สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๙ กันยายน ๒๕๕๓

พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่วุฒิสภามีการแก้ไข โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชื่อของมหาวิทยาลัยกรุงเทพและเงินอุดหนุนของกรุงเทพมหานคร

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่วุฒิสภามีการแก้ไข ในมาตรา ๖ ผมก็พยายาม ที่จะถามในชั้นกรรมาธิการที่มีการแก้ไขว่าเหตุผลเพราะอะไร คือมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปึนมหาวิทยาลัยของรัฐที่อยู่ในกํากับของส่วนท้องถิ่นนะครับ คือเปึนมหาวิทยาลัย ที่ไม่เปึนส่วนราชการ ก็จะเปึนมหาวิทยาลัยแรกที่อยู่ในกํากับขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นคือ กทม. นะครับ ในตอนที่มีการพิจารณามีการจัดตั้งขึ้นก็ระบุไว้ชัดเจนว่า เปึนการจัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหานครราชธานี เขียนไว้อย่างนี้ในตัวกฎหมายนี้ ก็เพื่อต้องการที่จะย้อนถึงความเปึนมาและต้องการให้ทราบถึงความเปึนมาในเชิง ประวัติศาสตร์ด้วยนะครับ ไม่ใช่เพียงแต่คิดว่าจะตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพขึ้นมาเปึน สถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น ฉะนั้นผมก็คิดว่าการที่ไปตัดออกก็จะทําให้ความหมาย หรือความมุ่งหวังในการตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมาอาจจะไม่ชัดเจนหรือขาดความด้อยลงไป ผมเองคิดว่าชื่อเดิมมีคําว่า เฉลิมพระเกียรติพระมหานครราชธานี ไว้นั้นก็จะทําให้ ความเปึนสถาบันอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยกรุงเทพนี้มันมีความสง่า มีความชัดเจนขึ้น

ส่วนประเด็นมาตรา ๗/๑ ที่มีการเพิ่มเติมขึ้นมาบอกว่า มหาวิทยาลัย ต้องส่งเสริมและสนับสนุนผู้ที่มหาวิทยาลัยรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยและนักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงให้มีโอกาสเรียนจนสําเร็จปริญญาตรี ผมอ่านดูแล้ว ไม่แน่ใจว่าผู้ที่ต้องการเพิ่มเติมขึ้นมาจะเน้นเฉพาะนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ อย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะเพิ่มเติมเขียนมาบอกว่า มหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมและสนับสนุน ผู้ที่มหาวิทยาลัยรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ถ้าอ่านต่อก็เข้าใจได้ว่าให้มีโอกาสเรียน จนสําเร็จปริญญาตรี ผมถามว่ามหาวิทยาลัยไหนตั้งขึ้นมาแล้วไม่ส่งเสริม ต้องส่งเสริมทั้งนั้น แต่ว่าจะเรียนจบหรือเรียนไม่จบมันก็อยู่ที่ความสามารถของนักศึกษาด้วย เพราะฉะนั้น การมาเขียนไว้ในกฎหมายทํานองเปึนการบังคับว่าเมื่อรับเด็กเข้ามาแล้วต้องให้โอกาส เข้าเรียนจนสําเร็จเสีย มันไม่มีความจําเปึนเลยครับ แต่ว่าถ้าต้องการเน้นว่าเฉพาะนักศึกษา ที่รับเข้ามาและเปึนนักศึกษาที่ขาดแคลนต้องให้โอกาสส่งเสริมให้เขาเรียนจนสําเร็จ ปริญญาตรีนั้นก็คงจะเปึนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ นี่ก็ไม่ทราบว่าใครจะพูดว่าหมายความว่า อย่างไร ในมาตรา ๑๔ ที่มีการเพิ่มเติมขึ้นมาบอกว่าเงินอุดหนุนที่ กทม. จัดให้นั้นจะต้อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ในชั้นพิจารณาผมทราบว่าทาง กทม. ขณะนี้ก็จัดงบประมาณ ให้การศึกษาอยู่ประมาณร้อยละ ๙๐ แต่ถามว่ามีความจําเปึนหรือไม่ที่จะต้องกําหนดไว้ว่า จะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ไว้ในกฎหมายอย่างนี้ ในมหาวิทยาลัยที่มีลักษณะ คล้ายกับมหาวิทยาลัยใน กทม. คือเปึนมหาวิทยาลัยในกํากับ มหาวิทยาลัยเองก็ต้อง พยายามที่จะหารายได้ด้วยและรัฐก็จะให้การสนับสนุนเท่าที่จําเปึนตามความต้องการ ตามความจําเปึนของมหาวิทยาลัยนะครับ ก็เขียนไว้ในกฎหมายอย่างนี้ทั้งนั้นว่า เมื่อมหาวิทยาลัยขอไปแล้วรัฐต้องจัดการให้งบอย่างเพียงพอ อันนี้ก็จะเปึนฉบับแรก ที่กําหนดว่าต้องไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๗๐ ผมก็ถามว่ามันมีความจําเปึนที่จะต้องกําหนดไว้ อย่างนั้นหรือไม่ และกําหนดไว้อย่างนี้จะเปึนภาระกับ กทม. ต่อไปหรือไม่ แล้วก็ ถ้าความจําเปึนของมหาวิทยาลัยเองนะครับ ถ้าในอนาคตมหาวิทยาลัยมีรายได้อื่นเพิ่มมากขึ้นอาจจะต้องพึ่งพา กทม. น้อยลง แต่ว่า กทม. เองก็จะถูกบังคับว่าอย่างไร ๆ ถึงแม้เขาไม่จําเปึนคุณก็ต้องจัดงบให้เขา ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ อันนี้ก็เปึนปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไปเหมือนกัน ในวรรคต่อไป ท่านประธานครับ ที่บอกว่าเงินอุดหนุนทั่วไปตาม (๖) ที่กําหนดไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณ รายจ่ายประจําป้นั้น เปึนรายการส่วนหนึ่งของงบประมาณที่จัดสรรให้แก่กรุงเทพมหานคร ตามภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายหรือเห็นชอบ ผมก็บอกว่าในเงินอุดหนุนตามทั่วไปนี้ เปึนไปตาม (๖) เงินอุดหนุนทั่วไปก็คือเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามความจําเปึน และเหมาะสมผ่าน กทม. นี่คือเงินอุดหนุนทั่วไป แต่พอมาเขียนย้ําส่วนท้ายว่า แม้เปึนเงินอุดหนุนทั่วไป แต่ว่า กทม. ที่รัฐบาลจะให้นี้จะต้องไปทําตามภารกิจที่รัฐบาล มอบหมายหรือเห็นชอบ ถ้ามันเปึนอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เงินอุดหนุนทั่วไปสิครับ ถ้าเปึน เงินอุดหนุนทั่วไปนิยามก็บอกไว้แล้วว่าเปึนเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐให้ตามความจําเปึน และเหมาะสม ส่วนจะไปทําอะไรนั้นก็เปึนเรื่องของ กทม. ก็ตามภารกิจที่ กทม. กําหนด ไว้แล้วว่ามหาวิทยาลัยนี้มีหน้าที่อะไร แต่การไปย้ําอีกทีบอกว่าทั้งนี้ตามภารกิจที่รัฐบาล มอบหมาย เห็นไหมครับ มันก็จะเปึนการว่ารัฐบาลก็จะมาสั่งเฉพาะ กทม. ว่าป้นี้ให้ไปเน้น จากการศึกษาเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วก็จัดงบมาให้ ประเดี๋ยวเงินตรงนี้มันอาจจะไปทําให้เกิด ความเข้าใจผิดว่าเปึนเงินอุดหนุนทั่วไปหรือเปึนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจอีก ผมก็มีข้อสงสัย อยากจะเรียนถามให้ผู้ที่ไปพิจารณามาไปแก้ไขมานะครับว่าทําไมจึงแก้ไขอย่างนี้ครับ