รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓
ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันพุธที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
ผมอยากปรึกษาหารือ สักนิดนะครับ ผู้ที่จะหารือเอาตามคนที่มาลงเวลาหรือว่าจะเอาสลับกัน คือเห็นฝ์าย พรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ขยันนะครับ สุดท้าย ๐๗.๕๗ นาฬิกา แต่ว่าทางฝ์าย พรรคเพื่อไทยเริ่มจาก ๐๘.๑๒ นาฬิกา สลับกันเถอะนะครับ เชิญคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานวันนี้ก็คือ
เรื่องแรกค่ะท่านประธาน ก็เนื่องจากว่าเมื่อวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องที่ประสบอุทกภัยน้ําท่วมในเขตจังหวัดชัยภูมิ ก็ไปพบเจอกับเหตุการณ์หนึ่งก็คือไปพบว่าฝายที่บ้านแก้งยาว ตําบลภูแลนคา อําเภอบ้านเขว้า ฝายยังอยู่ดี แต่ว่าน้ําที่ผ่านแม่น้ําชีซัดมาจนตลิ่งข้าง ๆ ฝายเสียหายกินพื้นที่เข้าไป ในอนามัยกว้างประมาณ ๓ เมตรค่ะท่านประธาน เห็นแล้วก็เกิดความรู้สึกว่า เปึนอันตรายต่อบุคคลที่จะต้องเข้าไปใช้สถานีอนามัย แล้วก็จะต้องเปึนห่วงต่อไปถึง พี่น้องประชาชนจะไม่มีน้ําใช้ในหน้าแล้งด้วยค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยดูแลแก้ไขดําเนินการแก้ไขในเรื่องตลิ่งที่โดนน้ําซัดพังไป ๓ เมตรด้วยค่ะ
เรื่องที่สอง ก็คือดิฉันได้มีการหารือกับท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ เกี่ยวกับคุณภาพของน้ําประปาแล้วก็ปริมาณน้ําประปาของบ้านโนนเป๋อย หมู่ที่ ๗ แล้วก็ หมู่ที่ ๑๖ ตําบลตลาดแร้ง อําเภอบ้านเขว้า ปรากฏว่าก็ได้มีหนังสือตอบจากสภาแห่งนี้ โดยท่านประธานผ่านไปถึงดิฉันว่าจะได้ดําเนินการแก้ไข แล้วก็จะได้จัดสรรงบประมาณ ในการแก้ไขเรื่องคุณภาพน้ําประปา แล้วน้ําประปาที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผ่านมาป้กว่าแล้วค่ะท่านประธาน ก็ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยแก้ไขในเรื่องประปาหมู่บ้านด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้าย วันนี้ดิฉันพบเจอกับพี่น้องครูบาอาจารย์วันนี้มาเยี่ยมเยียน ที่สภาเราค่อนข้างมาก ก็เลยเกิดความคิดได้ว่าทําไมเงินเบี้ยกันดารสําหรับคุณครูที่ต้อง ออกไปสอนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึงหายไป แต่กลับมีเงินอยู่ที่ภาคใต้อยู่ ก็ต้องฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ดูแลเรื่องเงินค่าเบี้ยกันดาร ให้กับครูด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณนริศ ขํานุรักษ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้เวลานี้หารือ เพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนบางประการนะครับ
ประการที่ ๑ เรื่อง ส.ป.ก. ในจังหวัดพัทลุงขณะนี้ทางสํานักงาน ส.ป.ก. ทยอยไปมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. โดยเฉพาะเมื่อวันที่ ๒๐ ที่ผ่านมาก็ได้มอบที่ตําบลชะมวง อําเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง แต่ว่าก็ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่กําลังดําเนินการ ผมขอให้ สํานักงาน ส.ป.ก. ได้เร่งรัด โดยเฉพาะที่ตําบลนาปะขอ อําเภอบางแก้ว และตําบลโคกทราย อําเภอปากพะยูน ซึ่งชาวบ้านรอคอยอยู่ในห้วงเวลาพอ ๆ กับที่ตําบลชะมวง ซึ่งได้รับมอบ ไปแล้วนะครับ
ประการที่ ๒ ขณะนี้ทางภาคใต้กําลังเข้าสู่ช่วงน้ําหลากอีกแล้วนะครับ เมื่อ ๒ ป้ที่แล้วเรื่องระบบเตือนภัยมีปัญหาจากน้ําตกทําให้คนเสียชีวิตเปึนจํานวน มากนะครับ แล้วก็ขณะนี้เครื่องเตือนภัยดังกล่าวยังไม่ได้ติดตั้งนะครับ ผมอยากให้ไป ติดตั้งเครื่องเตือนภัยให้ประชาชนในช่วงน้ําท่วมน้ําหลาก ซึ่งก็จะมีปัญหาขึ้นในระยะเวลา อีก ๒-๓ เดือนข้างหน้า เช่นเดียวกันครับแนวทางและวิธีการการช่วยเหลือของกรมปัองกัน และบรรเทาสาธารณภัยก็ยังไม่ทันท่วงที ไม่ทันต่อเหตุการณ์ในการแก้ปัญหา
ประการสุดท้าย ในจังหวัดพัทลุงผมคิดว่าขณะนี้อ่างเก็บน้ําสําหรับในจังหวัด เพียงพอ และน้ําในแม่น้ําสายหลักก็เพียงพอสําหรับพี่น้องประชาชน แต่ว่าน้ําสู่พื้นที่ เกษตรไม่เพียงพอ ผมคิดว่าคลองส่งน้ําจากคลองสายหลักจําเปึนจะต้องเพิ่มเติมเพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้กลับมาทํานาอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าจังหวัดพัทลุงเปึนจังหวัด ที่ทํานาในตําบลดอนประดู่ ในตําบลฝาละมี และในตําบลหารเทา ซึ่งเปึนแหล่งทํานา ดั้งเดิมให้กลับมาทํานาได้อีกครั้งหนึ่ง กราบขอบคุณท่านประธานครับ
คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธานสภาถึง ๒ เรื่อง เกี่ยวกับปัญหาพี่น้องประชาชน
เรื่องแรก เกี่ยวกับเรื่องถนนลาดยางของพี่น้องประชาชนของบ้านลาดเหนือ หมู่ที่ ๑๖ ถึงบ้านโนนสว่าง หมู่ที่ ๘ ตําบลโคกขมิ้น อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย มีความเสียหายมากขรุขระและพื้นลาดยางเดิมซึ่งสร้างมาหลายป้แล้วหลุดร่อนเปึน จํานวนมาก ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธานสภา ระยะทาง ๕,๖๗๕ เมตร ซึ่งมีพี่น้อง ประชาชนหลายหมู่บ้านที่ใช้ร่วมกันในถนนเส้นนี้ ดิฉันจึงอยากเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมทางหลวงชนบทของกระทรวงคมนาคมช่วยดูแล แก้ไขปัญหาในการซ่อมแซมหรือสร้างถนนลาดยางแบบแอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic concrete) ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย
เรื่องที่สอง ดิฉันได้หารือผ่านท่านประธานสภาไป ๒ ครั้งแล้ว ครั้งนี้ เปึนครั้งที่ ๓ แล้ว เกี่ยวกับเรื่องฝายน้ําล้นของบ้านน้ําจันทร์ หมู่ที่ ๔ ตําบลหนองงิ้ว อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ซึ่งขาดเสียหายมา ดิฉันเคยหารือตั้งแต่วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ตอนนั้นขาดได้ประมาณ ๒-๓ เดือนแล้วค่ะท่านประธาน ช่วยดูรูปนี้ด้วยความเสียหาย ตอนนั้นเสียหายมาก บ้านหายไป ๑ หลัง น้ําไม่มีเก็บกักไว้ ก็ได้งบประมาณซ่อมแซม ระหว่างเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งพอหลังจากดิฉัน ก็ได้ทราบข่าวอีกครั้งหนึ่งว่าก็เกิดการเสียหายอีก เพราะว่า ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่สามารถซ่อมแซมหรือช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ ผ่านมา ๔ เดือนดิฉันก็ได้มาหารือแล้วว่างบที่ได้มาก็เกิดการชํารุด มีการรั่วซึม แล้วก็ทรุด อีกแล้ว และขณะนี้ก็ได้ขาดอีกแล้ว ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธีระ วงศ์สมุทร ให้ดูแลเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าท่านก็เคยเปึนอดีตอธิบดีกรมชลประทาน ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
คุณขยัน วิพรหมชัย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือปัญหาความเดือดร้อน
เรื่องที่ ๑ สันฝายวังปานกั้นแม่น้ําป่งระหว่างจังหวัดลําพูนกับจังหวัดเชียงใหม่ สันฝายทรุด ขอให้กรมชลประทานได้เร่งดําเนินการปรับปรุงซ่อมแซมโดยด่วน
เรื่องที่ ๒ ถนนสายตําบลหนองช้างคืนเชื่อมระหว่างตําบลหนองช้างคืนกับ ตําบลดอนแก้ว อําเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ถนนเปึนหลุมเปึนบ่ออยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมชลประทาน พี่น้องผู้ใช้สัญจรเดือดร้อน ขณะนี้เขาเอาปลาไปเลี้ยงไว้บนถนน
เรื่องที่ ๓ ถนนสายบ้านจักรคําพิมุขเชื่อมถึงบ้านพันตาเกิน ซึ่งอยู่ ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทขณะนี้ถนนทรุดเช่นเดียวกัน
เรื่องที่ ๔ ถนนเข้าหมู่บ้านหนองซิว ตําบลป์าสัก อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ถนนเปึนบ่อเปึนหลุมเช่นเดียวกัน
เรื่องที่ ๕ ถนนสายพหลโยธิน ๑๐๖ ลําพูน-ลี้ หน้าสถานีตํารวจภูธร อําเภอบ้านโฮ่ง ซึ่งถนนเส้นนี้เปึนถนนสายหลัก ขณะนี้ถนนทรุดเกรงว่าผู้ใช้รถใช้ถนน จะได้รับอันตราย
เรื่องที่ ๖ กะหล่ําปลีของพี่น้องบ้านขุนแปะ ตําบลบ้านแปะ อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้ราคากะหล่ําปลีตกต่ํามีพ่อค้าไปรับซื้อราคากิโลกรัมเพียง ๓ บาท ขณะที่ในกรุงเทพมหานครกะหล่ําปลีกิโลกรัมละ ๒๐ บาท ขอให้กรมการค้าภายใน ได้หาตลาดผู้ปลูกกับผู้บริโภคในราคาที่เปึนธรรม
เรื่องสุดท้าย โรงเรียนโสภณวิทยา วัดบ้านแจ่ม อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ซึ่งเปึนโรงเรียนของพระ เณร ขอให้สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ช่วยสนับสนุน งบประมาณสร้างอาคารเรียนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณอํานวย คลังผา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือต่อท่านประธาน ซึ่งในวันนี้เนื่องจากผมได้ตั้งกระทู้ถามตอบในราชกิจจานุเบกษา ในเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาคของตําบลห้วยโป์งคือบ้านหนองคูและบ้านพรหมทิน ตําบลหลุมข้าว ทั้ง ๒ ตําบลนั้น ซึ่งในขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ดําเนินการ ก็อยากจะฝากท่านประธานให้ช่วยติดตามในเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาคให้กับพี่น้อง ประชาชนใน ๒ หมู่บ้านนี้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากการที่ทางทหารศูนย์ฝ๊กทางยุทธวิธีกองทัพบก ได้มีการตกลง มีการประชุม ปรึกษาหารือกับชาวบ้านที่จะใช้พื้นที่เขามอระคง ตําบลนิยมชัย ซึ่งในขณะนี้ ได้ล่วงเลยเวลานานพอสมควรแล้วชาวบ้านก็อยากจะได้ค่าชดเชย ในส่วนนี้ก็อยากจะ ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชน ชาวตําบลนิยมชัย อําเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรีด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เนื่องจากในขณะนี้ฝนได้ตกชุกในพื้นที่ ถนนเสียหายหลายสาย ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่อง ถนนสายหนองเสือ ตําบลดงดินแดง ซึ่งเปึนถนนสายหลักของพี่น้องชาวตําบลดงดินแดง ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการถนนที่ชํารุดเสียหาย ในส่วนนี้ด้วยครับ
เรื่องที่ ๔ ถนนสายซับกระบอก ตําบลเกาะรัง ถึงบ้านหนองปล้อง ในช่วงนี้ เปึนถนนลูกรังที่พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาในขณะนี้เสียหายมาก ก็อยากจะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปเร่งดําเนินการให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาได้สะดวก ก็ฝากท่านประธานด้วย
เรื่องที่ ๕ เรื่องการไฟฟัาส่วนภูมิภาค หมู่บ้านโชคอํานวย ตําบลดงมะรุม ซึ่งในขณะนี้มีพี่น้องชาวบ้านขอไฟฟัา ๕๐ กว่าหลังคาเรือน ได้ประมาณการไปแล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่ดําเนินการ ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงกระทรวงมหาดไทย ซึ่งการไฟฟัาส่วนภูมิภาคนั้นยังไม่ดําเนินการในส่วนนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณวิชัย ล้ําสุทธิ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตหารือ ๑ เรื่องก็คือ เรื่องที่ชาวบ้านอําเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้ร้องเรียน ผ่านผมมาว่า ขณะนี้การบินไทยในสังกัดของกระทรวงคมนาคม แล้วก็ในฐานะที่กระทรวง การคลังเปึนผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้เช่าสนามบินอู่ตะเภา จังหวัดระยอง ซึ่งเปึนของกองทัพเรือ ขณะนี้กองทัพเรือได้อนุมัติให้สนามบินอู่ตะเภาแห่งนี้เปึนสนามบินพาณิชย์ แล้วก็ได้ให้ เปลี่ยนชื่อสนามบินอู่ตะเภาเปึนสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยา ซึ่งสนามบินอู่ตะเภา แห่งนี้เปึนสนามบินอยู่ในจังหวัดระยอง แล้วก็เปึนสนามบินนานาชาติแห่งแรก ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในขณะที่สนามบินอู่ตะเภาอยู่จังหวัดระยอง ชื่อสนามบินปัจจุบัน เปึนสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา-พัทยา แล้วก็ชาวบ้านอําเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ก็บอกว่าถ้าสนามบินอู่ตะเภาเปึนสนามบินนานาชาติ แล้วก็อยู่จังหวัดระยองด้วยทําไมถึง ไม่มีชื่อคําว่าระยองเติมไปด้วย ท่านประธานที่เคารพ ก็ขอฝากท่านประธานว่าอยากให้ ท่านประธานช่วยหารือท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของการบินไทยช่วยพี่น้องชาวจังหวัดระยองด้วยว่า ขอให้เปลี่ยนชื่อเปึนสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา อย่างไรก็ฝากเติมชื่อ คําว่าระยองลงไปด้วย เพื่อให้พี่น้องชาวจังหวัดระยองได้อุ่นใจว่าสนามบินอู่ตะเภา ยังอยู่จังหวัดระยอง ขอบคุณท่านประธานครับ
สภายินดีต้อนรับ พี่น้องประชาชนจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนําโดยคุณเรวัตกับคุณทศพร ส.ส. ภูเก็ตในวันนี้ ด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปคุณสถาพร มณีรัตน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในจังหวัดลําพูนอยู่ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ คือ
เรื่องที่ ๑ ขณะนี้พระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินสาย ค. ๑ ค. ๒ ค. ๓ ของ จังหวัดลําพูนหมดอายุแล้วก็ยังไม่ได้รับค่าเวนคืน ปรากฏว่าราษฎรที่อยู่ในแนวเวนคืน มีปัญหามากในเรื่องของการทํานิติกรรม จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานได้ส่งเรื่อง ไปยังกระทรวงมหาดไทยผู้เปึนเจ้าของเรื่องว่าจะทําให้พี่น้องประชาชนทําอย่างไรกับ เรื่องของการประกาศพระราชกฤษฎีกาเวนคืน แล้วพระราชกฤษฎีกาเวนคืนหมดอายุ ไม่สามารถที่จะมีเงินงบประมาณไปจ่ายค่าเวนคืนให้กับราษฎร แต่ขณะเดียวกันข้อกฎหมายนั้นการทํานิติกรรมต่าง ๆ มีปัญหามาก จึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยเร่งรัดตอบคําถามกับ พี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหากับแนวเวนคืน
เรื่องที่ ๒ ราษฎรสองข้างทางรถไฟเชียงใหม่-ลําพูน ซึ่งขณะนี้มีถนน เรียกว่าถนนเลียบทางรถไฟเชียงใหม่-ลําพูน ต้องการอีก ๖ กิโลเมตรที่จะเชื่อม ถนนเชียงใหม่-ลําพูน ให้เปึนถนนเส้นเดียวกัน ขาดอีก ๖ กิโลเมตร ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงมหาดไทยช่วยเร่งรัดในการจัดสรร งบประมาณสร้างถนนเลาะทางรถไฟเชียงใหม่-ลําพูน ให้เรียบร้อย เพื่อความสะดวก สัญจรของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ จังหวัด
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากราษฎรในเขตตําบลมะเขือแจ้ อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ต้องการที่จะแยกตําบลออกเปึน ๒ ตําบล เนื่องจากพื้นที่ปกครองนั้น กว้างใหญ่ไพศาล จึงนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยอํานวยความสะดวกในการแยกตําบลตามความต้องการของพี่น้องประชาชน ดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณประมวล เอมเป้ย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือ กับท่านประธาน ๓ เรื่อง ผ่านไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เรื่องที่ ๑ ก็คือถนนเลียบคลองชลประทาน ตําบลวัดโบสถ์ ตําบลโคกเพลาะ ตําบลสระสี่เหลี่ยม ตําบลนาประดู่ เสียหายมาเกือบป้หนึ่งแล้ว ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาค ไปขุดสระไว้ ๒๐๐ ไร่ แต่ว่าถนนพังเสียหายอย่างหนักไม่มีการซ่อมแซม ก็ฝากไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งดูแลกรมชลประทานอยู่ให้ดูแลซ่อมแซม ถนนนี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ คลองส่งน้ําจากเขื่อนสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา มาสู่อําเภอพนัสนิคม อําเภอพานทอง ซึ่งมีเอกชนไปซื้อบ่อลูกรัง บ่อดิน และมีการสูบน้ํา ลักขโมยน้ํา สูบลงสระ ซึ่งบ่อดิน บ่อลูกรังที่ซื้อไว้ แล้วทําท่อส่งน้ําไปให้อมตะนคร ชาวนาชาวไร่ซึ่งปลูกข้าว แล้วก็เลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งนั้นไม่มีน้ําที่จะทํานาทําไร่นะครับ ก็ฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย
เรื่องที่ ๓ เรื่องการเวนคืนที่ดิน ซึ่งมีพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินแล้ว ที่ตําบลเกาะจันทร์ ตําบลท่าบุญมี พื้นที่ก็อยู่ใกล้เคียง การทํามาหากินก็เช่นเดียวกัน แต่ว่าการเวนคืนที่ดินนั้นตําบลท่าบุญมีได้ไร่ละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท แต่ตําบลเกาะจันทร์นั้น ได้ไร่ละ ๘๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ซึ่งถือว่าไม่มีความเท่าเทียมกัน ในการเวนคืน ก็ฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ให้พิจารณาเรื่องการเวนคืนให้เหมาะสมกับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ
คุณไพจิต ศรีวรขาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขอประทานกราบเรียน เพื่อปรึกษาท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง ในฐานะที่เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ รัฐบาลได้เห็นชอบในเรื่องหลักการ ในการที่จะดูแลสวัสดิการของท่านสมาชิกรัฐสภาซึ่งหมายถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา กรณีการรักษาพยาบาลสมาชิกทั้งสองสภา เวลาเจ็บไข้ได้ป์วย ให้ใช้วิธีการรักษาโดยให้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลได้ทุกโรงพยาบาลแล้วก็สามารถที่จะ เบิกจ่ายโดยตรงกับสภาซึ่งเปึนหลักการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ แล้วกระทรวงการคลังเอง ก็ได้ปรึกษาประชุมร่วมกันอยู่หลายรอบ จนท้ายสุดผมทราบว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็เห็นชอบ เอกสารทั้งหมดไปรวมอยู่ที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมก็เฝัาคอยว่าขั้นตอนเรื่องการรักษาพยาบาล เพราะจะเริ่มวันที่ ๑ ตุลาคมนะครับ ก็เกรงว่าถ้าไปใช้วิธีประกันแบบเดิม การดูแลท่านสมาชิกก็จะไม่สะดวกและไม่ครอบคลุม ตามเจตนารมณ์ ก็อยากขอความกรุณาว่าต้องปรึกษาท่านประธานเพื่อผ่านเรื่องนี้ ให้กับท่านรัฐมนตรี อย่างน้อยก็รัฐมนตรีนิพิฏฐ์นั่งอยู่นี่นะครับ มีรัฐมนตรีหลายท่าน คงจะได้ฟังอยู่ว่าขอความกรุณาได้รวบรวมสิ่งที่เกี่ยวข้องซึ่งเปึนความเห็นของหน่วย ที่เกี่ยวข้องได้ออกเปึนพระราชกฤษฎีกา เพื่อที่จะดูแลท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภา รวมถึงการเดินทางที่ไม่มี เครื่องบินไม่ได้เดินทางโดยใบสํารองที่นั่ง รถไฟหรือรถประจําทางก็สามารถที่จะได้รับ การเบิกจ่ายเปึนค่าน้ํามันกิโลเมตรละ ๔ บาทในการมาประชุมนะครับ ก็จะช่วยทําให้ การทําหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานนิดเดียวครับ ๒ นาที เรื่องร่าง พ.ร.บ. กองทุนสงเคราะห์ อดีตสมาชิกรัฐสภาครับ ผมรอให้เข้าสภา ซึ่งท่านประธานกรุณาได้เร่งรัดให้บรรจุโดยเร็ว ผมเข้าใจว่าอยู่ที่สํานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร และจะขอความกรุณาจากวิป (Whip) ฝ์ายรัฐบาลเพื่อได้ร่วมกันพิจารณาตามวิธีการในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กองทุน สงเคราะห์อดีตสมาชิกรัฐสภานี้ ขณะนี้มีสมาชิกที่ล้มหายตายไปได้สงเคราะห์ คนละ ๖๐,๐๐๐ บาทจากท่านประธานซึ่งเปึนประธานกองทุนสงเคราะห์อดีตสมาชิก รัฐสภานะครับ เงินจ่ายไป ๆ จากเงินบริจาคของท่านสมาชิกรายเดือน ๆ ละ ๕๐๐ บาท ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ มีเงินทุนอยู่ ๑๖ ล้านบาทเศษ วันนี้คนที่ทุพพลภาพ ก็จะได้เงินช่วยเหลือเดือนละ ๕๐๐ บาท คนที่เจ็บไข้ได้ป์วยได้รับการช่วยเหลือ ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาทต่อป้ เงินเหล่านี้จะเปึนประโยชน์อยากให้ได้ เปึนกองทุนอยู่ในกํากับดูแลของรัฐบาล อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรจะได้มีศักยภาพ ในการช่วยอดีตสมาชิกได้มากยิ่งขึ้น ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปคุณศุภชัย ศรีหล้า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขณะนี้พี่น้องชาวอําเภอม่วงสามสิบ อําเภอเขื่องใน อําเภอดอนมดแดง อําเภอเหล่าเสือโก้ก อําเภอตาลสุม ที่จังหวัดอุบลราชธานีประสบปัญหาอยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือเรื่องของภัยพิบัติจากน้ําท่วมนะครับ มีปัญหาน้ําท่วม ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งจังหวัด นอกจากปัญหาน้ําท่วมแล้วปัญหาควบคู่กันในขณะนี้ ของพี่น้องเกษตรกรคือปัญหาที่เกิดจากแมลงศัตรูพืชคือเพลี้ยกระโดดระบาดในพื้นที่ ทั้ง ๖ อําเภอที่ผมกราบเรียนในเบื้องต้นค่อนข้างมาก ในขณะที่กําลังประสบปัญหา ดังกล่าวพี่น้องเกษตรกรมีข้อกังวลใจว่าทางรัฐบาลมีนโยบายในการที่จะช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรชาวนาเหล่านั้นอย่างไร ความไม่เข้าใจของพี่น้องเกษตรกรจึงไม่มีผู้ใด ที่จะไปแจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลัวว่าจะไม่ได้รับเงินเรื่องของการประกันรายได้ จึงขอประทานกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าขอได้กรุณา ทําความชี้แจงกับพี่น้องและรับลงทะเบียนพี่น้องที่ประสบภัยดังกล่าวนั้นด้วย และขอให้ทางรัฐบาลเร่งช่วยเหลือโดยเร่งด่วนครับ
เรื่องที่สองครับ เรื่องของการบูรณะโบราณสถานในเขตอําเภอม่วงสามสิบ และอําเภอเหล่าเสือโก้ก มีโบราณสถานสําคัญอยู่ ๒ แห่งครับ เปึนโบราณสถานที่ เก่าแก่มาก กรมศิลปากรได้ออกแบบสํารวจเรียบร้อยแล้ว คือโบราณสถานวัดเวฬุวัน ตําบลไผ่ใหญ่ อําเภอม่วงสามสิบ กับโบราณสถานวัดธรรมละ ตําบลโพนเมือง อําเภอเหล่าเสือโก้ก กรมศิลปากรออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าเผื่อว่ากระทรวงวัฒนธรรม จะจัดสรรงบประมาณไปเพื่อการบูรณะก็จะเปึนประโยชน์ยิ่ง
เรื่องที่สามครับ พี่น้องจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ เขตของท่านประธานด้วย ร้องขอเรื่องรถไฟความเร็วสูง ทราบว่า ทางรัฐบาลประสงค์จะทํารถไฟความเร็วสูงจากจังหวัดหนองคายมาจังหวัดอุดรธานี เข้ากรุงเทพฯ ลงไปที่ปาดังเบซาร์ ในส่วนของกรุงเทพฯ ไปที่จังหวัดอุบลราชธานี ก็ขอเพิ่มเติมด้วยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
คุณนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับคําร้องเรียน จากราษฎรจํานวนมากเรื่องเกี่ยวกับน้ําบริโภคแล้วก็น้ําเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผักสวนครัว น้ําเพื่อการเกษตรของอําเภอโคกสําโรง อําเภอสระโบสถ์ อําเภอหนองม่วง อําเภอโคกเจริญ อําเภอชัยบาดาล อําเภอท่าหลวง อําเภอลําสนธิ ว่าขอให้กรมชลประทานช่วยสํารวจ วางท่อส่งน้ําซึ่งได้ทําไว้เปึนท่อเมนแล้ว เหลือแต่ท่อเปึนสายที่จะเชื่อมโยงไปใช้ใน หมู่บ้านต่าง ๆ แล้วถ้ามีบางแห่งก็ยังไม่ถึง อันนี้ขอให้กรมชลประทานช่วยเร่งสํารวจออกแบบเพื่อจะได้แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วมได้ เพราะว่าสูบน้ําขึ้นไปกักเก็บไว้ตามแหล่งน้ําต่าง ๆ ที่มีอ่างน้ํา
ข้อ ๒ ขอให้กรมเจ้าท่าของกระทรวงคมนาคม และกรมชลประทาน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยขุดลอกแม่น้ําป์าสัก เพราะป้นี้ตื้นเขินมาก ตื้นเขิน จนมีหญ้าขึ้นรกเลยครับในแม่น้ํา เดี๋ยวนี้หญ้ายังมีอยู่ ฉะนั้นถ้าไม่รีบทําการขุดลอกน้ํา ที่จะสูบมาส่งให้ตามที่วางท่อไว้ก็จะไม่ได้ประโยชน์ เพราะลงทุนไปตั้งประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาทแล้ว
ข้อ ๓ ก็ขอให้มีการสํารวจช่วยเจาะบ่อบาดาล เพราะบ่อบาดาลก็ทําเปึน น้ําเพื่อการเกษตรได้ หลายแห่งแถวในหมู่บ้านต่าง ๆ ผู้ที่มีสตางค์เขาก็สามารถขุดเจาะ บ่อบาดาลเองใช้ได้ คนยากจนก็ไม่สามารถจะเจาะได้ ฉะนั้นขอให้ท่านประธานช่วย ขอส่งรายละเอียดเปึนหนังสือครับ ขอบคุณครับ
หมดเวลาแล้ว ต่อไป คุณทศพล เพ็งส้ม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากจังหวัดนนทบุรีเปึนพื้นที่ในปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร ซึ่งในขณะนี้ มีเหตุการณ์ที่ไม่สงบอยู่บ่อยครั้งจนกระทั่งคณะรัฐมนตรีนั้นได้มีมติให้มีการติดกล้องวงจรป่ด ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย แต่เนื่องจากในขณะนี้พื้นที่ของจังหวัดนนทบุรีนั้นมีประชากรที่ทํางาน อยู่ในกรุงเทพฯ แล้วไปพักอาศัยอยู่ในจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะบางพื้นที่นั้นมีเรื่อง ความเสี่ยงและความไม่ปลอดภัย เช่น การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือแม้กระทั่ง สํานักงาน ป.ป.ช. ก็ดี หรือหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ปรากฏว่าเท่าที่มีการตรวจสอบนั้น ปรากฏว่ากล้องวงจรป่ดที่ดําเนินการติดในจังหวัดนนทบุรีนั้น มีปริมาณไม่เพียงพอ ก็อยากฝากท่านประธานประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากระทรวงมหาดไทยก็ดี หรือสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ดี กรุณาช่วยดําเนินการติดกล้องวงจรป่ดในจังหวัดนนทบุรี ในพื้นที่ที่เสี่ยง โดยเฉพาะให้ประสานงานกับตํารวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากมีพื้นที่ ที่ทราบว่าพื้นที่ตรงไหนที่ไม่ปลอดภัยและพื้นที่ไหนที่เสี่ยงต่ออันตราย ก็ฝากท่านประธาน ไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
คุณอนุรักษ์ บุญศล เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องขอการสนับสนุนถังกรองน้ําประปาผิวดิน อ่างเก็บน้ํามโนราห์ บ้านคําเก้า ตําบลท่าศิลา อําเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ป้งบประมาณ ๒๕๕๐ หมู่บ้านคําเก้านี้ได้รับงบประมาณประปาผิวดินในจํานวนปริมาณ ของอ่างเก็บน้ําประมาณ ๕๐ ไร่ค่ะท่านประธานที่เคารพ ทีนี้นั้นตรงนี้เปึนบริเวณที่ดินนั้น เปึนสีแดงเหมือนหินแดงอย่างนี้เวลาหน้าฝนน้ําจะเต็มอ่างก็ตามจะมีน้ํามีสีแดง เปึนตะกอนขุ่นข้นมาก แล้วโดยเฉพาะหน้าแล้งนั้นจะเปึนโคลนตมอย่างมากเลยทีเดียว ทีนี้ถังกรองก็จะต้องมีการเปลี่ยนบ่อย ๆ เพราะว่าการกรองน้ําต้องได้ถังกรองที่ดีมากเลย กว่าที่จะกรองน้ําให้ใสสะอาดได้ แต่เดี๋ยวนี้นั้นถังกรองไม่พอที่จะกรองน้ําให้ดีได้ เพราะว่า ขนาดของประปานั้นประมาณ ๑,๕๐๐ ลูกบาศก์ลิตร แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ใช้น้ํา ๒๘๗ ครัวเรือนเลยทีเดียว ตอนนี้เดือดร้อนมากเพราะว่าถังนั้นไม่สามารถที่จะกรองน้ํา ให้ใสสะอาดได้ เวลาเด็ก ๆ อาบน้ําแล้วจะเปึนตุ่มพุพองเลยทีเดียวค่ะ และนอกจากนั้น แล้วการที่ไม่มีน้ําอุปโภคบริโภคที่ใสสะอาดได้ทําให้เกิดความเดือดร้อนอย่างมากเลย ในบ้านคําเก้า ตําบลท่าศิลา อําเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร จึงร้องขอผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ขอถังประปาอย่างดี ถังกรองอย่างดีให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก เปึนเรื่องภายในรัฐสภาครับ หารือท่านประธานโดยตรงนะครับ ข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างของรัฐสภานั้นมีความประสงค์อยากจะได้เหรียญที่ระลึก ที่ท่านทําแจกในพระราชพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งทุกคนนั้นก็ฝากผมบอกว่า อยากจะขอให้ท่านประธานได้พิจารณาที่จะมอบเหรียญที่ระลึกให้กับพวกเขาบ้าง เพราะว่าหลายคนทํางานที่นี่มาเปึนเวลา ๑๐-๒๐ ป้แล้ว เขาก็ภาคภูมิใจในการทํางาน ฝากท่านพิจารณาในเรื่องการจัดทําด้วยนะครับ
เรื่องที่สอง เมื่อเช้านี้เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา ผมฟังสถานีวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทยในขณะที่ขับรถมาที่สภา ปรากฏว่าระหว่าง ๐๗.๐๐-๐๗.๐๕ นาฬิกา ก็มีปัญหาในการออกอากาศของข่าวประจําวัน ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติครับ คงจะต้องสอบถามไปยังรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ว่าท่านได้สอบสวนหรือไม่ว่าทําไม สวท. จึงไม่สามารถที่จะออกกระจายเสียงได้ในเวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา
เรื่องที่สาม เปึนเรื่องของประชาชนที่อยู่ที่หมู่ ๗ ตําบลเขาดิน อําเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตรงนั้นเปึนบริเวณของที่พักริมทางของสายมอเตอร์เวย์ (Motorway) ทั้ง ๒ ฟากฝัืงปรากฏว่าเปึนที่อยู่อาศัยของประชาชนก็มีไฟฟัาดับนะครับ เปึนไฟฟัา ส่องสว่างตามทางก็ทําให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้น แล้วก็เกิดความไม่สะดวกสบาย ของประชาชน จึงขอฝากท่านประธานฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยหรือว่าการไฟฟัา ส่วนภูมิภาคที่จะได้พิจารณาทั้ง ๒ ข้างทางของที่พักมอเตอร์เวย์ ผมย้ําอีกครั้งนะครับ อยู่หมู่ ๗ ตําบลเขาดิน อําเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ช่วยพิจารณาแก้ไข เปึนเรื่องเร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
คุณบุญยอดครับ ผมเรียน ให้ทราบนะครับ เหรียญนั้นเราขอพระบรมราชโองการสร้าง เราสร้าง ๕,๐๐๐ เหรียญ เราก็เอาตามการ์ดที่เราเชิญเขา เราก็มอบให้เขา เราไม่สามารถที่จะทําอีลุ่ยฉุยแฉกได้ ประธานจึงเรียนให้ทราบและโปรดแจ้งคนที่ประสานงานกับคุณบุญยอดเขาต้องการเหรียญ คุณบุญยอดมีเหรียญแล้วก็มอบให้เขาไป ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวครับท่านเชาวรินธร์
ผมกําลังจะทักท้วง ท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านประธานเปึนประมุขของสภา ถ้าท่านทําอะไรพลาดไป มันเสียหายหมดทั้งสภาเลย
อะไรครับ
เหรียญนั้นไม่ใช่ขอ พระบรมราชโองการ ท่านพูดว่า ขอพระบรมราชโองการ ต้องบอกว่า ขอพระราชทานสร้าง ด้วยความเคารพนะครับ ขอทักไว้ให้มันถูกเท่านั้น ขอบคุณครับ
ถูกต้องครับอาจารย์ ขณะนี้ มีผู้เซ็นชื่อเข้าประชุม ๒๘๐ ท่านแล้วนะครับ ส่วนผู้ที่ค้างอีก ๑๐ กว่าท่านก็ยกยอดไปมาแต่เช้า แล้วก็เซ็นชื่อเช้า ๆ ก็แล้วกันครับ ไม่ได้ยกยอดนะครับ คือหมายความว่าให้มาเซ็นชื่อ แต่เช้าพรุ่งนี้ต้น ๆ จะได้ปรึกษาหารือนะครับ
ท่านสมาชิกครับขณะนี้มีผู้เซ็นชื่อเข้าประชุมแล้ว ๒๘๐ ท่าน ครบองค์ประชุม กระผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องกระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อขอนําระเบียบวาระเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ลําดับที่ ๑ คือพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากยังค้างการลงมติจากการประชุมครั้งที่แล้ว และเพื่อความต่อเนื่องในการพิจารณาซึ่งคงใช้เวลาไม่มากนัก จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมขอดําเนินการ ตามนี้นะครับ คุณไพจิตมีอะไรหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย จากคําหารือของท่านประธาน กระผมมีความเห็นว่าเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วก็เปึนเรื่องเห็นชอบ แล้วก็ลงมติเช่นเดียวกันในเรื่องตัวบุคคล เพราะฉะนั้นการพิจารณาข้อบังคับโดยนัยก็ตาม เรื่องที่ท่านประธานกําหนดไว้แล้วจะก่อนเรื่องของคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่ได้ ซึ่งเรื่องที่ท่านจะให้ลงมติเปึนเรื่องที่ขึ้นพิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ยังไม่สิ้นสุด ถ้าหากมีความจําเปึนผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญและควรที่จะได้รับ รายละเอียดในการพิจารณากันอย่างถ่องแท้ เวลาที่มีในการที่จะใช้ทํางานแม้นว่า มติของที่ประชุมจะต้องมีกรรมาธิการร่วมกัน ก็อยากจะฝากที่ประชุมพิจารณาให้เกิด ความรอบคอบเพราะมันเกี่ยวข้องกับคนหลายฝ์าย แล้วเกี่ยวข้องกับทั้งเรื่องของ ประชาชน ทั้งเรื่องของการค้าการขาย การลงทุน ทั้งหมดทั้งมวลเปึนเจตนารมณ์ ในการที่อยากให้สภานี้ให้สอดรับกับความรู้สึกของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับดอกผลของ ร่างพระราชบัญญัตินี้ท่านประธานครับ ไม่ขัดข้องครับท่านประธาน แต่ว่าขอฝาก เจตนารมณ์อันนี้ได้ให้ความสําคัญต่อสายต่อหลักที่เขาได้ใช้เวลาในการเสนอต่อ สมาชิกรัฐสภาแม้นเปึนเสียงข้างน้อย ขอบพระคุณครับ
ผมเรียนให้ทราบ คือเราค้าง การพิจารณา ถ้าเราเอาระเบียบวาระเรื่องพิจารณาเสร็จแล้วของคณะกรรมาธิการ มาพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะตกครับ ฉะนั้นผมขอความกรุณาที่ประชุม ขอให้ดําเนินการเพื่อให้มันผ่านขั้นตอนไปในเรื่องค้างพิจารณา โดยเราเพียงลงมติ พอลงมติเสร็จแล้วถ้ารับเราก็ประกาศใช้ ถ้าเราไม่รับเราก็ตั้งกรรมาธิการร่วมกันก็มีแค่นี้ ระยะเวลาก็สั้น ก็เรียนให้ท่านทั้งหลายได้ทราบ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมครับ เพื่อผมจะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมติ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน มีอะไรหรือครับ เชิญท่านสมาชิกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมเห็นด้วยกับท่านประธาน ที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ครับว่าให้ระเบียบวาระนี้ผ่านไป แต่ผมเห็นที่สําคัญกว่านั้นนะครับ เพราะวันนี้ครูบาอาจารย์ทางฝัืงบ้านผมแล้วก็ครูบาอาจารย์ทั้งประเทศมารอเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ....
ครับ ทราบแล้ว เรารีบผ่าน อันนี้เสียเดี๋ยวเราจะได้
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ผมว่า ถ้าท่านประธานผ่านตรงนี้แล้วผมขอเสนอเอาเรื่องนี้เข้ามาต่อเรื่องที่ท่านประธานกําลัง จะลงมติอยู่นะครับท่านประธาน
คืออย่าเสนอเลยครับ เดี๋ยวญัตตินี้มันจะตกไปครับ นั่งลงเถอะครับ
ได้ครับ ให้เรื่องนี้ผ่านไปแล้วผมก็จะ ขอเสนอนะครับ
ยัง ให้มันเสร็จเปึนขั้นตอนก่อน
ครับท่านประธานครับ
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมนะครับ คือคุณสุชาติต้องเข้าใจนะครับเขายกมาพิจารณาแล้ว มันอยู่ใน ๘-๙ เรื่องนะครับ ไม่ต้องวิตกหรอกครับ อันนั้นอย่างไรก็ต้องถึง เอาเรื่องนี้ให้มันเสร็จ ก็แล้วกันนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมโปรดเข้าห้องประชุมครับ ท่านที่ติดประชุมคณะกรรมาธิการก็เลิกประชุมคณะกรรมาธิการ เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... นี้ก่อนนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม กรุณาเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ กระผมขอความร่วมมือทุกฝ์ายช่วยกรุณาให้ครบองค์ประชุมเพื่อเราจะได้ลงมติกันนะครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่เรียบร้อยแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ทุกท่านเสียบบัตร แสดงตนเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ มีอะไรหรือครับ มีอะไรเมืองจันทบุรี
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านไปต้อนรับคุณครูข้างหน้า ก็ขอเวลาท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรสัก ๓ นาทีครับ
คุณช่วยไปตามหน่อย ได้ไหมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ เชิญเข้าห้องประชุมด่วน คุณเรวัต เมื่อสักครู่ผมหาเสียงให้แล้วคุณก็ยังช้า รีบกดบัตร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับครู และนักเรียนโรงเรียนบ้านตะโละ จังหวัดปัตตานี ด้วยความยินดี ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎร กําลังลงมติร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... นะครับ กรุณาเสียบบัตร แสดงตนด่วน เพราะผมจะป่ดการแสดงตนแล้ว
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ใครยังไม่ได้เสียบบัตร แสดงตนมีไหมครับ ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีสมาชิก อยู่ในห้องประชุม ๒๔๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นชอบกับกรณีวุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบตามที่วุฒิสมาชิกแก้ไขโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ โปรดใช้สิทธิของท่านลงคะแนนเสียงได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ มีไหมครับ ยกมือขึ้น ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีผู้เข้าประชุม ๓๑๖ ท่าน เห็นด้วยตามวุฒิสภาแก้ไข ไม่มีนะครับ ไม่เห็นด้วย ๒๙๖ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่าน ถือว่าสภาไม่เห็นด้วย กับวุฒิสภาแก้ไข
ต่อไปผมจะเรียนถามว่าเราจะทําอย่างไรต่อ เชิญคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ท่านประธานครับ เนื่องจากไปพบสมาชิก กบข. อยู่ครับ ผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน
อะไร ผมไม่ได้ถาม เรื่องคุณเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มันผ่านไปแล้ว คุณไม่ได้ใช้สิทธิก็แสดงว่าคุณไม่สนใจ เรื่องร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นั่งลงได้ครับ ทางสภายินดีต้อนรับคณะอาจารย์และ นักศึกษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นพรัตน์วชิระ กรุงเทพฯ ด้วยความยินดีนะครับ ผมถามที่ประชุมเมื่อสักครู่นี้ว่าท่านจะให้ปฏิบัติอย่างไรครับ จะให้ตกไปเลยหรือจะเสนอ อย่างไร เชิญคุณธนิตพลครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ทั้งสองสภา โดยมีจํานวนคณะกรรมาธิการ ๒๒ คนครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ก็มีผู้รับรองคือเสนอตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกัน ๒๒ ท่านใช่ไหมครับ สภาเรา ๑๑ ท่าน ก็แบ่งเปึนอย่างนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเพื่อไทยเชิญเสนอครับ เชิญ ร้อยตํารวจโทเชาวรินธร์ ครับ
ขอบพระคุณ ท่านประธาน ผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ขอทราบเหตุผล ด้วยครับ กรุณาชี้แจงให้ที่ประชุมได้รับความกระจ่างด้วยครับ ขอบคุณครับ
มันผ่านไปแล้วครับ ตอนนี้ เสนอชื่อครับ
มันเปึนลูกติดพัน ท่านประธาน
ถ้าไม่เสนอก็ให้ทางนี้ เขาเสนอก่อนแล้วก็พิจารณากัน
ขอทราบเหตุผลก่อนว่า ทําไมถึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานครับ
มาตรา ๑๔๗ (๓) ไปเป่ดดู ให้ชัดครับ ดูกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) เขาก็เสนอตามนั้นนะครับ
ท่านประธาน จะไม่ให้สมาชิกผู้เสนออธิบายเหตุผลสักนิดหรือครับท่านประธาน
คือว่าเสียเวลาครับ เพราะว่า ร่างพระราชบัญญัติเราเยอะ แต่ละคนก็รู้แล้วว่ามาตรา ๑๔๗ (๓) มันมีอะไรครับ ฉะนั้น ก็ขอตั้งคณะกรรมาธิการ เชิญครับพรรคเพื่อไทย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ๑. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๒. นายเจริญ จรรย์โกมล ๓. นายสุนัย จุลพงศธร ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์
ขอโทษค่ะ ๔. นายประเกียรติ นาสิมมา ๔ ท่านนะคะ ขอผู้รับรองค่ะ
เอาใหม่ครับ มันสะเทินน้ํา สะเทินบกเอาให้มันรวบทีเดียวครับ
ขอประทานโทษค่ะ ๑. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๒. นายเจริญ จรรย์โกมล ๓. นายสุนัย จุลพงศธร ๔. นายประเกียรติ นาสิมมา ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ
ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๗ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จํานวน ๔ ท่าน ๑. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๒. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ๓. นายดิสทัต โหตระกิตย์ ๔. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางพัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยจํานวน ๑ ท่าน ของร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... จํานวน ๑ ท่านนะคะ ขอเสนอนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ครับ มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่น ความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... จํานวน ๑ ท่าน ของพรรคเพื่อแผ่นดิน คือ นายคงกฤช หงษ์วิไล ขอผู้รับรองด้วยครับ
ครับ มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภคิน ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย พัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจํานวน ๑ ท่าน คือ นางสาวพัชรี โพธสุธน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ครับ มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญเลขาธิการอ่านทบทวนอีกครั้ง
รายนามคณะกรรมาธิการร่วมกัน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ฝ์ายสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๑ คน ๑. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๒. นายเจริญ จรรย์โกมล ๓. นายสุนัย จุลพงศธร ๔. นายประเกียรติ นาสิมมา ๕. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๖. นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ๗. นายดิสทัต โหตระกิตย์ ๘. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๙. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ๑๐. นายคงกฤช หงษ์วิไล และ ๑๑. นางสาวพัชรี โพธสุธน ครับ
มีท่านผู้ใดจะแก้ไขอะไรไหมครับ แต่ละพรรค
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นชอบทั้ง ๑๑ ท่านนะครับ จะต้องพิจารณาภายในกี่วันครับ ไม่มีกําหนดนะครับ ถือว่า จบการพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๓ นะครับ มีอะไร
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับดังกล่าว ผมเห็น ความสําคัญ แต่เนื่องจากเมื่อสักครู่ผมติดภารกิจจริง ๆ ครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานแค่นี้ครับ
ไม่เปึนไรครับ ติดภารกิจ ก็ไม่เปึนไรครับผ่านไปแล้ว เรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีท่านก็เรียบร้อยแล้วครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว รายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อ เปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (รับทราบรายงานและพิจารณา ให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ซึ่งเลื่อนมาจากการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๓ ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ก่อนที่ผมจะอนุญาต ให้ประธานคณะกรรมาธิการแถลง ผมขอเรียนท่านสมาชิกทราบว่าเนื่องจากเอกสาร ประกอบการพิจารณาเรื่องนี้เปึนเอกสารชั้นความลับ ซึ่งตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วย การเสนอขอข้อมูลข่าวสารลับต่อสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ กําหนดให้สมาชิกรับข้อมูลข่าวสารลับ ณ สํานักงานกําหนดซึ่งอยู่ในบริเวณสภาพร้อมลงลายมือชื่อเปึนหลักฐาน การรับข้อมูล ข่าวสารลับและภายหลังการประชุมสภาสิ้นสุดลง ให้สํานักงานรับข้อมูลข่าวสารลับ คืนจากสมาชิกทันที โดยให้สมาชิกลงลายมือชื่อเปึนหลักฐานเพื่อเปึนแนวทาง ในการปฏิบัติ ผมจะขอวางหลักเกณฑ์ดังนี้นะครับ ผมจะให้เจ้าหน้าที่แจกเอกสารลับ ให้ท่านสมาชิก และขอให้สมาชิกทุกท่านได้โปรดลงลายมือชื่อพร้อมทั้งหมายเลข ประจําตัวสมาชิกในใบรับเอกสารที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้นะครับ เพื่อให้การควบคุม เอกสารลับเปึนไปอย่างรอบคอบและรัดกุม ขอให้สมาชิกทุกท่านโปรดอย่านําเอกสารลับ ดังกล่าวออกนอกห้องประชุม เมื่อเสร็จการพิจารณาแล้วผมจะขอให้เจ้าหน้าที่เขารับคืน เอกสารลับจากท่านสมาชิกเพื่อนําไปทําลายตามระเบียบต่อไป เชิญเจ้าหน้าที่แจกเอกสาร และท่านกรรมาธิการเชิญเข้าประจําที่นะครับ มีอะไร
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะคะว่าเรื่องเอกสารลับ มันมีปัญหานะคะ มันไม่ลับจริง ๆ เพราะว่าเจ้าหน้าที่เอาใบขาวมาให้ดิฉันเซ็นใช่ไหมคะ แล้วเวลาคืนนี่ก็มาเก็บไปเลยไม่มีการเซ็นคืน แล้วเอกสารมันก็ออกไปข้างนอกมันก็ไม่ลับ เพราะฉะนั้นท่านต้องไปคิดวิธีการคืนเอกสารด้วย ไม่ใช่ให้เขารับแต่เวลาคืนเจ้าหน้าที่ มาหยิบไปเองแล้วก็ไม่ครบ
ถ้าอย่างนั้นคุณช่วยดูแลด้วย ก็แล้วกัน
อะไรนะคะ ท่านคะ
ผู้เสนอช่วยดูแลควบคุมด้วย เพื่อไม่ให้มันรั่ว
ใช่ค่ะ แต่ทีนี้ว่าเวลาเสร็จแล้ว ไม่คืน ท่านประธานได้เช็กบ้างหรือเปล่า มีตีตราจริง เมื่อคราวที่แล้วดิฉันกลับเข้ามานี่ เขาเอาไปแล้ว
ผมนั่งอยู่ข้างบน ฉะนั้น ต้องตั้งท่านให้เปึนประธานควบคุม ท่านจะเอาสักกี่คน พรรคท่านกี่คนเพื่อควบคุมดูแล การแจกจ่าย
ดิฉันไม่ได้มีเจตนาตรงนั้น แต่ดิฉันเจตนาว่าอยากจะให้ท่านควบคุมให้ลับจริง ๆ
คุณเสนอก็ต้องปฏิบัติ ผมควบคุมด้วยปากไปแล้วครับ แต่เขาปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามนี่ผมไม่สามารถที่จะ ล่วงรู้ได้ ฉะนั้นก็ขอให้พวกเราช่วยควบคุมด้วย
ก็ให้ประธานเข้มงวดหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ก็เข้มงวดอย่างเต็มที่อยู่แล้ว เชิญประธานแถลงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้นะครับ เนื่องจาก เปึนการพิจารณาเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลก็เลยขออนุญาตท่านประธานพิจารณา เปึนการลับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้รับเอกสารมีไหมครับ โปรดยกมือขึ้น ถือว่าที่ประชุมนี้ได้รับเอกสารกันเรียบร้อยแล้ว รัฐมนตรีเสนอให้เปึนการประชุมลับ ฉะนั้นผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ขอเชิญออก นอกห้องประชุมด้วย สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๑๕/๑ (ลับ) สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๑๕/๒ (ลับ) สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๑๖/๑ (ลับ) สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ภูริตา ๑๖/๒ (ลับ) สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๑๗/๑ (ลับ) สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๑๗/๒ (ลับ) สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) วันทนา ๑๗/๓ (ลับ) สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๘/๑ (ลับ) สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๘/๒ (ลับ) สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ดวงใจ ๑๘/๓ (ลับ)
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปก็จะ เป่ดเผยแล้วละครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อจะตรวจสอบ องค์ประชุมที่จะลงมติกรรมการที่เราจะเลือกทั้ง ๙ ท่าน ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมแล้วก็ท่านใดที่รับเอกสารลับไปก็คืนเจ้าหน้าที่ด้วยครับ ขณะนี้เราได้ เป่ดการประชุมปกติแล้ว
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
มีท่านสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ส่งคืนเอกสารลับแก่เจ้าหน้าที่ช่วยกรุณาส่งคืนเจ้าหน้าที่ด้วยครับ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมโปรดเข้าห้องประชุมเพื่อจะได้สอบองค์ประชุมว่าจะครบองค์ประชุม หรือไม่ เพื่อเราจะได้ดําเนินการลงมติเห็นชอบรายชื่อหรือไม่เห็นชอบ เมื่อท่านเข้านั่ง ประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่เก็บเรียบร้อยแล้ว ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมด่วน ไหน ๆ ก็จะปรองดองกันแล้ว ช่วยเสียบบัตรด้วย เก็บเอกสารลับเรียบร้อยแล้วนะครับ ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน กันเรียบร้อยแล้ว ส่งผลมา มีสมาชิกเสียบบัตรแสดงตน ๒๕๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปเปึนการลงมติเพื่อให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเปึนกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งคณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ จํานวน ๙ ท่านคือ ๑. รองศาสตราจารย์ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ๒. นายถาวร พานิชพันธ์ ๓. ศาสตราจารย์ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ ๔. นายบัญชา เสือวรรณศรี ๕. นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ๖. พลตํารวจเอก สมชาย ประภัสภักดี ๗. รองศาสตราจารย์จารุพร ไวยนันท์ ๘. นายวินัย ดํารงค์มงคลกุล และ ๙. นายมนัส สุขสวัสดิ์
เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ วรรคห้า บัญญัติว่า การออกเสียง ลงคะแนนเลือกหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดํารงตําแหน่งใด ให้กระทําเปึนการลับ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เปึนอย่างอื่นในรัฐธรรมนูญนี้ และสมาชิกย่อมมีอิสระและไม่ผูกพัน โดยมติของพรรคการเมืองหรืออาณัติอื่นใด
ในการออกเสียงลงคะแนนลับ ผมจะขอใช้วิธีการตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ (๑) คือ เขียนเครื่องหมายบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ ผู้เห็นด้วยให้เขียน เครื่องหมาย � ผู้ไม่เห็นชอบให้เขียนเครื่องหมาย � ส่วนผู้ไม่ออกเสียงให้เขียน เครื่องหมาย �
วิธีการปฏิบัติการออกเสียงลงคะแนนลับจะดําเนินการดังนี้
๑. ผมจะตั้งกรรมการจํานวน ๖ คน เพื่อทําหน้าที่ควบคุมการหย่อนบัตร ลงคะแนนของสมาชิกและตรวจนับคะแนน
๒. ผมจะให้กรรมการตรวจนับซองคะแนนก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่แจกซอง บัตรลงคะแนน และหลังจากสมาชิกลงคะแนนเสร็จแล้วผมจะให้กรรมการตรวจนับซอง ลงคะแนนอีกครั้งหนึ่งเพื่อความถูกต้องและโปร่งใส
๓. เจ้าหน้าที่จะมอบซองลงคะแนนให้กับท่านสมาชิกท่านละ ๑ ซอง ซึ่งในซอง จะมีบัตรลงคะแนนเพื่อใช้เลือกผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การฟอกเงิน ทั้งหมด ๙ ท่าน
๕. เมื่อสมาชิกลงคะแนนเสร็จแล้วให้นําบัตรลงคะแนนใส่ซองไว้ตามเดิม โดยผมจะให้เลขาธิการเรียกชื่อสมาชิกตามหมายเลขประจําตัวสมาชิก เมื่อเลขาธิการ เรียกชื่อสมาชิกท่านใดให้สมาชิกท่านนั้นนําซองลงคะแนนมาใส่กล่องรับคะแนนที่จัดไว้ ต่อคณะกรรมการตรวจนับคะแนน
ก็เปึนเกียรติเปึนศักดิ์ศรี ของตัวเองสักหน่อยไม่ดีหรือครับ
เอาเพื่อนข้าง ๆ ผมดีกว่า ท่านเรวัต สิรินุกุล จังหวัดกาญจนบุรีครับ
ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณเรวัต สิรินุกุล เชิญครับ คุณเรวัต สิรินุกุล เชิญที่นี่ครับ ๒. คุณธเนศ เครือรัตน์ เชิญครับ เปึนศักดิ์ศรีของศรีสะเกษ เชิญครับ
ท่านประธานครับ พอดีติดประชุม คณะกรรมาธิการครับท่านประธาน ขอเสนอท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับท่านประธาน
เอาใครล่ะ
ท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ
ก็เชิญครับ
พอดีประชุมคณะกรรมาธิการครับ
เชิญครับ ๒ ท่านแล้วนะครับ คุณณิรัฐกานต์ ศรีลาภ เชิญครับ ป.ป.ช. เอาผู้หญิงสู้กับผู้ชายหน่อย คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย เชิญครับ คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ จังหวัดมุกดาหาร เชิญครับ คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ จังหวัดอุทัยธานี เชิญครับ ครบ ๖ ท่านแล้วนะครับ ต่อไปเจ้าหน้าที่ก็จะให้ซองท่าน เพื่อให้ท่านนับ เชิญครับ เชิญทั้ง ๖ ท่าน เร็ว ๆ หน่อยครับ ครบทั้ง ๖ ท่านหรือยังล่ะ ยังขาดอีกกี่ท่าน ครบแล้วกระมัง คุณบุญยอดอีกท่านหนึ่งครบ
บัตรมีอย่างนี้นะครับ บัตรอย่างนี้นะครับ มีรายชื่อ แล้วข้างหน้าท่านก็ลงเครื่องหมาย จะเขียน �ก็คือเลือก ถ้า � ก็ไม่เลือก ถ้าไม่เลือกเลยก็ � ไปทั้ง ๙ ท่าน เชิญนับนะครับ นับเรียบร้อยหรือยัง เอาซองมาแบ่งกันนับ นับ ๔๗๔ ซองใช่ไหม ครบ ๑๐๐ แล้วก็มอบเจ้าหน้าที่ไปแจกเลย แต่ละท่านรับซองเดียวนะครับ อย่ารับ ๒ ซองนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้นําซองสําหรับลงคะแนนแจกให้แก่สมาชิกในที่ประชุม โดยทั่วกัน)
สภายินดีต้อนรับชมรม ผู้สูงอายุบ้านนนทรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้เรากําลัง จะลงคะแนนเลือกคณะกรรมการ ปปง. นะครับ
เจ้าหน้าที่รับซองไปช่วยแจก ท่านสมาชิกครับวันนี้เรามีร่างพระราชบัญญัติ ที่จะลงมติกันร่วม ๑๒ ฉบับ ก็อยากจะขอความกรุณาขอความร่วมมือเพื่อนสมาชิก ให้กฎหมายที่วุฒิสภาเขาคืนมาให้เราได้ประกาศใช้ ฉบับไหนที่เราไม่ตั้งกรรมาธิการร่วมกัน เราก็ควรจะผ่านเปึนผลของการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเรา หวังว่าจะได้รับ ความร่วมมือจากทุกท่านท่านใดที่ยังไม่ได้รับซองก็ยกมือขึ้นให้เจ้าหน้าที่มอบให้ท่านนะครับ
เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งวางยังไม่ได้เรียกชื่อ เขายังไม่ให้กา เดี๋ยวจะเปึนรอบ ๒ เข้า โมฆะนะครับ เพราะว่าเขายังไม่ได้เรียกชื่อต้องไปตามรายชื่อ อย่าไปลัดคิวเสียมารยาท ท่านใดที่ยังไม่ได้รับซองมีไหมครับยกมือขึ้น ทุกท่านได้รับกันเรียบร้อยแล้ว นั่นมีอยู่ อีกรายหนึ่งข้างหลังรับซองหรือยัง ท่านผู้ใดยังไม่ได้รับซองครับ เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อ ผู้ที่จะลงคะแนนนะครับ
๑. นายกนก ลิ้มตระกูล ๒. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๓. นายกรณ์ จาติกวณิช ๔. นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์ ๕. นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ ๖. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๗. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๙. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ๑๐. นายกัมพล สุภาแพ่ง ๑๑. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๑๒. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๑๓. นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ๑๔. นายการุณ โหสกุล ๑๕. นายกิตติ สมทรัพย์ ๑๖. นายสมโภช สายเทพ ๑๗. นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ๑๘. นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ๑๙. หม่อมราชวงศ์กิติวัฒนา ไชยันต์ ๒๐. นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ ๒๑. นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ ๒๒. นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ๒๓. นายเกษม อุประ ๒๔. นายอํานาจ วิลาวัลย์ ๒๕. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ๒๖. นายโกวิทย์ ธารณา ๒๗. นายไกร ดาบธรรม ๒๘. นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ๒๙. นายคงกฤช หงษ์วิไล ๓๐. นายคมเดช ไชยศิวามงคล ๓๑. นายครรชิต ทับสุวรรณ ๓๒. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๓๓. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ๓๔. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ๓๕. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ๓๖. นายจักรัตน์ พั้วช่วย ๓๗. นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร ๓๘. นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ๓๙. นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ ๔๐. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ๔๑. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๔๒. นายจุมพฏ บุญใหญ่ ๔๓. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ๔๔. นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ๔๕. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๔๖. นายเจริญ คันธวงศ์ ๔๗. นายเจริญ จรรย์โกมล ๔๘. นายเจะอามิง โตะตาหยง ๔๙. นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ๕๐. นายเจือ ราชสีห์ ๕๑. นายฉลาด ขามช่วง ๕๒. ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ๕๓. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ๕๔. นายเฉลิมชาติ การุญ ๕๕. นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ๕๖. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๕๗. นางชมภู จันทาทอง ๕๘. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ๕๙. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๖๐. นายชวน หลีกภัย ๖๑. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๖๒. นายชัย ชิดชอบ ๖๓. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ๖๔. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๖๕. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ๖๖. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ๖๗. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๖๘. นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ๖๙. นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ๗๐. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๗๒. นายชุมพล จุลใส ๗๓. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ ๗๔. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๗๕. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ๗๖. นายเชน เทือกสุบรรณ ๗๗. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ๗๘. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ๗๙. ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ๘๐. นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ๘๑. นายเชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์ ๘๒. นายไชยยศ จิรเมธากร ๘๓. นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ ๘๔. นายไชยา พรหมา ๘๕. นายเรวัต สิรินุกุล ๘๖. นายซูการ์โน มะทา ๘๗. นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ ๘๘. นายฐานิสร์ เทียนทอง ๘๙. นางฐิติมา ฉายแสง ๙๐. นายณรงค์กร ชวาลสันตติ ๙๑.นายนพดล มาตรศรี ๙๒. นายณัฐวุฒิ สุขเกษม ๙๓. นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ ๙๔. นายดนัย นพสุวรรณวงศ์ ๙๕. นายดนุพร ปุณณกันต์ ๙๖. นางดวงแข อรรณนพพร ๙๗. นางสาวตรีนุช เทียนทอง ๙๘. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ๙๙. นายตุ่น จินตะเวช ๑๐๐. นายไตรรงค์ ติธรรม ๑๐๑. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ๑๐๒. นายถวิล ไพรสณฑ์ ๑๐๓. นายถาวร เสนเนียม ๑๐๔. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ๑๐๕. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ๑๐๖. นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ๑๐๗. นายทศพร เทพบุตร ๑๐๘. นายทศพล เพ็งส้ม ๑๐๙. นายทองดี มนิสสาร ๑๑๐. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ๑๑๑. นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ๑๑๒. นายเทพไท เสนพงศ์ ๑๑๓. นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ๑๑๔. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๑๑๕. นายธนเทพ ทิมสุวรรณ ๑๑๖. นายธนา ชีรวินิจ ๑๑๗. นายธนาธร โล่ห์สุนทร ๑๑๘. นายธนิตพล ไชยนันทน์ ๑๑๙. นายธเนศ เครือรัตน์ ๑๒๐. นายธวัชชัย อนามพงษ์ ๑๒๑. นายธารา ป่ตุเตชะ ๑๒๒. นายธีระ ไตรสรณกุล ๑๒๓. นายธีระ สลักเพชร ๑๒๔. นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ๑๒๕. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๑๒๖. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ๑๒๗. นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ๑๒๘. นายนคร มาฉิม ๑๒๙. นายนที สุทินเผือก ๑๓๐. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๓๑. นางรัชนี พลซื่อ ๑๓๒. นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ ๑๓๓. นายนรพล ตันติมนตรี ๑๓๔. นายนราพัฒน์ แก้วทอง ๑๓๕. นายนริศ ขํานุรักษ์ ๑๓๖. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๑๓๗. นางนฤมล ธารดํารงค์ ๑๓๘. นายนวัธ เตาะเจริญสุข ๑๓๙. นายนัจมุดดีน อูมา ๑๔๐. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๑๔๑. นางนันทพร วีรกุลสุนทร ๑๔๒. นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ๑๔๓. นายนาราชา สุวิทย์ ๑๔๔. นายนิทัศน์ ศรีนนท์ ๑๔๕. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๑๔๖. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ๑๔๗. นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ๑๔๘. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๑๔๙. นางนิภา พริ้งศุลกะ ๑๕๐. นายนิมุคตาร์ วาบา ๑๕๑. นายนิยม ช่างพินิจ ๑๕๒. นายนิยม วรปัญญา ๑๕๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๑๕๔. นายนิยม เวชกามา ๑๕๕. นายนิรมิต สุจารี ๑๕๖. นายนิโรธ สุนทรเลขา ๑๕๗. นายป่ยะรัช หมื่นแสน ๑๕๘. พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ ๑๕๙. นายบรรจบ รุ่งโรจน์ ๑๖๐. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ๑๖๑. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๑๖๒. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ๑๖๓. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๑๖๔. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ๑๖๕. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๑๖๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๑๖๗. นายยศศักดิ์ ชีววิญ็ู ๑๖๘. นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด ๑๖๙. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ๑๗๐. นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์ ๑๗๑. ร้อยตรี ปรพล อดิเรกสาร ๑๗๒. นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์ ๑๗๓. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๑๗๔. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ๑๗๕. นายประชา ประสพดี ๑๗๖. พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ๑๗๗. นายประนอม โพธิ์คํา ๑๗๘. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๑๗๙. นายประพร เอกอุรุ ๑๘๑. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ๑๘๒. นายประมวล เอมเป้ย ๑๘๓. นายสุริยา พรหมดี ๑๘๔. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๘๕. นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ๑๘๖. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๑๘๗. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๑๘๘. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๑๘๙. นายประเสริฐ บุญชัยสุข ๑๙๐. นายประเสริฐ บุญเรือง ๑๙๑. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๑๙๒. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๑๙๓. นางสาวปรีชญา ขําเจริญ ๑๙๔. นายปรีชา มุสิกุล ๑๙๕. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ๑๙๖. ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ๑๙๗. นายปวีณ แซ่จึง ๑๙๘. นายปัญญวัฒน์ บุญมี ๑๙๙. นายปัญญา ศรีปัญญา ๒๐๐. นางปานหทัย เสรีรักษ์ ๒๐๑. นายปารเมศ โพธารากุล ๒๐๒. นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ๒๐๓. นางปารีณา ไกรคุปต์ ปาจรียางกูร ๒๐๔. นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ๒๐๕. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ๒๐๖. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๒๐๗. นางผุสดี ตามไท ๒๐๘. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๒๐๙. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๒๑๐. นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ ๒๑๑. นางอนุรักษ์ บุญศล ๒๑๒. นางพจนารถ แก้วผลึก ๒๑๓. นางพรทิวา นาคาศัย ๒๑๔. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๒๑๕. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๒๑๖. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ ๒๑๗. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ๒๑๘. นายพ้อง ชีวานันท์ ๒๑๙. นางพัฒนา สังขทรัพย์ ๒๒๐. นายพิกิฏ ศรีชนะ ๒๒๑. พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี ๒๒๒. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๒๒๓. นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ ๒๒๔. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๒๒๕. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๒๒๖. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๒๒๗. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๒๒๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา ๒๒๙. นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ๒๓๐. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒๓๑. นายพีระเพชร ศิริกุล ๒๓๒. นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย ๒๓๓. นายเพิ่มพูน ทองศรี ๒๓๔. นายไพจิต ศรีวรขาน ๒๓๕. นายไพฑูรย์ แก้วทอง ๒๓๖. นายไพโรจน์ ตันบรรจง ๒๓๗. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ๒๓๘. นางฟารีดา สุไลมาน ๒๓๙. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๒๔๐. นายภิรมย์ พลวิเศษ ๒๔๑. นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ ๒๔๒. นายภูมิ สาระผล ๒๔๓. นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ๒๔๔. นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ๒๔๕. นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ๒๔๖. นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ๒๔๗. นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ ๒๔๘. นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ๒๔๙. พลโท มะ โพธิ์งาม ๒๕๐. นายมานพ ปัตนวงศ์ ๒๕๑. นายมานะ โลหะวณิชย์ ๒๕๒. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๒๕๓. นายมานิต นพอมรบดี ๒๕๔. นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ ๒๕๕. นายมาโนช เฮงยศมาก ๒๕๖. นายสัญชัย อินทรสูต ๒๕๗. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ๒๕๘. นายไมตรี สอยเหลือง ๒๕๙. นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ ๒๖๐. นายยรรยง ร่วมพัฒนา ๒๖๑. นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ๒๖๒. นายยุซรี ซูสารอ ๒๖๓. นางสาวพัชรี โพธสุธน ๒๖๔. นายยุทธพงษ์ แสงศรี ๒๖๕. นายรณฤทธิชัย คานเขต ๒๖๖. ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ๒๖๗. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ๒๖๘. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ๒๖๙. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๒๗๐. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ๒๗๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก ๒๗๒. นายรัฐกร เจนกิจณรงค์ ๒๗๓. นายอุดร ทองประเสริฐ ๒๗๔. นายเรวัต อารีรอบ ๒๗๕. นายเรืองเดช สุพรรณฝ์าย ๒๗๖. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๒๗๗. นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ ๒๗๘. นางลินดา เชิดชัย ๒๗๙. นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ ๒๘๐. นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ๒๘๑. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ๒๘๒. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒๘๓. นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ๒๘๔. นายวรสิทธิ์ กัลปีตินันท์ ๒๘๕. นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา ๒๘๖. นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ๒๘๗. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ๒๘๘. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๒๘๙. นายวัชระ ยาวอหะซัน ๒๙๐. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๒๙๑. นายวัลลภ ไทยเหนือ ๒๙๒. นายวัลลภ สุปริยศิลปี ๒๙๓. นายวารุจ ศิริวัฒน์ ๒๙๔. นายวาสิต พยัคฆบุตร ๒๙๕. นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ ๒๙๖. นายวิชัย ล้ําสุทธิ ๒๙๗. นายวิชัย สามิตร ๒๙๘. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๒๙๙. นายวิเชียร ขาวขํา ๓๐๐. นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ๓๐๑. นายวิฑูรย์ นามบุตร ๓๐๒. นายวิทยา แก้วภราดัย ๓๐๓. นายวิทยา ทรงคํา ๓๐๔. นายวิทยา บุตรดีวงค์ ๓๐๕. นายวิทยา บุรณศิริ ๓๐๖. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ๓๐๗. พันเอก วินัย สมพงษ์ ๓๐๘. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๓๐๙. นายวิรัช ร่มเย็น ๓๑๐. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๓๑๑. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๓๑๒. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ๓๑๓. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๓๑๔. นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ๓๑๕. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ๓๑๖. นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ๓๑๗. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ๓๑๙. พลตํารวจตรี วีระ อนันตกูล ๓๒๐. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ๓๒๑. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๓๒๒. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ๓๒๔. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ๓๒๕. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ๓๒๖. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๓๒๗. นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ๓๒๘. พลตรี ศรชัย มนตริวัต ๓๒๙. นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล ๓๓๐. นายศักดา คงเพชร
๓๓๑. นางอุดร จินตะเวช ๓๓๒. นายศิริโชค โสภา ๓๓๓. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ๓๓๔. นายศุภชัย โพธิ์สุ ๓๓๕. นายศุภชัย ศรีหล้า ๓๓๖. นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ๓๓๗. นายสกลธี ภัททิยกุล ๓๓๘. นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ๓๓๙. นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ ๓๔๐. นายสงวน พงษ์มณี ๓๔๑. นายสถาพร มณีรัตน์ ๓๔๒. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ๓๔๓. พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ๓๔๔. นายสมเกียรติ ฉันทวานิช ๓๔๕. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ๓๔๖. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๓๔๗. นายสมควร โอบอ้อม ๓๔๘. นายสมคิด บาลไธสง ๓๔๙. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ๓๕๐. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ๓๕๑. นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ๓๕๒. พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ๓๕๓. นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ๓๕๕. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๓๕๖. นายสมนึก เฮงวาณิชย์ ๓๕๗. นายสมบัติ ยะสินธุ์ ๓๕๘. นายณรงค์ จันทนดิษฐ ๓๕๙. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๓๖๐. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ๓๖๑. นายสมพล เกยุราพันธุ์ ๓๖๒. นายมารุต บุญมี ๓๖๓. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ๓๖๔. นายภคิน ปริศนานันทกุล ๓๖๕. นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ๓๖๖. นายสมัย เจริญช่าง ๓๖๗. นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์ ๓๖๘. นายสรรเสริญ สมะลาภา ๓๖๙. นายสรวงศ์ เทียนทอง ๓๗๐. นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ๓๗๑. นายสราวุธ อ่อนละมัย ๓๗๒. นายสฤษฏ์ อึ้งอภินันท์ ๓๗๓. นายสัญชัย วงษ์สุนทร ๓๗๔. นายสันติ พร้อมพัฒน์ ๓๗๕. นายสันทัด จีนาภักดิ์ ๓๗๖. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๓๗๗. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ๓๗๘. นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ๓๗๙. นายสากล ม่วงศิริ ๓๘๐. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๓๘๑. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๓๘๒. นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ๓๘๓. นายสาธิต ป่ตุเตชะ ๓๘๔. นายสามารถ แก้วมีชัย ๓๘๕. นายสามารถ พิริยะปัญญาพร ๓๘๖. นายสามารถ มะลูลีม ๓๘๗. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๓๘๘. นายสําราญ ศรีแปงวงค์ ๓๘๙. นายสินิตย์ เลิศไกร ๓๙๐. นางสิรินทร รามสูต ๓๙๑. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ๓๙๒. นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ๓๙๓. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล ๓๙๔. นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ๓๙๕. นางอานิก อัมระนันทน์ ๓๙๖. นายสุชน ชามพูนท ๓๙๗. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ๓๙๘.นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ๓๙๙. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๔๐๐. นายสุชาย ศรีสุรพล ๔๐๑. นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ๔๐๒. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ๔๐๓. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๔๐๔. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๔๐๕. นายสุทิน นพขํา ๔๐๖. นายธานี เทือกสุบรรณ ๔๐๗. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ๔๐๘. นายวัชระ เพชรทอง ๔๐๙. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ๔๑๐. นายสุนัย จุลพงศธร ๔๑๑. นายสุพล ฟองงาม ๔๑๒. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๔๑๓. ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี ๔๑๔. นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล ๔๑๕. นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ๔๑๖. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ๔๑๗. นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ๔๑๘. พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ๔๑๙. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๔๒๐. นายประเกียรติ นาสิมมา ๔๒๑. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ๔๒๒. นายสุรพล เกียรติไชยากร ๔๒๓. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๔๒๔. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ๔๒๕. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ๔๒๖. นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ๔๒๗. นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง ๔๒๘. นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ ๔๒๙. นายสุวโรช พะลัง ๔๓๐. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ๔๓๑. นายเสนาะ เทียนทอง ๔๓๒. นายเจรจา เที่ยงธรรม ๔๓๓. นายเสรี สาระนันท์ ๔๓๔. นายโสภณ ซารัมย์ ๔๓๕. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๔๓๖. นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ๔๓๗. นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ๔๓๘. นายอนันต์ ผลอํานวย ๔๓๙. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๔๔๐. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๔๔๑. นายอนุชา สะสมทรัพย์ ๔๔๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๔๔๓. นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ๔๔๔. นายอนุสรณ์ ปัุนทอง ๔๔๕. นายขยัน วิพรหมชัย ๔๔๖. นางอนุสรา ยังตรง ๔๔๗. นายอภิชาต การิกาญจน์ ๔๔๘. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๔๔๙. นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ๔๕๐. หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ๔๕๑. นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น ๔๕๒. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ๔๕๓. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๔๕๔. นายอรรถพร พลบุตร ๔๕๕. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๔๕๖. นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ๔๕๗. นางอรอนงค์ คล้ายนก ๔๕๘. นางสาวอรุณี ชํานาญยา ๔๕๙. นายอลงกต มณีกาศ ๔๖๐. นายอลงกรณ์ พลบุตร ๔๖๑. นายอสิ มะหะมัดยังกี ๔๖๒. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๔๖๓. นายอันวาร์ สาและ ๔๖๔. นายอับดุลการิม เด็งระกีนา ๔๖๕. นายอัศวิน วิภูศิริ ๔๖๖. นายอัสนี เชิดชัย ๔๖๗. นายอาคม เอ่งฉ้วน ๔๖๘. นายอารยะ ชุมดวง ๔๖๙. นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ๔๗๐. นายอํานวย คลังผา ๔๗๑. นายณัชพล ตันเจริญ ๔๗๒. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ๔๗๓. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ๔๗๔. นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม ๔๗๕. นายอิสสระ สมชัย ๔๗๖. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ๔๗๗. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๔๗๘. นางชนากานต์ ยืนยง ๔๗๙. นายเอี่ยม ทองใจสด ๔๘๐. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม
ท่านสมาชิกที่ยังไม่ได้ออกเสียง ลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าไม่มี ผมจะขอป่ดการลงคะแนนนะครับ ถือว่าทุกท่านลงคะแนน หมดแล้ว ขอป่ดการลงคะแนน คณะกรรมการคะแนนเอาซองไปตรวจนับให้เรียบร้อย แล้วก็นับคะแนนว่าเห็นชอบเท่าไร ไม่เห็นชอบเท่าไร งดออกเสียงเท่าไร แต่ละชื่อทั้ง ๙ ชื่อ กรอกมาให้เสร็จ ป่ดการลงคะแนนแล้วครับ หมดเวลาแล้ว ไม่มีสิทธิลงคะแนนแล้วครับ ท่านกรรมการทั้ง ๖ ท่านไปไหนกันหมด เหลือ ๓ ท่าน คุณบุญยอด คุณธาดา คุณอะไรอีก ได้ยินเสียงแล้วก็ช่วยกรุณาเข้ามาด้วยครับ คุณธาดา ไทยเศรษฐ์ อยู่ที่ไหน ใครเห็น ท่านธาดาอยู่ตรงไหนละก็จับตัวส่งมาให้ที่ห้องนี้ด้วยครับ
คุณวิทยามีอะไรหรือเปล่าครับ ผมยังไม่ได้เป่ดหลังจากการประชุมลับ เชิญคุณวิทยาครับ
คือผมคิดว่าท่านประธาน ควรจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ อาจจะงงนะครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมได้ดูแบบฟอร์มบัตรแล้ว ท่านต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าบัตรไหนบัตรดีหรือเปล่าครับ บัตรไหนเสียหรือเปล่าครับ เพราะไปเขียนไว้ ไปพิมพ์ไว้ ถ้าจําไม่ผิดนะครับ มีทั้งขีด เครื่องหมาย � มีทั้ง � แล้วมีถ้าไม่กาล่ะจะเปึนอย่างไรครับ ผมคิดว่าท่านสมาชิกตอนที่ท่านประธานชัย ชิดชอบ อธิบายนั่นอาจจะไม่ชัดนะครับ เพื่อความโปร่งใสและเพื่อให้ทิศทางของการพิจารณา อย่างรอบคอบ ท่านประธานควรจะต้องให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบถึงข้อมูลในการพิจารณาว่า อันไหนเปึนบัตรดี บัตรเสียหรือเปล่าครับ ได้โปรดเถอะครับ เพราะผมดูแล้วว่าแบบฟอร์ม อาจมีปัญหากรุณาตรวจสอบด้วยครับท่านประธาน
ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยนะครับ ตามข้อบังคับการประชุมสภากําหนดไว้ชัดเจน ผู้ที่เห็นด้วยให้ใช้เครื่องหมาย � ผู้ที่ไม่เห็นด้วยให้กาเครื่องหมาย� นะครับ คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี พอดีท่านวิทยาได้เข้ามาหารือ เมื่อสักครู่ รอบแรกท่านประธานชัยท่านได้พูด ผมก็ฟังอยู่ พอฟังผมก็กาไป แต่เมื่อสักครู่ ตอนที่นั่งใกล้กันท่านประธานครับ ถือว่าเปึนความลับก็แล้วกันพูดในสภา ผมแอบดู ของเพื่อนท่านประธานครับ คุณชูวิทย์ (กุ่ย) ผมเอ่ยชื่อ
คุณสุนัยมีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ผม สุนัยครับ ขออนุญาตอยากให้ท่านประธานได้วางแนวทางอีกสักนิดหนึ่ง คือเมื่อสักครู่ ท่านประธานวิปฝ์ายค้านท่านวิทยาที่พูดถึงเรื่องนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ตอนที่ท่านประธานชัยอยู่ผมก็จะหารือท่านให้ชัดเจนเสียก่อนลงคะแนน เพราะในบัตร เขียน � ถ้าไม่เอาให้เขียน � และถ้าไม่มีความเห็นก็ให้ � ทีนี้บางคนกา � อย่างเดียว แต่ไม่ � ไม่ทราบอย่างนี้เสียหรือไม่เสียอย่างนี้ครับ
อย่างนี้ก็ไม่ถือว่าบัตรเสีย ก็ต้องถือว่าท่านให้ความเห็นชอบ เพราะว่าท่านกาเครื่องหมาย � ตามข้อบังคับ
แต่ถ้าไม่กา � ไม่เปึนไรนะครับ
คือถ้าท่านกา � ก็แสดงว่าให้ความเห็นชอบ ท่านกา � ก็แสดงว่าไม่ให้ความเห็นชอบนะครับ ส่วนท่านจะกาผิดก็เปึนความรับผิดชอบของสมาชิกแต่ละบุคคลนะครับ
ทีนี้บางคนก็เลยคุ้น หลายคน กาเผลอไปผมดู ปรากฏว่าเวลาเรากาบัตรเลือกตั้งเรามักจะ � เสมอ � ไปอีก ก็มีอีก เหมือนกันครับ ผมก็เลยกราบเรียนข้อเท็จจริงให้ท่านประธานทราบเฉย ๆ นะครับ เพราะว่า จริง ๆ แล้วผมจะปรึกษาหารือท่านประธานชัยแล้ว แต่ว่าด้วยความเคารพต่อท่านรองประธาน ที่นั่งอยู่ที่นี่ คือท่านประธานก็อาจจะยุ่ง ๆ อยู่อย่างไรไม่ทราบก็เลยไม่เห็น ก็เลยไม่ได้พูดเรื่องนี้ จริง ๆ ถ้าพูดเรื่องนี้เสียแต่แรก ถ้าเราได้ให้โอกาสแก่สภาค่อยหารือ ดูเหมือนจะยุ่งยาก แต่ว่าทุกอย่างมันจะเรียบร้อยหลังจากหารือกันแล้ว ก็เลยกราบเรียนท่านประธานว่า เพื่อไม่ให้ข้อผิดพลาดอย่างนี้เกิดขึ้นอีก ในโอกาสก่อนจะลงคะแนนถ้ามีใครจะยกมือ ขอหารือ ขอความกรุณาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ก็รับทราบการหารือครับ แต่หลังจากที่มีการลงมติไปแล้วเราคงแก้ไขอะไรไม่ได้นะครับ เพราะว่าท่านใดที่กา � ก็แสดงว่าให้ความเห็นชอบ ท่านใดที่กา � ก็แสดงว่าไม่ให้ ความเห็นชอบนะครับ ท่านใดที่กา � ก็คืองดออกเสียง เพราะว่าเปึนการลงคะแนนลับ ไม่สามารถจะแก้คะแนนกันได้อีก ก็ต้องขอคณะกรรมการช่วยกรุณาตรวจสอบให้ดี ด้วยนะครับ เชิญครับ
คือครั้งแรกไม่มีการหารือกันอย่างนี้ อย่างที่ท่านประธานทําถูกต้องครับ เอาเสียให้ชัดอย่างนี้เปึนอันเดียวกัน กรรมการ ที่ท่านประธานชัยตั้งไปท่านก็ไม่รู้ว่าแนวไหน กรณีอย่างนี้ผมก็เลยไม่รู้ว่าทางกรรมการเขา จะเอาแนวไหน เพราะผมก็กาแต่ � อย่างเดียว แต่ว่าไม่ได้กา � ไปด้วย เพราะถือว่า เอาแต่ที่จะเลือกเท่านั้นละครับ ก็เกรงว่าท่านประธานไม่ได้วางแนวไว้กรรมการจะเห็นเปึน อย่างไรก็ไม่ทราบนะครับ ก็เลยกราบเรียนเพื่อเปึนหลักฐาน
ก็ต้องเรียนอย่างนี้ในครั้งต่อไปถ้าหากว่าผมเปึนประธานในที่ประชุม ผมก็จะบอกว่า ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ระบุไว้ชัดเจนว่า การลงคะแนนลับจะต้องกา � เมื่อให้ความเห็นชอบ หรือเห็นด้วย ถ้ากา � ก็คือไม่เห็นด้วย � ก็คือการงดออกเสียง เชิญคุณหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมถือว่า เราต้องให้ความเปึนธรรมกับท่านผู้ที่ทําหน้าที่ประธาน ซึ่งขณะนั้นก็คือท่านประธาน ชัย ชิดชอบ ผมจําได้ชัดเจนว่าท่านได้อธิบายให้พวกเราฟังชัดเจนว่าถ้าใครเห็นชอบ ให้กา � ใครไม่เห็นชอบให้กา � และใครงดออกเสียงให้กา � และมิหนําซ้ําในรายละเอียด ของเอกสารที่แนบมาที่ส่งให้พวกเราก็มีหมายเหตุอธิบายไว้เรียบร้อย ฉะนั้นผมเชื่อว่า ทุกอย่างก็เปึนไปตามขั้นตอนแล้วครับ ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งนะครับ การลงคะแนนเมื่อเสร็จสิ้นไปแล้วก็ถือว่าเปึนข้อยุติครับ ทีนี้ก็อยู่ที่คณะกรรมการพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ถ้ากา � เห็นชอบ กา� ไม่เห็นชอบ � งดออกเสียงครับ เชิญคุณวิทยาครับ
ท่านประธานครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย สิ่งที่ท่านประธานกล่าวนี้ กระผมรับทราบ ผมคิดว่าสมาชิก ก็รับทราบ เพราะเขามีรายละเอียดไว้ แต่ผมกําลังเรียนว่าสิ่งที่เราไม่ได้กาล่ะ ถ้าสมมุติ สมาชิกไม่ได้กาอะไรลงไปคือมีทั้งกา แล้วก็มีช่องว่างไม่ได้ดําเนินการทั้งกา � และ � กรรมการท่านทราบหรือเปล่าครับว่าท่านจะถือบัตรนั้นเปึนอย่างไร ที่ผมเปึนห่วงนะครับ ที่ผมบอกว่าเดี๋ยววินิจฉัยมาเพราะว่าการที่ลงคะแนนอาจจะมีบัตรประเภทนั้น ผมก็ฝากอย่างนี้ ฝากคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรด้วย เพราะว่าอาจจะต้องมีการตรวจสอบ รายงาน จะเปึนเรื่องรายงานลับหรืออะไรท่านมีอยู่ก็ฝากไว้ด้วย เกิดนับไปแล้วมีความผิดพลาด ที่คลาดเคลื่อนแล้วจะทําอย่างไร อันนี้เปึนประเด็นสําคัญนะครับ ประชุมลับผมเข้าใจ แต่สิ่งที่กรรมการไม่ได้รับคําอธิบายผมคิดว่าผู้ที่เปึนกรรมการไม่ทราบว่าจะตัดสินใจอย่างไร และผมยืนยันว่ามีครับ ช่องที่ว่าง ๆ ไม่มีทั้ง � และไม่มีทั้ง � แต่มีขีด � บางคน สิ่งนี้ละครับผมนําเรียนว่ากรรมการท่านไม่รู้ ผมไม่ได้ตําหนิเปึนเรื่องอื่นนะครับ สิ่งที่ เพื่อนกรรมาธิการแสดงความคิดเห็นนั้น แต่ผมกําลังจะเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่า ในช่องที่มีแต่ความว่างเปล่ากรรมการเขามีความเห็นอย่างไร ใน ๙ คนอาจจะมีขีด เครื่องหมาย � ๔ คน นอกนั้นก็ไม่ขีด ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในรายละเอียดที่ท่านประธานกําหนด ให้เจ้าหน้าที่ได้ทําเอกสารไว้ นั่นหมายถึงว่ากา � เห็นชอบ กา � ไม่เห็นชอบ งดออกเสียง � และ � เฉย ๆ ในช่องว่างเปล่าไม่มีเครื่องหมายตามที่ท่านประธานแจ้ง มันคืออะไรล่ะครับ ฝากเปึนข้อสังเกตไว้ครับท่านประธาน
ก็ต้องอย่างนี้นะครับ ในการลงคะแนนบัตรเลือกตั้งหรือบัตรอะไรก็ตาม ถ้าไม่กาอะไรเลย ถือว่างดใช้สิทธินะครับ คือไม่ใช้สิทธิของตัวเอง ไม่ใช่ว่างดออกเสียงนะครับ ไม่ใช้สิทธิ ส่วนการจะใช้สิทธิจะใช้สิทธิงดออกเสียง ใช้สิทธิเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็กาเครื่องหมาย ถ้าไม่กาเครื่องหมายวินิจฉัยได้อย่างเดียวคืองดใช้สิทธินะครับ คุณหมอชลน่าน เชิญครับ ผมจะได้ประกาศคะแนนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในประเด็นข้อหารือสมาชิกในเรื่องของวิธีการการลงคะแนน เมื่อท่านประธานอนุญาตให้นําเสนอแล้วผมขออนุญาตเปึนประเด็นสักนิดเดียวครับ เผื่อว่าสภาของเราจะได้มีบรรทัดฐานในการที่จะไปทําในโอกาสต่อไป ครั้งนี้ผมไม่ได้ติดใจ ท่านประธานครับ เราเคยถูกวินิจฉัยเรื่องการเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งทางตรงและลับลับจริง หรือไม่ ศาลได้วินิจฉัยนะครับ การเข้าคูหาไป � โดยหันเอาตัวคูหาออกสู่สาธารณชน วินิจฉัยมาแล้วว่าไม่ลับ เนื่องจากว่ามีผู้ที่สามารถใช้กล้องส่องทางไกลหรือกล้องถ่ายรูป ไปถ่ายเอามาแล้วนําหลักฐานมาเป่ดเผยต่อสาธารณะได้ นั่นคือตัวอย่างที่ผมอยากจะ นําเรียนท่านประธานว่าต่อไปของเราเองอาจจะต้องระมัดระวังครับว่าวิธีการลงคะแนน เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ วรรคท้าย เขาต้องการให้การลงคะแนนเปึนวิธีการลับ โดยลับ ไม่ใช่ลงคะแนนกาที่ไหนก็ได้แล้วใส่ซองถือว่าลับ ไม่ใช่ครับ ขณะนี้สภาเรากําลัง ทําอย่างนั้น โต๊ะที่นั่งของสมาชิกเปึนที่ลงคะแนน เปรียบเทียบกับการใส่คูหานะครับ แต่คูหา เพียงแต่หันหลังออกมาเท่านั้นเอง คูหายังถูกวินิจฉัยว่าไม่ลับแล้ว ไฉนโต๊ะที่เขียนอยู่อย่างนี้ จะลับได้ ผมฝากเปึนข้อสังเกตท่านประธานครับน่าจะปรับปรุงได้ การลงคะแนนลับ คือวิธีการลงต้องเปึนลับครับ เช่นท่านอาจจะต้องจัดคูหาให้สมาชิกไปกาแล้วเอาไป หย่อนบัตรเหมือนกับการเลือกตั้งทั่วไป ส่วนวิธีการจะนับคะแนน การวินิจฉัยบัตร ท่านก็ไป ออกระเบียบอย่าให้ยุ่งยากนะครับ จริงอยู่ครับเพราะว่าการเลือกบุคคลใช้เสียงข้างมาก ของสมาชิกให้ความเห็นชอบ ถ้าองค์ประชุมครบเปึนเสียงข้างมากได้ครับ ทีนี้มันจะต้องให้ชัด ว่าเสียงข้างมากนี่มากอย่างไร ถ้ามีองค์ประชุมทั้งหมด ๒๕๘ คะแนน มีเสียงข้างมาก แค่ ๑๐๐ คะแนน เสียงไม่เห็นด้วย ๕๐ คะแนน งดออกเสียงเท่าที่มีอยู่ อย่างนี้ถือเปึน เสียงข้างมากหรือเปล่า อันนี้เปึนประเด็นที่ผมอยากจะฝากไว้ครับ โดยเฉพาะวิธีการ กระบวนการทั้งหลายทั้งปวง อย่างกรณีที่เราทํามา ผมไม่ได้โทษวันนี้นะครับ ประเพณีปฏิบัติ ที่สภาเราทํามาตลอดเราทําแบบนี้ครับ ถ้าเกิดมีผู้ร้องทุกอย่างเปึนโมฆะหมด การเลือกบุคคลที่ผ่านไปทั้งหมดก็เปึนโมฆะทั้งหมด นะครับ เนื่องจากว่ามันไม่ลับ กล้องก็สามารถซูม (Zoom) ลงมาถ่ายได้ครับ ผู้ที่มาเยี่ยม ชมสภานั่งอยู่ข้างบนมองลงมาได้ กราบเรียนท่านประธานฝากเปึนประเด็นเท่านั้นน่าจะปรับปรุง แก้ไข ผมไม่แน่ใจว่าเปึนอํานาจหน้าที่ของใคร แต่ว่าเปึนอํานาจหน้าที่ของประธานแน่นอน ในการจะออกกฎระเบียบ ขอบคุณครับ
เรื่องนี้ผมคงไม่ต้องวินิจฉัยนะครับ เรื่องลับหรือไม่ลับ ก็ต้องฝากคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณาปรับปรุง ถ้าต้องการจะปรับปรุงให้ดีขึ้น ผมยกตัวอย่าง ผมไปร่วมประชุมกับองค์การรัฐสภาโลกเวลาจะเลือกเลขาธิการองค์การรัฐสภาโลกเขาใช้ ลงคะแนนลับโดยมีคูหาลับ แล้วก็ให้สมาชิกแต่ละประเทศเดินมากาในคูหาก็ทําแบบนี้ แต่ขณะนี้ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๗๖ ไม่ได้กําหนดไว้นะครับ เพราะฉะนั้นถือว่าที่เราทําไปก็ถูกต้องตามข้อบังคับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อรับทราบผลการลงมติได้แล้วครับ
(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนได้ทําการตรวจนับคะแนนเสร็จแล้วเสนอ ผลต่อประธาน)
ผลการนับคะแนนให้ความเห็นชอบรายชื่อบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเปึนกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่มีคณะกรรมการ เซ็นรับรองมาแล้วทั้งหมด ๖ ท่านนะครับ มีดังนี้
๑. รองศาสตราจารย์ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ เห็นชอบ ๒๔๕ คะแนน ไม่เห็นชอบ ๘๘ คะแนน งดออกเสียง ๕ คะแนน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติ ให้ความเห็นชอบนะครับ
๒. นายถาวร พานิชพันธ์ เห็นชอบ ๒๔๒ คะแนน ไม่เห็นชอบ ๘๘ คะแนน งดออกเสียง ๖ คะแนน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบนายถาวร พานิชพันธ์
๓. ศาสตราจารย์ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ เห็นชอบ ๒๓๗ คะแนน ไม่เห็นชอบ ๙๐ คะแนน งดออกเสียง ๖ คะแนน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ความเห็นชอบ ศาสตราจารย์ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์
๔. นายบัญชา เสือวรรณศรี เห็นชอบ ๓๔๒ คะแนน ไม่เห็นชอบ ๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ก็เปึนอันว่าคุณบัญชา เสือวรรณศรี ได้รับความเห็นชอบจาก สภาผู้แทนราษฎร
๕. นายวีระ ธีระภัทรานนท์ เห็นชอบ ๒๐๐ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๑๒๖ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งนะครับ เปึนเสียงข้างมาก สภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบนายวีระ ธีระภัทรานนท์
๖. พลตํารวจเอก สมชาย ประภัสภักดี เห็นชอบ ๓๓๙ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๘ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ความเห็นชอบ พลตํารวจเอก สมชาย ประภัสภักดี นะครับ
๗. รองศาสตราจารย์จารุพร ไวยนันท์ เห็นชอบ ๓๔๒ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ก็เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบรองศาสตราจารย์จารุพร ไวยนันท์
๘. นายวินัย ดํารงค์มงคลกุล เห็นชอบ ๓๔๔ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ก็เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้คุณวินัย ดํารงค์มงคลกุล เปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
๙. นายมนัส สุขสวัสดิ์ เห็นชอบ ๓๕๔ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้เห็นชอบคุณมนัส สุขสวัสดิ์ เปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก็เปึนอันว่าจบนะครับว่าสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ความเห็นชอบบุคคลดังต่อไปนี้เปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งผมจะอ่านรายชื่ออีกครั้งหนึ่งทั้ง ๙ ท่านนะครับ ท่านแรก รองศาสตราจารย์ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ท่านที่สอง นายถาวร พานิชพันธ์ ท่านที่สาม ศาสตราจารย์ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ ท่านที่สี่ นายบัญชา เสือวรรณศรี ท่านที่ห้า นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ท่านที่หก พลตํารวจเอก สมชาย ประภัสภักดี ท่านที่เจ็ด รองศาสตราจารย์จารุพร ไวยนันท์ ท่านที่แปด นายวินัย ดํารงค์มงคลกุล ท่านที่เก้า นายมนัส สุขสวัสดิ์ ตกลงเปึนที่เรียบร้อยนะครับ ที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติ เห็นชอบในเรื่องดังกล่าว
ต่อไปก็จะเปึนเรื่องเลื่อนที่ ๒ เปึนเรื่องการพิจารณา
(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงครับ คุณสุชาติประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมไม่ได้ประท้วงครับ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เมื่อเช้านี้ ผมได้หารือท่านประธานชัยไว้ ท่านประธานชัยก็ได้บอกว่ามีอยู่ในวาระแล้ว ผมจะขอเสนอ เลื่อนวาระครับท่านประธาน ผมจะขอเสนอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๑๑ กองทุน กบข. ของครู มาต่อไว้ระเบียบวาระที่ ๕ ในวันนี้ เหตุผลท่านประธานครับ อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโดยเลื่อนเรื่องที่ประชุมพิจารณาให้ขึ้นมาพิจารณา ลําดับที่ ๑๑ ขึ้นมาลําดับที่ ๕ หลังเรื่องที่ ๕ และอาศัยวรรคสองเพื่อจะเลื่อนขึ้นมา วันนี้ ครูบาอาจารย์ทั้งประเทศกําลังเดือดร้อนวุ่นวายกับกองทุนบําเหน็จบํานาญ แล้วเรื่องนี้ทาง ส.ว. ได้พิจารณามาแล้วไปอยู่ในระเบียบวาระที่ ๑๑ ท่านประธานครับ เกรงว่าเรื่องนี้จะช้าไป ก็เลยขอเลื่อนเรื่องที่ ๔ มาต่อเรื่องที่ ๕ ครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองครบนะครับ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ผมคิดว่าถ้าหากท่านจะเลื่อน วาระของการพิจารณาขึ้นมา กลับกลายเปึนว่าต้องช้าลงไปครับท่านประธาน เพราะว่า ถ้าจะเลื่อนนั้นต้องมาพิจารณากันในคราวหน้านะครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ยืนตาม การพิจารณาวาระเดิมไปก่อนนะครับ เพราะว่าเปึนเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขมาทั้งนั้น ถ้าเราพิจารณา กันได้เร็วเราก็จะไปถึงระเบียบวาระที่ ๑๑ เอง ซึ่งจะได้พิจารณาในวันนี้ครับ พิจารณาตามวาระ จะได้พิจารณาในวันนี้ แต่ถ้าเลื่อนก็จะต้องไปพิจารณาในวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้น ไม่มีทางอื่นนะครับ อยากเร็วต้องพิจารณาตามวาระครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ยืนยันนะครับ หรือไม่ท่าน ส.ส. ท่านจะถอนไปก็จะทําให้เปึนการพิจารณาตามวาระ ตามปกติครับ
ผู้เสนอญัตติครับ คุณบุญยอดเสนอให้ถอนไปก่อนโดยไม่ต้องลงมติได้ไหมครับ เชิญคุณสุชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย ที่ท่านบุญยอดขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่ ผมเข้าใจครับ ผมคิดว่าเลื่อนมาวันนี้เพื่อต่อระเบียบวาระที่ ๕ ต่อจากการพิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... พอพิจารณาเรื่องนี้ เสร็จก็ให้เอา พ.ร.บ. ครูมาต่อเลยเปึนระเบียบวาระที่ ๖ เพื่อเลื่อนวันนี้ก็ไปพิจารณาพรุ่งนี้ ผมเข้าใจท่านประธานครับ แต่จะให้ผมถอน ผมคงไม่ถอน ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
นายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนท่านสุชาติ ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ที่เสนอวาระการประชุมโดยเลื่อนเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้เลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อน เดิมนี้อยู่ลําดับที่ ๑๑ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยเพราะว่า ถ้าสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาภายในวันนี้เปึนไปไม่ได้ครับ เพราะอย่างไรก็แล้วแต่ เดี๋ยวเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขหลังจากนี้จะเปึนเรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ เรื่องที่ ๔ เรื่องที่ ๕ มีประเด็น ที่สมาชิกจะต้องพิจารณาค่อนข้างยาวพอสมควร ผมเข้าใจว่าเรามีเวลาตามที่ท่านประธานกําหนด ถ้าไม่ล่วงเวลาก็คืออีก ๔-๕ ชั่วโมงเอง นับไปถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา ถ้าเราได้ถึง ๕ เรื่องถือว่าเก่ง ถ้าไม่เลื่อนนะครับวันพรุ่งนี้อย่างมากเราพิจารณาได้ ๒ ฉบับ ๒ ฉบับครับหลังจากวาระกระทู้ถาม แต่ถ้าเราเลื่อนอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) การพิจารณากรณีเปึนร่างพระราชบัญญัติจะต้องเลื่อน มาพิจารณาในครั้งต่อไป ท่านสุชาติเสนอมานี่เพื่อให้พิจารณาพรุ่งนี้ครับ วันนี้เก่งสุดถึง พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ระเบียบวาระที่ ๕ เราก็จบวันนี้ พรุ่งนี้มาเริ่มเรื่องที่ ๑๑ ได้เลย ผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ กับสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอสนับสนุนญัตติของท่านสุชาติครับ ขอบคุณครับ
คุณบุญยอดขัดข้องไหมครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ในกรณีของ การพิจารณาตามวาระนี้นะครับ ผมเชื่อว่าจะใช้เวลาเพียงไม่นานนักเพราะว่าวุฒิสภาเอง ก็แก้ไขในแต่ละร่างมาไม่มากมายอะไร ผมเห็นเหมือนเดิมครับท่านประธานว่าถ้าพิจารณา ตามวาระจะเดินไปได้เรื่อย ๆ เลยครับ ถ้าเราทํางานอย่างแข็งขันนะครับ จะเดินได้ถึง ระเบียบวาระที่ ๑๑ แน่นอน ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้นพวกเราก็ต้องการที่จะให้พิจารณาในวันนี้ครับ ผมขออนุญาตที่จะต้องยืน ตามวาระครับ
นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก อย่างน้อย เพื่อเปึนการให้ข้อมูลกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้าน เพราะว่าวาระ ที่ทางวุฒิสภาแก้ไขส่วนใหญ่ทางรัฐบาลเห็นชอบอยู่แล้ว ถ้าเรารัน (Run) ไปตามวาระ รัฐบาลเห็นชอบส่วนใหญ่มันก็จะไปได้รวดเร็ว อาจจะมีแค่บางฉบับเท่านั้นที่มีการตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกัน ดังนั้นผมคิดว่าอยากจะเรียนกับเพื่อนฝ์ายค้านว่าเรามีเจตนาที่ตรงกันครับ ที่ต้องการให้ถึงระเบียบวาระที่ ๑๑ ที่มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. กองทุนบําเหน็จบํานาญ แต่ถ้าเรามัวมาถกมาเถียงอย่างนี้มันจะเสียเวลาเยอะ ดังนั้นผมเชื่อว่าถ้าเราทําด้วย ความรวดเร็วตามขั้นตอนที่ส่วนใหญ่เราเห็นชอบร่างนี้อยู่แล้วมันน่าจะเปึนประโยชน์มากกว่า จึงเห็นด้วยกับท่านบุญยอดในการดํารงตามวาระครับ ขอบคุณครับ
คงไม่ต้องอภิปรายแล้วครับ เพราะว่าความคิดเห็นไม่ตรงกัน ประธานก็ต้องให้ลงมติ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการอภิปรายสนับสนุน เพราะว่าต่างฝ์ายต่างอภิปรายกัน ข้างละ ๑ ท่านอยู่แล้ว ผมคงไม่ต้องให้โอกาสอภิปรายนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ คุณนิยมมีอะไรหรือครับ
ผม นายนิยม ช่างพินิจ เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่คุณหมอชลน่านกับท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน พูดผมเห็นด้วยครับ ถ้าปล่อยไปตามวาระผมว่าสัปดาห์หน้าเผลอ ๆ ไม่ได้อภิปรายอีก เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องให้ขวัญกําลังใจกับข้าราชการครูที่เขามาอยู่หน้าสภา แล้วเมื่อสักครู่ก่อนที่ ผมจะเข้าสภาผมก็รับปากเขาแล้วว่าจะเลื่อนวาระนี้ขึ้นมาเปึนวาระเร่งด่วน เข้าใจเถิดครับ ท่านประธาน ผมฝากวิงวอนท่านสมาชิกที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ช่วยเถอะครับ เพราะว่าวันนี้เขามาเขาก็อยากจะรับรู้ด้วยครับ
ก็คงไม่ต้องอภิปรายสนับสนุนหรอกครับ ไม่อย่างนั้นทางอีกฝ์ายหนึ่งก็จะอภิปรายด้วย ผมได้เชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติได้แล้วครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญคุณบุญยอดครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอีกครั้งหนึ่งนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร กรณีของความคิดเห็นผมก็คือว่าผมต้องขอยืนตามญัตติเดิมนะครับ ก็คือการพิจารณา ตามวาระครับ เพราะว่าโดยความสําคัญแล้ววาระต่าง ๆ นั้นวุฒิสภาแก้ไขมาไม่มากครับ แล้วก็เปึนวาระที่เรียงกันมานั้นสําคัญทั้งสิ้นนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องพิจารณากรณี วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... แล้วก็เรื่องอื่น ๆ จนไปถึงพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น พวกเรา ก็ให้ความสนใจเช่นเดียวกันและเราหวังว่าสภาแห่งนี้จะพิจารณาไปในวันนี้จนกระทั่ง จบสิ้น ฉะนั้นผมขออนุญาตทําให้ถูกต้องก็คือว่าผมเสนอญัตติเพื่อให้คงตามวาระเดิมครับ
ต้องขออย่างนี้คงไม่ต้องอภิปรายทั้ง ๒ ฝ์ายแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะชี้แจงต่อที่ประชุม แล้วให้พวกเราลงมติกันนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตร แสดงตนด้วยครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกดบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
คุณสุชาติมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ที่ผมเกรงว่าเพื่อนสมาชิกที่อยู่ข้างนอก จะเดินเข้ามาไม่ทันที่ผมเสนอไว้ขอให้เลื่อนร่าง พ.ร.บ. กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้เลื่อนมาอยู่ต่อท้ายร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... เปึนระเบียบวาระที่ ๖ เลื่อนวันนี้เพื่อไปพิจารณาพรุ่งนี้ครับท่านประธาน
ผมจะทําหน้าที่ชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิกเองนะครับ ท่านสมาชิกได้กดบัตรแสดงตนเรียบร้อย แล้วนะครับ ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๗๐ ท่าน ครบองค์ประชุม
ผมจะเรียนสมาชิกอย่างนี้ครับ ท่าน ส.ส. สุชาติ ลายน้ําเงิน ได้เสนอเรื่อง เลื่อนระเบียบวาระที่ ๑๑ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุน บําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นํามาพิจารณาต่อจากเรื่องเลื่อนที่ ๕ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... โดยให้เหตุผลว่ามีความจําเปึนที่พี่น้องประชาชนและครูมีความต้องการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ในขณะเดียวกันคุณบุญยอดและนายแพทย์วรงค์ของพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้เรียน ต่อที่ประชุมว่าตามวาระการประชุมถ้าหากว่ามีการเร่งรัดการประชุมให้เร็วคาดว่าจะสามารถ ทําการประชุมได้ในวันพรุ่งนี้ ก็เปึนความคิดเห็นที่แตกต่าง เมื่อมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ผมก็จะต้องเรียนเชิญสมาชิกทุกท่านลงมตินะครับว่าเห็นชอบตามญัตติที่คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน คือขอเลื่อนวาระการประชุมขึ้นมา หรือไม่เห็นชอบ ขอเชิญท่านสมาชิกลงมติ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับญัตติของคุณสุชาติ ลายน้ําเงิน เพื่อขอให้เลื่อนวาระการประชุม เรื่องเลื่อนที่ ๑๑ ขึ้นมาไว้เปึนเรื่องเลื่อนที่ ๖ กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย เชิญคุณนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ผมคิดว่า ข้อสรุปของท่านประธานเมื่อสักครู่ไม่ตรงต่อความเปึนจริงที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปครับ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่าวันนี้ถ้าเราอภิปรายกันโดยเพื่อความรวบรัด วาระที่เพื่อนสมาชิก ขอเลื่อนนั้นไม่ต้องเลื่อนก็ได้วันนี้จะได้พิจารณานะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเลื่อนขึ้นมาวันนี้ ไม่ได้พิจารณาเพราะตามข้อบังคับต้องพิจารณาในวันถัดไปคือวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่เลื่อนวันนี้เราพิจารณาด้วยความรวบรัดก็จะถึงวาระที่เพื่อนต้องการอยู่แล้ว เมื่อท่านประธานสรุปว่าพิจารณาพรุ่งนี้ไม่ตรงกับความเปึนจริงครับ
ผมเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่นี้ได้ยินคุณบุญยอดพูดว่าไม่ต้องเลื่อนก็จะพิจารณาได้ ในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว
ในวันนี้ครับท่านประธาน
ในวันนี้นะครับ ก็ต้องขออภัยครับเข้าใจผิดเปึนวันพรุ่งนี้นะครับ คือทางฝ์ายรัฐบาล ก็พิจารณาเห็นว่าถึงไม่เลื่อนวันนี้ก็สามารถพิจารณาได้ คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ ผมจะไม่ให้อภิปรายมากแล้วนะครับ เดี๋ยวจะได้ลงมติกันครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ผมย้ําให้ท่านประธานทราบว่า ท่านประธานสรุปประเด็นได้ถูกต้องแล้ว จะมีข้อจํากัดอะไรล่ะครับว่าวันนี้จะถึงไหน มันจะผูกมัดว่าจะต้องผ่านกี่ฉบับในวันหนึ่งไม่ได้หรอกครับ ตามที่ท่านสมาชิกบางท่าน ได้ขึ้นมาให้ความเห็น เพราะฉะนั้นประเด็นที่ท่านประธานได้ทําถูกต้องแล้วเดินหน้า ต่อไปเถอะครับ
ก็ไม่ต้องอภิปรายทั้ง ๒ ฝ์ายแล้วนะครับ เปึนที่เข้าใจกันดีแล้วนะครับ ต่อไปผมจะถามว่า ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับญัตติคุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ขอเลื่อนระเบียบวาระ เรื่องเลื่อนที่ ๑๑ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาอยู่ในระเบียบวาระเรื่องเลื่อนที่ ๖ กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ขอส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๘๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๑๓ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒๕ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎร มีมติไม่ให้เลื่อนระเบียบวาระเรื่องเลื่อนที่ ๑๑ มาเปึนเรื่องเลื่อนที่ ๖ นะครับ ตามที่ คุณสุชาติเสนอญัตติ
ต่อไปจะเปึนการพิจารณาเรื่องเลื่อนที่ ๒ เปึนเรื่องการพิจารณากรณี วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ วุฒิสภาได้มีมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ส่งเรื่องมาให้ สภาผู้แทนราษฎรดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) เพราะฉะนั้นสภาผู้แทนราษฎรก็จะต้องดําเนินการต่อไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ขอเชิญ คณะรัฐมนตรีหรือผู้ที่ชี้แจงเข้านั่งประจําที่ได้แล้วครับ
คุณสุชาติ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมไม่ติดใจกับการลงมติ เมื่อสักครู่นี้ แต่ผมขอให้บันทึกไว้ในสภาตรงนี้ครับท่านประธานว่าเมื่อสักครู่นี้ทางฝ์ายรัฐบาล ได้พูดชัดเจนนะครับว่าจะพยายามประชุมวันนี้เพื่อให้วาระของครูเข้าไปสู่การประชุม พรุ่งนี้ให้ได้ ผมให้ท่านประธานบันทึกตรงนี้ไว้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ความจริงเรื่องนี้ไม่ต้องวินิจฉัยนะครับ เพราะว่าจบไปแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอเปึนญัตติต่อท่านประธานว่าเรื่องการเลื่อนร่างพระราชบัญญัติ กบข. ขออนุญาตเรียนเสนอท่านประธานว่าขอให้พิจารณาในวันนี้ไปจนถึงวาระนั้นเลยครับ แล้วค่อยเลิกประชุมครับ
วันนี้ถ้าไม่มีใครคัดค้านก็พิจารณาไปอยู่แล้วครับ เพราะว่าไม่ได้มีการเลื่อนนะครับ ก็พิจารณาไปตามลําดับอยู่แล้วนะครับ ผมว่าเรื่องนี้เราก็ปล่อยให้เปึนไปตามปกตินะครับ
ท่านประธานครับ เพื่อเห็นแก่ บรรดาเพื่อนผู้ประกอบวิชาชีพครูทั่วราชอาณาจักร ผมคิดว่าวันนี้พวกเราทุกคนน่าจะได้ เสียสละว่าขอให้สภาพิจารณาไปจนถึงวาระนั้น ถ้ายังไม่ถึงวาระนั้นก็อย่าเพิ่งเลิกประชุม ขอผู้รับรองด้วยครับ
คืออย่างนี้ครับ เรื่องนี้ไม่ต้องเปึนญัตติหรอกครับ เพราะว่าเดี๋ยวเราอภิปรายกันไป อย่างรวบรัดมันก็ถึงเองนะครับ คงไม่ต้องลงมติหรอกครับ เชิญนั่งครับ ผมคงไม่อนุญาต ให้อภิปรายในเรื่อง ถ้าในวาระนี้ผมจะต้องให้คณะรัฐมนตรีหรือผู้ชี้แจงชี้แจงก่อนนะครับ
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เรื่องอะไรครับ เรื่องวาระที่สองหรือเปล่าครับ
ครับ
ผมจะอนุญาตให้คณะรัฐมนตรีหรือผู้ชี้แจง
ผมขออนุญาตก่อนท่านประธานครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขณะนี้ สภาของเรากําลังจะพิจารณาวาระที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา เปึนเรื่องเรากับวุฒิสภาที่จะต้องให้ความเห็นตามที่วุฒิสภาส่งมา ไม่ได้ เปึนการเสนอกฎหมายในวาระเริ่มแรก เพราะประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงผมเชื่อว่า ไม่น่าจะเกี่ยวเนื่อง ผมเห็นท่านประธานปฏิบัติหลายครั้งแต่ไม่อยากจะทักท้วงท่านรัฐมนตรี มาชี้แจงในข้อแก้ไขของวุฒิสภาหรือครับ ท่านรัฐมนตรีเปึนวุฒิสภาใช่ไหม ก็ไม่ใช่ครับ โดยธรรมเนียมที่เราทํากันมานะครับ ท่านประธาน ถึงวาระนี้เปึนเรื่องของสมาชิก ที่จะให้ความเห็นว่าจะเห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไขหรือไม่เท่านั้นเอง รัฐมนตรีไม่มีสิทธิ ที่จะมาชี้แจงหรอกครับ เพราะไม่ใช่เรื่องของรัฐมนตรี เปึนร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภาเขา แล้วผมก็เลยกราบเรียนถามท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้าต้องการให้เร็วตามที่ รัฐบาลอยากได้นะครับ บางอย่างที่เยิ่นเย้อตัดออกไปครับ แต่อย่าไปตัดเรื่องเนื้อหาสาระ ที่สมาชิกจะต้องแสดงความเห็น ประเด็นสําคัญมันเปึนเรื่องที่สมาชิกต้องให้ความเห็นครับ แล้วทั้งหมด ๑๐ เรื่องจะให้เสร็จเพื่อให้ถึงระเบียบวาระที่ ๑๑ ผมเชื่อว่าโดยธรรมเนียม โดยวิธีปฏิบัติแล้วอย่าคิดกระนั้นเลยครับ เพียงแต่เปลี่ยนขึ้นมานิดเดียวนะครับ วันนี้เราพิจารณาได้อย่างมาก ๕ เรื่อง พรุ่งนี้ต่อเรื่องที่ ๖ ได้ทันที พิจารณาได้ทันทีครับ แต่ว่าเมื่อสภาไม่เอาผมไม่ว่าอะไร แต่ว่าประเด็นที่อยู่ในระเบียบวาระท่านประธาน ต้องทําตามระเบียบวาระ และทําตามวิธีการที่สภาจะต้องพิจารณา ขอบคุณครับ
ผมต้องเรียนสมาชิกอย่างนี้นะครับ เปึนหน้าที่ของประธานที่ประชุมที่จะต้องอํานวย การประชุมให้เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพและด้วยความเรียบร้อย ถ้าหากว่าเราอภิปรายกันเร็ว มันก็จะถึงวาระที่เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. สมัย เจริญช่าง ได้เปึนผู้เสนอนะครับ แต่ถ้าเรา อภิปรายเนื้อหาแล้วยังไม่ทัน ประธานก็ต้องป่ดประชุมไปตามปกตินะครับ อย่างมี ประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นไม่ได้ป่ดกั้นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ในการอภิปราย จะมีชี้แจงนะครับ ท่านรัฐมนตรีมีสิทธิชี้แจงในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ก่อนท่านรัฐมนตรี จะชี้แจงผมขอประชาสัมพันธ์นิดหนึ่งครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะกลุ่ม การเรียนรู้การออมกรุงเทพมหานคร จํานวน ๒๕๐ ท่าน ก็ขอขอบคุณที่ท่านมาเยี่ยม สภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร จะต้องกลับมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ก็จะผ่านไปเปึนกฎหมายได้เลย ถ้าหากว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบ ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันสองสภาขึ้นมาพิจารณา ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณไพจิตมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมใช้สิทธิประท้วง ท่านประธานที่จะให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ในวาระนี้ครับท่านประธาน ผมยืนยันว่าเรา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาได้แก้ไข ความเห็นของสมาชิกรัฐสภาในซีกของ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องสะท้อนความเห็นแล้วก็ลงมติว่าจะเห็นตามหรือไม่ อย่างไร ถ้าท่านรัฐมนตรีในฐานะผู้ที่เข้าร่วมประชุมจะใช้สิทธิในการเปึนรัฐมนตรีเพื่อชี้แจง ประกอบอะไรทั้งหมดก็ควรใช้ตอนที่เราได้พิจารณากัน หรือถ้าหากท่านจะใช้สิทธิ ความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ใช้สิทธิในการอภิปรายสลับกับผู้เห็นด้วยและผู้คัดค้าน ตามข้อบังคับการประชุม เพราะฉะนั้นในชั้นที่พิจารณาที่เคยปฏิบัติมา ท่านรัฐมนตรี จะไม่ได้ชี้แจงหรือนําเสนอรายงานที่เปึนร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาแก้ไขเลยนะครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ผมขอเชิญท่าน ส.ส. อิสสระ สมชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี และอีกตําแหน่งหนึ่งก็เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไม่ได้ชี้แจงอะไรมากมายครับ เพียงแต่แจ้งให้ทราบว่าในประเด็นซึ่งสมาชิกวุฒิสภาได้ทําการแก้ไขนั้น ทางฝ์ายกระทรวง ได้พิจารณาเห็นแล้วว่าเปึนการแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์แล้วก็สะดวกในการปฏิบัติงาน แค่นั้นเอง ไม่ได้ทําให้เนื้อหาสาระสําคัญได้เสียไปแต่ประการใด จึงคิดว่าไม่ขัดข้องตามที่ วุฒิสภาแก้ไข เปึนการแจ้งให้ทราบนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
มีสมาชิกท่านใดจะขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ไม่มีนะครับ ผมก็จะต้องเชิญสมาชิกเข้ามาร่วมลงมติได้แล้วครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ขอเชิญ สมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ เมื่อสมาชิก เข้าห้องประชุมกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรหรือเสียบบัตรไม่ทันไม่เปึนไรครับ ก็บอกเพิ่มได้นะครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๓๗ ท่าน ครบองค์ประชุม รวมทั้งผมด้วยครับ
ก็ขอถามมติที่ประชุมอย่างนี้นะครับ เมื่อวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ การรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมจะถามว่าสมาชิกท่านใดเห็นด้วย กับกรณีที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง กรุณาลงมติได้แล้ว ขอเชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ขอเจ้าหน้าที่ส่งผลการลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๖๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
ก็เปึนอันว่าร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้ผ่านการเห็นชอบของรัฐสภาเปึนที่เรียบร้อยแล้วตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓)
ขอท่านสมาชิกอย่าเพิ่งออกนอกห้องประชุมนะครับ เพราะว่าเราจะพิจารณา ค่อนข้างเร็วในเรื่องเลื่อนที่ ๓ เรื่องเลื่อนที่ ๔ ต่อ ๆ ไปนะครับ ขอท่านอยู่ในห้องประชุมก่อน อาจจะต้องลงมติบ่อยขึ้น
ต่อไปเปึนเรื่องเลื่อนที่ ๓ ก็กรณีเดียวกันคล้าย ๆ กันนะครับ พิจารณา กรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทํา ผิดกฎหมาย พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภามีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทําผิดกฎหมาย พ.ศ. .... และได้ส่งรายงานดังกล่าวมาให้สภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรก็จะต้องดําเนินการ ต่อไปตามมาตรา ๑๔๗ (๓) มีสมาชิกท่านใดต้องการจะอภิปรายหรือจะชี้แจงการแก้ไข ของวุฒิสภาบ้างไหมครับ คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒๓ ที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขว่าด้วยเรื่องกําหนดค่าใช้จ่าย ให้มีคณะกรรมการกําหนดค่าใช้จ่ายขึ้น คณะหนึ่งประกอบด้วยผู้บัญชาการทหารอากาศเปึนประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด และได้ตัดคําว่า กรมการขนส่งทางอากาศ ออก กลับไป เพิ่มเติม กรมการบินพลเรือน ขึ้นมา ทําให้องค์ประกอบของคณะกรรมการขาดตัวแทน ที่ควรที่จะได้มีบทบาทในการที่จะช่วยทํางานเรื่องการขนส่งทางอากาศ ซึ่งเราทราบว่า ปัจจุบันกรมการบินพลเรือนคือกรมการขนส่งทางอากาศ กรมเจ้าท่าก็คือกรมการขนส่ง ทางน้ําและพาณิชยนาวี ผมสงสัยว่าเจตนาที่ตัดออกแล้วไปเพิ่มกรมการบินพลเรือน มันจะมีองค์ประกอบนี้อยู่ไหมในการเปึนคณะกรรมการที่จะต้องกําหนดค่าใช้จ่าย ในการเอาเครื่องบินขึ้นขับไล่กีดขวางสกัดกั้น ซึ่งเปึนค่าใช้จ่ายอยู่พอสมควร ควรมี คณะกรรมการที่เปึนตัวแทน ซึ่งถ้าเปึนกรมการขนส่งทางอากาศก็เปึนกระทรวงคมนาคม นี่แปลว่าจะให้เปึนเรื่องของฝ์ายกระทรวงกลาโหมล้วน ๆ ใช่ไหม ในการที่จะกําหนด ค่าใช้จ่าย แล้วมีเจตนาที่จะให้ฝ์ายที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับการขนส่งทางอากาศเข้าไปเลย ผมอาจจะไม่ทราบว่ายังมีกรมนี้อยู่ในสารบบในงานของการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะฉะนั้นถ้าเพิ่มขึ้นมาแบบนี้ผมเข้าใจว่าจะทําให้องค์ประกอบของกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผู้รู้กรุณาได้ชี้แจงว่าเราออกกฎหมายตรงนี้มา แปลว่าจะทําให้เกิดความครอบคลุมในการที่จะกําหนดค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เพราะแน่นอน ยวดยานการขนส่งทางอากาศ เครื่องบินที่เกี่ยวข้องกับการพาณิชย์ทั้งหมดก็จะอยู่ เกี่ยวข้องกับของกระทรวงคมนาคมอยู่แล้วครับ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนรายละเอียดที่ควร มีความชัดเจนในการพิจารณาของสภา ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่เรามีปัญหากันว่าตอนที่ท่านรัฐมนตรีอิสสระ สมชัย ขึ้นมาพูดก็มีปัญหากันว่า ทําไมท่านรัฐมนตรีต้องขึ้นมาพูด พอมาถึงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนปัญหาทันทีเลย เพราะผมมีคําถามครับ เรื่องของการตั้งคณะกรรมการกําหนดค่าใช้จ่ายขึ้นมีการเปลี่ยนตัว จากผู้แทนกรมการขนส่งทางอากาศเปึนกรมการบินพลเรือน คําถามก็ง่าย ๆ เลยครับ ท่านประธาน ทําไมครับ ต้องมีคนตอบสิครับ ถ้าเกิดว่าเปึนคนที่รับผิดชอบดูแลตั้งแต่ ในชั้น ส.ส. ที่ผ่านมาแล้ว ชั้น ส.ว. จนกระทั่งกลับมาถึงชั้นเราอีก ต้องมีคนตอบเหตุผลได้ว่า ทําไม ส.ว. ถึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญจากตัวผู้แทนกรมการขนส่งทางอากาศ เปึนกรมการบินพลเรือน อย่างนี้ใครจะตอบครับท่านประธาน ขอให้ท่านประธานช่วยตอบผม ได้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น ใครชี้แจงครับ
จริง ๆ ไม่ได้กําหนดความรับผิดชอบไว้โดยตรง ก็จะเปึนเจ้าของร่างพระราชบัญญัติ ประสานเพื่อสอบถามวุฒิสภาว่ามีเหตุผลใดที่แก้ไขข้อนี้ ถ้าหากว่าไม่มีความกระจ่าง เราก็จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปสอบถามในคณะกรรมาธิการร่วมกันนะครับ ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่ต่างจากเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายซักถาม ท่านประธานเมื่อสักครู่ ประเด็นของผมก็คือ ผมมีความสงสัยว่าร่างพระราชบัญญัติที่ผ่าน การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วพอเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา วุฒิสภา เห็นด้วยก็ส่งกลับมาสภาผู้แทนราษฎร ประธานสภาผู้แทนราษฎรนําความกราบบังคมทูล เพื่อลงพระปรมาภิไธยประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้เปึนกฎหมายต่อไป ในระเบียบวาระ วันนี้บรรจุเรื่องที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรแล้วไปถึงวุฒิสภา มีการแก้ไขร่างกฎหมาย ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วถึง ๑๑ ฉบับ ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยตัวแทนของประชาชนที่เลือกตั้งกันมาทั้งระบบเขตและระบบสัดส่วน ปัจจุบันล้มหายตายจากไปบ้าง หลุดจากตําแหน่งไปบ้างก็เหลืออยู่ ๔๗๐ กว่าคน ๔๗๐ กว่าคน ทําไมมองไม่เห็นหรืออย่างไรข้อบกพร่องเหล่านี้จนต้องให้วุฒิสภา กลับมาแก้ไขกฎหมายที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรไป และเมื่อผ่านวุฒิสภากลับมา สภาก็ต้องมานั่งถกกันใหม่ มันเกิดอะไรขึ้นท่านประธานครับ นี่หมายความว่าสภาผู้แทนราษฎร ของเราทํางานไม่รอบคอบหรืออย่างไร กฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วถึงถูก วุฒิสภาแก้ไขฉบับแล้วฉบับเล่า แล้วบางฉบับเราก็เห็นด้วยกับวุฒิสภาก็โอเคผ่านไป อย่างพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการรับเด็กเปึนบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เปึนต้น แต่ถ้าเกิดสภาผู้แทนราษฎรเห็นต่างจากวุฒิสภา เอาละครับ กระบวนการต้องเข้าไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เสียเวลามากมายก่ายกอง ตรงนี้ เปึนสิ่งที่กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า สภาผู้แทนราษฎรต่อจากนี้ไปต้องพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับด้วยความรอบคอบ ไม่ใช่ส่งจากที่นี่ไปสภาสูง สภาสูงก็แก้ไข ทําไมพวกเรา ๔๗๐ กว่าคนมองไม่เห็นจุดบอดเหล่านี้หรืออย่างไร ท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ
ผมเรียนอย่างนี้ครับ สภาผู้แทนราษฎรก็พิจารณาร่างพระราชบัญญัติทุกฉบับ อย่างรอบคอบอยู่แล้ว แต่ประเด็นเทคนิคกฎหมายบางครั้งความคิดเห็นแตกต่าง เราก็ต้องรับฟัง แล้วก็หาส่วนที่ดีที่สุดนํามาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ บ้านเมือง เชิญนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะได้ อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระพิจารณากรณี วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรของเรา ในระเบียบวาระที่ว่าด้วย ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทําผิดกฎหมาย พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองไม่ได้ติดใจประเด็นการแก้ไขของวุฒิสภา เพราะทําตาม หน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ วุฒิสภามีหน้าที่พิจารณากลั่นกรอง ใช้คําว่า พิจารณา นะครับ พิจารณากฎหมายจากร่างพระราชบัญญัติที่ผู้แทนราษฎรส่งไป การพิจารณานั้นก็เปึนไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๖ แต่ผลการพิจารณา จะเปึนไปตามที่วุฒิสภาพิจารณานั่นก็แล้วแต่กรณี เช่น กรณีเห็นชอบก็ส่งขึ้นไป เปึนพระราชบัญญัติตามมาตรา ๑๕๐ ได้เลย กรณีไม่เห็นชอบก็ยับยั้งมา ตามมาตรา ๑๔๗ (๒) กรณีที่ให้มีการแก้ไข ถ้ามีมติแก้ไข ก็แก้ไขตามมาตรา ๔๗ (๓) แต่ว่ารัฐธรรมนูญเองก็บอกว่าถ้าแก้ไขแล้วต้องส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่าจะให้ ความเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ นี่เปึนกระบวนการครับ แต่ประเด็นที่ผมจะ กราบเรียนท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทําผิดกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งประเด็นสําคัญ ที่ผมอยากจะกราบเรียน วุฒิสภามีแก้ไขมาตราเดียวครับ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๓ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านไพจิต ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้อภิปรายไปแล้ว เรื่องเนื้อหาสาระว่าด้วยคณะกรรมการที่จะแต่งตั้งขึ้นเพื่อกําหนดอัตราค่าใช้จ่าย ประเด็นอย่างนี้ท่านประธานครับ วุฒิสภาได้ไปตัด ผู้แทนกรมการขนส่งทางอากาศ ออก แล้วไปเติม ผู้แทนกรมการบินพลเรือน เข้ามาแทน ท่านประธานที่เคารพครับ เท่าที่ผม พยายามสอบถามดูอํานาจหน้าที่ของกรมการขนส่งทางอากาศกับกรมการบินพลเรือน อํานาจหน้าที่ต่างกันครับ การที่ไปตัดกรมการขนส่งทางอากาศออก ผมถือว่าวุฒิสภา ไปแก้ไขในประเด็นสําคัญครับ ทําไมเปึนประเด็นสําคัญ ท่านประธานครับ การที่จะปฏิบัติ ต่ออากาศยานที่กระทําผิดต่อกฎหมายโดยสาระเนื้อหาทั้งหมดท่านประธานครับ อากาศยานที่จะทําผิดกฎหมายคือบินเข้าบินออกประเทศเรา กรมการขนส่งทางอากาศ เขามีหน้าที่ในการที่จะดูแล ในการที่จะดูว่าการบินเข้าบินออกประเทศเราเปึนหน้าที่ เขาโดยตรง ขณะที่กรมการบินพลเรือนเขาดูการบินภายในประเทศเท่านั้น มีเครื่องบิน จากต่างประเทศมาท่านเอาเครื่องบินไปจี้เขาลงมาบอกข้อหาค้าอาวุธอย่างนี้ ที่เปึน ประเด็นกันอยู่อย่างนี้ นั่นคือสิ่งที่ผู้แทนกรมการขนส่งทางอากาศเขาต้องดูแล ฉะนั้น ไปตัดเขาออกจากคณะกรรมการกําหนดค่าใช้จ่ายในคณะนี้ ทั้ง ๆ ที่เขามีภารกิจ โดยตรงนะครับท่านประธาน ผมถือว่าเปึนการตัดสาระสําคัญหรือแก้ไขสาระสําคัญ ออกไป สมควรอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีความเห็นเปึนอื่นที่จะไม่เห็นชอบ กับวุฒิสภาแก้ไข ถึงแม้ว่าแก้ไขเพียงเล็กน้อย แต่ประเด็นแก้ไขเปึนสาระสําคัญ ท่านประธานครับ กรณีการที่จะให้ความเห็นชอบกรณีวุฒิสภาแก้ไข ผมได้ทักท้วงท่านประธานไป วิธีการพิจารณาต้องกราบเรียนขออภัยท่านประธานครับ จริงครับ เปึนอํานาจของรัฐมนตรี ที่จะขอชี้แจงเรื่องใดก็ได้ตามข้อบังคับ ท่านประธานอนุญาตอยู่แล้ว แต่นั่นเปึนประเด็น ที่รัฐมนตรีเห็นว่าเกี่ยวข้องกับตัวเองจะขอชี้แจง ซึ่งแตกต่างจากท่านประธานบอกว่า ขอให้รัฐมนตรีชี้แจงเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติเสมือนวาระที่หนึ่งในขั้นเสนอหลักการ คนละประเด็นกันท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่รัฐมนตรีถ้าท่านมานั่งอยู่ตรงนี้ ถึงแม้ไม่ได้เปึนสมาชิกท่านก็ขอใช้สิทธิความเปึนรัฐมนตรีชี้แจงในประเด็นที่ท่าน อยากแสดงความเห็นได้ มีสิทธิอยู่แล้ว ข้อบังคับรองรับ ไม่ได้แปลกนะครับ ไม่ได้แปลกเลย คําถามจากเพื่อนสมาชิก ข้อสงสัยเพื่อนสมาชิกที่มีความสงสัยว่าใส่มาแล้วมันจะทําให้ กฎหมายเสียหายไปในสาระสําคัญหรือไม่ ผู้รู้ในที่นี้ ๓๐๐ กว่าคนสามารถแสดง ความคิดเห็นได้ถ้าความคิดเห็นโดยรวมรับได้ เรายินดีครับที่จะเห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไข ก็เปึนกฎหมายไป แต่เสียงส่วนใหญ่บอกว่าจากคําชี้แจงของสมาชิก คําอภิปรายของ สมาชิก คําชี้แจงของรัฐมนตรีที่แสดงความเห็นต่อการแก้ไขตรงนี้มันเปึนเรื่องที่เรา ยังรับไม่ได้ เขาก็เป่ดช่องให้อยู่แล้วครับ ไปตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปหา ข้อสรุปที่ดีที่สุดว่าจะเอาอย่างไร จะเติมผู้แทนกรมการบินพลเรือนมา ขัดข้องหรือไม่ ถ้าคณะกรรมาธิการร่วมกันเขาเอา ไม่มีปัญหาครับ แต่ถามว่าแล้วตัดผู้แทนกรมการขนส่ง ทางอากาศออกมีปัญหาไหม ถ้าคณะกรรมาธิการร่วมกันบอกว่ามีปัญหาเราก็เอาคงไว้ นี่อย่างไรคือความสวยงามของการพิจารณากฎหมายตามระบอบประชาธิปไตยในระบบ รัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองพยายามที่จะกราบเรียนท่านประธานในสิ่งที่ควรจะ ปฏิบัติให้เปึนไปด้วยดีที่สุดเพื่อกฎหมายจะออกมาดี ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมถือว่าวุฒิสภาแก้ไขสาระสําคัญ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับ ถ้าจะกรุณา ผมเชื่อว่าการตั้งกรรมาธิการร่วมกันน่าจะเปึนทางออกที่ดี ทางออกที่ดี ๑. ไปดูตรงนี้ ทางออกที่ดีที่ ๒ ครับ มีอะไรหลายอย่างที่ติดใจอยู่ก็ไปทบทวนได้ นี่คือทางออกของช่องรัฐธรรมนูญ ผมเลยกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ช่วยกันเถอะครับ ออกมติตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เขาพิจารณากันผมเชื่อ ๑-๒ อาทิตย์ ก็จบครับเรื่องนี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ผมเคยเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทําผิดกฎหมาย อยากจะเรียนชี้แจงกับท่านประธาน ผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกว่าในมาตรา ๒๓ ที่วุฒิสภาได้แก้ไขนั้นเปึนเพียงการเปลี่ยนชื่อ ของกรมการขนส่งทางอากาศเปึนกรมการบินพลเรือน ในชั้นการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อพิจารณาเสร็จแล้ว ณ เวลานั้นกรมการขนส่ง ทางอากาศยังมีชื่ออยู่ แต่ต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเปึนกรมการบินพลเรือน เพราะฉะนั้น ในชั้นวุฒิสภาก็แก้ไขให้ตรงกับความเปึนจริงเท่านั้นเองครับ ท่านประธานคงทราบนะครับ กรมนี้เคยเปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้ง เดิมชื่อกรมการบินพาณิชย์ ต่อมาป้ ๒๕๔๕ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระทรวง ทบวง กรมกันใหม่ ก็เปลี่ยนชื่อเปึนกรมการขนส่ง ทางอากาศ แล้วต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเปึนกรมการบินพลเรือน เพราะฉะนั้นการที่วุฒิสภา ไปแก้ไขตรงนี้ก็เพียงทําให้ชื่อมันตรงกันเท่านั้นนะครับ ไม่ได้แก้ไขสาระสําคัญใด ๆ ทั้งสิ้น จึงเรียนมายังท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทราบครับ ขอบคุณครับ
ถ้าฟังจากคุณอภิชาตก็สรุปว่าหน่วยงานเปึนหน่วยงานเดิมนะครับ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อ เท่านั้นเอง ในช่วงนี้จะขอให้ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ชี้แจงข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน กับคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นะครับ เชิญท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การพิจารณากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรผมอยากทําความเข้าใจ นิดหนึ่งว่ากรณีที่ส่งไปวุฒิสภา วุฒิสภามีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมอะไรต่าง ๆ ผมอยากจะ เรียนให้ความเปึนธรรมกับทางวุฒิสภาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ก็เคยเปึนสมาชิกวุฒิสภารุ่นเดียวกับผมที่มาจากการเลือกตั้งรุ่นแรก คืออย่างนี้ การพิจารณากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรเราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า มันมีปัญหาในการพิจารณาในบางครั้ง เพราะส่วนใหญ่นั้นการพิจารณาหรือมีมติของ สภาผู้แทนราษฎรนั้นเปึนไปตามมติของรัฐบาลหรือเสียงข้างมาก คือรัฐบาลเสนอ กฎหมายอะไรมาส่วนใหญ่เปึนไปตามนั้น ใครที่เปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลทุกครั้ง เราจะรู้ในความเปึนจริง เพราะฉะนั้นบางครั้งกฎหมายก็มีปัญหา วุฒิสภาก็มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงนั้นเปึนเรื่องของวิธีการและสิ่งที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรก็ด้วยเหตุด้วยผล อย่างกรณีนี้คือเมื่อทราบข้อเท็จจริงแล้ว การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตรงนี้ว่ามันเปึนกรมเดียวกันแต่เปลี่ยนชื่อ แล้วทางวุฒิสภาก็แก้ไข ให้ถูกต้องตามชื่อปัจจุบันที่ใช้อยู่ จาก กรมการขนส่งทางอากาศ มาเปึน กรมการบินพลเรือน เพราะฉะนั้นตรงนี้มันก็คงหายข้อข้องใจแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าได้รับคํายืนยันจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ๒ กรมนี้คือกรมเดียวกัน เพราะฉะนั้นกฎหมาย ฉบับนี้ก็ไม่มีปัญหาในการที่วุฒิสภาแก้ไขครับ
ท่านพีรพันธุ์ยังต้องการจะอภิปรายหรือครับ ขอฟังท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ก่อน สักนิดหนึ่งนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งจริง ๆแล้ว ท่านสมาชิกก็ได้พูดแล้ว แต่ว่าเพื่อสภานี้จะได้เข้าใจว่าหลังจากที่สภาของเราได้ผ่าน ร่างพระราชบัญญัตินี้ไปแล้ว เรามีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อกรมจาก กรมการขนส่ง ทางอากาศ เปึน กรมการบินพลเรือน เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ซึ่งสภาเราเห็นชอบ ตอนนั้นยังไม่เปลี่ยน ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉะนั้นเมื่อกระบวนการ ไปที่วุฒิสภาเราประกาศแล้วก็เหมือนว่าได้เปลี่ยนในขั้นตอนนั้นแค่นั้นเองครับ ซึ่งเปึน กรมเดียวกัน ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร เมื่อฟังคําชี้แจงว่าเพียงแต่เปึน การเปลี่ยนชื่อเท่านั้น บรรทัดสุดท้ายก็ยังมีคําว่า ผู้บัญชาการกรมควบคุมการปฏิบัติการ ทางอากาศ ดูชื่อมีคําว่ากรม แต่ผมก็เข้าใจว่าจะหมายถึงกรมของกองทัพอากาศ ไม่ใช่กรมในกระทรวงตามที่เข้าใจกันนะครับ ผมมีข้อสังเกตถามท่านประธานอย่างนี้ว่า นี่ยังโชคดีที่การเปลี่ยนชื่ออยู่ระหว่างการพิจารณา มันยังไม่ออกเปึนกฎหมาย แต่ถ้าสมมุติว่า มันออกเปึนกฎหมายไปแล้วมีการเปลี่ยนชื่อ ซึ่งจะมีบ่อยมากครับในกระทรวง กระทรวงพาณิชย์ เปึนกระทรวงหนึ่งที่กรมนั้นเปลี่ยนชื่อเปึนกรมนี้ กรมนี้เปึนกรมนั้น เปลี่ยนอยู่ตลอดครับ เราจะมีวิธีการอย่างไรที่เมื่อเพียงแต่เปลี่ยนชื่อ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหา ไม่ได้เปลี่ยนอํานาจ และหน้าที่ของกรมอย่างนี้ เพื่อจะให้กฎหมายมันเดินหน้าของมันไป สมมุติว่ากฎหมาย ฉบับนี้ออกไปแล้ว แล้วกระทรวงมาเปลี่ยนชื่อจากกรมการขนส่งทางอากาศเปึนกรมการบิน พลเรือน เดี๋ยวพอเปลี่ยนชื่อไปทําให้กรมการบินพลเรือนไม่มีชื่ออยู่ในกฎหมายนี้จะตีความกัน ยุ่งยาก แล้วถ้าย้อนกลับมาแก้ไขกฎหมายอีกซึ่งจะใช้เวลานานกว่าจะแก้ไข เพียงมาตราเดียว มันใช้เวลาครับ จะมีวิธีการอย่างไรไหมที่จะทําให้เราคิดว่าถึงแม้มันมีเพียงแต่การเปลี่ยนชื่อกัน ภายหลัง แต่เข้าใจว่ามันคืออะไร คือกรมไหนอันเดิมก็ทําหน้าที่นั้นต่อไปจนกว่าถึงเวลา ที่เหมาะสมค่อยมีการแก้ไข ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับท่านประธาน
เรื่องนี้ผมวินิจฉัยอย่างนี้เปึนการทําให้มันครบกระบวนการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ต่อไปคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีนิดเดียวครับ คือเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีนั้นก็ได้ชี้แจงชัดเจน แล้วก็เพื่อนสมาชิกชี้แจงว่า กรมการขนส่งทางอากาศเปลี่ยนชื่อเปึนกรมการบินพลเรือน ทีนี้ที่ผมจะต้องถามตัวผู้ชี้แจง เพราะอย่างนี้ ท่านประธานครับ คืองานของกรมการขนส่งทางอากาศผมเข้าใจว่ามันมี ๒ เรื่องครับ ก็คือมีงานเรื่องเดินอากาศ เรื่องการเดินอากาศก็จะเปึนเรื่องของแอร์ เนวิเกชัน (Air navigation) ส่วนหนึ่งก็จะเปึนเรื่องของการขนส่งคือ แอร์ ทรานสปอร์เทชัน (Air transportation) คราวนี้พอท่านเปลี่ยนชื่อนี่ครับ เปลี่ยนชื่ออย่างเดียวใช่ไหมครับ แต่ภารกิจยังคงเดิมทั้ง ๒ เรื่องใช่ไหมครับ หรือว่าแยกออกไปอีกครับ อันนี้ถ้าเกิดว่ายังเหมือนเดิม ผมก็คิดว่าก็คงจะไม่มีสาระสําคัญ เพราะเปลี่ยนแต่ชื่ออย่างเดียวครับ ฉะนั้นผมก็น่าจะ เข้าใจถูกว่าเปลี่ยนแต่ชื่อใช่ไหมครับท่าน ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าที่จริงการเปลี่ยนชื่อ เราเปลี่ยนไป ๒ กรมก็คือ กรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวีก็เปึนกรมเจ้าท่า กรมการขนส่งทางอากาศก็เปึนกรมการบินพลเรือน ซึ่งก็ตรงกับภารกิจ ส่วนเนื้อหาภารกิจ อะไรต่าง ๆ ไม่ได้เปลี่ยน โดยเราได้ออกเปึนพระราชกฤษฎีกาไป ฉะนั้น ครม. ก็ได้ อนุมัติตามนั้น เปลี่ยนแต่ชื่อครับ เพื่อให้ตรงกับภารกิจแค่นั้นเอง ฉะนั้นภารกิจต่าง ๆ ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไป อย่างที่ผมกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ไปแล้วว่าขณะที่เราพิจารณา อยู่ในขั้นตอนกระบวนการซึ่งไม่ได้เปึนความผิดของสภาแห่งนี้ว่าไม่ได้รอบคอบอะไร ก็ไม่ได้เปึนความผิด ส่วนสมาชิกที่สงสัยก็ไม่ได้เปึนความผิดอะไร เพราะว่าการเปลี่ยนชื่อ กรมต่าง ๆ บางทีท่านอาจจะไม่ทราบ แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการทางราชการ ราชการก็แจ้ง มาตามกระบวนการของทางราชการว่ามีการเปลี่ยนชื่อแล้ว ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านก็เปลี่ยน ให้ตรงแค่นั้นเอง ซึ่งไม่มีอะไรได้เปลี่ยนแปลงในเนื้อหาสาระอะไร ฉะนั้นจึงไม่เปึนประเด็น ความบกพร่องของใครแต่ประการใดครับ ขอบคุณครับ
ต้องขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ เชิญเสียบบัตร แสดงตนครับ ขอเชิญสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนกรุณายกมือด้วยนะครับ ส่งผลการแสดงตนครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๖ ท่าน ครบองค์ประชุม
ผมจะถามสมาชิกว่าท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียงนะครับ ขอเชิญ สมาชิกลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ลงมติไหมครับ กรุณาส่งผลการลงมติด้วยนะครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๒ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขนะครับ เปึนอันว่า ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่ทําผิดกฎหมาย พ.ศ. .... ได้ผ่าน รัฐสภาเปึนที่เรียบร้อยตามมาตรา ๑๔๗ (๓) แล้วนะครับ
ก่อนจะพิจารณาต่อไปก็ขอท่านสมาชิกนะครับ เพราะว่าหลังจากนี้จะเปึนเรื่อง ที่เกี่ยวกับวุฒิสภาแก้ไข จะอภิปรายค่อนข้างเร็วก็ขอความกรุณาท่านอยู่ในห้องประชุม จะได้ไม่เสียเวลาในการเชิญท่านเข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ
ต่อไปเรื่องที่ ๔ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... โดยที่วุฒิสภาได้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) นะครับ ผมก็จะเริ่มดําเนินการต่อเลย จะมีสมาชิกท่านใดชี้แจงข้อเท็จจริงให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบไหมครับ หรือมีสมาชิก ท่านใดยังติดใจสงสัย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม ที่ส่งให้ สภาพิจารณาในครั้งนี้ ท่านประธานครับ เปึนร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชน และครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเรา ได้ให้ความเห็นชอบแล้วส่งไปวุฒิสภา วุฒิสภาได้ไปพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๖ ได้แก้ไขเพิ่มเติม กระผมได้ตรวจสอบดูในรายการที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดมีการแก้ไข ๓๙ มาตรา เพิ่มเติมอีก ๑ มาตรา รวมทั้งหมด ๔๐ มาตรา ก็ถือว่าเปึนการแก้ไขที่ค่อนข้างมากในเนื้อหาสาระ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นแก้ไขมาก แก้ไขน้อย กระผมเองไม่ถือเปึนใจความสําคัญที่จะ กราบเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าการที่จะให้ความเห็นชอบกับ วุฒิสภาแก้ไขหรือไม่นั้นผมยึดถือเอาสาระเปึนหลัก เอาสาระในตัวบทเปึนหลักนะครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ มีหลายเรื่องที่ผมต้องขออนุญาต กราบเรียน แต่ผมคงไม่อภิปรายทั้ง ๔๐ มาตรา จะเอาประเด็นที่ผมเห็นว่าการแก้ไข ของวุฒิสภานั้นอาจจะเข้าข่ายทําให้กฎหมายฉบับนี้นําไปสู่การบังคับใช้ที่อาจจะมีปัญหา โดยเฉพาะประเด็นของการก้าวก่ายอํานาจหน้าที่ระหว่างอํานาจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึน อํานาจทางด้านบริหาร อํานาจทางด้านตุลาการ สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ประเด็นแรกสุดที่ผมคิดว่าการแก้ไขของวุฒิสภาแก้ไขแล้วทําให้มี ความยากต่อการปฏิบัติในมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๕ วุฒิสภาได้แก้ไข ๒ ส่วน ในวรรคหนึ่ง แก้ไขเรื่องคุณสมบัติของผู้พิพากษาสมทบ มาตรานี้ว่าด้วยผู้พิพากษาสมทบครับ กระผมเองไม่ติดใจครับว่าจากเดิมไม่ต่ํากว่าชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่องวุฒิการศึกษา วุฒิสภาไปเพิ่มเติมเปึนไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือเคยเปึนผู้พิพากษาสมทบ อันนี้ไม่ติดใจ แต่ประเด็นในวรรคสามท่านประธานครับ วุฒิสภาได้ไปแก้ไขเพิ่มเติม เรื่องของวาระการดํารงตําแหน่งของผู้พิพากษาสมทบ ร่างพระราชบัญญัติเดิมนะครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานและที่ประชุมได้รับทราบ ผู้พิพากษาสมทบ ให้ดํารงตําแหน่งคราวละสามป้ แต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ที่พ้นจากตําแหน่ง เนื่องจากครบวาระให้ดํารงตําแหน่งต่อไปอีกก็ได้ อันนี้คือร่างพระราชบัญญัติเดิมนะครับ ท่านประธาน ทางวุฒิสภาได้ไปแก้ไขเพิ่มเติมตัดคําว่า แต่ ออกครับ เพิ่มคําว่า และ และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ที่พ้นจากตําแหน่งเนื่องจากครบวาระ ให้ดํารงตําแหน่งต่อไปอีกก็ได้ แล้วเพิ่มถ้อยคําเข้ามาว่า แต่จะดํารงตําแหน่งเกินสองวาระ ติดต่อกันมิได้คือข้อความที่เพิ่มเข้ามา สาระเปลี่ยนอยู่ตรงที่ว่าเดิมไปกําหนดวาระว่า จะเปึนกี่วาระก็ได้ เพราะว่าในกฎหมายนี้เขียนยึดโยงเปึนพระราชอํานาจที่จะ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เพราะต้องนําทูลและทรงจะโปรดเกล้าฯ ให้ดํารงตําแหน่ง ต่อไป เพราะว่าตําแหน่งนี้เปึนตําแหน่งโปรดเกล้าฯ อยู่แล้ว แต่การกําหนดวาระว่า จะเกิน ๒ วาระติดต่อกันมิได้ ตรงนี้ในมุมของกฎหมายโดยหลักวิชาการดูเหมือนดี ท่านประธานครับ ดูเหมือนดี เพราะจะได้ไปจํากัดว่าคุณจะต้องไม่อยู่เกิน ๒ วาระ วาระละ ๓ ป้ อย่างมากก็ ๖ ป้ เพื่ออะไรครับ เพื่อจะได้ไม่ไปสร้างอํานาจอิทธิพลอะไรต่าง ๆ ในกรณีที่จะใช้อํานาจหน้าที่ ในทางที่มิชอบ แต่ประเด็นที่สําคัญท่านประธานครับ ในกรณีที่เราให้อํานาจเปึนอํานาจ ทางด้านตุลาการอํานวยความยุติธรรม ผู้ที่ได้รับการสรรหาคัดเลือกเข้ามาสู่ตรงนี้เปึน ตําแหน่งโปรดเกล้าฯ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องยอมรับก็คือว่าเปึนตําแหน่งที่มีความสําคัญ บุคคลธรรมดามิสามารถเข้าสู่การทูลเกล้าฯ ที่พระองค์ท่านทรงโปรดเกล้าฯ ได้ ด้วยความเชื่อ อย่างนี้ก็ไม่กําหนดตําแหน่งวาระไว้ว่าจะต้องเปึน ๒ วาระติดต่อกัน
อีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ การกําหนด ๒ วาระติดต่อกัน สิ่งที่จะ เปึนปัญหาครับท่านประธาน สิ่งที่เปึนปัญหาก็คือว่าในฐานะผู้ปฏิบัติการที่จะสรรหา คัดเลือกผู้ที่จะเปึนผู้พิพากษาสมทบแล้วนําทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ลงมา เข้าไปทําหน้าที่ ถ้าสมมุติว่าครบวาระแล้วต้องยกออกไปทั้งหมด การสรรหา การคัดเลือกนําทูลเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ก็เปึนกระบวนการใหม่ ก็เริ่มการใหม่ สิ่งที่เปึนประเด็นก็คือเรื่องของความรู้ ประสบการณ์ที่ทําในหน้าที่นั้น ๆ แน่นอนครับผู้ที่มานี่มีคุณสมบัติมีความรู้ความสามารถ อยู่แล้ว แต่ความรู้เฉพาะด้านที่ใช้ในการทําหน้าที่นั้น ๆ ขณะที่ทําหน้าที่อยู่ เมื่อเทียบกับ คนที่มีความรู้ความสามารถ คนดีที่เขาทําอยู่แล้วสามารถทํางานต่อเนื่องกันไปได้ คนที่ เข้ามาใหม่ก็มาเริ่มใหม่ทั้งหมด อันนี้เกิดความยุ่งยากต่อผู้ปฏิบัติ ทางผู้ที่ปฏิบัติเขาบอกว่า ถ้าจะเขียน ๒ วาระก็ได้ แต่อยากจะให้พิจารณาเพิ่มเติมสักนิดหนึ่งว่า กรณีที่เปึนคนดี มีความรู้ความสามารถก็อาจจะสามารถดํารงวาระคาบเกี่ยวได้ต่อเนื่องได้ นี่เปึนเหตุผล ข้อแรกที่คิดว่าการที่จะทําอย่างนั้นได้ต้องไปพิจารณาในชั้นของกรรมาธิการร่วมกัน
ต้องขออภัยคุณหมอ ขอขัดจังหวะคุณหมอต้อนรับบรรดาท่านผู้มีเกียรติที่มาเยี่ยมเรา สักนิดนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับชมรมผู้สูงอายุจังหวัดสมุทรสงคราม ขอให้ ท่านเดินทางกลับปลอดภัยนะครับ ขอขอบคุณที่กรุณามาเยี่ยมเรา เชิญคุณหมอต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นที่ ๒ ผมยกบางมาตรา ท่านประธานดู มาตรา ๙๐ ครับ มาตรา ๙๐ วุฒิสภาได้ไปแก้ไขเพิ่มเติม ถ้อยคํานะครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ เมื่อมีการฟัองคดีต่อศาลว่า เด็กหรือเยาวชนกระทําความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกําหนดไว้ ให้จําคุกไม่เกินยี่สิบป้ เด็กหรือเยาวชนนั้นจะต้องสํานึกในการกระทํา คําว่า สํานึก ในการกระทํา ตรงนี้วุฒิสภาได้เพิ่มขึ้นครับ และผู้เสียหายยินยอมและโจทก์ไม่คัดค้าน ท่านประธานครับ สิ่งที่ทางผู้ปฏิบัติเปึนห่วงก็คือว่าการที่วุฒิสภาไปเติมคําว่า สํานึก ในการกระทํา ไม่ได้ติดใจครับ เพราะว่ารู้สึกเปึนนามธรรมพอสมควร แต่สิ่งที่ติดใจก็คือว่า และโจทก์ไม่คัดค้าน นั่นหมายความว่าการที่ศาลจะพิพากษาจะตัดสินลงไป จะต้องไปขอ ความเห็นจากโจทก์ด้วย ท่านประธานครับ กระบวนการอย่างนี้ถือว่าเปึนการก้าวล่วง ดุลยพินิจของศาลหรือไม่ ที่จะทําหน้าที่โดยความบริสุทธิ์โดยสุจริต ขนาดเราอํานาจ นิติบัญญัติเราเขียนไว้ในข้อบังคับซึ่งสอดรับกับรัฐธรรมนูญเลยว่าอะไรที่อยู่ในอํานาจ หน้าที่ของศาล สภาผู้แทนราษฎรฝ์ายนิติบัญญัติเราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ว่ากฎหมาย ฉบับนี้เขียนออกมาว่าศาลจะต้องไปขอความเห็นจากโจทก์ว่าโจทก์จะคัดค้านหรือไม่ ถ้าโจทก์ไม่คัดค้านก็ถือว่ายินยอมพิพากษาได้ตัดสินได้ คือประเด็นอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าเราไม่พิจารณาให้ถ้วนถี่ ถึงแม้ว่าดูเหมือนจะสามารถนําสู่การปฏิบัติได้ โดยข้อเท็จจริงแล้วการปฏิบัติจริง ๆ อาจจะมีข้อติดขัดข้อขัดข้องในการที่จะดําเนินการ
อีกมาตราหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๒๖ วุฒิสภาได้ไปแก้ไข เพิ่มเติมในวรรคสองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ข้อความคือ กรณีศาลเห็นสมควร ปล่อยตัวเด็กหรือเยาวชนชั่วคราว ในกรณีที่ความผิดมีอัตราโทษจําคุกอย่างสูงเกินสิบป้ ให้ศาลสอบถามความเห็นของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการแล้วแต่กรณี ประกอบการพิจารณาปล่อยชั่วคราว เว้นแต่ไม่อาจสอบถามได้ โดยมีเหตุอันสมควร ศาลจะงดการสอบถามเสียก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ วุฒิสภาเพิ่มเติมมาทั้งวรรคครับ ความหมายคืออะไรครับ ศาลพิพากษา แต่ว่าหากเปึนความผิดที่มีอัตราโทษจําคุกสูงเกิน ๑๐ ป้ศาลต้องไปถามความเห็นอัยการ ต้องไปสอบถามอัยการ ไปสอบถามความเห็น ของพนักงานสอบสวน ท่านประธานครับ กระบวนการอย่างนี้หรือเปึนกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกลับไปกลับมาและเชื่อมั่นในดุลยพินิจของศาลมอบให้ท่านเปึนผู้พิพากษาตัดสินคดี ไปแล้ว การที่จะตัดสินต้องไปสอบถามอัยการอีกใช่ไหมครับ แล้วคดีมันจะสิ้นสุดหรือ ท่านประธาน ผมเองเสียดายไม่ได้เรียนด้านนี้มาโดยตรงครับ แต่พยายามที่จะศึกษา หาความรู้มาเพื่อที่จะทําหน้าที่ในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎร ผมเห็นว่าวิธีการอย่างนี้ เสมือนว่าศาลเองไม่มีดุลยพินิจโดยชอบจะต้องไปขอความเห็นจากอัยการในกรณีนี้
อีกกรณีหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๖๐ วุฒิสภาได้เพิ่มเติม สิทธิของคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่จะยินยอมหรือไม่ก็ได้ เมื่อศาลสั่งให้คู่ความ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไปให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญตรวจร่างกายเก็บตัวอย่างเลือดสารคัดหลั่ง เพื่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอันเปึนประเด็นข้อพิพาทที่สําคัญแห่งคดี ถ้าท่านประธาน เปึนศาลครับท่านบอกว่าไปตรวจดีเอ็นเอ (DNA) กําลังดังครับท่านประธาน แต่บุคคล ที่ศาลสั่งบอกว่าผมไม่ตรวจ ดิฉันไม่ตรวจ แล้วคดีนี้จะสิ้นสุดอย่างไรท่านประธาน เมื่อเปึนคําสั่งศาลขึ้นสู่ศาลแล้ว ผมก็ไม่เข้าใจวุฒิสภาเพิ่มเติมมานี้มีประเด็นที่จะคุ้มครอง สิทธิของพี่น้องประชาชนหรืออย่างไร แต่การคุ้มครองสิทธินั้นก็พึงภายใต้กฎหมายที่ชอบ ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นนี้ถ้าศาลมีดุลยพินิจว่าจําเปึนท่านประธานครับ อย่างมาตรา ๑๖๐ นี้ชัดเจนครับ เมื่อศาลสั่งให้ไปดําเนินการแต่คู่ความหรือบุคคล ที่เกี่ยวข้องไม่ยินยอมก็ไม่สามารถดําเนินการตามที่ศาลสั่งได้ อันนี้เปึนข้อกฎหมาย ที่เขียนให้ไม่ต้องดําเนินการนะครับ ก็เปึนประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าประเด็นอย่างนี้ มันจําเปึนจะต้องไปหารายละเอียด ไปหาข้อสรุปว่าทางออกที่ดีที่สุดควรจะเปึนอย่างไร ในชั้นของคณะกรรมาธิการร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็วุฒิสภา ท่านประธานครับ นี่ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างคร่าว ๆ ให้ท่านประธานเห็นในสิ่งที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมมา ด้วยความรอบคอบของกฎหมายที่จะออกไปบังคับใช้ ซึ่งแน่นอนครับ มีผลกระทบกับผู้คน ที่เกี่ยวข้องทุกฝ์าย ผมคิดว่าการออกกฎหมายด้วยความรอบคอบน่าจะเปึนประโยชน์ สูงสุดกับพี่น้องประชาชน การที่เราพยายามจะทําอะไรนะครับ ผมก็เห็นใจกรรมาธิการ ของทางฝ์ายศาลนะครับ ท่านก็มีความปรารถนาดีว่าอยากให้กฎหมายฉบับนี้ออกไปเร็ว เพื่อจะได้บังคับใช้ เพื่อจะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนหลายอย่างอาจจะพอยอมรับได้ พอยอมรับได้ในบางครั้งอาจจะเปึนการขัดขวางต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่านเพื่อให้ การดําเนินการตามหน้าที่ของท่านในการอํานวยความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชน ขาดความเที่ยงธรรม ขาดสิ่งที่จะเปึนประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ขอเถอะครับว่าเราตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันไปดู ในรายละเอียดก็น่าจะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณครับ
สมาชิกทางนี้บ้างนะครับ คุณทศพล เพ็งส้ม แล้วก็จะเปึนดอกเตอร์พีรพันธุ์ นายแพทย์ บรรพตนะครับ ผมขอขัดจังหวะสักนิดนะครับ ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาเยี่ยมสภานะครับ คุณทศพล สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหาร สมาชิก พนักงาน ผู้นําชุมชน องค์การบริหารส่วนตําบลวังมะปราง อําเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ๕๐ ท่าน ก็ต้องขอให้ ท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ขอขอบคุณที่มาเยี่ยมชมและขอขอบคุณท่าน ส.ส. สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ด้วยนะครับ เชิญคุณทศพล เพ็งส้ม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับ ในส่วนของผมในฐานะที่เปึน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณานะครับก็ไม่ติดใจ
ในประเด็นแรก ในมาตรา ๒๕ ที่เพื่อนสมาชิกได้บอกว่าเรื่องวาระ ๓ ป้ ที่จะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกิน ๒ วาระไม่ได้นั้น กราบเรียนท่านประธานครับ วาระ ในการดํารงตําแหน่งทั้ง ๒ วาระ ถึง ๖ ป้ ฉะนั้นถ้าในช่วง ๖ ป้ ผู้พิพากษาสมทบคนอื่น ๆ ก็สามารถเข้ามาได้ เดิมทีเดียวนะครับมีการพูดกันเหมือนกันเรื่องวาระของผู้ดํารงตําแหน่งว่า จะทั้งหมดกี่วาระ แต่เนื่องจากในช่วงระยะเวลาที่ผู้พิพากษาสมทบต้องเข้ามาทํางาน ท่านประธานอย่าลืมนะครับว่าผู้พิพากษาสมทบหลาย ๆ ท่าน ๑. อายุมาก ๒. ถ้าเกิดเรา ไม่กําหนดระยะเวลาหรือวาระในการดํารงตําแหน่ง ๒ วาระแล้ว เราก็ย่อมไม่สามารถ พัฒนาบุคลากรที่เข้ามาเปึนผู้พิพากษาสมทบได้เลย ก็ยังเปึนบุคคลเดิม ๆ แต่ถ้าเกิดมี วาระขึ้นมาก็จะเปึนการบังคับให้แต่ละศาลนั้นคัดสรรผู้พิพากษาหรือเตรียมผู้พิพากษา ในการที่จะรองรับบุคลากรที่จะพ้นวาระออกไปตามมาตรา ๒๕ ฉะนั้นเรื่องวาระ ๒ วาระนั้นคงไม่ขัดข้อง
ต่อไปนะครับ ในมาตรา ๙๐ ท่านประธานครับ มาตรานี้สิ่งที่สําคัญ ในการให้ความยินยอมการกระทําความผิดในเรื่องสํานึกในการกระทํานั้น และผู้เสียหาย ยินยอมและโจทก์ไม่คัดค้าน สิ่งที่สําคัญครับท่านประธานในมาตรา ๙๐ นั้น โจทก์ในที่นี้ ก็คือพนักงานอัยการนั่นเอง พนักงานอัยการได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าการที่ ผู้เสียหายไม่ยินยอมนั้นแล้วเด็กหรือเยาวชนได้สํานึกในการกระทํานั้น ๑. ไม่ได้เกิดขึ้น ด้วยการบังคับขู่เข็ญ การที่โจทก์ต้องเข้ามายินยอมหรือไม่คัดค้านนั้นเปึนการเพิ่มน้ําหนักว่า สิ่งที่เด็กหรือเยาวชนสํานึกในการกระทํานั้นเปึนการสํานึกจริง ๆ ไม่ใช่สํานึกเพราะต้องรอผล เพื่อให้ผลของคําพิพากษานั้นมีผลกับเด็ก หรือแม้กระทั่งการยินยอมของผู้เสียหายนั้น เปึนการยินยอมโดยที่มีน้ําหนักน่าเชื่อถือ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเปึนการกลั่นกรอง ทั้งผู้เสียหายก็ถูกกลั่นกรองโดยโจทก์ก็คือพนักงานอัยการและตัวจําเลยหรือเด็กนั้น ก็ถูกกลั่นกรองว่าการที่เขาสํานึกในการกระทําความผิดนั้นเกิดจากจิตสํานึกจริง ๆ มิใช่เกิด จากการบังคับขู่เข็ญ
อีกอันหนึ่งก็คือในมาตรา ๑๒๖ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๒๖ ถ้าดู จริง ๆ แล้วในส่วนที่ท่านวุฒิสภาแก้มานั้นเปึนความผิดอัตราโทษจําคุกอย่างสูงเกิน ๑๐ ป้ ท่านประธานครับ ตรงนี้ละครับ เขากําหนดไว้แล้วนะครับว่าโทษจําคุกอย่างสูง ๑๐ ป้ ให้ศาลสอบถามความเห็นของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการแล้วแต่กรณี ประกอบการพิจารณาการปล่อยชั่วคราว ท่านประธานครับ บางท่านอาจจะไม่ทราบว่า การปล่อยชั่วคราวนั้นเปึนเรื่องหลักในการที่ให้เสรีภาพของประชาชน แต่สิ่งที่สําคัญครับ การปล่อยนั้นจะต้องไม่ไปยุ่งหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขากระทําความผิดเช่น เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ดี เข้าไปก้าวก่ายหรือแม้กระทั่งไปข่มขู่พยาน การที่จะต้องสอบถาม พนักงานอัยการก็ดีหรือพนักงานสอบสวนก็ดีจะได้ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้น แต่ท่านประธานครับ มาตรานี้จะเห็นได้ชัดว่าเพื่อประกอบการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ในช่วงที่มีความผิดอัตราโทษอย่างสูงเกิน ๑๐ ป้นั้น เดิมทีเดียวไม่ต้องฟังหรอกครับ ไม่ต้องฟังพนักงานสอบสวน ไม่ต้องฟังพนักงานอัยการหรอกครับก็สามารถสั่งปล่อยตัว ชั่วคราวได้ แต่ในกรณีนี้เปึนการกลั่นกรองในการใช้ดุลยพินิจของศาลอีกครั้งหนึ่งว่า ในกรณีที่อัตราโทษจําคุกอย่างสูงเกิน ๑๐ ป้นั้นต้องสอบถามก่อน สอบถามพนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวนเสียด้วยซ้ํา ฉะนั้นผู้พิพากษาสามารถสอบถามได้ทั้งพนักงานอัยการ และพนักงานสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงปรากฏชัด ส่วนศาลจะเชื่อตามพนักงานสอบสวน หรือจะเชื่อตามพนักงานอัยการหรือไม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องฟังเพื่อประกอบการปล่อยตัวชั่วคราว
อีกมาตราหนึ่ง ก็คือ มาตรา ๑๖๐ ท่านประธานครับมาตรานี้เพื่อนสมาชิก อาจจะสงสัยว่าตอนแรกผมก็คิดอย่างเพื่อนสมาชิกนะครับว่า ในมาตรา ๑๖๐ วรรคแรก ตอนท้ายว่า ให้ถือเปึนสิทธิของคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ได้ หลักนี้ครับ เปึนหลักสิทธิจริง ๆ ในการที่จะคุ้มครองบุคคลในการที่จะให้ตรวจหรือไม่ตรวจก็ได้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดเมื่อสักครู่เรื่องดีเอ็นเอ แต่ในทางตรงกันข้ามวรรคสุดท้ายครับ ในกรณีที่ถูกขัดข้องแล้วอีกฝ์ายหนึ่งเขาบอกขอให้ตรวจแต่ไม่ตรวจ ถ้าไม่อย่างนั้น คดีมันก็จะไม่จบ แล้วข้อสันนิษฐานนี้เปึนข้อสันนิษฐานที่สําคัญต่ออนาคตของทั้ง ๒ ฝ์าย ฉะนั้นกฎหมายถึงจําเปึนที่จะต้องบอกไว้ว่าถ้าไม่ตรวจโดยไม่มีเหตุสมควร ในนี้เขาเขียน ไว้ชัดนะครับว่าเมื่อไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่นอะไรครับ เมื่อตรวจแล้วเด็กอาจจะมีปัญหา หรือแม้กระทั่งผู้ที่ตรวจนั้นอาจจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพก็ไม่เปึนอะไร แต่ถ้ามีเหตุผล สมควรก็ไม่เข้าข้อสันนิษฐาน แต่ถ้าบอกตรวจแล้วฉันไม่อยากให้ตรวจเพราะว่า ฉันไม่สบายใจ อันนี้ไม่มีเหตุผลอันสมควร จึงเข้าข้อสันนิษฐาน ฉะนั้นผมจึงเห็นด้วย กับที่วุฒิสภาท่านแก้ไขมา ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้วุฒิสภาได้มีการแก้ไขมาก เท่าที่ผมได้ดูคร่าว ๆ ก็เห็นว่า คงจะต้องมีความจําเปึนที่ควรจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นไปพิจารณา เนื่องจาก มีการแก้ไขมาก โดยปกติวุฒิสภาก็จะพิจารณากลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านไปจาก สภาผู้แทนราษฎร ส่วนใหญ่ถ้าเปึนการส่งเสริมให้มันดีขึ้นก็คงไม่เปึนอะไรครับ แต่ว่าบางเรื่องดูเหมือนว่าการแก้ไขนั้นแนวคิดของ ๒ สภาอาจจะไม่ตรงกัน จําเปึน ที่จะต้องทําความเข้าใจกันเพื่อจะทําให้กฎหมายนี้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ อย่างกรณีมาตรา ๒๕ ที่ไปกําหนดคุณสมบัติของผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งเดิมกําหนดไว้ว่าไม่ต่ํากว่าชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เปึนปริญญาตรี ผมคิดว่า การแก้ไขตรงนี้ถึงแม้มีการแก้ตั้งใจและเจตนาให้ผู้ที่จะมาเปึนผู้พิพากษาสมทบนั้น มีการศึกษาที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่ควรจะลืมว่าคนที่มาทําหน้าที่นี้จํานวนมากที่ผ่านมา หลายท่านมีความรู้ไม่น้อยกว่าปริญญาตรีและจะสูงมากกว่านั้นด้วยซ้ํา แต่ว่าไม่ได้ผ่าน การศึกษาในระบบ ฉะนั้นการที่กําหนดไว้เดิมว่าจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายนั้น ก็น่าจะเพียงพอ ผมจําได้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เคยกําหนดให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องจบ ปริญญาตรี แล้วเราก็มีข้อถกเถียงกันมากว่ามันไม่ถูกต้อง สุดท้ายเมื่อมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญต่อมา เงื่อนไขนี้ก็ถูกยกเลิก กลายเปึนว่าเอาเปึนไม่ต้องจบปริญญาตรีก็ได้ เราจะเห็นว่าหลายท่านที่มีความรู้มีความสามารถแต่ไม่ได้ศึกษาไปตามระบบ ฉะนั้นการที่ กําหนดไว้เดิมว่าเอาเปึนมีการศึกษาภาคบังคับหรือในระบบเท่านั้น คือมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็น่าจะเพียงพอนะครับ ในบางมาตราท่านประธานครับ เช่นมาตรา ๔๗ ต่อไป ที่วุฒิสภา เพิ่มเติมขึ้นมาให้รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเปึนผู้แต่งตั้งและถอดถอนพนักงาน คุมประพฤติตามพระราชบัญญัตินี้ แต่พอไปดูนิยามพนักงานคุมประพฤติก็กําหนดไว้ว่า จะเปึนพนักงานคุมประพฤติตามกฎหมายนี้หรือตามกฎหมายอื่น ก็มีนะครับ คือผู้ซึ่งได้รับ แต่งตั้งให้มีอํานาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้หมายความรวมถึงพนักงาน คุมประพฤติตามกฎหมายอื่นด้วย ฉะนั้นการมากําหนดไว้เพิ่มเติมขึ้นมาบอกว่าพนักงาน คุมประพฤติให้รัฐมนตรีหรือผู้ได้รับมอบหมาย ซึ่งก็ไม่ทราบเปึนใคร เปึนผู้แต่งตั้งและ ถอดถอน ก็อาจจะมีปัญหานะครับว่าถ้าเปึนพนักงานคุมประพฤติอื่นล่ะ ซึ่งผมคิดว่า ในเรื่องนี้มันน่าจะมีกฎหมายแต่ละฉบับอยู่แล้ว ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องเพิ่มเติมขึ้นมา
มาตราต่อไปนะครับท่านประธาน เช่นมาตรา ๑๓๘ (๖) ที่บอกให้เด็ก หรือเยาวชนไปศึกษา เข้ารับการฝ๊กอบรม แล้ววุฒิสภาเพิ่มเติมขึ้นมาหรือให้เด็กหรือเยาวชน เข้ารับการอบรมศีลธรรม จริยธรรม และหน้าที่พลเมืองนะครับ ผมคิดว่าข้อความเดิม ที่มีอยู่ก็น่าจะครอบคลุมได้หมดอยู่แล้ว คือให้รับการฝ๊กอบรม รับคําปรึกษาแนะนํา รับการรักษา แก้ไข บําบัด ฟุ๋นฟู หรือประกอบ สัมมาชีพอื่น ๆ นะครับ ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องเพิ่มขึ้นมาอีก มาตรา ๑๔๓ ผมคิดว่า ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่ในชั้นพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพูดกันไว้มากว่า การส่งตัวเด็กหรือเยาวชนไปฝ๊กอบรมในสถานที่กําหนดไว้นั้นจะเปึนสถานที่ใด ในชั้น สภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านไปแล้วก็คือ เปึนสถานที่อื่นและศาลเห็นสมควร แต่วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมขึ้นมาว่า เปึนสถานที่อื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย สถานที่อื่นที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายก็ไม่ทราบว่าสถานที่ไหนบ้าง และความหมายมันจะแคบลงไปเพราะมี สถานที่ที่พวกเราจัดกันเองขึ้นมาไม่ได้ไปขออนุญาตใครขึ้นมา แล้วก็ตั้งขึ้นมาเปึนสถาบัน เปึนอะไรต่ออะไรขึ้นมาเยอะแยะเลยครับ แต่ว่าสุดท้ายก็อยู่ที่ศาลจะเห็นสมควรด้วย เพราะฉะนั้นความหมายเดิมน่าจะมีความหมายที่กว้างกว่า การกําหนดว่าจะต้องเปึน สถานที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเท่านั้นจะทําให้ความหมายมันแคบลง
ในเรื่องหมวด ๑๕ การพิจารณาคดีคุ้มครองสวัสดิภาพ ในมาตรา ๑๗๒ ที่มีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม บอกว่าในกรณีที่ผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว ไม่อยู่ในสภาพหรือวิสัยที่จะร้องขอตามวรรคหนึ่งได้ ญาติ พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ พนักงานเจ้าหน้าที่ วุฒิสภาเพิ่มเติม องค์การซึ่งมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย แต่ว่าเดิมก็จะเปึนองค์การซึ่งมีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นมาตรงนี้ก็พอจะรับฟังได้ ก็มีความหมายกว้างขึ้น แต่ตอนท้ายปรากฏว่า หรือบุคคลอื่นใด เพื่อประโยชน์ของผู้เสียหาย นี่กําหนดวงไม่ได้เลยก็ไม่ทราบหมายถึงใคร เขาใช้คําว่า บุคคลอื่นใด เพื่อประโยชน์ของผู้เสียหาย ผมคิดว่าเปึนบางมาตราที่ผมได้พยายามจะดู และเห็นว่าจําเปึนจะต้องทําความเข้าใจกันมากกว่านี้ เพื่อจะทําให้มันมีความสําคัญ มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียว ผมผ่านมาตรา ๑๒๐ ไป คือให้ มาตรา ๑๒๑ ที่วุฒิสภาแก้ไขเรื่องที่ปรึกษากฎหมาย ตามมาตรา ๒๐ ท่านแก้ไปว่าจะต้อง มีคุณสมบัติเปึนทนายความ เปึนทนายความเลยนะครับ แต่ว่าจริง ๆ ในมาตรา ๑๒๐ เขาบอกว่าในศาลจําเลยจะมีทนายความแก้คดีแทนไม่ได้ แต่ให้จําเลยมีที่ปรึกษากฎหมาย และที่ปรึกษากฎหมายหมายถึงใครครับ ก็ไปกําหนดไว้ในมาตรา ๑๒๑ ว่าอาจจะเปึน ทนายความก็ได้ หรือไม่ใช่ทนายความก็ได้ แต่ว่ามีประสบการณ์อย่างนี้ หรือแม้เปึน ทนายความแต่ว่าก็มีประสบการณ์ในเรื่องคดีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนนะครับ แต่พอแก้ มาตรา ๑๒๐ ว่าต้องเปึนทนายความอย่างเดียว มันก็จะมีปัญหาไปขัดกับมาตรา ๑๒๐ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่ผมได้เรียนมาแล้วและน่าจะมีเหตุผลเพิ่มขึ้นอีก หลาย ๆ มาตราที่มีการแก้ไข ผมคิดว่าเพื่อให้กฎหมายนี้มันได้ออกมาใช้อย่างสมบูรณ์ ที่สุด ควรจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาต่อไปครับ
นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ในการจะอภิปรายเพื่อสนับสนุน ให้เห็นชอบตามที่วุฒิสภาได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือร่างพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... ซึ่งกระผม มีเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ
ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับมาตราแล้วก็มีความเห็น ที่แตกต่างว่าควรจะตั้งกรรมาธิการร่วมกันหรือไม่ ผมจะอภิปรายเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้อง ที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย เพื่อที่จะสนับสนุนว่าสภาแห่งนี้ควรที่จะผ่านร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ตามที่วุฒิสภาขอแก้ไขนะครับ หลักการใหญ่เลยครับ มาตราต่าง ๆ ที่วุฒิสภา ขอแก้ไขนั้นผมคิดว่าไม่ได้ไปขัดกับหลักการของกฎหมายฉบับนี้แต่ประการใดเลย เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้นอกจากจะใช้มาตรการกฎหมายแล้ว สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ เรื่องการใช้มาตรการทางสังคม สมมุติว่าเด็กกระทําผิดจะด้วยเหตุอะไรก็ตาม จะด้วยอ่อนเยาว์ในเรื่องของประสบการณ์ เรื่องของอารมณ์ เรื่องของวุฒิภาวะ หรือเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็ตาม ถ้าหากไม่มีมาตรการ ทางสังคมตามกฎหมายฉบับนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ ก็ตาม ซึ่งเปึนการใช้มาตรการทางสังคมล้วน ๆ เด็กที่ทําผิดเหล่านี้จะไม่มีโอกาสเลยที่จะได้รับ ความยุติธรรมการให้อภัยถ้าเขาสํานึกในการกระทําผิดและครอบครัวนั้นได้เยียวยา ผู้เสียหาย และสามารถมั่นใจได้ว่าเขาจะประพฤติปฏิบัติเปึนคนดีในอนาคต เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าถ้าหากเราจะต้องล่วงเลยเวลาไปให้เนิ่นนานกว่านี้ ผมคิดว่าถ้ามันไม่ได้ขัดกับ หลักการเหล่านี้ ผมอยากให้สภาแห่งนี้สนับสนุนในการที่จะเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข
ประการสําคัญที่เห็นชัด ๆ ก็คือว่าเด็กเหล่านี้ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน จะต้องอยู่ในสถานพินิจ เขาขาดโอกาสในการที่จะสํานึกผิด ครอบครัวจะเยียวยาผู้เสียหาย และมั่นใจได้ว่าเขาจะเปึนคนดีในสังคมต่อไป เด็กเหล่านี้ยืดเวลาไปอีก ๑๕ วัน ๒๐ วัน ๑ เดือน ๒ เดือน หรืออาจจะเปึน ๖ เดือน หรืออาจจะมีอุบัติเหตุกฎหมายฉบับนี้ไม่เกิดขึ้นเลย เท่ากับว่าสภาแห่งนี้อาจจะทําตราบาปให้กับเด็กที่มีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเอง เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าควรที่จะคล้อยตามและเห็นด้วยกับที่วุฒิสภาขอแก้ไขสิ่งประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งก็เปึนเรื่องใหญ่เหมือนกัน แต่ว่าไม่ขัดข้องที่จะให้ทางวุฒิสภาแก้ไข อย่างเช่นในมาตรา ๒๕ ในเรื่องการกําหนดอายุความของผู้พิพากษาสมทบ ผมคิดว่าเปึนหลักการที่ถูกต้องแล้ว ในการที่จะเพิ่มโอกาสให้คนอื่นที่มีความรู้ความสามารถเหมือนกันเข้ามาทําหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ และสิ่งสําคัญที่สุดเรื่องของการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมจําเปึนต้องมีการกระจายให้ผู้อื่น ที่มีความรู้ความสามารถ
สิ่งสําคัญอีกสิ่งหนึ่งก็คือการปัองกันระบบอุปถัมภ์ที่จะเกิดขึ้นในการคัดเลือก หรือการทรงไว้ซึ่งการเปึนผู้พิพากษาสมทบตลอดกาล หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่จะต้องเกิด ระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้น ซึ่งเปึนสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถูกแล้วที่มาตรา ๒๕ ได้กําหนดให้มีอายุความว่าเปึนสองสมัยติดต่อกันเท่านั้น ส่วนเรื่องวุฒิปริญญาตรีสถิติ ของผู้พิพากษาสมทบในอดีตจนถึงปัจจุบันที่ผ่านมา ผมทราบมาว่าส่วนใหญ่ก็จบ ปริญญาตรีแล้วทั้งนั้น จะเปึนปริญญาโท ปริญญาเอก ก็ยังมีนะครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ วุฒิสภาแก้ว่าจะต้องไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ผมคิดว่าไม่ได้เปึนปัญหากับ การที่จะคัดสรรบุคคลที่จะเข้ามาเปึนผู้พิพากษาสมทบแต่ประการใดเลย เปึนการเพิ่มสิ่งที่ เรียกว่าประสบการณ์ในทางความรู้เพื่อที่จะเอามาใช้ประโยชน์ในการที่จะทําหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ เสียด้วยซ้ํา
ในเรื่องของมาตรา ๑๖๐ เรื่องการตรวจสารคัดหลั่ง ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไข เพิ่มเติมว่า ให้เปึนไปตามโดยสมัครใจ อันนี้ก็ถูกต้องแล้วครับ ตามสิทธิของประชาชน หรือของมนุษย์เรา ถ้าเขาไม่สมัครใจก็ไม่น่าจะต้องไปตรวจเขา แต่อย่างไรก็ตามก็มีระบบ ตรวจสอบว่าการที่เขาไม่สมัครใจนั้นเปึนไปโดยบริสุทธิ์ใจหรือไม่ ถ้าเปึนไปโดยบริสุทธิ์ใจ เขาก็ย่อมได้รับการปกปัอง อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ยกตัวอย่างไปแล้ว เช่น อาจจะมีปัญหา เรื่องสุขภาพ หรือปัญหาอื่น ๆ ที่ฟังแล้วมีเหตุมีผลเพียงพอ แต่ถ้าเกิดว่าตรงกันข้ามครับ ไม่มีเหตุมีผลเพียงพอที่จะอธิบายว่าเหตุใดถึงไม่สมัครใจที่จะยอมให้ตรวจสารคัดหลั่ง เพื่อเปึนสิ่งที่ตรวจพิสูจน์สําคัญในเรื่องของคดีความ อันนี้ก็เปึนเรื่องของการที่ตรงกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอยู่แล้ว ในเรื่องของเปึนผลร้ายต่อเขาเอง หมายความว่าเขามีสิทธิแต่ไม่ได้ใช้สิทธิ จริงอยู่ครับ เขาใช้สิทธิในการที่จะไม่ตรวจ แต่ว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรเขาก็ย่อมจะถูกสังคมป่ดปาก นั่นหมายความว่าจะเปึนผลร้ายต่อเขาเอง อันนี้ก็ยุติธรรมแล้ว ผมคิดว่าตรงนี้ยุติธรรมแล้ว ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมคิดว่าในเรื่องของบรรทัดฐานของสังคมก็คิดว่าน่าจะเปึนสิ่งที่ ยุติธรรมสําหรับในกรณีเช่นนี้แล้วนะครับ
ทีนี้ในเรื่องของมาตรา ๙๐ ประกอบกับมาตรา ๑๒๖ ที่ว่า ถ้าเด็กและ เยาวชนเหล่านั้นต้องโทษในข้อหาที่มีโทษสูง แล้วถ้าจะใช้มาตรการปล่อยตัวชั่วคราว หรือว่ามาตรการที่จะใช้วิธีการทางสังคม ที่เขาเรียกว่า อาร์เจ (RJ) หรือ เรสโทเรทีฟ จัสทิซ (Restorative Justice) ซึ่งจะมีองค์ประกอบของผู้คนที่เกี่ยวข้องในความเชี่ยวชาญที่มี คุณวุฒิทางด้านต่าง ๆ เข้ามาทําหน้าที่ตรงนี้ รวมทั้งครอบครัวของทั้ง ๒ ฝ์ายด้วย ผมคิดว่า นี่ก็เปึนเรื่องที่มาตรการทางด้านวิธีการเปึนที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่าสามารถที่จะนําไปใช้ เปึนประโยชน์ได้ในกรณีคดีเด็กและเยาวชน ในกรณีที่ทางวุฒิสภาขอแก้ไขว่าขอให้ฟัง ความคิดเห็นของโจทก์ในฐานะที่เปึนพนักงานอัยการก็ดีเสียก่อนนั้น ผมก็คิดว่ามันก็เปึน สิ่งที่ดีไม่ใช่เปึนดุลยพินิจของศาลแต่เพียงฝ์ายเดียวก็น่าจะเปึนดุลยพินิจของทางพนักงานอัยการ ที่จะประกอบการให้ความคิดเห็นว่าศาลจะใช้มาตรการปล่อยตัวชั่วคราวหรือจะให้เข้าสู่ กระบวนการเยียวยาทางสังคมตรงนี้หรือไม่ที่เรียกว่ายุติธรรมเชิงสมานฉันท์หรือว่า เรสโทเรทีฟ จัสทิซ ผมคิดว่ามันก็สมเหตุสมผลด้วยประการทั้งปวง ถึงแม้ว่าวุฒิสภา จะขอแก้ไขมาในหลายมาตราก็ตาม แต่พิจารณาดูแล้วผมคิดว่ามันไม่ได้ขัดกับหลักที่จะ เปึนประโยชน์ไม่ว่าจะเปึนผู้ที่เสียหายหรือเด็กที่กระทําผิดหรือครอบครัวของทั้ง ๒ ฝ์าย แต่ประการใดเลย ฉะนั้นโดยสรุปผมจึงคิดว่าผมเห็นด้วยที่วุฒิสภาได้แก้ไขในทุกมาตรา ยอมรับได้ครับ แล้วผมก็คงขอวิงวอนสภาแห่งนี้ว่าได้โปรดผ่านกฎหมายฉบับนี้เถอะครับ เพราะว่าเวลาแม้แต่เพียงวันเดียว ๑๕ วัน ๓๐ วัน ๑ เดือนหรือ ๖ เดือน มันเปึนเวลาที่มี คุณค่ามากสําหรับการให้โอกาสเด็กที่จะกลับเนื้อกลับตัวเปึนคนดี และเปึนการที่จะทําให้ ครอบครัวของเด็กผู้เสียหายนั้นได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงที เพราะในกฎหมายฉบับเดิมนั้น เปึนการลงโทษเด็กที่ทําผิดเท่านั้นแต่ไม่ได้สนใจในเรื่องของครอบครัวหรือเด็กที่เสียหาย แต่ประการใด แล้วถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกฎหมายฉบับนี้ไม่ออก ผมคิดว่ามันจะเปึน ตราบาปสําหรับสภาแห่งนี้ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปเชิญนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้ว ผมมีความเห็นโดยส่วนใหญ่แล้วก็สอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกจากซีกรัฐบาลที่คิดว่า การแก้ไข ของวุฒิสภาทั้งสิ้น ๔๐ มาตรา เท่าที่ดูในรายละเอียดแล้ววุฒิสภามีการแก้ไข ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ๔๐ มาตรา แต่ดูแล้วรายมาตราที่มีการแก้ไขเปึนการแก้ไขของ สาระหลักบ้าง สาระรองบ้าง แต่เพียงเพื่อให้องค์ประกอบของมาตรานั้นมีความสมบูรณ์ แบบมากยิ่งขึ้น ในฐานะที่เปึนผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม อดีตเคยเปึน โดยเฉพาะมาตรา ๑๖๐ ที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ส่วนได้มีการพาดพิงถึงอํานาจของศาลในการที่จะสั่งให้ คู่ความไปตรวจ ไม่ว่าจะเปึนตรวจร่างกาย เก็บตัวอย่างเลือด สารคัดหลั่งหรือสารพันธุกรรม และสุดท้ายวุฒิสภาก็บอกว่ามีการแก้ไขเพิ่มเติมว่าถือเปึนสิทธิของคู่ความหรือบุคคล ที่เกี่ยวข้องว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ได้ เมื่อฟังดูผิวเผินแล้วอาจจะมีเพื่อนสมาชิกจากฝ์ายค้าน ก็มีความรู้สึกว่าทําไมจะต้องมีการเพิ่มเติมตรงนี้ออกไป เพราะว่าการตรวจนั้นคล้ายกับว่า มีจุดชี้ขาดได้ว่าใครถูกใครผิดอย่างไร แต่ถ้าดูตามเนื้อหาจริง ๆ แล้ว แล้วประกอบกับอดีตที่รับทราบมาในฐานะที่เคยทํางาน โรงพยาบาลว่าสิทธิในร่างกายและจิตใจเปึนสิทธิประจําตนครับ ผมได้ย้ํากับท่านประธาน นะครับว่าสิทธิในร่างกายและจิตใจเปึนสิทธิประจําตัวของคนทุกคน ขนาดคนเจ็บไข้ ได้ป์วยเข้ามารักษาในโรงพยาบาลจะต้องเซ็นใบยินยอมเพื่อรับการรักษา ดังนั้นไม่ว่า จะเปึนศาลหรือผู้พิพากษาอะไรก็แล้วแต่ก็ไม่มีสิทธิที่จะมาบังคับโดยที่เจ้าตัวนั้น ไม่ยินยอม แต่ถ้าดูให้ครบองค์ประกอบปรากฏว่ามาตรา ๓ เขาเขียนไว้ชัดเจนว่า เจ้าตัวก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธได้ เพราะมาตรา ๓ เขาเขียนไว้ว่า หากคู่ความใดไม่ยินยอม ผมอ่านสั้น ๆ ครับ ถ้าคู่ความใดไม่ยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ข้อเท็จจริงที่ต้องการให้ตรวจพิสูจน์นั้นเปึนผลร้ายแก่คู่ความ ก็เท่ากับว่าจริง ๆ แล้ว ในมาตรา ๑๖๐ ให้สิทธิเขาแล้วว่าเขาจะยินยอมหรือไม่ยินยอมก็ได้ เพียงแต่ว่าวุฒิสภา ได้แก้ไขว่าถือเปึนสิทธิของคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นที่จะยินยอมหรือไม่ก็ได้ ในมาตรา ๑ เพื่อให้มาตรานี้มีองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผมขอ สนับสนุนการแก้ไขของวุฒิสภาทั้ง ๔๐ มาตรา และเชื่อว่ามันจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง กับการที่รีบผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมา และอย่างน้อยรีบ ๆ ดําเนินการครับ เพื่อน ๆ ครูก็รออยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับถัดไปนะครับ ขอบคุณครับ
นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ แล้วต่อไปอาจารย์เจริญ คันธวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอร้องท่านประธานรวมทั้งท่านเลขาธิการและเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับว่า ช่วยหูตาว่องไวกว่านี้สักนิดหนึ่งนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วท่านจะดําเนินการประชุม ด้วยความไม่เปึนธรรม ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้ฝัืงนี้ผมยกมือคนแรกครับ หมอบรรพตที่ ๒ คุณทศพลที่ ๓ หมอวรงค์ที่ ๔ แล้วเปึนอย่างไรครับตอนนี้
ต้องขออภัยครับ เมื่อสักครู่เหลือบไปเห็นท่านนายแพทย์บรรพตครับ แล้วก็ไม่ได้เห็น คุณหมอสุกิจยกมือ ขออภัยครับ ปกติผมมักจะไม่ค่อยพลาดหรอกครับ
ก็ไม่เปึนไรครับ ผมอาจจะมือสั้นเกินไป ไม่เปึนไรนะครับท่านประธาน ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ของวุฒิสภานะครับ คือผมก็มองเหมือนกับท่านสมาชิกหลายท่านนะครับว่าปัจจุบันนี้เราแก้กฎหมายกัน บางฉบับมากเกินไป เข้ามาถึงสภาผู้แทนราษฎรก็แก้เสียจนเละแล้ว ไปถึงวุฒิสภา วุฒิสภาแก้ต่ออีก บางครั้งมันก็ดีครับ ทําให้การขยายความอาจจะชัดเจนขึ้น แต่บางคราว ก็ทําให้ความหมายหรือว่าข้อกฎหมายมันก็เปลี่ยนไปนะครับ อย่างเช่นผมขอแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับหมวด ๔ เรื่องเดียวเท่านั้นละครับท่านประธานครับ คือเรื่องของ ศูนย์ฝ๊กและอบรม สถานศึกษา สถานฝ๊กอบรมและอบรม และสถานแนะนําทางจิต มันมีอยู่ ๓ มาตรา แต่ที่ผมจะพูดก็คือมาตรา ๕๔ กับมาตรา ๕๕ ความจริงเขาก็แยกกัน ชัดเจนนะครับ มาตรา ๕๔ จะมุ่งไปถึงส่วนราชการ โดยบอกว่าศูนย์ฝ๊กและอบรม เปึนส่วนราชการในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เขาก็มีหน้าที่ให้การฝ๊กอบรม อยู่แล้ว มันชัดเจนนะครับว่านี่เปึนเรื่องของส่วนราชการ แต่ในกฎหมายเดิมก่อนที่ วุฒิสภาจะแก้ มาตรา ๕๕ เขาต้องการให้เปึนเรื่องของเอกชนที่อยากจะเข้ามามีส่วน ในการฝ๊กอบรมเยาวชนนะครับ เพราะฉะนั้นเขาถึงเขียนว่าให้อธิบดีมีอํานาจออก ใบอนุญาตให้เอกชนจัดตั้งสถานศึกษา วุฒิสภาเปึนห่วงว่าจะไม่ครอบคลุมถึงส่วนราชการ เพราะอาจจะไม่ไว้ใจมาตรา ๕๔ กระมังครับ ท่านก็เลยเติมคําว่าให้ส่วนราชการ ดําเนินการ ทีนี้ถ้าพูดให้เต็ม อ่านให้เต็ม ก็คือให้อธิบดีมีอํานาจออกใบอนุญาต ให้ส่วนราชการดําเนินการ ราชการทํางานอยู่แล้วต้องไปออกใบอนุญาตทําไมครับ อธิบดีก็ควบคุมศูนย์ฝ๊กอบรมอยู่แล้ว คือผมแค่ยกตัวอย่างเท่านั้นนะครับ จริง ๆ แล้ว การแก้อย่างนี้ก็ไม่ได้ทําให้มันเสียเนื้อถ้อยกระทงความจนถึงกับทําให้เราไม่สามารถจะรับ ความคิดของวุฒิสภาได้หรอกครับ เพียงแต่จะยกตัวอย่างว่าในการดูกฎหมายนี้บางครั้ง มันก็ต้องตีให้ละเอียด ตีให้แตกนะครับ ไม่ใช่คิดว่าให้มันละเอียดแล้วก็แก้ไป ๆ ในเมื่อ อ่านมาแล้ว ต่อไปนี้อธิบดีก็ต้องออกใบอนุญาตให้กับราชการด้วย ศูนย์ฝ๊กของราชการนี้ ต้องรับใบอนุญาตจากอธิบดีด้วย ซึ่งก็เปึนเรื่องที่ตลกพอสมควรครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านอาจารย์เจริญ คันธวงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอสนับสนุน ให้สภาอันทรงเกียรตินี้เห็นชอบสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไขไปแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ ได้คอยมาเปึนเวลาอย่างน้อย ๗ ป้ นับตั้งแต่เข้าสู่คณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วก็คอยมานาน พอเข้าสู่สภานี้บังเอิญผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ได้พิจารณาทั้งหมด ๓๐ กว่าครั้ง ใช้เวลาประมาณ ๘ เดือน ซึ่งประกอบด้วยทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ์ายค้านนั้นก็มีท่านกมล บันไดเพชร ท่านเจริญ จรรย์โกมล ต่าง ๆ นี้ ได้พิจารณาอย่างมาก รอบคอบ ท่านพีรพันธุ์ด้วยครับ แล้วนอกจากนั้นในการพิจารณา กฎหมายนี้ผมจะไม่ลงในรายละเอียดสาระของกฎหมาย เพราะว่า ส.ส. หลายท่าน ทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลได้ลงไปหมดแล้ว ผมก็พูดในหลักการว่ามีตัวแทนของ ทั้งฝ์ายศาล ฝ์ายอัยการ ฝ์ายเอ็นจีโอ (NGO) ฝ์ายชุมชน ฝ์ายทนายและกรมพินิจ และคุ้มครองเด็กพิจารณากันอย่างมาก แล้วก็เมื่อวานนี้ทางฝ์ายศาลก็มีการเผยแพร่ กฎหมายอันนี้ให้กับคนต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ปฏิบัติได้ แล้วก็ทางผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งหมดที่ผมกล่าวมาแล้วต่างก็มีความรอคอยในเรื่องนี้มาก แต่ถ้าถามว่าสมบูรณ์ที่สุดไหม ไม่สมบูรณ์ที่สุดหรอกครับ คุยกันว่าอย่างน้อยก็ดีกว่ากฎหมายฉบับเก่า เพราะมีอยู่ทั้งหมด ๑๖ ฉบับด้วยกันตั้งแต่ประกาศใช้ฉบับแรก และอันนี้เปึนฉบับที่ ๑๖ ใช้มาแล้ว ๑๕ ฉบับ หรือ ๑๖ ฉบับ อันนี้ก็จะดีกว่ากฎหมายเก่า ฉะนั้นจะขอวิงวอนท่าน ส.ส. ทั้งหลายว่า ขอความกรุณาอนุมัติตามที่วุฒิสภาแก้ไขไป แล้วก็ลองปฏิบัติดู แล้วไม่มีอะไรเสียหาย แต่ถ้าหากว่าต่อไปมีปัญหาแล้วก็คงจะไปคิดแก้ไขภายหลัง ผมขอวิงวอนเท่านั้นละครับ
ไม่มีสมาชิกติดใจนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติได้แล้วครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาห้องประชุมแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนด้วย ขอเชิญท่านสมาชิก กดบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ส่งผลการแสดงตนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๘ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ผมจะถามท่านสมาชิกนะครับว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นชอบตามร่างแก้ไข ของวุฒิสภากรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบตามร่างแก้ไขของวุฒิสภา คือ ยืนยันร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎร กดปุ์ม ไม่เห็นด้วยครับ ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ลงมติไหมครับ ป่ดการลงมติครับ เชิญส่งผลการลงมติด้วยครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๘ ท่าน งดออกเสียง ๓๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒๔ ท่าน เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบตามร่างแก้ไข ของวุฒิสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) เปึนอันว่าร่างพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... ได้ผ่าน รัฐสภาเปึนที่เรียบร้อยแล้วครับ
ต่อไปเปึนเรื่องเลื่อนลําดับที่ ๕ เปึนกรณีเดียวกันครับ คล้าย ๆ กัน พิจารณากรณี วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพ พ.ศ. .... ซึ่งได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ ที่แก้ไขแล้วให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาดําเนินการต่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) ผมก็จะเริ่มดําเนินการเลยนะครับ มีสมาชิกท่านใดจะอภิปรายไหมครับ ไม่มีสมาชิก ท่านใดอภิปรายนะครับ เชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ก่อนนะครับ ยกมือพร้อมกันนะครับ เชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขออภัยนะครับพอดีไปพิจารณาเกี่ยวข้องกับเรื่องของกรุงเทพมหานครครับ จากที่มีการแก้ไขของวุฒิสภาในส่วนของประเด็นที่เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตนะครับ พอดีเพิ่งเข้ามา ก็มีกรณีที่เกี่ยวข้องในมาตรา ๖ ที่มีการแก้ไขนั้นก็เห็นด้วย ส่วนมาตรา เกี่ยวกับเรื่องของการเงินที่มีการเพิ่มเติมว่าทางส่วนท้องถิ่นนั้นจะต้องมีการเพิ่มเติม เงินเปึนการอุดหนุน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินที่เปึนเงินงบประมาณในมาตรานี้ ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่เหมาะสมแล้วก็เปึนเรื่องจําเปึน เพราะว่าในส่วนของ พ.ร.บ. กรุงเทพมหานครฉบับนี้แสดงให้เห็นว่ากรุงเทพมหานครมีความพร้อมที่จะเข้ามาดูแล ในส่วนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่จะกํากับการดูแล แล้วก็เปึนส่วนหนึ่งซึ่งคิดว่าในอดีต ทางกรุงเทพมหานครเองก็เปึนผู้ที่ดูแลหน่วยงานคือโรงพยาบาลในสังกัดมาโดยตลอด ดังนั้นถ้าให้ทางกรุงเทพมหานครได้มีส่วนร่วมในเรื่องของการกํากับการดูแลและให้เกิด ประโยชน์สูงสุด กรุงเทพมหานครเองก็เปึนหน่วยงานหนึ่งที่สามารถจัดเก็บเม็ดเงิน งบประมาณโดยท้องถิ่นเอง แล้วก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาเพราะเงินส่วนหนึ่งนั้นก็เปึนเงิน ที่เปึนภาษีอากรของกรุงเทพมหานคร และอีกส่วนหนึ่งนั้นก็เปึนเงินที่จะได้รับการอุดหนุน ตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ คิดว่าทางส่วนของวุฒิสภาที่ได้มีการแก้ไขในมาตราดังกล่าว เพิ่มเติมเข้ามา ผมเองไม่ขัดข้องในมาตราดังกล่าวครับ เห็นด้วยกับทางวุฒิสภาครับ
ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่วุฒิสภามีการแก้ไข ในมาตรา ๖ ผมก็พยายาม ที่จะถามในชั้นกรรมาธิการที่มีการแก้ไขว่าเหตุผลเพราะอะไร คือมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปึนมหาวิทยาลัยของรัฐที่อยู่ในกํากับของส่วนท้องถิ่นนะครับ คือเปึนมหาวิทยาลัย ที่ไม่เปึนส่วนราชการ ก็จะเปึนมหาวิทยาลัยแรกที่อยู่ในกํากับขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นคือ กทม. นะครับ ในตอนที่มีการพิจารณามีการจัดตั้งขึ้นก็ระบุไว้ชัดเจนว่า เปึนการจัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหานครราชธานี เขียนไว้อย่างนี้ในตัวกฎหมายนี้ ก็เพื่อต้องการที่จะย้อนถึงความเปึนมาและต้องการให้ทราบถึงความเปึนมาในเชิง ประวัติศาสตร์ด้วยนะครับ ไม่ใช่เพียงแต่คิดว่าจะตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพขึ้นมาเปึน สถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น ฉะนั้นผมก็คิดว่าการที่ไปตัดออกก็จะทําให้ความหมาย หรือความมุ่งหวังในการตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมาอาจจะไม่ชัดเจนหรือขาดความด้อยลงไป ผมเองคิดว่าชื่อเดิมมีคําว่า เฉลิมพระเกียรติพระมหานครราชธานี ไว้นั้นก็จะทําให้ ความเปึนสถาบันอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพนี้มันมีความสง่า มีความชัดเจนขึ้น
ส่วนประเด็นมาตรา ๗/๑ ที่มีการเพิ่มเติมขึ้นมาบอกว่า มหาวิทยาลัย ต้องส่งเสริมและสนับสนุนผู้ที่มหาวิทยาลัยรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยและนักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงให้มีโอกาสเรียนจนสําเร็จปริญญาตรี ผมอ่านดูแล้ว ไม่แน่ใจว่าผู้ที่ต้องการเพิ่มเติมขึ้นมาจะเน้นเฉพาะนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ อย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะเพิ่มเติมเขียนมาบอกว่า มหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมและสนับสนุน ผู้ที่มหาวิทยาลัยรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ถ้าอ่านต่อก็เข้าใจได้ว่าให้มีโอกาสเรียน จนสําเร็จปริญญาตรี ผมถามว่ามหาวิทยาลัยไหนตั้งขึ้นมาแล้วไม่ส่งเสริม ต้องส่งเสริมทั้งนั้น แต่ว่าจะเรียนจบหรือเรียนไม่จบมันก็อยู่ที่ความสามารถของนักศึกษาด้วย เพราะฉะนั้น การมาเขียนไว้ในกฎหมายทํานองเปึนการบังคับว่าเมื่อรับเด็กเข้ามาแล้วต้องให้โอกาส เข้าเรียนจนสําเร็จเสีย มันไม่มีความจําเปึนเลยครับ แต่ว่าถ้าต้องการเน้นว่าเฉพาะนักศึกษา ที่รับเข้ามาและเปึนนักศึกษาที่ขาดแคลนต้องให้โอกาสส่งเสริมให้เขาเรียนจนสําเร็จ ปริญญาตรีนั้นก็คงจะเปึนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ นี่ก็ไม่ทราบว่าใครจะพูดว่าหมายความว่า อย่างไร ในมาตรา ๑๔ ที่มีการเพิ่มเติมขึ้นมาบอกว่าเงินอุดหนุนที่ กทม. จัดให้นั้นจะต้อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ในชั้นพิจารณาผมทราบว่าทาง กทม. ขณะนี้ก็จัดงบประมาณ ให้การศึกษาอยู่ประมาณร้อยละ ๙๐ แต่ถามว่ามีความจําเปึนหรือไม่ที่จะต้องกําหนดไว้ว่า จะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ไว้ในกฎหมายอย่างนี้ ในมหาวิทยาลัยที่มีลักษณะ คล้ายกับมหาวิทยาลัยใน กทม. คือเปึนมหาวิทยาลัยในกํากับ มหาวิทยาลัยเองก็ต้อง พยายามที่จะหารายได้ด้วยและรัฐก็จะให้การสนับสนุนเท่าที่จําเปึนตามความต้องการ ตามความจําเปึนของมหาวิทยาลัยนะครับ ก็เขียนไว้ในกฎหมายอย่างนี้ทั้งนั้นว่า เมื่อมหาวิทยาลัยขอไปแล้วรัฐต้องจัดการให้งบอย่างเพียงพอ อันนี้ก็จะเปึนฉบับแรก ที่กําหนดว่าต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๗๐ ผมก็ถามว่ามันมีความจําเปึนที่จะต้องกําหนดไว้ อย่างนั้นหรือไม่ และกําหนดไว้อย่างนี้จะเปึนภาระกับ กทม. ต่อไปหรือไม่ แล้วก็ ถ้าความจําเปึนของมหาวิทยาลัยเองนะครับ ถ้าในอนาคตมหาวิทยาลัยมีรายได้อื่นเพิ่มมากขึ้นอาจจะต้องพึ่งพา กทม. น้อยลง แต่ว่า กทม. เองก็จะถูกบังคับว่าอย่างไร ๆ ถึงแม้เขาไม่จําเปึนคุณก็ต้องจัดงบให้เขา ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ อันนี้ก็เปึนปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไปเหมือนกัน ในวรรคต่อไป ท่านประธานครับ ที่บอกว่าเงินอุดหนุนทั่วไปตาม (๖) ที่กําหนดไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณ รายจ่ายประจําป้นั้น เปึนรายการส่วนหนึ่งของงบประมาณที่จัดสรรให้แก่กรุงเทพมหานคร ตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายหรือเห็นชอบ ผมก็บอกว่าในเงินอุดหนุนตามทั่วไปนี้ เปึนไปตาม (๖) เงินอุดหนุนทั่วไปก็คือเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความจําเปึน และเหมาะสมผ่าน กทม. นี่คือเงินอุดหนุนทั่วไป แต่พอมาเขียนย้ําส่วนท้ายว่า แม้เปึนเงินอุดหนุนทั่วไป แต่ว่า กทม. ที่รัฐบาลจะให้นี้จะต้องไปทําตามภารกิจที่รัฐบาล มอบหมายหรือเห็นชอบ ถ้ามันเปึนอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เงินอุดหนุนทั่วไปสิครับ ถ้าเปึน เงินอุดหนุนทั่วไปนิยามก็บอกไว้แล้วว่าเปึนเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐให้ตามความจําเปึน และเหมาะสม ส่วนจะไปทําอะไรนั้นก็เปึนเรื่องของ กทม. ก็ตามภารกิจที่ กทม. กําหนด ไว้แล้วว่ามหาวิทยาลัยนี้มีหน้าที่อะไร แต่การไปย้ําอีกทีบอกว่าทั้งนี้ตามภารกิจที่รัฐบาล มอบหมาย เห็นไหมครับ มันก็จะเปึนการว่ารัฐบาลก็จะมาสั่งเฉพาะ กทม. ว่าป้นี้ให้ไปเน้น จากการศึกษาเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วก็จัดงบมาให้ ประเดี๋ยวเงินตรงนี้มันอาจจะไปทําให้เกิด ความเข้าใจผิดว่าเปึนเงินอุดหนุนทั่วไปหรือเปึนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจอีก ผมก็มีข้อสงสัย อยากจะเรียนถามให้ผู้ที่ไปพิจารณามาไปแก้ไขมานะครับว่าทําไมจึงแก้ไขอย่างนี้ครับ
เนื่องจาก มีผู้ยกมือหลายท่าน ผมอ่านให้เลยนะครับ ท่านต่อไป คุณธนา ชีรวินิจ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แล้วก็คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นะครับ เชิญคุณธนา ชีรวินิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในฐานะที่เปึน ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ก็รู้สึกว่าพวกเรา ส.ส. กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนได้ให้ความสําคัญในการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงได้ร่วมกันเสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้สู่สภาผู้แทนราษฎร และวันนี้ทางวุฒิสมาชิกก็ได้ พิจารณาและมีการแก้ไขเพิ่มเติมกลับมา ผมกราบเรียนครับว่านี่จะเปึนครั้งแรกที่ท้องถิ่น ที่มีศักยภาพอย่างกรุงเทพมหานครสามารถบริหารการศึกษาได้เอง และเมื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ประกาศใช้บังคับแล้วผมเชื่อว่าจะเปึนแนวทางให้ท้องถิ่นอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ ที่จะสามารถจัดการบริหารการศึกษาก็สามารถเดินตามแนวทางที่กรุงเทพมหานคร ได้ดําเนินการอยู่ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้ดูในส่วนที่ ทางสมาชิกวุฒิสภาได้มีการแก้ไขแล้วผมก็ไม่ค่อยหนักใจนะครับ เพราะว่าการแก้ไข ส่วนใหญ่เปึนเรื่องของการแก้ไขถ้อยคําเพื่อที่จะให้การตีความใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่เกิด ความสับสน แล้วก็เปึนการกระชับภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วส่วนหนึ่งที่ทางสมาชิกวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมก็คือ ให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครมีหน้าที่ในการที่จะต้องเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริม การแพทย์ การสาธารณสุข แล้วก็ท่านไปเพิ่มเติมว่าการบริหารจัดการเขตเมือง อันนี้ ผมกราบเรียนว่าในชั้นยกร่างของ พ.ร.บ. ของเราก็ได้มีการพูดคุยกันครับว่าปัญหา ของกรุงเทพมหานครนั้นคนที่มีความรู้ความเข้าใจในการแก้ไขก็คือคนที่อาศัยอยู่ใน กรุงเทพมหานคร คนที่ทํางานเปึนข้าราชการ เปึนเจ้าหน้าที่ทุกระดับ เพราะปัญหา เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครนั้นมากมายซับซ้อนครับ การที่จะให้ความรู้อย่างเดียว ในมหาวิทยาลัยซึ่งไม่มีประสบการณ์เปึนเรื่องที่ไม่สามารถนํามาแก้ไขปัญหาข้อเท็จจริง ในพื้นที่ได้ ได้มีการพูดคุยกันครับว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในอนาคตน่าจะต้อง มีการจัดระบบการเรียนการสอน เรื่องของการจราจร การแก้ไขปัญหาจราจรในเขตเมือง การแก้ไขปัญหาบริการสาธารณสุขในเขตเมือง ซึ่งในเมืองสําคัญ ๆ ทั่วโลกเขาจะมี มหาวิทยาลัยที่จะให้ความรู้ในการที่จะบริการสาธารณสุขในเขตเมืองซึ่งเปึนเรื่องเฉพาะ เพราะฉะนั้นเมื่อทางวุฒิสภาได้มีการแก้ไขเรื่องการบริหารจัดการเขตเมืองเข้ามา ผมก็ ไม่ติดใจแล้วก็ดีใจ อย่างน้อย ๆ จะเปึนการสะท้อนอย่างหนึ่งว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ซึ่งเปึน มหาวิทยาลัยท้องถิ่นจะต้องมีภารกิจในการที่จะให้ความรู้แล้วก็สร้างภูมิให้กับพี่น้องประชาชน นักศึกษาหรือผู้สนใจ ในการที่จะเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาของเมือง ในขณะเดียวกันจะต้อง เปึนแหล่งความรู้ให้กับเมืองอื่น ๆ ที่กําลังพัฒนาเจริญก้าวหน้ามาเหมือนกรุงเทพมหานคร เขาจะได้เอาแหล่งความรู้จากกรุงเทพมหานครนั้นไปใช้ในการแก้ไขปัญหาของเมืองของ ตัวเอง ยกตัวอย่าง อย่างจังหวัดเชียงใหม่ หาดใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี โคราช เมืองเหล่านี้ มีศักยภาพไม่แพ้กรุงเทพมหานครในอนาคต แล้วก็ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองที่ตัวเองประสบ อยู่นั้น ถ้ากรุงเทพมหานครสามารถใช้การบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร สร้างองค์ความรู้ให้กับองค์กรของตัวเอง แล้วก็สามารถถ่ายทอดไปยังองค์กรอื่นได้ ผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็ประเทศโดยรวมในอนาคต
ส่วนใน มาตรา ๑๔ ที่ทางสมาชิกวุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งใน มาตรา ๑๔ ตอนที่เราพิจารณากันเราก็พูดคุยกันมากว่าในกรณีที่มหาวิทยาลัยไปจัด การศึกษาโดยที่ทางกรุงเทพมหานครยังไม่นี่พร้อมจะทําอย่างไร เพราะต้องไม่ลืมว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับเงินอุดหนุนสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร เราพูดคุยกันมากเลยว่า ถ้าท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครยังไม่พร้อม แล้วมหาวิทยาลัยมีความพร้อมมากกว่า จะเปึนอย่างไร อาจจะมีการจัดการศึกษาซึ่งสร้างภาระให้กับกรุงเทพมหานคร แล้วท้ายที่สุด ก็ไม่สามารถสนับสนุนได้จากกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อทางท่านสมาชิกวุฒิสภาได้ไปแก้ไขว่า การจัดสรรเงินอุดหนุนนั้นให้กรุงเทพมหานครจัดสรรในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปแก่ มหาวิทยาลัยโดยตรง ซึ่งไปกําหนดจํานวนอย่างที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาอภิปรายไป ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าเมื่อไปกําหนดจํานวนไม่น้อยกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ของมหาวิทยาลัย ก็อาจจะเกิดปัญหา ในอนาคตได้ว่าความพร้อมของมหาวิทยาลัยนั้นอาจจะมีความพร้อมในการให้ความรู้ การศึกษากับประชาชนได้เร็วกว่างบประมาณของกรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงนี้ท้ายที่สุด ก็จะเปึนภาระกับรัฐบาล อันนี้ก็อยากจะฝากข้อสังเกตไปว่าในเจตนารมณ์ของการร่างกฎหมายนั้น การจะพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยก็ดีก็ต้องดูความเหมาะสม งบประมาณ ความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครควบคู่กันไปด้วย ไม่ใช่ว่า จะมองแต่ว่าการสร้างบุคลากรทางการศึกษาออกมาอย่างเดียว โดยไม่ได้ดูความพร้อม ของงบประมาณในการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานคร อันนี้อยากจะฝาก ข้อสังเกตไว้นะครับแล้วก็ขอให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเปึนตัวอย่างที่จะทําให้ มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับท้องถิ่นในอนาคตนั้นจะได้ช่วยกันที่จะบริหารการศึกษา ให้เกิดประโยชน์ในองค์ความรู้เฉพาะส่วนท้องถิ่น แต่สามารถให้ความรู้กับบุคคลที่อยู่ นอกท้องถิ่นนั้นได้ด้วย เพราะฉะนั้นผมก็สนับสนุนใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะผ่านความเห็นชอบ ของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ขอบคุณครับ
ต่อไป นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะได้อภิปราย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานคร เปึนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ที่ผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะแสดงความคิดเห็น มิได้หมายความว่าผมไม่สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ต้องทําหน้าที่ในฐานะเปึนสมาชิกที่ได้รับมอบหมาย ถึงแม้จะไม่ได้เปึน ส.ส. ของคนกรุงเทพฯ แต่ผมถือว่าผมเปึน ส.ส. ของปวงชนชาวไทย ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทย จะต้องช่วยกันครับ จะต้องดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่เลือกที่อยู่ สถานที่ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยว่า อยู่บนพื้นฐานของความปรารถนาดีต่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร วุฒิสภาได้ไปแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ มีแก้ไขทั้งหมด ๕ มาตรา เพิ่มเติมอีก ๑ มาตรา ผมมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานเพื่อเปึนข้อห่วงใย ถ้าเสียงข้างมาก จะเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข ผมเองไม่ได้ติดใจ ก็คงเปึนเสียงข้างมาก กฎหมายฉบับนี้ ก็เปึนกฎหมายไปได้ ก็ส่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ไป แต่ประเด็นที่ผมมีข้อกังวลอยู่ ๒ ประการในสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไข กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกได้ช่วย พิจารณาว่าสิ่งที่ผมมีข้อกังวลนั้นจะเปึนสิ่งที่จะไปมีผลกระทบหรือจะทําให้กฎหมาย ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เมื่อเปึนกฎหมายแล้วสามารถที่จะทําให้มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครเปึนมหาวิทยาลัยที่เปึนไปตามวัตถุประสงค์ได้จริงหรือไม่ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๔ วุฒิสภาได้ไปแก้ไขเพิ่มเติม ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ เรื่องของการกําหนดให้กรุงเทพมหานครต้องจัดเงินอุดหนุนทั่วไป ผมขีดเส้นใต้ครับ เงินอุดหนุนทั่วไปให้กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๗๐ ของงบประมาณของมหาวิทยาลัยที่ได้รับในแต่ละป้ ท่านประธานครับ ฟังความข้อนี้ ถ้ามองในแง่บวกนะครับก็เปึนหลักประกันว่าอย่างน้อยท้องถิ่นที่มีมหาวิทยาลัย เปึนของตัวเองจะต้องจัดเงินของตัวเองเปึนเงินอุดหนุนทั่วไปให้กับมหาวิทยาลัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ เพื่อไปดําเนินกิจการตามภารกิจของมหาวิทยาลัยตามที่ สภามหาวิทยาลัยเปึนผู้ร้องขอหรือกําหนดมา
แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าตีในเชิงบวกจะบวก อย่างนั้น แต่นี่ตีในเชิงลบ ท่านประธานครับ ต่อไปท้องถิ่นอื่น ๆ ที่จะมีมหาวิทยาลัย ถ้าประมาณการว่ารายได้ที่เขาจัดเก็บสามารถอุดหนุนมหาวิทยาลัยได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ เขาสามารถที่จะขอจัดตั้งมหาวิทยาลัยได้ก็ตั้งที่ร้อยละ ๗๐ เพราะใช้คําว่าไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๗๐ คือร้อยละ ๗๐ อีก ๓๐ เอามาจากไหนครับ ก็คือเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลาง ถ้าแปลความอย่างนั้นนะครับ แล้วคนไทยชอบแปลความในสิ่งที่เปึนประโยชน์กับตนเอง ของตัวเองใช้ให้น้อยที่สุดเอาของคนอื่นมาใช้ก่อน นี่คือสิ่งที่เปึนข้อปฏิบัติของธรรมเนียม ของคนที่เปึนลักษณะไทย ๆ คิดในมุมร้าย ท่านประธานครับ แทนที่จะเปึนบวกผมกลับว่า รัฐบาลกลางอาจจะมีภาระต้องไปรับผิดชอบในกรณีเปึนค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษา ให้กับมหาวิทยาลัยภายใต้กํากับของรัฐซึ่งท้องถิ่นกํากับดูแลเอง โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานครเปึนแห่งแรกที่จะมีมหาวิทยาลัยภายใต้กํากับของรัฐที่ท้องถิ่นกํากับดูแลเอง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปึนผู้กํากับดูแลตามบทมาตราที่เราเขียนรองรับไว้ ผ่านรัฐมนตรีแล้วก็คณะรัฐมนตรีไป อันนี้คือข้อห่วงใยผมครับ เปรียบเทียบกับการเขียน ปลายเป่ด ปลายเป่ด หมายความว่า ร่างเดิมเราเขียนบอกว่าต้องจัดเงินอุดหนุนทั่วไป ให้กับมหาวิทยาลัยโดยตรง ข้อความเดิมที่ท่านเขียนไว้เปึนจํานวนที่เพียงพอนะครับ สําหรับค่าใช้จ่ายดําเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ ต้องเพียงพอครับ เพียงพออะไร เปึนมาตรวัด สภามหาวิทยาลัยเขาเปึนผู้จัดทําแผนงบประมาณอยู่ครับ เขารู้ว่าอะไรจะ เพียงพอ ไม่เพียงพอ ซึ่งแน่นอนครับปกติก็ไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๘๐ ร้อยละ ๙๐ อยู่แล้ว ที่ท้องถิ่นนั้น ๆ จะต้องสนับสนุนไปใช้จากฐานเดิมที่กรุงเทพมหานครสนับสนุนวิทยาลัย เช่น โรงพยาบาลวชิระที่มีคณะแพทย์ มีคณะพยาบาลเกื้อการุณย์อยู่ สิ่งเหล่านั้น กรุงเทพมหานครเคยดูแลมาตลอด ผมเชื่อว่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ แต่ถ้าเขียนปลายป่ด อย่างนี้หลักประกันคือไม่ต่ํากว่าแน่ แต่หลักประกันที่จะได้สูงกว่านั้นก็ขึ้นกับเทคนิควิธีการ การจัดทํางบประมาณ ไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าเขาจะให้ไปร้อยละ ๙๐ ถึงแม้กฎหมายจะ เขียนว่าไม่น้อยกว่า ๗๐ ก็แล้วแต่ อันนี้เปึนข้อสังเกตผมนะครับ แผนงบประมาณป้ต่อไป ท่านก็คอยดู ท่านก็คอยดูว่าเขาจะขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลางเท่าไร อย่างไร
กรณีที่ ๒ ในมาตรานี้ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๔ เปึนข้อห่วงใยผม ในวรรคที่ว่าด้วย ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านครับ เงินอุดหนุนทั่วไปตามมาตรา ๑๔ (๖) ให้กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณเปึนรายการ ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่จัดสรรให้แก่กรุงเทพมหานคร อันนี้คือร่างเดิมครับ ผมต้องขอบคุณวุฒิสภาที่ไปตัดคําว่ามาตรา ๑๔ ออก จริง ๆ ไม่จําเปึนต้องเขียนเพราะว่า มันเปึนลักษณะค่อนข้างจะฟุ์มเฟ๋อยไป ก็ตัดออกไปได้ไม่เปึนไรครับ เพราะว่าอ้าง ในมาตราเดียวกัน แต่สิ่งที่วุฒิสภาเติมมา ท่านประธานครับ ถ้าพิจารณา ตามภารกิจ ที่รัฐบาลมอบหมายหรือเห็นชอบ ผมติดใจประโยคนี้ค่อนข้างเยอะครับ เพราะอะไรครับท่านประธาน ข้อความว่า ตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายหรือเห็นชอบ มันมีที่มาที่ไปครับ มาตรานี้ ผมเองเปึนหนึ่ง ในคณะกรรมาธิการพิจารณาในวาระที่สอง เราใช้เวลานานมาก นานจนต้องแขวน แล้วกลับไปทบทวนไปดู แล้วกลับมาดูกันใหม่ว่าที่มาของรายได้ของมหาวิทยาลัย จะเปึนอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานแม้กระทั่งคําว่า อุดหนุน กับ อุดหนุนทั่วไป กรรมาธิการให้ความสําคัญมากครับ ท่านประธานครับร่างพระราชบัญญัติเดิมของสภาที่ส่งไปนะครับ ไม่มีคําว่า ทั่วไป ด้วยซ้ําไปครับ แต่ว่าด้วยความที่สมาชิกได้เห็นความสําคัญครับ นําเอาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติป้ ๒๕๔๒ มาตรา ๖๐ เข้ามาดู ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ มาตรา ๖๐ (๕) ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเขียนไว้ชัดเจน ให้รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้กับการศึกษาในฐานะที่มีความสําคัญสูงสุดต่อการพัฒนา ที่ยั่งยืนของประเทศโดยจัดสรรเปึนเงินงบประมาณเพื่อการศึกษา ดังนี้ (๕) จัดสรรงบประมาณ ในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของรัฐที่เปึนนิติบุคคล และเปึนสถานศึกษาในกํากับของรัฐหรือองค์การมหาชน มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เปึนมหาวิทยาลัยที่จะเปึนสถานศึกษาในกํากับของรัฐอยู่ใน (๕) ของมาตรา ๖๐ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ป้ ๒๕๔๒ ระบุเลยครับ ต้องเปึนเงินอุดหนุนทั่วไป เปึนเงินอุดหนุนประเภทอื่นไม่ได้ เงินอย่างอื่นก็ไม่ได้ ทีนี้เมื่อร่างพระราชบัญญัติ ของสภาผู้แทนราษฎรเราส่งไป เรามีคําว่า เงินอุดหนุนทั่วไป ครับ แต่ว่าสิ่งที่กรรมาธิการ ได้ให้ไปนั้น เราต้องการให้กรุงเทพมหานครมหานครมีความเปึนอิสระในการบริหารจัดการครับ เงินที่เปึนก้อนเปึนเงินอุดหนุนทั่วไปเขาต้องไปใช้ตามภารกิจที่เขาได้จัดทําเปึน แผนงบประมาณผ่านสภามหาวิทยาลัยขึ้นมา ไม่จําเปึนต้องเอาภารกิจ ไม่จําเปึน ต้องเอากิจกรรมมาขอจากรัฐบาลกลาง แต่สิ่งที่รัฐบาลกลาง ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไป วุฒิสภาได้ไปเติมคําว่า ตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายหรือเห็นชอบ ตอนต้นเปึน เงินอุดหนุนทั่วไปแต่ปลายเปึนเฉพาะกิจไป การที่มอบหมายว่าต้องทําอย่างนั้นอย่างนี้ นั่นคือลักษณะกําหนดเปึนรายเฉพาะกิจ ผมก็ไม่เข้าใจว่าการเขียนอย่างนี้มันจะขัดแย้งกัน ในตัวเองหรือไม่ ผมอาจจะตีความหมายผิดก็ได้ท่านประธานครับ แต่ว่าท่านระบุชัดเจนว่า ตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายหรือเห็นชอบ นั่นหมายความว่าถ้ารัฐบาลไม่ได้มอบหมาย ภารกิจนั้นมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครขอเงินจากรัฐบาลกลางไม่ได้ นั่นคือความหมายนะครับ แล้วกรณีถ้าสมมุติมหาวิทยาลัยมีความจําเปึนจะต้องขอเงินจากรัฐบาลกลางในการสนับสนุน ภารกิจทั่ว ๆ ไป ซึ่งการบริหารงบประมาณขององค์กรที่อยู่ภายใต้การกํากับของรัฐที่เขาเปึน อิสระในการบริหารงบประมาณอยู่แล้ว การไปกระทําอย่างนี้ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ จะเปึนอุปสรรคต่อการบริหารงบประมาณของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร แล้วก็เปึน การขัดขวางรายได้ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครที่จะมาจากรัฐบาลกลางด้วย ดูว่า เสมือนดีในวรรคแรกที่บอกว่าต้องอุดหนุนก่อน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือรัฐบาลจะช่วย อุดหนุนให้ เช่นคุณให้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมให้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้น บอกว่าต้องเปึนไปตามภารกิจที่มอบหมาย แล้วมันอุดหนุนทั่วไปหรือท่านประธาน โดยความมันไม่ใช่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าไม่พิจารณาให้ถ้วนถี่ประเด็นนี้จะมีความยุ่งยาก ต่อการปฏิบัติ ของสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครอย่างยิ่ง กรณีถ้ากฎหมายฉบับนี้ ผ่านไป ถ้าท่านจะตั้งนะครับ ท่านต้องไปขอความเห็นชอบว่าภารกิจนี้มอบหมายไหม รัฐบาลกลางบอกไม่ได้มอบ เปึนภารกิจที่กรุงเทพมหานครมหานครต้องทําเอง ถ้าเกิด กรุงเทพมหานครมีเงินอยู่ร้อยละ ๙๐ อีก ๑๐ เอามาจากไหนครับ เพราะขึ้นกับเงื่อนไขว่า รัฐบาลต้องมอบด้วยต้องเห็นชอบด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าพิจารณาให้ถ้วนถี่นะครับ กรณีถ้าจําเปึนจะต้องตัดออกมันไม่มีช่องอื่นครับ ผมต้องมีความเห็นเปึนกรณีอื่นคืออยากให้ไปตัดออกในชั้นของกรรมาธิการร่วมกัน ถึงแม้จะมีประเด็นเล็ก ๆ ประเด็นเดียว เพราะว่าการตรากฎหมายหลังจากนี้ไปไหน ไม่ได้แล้วครับ ถ้าเห็นชอบก็ไปเปึนกฎหมายเลย ไม่เห็นชอบก็ตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ของ ๒ สภาเท่านั้นเอง
ประเด็นที่สอง ในมาตรา ๓๘ ผมมี ๒ ประเด็น ไม่ยาวครับ มาตรา ๓๘ วุฒิสภาได้ไปแก้ไขเรื่องของการตัดถ้อยคําในวรรคหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน อ่านให้ท่านประธานได้รับทราบผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับ มาตรา ๓๘ ผู้ดํารงตําแหน่ง อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าส่วนงานหรือรองหัวหน้าส่วนงาน ต้องเปึนพนักงานมหาวิทยาลัย และ ถ้อยคําที่ว่า ต้องเปึนพนักงานมหาวิทยาลัย และ วุฒิสภาได้ตัดออกครับ ข้อความข้างบนเหมือนเดิมนะครับ ก็จะเหลือถ้อยคํา เพียงแต่ว่า หัวหน้าส่วนงานหรือรองหัวหน้าส่วนงานจะดํารงตําแหน่งเกินกว่า หนึ่งตําแหน่งในขณะเดียวกันไม่ได้ การตัดคําว่า ต้องเปึนพนักงานมหาวิทยาลัย และ ออก ผมเองมีคําถามครับท่านประธาน ถ้ามีสมาชิกหรือผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงในสภาแห่งนี้ ผมอาจจะไม่ติดใจในประเด็นนี้ ท่านประธานครับ การที่จะเปลี่ยนหน่วยงานที่เปึน หน่วยงานของรัฐจากเดิมที่เปึนส่วนราชการไปเปึนหน่วยงานภายใต้การกํากับของรัฐ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงคือต้องเปลี่ยนแปลงองคาพยพทั้งหมดครับ คนที่เปึนราชการเดิม ก็ต้องเปลี่ยนไปเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สังกัดหน่วยงานภายใต้การกํากับนั้น ซึ่งมีชื่อ เรียกต่าง ๆ กันไป เช่น โรงพยาบาลบ้านแพ้วครับ เปึนองค์การมหาชนอยู่ภายใต้ การกํากับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ข้าราชการที่สังกัดโรงพยาบาล บ้านแพ้ว เปลี่ยนเปึนพนักงานโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ตามพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้ง องค์การมหาชนของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว เปึนกฎหมายเฉพาะของเขา ทีนี้บรรดา คณาจารย์ผู้มีตําแหน่ง เช่น อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าส่วนงาน หรือรองหัวหน้าส่วนงาน ถ้าไม่เปึนพนักงานมหาวิทยาลัย จะเปึนอะไรครับถ้าท่าน ตัดออกไป ผมก็พยายามเทียบเคียงว่าถ้าตัดส่วนนี้มีมาตราอื่นรองรับไหม ในการที่จะ รองรับสถานะของคนเหล่านี้ว่าสถานะเขาเปึนอะไร ไปดูมาตรา ๓ ก็ไม่มี ท่านประธานครับ ไปดูมาตราอื่นที่เขียนรองรับก็ไม่มี เพราะฉะนั้นมันก็เลยเปึนข้อสงสัยของผมว่าถ้าท่าน ไม่ให้เขาเปึนพนักงานมหาวิทยาลัยแล้วจะให้เขาเปึนอะไร สถานภาพเปึนอะไรครับ มันต้องระบุเขาอยู่ในกฎหมาย การรับเงินเดือน การรับบําเหน็จบํานาญ การตอบแทน ช่วยเหลือตําแหน่งต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในลักษณะของพนักงานมหาวิทยาลัย มันก็ไม่เปึน ตามที่มีบทบัญญัติไว้ ไปดูมาตรา ๓ มีผู้ปฏิบัติงานมหาวิทยาลัย ซึ่งหมายถึงพนักงาน มหาวิทยาลัยแล้วก็ผู้ปฏิบัติงานอื่นด้วย เพราะฉะนั้น ๒ ประเด็นนี้ผมเองค่อนข้างจะติดใจ ท่านประธานครับ ไม่ต้องการให้กฎหมายฉบับนี้ล่าช้าหรอกครับ แต่ถ้าสมมุติมันออกไป แล้วมันปฏิบัติไม่ได้ ผมเชื่อว่าการปฏิบัติไม่ได้ล่าช้ามากกว่าเสียอีก ถ้าจะเปึนไปได้ก็ อยากจะให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันครับ แล้วไปดู ๒ ประเด็นนี้ ประเด็นอื่นไม่ติดใจเลย เรื่องของเงินอุดหนุนตามภารกิจที่ท่านกําหนดให้เขาว่ารัฐบาลต้องเห็นชอบภารกิจนั้น เปึนภารกิจที่รัฐบาลต้องมอบไปถึงจะขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางได้กับความเปึน พนักงานมหาวิทยาลัยของตําแหน่งที่ผมกล่าวในมาตรา ๓๘ กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ หวังว่าเพื่อนสมาชิกได้ฟังคําอภิปรายของผมนะครับ ถึงแม้เรา อยากจะให้กรุงเทพฯ มีมหาวิทยาลัยโดยเร็ว แต่ว่าออกไปแล้วปฏิบัติไม่ได้ ผมเชื่อว่า ผลประโยชน์ไม่ได้ตกกับกรุงเทพมหานครแล้วก็ประเทศชาติครับ น่าจะตั้งคณะกรรมาธิการ ร่วมกัน ผมต้องขออนุญาตว่าผมไม่เห็นชอบกับวุฒิสภาแก้ไขครับ
สภายินดีต้อนรับ คณะนักเรียนโรงเรียนสุขานารีจากจังหวัดนครราชสีมาด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้ สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ที่วุฒิสภาแก้ไขส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากจะขอความกรุณารวบรัด สักหน่อยได้ไหมครับ อีก ๒-๓ ท่าน นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก วันนี้ที่ดูตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ที่วุฒิสภามีการแก้ไขทั้งสิ้น ๕ มาตรา ในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ซึ่งเปึนสาระที่เปึนองค์ประกอบเฉย ๆ ผมไม่ติดใจ เพราะถือว่า เนื้อหาสาระดูแล้วไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมเท่าไร มันยังมีประเด็นก็คือมาตรา ๑๔ ซึ่งได้มี การพูดถึงรายได้ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จุดประเด็นที่เพื่อน ๆ สมาชิกมีการถกเถียงกันมากก็คือ (๑) และ (๖) ของมาตรา ๑๔ โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยกับการที่วุฒิสภามีการแก้ไขมาครับ เพราะการที่กรุงเทพมหานคร จะจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปแก่มหาวิทยาลัย โดยใช้คําว่าอย่างเพียงพอผมถือว่า ไม่มีหลักประกันครับ เหตุใดที่ผมบอกว่าจะต้องมีหลักประกัน เพราะว่าขณะนี้กรุงเทพมหานคร ถือว่าเปึนท้องถิ่น กรุงเทพมหานครถือว่าเปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่แห่งแรก ของประเทศที่มีมหาวิทยาลัยเปึนของตัวเอง ดังนั้นการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะมีมหาวิทยาลัยเปึนของตนเอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งนั้นจะต้องมีฐานะ ทางการเงินที่เพียงพอ ลําพังเราเขียนไว้ในมาตรา ๑๔ (๑) ที่บอกว่าเงินอุดหนุนนั้น ให้จัดสรรให้เพียงพอเฉย ๆ มันไม่มีหลักประกัน เพราะฉะนั้นการที่วุฒิสภาได้กําหนดไว้ว่า จะต้องมีรายจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ซึ่งผมคิดว่า การที่วุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติมที่กําหนดไว้ว่า กทม. จะต้องจัดสรรให้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๗๐ ของรายจ่ายประจําป้นั้นผมถือว่าเปึนหลักประกันครับ เปึนหลักประกันว่า ฐานะของกรุงเทพมหานครต้องมีเงินเพียงพอเพื่อให้เปึนหลักประกันกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มิฉะนั้นแล้ว อบจ. จังหวัดใหญ่ ๆ หลาย ๆ จังหวัดอาจจะตั้งมหาวิทยาลัยของตัวเองขึ้นมา และโยนภาระเรื่องค่าใช้จ่ายงบประมาณต่าง ๆ มาให้รัฐบาลกลาง ซึ่งผมถือว่าไม่แฟร์ (Fair) ครับ อันนี้ผมเห็นด้วย ประเด็นที่มีการถกกันก็คือเงินอุดหนุนทั่วไป ตาม (๖) ซึ่งมีการแก้ไข จากวุฒิสภาที่กําหนดว่าให้กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณเปึนรายการส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่จัดสรรให้แก่กรุงเทพมหานคร และวุฒิสภามีการเติมคําว่า ตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายหรือเห็นชอบ ซึ่งผมเชื่อว่าเปึน ความห่วงใยของวุฒิสภามีต่อรัฐบาลกลาง เพราะเราจะทราบดีว่าเมื่อรัฐบาลกลางจัดสรร งบประมาณไปยังท้องถิ่นในหมวดอุดหนุนทั่วไป อดีตที่ผ่านมานั้นท้องถิ่นก็เอาคําว่า หมวดอุดหนุนทั่วไปมันกว้างมาก จะเอาไปใช้อะไรก็ได้ แต่เจตนาของรัฐบาลกลางจัดสรร งบในหมวดเงินอุดหนุนทั่วไปให้กับกรุงเทพมหานครนั้นค่อนข้างจะบังคับว่าเงินก้อนนี้ ตาม (๖) จะต้องให้กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเท่านั้น ดังนั้นการที่วุฒิสภา เติมคําว่า ตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายหรือรัฐบาลเห็นชอบ คําว่า รัฐบาลเห็นชอบ ก็คือหมายความว่าเงินก้อนนี้กรุงเทพมหานครต้องไปให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เท่านั้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการที่วุฒิสภาได้ทําการแก้ไขเพิ่มเติม ผมถือว่าเปึน การเสริมองค์ประกอบของการทําหน้าที่ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ภายใต้การดูแลของ กรุงเทพมหานครได้สมองค์ประกอบมากยิ่งขึ้น ผมจึงเห็นด้วยนะครับ สนับสนุนในการแก้ไข ของวุฒิสภาครับ
เชิญคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รวบรัดหน่อยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาได้มีการปรับแก้ไข มานะครับ ในมาตราต้น ๆ มาตรา ๖ มาตรา ๗ เปึนเรื่องของการแก้ไขในถ้อยคํา มีการเพิ่มองค์ประกอบบางส่วน เช่น เรื่องของการบริหารจัดการเขตเมือง เรื่องของ การทําวิจัยที่ให้เปึนประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ผมคงไม่ติดใจในส่วนนี้นะครับ ข้ามไปมาตรา ๑๔ ที่มีการแก้ไขจากทางวุฒิสภา มาตรา ๑๔ โดยส่วนตัวแล้วผมต้อง กราบเรียนว่าเปึนการแก้ไขที่ผมเชื่อว่ามีวัตถุประสงค์ที่ดี ให้เกิดประโยชน์ แล้วก็แน่นอนว่า ให้ทางมหาวิทยาลัยได้จัดสรรการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าส่วนที่ได้ไปปรับแก้ไขมานั้นบางส่วนผมยังติดใจ อยู่ว่ามันมีความจําเปึนหรือไม่ เพราะว่าองค์ประกอบของมาตรา ๑๔ เก่าที่ได้ร่างไว้ จากสภาผู้แทนราษฎรก็มีความครอบคลุมพอสมควรอยู่แล้ว โดยเฉพาะในส่วนที่ ไปปรับแก้มาบอกว่า จะต้องให้กรุงเทพมหานครจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปแก่มหาวิทยาลัย โดยตรง แล้วเติมคําว่า ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ของมหาวิทยาลัย ผมก็เกิดข้อสงสัยว่าทําไมถึงจะต้องเปึน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ เพราะแน่นอนว่าในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ผมก็เชื่อว่าคงมีจํานวนไม่มากนัก ที่จะมีความเข้าใจในเรื่องของการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ซึ่งแน่นอนครับ แต่ละแห่งของมหาวิทยาลัยก็มีการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน คราวนี้เราไปกําหนดที่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มันอาจจะเปึนผลดีหรือผลเสียก็ได้ ที่สําคัญที่สุดก็คือมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครมีความจําเปึนที่จะต้องจัดการศึกษา แน่นอนครับเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ไม่แสวงหากําไรนะครับ คราวนี้เราไปกําหนดที่ร้อยละ ๗๐ ท่านรู้ได้อย่างไรว่า มาตรา ๑๔ (๒) ถึง (๗) เขาจะไม่ได้เงินมา ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าได้มา ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วกรุงเทพมหานครยังต้องจัดสรรงบประมาณไปให้อีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์กลายเปึน ได้กําไรไปสิครับ สผ ๑๔/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) ณัฐวัฒน์ ๗๕/ ๑ นั่นก็ไม่เกิดประโยชน์สูงสุดกับการศึกษาแน่นอน และที่สําคัญมาตรา ๑๔ (๗) วรรคสุดท้ายนี้ ก็ได้กําหนดไว้อยู่แล้วว่า ในกรณีที่รายได้ตามวรรคหนึ่งมีจํานวนไม่เพียงพอสําหรับ ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครพึงจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติม ให้แก่มหาวิทยาลัยตามความจําเปึน นั่นก็หมายความว่าถ้าคุณขาดเงินอย่างไร ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้กรุงเทพมหานครจะต้องเติมเงินไปให้เต็มกับจํานวนที่คุณได้ขาด เพราะฉะนั้นผมมองว่าการแก้ไขมันอาจจะไม่มีความจําเปึนที่จะต้องบรรจุเข้ามาว่า จะต้องมี ๗๐ เปอร์เซ็นต์จากรายได้มาจากกรุงเทพมหานครเท่านั้น นอกจากนั้นผมเอง กราบเรียนด้วยความเคารพว่า ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ยังติดใจนั่นก็คือ มาตรา ๓๘ ผู้ดํารง ตําแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าส่วนงาน หรือรองหัวหน้าส่วนงาน ต้องเปึนพนักงานมหาวิทยาลัยและดํารงตําแหน่งเกินกว่าหนึ่งตําแหน่งในขณะเดียวกันไม่ได้ การตัดคําว่า พนักงานมหาวิทยาลัย และ ออก ผมมองว่ามันอาจจะเกิดช่องโหว่ในอนาคต จากการแทรกแซงจากฝ์ายการเมือง วันนี้เราจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมาอยู่ภายใต้กํากับ ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งแน่นอนผู้บริหารของกรุงเทพมหานครไม่ว่ายุคใดสมัยใดก็เปึน ฝ์ายการเมืองเข้าไปบริหารทั้งนั้น วันนี้เราตัดเรื่องของการที่จะต้องเปึนพนักงานก็คือ การเอาคนในมาดํารงตําแหน่งเอง เปึนอธิการบดี เปึนรองอธิการบดีต่าง ๆ เราตัดออกไปปุ็บ มันก็เกิดช่องโหว่ขึ้นมาได้ นั่นก็คือวันหนึ่งฝ์ายการเมืองเกิดไม่ชอบใจการบริหารงาน หรือทิศทางการดําเนินงานก็ไปดึงเอาคนนอกที่ตนเองเชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยเหลือ หรือพึ่งพากันได้เข้ามาดํารงตําแหน่งได้ ในขณะที่มหาวิทยาลัยเมื่อมีการตัดประโยคนี้ ออกไปก็จะทําให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยขาดความมั่นคง แล้วก็ขาดความก้าวหน้า แล้วก็ต้องตกอยู่ภายใต้ความกลัวกับอํานาจของฝ์ายการเมืองอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ตัวอย่าง มีให้เห็นในหลายมหาวิทยาลัยของรัฐเองก็มี มีการแต่งตั้งบุคลากรที่อิงฝ์ายการเมือง มีการเป่ดภาควิชาใหม่ ๆ บางที่ไปเป่ดภาควิชาเปึนภาษาอังกฤษบ้าง เก็บเงินมากมายมหาศาล แล้วก็กลายเปึนเด็กฝาก กลายเปึนเด็กเส้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราต้องป่ดปัญหานี้ ให้รอบคอบรัดกุม ผมเชื่อว่าประโยคที่ท่านตัดออกไปนี่แหละจะเปึนหนึ่งในกุญแจที่แก้ไข ปัญหานี้ในอนาคตได้ ผมจึงไม่เห็นชอบกับการปรับแก้ในมาตรา ๓๘ และมาตรา ๑๔ แต่อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนั้น ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ผมเชื่อว่าจะเปึน พ.ร.บ. ที่มีประโยชน์แล้วก็จะเปึนต้นแบบที่ดีในอนาคตหลาย ๆ จังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ที่ผมเปึน ส.ส. อยู่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดจริง ๆ ก็มีความพร้อม ผมเชื่อ ว่าถ้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครใน พ.ร.บ. นี้ผ่านไปได้ด้วยดีจะเปึนต้นแบบให้องค์การ บริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศได้ดําเนินรอยตาม แล้วก็จะสามารถจัดการศึกษาให้กับ ลูกหลานเราให้เกิดศักยภาพครับ ขอบคุณครับ
คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สรุปหน่อยนะครับ เพราะเวลามัน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติเรื่องมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครที่เราพิจารณาอยู่นี่ ผมเองก็เปึนกรรมาธิการในชั้นที่เราผ่านการพิจารณาในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ในชั้นนั้นที่ผมเองเปึนกรรมาธิการก็ได้มีการดูกันทุกมาตราอย่างรอบคอบด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายเดินของงบประมาณที่จะมาหล่อเลี้ยงมหาวิทยาลัยแห่งนี้ สภานี้ ก็ได้อนุมัติไปจนเข้าถึงวุฒิสภาครับ ก็ปรากฏว่าวุฒิสภาก็มีการแก้ไขหลากหลายมาตรา ซึ่งโดยมากแล้วก็จะเปึนการแก้ไขในส่วนที่เรียกว่าไม่ได้เปึนสาระสําคัญนักใน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่มีอยู่มาตราหนึ่งซึ่งวุฒิสภาแก้แล้วดูเหมือนกับว่าจะเปึน การเพิ่มพลความ แต่กลับกลายเปึนการเพิ่มสาระสําคัญซึ่งมีความกังวลใจเรื่องงบประมาณ มาตรา ๑๔ (๖) เขาบอกอย่างนี้ครับ รายได้ของมหาวิทยาลัยก็มีหลายทาง มีอยู่ทางหนึ่ง ที่เปึนหนึ่งส่วนของรายได้ของมหาวิทยาลัยก็คือเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ หลายท่านเปึนกรรมาธิการพิจารณางบประมาณมาแล้ว เปึนผู้แทนราษฎรก็จะเข้าใจดีว่า เงินอุดหนุนนั้นมีเงินอุดหนุนทั่วไปกับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ การที่ในคราวนั้นที่ผ่าน การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเราจงใจให้เปึนเงินอุดหนุนทั่วไป เพราะการบริหารจัดการ เงินงบประมาณของรัฐนั้นจะเปึนไปโดยเสรีอิสระ ตามที่สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครนั้น ต้องการให้เปึน แล้วนั่นเปึนวิถีทางในการบริหารงานของมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ไม่ได้ จํากัดเฉพาะที่นี่ที่เดียว แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือว่า ในตัวกฎหมายนั้นมีการภาคเสธเกิดขึ้น ก็คือจะเรียกว่า เดาไม่ออกว่าจะเปึนเงินอุดหนุนทั่วไปหรือเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เพราะวุฒิสภานั้นได้มีการแก้ไขในวรรคต่อมาว่า เงินอุดหนุนทั่วไปตาม (๖) ที่กําหนดไว้ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณเปึนรายได้ส่วนหนึ่ง ของงบประมาณรายจ่ายที่จัดสรรให้แก่กรุงเทพมหานคร โดยเพิ่มเติมคําว่า ตามภารกิจ ที่รัฐบาลมอบหมายหรือเห็นชอบ ด้วยความที่เติมถ้อยคําที่เรียกว่าเปึนสร้อยลงไปแบบนี้ละครับ ใส่สร้อยไปว่า ตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายหรือเห็นชอบ มันกลายเปึนว่าสิ่งที่ตั้งใจ เอาไว้ในตอนต้นที่เขียนให้เปึนเงินอุดหนุนทั่วไปมันจะกลายเปึนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ โดยสภาพของมัน นี่ละครับท่านประธานที่เคารพ การเติมสร้อยแบบนี้มันทําให้กฎหมาย มันเกิดการภาคเสธ ก็คือกึ่งรับกึ่งปฏิเสธ ผมก็กังวลใจว่าถ้าเราปล่อยร่างพระราชบัญญัตินี้ ออกไป โดยเฉพาะในมาตรา ๑๔ การตีความในทางเดินงบประมาณ ท่านประธานเอง ก็จะทราบครับว่ามันอาจจะมีปัญหาได้ เพราะหัวเรื่องเขียนให้เปึนเงินอุดหนุนทั่วไป แต่พอ ตอนท้ายประโยคตอนสร้อยไปเขียนว่าตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมาย มันก็กลายเปึนหัว เปึนหางทั่วไปเปึนเฉพาะกิจ คราวนี้ลงในหมวดอย่างไรครับ ก็ต้องเรียนว่าสิ่งที่ผ่านไป ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรหรือแม้ในชั้นกรรมาธิการที่ผมนั่งอยู่ด้วยเราต้องการให้ เปึนการอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาล เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยนั้นมีอิสระในการกําหนดกิจกรรม ได้ ผมเลยมีความกังวลใจว่า ถ้าอย่างนั้นถ้าจะต้องมีการล่าช้าเกิดขึ้นมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อความชัดเจนของกฎหมายต่อไปในอนาคต ถ้ามีโอกาสในการที่จะตั้งกรรมาธิการ ร่วมกัน แล้วใช้เวลาให้กระชับที่สุดเพราะแก้ไขสักมาตราเดียว สักอาทิตย์สองอาทิตย์ แล้วรีบนํากลับเข้ามากฎหมายฉบับนี้ก็จะมีผลได้ โดยที่ไม่มีปัญหาในแนวทางปฏิบัติครับ
ได้ฟังแล้วก็มีติดมาตรา ๖ มาตรา ๑๔ มาตรา ๓๘ ซึ่งมีเรื่องเกี่ยวโยงกัน ผมว่าอภิปรายพอสมควรแล้ว ผมขอป่ดอภิปราย เพื่อจะดําเนินการถามที่ประชุมว่าจะรับหรือไม่รับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมตินะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วย เพื่อเราจะได้ตรวจสอบองค์ประชุม เมื่อท่านนั่งลงแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านใดที่ยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ท่านที่กําลังเดินมา เสียบบัตรแสดงตนหรือยัง ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๖๔ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว หรือยังครับ ทุกท่านใช้สิทธิแล้วหรือยัง ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่มีท่านผู้ใด ไม่ได้ใช้สิทธินะครับ ผมของดการใช้สิทธิในการลงคะแนนนะครับ โปรดส่งผลมา มีท่านผู้เข้าประชุมอยู่ในห้องประชุม ๓๕๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามที่ วุฒิสมาชิกแก้ไขนะครับ กฎหมายนี้ก็ผ่านการเห็นชอบแล้วครับ
ต่อไปก็เปึนเรื่องขอเลื่อนพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับการแก้ไขก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเปึนหรือมิได้เปึน สมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณา กระผมคิดว่าไม่ต้องอภิปราย ต้องอภิปรายด้วยหรือครับ เชิญท่านพีรพันธุ์ สั้น ๆ หน่อยนะครับ สัก ๕ นาทีครับ
ท่านประธานครับ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ถ้าจะเลย ๕ นาทีไปบ้างท่านประธานคงไม่ว่าผมนะครับ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... ในชั้นพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร มันมี หลายเรื่องที่จะต้องทําความเข้าใจกันมากพอสมควร โดยเฉพาะรูปแบบของคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งตอนนั้นมีข้อถกเถียงกันมากว่าจะเปึนกรรมการเต็มเวลาทั้งหมด หรือเต็มเวลาส่วนหนึ่ง แล้วก็ไม่เต็มเวลาอีกจํานวนหนึ่ง แต่ในที่สุดสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้ความเห็นชอบเปึนกรรมการเต็มและไม่เต็มเวลาคละกันไป นี่คือส่วนที่เปึนเรื่อง ที่เปึนหลักสําคัญนะครับ แล้วมันจะโยงไปถึงเรื่องที่มาของคณะกรรมการกับ วาระการดํารงตําแหน่งด้วย ท่านประธานครับ ในชั้นของวุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ที่สําคัญที่ผมคิดว่าควรจะพิจารณาก็คือ
ในมาตรา ๖ ที่วุฒิสภาแก้ไข จํานวนกรรมการทั้ง ๑๑ ท่านในคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายนั้น ไปกําหนดให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการ อีก ๔ คนเปึนกรรมการเต็มเวลา รวมแล้วก็จะเปึน ๖ ท่าน ใน ๑๑ ท่านเปึนกรรมการ เต็มเวลา ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไป ใน ๑๑ ท่านนั้นจะเปึน กรรมการเต็มเวลาเพียง ๓ ท่าน นอกนั้นไม่เต็มเวลา นี่คือการออกแบบในชั้นของ สภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการให้มีคณะกรรมการจํานวนหนึ่งประมาณ ๓ ท่านเพื่อที่จะ ไปทําหน้าที่เต็มเวลา เพื่อให้งานของคณะกรรมการเปึนไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนนอกนั้น ก็ยังเปึนกรรมการที่ไม่เต็มเวลาอยู่
ผ่านไปถึงมาตราที่มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ วาระการดํารงตําแหน่ง ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรให้อยู่ในตําแหน่ง ๖ ป้และสมัยเดียว ส่วนกรรมการเต็มเวลานั้น ให้อยู่เพียง ๓ ป้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีการหมุนเวียนขึ้นมาทําหน้าที่ เพราะคิดว่ายังสามารถที่จะหา บุคคลที่จะมาทําหน้าที่ได้อยู่เปึนจํานวนมาก ในเรื่องวิธีการคัดเลือก คือ ในมาตรา ๒๑ มีการแก้ไขให้มีการสรรหามาเพื่อแต่งตั้งเปึนจํานวน ๑๑ คน แล้ว ๑๑ คนนั้นก็จะต้อง กําหนดว่าจะเปึนกรรมการประเภทไหน เต็มเวลาหรือไม่เต็มเวลา ซึ่งในตอนนี้ผมก็ ยังคิดว่าในจํานวน ๑๑ คนจะไปกําหนดว่าให้มีเต็มเวลาเท่านั้นคนเท่านี้คน หรือไม่เต็มเวลา เท่านั้นคนเท่านี้คน ในทางปฏิบัติก็คงจะยาก เพราะฉะนั้นในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรเรา ก็บอกว่าให้สรรหามาก่อน ๘ ท่าน เปึนกรรมการไม่เต็มเวลาทั้งหมด แล้วกรรมการ ทั้ง ๘ ท่านนี้ก็ไปหามาเพิ่มอีก ๓ ท่าน เปึนกรรมการเต็มเวลาอย่างเดียว อย่างนี้การปฏิบัติ มันก็จะง่ายขึ้น ผมไม่เข้าใจว่าในมาตรา ๒๑ ที่จะหามา ๑๑ คนเลย แล้วก็ไปเลือกอีก ๖ คนคือประธาน รองประธาน และอีก ๔ คนเปึนกรรมการเต็มเวลา ตอนที่แสดง ความจํานงมา เกิดเขาบอกว่าขอเปึนเต็มเวลาทั้ง ๑๑ คนจะทําอย่างไร หรือบอกว่า เปึนกรรมการเต็มเวลา ไม่เต็มเวลาเสียเปึนส่วนใหญ่ ๙ คนไม่เต็มเวลาหมด มันก็จะเปึน กรรมการเต็มเวลาไม่ได้อยู่ดี นี่ก็จะเกิดความยุ่งยากในข้อปฏิบัติเปึนอย่างมาก
ท่านประธานครับ ในเรื่องรายได้ของสํานักงาน ไปตัดเรื่องเงินและทรัพย์สิน ในการบริจาคออก ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทําไมตัดออกไป เพราะอาจจะมีคนที่เห็นว่าสํานักงานนี้มันน่าจะมีประโยชน์ เขาอยากจะเข้ามาช่วยก็ให้ เงินบริจาค ก็ไม่ให้รับเสียแล้ว ก็ต้องไปพึ่งเงินจากรัฐอยู่ดี หรือผลประโยชน์ หรือรายได้ จากทรัพย์สินของสํานักงาน และสํานักงานจะหาเงินรายได้จากไหน มีน้อยมาก ยังมีผู้ที่อยากจะบริจาคให้ท่านก็ไม่ให้รับ ก็แปลกดีครับท่านประธาน ในเรื่องที่ผมคิดว่า จะเปึนปัญหามาก ๆ ก็คือกรรมการครับ เรื่องของกรรมการ คือเราพยายามจะออกแบบ กรรมการของประเทศไทยไม่เต็มเวลาเปึนส่วนใหญ่ ก็ทํางานข้างนอกแล้วมาเปึนกรรมการ เพราะฉะนั้นในเรื่องของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายถ้าดูจากรูปแบบของ ก.พ.ร. ที่เปึนต้นแบบ มีกรรมการเต็มเวลาจํานวนหนึ่ง ไม่เต็มเวลาเปึนส่วนใหญ่ แล้วเขาก็ วางแบบให้กรรมการไม่เต็มเวลา เปึนคนดูแลงานทั้งหมด เปึนประธานเปึนอะไรต่ออะไรไป แต่ว่ากรรมการชุดเดียวกัน กรรมการเต็มเวลามาทําหน้าที่บริหารทํางานคิดเรื่องเหล่านี้ ทั้งหมด แต่ในแบบที่มีการแก้ไขโดยวุฒิสภากลับไปให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการอื่น ๆ เปึนกรรมการเต็มเวลา ส่วนที่เหลือมาบ้างไม่มาบ้างก็ได้ คือมัน กลับกันหมดกับที่ทางสภาผู้แทนราษฎรคิด ท่านประธานครับ ผมคิดว่ามันน่าจะมีปัญหา ในทางปฏิบัติอย่างแน่นอน
มาตราที่สําคัญอีกมาตราหนึ่งครับท่านประธาน คือมาตรา ๘ (๑๐) ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎร ในชั้นกรรมาธิการด้วยมีการถกเถียงกันมาก คือเดิมเคยมีร่างว่า ไม่เปึนบุคคลซึ่งกระทําการหรือร่วมกระทําการในการยึดอํานาจการปกครองประเทศ โดยไม่ใช่วิถีทางของระบบประชาธิปไตย ท่านมาแก้เปึนเพียงว่า ไม่เปึนบุคคลที่อยู่ใน ระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตามมาตรา ๒๖๓ ของรัฐธรรมนูญ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการเป่ดเผย หรือไม่เป่ดเผย หรือแสดงบัญชีทรัพย์สินไม่ถูกต้อง หรือเคยถูกวุฒิสภาให้ถอดถอนออกจากตําแหน่งตามมาตรา ๒๗๔ ก็มาแก้เปึนอย่างนี้ ซึ่งมันไม่ตรงกับมาตรา ๘ (๑๐) เดิม ของสภาผู้แทนราษฎรเปึนอย่างมาก ในชั้นนั้น เรามีการพูดกันมากและผมก็ดีใจนะครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีอาจารย์จํานวนหนึ่งได้ตั้งคณะของพวกเขาขึ้นมา เพื่อจะติดตามดูการดําเนินการ ในเรื่องกฎหมายของหลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะของนักกฎหมายคือเขาพูดตรง ๆ ท่านประธานครับ เมื่อมีการยึดอํานาจโดยการรัฐประหารจะมีนักกฎหมายจํานวนหนึ่ง เข้าไปทําหน้าที่ร่างประกาศร่างอะไรต่ออะไรให้คณะปฏิวัติแล้วก็ใส่อะไรสารพัดเข้าไป ซึ่งผมคิดว่าลําพังพวกทหารที่ยึดอํานาจไปคงไม่มีปัญญาที่จะไปคิดกลไกกฎหมาย ที่มันพิลึกพิลั่นเข้ามาได้ นี่เปึนที่มาของวันนี้ที่เรามีกฎหมายที่มันแปลกประหลาดมาก มันก่อให้เกิดความไม่เปึนธรรมมาก มันก่อให้เกิดปัญหาในกระบวนการยุติธรรมจํานวนมาก ก็เพราะมีนักกฎหมายกลุ่มนี้จํานวนหนึ่งเข้าไปรับใช้เผด็จการอย่างนี้ ที่ผมพูดขึ้นมานี้ เปึนเรื่องจริงที่อย่างน้อยอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จํานวนหนึ่ง เห็นปัญหาและพวกเขาเองก็เริ่มต้นที่จะตั้งกระบวนการขึ้นมาเพื่อที่จะติดตามดูว่า กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยที่มันมีปัญหาในทุกวันนี้เขาบอกแล้วว่า เพราะมี นักกฎหมายจํานวนหนึ่งพูดถึงคําว่า ขายตัวไป เพื่อจะไปรับใช้เผด็จการแล้วเขียนกฎหมาย พิลึกพิลั่นขึ้นมา รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่พวกเราเห็นเปึนปัญหาทุกวันนี้ก็เปึนผลผลิต จากส่วนนี้ มาตรา ๓๐๙ ท่านประธานครับ เขียนขึ้นมาอย่างนี้เห็นไหมครับ มันมีปัญหา จนทุกวันนี้เปึนปัญหาที่จะไปทําลายล้างระบบนิติธรรม นิติศาสตร์ของรัฐด้วยซ้ํา ฉะนั้นเมื่อแก้ เปึนอย่างนี้ความหมายของมาตรา ๘ (๑๐) กับร่างเดิมที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปกับที่วุฒิสภา แก้ไขนี่คนละเรื่องเลยครับท่านประธาน ผมคิดว่าการแก้ไขไปอย่างนี้ผมไม่สามารถ ที่จะรับได้ แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องที่มาของคณะกรรมการที่เปลี่ยนแนวคิดไปอีกแบบหนึ่ง แล้วมันจะก่อให้เกิดเปึนปัญหาในทางปฏิบัติตามมาอีกมากมาย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจําเปึนที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อจะไปพิจารณากัน อีกครั้งหนึ่งครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณนคร มาฉิม สั้น ๆ ๓ นาทีก็พอ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ผมสงสัยแล้วก็ประเด็นหรือจุดยืนในการแก้ไขของวุฒิสภาอยู่นิดหนึ่งก็คือ จากเดิมกําหนด ไว้ในร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๘ กรรมการต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑๐) ไม่เปึนบุคคลซึ่งกระทําการหรือร่วมกระทําการ ในการยึดอํานาจการปกครองประเทศ โดยไม่ใช่วิถีทางระบอบประชาธิปไตย แต่การที่ วุฒิสภาไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักการตัดออกเกือบทั้งหมดนะครับ แก้ไขเปึนว่า (๑๐) ไม่เปึนบุคคลที่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา ๒๖๓ หรือเคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตําแหน่งตามมาตรา ๒๗๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ผมสงสัยในจุดยืนแล้วก็ประเด็นที่ทางวุฒิสภาได้แก้ไข เนื่องจากว่าหลักการเดิมที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบแล้วก็ผ่านไปแล้วก็คือ ไม่ต้องการให้คนที่ไปเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติการรัฐประหารหรือการกระทําใด ๆ ที่ไม่ใช่ วิถีทางในระบอบประชาธิปไตยเข้ามาเกี่ยวข้องในการเปึนกรรมการ แต่ว่าท่านตัดเรื่องนี้ ออกไปก็ไม่รู้ว่าจะได้รับการชี้แจงจากทางวุฒิสภาอย่างไร ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานนะครับ เพราะหลักการมันเปลี่ยนไป
คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สั้น ๆ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมติดใจ ในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... จากทางวุฒิสภา อยู่ ๒ มาตรานะครับ
มาตราแรกคือ มาตรา ๒๖ ซึ่งเปึนเรื่องเกี่ยวกับวาระการดํารงตําแหน่งของ เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ในเบื้องต้นเลยทางสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่างขึ้นไปว่าเลขาธิการมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ป้นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้อีก แต่ทางวุฒิสภาไปเพิ่มมา ๒ วรรคว่า ให้เลขาธิการ ซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง เลขาธิการขึ้นใหม่ และอีกวรรคหนึ่งบอกว่า เพื่อให้ได้เลขาธิการคนใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เมื่อสิ้นสุดวาระของเลขาธิการคนเดิม ให้ดําเนินการคัดเลือกเลขาธิการใหม่เปึนการล่วงหน้า ตามสมควร วรรคสามไม่ติดใจนะครับ แต่วรรคสองซึ่งบอกว่า ให้เลขาธิการซึ่งพ้นจาก ตําแหน่งไปแล้วดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกเลขาธิการใหม่ ผมมองว่า มันเปึนการเป่ดช่องให้เกิดปัญหาขึ้นมาอย่างหลายหน่วยงานในปัจจุบันต้องกราบเรียนว่า การที่ไปเป่ดโอกาสให้เขาได้ทํางานต่อ ข้อดีก็คือทําให้งานมันต่อเนื่อง แต่ข้อเสีย เมื่อเราเจอบุคลากรซึ่งยึดติดกับอํานาจ เราก็เห็นอยู่ในหลายองค์กรนะครับ ไม่ยอมลาบ้าง ไม่ยอมออกบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะกลายเปึนว่ามันก็กลายเปึนปัญหาของหน่วยงาน กลายเปึนปัญหาขององค์กรที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดศักยภาพ วันนี้เราไม่อยากจะเห็นอีกแล้ว เรื่องของการแต่งตั้งรักษาการ ผบ.ตร. มา ๘ เดือน ๑๐ เดือน เรื่องของคนที่หมดวาระ ตามอายุแล้วก็ไม่ออก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่อยากจะให้มันเปึนอีกนะครับ ผมก็มองว่า การแก้ไขในมาตรา ๒๖ อาจจะไม่มีความจําเปึน ก็เห็นว่าควรจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันขึ้นมาเพื่อพิจารณากันให้ละเอียดถี่ถ้วนนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมติดใจ อันนี้ผมค้านหัวชนฝาเลยท่านประธานครับ มาตรา ๘ (๑๐) มีการปรับแก้ไขในเรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ใน (๑๐) ในร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร ที่ส่งขึ้นไปบอกว่า กรรมการจะต้องไม่เปึนบุคคลซึ่งกระทําการหรือร่วมกระทําการ ในการยึดอํานาจการปกครองประเทศ โดยไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย ผมไม่แน่ใจว่าวุฒิสภาใช้แนวคิดอะไรนะครับ ปรับแก้ตัด (๑๐) ออก และไปเปลี่ยนเปึน ไม่เปึนบุคคลที่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตามมาตรา ๒๖๓ หรือเคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตําแหน่ง ผมเองด้วยความเคารพนะครับ ถ้าถูกตัดสิทธิทางการเมืองไม่ว่าครับ ถ้าเคยถูกวุฒิสภา มีมติถอดถอนก็ไม่ควรเปึน ถูกต้อง แต่ควรจะเติมไปในมาตรา ๘ นี้เปึน (๑๑) และ (๑๒) เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์นะครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไปตัดเอาผู้ที่ปฏิวัติรัฐประหารออก แล้วไปเติมเอาคนที่เขาโดนผลกระทบ นั่นก็คือผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ที่เกิดจากคณะรัฐประหาร สิ่งนี้มันเปึนการหักหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หักหน้านักการเมือง ที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเมื่อเห็นมาตรา ๘ (๑๐) โดนแก้ไขมาเปึนลักษณะนี้ ด้วยศักดิ์ศรีของความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก การเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชน ผมต้องยืนปฏิเสธการแก้ไขของวุฒิสภาในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ
คุณสถาพร สั้น ๆ นะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมขอแสดงความห่วงใยและอยากเรียกร้อง ให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ด้วยความไม่สบายใจกรณีที่วุฒิสภาไปแก้ไข ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่อยากจะตรวจสอบพฤติกรรมของทางสภาสูงเหมือนกันว่าท่านมี เจตนารมณ์อย่างไร ก็อยากจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่างวุฒิสภากับ สภาผู้แทนราษฎร กรณีที่ไปแก้ไขมาตรา ๘ ว่าด้วยคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม (๑๐) ซึ่งเหตุผลต่าง ๆ นั้นเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปเปึนจํานวนมากแล้ว ผมเองอยากจะย้ํา อีกครั้งหนึ่งว่า (๑๐) นั้นถือเปึนคุณสมบัติที่มีความสง่างามของคณะกรรมการที่จะไป ร่วมกันในการปฏิรูปกฎหมาย เพราะถือว่าคุณสมบัติที่ไม่เปึนเนติบริกร เปึนนักกฎหมาย ที่มีความสง่างามในบ้านนี้เมืองนี้เท่านั้นที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูประบบ กฎหมายของประเทศ ดังนั้นมาตรา ๘ (๑๐) ที่วุฒิสภาไปตัดทิ้งทั้งหมดแล้วเอาคุณสมบัติ ที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ในแง่ของเรื่องการถูกตัดสิทธิทางการเมือง หรือถูกถอดถอนออกจาก ตําแหน่งตามมาตรา ๒๗๔ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเรื่องนี้ผมเองขอยืนยันว่า ทางสภาแห่งนี้น่าที่จะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันอย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าเจตนารมณ์ ของสภาสูงมีความคิดเห็นเปึนเช่นไร ก็นําเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ
ผมว่าพอพิจารณาได้แล้ว ผมขอป่ดการอภิปราย เพื่อจะได้ถามมติที่ประชุมว่าจะดําเนินการเอาตามวุฒิสภา หรือว่าเราจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมด้วยครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมด้วยครับ เราเร่งกันหน่อยจะได้เข้าระเบียบวาระที่ ๑๑ วันพรุ่งนี้นะครับ ท่านสมาชิกครับ ช่วยกรุณาเข้ามาห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมและลงมตินะครับ เมื่อท่านเข้ามาในห้องประชุมนั่งแล้วก็โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เมื่อท่านเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้ว ท่านใดยังไม่เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ได้แสดงตน เรียบร้อยแล้ว ส่งผลมา มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๖๐ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นชอบกับที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. .... โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิกันเรียบร้อย แล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิบ้างมีไหมครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ เรียบร้อยแล้ว ก็งดการใช้สิทธิ โปรดส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๖๗ ท่าน เห็นด้วยตามที่วุฒิสภาแก้ไข ๒๔๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๙ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขนะครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๗ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญทั่วไป) เปึนพิเศษ วันอังคารที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... จึงขอส่ง ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับการแก้ไขก็ให้แต่ละสภา ตั้งบุคคลซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎร กําหนดประกอบเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา คงจะไม่มีท่านผู้ใดอภิปราย ไม่มีนะครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ไม่มี ผมก็ขอป่ดอภิปราย ก็ขอถามมติที่ประชุมเลยนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เพื่อให้สมบูรณ์แบบ ผมจะตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง โปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้ว มีท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรมีไหมครับ ไม่มี ก็ถือว่าเสียบบัตรแสดงตนกัน เรียบร้อยแล้ว ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๕๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ถ้าท่านผู้ใดเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่งาน พ.ศ. .... โปรดใช้สิทธิกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อย แล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ ไม่มีนะครับ เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว ส่งผลมา มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๖๙ ท่าน เห็นด้วยตามที่วุฒิสภาแก้ไข ๓๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบ ตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. ....
ต่อไปเปึนเรื่องฉบับที่ ๘ อย่าเพิ่งลุกไปไหนนะครับ พิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ....
ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มากครับก็ควรที่จะไม่ต้องอภิปรายก็ได้กระมังครับ ท่านผู้ใดจะอภิปราย เชิญอดีตประธานกฎหมายฉบับนี้ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... ได้ผ่าน สภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ไปยังวุฒิสภา ท่านประธานที่เคารพครับ วุฒิสภาได้แก้ไข หลายมาตราด้วยกันนะครับ แก้ไข ๒๖ มาตราและเพิ่มเติมมา ๔ มาตรา ในส่วนแก้ไข ๒๖ มาตรานั้นกระผมได้ตรวจดูแล้ว ปรากฏว่าเปึนเรื่องของการปรับปรุงสาระถ้อยคํา ซึ่งทําให้กฎหมายดีขึ้นไม่กระทบกับหลักการของกฎหมาย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า ใน ๒๖ มาตราที่ทางวุฒิสภาแก้ไขนั้นผมเองไม่ติดใจ
สําหรับส่วนที่เพิ่มเติมมา ๔ มาตราก็ถือว่าเพิ่มเติมในส่วนที่เปึนสาระ ที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรที่จะรับทราบนะครับ ถึงแม้ว่าผมเองไม่เห็นด้วย แต่เนื่องจากว่าเปึนการเพิ่มเติมสาระที่เพิ่มเติมจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕/๑ สมาชิกวุฒิสภาได้เพิ่มเติมขึ้นมาในสาระที่กระผม กราบเรียนว่าค่อนข้างเปึนประโยชน์ เพราะว่าในร่างเดิมนั้นสมาชิกสภาระดับจังหวัด เสนอชื่อประธานระดับจังหวัดขึ้นมา แล้วก็เลือกคณะกรรมการสภาเกษตรกรระดับชาติ ภายในสามสิบวัน วุฒิสมาชิกได้แก้ไขบอกว่า ถ้าเกิดมีปัญหาในเรื่องของการส่งชื่อ ประธานระดับจังหวัดขึ้นมานั้นถ้าครบกําหนดสามสิบวันแล้วยังไม่ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็สามารถที่จะดําเนินการได้ ผมกราบเรียนว่าเปึนการเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อให้การสรรหาคณะกรรมการสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติเปึนไปได้ด้วยความราบรื่น ส่วนนี้ก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหาพอที่จะรับได้เพราะเปึนการเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาให้ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่มีเหตุการณ์ใด ๆ ทําให้ไม่อาจส่งชื่อประธานสภาเกษตรกรจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งได้ ในมาตรานี้ผมคิดว่าไม่น่าขัดข้องนะครับ
ท่านประธานครับ ส่วนเพิ่มเติมอีกมาตราหนึ่ง มาตรา ๑๐/๑ วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมว่า ให้คณะรัฐมนตรีจัดทํารายงานผลการพิจารณาหรือผลการดําเนินงานของ คณะรัฐมนตรีในเรื่องที่สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอ เพื่อเสนอต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในส่วนนี้หมายความว่าในส่วนที่สภาเกษตรกรแห่งชาติได้เสนอขออนุมัติคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหรือไม่นั้นให้แจ้งให้สภารับทราบ ผมคิดว่าเปึนเรื่องดีครับ มิฉะนั้นแล้ว ก็ทําให้สิ่งที่สภาเกษตรกรแห่งชาติไปขอ ขอแล้วไม่ทราบว่าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ หรือไม่อย่างไร ก็เปึนเรื่องที่ทําให้การบริหารสภาเกษตรกรแห่งชาติมีความรอบคอบยิ่งขึ้นครับ
ผมขออนุญาตอีก ๒ มาตรา ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๘/๑ วุฒิสภาได้ เพิ่มเช่นเดียวกันครับบอกว่ากิจการของสํานักงานไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ทั้งนี้ เลขาธิการ พนักงาน และลูกจ้างของสํานักงาน ต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ในส่วนนี้ผมกราบเรียนว่า เปึนการเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อความรอบคอบนะครับ เนื่องจากว่าเปึนการเพิ่มเติมเพื่อให้ สอดคล้องกับรูปแบบของหน่วยงานอิสระอื่นที่มีอยู่แล้วนะครับ ก็ไม่ขัดข้อง มาตราสุดท้าย ท่านประธานครับ
ผมว่าถ้าไม่ขัดข้องแล้ว ก็ไม่ต้องอภิปรายแล้วครับ
เปึนเรื่องเพิ่มเติมนะครับ เพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบ
สุดท้ายในมาตรา ๒๖/๑ ให้สํานักงานจัดทํางบดุล งบการเงินและบัญชีทําการส่ง ผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นป้บัญชี อันนี้ก็บัญญัติขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้อง กับกฎหมายอื่น ให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินสามารถตรวจสอบและประเมินผลได้ ก็เปึนเรื่องที่ไม่น่าขัดข้องนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ในสิ่งที่วุฒิสภาไปปรับปรุง ๒๖ มาตรา แก้ไข ๒๖ มาตรา และเพิ่มเติมมา ๔ มาตรานั้น ก็สามารถที่จะรับได้ครับ ขอบคุณมากครับ
ก็ควรรับไป คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้สมาชิกวุฒิสภาได้แก้ไข เปึนจํานวนมากคิดว่าหลายมาตรา ผมเองนั้นมีความคิดเห็นที่ทั้งเห็นด้วยในบางมาตรา ที่วุฒิสมาชิกแก้มาและไม่เห็นด้วย ผมมีอยู่ ๒ ประเด็น
ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐ ในเรื่องอํานาจหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ วุฒิสภาได้เพิ่มรายละเอียดในข้อ (๗/๑) บอกว่า พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ เกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ผมเรียนว่าข้อความอย่างนี้เปึนข้อความที่ดีท่านประธานครับ แต่เปึนข้อความที่ฟุ์มเฟ๋อยแล้วก็ซ้ํากับอํานาจหน้าที่ตาม (๑) ซึ่งได้เขียนอยู่แล้วว่า สภาเกษตรกรแห่งชาตินั้นมีหน้าที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกําหนดนโยบายการส่งเสริม และพัฒนาความเข้มแข็งแก่เกษตรกร และองค์กรเกษตรกร ผมถือว่าสิ่งเหล่านี้เปึนการใช้ ถ้อยคําที่เกินความจําเปึนในการเพิ่มของวุฒิสภา
นอกจากนั้นอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่กระผม ให้ความสําคัญอย่างมากก็คือเรื่องของสภาเกษตรจังหวัด สภาเกษตรจังหวัดในมาตรา ๓๐ นั้น เดิมสิ่งที่ ส.ส. ได้พิจารณาไปก็คือคุณสมบัติ คุณสมบัติของสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ว่าต้องมีอายุไม่ต่ํากว่ายี่สิบป้ แต่สมาชิกวุฒิสภาได้แก้มาเปึนบอกว่า ต้องมีอายุไม่ต่ํากว่า ยี่สิบห้าป้ สิ่งเหล่านี้ผมไม่เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะว่าบุคคลที่อายุ ๒๐ ป้นั้นที่จริงแล้วถือได้ว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว แล้วก็สามารถ ใช้สิทธิใช้เสียงในการออกเสียงลงคะแนนมากมายหลายอย่าง แม้กระทั่งการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคนต่างจังหวัด ท่านประธานครับ อายุ ๒๐ ป้สามารถ ประกอบอาชีพมีความรับผิดชอบ แล้วบางคนนั้นอยู่ในวัยที่กําลังทํางานแล้วก็ไม่น่า จะไปกีดกันเขาในการที่จะส่งเสริมให้เขานั้นเปึนสมาชิกสภาเกษตรกรระดับจังหวัด ผมเห็นว่าร่างที่ ส.ส. ได้พิจารณานั้นก็คือให้คุณสมบัติมีอายุ ๒๐ ป้นั้นดีแล้วนะครับ ผมไม่เห็นด้วยกับที่วุฒิสภาแก้มาเปึน ๒๕ ป้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณผ่องศรี เอาสั้น ๆ หน่อยครับ ค่ําแล้ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์นะคะ ดิฉันใช้เวลานิดเดียวค่ะเพื่อจะให้สภาของเราได้บันทึกวันประวัติศาสตร์วันนี้นะคะ คือวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๓ เปึนวันที่สภาจะได้ร่วมกันผ่านร่างกฎหมายที่เกษตรกร รอคอยมานานนับสิบป้นะคะ ก็ขอให้บันทึกไว้ด้วย กฎหมายฉบับนี้ภายใต้การนําของ ท่านประธานชัย ชิดชอบ สภาคงจะได้ร่วมกันผลักดัน
ไม่ใช่ในนามผม ในนาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ค่ะ แล้วก็ภายใต้รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะคะ เปึนกฎหมายที่เปึนประวัติศาสตร์จริง ๆ ก็คิดว่าเมื่อกฎหมายนี้ผ่านไปแล้วก็จะได้มีสภาเกษตรกรขึ้นมาเปึนองค์กรที่ทําหน้าที่แทน เกษตรกรโดยเกษตรกรแล้วก็เพื่อเกษตรกรอย่างแท้จริง ดิฉันมีข้อสังเกตมาตราเดียวที่ฝากเอาไว้ ที่วุฒิสภาแก้ไขส่วนใหญ่ก็เห็นสอดคล้องกับที่ท่านอาจารย์ประกอบได้อภิปรายไปแล้ว ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ยกเว้นมาตรา ๔๓ ที่วุฒิสภาได้แก้ไขในเรื่องของการเลือกตั้ง วิธีเลือกตั้งเกษตรกรประจําหมู่บ้าน ซึ่งแต่เดิมเจตนารมณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้กําหนดว่าให้เกษตรกรผู้มีสิทธิในแต่ละหมู่บ้านได้เลือกตั้งกันเอง เข้าใจว่าน่าจะใช้เปึน วิธีประชาคม แต่ว่าทางวุฒิสมาชิกได้ไปตัดถ้อยคํานี้ออก แต่ว่าถ้าอ่านไปก็ตีความได้ว่าน่าจะใช้ มีการเลือกตั้งเช่นเดิมแต่ไม่ได้บอกวิธี นอกจากนั้นก็ไปบอกว่าให้เอาตัวแทนเกษตรกรหมู่บ้าน ให้ยึดตามคุณสมบัติตามมาตรา ๓๐ พอไปเป่ดดูมาตรา ๓๐ ก็คือระบุว่าต้องเปึน เกษตรกรที่มีภูมิลําเนาอยู่ในจังหวัด อันนี้ก็อาจจะมีข้อที่ไม่ได้มีภูมิลําเนาอยู่ในหมู่บ้าน แต่ดิฉันก็เชื่อว่าเมื่อปฏิบัติจริงคนที่ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนั้นก็คงจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติน่าจะไม่ขัดแย้งกันนะคะ เพราะฉะนั้นเพื่อให้กฎหมายนี้ได้ผ่าน เปึนเรื่อง ที่เรารอคอยมานาน ก็ขอสนับสนุนเห็นชอบกับที่วุฒิสภาแก้ไขค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ สรุปหน่อยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การที่วุฒิสมาชิกได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... ถึง ๒๖ มาตรา แล้วก็เพิ่มอีก ๔ มาตรานั้น แสดงให้เห็นว่าทางคณะผู้แทนราษฎร ของเรานั้นได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่รอบคอบ ขาดความรอบคอบ เปึนอย่างมาก เสียหน้า อายเขา ท่านประธานครับ นี่คือเสียงข้างมากลากไป ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ทักท้วง ได้ติติง ได้แนะนํา ท่านก็โหวตของท่านไป สุดท้ายเขาก็แก้ไขมา ท่านประธานครับ สิ่งที่วุฒิสมาชิกได้แก้ไขมานั้นเปึนประโยชน์ มากขึ้นและยิ่งมีความรอบคอบมากขึ้น ดังนั้นเปึนบทเรียนสําหรับสภาผู้แทนราษฎรว่า อย่างไรแล้วให้พิจารณาอย่างรอบคอบให้มากกว่านี้ในกฎหมายฉบับอื่น ผมขอสนับสนุน ที่วุฒิสมาชิกได้แก้ไขครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สั้น ๆ หน่อยนะลูก สั้น ๆ หน่อย
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ในเบื้องต้นเลย ผมเองมีความคิดเห็นตรงกับท่าน ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านผ่องศรี คือวันนี้เปึน วันประวัติศาสตร์จริง ๆ ผมเองในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เห็น กฎหมายนี้มานานพอสมควรจนกว่าจะคลอดนี่ ต้องยอมรับว่าตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย เปึนรัฐบาล พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ได้ผลักดันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ก็ต้องกราบขอบพระคุณไปยังรัฐบาลนี้ที่อย่างน้อยกฎหมายดี ๆ ก็ไม่ได้ละทิ้ง แล้วก็ยัง สานต่อจนวันนี้มันก็สําเร็จขึ้นมาด้วยความร่วมมือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ์าย ก็เปึนผลสําเร็จ แต่ผมเองมีประเด็นที่ติดใจอยู่เพียงแค่ประเด็นเดียวนะครับ นั่นก็คือในมาตรา ๓๘ มีการปรับแก้ไขในบางสัดส่วน นั่นก็คือมีการตัดคําพูดออกไป มาตรา ๓๘ เดิมบอกว่า เมื่อสภาเกษตรกรแห่งชาติจัดทําแผนแม่บทแล้ว ซึ่งแผนแม่บทครับท่านประธาน เปึนส่วนหนึ่งของภาระหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ เขาบอก เมื่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ จัดทําแผนแม่บทแล้ว ให้เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา วิเคราะห์ และกลั่นกรอง โดยไม่แก้ไขเพิ่มเติมในสาระสําคัญ ย้ํานะครับ โดยไม่แก้ไขเพิ่มเติมในสาระสําคัญ เพื่อเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ปรากฏว่าทางวุฒิสภามีการปรับแก้โดยตัดคําว่า โดยไม่แก้ไขเพิ่มเติมในสาระสําคัญ ซึ่งอันนี้อาจจะเปึนจุดอ่อนของ ร่าง พ.ร.บ. นั่น หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าทางสภาเกษตรกรแห่งชาติอาจจะประชุม กันมายาวนานได้แผนแม่บท ซึ่งเขาเชื่อกันว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง เกษตรกรทั่วประเทศได้ นําเสนอกับนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีมีอํานาจ ในการพิจารณา วิเคราะห์ และกลั่นกรอง แปลว่า สามารถตัด สามารถแก้ สามารถ ปรับเปลี่ยนได้ แล้วค่อยเสนอ ครม. นั่นก็อาจจะทําให้สาระสําคัญแล้วก็หัวใจ แห่งแผนแม่บท ซึ่งทางสภาเกษตรกรแห่งชาติได้พิจารณาแล้วก็นําเสนออาจจะผิดเพี้ยนไป เพราะฉะนั้นในจุดนี้ผมเองก็ยังติดใจอยู่เล็กน้อย แต่ในภาพรวมผมเชื่อว่าจะเปึน ร่าง พ.ร.บ. ที่เปึนประโยชน์ แล้วก็เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาในภาพรวมให้กับ พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศได้ ก็ขอสนับสนุนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ที่ประชุมนี้ เห็นชอบกันทั้งหมด ก็ขอป่ดอภิปรายนะครับ ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ตามที่วุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมด่วนครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะลงมตินะครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เชิญเข้าห้องประชุมครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ขอความกรุณานั่งประจําที่ สักชั่วโมงได้ไหมครับ ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้ว ท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตร แสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้ว โปรดส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๕๑ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบกับกรณีที่วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิกันเรียบร้อย แล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิมีไหมครับ ใช้สิทธิหมดแล้วนะครับ ถ้าท่านผู้ใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิขัดข้องอะไรก็ยกมือขึ้นนะครับ เพราะร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. .... นี้เปึนกฎหมายใหญ่ ๑๐ กว่าป้แล้วไม่คลอดสักที วันนี้จะคลอดหรือไม่ก็อยู่ที่ พวกท่านละครับ ลงมติเสร็จแล้วส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๕๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ....
ต่อไปเรื่องที่ ๙ อย่าเพิ่งไปไหนครับ เรื่อง พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมา เพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับการแก้ไขก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเปึนหรือมิได้เปึน สมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเปึน คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ความจริงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึน ร่างพระราชบัญญัติที่ได้อภิปรายกันอย่างรอบคอบแล้วนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ที่จะอภิปรายนะครับ ผมขอป่ดการอภิปรายนะครับ ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมครับ แต่ว่าก่อนอื่นขอสอบองค์ปะชุมอีกครั้งหนึ่ง ท่านโปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านที่เคารพทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตน กันเรียบร้อยแล้วนะครับ โปรดส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๕๕ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิทุกท่านแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ไม่มีก็ส่งผลมา เพราะว่าลงกันเรียบร้อยแล้ว มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๔๘ ท่าน เห็นด้วยตามที่วุฒิสภาแก้ไข ๓๒๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามที่วุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ....
ต่อไปเปึนร่างพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. อันนี้อาจจะยาวหน่อย แต่ว่า ถ้าเห็นอย่างไร ๆ เราจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ประชุมนะครับ ผมจะดําเนินการในข้อ ๑๐ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ วันอังคารที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้พิจารณา และลงมติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อ ดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๐ วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา ๑๔๗ ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับการแก้ไขก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคล ซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกําหนด ประกอบเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ท่านผู้ใดจะอภิปรายมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มี ผมก็จะถามมติที่ประชุมว่าจะแก้ไขหรือจะเอาตามร่างที่วุฒิสภาแก้ไข ผมจะถามมติ ที่ประชุมนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ก่อนที่จะถามมติที่ประชุม ผมขอป่ดการอภิปรายแล้วนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ โปรดเสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้สมบูรณ์แบบครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีการเสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ส่งผลมา มีสมาชิก อยู่ในห้องประชุม ๒๕๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ถ้าท่านผู้ใดเห็นด้วยกับวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียงนะครับ โปรดใช้สิทธิครับ ถ้าไม่เห็นชอบ กดปุ์ม ไม่เห็นด้วยนะครับ ถ้าเห็นชอบกดปุ์ม เห็นด้วย
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อย แล้วนะครับ ทุกท่านใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิไม่มีนะครับ ถือว่าทุกท่านใช้สิทธิแล้วนะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๔๕ ท่าน เห็นด้วยตาม วุฒิสภา ๖๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๔๕ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒๐ ท่าน ฉะนั้นเราก็จะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันแล้วละครับ
เชิญเสนอเลยครับ เชิญคุณธนิตพล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ ร่วมกัน จํานวน ๒๒ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ต่อไปผมขอให้ เสนอชื่อคณะกรรมาธิการ มีดังต่อไปนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญพรรคเพื่อไทยเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ๔ ท่านนะคะ ๑. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๓. นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ ๔. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่านดังนี้ ๑. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๒.นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๓. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ และ ๔. นายทศพล เพ็งส้ม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ขอเสนอคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน คือนายปัญญา ศรีปัญญา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคเพื่อแผ่นดิน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอุดร ทองประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน เสนอนายนรพล ตันติมนตรี ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ชื่อ ขอเสนอนายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญเลขาธิการอ่านทบทวน
คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๓. นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ ๔. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๕. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๖. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๗. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๘. นายทศพล เพ็งส้ม ๙. นายปัญญา ศรีปัญญา ๑๐. นายนรพล ตันติมนตรี และ ๑๑. นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์
พรรคไหนที่จะแก้เพิ่มเติม มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบทั้ง ๑๑ ท่านนะครับ
ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๑๑ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางฝ์าย พรรคเพื่อไทยเสนอแต่เช้า พอเราร่วมกันอย่างนี้แป็บเดียวมันก็เสร็จนะครับ
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงขอส่ง ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๔๗ (๓) ถ้าเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าไม่เห็นชอบกับการแก้ไขก็ให้แต่ละสภา ตั้งบุคคลซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจํานวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎร กําหนดประกอบเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา
ด้วยผมได้รับหนังสือจากประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย และประธานองค์กรครู ๔ ภาค ขอส่งเอกสารเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งผมเห็นว่าจะเปึนประโยชน์ต่อการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรจึงได้อนุญาต และขอให้เจ้าหน้าที่แจกเอกสารให้แก่ท่านสมาชิกเชิญแจกได้ครับ ช่วยกันแจกหลาย ๆ คน จะได้ไม่เสียเวลา ท่านผู้ใดยังไม่ได้รับก็ยกมือขึ้นให้เขาเอาไปให้ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการแจกเอกสาร)
แจกกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไปมีท่านผู้ใดจะอภิปรายมีไหมครับ เชิญครับใครจะอภิปราย ยกมือสูง ๆ หน่อย ครูประกอบเชิญครับ พูดสั้น ๆ หน่อยนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าในร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้วนะครับ แต่บังเอิญว่าวุฒิสมาชิกได้เพิ่มเติมในสาระที่มีความสําคัญยิ่ง ซึ่งผมกราบเรียนว่าประเด็นนี้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราจะต้องพูดกัน อย่างกว้างขวางว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ท่านประธานครับ วุฒิสมาชิกได้เพิ่มเติม มาตรา ๓/๑ โดยผมขออนุญาตท่านประธานอ่านให้ได้รับทราบ
มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติกองทุน บําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๖๓ การคํานวณบํานาญให้คํานวณจากอัตราเงินเดือนเฉลี่ย ยี่สิบสี่เดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาราชการหารด้วยห้าสิบ แต่ต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละเก้าสิบห้า ของอัตราเงินเดือนเฉลี่ยยี่สิบสี่เดือนสุดท้าย
ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติกฎหมายเดิมของกองทุนบําเหน็จ บํานาญข้าราชการ สูตรของเขาได้กําหนดสูตรอย่างนี้นะครับ กําหนดสูตรว่าเงินเดือน ที่ได้รับของข้าราชการที่ต้องการรับบําเหน็จบํานาญก็คือเงินเดือน ๖๐ เดือนสุดท้าย คูณด้วยอายุราชการหารด้วย ๕๐ สูตรนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้รับมอบจากสภา เราก็ถกกันมาก ข้อเท็จจริงขณะนี้ข้าราชการที่รับบําเหน็จบํานาญนั้นขาดทุน ถ้าเราเปรียบเทียบ กับกฎหมายเดิมก็คือกฎหมายบําเหน็จบํานาญข้าราชการที่เดิมเราใช้สูตรว่าเงินเดือนสุดท้าย คูณด้วยอายุราชการหารด้วย ๕๐ แต่ไม่เกินเงินเดือนสุดท้ายนะครับ แต่บังเอิญว่า พอมาขณะนี้ทําให้ข้าราชการเสียเปรียบมากในชั้นคณะกรรมาธิการเราพิจารณากันอย่างมากนะครับ แต่เนื่องมาจากว่าด้วยเจตนารมณ์ ด้วยหลักการกฎหมายนั้น ก็เพียงเพื่อต้องการที่จะ แก้ไขปรับปรุงเอาบําเหน็จตกทอดไปใช้เปึนหลักประกันในการกู้เงินจากสถาบันการเงิน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเรามาคิดปรับปรุงสูตรเปึนการทําเกินหลักการนะครับ และเปึน การแก้ไขสาระที่สําคัญและขณะนี้เท่าที่คณะกรรมาธิการได้สอบถามทางกรมบัญชีกลาง และทาง กบข. ก็ปรากฏว่าเขาก็เห็นเหมือนกับที่ทางวุฒิสภาเห็น คือสูตรนี้ค่อนข้างจะทําให้ ข้าราชการเสียเปรียบ แต่ขณะนี้กรมบัญชีกลางกับ กบข. กําลังศึกษาอยู่ว่าควรจะ ปรับปรุงสูตรอย่างไร ซึ่งทําให้ข้าราชการต้องไม่เสียเปรียบมากเกินไป แต่บังเอิญว่า กฎหมายฉบับนี้มันไม่เอื้อต่อที่จะปรับปรุงสูตรนะครับ เพียงแต่ต้องการที่จะเอาบําเหน็จ ตกทอดมาเปึนหลักประกันในการค้ําประกันเงินกู้ในสถาบันการเงิน เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนท่านประธานว่าที่วุฒิสมาชิกไปแก้ไขนั้น ผมกราบเรียนว่าด้วยความเจตนาดี แต่มันไม่สอดรับกับข้อเท็จจริงและเปึนการแก้ไขสาระสําคัญกฎหมาย ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ที่จะแก้ในฉบับนี้ เพียงแต่เห็นด้วยว่าในอนาคตนั้นสูตรของ กบข. น่าจะปรับปรุง แล้วก็ ผมเรียกร้องให้สภาแห่งนี้หรือว่าข้าราชการได้ยื่นกฎหมายช่วยกันแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ให้ข้าราชการที่รับบําเหน็จบํานาญหรือ กบข. ไม่เสียเปรียบจนเกินไป เพราะฉะนั้น ก็ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าในส่วนที่วุฒิสภาเพิ่มเติมขึ้นมา ในมาตรา ๓/๑ นั้น กระผมเองไม่เห็นด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
คุณเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรา ๖๓ ว่าด้วย กบข. ในประเด็นเปึนสาระสําคัญ ขออนุญาตเรียนท่านประธานเพื่อให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านผู้ทรงเกียรติ ได้เห็นในประเด็นสาระสําคัญ ขออนุญาตว่าเดิมเงินเดือน ๖๐ เดือน สูตรการคํานวณ บําเหน็จบํานาญ ๖๐ เดือนสุดท้ายคูณด้วยเวลาราชการหารด้วย ๕๐ สูตรใหม่ ตามมาตรา ๖๓ ซึ่งแก้ไขโดยสมาชิกวุฒิสภาคือเงินเดือนเฉลี่ย ๒๔ เดือนสุดท้าย คูณด้วยอายุราชการหารด้วย ๕๐ แต่ต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๙๕ ของเงินเดือนเฉลี่ย ๒๔ เดือนสุดท้าย นี่คือสาระสําคัญ แล้วผมก็ทราบดีว่าเปึนความต้องการของ ครูข้าราชการบําเหน็จบํานาญ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ จริง ๆ แล้วผมอยากให้ เงินเดือนเดือนสุดท้ายถึงจะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้อง ๙๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ก็ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเปึนความต้องการของพี่น้องข้าราชการบําเหน็จบํานาญ ผมจึงเห็นด้วยในการที่จะให้มีการแก้ไขตามมาตรา ๖๓ ที่สมาชิกวุฒิสภาได้แก้ไขมา ก็เรียนเปึนข้อสังเกต และเห็นด้วย ขอบคุณครับ
คุณภราดร ปริศนานันทกุล เสร็จแล้วก็คุณสมบูรณ์ต่อ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา กระผมขอใช้เวลาของสภาแห่งนี้ไม่มากนักครับ เพื่อร่วมอภิปรายในประเด็นที่กําลัง ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ก็คือเรื่องร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทางสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานั้นได้มีมติผ่านไปแล้ว แล้วก็ส่งผ่านไปให้วุฒิสภาได้พิจารณา ปรากฏว่าวุฒิสภานั้นได้แก้ไข ในมาตรา ๓/๑ เปึนการเพิ่มเติมเข้ามาอีก ๑ มาตรา ซึ่งการแก้ไขของวุฒินั้นเปึนการกระทําที่เกินหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติที่พวกเราได้เสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ และเปึนการเพิ่มเติม ในส่วนที่เกินหลักการที่พวกเราได้พิจารณาผ่านไปแล้ว ผมต้องย้อนหลังกลับไปถึง การพิจารณาของพวกเราในสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมความในมาตรา ๕๗/๒ มาตรา ๕๗/๓ มาตรา ๕๗/๔ และมาตรา ๕๗/๕ เนื้อความก็คือว่าต้องการที่จะให้สิทธิในบําเหน็จตกทอดสามารถที่จะใช้เปึนหลักทรัพย์ ในการประกันการกู้เงินกับสถาบันทางการเงินได้ นี่คือสาระหลักที่ทางสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ได้ผ่านไป และเปึนหลักการที่กฎหมายฉบับนี้ได้แก้ไขเพิ่มเติมเอาไว้ แต่วุฒิสภานั้น ได้แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓/๑ ครับ คือให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๓ ซึ่งผมเห็นว่า การกระทําอย่างนั้นไม่สามารถที่จะกระทําได้ เปึนการกระทําที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ ในเรื่องของการตราพระราชบัญญัติ วุฒิสภานั้นไม่มีสิทธิในการที่จะเสนอ กฎหมาย ในการที่จะแก้ไขกฎหมายครับ การกระทําดังกล่าวของวุฒิสภาที่เพิ่มมาตรา ๓/๑ เข้าไป เปรียบเสมือนกับการตราพระราชบัญญัติซ้อนอยู่ในพระราชบัญญัติ ซึ่งเปึน การกระทําที่ผิดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจําเปึนที่เราจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อที่จะไปหาทางออกในเรื่องนี้ ผมต้องบอกกับท่านประธานว่าบนหลักการของการแก้ไขของ วุฒิสภาที่เพิ่มเติมความในมาตรา ๓/๑ เข้าไป ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มีความเห็นที่คล้ายคลึงกัน นั่นก็คือเห็นใจพี่น้องข้าราชการที่อยู่ในส่วนของ กบข. แต่ว่า การกระทําอย่างนี้ไม่สามารถที่จะกระทําได้ ผมก็เสนออย่างนี้ว่าฉบับนี้เราก็ตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกันไปก่อน แล้วก็ไปแก้ไขความในมาตรา ๓/๑ คือให้ยึดร่างเดิมของ สภาผู้แทนราษฎรเอาไว้ก่อน แล้วก็ผ่านกฎหมายไป หลังจากนั้นในเรื่องมาตรา ๖๓ ถ้าหากว่าเราจะแก้ไขสูตร การคํานวณสูตรบําเหน็จบํานาญให้กับข้าราชการใหม่ เพื่อความเปึนธรรมให้กับพี่น้องข้าราชการ เราค่อยเสนอกฎหมายเข้ามาใหม่ แล้วก็ สภาแห่งนี้ได้พิจารณากันใหม่เพื่อที่จะแก้ไขสูตร หาสูตรที่เหมาะสมให้กับพี่น้องข้าราชการ นั่นคือวิธีการที่ควรจะเปึนครับ ไม่ใช่มาแทรกเอาไว้อย่างนี้ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เดิมร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาแก้ไขมานั้น กฎหมายในลักษณะเดียวกันนี้เข้าไป ๒ ฉบับด้วยกัน ก็คือร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญ พ.ศ. ๒๔๙๔ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติกองทุน บําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อีกฉบับหนึ่ง ท่านประธานครับ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ครับ ขณะนั้นมีการเสนอ ร่างทั้ง ๒ ร่างเข้าไป เนื่องจากจะเอาเงินบําเหน็จตกทอดของข้าราชการบํานาญมาเปึน หลักทรัพย์ในการค้ําประกันกับสถาบันการเงิน ท่านประธานก็คงทราบว่าหลักทรัพย์ ค้ําประกันกับสถาบันการเงินนั้นประกอบด้วยที่ดินบ้าง บ้านบ้าง เรือกสวน ไร่นา แต่ว่า เนื่องจากข้าราชการบํานาญนั้นบางครั้งอาจจะไม่มีทรัพย์สินดังกล่าว ทางรัฐบาลก็เลย มีทางออกให้กับพี่น้องข้าราชการบํานาญก็คือเอาบําเหน็จตกทอด ซึ่งจริง ๆ แล้วบําเหน็จ ตกทอดครับท่านประธาน ก็คือเงินที่ข้าราชการบํานาญเสียชีวิตแล้วก็ตกทอดไปถึงทายาท โดยได้ ๓๐ เท่าของเงินบํานาญ ท่านประธานครับ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับหลังจากที่นําเข้า สู่สภาเสร็จแล้วกระผมเองนะครับ เนื่องจากเราได้รับการร้องเรียนมาหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องกองทุน กบข. ครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของความโปร่งใสในกองทุน กบข. หรือ เรื่องการที่กองทุนเอาเงินของข้าราชการบําเหน็จบํานาญไปเล่นหุ้น และโดยเฉพาะเรื่อง ที่มีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุดก็คือเรื่องการคํานวณบํานาญของข้าราชการ เดิมตาม พระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญของป้ ๒๔๙๔ ครับท่านประธาน ใช้เงินเดือนเดือนสุดท้าย คูณด้วยอายุราชการหารด้วย ๕๐ แต่ว่ากองทุน กบข. ก็เปลี่ยนมาเปึนเฉลี่ย ๖๐ เดือน สุดท้ายคูณอายุราชการหารด้วย ๕๐ แล้วก็จะต้องไม่เกินร้อยละ ๗๐ ของเงินเดือน เฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้าย ตรงนี้ละครับข้าราชการบํานาญมีความรู้สึกว่าของเขาถูก ลิดรอนสิทธิไป ท่านประธานครับ วันนั้นมีพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามา ๒ พรรคครับ ก็คือพรรคประชาธิปัตย์ โดยผมเสนอขอแก้กลับไปเปึนสูตรเดิม ในขณะเดียวกัน พรรคพลังประชาชนขณะนั้นก็ได้เสนอโดยมีการแก้ไขมาตรา ๖๓ เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ หลังจากที่เรานําเข้าไปสู่คณะกรรมาธิการ มีการคิดโดยเฉพาะเรื่อง การคํานวณบําเหน็จบํานาญข้าราชการนั้นเยอะหลายประเด็นครับ คิดว่าถ้าเกิดมี การเปลี่ยนสูตรบําเหน็จบํานาญมันมีผลกับใครบ้าง มีผลกับข้าราชการบําเหน็จบํานาญ ตั้งแต่วันใด เช่นกฎหมายบอกว่ามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็หมายความว่าเช่นกฎหมายฉบับนี้ครับท่านประธาน ถ้าเกิดมีการแก้ไขสูตรการคํานวณ บํานาญสิ้นเดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๔ ก็สามารถบังคับใช้ได้ ขณะนั้นมีการพูดกันว่า ถ้าเกิดมีการแก้ไขสูตรจะย้อนหลังให้กับข้าราชการบําเหน็จบํานาญ ย้อนกันไปแค่ไหนครับ กบข. เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ ครับ จะย้อนกลับไปให้กับ ข้าราชการบํานาญ ย้อนถึงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ หรือเปล่า ข้าราชการที่เสียชีวิตไป แล้วส่วนที่ขาดไปจะตกทอดถึงทายาทหรือเปล่า มีการคิดกันว่าข้าราชการที่รับเงิน บําเหน็จบํานาญของ กบข. ที่สูตรเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ว่าข้าราชการดังกล่าวยังได้รับเงิน สะสม ๓ เปอร์เซ็นต์ ยังได้รับเงินสมทบ ๓ เปอร์เซ็นต์ ได้รับเงินชดเชยอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ รวมถึงดอกผลจาก กบข. อีกตรงนี้เปึนเงินที่ข้าราชการ กบข. ได้รับเงินเพิ่มไป แล้วถามว่า ถ้าเกิดเปลี่ยนสูตรกลับเปึนสูตรเดิมตรงนี้จะต้องกลับเอามาเปึนของรัฐอีกหรือเปล่า วุ่นวายกันพอสมควรครับ มีการคิดว่าเราจะเอาเฉลี่ย ๖๐ เดือน หรือเราจะเอาเพียงแค่ ๔๘ เดือน หรือเราจะเอาเพียงแค่ ๒๔ เดือน หรือ ๑๒ เดือน หรือเราจะไม่ยึดถือ เรื่องย้อนหลังเลย หรือมีหลาย ๆ คนคิดว่าทําไมต้องหารด้วย ๕๐ บางคนก็เสนอว่า ควรจะหารด้วย ๔๐ ก็เพียงพอ แล้วก็ไม่ควรเกินร้อยละ ๗๐ คิดกันมากครับท่านประธาน ผมก็ขอเรียนว่าวันนี้ท่าน ส.ว. ก็ได้แก้ไขมาก็คือเฉลี่ย ๒๔ เดือนสุดท้ายคูณอายุราชการ หารด้วย ๕๐ แต่ทั้งนี้ไม่ต่ํากว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ถ้าพูดง่าย ๆ ตรงนี้ก็คือจ่ายให้กับข้าราชการ กบข. เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน เช่นเดียวกัน แน่นอนครับมันอาจจะไปมีผลกระทบต่อฐานะการเงินการคลังหรืออย่างไร ก็แล้วแต่ แต่ทั้งนี้ผมคนหนึ่งที่เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรด้วย ผมเห็นด้วยที่จะต้องมีการแก้ไขสูตร มาตรา ๖๓ ในร่าง พ.ร.บ. กองทุน กบข. เห็นด้วย ที่ควรจะมีการแก้ไข แล้วก็สนับสนุนว่าควรจะใช้สูตรใดหรือคํานวณโดยวิธีใดก็เห็นควร ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ขอบคุณครับ
เชิญคุณชลน่าน ศรีแก้ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น ต่อกรณีที่ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพ เท่าที่ฟังสมาชิกได้เสนอความเห็นไป ๒-๓ ท่าน แนวโน้มสภาแห่งนี้ก็คงจะมีความเห็นไป ในทิศทางที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปพิจารณา ประเด็นผมเองกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่น่าจะเปึนช่องทางในการแก้ไขปัญหา ถ้ากรณี คณะกรรมาธิการร่วมกันได้ไปพิจารณาในกรณีที่วุฒิสภาแก้ไข การที่วุฒิสภาแก้ไข ท่านประธานครับ ท่านเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็คือว่าไปเพิ่มมาตราที่เกี่ยวเนื่อง กับสูตรการคํานวณเงินบําเหน็จบํานาญเพิ่มมาในมาตรา ๓/๑ แก้ไขมาตรา ๖๓ เรื่องสูตร การคํานวณ ประเด็นนี้ถ้าสมมุติสภาแห่งนี้เห็นชอบก็เปึนกฎหมายไป แต่ถ้าเปึนกฎหมายไป ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะถูกผู้ใดผู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญว่าชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้ก็ไม่แน่ใจนะครับ เพราะว่าท่านสมาชิกหลายท่านได้ให้ความเห็นว่าการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ อาจจะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเห็นช่องทางอยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกและคนที่จะไปเปึนกรรมาธิการร่วมกัน ผมอาศัย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๗ (๓) ที่ท่านประธานได้กรุณาอ่านให้สมาชิกได้ฟังไปนะครับ อาศัยช่องนั้นเปึนการแก้ไขปัญหาให้กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๔๗ (๓) เขาเขียนไว้เพื่อเปึนช่องทางในการแก้ไขปัญหากรณีถ้ามีการแก้ไข ของวุฒิสภากรณีถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับการแก้ไขเปึนกฎหมาย แต่กรณี เปึนอื่นนะครับ รัฐธรรมนูญใช้คําว่า กรณีอื่นให้สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งอาจจะเปึนสมาชิกหรือไม่ได้เปึนสมาชิกก็ได้ไปเปึนคณะกรรมาธิการร่วมกัน โดยที่ สภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้กําหนดจํานวนไป แต่ละสภาก็ตั้งมาจํานวนเท่ากัน ไปพิจารณา แล้วจัดทํารายงานมาเสนอต่อสภาทั้งสองว่าจะเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการร่วมกัน หรือไม่ ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบก็ถูกยับยั้งไป แต่สิทธิของสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่เปึนผู้ตรากฎหมายก็สามารถที่จะนํากลับมาพิจารณาเพื่อจะยืนยันหรือไม่ ตามมาตรา ๑๔๘ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าถ้าคณะกรรมาธิการร่วมกัน อาศัยช่องทางนี้ ท่านประธานครับ กรณีเปึนอื่นไปพิจารณาว่าสิ่งที่วุฒิสภาได้เติมมาเปึน ประโยชน์จริงกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง โดยเฉพาะสมาชิกกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ ผมดูตามตัวเลขที่สํานักงานภาคีเครือข่ายสมาชิก กบข. ได้ส่งมาให้ มีสมาชิก ทั้งหมดทั้งประเทศจํานวน ๑,๑๘๐,๐๐๐ คน ๑.๑๘ ล้านคน ก็ตีว่าประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คนที่อยู่ในกองทุน กบข. แห่งนี้ที่จะได้รับประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมเองอยากให้ช่องกฎหมายที่มันเป่ดไปแก้ไขปัญหา ถ้าสมมุติคณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้พิจารณาว่าสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไขมามีช่องทางที่จะเปึนกฎหมายได้โดยไม่กระทบกับ ภาระการเงินของประเทศก็สามารถที่จะเปึนกฎหมายได้ ความหมายคืออะไรครับ ความหมายคือคณะกรรมาธิการร่วมกันไปพิจารณา ๑. วิธีการคํานวณเห็นตามนี้หรือไม่ หรืออย่างนี้มันมากไป เช่นไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๙๕ มันมากไปไหม อาจจะไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่คงมาตรานี้ไว้ในกฎหมายฉบับนี้แล้วกลับมาเสนอ ต่อสภาทั้ง ๒ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ ผมเชื่อว่าวุฒิสภาเห็นชอบอยู่แล้ววุฒิสภา เขาแก้มา ไปเสนอวุฒิสภาวุฒิสภาเห็นชอบแน่นอนครับ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ ส่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ เปึนกฎหมายได้ นี่คือช่องทางที่รัฐธรรมนูญเป่ดไว้ ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการร่วมกันขอให้ใช้ช่องทางนี้ เพื่อประโยชน์ของสมาชิก กบข. ท่านประธานครับ ถามว่ากระทําได้ไหม กระทบกับภาระ งบประมาณไหม ผมยืนยันว่ากระทําได้คณะกรรมาธิการร่วมกันสามารถไปมีมติเห็นชอบ กับวุฒิสภาแก้ไขได้ ถึงแม้สิ่งที่วุฒิสภาเติมมามันจะเปึนสิ่งที่เพื่อนสมาชิกบอกว่า ในร่างเดิมไม่ได้พูดเรื่องนี้ไว้เลย ร่างเดิมเปึนการเอาบําเหน็จตกทอดไปค้ําประกันเงินกู้ เอาบําเหน็จตกทอดนะครับไปค้ําประกันเงินกู้ร่างเดิมเปึนอย่างนั้นที่เราส่งไปให้วุฒิสภา แต่วุฒิสภาเติมมาเรื่องการคํานวณบําเหน็จบํานาญให้ด้วยถึงแม้จะมีความเห็นแย้งว่า เติมไม่ได้นะครับ แต่ผมเองกลับเห็นว่าเมื่อเขาเติมมาแล้วก็ใช้ช่องคณะกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณา ผมยืนยันกับท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการร่วมกันสามารถกระทําได้ ท่านประธานครับ มีตัวอย่างกฎหมายฉบับหนึ่งที่ออกเมื่อป้ ๒๕๔๗ พระราชบัญญัติ จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ครับ ถ้าท่านประธานจําได้กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายฉบับเดียว ที่เราส่งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปดูงานถึงประเทศญี่ปุ์นเลยครับ แล้วก็กลับมา กลับมาปุ็บเราส่งให้วุฒิสภาวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมครับ เราไม่เห็นด้วยส่งไปสู่การตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมกัน คณะกรรมาธิการร่วมกันได้ปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงในสาระ ที่จําเปึนและสําคัญแม้สิ่งที่วุฒิสภาไม่ได้แก้ไขครับ ก็เปึนกฎหมายอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ผมยืนยันกับท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการร่วมกันสามารถหาทางออกให้กับพี่น้อง ที่เปึนสมาชิก กบข. ได้ ไปดูเลยครับว่าวิธีการคํานวณตามที่เขาเสนอมา ตามที่วุฒิสภา เสนอมากระทําได้หรือไม่ กระทบกับภาระงบประมาณขนาดไหน ท่านประธานครับ เรื่องกระทบกับภาระงบประมาณก่อนที่ผมจะอภิปรายผมได้ไปหาข้อมูลมา ถ้าจะไม่ตรง อย่างไรผมเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านนั่งอยู่ตรงนี้ชี้แจงต่อสภาได้ กรมบัญชีกลางชี้แจงครับจะใช้เงิน ๒,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะดูแลสมาชิกทั้งหมด ความหมายก็คือสมาชิกที่อยู่ในกองทุนไปจนถึงโอกาสสุดท้ายของสมาชิกคนสุดท้าย จะต้องใช้เงิน ๒,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่า ๒,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทคํานวณเปึนรายป้นะครับ ผมคาดการณ์โดยเฉลี่ยประมาณ ๑๘-๒๐ ป้ที่สมาชิกเขาจะรับไปไม่เพิ่มคนที่จะเข้ามาใหม่นะครับ คนเข้ามาใหม่ขณะนี้ยังไม่นับ เอาว่าคนที่อยู่นะครับ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเฉลี่ย เปึนรายป้ ท่านประธาน เราตีว่า ๒๐ ป้รัฐบาลใช้เงินเพียงป้ละ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ในการที่จะไปจ่ายให้กับสมาชิกผู้เกษียณอายุไป อันนี้เปึนตัวเลขประมาณการผมตีว่า ป้ละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่ารัฐบาลทําได้ไหมครับ รัฐบาลตรงนี้ผมไม่ได้ถามว่า เปึนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย หรือรัฐบาลพรรคอะไร เปึนรัฐบาล ของประเทศไทยทําได้ไหม ผมเชื่อว่าทําได้ครับ เชื่อว่าทําได้เพียงแต่สิ่งที่จะเปึนเม็ดเงิน มาสนับสนุนก็ต้องมีช่องทางที่จะหามาให้เพียงพอเท่านั้นเอง ไม่ใช่ไปกู้มาอย่างเดียวแล้ว ก็มาเติมเต็มในตรงนี้ ผมคิดว่าครูเขาคงไม่เอาด้วย ถ้าเปึนเงินกู้มาแล้วมาเติมให้เขา ไปเอาเปรียบพี่น้องประชาชนเกินไป สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการร่วมกัน เพียงแต่ไปดูว่า ๒๔ เดือนสุดท้ายเฉลี่ยคูณด้วยเวลาราชการหารด้วย ๕๐ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๙๕ มันมากไปหรือเปล่า จะลดลงขนาดนี้ได้หรือไม่ เช่น ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ อย่างนี้เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับภาระงบประมาณ ผมเชื่อว่า อันนี้พอใจกับสมาชิก กบข. มันดีขึ้นกว่าเดิมเยอะแยะแน่นอน ท่านประธานครับ ก็เลยกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการร่วมกันจะไปทําน่าจะเปึนประโยชน์ กับพี่น้องที่เปึนสมาชิก กบข. เพียงแต่เมื่อทําแล้วมีเรื่องเดียวที่ผมคือข้อกังวล สภาผู้แทนราษฎรเราต้องเอาด้วยกับเห็นชอบด้วย ต้องขออภัยท่านประธานครับ ผมใช้ภาษาไม่สุภาพ สภาผู้แทนราษฎรต้องเห็นชอบด้วยกับคณะกรรมาธิการร่วมกัน ขณะที่เขามาเสนอรายงานต่อเรา ถ้าคณะกรรมาธิการเสนอแล้วสภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นชอบด้วยก็คือกฎหมายฉบับนี้ถูกยับยั้งครับ ถูกยับยั้งไป หรือคณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาแล้วคณะกรรมาธิการร่วมกัน ไม่เห็นชอบกับที่วุฒิสภาแก้ไขคือตัดออกทั้งหมด ตรงนี้ก็กลับไปเปึนกฎหมายรูปเดิมเท่านั้นเอง ซึ่งเสียโอกาสครับ ถ้าสมมุติเราจะไปร่างกฎหมายมาใหม่ มาแก้ไขใหม่ก็ต้องรอในโอกาสต่อไป ซึ่งช้า ใช้โอกาสนี้ครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าอํานาจของประชาชนที่มอบให้กับรัฐสภานี้ ใหญ่ที่สุดครับ ถ้ารัฐสภามีมติแล้วภาระงบประมาณรับได้ทุกคนก็อยู่ด้วยกันได้ ทุกคน มีความสุข ผมคิดว่าอย่างนั้นน่าจะเปึนประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนและสมาชิก กบข. ขอบคุณท่านประธานครับ
ผมดูแล้วก็อาจจะต้องตั้ง กรรมาธิการร่วมกัน ผมว่าพอสมควรกระมังครับเพราะ ๕ โมงแล้ว ผมขอป่ดการอภิปราย เพื่อลงมติว่าจะเอาตามร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภาหรืออย่างไรครับ เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ประชุม เข้าห้องประชุมครับ เพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ เชิญท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ เมื่อนั่งที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตน ด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตน กันเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตร แสดงตนมีไหมครับ เสียบบัตรกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๖๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ถ้าท่านผู้ใดเห็นชอบกับกรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิกันเรียบร้อย แล้วนะครับ ถ้าใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วงดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๕๕ ท่าน เห็นด้วย ๗๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๕๘ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ไม่เห็นด้วยที่วุฒิสภาแก้ไข
ต่อไปเชิญเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกัน เชิญครับ อย่าเพิ่งลุกไปไหนครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันทั้งสองสภา จํานวน ๒๒ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปผมจะแจ้งให้ทราบนะครับ พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการ ๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญพรรคเพื่อไทย ๔ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุน บําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย จํานวน ๔ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๔. นายประวิทย์ บึงไสย์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๔ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๓. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๔. นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๑ คน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พัฒนา สังขทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จํานวน ๑ ท่าน คือ นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคเพื่อแผ่นดิน เชิญ ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินคือนายแพทย์อลงกต มณีกาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่าน ขอเสนอนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญเลขาธิการอ่านทบทวน
คณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฝ์ายสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๑ ท่าน ๑. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๔. นายประวิทย์ บึงไสย์ ๕. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๖. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๗. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๘. นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ๙. นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ๑๐. นายแพทย์อลงกต มณีกาศ และ ๑๑. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ครับ
ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็น เปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบทั้ง ๑๑ ท่านนะครับ เพื่อเปึนร่างพระราชบัญญัติ สักฉบับหนึ่งเถอะครับ ให้รัฐมนตรีเขาเสนอสักหน่อย เพราะว่าไม่ได้ยินเสียงรัฐมนตรีนานแล้ว คือร่างที่ ๑๒ ร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอร่าง เสร็จแล้วผมจะป่ดครับ คือเรื่องสําคัญกับประชาชน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการ และเหตุผล ดังต่อไปนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ ดังต่อไปนี้
(๑) กําหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยทุกคนต้องมีบัตร และแก้ไขระยะเวลาการขอมีบัตร อายุของบัตร และเงื่อนไขในการขยายกําหนดเวลาการขอมีบัตร ขอมีบัตรใหม่ หรือขอเปลี่ยนบัตร (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๖ ทวิ มาตรา ๖ ตรี มาตรา ๖เบญจ และมาตรา ๘)
(๒) กําหนดตัวบุคคลที่มีหน้าที่ยื่นคําขอมีบัตร ขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตร ให้แก่ผู้มีอายุไม่ถึงสิบห้าป้ และกําหนดความผิดของบุคคลที่ไม่ทําหน้าที่จนพ้นกําหนด ระยะเวลายื่นคําขอ (เพิ่มมาตรา ๖ ฉ และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๑)
(๓) กําหนดให้บัตรอาจมีหน่วยความจําเพื่อบันทึกข้อมูลของผู้ถือบัตร และเงื่อนไขในการเป่ดเผยข้อมูล (เพิ่มมาตรา ๗/๙)
(๔) กําหนดเงื่อนไขในการขอตรวจหลักฐาน รายการหรือข้อมูลเกี่ยวกับ บัตรของผู้มีส่วนได้เสีย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐)
(๕) กําหนดโทษสําหรับกรณีที่มีการเป่ดเผยข้อมูลที่บันทึกในหน่วยความจํา โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือมิใช่เป่ดเผยแก่ผู้มีส่วนได้เสีย หรือตามคําสั่งศาล หรือเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ (เพิ่มมาตรา ๑๒)
(๖) ปรับปรุงบทกําหนดโทษกรณีผู้ถือบัตรซึ่งเสียสัญชาติไทยที่ไม่ส่งมอบบัตร หรือใช้หรือแสดงบัตรซึ่งหมดสิทธิใช้ และกรณีแจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเปึนเท็จ ในการขอมีบัตร ขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตร หรือปลอมบัตรหรือใบรับ และกําหนด ความผิดสําหรับผู้ซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่ยื่นคําขอมีบัตรโดยแสดงหลักฐานอันเปึนเท็จ หรือปกป่ดข้อความจริง รวมทั้งกําหนดความผิดสําหรับผู้ถือบัตรซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าป้ ซึ่งไม่สามารถแสดงบัตรหรือใบรับเมื่อเจ้าพนักงานตรวจบัตรขอตรวจ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๗)
(๗) ปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ
เหตุผล โดยที่เปึนการสมควรกําหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยทุกคนต้องมี บัตรประจําตัวประชาชนตั้งแต่เกิดไว้ใช้แสดงตนเพื่อประโยชน์ในการเข้ารับบริการ สาธารณะของรัฐ และปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการการออกบัตรประจําตัวประชาชน เพื่อให้สอดคล้องกับการที่รัฐจะนําเทคโนโลยีมาใช้ในการบริการประชาชนในด้านต่าง ๆ ผ่านทางบัตรประจําตัวประชาชน เพื่อประโยชน์ของผู้ถือบัตรประจําตัวประชาชน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบัตรประจําตัวประชาชน เพื่อให้สอดคล้องกับ หลักการดังกล่าวและสภาวการณ์ปัจจุบัน จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้
จึงเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโปรดพิจารณาต่อไป
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ต้องมีการอภิปรายกันพอสมควร กระผมขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไปอภิปรายในวันพรุ่งนี้หลังจากกระทู้ถาม ผมขอป่ดประชุมครับ