สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสูตรการคํานวณบํานาญของข้าราชการ และเรียกร้องการแก้ไขให้เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เดิมร่างพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาแก้ไขมานั้น กฎหมายในลักษณะเดียวกันนี้เข้าไป ๒ ฉบับด้วยกัน ก็คือร่างพระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญ พ.ศ. ๒๔๙๔ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติกองทุน บําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อีกฉบับหนึ่ง ท่านประธานครับ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ครับ ขณะนั้นมีการเสนอ ร่างทั้ง ๒ ร่างเข้าไป เนื่องจากจะเอาเงินบําเหน็จตกทอดของข้าราชการบํานาญมาเปึน หลักทรัพย์ในการค้ําประกันกับสถาบันการเงิน ท่านประธานก็คงทราบว่าหลักทรัพย์ ค้ําประกันกับสถาบันการเงินนั้นประกอบด้วยที่ดินบ้าง บ้านบ้าง เรือกสวน ไร่นา แต่ว่า เนื่องจากข้าราชการบํานาญนั้นบางครั้งอาจจะไม่มีทรัพย์สินดังกล่าว ทางรัฐบาลก็เลย มีทางออกให้กับพี่น้องข้าราชการบํานาญก็คือเอาบําเหน็จตกทอด ซึ่งจริง ๆ แล้วบําเหน็จ ตกทอดครับท่านประธาน ก็คือเงินที่ข้าราชการบํานาญเสียชีวิตแล้วก็ตกทอดไปถึงทายาท โดยได้ ๓๐ เท่าของเงินบํานาญ ท่านประธานครับ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับหลังจากที่นําเข้า สู่สภาเสร็จแล้วกระผมเองนะครับ เนื่องจากเราได้รับการร้องเรียนมาหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องกองทุน กบข. ครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของความโปร่งใสในกองทุน กบข. หรือ เรื่องการที่กองทุนเอาเงินของข้าราชการบําเหน็จบํานาญไปเล่นหุ้น และโดยเฉพาะเรื่อง ที่มีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุดก็คือเรื่องการคํานวณบํานาญของข้าราชการ เดิมตาม พระราชบัญญัติบําเหน็จบํานาญของป้ ๒๔๙๔ ครับท่านประธาน ใช้เงินเดือนเดือนสุดท้าย คูณด้วยอายุราชการหารด้วย ๕๐ แต่ว่ากองทุน กบข. ก็เปลี่ยนมาเปึนเฉลี่ย ๖๐ เดือน สุดท้ายคูณอายุราชการหารด้วย ๕๐ แล้วก็จะต้องไม่เกินร้อยละ ๗๐ ของเงินเดือน เฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้าย ตรงนี้ละครับข้าราชการบํานาญมีความรู้สึกว่าของเขาถูก ลิดรอนสิทธิไป ท่านประธานครับ วันนั้นมีพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามา ๒ พรรคครับ ก็คือพรรคประชาธิปัตย์ โดยผมเสนอขอแก้กลับไปเปึนสูตรเดิม ในขณะเดียวกัน พรรคพลังประชาชนขณะนั้นก็ได้เสนอโดยมีการแก้ไขมาตรา ๖๓ เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ หลังจากที่เรานําเข้าไปสู่คณะกรรมาธิการ มีการคิดโดยเฉพาะเรื่อง การคํานวณบําเหน็จบํานาญข้าราชการนั้นเยอะหลายประเด็นครับ คิดว่าถ้าเกิดมี การเปลี่ยนสูตรบําเหน็จบํานาญมันมีผลกับใครบ้าง มีผลกับข้าราชการบําเหน็จบํานาญ ตั้งแต่วันใด เช่นกฎหมายบอกว่ามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็หมายความว่าเช่นกฎหมายฉบับนี้ครับท่านประธาน ถ้าเกิดมีการแก้ไขสูตรการคํานวณ บํานาญสิ้นเดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๔ ก็สามารถบังคับใช้ได้ ขณะนั้นมีการพูดกันว่า ถ้าเกิดมีการแก้ไขสูตรจะย้อนหลังให้กับข้าราชการบําเหน็จบํานาญ ย้อนกันไปแค่ไหนครับ กบข. เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ ครับ จะย้อนกลับไปให้กับ ข้าราชการบํานาญ ย้อนถึงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ หรือเปล่า ข้าราชการที่เสียชีวิตไป แล้วส่วนที่ขาดไปจะตกทอดถึงทายาทหรือเปล่า มีการคิดกันว่าข้าราชการที่รับเงิน บําเหน็จบํานาญของ กบข. ที่สูตรเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ว่าข้าราชการดังกล่าวยังได้รับเงิน สะสม ๓ เปอร์เซ็นต์ ยังได้รับเงินสมทบ ๓ เปอร์เซ็นต์ ได้รับเงินชดเชยอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ รวมถึงดอกผลจาก กบข. อีกตรงนี้เปึนเงินที่ข้าราชการ กบข. ได้รับเงินเพิ่มไป แล้วถามว่า ถ้าเกิดเปลี่ยนสูตรกลับเปึนสูตรเดิมตรงนี้จะต้องกลับเอามาเปึนของรัฐอีกหรือเปล่า วุ่นวายกันพอสมควรครับ มีการคิดว่าเราจะเอาเฉลี่ย ๖๐ เดือน หรือเราจะเอาเพียงแค่ ๔๘ เดือน หรือเราจะเอาเพียงแค่ ๒๔ เดือน หรือ ๑๒ เดือน หรือเราจะไม่ยึดถือ เรื่องย้อนหลังเลย หรือมีหลาย ๆ คนคิดว่าทําไมต้องหารด้วย ๕๐ บางคนก็เสนอว่า ควรจะหารด้วย ๔๐ ก็เพียงพอ แล้วก็ไม่ควรเกินร้อยละ ๗๐ คิดกันมากครับท่านประธาน ผมก็ขอเรียนว่าวันนี้ท่าน ส.ว. ก็ได้แก้ไขมาก็คือเฉลี่ย ๒๔ เดือนสุดท้ายคูณอายุราชการ หารด้วย ๕๐ แต่ทั้งนี้ไม่ต่ํากว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ถ้าพูดง่าย ๆ ตรงนี้ก็คือจ่ายให้กับข้าราชการ กบข. เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน เช่นเดียวกัน แน่นอนครับมันอาจจะไปมีผลกระทบต่อฐานะการเงินการคลังหรืออย่างไร ก็แล้วแต่ แต่ทั้งนี้ผมคนหนึ่งที่เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรด้วย ผมเห็นด้วยที่จะต้องมีการแก้ไขสูตร มาตรา ๖๓ ในร่าง พ.ร.บ. กองทุน กบข. เห็นด้วย ที่ควรจะมีการแก้ไข แล้วก็สนับสนุนว่าควรจะใช้สูตรใดหรือคํานวณโดยวิธีใดก็เห็นควร ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา ขอบคุณครับ