บรรพต อภิปรายหนุน พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ เน้นมาตรการทางสังคม ยันไม่ขัดหลักการเดิม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๙ กันยายน ๒๕๕๓

บรรพต ต้นธีรวงศ์ อภิปรายสนับสนุนการเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว โดยชี้แจงว่ากฎหมายฉบับนี้เน้นการใช้มาตรการทางสังคมเพื่อแก้ไขเด็กที่กระทำผิด และยืนยันว่าการแก้ไขของวุฒิสภาไม่ขัดหลักการเดิม จึงควรเร่งผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว พร้อมเห็นด้วยกับหลักการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มโอกาสและป้องกันระบบอุปถัมภ์ในการคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบ โดยสนับสนุนการกำหนดอายุความ 2 สมัย และยกระดับวุฒิการศึกษาขั้นต่ำเป็นปริญญาตรี

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ในการจะอภิปรายเพื่อสนับสนุน ให้เห็นชอบตามที่วุฒิสภาได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือร่างพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. .... ซึ่งกระผม มีเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ

ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับมาตราแล้วก็มีความเห็น ที่แตกต่างว่าควรจะตั้งกรรมาธิการร่วมกันหรือไม่ ผมจะอภิปรายเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้อง ที่เพื่อนสมาชิกอภิปราย เพื่อที่จะสนับสนุนว่าสภาแห่งนี้ควรที่จะผ่านร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ตามที่วุฒิสภาขอแก้ไขนะครับ หลักการใหญ่เลยครับ มาตราต่าง ๆ ที่วุฒิสภา ขอแก้ไขนั้นผมคิดว่าไม่ได้ไปขัดกับหลักการของกฎหมายฉบับนี้แต่ประการใดเลย เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้นอกจากจะใช้มาตรการกฎหมายแล้ว สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ เรื่องการใช้มาตรการทางสังคม สมมุติว่าเด็กกระทําผิดจะด้วยเหตุอะไรก็ตาม จะด้วยอ่อนเยาว์ในเรื่องของประสบการณ์ เรื่องของอารมณ์ เรื่องของวุฒิภาวะ หรือเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็ตาม ถ้าหากไม่มีมาตรการ ทางสังคมตามกฎหมายฉบับนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ ก็ตาม ซึ่งเปึนการใช้มาตรการทางสังคมล้วน ๆ เด็กที่ทําผิดเหล่านี้จะไม่มีโอกาสเลยที่จะได้รับ ความยุติธรรมการให้อภัยถ้าเขาสํานึกในการกระทําผิดและครอบครัวนั้นได้เยียวยา ผู้เสียหาย และสามารถมั่นใจได้ว่าเขาจะประพฤติปฏิบัติเปึนคนดีในอนาคต เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าถ้าหากเราจะต้องล่วงเลยเวลาไปให้เนิ่นนานกว่านี้ ผมคิดว่าถ้ามันไม่ได้ขัดกับ หลักการเหล่านี้ ผมอยากให้สภาแห่งนี้สนับสนุนในการที่จะเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข

ประการสําคัญที่เห็นชัด ๆ ก็คือว่าเด็กเหล่านี้ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน จะต้องอยู่ในสถานพินิจ เขาขาดโอกาสในการที่จะสํานึกผิด ครอบครัวจะเยียวยาผู้เสียหาย และมั่นใจได้ว่าเขาจะเปึนคนดีในสังคมต่อไป เด็กเหล่านี้ยืดเวลาไปอีก ๑๕ วัน ๒๐ วัน ๑ เดือน ๒ เดือน หรืออาจจะเปึน ๖ เดือน หรืออาจจะมีอุบัติเหตุกฎหมายฉบับนี้ไม่เกิดขึ้นเลย เท่ากับว่าสภาแห่งนี้อาจจะทําตราบาปให้กับเด็กที่มีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเอง เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าควรที่จะคล้อยตามและเห็นด้วยกับที่วุฒิสภาขอแก้ไขสิ่งประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งก็เปึนเรื่องใหญ่เหมือนกัน แต่ว่าไม่ขัดข้องที่จะให้ทางวุฒิสภาแก้ไข อย่างเช่นในมาตรา ๒๕ ในเรื่องการกําหนดอายุความของผู้พิพากษาสมทบ ผมคิดว่าเปึนหลักการที่ถูกต้องแล้ว ในการที่จะเพิ่มโอกาสให้คนอื่นที่มีความรู้ความสามารถเหมือนกันเข้ามาทําหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ และสิ่งสําคัญที่สุดเรื่องของการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมจําเปึนต้องมีการกระจายให้ผู้อื่น ที่มีความรู้ความสามารถ

สิ่งสําคัญอีกสิ่งหนึ่งก็คือการปัองกันระบบอุปถัมภ์ที่จะเกิดขึ้นในการคัดเลือก หรือการทรงไว้ซึ่งการเปึนผู้พิพากษาสมทบตลอดกาล หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่จะต้องเกิด ระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้น ซึ่งเปึนสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถูกแล้วที่มาตรา ๒๕ ได้กําหนดให้มีอายุความว่าเปึนสองสมัยติดต่อกันเท่านั้น ส่วนเรื่องวุฒิปริญญาตรีสถิติ ของผู้พิพากษาสมทบในอดีตจนถึงปัจจุบันที่ผ่านมา ผมทราบมาว่าส่วนใหญ่ก็จบ ปริญญาตรีแล้วทั้งนั้น จะเปึนปริญญาโท ปริญญาเอก ก็ยังมีนะครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ วุฒิสภาแก้ว่าจะต้องไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ผมคิดว่าไม่ได้เปึนปัญหากับ การที่จะคัดสรรบุคคลที่จะเข้ามาเปึนผู้พิพากษาสมทบแต่ประการใดเลย เปึนการเพิ่มสิ่งที่ เรียกว่าประสบการณ์ในทางความรู้เพื่อที่จะเอามาใช้ประโยชน์ในการที่จะทําหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ เสียด้วยซ้ํา

ในเรื่องของมาตรา ๑๖๐ เรื่องการตรวจสารคัดหลั่ง ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไข เพิ่มเติมว่า ให้เปึนไปตามโดยสมัครใจ อันนี้ก็ถูกต้องแล้วครับ ตามสิทธิของประชาชน หรือของมนุษย์เรา ถ้าเขาไม่สมัครใจก็ไม่น่าจะต้องไปตรวจเขา แต่อย่างไรก็ตามก็มีระบบ ตรวจสอบว่าการที่เขาไม่สมัครใจนั้นเปึนไปโดยบริสุทธิ์ใจหรือไม่ ถ้าเปึนไปโดยบริสุทธิ์ใจ เขาก็ย่อมได้รับการปกปัอง อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ยกตัวอย่างไปแล้ว เช่น อาจจะมีปัญหา เรื่องสุขภาพ หรือปัญหาอื่น ๆ ที่ฟังแล้วมีเหตุมีผลเพียงพอ แต่ถ้าเกิดว่าตรงกันข้ามครับ ไม่มีเหตุมีผลเพียงพอที่จะอธิบายว่าเหตุใดถึงไม่สมัครใจที่จะยอมให้ตรวจสารคัดหลั่ง เพื่อเปึนสิ่งที่ตรวจพิสูจน์สําคัญในเรื่องของคดีความ อันนี้ก็เปึนเรื่องของการที่ตรงกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอยู่แล้ว ในเรื่องของเปึนผลร้ายต่อเขาเอง หมายความว่าเขามีสิทธิแต่ไม่ได้ใช้สิทธิ จริงอยู่ครับ เขาใช้สิทธิในการที่จะไม่ตรวจ แต่ว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรเขาก็ย่อมจะถูกสังคมป่ดปาก นั่นหมายความว่าจะเปึนผลร้ายต่อเขาเอง อันนี้ก็ยุติธรรมแล้ว ผมคิดว่าตรงนี้ยุติธรรมแล้ว ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ผมคิดว่าในเรื่องของบรรทัดฐานของสังคมก็คิดว่าน่าจะเปึนสิ่งที่ ยุติธรรมสําหรับในกรณีเช่นนี้แล้วนะครับ

ทีนี้ในเรื่องของมาตรา ๙๐ ประกอบกับมาตรา ๑๒๖ ที่ว่า ถ้าเด็กและ เยาวชนเหล่านั้นต้องโทษในข้อหาที่มีโทษสูง แล้วถ้าจะใช้มาตรการปล่อยตัวชั่วคราว หรือว่ามาตรการที่จะใช้วิธีการทางสังคม ที่เขาเรียกว่า อาร์เจ (RJ) หรือ เรสโทเรทีฟ จัสทิซ (Restorative Justice) ซึ่งจะมีองค์ประกอบของผู้คนที่เกี่ยวข้องในความเชี่ยวชาญที่มี คุณวุฒิทางด้านต่าง ๆ เข้ามาทําหน้าที่ตรงนี้ รวมทั้งครอบครัวของทั้ง ๒ ฝ์ายด้วย ผมคิดว่า นี่ก็เปึนเรื่องที่มาตรการทางด้านวิธีการเปึนที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่าสามารถที่จะนําไปใช้ เปึนประโยชน์ได้ในกรณีคดีเด็กและเยาวชน ในกรณีที่ทางวุฒิสภาขอแก้ไขว่าขอให้ฟัง ความคิดเห็นของโจทก์ในฐานะที่เปึนพนักงานอัยการก็ดีเสียก่อนนั้น ผมก็คิดว่ามันก็เปึน สิ่งที่ดีไม่ใช่เปึนดุลยพินิจของศาลแต่เพียงฝ์ายเดียวก็น่าจะเปึนดุลยพินิจของทางพนักงานอัยการ ที่จะประกอบการให้ความคิดเห็นว่าศาลจะใช้มาตรการปล่อยตัวชั่วคราวหรือจะให้เข้าสู่ กระบวนการเยียวยาทางสังคมตรงนี้หรือไม่ที่เรียกว่ายุติธรรมเชิงสมานฉันท์หรือว่า เรสโทเรทีฟ จัสทิซ ผมคิดว่ามันก็สมเหตุสมผลด้วยประการทั้งปวง ถึงแม้ว่าวุฒิสภา จะขอแก้ไขมาในหลายมาตราก็ตาม แต่พิจารณาดูแล้วผมคิดว่ามันไม่ได้ขัดกับหลักที่จะ เปึนประโยชน์ไม่ว่าจะเปึนผู้ที่เสียหายหรือเด็กที่กระทําผิดหรือครอบครัวของทั้ง ๒ ฝ์าย แต่ประการใดเลย ฉะนั้นโดยสรุปผมจึงคิดว่าผมเห็นด้วยที่วุฒิสภาได้แก้ไขในทุกมาตรา ยอมรับได้ครับ แล้วผมก็คงขอวิงวอนสภาแห่งนี้ว่าได้โปรดผ่านกฎหมายฉบับนี้เถอะครับ เพราะว่าเวลาแม้แต่เพียงวันเดียว ๑๕ วัน ๓๐ วัน ๑ เดือนหรือ ๖ เดือน มันเปึนเวลาที่มี คุณค่ามากสําหรับการให้โอกาสเด็กที่จะกลับเนื้อกลับตัวเปึนคนดี และเปึนการที่จะทําให้ ครอบครัวของเด็กผู้เสียหายนั้นได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงที เพราะในกฎหมายฉบับเดิมนั้น เปึนการลงโทษเด็กที่ทําผิดเท่านั้นแต่ไม่ได้สนใจในเรื่องของครอบครัวหรือเด็กที่เสียหาย แต่ประการใด แล้วถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกฎหมายฉบับนี้ไม่ออก ผมคิดว่ามันจะเปึน ตราบาปสําหรับสภาแห่งนี้ ขอบพระคุณมากครับ