะครับ อธิบดีผู้พิพากษาภาคเราแต่งตั้งจากผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ในศาลอุทธรณ์ ซึ่งมีอาวุโสใกล้ที่จะขึ้นศาลฎีกาแล้วครับท่านครับ ซึ่งอาวุโสมากกว่าพวกศาล ในศาลชั้นต้นเยอะ ส่วนรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคผมก็เข้าใจว่าคงแต่งตั้งจากระดับผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ที่มีอาวุโสแก่ ๆ หรือไม่ก็ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ที่อาวุโสในระดับ ที่ต่ํากว่าท่านอธิบดีผู้พิพากษาภาคนะครับ ซึ่งในเรื่องของงบประมาณเข้าใจว่าทางศาล ยุติธรรมมีอัตราว่างอยู่มากที่จะรับผู้ช่วยผู้พิพากษา เพราะฉะนั้นถ้ามีการแต่งตั้งซึ่งตําแหน่ง รองอธิบดีภาคกับอธิบดีภาคไม่มากนะครับ ก็มีทั้งหมด ๙ ภาค ท่านอธิบดีก็มี ๙ ส่วน รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ถ้ามี ๒ ท่านก็ ๑๘ ท่าน ซึ่งตําแหน่งเหล่านี้ถ้ามีการเลื่อนไหลไป อัตราว่างที่เรามีเงินอยู่แล้วเราก็สามารถบรรจุท่านผู้ช่วยผู้พิพากษากลับเข้ามาได้ครับท่านครับ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงครับ