ธนา ชีรวินิจ เสนอร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร และรับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมจากวุฒิสภา โดยยืนยันว่ามหาวิทยาลัยต้องมุ่งเน้นการจัดการศึกษาเฉพาะทางเพื่อแก้ปัญหาเมือง เช่น การจราจรและสาธารณสุข พร้อมเสนอให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นแหล่งความรู้และสร้างองค์ความรู้นำไปถ่ายทอดแก่ท้องถิ่นอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในฐานะที่เปึน ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ก็รู้สึกว่าพวกเรา ส.ส. กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนได้ให้ความสําคัญในการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงได้ร่วมกันเสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้สู่สภาผู้แทนราษฎร และวันนี้ทางวุฒิสมาชิกก็ได้ พิจารณาและมีการแก้ไขเพิ่มเติมกลับมา ผมกราบเรียนครับว่านี่จะเปึนครั้งแรกที่ท้องถิ่น ที่มีศักยภาพอย่างกรุงเทพมหานครสามารถบริหารการศึกษาได้เอง และเมื่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ประกาศใช้บังคับแล้วผมเชื่อว่าจะเปึนแนวทางให้ท้องถิ่นอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ ที่จะสามารถจัดการบริหารการศึกษาก็สามารถเดินตามแนวทางที่กรุงเทพมหานคร ได้ดําเนินการอยู่ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้ดูในส่วนที่ ทางสมาชิกวุฒิสภาได้มีการแก้ไขแล้วผมก็ไม่ค่อยหนักใจนะครับ เพราะว่าการแก้ไข ส่วนใหญ่เปึนเรื่องของการแก้ไขถ้อยคําเพื่อที่จะให้การตีความใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่เกิด ความสับสน แล้วก็เปึนการกระชับภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วส่วนหนึ่งที่ทางสมาชิกวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมก็คือ ให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครมีหน้าที่ในการที่จะต้องเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริม การแพทย์ การสาธารณสุข แล้วก็ท่านไปเพิ่มเติมว่าการบริหารจัดการเขตเมือง อันนี้ ผมกราบเรียนว่าในชั้นยกร่างของ พ.ร.บ. ของเราก็ได้มีการพูดคุยกันครับว่าปัญหา ของกรุงเทพมหานครนั้นคนที่มีความรู้ความเข้าใจในการแก้ไขก็คือคนที่อาศัยอยู่ใน กรุงเทพมหานคร คนที่ทํางานเปึนข้าราชการ เปึนเจ้าหน้าที่ทุกระดับ เพราะปัญหา เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครนั้นมากมายซับซ้อนครับ การที่จะให้ความรู้อย่างเดียว ในมหาวิทยาลัยซึ่งไม่มีประสบการณ์เปึนเรื่องที่ไม่สามารถนํามาแก้ไขปัญหาข้อเท็จจริง ในพื้นที่ได้ ได้มีการพูดคุยกันครับว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในอนาคตน่าจะต้อง มีการจัดระบบการเรียนการสอน เรื่องของการจราจร การแก้ไขปัญหาจราจรในเขตเมือง การแก้ไขปัญหาบริการสาธารณสุขในเขตเมือง ซึ่งในเมืองสําคัญ ๆ ทั่วโลกเขาจะมี มหาวิทยาลัยที่จะให้ความรู้ในการที่จะบริการสาธารณสุขในเขตเมืองซึ่งเปึนเรื่องเฉพาะ เพราะฉะนั้นเมื่อทางวุฒิสภาได้มีการแก้ไขเรื่องการบริหารจัดการเขตเมืองเข้ามา ผมก็ ไม่ติดใจแล้วก็ดีใจ อย่างน้อย ๆ จะเปึนการสะท้อนอย่างหนึ่งว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ซึ่งเปึน มหาวิทยาลัยท้องถิ่นจะต้องมีภารกิจในการที่จะให้ความรู้แล้วก็สร้างภูมิให้กับพี่น้องประชาชน นักศึกษาหรือผู้สนใจ ในการที่จะเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาของเมือง ในขณะเดียวกันจะต้อง เปึนแหล่งความรู้ให้กับเมืองอื่น ๆ ที่กําลังพัฒนาเจริญก้าวหน้ามาเหมือนกรุงเทพมหานคร เขาจะได้เอาแหล่งความรู้จากกรุงเทพมหานครนั้นไปใช้ในการแก้ไขปัญหาของเมืองของ ตัวเอง ยกตัวอย่าง อย่างจังหวัดเชียงใหม่ หาดใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี โคราช เมืองเหล่านี้ มีศักยภาพไม่แพ้กรุงเทพมหานครในอนาคต แล้วก็ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองที่ตัวเองประสบ อยู่นั้น ถ้ากรุงเทพมหานครสามารถใช้การบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร สร้างองค์ความรู้ให้กับองค์กรของตัวเอง แล้วก็สามารถถ่ายทอดไปยังองค์กรอื่นได้ ผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็ประเทศโดยรวมในอนาคต
ส่วนใน มาตรา ๑๔ ที่ทางสมาชิกวุฒิสภาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งใน มาตรา ๑๔ ตอนที่เราพิจารณากันเราก็พูดคุยกันมากว่าในกรณีที่มหาวิทยาลัยไปจัด การศึกษาโดยที่ทางกรุงเทพมหานครยังไม่นี่พร้อมจะทําอย่างไร เพราะต้องไม่ลืมว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับเงินอุดหนุนสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร เราพูดคุยกันมากเลยว่า ถ้าท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครยังไม่พร้อม แล้วมหาวิทยาลัยมีความพร้อมมากกว่า จะเปึนอย่างไร อาจจะมีการจัดการศึกษาซึ่งสร้างภาระให้กับกรุงเทพมหานคร แล้วท้ายที่สุด ก็ไม่สามารถสนับสนุนได้จากกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อทางท่านสมาชิกวุฒิสภาได้ไปแก้ไขว่า การจัดสรรเงินอุดหนุนนั้นให้กรุงเทพมหานครจัดสรรในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปแก่ มหาวิทยาลัยโดยตรง ซึ่งไปกําหนดจํานวนอย่างที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาอภิปรายไป ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าเมื่อไปกําหนดจํานวนไม่น้อยกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ของมหาวิทยาลัย ก็อาจจะเกิดปัญหา ในอนาคตได้ว่าความพร้อมของมหาวิทยาลัยนั้นอาจจะมีความพร้อมในการให้ความรู้ การศึกษากับประชาชนได้เร็วกว่างบประมาณของกรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงนี้ท้ายที่สุด ก็จะเปึนภาระกับรัฐบาล อันนี้ก็อยากจะฝากข้อสังเกตไปว่าในเจตนารมณ์ของการร่างกฎหมายนั้น การจะพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยก็ดีก็ต้องดูความเหมาะสม งบประมาณ ความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครควบคู่กันไปด้วย ไม่ใช่ว่า จะมองแต่ว่าการสร้างบุคลากรทางการศึกษาออกมาอย่างเดียว โดยไม่ได้ดูความพร้อม ของงบประมาณในการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานคร อันนี้อยากจะฝาก ข้อสังเกตไว้นะครับแล้วก็ขอให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเปึนตัวอย่างที่จะทําให้ มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับท้องถิ่นในอนาคตนั้นจะได้ช่วยกันที่จะบริหารการศึกษา ให้เกิดประโยชน์ในองค์ความรู้เฉพาะส่วนท้องถิ่น แต่สามารถให้ความรู้กับบุคคลที่อยู่ นอกท้องถิ่นนั้นได้ด้วย เพราะฉะนั้นผมก็สนับสนุนใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่จะผ่านความเห็นชอบ ของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ขอบคุณครับ