รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
ครับ ต่อไปท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ถึงเรื่องความทุกข์ของ พี่น้องประชาชนที่ต้องเสียค่าน้ําประปา เพราะอะไรครับ เพราะนโยบายของรัฐบาล ทั้งรัฐบาลที่แล้ว และรัฐบาลนี้ยังมีนโยบายที่ลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนโดยงดเก็บ ค่าน้ําประปากับประชาชนผู้มีรายได้น้อย แต่ปรากฏว่าที่หมู่บ้านเอื้ออาทร ซอยเพชรเกษม ๘๑ เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ท่านผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ สุชาติ ศิริโยธิพันธ์ ซึ่งเปึน ผู้ว่าการเคหะแห่งชาตินั้น บอกว่านึกว่าโครงการนี้ประชาชนได้รับการยกเว้นการเก็บ ค่าน้ําประปาตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว แต่ปรากฏว่ายังไม่มีการดําเนินการดังกล่าว ประชาชนยังต้องเสียค่าน้ําประปาอยู่ จึงอยากจะให้ทางรัฐบาลนําเรื่องนี้ไปดําเนินการ
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเปึนเรื่องด่วน ซึ่งกระผมได้รับมาจาก พี่น้องประชาชน ก็คือว่าในมือของผมนี้ท่านประธานครับ ในมือของกระผมนี้คือบัตรทอง ๓๐ บาท รักษาทุกโรค บัตรทองดังกล่าวนี้ท่านประธานครับ ปรากฏว่ามีลายเซ็นของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชื่อ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่แปลกครับ ท่านประธาน เพราะท่านเคยเปึนรัฐมนตรีกระทรวงนี้ แต่ที่แปลก ก็คือว่า มีการระบุว่า วันออกบัตร วันที่ ๒๘/๐๑/๒๕๕๒ ก็คือเมื่อวานนี้ ผมอยากจะถามไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบันว่า บัตรดังกล่าวนี้ใช้ได้หรือไม่ เปึนบัตรเก๊หรือไม่ เพราะท่านหมดอายุจากตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปเปึนที่เรียบร้อย แล้ว ท่านประธานครับ ประชาชนสงสัยว่าบัตรดังกล่าวนี้จะสามารถใช้บริการตามที่ รัฐบาลได้ว่าไว้จริงหรือไม่ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ครับ รักษาเวลาได้ดีมาก ครับ ขอบคุณนะครับ ให้ปฏิบัติอย่างนี้เสมอต้นเสมอปลายนะครับ ต่อไป ท่านชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมมีเรื่องที่ กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการ คชก. แล้วก็ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องราคาข้าวโพดตกต่ําให้กับพี่น้อง เกษตรกร ซึ่งเรื่องนี้ผมกราบเรียนท่านประธานมาตลอดครับ สิ่งที่จําเปึนต้องกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังผู้รับผิดชอบ ก็คือว่าขณะนี้เองแนวทางการแก้ไขปัญหารัฐบาล รัฐบาลได้ขยายระยะเวลา และปริมาณการจํานําเพิ่มขึ้น จากเดิมโควตาทั้ง ๕๐๐,๐๐๐ ตัน นี่หมดไปแล้ว เพิ่มเติมมา ๒๕๐,๐๐๐ ตัน แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ๒๕๐,๐๐๐ ตัน ไม่พอครับ ไม่พอ เพราะว่าขณะนี้ปริมาณข้าวโพดที่เราสํารวจ ถ้าเปึนไปตามจริงจากปริมาณแต่ละจังหวัดแจ้งมาร่วม ๒ ล้านตัน แต่ตัวเลขที่สํานักงาน เศรษฐกิจการเกษตรมีอยู่นี้ประมาณ ๘ แสนตัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เองผมอยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้พยายามตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงให้ถูกต้องนะครับว่าจะต้องช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเท่าไร อย่างไร ๒๕๐,๐๐๐ ตัน ไม่พอแน่นอนท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จําเปึนจะต้องกราบเรียน ท่านประธานคือว่า
ประการที่ ๑ ทําอย่างไรที่จะต้องขยายปริมาณเพิ่มขึ้น
ประการที่ ๒ การกําหนดจํานวนวงเงินต่อเกษตรกรต่อรายรอบใหม่ ๑ แสนบาทต่อราย ซึ่งถ้าตีปริมาณเปึนข้าวโพดคือ ๑๑ ตัน เท่านั้นเองครับ เดิม ๓๕๐,๐๐๐ ได้ประมาณ ๔๐ ตัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ฝากไว้เปึนข้อพิจารณาว่ากรณี ถ้าเกษตรกรมีความจําเปึนต้องขยายปริมาณวงเงินต่อราย ถ้ามีความจําเปึนนะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็กระทรวงที่รับผิดชอบช่วยพิจารณา ในประเด็นนี้
ประการที่ ๓ ครับ จังหวัดแต่ละจังหวัดมีปริมาณข้าวโพดไม่เท่ากัน อยากให้ความสําคัญแล้วลงไปดูในพื้นที่ แล้วก็สามารถที่จะจัดสรรโควตาให้กับรายจังหวัด เพื่อความเปึนธรรม เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยดูแลเรื่องนี้
ผมมีอีกเรื่องเดียวครับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ ขอเวลาท่านประธาน แค่ ๑ นาที ผมกราบเรียนหารือท่านประธาน ผมไปดูการตรวจสอบรายงานการประชุม เมื่อวันที่ ๑๕ ที่ผ่านมาพวกผมขาดประชุมครับ ผมกราบเรียนท่านแล้วว่าสิ่งที่พวกผม ไม่ได้ไปประชุม ท่านประธานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมถือว่าผู้ไม่ได้ไป ประชุมที่กระทรวงต่างประเทศขาดประชุม หนึ่งในสี่ของสมัยประชุมพวกผมขาดสมาชิกภาพ นะครับท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะให้ท่านทบทวนเรื่องนี้ เพราะมันจะมีวิธีการ ต่าง ๆ ที่ต้องพูดกันในรายละเอียดว่าทําไมพวกผมไปประชุมไม่ได้ ผมไม่ใช้เวลาตรงนี้ ในการที่จะกราบเรียนท่าน เพราะว่ามีเวลาน้อยมาก แต่จะมีกระทู้และญัตติและมี เรื่องราวต่าง ๆ ที่จะต้องถามท่าน ขอให้ท่านพิจารณาทบทวนครับว่าทําไมพวกผม ต้องขาดประชุมด้วย กราบขอขอบคุณครับ
ครับ ต่อไปท่านไพจิต ศรีวรขาน ครับ อยู่ไหมครับเจ้าตัว ไม่อยู่ก็ถือว่าตกไปนะครับ ต่อไปคุณอํานวย คลังผา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอหารือ ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก เรื่องเงินค่าชดเชย เรื่องน้ําท่วมจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อําเภอเมือง อําเภอโคกสําโรง อําเภอสระโบสถ์ และโคกเจริญ หนองม่วง และชัยบาดาล หลายอําเภอในจังหวัดลพบุรียังไม่ได้รับเงินค่าชดเชยเรื่องน้ําท่วมพืชผลเสียหาย เรื่องข้าว ก็ดี ข้าวโพดก็ดี แล้วมันก็ดี ก็อยากจะให้ท่านประธานเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการให้กับชาวจังหวัดลพบุรีด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องรับจํานํามันและข้าวโพด สืบเนื่องจากการรับจํานํานั้นก็จะ กราบเรียนท่านประธานว่าสําหรับโกดังเก็บมัน โกดังกลางนะครับ คือหักเปอร์เซ็นต์ จํานวน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี่ หักเปอร์เซ็นต์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๗ กิโลกรัม เพราะมันสด ๑๐ กิโลกรัม แปังเกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ลานมันเขาไม่ให้เกษตรกร ก็อยากจะฝากท่าน ประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งแก้ไขในเรื่องของการรับจํานํามันที่อําเภอ โคกสําโรงก็ดี และลําสนธิก็ดี ชัยบาลดาลก็ดี และท่าหลวงก็ดี ก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการ แล้วส่วนเรื่องข้าวโพด อําเภอ โคกสําโรงก็ยังมีข้าวโพดอีกมากมายในจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้รับการ ร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอหนองม่วง ตําบลยางโทน มีพี่น้องเกษตรกรยังไม่มีโอกาส รับจํานําข้าวโพด ก็อยากจะให้รัฐเร่งเพิ่มโควตาตามที่ท่าน ส.ส. ชลน่าน ได้กล่าวไป เบื้องต้น อยากจะฝากท่านประธานในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลา ได้ดีมากครับ ต่อไปท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ส.ส. ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ก็ต่อจากท่านชลน่าน แล้วก็ต่อ จากผมเองเมื่อวาน แล้วผมก็ดีใจที่วันนี้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ตรง ๆ มาอยู่ด้วย คือ ท่านอลงกรณ์กับท่านกอร์ปศักดิ์ ขอกราบเรียนว่ามาตรการที่ท่านทําก็ดีแล้ว แต่ว่าผม ขอเสนออย่างนี้ครับว่า วันนี้รัฐบาลจะเอาคนชั่ว คนไม่ดีบางกลุ่ม บางจังหวัดมาให้ผลร้าย กับเกษตรกรตัวจริงคนบริสุทธิ์ไม่ได้ บางจังหวัดมีการโกง มีการทุจริตเปึนเรื่องจริง แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ใช่ รัฐบาลจะออก มาตรการปัองกันคนชั่ว โดยคนดี ๆ ได้รับผลร้ายทั้งหมดไม่ได้ ผมยกตัวอย่างอย่างจังหวัด ของผมนี่นะครับ ขณะนี้ปัจจุบันนี้เหลือข้าวโพดอยู่ ๕๐,๐๐๐ ตัน รัฐบาลช่วยไป ๔,๐๐๐ ตัน ผมถามว่าอีก ๔๖,๐๐๐ ตัน ประชาชนผมจะอยู่อย่างไร จะแบ่งกันอย่างไร ครับพี่น้อง ท่านรัฐมนตรี และหลาย ๆ จังหวัดก็เจอปัญหาแบบนี้ ดังนั้นรัฐบาลจะ แก้ปัญหาหรือว่าเพิ่มทีละนิดเพิ่มทีละหน่อย ๒๕๐,๐๐๐ บ้าง ๓๕๐,๐๐๐ บ้าง ไม่ได้ครับ ผลสํารวจจริง ๆ ตอนนี้อยู่ในมือผมนี่จากกระทรวงพาณิชย์ครับ เหลืออยู่เกือบ ๆ ๒ ล้าน ท่านทําไปเลยครับ ทั้งหมดเสียทีเดียว คนผิดก็ว่าไปตามผิด คนถูกท่านต้องช่วยเขา แล้ว ผมขอกราบเรียนเปึนประเด็นสุดท้ายว่า การแก้ปัญหาข้าวโพดจะทําแบบข้าวไม่ได้ ผมขอ แนะนํานิดเดียวครับว่า ในโอกาสต่อไป สนับสนุนเปึนเงินไปเลย ถ้ารัฐบาลสํารวจ ตรวจสอบปรากฏตัวจริงว่าเกษตรกรชื่อนี้ บ้านเลขที่นี้ มีจํานวนเท่านี้ ช่วยเขาไปครับ ตันละพันหรือกิโลละบาทก็ให้ไปเลย ทําไมครับให้ อสม. ๖๐๐ ได้ ให้คนงาน ๒,๐๐๐ ได้ ให้ตรงนั้นเยอะแยะได้ ผมก็เห็นด้วย แล้วก็ยินดีด้วยที่เขาได้ แต่เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด เปึนแสน ๆ ราย ทําไมรัฐบาลทิ้ง ทําไมรัฐบาลไม่ดูแลครับ จนบัดนี้อย่างจังหวัดอุตรดิตถ์ ยกตัวอย่างครับ มี ๑๕๐,๐๐๐ ตัน ช่วยตัวเองไปแล้ว ๑แสนตัน ขายขาดทุนไปแล้ว เหลืออีก ๕๐,๐๐๐ ตัน รัฐบาลช่วยมา ๔,๐๐๐ ผมอยากจะรู้ว่าแบบนี้รัฐบาลทําอย่างนี้ ประชาชนเขาอยู่กันได้อย่างไรครับ และหลายจังหวัดในประเทศไทยเปึนแบบนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณนิยม วรปัญญา อยู่ไหมครับ เชิญครับ คุณนิยม
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี เขต ๒ ครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรขอให้นําความกราบเรียน ท่านประธานครับ เพื่อท่านประธานช่วยพิจารณาแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้
ข้อที่ ๑ ครับ เรื่องราคาผลิตผลการเกษตร มีปาล์ม ยางพารา ข้าวโพด ข้าวเปลือกราคาตกต่ําครับ ราษฎรขอให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือปาล์มขอกิโลกรัมสัก ๖ บาท มันสําปะหลังสัก ๓ บาท ยางพาราสัก ๙๐ บาท เคยขาย ๑๐๐ บาทกว่าบาทมาแล้ว ข้าวโพดกิโลกรัมละ๙ บาท อ้อยตันละสัก ๑,๐๐๐ บาทครับ ข้าวเปลือกสัก ๑,๔๐๐ บาท ตอนนี้ข้าวเปลือกก็ยังได้ราคาไม่เต็มตามที่รัฐบาลประกาศ
ข้อที่ ๒ เรื่องปรับปรุงแก้ไขถนนที่บ้านหนองรีครับ บ้านคลองกระจาง แล้วก็ บ้านโพธิ์ร้าง สระโบสถ์ คลองลํานารายณ์ รวม ๕ จุดด้วยกันครับ ขอให้ขยายเปึน ๔ ช่องจราจร เพราะตอนนี้การจราจรรู้สึกมีปัญหาเกิดอุบัติเหตุบ่อยครับ
ข้อที่ ๓ เรื่องขุดลอกคลองห้วยยาง คลองห้วยแห้ง คลองสุรเดช คุ้งใหญ่ และคลองกระจังครับ ๕ จุดเหมือนกัน อันนี้ก็ตื้นเขินมากครับ เพราะป้นี้หน้าแล้งอาจจะ ไม่มีน้ําไว้ให้สําหรับเลี้ยงสัตว์และสําหรับบริโภคครับ
ข้อที่ ๔ ครับ ท่านประธานครับ ขอให้ปรับปรุงและก่อสร้างอ่างเก็บน้ํา หนองโสน อ่างเก็บน้ํานพเก้า แล้วก็อ่างเก็บน้ําหนองสาหร่าย อ่างเก็บน้ําลําปะเทียกลาง อ่างเก็บน้ําเขาน้อย อ่างเก็บน้ําวังเชื่อม ขอให้ท่านประธานได้กรุณาช่วยประสานงาน ช่วยเหลือเกษตรกรแล้วก็ประชาชนที่กําลังเดือดร้อนด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ คุณสุวโรช พะลัง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานทําหน้าที่ ฝ์ายนิติบัญญัติ เพื่อที่จะติดตามการบริหารราชการแผ่นดินของระบบราชการต่าง ๆ ที่ทางจังหวัดเขาได้ เสนอขึ้นมา เปึนที่ทราบอยู่แล้วนะครับท่านประธานครับตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมป้ที่แล้ว มาจนถึงปัจจุบันนี้ ได้มีภยันตรายภัยธรรมชาติ ใช้คําว่า ภัยธรรมชาติก็ได้ก็คือพายุมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ พัดเข้ามาในฝัืงอ่าวไทย รุนแรงแล้วก็ต่อเนื่องตลอดมาตั้งแต่ เดือนธันวาคมจนกระทั่งปัจจุบันนี้ เปึนที่ทราบตามข่าวของสื่อมวลชนตลอดมา ปรากฏว่า จากพายุมรสุมต่าง ๆ นี่ครับ ตามที่ได้กราบเรียนท่านประธานไปนี่ครับ ทําให้ตลิ่งฝัืงอ่าวไทย พังตลอดมาตั้งแต่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ลงไปถึงจังหวัดสงขลา สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเปึนความเสียหายเกิดให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในฝัืงอ่าวไทย ที่ดิน พังไป บ้านช่องเสียหาย เทือกสวนไร่นาหมดไป โฉนดเหลือแต่เฉพาะเอกสารเท่านั้นเอง แล้วก็นับวันก็จะมีความรุนแรงมากขึ้นเปึนเท่าทวีคูณ ซึ่งตรงนี้ครับเปึนหน้าที่ทางรัฐบาล โดยตรงที่จะต้องดําเนินการ ซึ่งในส่วนตรงนี้ครับพวกผมซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่นี่ครับได้ดําเนินการตามลําดับตลอดมาตั้งแต่ระดับพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปสํารวจออกแบบ ปรากฏว่าทราบมาว่ามีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าวนี่ครับอยู่ที่ทาง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเอกสารของแต่ละจังหวัดเหล่านี้ ทราบมาว่าได้ส่งมาที่สํานักงานโยธาธิการและผังเมืองแล้ว แล้วก็จําเปึนอย่างยิ่งที่จะให้ ผู้เชี่ยวชาญของทางสํานักงานโยธาธิการและผังเมืองได้ดําเนินการในการออกแบบสํารวจ ความเปึนไปได้ในการที่จะศึกษาหาทางแก้ไขหรือเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น ในเรื่องดังกล่าวนี้ให้หมดไป ผมขออนุญาตท่านประธานในส่วนของจังหวัดชุมพร เอกสารอยู่ในมือผมครับ
ส่งเอกสารก็แล้วกัน
จะขออนุญาตส่งเอกสารผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดําเนินการ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ต่อไป คุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดจันทบุรี ผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับที่สําคัญกับความเดือดร้อน ปัญหาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรีนะครับ
เรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ เรื่องมันสําปะหลัง เพราะวันนี้มีเกษตรกร เขตอําเภอสอยดาว อําเภอโป์งน้ําร้อน และอําเภอแก่งหางแมว ได้มีการป่ดถนนตั้งแต่ เมื่อวาน เรื่องมันสําปะหลังที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ คือลานมันที่เข้าร่วมโครงการ ของรัฐบาลไม่เพียงพอที่การรับรอง การรับจํานําของพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีนะครับ นี่คือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องมันทะลักมาจากต่างประเทศ คือประเทศกัมพูชา ที่อยู่ข้างกับเขตชายแดน มันทะลักเปึนอันมาก เปึนมันเส้น แล้วก็มันสดนะครับ คือตรงนี้ เปึนที่น่าเปึนห่วงนะครับกับพี่น้อง แล้วก็มาสวมสิทธิ แล้วมาจํานําในเขตบ้านเรา
เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องที่เราจะต้องติดตามจับกุม หรือต้องออกมาตรการ ให้เด็ดขาด เรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญยิ่ง และเปึนเรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ขอให้รัฐบาล ตรวจสอบผู้เข้าร่วมโครงการด้วย เพราะตามสัญญาของ อคส. นะครับ และให้ตรวจสอบ ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทุกรายด้วย นี่เปึนหน้าที่และเปึนโครงการของรัฐบาล ที่จะต้องทําเร่งด่วน ผมขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ดี หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ดีนะครับ ขอให้ลงไปในพื้นที่จริง ๆ ไปดูเหตุการณ์จริง ๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ
เรื่องที่ ๔ เรื่องการเพิ่มค่าตอบแทนให้กับท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยสารวัตรกํานัน แพทย์ประจําตําบลที่มีศักดิ์ศรีที่ดูแลความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศ ได้ดูแลความรับผิดชอบของกระทรวงต่าง ๆ ของรัฐบาลด้วยนะครับ แต่รัฐบาลให้ความสําคัญกับสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ นะครับ
ครับ เวลา
ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อน และผลกระทบความรู้สึกของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านด้วยตัวเองครั้งหนึ่ง เพื่อเปึนการให้ขวัญกําลังใจของสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ผมขอถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งหนึ่งว่า
คือเวลาหมดแล้วครับ ตั้งกระทู้ถามก็แล้วกันครับ กราบขอบคุณมากครับ
จะรีบเร่งช่วยเหลือเพิ่มค่า สวัสดิการให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านวันไหนครับ ขอบคุณครับ
รักษาเวลาหน่อยครับ ต่อไปท่านสัญชัย อินทรสูตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสัญชัย อินทรสูตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขอหารือกับท่านประธานสั้น ๆ ๒ ประเด็น ครับท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๑ เกี่ยวกับทางสํานักงานตํารวจแห่งชาตินะครับท่านประธาน ครับ ได้เคยส่งเงินให้สถานีตํารวจแต่ละสถานีโดยแบ่งเปึนสถานีตํารวจขนาดใหญ่ได้ เดือนละแสนบาท ขนาดกลางเดือนละ ๘๐,๐๐๐ บาท ขนาดเล็กเดือนละ ๖๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบันนี้ไม่ได้ส่งมาให้เลยครับ คือเงินจํานวนนี้ ส่งมาให้เพื่อว่าจะใช้ในการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทําความผิดในคดีอาญามาลงโทษ ปรากฏว่าจังหวัดผมนะครับ พรรคพวกผมถูกยิงตาย เจ้าหน้าที่ตํารวจก็ดีครับ ดําเนินการ สืบสวนสอบสวนจนทราบว่าใครเปึนคนร้ายรายนี้ ออกหมายจับให้เรียบร้อยครับ ท่านประธานครับ แต่ว่าไม่สามารถจับได้เพราะว่าคนร้ายรายนี้หนีไปทางภาคใต้ ทางผู้เสียหายไปติดตามเจ้าหน้าที่ตํารวจบอกว่าเงินที่ตํารวจแห่งชาติเคยส่งมาให้เดือนละ แสนบาท ตอนนี้ไม่ส่งมาให้ตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว ก็เลยไม่มีเงินที่จะไปติดตามจึงฝาก ท่านประธานให้ช่วยผ่านไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติครับ ให้ช่วยจัดเงินจํานวน ดังกล่าวนี้ส่งให้แต่ละสถานีตํารวจด้วยครับท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานครับ เมื่อ ๒ วันนี้มีหนังสือพิมพ์ลงข่าวผู้อพยพ ชาวพม่ากับบังกลาเทศผสมกัน ที่เรียกว่า โรฮิงยา นี่นะครับท่านประธานครับ ปรากฏว่า บอกว่าอพยพมาวันละ ๒๐๐ คน เดือนหนึ่งก็ตก ๖,๐๐๐ คน ป้หนึ่งก็ ๗๒,๐๐๐ คน ถ้าอีก ๓ ป้ ๕ ป้ จะเปึนกี่คนครับท่านประธานครับ ก็เลยฝากให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ช่วยดูแล เรื่องนี้ด้วยครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านรักษา เวลาได้ดีมากครับ ขอบคุณครับ ช่วยปฏิบัติอย่างนี้ต่อไปก็จะดีครับ ต่อไปครับ คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านประธานครับ แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีทุกท่าน นะครับที่ได้เข้ามารับฟังการหารือของ ส.ส. ในสภา วันนี้ถือว่าเปึนความร่วมมือกันอย่างดี ระหว่างทางรัฐบาลกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ท่านรัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร นะครับ ที่ได้มารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะขอหารือ ก็คือเรื่อง ขอให้ทางกรมทางหลวงจัดสรรงบประมาณการก่อสร้างขยายผิวจราจรถนนสาย บ้านป์าเตียว-ทุ่งค่าย ท่านประธานครับเรื่องดังกล่าวผมได้อภิปราย ได้ตั้งกระทู้ถาม และได้หารือในสภาหลายครั้งด้วยกันครับ เปลี่ยนประธานหลายท่านแล้ว เปลี่ยน นายกรัฐมนตรี ๔ ท่านแล้วครับ มีรัฐมนตรีว่าการหลายท่านแล้วครับ เนื่องจากถนนสาย ทุ่งค่าย-ป์าเตียว มีระยะทาง ๑๒ กิโลเมตรครับท่านประธาน แต่ว่าจะเปึนการร่นระยะ ทางการเดินทางระหว่างจังหวัดตรังกับจังหวัดสตูลถึง ๓๐ กิโลเมตร ในรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ป้ ๒๕๔๔ อนุมัติให้มีการก่อสร้างผิวจราจรเปึนลาดยางครับ กว้าง ๖ เมตรครับ แต่ขณะนี้การสัญจรมีปริมาณมากขึ้น ราษฎรเลยขอขยายเปึน ๙ เมตรเพื่อความปลอดภัย ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ ครับ รัฐบาลอนุมัติงบประมาณไปแล้วทั้งหมด ๑๘ ล้าน แต่ขณะนี้ครับ กรมทางหลวงยังไม่จัดสรรงบประมาณดังกล่าวให้กับทางหลวง จังหวัดตรัง เพราะฉะนั้น ผมขอกราบเรียนท่านประธานได้ทําหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมนะครับ ได้สั่งการให้ กรมทางหลวงได้จัดสรรงบประมาณในการขยายผิวจราจรของสายทุ่งค่าย-ป์าเตียว งบประมาณ จํานวน ๑๘ ล้านเศษ เพื่อให้ที่ตรังได้ขยายผิวจราจรเสร็จสิ้นครับ ขอบคุณ มากครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณ ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย วันนี้ครับผมมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านประธานเพื่อผ่านไป ถึงรัฐบาล อยากกราบเรียนครับว่าวันนี้ประชาชน โดยเฉพาะในภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันก่อนผมไปเยี่ยมนะครับ เขาถามผมว่าเงินน้ําท่วมซึ่งรัฐบาลท่านสมชายได้อนุมัติไว้ ไม่ทราบว่าถึงวันนี้รัฐบาลชุดนี้ จะให้เงินชดเชยเมื่อไร เงินนี้เปึนเงินที่ท่านสมชาย อดีตนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านอนุมัติ ไว้แล้วเปึนเงินหลายพันล้านบาท ผมอยากกราบเรียนว่า ตอนนี้เขาทวงแล้วครับ เพราะว่า อะไรครับ รัฐบาลบอกว่าชุดที่แล้วจะให้เงินชดเชยนี่ภายในเดือนธันวาคม แต่ปรากฏว่า ตอนนี้ถึงมกราคมครับเงินยังไม่ไปเลย เขาสงสัยว่าอยากให้รัฐบาลชุดนี้ทําจริงนะครับ คนที่รอเงินชดเชยจนป์านนี้ยังไม่ได้เงินเลย รัฐบาลชุดที่แล้วบอกธันวาคมจะจ่าย อยากกราบเรียนว่า เขาสงสัยว่ารัฐบาลชุดนี้จะเอาไปภาคใต้หรือไม่ การน้ําท่วมนะครับ ภาวะน้ําท่วมทุกคนถ้าเจอภาวะน้ําท่วมนี่ทุกคนต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าภาคไหน ครับ แต่ว่าถ้าอนุมัติภาคอีสานก่อนนี่ก็กรุณาให้ภาคอีสาน ตอนนี้ที่อําเภอคอนสวรรค์ เขาทวงถามผม อําเภอเมืองเขาทวงถามผม อยากถามฝากท่านประธานผ่านไปถึง กระทรวงมหาดไทย กรุณานะครับ กระทรวงเกษตรที่มีส่วนเกี่ยวข้องนี่กรุณารีบดําเนินการ หน่อยครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากเรียนนะครับ นั่นคือเรื่องภัยหนาวนะครับ ตอนนี้ปรากฏว่าผ้าห่มต่าง ๆ จนจะหายหนาวแล้ว จังหวัดชัยภูมิยังไม่ได้สักผืนเลย มีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ไปนิดหน่อย แต่อยาก กราบเรียนว่าวันนี้นะครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้เอาเงิน ๒,๐๐๐ บาท มาซื้อผ้าห่มแจกสัก ๙ ล้านผืน ผมว่าเสียงจะดังกว่านี้เยอะครับ เมืองไทยจนป์านนี้มีการหนาวตายไปไม่รู้ กี่ศพครับ
เวลา คุณหมอครับ เวลาครับ
กําลังจะจบครับท่านประธาน ก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปถึง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กรมปัองกันภัยน่าจะดําเนินการ เรื่องนี้ อย่าให้คนไทยต้องหนาวตายเลยครับ ตอนนี้จิตใจก็ย่ําแย่อยู่แล้ว อยากให้รัฐบาล ได้ช่วยดูแลเรื่องนี้โดยด่วนครับ ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสามารถ พิริยะปัญญาพร
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสามารถ พิริยะปัญญาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือผ่านท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกก็คือ เรื่องสะพานข้ามสี่แยกปากท่อ อําเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี บริเวณสี่แยกปากท่อแห่งนี้มีอุบัติเหตุรถชนกันตายบ่อยมากครับ บางครั้ง ๒ ศพบ้าง ๓ ศพบ้าง บางคดียังไม่เรียบร้อยนะครับ ก็ฝากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยประสานงบประมาณลงเพื่อสร้างสะพานข้ามสี่แยกปากท่อ ถนนเพชรเกษม อําเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรีด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ อยากจะให้รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาช่วยจัดตั้ง นโยบายในการสร้างโรงเรียนกีฬาประจําจังหวัดทุกจังหวัดครับ เพื่อเปึนการส่งเสริม เยาวชนให้ได้ออกกําลังกาย แล้วก็จะได้เปึนทางเลือกหนึ่งของเยาวชนนะครับ ซึ่งถ้า จัดการศึกษาในระดับสามัญทั่วไปก็จะมีโรงเรียนกีฬารองรับนะครับ
สุดท้ายครับ เรื่องมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขต ราชบุรีนะครับ มีที่ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ ๑๐ กว่าป้แล้วนะครับ ยังไม่ได้รับงบประมาณในการ ก่อสร้างวิทยาเขตราชบุรี ก็ฝากทางท่านรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรอง นายกรัฐมนตรีช่วยสนับสนุนการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรีด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งผมอยากจะ ให้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุได้รีบผ่านการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร แต่ดูเหมือนว่า ท่านประธานเมื่อวานนะครับได้รีบป่ดประชุมไป เสียดายครับ เพราะว่าวันนี้ผู้สูงอายุ
ท่านครับ วันนี้เรารวบรัด หน่อยก็แล้วกันจะได้เอาพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าครับ
เข้าใจครับ คือผู้สูงอายุเขาโทรมาหาผม ครับ เขาบอกว่าเขาพร้อมที่จะรับเบี้ยผู้สูงอายุ
รวบรัดหน่อยก็แล้วกัน จะได้เอาพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าครับ
เข้าใจครับ คือผู้สูงอายุเขา โทรมาหาผมครับ เขาบอกว่าเขาพร้อมที่จะรับเบี้ยผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาทต่อเดือนนี่นะครับ แล้วเขาก็ขอบคุณครับว่า สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ทําไว้ วันนี้รัฐบาลใหม่มาเกทับ ก็เปึนประโยชน์กับเขา เขาฝากขอบคุณระบอบทักษิณ ถ้าไม่มีระบอบทักษิณวันนี้ผู้สูงอายุ ไม่ได้รับเงิน ๕๐๐ บาท ผมก็อยากจะให้มีการแจกจ่ายให้ทั่วถึงนะครับ และอยากให้วันนี้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านสภา องค์ประชุมต้องครบด้วยนะครับ เพราะหน้าที่ของรัฐบาล ต้องตรวจสอบองค์ประชุมให้ครบ เดี๋ยววันนี้ผมจะนับองค์ประชุมอีก อันนั้นเปึนหน้าที่ของ รัฐบาลต้องตอบสังคมว่าองค์ประชุมจะครบหรือไม่ครบ
เรื่องที่ ๒ การแจกข้าวถุง ซึ่งผู้เอาประกันสังคมโดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานบอกว่าจะแจกข้าวถุง หลังจากที่แจก ๒,๐๐๐ บาทไปแล้วนี่นะครับ คนในชนบทเขาฝากถามครับว่าแล้วเขาจะได้อะไร ทําไมไม่ตกถึงคนยากคนจนในชนบท นะครับ แล้วก็อยากจะให้การดําเนินการจัดซื้อข้าวถุงอย่าให้เหมือนปลากระปิองเน่า เพราะพี่น้องในภาคเหนือเขาสงสารพี่น้องชาวพัทลุงเปึนอย่างมากครับที่ต้องเอา ปลากระปิองเน่าๆ ไปทิ้งไว้หน้าศาลากลางจังหวัด เรื่องนี้รัฐมนตรีต้องดูแลให้รอบคอบ ครับ ฝากไว้นะครับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีต้องดูเรื่องนี้ให้ โปร่งใสครับ อย่าให้เกิดการทุจริตลักษณะนี้ บ้านเมืองจะเสียหาย ความซื่อสัตย์สุจริตเปึน สิ่งสําคัญที่สุดครับ แล้วความเปึนธรรม การจัดสรรสิ่งต่าง ๆ ต้องให้ความเปึนธรรมแก่ พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ อยู่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธานถึงกระทรวงพาณิชย์ครับท่านประธานครับ สืบเนื่องจากจังหวัดนครราชสีมานั้นเปึนจังหวัดใหญ่ ซึ่งมีพี่น้องเกษตรกรในการปลูก มันสําปะหลังนี่จํานวนทั้งสิ้น ๒ ล้านกว่าไร่ แล้วก็มีผลผลิตของมันสําปะหลังนี่เปึน ๑ ใน ๓ ของประเทศ ก็คือประมาณ ๙ ล้านตันจาก ๒๙ ล้านตันทั้งประเทศ ปัญหา ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ในพื้นที่เขตเลือกตั้งผมนะครับ ก็คืออําเภอขามทะเลสอ พี่น้อง ประชาชนส่วนหนึ่งนะครับได้ตั้งตารอคอยว่ารัฐบาลชุดใหม่นี้จะมีการดําเนินการในการ ประกันราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผ่านมานี่ได้มีการประกันราคา มันสําปะหลังกิโลกรัมละประมาณ ๑.๙๐ บาท ต่อเปอร์เซ็นต์มัน คือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ผลตรงนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ วันนี้ท่าน ได้นั่งอยู่ข้างบนด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ในการประกันราคานี่ พี่น้องประชาชน มีความซ้ําซ้อนมาก และการเข้าโครงการต่าง ๆ เหล่านั้น พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่า มันเปึนเรื่องที่ยุ่งยาก มีการจ่ายเงินที่ใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน สิ่งที่ตามมาก็คือพี่น้อง เกษตรกรส่วนใหญ่จึงได้นําผลผลิตนี่ไปขายโดยตรงกับโรงแปังมันที่อยู่ในพื้นที่อําเภอ ขามทะเลสอ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ขณะนี้มันสําปะหลังที่ไปขายนี่ได้ถูกกดราคา ลงเหลือกิโลกรัมหนึ่งประมาณสัก ๙๐ กว่าสตางค์ถึงบาทเศษ ๆ แล้วก็มีการดําเนินการ ในเรื่องของการที่บอกกับพี่น้องเกษตรกรว่ามีการปนเปุ๋อนของดินของสิ่งต่าง ๆ เจือปน จํานวนมาก รวมทั้งเปอร์เซ็นต์ของมันนั้นก็ลดลง โดยไม่มีการตรวจสอบ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของการชั่ง ตวง วัด ที่พี่น้องประชาชนมีความสงสัยมากครับ ท่านประธาน ครับ ท้ายที่สุดนี้ก็คือว่าพี่น้องเกษตรกรทั้งอําเภอขามทะเลสอนี่ได้ร้องเรียนผมว่า เขาได้นํา มันสําปะหลังไปขาย รถคันหนึ่งประมาณ ๕-๖ ตัน รถอีแต๋นนี่ เขาจะเหลืออยู่ ๔ ตัน กิโลกรัมละบาทเศษ ๆ ตรงนี้อยากจะขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงพาณิชย์ครับได้แก้ไข ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
มีเหลืออยู่อีก ๔ ท่าน นะครับ มีรายชื่อดังต่อไปนี้นะครับ ท่านสุกิจ ท่านสุชาติ ท่านประเสริฐ ท่านพิษณุ ตอนนี้ เพิ่งได้รับนะครับ อย่าเพิ่งไปคิดแต่จะประท้วงตลอดวันเลยครับ มาประชุมให้พร้อมเพรียง ก็แล้วกัน ถ้ามีเอกสารอยู่ที่ประธานนี่เป่ดโอกาสเต็มที่ครับตามเวลากําหนด ต่อไปเชิญ คุณสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่ผมจะหารือท่านประธานในวันนี้เปึนเรื่องที่เปึนอันตรายต่อสุขภาพของพี่น้อง ประชาชน คือเรื่องของใบกระท่อม เพราะว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนนิยมที่จะกิน ใบกระท่อมกันมากทีเดียวครับ โดยส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในแถบทางภาคใต้ เพราะว่าเมื่อกินใบกระท่อมแล้วจะทําให้เกิดความกระชุ่มกระชวย ขยันทํางาน มีแรง ทํางานได้นานครับ วิธีการเสพก็คือการกินเคี้ยวใบสด ๆ กินกับน้ําหรือกินกับกาแฟ เพราะฉะนั้นในบางร้านกาแฟยังมีแถมใบกระท่อมเสิร์ฟให้ด้วยนะครับในบางจังหวัด นอกจากนั้นก็มีผู้ที่กินแบบแผลง ๆ ก็คือกลุ่มวัยรุ่น พวกนี้กินโดยเขาเรียกว่า สี่คูณร้อย อะไรอย่างนั้นนะครับ โดยใช้ใบกระท่อมผสมกับโค๊ก ผสมกับยาแก้ไอ แล้วก็ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่า เขาเอาหลอดนีออนมากินด้วยนะครับ คือเขาจะขูดข้างในของหลอดนีออน เอามาเปึนส่วนผสมด้วย ตอนนี้ขอเรียนตรง ๆ ว่าประชาชนไม่เชื่อแล้วนะครับว่า ใบกระท่อมนี้เปึนผลเสียต่อสุขภาพ เขากลับคิดเสียด้วยซ้ําว่ามีประโยชน์ แล้วก็บางคน บอกว่าเปึนสมุนไพร สามารถรักษาโรคเบาหวานอะไรได้ทํานองนั้น สิ่งที่ผมอยากจะให้ รัฐบาลดําเนินการก็คือ รีบให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุดนะครับ ถ้าเห็นว่า ใบกระท่อมนี่เปึนเรื่องอันตราย แต่ถ้าเห็นว่ามันไม่อันตราย อาจจะใช้อีกวิธีหนึ่งครับ ก็คือ ให้นักวิชาการหรือทางกระทรวงนี่ศึกษาเรื่องนี้ใหม่ครับ ถ้าพบว่าใบกระท่อมไม่อันตราย เปึนประโยชน์ต่อสุขภาพจริง ๆ ก็อาจจะปลดออกจากยาเสพติดแล้วให้ประชาชนกินกันได้ อย่างเสรีเหมือนในทุกวันนี้ครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญ คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ลพบุรี ท่านประธานอย่างเพิ่งใส่เวลาผม นะครับ เพราะว่าท่านประธานให้แค่ ๒ นาที เมื่อกี้ท่านประธานบอกว่าระวังเรื่องประท้วง อย่าประท้วงมาก ผมก็เลยขอหารือว่าอย่าเพิ่งคิดเวลา
คุณพูด ๒ นาทีไปก่อน ก็แล้วกันครับ
ผมขอพูด ๒ นาทีก่อน แล้วก็บวกเวลาให้ ผมทีหลังด้วยนะครับท่านประธาน
คือเวลาค่อยรวมเวลา เราอภิปรายในกฎหมายครับ เอากี่ชั่วโมงก็ได้
พอหารือปุ็บมันจะหมดเวลาทันที
เชิญเข้าเถอะครับ เสียเวลาคนอื่นเขา
ขอหารือ
เรื่องแรก เรื่องยาเสพติด ท่านประธานครับ วันนี้ยาบ้าขายได้หมด รัฐบาลนี้ นะครับเคยพูดไว้ว่า รัฐบาลเดิมมีการฆ่าการตัดตอน ถามว่ารัฐบาลนี้จะทําการปราบ ยาเสพติดอย่างไร ยาบ้าวันนี้หาซื้อง่ายเหลือเกิน เมื่อกี้มีผู้เสนอเอาใบกระท่อมก็เอา ทดลองเอามาเคี้ยวในสภาก็ได้ท่านประธานครับ มันก็จะได้ดีขึ้น ผมว่าวันนี้รัฐบาลต้องมี นโยบายปราบปรามยาเสพติดให้ชัดเจนนะครับ เพราะว่าผมอ่านนโยบายวันนั้นจะมา สภาก็ไม่ได้มาไม่ได้ฟังแถลง เพราะว่านโยบายปราบยาเสพติดนี่ที่จังหวัดลพบุรีแทบหาซื้อ ได้ทุกซอย วันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาลหาทางแก้ไขให้เร็ว ๆ เพราะเยาวชน ของเรายาบ้าหาซื้อง่ายเหลือเกิน
ประเด็นที่ ๒ ก็มีคนหารือไปแล้ว เรื่องผ้าห่มภัยหนาว เขาประกาศไว้ว่า จังหวัดไหนที่มีอุณหภูมิลดลงต่ํากว่า ๑๕ (๑๕ องศาเซลเซียส) จะมีผ้าห่มไปแจก ท่านประธานครับ ที่จังหวัดลพบุรีหายหนาวไปแล้วผ้าห่มยังไม่ไป มีแต่ปลากระปิอง ชาวดอยไปถึง ชาวดอยไม่รู้ว่าจะไปถึงลพบุรีได้อย่างไร ไปที่พัทลุงก็สงสารพี่น้องพัทลุง ครับ ทั้งบูดทั้งเน่า อย่าให้ไปเน่าที่ลพบุรีก็แล้วกัน ฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีด้วย
ประเด็นที่ ๓ เรื่องข้าว ท่านประธานครับ เรื่องจํานําราคาข้าวก็ฝาก รัฐบาลนี้ อย่างน้อยพี่น้องจังหวัดลพบุรีกําลังเริ่มทํานากันอยู่นะครับ ข้าวครั้งที่แล้ว รัฐบาลเดิมประกันไว้ ๑๔,๐๐๐ บาท รัฐบาลนี้อย่าประกันลงก็แล้วกัน ฝากไว้ด้วย ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ ที่หารือไป ๒ นาทีตรง ๆ แล้วก็ฝากไม่ต้องทดเวลาครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ
เพราะว่าครั้งที่แล้วที่มีการหารือ ประชาชนรอฟังอยู่ ผู้แทนราษฎรในเขตเขาขึ้นมาหารืออย่างน้อยรัฐบาลเดิม ท่านประธาน เองนะครับเปึนประธาน ท่านก็ให้ไว้ ๓ นาทีอย่างต่ํา แล้ววันนี้ท่านมาลดเหลือ ๒ นาที
คือให้ลดสักนิดหน่อย เพื่อจะได้เกลี่ยให้มาก ๆ ครับ
มันจะไม่ได้เนื้อหาท่านประธานครับ ก็ขอเปึน ๓ นาที หรือ ๕ นาที เพราะว่าแค่ ๒ นาที หายใจก็เกือบหมดแล้วท่านประธาน ครับ เพราะว่ามันไม่ได้เนื้อหา ประชาชนรอฟังอยู่ท่านประธานครับ อย่างน้อยสัก ๓ นาที เหมือนครั้งที่แล้ว หรือว่ารัฐบาลจะมีอายุสั้นลงถึงลดเวลาลง ก็ฝากเปึนข้อคิดครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ จะสั้น จะยาวก็อยู่ที่พวกเราครับ ต่อไปคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ๒-๓ ประเด็นครับท่านประธานครับ
เรื่องแรกนั้น คือเรื่องการประกันสุขภาพของ ส.ส. ผมเคยกราบเรียน ท่านประธานตั้งแต่สมัยประชุมสภาที่แล้ว ไม่ทราบว่าขณะนี้นั้นท่านประธานได้ดําเนินการไปได้ถึงไหนแล้ว ถ้ายังไม่ดําเนินการ อยากจะให้ท่านประธานนี่ให้สิทธิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการที่จะเอาใบเสร็จที่จ่าย ตามความเปึนจริงมาเบิกที่กองคลังที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปึนการแบ่งเบาภาระ ค่าใช้จ่ายของ ส.ส. ตามสิทธิที่พึงมีได้ นั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาการรับจํานําราคาข้าวโพด ผมเรียนว่าเพื่อนสมาชิก หลายคนพูดไปแล้ว แต่อยากตอกย้ําว่าปัญหาโควตาไม่เพียงพอกับผลผลิตยังเปึนปัญหา หลักอยู่ ตามตัวเลขที่ท่านรัฐมนตรีอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายนนั้น ตัวเลขข้าวโพดจะเหลือแค่ ๖.๓๘ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าปรากฏตาม ข้อเท็จจริงนั้นตัวเลขนั้นอาจจะสูงกว่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นแล้วอยากจะให้รัฐบาลนั้น ได้ช่วยในเรื่องการเพิ่มโควตาในการรับจํานําที่มากขึ้น เพราะว่าผมเชื่อว่าผลผลิตนั้นยังมี มากกว่าที่ปรากฏอยู่ตามตัวเลข
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองได้รับคําร้องจาก พี่น้องคนอีสาน บอกว่าได้รับการดูถูกดูแคลนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม ชื่อนายเจริญ คันธวงศ์ เปึน ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศบอกว่า ในทํานองดูถูกคนอีสานบอกว่า คนอีสานนั้นเวลาเข้ามาทํางานในกรุงเทพฯ ส่วนมากจะทํางานเปึนคนรับใช้เขา นอกจากนั้นแล้วยังได้ให้สัมภาษณ์ในตอนท้ายอีกว่า คนอีสานนั้นมีสื่อคนหนึ่งได้ถามบอก ว่า ที่บ้านนั้นคนรับใช้เปึนคนภาคไหน ท่านเจริญก็ยังตอบว่าคนรับใช้บ้านผมก็ยังเปึนคน อีสาน เรื่องนี้ผมถือว่าการแสดงความรู้สึกกรณีเช่นนี้ต่อคนอีสานนั้น ผมเองเปึนผู้แทนของ คนอีสาน อยากจะให้ท่านประธานในฐานะที่เปึนประมุขฝ์ายนิติบัญญัติได้ว่ากล่าว ตักเตือนเพื่อการให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีกครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เวลาครับ ขอบคุณครับ ต่อไป คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ เดี๋ยวสักครู่ผมจะให้ เพราะท่านต้องตอบอยู่แล้วนะครับ เชิญ คุณพิษณุ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตวันนี้นําเสนอข้อมูล ไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านมานั่งอยู่ที่นี่ ท่านอลงกรณ์นะครับ จังหวัดผมก็มีปัญหาเดือดร้อนเช่นเดียวกันกับพี่น้อง ส.ส. เกือบทุกท่านที่ขึ้นวันนี้นะครับ เรื่องของการการรับจํานําข้าวโพด แล้วก็มันสําปะหลังนะครับ เหตุที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็คือ รัฐบาลตั้งราคาจํานําไว้ที่ ๑ บาท ๘๐ สตางค์ แต่ราคาซื้อขายที่ลานมันนะครับ อยู่ที่ ๘๐-๙๐ สตางค์ ท่านรัฐมนตรีครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านรัฐมนตรีช่วยกรุณาประสานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องของการเป่ดลานนะครับ เพิ่มมากขึ้นนะครับ เพราะขณะนี้มีเพียงลานเดียวนะครับ ที่รับจํานําอยู่ที่จังหวัดหนองบัวลําภู เปึนเหตุให้ เกษตรกรที่มีความจําเปึนเดือดร้อนเรื่องเงินเรื่องทองก็จะต้องขายในราคาที่ถูกกว่าเยอะ นะครับ ซึ่งปัญหานี้โยงไปถึงปัญหาเรื่องของโควตา ซึ่งผมคิดว่าโควตาที่ได้รับในแต่ละ จังหวัดนั้นน้อยมากไม่เพียงพอกับผลผลิตที่ออกมานะครับ
สุดท้ายอีกอันหนึ่งท่านประธานครับ เรื่องของโคล้านตัวเวลามีสั้น ๆ ก็อยากจะเรียนว่าขณะนี้พี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการโคล้านตัวกําลังเดือดร้อนครับ ถูกตํารวจฟัอง เนื่องจากว่าตอนยืมนะครับ ยืมเปึนเงินไปแล้วราคาวัวตกลง ซึ่งนโยบายนี้ ในรัฐบาลเดิมนะครับได้วางไว้ว่าเปึนการยืมเปึนน้ํามัน คืนเปึนน้ําหนัก แต่เมื่อการนํา นโยบายไปสู่การปฏิบัติปรากฏว่าบังคับให้เกษตรกรเซ็นยืมเปึนเงินนะครับ เมื่อราคาวัว ตกลงก็นําความเดือดร้อนมาให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ก็เลยอยากจะฝากไปทาง รัฐบาลช่วยเข้ามาดูแลปัญหาตรงนี้ เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนด้วย ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ก็ต่อไปเชิญท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ส.ส. คมเดช ไชยศิวามงคล
เดี๋ยวสักครู่ ผมเรียน ท่านเจริญแล้วนะครับสักครู่ คือให้จบ นี่รายสุดท้ายแล้วครับ แล้วเดี๋ยวท่านจะได้พูดแก้ตัว ของท่านเองที่เขาพาดพิงครับ ผมรู้ครับ ผมเขียนเอาไว้แล้วครับ เชิญครับ
ส.ส. คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานครับ เนื่องจากที่ทางรัฐบาลได้ แถลงนโยบายนอกสภา ทําให้ผมไม่มีโอกาสที่จะวิพากษ์วิจารณ์แนวนโยบายของรัฐบาล สิ่งหนึ่งที่อยากกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ๒ ประเด็นหลัก ๆ ก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๓๐๙ มาตรา ๑๕ หมวด ๑ บทเฉพาะกาล ตามที่เราใช้มาป้หนึ่งนี่ ปรากฏว่ามีองค์กร ๔ องค์กรหลัก ๆ ถูกควบคุมอยู่ ไม่ว่าด้านตุลาการ ไม่ว่าองค์กรของสภาสูงหรือวุฒิสภา ตัวที่ ๓ ก็คือองค์กรกลาง จุดที่ ๔ ก็คือกองทัพ ซึ่งตรงนี้มันทําให้นักลงทุนต่างประเทศเขา ไม่มั่นใจในการมาลงทุนในประเทศเรา เพราะว่าเสถียรภาพของรัฐบาลมันไม่ได้อยู่กับ พรรคใหญ่ ทําไปทํามากฎหมาย ๓๐๙ มาตรา ๑๕ หมวด ๑ บทเฉพาะกาลนี่พรรคเล็ก ใหญ่กว่าพรรคใหญ่ เสียง ๓๐ เสียง ใหญ่กว่า ๒๐๐ เสียง เสถียรภาพของรัฐบาลไม่มี เพราะฉะนั้นการลงทุนในระหว่างประเทศเขาจะยึดถือเวลา ๓ ป้ ๕ ป้เปึนหลัก เพราะฉะนั้นในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า ถ้าท่านไม่แก้ไขปัญหาตรงนี้ซึ่งมันเปึนด่าน แรกที่เขาจะตัดสินใจว่าจะเข้ามาลงทุนหรือไม่ มันจะทําให้ประเทศไทยไม่ได้รับการพัฒนา แล้วการแก้ไขปัญหาที่ดําเนินการมาในการแถลงนโยบาย ผมวิเคราะห์ดูแล้วมันแก้ไม่ถูก จุด ตัวปัญหาจริง ๆ คือแรงงาน แรงงานในประเทศ แรงงานต่างประเทศ และแรงงานที่จะ เพิ่มขึ้นมาในระหว่างการศึกษาเกือบ ๒ ล้านคน ตรงนี้สรุปนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ คําว่า แรงงาน นี่ผมอยากแปลออกมาว่าตรงนี้มันเปึนจุดที่ชาวบ้านเขาหาเงิน แต่ถ้าเขาหา เงินไม่ได้ประมาณ ๒ ล้านคน มันจะทําความเดือดร้อนให้คนประมาณ ๖ ล้านคน มันจะ ส่งผลไปถึงคนที่ใช้เงินอยู่ในหมู่บ้าน กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ ตรงนี้ครับ
ครับ เวลาครับ ขอบคุณ มากครับ ต่อไปเนื่องจากมีการพาดพิงถึงท่านเจริญ คันธวงศ์ ครับ เชิญท่านเจริญ คันธวงศ์
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบ สัดส่วน ขอกราบเรียนท่านประธานสภาว่ามีสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้พาดพิงถึง ตัวผมว่า ผมนั้นได้กล่าวให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ต่างประเทศในเชิงดูถูกคนอีสาน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมต้องขอกราบเรียนว่า เราไม่อยากจะให้ใครก็ตามที่เอา ปัญหาของพี่น้องแต่ละภาคมาสร้างความแตกแยกกันมา เพราะว่ามนุษย์ของเรานั้นไม่ อาจจะเลือกเกิดได้ว่าจะเกิดที่จังหวัดไหน และไม่อาจจะเลือกเกิดได้ว่าจะเกิดจากคนมี คนรวยหรือคนจน แต่ว่ามนุษย์นั้นจะมีความสําคัญหรือไม่นั้นก็คือว่าไม่ว่าจะเกิดที่ไหน แต่ว่าได้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด ว่าสร้างประโยชน์แก่ ประชาชนมากที่สุดนั้นเปึนคนที่มีความสําคัญมากที่สุด ในการที่ผมให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์นั้น ผมขอกราบเรียนว่าหนังสือพิมพ์ไม่ได้ลงข้อความตามที่ผมได้ชี้แจง ผมขอ กราบเรียนอย่างนี้นะครับ เหตุการณ์เกิดขึ้นมาก็คือว่า หลังจากที่ที่ประชุมสภานี้ได้เลือก ท่านอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วไม่กี่นาที ผมเดินไปเข้าห้องน้ําชั้น ๒ ที่สภา กลับมาก็มี นักข่าวตามมาเจาะจงขอสัมภาษณ์ผม มาเจาะจงขอสัมภาษณ์ผม ผมบอกว่าผมไม่ให้ สัมภาษณ์ละครับ เพราะว่าผมไม่เกี่ยวข้อง ทีนี้เขาก็บอกว่าเดี๋ยวขอถามหน่อยเถอะ อย่างไรก็ตามขอถาม หน่อยเถอะว่า รัฐบาลจะทําอะไรที่เร่งด่วนที่สุดหลังจากที่ได้อภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี แล้ว ผมก็บอกว่าจากการปรึกษากันในพรรคแล้วทราบว่าสิ่งที่จะทําเร่งด่วนที่สุดมี ๒ เรื่อง ด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ ก็คือว่า เรื่องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเด็น ที่ ๒ ที่สําคัญกว่านั้นก็คือว่า แก้ไขปัญหาความแตกแยกในชาติเพื่อให้มีความเปึนเอกภาพ มากยิ่งขึ้น ผมก็พูดอย่างนั้นนะครับ เขาก็ถามผมว่า มีการแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งภาค กัน ผมบอกว่าอันนั้นเปึนความเข้าใจผิดของคนบางคนเท่านั้นเอง ซึ่งเรื่องอย่างนี้ไม่มีการ แตกแยกกัน แต่ว่ามีคนเข้าใจผิด เราจะต้องใช้เวลาทําความเข้าใจกับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนทุกภาคกัน แล้วผมก็เล่าให้ฟังว่าคนไทยนี้อยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งอย่างผมนี้คนเกิดภาคเหนือมาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ แล้วก็ได้ศึกษา อยู่ในกรุงเทพฯ แล้วก็ทํางานอยู่ในกรุงเทพฯ ก็เหมือนกัน คนทั่วไปนั้นก็คือว่าถ้าหากว่า คนไหนมีสตางค์มากอาจจะไปลงทุนในภาคต่าง ๆ คนมีสตางค์มากก็เปึนเถ้าแก่ เปึนเจ้าของกิจการไป เปึนนายจ้างไป คนที่มีสตางค์น้อยกว่าก็เปึนลูกจ้างเปึนผู้บริหาร ระดับสูงลงมาจนถึงระดับต่ําก็มีทั้งสิ้น เขาก็ถามต่อไปว่า แล้วคนอีสานล่ะเข้ามา นี่เขาก็ เหมือนกันนะครับ เปึนผู้บริหารสูงสุดทั้งในทั่วประเทศ แล้วก็ลงไปถึงระดับที่ล่างสุดก็คือ ว่าทั้งขายกล้วยปุ่ง เปึนคนใช้ อยู่ปัูมน้ํามัน เปึนไปหมดทั่วไปนะครับ เขาก็ถามผมว่า แล้วผมมีคนใช้ไหมครับ ผมมีครับ เปึนคนอีสาน มีครับ ใช่ครับ ก็มีเท่านั้นเองครับ ผมไม่ได้ บอกดูถูกพี่น้องชาวอีสานเลย ผมต้องขอกราบเรียนนะครับว่าผมได้ชี้แจง ผมคิดว่า ขบวนการนี้เปึนขบวนการหนึ่งที่จะเอาปัญหาความแตกแยกนี้มาขยายมากขึ้น ผมเชื่อว่า มีขบวนการนี้แน่นอนครับ ผมอยากจะขอวิงวอนพี่น้อง ส.ส. ทุกคนทุกจังหวัดครับว่า อย่าพยายามเอาภาคมาแบ่งแยกความแตกแยกเลย เราจะต้องหาทางช่วยกันแก้ไข ปัญหานี้ เพราะมนุษย์เรานั้นไม่อาจจะเลือกเกิดได้ ไม่อาจจะเลือกเกิดจังหวัดไหน ภาคไหนได้ แต่ว่ามนุษย์เราจะมีความสําคัญต่างหรือไม่นั้นอยู่ที่ว่าเราอยู่ที่ไหนเปึน ประโยชน์ต่อสังคมที่นั่นหรือไม่ คนไหนที่เปึนประโยชน์ต่อสังคมมาก คนนั้นละครับเปึนคน ที่น่ายกย่องครับ ผมขอเรียนชี้แจงอย่างนั้นครับ
ผมว่าให้ท่านรัฐมนตรี ชี้แจงอันนี้ก็พอเข้าใจกันแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ต่อเนื่อง นิดเดียวครับ จะได้จบแล้วท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบทีเดียวเลยครับท่านประธาน ขอนาที เดียวครับ ท่านประธานให้ผมถาม ๒ นาที ท่านผู้ตอบนี่ตอบเกือบ ๑๐ นาทีนะครับ
เชิญ ๆ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้วตามที่ผมได้หารือต่อท่านประธานนั้น ผมไม่มีเจตนาที่จะไปแบ่งแยกภาคโน้น ภาคนี้เปึนคนของพรรคการเมืองพรรคโน่นพรรคนี้ แต่ผมต้องนําเรียนในเรื่องนี้ก็ เนื่องจากว่ามีคําให้สัมภาษณ์ของท่านเอง โดยหนังสือพิมพ์มติชนได้เอามาลงก่อนป้ใหม่ ท่านจะให้สัมภาษณ์ตรงกับที่ข่าวเขาเขียนหรือไม่อย่างไรนั้นผมไม่ทราบ แต่สิ่งที่ผมทราบ ก็คือว่า แม้แต่ในการประชุมของพรรคประชาธิปัตย์เอง ส.ส. ในอีสานของพรรค ประชาธิปัตย์ก็ยังออกมาท้วงติงในเรื่องนี้ บอกว่าเปึนการดูถูกคนอีสาน ถ้าท่านไม่มีเจตนา อยากจะให้ท่านช่วยกล่าวต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้บอกว่า ตามที่ท่านให้สัมภาษณ์นั้น ท่าน ไม่มีเจตนาที่จะดูถูกคนอีสานแต่อย่างใด ขอบคุณครับ
เชิญให้มันจบ ๆ เสียที เถอะ ท่านเจริญครับ
ท่านประธานครับ ผมมีความยกย่อง พี่น้องชาวอีสานอยู่ตลอดเวลา เพราะพี่น้องชาวอีสานนี้ได้ช่วยกันสร้าง มีส่วนสร้าง ประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าครับ ไม่เคยคิดมีเจตนาดูถูกไม่ว่าใครครับ ไม่ว่าภาคไหนของ ประเทศครับ ผมยกย่องว่ามนุษย์ทุกคนนั้นมีคุณค่าทั้งสิ้นครับ ถ้าผู้ใดเข้าใจผมผิดต้อง ขออภัยด้วยครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ์ายค้านและรัฐบาลทั้งที่ ได้แสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับภารกิจงานของกระทรวงพาณิชย์ ตลอดจนท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ติดต่อประสานงานแสดงความทุกข์ร้อนต่อปัญหาโครงการ แทรกแซงราคาพืชผลเกษตร เพราะทราบดีว่าปัญหาเหล่านี้เปึนภารกิจร่วมกันที่ทาง รัฐบาลถือเปึนนโยบายหลัก เพราะฉะนั้นในประเด็นที่กระผมรับผิดชอบในเรื่องของพืชผล เกษตรนั้น ได้รับมอบหมายให้ดูแลในเรื่องของโครงการรับจํานําแทรกแซงราคาข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ฤดูการผลิตป้ ๒๕๕๑/๒๕๕๒ และในช่วงบ่ายวันนี้ก็ได้มีกระทู้ถามสดนะครับ โดยท่านนคร มาฉิม จากจังหวัดพิษณุโลก ก็ในประเด็นปัญหาเรื่องของราคาพืชผล ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และผมก็จะได้ตอบอีกครั้งหนึ่ง สําหรับเฉพาะ หน้าที่ให้เกิดความเข้าใจร่วมกันต่อสภาแห่งนี้ ก็ในเรื่องของโครงการรับจํานําข้าวโพดนั้น จะเข้าไปดูแลพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะที่เพาะปลูกอยู่มาก และผลผลิตออกมาในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือก็ดี ภาคเหนือก็ดี ภาคกลางก็ดีนั้น ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อ รัฐบาลได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ ๒๒ ธันวาคม (วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๑) ที่ผ่านมา วันที่ ๒๓ ธันวาคม (วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑) ท่านนายกรัฐมนตรี จึงได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี แต่ว่าสามารถดําเนินการได้ในการ ปฏิบัติราชการเท่านั้น ยังไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้จนกว่าจะมีการแถลง นโยบายต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นด้วยความห่วงใยของบรรดา ส.ส. แล้วก็คณะรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์จึงได้รายงานสถานการณ์ของปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรี แต่เนื่องจากข้อจํากัดในด้านของกฎหมายรัฐธรรมนูญ (รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐) จึงได้กําหนดไว้ว่า ทันทีที่แถลงนโยบายต่อ รัฐสภา รัฐบาลมีอํานาจในการบริหารราชการแผ่นดินก็จะนําเรื่องของการช่วยเหลือ เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดนั้นเข้าสู่การพิจารณาในวาระแรกของการประชุม เพราะฉะนั้น เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ หลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเปึนที่เรียบร้อย จึงได้มี การประชุมคณะรัฐมนตรีและได้มีมติที่สําคัญในเรื่องของโครงการแทรกแซงราคาข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ดังต่อไปนี้ครับ
ประการที่ ๑ ก็คือการขยายปริมาณการรับจํานําข้าวโพด ซึ่งเดิมในรัฐบาล ชุดที่ผ่านมานั้นได้กําหนดปริมาณของการรับจํานําไว้ที่ ๕ แสนตัน โดยใช้วงเงินกู้เพื่อมา รับจํานํานั้นเปึนเงิน ๔,๒๕๐ ล้านบาท โดยมีระยะเวลาของการรับจํานําตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนและสิ้นสุดเอาเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม โดยกําหนดราคากิโลกรัมละ ๘.๕๐ บาท สําหรับความชื้นไม่เกิน ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเมื่อระยะเวลาในช่วง หลังจากวันที่ ๑๖ ธันวาคม เปึนต้นมา ปรากฏว่ายังมีผลผลิตที่อยู่ในมือของเกษตรกร ชาวไร่ข้าวโพด โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางเปึน จํานวนมาก ซึ่งรวมถึงภาคตะวันออกด้วย ด้วยเหตุนี้เองในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งแรกจึงได้กําหนดขยายจาก ๕ แสนตัน เปึน ๗๕๐,๐๐๐ ตัน และ
ประการที่ ๒ ขยายระยะเวลาออกไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกัน นั้นได้ขยายวงเงินที่จะใช้ในการรับจํานําข้าวโพดอีก ๒,๑๒๕ ล้านบาท แต่อย่างไรก็ดี คณะรัฐมนตรีได้เห็นว่ามีข้อสังเกตบางประการจากการรับจํานําในช่วงแรกว่าปริมาณการ รับจํานําข้าวโพด ๕ แสนตันนั้น เต็มโควตาภายในเวลาเพียง ๑ เดือนเท่านั้นเอง และมีการ สืบข่าวในทางลับและรายงานจากส่วนราชการว่าได้มีการลักลอบนําข้าวโพดต่างด้าวจาก ต่างประเทศเข้ามาสวมสิทธิในการรับจํานํา จึงได้เปึนมติคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดําเนินการตรวจสอบ สอบสวน เพื่อมิให้ข้าวโพดต่างด้าวนั้นเข้ามา ทําร้ายกีดกันโอกาสของชาวไร่ข้าวโพดคนไทย นอกจากนั้นแล้วคณะรัฐมนตรีจึงได้กําหนดกฎเกณฑ์เพื่อให้เกิดความเปึนธรรมและเกิด ความรอบคอบโปร่งใสในการรับจํานําข้าวโพดด้วยการเพิ่มเติมมาตรการ ๒ มาตรการ
๑. ก็คือการกําหนดให้มีโควตาจังหวัดบนพื้นฐานของการผลิตจริง เหมือนกับการล้อมรั้ว เพราะเดิมในโครงการรับจํานํา ๕ แสนตันแรกนั้นไม่ได้มีการกําหนด โควตาจังหวัดเลย จึงมีการทะลักเข้ามาของข้าวโพดต่างด้าว แล้วก็ไหลเข้ามาตั้งแต่ จังหวัดชายแดนเข้ามาสู่จังหวัดที่อยู่ด้านใน เพราะส่วนต่างของราคาที่เราได้กําหนด ทั้ง ในการกําหนดในโครงการรับจํานําช่วงแรก ๕ แสนตันนั้น คือราคา ๘.๕๐ บาท ในขณะที่ ราคาข้าวโพดต่างด้าวนั้นอยู่เพียงกิโลกรัมละ ๓.๕๐ บาทเท่านั้นเอง ส่วนต่างถึง ๕ บาท ต่อกิโลกรัม หรือ ๕,๐๐๐ บาทต่อตัน ตรงนี้เองคือมาตรการเพิ่มเติมเข้ามาว่าขอให้มี โควตาจังหวัด โดยคํานึงถึงความเปึนธรรมและข้อเท็จจริงบนพื้นฐานของผลผลิตที่มีการ ผลิตจริงที่รายงานในช่วงรัฐบาลที่แล้วและรายงานล่าสุดที่เข้าสู่คณะรัฐมนตรี
๒. ก็คือมาตรการในการกําหนดวงเงินการรับจํานําเปึนรายเกษตรกร ได้ กําหนดว่าจะให้มีการรับจํานําได้ไม่เกินรายละ ๑ แสนบาท โดยที่ลดจากรายละ ๓๕๐,๐๐๐ บาท ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกอย่างนี้ครับว่า การที่ต้อง กําหนดอย่างนี้เพราะเหตุว่า จากการรับจํานํา ๕ แสนตันแรกนั้น กว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนการรับจํานํารายละไม่เกิน ๑ แสนบาทครับ ตรงนี้จึงนํามาซึ่งการกําหนดในวงเงิน ดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีแนวปฏิบัติ เพราะทราบดีกว่าอาจจะมีเกษตรกรบางส่วนที่มี การปลูกมากกว่า ๑๑-๑๒ ตัน ดังนั้นก็ได้กําหนดเปึนแนวปฏิบัติว่าให้จํานํา ๑ แสนบาทก่อน ส่วนที่เกิน เช่น เกินไป ๑ แสนบาทหรือ ๒ แสนบาท ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวง พาณิชย์ คือเจ้าหน้าที่ อคส. องค์การคลังสินค้า ตลอดจนคณะกรรมการดูแลปัญหาราคา พืชผลระดับจังหวัด ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน และในระดับอําเภอก็มี นายอําเภอเปึนผู้ดูแลนั้น ตลอดจนการขอความร่วมมือไปถึงองค์กรปกครองท้องถิ่นและ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้รีบดําเนินการโดยด่วนสําหรับเกษตรกรรายซึ่งมีผลผลิตของข้าวโพด เกินกว่าการจํานําในวงเงิน ๑ แสนบาท และเมื่อรวบรวมได้แล้วก็จะได้มีการขออนุมัติใน การรับจํานําเฉพาะในส่วนนั้นเปึนกรณีพิเศษ มาตรการดังกล่าวนั้นต้องเรียนว่าโดย ข้อเท็จจริงปัญหานี้ไม่ใช่มีเฉพาะตอนนี้ครับ ป้นี้ก็จะเกิดอีก เนื่องจากว่าปริมาณการผลิต ข้าวโพดกับปริมาณการใช้ข้าวโพดส่วนใหญ่ใช้ให้กับโรงงานอาหารสัตว์ เราผลิตข้าวโพด ได้โดยเฉลี่ยป้หนึ่ง ๓.๗ ล้านตัน โรงงานอาหารสัตว์ใช้อยู่ประมาณ ๓.๗-๓.๘ ล้านตัน ก็ พอดี ๆ เพราะฉะนั้น ๓ ป้ที่ผ่านมาจึงไม่มีการเข้าไปแทรกแซงราคาด้วยโครงการรับจํานํา ข้าวโพดแต่อย่างใด แต่เนื่องจากว่าในช่วงหลายป้มานี้เราได้เข้าไปส่งเสริมสนับสนุน ประเทศเพื่อนบ้าน โดยผ่านโครงการความร่วมมือเจ้าพระยา-อิระวดี เจ้าพระยา-แม่โขง ที่เรียกว่า แอคเมค (ACMEC : Ayeyawady-ChaoPhraya-Mekong Economic Cooperation กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง) โดยเฉพาะการ ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสําหรับ ๓ ประเทศ ซึ่งมีฐานะเศรษฐกิจด้อยกว่าเรา ซึ่งเปึน หลักการของอาเซียน และประเทศไทยเปึนประธานอาเซียน และก็เปึนประเทศซึ่งมีฐานะ ทางเศรษฐกิจศักยภาพสูงกว่าจึงได้ให้การสนับสนุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เรียกว่า เอไอเอสพี (AISP : ASEAN Integration System of Preferences โครงการให้สิทธิ ประโยชน์ทางภาษีแก่ประเทศสมาชิกใหม่อาเซียน) ในประเทศพม่า ลาวและกัมพูชา นั่นหมายความว่าการนําข้าวโพดเข้ามานั้นไม่ต้องเสียภาษี ตัวเลขจึงปรากฏอย่างนี้ครับ ว่าเมื่อ ๓ ป้ที่แล้วตัวเลขของการแจ้งการผลิตภายใต้การส่งเสริมเกษตรพันธะสัญญา ที่เรียกว่า คอนแทรคท์ ฟาร์มมิง (Contract farming : การจัดการทางความสัมพันธ์ ระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตกับผู้รับซื้อผลผลิตแบบแนวดิ่ง) นั้นใน ๓ ประเทศ มีผลผลิต แจ้งขึ้นทะเบียนไว้ประมาณ ๑ แสนตัน ถัดมาเมื่อ ๑ ป้ ตัวเลขแจ้งมาเพิ่มเปึน ๓ แสนตัน มาป้ที่แล้วนี่ครับฤดูการผลิต ๒๕๕๑/๒๕๕๒ ซึ่งเราเริ่มเป่ดรับจํานํา ตัวเลขแจ้งมาเพิ่มเปึน ๑,๒๐๐,๐๐๐ ตัน ๑,๒๐๐,๐๐๐ ตัน ที่รออยู่จ่อชายแดน ในขณะที่ เรารับจํานําไปแล้ว ๕ แสนตัน ดังนั้นปัญหาตรงนี้ก็ต้องเรียนว่า การดําเนินการที่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติไป ในทางปฏิบัติในฐานะที่ผมเพิ่งได้รับมอบหมายแต่งตั้ง อย่างเปึนทางการให้ดูแลในเรื่องของโครงการรับจํานําข้าวโพด เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ที่ผ่านมานี้เอง เปึนประธานคณะกรรมการกํากับการรับจํานําโครงการแทรกแซงราคา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฤดูการผลิต ๒๕๕๑/๒๕๕๒ ผมได้ปฏิบัติตามนโยบายของท่าน นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการที่จะให้ การช่วยเหลือให้เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดนั้นได้รับประโยชน์สูงสุด อะไรที่เปึนอุปสรรค โดยเฉพาะในแนวทางการบริหารก็ได้กําชับและเร่งรัดให้กับองค์การคลังสินค้าได้เพิ่มจุด รับจํานําให้มากที่สุด โดยประสานความร่วมมือขอความเห็นจากท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกคนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนั้นได้มีส่วนร่วมในการที่จะดูแลแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนั้นแล้วก็ขอให้เร่งรัดในเรื่องของการเพิ่มจํานวนเจ้าหน้าที่ เพราะต้องเรียนว่า ๓ ป้ที่ผ่านมา ไม่มีการรับจํานําแทรกแซงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แต่อย่างใด และคราวนี้ เนื่องจากว่าการดําเนินการเปึนการเชื่อมต่อระหว่างรัฐบาลชุดที่แล้วและรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้นก็จึงมีข้อขัดข้องในเรื่องของการบริหารในระดับของหน่วยงาน จึงได้ให้มีการเพิ่ม เจ้าหน้าที่เพื่อที่จะทําให้การออกใบประทวนรวดเร็วขึ้น และได้ขอความร่วมมือให้ ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) นั้นได้จ่ายเงินตามใบประทวนที่เกษตรกร นั้นไปขึ้นเงินอย่างรีบด่วน ผมเชื่อว่านี่คือประเด็นที่เราตรงกัน แต่สิ่งที่ผมเรียนเพิ่มเติม ก็คือว่าในขณะที่เราต้องดูแลเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดของเราเพื่อไม่ให้ถูกกีดกัน ถูกเบียดเบียนสิทธิที่เขาพึงจะได้ในราคาข้าวโพด ๘.๕๐ บาทต่อกิโลกรัมนั้น จากการที่มี ขบวนการทุจริต และมีการเอาข้าวโพดต่างด้าวมาสวมสิทธิเปึนจํานวนมาก โดยที่ไม่ได้มี การสร้างแนวรั้วในการกําหนดโควตาจังหวัด ตรงนี้เปึนปัญหาใหญ่ ดังนั้นผมก็ได้มีการ ประชุมคณะกรรมการกํากับในรอบแรก เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อสรุปปัญหา รวบรวมรายการผลผลิตที่แต่ละจังหวัดได้ส่งมาตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านครับได้มีการนําเสนอข้อมูลตรงกัน เปึนข้อมูลเดียวกันคือ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้ส่งให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพาณิชย์ก็มาดูว่าหลังจากที่มีการจํานํา ๕ แสนตัน ไม่ใช่แค่ ๕ แสนตัน ได้มีการรับฝากไว้อีกแสนกว่าตัน จนทําให้ปริมาณก่อนที่ รัฐบาลจะเข้ามาดูแลนั้นอยู่ที่ ๖๓๐,๐๐๐ กว่าตัน การเพิ่มโควตาอีก ๒๕๐,๐๐๐ ตัน จึง เหลือในความเปึนจริงอีก ๑๒๐,๐๐๐ กว่าตัน เพราะฉะนั้นจึงได้มีการกําหนดโดย กรมการค้าภายในและ อคส. ในการจัดโควตาจังหวัดออกไป บางจังหวัดก็ได้มาก ได้น้อย ตามฐานการผลิตจริง และตัวเลขที่มีการจํานํางวดแรกไปแล้ว และยังเหลืออยู่ แต่ อย่างไรก็ตาม ผมได้เห็นปัญหาจากที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดที่ มีปัญหา อย่างจังหวัดน่าน จังหวัดลพบุรี จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดอุดรธานี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเลย จังหวัดแพร่ จังหวัดตาก จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัด เชียงราย จังหวัดเพชรบูรณ์ เปึนต้น ผมได้นัดประชุม ครั้งที่ ๒ ในสัปดาห์เดียวนะครับ ในวันศุกร์ และจะได้มีการพิจารณาเรื่องที่สําคัญซึ่งฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ ท่านจะให้ข้อมูล และประสานกับผมในช่วงบ่ายของวันนี้
ประการที่ ๑ ก็คือการพิจารณาว่าจะมีการขยายปริมาณการรับจํานํา เพิ่มขึ้นหรือไม่
ประการที่ ๒ ก็คือจะมีการพิจารณาเรื่องโควตาจังหวัดอย่างเปึนธรรม และโปร่งใส
ประการที่ ๓ ก็คือการพิจารณาแก้ไขปัญหาผลผลิตตามโครงการ คอนแทรคท์ ฟาร์มมิ่งซึ่งขณะนี้รอจ่ออยู่แล้วที่ชายแดน ๑.๒ ล้านตัน ส่วนหนึ่งเชื่อว่า ได้เข้ามาแล้วหลายแสนตัน
ประการที่ ๔ ก็คือว่าการเพิ่มจุดรับจํานํา แก้ไขกฎระเบียบ เพื่อให้การ รับจํานําสามารถกระทําได้โดยสะดวก ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดลําปาง ซึ่งทั้งจังหวัดไม่มีจุด รับจํานําเลยครับ ได้กําชับไปแล้วว่าต้องมีทุกจังหวัดและโดยเฉพาะในอําเภอที่มีผลผลิต มากจะต้องเป่ดรับ แต่เนื่องจากว่าปัญหาเรื่องการรับจํานําส่วนใหญ่ผู้ที่เปึนโกดังก็ดี เปึน โรงสีก็ดี เปึนลานก็ดีนั้น ได้รับจํานํามาในหลายป้ที่ผ่านมา แล้วก็มีปัญหาถูกขึ้นบัญชีดํา ไปจํานวนไม่น้อย บางจังหวัดนี่ถูกขึ้นบัญชีดําจนกระทั่งหาสักแห่งหนึ่งไม่ได้ ก็หาทางออก ว่าถ้าเปึนเช่นนั้นจะขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการได้มีการเสนอแก้ไขหลักเกณฑ์ เช่น ให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาเปึนคู่สัญญารับผิดชอบ ทางแพ่งต่อทางองค์การคลังสินค้า และได้เป่ดจุดรับจํานําภายใต้ความรับผิดชอบร่วมกัน เช่นนี้ ก็จะทําให้จุดรับจํานําซึ่งเปึนปัญหาใหญ่กับพืชทุกชนิดสามารถดําเนินการได้อย่าง คล่องตัว และ
คําถามสุดท้ายในการประชุมวันศุกร์ก็คือว่า การรับจํานําขณะนี้ ๗๕๐,๐๐๐ ตัน และกําลังพิจารณาที่จะเพิ่มอีก ๒๕๐,๐๐๐ ตัน เปึน ๑ ล้านตันนั้น ในวงเงินเฉพาะการรับจํานํายังไม่รวมค่าบริหารและอื่น ๆ เปึนเงินที่จะต้องใช้ ๘,๕๐๐ ล้านบาท สต๊อก (Stock : คลังสินค้า) เหล่านี้จะเอาไปไว้ที่ไหน จะทําอย่างไร ประเด็น เหล่านี้ คือประเด็นที่ต้องดูอย่างครบถ้วน เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านสมาชิกผ่านท่าน ประธานไปถึงสมาชิกว่า ข้อมูลต่าง ๆ และความเห็นของท่านเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อ การดําเนินการบริหารของกระทรวงพาณิชย์ และยินดีที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะแก้ไข ปัญหานี้เพื่อเปัาหมายสูงสุดที่เปึนนโยบายของรัฐบาลก็คือว่า เกษตรกรจะต้องได้ ประโยชน์สูงสุดจากโครงการรับจํานําข้าวโพดในครั้งนี้ และ
๒. กระบวนการทุจริตในการนําข้าวโพดต่างด้าวเข้ามาสวมสิทธิและก็ เบียดบังประโยชน์ของชาวไร่ข้าวโพดชาวไทยนั้นจะดําเนินการโดยเฉียบขาด อย่างที่ผมได้ ดําเนินการไปตรวจสอบตรวจค้นที่จังหวัดตราด และขณะนี้ได้แต่งตั้งให้ พลตํารวจโท อัศวิน ขวัญเมือง เปึนประธานในการตรวจสอบ โดยเฉพาะ ๑๐ จังหวัด ซึ่งมีตัวเลข ปริมาณผิดปกติ ไม่ได้หมายความว่าทุจริตนะครับ แต่ตัวเลขของการเข้ารับจํานํากับ ตัวเลขผลผลิตที่มีการแจ้งทั้งครั้งแรก ครั้งที่ ๒ นั้นมันผิดปกติจริง ๆ ก็จะได้มีการ ตรวจสอบ แต่แยกแยะแก้ไขปัญหาทุจริตส่วนหนึ่ง แต่การเร่งรัดการรับจําก็จะดําเนินการ อะไรที่เปึนปัญหาติดขัดจะเร่งแก้ไขโดยเร็วนะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านถึง ท่านสมาชิกในเบื้องต้นเท่านี้
ครับ ขอบคุณครับ ได้ตอบ ชี้แจงรายละเอียดแล้ว ต่อไปรัฐมนตรี บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เชิญครับ ขอจํากัดเวลาหน่อย เพราะว่าเราผ่านมาแล้ว ๑ ชั่วโมง ยังไม่ได้เข้ากระทู้ถามเลย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เกี่ยวกับกรณีที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทั้ง ๒ ท่าน คือท่านประสิทธ์ ชัยวิรัตนะ และท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ที่ท่านได้มีความ ห่วงใยพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของพี่น้อง ประชาชนที่ประสบภัยหนาว ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน นะครับว่า ในขณะนี้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาวนั้นได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ในซีกของทางรัฐบาลนั้น โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กับทางจังหวัด ทุกจังหวัด โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่สมาชิก องค์กรท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน นายอําเภอ ได้เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบที่ประสบ ภัยหนาว แล้วให้มีการแก้ไขโดยใช้งบประมาณของท้องถิ่นก็ดี หรือของจังหวัดก็ดี ในการที่ จะหาเครื่องกันหนาวให้กับประชาชน ท่านประธานครับ ในขณะนี้ ๔๙ จังหวัด ได้มีการ ประกาศเปึนจังหวัดที่ประสบภัยหนาวเรียบร้อยแล้ว โดยเกณฑ์ที่จะประกาศเปึนจังหวัดประสบภัยหนาวนั้น ก็คือจังหวัดที่มีความหนาวต่ํากว่า ๑๕ องศา ติดต่อกัน ๓ วัน ซึ่งขณะนี้ประกาศแล้ว ๔๙ จังหวัด ภาคอีสานนั้นเต็มพื้นที่ทั้ง ๑๙ จังหวัด รวมทั้งภาคกลาง ส่วนใน ๒ จังหวัดที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึง คือจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดลพบุรีนั้น ผมขอยืนยันว่าจังหวัดชัยภูมินั้น ในขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทําการแจกผ้าห่มกันหนาวในส่วนที่ผู้ว่าราชการจังหวัด มีหน้าที่อนุมัติวงเงินจังหวัดละ ๑ ล้านบาท ไปแล้วประมาณ ๑๐,๐๐๐ ผืน พร้อมกับ เสื้อกันหนาวให้กับประชาชนที่ประสบ แล้วก็มีความยากไร้อีกประมาณ ๒,๐๐๐ ตัว ยังไม่รวมถึงในกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับที่ได้มอบหมายให้อนุมัติวงเงินใน ส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้ แต่จังหวัดใดถ้าหาก เกินวงเงินนะครับ เขาก็สามารถขอมาที่กรมบรรเทาสาธารณภัยได้ ซึ่งขณะนี้ก็มี หลายจังหวัดขอมาแล้ว เราก็พิจารณาให้เปึนระยะ ๆ ไป
ส่วนกรณีของจังหวัดลพบุรีที่ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน เปึนผู้แทนราษฎร อยู่นั้น ต้องขอเรียนนะครับว่าจังหวัดของท่านนั้น ขณะนี้ใน ๙ อําเภอ มีเพียง ๒ อําเภอ เท่านั้น คืออําเภอเมืองและอําเภอท่าหลวงครับที่ยังไม่ได้มีการประกาศเปึนอําเภอที่ ประสบภัยหนาว เพราะยังไม่ถึงเกณฑ์ตามระเบียบ แล้วขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ใช้ อํานาจในการดําเนินการในวงเงินของท่าน ๑ ล้านบาท มอบผ้าห่มไปแล้วในพื้นที่อีก ๙ อําเภอนะครับ อย่างไรก็ตาม ผมต้องเรียนไปยังพี่น้องเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นะครับ มีข้อบกพร่องตรงไหนที่ประชาชนในพื้นที่ของท่านที่ประสบภัยหนาวแล้วนี่ยังไม่ได้ รับการดูแล มันเปึนหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วครับในฐานะที่เปึนตัวแทนของประชาชน ท่านสามารถแจ้งบอกประชาชนในพื้นที่ แจ้งไปยังผู้บริหารองค์กรท้องถิ่นไปยังกํานันหรือ ผู้ใหญ่บ้าน บุคคลเหล่านี้นะครับจะรายงานมายังอําเภอ อําเภอก็จะมีงบประมาณที่เขา สามารถอนุมัติดูแลได้นะครับ ฉะนั้นก็ขอเรียนสิ่งที่เปึนข้อหารือของเพื่อนสมาชิกทั้งสอง ท่านครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี วิทยา แก้วภราดัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ขออนุญาตตอบชี้แจงข้อคําถามของเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน วัชระ เพชรทอง เพราะถ้าไม่ชี้แจงอาจจะเกิดความเสียหายกับอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขคนที่แล้วได้นะครับ ข้อถามที่ท่านเรียนว่า มีบัตรทองซึ่งลงวันที่ หลังจากผมเข้ารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว แล้วก็ยังมีบัตรทอง ซึ่งลงนามโดยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนี้ครับ กรณีการออกบัตรทอง ผมได้สอบถามสํานักงาน สปสช. สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว บัตรทองยังมีการออกกันอยู่ทุกวันครับ และเพื่อเปึนการอํานวยความสะดวกมีการมอบให้บัตรทองออกได้ตั้งแต่โรงพยาบาล อําเภอ โรงพยาบาลจังหวัด และก็สาธารณสุขจังหวัด เหตุผลเพราะว่ามีคนเข้าสู่ระบบ บัตรทองทุกวันครับ ยกตัวอย่างเช่น บุตรข้าราชการที่อายุครบ ๒๐ ป้ ไม่สามารถใช้สิทธิ ของผู้ปกครองได้ก็ต้องหันมาใช้บัตรทอง เหตุผลที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงลายเซ็นอยู่ ในบัตรทองนะครับ มาเปึนลายเซ็นของผม เนื่องจากวันแรกที่ผมเข้ารับตําแหน่งและวันที่ ได้ให้นโยบาย ได้มีการพูดคุยถึงการใช้บัตรทอง ผมเห็นว่าปัจจุบันเนื่องจากรัฐธรรมนูญ กําหนดไว้ว่า ประชาชนคนไทยทุกคนต้องมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากรัฐบาลโดย ไม่คิดมูลค่าตอบแทน เพราะฉะนั้นดําริของผมที่จะอํานวยความสะดวกให้กับพี่น้อง ประชาชนก็คือ ตั้งใจว่าวันข้างหน้าเราไม่จําเปึนต้องมีบัตรทองครับ ขอเพียงพี่น้อง ประชาชนคนไทยเกิดเปึนคนไทย แล้วมีบัตรประชาชนคนไทยก็สามารถใช้สิทธิในการ รักษาพยาบาลได้ แต่เนื่องจากการเข้าสู่ระบบการใช้บัตรประชาชนรักษาพยาบาลนี้ ทางสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังต้องใช้ระยะเวลา ผมก็คิดว่าถ้าเปึน ความไม่สะดวกและเพื่อนสมาชิกกังวลนะครับ ก็จะได้ให้ลายเซ็นผมในการที่จะเซ็นลงใน บัตรทองไปก่อนนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ บัตรทองที่ออกโดยใครก็ตามที่เซ็นไว้ นะครับ ซึ่งออกโดยทางราชการ ทางอําเภอก็ดี ทางโรงพยาบาลจังหวัดก็ดี ถือว่าเปึนบัตรทอง ที่ใช้ได้ครับขออนุญาตเรียนตอบเพื่อจะได้ไม่เกิดความเสียหายกับอดีตรัฐมนตรีครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีวิฑูรย์ครับ รักษาเวลาหน่อยครับ กระทู้ยังไม่ได้เข้าสักทีครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลาสั้น ๆ ตอบท่าน ส.ส. สุรพงษ์ ครับ เรื่องเกี่ยวกับเบี้ยยังชีพนะครับ เดี๋ยวจะเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เรื่อง เบี้ยยังชีพนั้นเริ่มจากสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้มอบให้ผู้สูงอายุคนละ ๒๐๐ บาท โดยขณะนั้นกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมที่มีท่านไพฑูรย์เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ไปเริ่มมอบที่จังหวัดนครพนม และหลังจากนั้นรัฐบาล ชวน ๒ ก็เพิ่มให้อีกจาก ๒๐๐ บาท เปึน ๓๐๐ บาท ส่วนรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไม่ได้มีการเพิ่มเบี้ยยังชีพให้กับพี่น้องประชาชน พอมาถึง ครม. ท่านสุรยุทธ์ วันที่ ๑๒ ธันวาคม ถึงมีการเพิ่มจาก ๓๐๐ บาทเปึน ๕๐๐ บาท ส่วนรายละเอียดผมจะได้ตอบกระทู้ ถามของท่านสุธรรมต่อไป เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือกับฝ์ายค้านไว้ล่วงหน้าครับ บ่ายนี้ จะมี พ.ร.บ. ผู้สูงอายุของท่านจุติ ของท่านวรศุลี ขอให้ฝ์ายค้านร่วมมือด้วย ถ้าท่านเห็นว่า ผู้สูงอายุมีความจําเปึนมีความสําคัญ อย่าไปคิดว่าเปึนร่างกฎหมายของ ส.ส. ฝ์ายค้าน นะครับ
สุดท้ายเรื่องผ้าห่ม ท่านครับ ผ้าห่มนั้นมีการมอบโดยหลายหน่วยงาน ไม่ว่าปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่าสภากาชาดไทย ไม่ว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ท่านช่วยให้ข้อมูลพวกเรามาเถอะครับว่าแจกที่ไหน แจกโดยใคร จะช่วย ตรวจสอบให้ แล้วส่วนเรื่องปลากระปิองครับ
ผมว่าเอาไว้ตอบกระทู้ถาม ดีกว่าค รับ ท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านครับ บังเอิญวันนี้ผมเตรียมข้อมูลเรื่องนี้ไว้โดยละเอียดแล้ว
กรณีนี้เปึนคําปรึกษา เท่านั้นเองครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เขายังไม่ได้ตั้งกระทู้ถามท่านเลยครับ อย่าเพิ่งตอบเลยครับ
ไม่ครับ พอดีท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งท่านพูดเรื่องปลากระปิอง ให้ผมตอบเถอะครับ สั้น ๆ นิดเดียว
ตามสบายครับ อัธยาศัย
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ส่วนรายละเอียดจริง ๆ นั้น นะครับ ถ้าท่านตั้งกระทู้ถามมานี่ ผมจะให้ข้อมูลให้หลักฐานและตอบโดยละเอียด เพียงแต่ตอนนี้ท่านเพียงแต่พูดเล็กพูดน้อยขึ้นมาว่าที่ลพบุรีก็มีชาวดอย ท่านช่วยบอก เถอะครับว่าเปึนการมอบ การแจกโดยใคร หรือมาอย่างไร เราพร้อมที่จะไปตรวจสอบให้ แล้วตอนนี้ผมก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วครับ แล้วรายงานเบื้องต้นมาแล้วครับขณะนี้ ว่าไม่มีเรื่องการทุจริต ไม่มีเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ แล้วตั้งแต่ที่ผมเปึนรัฐมนตรียังไม่มีการจ่ายเงินงบประมาณ แล้วยังไม่มี ใครได้ประโยชน์เลยครับ เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุดครับ ท่านช่วยตั้งกระทู้ถามเถอะครับ ท่านครับ
อย่าเพิ่งท้าทายเขาครับ เดี๋ยวเขาตั้งแน่ละครับ ท่านสุวโรช ๑ นาทีเท่านั้นนะครับ เพราะกระทู้ถามยังไม่ได้ มันเปึนวาระกระทู้ถามเสียด้วยนะครับ นี่ผมเป่ดโอกาสให้ชั่วโมงครึ่งแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบคุณท่านประธานครับ แต่ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เปึนวาระหารือตรงนี้ครับ แล้วก็มีรัฐมนตรีมานั่งรอ รับฟังความคิดเห็นของสมาชิก ผมว่าเปึนมิติใหม่ของท่านประธานนะครับ ซึ่งเปึนประมุข ฝ์ายนิติบัญญัติ แล้วผมคิดว่าเมื่อสมาชิกถามปุ็บนี่ครับ ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตอบทันที นี่ผมว่าประโยชน์ได้กับประชาชน เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านประธานได้กรุณาพิจารณา ตรงนี้นะครับ เราไม่ถือเปึนกระทู้ถามครับ แต่ว่าเมื่อเปึนเรื่องหารือขึ้นมาแล้วท่านประธาน ไม่ต้องเกษียนเรื่องไปถึงท่านรัฐมนตรี เช่น ของผมเมื่อกี้นี้ครับเรื่องตลิ่งพัง
คือถ้าอย่างนั้นเรื่องท่าน ผมไม่ต้องทําหนังสือส่ง
ท่านต้องทํานะครับ เพราะท่านรัฐมนตรี ไม่ได้ตอบผมในเรื่องนี้นี่ครับ ที่เขาถามเพราะตอบไปแล้วไม่ต้องทํานี่ครับ
คือปัญหามันมีว่าผมจําเปึน ที่จะต้องทํา ที่ท่านพูดทุกคําพูดนี่เจ้าหน้าที่ของสภานี่นะครับ ตามข้อบังคับ ต้องทําส่ง เจ้ากระทรวง เจ้ากระทรวงต้องตอบคืนมาภายใน ๓๐ วัน นี่เปึนระเบียบ แล้วผมก็ต้อง ตอบไปยังท่านอีก
ครับ ก็ดีอยู่แล้วที่ท่านประธานทํา
ถ้าท่านบอกว่าดีแล้วดีอีก มันก็ไม่ถูกครับ
ครับ ที่ท่านประธานทําก็ดีอยู่แล้วนี่ครับ แต่เมื่อรัฐมนตรีตอบทันทีมันก็ยิ่งดียิ่งขึ้นเท่านั้นเองครับ
มันก็ซ้ํารอยครับ ผมว่าผม ให้เวลาได้ ๑ นาที จบได้แล้วครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ เอาแค่นี้ละครับ หารือท่านประธานครับ
ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ กระทู้ถามทั่วไปนะครับ ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าในการพิจารณาระเบียบวาระ กระทู้ถามในวันนี้นะครับ นอกจากจะมีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทยแล้ว และสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา ตามปกติผมได้อนุญาต ให้มีการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง (ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๑ วรรคสอง) จนเสร็จสิ้นการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามด้วย เรื่องนี้รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คือท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้เข้าไปปรึกษาหารือผม แล้วก็ได้อนุญาตให้ช่อง ๑๑ ดําเนินการในเรื่องนี้ทุก ๆ ครั้งที่มีการตั้งกระทู้ถามนะครับ ขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ระเบียบวาระต่อไปเปึน
ระเบียบวาระที่ ๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๐๑ เรื่อง สวัสดิการค่าตอบแทนอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ของนาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ถามนายกรัฐมนตรี
ก่อนที่จะถามผมขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ทางสํานักงานเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือถึงประธานนะครับ ในเรื่องการตอบกระทู้ถามและการเลื่อน การตอบกระทู้ถามนะครับ ซึ่งความเปึนจริงนั้นเรื่องนี้ได้เปึนกระทู้ถามของ นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ นะครับ ในกระทู้ถามที่ ๒ แต่กระทู้ถามที่ ๑ เริ่มต้นก็ นาวาตรี สุธรรม แล้วก็พูดในวาระที่กระทู้ถามที่ ๒ ให้เสร็จไปเลยนะครับ ให้เจ้าของกระทู้ถามทราบ เนื่องจากว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมติดภาระ ไม่สามารถที่มาตอบกระทู้ถามได้ ความจริงอยู่ในรัฐบาลเดียวกันก็ถามกันในนั้นก็คงจะได้ ไม่จําเปึนจะต้องเสียเวลาสภา เพราะกฎหมายเราค้างอยู่เยอะครับ เลยอยากจะขอความ กรุณา เชิญท่าน นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ซึ่งถามนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เปึนผู้นําตอบ แล้วก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดทั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือท่านวิทยา แก้วภราดัย แล้วก็ท่านวิฑูรย์ นามบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คุณบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ เชิญครับ เจ้าของกระทู้ถาม
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอบพระคุณท่านประธานครับที่ได้พิจารณาและอนุญาตบรรจุ กระทู้ถามผมในระเบียบวาระการประชุมนะครับ แต่ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงท่าน ประธานนิดหนึ่งครับว่า ที่ท่านประธานได้เรียนสักครู่ว่ากระทู้ถามผมทั้ง ๒ กระทู้นั้นเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมนะครับ ตามข้อบังคับทราบนะครับท่านประธานครับว่า จริง ๆ แล้วต้องวนกระทู้ถามเพื่อนสมาชิกให้ครบเสียก่อนนะครับถึงกลับมากระทู้ถามที่ ๒ แต่ว่า ผมยื่นไป ๓ กระทู้ถามครับท่านประธานครับ แต่ก็เนื่องจากว่ายังไม่มีสมาชิกท่านอื่นได้ยื่น กระทู้ถามที่ตอบในสภาไป ก็จึงบรรจุกระทู้ถามผม ๒ กระทู้ครับท่านประธาน ผมต้อง กราบขออภัยท่านประธานด้วย แล้วก็ขออภัยเพื่อนสมาชิกด้วย แต่ว่ากระทู้ถามทั้ง ๒ กระทู้นะครับ เปึนเรื่องที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน เช่น กระทู้ถามแรกครับ ท่านประธาน ในเรื่องของสวัสดิการค่าตอบแทน อสม. แล้วก็เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนะครับ
ส่วนกระทู้ถามที่ ๒ ของผมนะครับ เปึนความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งผมได้พยายามได้พูดกระทู้ถามต่าง ๆ หรือวาระต่าง ๆ ในสภา เรื่องมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมตลอดมานะครับ แม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังมีปัญหา อยู่นะครับ ในช่วงที่ผ่านมาก็มีเพื่อนสมาชิกไปช่วยกัน อย่างเช่น ท่าน ส.ส. สุวโรช พะลัง ซึ่งเปึน ส.ส. สัดส่วนในกลุ่มนั้นก็ได้ลงไปดูด้วยก็ประสบปัญหา แต่ว่าวันนี้เนื่องจากว่าที่ ท่านประธานได้เรียนสักครู่ว่าเลื่อนกระทู้ถามไปนะครับ ผมก็ไม่ติดใจแต่อย่างใดนะครับ เพราะว่าทราบว่าแต่ละท่านที่รับผิดชอบนั้นมีภารกิจอยู่นะครับ ผมขออนุญาตก่อนถึง กระทู้ถามแรกนะครับ เรื่องสวัสดิการค่าตอบแทน อสม. แล้วก็เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้มีคําถามหนึ่งถึงท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรของเรานี่ครับว่า กระทู้ถามผมนี่นะครับถามท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ครับ แต่ว่าไม่ทราบด้วยเหตุใดครับท่านประธานครับ ได้เปลี่ยนเปึนถามท่าน นายกรัฐมนตรีครับ ผมถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ
คือมันหลายกระทรวง ที่ท่านถาม ก็จําเปึนที่จะต้องเอาศูนย์รวม คือท่านนายกรัฐมนตรีครับ พอเข้าใจนะครับ ขอบคุณครับ
ครับ คือผมจะได้ทราบเพื่อเปึน แนวทางในการปฏิบัติต่อไปนะครับว่าถ้าเกิดเปึนลักษณะที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐมนตรี หลายท่านหรือหลายกระทรวงนี่ครับจะต้องถามนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะผมดูใน ระเบียบข้อบังคับก็ไม่ปรากฏนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ในกระทู้ของผมนี่ นะครับ ที่ได้สอบถามและท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ได้มาตอบกระทู้นี่นะครับ จากการประสานงานทราบว่าท่าน ก็เปึนห่วงและกังวลในกระทู้นี้นะครับ ท่านก็ได้ประสานงานมาบอกว่าวันนี้ท่านติดภารกิจ ไปเปึนประธานในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ๒๐๐๙ ที่จังหวัด ภูเก็ต ไม่สามารถเดินทางมาได้นะครับ แต่ท่านก็ได้ติดต่อประสานงานในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขปัญหาในเบื้องต้น และก็ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทุกท่านนะครับ ที่ท่านได้ให้ความสนใจและก็มาตอบกระทู้ของผมในสภาแห่งนี้ ซึ่งในข้อเท็จจริงนะครับ
กระทู้แรกในเรื่องสวัสดิการของ อสม. คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หมู่บ้านและเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนะครับ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรี ด้วยครับ ท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ด้วยนะครับ ท่านก็ได้พยายามชี้แจงผ่านทั้งทางพรรค ด้วยกันเอง สมาชิกของพรรคด้วย และในสื่อต่าง ๆ ที่ท่านมีนะครับ ก็ชี้แจงอยู่ตลอด นะครับ ก็ทราบดีนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ก็ยังมีพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งที่มีส่วนได้เสียในกรณีนี้ยังไม่รับทราบข้อมูลดังกล่าวครับ ก็ขออนุญาตท่าน รัฐมนตรีอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับได้ช่วยชี้แจงทําความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งครับ เมื่อวานนี้ท่านประธานครับ ผมไปทานข้าวนะครับ ก็มีข้าราชการหลายท่าน ชุดแดง ๆ ข้าราชการนี่ครับ ก็ยังเดินมาสอบถามผมนะครับบอกว่า ให้ช่วยถามให้ชัดเจนด้วยนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนี่ครับ รัฐมนตรีจะได้ตอบให้ชัดเจน เพราะว่าเขา ก็ยังข้องใจอยู่นะครับว่าคนมีฐานะแตกต่างกันได้หรือไม่ อย่างไร ได้รับเมื่อไร เกณฑ์ต่าง ๆ อย่างไร ถึงได้เรียนถามนะครับ และรบกวนท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย นะครับ ได้ช่วยตอบให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ในส่วนของกระทู้ถามผมได้สอบถามอยู่ ๒ เรื่องครับ ในเรื่องของสวัสดิการ ค่าตอบแทน อสม. ครับ และเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนะครับ ซึ่งเปึนนโยบายของรัฐบาลนี้ นะครับ ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าพี่น้อง อสม. ทํางานเสียสละเพื่อสังคม ไม่มีค่าตอบแทนนะครับ แต่ได้รับสวัสดิการเล็กน้อยจากส่วนราชการ วันนี้เขาดีใจมากครับ ที่ส่วนราชการและรัฐบาลนี้ได้มีนโยบายให้ค่าตอบแทนเดือนละ ๖๐๐ บาท ถึงแม้ว่าจะน้อย เราทราบดีนะครับ แต่ว่าเปึนกําลังใจให้กับพี่น้อง อสม. ที่เสียสละตลอดมา เช่นเดียวกันครับ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในปัจจุบันนี้ปัญหาก็คือว่าได้รับเพียงบางส่วนจากประมาณ ๗ ล้านราย ได้รับประมาณ ๑ ล้านราย ก็ยังมีบางส่วน คือส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุนะครับ ซึ่งนโยบายนี้ก็จะเปึนการแก้ไขปัญหาและเปึนการดูแลในเบื้องต้นให้กับ ผู้สูงอายุด้วยนะครับ ผมจึงขอสนับสนุนในนโยบายดังกล่าวนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็อยากจะทราบถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่จะได้รับเงินดังกล่าวนะครับ ผมจะขอ อนุญาตถามรวมเลยทั้ง อสม. และผู้สูงอายุนะครับว่า ใน อสม. นั้นท่านมีหลักเกณฑ์การ คัดเลือก อสม. อย่างไร มีขั้นตอน มีวิธีการ มีเงื่อนไข มีข้อกําหนด ข้อยกเว้นอย่างใดหรือไม่ ประการใด ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วยอธิบายอย่างละเอียดนะครับ ในส่วนของผู้สูงอายุครับ ๖๐ ป้ขึ้นไปนี่นะครับ พี่น้องประชาชนสงสัยว่าได้แน่จริงหรือเปล่า ได้เมื่อไร มีหลักเกณฑ์อย่างไร ที่บอกว่าไปขึ้นทะเบียน ไปขึ้นที่ไหนครับ และหน่วยงานใดเปึน ผู้รับผิดชอบ ก็ขออนุญาตเปึนคําถามแรกครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ เชิญท่านรัฐมนตรี
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิกนะครับ ในเรื่องของ อสม. หรืออาสาสมัคร สาธารณสุขนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับ
เนื่องจากรัฐบาลได้เห็นความสําคัญตามที่เพื่อนสมาชิกได้เรียนนะครับว่า อสม. ที่เรามีอยู่ทั่วประเทศทั้งหมดเปึนผู้ที่ปฏิบัติงานในการสาธารณสุขเชิงรุก ก็คืองาน ปัองกันและการสนับสนุนด้านสุขภาพพลานามัยของประชาชน อสม. บางท่านครับปฏิบัติ หน้าที่มาจนถึงวันนี้ครบ ๓๑ ป้แล้วครับ บางท่านก็ ๒๐ ป้ บางท่านก็ ๑๐ ป้ เปึนกิจกรรมที่ คนในชนบทเขาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขถือว่าเปึนองค์กรที่มีการร่วมมือภาค ประชาชนอย่างกว้างขวางมาก และที่สําคัญครับในอดีต อสม. เหล่านี้เคยภาคภูมิใจว่า ถ้าเปึน อสม. แล้วเกิดเจ็บไข้ได้ป์วยมีโอกาสรักษาพยาบาลฟรีครับ ไม่ต้องเสียสตางค์ แต่ปรากฏว่าขณะนี้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ประชาชนคนไทยทุกคนครับ จะได้รับการรักษาพยาบาลจากรัฐบาลโดยไม่คิดค่าตอบแทน เพราะฉะนั้นสิทธิประโยชน์ ของ อสม. เกือบจะหายไปหมดครับ วันนี้รัฐบาลได้เล็งเห็นความสําคัญและตั้งใจที่จะ ปลุกงานสาธารณสุขมูลฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานปัองกันโรคนะครับ ก็เลยตั้งที่จะใช้ อสม. เปึนแนวแรกในการปัองกัน และเพื่อเปึนขวัญกําลังใจนะครับได้พิจารณา ค่าตอบแทนให้กับ อสม. ทั่วประเทศได้ใช้งบกลางป้อนุมัติทั้งหมดเปึนวงเงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะจ่ายให้กับ อสม. เปึนระยะเวลา ๖ เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนถึง เดือนกันยายน ถือว่าเปึนการเริ่มต้นของค่าตอบแทน อสม. หลังจากนั้นก็คงได้บรรจุเข้า งบประมาณปกติของรัฐบาลต่อไป การเริ่มจ่ายนะครับ ฐานข้อมูล ณ วันนี้เรามี อสม. อยู่ ทั่วประเทศทั้งหมดประมาณ ๘๓๐,๐๐๐ คน อสม. ๘๓๐,๐๐๐ คน เปึน อสม. ที่ผ่าน กระบวนการอบรมของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องผ่านกระบวนการอบรมประมาณ ๔๓ ชั่วโมง แล้วได้ขึ้นทะเบียนร่วมกิจกรรมกับกระทรวงสาธารณสุขมาโดยตลอด เพราะฉะนั้น อสม. เหล่านี้ขณะนี้ก็กําลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบฐานข้อมูลที่เปึนจริง ก็มี บางท่านในเดือนที่แล้วอาจจะย้ายภูมิลําเนาออกจากที่เดิมเกินกว่า ๖ เดือน ไม่ได้ร่วม กิจกรรม ซึ่งเขาก็มีหลักเกณฑ์ของเขาครับ เปึนข้อตกลงทางสังคมของหมู่บ้านว่าใครบ้าง ครับที่จะขาดจากความเปึน อสม. แล้วคนที่จะเปึน อสม. ไม่ใช่ว่าสมัครถึงจะได้เปึนครับ เขาต้องผ่านกระบวนการอบรม เพราะฉะนั้นตัวเลข ณ วันนี้ที่กระทรวงสาธารณสุขมีอยู่ นะครับ เรามี อสม. ทั้งหมดประมาณ ๘๓๐,๐๐๐ คน ทั้ง ๘๓๐,๐๐๐ คน จะได้รับ ค่าตอบแทนคนละ ๖๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งเปึนค่าตอบแทนที่หลายท่านก็มองว่าน้อยครับ แต่เท่าที่ผมไปพบปะกับพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศในบางจังหวัดเท่าที่จะไปได้นะครับ บรรยากาศที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็คือ พี่น้อง อสม. ในขอบข่ายทั่วประเทศรู้สึกคึกคักครับ ภูมิใจ แล้วก็รู้สึกเปึนเกียรติว่ารัฐบาลได้เห็นความสําคัญของพี่น้อง อสม. ผมมีโอกาสไป เยี่ยมเยียนในหลายจังหวัดครับ เห็นบรรยากาศของพี่น้อง อสม. ที่รับทราบข่าวนี้ ผมคิดว่า เปึนความกระตือรือร้น และก็จะเปึนการเริ่มศักราชในการที่กระทรวงสาธารณสุขจะ สามารถนํา อสม. ทั้ง ๘ แสนคนครับ เข้าไปรณรงค์งานปัองกันบรรเทาเกี่ยวกับสุขภาพ พลานามัยของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นขออนุญาตขยายเพิ่มเติมอีกนิดนะครับ พี่น้อง อสม. เรายังได้รับสิทธิบางประการจากกระทรวงสาธารณสุข เช่น สิทธิในการที่จะได้รับ กรณีเข้ารักษาพยาบาลนะครับ ถ้าเปึน อสม. ทั่วไปนะครับ ก็จะมีสิทธิลดค่าห้องพิเศษ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้า อสม. ท่านนั้นปฏิบัติงานร่วมกับ อสม. ครบ ๑๐ ป้ ท่านก็จะได้สิทธิ ในการอยู่ห้องพิเศษและอาหารพิเศษฟรีครับ สําหรับเปึนการสิทธิเฉพาะตัว อันนี้เปึนสิทธิ ที่ อสม. ที่ทุกคนจะได้รับและทุกคนก็ทราบหลักเกณฑ์อยู่ครับ นอกนั้นในป้หน้า ป้ ๒๕๕๒ ป้การศึกษานี้นะครับ กระทรวงสาธารณสุขยังได้จัดสรรโควตาสําหรับการศึกษาเล่าเรียน เปึนดังนี้ครับ ให้กับทายาทของ อสม. ศึกษาต่อในหลักสูตรสาธารณสุขชุมชน จํานวน ๗๕ โควตา ศึกษาต่อในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ จํานวน ๑๕๐ โควตา ศึกษาต่อใน หลักสูตรทันตสาธารณสุข จํานวน ๗๕ โควตา และศึกษาต่อในหลักสูตรเทคนิคเภสัชกรรม ๗๕ โควตา รวมทั้งหมด ๓๗๕ โควตา ทั้งหมดนะครับเปึนสิทธิที่พี่น้อง อสม. จะได้รับ แล้วก็ถือว่าเปึนสิทธิเบื้องต้นในการที่จะระดมพี่น้อง อสม. ออกมาช่วยงานในการปัองกัน เรื่องการรักษาสุขภาพครับ
เชิญคุณวิฑูรย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องขอบคุณท่านสุธรรม ระหงษ์ ที่ให้ความสนใจและห่วงใยประชาชนในเรื่องผู้สูงอายุ เพราะเปึนเรื่องของสวัสดิการที่รัฐ จะต้องจัดให้ผู้สูงอายุ ตามรัฐธรรมนูญ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐) แต่ที่ผ่านมานี่ ไม่สามารถจัดเบี้ยยังชีพหรือสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุได้มากหรือครบถ้วน รัฐบาลนี้ ให้ความสําคัญกับผู้สูงอายุนะครับ เพราะว่าผู้สูงอายุทั่วประเทศนี่จะมีอยู่ประมาณ ๗ ล้านคน ผู้สูงอายุที่ผ่านมาได้รับเบี้ยยังชีพที่เปึนงบจัดโดยรัฐบาลนี่ไป จํานวน ๑,๘๗๐,๐๐๐ คน แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จัดสรรเพิ่มเติมให้อีก ๕ แสนคน รวมทั้งประเทศผู้สูงอายุจะได้อยู่ที่ประมาณ ๒ ล้าน ๓ แสนคน เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ ไม่มีสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ ก็จะมีผู้สูงอายุอีกประมาณจํานวนหนึ่ง ที่จะต้องมายื่นขอจดทะเบียนและขอรับสิทธินี้นะครับ แล้วก็รัฐบาลเองก็ได้ตั้งงบกลางป้ ไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ
ส่วนถามว่าหลักเกณฑ์นี่ทําอย่างไร จ่ายอย่างไร จ่ายเมื่อไร หลักเกณฑ์นั้น ครับ วันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึน ประธาน มีผมเปึนรองประธาน แล้วก็จากส่วนงานอื่น ๆ ทางกระทรวงมหาดไทยและอื่น ๆ ด้วยนะครับ วันนี้ก็จะไปประชุมเพื่อกําหนดหลักเกณฑ์และแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยหลายหน่วยงาน มีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีกระทรวงมหาดไทย มีสํานักงบประมาณ มีกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น มีคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ก็จะได้ไปกําหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าหลังจากกรรมการชุดนี้ออกหลักเกณฑ์แล้วนี่ครับ เงินที่จะไปมอบให้กับผู้สูงอายุ นั้นจะจ่ายผ่านกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนําไปแจกไปจ่ายไปมอบให้กับประชาชนต่อไป เพราะฉะนั้นส่วน หลักเกณฑ์จะเปึนอย่างไร ก็อีกไม่นานครับ จะออกประกาศให้ทราบ เพียงแต่ว่า มีหลักเกณฑ์เบื้องต้นคร่าว ๆ ที่ยังไม่มีมติในกรรมาธิการนะครับ ก็คือว่า
ข้อ ๑ ผู้ที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย
ข้อ ๒ มีภูมิลําเนาในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ ๓ ไม่ได้รับเงินสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคเอกชน เช่น บํานาญและหลักประกันสังคม เปึนต้น แต่หลักเกณฑ์นี้ก็ยังไม่จบละครับ เพราะว่ากรรมการจะไปพิจารณาลงในรายละเอียด อีกครั้งหนึ่ง คาดว่าเดือนนี้ครับก็จะออกหลักเกณฑ์ให้เสร็จสิ้น แล้วก็เดือนกุมภาพันธ์ถึง เดือนมีนาคมก็จะเชิญชวนแล้วก็ประกาศให้ผู้มีสิทธิมาจดทะเบียน และคาดว่าจะจ่ายเงิน ให้กับผู้สูงอายุได้ในช่วงเดือนเมษายนครับ
เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับประเด็นของการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปนั้น ผมต้องเรียน ท่านประธานว่าประเด็นนี้เปึนนโยบายสําคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีความเห็นตรงกันครับว่าบุคคลที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปนั้น เปึนบุคคล ที่ทําคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ แล้วมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแล เปึนอย่างดี ซึ่งในความเปึนจริงครับท่านประธาน ในปัจจุบันนี้กรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ๗,๘๕๓ แห่งทั้งประเทศไทย ได้ทําหน้าที่ในการดูแลผู้สูงอายุอยู่แล้ว นั่นก็คือ การจ่ายเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาท อย่างที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับกัน แต่ด้วย จํานวนผู้สูงอายุมีอยู่ประมาณ ๗ ล้านกว่าคนนั้น ตัวเลขที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ประเทศจ่ายได้ก็เพียง ๑ ล้าน ๘ แสนคน มีอีกจํานวนเยอะที่ไม่ได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ วันนี้ประชาชนจะเห็นชัดเจนครับ โดยเฉพาะบุคคลที่มีหน้าที่ในการคัดผู้สูงอายุแล้วให้มี สิทธิได้รับเงินจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือบรรดาผู้นําหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน บางหมู่บ้านมีผู้สูงอายุ ๔๐ คนครับ แต่ได้สิทธิ ๒๐ คน อีก ๒๐ คนไม่ได้ เวลาคัดเสร็จ ก็เกิดปัญหาว่าเกิดความลําเอียง ทําไมได้แต่คนโน้น ได้แต่คนนี้ ฉันก็จนเหมือนกัน นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในการดูแลผู้สูงอายุ แต่วันนี้เมื่อรัฐบาลประกาศ นโยบายที่มีความชัดเจนว่าจะดูแลผู้สูงอายุ ๖๐ ป้อย่างทั่วถึง ถือว่าเปึนนิมิตหมายอันดี ครับ งบประมาณกลางป้ที่จะเข้าสภาผู้แทนราษฎรวันที่ ๒๘ จะถึงนี้ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ครับ ผมเห็นว่าเปึนเม็ดเงินที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชน แล้ววันนี้ผมนําเรียน ท่านประธานถึงพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไทย ไม่ว่าท่านผู้สูงอายุที่ฟังการถ่ายทอดสด ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือลูกเต้าทั้งหลาย ได้โปรดเตรียมความพร้อมไว้ครับ ว่าจากนี้ไปครับ คือวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์จะถึงนี้ ขณะนี้รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย ครับ ได้มอบหมายยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศ ๗,๘๕๓ แห่ง ดําเนินการ สํารวจขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุ ท่านอยู่ในพื้นที่ของท้องถิ่นใดได้โปรดกรุณาไปขึ้นทะเบียน หรือพาคุณพ่อคุณแม่ไปขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย นั่นละครับคือตัวเลขที่ชัดเจนว่าวันนี้ ผู้สูงอายุทั้งประเทศไทยที่มีความประสงค์จะได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาท มีกี่คน แต่ถ้าท่านใดไม่ขึ้นทะเบียนเปึนสิทธิครับ ถือว่าท่านสละสิทธิ ต้องขอเรียนนะครับ ตั้งแต่ ๒๖ กุมภาพันธ์ เปึนต้นไป และคาดว่าดีเดย์ (D-day : วันเริ่มโครงการ) การมอบเงิน ผู้สูงอายุก็คือวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ๑๓ เมษายน ป้ ๒๕๕๒ ก็จะมีการดูแลผู้สูงอายุทั้ง ประเทศไทยได้อย่างเท่าเทียมกัน สําคัญครับ วันนี้มีคําถามอยู่บ่อยครั้งว่าจะได้ทุกคนไหม ที่ ๖๐ ป้ขึ้น ความชัดเจนของรัฐบาลประสงค์จะดูแล ๖๐ ป้ ทุกคนครับ แต่สิทธิของแต่ละ คนนั้นก็ต้องไปใช้สิทธิตนเองนะครับ ไปขึ้นทะเบียน ท่านใดมีฐานะที่ดีแล้วไม่ประสงค์ ก็ไม่เปึนไร แล้วคนที่อยู่ในระบบราชการที่ได้บํานาญอยู่แล้วประมาณ ๕ แสนกว่าคน คนเหล่านี้ก็จะถูกตัดสิทธิไป ฉะนั้นก็จะเหลือจํานวนหนึ่งครับ หลังจากท้องถิ่นจ่ายได้ด้วย งบทั่วไปของเขา ๑ ล้าน ๘ แสนคน งบท้องถิ่นจัดเอง ซึ่งเปึนรายได้ท้องถิ่นจัดเองอีก ๕ แสนคน ก็ ๒ ล้าน ๓ แสนคน ๒ ล้าน ๓ แสนคน ลบไปก็เหลือจํานวนหนึ่ง ก็เชื่อว่าครั้งนี้ จะเปึนครั้งสําคัญครับที่คน ๖๐ ป้ขึ้นไปนั้นจะได้รับการดูแลจากรัฐบาลอย่างทั่วถึงนะครับ ผมก็เรียนสิ่งที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และเปึนประเด็นคําถามเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ละเอียดพอไหมครับ เชิญสั้น ๆ หน่อย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอบพระคุณนะครับท่านรัฐมนตรีที่ได้ชี้แจงให้ได้ทราบถึงหลักเกณฑ์ เงื่อนไขต่าง ๆ นะครับ แต่ว่าผมมีเรื่องสั้น ๆ นะครับที่จะฝากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหรือ อาจจะเปึนท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าท่านใดรับผิดชอบ รวมทั้งท่านวิทยา แก้วภราดัย ด้วยนะครับ เรื่องของ อสม. ครับ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับว่า กรณีสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาลนี่นะครับ ท่านบอกว่าถ้าเปึน อสม. ทั่วไป ได้สิทธิเรื่องห้องพิเศษ ครึ่งราคาครับ ถ้ามีอายุงาน ๑๐ ป้ขึ้นไปก็ได้รับสิทธินั้น คือได้รับยกเว้นคือฟรีนั่นเองครับ พี่น้อง อสม. เขาขอร้องมาครับว่า เขาว่าให้ได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน คือเรื่องค่าห้องพิเศษ ขอได้ฟรีทั้งหมดนะครับ กับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เรื่องการตรวจสุขภาพประจําป้ ของพี่น้อง อสม. ครับ ทั้ง ๆ ที่พี่น้อง อสม. เขาเปึนผู้ที่ไปรณรงค์ปัองกันโรคภัยไข้เจ็บ ต่าง ๆ ให้กับพี่น้องในชุมชนในสังคม แต่ตัวพี่น้อง อสม. เองเมื่อไปตรวจสุขภาพประจําป้ ยังต้องเสียเงินอยู่นะครับท่านประธานครับ พี่น้อง อสม. จึงขออนุญาตฝากมา ทราบว่าคง จะฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปแล้วกระมังครับ เพราะว่าท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านมานิต นพอมรบดี ก็ได้ไปเยี่ยมพี่น้อง อสม. ที่สมุทรสาครด้วยก็อาจจะฝากประเด็นนี้มา และก็ทราบว่า ท่านวิทยา แก้วภราดัย ก็จะไป พบพี่น้อง อสม. ที่สมุทรสาครด้วยใช่ไหมครับ ก็จะเปึนประเด็นคําถามนี้ละครับ แต่ถ้าเกิด ว่าในโอกาสนี้ถ้าท่านตอบในที่ประชุมสภาสักนิดหนึ่งนะครับ ก็จะเปึนการดีครับ
ส่วนประเด็นต่อไปครับ ก็ขออนุญาตเรียนถามอาจจะเปึนท่าน รองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ที่ท่านอยู่ในสภาแห่งนี้ว่า ผมเรียนถามเบื้องต้น ไปแล้วละครับว่า กรณีที่เปึนผู้สูงอายุด้วยนะครับ แล้วก็เปึน อสม. ด้วย ซึ่งก็มีเยอะนะครับ อันนี้จะได้รับสิทธิอย่างไรครับท่านรองครับ อันนี้ก็ขออนุญาตท่านได้ช่วยชี้แจงด้วยนะครับ แต่ผมก็ทราบเบื้องต้นว่าคงจะเปึนข่าวดีนะครับ
ประเด็นสุดท้ายครับ เรื่องผู้พิการครับ เนื่องจากว่าผมนี่นะครับไปอบรม หลักสูตรกฎหมายภาษีอากรที่จัดโดยศาลภาษีอากรกลางครับ ที่ถนนรัชดาภิเษกนะครับ ซึ่งก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐ ท่าน ไปเข้ารับการอบรมนะครับ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี ท่านชวน หลีกภัย ไปเปึนผู้เข้ารับการอบรมด้วยนะครับ ในขณะที่มีการอบรมในการ บรรยายอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งท่านเปึนผู้พิการด้วยนะครับ ท่านเปึนผู้บรรยาย ท่านก็ได้ฝาก ประเด็นเรื่องผู้พิการต่อท่านชวน หลีกภัย ถึงรัฐบาลนี้นะครับว่า กรณีที่เรามีสวัสดิการ สําหรับ อสม. มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการส่วนใหญ่นะครับ ตอนนี้ก็คาดว่าขึ้นทะเบียน ประมาณ ๙ แสนราย ยังไม่ได้รับสิทธิได้รับการดูแลจากรัฐบาลไม่ครบถ้วนครับ ท่านอาจารย์จึงฝากท่านชวน หลีกภัย ให้เรียนถึงรัฐบาลนี้ละครับได้ช่วยดูแลผู้สูงอายุที่ยัง ไม่ได้รับสิทธิต่าง ๆ ไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญรัฐมนตรี เชิญครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีครับ ตอบข้อซักถามนะครับ ความจริงก็มีเรื่องที่อยู่ในใจของพี่น้องที่อยู่ทางบ้านเยอะมากนะครับ โดยเฉพาะใน ประเด็นที่ว่าใครได้บ้าง ใครไม่ได้บ้าง ผู้สูงอายุตามที่เรามีในระบบ เราคิดว่ามีอยู่ประมาณ ๗ ล้านคน ผมใช้คําว่า ประมาณ ก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันก็ไม่มีตัวเลขละครับ ท่านประธานว่าจริง ๆ เท่าไรกันแน่ แล้วก็เพิ่มขึ้นทุกป้ ในหลักการที่คิดกันอยู่ในขณะนี้ ก็คือ ถ้าท่านมีอายุครบ ๖๐ ป้ ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ใช้ตรงนั้นเปึนหลัก แล้วก็ใน เบื้องต้นนี่ก็จะขอให้มาลงทะเบียนกันภายใน ๙๐ วัน ตรงนี้ก็จะมีผู้ที่เขาทําหน้าที่นี้เข้าไป วางกฎเกณฑ์ แต่ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับท่านครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ตรงนี้เปึนปัญหา เพราะว่าในความตั้งใจของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวนที่เริ่มไว้ตั้งแต่ต้น สมัยชวน ๑ ก็ให้ได้เพียง ๒๐๐ บาทต่อเดือน แล้วเนื่องจากมีข้อจํากัดทางงบประมาณ ให้ได้ไม่พอ ให้ได้ไม่ครบ ต่อมาเมื่อท่านได้มีโอกาสกลับมาเปึนนายกรัฐมนตรีอีกก็เพิ่มอีก ๑๐๐ บาท เปึน ๓๐๐ บาท แล้วก็นิ่งมาตลอดนะครับ มาขยับอีกครั้งหนึ่งสมัยรัฐบาล ขิงแก่ครับ ให้เพิ่มเปึน ๕๐๐ บาท แต่ก็ยังไม่ครบอยู่ดี จัดงบประมาณไว้ให้ล่าสุดก็ ประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน ตรงนี้ไม่พอครับ เพราะว่าท่านผู้สูงอายุท่านก็ทําบุญคุณ ให้กับประเทศไว้มากมายนะครับ พวกเราก็มีหน้าที่ต้องดูแลท่าน ทีนี้ในเรื่องของการดูแล นี่ครับก็มีหลายวิธี หลายท่านก็ได้รับการดูแลแล้ว เพราะว่าท่านเองก็เปึนคนที่อยู่ในระบบ ท่านทํางาน ท่านจ่ายเงินเดือนของท่านหักเข้าไปสู่ในระบบของประกันสังคม ตรงนั้น เวลานี้เขามีเงินอยู่ประมาณ ๓ แสนล้านบาท เพื่อจะดูแลคนที่อายุ ๕๕ ป้ขึ้นไป แล้วก็ไม่มี งานทํา ท่านที่อยู่ในระบบท่านก็เปึนคนที่โชคดี แต่ว่าพี่น้องประชาชนคนไทย ทั่วประเทศนี่ครับ ในประเทศไทยของเราถ้าดูจริง ๆ แล้วคนที่อยู่ในระบบมีต่ํากว่า ๑๐ ล้านคน ส่วนที่เหลืออีก ๔๐ กว่าล้านคน ทําอย่างไรเปึนหน้าที่ของรัฐบาลครับที่ต้อง เข้าไปดูแล
ทีนี้มีคําถามหลายคําถามนะครับที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า เราจะ พยายามทําให้ครบ แต่ตามข้อมูลที่มีอยู่ปัจจุบันนี้นะครับ ที่มีอยู่ปัจจุบันประมาณ ๒ ล้านคนเศษ ๆ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบไปแล้ว สิ่งที่เราจะทําเพิ่มนี่เราจะทําเพิ่มอีก ๓ ล้านคนนะครับ รวมแล้วในครั้งนี้จะได้กว่า ๕ ล้านคน ถามว่า ๕ ล้านคนนี่เรามี ความมั่นใจแค่ไหนว่าครบและเพียงพอ ตอบได้เลยครับว่า ไม่มั่นใจครับ เพราะฉะนั้น ในการจัดงบประมาณนี่เราได้เตรียมไว้ที่เรียกว่า งบกลางเพื่อกรณีฉุกเฉิน เผื่อตัวเลขมัน เพิ่มขึ้นหลังจากที่ครบ ๓ เดือนแล้วนะครับ คําถามคงจะมีอีกเยอะ จากนี้ต่อไปพวกเราก็ ทําหน้าที่ที่จะชี้แจง แต่ในเบื้องต้นอยากจะบอกว่าในกรณีคําถามที่ท่านถามถึงว่า อสม. ได้ ๒ ทางหรือไม่ คําตอบตอบได้ชัดเจนครับ และเปึนคําตอบที่อาจจะไม่ใช่เปึนข่าวดีนัก เพราะว่าเงินของ อสม. นี่นะครับ โทษทีครับ ผมจําสับ ถือว่าเปึนข่าวดี เพราะว่าเงินของ อสม. นี่นะครับ ที่ได้นี่ไม่ใช่ได้ฟรี ๆ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขได้บอกแล้วว่าต้องทํางานหนักขึ้นอีกเยอะ ผมไม่ต้องพูดว่าต้องทําอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นก็ถึงคราวแล้วล่ะที่จะต้องมีค่าตอบแทนให้กันบ้าง เปึนรางวัลในการที่จะ ทํางาน แต่ถ้าทํางานไม่ดีหรือทํางานไม่ได้ก็คงไม่ได้รับละครับ แต่ในสิทธิขอเปึนคนที่อยู่ นอกระบบและอายุครบ ๖๐ ป้ ถ้าท่านอยู่เฉย ๆ ท่านก็ได้อยู่แล้ว ถ้าท่านทํางานหนัก เปึนงานที่ท่านทําเปึนพิเศษ ท่านก็ควรจะมีสิทธิด้วย เพราะฉะนั้นท่านก็จะได้รับทั้ง ๒ กรณี ผมไม่แน่ใจว่าผมตกหล่นอันไหนไปบ้าง แต่ก็พร้อมที่จะเรียนเพิ่มเติมนะครับ ในโอกาสต่อไป ก็มีอีกนิดเดียวครับ ได้เดือนละ ๕๐๐ บาท หรือได้ทุก ๓ เดือน หรือได้ทุก ๖ เดือน ผมคิดว่าตรงนี้ก็จะเปึนสิ่งที่จะต้องเฝัาดูกันต่อไป ว่าจะได้ทีเดียว ๓,๐๐๐ บาท หรือจะได้ ๑,๕๐๐ บาท หรือจะได้ทุกเดือน ๆ ละ ๕๐๐ บาท อยากเรียนเสริมนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ เงินงบประมาณตรงนี้ต้องใช้เยอะมากครับ ถ้าหากว่าเราคิดจะใช้แบบ ง่าย ๆ โดยใช้จากเงินงบประมาณอย่างเดียวนะครับ คงจะลําบาก ผมไม่อยากจะบอกว่า ทําครั้งนี้ทําหนเดียวแล้วไม่ทําอีกเลย ไม่ใช่นะครับ ท่านจะได้รับตามปกติ แต่ในระบบ วิธีการบริหาร ซึ่งต่อไปน่าจะใช้คําว่า บํานาญประชาชน มากกว่า ตรงนี้จะต้องสร้างระบบ ขึ้นมา เพื่อให้มีเงินออกดอกออกผลแล้วก็มาใช้ประโยชน์ตรงนี้ได้อย่างจริงจังและยั่งยืน ครับ ขออนุญาตกราบเรียนเท่านี้ก่อนครับผม ขอบพระคุณครับ
กระทู้ถามที่ ๑ ก็จบแล้ว นะครับ ท่านจะตอบใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ สั้น ๆ ครับ ข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกในเรื่องห้องพิเศษนะครับจะรับไว้ พิจารณา ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพนะครับ ผมได้เสนอไปสํานักงานหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติแล้วนะครับว่า ประชาชนทุกคนที่เข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่ อายุ ๔๐ ป้ขึ้นไป ควรมีสิทธิได้รับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยป้ละครั้ง เพื่อเตรียมเข้าสู่ ผู้สูงวัยครับ
ท่านประธานครับ ขอสั้น ๆ นิดหนึ่งเกี่ยวกับคนพิการครับ ผมจะไปร่วมประชุมกับสมาคมคนพิการ แล้วก็ผู้คนที่เกี่ยวข้องทั้งราชการแล้วก็ ภาคเอกชนที่บ้านราชวิถี วันศุกร์ที่ ๓๐ นี้ครับ ว่าสิทธิของคนพิการควรจะมีอะไร ได้เท่าไร จะทําอย่างไรหลังจากประชุมแล้วจะได้นํามาเรียนท่านครับ หรือถ้าท่านสนใจไปด้วยครับ วันศุกร์ที่ ๓๐
ขอบคุณครับ ต่อไปเปึน
กระทู้ถามที่ ๐๐๒ เรื่อง กรณีการเสนอถอดยศอดีตนายกรัฐมนตรี ของ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ถามนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี คือท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ กับรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เปึนผู้ตอบ เรียนเชิญครับเจ้าของกระทู้
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในแบบสัดส่วน สืบเนื่องจากมีรายงานข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนอื่น เมื่อวันที่ ๙ มกราคมที่ผ่านมา ว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติจะเสนอถอดยศอดีต นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งผมพิจารณาเห็นว่าเปึนกรณีที่ ประชาชนให้ความสนใจจึงได้ยื่นกระทู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้เสนอไว้อย่างนี้ว่า รัฐบาล ได้แถลงนโยบาย เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ปลายป้ที่แล้ว ณ ที่ทําการกระทรวงการ ต่างประเทศ ความตอนหนึ่งว่า รัฐบาลถือเปึนภารกิจที่สําคัญอย่างยิ่งที่จะต้องนํา ประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กําลังเกิดขึ้นและพัฒนาไปสู่การ เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน แก้ไขวิกฤติทางสังคมที่มีความแตกแยกและพัฒนาให้ประชาชน มีคุณภาพชีวิตที่ดี ยุติวิกฤติทางการเมืองและปฏิรูปการเมืองให้มีความมั่นคงตาม แนวทางระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข ในการนี้รัฐบาล จะดําเนินการให้บรรลุภารกิจดังกล่าวภายใต้แนวทางพื้นฐานหลัก ๔ ประการ และ
ในประการที่ ๒ ความว่า จะสร้างความปรองดองสมานฉันท์บนพื้นฐาน ของความถูกต้อง ยุติธรรมและการยอมรับของทุกภาคส่วน
หลังจากการแถลงนโยบายผ่านไปเพียงสัปดาห์แรก หลังจากหยุดยาว ในช่วงป้ใหม่ เมื่อวันที่ ๘ (วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๒) ครับ ที่ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้ออกข่าวเรื่องนี้ และรายงานข่าวปรากฏในหนังสือพิมพ์วันที่ ๙ ผมได้ทราบว่าทาง ตํารวจได้ถือเอาคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองพิพากษา จําคุกในคดีซื้อที่ดินรัชดาเปึนตัวตั้ง ท่านประธานครับ ในคดีดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนคดีหมายเลขดําที่ อม ๑/๒๕๕๐ คดี หมายเลขแดง ที่ อม ๑/๒๕๕๐ ซึ่งสืบเนื่องมาจากคณะปฏิวัติที่ได้เปลี่ยนชื่อเปึน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ได้ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเรียกกันว่า คณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายอันเกิดขึ้นแก่รัฐจากการกระทําของรัฐบาลที่ ผ่านมา หรือเรียกชื่อย่อว่า คตส. ก็เปึนที่รู้กันในแผ่นดินไทยทั้งประเทศว่า คมช. นั้น ได้ตั้งกรรมการ คตส. ที่เปึนปฏิปักษ์ต่ออดีตนายกรัฐมนตรีเสียทั้งสิ้น ดังนั้นการตรวจสอบ ของ คตส. จึงไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความสุจริตและยุติธรรม นี่เปึนสิ่งที่คนรับรู้กันทั้ง ประเทศ ยกตัวอย่างเช่น คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา นี่ก็เปึนปฏิปักษ์ต่ออดีต นายกรัฐมนตรีมาเปึนเวลานานนับแรมป้ นายกล้านรงค์ จันทิก นายนาม ยิ้มแย้ม ผมคง จะไม่ระบุนามทั้งหมด แต่เปึนที่รับรู้ของคนไทยทั้งแผ่นดินว่าคนเหล่านี้เปึนปฏิปักษ์ต่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นผลการตรวจสอบของ คตส. ไม่ว่า จะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ประชาชนส่วนหนึ่งของประเทศนี้ไม่ยอมรับ และเมื่อส่งเข้าไปที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ขออภัยส่งไปที่อัยการ อัยการ ส่งฟัองศาลนั้น ท่านประธานครับ ผู้พิพากษาองค์คณะในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้วินิจฉัยคําฟัอง กรณีที่กล่าวหาว่า อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามการ ทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๔๒ ท่านประธานคงจะไม่ทราบหรืออาจจะทราบ แต่ผมอยากจะขออนุญาตย้ําตรงนี้ว่า ในคําพิพากษาเองได้เขียนไว้ชัดเจนว่า จําเลยที่ ๑ คือหมายถึงอดีตนายกรัฐมนตรีได้ลงลายมือชื่อให้ความยินยอมแก่จําเลยที่ ๒ ในการ ทําสัญญาซื้อขายที่ดินที่พิพาท เปึนเพียงการปฏิบัติให้เปึนไปตามระเบียบราชการ เมื่อจําเลยทั้งสองไม่มีพยานหลักฐานใดมาพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า จําเลยที่ ๑ มิได้เปึนผู้รู้เห็น ยินยอมด้วยในการกระทําของจําเลยที่ ๒ ดําเนินกิจการตามมาตรา ๑๐๐ แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ องค์คณะผู้พิพากษาจึงมีมติด้วยคะแนนเสียง ๕ ต่อ ๔ ๕ ต่อ ๔ ว่า จําเลยที่ ๑ ผิด นั่นหมายความว่าองค์คณะผู้พิพากษา ๙ คนเห็นว่าผิด ๕ คน แต่ว่าไม่ผิด ๔ คน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมยืนอยู่ข้างผู้พิพากษาศาลฎีกา ๔ คนที่เห็นว่านายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ผิด นอกจากนั้นคําพิพากษายังเขียนต่อไปใน หน้า ๓๗ ท่านประธานครับ ระบุว่าการซื้อขายนี้ไม่เปึนความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๕๒ มาตรา ๑๕๗ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องการใช้ตําแหน่งหน้าที่หรือการประพฤติ มิชอบโดยตําแหน่งหน้าที่ จึงมีมติเปึนเอกฉันท์ไม่ฟัองข้อหานั้น แต่สําหรับข้อหาที่อยู่ใน พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทุจริตอันเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ นั้น คณะผู้พิพากษาได้ลงโทษจําคุก ๒ ป้ ในขณะเดียวกันคําพิพากษาก็ได้พิพากษาว่า จําเลยที่ ๒ คือ ภริยาหรือคู่สมรสของอดีตนายกรัฐมนตรีไม่ผิด จึงไม่มีการริบเงินที่ซื้อที่ดิน แปลงนี้ จํานวน ๗๐๐ กว่าล้าน และไม่มีการริบยึดที่ดินแปลงนี้โดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น คดีนี้จึงไม่ใช่ความผิดในการทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทําการทุจริตเบียดบังเอาผลประโยชน์ ของรัฐเปึนผลประโยชน์ส่วนตัว ผิดเพราะเอกสารใบนี้ใบเดียวท่านประธาน ที่สามีไป ลงนามยินยอมให้ภรรยาทํานิติกรรมซื้อขายที่ดิน ผิดเพราะใบนี้ใบเดียวท่านประธานครับ แล้วทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ไปตั้งเปึนเรื่องราวใหญ่โตถึงขนาดจะถอดยศ ผมจึงมี ความข้องใจในฐานะที่เปึนตํารวจเก่า ท่านประธานก็รู้จักผมตั้งแต่เปึน ส.ส. สมัยแรก ป้ ๒๕๒๒ ผมใช้ยศนําหน้าตลอด ร้อยตํารวจโท เปึนร้อยตํารวจโทตั้งแต่ป้ ๒๕๑๘ ไม่เคย ได้รับเลื่อนยศก็ไม่ได้น้อยใจในอํานาจวาสนา แล้วก็ยังภูมิใจในยศของร้อยตํารวจโทที่มี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ท่านประธานครับ ผิดกับบางคนนะครับ มียศแต่ไม่ใช้ยศ เพราะฉะนั้นคนที่เปึนตํารวจถูกรังแก ผมเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ถูกรังแกนั้น เปึนอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเคยมีคุณูปการต่อชาติบ้านเมือง ท่านประธานครับ ผมจะบอก ท่านประธานนิดหนึ่งก็ได้ ว่าผมเปึนอดีตข้าราชการตํารวจมีเงินบํานาญเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เดือดร้อนทุกครั้งที่มีการปฏิวัติ มีการยุบสภา เมื่อครั้งอดีตนายกรัฐมนตรีชื่อ ทักษิณเข้ามาบริหารราชการบ้านเมือง ได้ใช้ปรีชาสามารถทําให้รัฐมีภาษี มีรายได้ของ แผ่นดินมากมาย ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ๒ ครั้ง ผมในฐานะเปึนข้าราชการบํานาญก็ได้ อานิสงส์ด้วย คือขึ้นเงินเดือนข้าราชการประจําท่านก็มองไปถึงข้าราชการบํานาญ จาก ๒,๐๐๐ บาท เมื่อก่อนนี้ท่านประธานครับ ได้เปึน ๕,๓๐๐ บาท คนอื่นจะมองข้าม เรื่องอย่างนี้ของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็มองไป แต่สําหรับผมถือว่าเปึนบุญคุณ บุญคุณที่จะต้องเดือดร้อนแทนท่านเวลาที่ท่านถูกรังแก ดังนั้นผมถึงขอถามท่าน นายกรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ว่าองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ตัดสิน คดีนี้มีถึง ๔ ท่านที่ว่านายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ผิด ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหม และ
ข้อต่อไปผมขออนุญาตเรียนถามว่า คําพิพากษาคดีดังกล่าวใน หน้า ๓๗ ที่ระบุไว้ชัดเจนว่ามีมติด้วยคะแนนเสียง ๘ ต่อ ๑ ว่าจําเลยในคดีนี้คือ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๕๒ มาตรา ๑๕๗ การที่หน่วยงานของรัฐมักจะอ้างว่านายกรัฐมนตรี ทักษิณทุจริตต่อหน้าที่ หรือใช้ตําแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์เข้าตน จึงเปึนการไม่ให้ ความเปึนธรรมแก่อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตรงนี้อยากถามว่ารัฐบาลมีส่วนรู้ เห็นกับการกระทําเช่นว่านี้หรือไม่ หากมีส่วนรู้เห็นย่อมเปึนการกระทําที่ไม่ชอบด้วยหลัก ความยุติธรรมที่รัฐบาลหยิบยกเปึนข้ออ้างดังปรากฏอยู่ในคําแถลงนโยบาย เพราะฉะนั้น เดี๋ยวผู้แทนของท่านนายกรัฐมนตรีต้องตอบให้ชัดเจน และ
ข้อที่ ๓ ผมถามว่ากรณีดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนที่ยังรักและศรัทธาต่อ ผลงานของอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะกระทําการประท้วงอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อ ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเปึนอย่างยิ่ง รัฐบาลจะมีวิธีการแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์ อย่างนั้นในบ้านเมืองของเราอย่างไร ขอทราบคําตอบด้วยครับ
เชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่าน นายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ นะครับ กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่า การที่มีข่าวเรื่องการถอดยศ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ผมก็ได้ทราบข่าว จากสื่อมวลชนพร้อม ๆ กับพี่น้องประชาชนคนอื่น เมื่อทราบข่าวแล้ว สื่อมาถามใน ขณะนั้นก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่ทราบว่าความเปึนมาเปึนอย่างไร แต่ว่าเมื่อทราบข่าวก็ได้ไป ตรวจสอบนะครับ สอบถามไปที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติว่า เรื่องการถอดยศนี่มันมี หลักเกณฑ์ มีหลักการ มีความเปึนมาอย่างไร แล้วเรื่องนี้ดําเนินการกันมาอย่างไร ผมก็ได้ ข้อเท็จจริงครับท่านประธานครับว่ามีพระราชบัญญัติของตํารวจอยู่นะครับ แล้วก็มี ระเบียบของสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตํารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งเปึน ระเบียบที่เขาออกตามพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ กระผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเพื่อเพื่อนสมาชิกจะได้ทราบอย่างนี้ครับ เขาพูดไว้เลยครับท่านประธานครับ ในตอนต้นระเบียบเขาบอกว่า ผู้ที่จะดํารงอยู่ใน ยศตํารวจ สมควรประพฤติตนหรือวางตนให้เหมาะสมแก่เกียรติศักดิ์ ผู้ใดประพฤติหรือ วางตนให้เหมาะสมแก่เกียรติศักดิ์ไม่ได้ ก็ไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศตํารวจต่อไป นี่เปึน หลักการของเขาครับ แล้วเขาก็บอกว่าจากพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ นี่ครับ เขาก็วางระเบียบไว้ว่า การที่จะถอดยศตํารวจนี่มันมีกรณีอยู่ด้วยกัน ทั้งสิ้น ๗ กรณีด้วยกันครับ คนที่จะเปึนเหตุให้ถูกถอดยศได้
กรณีที่ ๑ ต้องคําพิพากษาของศาลถึงที่สุดว่าทุจริตต่อหน้าที่ราชการ แม้ศาลจะพิพากษารอการกําหนดโทษ หรือกําหนดโทษ แต่รอการลงโทษไว้ก็ตาม
กรณีที่ ๒ ต้องคําพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้ลงโทษจําคุก หรือโทษที่ หนักกว่าจําคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท
กรณีที่ ๓ ต้องคําพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เปึนบุคคลล้มละลาย เพราะ ก่อให้เกิดหนี้สินขึ้นโดยทุจริต
กรณีที่ ๔ กระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง และมีคําสั่งลงโทษไล่ออกจาก ราชการ
กรณีที่ ๕ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง สําหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในราชการหรือ หน่วยงานของรัฐ
กรณีที่ ๖ ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป สําหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ
กรณีที่ ๗ ถูกสั่งให้ออกจากราชการ เพราะขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ก่อน ได้รับการบรรจุเปึนข้าราชการตํารวจ
มีสาเหตุ ๗ ข้อนี้เท่านั้นครับ ที่จะเปึนเหตุให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ดําเนินการถอดยศนายตํารวจได้
สําหรับกรณีของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นี่ครับเปึนเรื่องที่ สืบเนื่องมาจากการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ได้มี คําพิพากษาว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิดตาม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐๐ (๑) วรรคสาม และมาตรา ๑๒๒ วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษจําคุก สองป้ กรณีนี้ครับ เปึนอย่างที่ท่านสมาชิกว่า คือไม่ได้เปึนความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๕๒ และมาตรา ๑๕๗ ครับ แต่ถึงแม้ไม่ได้ผิดมาตรา ๑๕๒ และ มาตรา๑๕๗ ก็ถูกลงโทษเพราะความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนกับท่านสมาชิกครับว่า ผมก็ไป ติดตามสอบถามครับ กรณีอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ท่าน นายกรัฐมนตรีหรือตัวผมเองไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นเปึนใจ หรือสั่งการ แต่เปึน เรื่องของการทําหน้าที่ตามปกติของข้าราชการในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง คือตํารวจกองวินัย แล้วก็ตํารวจกองกําลังพล ซึ่งเขามีหน้าที่รับผิดชอบตาม ระเบียบว่าด้วยการถอดยศ ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อขยายความตรงนี้ให้ชัดเจน นะครับว่า เขาทําอย่างไรครับท่านประธานครับ ผมไปสอบถามเขาบอกว่า เมื่อศาลมี คําพิพากษา ศาลได้นําคําพิพากษาฉบับเต็มเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของศาลฎีกา แล้วก็เมื่อ พ้นกําหนดเวลาที่ผู้ต้องคําพิพากษาจะยื่นอุทธรณ์ ปรากฏว่าผู้ต้องคําพิพากษาไม่ได้ยื่น อุทธรณ์ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยกองวินัยซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบตามระเบียบนี่ จึงได้ ทําหนังสือเรียนประธานคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาเพื่อ ตรวจสอบผลคดี ศาลก็แจ้งว่าผลคดีถึงที่สุดแล้ว ออกหนังสือสําคัญยืนยันถึงคําพิพากษาถึงที่สุด พร้อมกับ สําเนาคําพิพากษามาด้วย เจ้าหน้าที่กองวินัยเขาก็ต้องปฏิบัติไปตามหน้าที่นะครับ จึงไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะไปรู้เห็นหรือไปสั่งการนะครับ
ส่วนที่ถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ว่าองค์คณะผู้พิพากษา ๔ ท่านนี่ได้มีความเห็นว่ากรณีนี้ไม่เปึนความผิด ผมไม่ทันได้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อเช้าว่าท่านทราบหรือไม่นะครับ แต่ว่าผมก็เหมือนกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหลาย เพียงแต่ทราบว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ถูกคําพิพากษาให้ลงโทษจําคุก ๒ ป้ คงไม่ได้ไปดูในรายละเอียดว่ามีผู้พิพากษากี่ท่าน มีความเห็นเหมือนกันหรือขัดกันอย่างไร แต่ว่าโดยส่วนร่วมก็คือว่ามีคําพิพากษาให้จําคุก ๒ ป้
ที่ท่านถามว่ากรณีดังกล่าวนี่จะส่งผลให้พี่น้องประชาชนที่ชอบ พันตํารวจโท ทักษิณ จะลุกขึ้นประท้วงรุนแรง รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร ผมกราบเรียนว่า ผมเชื่อในความมีเหตุมีผลของพี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนก็คงจะเข้าใจว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นนั้นเปึนเรื่องของการปฏิบัติตามตัวบทกฎหมาย ปฏิบัติตามระเบียบ ไม่ได้เลือกที่รัก ไม่ได้มักที่ชัง เปึนเรื่องของการดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ และผม ไม่คิดว่าจะมีการประท้วงอย่างรุนแรงโดยพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญเจ้าของกระทู้ถาม
ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ตอบ ซึ่งจริง ๆ ผมก็รู้แล้วว่าท่านจะต้องตอบ แบบนี้ ท่านบอกพูดถึงเรื่องระเบียบของสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศ ตํารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ นี่ครับ ผมถืออยู่ในมือนี้ ลงนามโดย พลตํารวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ ประกาศ ณ วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็แค่ไปเอาระเบียบนี้ ผมถามว่าเรื่องนี้ บ้านเมืองมันจะล่มจมไหม ถ้าหากว่าอย่าเพิ่งรีบทําตอนนี้ ตั้งแต่มีระเบียบนี้ออกมานี่ กองวินัยได้เคยถอดยศตํารวจไปแล้วกี่คน เวลานี้ตํารวจที่ถูกศาลพิพากษาคดีสิ้นสุดอยู่ ในคุกทั่วประเทศมีกี่คน เอาเปึนว่าที่วันนี้ลงหนังสือพิมพ์หน้า ๑ ด้วยความรักและเคารพ ส่วนตัวผมรู้จักสนิทสนมคุ้นเคยกับท่าน พลตํารวจโท ชลอ เกิดเทศ ศาลตัดสินมาตั้งกี่ป้ แล้วครับ ผมนี่ละครับตอนที่เปึนสมาชิกวุฒิสภา เมื่อป้ ๒๕๔๓ ได้ไปพบที่เรือนจํา ผมบอก ว่า พี่ลอครับ ผมจะเปึนคนยื่นประกันพี่เอง แล้วก็ไปยื่นประกันที่ศาล ปรากฏว่าอธิบดี ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ผมใช้ตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาประกัน พลตํารวจโท ชลอ เกิดเทศ ผมก็รอจนกระทั่งเปลี่ยนอธิบดีศาลอาญา ยื่นใหม่ ครั้งที่ ๓ ผมบอกพี่ชลอว่า ผมจะยื่นให้ พี่ชลอบอกแค่นี้เชาวรินพี่ก็ซึ้งใจแล้ว ไม่ต้องประกันแล้วละ เพราะพี่ออกไป ข้างนอกพี่ก็หลงทางเดินไปไหนไม่ถูกแล้ว อยู่ในนี้มาตั้งนานแล้ว แล้วมันยังมีอีกตั้งหลาย คดี ก็ขอบใจ ก็เปึนอันว่าผมไม่ได้ประกัน ถามว่าอย่างนี้ พลตํารวจโท ชลอ เกิดเทศ คดีตั้งกี่ป้อยู่ในคุกนี่ กองวินัยมันได้ไปดูบ้างไหม แล้วทั่วประเทศมีตํารวจที่ ต้องคําพิพากษาศาลถึงที่สุดนั้นมีกี่คน อย่างนี้ท่านประธานครับ ข้าราชการ ซุนหวู่ถึงได้ พูดไว้ ผมเคยพูดในสภานี้เมื่อประมาณเกือบ ๓๐ ป้ ท่านประธานก็เปึน ส.ส. พร้อมกัน ตอนนั้น ซุนหวู่บอกว่าข้าราชการมี ๔ ประเภท ประเภทที่ ๑ ฉลาดแล้วขยัน ประเภทที่ ๒ ฉลาดแล้วขี้เกียจ ประเภทที่ ๓ โง่แล้วขี้เกียจ ประเภทที่ ๔ โง่แล้วขยัน อ้ายฉลาดแล้วขยัน นี่เปึนประโยชน์ต่อบ้านเมือง อ้ายฉลาดแล้วขี้เกียจช่างมันคอยจี้คอยไช ผู้บังคับบัญชา หมั่นเอาใจใส่หน่อย เดี๋ยวมันก็ทํางานตามที่มอบหมายได้ แต่อ้ายโง่แล้วขี้เกียจ อ้ายนี้ ช่างมัน เอาไว้เปึนไพร่รากฐานเลว แต่อ้ายโง่แล้วขยันนี่สร้างความเสียหาย ท่านรอง นายกรัฐมนตรีปฏิบัติแทนนายกรัฐมนตรีดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องดูผู้การคนนี้ ผมเอ่ยชื่อ เพราะว่าผมได้คุยกับเพื่อนสมาชิกแล้ว ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม คือ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ท่านพูดกับผมเลยว่าไม่ได้เปึนญาติอะไรสนิทสนมอะไรนักหรอกพี่ ผมไม่ได้ เกี่ยวข้องเลย ไม่ได้ไปสั่งการ ไม่ได้ขอให้เขาช่วย เมื่อเปึนอย่างนี้ก็ต้องระบุกันละว่า พลตํารวจตรี ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้การกองวินัยโง่แล้วขยัน งานอื่นมีเยอะแยะไม่ทํา แล้วมา ทําเรื่องนี้ทําไม รออีกสักนิดก็ได้บ้านเมืองมันไม่ล่มจมเสียหายไปหรอกครับกับการถอดยศ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลเพิ่งตั้งมาแถลงนโยบายได้อาทิตย์เดียว กูเอาแล้ว แล้วเปึนอย่างไรท่านประธาน ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้ว่ามันมีอะไรหมกอยู่ในสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ เพราะอ้ายโง่และขยันนี่ ทําอย่างนี้ทําให้ผมรู้ว่า พลตํารวจเอก พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติได้ทําผิดกฎหมายหลายบทหลายมาตรา พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส จึงได้ทําหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีฉบับที่ผมได้รับนี้ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๑ บอกว่า พลตํารวจเอก พัชรวาท ได้กระทําความผิดระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๑๘ (๖) และ ข้อ ๒๑
ข้อ ๒ ผิดประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องหลักเกณฑ์การซื้อและการจ้าง โดยการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
ข้อ ๓ ผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อ หน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๔ ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๒ มาตรา ๑๕๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๔ มาตรา ๘๖ มาตรา ๙๐ และ มาตรา ๙๑
สุดท้ายผิดพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๘๖ และ มาตรา ๗๙ เพราะข้าราชการโง่และขยันนี่ทําอย่างนี้ พอเปึนข่าวมาว่าเชาวรินเสนอกระทู้ ถาม ข้อมูลไหลมาอย่างกับทํานบพัง ท่านประธาน พลตํารวจเอก พัชรวาท เลยซวยสิครับ เมื่อก่อนเชาวรินรู้เมื่อไร ร้อยตํารวจโท เชาวริน รู้เมื่อไรว่าพัชรวาทนี่ทําผิดกฎหมายไว้ มากมายอย่างนี้ พอผมเสนอกระทู้ถามปัูบข้อมูลมา ผมก็ยื่นเข้ากรรมาธิการ ผมก็เลยบอก ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยในฐานะท่านดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ไปดูตรงนี้ เมื่อวานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณได้เรียกผู้แทนสํานักงานปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีมาชี้แจง ว่าการประกวดราคาจ้างทําประชาสัมพันธ์ ๑๘ ล้านบาท โดยวิธีการพิเศษ เหตุเกิดตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ร้องให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมัคร นายกรัฐมนตรีสมชาย ตั้งกรรมการสอบสวน ท่านต้องไปดู เท่านั้นยังไม่พอท่านประธานครับ เพราะอ้ายโง่และ ขยันนี่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้รับความเปึนธรรม ตํารวจทั่วทั้งประเทศ มีความรู้สึกเจ็บปวด เพราะเปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ตํารวจมีมา ร้อยกว่าป้ เพิ่งมีตํารวจคนแรกเปึนนายกรัฐมนตรี สมัยก่อนหวังกันว่า พลตํารวจเอก เผ่า ศรียานนท์ จะได้เปึนนายกรัฐมนตรี แต่บุญท่านไม่ถึง พอ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรีนี่ คนเปึนตํารวจมีเลือดตํารวจอยู่ในตัว แต่เปึนเลือดตํารวจบริสุทธิ์ ไม่ใช่ตํารวจชั่วนะครับ ภูมิใจ เปึนความสุข นอนหลับ ถ้าถูกรังแกอย่างนี้วิญญาณมันฟุ๋น ครับ วิญญาณมันสู้ครับ มาเลยครับนี่ครับ เรื่องอย่างนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านดูแล ท่านต้องรู้ นี่ก็เหมือนกัน คนนี้นายตํารวจคนนี้ก็ซวยเพราะอ้ายข้าราชการในสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติโง่แล้วขยันนี่ ข้อมูลถึงได้ส่งมาที่ฝ์ายค้าน ส่งมาที่ผมนี่ท่านประธาน เห็นไหมครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่เรื่องใหญ่ท่านประธานครับ เรื่องให้ นายตํารวจราชสํานักประจําพ้นจากตําแหน่ง ด้วยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พลตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี พ้นจากตําแหน่งหัวหน้านายตํารวจราชสํานักประจํา และให้ไปปฏิบัติราชการที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติตั้งแต่วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๙ ถูกให้พ้นจากตําแหน่งนายตํารวจราชสํานักประจํานี่ถือว่าเปึนเรื่องร้ายแรง ผมก็ไปศึกษา ว่าทําไมถึงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตําแหน่ง ปรากฏว่าวันปฏิวัติ ๑๙ กันยายน (๑๙ กันยายน ๒๕๔๙) นายตํารวจราชสํานักประจําไม่ไปรายงานตัวกับกรม สมุหราชองครักษ์ ผิดพระราชบัญญัติ อย่างนี้กองวินัยทําอะไรบ้าง ทําหรือเปล่า ปรากฏว่า ไปสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จแล้วเสนอสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้ยุติเรื่อง เรื่องร้ายแรง อย่างนี้กลับมีความเห็นให้ยุติเรื่อง พลตํารวจตรี ปัญญา เอ่งฉ้วน นี่โง่แล้วขยันนี่ ถ้าไม่เสนอถอดยศนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมจะได้รับข้อมูลอย่างนี้ ยังมีอีกเปึนกะตั๊ก ท่านประธานครับ เอาแค่นี้ว่าถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าท่านตรวจสอบให้หน่อย ได้ไหม วันนี้ท่านอาจจะตอบผมไม่ได้ เพราะมันเปึนคําถามที่ปัจจุบันทันด่วน ๗๖ จังหวัดนี่ มีอดีตตํารวจถูกศาลพิพากษา อยู่ในคุกกี่คน แล้วอ้ายโกวิ่งไล่อ้ายโง่และขยันคนนี้ได้ทําไหม แล้วอย่างนี้ถึงขนาดมี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตําแหน่งอย่างนี้ กองวินัยทําอะไรบ้าง ทําอะไรบ้าง ท่านตอบผมวันนี้ไม่ได้ไม่เปึนไร เดี๋ยวไว้ตอบตอนญัตติก็ได้ จะได้รุมกันเลย ครับ ขอบคุณครับ
ต้องการคําตอบหรือเปล่า ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานตอบในส่วนที่เห็นว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระทู้ถามนะครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียนย้ําท่านประธานครับว่า สิ่งที่กองวินัยสํานักงานตํารวจ แห่งชาติได้ดําเนินการไปนี่เปึนการดําเนินการตามกฎหมายครับ กฎหมายที่ว่าด้วย พระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ แล้วก็ดําเนินการตามระเบียบสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตํารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ ทั้งพระราชบัญญัติและทั้งระเบียบ นี่ออกมาตอนที่ท่านเปึนรัฐบาลครับ ไม่ใช่พวกผมเปึนรัฐบาลนะครับ แล้วเขาก็ทําตาม พระราชบัญญัติ แล้วก็ทําตามระเบียบ ซึ่งผมก็ต้องขอความเปึนธรรมให้กับข้าราชการ กองวินัยนะครับว่าอย่าไปให้ร้ายเขาเลยครับ เขาก็ทําตามหน้าที่นะครับ ผมก็ไปตรวจดู ก็นึกอยู่เหมือนกันครับว่า ท่านคงจะถามว่าตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบันนี้มีตํารวจถูกถอดยศ ไปเท่าไร คุณทักษิณเปึนคนแรกหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ที่อยู่ในมือผม นี่ครับเปึนสถิติข้อมูลการถอดยศตํารวจ ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๔ ก่อนที่จะมีพระราชบัญญัตินี้ ก่อนที่จะมีระเบียบนี้ เขาก็มีการพิจารณาถอดยศกันแล้วนะครับ มีนายตํารวจสัญญาบัตร ถูกถอดยศไป ๒๕๑ คน มีนายตํารวจชั้นประทวนถูกถอดยศไป ๑,๙๐๙ คน เพราะฉะนั้น ผมก็คิดว่าทางสํานักงานตํารวจแห่งชาตินี่เขาก็ได้ดูแลเรื่องเกียรติยศ เรื่องศักดิ์ศรีของ ตํารวจตามกฎหมาย ตามระเบียบอย่างเคร่งครัดมากทีเดียวครับ ป้ ๒๕๔๗ เฉพาะ ป้ ๒๕๔๗ ป้ที่มีกฎหมายนี้ มีระเบียบนี้ มีการถอดยศนายตํารวจสัญญาบัตรไป ๓๕ คน นายตํารวจชั้นประทวน ๒๐๓ คน ป้ ๒๕๔๘ ถอดยศนายตํารวจสัญญาบัตร ๒๑ คน ตํารวจชั้นประทวน ๗๖ คน ป้ ๒๕๔๙ ถอดยศตํารวจชั้นสัญญาบัตร ๖ คน ตํารวจ ชั้นประทวน ๓๒ คน นี่ในช่วงที่ท่านเปึนรัฐบาลกันอยู่นะครับ ทีนี้ท่านถามว่า แล้วทีทําไม ตํารวจอย่างคุณชลอ เกิดเทศ หรือ พลตํารวจโท ชลอ เกิดเทศ ซึ่งต้องคําพิพากษา คดีอาญา จํานวน ๓ คดี ทําไมสํานักงานตํารวจแห่งชาติถึงไม่ดําเนินการถอดยศ ผมก็ สงสัยเหมือนท่านครับ ไปสอบถามเขาแล้วครับ ไปดูแล้วครับ เขาเอาหลักฐานมาให้ผมดู อยู่ในมือนี่ครับ เขาบอกว่ากรณีของ พลตํารวจโท ชลอ เกิดเทศ ซึ่งต้องคําพิพากษาใน คดีอาญา จํานวน ๓ คดี ปรากฏว่าคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุดครับ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาใน ศาลทั้ง ๓ คดี แล้วมีรายละเอียดเลยครับว่า
คดีที่ ๑ พลตํารวจโท ชลอ เกิดเทศ ถูกคดียักยอกทรัพย์ คือเพชรซาอุ ในชั้น อุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จําคุก ๒๐ ป้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีใน ศาลฎีกา
คดีที่ ๒ คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คือฆ่านางดาราวดี ศรีธนขันธ์ กับลูก ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์
คดีที่ ๓ เปึนคดีหน่วงเหนี่ยวกักขัง นายสันติ ศรีธนขันธ์ อยู่ระหว่างการ ตรวจสอบผลคดีจากศาลอุทธรณ์ แล้วตํารวจเขาก็ยืนยันกับผมว่าในกรณี พลตํารวจโท ชลอ เกิดเทศ ถ้าหากคดีถึงที่สุดมีคําพิพากษาให้ลงโทษจําคุกหรือโทษที่หนักกว่าจําคุก สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็จะดําเนินการตามระเบียบสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าด้วย การถอดยศตํารวจ พ.ศ. ๒๕๔๗ เหมือนกับที่ดําเนินการกับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แล้วผมก็ไปดูครับว่า ขณะนี้ที่ดําเนินการกับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ป้นี้นะครับ พร้อม ๆ กัน ในระยะเวลาเดียวกันนี่ ทําเฉพาะกรณีของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร หรือเปล่า ไม่ใช่ครับ เวลาเขาจะถอดยศตํารวจนี่ครับ เพื่อไม่ให้รบกวน เบื้องพระยุคลบาท เขาทําเปึนชุด ๆ ครับ ที่พร้อมกับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มีด้วยกัน ๑๕ คนครับ เปึนยศพันตํารวจเอก ๑ คน ร้อยตํารวจเอก ๖ คน พันตํารวจโท ๔ คน ร้อยตํารวจโท ๑ คน พันตํารวจตรี ๒ คน ร้อยตํารวจตรี ๑ คน มีรายละเอียดอยู่ที่ผม นะครับ
ส่วนที่ท่านถามผมว่า ขณะนี้ผมรู้หรือไม่ว่าตํารวจติดคุกอยู่กี่คน ไม่ทราบครับ เดี๋ยวจะไปหามาตอบนะครับ
กรณีที่ท่านกล่าวพาดพิงไปถึง พันตํารวจเอก พัชรวาท ผมคงไม่ต้องตอบ นะครับ เปึนเรื่องที่ พันตํารวจเอก พัชรวาท ถ้าได้ยินท่านพูดแล้วนี่ก็คงจะมีปฏิกิริยา กับท่านเองนะครับ
เรื่องของ พันตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็เช่นเดียวกันครับ ขออนุญาต ไม่ตอบนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี มีอะไรจะตอบไหมครับ ไม่มี เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาตอบ กระทู้ถามนี่ท่านใช้คนถูก ผมไม่ใช่นักเรียนนอกละครับ แต่บังเอิญจําภาษาอังกฤษได้ ประโยคสั้น ๆ พุท เดอะ ไรท์ แมน อิน เดอะ ไรท์ จ๊อบ (Put the Right Man In the Right Job : หาคนที่เหมาะสมมาทํางานที่กําหนดไว้อย่างถูกต้อง) ประมาณนั้น รักษาเนื้อ รักษาตัวไว้ให้ดี อนาคตไกล แต่ท่านก็ต้องรู้ว่าพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติกําหนด ชั้นยศไว้อย่างไร อยู่ในมาตรา ท่านประธานครับ เอาเปึนอย่างนี้ดีกว่าท่านรอง นายกรัฐมนตรีท่านจะต้องรู้ว่ามาตรา ๒๖ บอกว่าการแต่งตั้งยศตํารวจชั้นสัญญาบัตรให้ เปึนไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในกฎ ก.ตร. (คณะกรรมการข้าราชการตํารวจ) และให้ทําโดยประกาศพระบรมราชโองการ เรื่องยิ่งใหญ่นะครับ ประกาศพระบรมราช โองการ ท่านรองนายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิไปถอดยศตํารวจคนไหนทั้งสิ้น ผมขอประท้วง แทน พลตํารวจเอก พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ขอประท้วงแทน พลตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เพราะเมื่อกี้ท่านเอ่ยยศแค่พันตํารวจเอก ไปลดเขาทีตั้ง ๓-๔ ขั้น ทีหลัง อย่าทํานะ พอท่านรองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ดูแล สํานักงานตํารวจแห่งชาติท่านต้องศึกษาแบบธรรมเนียมตํารวจไว้ให้เยอะกว่านี้ แล้วต้อง ไปอบรมตํารวจนี่ว่าตํารวจต้องมีความรักหมู่คณะ ตราหน้าหมวกที่สวมอยู่นี่ สัพเพ สัง สังฆปุตานัง สามัคคี มุทิ สาทิตา พวกมึงทุกคนต้องท่องให้ได้ พวกมึงต้องไม่ฆ่ากันเอง อ้ายวิธีการถอดยศนี่มันก็ไปเอาจารีตประเพณีมาจากทหาร ท่านประธานครับ ทหารนี่ พลเอกคนหนึ่งเปึนอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศาลตัดสินจําคุก เรื่อง รับสินบนจากพ่อค้าไม้ ผมไม่เอ่ยชื่อละ จนกระทั่งไปเสียชีวิตในคุก ถามนี่ทหารเขาทําเรื่อง ถอดยศหรือเปล่า ประเทศไทยทหารถึงได้มีศักดิ์ศรีมีความอยู่เปึนป๊กแผ่น ทหารเรือ กบฏแมนฮัตตันตายไปกี่คน เรือรบหลวงศรีอยุธยางบประมาณตั้งเท่าไรจมอยู่ใต้แม่น้ํา เจ้าพระยานี่ ร้ายแรงกว่าพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไหมกับคดีขี้หมูราขี้หมาแห้งนี่ ทหารเรือเขาถอดยศกบฏแมนฮัตตันหรือเปล่า เอายุคสมัยปัจจุบันที่ท่านรอง นายกรัฐมนตรีมีชีวิตเหมือนผมนี่แหละ พันตรี เฉลิมชัย มัจฉากล่ํา ผู้พันตึ๋ง ต้องหาฆ่าผู้ว่า ราชการจังหวัดนครนายก อยู่ในคุกเหมือนกัน ทหารเขาถอดยศหรือเปล่า ทําไมตํารวจมัน ถึงโง่แล้วขยันอย่างนี้ โง่แล้วขยันสร้างความเสียหายให้แก่องค์กร องค์กรถึงไม่ เจริญก้าวหน้า ในฐานะที่ท่านได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ดูแลสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ ท่านจะต้องไปกวดขันเรื่องนี้ด้วย เพื่อความเจริญก้าวหน้าขององค์กรตํารวจ และ เพื่อศักดิ์ศรีของตํารวจทั้งประเทศ ท่านประธานครับ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีท่าน ต้องอ่านกฎหมายตํารวจ มาตรา ๓๐ ที่บอกว่าให้มีคณะกรรมการข้าราชการตํารวจ คณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ตร. ประกอบด้วย (๑) นายกรัฐมนตรีเปึนประธานกรรมการ ข้าราชการตํารวจ กฎหมายเขียนไว้อย่างนี้ชัดเจนเลยท่าน ท่านมีหน้าที่ได้รับมอบหมายท่านก็ทําเฉพาะในส่วนที่ท่านทําได้ อย่าไปนั่งเปึนประธาน ในการประชุม ก.ตร. แบบเมื่อวานนี้ นี่หนังสือพิมพ์เขาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ถูกกฎหมายหรือเปล่า และอย่าเพิ่งไปผลีผลามย้ายตํารวจ ใจเย็น อย่างไรก็อยู่อีกนาน ผมบอกแล้วว่าจะพยายามประคับประคองให้รัฐบาลนี้อยู่นาน ให้สภานี้อยู่นาน เพื่อให้ ประเทศชาติเดินไปได้ เพราะฉะนั้นอย่าผลีผลามทําอะไรที่ผิดกฎหมายเปึนอันขาด แต่ถ้า ผิดขึ้นมาเมื่อไร อย่าว่าไม่เตือนนะ ขอบคุณครับ
เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้ระบุถึงว่าการแต่งตั้งนายตํารวจ การถอดยศนายตํารวจต้อง เปึนประกาศพระบรมราชโองการนั้นถูกต้องแล้วครับ ขั้นตอนที่จะปฏิบัตินี่เขาจะทํา อย่างนี้ครับ หลังจากที่ผ่านจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติมาแล้วนะครับ โดยกองวินัยไป กองกําลังพล มาถึงผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เสนอมาที่ผม นําเข้าไปที่เลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ก็จะไปที่สํานักราชเลขาธิการ แล้วก็ต้องได้รับพระบรมราชานุญาตให้ ถอดยศจากตํารวจเสียก่อนครับ แล้วถึงจะมีประกาศพระบรมราชโองการถอดยศตํารวจ นะครับ ที่เขาทําอย่างนี้ ผมเชื่อว่าตํารวจเขาตระหนักดีครับว่า ยศนั้นได้รับพระราชทานมา และผู้ที่จะสมควรดํารงอยู่ในยศนี่ก็ต้องประพฤติตนให้เหมาะสม ถ้ารักษาเกียรติไม่ได้ ก็ไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศต่อไป ท่านถามผมครับว่า ทหารน่ะเขาถอดยศกันหรือเปล่า ทําไมมีแต่ตํารวจถึงมาทํา บังเอิญท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ผมคุมงานของกระทรวงกลาโหมด้วย และที่อยู่ในมือผมนี่คือเรื่องที่ผ่านผมมาเมื่อวันที่ ๙ มกราคม (วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๒) ครับ กระทรวงกลาโหมเสนอให้ถอดยศ พันตรี คนหนึ่งครับ ซึ่งเปึนนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งเปึนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ มาตรา ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๐๑ บัญญัติเรื่องการถอดยศหรือการให้ออกจากยศชั้นสัญญาบัตร ซึ่งจะต้อง กระทําโดยประกาศพระบรมราชโองการ แล้วมีขั้นตอนอย่างเดียวกันกับที่ตํารวจกระทํา นะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนกับท่านครับ นี่ผมก็เพิ่งลงนามเห็นชอบไปตามที่ กระทรวงกลาโหมเสนอให้ถอดยศนายพันตรีผู้นี้นะครับ เพราะว่านายพันตรีผู้นี้ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าเปึนผู้ที่มีความผิดทางวินัย ประพฤติไม่สมควร ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง นะครับ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร เพราะฉะนั้นผมก็ต้องกราบเรียนกับท่าน ครับว่า ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร เขามีวิธีปฏิบัติในทํานองเดียวกัน ไม่ใช่เปึนเฉพาะเรื่องของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติครับ ขอบคุณครับ
ก็จบกระทู้ถามปกติ ต่อไป เปึนกระทู้ถามสดนะครับ
กระทู้ถามสด กระทู้ที่ ๑ การดําเนินการกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ผู้ตั้งกระทู้ถาม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ถามนายกรัฐมนตรี
ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งสั่งและปฏิบัติราชการสํานักงานตํารวจแห่งชาติแทนนายกรัฐมนตรี เปึนผู้ตอบ เรียนเชิญเจ้าของกระทู้ครับ มีอะไรครับ ท่านเจ้าของกระทู้มาหรือเปล่า เชิญครับท่านครับ ผมรอท่านอยู่ครับ เอาข้างหน้านี้เลยก็ได้ครับ หายใจคล่อง ๆ ก่อน ไม่ต้องด่วนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผู้แทนแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ กกต. ยังไม่ได้รับเปึนสมาชิกพรรคเพื่อไทยโดยสมบูรณ์แบบ ก็คาบเกี่ยวนะครับ จาก พลังประชาชนมาเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนทางบ้านสักเล็กน้อย ก็คือว่า สื่อมักไปรายงานทํานองว่าวันนี้ไม่มีผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่สามารถเป่ดญัตติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีได้ ในความเปึนจริงไม่ใช่ครับ เปึนความเข้าใจผิดพลาดและคลาดเคลื่อนของผู้มีหน้าที่แล้วเปึนคนมีเครดิตในสังคม ให้สัมภาษณ์ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ ระบุชัด เสียงหนึ่งในห้าของสภาไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคลได้ นั่นมาตรา ๑๕๙ ว่าไป แต่เวลาไม่ไว้วางใจนี่ นายกรัฐมนตรีต้องใส่ชื่อว่าแล้วใครจะเปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้ระบุว่าต้องเปึนผู้นําฝ์าย ค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมเรียนอย่างนี้ผมให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่า การที่ยังไม่มี ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชน แต่อย่างใด แล้วในความเปึนจริงพวกผมนี่ยังไม่ได้คิดเรื่องญัตติไม่ไว้วางใจ เรียนท่าน ประธานรู้จักกับผมมานาน ผมทําหน้าที่ฝ์ายค้านเปึน ก็ทั้งชีวิตท่านนั่งป้กซ้ายมาตลอด เข้าห้องมาผมมาทางป้กขวา นาน ๆ จะอยู่ป้กซ้ายสักที วันนี้ผมได้ยื่นกระทู้ถามสด ท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ขอบคุณเหมือนคนอื่นนะ โอ้ย พอนายกรัฐมนตรีมาขอบคุณ นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจ ไม่ล่ะ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีท่านเปึนคนขยัน ท่านบอก ตลอดว่าท่านพร้อมตอบฝ์ายค้าน ท่านอาจจะมอบหมายในกรณีมีภารกิจ ท่านจะทํางาน ในสภาในกรณีที่มีการประชุมสภา ท่านยึดมั่นในระบบรัฐสภา เพราะฉะนั้นมาวันนี้ถือว่า เปึนหน้าที่ของท่าน หน้าที่ของผมกับหน้าที่ของท่านต่างกัน ถ้าความสัมพันธ์จะมีอยู่ เหมือนเดิมไม่มีปัญหา กระทู้ถามสดที่ผมถามก็คือว่า การดําเนินการกับกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ท่านประธานทราบเหมือนที่ผมทราบว่า เหตุการณ์มันเกิด ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ แล้วก็มาป้ ๒๕๔๙ ท่านนายกรัฐมนตรีขณะเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภา ผู้แทนราษฎรท่านก็ออกไปรอบหนึ่งไปพบปะประชาชนเปึนสิ่งที่ทําได้ไหม ตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ได้ครับ ท่านไปผิดล็อก (Lock) อีท่าไหนไม่รู้ ท่านก็เลยได้ฉายา มาร์ค ม ๗ ติดตัวมา ต่อมาวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มีการรัฐประหาร ฝ์ายทํารัฐประหารบอกว่า ๒ ฝ์ายจะทะเลาะกัน สุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พรรคพลังประชาชนยุบจาก พรรคไทยรักไทยมาเปึนพรรคพลังประชาชน พวกเรายืนยันต่อพี่น้องประชาชนคน ทั่วประเทศว่า วี โหวต โน (We vote No) เราไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับการแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติ ผมไปปราศรัย ทุกที่ ผมบอกพี่น้องที่เคารพ ถ้าต้องการให้ท่านสมัครเปึนนายกรัฐมนตรีเลือก พรรคพลังประชาชน แล้วผมจะเปึน มท. ๑ และจะแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ก็ปรากฏว่า ประชาชนให้มา ๒๓๗ เสียง พรรคประชาธิปัตย์ได้ ๑๖๕ เสียง นี่ไม่ได้ยกย่องพวกผมว่า ชนะผม ไม่ชนะละครับ แต่เมื่อประชาชนเขาเลือกแล้วได้เสียงมากกว่า พอหลังจากนั้น ไม่นาน ก็พวกผมบอกสิครับว่าผมจะแก้รัฐธรรมนูญ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งใช้ชื่อว่า พันธมิตร บอกว่าแก้ไม่ได้ถ้าแก้จะคัดค้าน ก็เปึนสิทธิ เขาก็เลยบอกว่าต้องชุมนุมโดยสงบ ปราศจาก อาวุธอหิงสาท่านประธานครับ ๒๕ พฤษภาคม เขาประกาศเลยว่าจะชุมนุมประท้วง รัฐบาล รัฐบาลบอก เอ้าไม่เอา ไม่มีแก้รัฐธรรมนูญ เขาบอกไม่ได้เขาประกาศแล้วว่าต้อง ประท้วง ๒๖ สิงหาคม เขากระจายกําลังนับ ๑๐,๐๐๐ คน ป่ดล้อมทําเนียบ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ มีชุดดําป่ดหน้าบุกสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ หรือ เอ็นบีที (NBT : National Broadcast Television สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย) ๖ ตุลาคม ผู้ชุมนุมจากพันธมิตรได้ดําเนินการล้อมอาคารรัฐสภา ๗ ตุลาคม มีการแก้ไข ปัญหาและสลายม๊อบ (Mob : กลุ่มคน) ท่านนายกรัฐมนตรีตอนนั้นเปึนผู้นําฝ์ายค้าน ท่านใจร้อนครับ พอ ๙ ตุลาคม ท่านไปยื่นหนังสือเลยต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวหาเจ้าหน้าที่ ว่าทําอย่างนี้เปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนทํารุนแรงเกินกว่าเหตุ ก่อให้เกิดการเจ็บป์วยล้มตาย ท่านนายกรัฐมนตรีไปยื่น เพราะท่านเข้าใจว่าตํารวจนี่คงจะ ใช้ความรุนแรง ผมนี่เมื่อเปึนรัฐบาล ผมบอกตํารวจไม่ได้ใช้ความรุนแรง วันนี้เปึนฝ์ายค้าน ผมยังยืนหยัด ยืนยัน จุดยืนไม่เปลี่ยน ตํารวจไม่ได้ใช้ความรุนแรงและไม่มีใครสั่ง มันเปึนความบังเอิญในการปฏิบัติหน้าที่ คนนับหมื่นนับแสนมาล้อม เขาก็พยายามที่จะสลาย เพื่อเอาสมาชิกรัฐสภาออกจาก ที่ประชุมสภาไปให้ได้ สุดท้ายเราต้องเผ่นกันคนละทางสองทาง ผมไปก่อนท่านประธาน เพราะผมการข่าวดี ท่านประธานตามไปทีหลัง แต่นายกรัฐมนตรีได้รับเครดิตจากผู้มา ชุมนุมหน้ารัฐสภา ท่านออกไปมีคนขอถ่ายรูป ท่านออกไปมีคนขอลายเซ็น นั่นเปึนโชคดี ของท่าน ตอนนี้ท่านใจร้อนใช่ไหมครับ พอไปยื่นถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบอกว่ามีคนเข้าข่ายทําผิด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นี่ครับ จึงเปึนที่มา ของรัฐมนตรีนอมินี (Nominee : ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้ง) ลูกเข้าไปเกี่ยวข้อง รัฐบาลชุดนี้น่ารักครับ รัฐมนตรีบางคนนอมินีลูก รัฐมนตรีบางคนเปึนนอมินีพ่อ แล้วไปอยู่ กระทรวงเดียวกัน ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า พอมาถึงพันธมิตรเขาออกฤทธิ์ ออกเดชจะทําผิดอย่างไรนี่ ผมไม่ใช่พนักงานสอบสวน ผมเปึนฝ์ายค้าน ออพโพซิชัน ปาร์ตี้ (Opposition Party) ท่านเปึนรัฐบาล ผมอยากจะถามต่อว่า พอมาถึงการสลายม็อบ ออกไป แล้วก็ไปหน้าสภา ด้านข้างไปทางพรรคชาติไทย มีสารวัตรจ๊าบตายคนหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีไปงาน วันนี้อํานาจอยู่กับท่านนะครับ น้องโบว์ตายหน้า บช.น. สารวัตรจ๊าบตายในรถ มติชนรายงานข่าวเรียบร้อยว่าระเบิดเกิดจากในรถ ผมอ่านจาก มติชน แพทย์หญิง แพทย์ชาย พลอากาศตรี แพทย์หญิง ชันสูตรศพบอกเรียบร้อย ทีนี้พอ มาถึงอันหนึ่ง คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ประกาศว่าสงครามเก้าทัพ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ นี่ต้องตําหนิ คุณเปึนใคร ที่คุณมาบอกเรื่องสงครามเก้าทัพ สงครามเก้าทัพเปึนเรื่องของเจ้าฟัา เจ้าแผ่นดินที่ทรงรบทัพจับศึก เปึนพระอนุชาล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑ รบทัพเก้าทัพที่ ทุ่งลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี อ้ายกลุ่มพันธมิตรพวกนี้ไม่มีสิทธิที่จะไปเทียบพระบารมี ดําเนินการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ หาดใหญ่ยึดไหม ยึด สุราษฎร์ธานีเอาไหม เอา ภูเก็ต เปึนอย่างไร เอ้า ทําด้วย ดอนเมืองเปึนอย่างไรเอาอีก สุวรรณภูมิก็ยึด
ข้อแรก ผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าการกระทําของกลุ่ม พันธมิตรลักษณะนี้ เริ่มต้นเมื่อ ๒๕ พฤษภาคม แล้วมาจบวันที่ ๒ ธันวาคม แต่พันธมิตร เขาบอกว่าจบ ๓ เพราะศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน เขาบอกของเขา ๑๙๓ แต่พวกผมบอกว่า ๑๙๒ เท่ากันครับ ๒๕ พฤษภาคม มาป่ดท้ายเมื่อ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ คําถามข้อแรก ถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า การกระทํากลุ่มพันธมิตรนั้นมีความผิดตาม กฎหมายไหมครับ และในขณะเดียวกันผมถามพวก ถ้ามีผิดตามกฎหมาย ผิดตาม กฎหมายอะไรบ้าง นี่เปึนคําถามข้อที่หนึ่งครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุณาถามกระทู้ ในเรื่องของการชุมนุมและก็การดําเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรนะครับ บังเอิญพาดพิงมา ถึงผมหลายเรื่อง ก็ขออนุญาตเรียนเบื้องต้นอย่างนี้ครับว่า จุดยืนในการทํางานของผม ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลเหมือนกันนะครับ นั่นก็คือว่าทุกคนก็ต้องอยู่ภายใต้ กฎหมาย และทุกคนก็มีสิทธิในการที่จะใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น บางเรื่องที่ท่านพาดพิงถึงกระผมในอดีต ที่จริงก็ไม่อยากจะรบกวนเวลา เพราะว่า กระทู้ถามสดเวลามันจํากัด เอาสั้น ๆ นะครับ ท่านพาดพิงว่า เอ๊ะ ผมไปทําอะไร ไปป่ด เรื่องมาตรา ๗ ก็เรียนให้ทราบนะครับว่า เรื่องมาตรา ๗ นี่มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แล้วก็ถ้าดูเอกสารก็คงไม่เปึนปัญหา ผมไม่เคยเสนอให้มีการใช้มาตรา ๗ โดยไม่เปึนไป ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมปราศรัยที่สนามหลวงวันนั้นในยามที่บ้านเมือง วุ่นวายว่า ทางออกทางหนึ่งก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในคณะนั้นลาออก เมื่อลาออกแล้ว เนื่องจากไม่มีสภาในขณะนั้น ก็จึงเท่ากับว่าไม่มีบทบัญญัติใดที่รองรับ ก็ต้องไปใช้ มาตรา ๗ เท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นหนึ่งนี่มันเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีการเสนอให้ใช้นอกรัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๒ ถามว่าเปึนประชาธิปไตยไหม ผมก็บอกว่า ถ้าวันนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรีลาออก ซึ่งเปึนข้อเรียกร้องของฝ์ายอื่น ๆ อยู่ ก็แทบ จะเรียกได้ว่าเปึนฉันทามติของทุกฝ์าย ก็เท่ากับว่าเปึนความประสงค์ของทุกฝ์ายที่จะเดิน ไปตามช่องทางนั้น ส่วนท่านจะดําเนินการหรือไม่ ผมก็ได้พูดตั้งแต่วันนั้นว่าเปึนสิทธิ ของท่าน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือโอกาสทําความเข้าใจนะครับ
ประการที่ ๓ ที่ท่านพูดถึงว่าผมทําอะไรบ้างในช่วงของการชุมนุม ส่วนใหญ่ก็ถูกต้องครับ แล้วก็เปึนไปตามสิทธิเสรีภาพทั้งของตัวผมเอง แล้วก็การพิจารณา ถึงความเหมาะสมในการที่จะยืนยันสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุม แต่ คลาดเคลื่อนนิดหนึ่งก็คือ ท่านพูดถึงเหตุการณ์วันที่ ๗ ว่าท่านออกไปด้วยความ ยากลําบาก ผมเดินออกไปแจกลายเซ็น ถ่ายรูปอะไรทํานองนั้น ที่จริงไม่ใช่นะครับ วันนั้น ผมไม่มาประชุม แล้วก็แสดงจุดยืนชัดตั้งแต่เช้าว่าผมไม่มาประชุม เพราะไม่ต้องการฝ์า กองเลือดเข้าไป อันนี้ก็เลยไม่ได้มีกรณีที่ว่าผมออกจากสภาไปแล้ว ไปพบปะผู้คนผู้ชุมนุม ที่ป่ดล้อมรัฐสภาแต่อย่างใด มีอีกครั้งหนึ่งที่ผมตั้งใจเดินทางมาสภาก็คือ วันที่มี การประชุมในเรื่องของอาเซียนนะครับ แล้วก็วันนั้นผมก็เดินเข้ามา กําลังจะเข้ามาผ่าน ผู้ชุมนุมเข้ามา ก็ปรากฏว่าได้รับโทรศัพท์จากท่านประธานสภา ซึ่งบอกว่าได้เลื่อนไปแล้ว เท่านั้นเองครับ ระหว่างที่กําลังกลับขึ้นรถก็มีผู้ชุมนุมมา มีมาขอลายเซ็นจริง ถ่ายรูปจริง ก็จะได้ทราบเพื่อไม่ให้เกิดการคลาดเคลื่อน ทีนี้ประเด็นที่ท่านถามนี่ จริง ๆ แล้วอยากจะ เรียนหลักการว่า รัฐบาลแถลงนโยบายชัดเจนว่าต้องการที่จะเสริมสร้างความสมานฉันท์ และความสามัคคีของคนในชาติ แต่กํากับเอาไว้ครับว่า การสร้างความสมานฉันท์ ความสามัคคีของคนในชาตินี่จะยืนอยู่บนความถูกต้อง แล้วหัวใจสําคัญในเรื่องของความ สมานฉันท์ ผมได้ยืนยันไว้ว่าจะเปึนในกรณีของความสมานฉันท์ในทางการเมือง หรือ ความสมานฉันท์ในเรื่องของภาคใต้ ก็คือต้องมีความยุติธรรม เพราะความยุติธรรมเท่านั้น จะนําไปสู่ความสมานฉันท์บนความถูกต้องได้ เมื่อเปึนเช่นนี้ ก็เรียนท่านสมาชิกนะครับ ผ่านท่านประธานไปว่า ผมได้กําชับท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ว่าบรรดาคดีความ ทั้งหลายที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ขอให้ดําเนินการอย่างตรงไปตรงมา นะครับ ท่านสมาชิกถามผมในเชิงความเห็นว่าใครทําผิดอะไรบ้าง ในวันนี้ผมก็มีความเห็น ส่วนตัวของผม แต่ผมไม่บอกใครครับ เพราะผมต้องการให้เจ้าหน้าที่เขาดําเนินการอย่าง ตรงไปตรงมา ถ้าผมมาให้ความเห็นกับท่านว่า คนนี้ผิด คนนั้นไม่ผิด ก็จะกลายเปึนว่าผม ชี้นําการทําหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่เขา แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมได้กําชับไปแล้วว่าทุกคดี นะครับ ไม่ว่าจะดําเนินการเปึนการดําเนินการของฝ์ายใด ขอให้ทําตรงไปตรงมา อย่าละเว้น อย่ากลั่นแกล้ง อย่าถ่วงเวลา แต่อย่ารวบรัดจนทําให้เกิดความไม่เปึนธรรม ผมก็ได้ติดตามครับ เพราะว่าทราบว่าอยู่ในความสนใจ คดีเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ กลุ่มพันธมิตรนะครับ ถูกกล่าวหามีทั้งหมด ๓๒ คดีครับ ดําเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ๔ คดี สอบสวนยังไม่เสร็จ ๒๖ คดีครับ แล้วก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาอีก ๒ คดี อันนี้คือ ตัวเลขล่าสุดที่ผมได้รวบรวมมา เฉพาะเหตุการณ์สําคัญที่อยู่ในความสนใจ ก็เรียนว่า กรณีการชุมนุมในทําเนียบรัฐบาลนะครับ คดีนี้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้วครับ พนักงาน สอบสวนได้ส่งสํานวนไปยังอัยการเพื่อพิจารณา แล้วก็อยู่ในระหว่างขั้นตอนที่อัยการจะ เปึนผู้ดําเนินการ
กรณีที่ ๒ ก็คือวันที่ ๗ ตุลาคม ก็คือเหตุการณ์ที่มีการชุมนุมรอบรัฐสภา ก็อยู่ในระหว่างการสอบสวน และก็พนักงานสอบสวนกําลังเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูก กล่าวหาต่อไปนะครับ
ส่วนคดีที่ ๓ ก็คือ กรณีการชุมนุมที่สนามบิน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการ สอบสวน ทางเจ้าหน้าที่รายงานว่า สอบสวนไปแล้วประมาณร้อยละ ๘๐ ครับ ในส่วนของ ดอนเมืองนะครับ ส่วนกรณีของสุวรรณภูมิสอบสวนไปแล้วประมาณร้อยละ ๓๐ นะครับ แล้วก็กําลังดําเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่า ทุกคดีมีการเดินหน้าและคง ไม่เหมาะสมที่ผมจะมาให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่าใครผิด ใครไม่ผิด ผมต้องการให้ ดําเนินการอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็อยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมครับท่านประธานครับว่าความตั้งใจของผมนะครับ เนื่องจากเพิ่งเป่ดสภามาได้ ๒ วัน ตั้งใจอยู่ครับว่าอยากจะปรึกษาหารือกับทางแกนนํา ของพรรคฝ์ายค้านให้เกิดความสบายใจว่าการทํางานของรัฐบาลนี่จะเปึนไปในลักษณะ ของสมานฉันท์บนความถูกต้องอย่างแท้จริง เดี๋ยวหลังกระทู้ถามสดยินดีที่จะพบกับท่าน ผู้ถามกระทู้หรือว่าประธานวิปฝ์ายค้านเพื่อปรึกษาหารือในเรื่องนี้ต่อไปครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นะครับ ขออนุญาต ๑. ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ตอบคําถาม ผม ท่านเก็บเอาไว้เปึนดุลยพินิจของท่าน ว่ากรณีพันธมิตรชุมนุมผิดหรือไม่ ก็ไม่เปึนไรครับจะได้บันทึกไว้ในสภา แล้ววันนี้พี่น้องประชาชนเขาดูถ่ายทอดสดโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ เขาจะได้รู้ว่านายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๗ ของประเทศไทยรู้เห็นการเคลื่อนไหวของ กลุ่มพันธมิตรยังไม่แสดงความเห็นเปึนสิทธิของท่าน ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ที่ผม หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาวันนี้เพราะเมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้แสดงความรับผิดชอบ ในฐานะนายกรัฐมนตรีต่อสังคมไทย ท่านได้เชิญนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่ พลตํารวจเอก พลตํารวจโท พลตํารวจตรี พันตํารวจเอก มาเต็มทําเนียบ ข่าวออกตลอดตั้งแต่เช้าว่าท่าน จะรื้อคดีทนายสมชาย คดีเจ้าหน้าที่ทูตซาอุดิอาระเบีย ชิปปุ่งหมู คดีฆ่ารองอธิการบดี สแตมฟอร์ด ฆ่าแหม่มนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ผมชอบครับ แต่นายกรัฐมนตรีพูดผิด ท่านอย่าเที่ยวจะไปคุยกับใครเขานะว่าท่านไม่จบกฎหมาย ท่านนิติศาสตร์ จากรามคําแหงเหมือนกัน แล้วท่านได้ดุษฎีบัณฑิตทางนิติศาสตร์ ท่านรับก่อนผมวันหนึ่ง ท่านได้กิตติมศักดิ์ ผมรับผมเรียน ๕ ป้ มหาวิทยาลัยผมยกย่องท่าน ก็มอบดุษฎีให้ท่าน ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีท่านไปพูดได้อย่างไรว่าสั่งรื้อฟุ๋น คดีเขามีอายุความ ท่านไม่ต้องไป สั่งเขาหรอกครับ อายุความ ๒๐ ป้ทั้งนั้นน่ะ ที่พูดถึงนี่ เจ้าหน้าที่ที่ซาอุดิอาระเบียตาย ป้ ๒๕๒๓ ก็ ๒๕๕๓ หมดอายุ ท่านสมชายหายไปเขาทําคดีส่วนนี้เอาว่าไป นายกรัฐมนตรีอย่าไปพูดผิดพลาดสิครับ เพราะท่านเปึนความหวังของสังคมไทย นี่ผม ไม่ได้สอน แนะนําท่าน เปึนหน้าที่ตํารวจเขาทําอยู่แล้ว แล้วที่น่าเกลียดจริง ๆ ท่านประธานครับ ท่านทําอย่างนี้ท่านสร้างความแตกแยกให้หมู่ข้าราชการตํารวจ ผมรับ ราชการยศไม่มาก ร้อยตํารวจเอก ใช้ยศตลอดไม่เคยเว้นเลย เปึนร้อยตํารวจเอกตั้งแต่ ๒๕๑๙ เวลาเรียกนี่เขาต้องเรียกผู้บังคับหน่วยมา ท่านไปเรียกที่ปรึกษาฝ์ายกฎหมาย ไปเรียกผู้ช่วยอธิบดี เขาไม่ทํากัน มันก็แปลว่าผู้บังคับหน่วยนี่บ้อเถ้าโล่วะ นายกรัฐมนตรี ไม่ไว้วางใจถึงไม่เรียก ท่านไม่ต้องมาตอบผมอย่างนี้ ทีหลังอย่าไปทํา น่าเกลียด ท่านนายกรัฐมนตรีครับ โดยท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องเปึนพยานที่ผมหยิบเรื่องนี้ มาถาม เพราะหลังการการสลายชุมนุมพันธมิตรเขามีเลี้ยงกันที่สุขุมวิท นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ปราศรัยบนเวที ผมอัดเทปผ่านเอเอสทีวีดูระหว่างออกกําลัง ท่านนายกรัฐมนตรี เขาบอกว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่าหากไม่มีกลุ่มพันธมิตร โดยเฉพาะพวกเราที่ชุมนุมกัน ที่นี่แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้เปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ก็จะ ไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรี หากเปึนได้ต้องรอชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ผมโกรธแทน ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมโกรธแทนครับ เขาพูดอย่างนี้ เอาละ สมศักดิ์นี่ไม่ใช่เฮด (Head) เมื่อเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา เอาอีกแล้วครับ ผู้นําตัวจริงเลยตอนนี้ ท่านสนธิ ลิ้มทองกุล พูดที่สนามกีฬาชลบุรี ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่มัน น่าจะว่างนะ เพราะคุณยายเนียมเสียชีวิตแล้วตอนนี้ ท่านน่าจะมีเวลาว่างไม่ต้องพูดถึง ยายเนียมมาก น่าจะว่างนะครับ สนธิว่าอย่างไรครับท่านนายกรัฐมนตรี สนธิบอกว่าได้ไป พูดบนเวทีพันธมิตร ณ สนามกีฬาแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี จริง ๆ แล้วผมไม่เคยพูดว่า ที่พวกคุณได้เปึนรัฐบาลเพราะเลือดเนื้อพันธมิตร เราเปึนนักเลงพอที่จะไม่ทวงบุญคุณ เราแน่พอแต่อย่ามาหักเรา หักนี่ภาษานักเลงก็คือว่าอาจจะรับปากรับคําแล้วก็ไม่ทํา ตามสัญญา ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจเรื่องนี้ ต้องถามรองนายกรัฐมนตรีเบอร์ ๑ เขาจะเข้าใจ เขาบอกเลย สนธิบอกว่าเราเปึนนักเลง พอที่จะไม่ทวงบุญคุณ เราแน่พอ แต่อย่ามาหักเรา วันไหนพวกคุณมาหักเรา พี่น้องพร้อม จะมีเรื่องใช่ไหม พอสนธิพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ ฝากไปท่านนายกรัฐมนตรี เสียง ปรบมือลั่นสนาม นี่ ๒ คน เขากล่าวถึงว่าท่านได้มีตําแหน่งวันนี้เพราะเขา สมศักดิ์แรงกว่า สนธิ บอกว่าถ้าไม่มีเขา ชาติหน้าบ่าย ๆ สนธิแลงภาษานักเลง ไอ้หมอนี่เด็ก ๆ ก็เรียบร้อย นะ รู้จักกับผมตั้งแต่ป้ ๒๕๑๗ พออายุแก่เข้าทําตัวเปึนนักเลง บอกเลยเราเปึนนักเลงพอ ไม่ทวงบุญคุณ เราแน่พอ แต่อย่ามาหักเรา วันไหนพวกคุณมาหักเรา พี่น้องพร้อมจะมี เรื่องใช่ไหม ท่านนายกรัฐมนตรีบอกผมเคยพูดตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีเคยบอกผม ผมใช้ภาษิตลาติน ยูบิ โซไซตัส ไอบิ จุส (UBI SOCIETAS IBI JUS) มีรัฐที่ไหนมีกฎหมาย ที่นั่น ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า รูล ออฟ ลอว์ รูล บาย ลอว์ รูล บาย ลีเกิล สเตท (Rule of Law Rule by Law Rule By Legal State) ท่านนายกพูดตลอด วันนี้ใช้ หลักนิติรัฐ นิติธรรม ต้องมีความถูกต้องชอบธรรม ลอว์ เอนฟอร์สเมนท์ (Law Enforcement) กฎหมายบังคับใช้ เมื่อสักครู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงคดี มีหรือ คนอย่างผมไม่รู้ ผมรู้ นั่นเปึนคดีที่ตํารวจเขากล่าวหาพันธมิตรตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว กล่าวหากบฏตาม ป. อาญา มาตรา ๑๐๓ ลบล้างรัฐธรรมนูญ ลบล้างรัฐบาล ก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ยุยงส่งเสริมพี่น้องประชาชนให้กระด้างกระเดื่อง ให้รัฐบาล บริหารได้ ปกครองไม่ได้ เขาตั้งข้อหากบฏ พอตั้งข้อหากบฏเสร็จตํารวจไม่ฟัอง อัยการสั่ง สอบเพิ่มเติม นี่คนละเรื่อง คนละรัฐบาล ผมกําลังถามรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อท่าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เมื่อกี้ผมถามท่านข้อ ๑ บอกว่าผิดกฎหมาย หรือไม่ ท่านสงวนสิทธิในการตอบ ไม่ว่าครับ ผมอยากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าการ เคลื่อนไหวกลุ่มพันธมิตรมันต้องดูเปึนภาพรวมอย่าเอาเฉพาะส่วน เมื่อเอาเฉพาะส่วนมัน กล่าวหาความผิดไม่ได้ ผมเรียนนิดนะครับ ขอเวลานิดครับท่านประธานมันจะได้เคลียร์ นายกรัฐมนตรีก็ตอบเรื่องนั่น ผมก็ถามอีกนิดหน่อยนะครับ แต่ผมจะนําไปสู่ความเปึน ก่อการร้ายสากล ผมกําลังจะบอกกับสังคมไทยว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นักเรียนหนุ่ม จากออกซ์ฟอร์ด (Oxford : ชื่อมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษ) ปฐมบท ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา พอเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วตั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การก่อการร้ายมาเปึนรัฐมนตรีต่างประเทศ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาเปึนที่ปรึกษา ในรัฐบาล ขออนุญาตกราบเรียน ๖ – ๗ คนเปึนแกนนํา ได้มีการเคลื่อนไหว ป่ดถนน ราชดําเนิน ขับไล่รัฐบาล ยุยงส่งเสริมให้ทหารปฏิวัติยึดอํานาจ ทหารไม่เอาด้วย ขัดขวาง มิให้คณะรัฐมนตรีบริหารประเทศ สกัดกั้นการประชุมรัฐสภาเพื่อมิให้แถลงนโยบาย ยึดสถานีโทรทัศน์ โจรกรรมทรัพย์ทางราชการ ยึดทําเนียบรัฐบาล และที่สําคัญที่สุด ป่ดกั้นสนามบินสุวรรณภูมิ อันเปึนการให้ระบบขนส่งสาธารณะทางอากาศเปึนอัมพาต ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้ให้รองนายกรัฐมนตรีเป่ดดู ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ ใครกระทําความผิดตรงนี้เขาเรียกว่าผู้ก่อการร้ายสากล ที่มาที่ไป กฎหมายฉบับนี้ ประเทศไทยออกสมัยท่านทักษิณเปึนนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ออกเปึน พระราชบัญญัติ ออกเปึนพระราชกําหนด ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่า เหตุที่ออกเปึนพระราชกําหนด เพราะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ถาม สมาชิกที่เปึนสมาชิกของสหประชาชาติยูเอ็น (UN : United Nations) ว่าใครพร้อมที่จะ สนับสนุนการเปึนก่อการร้ายสากล เขาออกหนังสือมาถึงเรา รัฐบาลท่านทักษิณได้ ดําเนินการออกพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พุทธศักราช ๒๕๔๖ มาตราหลักมัน ๑๓๕ จึงออก ๑๓๕/๑ เรียกความผิดว่า เปึนการก่อการร้ายสากล และ ความผิดชนิดนี้ ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านแน่จริง ๆ ทั่วโลกเขาบอกว่า ถ้าความผิดตามมาตรานี้ก็จะมีการดําเนินการค่อนข้างที่จะรุนแรงและเฉียบขาด เขาสามารถที่จะนํากําลังของประเทศเขาเข้ามาปฏิบัติการกับผู้กระทําความผิด ในเมืองไทย ท่านนายกรัฐมนตรีรู้เหมือนผมรู้ ช่วงนั้นอเมริกาย่อง ๆ ออสเตรเลียขยับ เอาอาวุธเข้าไป เขาจะปฏิบัติการที่ดําเนินการกวาดล้างจับกุมไล่บุคคลเหล่านั้น ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะเข้าข่ายการก่อการร้ายสากลและกฎหมายฉบับนี้ออก โดยมติคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้มิตรประเทศ ๑๐๐ กว่าประเทศ ไทยเปึนหนึ่งในจํานวนนั้นจึงได้ออกกฎหมายและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๗๖ ก วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๖ เหตุผลในการ ประกาศใช้พระราชกําหนด เขาบอกเลย เพื่อปัองกันการก่อการร้ายสากล มือกฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรีมีเอามาอ่านก็ได้ก่อนจะตอบผม มาตรา ๑๓๕/๑ ผู้ใดกระทําการ อันเปึนความผิดอาญา ดังต่อไปนี้ (๒) กระทําการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่าง ร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ นี่ครับท่านป่ดสนามบิน ป่ด ๗–๘ วัน เสียหาย ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หนังสือพิมพ์เขาวิพากษ์วิจารณ์เขาบอก ท่านนายกรัฐมนตรี โอบามาร์ค นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๗ เปึนนายกรัฐมนตรีราคาแพง ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอ่านแรก ๆ มันเพราะอะไร ท่านไปเสียเงินเสียทองอะไรหรือตั้ง ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ เขาหมายความว่ามันเกิดผลกระทบการท่องเที่ยวจากการที่ป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ ใครเปึนหนึ่งในจํานวนนั้น นายกษิต ภิรมย์ อยู่ในเกณฑ์ที่จะถูกกล่าวหา วันนี้ท่านตั้งเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยหลักการตํารวจต้องดําเนินคดีผิดฟัอง ไม่ผิด สั่งไม่ฟัอง ท่านถึงจะตั้งเขาได้ มันถึงจะแลดูสง่างาม เขาบอกนะครับ ถ้าสร้างความ ปัืนป์วนทําให้ระบบการขนส่งสาธารณะไม่สามารถทํางานได้ หรือโครงสร้างพื้นฐาน อันเปึนประโยชน์สาธารณะ สนามบินเปึนประโยชน์สาธารณะและเปึนโครงสร้างพื้นฐาน ใครกระทําเหล่านั้น เขาถือว่าผู้นั้นกระทําความผิดฐานก่อการร้าย ต้องระวางโทษประหาร ชีวิต จําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่สามป้ถึงยี่สิบป้ ผมจึงถามท่านนายกรัฐมนตรี ในคําถามข้อที่ ๒
๑. ท่านบอกว่า ท่านแสดงความเห็นไม่ได้ ผิดหรือเปล่า ขอสงวนไว้ในใจ จริง ๆ ชิพ ออฟ คอมมานด์ สแตนด์ ออฟ คอนโทรล (Chip of command stand of control) เขาไม่พูดอย่างนี้หรอก ท่านต้อง เมคกิ้ง ดิชิสชัน (Making decision) นี่ผมหัด ซ้อมภาษาอังกฤษตั้งหลายวันนะนี่ เพราะจะต้องพูดกับนายกรัฐมนตรีนักเรียนนอก ผมก็ จบ เอ็มไอที (MIT) ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ เมด อิน ไทยแลนด์ (Made in Thailand) เดี๋ยวงบประมาณเข้าผมจะคุยกับท่าน บัณฑิตออกซ์ฟอร์ด บัณฑิตเคมบริดจ์ (Cambridge : มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์) เจอดอกเตอร์จากรามคําแหง ผมจะวิเคราะห์อีกที หนึ่ง จะถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านไม่ออกความเห็น ท่านขอสงวน แต่ผมนี่บอกได้ ว่า พฤติการณ์อย่างนี้มันมีเทปวิดีโอ (Video) มีเทปพูด ผมไม่อยากมาทําให้บรรยากาศ ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนเสียหาย ไปออกรายการไปด่าผู้นําข้างเคียง ด่าเขาเปึนกุ๊ย ด่าเขา เลว ด่าเขาชั่ว ด่าสนุก ไปบอกเลยว่ายึดสนามบิน นวัตกรรมที่ดี อาหารดี ดนตรีเพราะ เพราะไปพูดในขณะไม่เปึนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ขอประทานโทษ ไปพูดในขณะไม่ได้เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ บุคคลคนเดียวกัน ท่านเคยคิดอย่างไร ทําอย่างไรต้องเปึนอย่างนั้น วันนี้นายกรัฐมนตรีต้องปลด ท่านปลดไปเถอะ แล้วให้เขาไป สู้คดี เมื่อสู้คดีแล้วเขาไม่ผิดค่อยเอากลับมา ซ้ําร้ายกว่านั้นท่านกระทืบหัวใจผมไม่พอ ท่านกระทืบหัวใจประชาชน เอาพวกแกนนําพันธมิตรมาเปึนที่ปรึกษา ผมเรียนนะครับ ท่านประธานครับ คําถามข้อ ๒ ผมบวกข้อ ๓ ๑. นายกรัฐมนตรีไม่ตอบว่าผิดหรือเปล่า นะครับ ท่านบอกนะครับ ท่านบอกเก็บในใจ ผมอยากถามท่านว่า ถ้าไม่ผิด ท่านไม่ต้อง ตอบข้อ ๒ ว่าถ้าท่านไม่ผิด แล้วผมจะถามว่าแล้วเข้าข่ายความผิดอะไรบ้าง การยึด สนามบินเปึนการก่อการร้ายสากลหรือไม่ นี่คือคําถาม ๒ บวก ๓ ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบผม ถ้าไม่ตอบไม่เปึนไร ถ้ายืนมาบอก ไม่ตอบ ก็ โอ.เค. ผมไม่ว่า แต่ผมถามท่าน ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประเดี๋ยวท่านผู้ชมจะเข้าใจผิดนะครับ เดี๋ยวนี้เรา ถ่ายทอดกระทู้ถามสดทางโทรทัศน์ให้ด้วยนะครับ ทําไมผมไม่ตอบ ที่จริงให้เหตุผลไปแล้ว แต่บังเอิญท่านพูดบอกว่า ผมไม่ตอบไม่เปึนไร ท่านมีสิทธิถาม ที่จริงข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๔๓ ท่านกรุณาอ่าน นะครับ กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๕) เปึนการให้ออก ความเห็น (๖) เปึนปัญหาข้อกฎหมายครับ แต่ที่ไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก เพราะว่าเกรงใจท่านฐานะผู้อาวุโสท่านอยากถาม แม้ไม่ตรงกับข้อบังคับ ท่านถามไปแล้ว ผมก็เลยเรียนให้ท่านทราบนะครับว่าที่จริงแล้วก็มีข้อคําถามได้เหมือนกันว่า ลักษณะ อย่างนี้เปึนกระทู้หรือไม่ แต่ว่าเหตุผลที่สําคัญกว่าที่กระผมไม่ตอบอย่างที่เรียนก็คือว่า เพราะว่าวันนี้ผมเปึนผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ์ายบริหาร และนโยบายของผมก็คือการให้ ผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติในเรื่องของการรักษากฎหมายทําอย่างตรงไปตรงมา มันไม่ใช่เรื่อง นโยบายครับที่จะไปบอกว่าคนนั้นทําถูก หรือคนนี้ทําผิด มันเปึนเรื่องที่ต้องว่าไปตาม ข้อเท็จจริง ถ้าหากว่าผมแสดงความคิดเห็นก็จะถูกตีความว่าเปึนการชี้นําว่าใครทําถูก ใครทําผิด ก็จะเปึนปัญหาสําหรับผู้ปฏิบัติ
ประการที่ ๒ ท่านบอกว่า ผมไปเรียกนายตํารวจมาแล้วก็จะรื้อฟุ๋นคดี ผมไม่ได้ใช้คําว่า รื้อฟุ๋นนะครับ ผมบอกว่ามันมีคดีความที่มีการดําเนินอยู่ แล้วก็เขามา รายงาน มีอุปสรรคอะไร ผมก็เร่งรัดและก็ขอให้เขาประมวลมาว่ามีปัญหาอะไรที่รัฐบาล จะจัดการได้ เพื่อเราจะได้รักษาความเปึนธรรมและรักษากฎหมายในสังคม เมื่อเปึนเช่นนี้ ก็จึงไม่มีประเด็นอะไรที่สลับซับซ้อนเลยครับ แล้วก็อยากจะเรียนว่า ถ้าท่านบอกว่าสิ่งที่ กระผมทําไปไม่เหมาะสม กรุณาไปถามคนในรัฐบาลท่าน ว่าที่เรียกหลายคนมาแล้วบอก ว่า อย่าทําคดีนั้น อย่าทําคดีนี้ เหมาะสมหรือไม่ ตรงนี้ครับคือจุดที่มันเปึนปัญหาสืบเนื่อง มาถึงทุกวันนี้ วันนี้ผมจะไม่มีการไปบอกว่า ห้ามทําคดีนั้น ห้ามทําคดีนี้ มีแต่จะบอกว่า ให้ทําอย่างตรงไปตรงมา การแสดงความคิดเห็นของแกนนําพันธมิตรต่อการมาดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีของผมก็เปึนสิทธิของเขาครับ ท่านโกรธแทนผมก็ไม่เปึนไรครับ แต่วันนี้ผมจะไม่โกรธใคร เพราะตั้งใจทํางานให้กับประชาชนทุกคน เขาจะบอกว่าผม จะไม่มีโอกาสเปึนนายกรัฐมนตรีจนชาติหน้า ก็เปึนความเห็นเขาครับ เหมือนที่ท่านเคย แสดงความเห็นว่า ผมจะไม่มีทางเปึนนายกรัฐมนตรีจนกว่าหิมะจะตกที่ประเทศไทย ก็เปึนความเห็นเช่นเดียวกัน ก็เปึนสิทธิของแต่ละคนที่จะแสดงความคิดเห็นไป แต่จะ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร หรือคิดว่าการเข้ามาดํารงตําแหน่ง ของผม หรือจะพ้นไปจากตําแหน่งของผมจะมาโดยเงื่อนไขอะไรก็ตาม สิ่งที่ผมขอยืนยัน ก็คือว่า การดําเนินคดีต่าง ๆ เพื่อรักษากฎหมาย รักษาความยุติธรรมต้องทําอย่าง ตรงไปตรงมา ถ้าทําแล้วมีผลทําให้ผมพ้นจากตําแหน่ง ผมก็ยอมครับ เพราะจุดยืนของผม ก็คือว่า ความถูกต้องในบ้านเมืองต้องอยู่เหนือประโยชน์หรือสถานะของคนใดคนหนึ่ง ในสังคม ซึ่งรวมถึงตัวผมด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ขอให้ท่านสบายใจนะครับ
ส่วนที่ท่านถามว่าการกระทําของทางพันธมิตรมันเปึนการก่อการร้ายสากล หรือไม่ คือจะถามความเห็นผมนะครับ ผมก็กราบเรียนอย่างนี้ก็แล้วกันครับว่า เหตุการณ์ การชุมนุมที่สนามบินดอนเมืองก็ดี เหตุการณ์การชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิก็ดีนะครับ เปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามารับผิดชอบ ท่านเปึนรัฐบาลอยู่ หน่วยงานที่เขา บอกว่าเขาได้รับความเสียหาย เขาไปแจ้งความครับ แจ้งความให้ดําเนินคดี แต่ข้อหาที่ เขาไปแจ้งความนี่เขาก็แจ้งความว่าเปึนการร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการในเวลากลางคืน นะครับ เพราะฉะนั้นความเห็นของท่านว่าเปึนการก่อการร้ายสากลหรือไม่ ผมก็เคารพว่า เปึนความเห็นของท่าน แต่หน่วยงานที่เขาได้รับความเสียหายโดยตรง วันที่ท่านเปึน รัฐบาลอยู่เขาก็ไปแจ้งความในข้อหาอย่างที่ผมได้กราบเรียน ส่วนกรณีของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น ก็กราบเรียนนะครับว่าท่านไม่ได้เปึนแกนนํา พันธมิตร แกนนําพันธมิตรเขาก็แต่งตั้งกันตามระบบของเขานี่ครับ ไม่ได้มีตัวท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอยู่ แล้วก็วันนี้ท่านรัฐมนตรีก็เข้ามาทํางาน ถ้าปรากฏในวันข้างหน้าว่าท่านถูกแจ้งข้อหา มีการสืบสวนสอบสวนมีมูล ผมก็จะต้อง ดําเนินการตามมาตรฐานที่ผมได้ประกาศไปแล้วว่ากรณีเช่นนั้นท่านคงไม่สามารถอยู่ใน ตําแหน่งได้ ส่วนการทํางานในช่วงที่ผ่านมาก็กราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ทราบความคืบหน้าครับว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องทํางานหนักในเรื่องของการเรียก ความเชื่อมั่นเพื่อจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน แล้วก็ถึงวันนี้ผู้นําของกลุ่มประเทศ อาเซียนทุกประเทศได้ตอบรับพร้อมที่จะมาร่วมประชุมกับเราแล้วในปลายเดือน กุมภาพันธ์นี้ครับ
เชิญท่านเฉลิมครับ คําถามสุดท้ายนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมฟังท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจงนี่นะครับ ไม่พร้อมครับ มือหลักของท่านชี้แจงได้แค่นี้ได้อย่างไร เดิมผมนึกว่าท่านเก่งนะ วันนี้ฟันธง ได้เลยท่านเก่งสมัยเรียน ท่านพูดได้อย่างไรเวลาไปแจ้งความแล้ว เขาแจ้งข้อหานี้ ข้อหา อื่นไม่ได้ การรับร้องทุกข์กล่าวโทษเบื้องต้น เขาต้องสอบสวนขยายความ เมื่อขยายความ แล้วนี่ เขาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้
๒. ท่านเรียนจบปริญญาตรีกฎหมาย ท่านไม่รู้หรือ ผู้ใช้ จ้าง วาน ตาม ป.อาญา (ประมวลกฎหมายอาญา) มาตรา ๘๔ ผู้สนับสนุน ตามมาตรา ๘๖ ตัวการร่วมกัน ตาม ป.อาญา มาตรา ๘๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงแม้ไม่เปึนแกนนํา แต่ได้ร่วมกระทําผิดกับเขา เขาถือว่าเปึนตัวการร่วมกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ถ้าไม่รู้ เดี๋ยวลงจากบัลลังก์ไปถามพี่ชวนก็ได้ พี่ชวนแม่น และท่านพูดได้อย่างไรว่า แจ้งไว้แค่นั้น ทําอะไรต่อไม่ได้ ท่านไม่ตอบเสียเลยดีกว่า ท่านบอกว่าระเบียบว่าอย่างนั้น อย่างนี้ ผมทําไมจะไม่รู้ ผมเปึนผู้แทนราษฎรมาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๖ และทั้งชีวิตค่อนข้างจะอยู่ ฝ์ายตรงข้ามรัฐบาล ก็เปึนฝ์ายค้าน ผมรู้กฎระเบียบ แต่นี่มันเปึนเรื่อง อิมพอร์แทนท์ (Important ) เวรี อิมพอร์แทนท์ (Very Important) ว่าท่านเอาคนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการ ร้ายมาเปึนรัฐมนตรี ท่านลงไปต้องเอามือตีปากสักทีท่านนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่ากษิต ไม่ได้เปึนแกนนํา เขาเปึนตัวการร่วมกัน สนธิ สมศักดิ์ จําลอง พิภพ แล้วก็สมาชิกของท่าน อีกคนหนึ่ง คืออาจารย์สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ท่านเคยอ่านฎีกาไหมล่ะ อยู่ปากทางเขาไป ปล้นทรัพย์ ปล้นเสร็จ อ้ายนั่นดูทาง ศาลฎีกาบอกร่วมกัน คดีตุ๊กตาสามีข่มขืนคนใช้ ภรรยาไม่ได้ทําอะไรเลย จับข้อเท้าคนใช้ให้นอนเฉย ๆ ศาลฎีกาบอกร่วมกัน นี่กษิต ภิรมย์ ขึ้นเวทีเช้า สาย บ่าย เย็น ทําไมผมรู้ ก็ผมดู ผมยังนึก เอ๊ะ นักการทูตคนนี้ เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด พูดจาด่าว่ารุนแรง ผมถึงจําแม่น เพราะฉะนั้นท่านอย่าไปตอบอีกทีอย่างนี้นะ อายเขา อายจริง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านจบออกซ์ฟอร์ด เศรษฐศาสตร์อย่างเดียว ผมไม่ว่า นี่จบกฎหมายยังไม่รู้เลย ใช้ จ้าง วาน เปึนอย่างไร สนับสนุนเปึนอย่างไร ตัวการ ร่วมกันเปึนอย่างไร เมื่อท่านบอกว่าไม่ผิด จะตั้ง ผมบังคับท่านได้หรือ แล้วที่ท่านบอกว่า ผมเคยบอกหิมะตกเมืองไทย ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ถูกต้อง ก็หลังเลือกตั้ง สุเทพ กับผม ให้สัมภาษณ์เถียงกันไปเถียงกันมา สุเทพบอก โอ๊ย ไม่มีทาง พลังประชาชนตั้งรัฐบาล ผมบอกทําไมจะไม่มี ก็เรา ๒๓๗ เสียง รวมแล้ว ๓๐๐ กว่าเสียง สุเทพบอกว่ายังไม่แน่ ๑๖๕ เสียง ก็ตั้งได้ ผมก็ให้สัมภาษณ์ จะไปเลียนแบบพี่ชวนหน่อยสิ พี่ชวนจะให้คะแนน เดียว ไม่เอานะ ไม่ตั้ง ให้พี่จิ๋วตั้ง ชวนพี่จิ๋วออก พี่ชวนเข้า แต่กรณีของท่านนายกรัฐมนตรี มันไม่ใช่ ไม่ใช่สมัยพี่ชวน กรณีท่านนายกรัฐมนตรีมาเอาพวกผมไป พี่ชวนพรรคร่วมพี่จิ๋ว ไปอยู่กับพี่ชวนเขาปกติ เมื่อเขาไม่รักเรา แล้วคะแนนมันคะแนนเดียว อ้ายนี่ไม่ใช่ วันนี้นับ ให้ตาย คะแนนของท่านก็น้อยกว่าพวกผม นับให้ตายก็ ๑๖๗ เสียง ๑๖๗ เสียง เอาเด็ก บางขุนเทียนมาอีกคน นับ ๑๖๖ เสียง ของผม ๑๘๗ เสียง เอาละไม่เปึนไร ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านตอบไม่ได้เตรียมการ จริง ๆ ให้สุเทพตอบถนัดกว่า เมื่อวาน ไปนั่งทะมัดทะแมง โอย ประชุมผมเห็นเพื่อนนั่ง ผมดีใจนะ เออ เทพเอ๋ย เอ็งได้ไปนั่งแล้ว เมื่อไรผมจะได้ไปนั่งบ้าง ผมคิดอยู่เหมือนกันนะครับ ทะมัดทะแมงมาก
ท่านเฉลิมครับ กรุณาหน่อยครับ ท่านใช้เวลานานครับ เชิญครับ
ท่านบอกว่าที่ท่านขึ้นมา เปึนนายกรัฐมนตรีด้วยความชอบธรรม ด้วย โพเทนเชียล (Potential) ศักยภาพ นี่ท่าน นายกรัฐมนตรีไม่รู้จริง ๆ หรือนี่วันนี้ ว่าใครเอาท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ไม่รู้จริง ๆ หรือ และผมก็ไม่กล้าพูด ท่านอยู่ไปเถอะ พวกผมล้มท่านไม่ได้หรอก เพราะท่านเปึนรัฐบาล ที่มีตัวช่วยเยอะ ข้อสุดท้ายที่ผมจะถามโรฮิงญากับพันธมิตร กษิต ภิรมย์ เปึนหนึ่งในแกนนําพันธมิตร แล้วที่ท่านบอกไม่ใช่แกนนํา อ้ายทั้งพันธมิตรมันไม่ได้ไปจดทะเบียนที่ไหนเหมือนบริษัท กรรมะ คือ การกระทํา กรรมเปึนเครื่องชี้เจตนา ชัดเจน สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ กษิต ภิรมย์ ประพันธ์ คูณมี ชัดเจน เอาวิดีโอมาดูได้ ท่านบอกว่าเวลา กษิต ภิรมย์ ให้สัมภาษณ์ ข่าวต่างชาติ ให้สัมภาษณ์ตอนที่ยังไม่มีตําแหน่งหรือเมื่อเปึนแล้ว ถ้าจะดูต่อไป ผมเรียน ท่านประธานผ่านไปนายกรัฐมนตรี ว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องระมัดระวังคําพูด ที่สื่อ ต่างประเทศรายงานเรื่อง กษิต จะท่านหรือใครผมไม่ทราบ ไม่เชื่อว่าเปึนจริง แต่ทําไม บีบีซี (BBC) รายงานโรฮิงญา ท่านเชื่อ จะไปตั้งกรรมการตรวจสอบฝ์ายทหารเขา อย่าไปทําเลย โรฮิงญาถ้าอยากรู้ถามผม ว่างเมื่อไรยกหูมา ก็มีเบอร์อยู่จําไม่ได้แล้วหรือตั้งแต่เปึน นายกรัฐมนตรี ก็เคยโทรศัพท์หาผมครั้ง ๒ ครั้ง สมัยเลือก ส.ก. กทม. ท่านอย่าไปยุ่ง โรฮิงญาตอนผมอยู่กระทรวงมหาดไทยมันเปึนการออพนิเกท (Optigate) การอพยพของ คนกลุ่มหนึ่งในพม่า เพราะเขาอยู่เขาไม่มีทํากิน เขาอยู่ก็เปึนพลเมืองชั้น ๒ ชั้น ๓ เขาก็มา เวลาเข้ามาเขาต้องตรวจค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาต้องนอนคว่ําหน้า เขาต้องตรวจอาวุธ แล้วพวกโรฮิงญาอยากมาทําไมครับ เขาจะไปมาเลเซีย ไปทําไมครับ ยูไนเต็ด เนชั่น ไฮ คอมมิชชั่นเนอร์ ฟอร์ เดอะ เรฟฟูจี (United nation high commissioner for the refuge ) เขาไปลี้ภัยในฐานะเรฟฟูจี (Refuge) เขาไม่อยากมาอยู่เมืองไทยละครับ เพราะฉะนั้น การที่ท่านจะไปตรวจสอบโรฮิงญา เพราะท่านเชื่อสื่อต่างประเทศ แต่ผมนี่ผมไม่เชื่อ ผมเชื่อมั่นทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ เขาทํางานตามหน้าที่ ถ้าท่านจะได้กรุณาล้าง ให้มันสะอาด คือเขาเรียกเคลียร์เดค (Cleardeck) ภาษาทหารเรือ เคลียร์เดคล้างกันสาด เอาโรฮิงญานี่ส่งมาเลเซียเข้าไปเถอะ แต่วิธีการต้องละมุนละม่อม แต่เห็นชื่อรัฐมนตรี ต่างประเทศคนนี้ยาก และที่สําคัญที่สุด อันสุดท้าย ผมถามนายกรัฐมนตรีว่าจากนี้ต่อไป นายกรัฐมนตรีจะดําเนินคดีอาญา ท่านไม่ออกความเห็น แต่ประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา ๔๒๐ จงใจหรือประมาทเลินเล่อทําให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย นายกรัฐมนตรีจะ ดําเนินไหม จะฟัองร้องไหม และที่สําคัญที่สุดจะตั้งใครมาเปึนคณะทํางานในรัฐบาล ที่เปึนพันธมิตรและในพรรคของท่านมีสมาชิกพันธมิตรอีกกี่คน ขอบพระคุณครับ นี่เปึนคําถามสุดท้าย ไม่ตอบก็ได้ ยืนขึ้นไม่ตอบ นั่ง โอ.เค. ผมไม่ถาม
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จริงถ้าท่านฟังคําตอบของผมหรือว่าท่านกลั่นกรองข้อมูล ที่ท่านได้รับนี่มีหลายเรื่องที่เมื่อสักครู่ท่านคงไม่พูดละครับ คําตอบผมเมื่อสักครู่ ผมไม่ได้ พูดว่าเมื่อมีการแจ้งข้อหาแล้ว แปลว่าจะไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติมไม่ได้ ไม่ใช่ครับ ผมเพียงแต่ บอกว่าวันนั้นท่านเปึนรัฐบาล หน่วยงานที่เขาเสียหายนี่ผมไม่ทราบท่านให้ความเห็นทาง กฎหมายกับเขาเหมือนกับที่มาให้กับสภาวันนี้หรือไม่ แต่เขาไม่ได้เห็นเหมือนกับท่าน เขาจึงไปแจ้งความข้อหาอื่น นี่คือประเด็นของผมครับ ไม่ได้บอกว่าจะขยายไปไม่ได้ ถ้ามี การสืบสวนสอบสวนแล้วพบว่ามันมีข้อหาอื่น ผมเพียงแต่บอกว่าหน่วยงานในวันที่ท่าน เปึนรัฐบาลเขาก็คงไม่ได้เห็นตรงกับท่าน เขาจึงไม่ไปแจ้งว่าเปึนเรื่องของการก่อการร้ายสากล
ประการที่ ๒ ครับ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของการดําเนินการที่ท่าน บอกว่าผมเชื่อสื่อต่างประเทศบางเรื่อง ไม่เชื่อสื่อต่างประเทศบางเรื่อง ไม่ใช่ละครับ ผมเรียนว่าในส่วนของการรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับท่านรัฐมนตรี ผมก็สอบถามข้อเท็จจริงต่าง ๆ แล้วก็ฟังว่าการพูดจาบางเรื่อง เมื่อไปรายงานแล้วมัน ออกมาทําให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเท่านั้นเอง ส่วนกรณีโรฮิงญานั้นผมก็ไม่ได้ เชื่อครับ นั่นคือเหตุผลที่ผมก็ได้ชี้แจงไป แล้วก็สื่อต่างประเทศก็ยังมีบางสํานักพยายามจะ ตําหนิผมว่า ทําไมผมไม่เชื่อเขา เพราะผมก็ตรวจสอบข้อมูลกับทางผู้ปฏิบัติ แล้วผม ก็ยืนยันว่ากรณีนี้ ก็เปึนกรณีของการเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ในการดูแล เพียงแต่ในนโยบายทุกเรื่องเราย้ําว่าต้องปฏิบัติโดยยึด หลักของสิทธิมนุษยชน และเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือเสียหายต่อ ภาพลักษณ์ของประเทศก็ดี หรือภาพลักษณ์ขององค์กรก็ดีนะครับ ก็ได้บอกว่า ทุกเรื่องนี่ เราควรจะตรวจสอบ ทางท่านผู้ปฏิบัติทั้งหลายนะครับ โดยเฉพาะท่านผู้บัญชาการ ทหารบก ซึ่งก็เปึนรอง ผอ. รมน. ด้วยนี่ ท่านก็เห็นด้วย แล้วก็ดําเนินการในการที่จะให้มี การตรวจสอบ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจทั้งในส่วนของเราเอง ทั้งในส่วนของชาวโลกครับ ว่า นโยบายทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเปึนภาคใต้ ไม่ว่าจะเปึนการแก้ไขปัญหาคนเข้าเมือง ผิดกฎหมายนี่จะดําเนินไปได้ตามมาตรฐานสากล ไม่ตกเปึนเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ไม่ตก เปึนจําเลยของสังคมโลกนะครับ เมื่อเข้านี้ก็ประชุม สมช. (สํานักงานสภาความมั่นคง แห่งชาติ) ก็ทําความเข้าใจกันในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ ไม่มีประเด็นอะไรเลยครับที่จะ ไปเปึนปัญหาว่า ผมไม่พยายามที่จะสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ปฏิบัตินะครับ แต่ว่าทั้งนี้ ทั้งนั้นต้องเข้าใจว่าในโลกปัจจุบันนี่เราต้องมีคําตอบให้กับประชาคมโลก เวลาเขาสงสัย อะไรมา เราก็ตรวจสอบครับ แต่ถ้าเราเพิกเฉย หรือแสดงท่าทีไม่ยอมรับการเสนอข่าว ต่าง ๆ เสียเลย มันก็เปึนการทําลายความน่าเชื่อถือของเรา เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าในส่วน สุดท้ายนี่ครับ ก็ย้ําอีกครั้งนะครับว่าการดําเนินคดีทุกคดี ก็ว่าไปตามข้อเท็จจริง ไปตาม เนื้อผ้า ผมจะไม่ไปชี้นํา แต่ข้อเท็จจริงที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็เปึนข้อเท็จจริงในแง่ ของการดําเนินคดีก่อนหน้านี้ ซึ่งเริ่มต้นในสมัยรัฐบาลที่แล้ว
ส่วนกรณีคดีแพ่ง กราบเรียนท่านประธานครับว่าขณะนี้ผู้เสียหายนะครับ โดยเฉพาะอย่างในทําเนียบรัฐบาล เขาก็ได้รวบรวมสํารวจความเสียหายแล้วก็จะ ดําเนินการต่อไปครับ ไม่ได้มีการละเว้น ก็รายงานให้ผมทราบ ผมก็บอกว่าทุกคนก็ต้อง รักษาสิทธิของตัวเอง ใครได้รับความเสียหายจะเปึนในทางอาญา ทางแพ่งก็จะต้อง ดําเนินการตามกฎหมายต่อไปนะครับ
ส่วนประเด็นสุดท้ายท่านถามว่า จะตั้งพันธมิตรอีกกี่คนใช่ไหมครับ เปึนคณะทํางาน เปึนอะไร ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าจะตอบท่านได้หรือไม่ เพราะว่าท่าน รัฐมนตรีกษิต ผมก็บอกไม่เปึนแกนนําพันธมิตร ท่านก็บอกพันธมิตร เขาไม่ได้จดทะเบียน ตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นท่านก็ไม่สามารถระบุได้ใครเปึนแกนนํา ผมก็เลยไม่สามารถ ระบุได้ครับตามมาตรฐานของท่านว่าใครเปึนพันธมิตรบ้างครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเฉลิมมีอะไรครับ เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ ท่านใช้เวลานานแล้ว
ท่านประธานครับ ไม่ใช่ เรื่องกระทู้ครับ จบแล้วครับ คือผมประทานกราบเรียนท่านประธานนิดนะครับว่า ผมนี่ยัง ไม่ได้ทําหน้าที่ผู้นําฝ์ายค้านตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๐ เพราะผู้นําฝ์ายค้าน นอกจากเปึนผู้แทนราษฎรแล้ว ต้องเปึนหัวหน้าพรรค ขบวนการทางพรรคที่ตั้งพรรคใหม่ ยังไม่แล้วเสร็จ ทีนี้ทางผู้ดํารงตําแหน่งหัวหน้าพรรค เขามีหนังสือแจ้งมายังท่านประธาน หรือยังครับว่าให้ผมทําหน้าที่แทน เพราะว่าเดี๋ยวเวลาอภิปรายโดยใช้เวลามากก็อาจจะ ถูก อินเทอร์รัพท์ (Interrupt) จากฝ์ายรัฐบาลได้ ผมประทานกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานเห็นว่าต้องทําหนังสือมาก็จะได้ทําหนังสือมาเพื่อจะแจ้งวิปรัฐบาลเขา ทราบนะครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ คงไม่มีปัญหานะครับ หัวหน้าไม่อภิปรายก็มอบหมายได้ ไม่จํากัดเวลาอยู่แล้ว ก็เปึน อันจบกระทู้ถามสด กระทู้ที่ ๑ นะครับ แต่ก่อนจะถึงกระทู้ถามสดที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎร เรายินดีต้อนรับเยาวชนจากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุทัยธานี จํานวน ๓๐ ท่าน ที่เข้า มาเยี่ยมสภาในวันนี้นะครับ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ท่านสมาชิกครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเปึนกระทู้ถามสดที่ ๒ เรื่องการบริหารราชการ แผ่นดินของนายกรัฐมนตรี ผู้ตั้งกระทู้ถาม นายจุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ
เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ครับท่านจุมพฏ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมขอกราบเรียนขออนุญาตท่านประธาน บางครั้งต้องอ่านข้อความในเอกสาร และบางครั้งต้องแสดงเอกสารที่นําเข้ามาประกอบการตั้งกระทู้ถามครับ
อนุญาตครับ
ครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้พูดว่า ความถูกต้องตามกฎหมายนั้นยัง ต่ํากว่าความชอบธรรม ผมจึงขอถามเรื่องความชอบธรรมของท่านนายกรัฐมนตรี โดยมีข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่า การเข้าสู่ตําแหน่งของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นไม่มีความ ชอบธรรม โดยการเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๒ นั้น ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุ ๓ ประการ กล่าวคือ นายชัย ชิดชอบ ไม่มีอํานาจที่จะลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเป่ดประชุมสมัย วิสามัญ และนายชัย ชิดชอบ ไม่มีอํานาจที่จะลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงคะแนน เลือกท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่มีอํานาจลงคะแนน ท่านประธานครับ มาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบอกว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการลงคะแนน ของ ส.ส. คุณสมบัติของ ส.ส. ซึ่งเปึนคุณสมบัติพื้นฐานสําคัญ กระผมขอยกเพียง ๓ ประการ ถ้าขาดประการใดประการหนึ่งจะทําให้ ส.ส. คนนั้นไม่มีอํานาจที่จะปฏิบัติ หน้าที่
อันที่ ๑ ครับท่านประธาน คนจะเปึน ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมืองจึงจะ สมัครรับเลือกตั้งได้ นี่คือบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ และถ้าคนใดลาออก ส.ส. คนใดลาออกจากการเปึนสมาชิกพรรคการเมืองจะขาดสมาชิกภาพทันที นี่คือเขาสมัครใจลาออก แต่เหตุที่ออกจากพรรคการเมืองหรือไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง โดยไม่สมัครใจ เช่น พรรคขับออกนั้น ก็ขาดสมาชิกภาพทันทีที่พรรคขับออก แต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้เงื่อนเวลาไว้ว่า ให้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ว่า พรรคมีมติไม่ชอบ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพรรคมีมติชอบ ก็ขาดสมาชิกภาพ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพรรคมีมติไม่ชอบ ก็ให้โอกาส ส.ส. คนนั้นไปหาพรรคสังกัด เสียภายใน ๓๐ วัน แต่ในระหว่างนั้นจะปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ อีกเหตุหนึ่งท่านประธานครับ คือ ส.ส. ที่ขาดจากการเปึนสมาชิกพรรคการเมือง เนื่องจากพรรคการเมืองถูกยุบ เช่น พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งขาดสมาชิกภาพ เหตุที่ขาดจากสมาชิกภาพการเปึนสมาชิกพรรคการเมือง จึงทําให้ ส.ส. คนนั้น ไม่มีความสามารถในการที่จะทําหน้าที่ ท่านประธานครับ นี่คือข้อสําคัญประการที่ ๑
ข้อสําคัญประการที่ ๒ นอกจากสมัครโดยสังกัดพรรคการเมือง และเปึนสมาชิกพรรคการเมืองแล้ว ส.ส. จะต้องได้รับเลือกตั้งจากประชาชน แม้ได้รับ เลือกตั้งแล้วถ้ากรรมการการเลือกตั้งไม่รับรองว่าการเลือกตั้งนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรม ก็ไม่ได้เปึน ส.ส. หรือแม้แต่จะรับรองการเลือกตั้งไปแล้ว แต่ตรวจสอบได้ภายหลังตามการร้องคัดค้าน ก็สามารถให้ใบเหลือง ใบแดงย้อนหลังได้ และเมื่อยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งแล้ว จะต้องหยุดการทําหน้าที่ทันที ท่านประธานครับ แม้ ส.ส. คนนั้นจะยังไม่ขาดจากการเปึน ส.ส. แต่ไม่มีความสามารถในการทําหน้าที่
องค์ประกอบอันที่ ๓ ที่สําคัญคือ ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมของ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ นายชัย ชิดชอบ เปึน ส.ส. พรรคพลังประชาชน แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชนถูกยุบเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ในวันที่ นายชัย ชิดชอบ ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ตามเอกสารลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม บอกว่าประธาน รัฐสภา ท่านประธานครับ นายชัย ชิดชอบ ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองในวันนั้น ตําแหน่ง ประธานรัฐสภาหรือประธานสภาผู้แทนราษฎรของ นายชัย ชิดชอบ ได้หลุดไปแล้วครับ และไม่ได้เปึน ส.ส. จึงไม่มีอํานาจลงนาม การเป่ดประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีใน วันที่ ๑๕ จึงไม่สมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ ส.ส. สังกัดกลุ่ม เพื่อนเนวินซึ่งออกจากพรรคพลังประชาชนประมาณ ๓๗ คน ในวันที่โหวตลงคะแนน ท่าน ประธานที่เคารพ ก็ยังมิได้สังกัดพรรคการเมือง ฉะนั้นคะแนนที่ลงให้ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงเปึนโมฆะ ท่านประธานครับ เมื่อเปึนโมฆะแล้ว ในวันที่ลงนาม รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี นายชัย ชิดชอบ ก็ยังมิได้เปึน ส.ส. ที่สังกัดพรรคการเมืองครับ ฉะนั้นตัวนี้จึงถือได้ว่า ส.ส. ที่ยังไม่สังกัด พรรคการเมืองจะเข้ามาประชุมสภาทําหน้าที่เปึนผู้แทนราษฎรไม่ได้ เหมือนกับ ส.ส. ที่ถูก คณะกรรมการการเลือกตั้งร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งต้องยุติการทําหน้าที่ แม้จะ ยังได้รับสวัสดิการมีสิทธิรับเงินเดือนก็ตาม ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้ความ ชอบธรรมของท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้จึงไม่มี
กระผมขอตั้งคําถามแรกครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงว่า นายชัย ชิดชอบ สังกัดพรรคการเมืองใดหรือไม่ และท่านได้ถามแกนนําคือ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีเนวิน ชิดชอบ ในการร่วมกันตั้งรัฐบาลนั้น ท่านได้ถามหรือไม่ว่าสมาชิกกลุ่มเพื่อนเนวินทั้ง ๓๗ คนนั้น สังกัดพรรคการเมืองใด
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จริงกระทู้ถามนี้สอบถามในสิ่งที่ไม่ได้เปึนอํานาจหน้าที่ของผมในการบริหารราชการ แผ่นดินเลยนะครับ แล้วก็ไม่มีหน้าที่ในการที่จะไปตรวจสอบในเรื่องว่าใครสังกัดพรรคไหน เมื่อไร แต่ว่าเมื่อท่านมีความไม่แน่ใจว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเพื่อน ส.ส. หลายท่าน หลังจากที่พรรคพลังประชาชนและอีก ๒ พรรคการเมืองถูกยุบ จะเปึนปัญหาหรือไม่ก็ต้อง เรียนชี้แจงคร่าว ๆ อย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ เท่าที่ผมอ่านรัฐธรรมนูญในขณะนี้ บทบัญญัติ ทั้งหมดก็จะเปึนประเด็นที่ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละท่านสิ้นสุดลง หรือยังนะครับ สิ้นสุดลงเมื่อไรอย่างไร ก็มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการที่สมาชิกของ พรรคการเมืองอยู่ในพรรคการเมืองที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ยุบพรรค ก็ปรากฏอยู่ใน มาตรา ๑๐๖ (๘) ครับ ซึ่งเขียนเอาไว้ชัดเจนว่าจะพ้นเมื่อขาดจากการเปึนสมาชิกของ พรรคการเมืองในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งยุบพรรคการเมืองที่สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรผู้นั้นเปึนสมาชิก และไม่อาจเข้าเปึนสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ภายในหกสิบ วันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่ง ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วัน ถัดจากวันที่ครบกําหนดหกสิบวันนั้น เพราะฉะนั้นประเด็นทั้งหมดนี่กราบเรียนว่าผมไม่ไป วินิจฉัยนะครับว่าบุคคลเหล่านี้จะเข้ามาเปึนสมาชิกพรรคได้ภายในหกสิบวันหรือไม่ เพราะว่าในกรณีที่ไม่สามารถเข้าไปเปึนสมาชิกพรรคการเมืองใดได้เลยนี่สมาชิกภาพ ก็ยังดํารงอยู่จนกระทั่งครบหกสิบวันตามรัฐธรรมนูญ จะพ้นก็ต่อเมื่อครบหกสิบวันไปแล้ว การลงมติในการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาไม่ได้เกิดขึ้นโดยเลยกําหนดหกสิบวันไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็เข้าใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่ว่าถ้ามีใคร สงสัยก็ต้องไปยื่นเรื่องต่อ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) หรือศาลรัฐธรรมนูญให้ วินิจฉัยไปคงไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล แล้วก็กราบเรียนว่าสมาชิกก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ กันได้ปกติครับ เพราะเมื่อสักครู่นี้เองท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ประทานโทษเอ่ยนาม ท่าน ก็ตั้งกระทู้ถามผม ท่านก็ยังยอมรับเลยว่าท่านก็ไม่แน่ใจว่าขณะนี้ความเปึนสมาชิก พรรคการเมือง พรรคเพื่อไทยของท่านเรียบร้อยหรือยัง แต่ท่านก็ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ครับ
เชิญท่านจุมพฏครับ คําถามที่ ๒
ท่านประธานครับ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร มาตรา ๑๐๖ (๘) ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนนั้น เปึนเรื่องของการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ไม่ใช่เรื่องของความสามารถในการทําหน้าที่ ส.ส.ที่ โดนใบเหลือง ใบแดง ยังเปึน ส.ส. อยู่ ยังรับเงินเดือนครับ ขึ้นเครื่องบินฟรีครับ แต่ว่า ไม่สามารถเข้ามาทําหน้าที่ลงมติได้ครับ เหมือนกันกับ ส.ส. ที่ยุบพรรคและยังไม่ได้สังกัด พรรค สมาชิกพรรคเพื่อไทยครับ ผมมีความเห็นต่างกับท่านเฉลิม ข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ระบุว่า เมื่อยื่นใบสมัครสมาชิกพรรคแล้ว นายทะเบียนพรรคเพื่อไทยลงนามรับทราบ สมาชิกภาพเริ่มทันทีครับ สมาชิกภาพของผมเริ่มเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม เพราะนายทะเบียน ผมยื่นสมัครวันที่ ๓ ธันวาคม นายทะเบียนรับรองวันที่ ๓ ธันวาคม ผมเปึนสมาชิกภาพ สมบูรณ์ และกระบวนการขั้นตอนหลังจากนั้นมาไม่ใช่เรื่องที่จะทําให้เปึนสมาชิกภาพ เกิดขึ้นหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อมาก็คือ ผมถามท่านเรื่องความ ชอบธรรมในการเข้ามาบริหารงานครับ เพราะฉะนั้นความชอบธรรมจะต้องเริ่มตั้งแต่การ ได้รับเลือกตั้ง ซึ่งเกี่ยวกับตัวท่านครับ และเวลาท่านพิจารณาแต่งตั้งรัฐบาลนั้น แต่งตั้ง คณะรัฐมนตรีนั้น ท่านก็แต่งตั้งจากบรรดา ส.ส. เหล่านี้ ความชอบธรรมในการเข้ามา บริหารงานครับท่านประธานครับ นี่คือหนังสือแถลงนโยบาย ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ บอกว่าต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ถ้าไม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วจะเข้าบริหาร ราชการแผ่นดินยังไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องนี้จําเปึนต้องพูดข้อเท็จจริง ในลักษณะของอุปมาอุปไมย ทราบกันทั่วไปครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ไม่ผ่านการ เกณฑ์ทหาร แต่ทราบว่าท่านน่าจะผ่านการอุปสมบทเปึนพระหรือบวชเปึนพระ จริงหรือไม่ ไม่ทราบนะครับ ถ้าท่านไม่ได้บวช ผมจะเปรียบเทียบอย่างนี้ครับ การบวชพระในศาสนา พุทธมีองค์สอง คือสถานที่ที่เรียกว่าโบสถ์ หรืออุโบสถ หรือพัทธสีมา กับองค์สงฆ์ ที่ทําหน้าที่บวช การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็มีองค์สอง คืออาคารและบริเวณอันเรียกว่า รัฐสภาพร้อมกับบรรดาสมาชิก ซึ่งถือเปรียบได้กับองค์สงฆ์ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าไม่ครบ ๒ องค์นี้แล้วก็บวชพระไม่ได้ ครับ ทีนี้อุปัชฌาย์ท่านประธานครับ ในการบวชพระนี่อุปัชฌาย์จะเปึนผู้พาพระที่จะบวชนี่ เข้าไปเสนอต่อสงฆ์ อุปัชฌาย์ต้องมีคุณสมบัติด้วยครับ พรรษาต้อง ๑๐ พรรษาขึ้นไป เช่นเดียวกันครับ ประธานรัฐสภาที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นั้น ต้องเปึนประธานรัฐสภาที่มีความสามารถ
ท่านจุมพฏครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยจริง ๆ แล้วในเรื่องของกระทู้ถามก็ไม่ควรจะมีการประท้วง แต่เนื่องจากกระทู้ดังกล่าวท่านประธานก็คงมีความคิดเหมือนกับผมก็คือ ขณะนี้ผู้ถาม กระทู้ไม่ได้ถามกระทู้ตามข้อบังคับครับ เนื่องจากข้อแรกที่สอบถามทางนายกรัฐมนตรีก็ เปึนเรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีอํานาจที่จะวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว นะครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน
เรื่องที่ ๒ ก็คงเช่นเดียวกันครับ และโดยเฉพาะถ้าท่านประธานดูที่กระทู้ นะครับ ถามโดยผู้ฟังก็ไม่สามารถที่จะทราบว่าเรื่องที่ท่านจะถามคือเรื่องอะไร และ ในขณะนี้ก็รู้สึกจะออกนอกเรื่องแล้วด้วย ก็ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงครับ
เดี๋ยว ท่านจุมพฏครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยก่อนนะครับ ท่านจุมพฏขอความกรุณาต้องดู ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ (๖) ด้วยนะครับ ผมก็คิดว่ามันก็ชัดเจนว่ากระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะ อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ (๖) เปึนปัญหาข้อกฎหมาย ฉะนั้นหลายส่วนที่ท่านจุมพฏได้ อภิปรายออกมา ได้ตั้งกระทู้ถามมานี่นะครับ ก็เปึนประเด็นที่มันคงต้องหาข้อสรุปในแง่ ของกฎหมาย ท่านอาจจะเปึนนักกฎหมายก็เสนอแบบท่าน ความคิดอย่างท่าน อีกส่วน อาจจะไม่เห็นด้วยนะครับ ก็เปึนประเด็นที่ห้ามไว้ในข้อบังคับ ถ้าเถียงกันในแง่กฎหมาย มันไม่มีจบในห้องประชุมนี้ นี่ฝากเปึนข้อสังเกตเผื่อท่านจุมพฏจะได้ถามให้ตรงกับหัวข้อ เรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี ผมก็ทราบว่าท่านพยายามจะ เท้าความถึงที่มาที่ไปว่ามันไม่ชอบอย่างไร แต่มันเปึนประเด็นที่เปึนข้อกฎหมาย เราหา ข้อสรุปเองไม่ได้นะครับ ก็ขอความกรุณา แล้วก็อย่าให้มันไปเข้าข้อ ๑ เชิงประชดเสียดสี อะไรนะครับ เอาถามกันตรง ๆ เลย เชิญครับ เชิญต่อ
ท่านประธานที่เคารพ ถึงแม้ผมจะเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ผมก็จําได้ข้อบังคับข้อนี้ครับ ไม่เสียดสี ไม่อภิปราย ไม่ใช่ข้อกฎหมาย ไม่ใช่ถามความเห็น ท่านประธานครับ เข้าใจ คําถามแรกผมไม่ได้ถาม ข้อกฎหมาย ผมพูดเรื่องความชอบธรรมในการเข้าบริหารราชการแผ่นดินของท่าน นายกรัฐมนตรี ความชอบธรรมที่ไม่มี
ประการที่ ๑ ที่ผมแสดงข้อเท็จจริงให้เห็นคือ การที่เป่ดประชุมสภานั้นไม่ ชอบด้วยกฎหมาย ผมไม่ได้ถามท่านว่าชอบหรือไม่ชอบ ผมถามท่านว่าท่านได้ตรวจสอบ ไหมว่าประธานสภานั้นสังกัดพรรคการเมืองอะไรหรือไม่ ซึ่งเปึนข้อเท็จจริง สมาชิกที่มา ลงคะแนนให้ท่านอีก ๓๗ คนนั้น ได้สังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ ซึ่งจะทําให้มีอํานาจ มี ความสามารถในการทําครับ นี่คือคําถามที่ผมถาม ผมไม่ได้ถามความเห็นข้อกฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ และในขณะนี้ผมก็กําลังยก ข้อเท็จจริง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบธรรมหรือความชอบธรรมในการเข้ามาบริหาร ราชการแผ่นดิน ประเด็นก็คือว่า การแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึน ข้อเท็จจริงได้แถลงชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมก็ต้องอ้างไปที่รัฐธรรมนูญ แต่ผมไม่ได้ ถามความเห็นท่านนายกรัฐมนตรีว่าชอบหรือไม่ชอบครับ ผมเข้าใจ ข้อบังคับข้อนี้ผมท่อง จนจําได้ครับ นี่ผมกําลังแสดงให้เห็นว่ามันเปึนการแถลงนโยบายที่ไม่ครบองค์สอง คือ สถานที่ประชุม เพราะว่าข้อเท็จจริงคือไปแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ มันทํา ไม่ได้ตามข้อบังคับ ผมก็ต้องยกตรงนี้มาครับ ข้อกฎหมายที่เอามานั้นไม่ได้ถาม ข้อกฎหมาย แต่ถามข้อเท็จจริงที่พูดกฎหมายในเชิงของการเปึนข้อเท็จจริง ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันที่ ๒๙
มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วงก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมขออนุญาตให้ ท่านประธานได้พิจารณาว่า เมื่อสักครู่ท่านได้วินิจฉัยไปแล้วว่า ผู้ที่กําลังซักถามกระทู้นั้น กําลังทําผิดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๔๓ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างก็วนไปวนมาในการ ถามว่านี่เปึนข้อกฎหมายหรือไม่ใช่ข้อกฎหมาย แต่สุดท้ายแล้วก็คือการวินิจฉัยครับ อยากให้ท่านวินิจฉัยให้เด็ดขาดเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่าน จุมพฏครับ ขอความกรุณาท่านจุมพฏนะครับ ท่านเหลืออีก ๒ คําถาม ผมว่าท่านถามเลย ท่านไม่ต้องอารัมภบทเรื่อง คืออย่างนี้ที่ท่านพูดก็ถูกนะว่า ท่านพยายามพูดข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงของท่านนี่แหละมันต้องวินิจฉัยและหาข้อสรุปด้วย ข้อกฎหมาย ไม่อย่างนั้นมันจะเปึนประเด็นขัดแย้งกัน ซึ่งผมเกรงว่ามันจะขัดกับข้อบังคับ นะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็มีการตั้งกระทู้ลักษณะนี้ออกมาเรื่อย ๆ แล้วเราก็หาข้อสรุป ในแง่กฎหมายไม่ได้ก็จะเปึนปัญหาครับ ฉะนั้นเชิญท่านถามอีก ๒ คําถาม ให้ตรงไปตรงมาว่ามันเกี่ยวข้องกับการบริหารไม่ชอบอย่างไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่าน นายกรัฐมนตรีท่านได้พูด ผมจําไม่ได้ว่าหนังสือพิมพ์ฉบับไหนครับ ท่านบอกว่าเรื่อง ความชอบถูกต้องตามกฎหมายนั้นยังไม่เท่ากับความชอบธรรมหรือคุณธรรมจริยธรรม ของนักการเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ปฏิเสธนะครับ พยักหน้า เพราะฉะนั้นผมกําลังพูด ถึงความชอบธรรมว่าวันนั้นครับ วันแถลงนโยบายผมมาที่นี่ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ไป ตรวจสอบแล้วว่าสมาชิกในวันที่ ๓๐ วันที่ ๒๙ ที่ไม่ได้ไปที่กระทรวงการต่างประเทศบอก ว่าขาดการประชุม ผมมาประชุมที่นี่ครับท่านประธานครับ เพื่อที่จะอภิปรายนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรี การที่ไปแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศนั้น ผมถาม ข้อเท็จจริงว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงชื่อเข้าประชุม และสมาชิกของท่านได้ลงชื่อเข้า ประชุม ณ สถานที่ใด ท่านประธานครับ และองค์ประชุมในวันนั้นได้ครบองค์ประชุม หรือไม่ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับความชอบธรรมของท่านนะครับ ประธานรัฐสภาในวันนั้นมี อํานาจที่จะทําหน้าที่ประธานรัฐสภาหรือไม่ การประชุมได้ถูกต้องตามข้อบังคับการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งใช้บังคับโดยอนุโลมในขณะที่ยังไม่มีข้อบังคับ ของการประชุมรัฐสภาหรือไม่ ผมขอถามคําถามช่วงที่ ๒ เท่านี้ก่อนครับ
เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้ขัดข้องกับการถามกระทู้ของท่านนะครับ เพียงแต่กราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วประเด็นที่ท่านถามส่วนใหญ่มันเปึนความรับผิดชอบ ในวงงานของสภา ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมในฐานะหัวหน้าฝ์ายบริหาร แต่ถ้าจะ สอบถามข้อเท็จจริงก็ต้องกราบเรียนว่า ผมก็ได้รับแจ้งจากท่านประธานสภาว่ามีการย้าย ที่ประชุมสภาไปประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ ด้วยเหตุผลก็คือว่ามีผู้ชุมนุม อยู่รอบ ๆ สภานี่ครับ แล้วก็มีการพยายามที่จะเป่ดทางให้สมาชิกรัฐสภาเข้าร่วมประชุม แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่เขาก็รายงานว่าเขาไม่สามารถที่จะเป่ดทางได้ เพราะฉะนั้นสุดท้าย ก็เปึนดุลยพินิจของท่านประธานที่คงมีบทเรียนจากวันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา ไม่ต้องการ ให้เกิดความสูญเสีย ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงอีก ซึ่งจะกระทบกับทั้งชีวิตความ เปึนอยู่ของพี่น้องผู้ชุมนุม ทั้งภาพลักษณ์ของประเทศ ท่านก็เปึนผู้ตัดสินใจย้ายสถานที่ ประชุม ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งก็ไปตามที่ท่านประธานได้นัดหมาย แล้วก็ลงชื่อ แล้วก็ขณะเดียวกันท่านประธานก็ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่ามีสมาชิกที่ไปร่วมลงชื่อครบองค์ ประชุม คือเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร รวมกันนะครับ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนที่ท่านสอบถามว่า การแถลงนโยบายต้องเปึนการ แถลงที่นี่หรือไม่ ก็กราบเรียนว่า ในรัฐธรรมนูญก็บอกว่ารัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อ รัฐสภา ถามว่า รัฐสภา คืออะไร รัฐธรรมนูญก็บัญญัติว่า รัฐสภาประกอบไปด้วยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ส่วนสภาแต่ละ สภารัฐธรรมนูญก็บัญญัติเอาไว้ว่า ประกอบไปด้วยสมาชิกของสภานั้น ๆ เพราะฉะนั้นการ แถลงต่อสมาชิกสภาของ ๒ สภานั้น ก็คือการแถลงต่อรัฐสภานะครับ ผมเข้าใจว่าท่าน ประธานท่านได้วินิจฉัยเช่นนี้ท่านจึงได้ตัดสินใจที่จะย้ายสถานที่ประชุมไป แล้วทุกอย่าง ก็เรียบร้อยนะครับ ท่านพาดพิงมานิดหนึ่งครับว่า ผมไม่ได้ผ่านการเกณฑ์ทหาร ถูกต้อง ครับ เหมือนกับอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ได้ผ่านการเกณฑ์ทหาร แต่ว่าได้รับราชการทหารตาม กฎหมายครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านจุมพฏครับ คําถามสุดท้ายครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ มีกลุ่ม คณะบุคคลที่เรียกชื่อว่า พันธมิตร ได้ต่อต้านรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนที่มาจากการ เลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของพี่น้องประชาชน โดยกล่าวหาว่าไม่มีความชอบธรรม เนื่องจากเปึนนอมินีของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ พี่น้องประชาชนได้มีความสงสัยเปึน อย่างมาก ว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เข้ามาบริหาร ประเทศชาติ โดยเปึนนอมินีของบุคคลใดหรือไม่ ผมไม่เสียดสีครับ ตีกระแทกแสกหน้าเลย ครับท่านประธานครับ ผมถามข้อเท็จจริงว่าท่านได้รู้หรือไม่ว่าในวันที่ ๗ ตุลาคม ที่มีการ ป่ดล้อมรัฐสภานั้น มีรถติดตราแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเปึนสัญลักษณ์ของพรรคท่าน ขน เสบียงมาให้พันธมิตร ๒ คัน มีหลักฐานชัดเจนอยู่ในวิซีดีพันธมิตรฆ่าประชาชน ซึ่ง ประชาชนทั่วประเทศได้ดูได้ชม ท่านได้ทราบข้อเท็จจริงหรือไม่ว่า ส.ส. ของท่านคนหนึ่ง ชื่อนายสาธิต ไม่ใช่ วงศ์หนองเตย ครับ ป่ตุเตชะ ได้เข้าไปอยู่แล้วก็เช็ดหน้าใส่เสื้อเชิ้ต สีขาวอยู่ในกลุ่มม็อบที่ถูกสลาย เพราะว่าแสบตา เนื่องจากแก๊สน้ําตา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ตัวการผู้สนับสนุนกับผู้ร่วมกระทํา ประชาชนสงสัยว่าความชอบธรรมนั้น ถ้าเปึนนอมินีของบุคคลใดบุคคลหนึ่งย่อมไม่มีความชอบธรรมที่จะเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าท่านไม่อยากเข้ามาในสภาโดยการเหยียบกองเลือดกองเนื้อ กระผม ขออนุญาตอ่านคําพูดของแกนนําพันธมิตรคนหนึ่ง ชื่อประสงค์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านครับ สุ่นศิริ ให้สัมภาษณ์เปึนข่าวหนังสือพิมพ์ คม-ชัด-ลึก วันที่ ๒๗ ธันวาคมว่า นักการเมืองต้องตระหนักว่าถ้าไม่มีพันธมิตรก็ไม่มีรัฐบาลชุดนี้ หมายถึงรัฐบาลของท่าน อภิสิทธิ์ พวกคุณต้องเข้าใจว่าพันธมิตรนั้นมีส่วนสําคัญที่ทําให้คุณยืนอยู่บนตําแหน่งเก้าอี้ ไม่ใช่เที่ยวเอาดอกกุหลาบแดงไปให้คนนั้นคนนี้ พวกคุณเหยียบศพ เหยียบกองเลือด ผ่านความบาดเจ็บของพันธมิตรไป คุณจะลืมเรื่องนี้ไม่ได้ คม-ชัด-ลึก วันที่ ๒๗ ธันวาคม ตบท้ายข้อสุดท้ายครับ ท่านประสงค์ สุ่นศิริ ซึ่งเปึนผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เปึนประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ บอกว่า ขณะนี้กฎหมายรอฆ่าคุณอยู่ หลายเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องที่ ส.ส. สัดส่วนถูกยุบพรรค เรียกประชุมสภา ผมเปึนคนร่าง รัฐธรรมนูญรู้ดีว่ามันเรียกไม่ได้ รวมทั้ง ส.ส. ที่ถูกยุบพรรคไปโหวตก็ทําไม่ได้ คนเหล่านี้ไม่ เคารพกฎหมายเลย ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปว่าท่านเปึน นายกรัฐมนตรีนอมินีพันธมิตรหรือไม่
เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้เปึนครับ
ครับ ก็เปึนอันจบกระทู้ถามสด กระทู้ที่ ๒ นะครับ
ต่อไปกระทู้ถามสด กระทู้ที่ ๓ เรื่องการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร ตกต่ํา ผู้ตั้งกระทู้ถามท่านนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ
เชิญท่านนคร มาฉิม ผู้ตั้งกระทู้ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ จะเรียนถามกระทู้ต่อท่านนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะขอถือโอกาสนี้ได้ขอความกรุณาท่าน ประธานและท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะให้ทําการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุและสถานีวิทยุ โทรทัศน์ เนื่องจากทราบอย่างไม่เปึนทางการว่าการถ่ายทอดกระทู้ถามสดที่เปึนเรื่อง สําคัญแล้วก็เกี่ยวข้องกับปัญหาปากท้องของประชาชนในครั้งนี้นะครับ จะหมดเวลา ในช่วงเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ก็อยากจะขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานและ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความกรุณาได้ถ่ายทอดว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะได้ชี้แจงปัญหา ความเดือดร้อนเกี่ยวกับสินค้าเกษตรตกต่ําหลายตัวนะครับ พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศที่ได้รับผลกระทบก็จะได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วก็มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนนะครับ
ทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอย่างไรก็ขอขยายเวลาการถ่ายทอดสดไปหน่อยนะครับ แล้วท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแลอยู่ก็ช่วยประสานด้วยนะครับ เชิญเลยครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน เปึนอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียนถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่าในปัจจุบันนะครับ สินค้าที่เปึนสินค้าหลักที่กระทบต่อปัญหาปากท้องของ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากสินค้าราคาตกต่ํา ไม่ว่าจะเปึน ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ปาล์มน้ํามัน และยางพารา ซึ่งสินค้าเหล่านี้คือหัวใจหลัก ในการที่จะขับเคลื่อนเกษตรกรไทยให้มีความสุข ให้ประสบความสําเร็จ หรือว่าประเทศ จะเปึนทุกข์นะครับ ถ้าเกิดว่าแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้สําเร็จลุล่วงก็ถือว่าเปึนสิ่งที่เปึน ประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกรไทยค่อนประเทศ แต่ถ้าเกิดว่าแก้ไม่สําเร็จก็จะนําปัญหา ความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นกับคนในชาติอย่างมากมาย แล้วก็จะกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องข้าวขอถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่าน ประธานว่า รัฐบาลมีมาตรการอย่างใดในการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องข้าว ไม่ว่าจะเปึน ข้าวเจ้า ข้าวหอมมะลิ แล้วก็ข้าวเหนียว เพื่อให้มีความเปึนธรรมให้เกษตรกรที่ทํานาข้าว อยู่ได้ แล้วก็มีมาตรการในการที่จะรับจํานําดูแลให้ได้รับความเปึนธรรมให้กับพี่น้อง ชาวนาอย่างไร
เรื่องข้าวโพดครับ ถามสั้น ๆ นะครับ เรื่องข้าวโพดเปึนปัญหาที่ค่อนข้างจะ วิกฤติ แล้วก็มีการเรียกร้องตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อนนะครับ มีการป่ดถนน มีการชุมนุม เรียกร้องในทุกภาค โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน แล้วก็ภาคกลาง หลายจังหวัด นะครับ ปัญหาที่ประสบอยู่ในปัจจุบันที่รัฐบาลได้เพิ่มโควตาในการรับจํานําก็คือ จากเดิม ที่รัฐบาลชุดก่อนได้กําหนดไว้ที่ ๕ แสนตัน รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้เพิ่มขึ้นที่อีก ๒๕๐,๐๐๐ ตัน เปึน ๗๕๐,๐๐๐ ตัน แต่เนื่องจากว่าโควตาของครั้งที่แล้ว นะครับ มีทั้งการสวมสิทธิ มีทั้งการรับจํานําที่เพิ่มมากกว่าปริมาณที่รัฐบาลกําหนด ก็เหลืออยู่แค่เพียง ๑ แสนตันเศษเท่านั้น ทําให้ปริมาณสินค้าข้าวโพดประมาณ ๓ ล้าน ๗ แสนตันที่ผลิตภายในประเทศนะครับ ยังค้างอยู่เปึนจํานวนมาก ประกอบกับมี การสวมสิทธิของผู้ร่วมขบวนการทุจริต โดยการนําเข้าสินค้าข้าวโพดจากประเทศ เพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นจึงอยากกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่า รัฐบาลมีมาตรการอย่างไรในการที่จะ ดูแลผู้ผลิตข้าวโพดของไทยให้ได้รับความเปึนธรรม และให้ราคาที่รัฐบาลประกัน ๘.๕๐ บาท ต่อ ๑ กิโลกรัม ที่ความชื้น ๑๔.๕ บาทนี่นะครับ อย่างไรให้ถึงมือของพี่น้องเกษตรกรอย่างเปึน ธรรมจริง ๆ นะครับ
เรื่องมันสําปะหลังเช่นกันครับ กราบเรียนถามท่านประธานว่า มันสําปะหลังตอนนี้รัฐบาลได้รับไว้ที่ ๑.๙๐ บาท ต่อ ๑ กิโลกรัมที่หัวมันสดแบบคละ นะครับ แต่ว่าถึงมือของพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ ไม่ถึงบาท บางพื้นที่นะครับ และที่มีปัญหา เช่นเดียวกับข้าวโพดก็คือแหล่งรับจํานํามีน้อยเกินไป บางครั้งจังหวัดหนึ่งมีแค่เพียง ๒ จุด บางครั้งจังหวัดไม่มีเลยทั้ง ๆ ที่ผลผลิตนี่นะครับมีเกือบทุกจังหวัด ก็อยากจะทราบถึง มาตรการของรัฐบาลว่าท่านมีนโยบายในการที่จะดูแลสินค้ามันสําปะหลังอย่างไร นะครับ
เรื่องสุดท้ายที่จะเรียนถามก็คือ เรื่องปาล์มน้ํามัน เรื่องปาล์มน้ํามันนะครับ รัฐบาลมีมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องปาล์มน้ํามันอย่างไร
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องยางพารานะครับ ยางพาราที่รัฐบาลบอกผ่านสื่อ บอกว่าจะรับจํานํา ๒ แสนตัน ท่านมีวิธีการในการที่จะดําเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร ขออนุญาตถามเปึนคําถามแรกครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กระทู้ถามนี้จะมีรายละเอียดอยู่พอสมควร นะครับ ซึ่งจะขออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจง แต่เบื้องต้นอยากจะ กราบเรียนภาพรวมสําหรับเพื่อนสมาชิกนะครับที่มีความห่วงใยในเรื่องนี้
ประการแรกเลย ในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ รัฐบาลถือเปึนเรื่องสําคัญมากที่ เกษตรกรจะต้องสามารถที่จะดํารงกําลังซื้อ คือพูดง่าย ๆ คือยังมีรายได้อยู่ในระดับที่ เหมาะสม เพราะเราทราบดีว่าเกษตรกรคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ แล้วถ้าหากว่า เกษตรกรนี่มีความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยก็จะเปึนวิธีการในการที่จะทําให้ เศรษฐกิจมีการหมุนเวียน แล้วก็รักษาระดับการเจริญเติบโตได้ดีที่สุด ทีนี้ในการเข้าไป ดูแลพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะในเรื่องของพืชผล ข้อเท็จจริงก็คือว่ารัฐบาลที่แล้วได้มีการ อนุมัติโครงการที่เข้าไปแทรกแซงพืชอยู่ ๓ ตัว ก็คือ ข้าว ข้าวโพด และมันสําปะหลัง แม้ว่า มีการหารือในพืชตัวอื่น แต่ว่าก็ยังไม่ได้มีการอนุมัติในลักษณะที่มีเงินงบประมาณรองรับ ไว้ เงินทั้งหมดที่ได้มีการดําเนินการในโครงการแทรกแซงที่ได้รับการอนุมัติไว้ใน รัฐบาลก่อนก็คือ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับครับว่า การจํานําข้าว การแทรกแซงเรื่องของมันสําปะหลังนะครับ ก็ยังอยู่ในระหว่างของการดําเนินการตาม โครงการเดิม เพราะฉะนั้นตรงนี้ยังไม่ได้มีการดําเนินการจนแล้วเสร็จ หรือยังไม่ได้มีการใช้ วงเงินเต็มจํานวนที่ได้ตั้งเอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้มาตรการตรงนี้ก็ดําเนินต่อไป ปัญหาเกิดขึ้นก็คือที่ข้าวโพด เพราะว่าต้องยอมรับว่าเปึนครั้งแรกที่เรามีการดําเนินการ แทรกแซงข้าวโพดในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นเรียนตามตรงก็คือความพร้อมของหน่วยงาน ต่าง ๆ เช่น การมีข้อมูล การจดทะเบียนเกษตรกร หรือจํานวนผลผลิตก็ค่อนข้างที่จะมี ปัญหา และเมื่อเรากําหนดราคาจํานําสูงกว่าราคาตลาดพอสมควร ก็ทําให้เกิดปัญหาใน เรื่องของการที่มีการนําเข้า มีการสวมสิทธิ โดยเฉพาะมันมีโครงการในลักษณะที่ไปทํา การเกษตรที่เปึนสัญญา คือไปปลูกกันในประเทศเพื่อนบ้านนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็เปึนปัญหา เนื่องจากว่าเราก็มีข้อตกลงระหว่างประเทศ เช่น แอคเมค ซึ่งทําให้มีการ นําเข้ามาได้อย่างค่อนข้างที่จะเสรีนะครับ คือไม่มีการเก็บภาษี ตรงนี้ครับก็เลยทําให้เกิด ปัญหาว่า ในช่วงรอยต่อของรัฐบาล ปรากฏว่าการจํานํามันเต็มโควตา จนกระทั่งจําได้ว่า มีพี่น้องเกษตรกรมาชุมนุมเรียกร้องกันว่านําผลผลิตมาจํานําแล้วก็ผู้เกี่ยวข้องไม่รับ เนื่องจากโควตาเต็มแล้ว นั่นคือเหตุผลว่าทําไมในการประชุม ครม. ครั้งแรกเลยนะครับ ซึ่งเราเรียกประชุมเปึนกรณีพิเศษในบ่ายหรือเย็นวันที่ ๓๐ ธันวาคม หลังจากที่แถลง นโยบายต่อรัฐสภา จึงได้มีการไปดําเนินการขยายโควตาอีก ๒๕๐,๐๐๐ ตัน เพราะเข้าใจ ถึงปัญหาตรงนี้ดีนะครับ แล้วเราก็พบความจริงครับว่าจะต้องเข้าไปปรับแก้การ ดําเนินการโครงการบางประการ เช่น เราก็คงจะสามารถรองรับเกษตรกรแต่ละรายได้ เพียง ๑ แสนบาทเท่านั้นนะครับ เพราะว่าถ้าวงเงินสูงเกินไปก็จะมีเกษตรกรรายย่อย จํานวนมากพบว่าโควตาไม่พอนะครับ ขณะเดียวกันก็ได้มีการกําชับให้ทางกระทรวง พาณิชย์ไปตรวจสอบไม่ให้มีการสวมสิทธิหรือมีการทุจริต เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ได้มีการ ดําเนินการ แล้วก็ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกหรือท่านประธานก็คงจะได้รับทราบข่าวคราวที่มี การดําเนินการในเรื่องนี้
ส่วนกรณีของปาล์มและยางพารานั้นจึงจําเปึนต้องกําหนดขึ้นมาใหม่เปึน การแทรกแซง จะเปึนปาล์มก็ดี ยางพาราก็ดี แต่ว่าเนื่องจากไม่มีวงเงินเอาไว้ ก็ต้องเสนอ วงเงินต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีฝ์ายเศรษฐกิจ ซึ่งก็ได้มีการอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมแล้ว ถ้าผมจําไม่ผิดก็ตัวเลขประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ซึ่งก็เชื่อว่าน่าจะรองรับใน ส่วนของข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ปาล์ม และยางพารา ตามเปัาหมายที่กําหนดไว้ได้ อย่างไรก็ตามนะครับ ก็ได้ให้ทุกหน่วยงานติดตามโครงการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ถ้าหากว่า มีปัญหาเพิ่มเติมอะไร รัฐบาลก็ต้องเร่งเข้าไปแก้ไข อย่างเมื่อวานนี้ก็ทราบนะครับว่ามีการ ชุมนุมของพี่น้องเกษตรกรข้าวโพดที่ถนนสายลําปาง-แพร่ ก็เปึนปัญหาร้องเรียนว่าจุดรับ จํานําไม่พอนะครับ แล้วก็มีการเรียกร้องในเรื่องราคาด้วย ผมก็ได้สั่งการให้ทางกระทรวง พาณิชย์เร่งเข้าไปดู แล้วก็จะมีการประมวลปัญหาเพื่อที่จะแก้ไขให้เร็วที่สุดต่อไป สําหรับ รายละเอียด แล้วก็สําหรับการตอบข้อคําถามเพิ่มเติม ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะให้ ท่านรัฐมนตรีทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงต่อไปครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก่อนครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ดิฉัน พรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ดิฉันขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก ท่านนคร มาฉิม ที่มีความห่วงใยในเกษตรกร ก็คงจะไม่แตกต่างไปจากท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในสภาทุก ๆ ท่านนะคะที่มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรเช่นกัน ซึ่งถือว่าพี่น้อง เกษตรกรเปึนผู้ที่ยังมีความทุกข์ยากแล้วก็ยากจนอยู่ อีกทั้งยังเปึนคนส่วนใหญ่ของ ประเทศด้วย ฉะนั้นในสิ่งนี้ก็คือพวกเราทุก ๆ คนให้ความตระหนักและก็ต้องการจะแก้ไข ปัญหา รัฐบาลก็มีนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไปเมื่อวันที่ ๓๐ เช่นกันนะคะ ที่จะดูแล เสถียรภาพสินค้าเกษตร โดยจัดให้มีระบบประกันความเสี่ยงด้านราคา สินค้าเกษตร พัฒนาตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าให้เข้มแข็ง สร้างตลาดกลางสินค้าปลีก สินค้าเกษตร ทุกภูมิภาค ซึ่งตรงนี้ก็คือเปึนนโยบายที่ทางรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ต้องตระหนักและก็ถึงบทบาท หน้าที่นี้ ตัวดิฉันเองถึงแม้จะเพิ่งมารับตําแหน่งได้เพียง ๒ อาทิตย์ แต่ก็ได้พยายาม แล้วก็ทํางานกันอย่างเต็มที่ทั้งดิฉันและก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรอย่างที่เรียนให้ทราบว่าเปึนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้คนจํานวนมาก แล้วก็ส่วนใหญ่ยังยากจนอยู่ ปัญหาของสินค้าเกษตรดิฉันสรุปได้สั้น ๆ เลยนะคะว่า ต้นทุนสุดปลายฟัา ราคาขายต่ําติดดิน ตรงนี้นี่คือปัญหาจริง ๆ ปัญหาเรื่องของราคา ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ดิฉันประมวลได้ก็คือเรื่องราคารับจํานําอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ พูดถึง ราคารับจํานําเนื่องจากว่าเปึนราคาที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน ค่อนข้างจะกลไก ตลาดมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ทําให้เกิดปัญหาขึ้นมา
ในส่วนปัญหาข้อที่ ๒ ก็จะเปึนเรื่องของข้อมูลของปริมาณผลผลิตที่ไม่เกิด ความชัดเจน คงต้องมามีการทบทวนในกระทรวงระหว่างกระทรวง
ในส่วนที่ ๓ ก็คือประเทศผู้รับซื้อประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ก็เลยชะลอ การสั่งซื้อ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาที่ดิฉันพอประมวลออกมาได้เปึน ๓ ข้อนะคะ
ในการแก้ไขปัญหา ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว
ในระยะสั้น ในเรื่องของราคารับจํานํา คืออย่างที่เรียนว่าค่อนข้างจะ คลาดเคลื่อนกับราคาตลาดแล้วก็บิดเบือนกลไกตลาดอย่างมาก แต่ต้องยอมรับว่าเปึน สิ่งจําเปึนที่ต้องทํา ถือว่าเปึนการช่วยเกษตรกรอย่างแท้จริง ตรงนี้เปึนภาระหน้าที่ที่จะต้อง ช่วยกันดูแล ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องเรียนว่าไม่ได้เปึนผลดีในระยะยาว เพียงแต่ว่าต้องช่วย เกษตรกรและก็ต้องให้ได้รับถึงผลที่แทรกแซงถึงมืออย่างแท้จริงนะคะ
ในเรื่องของการแก้ปัญหาระยะสั้นอีกส่วนหนึ่งของกระทรวงพาณิชย์ก็คือ ข้อมูลการผลิต ที่อย่างที่เรียนว่าไม่ตรงกับข้อมูลจริง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็ได้ขอ งบกลางป้มาเพื่อจัดสรรในการที่จะจ้างบัณฑิตอาสา ในการที่จะช่วยตรวจตลาด สํารวจ ตลาด แล้วก็ดูข้อมูลผลิต ผลผลิตในพื้นที่ของเกษตรกรที่ทุก ๆ พื้นที่ โดยให้ประสานกับโรงเรียนแล้วก็ผู้นําชาวบ้าน รวมถึง อบต. ซึ่งตรงนี้ก็เปึนการจ้างงานอีก อย่างหนึ่งที่จะช่วยของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ตรงนี้ในการแก้ไขปัญหา ระยะสั้นนี้มีข้อที่ดิฉันคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์อีกข้อหนึ่ง ก็คือจะเปึนเรื่องของการ จัดระบบสต็อก (Stock) นะคะ อันนี้จะเปึนเน้นในเรื่องของข้าว ซึ่งจะเปึนการรักษา เสถียรภาพของราคา แล้วก็จะต้องจับมือกับเวียดนาม จีน ให้เปึนรูปธรรมชัดเจน ซึ่งคาดว่าเราจะไปประสานกับทางเวียดนามในเร็ววันนี้นะคะ ก็ได้มีการวางแผนแล้ว เพื่อที่จะเปึนช่องทางในการระบายสินค้า ระบายข้าว ให้เปึนระบบจีทูจี (G to G) ให้มากขึ้น ตรงนี้คือสิ่งที่เปึนการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นของกระทรวงพาณิชย์
ในส่วนของการแก้ไขปัญหาระยะยาวนี้นะคะ ก็จะมีการเริ่มสิ่งเหล่านี้ อาจจะต้องใช้เวลาอย่างที่ว่าก็คือการแก้ปัญหาระยะกลางไปถึงยาวนี่นะคะ ต้องใช้เวลา พอสมควรแต่ดิฉันคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มในการที่จะแก้ไขในการที่จะ จัดระบบราคาพืชผล ประกันราคาพืชผล รวมถึงประกันภัยพืชผล โดยจะแต่งตั้ง คณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็เกษตรกร เพื่อที่จะนําเรื่องนี้ เสนอ ครม.ให้เปึนนโยบายไปที่สุด สุดท้ายโดยเร็วที่สุดเลย
ในส่วนที่แก้ไขปัญหาอีกประเด็นหนึ่งก็จะเปึนในเรื่องของการประชุม อาเซียนที่จะมาถึงนี้นะคะ ก็จะหยิบยกประเด็นปัญหาของเรื่องสินค้าการเกษตรหารือกับ รัฐมนตรีพาณิชย์ของประเทศต่าง ๆ ที่มาร่วมประชุมนะคะ เพื่อสร้างอํานาจในการต่อรอง ในตลาดโลก ซึ่งอาเซียน ๑๐ ประเทศ ต้องถือว่าเปึนผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ที่เราจะต้องมาทําตลาดร่วมกัน อันนี้ก็ถือเปึนโอกาสในการที่จะพูดคุยกับผู้นําอาเซียน นะคะ
ในประเด็นถัดมา ตรงนี้ก็คือต้องใช้เวลาอีกเช่นกัน ก็คือการส่งเสริมการซื้อ ขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า แล้วก็การทําคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง ตรงนี้ต้องได้รับการ ทบทวนแล้วพิจารณาว่าจําเปึนที่จะต้องหาตลาดที่เกษตรกรจะต้องทราบถึงจํานวนที่ผู้ซื้อ ต้องการ ผู้ผลิตก็จะได้ทําตรงตามนั้น ปัญหาการล้นตลาดของสินค้าเกษตรก็จะได้รับ การแก้ไข การแทรกแซงซึ่งเปึนการแก้ไขปัญหาระยะสั้นก็จะทุเลาเบาบางไปได้มาก นะคะในการทําคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง ตรงนี้ดิฉันก็ได้มอบนโยบายไปในเรื่องของข้าว ในสต็อกปัจจุบันนี่นะคะ ที่จะนําไปเทรด (Trade) ในตลาดเกษตรล่วงหน้านะคะ ซึ่งจะ เปึนโครงการนําร่อง เราจะทําเพียงบางส่วนมิได้หมายความว่าทั้งหมด เปึนการนําร่อง เพื่อประเมินดูว่ามีความเปึนไปได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็จะเปึนการสร้างความเชื่อมั่น ขออนุญาตนะคะท่านประธาน แล้วก็จะเปึนการสร้างความเชื่อมั่นแล้วก็เสริมสภาพคล่อง ที่จะดึงดูดผู้ประกอบการในระยะยาวที่จะทําให้เกษตรกรสามารถที่จะวางแผนการปลูกได้ นะคะ
ในส่วนประเด็นถัดมา อันนี้อาจจะเปึนเรื่องของ ต้องเรียนชี้แจงเรื่องของ ข้าวปัจจุบันนี่นะคะ ข้าวหอมมะลิอย่างที่เมื่อกี้ท่าน ส.ส. ได้พูดถึงที่รับจํานํา อันนี้คือ ทั้งข้าว ทั้งมันสําปะหลัง ทั้งข้าวโพดอะไรนี่นะคะที่เปึนปัญหา ต้องเรียนตามตรงว่าปัญหาของการรับจํานําที่เกิดขึ้นสรุปปัญหาได้ก็คือ ในเรื่องของ สถานที่ที่ว่าไม่เพียงพอ อันที่จริงต้องเรียนว่า อคส. นี่เป่ดครอบคลุมมากเลยนะคะแทบทุก จังหวัด ดิฉันมีรายละเอียดตรงนี้ ก็อาจจะเดี๋ยวให้ท่านได้พิจารณาทีหลัง แต่ว่าปัญหาจะ เปึนเรื่องของใหญ่ ๆ ก็คือบางทีอยู่ในโกดัง อยู่ในระหว่างการทําสัญญากับ อคส. ตรงนี้ เปึนเรื่องของการทํางานในระบบในเชิงเทคนิคที่ว่าการทําสัญญากับ อคส. จะต้องมีการ วางเงินค้ําประกัน มีอะไรอย่างนี้ ซึ่งมันติดจากตรงนี้ก็เลยทําให้ที่รับจํานําอาจจะดูว่า น้อยไป แต่ว่าทั้งนี้ก็ได้เร่งแก้ไขในทุกที่ที่มีปัญหานะคะ
ในส่วนของข้าว ดิฉันขอกลับมาที่ข้าว เรื่องของข้าวต้องเรียนว่า ข้าวหอมมะลินะคะ ปัจจุบันจากนโยบายที่ได้ออกไปในการที่จะชะลอในการระบายข้าว ประกอบกับ ภูมิอากาศ แล้วก็ประเทศเพื่อนบ้าน ราคาข้าวหอมมะลิในปัจจุบันต้องถือว่า ณ วันนี้ เพิ่มขึ้น ๒,๐๐๐ บาท ต้องถือว่าสูงทีเดียว ในส่วนข้าวเจ้าก็เช่นกัน ๕ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นมา ๑,๐๐๐ บาท ข้าวเปลือกเหนียวก็เพิ่มขึ้นมา ๑,๕๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเปึนผลดีกับ พี่น้องเกษตรกรที่เรื่องของข้าวมีราคาที่สูงขึ้น
ในส่วนของต้นทุนการผลิตก็เช่นกัน เราก็ได้ดูแลในเรื่องของต้นทุนการผลิต ในเรื่องของปุิย ตรงนี้ลดลงกว่าครึ่งแล้วนะคะ อันนี้คือสินค้าที่ทางกระทรวงพาณิชย์โดย กรมการค้าภายในก็ดูแลเรื่องของต้นทุนให้พี่น้องเกษตรกรเช่นกันในเรื่องของปุิยนี่นะคะ น้ํามันก็ลดลงแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันคิดว่าก็คงจะทําให้ผลผลิตที่ออกมา เมื่อพี่น้อง เกษตรกรขายได้ก็น่าจะมีกําไรมากขึ้นนะคะ ซึ่งเปึนนโยบายของรัฐบาลโดยท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แล้วก็ทางพวกเราทุก ๆ ท่านอยู่แล้วนะคะที่ต้องการให้ผลิตผลมี ราคาดี อันนี้คือเรื่องของข้าว
ในส่วนของข้าวโพด เดี๋ยวก็คงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดิฉันขอพูดถึงมันสําปะหลัง มันสําปะหลังก็เช่นกันนะคะ คือโครงการข้าว อย่างเมื่อสักครู่นะคะ ๘ ล้านตัน เราก็รับจํานําไป ๓ ล้านกว่าตัน ก็ยังพอมีสต็อกเหลือที่จะ ให้เพิ่มอีกนะคะ มันสําปะหลังก็เช่นกันที่บอกว่าไม่มีจุดรับ อย่างนี้เมื่อสักครู่นี้ก็ได้อธิบาย ไปแล้วว่ามีติดปัญหาทางเทคนิคของผู้ประกอบการนะคะ ที่เรื่องของการวางเงิน ค้ําประกันมันสําปะหลังที่โครงการเปัาหมายคือ ๕ ล้านตัน ปัจจุบันก็แค่ ๒ ล้านกว่าตันเอง ก็ยังมีโครงการเหลือ แต่ปัญหาก็คือว่าที่ลานมันไม่สามารถจะรับจํานวนหัวมันสดใน แต่ละวันได้หมด แล้วพี่น้องเกษตรกรก็กลัวว่าจะไม่ได้ตามราคารับจํานํา ซึ่งจริง ๆ แล้วใน โควตายังมีจํานวนเหลืออยู่อีกนะคะ ก็เรียนไว้ตรงนี้ แล้วก็ปัญหาอย่างที่เรียนเมื่อสักครู่คือ โกดังก็ยังรอเรื่องของสัญญากับ อคส. ที่เรื่องเทคนิค เรื่องวางเงินค้ําประกันนะคะ ตรงนี้รัฐ ก็ช่วยเหลือจริง ๆ อันนี้คือเปึนข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ วันนี้กรมการค้าภายในและ อคส. ก็ได้ มีการประชุมร่วมกันกับผู้ประกอบการ ๔ สมาคมนะคะ ก็จะแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเรื่อง ของการรับจํานํา แล้วก็เรื่องของการแปรผลผลิต แล้วก็จะทําสัญญานะคะ อันนี้ปัญหา สุดท้ายก็คือเรื่องของการทําสัญญาก็จะทําให้เร็วขึ้น มันมีเรื่องของระบบในการบรรจุ แพคกิ้ง (Packing : การบรรจุ) เรื่องของแปังมันอยู่นะคะ ซึ่งตรงนี้ก็ได้รับการแก้ไข แล้วก็มี บทสรุปกันไปแล้วในวันนี้นะคะ
ในส่วนของปาล์มน้ํามันก็เช่นกัน ก็ยังมีโควตาเหลืออีกเยอะเลย นะคะ เพราะฉะนั้นเกือบ ๆ ๒ แสนตัน ซึ่งตรงนี้ทาง ครม. ก็ได้มีมติว่าจะเพิ่มให้ แสนหนึ่ง กับของเก่ารวมกันก็เกือบ ๒ แสนตันนะคะยังคงเหลืออยู่
ในส่วนเรื่องของปัญหาเรื่องข้าว เรื่องมันสําปะหลัง ก็คงจะหมดแล้ว ในส่วนของข้าวโพด เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็คง ได้มานําชี้แจง ส่วนในส่วนของดิฉันนี่นะคะ ดิฉันก็ขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน แล้วก็ พี่น้องเกษตรกรขอให้ได้มั่นใจว่าเรา ทั้งคณะรัฐบาล แล้วก็พวกท่าน ส.ส. ทุก ๆ ท่าน รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะไม่ทอดทิ้งนะคะ ปัญหานี้คือ ปัญหาใหญ่ของประเทศที่เปึนปัญหาที่หมักหมมมาตลอด เพราะฉะนั้นก็จะต้องขอพี่น้อง ประชาชนให้ใจเย็น เพราะว่าท่าน ส.ส. ทุก ๆ ท่านก็สะท้อนถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ให้กับสภา แล้วก็ให้กับทางรัฐบาลได้รับทราบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้เรา ก็พร้อมที่จะทํางานกันอย่างเต็มที่ขอให้เชื่อมั่น แล้วก็พวกเราจะทํางานอย่างเต็ม ความสามารถ แล้วก็ตามกําลังที่เราทําให้เกิดผลดีที่สุดกับทุก ๆ ท่านนะคะ ดิฉันโอกาสนี้ ก็อยากจะเรียนว่าเกษตรกรไม่สามารถจะหลุดพ้นไปจากความทุกข์ยาก ความยากจนได้ ถ้าการทํางานยังไม่โปร่งใส เกิดกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากล เพราะฉะนั้นตรงนี้ในยุคนี้ คงจะต้องมีการทบทวนและพิจารณากันใหม่นะคะ ดิฉันก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. นคร มาฉิม ที่ได้พูดถึงประเด็นปัญหาของสินค้าเกษตรตกต่ํา ซึ่งดิฉันพร้อมทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะน้อมรับ แล้วก็นําไปแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน กราบขอบคุณค่ะ เดี๋ยวขอเชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ค่ะ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ ท่านอลงกรณ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ กระผมต้องขอขอบพระคุณท่าน ส.ส. นคร มาฉิม จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ยื่นเปึนกระทู้ถามสดในปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ทั่วทั้งประเทศ ในฐานะที่กระผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ให้กํากับดูแลในส่วนของโครงการรับจํานําแทรกแซงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฤดูการผลิตป้ ๒๕๕๑/๒๕๕๒ ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าการดูแลในส่วนของรัฐบาล ชุดปัจจุบันนั้นเปึนการรับไม้ต่อจากโครงการรับจํานําในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ทั้งนี้ เนื่องจากว่าปริมาณของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งจะออกมากในช่วงเดือนกันยายนถึง เดือนธันวาคมนั้น ได้มีผลผลิตออกมาและราคาก็ตกต่ํา เปึนผลกระทบมาจากภาวะ เศรษฐกิจของตลาดโลก ตัวเลขการส่งออกทั่วโลกก็ลดต่ําลง รวมทั้งของประเทศไทย ขณะเดียวกันวิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจทําให้อํานาจซื้อ โดยเฉพาะในเรื่องของ อาหารสัตว์ ซึ่งการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศป้ละ ๓,๗๐๐,๐๐๐ ตัน ได้ส่งให้กับ โรงงานอาหารสัตว์ทั้งหมด ซึ่งต้องการป้ละ ๓,๘๐๐,๐๐๐ ตัน จึงเปึนเหตุผลว่าทําไม ๓ ป้ ที่ผ่านมาจึงไม่มีการเข้าไปแทรกแซง เพราะปริมาณการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้นพอดี ๆ กับการใช้ภายในประเทศ แต่ปัญหาเกิดขึ้น และตรงนี้ต้องกราบเรียนสภาผู้แทนราษฎรว่า เปึนปัญหาร่วมกันที่ต้องเข้ามาช่วยกันดูแล เพราะปัญหานี้จะขยายใหญ่โตทั้งวันนี้ และวันข้างหน้า นั่นหมายความว่าความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดคนไทย และการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไม่ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากว่าได้มีการนําข้าวโพดต่างด้าว เข้ามา ผมขออนุญาตท่านประธาน เพื่อให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็น รวมทั้ง พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ว่าปัญหาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สถานการณ์เปึน เช่นใดจะได้มีความเข้าใจตรงกันต่อประเด็นของปัญหา ผมอยากจะเรียนด้วยภาพของ แผนที่ของประเทศอย่างนี้ครับว่า เรามีพรมแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขอถือโอกาสที่จะ ไม่กล่าวถึง นั่นก็คือทางฝัืงตะวันตกและฝัืงตะวันออก เส้นสีชมพูนี้คือเส้นทางการลักลอบ เข้ามาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่างด้าว ไม่ว่าจะปลูกโดยคนในประเทศนั้น หรือปลูกโดยโครงการเกษตรพันธสัญญาที่เรียกว่า คอนแทรคท์ ฟาร์มมิง ซึ่งรัฐบาลไทยในหลายป้ที่ผ่านมามีความประสงค์ที่ต้องการ ช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน ๓ ประเทศ คือ พม่า ลาว กัมพูชา จึงได้ส่งเสริม ให้มีการปลูกพืชเศรษฐกิจขึ้น ในขณะเดียวกันในด้านของตะวันออกก็จะมีช่องทางเข้ามา ตลอดแนว ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดอุตรดิตถ์ลงมาถึงจังหวัดพิษณุโลก อีกช่องทางหนึ่งก็เข้ามาสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนช่องทางตะวันตกก็เข้ามาที่จังหวัดตาก เปึนสําคัญ นี่คือการตรวจสอบโดยหน่วยราชการลับของไทยหลังจากที่รัฐบาลนี้ โดย ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเห็นชอบในการ ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดด้วยการขยายปริมาณการรับจํานําจาก ๕ แสนตัน เปึน ๗๕๐,๐๐๐ ตัน เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ และได้รับรายงานว่ามีการนําข้าวโพด ต่างด้าวเข้ามาสวมสิทธิ รวมทั้งการสวมสิทธิภายในประเทศเองด้วย ซึ่งเปึนกระบวนการ ทุจริตที่ทํากันมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันหลังจากมีมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์โดยคําสั่งของท่านรัฐมนตรีว่าการก็ให้มีการตรวจสอบ โดยมีการ ตั้งหน่วยตรวจพิเศษในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ๘ หน่วยด้วยกัน พร้อมกันนั้นเมื่อท่าน ได้มอบหมายให้กระผมรับผิดชอบกํากับดูแลโครงการแทรกแซงราคาข้าวโพดเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ก็ได้ขอความร่วมมือไปยังกองทัพ ขอความร่วมมือไปยังสํานักงานตํารวจ แห่งชาติและทุกหน่วยงานในการที่จะปัองกันดูแลสิทธิของชาวไร่ข้าวโพด แต่เนื่องจากว่า ปริมาณของข้าวโพดเฉพาะในส่วนของโครงการ คอนแทรคท์ ฟาร์มมิง ใน ๓ ประเทศ เพื่อนบ้านนั้นได้เพิ่มขึ้นถึง ๑๒ เท่า ภายในเวลา ๒ ป้เศษเท่านั้น จากจํานวนการผลิต รวมกัน ๓ ประเทศ ๑ แสนตันเศษ ได้เพิ่มขึ้นเปึน ๓ แสนตัน และเปึน ๑.๒ ล้านตัน เมื่อป้ที่แล้ว ซึ่งจ่อเข้ามาที่จะทะลักเข้ามาสู่ประเทศไทย และมีผลต่อราคา ของสินค้าเกษตรของเราโดยตรง พร้อมกันนั้นก็มากีดกันโควตา เพราะการเป่ดรับจํานํา ข้าวโพดตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ๕ แสนตันนั้น เพียงเวลา ๓๐ วันเท่านั้น โควตา ๕ แสนตันเต็มหมดแล้ว ที่เต็มเพราะเหตุว่านี่คือ ฝัืงทางด้านตะวันตกตรงข้ามกับจังหวัดตาก โดยเฉพาะที่แม่สอด จะมีโกดังแหล่งพัก สินค้าข้าวโพดเรียงรายอยู่ตลอดลําน้ําเมย ขณะเดียวกันก็มีการจ่ายค่าคุ้มครองให้กับ กองกําลังต่างชาติที่ดูแลพื้นที่แถบนั้น แล้วก็มีการลําเลียงโดยเรือเข้ามาสู่ริมฝัืงไทย แล้วก็ มีการขน หลังจากนั้นก็กระจายไปยังจุดพักสินค้า ก่อนที่จะเข้าไปในโกดังที่เปึนจุดรับ จํานําที่เราเป่ดรับจํานํา นี่คือตัวอย่างของข้าวโพดต่างด้าวสวมสิทธิ ลักษณะเมล็ดจะใหญ่ กว่าของเรา เพราะว่าสภาพดินยังเพิ่งปลูกได้ไม่กี่ฤดูกาล เพราะฉะนั้นจะทําให้มีลักษณะ เมล็ดนั้นใหญ่กว่า แต่ความปลอมปน สิ่งเจือปนในลักษณะที่มีพวกซังข้าวโพดจะมีอยู่ ค่อนข้างมาก เพราะว่ามาตรฐานของการเก็บและบรรจุแตกต่างกับของเกษตรกรของเรา ซึ่งทําได้ดีกว่า ในฝัืงที่เปึนปัญหามากขณะนี้ แล้วก็มีการดําเนินการในการสอบสวน ตรวจสอบ ซึ่งหลังจากที่ผมได้รับมอบหมายวันที่ ๙ มกราคมแล้ว ก็ได้ดําเนินการสืบ ในทางลับ ข้ามไปตรวจสอบในฝัืงตรงข้ามกับจังหวัดตาก แล้วก็ได้ถ่ายรูปทั้งวิดีโอภาพนิ่ง ตั้งแต่กระบวนการขนข้ามมายังประเทศไทยจนกระทั่งเข้าไปสู่จุดรับจํานํา นั่นคือสิ่งที่ทําให้เกิดการตรวจค้นและอายัด ๓๐,๐๐๐ กว่าตัน เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ที่ผ่านมา ขณะนี้สอบปากคําไปแล้ว ๑,๐๐๐ กว่าปาก ขณะเดียวกันก็ได้มีการตรวจสอบ ในพื้นที่ของฝัืงตะวันออกและตอนเหนือของประเทศ โดยเฉพาะที่ติดอยู่กับพื้นที่หลาย จังหวัดภาคเหนือ เช่น จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ เปึนต้น ซึ่งมีช่องทางด่านศุลกากร และ ช่องทางที่ลักลอบเข้ามาตามเส้นทางรอง หลังจากนั้นสิ่งที่เราได้เห็นก็คือว่า เกษตรกร คนไทยแท้ ๆ ต้องไปจอดรอคิวกันเพื่อจะเข้าไปสู่จุดรับจํานําทั้งวันทั้งคืน แต่เข้าไม่ได้ เพราะโดนข้าวโพดสวมสิทธิทําให้เต็มโควตา นี่คือสภาพของเกษตรกรที่ขนรถบรรทุก ป่กอัพขนเข้าไป ยาวเปึนแถว แต่ไม่สามารถเข้าได้ ในขณะเดียวกันผลที่ติดตามตรวจสอบ ตั้งแต่ชายแดนเปึนต้นมาได้มีการลําเลียงโดยขบวนรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้ตอนกลางคืน นี่คือการสืบสวนสอบสวนโดยการติดตามที่มีการลักลอบขนตอนกลางคืนโดยรถบรรทุก ขนาดใหญ่ แล้วก็เข้ามาในจุดซึ่งเปึนจุดพัก แล้วมาบรรจุกระสอบปุิยก่อนที่จะเข้าไปสู่จุด รับจํานํา ผมเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกว่า ตามตัวเลขที่ได้เรียนต่อท่าน ประธาน มีปริมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ตัน อยู่ใน ๓ ประเทศ ได้มีการส่งเข้ามาจําหน่ายสู่ ประเทศไทย เรียกว่าส่งออกมาประเทศไทย ภายใต้ความตกลงโดยใช้สิทธิพิเศษทางภาษี ของกรอบอาเซียน ที่เรียกว่า เอไอเอสพี (AISP) ก็คือ คล้าย ๆ จีเอสพี (GSP) ที่เราได้รับ จากประเทศตะวันตกนั่นเอง เราได้ให้ภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์แต่เสียดายว่ามาตรการในการ กําหนดกรอบเหล่านี้ไม่ได้กําหนดช่วงเวลา ซึ่งโดยแท้ที่จริงควรจะต้องกําหนดให้มีการ นําเข้าได้เฉพาะหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวของเรา แต่นี่เป่ดตลอด ๑๒ เดือน แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณการเข้ามาดังกล่าวนั้นก็มีการผ่านช่องศุลกากร ๒ แสนตัน ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็ส่งออกไป ๓ แสนตัน เพราะฉะนั้นปริมาณของการผลิตกับปริมาณการใช้ใน ประเทศ ปริมาณการนําเข้าและส่งออกอย่างถูกต้องอยู่ในปริมาณใกล้เคียงกัน แต่ทําไม วันนี้หลังจากที่รับจํานําสิ้นสุดในช่วงแรกในวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๕ แสนตัน บวกด้วยที่เกิน มาอีก ๑๓๐,๐๐๐ ตันเปึน ๖๓๐,๐๐๐ ตัน ยังปรากฏว่ามีตัวเลขที่รอเข้ามาอีก และมีการ ร้องเรียนในช่วงที่รัฐบาลนี้ยังไม่ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่และบริหารราชการแผ่นดิน มีการ ชุมนุมป่ดถนน มีการเรียกร้องของเกษตรกรในหลายจังหวัด ดังนั้นด้วยความห่วงใยและ เปึนนโยบายสําคัญของรัฐบาลนี้ในการปัดเป์าทุกข์ให้กับชาวไร่ข้าวโพด ท่าน นายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้มีการหารือรายงานเข้าสู่ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม และนําเข้าสู่มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๓๐ ธันวาคม จึงมีมติให้เพิ่มโควตาจาก ๕ แสนตัน เปึน ๗๕๐,๐๐๐ ตัน และได้ขยายเวลา
ท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วง เชิญผู้ท้วง ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมดูเวลานะครับ ท่านตอบไม่รู้ท่านตอบอะไรนะ นั่งฟังอยู่ตั้งนาน มันเปึนการแถลง นโยบาย พวกผมให้ท่านแถลงนโยบายท่านก็ไม่มาแถลงที่นี่ ไม่ทราบว่าท่านพูดเรื่องอะไร นะครับ กระทู้ถามนี่ต้องตอบในเวลาซึ่งผมให้เวลาท่านมานานมาก ฟังจนเดินออกไปรอบ ท่านยังพูดไม่จบ กระทู้ถามไม่รู้ว่าท่านตอบอะไรนะครับ อยากให้ท่านประธานวินิจฉัย นะครับว่าใช้เวลาเกินไปเกือบ ๓๐ นาทีครับท่านประธาน
ผมขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ จริง ๆ แล้วข้อบังคับบอกกระทู้ถามสดต้องถาม ๓ คําถาม ๓ คําถามภายในเวลา ๒๐ นาที แต่ที่ผ่านมาเราก็อนุโลมกันมาโดยตลอด ตอนท่านเฉลิม ถามเมื่อสักครู่ก็เกือบ ๔๐ นาทีเหมือนกัน อันนี้เพิ่งสัก ๓๙ นาที ฉะนั้นผมก็คิดว่าก็อนุโลม กัน และยิ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราคิดว่าเปึนเรื่องที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ก็อนุโลมกันไปอย่างนี้นะครับ ฉะนั้นก็ขอให้ท่านผู้ตอบช่วยกระชับหน่อยนะครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าการชี้แจงในประเด็นการตอบกระทู้ โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ที่สุดของเกษตรกรนั้นขอเวลาเถอะครับ ให้สภาแห่งนี้ได้มีโอกาส ได้รับรู้การทํางานของรัฐบาล ซึ่งเปึนเรื่องของความเดือดร้อนของเกษตรกรทั่วทั้งประเทศ ขอเวลาอีกสักนิดเถอะครับ ท่าน ส.ส. ครับ เพราะฉะนั้นเมื่อได้มีการกําหนดในการขยาย ปริมาณการรับจํานําเปึน ๗๕๐,๐๐๐ ตัน และขยายระยะเวลาการรับจํานําจากเดือน ธันวาคมไปถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ตามที่เกษตรกรทั่วทั้งประเทศเรียกร้อง พร้อมกันนั้นก็ ขยายวงเงินรับจํานําจาก ๔,๒๕๐ ล้านบาท ออกไปอีก ๒,๑๒๕ ล้านบาท โดยที่ได้มีการ กําหนดหลักเกณฑ์เพื่อปกปัองคุ้มครองสิทธิของชาวไร่ข้าวโพดให้มีการกําหนดโควตา จังหวัด เพื่อเปึนไปตามฐานการผลิตที่แท้จริง จะได้ตรวจสอบได้ว่าใครบ้างที่ไปเอา ข้าวโพดต่างด้าวเข้ามาทําร้ายเกษตรกรไทย ขณะเดียวกันก็ได้กําหนดหลักเกณฑ์ เปลี่ยนแปลงให้มีการจํานําได้ไม่เกินรายละ ๑ แสนบาท ประเด็นนี้เปึนประเด็นที่ต้องเรียน ว่า จากข้อมูลตัวเลขของการรับจํานําช่วงแรก ๕ แสนตันนั้น ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จํานําไม่ ถึง ๑ แสนบาทต่อราย นั่นหมายความว่าเกษตรกรรายย่อยจะจํานําไม่เกิน ๑ แสนบาท จึงเปึนฐานของมติคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามเพื่อดูแลให้เกษตรกร ซึ่งปลูกและมีผลผลิต ในปริมาณมูลค่าเกินกว่า ๑ แสนบาท ก็ให้จํานําภายใต้กติกาตามมติคณะรัฐมนตรี ส่วนเกินนั้นขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ของเรา เจ้าหน้าที่ อคส. และคณะกรรมการในระดับ อําเภอและจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเปึนประธานได้ร่วมตรวจสอบสักเล็กน้อยว่า ปริมาณที่เกินนั้นปลูกเปึนจํานวนกี่ไร่ มีผลผลิตตรงตามที่เปึนจริงหรือไม่ หลังจากนั้นได้ สั่งการแล้วให้รวบรวมตัวเลขนี้ทุกจังหวัด เพื่อขออนุมัติเพิ่มเติมให้เปึนกรณีพิเศษครับ ตามที่ท่าน ส.ส. ได้สะท้อนปัญหามานะครับ
สุดท้ายก็คือว่าในเรื่องของจํานวนจุดรับจํานํา หลังจากที่เสร็จสิ้นโครงการ รับจํานําข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ช่วงแรก ตอนนั้นมีอยู่ ๑๓๖ จุด ในช่วง ๑๐ วันมานี้ได้เพิ่มขึ้น เปึน ๑๕๒ จุด เพิ่มจํานวนจาก ๒๐ จังหวัด เปึน ๒๙ จังหวัดให้ เพื่อให้เข้าถึง ส่วนโควตา จังหวัดนั้นผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เปึนหน้าที่ในส่วนของกรมการค้าภายในและ อคส. ซึ่งได้เสนอตัวเลขมาให้ความเปึนธรรมบนพื้นฐานของประการที่ ๑ ผลผลิตที่เปึนจริงและ เหลืออยู่จริง ๒. การเข้าจํานําโควตาในช่วงแรกและส่วนที่เกินก็ต้องเอามาคํานวณ เพื่อที่จะหักกลบลบแล้ว หลังจากนั้นจึงใช้ตัวเลขในการหารอย่างเสมอภาค จึงปรากฏ ออกมาตามโควตาที่ได้ทราบ ที่ทางการได้มีการประกาศไป แต่อย่างไรก็ตามผมได้มีการ ประชุมคณะกรรมการกํากับดูแลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม และได้มี การนัดประชุมอีกครั้งในวันศุกร์นี้ คือวันพรุ่งนี้ เพื่อที่จะทบทวนในเรื่องของปริมาณการรับ จํานําว่า เราจะขยายเพิ่มเติมอีก ๒๕๐,๐๐๐ ตัน เปึน ๑ ล้านตันหรือไม่ ทั้งนี้ต้องขึ้นกับ ตัวเลขของปริมาณของข้าวโพดที่เหลืออยู่ ๒. ก็คือเราจะต้องดูแลในเรื่องของความ รวดเร็วในการดูแลการรับจํานํา เช่น การออกใบประทวนของทางจุดรับจํานํา หรือว่าการ ขึ้นเงินโดยเอาใบประทวนไปขึ้นเงินที่ ธ.ก.ส. ตลอดจนเจ้าหน้าที่ อคส. ที่ไม่พอ ตอนนี้ ก็เร่งรัดอย่างเต็มที่ครับ ตลอดจนเรื่องการตรวจสอบพฤติกรรมที่ผิดปกติใน ๑๐ จังหวัด ซึ่งมีตัวเลขสูงเกินกว่าความเปึนจริง ตรงนี้ก็ต้องตรวจสอบควบคู่ขนานกับการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดนั้น ได้มีโอกาสใช้สิทธิของเขา ในฐานะที่เปึนเกษตรกรไทยและไม่ถูกเบียดบังโดยขบวนการ ทุจริตนะครับ ผมก็เรียนกับท่านประธานผ่านไปถึงสมาชิก ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
ท่านสาธิตครับ ท่านจะใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงใช่ไหมครับ
ใช่ครับ แต่ว่าผมจะหลังจากท่านนคร
ผมขออนุญาตให้จบกระทู้สดก่อนนะครับ
ครับ
ผม เข้าใจว่าน่าจะครอบคลุมหมดหรือเปล่าครับ เพราะว่าเกินเวลามา ๒๐ นาทีแล้วนะครับ ท่านจะเพิ่มเติมหรือครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยหรือเปล่า ครับ อย่าให้ยาวนะครับ สั้น ๆ เชิญครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก่อนครับ
ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ดิฉัน พรทิวา นาคาศัย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดิฉัน ขอเสริมนิดเดียวนะคะในเรื่องของการสร้างความมั่นใจในการที่จะลักลอบแล้วก็สวมสิทธิ ในปัญหาของเรื่องผลิตผลทางการเกษตรนะคะ ตรงนี้ดิฉันพร้อมรัฐมนตรีได้มีการหารือ ร่วมกับท่าน ผบ.ทบ. (ผู้บัญชาการทหารบก) ที่จะแก้ไขปัญหาซึ่งตรงนี้เปึนปัญหาที่ ต่อเนื่องไปถึงการละเมิดถึงทรัพย์สินทางปัญญาในการที่ลักลอบนําเข้ามา เปึนปัญหา ระดับชาติ ซึ่งตรงนี้เราได้มีการหารือกับท่าน ผบ.ทบ. ที่จะตั้งคณะกรรมการบูรณาการ ปัองกันและปราบปรามการแสวงหาผลประโยชน์จากการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า เกษตร โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนประธาน แล้วก็ท่าน ผบ.ทบ. เปึนรอง ประธานรวมด้วย ผบ.ทร. (ผู้บัญชาการทหารเรือ) ผบ.ทอ. (ผู้บัญชาการทหารอากาศ) แล้วก็ ผบ.ตร. (ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ) รวมถึงแม่ทัพภาค เพื่อที่จะให้ความมั่นใจว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ท่านธีระ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพทุกท่านนะครับ ผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความห่วงใยเรื่องสินค้าเกษตร ตกต่ํานะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าสินค้าเกษตรเปึนสิ่งที่อาภัพนะครับ เนื่องจากเปึน สิ่งที่เน่าเสียง่าย และออกมาตามฤดูกาล ผมขออนุญาตสั้น ๆ กลับมาที่ประเด็นของท่าน นครเลยนะครับ ในกรณีเรื่องยางพารา สําหรับเรื่องยางพารานั้นมาตรการที่เราจะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการแก้ไขปัญหา ถ้าโดยรวมแล้วราคายางพาราในขณะนี้ถ้า เราเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ ๗๓ บาททั้งป้ แต่ว่าเนื่องจากว่าในช่วงนี้ราคายางตกต่ํามาก ทําอย่างไรที่เราจะเก็บยางเข้ามาให้ได้มากที่สุดเพื่อจะลดปริมาณยางในท้องตลาดลง
มาตรการแรกที่ทําก็คือ เรื่องการเร่งรัดการโค่นยาง ซึ่งจะเร่งรัดการโค่น ยางแก่ประมาณ ๔ แสนไร่โดยเร็ว
มาตรการที่ ๒ คือว่าเราจะเก็บยางโดยจะมอบให้ทางกลุ่มสถาบัน เกษตรกรเปึนผู้ดําเนินการรับซื้อยาง แล้วก็น้ํายาง แล้วก็ยาง และมาแปรรูปเพื่อเก็บ นะครับ
มาตรการที่ ๓ เนื่องจากเปึนไปตามบริษัทร่วมทุนระหว่างประเทศ คือว่า ในช่วงไตรมาสแรกนี้เราจะต้องลดการส่งออกยางในเปัาหมายรวมกันทั้งหมด ๒๗๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเราเองต้องรับผิดชอบประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ตัน ตามมาตรการดังกล่าวนั้นนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้เสนอต่อ คณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจไปแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วก็นําเสนอคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว ประเด็นที่เราจะนําเสนอโครงการก็คือว่า ๑. เราจะให้ กระทรวงการคลังโดย ธ.ก.ส. เปึนผู้สนับสนุนเงินกู้ให้กับสถาบันเกษตรกรในวงเงิน ๘,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยเปึน ๐ นะครับ ซึ่งรัฐก็จะสนับสนุนดอกเบี้ยตรงนี้ เพื่อให้ สถาบันเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรรับซื้อยางในราคาที่เหมาะสมเพื่อนํามาแปรรูป เพื่อจะ ทําให้ปริมาณยางลดลงมา จะทําให้สามารถตรึงราคายางได้สูงขึ้นครับ โดยหลักการ ผมขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงสั้น ๆ ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเปึนอย่างสูงครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านนครครับ ยังมีอะไรข้องใจครับ เกินเวลาไปเยอะแล้วนะครับ เอากระชับหน่อยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ เนื่องจากว่าผมเอง พยายามจํากัดประเด็นคําถามให้กระชับแล้วก็สั้น แต่เนื่องจากว่ามันครอบคลุมไปถึง ปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกรเปึนจํานวนมาก แล้วก็เปึนปัญหาสําคัญดังที่ ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัย เพราะฉะนั้นการเกินไปบ้างและเปึนประโยชน์กับชาติบ้านเมืองนี่จะขออนุญาตท่าน ประธานที่จะเพิ่มเติมนะครับ สิทธิครั้งที่ ๒ ที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนถามท่าน ประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ก็คือปัจจุบันนี้นะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีพรทิวาที่ท่านได้กรุณาตอบแล้วก็ชัดเจน ท่าน รัฐมนตรีทุกท่านที่ได้ตอบแล้วก็ชัดเจน แต่ว่าเนื่องจากว่าปัญหามันมีอยู่ที่ว่าตอนนี้ ข้าวโพดแล้วก็พืชผลทางการเกษตรกําลังไหลออกจากมือของเกษตรกร โดยเฉพาะ ข้าวโพดถ้าปล่อยไว้นาน เชื้อรา ความดํา ความชื้น แล้วก็มอดนี่นะครับ ก็จะมาเปึนปัญหา ต่อการเก็บรักษา เพราะเกษตรกรจะไม่มีอุปกรณ์หรือว่าวัสดุในการที่จะเก็บ แหล่งที่เก็บ ที่มาตรฐานเพียงพอ เพราะฉะนั้นยิ่งช้าความเสียหายก็จะเกิดมีขึ้นกับเกษตรกร เพราะฉะนั้นอยากจะขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า ขอให้เร่งรัดกําหนดเวลาที่ชัดเจนก่อนที่สินค้าจะหลุดมือจากเกษตรกร แล้วสิ่งที่รัฐบาลมี กําหนดแผนรองรับจะไปตกอยู่กับผู้ค้ารายใหญ่หรือว่าพ่อค้าที่เปึนที่รวบรวมสินค้า เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ายิ่งช้าก็ยิ่งเสียหาย เกษตรกรจะไม่ได้รับผลประโยชน์เลย ก็ฝากท่าน ให้เร่งรัดส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ดําเนินการโดยเร็วที่สุดนะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็คือ การ เพิ่มแหล่งที่รับจํานําโดยเร็วเพื่อให้ทันต่อท่วงทีแล้วก็ไม่เปึนภาระของพี่น้องเกษตรกร
เรื่องที่ ๓ ผมดีใจที่ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ได้กรุณาตอบว่า ถ้าจําเปึนที่ จะต้องเพิ่ม ก็ต้องเพิ่มถึง ๑ ล้านตัน หรือจํานวนที่ไม่จํากัด เพื่อที่จะให้ความมั่นใจ แล้วก็ ปัองกันไม่ให้พ่อค้ารายใหญ่ที่ทําการผูกขาดจะได้รู้ว่าในเมื่อหน้าตักของรัฐบาลมีเท่านี้ เขาก็ปล่อยให้ซื้อไปก่อน หลังจากนั้นเขาก็มาซื้อในภายหลัง แล้วก็รัฐบาลก็เสียกับเสีย แต่ผลประโยชน์ไม่ตกถึงมือเกษตรกร
เรื่องสถานที่รับจํานํา ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า ทําอย่างไรให้ลดเงื่อนไขนะครับ ลดเงื่อนไขในการที่จะเข้าสู่โครงการของรัฐบาล แล้วก็ให้ ประชาชนเข้าถึงได้โดยง่ายที่สุด ที่ระบบคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง เราเคารพในสนธิสัญญา ระหว่างรัฐต่อรัฐ แต่ ณ ปัจจุบันนี่นะครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า ของดชั่วคราวในการนําเข้าสินค้าตามสนธิสัญญานี้ได้ไหม เพราะ กลไกการตลาดปัืนป์วนหมด แล้วดูปริมาณแล้วนะครับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือผู้ค้า รายใหญ่ คือผู้ที่ลงทุนข้ามชาตินะครับ แต่เกษตรกรรายย่อยได้รับผลประโยชน์น้อยมาก นะครับ
ปัญหาที่จะถามต่อมาก็คือ ท่านจะเอาผิดอย่างไรกับผู้ที่มีส่วนร่วมในการ สวมสิทธิของเกษตรกร
เรื่องสุดท้ายที่ขออนุญาตถามก็คือ ข้อมูลจากทางจังหวัดที่ส่งมา ทั่วประเทศประมาณ ๒ ล้าน แต่ว่าเนื่องจากว่าสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรบอกว่ามี แค่เพียง ๒ แสนเท่านั้น ขอข้อมูลที่ชัดเจนจากส่วนราชการด้วย ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เอาสั้น ๆ เลยนะครับ มีทั้งข้อฝากที่ถาม
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกครับ กรณีของคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง นั้น ในฤดูการ ผลิต ๒๕๕๑/๒๕๕๒ ยังไม่ให้มีการนําเข้าครับ ที่เข้ามานั้นในการนําเข้าภายใต้กรอบ อาเซียนที่เปึนสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่เรียกว่า เอไอเอสพี ก็สอดคล้องตามที่ท่าน ส.ส. นคร มาฉิม ได้ห่วงใยเกษตรกรชาวไทย เพราะฉะนั้นก็เปึนประเด็นที่ใคร่ขอกราบเรียน ให้เกิดความชัดเจน
๒. ความผิด ความผิดในการนําเข้าซึ่งสินค้าเถื่อน ข้าวโพดเถื่อนเหล่านี้ ไม่ได้เข้าตามช่องทางศุลกากรอย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่า เข้ามาเพียงแค่ ๒ แสนตันเท่านั้น ที่ถูกต้อง และไม่มีเข้ามาภายใต้คอนแทรคท์ ฟาร์มมิง ดังนั้นก็เข้ามาทางช่องทางเถื่อน ทั้งสิ้น โทษก็คือว่า ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร มีโทษจําคุกและโทษปรับถ้าเข้ามาในลักษณะ ของการที่มาสวมสิทธิ เข้าข่ายนอกจากกระทําความผิด พ.ร.บ. ศุลกากรซึ่งมีโทษอาญา และทางแพ่งแล้ว ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาในกรณีของการฉ้อโกง และ ในกรณีของการกระทําความผิดอื่นๆ ซึ่งมีโทษสูงสุดถึง ๑๐ ป้ในโทษจําคุก ซึ่งผู้ใดก็ตามที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทั้งตัวการผู้สนับสนุนจะต้องถูกลงโทษโดยเฉียบขาด นี่คือ นโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ
ก็เปึน อันจบครับ
ท่านประธานครับ
ท่าน อดุลย์มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผมใคร่ขอ อนุญาตท่านประธานรบกวนเวลาสภานี้สัก ๓ นาทีครับ พอดีมันมีปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหานี้ และจําเปึนจะต้องรีบรายงาน ให้กับท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวง
เอา อย่างนี้ได้ไหมครับ เนื่องจากวาระนี้วาระกระทู้ถามนะครับ ท่านไม่ได้ตั้งกระทู้ถามไว้ ผ่านวาระหารือมาแล้วด้วย เอาเปึนว่าท่านไปประสานกับท่านรัฐมนตรีหลังบัลลังก์ก็แล้ว กันนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเปึนธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่ถูกข้อบังคับ ประธานก็ลําบาก
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจใน ข้อบังคับครับ พอดีจังหวะที่นิดเดียวครับท่านประธาน เพื่อที่จะให้ทันกาลกับความ เดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริง ผมเลยจะขออนุญาตและเปึนเรื่องเดียวกันประเด็นที่มีเพื่อน สมาชิกได้กระทู้ถามนี่
คือ มันไม่ได้ครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวต่อไปเปึนธรรมเนียมปฏิบัติจะมีท่านอื่นตั้งกระทู้ถาม ท่าน ทั้งหลายก็จะลุกขึ้นมาเพิ่มเติมมันก็จะผิดข้อบังคับ ขอความกรุณาท่านประสานกับท่าน รัฐมนตรีหลังบัลลังก์เลยนะครับ ท่านอยู่ทุกกระทรวงอยู่แล้วนะครับ ขอความกรุณาครับ ผมจะได้เข้าวาระปกติ
ท่านประธาน คะ ขออนุญาตมี ๒ คําถามที่ตอบนิดเดียวค่ะ
ท่าน จะตอบอีกหรือครับ
นิดเดียว เมื่อกี้ ท่านอลงกรณ์ตอบข้อ ๓ ข้อที่ ๔ ไป ดิฉันตอบข้อ ๒ ข้อ ๓ นิดเดียวว่า ขออนุญาตนะคะ ท่าน
เชิญ
ก็จะรับไป ดําเนินการแล้วก็พิจารณาลดขั้นตอนนะคะ จะไปพยายามทําให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านประธานครับ ผมขอนิดเดียวครับ เรื่องที่ท่านรัฐมนตรีพูดนั้นเหมาะสมที่สุดครับ มันจะเสร็จเมื่อไรเรื่องข้าวโพดนี่ครับ
เอา อย่างนี้ท่านลองไปประสานกันหลังบัลลังก์แล้วกันนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวไป กันใหญ่ ไม่ใช่วาระกระทู้ถามแล้วครับ ท่านสมาชิกครับ ถือว่าจบเรื่องกระทู้ถามสดที่ ๓ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านนะครับ ขอบคุณมากครับ ก็มีส่วนที่เกี่ยวข้องผูกพันอยู่ วาระกระทู้ก่อนที่ผมจะเข้าสู่วาระปกติก็คือท่านสาธิตได้ถูกกล่าวพาดพิง ท่านจะขอใช้ สิทธิพาดพิงในตอนนี้ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ป่ตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณ ท่านประธานนะครับที่ได้ให้โอกาสผมได้ใช้สิทธิพาดพิงซึ่งเปึนเอกสิทธิ์นะครับ ความจริง ผมคงไม่อยากจะใช้เวลาของสภาแห่งนี้นานนักนะครับ เพราะว่าข้อกล่าวหาก็เปึน ข้อกล่าวหาที่ไร้สาระ แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรนะครับ แต่ด้วยในการถามกระทู้ภายใต้ รัฐบาลชุดนี้เปึนการถ่ายทอดสดไปยังประชาชนทางบ้านก็อาจจะทําให้มีความเข้าใจ คลาดเคลื่อน ผมก็จําเปึนต้องชี้แจงนะครับในสิ่งที่ท่านเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ได้กล่าวพาดพิงถึงผม ซึ่งผมเข้าใจว่าผมได้รับความเสียหาย กรณีที่ ท่านจุมพฏพูดถึงผมนี่ก็คือเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ครับท่านประธานครับ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าในเหตุการณ์วันนั้นนี่นะครับ ความจริงผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกได้ติดตาม สถานการณ์นะครับ แล้วก็อยากที่จะเข้าร่วมประชุมเพื่อฟังการชี้แจงนโยบายของรัฐบาล ชุดที่ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ เปึนรัฐบาลอยู่ แต่ว่าหลังจากได้ติดตามสถานการณ์นี่นะครับ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย นั่นคือการสลายการชุมนุมของรัฐบาล ชุดที่ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ เปึนรัฐบาลอยู่นี่นะครับ ที่สําคัญที่สุดการสลายการชุมนุมนี่มัน เปึนเหตุให้มีผู้บาดเจ็บแล้วก็ผู้เสียชีวิตจํานวนมาก ความจริงผมและเพื่อนสมาชิกเปึนห่วง ๒ สถานการณ์ด้วยกันครับ
สถานการณ์แรกก็คือว่า เราเปึนห่วงว่าผู้บาดเจ็บกับผู้เสียชีวิตนี่จะมีใครไป ช่วยเหลือไปเยียวยาอย่างไรบ้าง เราได้รับโทรศัพท์จากประชาชนทางบ้านนะครับว่า ผู้ที่ บาดเจ็บรถพยาบาลก็เข้าไปดูแลไม่ได้
ข้อเปึนห่วงข้อที่ ๒ ก็คือว่าเพื่อนสมาชิกฝัืงรัฐบาลเองก็ดีนะครับ ที่ยังติดอยู่ ในรัฐสภาแห่งนี้ก็ออกจากสภาแห่งนี้ไม่ได้ เราก็เปึนห่วงครับ ผมกับเพื่อนสมาชิกประมาณ ๑๐ ท่านด้วยกัน ก็ตัดสินใจที่จะเข้ามาดูสถานการณ์ว่าเราจะช่วยเหลือเหตุการณ์เยียวยา ทั้งสองสถานการณ์นี้ได้อย่างไรบ้าง ในวันดังกล่าวนี่นะครับ ผมมาถึงที่หน้ารัฐสภา ประมาณห้าโมงเย็นครับ ก็พบว่าเหตุการณ์การสลายการชุมนุมยังไม่ยุติ ก็พบกับ ผู้บาดเจ็บ ซึ่งรถพยาบาลก็ยังเข้าถึงไม่ได้ แต่บังเอิญขณะนั้นเพื่อน ส.ส. ฝัืงรัฐบาลก็ได้ เดินทางออกจากรัฐสภาแห่งนี้ไปแล้ว แค่นั้นเองครับ แต่ว่าผมคิดว่าประเด็นที่สําคัญที่ เพื่อนสมาชิกหยิบยกมาพูดแล้วก็ไปแจ้งความ คงเปึนประเด็นที่ไปเห็นสื่อมวลชนที่ บันทึกภาพผมไว้ในขณะนั้น แล้วก็คิดเพียงว่าจะเอาสถานการณ์นี้เปึนประโยชน์กับฝ์าย ตัวเองอย่างไร โดยไม่ได้สอบถามในรายละเอียดว่าพวกผมมาถึงกี่โมง มาเพื่ออะไร มีวัตถุประสงค์อย่างไร ก็ไปกล่าวหากับเจ้าพนักงานตํารวจว่าผมและพรรคพวกมีส่วนร่วม ในการกักขังหน่วงเหนี่ยวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ทําผิดกฎหมาย ผมก็เรียนกับ ท่านประธานเพื่อทําความเข้าใจไปยังท่านสมาชิกผู้เข้าใจผิดนะครับ ไม่ว่าจะเปึนท่าน สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ เพราะท่านไปแจ้งความผม นะครับว่าความจริงผมมีเจตนาแค่ ๒ ประการเท่านั้นเองครับ คือเปึนห่วงสถานการณ์แล้ว ก็กลับเข้ามาดูว่าผมจะสามารถช่วยเหลือแล้วก็เยียวยาในสถานการณ์อย่างไรได้บ้างครับ ขอบพระคุณมาก ท่านประธานครับ
ท่านสุรพงษ์ใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ สั้น ๆ นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้เสียหายอะไร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกได้พาดพิงถึงผม นะครับ ในกรณีที่ผมได้ไปแจ้งความไว้ในที่ สน.ดุสิต เรื่องวันที่ ๗ ตุลาคม บังเอิญผมก็เห็น ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านจอทีวี ผมก็เห็นภาพข่าวว่ามีท่าน ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นะครับ ท่านสาธิต ป่ตุเตชะ ได้ไปร่วมอยู่กับผู้ชุมนุมหน้าสภาผู้แทนราษฎร ก็คิดเปึน อย่างอื่นไม่ได้ครับ คิดว่าท่านคงจะไปร่วมกักขังหน่วงเหนี่ยวร่วมกับพันธมิตรนั่นแหละ ครับ ผมก็เลยไปแจ้งความ วันนี้ก็ต้องเรียนชี้แจงไว้ มิฉะนั้นแล้วประชาชนที่ฟัง การถ่ายทอดสดจะเข้าใจผิดนะครับ เพราะว่าผมทําตามสิ่งที่ผมโดนจํากัดสิทธิเสรีภาพ ผมต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ผมโดนกักขังอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร กระโดดข้ามรั้ว เอาหน้าอกซึ่งผ่าตัดใหม่ ๆ ครูดกับเสาต้นไม้ลงไปถึงพื้นดิน มันเจ็บปวดครับ มันเจ็บปวด แผล นอกจากนั้นยังต้องวิ่งเปึนระยะทางเกือบ ๒ กิโลเมตร หลังผ่าตัดหมอห้ามวิ่ง วันนี้ ก็เลยต้องไปใช้สิทธิตามกฎหมายครับ กฎหมายกําหนดไว้อย่างไร ผมก็ไปแจ้งความและ นําหลักฐานไปชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจให้ดําเนินคดี ตํารวจจะทําอย่างไรหรือไม่ ก็สุดแท้ แต่ตํารวจครับ เพราะวันนี้กระบวนการยุติธรรมมันไม่ค่อยจะเปึนธรรมเท่าไรนัก อย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ได้พูดว่า การดําเนินการของกระบวนการยุติธรรม ต้องตรงไปตรงมา ความเปึนธรรมอยู่ที่ไหนนั้นท่านให้การสนับสนุน ผมเห็นด้วยครับ วันนี้ ก็อยากจะเรียกร้องท่านประธานไปยัง สน. ดุสิต เลยครับ ให้รีบดําเนินการในเรื่องนี้ จะสอบปากคําใครก็เชิญครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ก็เปึนอันว่าอย่างนี้นะครับ ก็ท่านได้ชี้แจงแล้วทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ก็ให้ กระบวนการยุติธรรมได้เปึนผู้ตัดสินนะครับ ๒ ท่านที่ยกมือนี่ท่านก็ไม่ได้ถูกพาดพิงนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตเข้าสู่วาระปกติแล้วนะครับ เพราะว่าเราจบวาระกระทู้ถาม
(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่าน ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ พวกผมถูกพาดพิงครับ ถือว่าพวกผมเปึน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล ณ ขณะนั้น เมื่อกี้ท่านสาธิต ท่านพูดว่าอยู่ฝ์ายรัฐบาล พวกผมนี่แล้วผมเปึนผู้หนึ่งซึ่งได้รับผลกระทบ จริง ๆ แล้ว ไม่อยากรื้อฟุ๋นครับท่านประธานครับ แต่ต้องขออนุญาตที่ให้ผมพูดบ้าง
ท่าน ชี้แจงว่าถูกพาดพิงสั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย
ผมถูกพาดพิง เพราะว่าบอกว่า ผมในฝ์ายของรัฐบาลเราอยู่ข้างใน เขาอยู่ข้างนอก แล้วผมเองก็ได้เห็น ภาพในวิดีโอด้วย ในเมื่อเขาชี้แจง แล้วก็ในเหตุการณ์ชี้แจงก็ชี้แจงบานปลายไปถึงขนาด ว่า เข้ามาดูว่ากลุ่มพันธมิตรที่ได้รับบาดเจ็บ ได้รับความเดือดร้อนจะช่วยเหลืออย่างไร ผมก็ขออนุญาตได้ใช้โอกาสนี้ขอพูดได้บ้างครับท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ
คือ ท่านประท้วง ท่านต้องบอกท่านประท้วงเรื่องอะไร ท่านคงจะอภิปรายเรื่องอื่นไม่ได้ครับ
ท่านประธานบอกว่า ผม ๒ คนไม่เกี่ยว ผมประท้วงก็เพราะว่าเมื่อสักครู่มีการพาดพิงว่าเปึนฝ์ายรัฐบาล ผมเปึน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลครับ
ท่าน เสียหายอย่างไรบอกมาเลยจะได้วินิจฉัย
ท่านประธานครับ ผมเสียหายก็เพราะว่าพวกผมทุกคนที่อยู่รัฐสภา ไม่ใช่เฉพาะผมครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภา ก็เสียหาย พี่น้องข้าราชการของรัฐสภาก็เสียหาย ตํารวจก็เสียหาย จะไม่เสียหายได้ อย่างไรล่ะครับ ในวันนี้จะต้องขอขอบคุณถ้าไม่มีการสลายออก ผมเข้าใจว่าผมก็ไม่ อยากจะปรักปรําเพื่อน ส.ส. ผมด้วยกันละครับว่า มีประสบการณ์น้อยในเรื่องของการ จลาจล ถ้าท่านปล่อยให้มันเข้าสู่ภาวะมืดเมื่อไรล่ะก็ การปราศรัยอย่างนี้
ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่าน ประธานครับ
มี ผู้ประท้วงครับ ท่านสาธิตประท้วง เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ป่ตุเตชะ ส.ส. ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธาน ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้ว นะครับว่า ถ้าสมมุติว่าใช้สิทธิพาดพิงต้องตอบว่าเสียหายอย่างไรนะครับ และถ้าเสียหาย ท่านประธานถึงจะให้เขาใช้สิทธิในการอธิบาย แต่ว่าสิ่งที่ท่านเพื่อนสมาชิกกําลังพูด นะครับ ก็เท่ากับเปึนการชี้แจงแทนรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมยังไม่เห็นว่าไปเกี่ยวข้องกับท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างไรนะครับ ฉะนั้นผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ
เอาอย่างนี้นะครับ ท่านผู้อภิปรายนะครับ ขอความกรุณาฟังประธานนิดหนึ่ง ท่านก็บอก ว่าท่านเสียหายเพราะถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ถูกล้อมไว้นะครับ วันนี้ก็มีการไปดําเนินการ ตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว มีการไปแจ้งความดําเนินคดี ก็ขอให้กระบวนการยุติธรรม ดําเนินการไปนะครับ ก็ถือว่าได้มีการดําเนินการไปแล้ว ฉะนั้นผมเข้าใจแล้วท่านเสียหาย เพราะท่านถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวทุกคนก็รู้นะครับ
ท่านประธานครับ มันไม่ใช่แค่นั้น ท่านมาตีชีวิตพวกผมง่าย ๆ ด้วยวิธีแค่นี้ นั่นเปึนเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธาน
ขอท่านกรุณานั่งลงนะครับกรุณานั่งครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะได้เข้าวาระปกติ ดําเนินการต่อ ผมทราบท่านเสียหาย หลายท่านเสียหาย ก็ได้ดําเนินการตามกระบวนการ ยุติธรรมไปแล้วนะครับ
(นายสาธิต ป่ตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอีกแล้ว เชิญท่านสาธิต
ท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธาน ครับ ท่านประธาน ผม สาธิต ป่ตุเตชะ ผมประท้วงท่านประธานว่า ท่านประธานวินิจฉัย ต้องวินิจฉัยตามหลักข้อบังคับนะครับ ที่ท่านประธานบอกว่า ถึงความเสียหายนี่นะครับ ท่านประธานต้องชี้ว่าผมอภิปรายแล้วไปมีผลเสียหายกับผู้ประท้วงหรือผู้ใช้สิทธิพาดพิง อย่างไร แต่ว่าสําหรับผลเสียหาย สําหรับ ส.ส. ที่อยู่ในสภาวันนั้นก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ดีว่า ที่ผมพูดนะครับทําให้ท่านประเสริฐ เสียหายตรงไหนนะครับ แต่ถ้าไม่มีผลเสียหายก็ไม่มีสิทธิพาดพิงครับท่านประธานครับ ท่านประธานต้องยึดข้อบังคับด้วยครับ และผมเรียนว่าสิ่งที่ประธานวินิจฉัยถูกที่สุดแล้ว ครับ เพราะว่าทุกอย่างมันดําเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมครับ แล้วก็ไม่ใช่เอาไปพูด เพื่อเปึนผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเดียวครับ ก็ต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมด้วย
ครับ ๆ ท่านสาธิตครับก็ผู้ประท้วงนี่ ประท้วงว่าเสียหายตรงที่มีการพูดว่าฝ์ายรัฐบาล และ ตอนนั้นผู้ประท้วงท่านอยู่ฝ์ายรัฐบาล ท่านก็บอกท่านก็เปึนผู้เสียหายท่านก็ลุกขึ้นอภิปราย ถือว่าพาดพิงท่าน ซึ่งผมก็ได้บอกว่า เอาละ ท่านก็ได้ชี้แจงแล้วบอกว่าท่านเปึนผู้เสียหาย แต่วันนี้เรื่องที่เสียหายก็ดําเนินการอยู่กระบวนการยุติธรรมแล้วนะครับ ก็รอให้ กระบวนการยุติธรรมดําเนินการไป ถ้าท่านจะอภิปรายเรื่องนี้อีก มันจะกลายเปึนเรื่องยาว
คืออย่างนี้ครับ ท่านประธาน ผมขอนิดเดียวเพื่อให้เพื่อน ส.ส. ผมจะได้รับทราบครับ พวกกระผมคิด อย่างไรที่ถูกล้อมนี่ กระผมเข้าใจนะครับทําไมเพื่อน ส.ส.
นี่ไม่ใช่ อะไรนะครับ ถ้าท่านพูดเรื่องนี้มันก็จะยาว มันหมดประเด็นเรื่องเหล่านี้ไปแล้ว เพียงแต่ว่าที่ผมให้ท่านสาธิตได้ลุกขึ้นพูดในฐานะท่านถูกท่านจุมพฏพาดพิง ตอนท่าน จุมพฏถามกระทู้สด พอท่านชี้แจงเสร็จนะครับ ท่านก็เอ่ยชื่อท่านสุรพงษ์ ท่านสุรพงษ์ ก็ชี้แจงก็จบแล้วนะครับ ก็อยากจะได้ขอความกรุณาให้ได้ดําเนินการประชุมต่อครับ เชิญ ท่านนั่งลงได้นะครับ ๒๐ วินาที อนุญาต ๒๐ วินาที
ท่านจับเวลาเลย ๒๐ วินาที ท่านจับเลยครับ จับก่อน
คือ ผมขออนุญาตนะครับ ไม่อย่างนั้นผมใช้อํานาจประธานให้ท่านนั่งลง ผมจะได้ดําเนินการ ประชุมต่อ คือความเสียหายนี่นะครับ ท่านคงไม่ต้องพูดแล้วล่ะนะครับ ที่เขาพูดพาดพิง ท่านเสียหาย ท่านเสียหายอย่างไร เอาแค่นั้นสั้น ๆ นะ
ผมอยากจะ กราบเรียนเพื่อน ส.ส. ของผมที่ลงไปเดินร่วมกับพันธมิตรวันนั้นที่ล้อมนะครับว่า ผมเห็น ภาพนั้นในวิดีโอแล้วนี่พวกผมเสียใจมาก พวกคุณคิดจะทําอะไรกับพวกผม เอากันถึงตาย เลยหรืออย่างไร
ท่านประธานครับ
ท่านสาธิตประท้วงอะไรครับ ท่านนั่งลงนะครับ ท่านสาธิตพอแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ กําลังจะเดินไปข้างหน้านะครับ บ้านเมืองกําลังมีปัญหาวิกฤติมากมายครับ แต่ว่า ผมไม่คิดว่าเพื่อนสมาชิกยังจมอยู่กับปลักครับ แล้วก็จมอยู่ที่เดิม
พอแล้วครับ พอแล้วครับ ขอความกรุณานั่งลงครับ นั่งลงเถอะครับ จะได้เดินหน้าต่อ อย่างที่ท่านต้องการ เชิญครับ นั่งลง มีผู้ประท้วงขอให้ท่านสาธิตถอนคําพูดคําว่า จมอยู่ ในกองปลัก ท่านสาธิตครับ ผมวินิจฉัยแล้วก็รู้สึกมันจะแรงไปหน่อย ขอความกรุณาถอน เถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคารพ ท่านประธานนะครับ แต่ว่าความหมายของที่ผมอภิปรายว่า จมกับกองปลัก หมายความ ว่ายังอยู่ที่เดิมครับ
ขอความกรุณาถอนเถอะครับ ถอนเถอะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะประท้วงกันวุ่นวายอย่างนี้ ถอนนะครับ ขอความกรุณา เดี๋ยวคุณหมออย่าเพิ่งครับ นั่งลงก่อน เดี๋ยวก่อนครับเอา เรื่องนี้ก่อน ผมจะให้เขาถอนอย่างไรครับ ผมก็ทราบว่าคุณหมอประท้วงเพื่อจะให้ถอน คําพูดนั่นแหละ ถอนเลยครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานแปล ความหมายของผมว่าอย่างไรครับ มันไม่สุภาพตรงไหนครับท่านประธาน
คืออย่างนี้นะครับ เราก็เรียนภาษาไทยมาด้วยกันทั้งนั้นนะครับ ถ้อยคําที่เราใช้พวกเราฟัง แล้วนี่ ถ้ากรณีที่ฟังแล้วไม่สบายใจ ผมว่าอย่าให้เรื่องมันยาวเลย ถอนเถอะครับ
ท่านประธานผมขออนุญาต ผมขอถอน นะครับ ก็ใช้คําว่า จมอยู่ที่เดิม นะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ถอนแล้วครับ
จะได้เดินไปข้างหน้าเลยครับท่านประธาน ครับ
ท่านประท้วงอะไรอีกครับ
ไม่ได้เลยครับเรื่องนี้ ท่านประธานบอกอยู่ในสภาแห่งนี้ใช้ปรัชญา หลักการ เหตุผล สติปัญญา ความมุ่งมั่น ขยัน อดทน ผมไม่จมอยู่กับปลักหรอกครับ หรือไม่จมอยู่กับที่เดิมหรอก ไม่อย่างนั้นวันนี้ จะยอมรับคุณหรือ และไม่อย่างนั้นวันนี้สุภาพใส่ชุดดําครับ ขอให้ถอนครับ ไม่ว่าจะจมอยู่ ที่เดิม หรือจมอยู่กับปลัก พวกผมไม่ได้โง่เง่าขนาดนั้นหรอกครับ และไม่ได้มีจิตยับยั้งยั้งมา อยู่กับที่ไม่ได้ทําอย่างนั้น แล้วก็ขอให้เชื่อมั่นว่าพวกเราเปึนฝ์ายค้านที่ดีครับ มีสติปัญญา มีเหตุผล ขอให้ท่านทําให้ดีเถอะ ขอบคุณครับ
ท่าน สาธิต ท่านผู้ประท้วงบอกว่าจมอยู่ที่เดิมก็ไม่ได้นะครับ ท่านก็ปรารถนาจะเดินไปข้างหน้า เหมือนกัน ขอความกรุณาถอนเถอะครับ เราจะได้เดินไปข้างหน้าพร้อมกัน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต นะครับ ผมเคารพท่านประธานครับ เพียงแต่ว่าจมอยู่ที่เดิมมันไม่สุภาพตรงไหน ถ้าวันนี้ ท่านประธานวินิจฉัยว่าคํานี้ไม่สุภาพให้ผมถอนนะครับ มันจะเปึนบรรทัดฐานมัดตัว ท่านประธานนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับ จมอยู่ที่เดิม มันไม่สุภาพตรงไหนครับ
ไม่ใช่ ไม่สุภาพ แต่ในข้อบังคับบางทีมันเรื่องของการเสียดสี ขอความกรุณาถอนเถอะครับ
ผมไม่เข้าใจคําว่า จมอยู่ที่เดิม มันเปึนการ เสียดสีแบบไหน ตามพจนานุกรมเล่มไหนนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ครับ
ประท้วงอีกแล้ว ประท้วง เชิญหมอประสิทธิ์
ต้องพูดครับ ท่านต้องให้ผมพูด กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย คําวินิจฉัยของประธานเปึนที่สุด เขาจะให้ประธานมานั่ง อธิบายนี่มันเปึนสิ่งที่ไม่สมควร ถ้าเขาไม่ฟัง ไม่ถอน ก็เชิญออกครับ ขอให้ประธานวินิจฉัย ครับ
ก็เดี๋ยวท่านสาธิตจะถอนอยู่แล้วครับ ถอนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ป่ตุเตชะ นะครับ ส.ส. ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอถอนนะครับ แต่ว่าที่ผมถอนนี่
เอาละ ถอนแล้วครับ กรุณานั่งลงครับ เดี๋ยวได้ถอนคําใหม่อีก เชิญครับ นั่งลงครับ
ผมถอนเพื่อให้สถานการณ์ของสภาแล้วก็ บ้านเมืองเราเดินไปข้างหน้านะครับ แล้วก็ไม่มีเจตนาที่จะไปบอกว่าอันนั้นเสียดสี ไม่สุภาพแต่ประการใดเลยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านเชาวรินจะมีอะไรอีกครับ สั้น ๆ ครับ
ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมเปึนผู้ใหญ่พอ เพราะฉะนั้นผมจะไม่ประท้วงสุ่มสี่สุ่มห้า แต่การใดก็ตาม ถ้ามันเปึนประโยชน์ต่อแผ่นดิน การใดก็ตามที่จะสร้างความเสียหายต่อองค์กรและตัวผม ได้รับความเสียหาย ผมจะต้องขอความเมตตาจากท่านประธานให้ผมใช้โอกาสตรงนี้ คุณสาธิต ป่ตุเตชะ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ได้พูดก็เหมือนกับคนอื่น ๆ อีกหลายคน ที่พูดเกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม แต่ใครพูดอย่างไรในข้อความที่ว่ามีผู้บาดเจ็บและ ล้มตายจํานวนมาก ผมไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ผมก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาทักท้วง แต่วันนี้ ผมนั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าผมไม่แสดงความคิดเห็น ไม่แสดงการทักท้วงคําพูดดังกล่าว ผมคิดว่า ผมไม่ควรเปึนผู้แทนราษฎร แต่นี่ผมเปึนผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ผมอยู่ในเหตุการณ์ ท่านประธานครับ วันนั้นวันที่ ๗ ตุลาคม นอกสภาเต็มไปหมด เสียง ร้องฆ่ามัน ๆ นี่มันไม่ใช่ชุมนุมกันปกติ เหตุการณ์อย่างนี้ย้อนหลังไป ๓๐ ป้ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผมรับราชการตํารวจ ผมอยู่ในเหตุการณ์เดียวกันคนป่ดหน้าทําเนียบร้อง ฆ่ามัน ๆวันนั้นครับที่ผมตัดสินใจพารัฐมนตรี ท่านดํารง ลัทธพิพัฒน์ ท่านชวน หลีกภัย ท่านสุรินทร์ มาศดิตถ์ หนีออกจากทําเนียบรัฐบาลด้านหลัง นี่เช่นเดียวกันครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับ ท่านสาธิตประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วงก่อน
คุณสาธิตครับอย่าเพิ่ง
ท่านเชาวรินครับ ว่ากันตามข้อบังคับ มีผู้ยกมือประท้วงก็ต้องให้โอกาสผู้ประท้วงก่อน นะครับ เชิญครับ
ผมให้โอกาสแต่ต้อง ทําให้ดี
ท่านเชาวรินนั่งลงก่อนครับ เชิญท่านสาธิตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ป่ตุเตชะ ส.ส. ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านผู้ลุกขึ้นอภิปรายนะครับ เพราะว่ายังไม่อยู่ในประเด็นกับข้อหารือที่สภากําลังพิจารณาครับ ขอให้ประธานวินิจฉัย ด้วยครับ
ผมขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ ท่านเชาวรินครับ คือท่านอาจจะเข้ามาเมื่อสักครู่นี่นะครับ ก่อนหน้านี่มีการถามกระทู้สดโดยท่านจุมพฏ บังเอิญท่านจุมพฏก็ไปพาดพิงท่านสาธิต ว่าท่านสาธิตเหมือนถูกกล่าวหาว่าอยู่ในม็อบอะไรอย่างนี้นะครับ ท่านสาธิตท่านก็เข้ามา ขอใช้สิทธิพาดพิงเพราะทําให้ท่านเสียหาย ท่านก็ชี้แจง ฉะนั้นคําชี้แจงของท่านมันก็เลย ไปเกี่ยวพันกับวันที่ ๗ นะครับ เพราะวันนั้นท่านถูกกล่าวหาว่าท่านอยู่ในม็อบนั้นด้วย ก็เท่านั้นเอง ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องไปพูดถึงวันที่ ๗ อีก แต่ถ้าท่านเชาวรินจะมาพูดถึงวันที่ ๗ อีกผมว่ามันก็จะยาวนะครับ เพราะว่าต่างคนต่างคิดต่าง คนต่างยืนอยู่คนละจุด ฉะนั้น ขอความกรุณาท่านเชาวรินนะครับ เดี๋ยวผมจะได้เข้าสู่วาระซึ่งมีเรื่องสําคัญอีกมากมาย หลายเรื่องที่เราต้องดําเนินการประชุมต่อนะครับ ขอความกรุณาท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานครับ ป้นี้ผมอายุ ๖๔ แล้ว ไม่ใช่เด็กแล้วล่ะ ผ่านสภานี้เดินเข้าเดินออก ๓๐ ป้ ถ้าอย่างนั้นผมใช้ สิทธิประท้วง ผมเพียงแต่จะหารือว่า เลิกเสียทีได้ไหมที่พูดบอกว่า บาดเจ็บและล้มตาย จํานวนมาก กี่ครั้งแล้วที่พูดอย่างนี้มันเปึนการกล่าวเท็จในสภา ข้อเท็จจริงวันนั้น วันที่ ๗ ตุลาคม ที่ตายมันตายแค่ ๒ คน ต่อไปนี้พูดใหม่ได้ไหมว่า เสียชีวิต ๒ คน แล้วบาดเจ็บ จํานวนมาก แล้วที่จริงเสียชีวิต ๒ คน คนหนึ่งตายในรถที่ระเบิดซีโฟร์มาหน้า พรรคชาติไทย คนที่ ๒ ตายหน้ากองบัญชาการตํารวจนครบาลตอนกลางคืน เปึนตํารวจ ครับ
มีผู้ประท้วงครับ ท่านเชาวรินมีผู้ประท้วง เชิญท่านผู้ประท้วง คุณหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเมื่อ สักครู่ฟังท่านผู้อาวุโสท่านนี้ได้อภิปรายและพาดพิงในประเด็นเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่าน มา และท่านประธานก็ได้วินิจฉัยชี้ชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่ท่านผู้นี้กําลังอภิปรายนั้นไม่ได้อยู่ใน ประเด็น แต่ผมก็สังเกตดูว่าท่านผู้อาวุโสท่านนี้พยายามวกวน ๆ วกวนเหมือนจมอยู่กับที่ ครับ อยากให้ท่านพยายามชี้เลยนะครับว่า วันนี้ท่านได้วินิจฉัยแล้วว่า สิ่งที่ท่านผู้อาวุโส ท่านที่อภิปรายอยู่นั้นมันไม่ได้อยู่ในประเด็น และไม่ได้อยู่ในวาระของการประชุมครับ
ท่าน เชาวรินครับ เอาอย่างนี้ครับ ผมขอความกรุณานะครับ เราคงมีวาระอื่น ๆ ที่จะต้อง พิจารณาต่อนะครับ ผมว่าเอาเรื่องนี้จบไว้แค่นี้ก่อนนะครับ แล้วก็เดี๋ยวเราเดินหน้าต่อไป ดีกว่า ถ้ามาพูดเรื่องนี้มันไม่จบ เราก็ไม่สามารถจะทํางานได้ราบรื่นต่อไปนะครับ ขอความ กรุณาท่านเชาวรินนะครับ
เมื่อสักครู่หมอวรงค์ ประท้วงผม แล้วก็ใช้คําว่า วกวน ๆ ท่านไม่วินิจฉัยตรงนี้หรือครับ
อันนี้ท่านจะประท้วงว่า
ผมจะประท้วงให้หมอ วรงค์ถอนคําว่า วกวน ๆ ผมอภิปรายดีที่สุดแล้ว
ครับ เชิญท่านเชาวรินนั่งลงครับ เดี๋ยวผมจะให้หมอวรงค์ท่านถอน
ถอนคําว่า วกวน ๆ นอกจากให้ถอนแล้ว ผมขออนุญาตนะท่านประธานครับ ต่อไปนี้หมอวรงค์เจอผมที่ไหน ไม่ต้องยกมือไหว้ แล้วไม่ต้องทักทายผมแล้ว ถ้าเราเล่นการเมืองกันอย่างนี้อย่าเอาไมตรี กันเลย ผมพยายามมีไมตรีด้วย ผมบอกแล้วว่าผมอยากจะประคับประคองให้สภาของเรา อยู่ได้ แต่ประท้วงอย่างนี้มันไม่มีไม่ถูกละ
เอา ละครับ ขอบพระคุณครับ คุณหมอวรงค์ครับ ท่านเชาวรินขอความกรุณาถอนคําว่า อภิปรายวกวน ๆ หน่อยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นที่ท่านเชาวรินครับระบุชื่อ ระบุพาดพิงมาถึงผม ๒ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ คือท่านบอกว่า ต่อไปนี้ผมไม่ต้องไปยกมือไหว้ ไม่ต้องมีไมตรี ต่อกัน คือผมฟังแล้วมันไม่สบายใจครับ คือผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์สอนผมไว้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราเจอผู้ใหญ่เราต้องเคารพครับ เราต้องสวัสดี เราต้องไหว้ครับ ผมปฏิเสธสิ่งที่ท่านต้องการไม่ได้ครับ ผมขอปฏิเสธสิ่งที่ท่านต้องการ ผมเจอท่านเมื่อไร ผมจะไหว้ท่านเมื่อนั้น แต่ท่านมีสิทธิที่จะไม่รับไหว้ผม
ข้อที่ ๒ คําว่า วกวน ๆ ผมว่ามันไม่ใช่เปึนคําที่ไม่สุภาพนะครับ ผมจะ สังเกตว่าท่านประธาน เวลามีคนหนึ่งประท้วงแล้วให้ท่านวินิจฉัยให้ถอน ท่านต้องใช้ ดุลยพินิจของท่านว่าสิ่งที่เขาประท้วงนั้นมันเหมาะสมหรือไม่ที่จะให้ผมถอนคําพูด ผมว่า คําว่า วกวน ไม่ใช่เปึนคําที่ไม่สุภาพครับ ขอบคุณครับ
คุณหมอวรงค์ครับ ผมก็วินิจฉัยในฐานะประธานนั่งฟังอยู่ แล้วเราฟังทั้งบริบททั้งหมด นะครับ มันก็หมิ่นเหม่ที่พูดจาเหมือนหนึ่งดูถูกดูแคลนเขา เหมือนการอภิปรายวกวน วนเวียนอะไรอย่างนี้ ซึ่งถ้าผู้ที่เขาฟังอยู่ ผู้ถูกพาดพิงเขามีความรู้สึกแบบนั้น เขาขอให้ท่าน ถอน ท่านก็ขอความกรุณาถอนเถอะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเรียนประธานสั้น ๆ อย่างนี้แล้วกันว่า เพื่อมิตรภาพที่ดี เพื่อความสมานฉันท์ แต่ผมอยากจะย้ํานิดเดียวครับ ท่านประธาน ไม่ได้เปึนการกวนครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ทางฝัืงโน้นพูดจาที่ กระทบกระแทกพวกผมเยอะมากแต่ผมยังไม่เคยถือสา วันนี้เพื่อไมตรีผมขอถอนคําพูด 57คําว่า วกวน ออกจากสารบบครับ
ขอบพระคุณครับ เอาละครับ ท่านสมาชิกครับ
ท่านประธานครับ
ท่าน เชาวรินพอแล้วครับ
ให้โอกาสผมอีก นิดเดียว
พอแล้วครับ
เมื่อกี้ผมพูดไปบอก ว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องไหว้ผม ผมอุตส่าห์มีไมตรีด้วย แล้วคุณหมอก็กรุณาถอนคําว่า วกวน ๆ แล้วก็ยืนยันบอกว่าเจอผมที่ไหนก็ไหว้ ผมก็ต้องขออภัยคุณหมอไว้ด้วย แล้วก็ขอให้ เราดีกันนะ
ขอบคุณครับ ดีกันแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์
มีอะไรครับคุณหมอ
เพราะว่าพาดพิงผมครับ
มีผู้ประท้วงอยู่ข้างหลังครับคุณหมอ คุณเชิดชัยประท้วงเรื่องอะไรครับ เดี๋ยวขอความ กรุณาผู้ประท้วงก่อนครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมไม่อยากที่จะลุกขึ้นมาประท้วงเลย เนื่องจากว่า บรรยากาศในการประชุมคราวนี้ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธาน ช่วยกรุณากํากับการประชุมให้เปึนไปตามระเบียบข้อบังคับ เพื่อเราจะได้เข้าสู่ ร่างพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญต่อผู้สูงอายุครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมก็พยายามอยู่ครับ หมอวรงค์ครับ พอแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมไม่มีอะไรครับ ผมจะขอบคุณ ท่านเชาวริน เท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ
ครับ ก็เปึนบรรยากาศที่เปึนไมตรีกันดีแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ แล้วที่ผมประท้วงไว้ล่ะครับ ท่านไม่กรุณา
ท่าน ถอนแล้วนี่ครับ
มิใช่ครับ ที่ท่านสาธิต พูดว่า มีผู้บาดเจ็บและล้มตายจํานวนมาก คือผมไม่อยากจะใช้คําบอกว่า ท่านพูดไม่จริง หรือพูดเท็จ ผมไม่อยากจะใช้คําอย่างนั้น ทีนี้มันไม่ตรงกับข้อเท็จจริงครับ ผมก็เลย อยากจะแก้เสีย เพราะตํารวจตกเปึนจําเลยของสังคม ข้อเท็จจริงไม่ใช่เปึนอย่างนั้น มันตายแค่ ๒ คน แต่ส่วนมากเวลาพูดนี่ตาย ใช้คําว่า บาดเจ็บ ก่อนนะครับ แล้วก็ล้มตาย จํานวนมาก มันผิดข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิงท่านประธาน ตาย ๒ คนเท่านั้นเอง
ท่าน เชาวรินครับ อันนั้นมันเปึนข้อเท็จจริงที่ประวัติศาสตร์จะได้บันทึกไว้ ซึ่งคงจะต้องมีการ สืบสวน สอบสวน หาข้อเท็จจริง แล้วบันทึกไว้ ส่วนใครจะพูดอย่างไรนี่นะครับ ในความคิดของแต่ละท่านก็เปึนเรื่องของท่านต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ท่านพูดออกไป ฉะนั้น ขอให้ข้อเท็จจริงได้บันทึกไว้แล้วเขาก็มาหักล้างกับสิ่งที่พูดไม่จริงนั่นละครับ เชิญท่าน นั่งลงครับ
ตกลงท่านจะวินิจฉัย ว่าไม่ต้องถอนใช่ไหมครับ
ก็ไม่ได้มีใครที่มาทําให้ท่านเสียหาย หรือใครเสียหาย เปึนความคิดที่เขาใช้คําพูดออกมา แบบนั้นนะครับ คงไม่ต้องให้ถอนนะครับ
ผมเองก็ไม่ได้ติดใจ อยากจะให้ถอนหรอก ทีแรกที่ผมขอหารือว่า ขอได้ไหมว่า ทีหลังเลิกพูดคําอย่างนี้ อย่างนี้ กว้าง ๆ ว่าอย่าพูดอย่างนี้
ก็เปึนข้อเสนอของท่านว่าต่อไปก็ไม่อยากให้พูดเรื่องเหล่านี้นะครับ เชิญนั่งลงได้แล้ว
เรื่องล้มตายจํานวน มาก ผมขอตรงนี้ เพราะจริง ๆ มันตายแค่ ๒ คน
เชิญครับ เชิญนั่งลงครับ ท่านสมาชิกครับ เราจบการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามแล้ว นะครับ ขณะนี้มีสมาชิกเข้าชื่อเปึนองค์ประชุมแล้ว ๓๙๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
มีเรื่องระเบียบวาระที่แจ้งต่อที่ประชุมนะครับ ซึ่งยังค้างมาจากเมื่อวานนี้ อีก ๓ เรื่อง แต่มีเรื่องที่ไม่ได้อยู่วาระที่จะขอแจ้งท่านที่ประชุมอีก ๒ เรื่อง ก็คือ
เรื่องแรก ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านได้จัดเอกสารงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ ไว้ที่เคาน์เตอร์ (Counter) หน้าห้องประชุมนี่นะครับ ซึ่ง ท่านก็ปรารถนาดีอยากให้เพื่อนสมาชิกได้นําไปศึกษาก่อน แล้วหนังสือนัดประชุมจะออก ตามไป เนื่องจากว่าวันจันทร์ วันอังคาร ได้มีการนัดประชุมรัฐสภาไว้เพื่อพิจารณากรอบ การเจรจาของอาเซียนซัมมิท (ASEAN Summit) และอีกหลาย ๆ เรื่องนะครับไม่ทราบว่า ๒ วันจะเสร็จไหม ถ้า ๒ วันเสร็จก็จะมีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ ต่อไป ฉะนั้นก็เปึนความ ปรารถนาของท่านประธานอยากให้พวกเราได้ศึกษาเอกสารไว้ก่อนนะครับ
แล้วเรื่องที่ ๒ อันนี้ก็ไม่ปรากฏในระเบียบวาระก็เปึนเรื่องแจ้งเพื่อทราบ แต่ก็ไปเกี่ยวพันกับเรื่องด่วนที่ ๘ นะครับ ก็คือ ท่านประธานท่านจะแจ้งเรื่องขอถอนเรื่อง ออกจากระเบียบวาระ เนื่องจากในระเบียบวาระที่ ๘ มีการขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาคดีอาญาของนายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา ๑๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ แต่ปรากฏว่าวันนี้ท่านประธานสภาได้รับแจ้งเกี่ยวกับระเบียบวาระนี้ ว่า เนื่องจากสํานักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือแจ้งว่า ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้แจ้ง ข้อมูลคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับหมายเลขคดีและชื่อจําเลย โดยตรวจสอบแล้วปรากฏว่า คุณประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มิได้เปึน จําเลยในคดีดังกล่าวแต่อย่างใด สํานักงานศาลยุติธรรมจึงขอถอนเรื่องดังกล่าวออกจาก ระเบียบวาระการประชุม ซึ่งท่านประธานก็ได้ใช้อํานาจของท่านตามมาตรา ๑๗๙ วรรคสอง ขอถอนเรื่องออกจากระเบียบวาระการประชุม ซึ่งตามข้อบังคับดังกล่าวก็ต้องให้ แจ้งที่ประชุมทราบนะครับ ฉะนั้นก็ขออนุญาตแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไปจะเปึนการพิจารณาระเบียบวาระที่ค้างอยู่เมื่อวานนี้นะครับ
๒.๘ รับทราบ ผลการดําเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับ เรื่อง ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงเปึนการด่วน
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้เร่งแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของชาวประมงเปึนการด่วน และมีมติส่งเรื่องให้รัฐบาลรับไปดําเนินการ นั้น สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์รับไปพิจารณา ดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนหน่วยงานกลาง ในการรวบรวมผลการดําเนินการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งว่าได้ดําเนินการ ตามญัตติดังกล่าว และคณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการดําเนินการของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์แล้ว และเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรทราบ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่งสําเนาเอกสารผลการดําเนินการดังกล่าวให้แก่ท่านสมาชิกแล้ว นะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดประสงค์จะอภิปรายไหมครับ เชิญครับ เชิญด้านหลังนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบ สัดส่วน จากฝัืงทะเลเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาส นะครับ ในฐานะที่กระผมเปึนตัวแทนของกลุ่ม ส.ส. ชายฝัืงทะเล ๒๔ จังหวัด ทั้งภาคใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วน เรื่อง การแก้ไขปัญหา วิกฤตการณ์ประมงในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อป้ที่แล้ว จะขอใช้เวลาของสภาแห่งนี้อย่างมี คุณค่าที่สุด เพื่อแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม รวมทั้งการให้ข้อเท็จจริงในบางด้าน ซึ่งไม่ ปรากฏในรายงาน อาจจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาประมง ซึ่งขณะนี้ วิกฤตการณ์ก็ยังดําเนินการต่อไป
ในประการแรก ท่านประธานครับ ผมขอชื่นชมอย่างน้อย ๆ บุคคล ๓ ท่าน ท่านแรก คือท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษรตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เสียดายวันนี้ท่านไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว ท่านที่ ๒ คือ พลโทหญิง พูลภิรมย์ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และอีกท่านหนึ่งท่านยังอยู่ที่เดิม ก็คือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ แล้วก็ อีกหลายท่าน ๓ ท่านนี้ได้เปึนแกนสําคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ ประมง ซึ่งมีต้นเหตุสําคัญมาจากเรื่องราคาพลังงาน ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อ ต้นป้ ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ต้องยอมรับความจริงครับว่าจนถึงวันนี้ผ่านมาป้เศษ ๆ กระบวนการแก้ไขดําเนินไปร่วมกันระหว่าง ส.ส. ฝัืงทะเลของพรรคประชาธิปัตย์ ฝ์ายนิติบัญญัติ และฝ์ายบริหารจับมือกันทํางานแก้ไขปัญหาของคนนับล้านชีวิต แต่ต้อง ยอมรับความจริงว่าจนถึงวันนี้วิกฤตการณ์ประมงยังดํารงอยู่ อาจจะเปลี่ยนรูปแบบ เปลี่ยนวิถีทางไป แต่วันนี้พี่น้องชาวประมงยังพูดถึงวันพรุ่งนี้ไม่มีคําตอบเช่นเดียวกัน ถ้า จะเปรียบภาพให้ชัดเจนง่าย ๆ แบบชาวบ้านก็ต้องบอกว่า บ้านหลังหนึ่งค่าไฟฟัามันแพง เหลือเกินครับ อยู่กันไม่ไหว จะหุงข้าวก็ไม่ไหว จะเป่ดตู้เย็นก็ไม่ไหว ค่าไฟแพงมาก ๆ ก็ ได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดค่าไฟ ค่าไฟถูกลงพอจะจ่ายค่าไฟได้ แต่บ้านหลังนี้หลังคา ยังรั่วครับ ลูกหลานยังไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมครับ ยังกินข้าวไม่ครบทุกมื้อครับ ทางเดินเข้า บ้านยังเปึนหลุมเปึนบ่อ บ้านหลังนี้แม้ค่าไฟจะถูกลง แต่บ้านหลังนี้ก็ยังเปึนบ้านแห่งความ สิ้นหวังอยู่นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามครับ เมื่อทํางานก็ต้องเปึนกําลังใจให้กัน เมื่อทํางานก็ ต้องจับมือกัน และผมว่านี่แหละคือพลานุภาพแห่งประชาธิปไตยที่สภาแห่งนี้ ซึ่งมาจาก ชาวบ้านได้ทํางานเพื่อรับใช้ชาวบ้านอย่างแท้จริงในเชิงสร้างสรรค์ และนี่คือการเมืองใหม่ ในความหมายที่ผมตระหนักว่านี่คือการเมืองใหม่ที่ผมอยากให้มันเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลานิดเดียวเพื่อให้ภาพชัดเจนขึ้นว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาที่ญัตติด่วนเรื่องนี้เข้าสู่สภานําไปสู่กระบวนการแก้ไขของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลังนั้นได้เกิดอะไรขึ้นบ้าง อาจจะเปึนด้วย ความตื่นตระหนกจากภาวะราคาน้ํามันซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ๔๔ บาท ในช่วงเวลา นั้น ทําให้มาตรการของการแก้ไขปัญหาที่ดําเนินมาจนถึงวันนี้ ก็มุ่งเน้นไปที่การแก้ไข ปัญหาต้นทุนพลังงาน ทั้งที่จริง ๆ ปัญหาของประมงในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นมีอีก หลากหลายมิติ ถ้าจะสรุปอย่างย่นย่อที่สุดก็จะเห็นมาตรการอย่างน้อย ๕ ประการ ที่ออกมาในช่วงเวลาหนึ่งป้
อันแรกคือโครงการน้ํามันเขียว ซึ่งยกเว้นภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ยกเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันรวมราคา ๕ บาท ขายบริเวณรอยต่อ ๑๒-๒๔ ไมล์ทะเล ชายขอบของราชอาณาจักร ตรงนี้มีประโยชน์ครับ เรือใหญ่ได้ประโยชน์จาก ตรงนี้
อันที่ ๒ โครงการน้ํามันม่วงได้รับการชดเชยจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานลด ราคา ๒ บาท
ต่อมาก็กลายเปึนมาตรการที่ ๓ คือปรับเปลี่ยนเปึนน้ํามันซึ่งโรงกลั่นให้ ความช่วยเหลือลด ๓ บาท ๗๐๐ กว่าล้านลิตร ลดราคา ๓ บาท กระจายออกไปทั่ว ทั้งประเทศ
อันที่ ๔ คือเรื่องของพลังงานทดแทน ด้วยความตื่นตระหนกถึงราคาน้ํามัน ซึ่งสูงจนแทบจะมองไปข้างหน้าไม่เห็นอนาคต กระทรวงพลังงาน ปตท. ร่วมกันที่จะ สรรหาพลังงานทดแทนที่มันมีราคาต่ํากว่าลิตรละ ๑๐ บาท ในที่สุดคําตอบก็คือ แอลเอ็นจี (LNG) หรือก๊าซป่โตรเลียมเหลว มีการทดลองซึ่งพวกเราก็ไปดูกัน ส.ส. ฝัืงทะเล ไปดูกันอยู่ที่บ้านเพ เรือไดหมึกก็ทดลองใช้ได้ผล ราคาลิตรละไม่ถึง ๑๐ บาท
ประการที่ ๕ ยังเปึนแนวคิด ยังเปึนการหารือ ยังไม่มีรูปธรรม ก็คือเรื่องราว ซึ่งไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของท้องทะเลแห่งนี้ นั่นคือการปลดเปลื้องหนี้สิน ชาวประมง ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ได้เริ่มสร้าง แนวคิดตรงนี้ขึ้นมา วันนี้รูปธรรมยังไม่ปรากฏ ๕ มาตรการครับ เปึนมาตรการที่มุ่งเน้นไป เรื่องพลังงานเปึนด้านหลักทั้งสิ้น ปัญหาอื่น ๆ ยังมีอีกมากมาย ๕ มาตรการตรงนี้ฟังดูดี ครับ แล้วก็ต้องเปึนกําลังใจในการทํางานร่วมกัน แต่ว่าปัญหาใน ๕ มาตรการนั้นมีอีก มากมาย ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เจาะลึกลงไป เพื่อเปึนประโยชน์สําหรับการแก้ไข ปัญหาในวันพรุ่งนี้ น้ํามันเขียวลดราคาลิตรละ ๕ บาท มีประโยชน์ครับ วันนี้พี่น้อง ชาวประมง เรือขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เติมน้ํามันเขียวที่ห่างออกไป ๑๒-๒๔ ไมล์ทะเล เติมน้ํามันแค่ลิตรละ ๑๐ กว่าบาทครับ พออยู่ได้ครับ แต่วันนี้คําถามที่ถูกถามกันอยู่ ตลอดเวลาก็คือว่าชาวประมงถูกเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ เติมน้ํามันครบทุกลิตรจริงหรือไม่ วันนี้เขาได้มีการวิเคราะห์ วิจัยออกมาว่า จริง ๆ ถูกโกงทั้งนั้นละครับ ถูกโกงทั้งนั้น
เรื่องของก๊าซป่โตรเลียมเหลวซึ่งจะเปึนอนาคตข้างหน้าของพี่น้อง ชาวประมง วันนี้ยังมีปัญหาเรื่องราคาต้นทุนถังแอลเอ็นจี (LNG) ซึ่งสูงจนพี่น้อง ชาวประมงไม่มีกําลังที่จะจัดหาซื้อมาได้ ขณะเดียวกันการกระจายก๊าซป่โตรเลียมเหลว จากแหล่งผลิตที่ระยองหรือที่ขนอมออกไปสู่พื้นที่ ๒๔ จังหวัดก็ยังเปึนเรื่องที่อยู่ในอนาคต ที่ไกลแสนไกลผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ให้เห็นถึงอุปสรรคของโครงการนี้นะครับ ความตั้งใจ นั้นมีอยู่ เราทํางานร่วมกันเห็นความตั้งใจครับ แต่ความตั้งใจอย่างเดียวมันสร้าง ความหวังให้กับท้องทะเลตรงนี้ไม่ได้ ในขณะที่เรามุ่งเน้นไปที่เรื่องการแก้ไขปัญหาต้นทุน พลังงาน ในป้ที่ผ่านมาปัญหาของประมงในด้านอื่นยังเกิดอยู่โดยทั่วไป การทําลาย ทรัพยากรธรรมชาติสัตว์น้ําด้วยการกระทําประมงที่ผิดกฎหมาย เรือคราดหอย เรืออวนรุน เรืออวนลากเกิดขึ้นโดยทั่วไป ที่บ้านผมเมื่อคืนก็ยังลากกันอยู่ ที่นครศรีธรรมราชยังลากกัน อยู่เปึนประจํา และเปึนปัญหาขัดแย้งในพื้นที่
ปัญหาหนี้สินของพี่น้องชาวประมง ซึ่งวันนี้เต็มท้องทะเลไปหมดและยัง ไม่มีทางออกที่ชัดเจนถึงการแก้ไขปัญหา ปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าวที่มหาชัยเขายังหนักหนา สาหัสและทราบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็กําลังจะเดินทางไปแก้ไขปัญหาตรงนี้ อีกมากมายหลายปัญหาด้วยกัน
ปัญหาราคาสัตว์น้ําซึ่งไม่ได้สัดส่วนกับราคาการตลาด เกี่ยวโยงไปถึงนายทุน โรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่ เกี่ยวโยงไปถึงเรื่องของปลาป์น เกี่ยวโยงไปถึงการนําเข้า วัตถุดิบบางชนิดจากต่างประเทศเพื่อมาแทรกแซงราคาให้ราคาปลาอยู่ในราคาที่ไม่ได้ สร้างกําไรเลย ให้กับชาวประมง แต่สร้างความร่ํารวยให้กับพ่อค้าคนกลาง เหล่านี้คือ ปัญหาที่ยังดํารงอยู่นะครับ อย่างไรก็ตามแต่ผมก็ขอบคุณสําหรับความตั้งใจของท่าน โดยเฉพาะท่านที่ผมเอ่ยมาทั้ง ๓ คน รวมทั้ง ส.ส. ฝัืงทะเลทั้ง ๒๔ จังหวัดที่เราเหนื่อยกัน ขึ้นมา ท่านประธานพูดถึงตรงนี้ แล้วความหวังมันอยู่ตรงไหนละครับ ปัญหาของประมง ทําไมมันวนเวียนมากมายซับซ้อนอยู่อย่างนี้ และเปึนอย่างนี้มาชั่วนาตาป้ ความหวังมีอยู่ นะครับ อย่างน้อยก็ได้ปรากฏในนโยบายของรัฐบาลคณะนี้ครับที่ได้แถลงต่อรัฐสภา และ เปึนครั้งแรกที่นโยบายประมงซึ่งเกี่ยวข้องกับคนนับล้าน ๆ ชีวิต มีความยาวเกิน ๑ บรรทัด คราวนี้ยาว ๙ บรรทัด และเปึนนโยบายประมงครั้งแรกที่เกิดจากการระดมความคิดเห็น ของพี่น้องชาวประมงทั้ง ๒๔ จังหวัดทั้ง๓ ฝัืงทะเล สื่อผ่าน ส.ส. เพื่อเข้ามากําหนด นโยบายร่วมกับรัฐบาล และเราก็ได้นโยบายการประมงที่มีความแจ่มชัดและเปึนรูปธรรม ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ อย่างน้อย ๆ ก็ได้ครอบคลุม ๗ ด้านที่สําคัญ ไม่ว่า จะเรื่องของการส่งเสริมอาชีพ การขยายโอกาส การทําการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา ไม่ว่าจะเรื่องของการยกระดับราคาสินค้าประมง ไม่ว่าจะเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรม สัตว์น้ํา การพาณิชย์นาวีไปทําประมงในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเรื่องของพลังงาน ทดแทนและการแก้ไขปัญหาหนี้สินชาวประมง และเปึนครั้งแรกผมกราบเรียนท่านประธาน สภาครับ ที่รัฐบาลได้ระบุชัดเจนถึงคําที่บอกว่า จะจัดตั้งองค์กรระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาการประมงของประเทศ จะสร้างองค์กรระดับชาติซึ่งในที่นี้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า คืออะไร แต่ความหมายที่แท้จริงก็คือ การตั้งสภาการประมงแห่งชาติ ปัญหาของประมง เกี่ยวโยงทุกกระทรวงครับ ปัญหาราคาสินค้าสัตว์น้ํา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ปัญหาแรงงานกระทรวงแรงงาน ปัญหาพาณิชย์นาวี กระทรวงการ ต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม ปัญหาหนี้สิน กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กองทุนฟุ๋นฟูโยงใยไปหมด ถ้าไม่มีศูนย์กลางของการแก้ไขปัญหาอย่างเปึน เอกภาพ พี่น้องชาวประมงก็ออกทะเลด้วยความสิ้นหวังอย่างทุกวันนี้ คําตอบอยู่ที่การตั้ง สภาการประมงแห่งชาติเปึนครั้งแรกให้เกิดขึ้นในรัฐบาลคณะนี้ ให้ได้ประมงทุกขนาด ประมงขนาดเล็กที่ยากจนที่สุด ประมงกลาง ประมงใหญ่หรือประมงนอกน่านน้ํา เขาได้มี ที่ยืนร่วมกันในเวทีเดียวกันและแก้ปัญหาร่วมกันต้องเกิดขึ้น
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมไม่ใช่คนทะเล ผมแยกไม่ถูกนะครับ อวนรัง อวนซั้ง อวนรุน มันตาถี่ ตาห่างแตกต่างกันอย่างไร แต่ผมได้ใช้ชีวิตและลมหายใจคลุกคลี กับพี่น้องชาวฝัืงทะเลมาช้านาน ต่อสู้ร่วมกันมาทั้งชายฝัืง ทั้งในกลางทะเลลึก ทั้งกลาง ถนน เราพูดกันทุกเรื่อง เรามีความฝันร่วมกันหลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งซึ่งพี่น้องชาวประมง ไม่มีสิทธิจะพูดในชีวิตนี้ คือเรื่องราวของวันพรุ่งนี้ครับ พี่น้องชาวประมงโดยเฉพาะประมง ชายฝัืงไม่มีสิทธิพูดถึงวันพรุ่งนี้ เขาคิด เขาพูดได้อย่างเดียวว่าวันนี้ทําอย่างไรจะมีข้าวครบทุกมื้อ มีขนมให้ลูกกิน วันพรุ่งนี้ต้อง ไปเผชิญชะตากรรมกันใหม่ สภาการประมงจะเปึนคําตอบครับ สําหรับการที่จะทําให้ พี่น้องชาวประมง ๓ ฝัืงทะเลมากกว่า ๑ ล้านชีวิต ได้มีคําตอบว่าวันพรุ่งนี้เขาจะมีอนาคต อยู่รอดต่อไปได้อย่างไร ผมจึงขอฝากประเด็นเหล่านี้สู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไข วิกฤตการณ์อย่างเปึนระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งสภาการประมงแห่งชาติ ที่จะถึง เวลาแล้วที่จะต้องเกิดขึ้นครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในกรณีการรับทราบผลการดําเนินงานของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับเรื่องขอให้เร่งแก้ไขปัญหาเดือดร้อนของชาวประมงเปึน การด่วน เท่าที่ผมได้อ่านและศึกษาดูนั้น ผมก็คิดว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดําเนินการเปึนที่น่าจะพึงพอใจได้นะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานคือ อย่างนี้ครับ เมื่อวานนี้พอประชุมมาถึงหัวข้อ ๒.๗ พอรับทราบผลการตรวจสอบของ คณะกรรมการละเมิดสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓ เรื่อง ประธานสภาก็รีบดําเนินการป่ด ประชุมเลย ทั้ง ๆ ที่ผมได้ลุกขึ้นทักท้วงก่อนหน้านั้นว่า พระราชบัญญัติผู้สูงอายุมี ความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่าก่อนหน้านั้นซีกฝ์ายรัฐบาลได้บอกว่า พรรคฝ์ายค้าน ทางด้านนี้ละครับ ให้มีการนับองค์ประชุมเหมือนกับการตีรวน ไม่ต้องการให้องค์ประชุม ครบ จะได้เลื่อนพระราชบัญญัติผู้สูงอายุไป ผู้สูงอายุทั้งประเทศจะไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงตามที่ รัฐบาลได้บอกไว้ ทีนี้ประชาชนที่ไม่เข้าใจก็จะกล่าวหาว่าฝ์ายค้านตีรวน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นผม ได้ขอประธานเมื่อวานนี้ว่า หลังจากพิจารณาข้อ ๒.๑๐ เสร็จ ก็น่าที่จะเอาเรื่อง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุขึ้นมา แล้วก็ต้องดูความตั้งใจของซีกรัฐบาลด้วยว่า ท่านให้ ความสนใจมากน้อยแค่ไหน องค์ประชุมเปึนสิ่งสําคัญ ถ้าจะให้พระราชบัญญัติผ่าน องค์ประชุมจะต้องครบครับ ทีนี้เนื่องจากเดี๋ยวจะมีการรับทราบ ๒.๙ เรื่องศาลปกครอง กับ ๒.๑๐ ก็ยังมีเวลาพอครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า วันนี้วิป (Whip) ได้บอกผมว่าเดี๋ยวหลังจากเสร็จ ๒.๑๐ ก็จะนําวาระเรื่องพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ขึ้นมา ผมเห็นด้วยครับ แต่ในขณะนี้ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าช่วยประชาสัมพันธ์ ให้ ส.ส. ที่กลับไปบ้าน ที่ไม่ได้อยู่ในสภา ที่เปึนซีกฝ์ายรัฐบาลให้รีบกลับเข้ามาก่อน จะได้ ไม่เสียเวลาเดี๋ยวเราจะได้พิจารณาต่อครับ ผมฝากไว้นะท่านประธานจะได้ไม่เสียเวลา เพราะว่าอีก ๒ หัวข้อ เดี๋ยวมีคนอภิปรายอีกเยอะครับ และผมต้องการให้พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผ่านนะครับ เพราะว่าคนอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปจะได้เบี้ยเลี้ยงเดือนละ ๕๐๐ บาท ทั้งหมด ๕ ล้านกว่าคน เปึนอานิสงส์อย่างรุนแรงที่ประชาชนทุกรากหญ้า ในระดับรากหญ้า ที่เปึนคนแก่ คนชรา จะได้เงินเบี้ยเลี้ยงอันนี้ ผมเห็นด้วย และ
อีกประการหนึ่งท่านประธาน ผู้สูงอายุได้โทรมาบอกผมครับ บอกว่าเขา ดีใจที่จะได้เบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องผ่าน แล้วเขา ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีทักษิณว่าถ้าไม่มีนายกรัฐมนตรีทักษิณวันนี้เขาคงไม่ได้มีโอกาส ที่จะได้เงินจากรัฐบาลใหม่ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ต่อคนนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ ขอประท้วงครับ
เชิญ คุณหมอวรงค์ครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอประท้วง ในข้อเท็จจริงที่ท่านผู้อภิปรายกําลังอภิปราย ที่ท่านผู้อภิปรายกําลังอภิปรายบอกว่า ผู้สูงอายุที่บ้านของท่านได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ ๕๐๐ บาท เพราะท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ เพราะข้อเท็จจริงนี่ต้องย้ํานะครับว่า การมอบเบี้ยยังชีพเกิดตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ท่านชวน หลีกภัย เปึนคนเริ่มต้นให้เดือนละ ๒๐๐ บาทก่อน และต่อมาเพิ่มให้ เปึน ๓๐๐ บาท จนกระทั่งท่าน พลเอก สรยุทธ์ ได้มาต่อยอด ๕๐๐ บาท ในสมัยของ นายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นเงินเบี้ยยังชีพไม่เคยได้รับการเพิ่มเติมแม้แต่น้อยครับ แล้ว จนกระทั่งมาถึงท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งจะเปึนรัฐบาลแรกที่จะให้เบี้ยยังชีพกับผู้สูงอายุ ทุกคน ดังนั้นสิ่งที่ท่านกําลังอภิปรายอยู่นั้นเปึนการกล่าวคําเท็จครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุรพงษ์ พาดพิง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอบคุณครับ ที่เพื่อนสมาชิกจากซีกรัฐบาลได้ออกมานะครับ แต่การที่มากล่าวหาว่าผมให้ความเท็จ คงไม่ใช่ครับ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ได้เพิ่มเบี้ยให้แก่ผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นจากสมัยท่านชวน หลีกภัย นะครับ ผมไม่ได้เท้าความไปถึงท่านชวนหลีกภัย เลย แล้วก็สมัยที่นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ก็ได้เพิ่มปริมาณผู้สูงอายุ คือให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น วันนี้ก็ดีใจครับว่า รัฐบาลชุดนี้ให้ความสนใจที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ ๖๐ ป้ขึ้นไปทั้ง ประเทศทุกคนได้รับเงิน ๕๐๐ บาท ผมดีใจครับท่านประธาน ผมไม่ได้กล่าวเท็จนะครับ แต่สิ่งที่ท่านพูดนั้นมันไม่ถูก และดูสิครับท่านประธาน องค์ประชุมมีกี่คน
ท่านสุรพงษ์ครับ ขอความกรุณาครับ เรื่ององค์ประชุมครบ ไม่ครบ เดี๋ยวพอถึงกฎหมาย เข้าเราจะโหวตก็ต้องมีองค์ประชุมครบนะครับ เอาอย่างนี้นะครับท่าน ก็จริง ๆ แล้วไม่ได้มี ใครเสียหาย เพียงแต่อาจจะข้อเท็จจริงเข้าใจกันไปคนละอย่าง ท่านสุรพงษ์พอแล้วกระมัง
ท่านประธาน ผมใช้สิทธิของ ผมนะครับ ที่จริงแล้วผมไม่อยากจะนับองค์ประชุมเลย แต่เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาพูด เหมือนกับให้ความสําคัญกับพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ แต่ท่านประธานลองชําเลืองไปดู ละครับ มีถึง ๘๐ คนหรือเปล่าครับ ผมมีสิทธิที่จะนับองค์ประชุม ถ้าองค์ประชุมไม่ครบ ท่านประชุมต่อไม่ได้ครับท่านประธาน
อย่างนี้นะครับ ท่านสุรพงษ์ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ เชิญท่านนั่งลงครับ ถ้าท่านจะใช้สิทธิก็ เปึนเรื่องของท่าน แต่ผมขอทําความเข้าใจนิดหนึ่ง เชิญนั่งลงก่อนครับ
เดี๋ยวท่านประธานอีกนิด เดียวครับ
เชิญ นั่งลงก่อนครับ นั่งลงก่อน ผมได้รับหนังสือบันทึกแจ้งจากประธานวิปรัฐบาลนะครับ บอกว่า ขอความกรุณาพิจารณาวาระรับทราบ ๒.๘ ๒.๙ ๒.๑๐ ตามลําดับ หลังจากนั้นแล้วก็จะ หยิบยกเอาร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุดังกล่าวขึ้นมาพิจารณา ฉะนั้นก็ตรงความ ต้องการของท่านสุรพงษ์นะครับ ส่วนจะพิจารณาได้ไม่ได้ก็อยู่ที่องค์ประชุม ซึ่งเดี๋ยวก็ว่า กันต่อนะครับ ผมว่าขณะนี้เรารีบมาพิจารณาเรื่องรับทราบนี้ให้จบ ๆ นะครับ จะได้เอา เรื่องร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุที่ท่านทั้งหลายอยากพิจารณาขึ้นมา ท่านสุรพงษ์มีอะไร ครับ
ท่านประธาน ที่จริงผมยังไม่ จบนะครับ ท่านเพื่อนสมาชิกได้กล่าวหาผมว่าผมกล่าวความเท็จในที่ประชุม ท่านต้อง พิจารณาให้เขาถอนนะครับ เพราะชีวิตผมไม่เคยกล่าวความเท็จ ผมพูดตรงไปตรงมา ตลอดครับ จะกล่าวหาผมอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผมขอเสนอนับองค์ประชุม เลยนะครับ เอาไหมครับ นับองค์ประชุมดีไหมครับท่านประธาน
ท่านสุรพงษ์ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ นั่งลงก่อน คือเดี๋ยวผมจะให้คุณหมอวรงค์ ซึ่ง เมื่อกี้ถ้าคุณหมอวรงค์ใช้คําว่า ท่านสุรพงษ์กล่าวความเท็จนี่นะครับ ผมก็อยากให้ถอน แต่ ถ้าเปึนถ้อยคําอื่นก็ไม่จําเปึนต้องถอน เช่น อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนอะไรก็ว่ากันไป เพราะว่าความเข้าใจคน ข้อมูลที่ได้รับมันอาจจะแตกต่างกัน เชิญหมอวรงค์ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมต้องย้ําเท้าความ เพื่อให้ท่านสมาชิกและท่านประธานได้เข้าใจตรงกันครับว่าปัญหาของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีการพยายามกล่าวขานว่าเปึนผลพวงจากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และผมก็ พยายามจะชี้แจงให้เห็นว่านโยบายเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้น ท่านชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีเปึนคนคนแรกที่เปึนคนดําเนินการนโยบายเรื่องนี้ โดยเริ่มต้นจาก ๒๐๐ บาท ขยับขึ้นมาเปึน ๓๐๐ บาท จนกระทั่งถึงท่าน พลเอก สุรยุทธ์ ท่านได้เพิ่มมา เปึน ๕๐๐ บาท และผมก็ชี้ให้เห็นว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณไม่เคยเพิ่มเงินเบี้ยยัง ชีพให้กับผู้สูงอายุเลย แม้กระทั่งจาก ๓๐๐ บาท เปึน ๕๐๐ บาท หรือจะเพิ่มเปึน ๑,๐๐๐ บาท ท่านไม่เคยเพิ่ม ดังนั้นผมถือว่าสิ่งที่เขากําลังกล่าวเขากล่าวไม่ถูกต้อง ผมใช้ คํานี้เลยว่ากล่าวไม่ถูกต้อง ถ้าประนีประนอมผมถือว่าบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้วกันครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรพงษ์ก่อน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่จริงในการที่ผม ลุกขึ้นพูดในครั้งแรก ผมพูดถึงเบี้ยยังชีพ จะเริ่มจาก ๒๐๐ บาท สมัยรัฐบาลไหนจนถึง ๕๐๐ บาท สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ก็ไม่ได้ผิดแผกอะไรกัน แต่ผมต้องการให้ เบี้ยยังชีพไปถึงประชาชนทุกคนที่เปึนคนชรา ผมไม่ได้กล่าวหาไปพาดพิงว่าท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ เปึนคนริเริ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ท่านชวนริเริ่มก็เปึนสิ่งที่ดีครับ ๒๐๐ บาทก็ยังดีครับ วันนี้ท่านอภิสิทธิ์จะให้ทุกคนก็ดีครับ แต่ถามว่าความสนใจของ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ ให้ความสําคัญกับกฎหมายฉบับนี้มากน้อยเพียงใด ถ้าให้ความสําคัญจริง องค์ประชุมต้องครบนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผมติงท่านประธานก่อนว่า ก่อนที่จะถึง วาระนั้นอีก ๒ หัวข้อ ท่านสามารถที่จะเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายรัฐบาลเข้า มาร่วมประชุมเพื่อรอให้มีความพร้อมเพรียงกันก่อน จะได้ไม่เสียเวลาของสภา แต่ท่านติด นิสัยชอบตีกิน กลัวเขาไม่รู้ว่านายชวน หลีกภัย ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต เปึนคนริเริ่มโครงการผู้สูงอายุมาก่อน เราไม่ว่ากันหรอกครับอันไหนที่เปึนประโยชน์ที่ตก กับพี่น้องประชาชน คนชราได้ประโยชน์ เพราะอีก ๔ ป้ ผมก็ ๖๐ป้ ผมก็จะได้เงินก้อนนี้ เหมือนกันครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้เราอยู่ในวาระรับทราบ เรื่องผลการดําเนินงานกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เกี่ยวกับเรื่องขอให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงนะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณานะครับ ช่วยอภิปรายในประเด็นที่อยู่ในระเบียบวาระด้วย แล้วเราก็จะได้ผ่านไปเรื่องที่ค้างอีก ๒ เรื่อง และจะได้นําร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ขึ้นมาพิจารณา เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ก็ทําให้ผมมีโอกาสได้รับทราบความจริงบางเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อในตอนที่ช่วงหารือครับ ก็มีการพูดกันถึงเรื่องเบี้ยยังชีพนั่นแหละครับ เมื่อ คุณหมอวรงค์ได้ขึ้นมาชี้แจงก็ทําให้มีความชัดเจนขึ้น แล้วในตอนช่วงหารือท่านรัฐมนตรี วิฑูรย์ นามบุตร ก็ได้ชี้แจงในที่ประชุมให้ได้รับทราบว่า เบี้ยยังชีพดังกล่าวก็เริ่มมาตั้งแต่ สมัยรัฐบาลท่านชวนจริง ๆ เมื่อป้ ๒๕๓๖ ที่ ๒๐๐ บาท แล้วก็เพิ่มมาเปึน ๓๐๐ บาท และ มีผู้เห็นถึงความสําคัญของผู้สูงอายุก็คือ พลเอก สุรยุทธ์ ครับ เพิ่มมาเปึน ๕๐๐ บาท รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เห็นว่ายังไม่ทั่วถึงก็เลยคิดว่า จะให้ผู้สูงอายุทุกท่านได้รับเบี้ยยังชีพ กันให้ทั่วถึงก็เปึนสิ่งที่ดีนะครับ นี่เปึนความเข้าใจที่ทุกคนถูกต้องกันครับ ในสมัยรัฐบาล ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ จริง ๆ เลยครับไม่มีการได้เพิ่มเบี้ยยังชีพสําหรับผู้สูงอายุ ผมจะ อภิปรายในเรื่องของญัตติการรับทราบนะครับ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการประมงครับ ท่านประธานคงรับทราบว่า เมื่อ ป้ที่แล้ววิกฤติชาวประมงรุนแรงมากครับ ท่านประธานคงไม่เคยเห็นว่า คนที่ประกอบ อาชีพใดก็แล้วแต่ถึงขั้นทําลายเครื่องมือตนเอง พี่น้องชาวประมงครับ โดยส่วนใหญ่จะ เปึนพี่น้องที่ประกอบอาชีพอยู่ทางภาคใต้ เนื่องจากมีชายฝัืงทะเลทั้ง ๒ ฝัืง พี่น้อง ชาวประมงของป้ที่แล้วครับ ถึงขั้นเผาเรือประมงกลางน่านน้ํา ท่านประธานคงทราบว่า เครื่องมือเปึนสิ่งสําคัญนะครับ แล้วก็ทุกคนก็ให้ความเคารพมีแม่ย่านางของเรือ แต่ความ เจ็บปวดที่ทางรัฐบาลไม่เคยมอบให้กับชาวประมงนั้นรุนแรงมากครับ เขาถึงขั้นเผาเรือ หยุดทําการประมงตลอด ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาในช่วงนั้น ท่านประธานครับ เหตุผลที่รัฐบาลไม่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเลยทั้ง ๆ ที่เปึน เรื่องเศรษฐกิจของชาวบ้านในการทํามาหากิน น้ํามันครับ น้ํามันขึ้นในราคาลิตรละ ๔๐ กว่าบาท ในขณะเดียวกันพี่น้องที่อยู่ตามเกาะต่าง ๆ ท่านประธานครับ ผมอยู่ที่จังหวัด ตรัง มีพี่น้องชาวประมงที่อยู่ตามเกาะต่าง ๆ ครับ ใช้น้ํามันลิตรละ ๕๐ กว่าบาทครับ ท่านประธาน แกลลอน ๕ ลิตรนี่เติมออกไปหาปลาในทะเล ๑ วันครับ ๒๕๐ กว่าบาท ลิตรละ ๕๐ กว่าบาท ซึ่งชาวประมงจําเปึนที่จะต้องซื้อ รัฐมีนโยบายก็คือช่วยเหลือ เรื่องน้ํามันม่วงให้ราคาน้ํามันดีเซลต่ํากว่าราคาบนบก ๒ บาทครับท่านประธาน แต่ ท่านประธานทราบไหมครับ รัฐบาลออกนโยบายมาว่าจะช่วยเหลือชาวประมงเดือนละ ๑๕ ล้านลิตร แต่ในการปฏิบัติจริง ๆ กลายเปึนในรอบ ๖ เดือนครับมีชาวประมงมาขอใช้ บริการเพียงแค่ ๑ ล้านลิตรเศษ วิกฤติชาวประมงที่เกิดขึ้นในตลอดป้ ๒๕๕๐ ครับ รัฐเยียวยารวมทั้งสิ้นแล้วคิดเปึนเงินประมาณ ๒ ล้านบาทแค่นั้นเองครับท่านประธาน วิกฤติเกิดรุนแรงมาก หลังจากวิกฤติเรื่องน้ํามันเสร็จแล้ว ท่านประธานทราบไหมครับ ในขณะที่ชาวประมงหาปลาได้ยากขึ้นนี่ แต่ผลปรากฏว่าผลผลิตราคาสินค้าประมงกลับ ตกต่ําลงไปครับ เราก็พยายามที่จะติดตามสาเหตุว่ามันเกิดจากเหตุอะไร ขณะที่ปลา กําลังหายากนะครับ ราคาน้ํามันกําลังแพง แต่ว่าพอได้ปลามาจะขายที่ฝัืงกลายเปึน ปลานั้นถูก ถูกแบบผิดปกติ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรครับ โดยเฉพาะต้องขอชมเชย ก็คือคุณพิมพ์ภัทรา ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นําปัญหาดังกล่าวเข้ามาหารือกับท่าน ประธาน แล้วก็มีการอภิปรายในสภาหลายครั้ง ทําให้ราคาของสินค้าประมงสูงขึ้นเปึน บางครั้งบางคราว แต่หลังจากที่เราไปติดตามกันจริง ๆ ครับ เนื่องจากปลาตัวเล็ก ๆ เขา เอาไปเปึนอาหารสัตว์ มีบริษัทบางบริษัทที่ทําอาหารสัตว์นําเข้าโปรตีนจากต่างประเทศไม่ ยอมซื้อพวกปลาป์นหรือปลาเปึดจากพี่น้องเกษตรกรทําให้ราคาสินค้าทางประมงลดลง ตรงนี้เลยเปึนสาเหตุทําให้ชาวประมงยิ่งเจ็บช้ําขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธาน ไปจนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านได้ติดตามเรื่องส่วนผสมของ อาหารสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน ซึ่งเดิมใช้โปรตีนจากปลาทะเลนะครับ ขณะนี้มีการ นําเข้ากระดูกสัตว์ เนื้อสัตว์จากต่างประเทศ ซึ่งทําให้พี่น้องชาวประมงนั้นยิ่งมีความ เดือดร้อนเพิ่มขึ้น
สิ่งที่พี่น้องชาวประมงมีปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ทางภาครัฐโดยเฉพาะ ทางรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์จําเปึนที่จะต้องสร้างเพิ่มเติมก็คือ การเพิ่มทรัพยากรทางทะเล ครับ ท่านประธานครับ ทรัพยากรทางทะเลลดลงอย่างมโหฬารในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมานะ ครับ เนื่องจากมีการทําลายทางทรัพยากรทางทะเลเปึนจํานวนมาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ จําเปึนที่จะต้องฟุ๋นกลับครับ ให้ทรัพยากรทางทะเลมีมากขึ้นกว่าเดิม โดยการสร้างบ้าน ปลานะครับ นั่นคือการสร้างปะการังเทียมไปทิ้งทั้ง ๒ ชายฝัืงทะเลครับ ทั้งฝัืงอันดามัน แล้วก็ฝัืงอ่าวไทยท่านประธานทราบไหมครับว่าพี่น้องชาวประมงบอกผมว่า ถ้าเกิดมีการ ไปทิ้งปะการังเทียมนะครับประมาณ ๑-๒ เดือนมีปลาชุกชุมมาก เพราะว่าปลาปลอดภัย จากการวางไข่ครับ แล้วก็การขยายพันธุ์ ซึ่งก็ทําให้มีทรัพยากรทางทะเลมากขึ้น เพราะฉะนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จําเปึนที่จะต้องนําโครงการ ดังกล่าวเพื่อเพิ่มทรัพยากรทางทะเลให้กับพี่น้องประมงนะครับ
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะพูดถึงคือ เรื่องแรงงานประมงครับ ท่านประธานครับ เปึนวิกฤติรุนแรงมาก กระทรวงแรงงานจําเปึนที่จะต้องมาดูในเรื่องกฎหมายในการ จดทะเบียนของแรงงานต่างด้าว ก็ต้องยอมรับว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยเองในขณะนี้ นะครับ ที่จะไปประกอบอาชีพเปึนแรงงานประมงนั้นมีน้อย เถ้าแก่เรือ ไต๋กง ทั้งหลาย จึงจําเปึนจะต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวหรือแรงงานต่างชาติครับ ปัญหาหนึ่งอย่างก็คือ รัฐเป่ดโอกาสให้จดแรงงานเพียงแค่ป้ละหนึ่งครั้ง พอป้ละหนึ่งครั้ง ครับ แรงงานที่ออกจากงานแล้วไม่สามารถที่จะจดเพิ่มเติมได้ เช่น เรือ ๑ ลําครับ ใช้ลูกเรือ ๒๐ คน เมื่อแรงงานขาดไป ๕ คน จําเปึนจะต้องเอาแรงงานเข้ามาเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถที่จะไปจดทะเบียนได้ เพราะรัฐไม่อนุญาต เพราะฉะนั้นกระทรวงแรงงาน และสวัสดิการสังคม จึงจําเปึนที่จะต้องหามาตรการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหา แรงงานต่างชาติให้กับพี่น้องชาวประมงด้วย ซึ่งปัญหาดังกล่าวถ้าได้รับการดูแลแก้ไข ผมคิดว่าปัญหาประมงคงคลายวิกฤติไปเหมือนเช่นกับวิกฤติการเมืองขณะนี้ ซึ่งกําลังเข้า สู่ระบบการเมืองที่พี่น้องประชาชนมีโอกาสได้ยิ้มแย้มแจ่มใส ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีต่อไปครับ
ต่อไปเชิญคุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในประเด็นเรื่องของการประมง ซึ่งที่ช่วยเหลือที่ผมเห็น ก็มีเรื่องของแรงงานที่ไม่พอ ตรงนี้จําเปึนจริง ๆ ท่านประธานครับ แรงงานต่างด้าว ถ้าเกิดคนของเรามีความรู้ความสามารถมากกว่า อันนี้ไม่เปึนไร เราก็ไป ทําอย่างอื่น แต่การประมงนี่จําเปึนอย่างยิ่งนะครับ แล้วการควบคุมในเรื่องของเครื่องไม้ เครื่องมือในการที่จะใช้สําหรับทําการประมงนี่ จังหวัดสมุทรปราการทําการประมงเยอะ มากแล้วก็แรงงานก็ขาดแคลน แต่ว่าผมก็ยังมองเห็นเมื่อสักครู่นะครับ มีการพูดถึง เรื่องผู้สูงอายุ วันนี้คนทําประมงอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ต้องได้รับการดูแลเหมือนกัน เมื่อสักครู่ผมได้ยินว่าพรรคประชาธิปัตย์เอาเงินช่วยผู้สูงอายุเริ่มต้นเดือนละ ๒๐๐ บาท แล้วเปึน ๓๐๐ บาท แล้วบอกว่าท่าน พลเอก สุรยุทธ์ นําเงินมาช่วยผู้สูงอายุเปึนเดือนละ ๕๐๐ บาท ผมขอกราบเรียนตรง ๆ เลยครับว่า ข้อมูลที่ท่านพูดนี่พูดได้แค่ตัวเลขเฉย ๆ ผมเองเปึนกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม อยู่มา ๒ สมัย ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ อันที่จริงแล้ว วันนี้นะครับ ต้องถามก่อนว่ามีผู้สูงอายุนะครับ จํานวนหนึ่งครับ อยู่ในด้านการประมง แต่อีกเยอะมากครับ ที่อยู่ทั่วประเทศไทย ๖ ล้าน ๕ แสนคน ท่านประธานครับ มีประชากร อยู่ ๖๔ ล้านคน มีผู้สูงอายุอยู่ ๖ ล้าน ๕ แสนคน แต่รัฐบาลนี่ช่วยได้แค่ ๔ แสนคน จาก ๖ ล้าน ๕ แสนคน คิดเปึนตัวเลขแล้ว ๑๐๐ คนช่วยได้แค่ ๗คนครึ่งเท่านั้นเอง ท่านประธานครับในตรงนี้นี่ครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลที่แล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ รัฐบาล พรรคไทยรักไทย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร พยายามจะเพิ่มงบประมาณตัวนี้เข้ามา เดือนละ ๓๐๐ บาท ช่วยได้ ๔ แสนคน ป้ละ ๑๐๑,๔๔๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ แล้ว ก็มีการเสนอตัวเลขขึ้นไปเรื่อย ๆ จาก ๓๐๐-๔๐๐ บาทเปึน ๕๐๐ บาทวันนี้ครับ ท่านประธาน ผมเองเปึนคนเสนอบอกให้ อบต. (องค์การบริหารส่วนตําบล) เทศบาล สามารถจัดเงินเข้าช่วยเหลือผู้สูงอายุเพิ่มเติมเข้าไปทั่วทั้งประเทศ แต่วันนี้รัฐบาลนี้คิดว่า ทําดีแล้ว ไม่ใช่ กฎหมายที่ออกไปนี่ถูกระงับ พอเห็นว่ามีการเปลี่ยนรัฐบาล ก็เลยระงับการ จ่ายเงินผู้สูงอายุทั้งระบบเลยนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของผู้สูงอายุ เดี๋ยวจะต้องรีบเอา เข้านะครับ นอกจากเรื่องประมงนี้แล้ว แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อว่า อบต. เทศบาล สามารถจัดเงินใส่เพิ่มเติมเข้าไป โดยที่มีการปรึกษากันระหว่างทางสํานักงบประมาณ จากกระทรวงการคลัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากกระทรวงมหาดไทย และกฤษฎีกา ๓ ส่วน พร้อมกับกรรมาธิการ ตัดสินสุดท้ายแล้วเมื่อ ๓ ป้ก่อน ๔ ป้ก่อน ต้องรออนุมัติ ให้ว่าสามารถเอาเงินเติมเข้าไปได้จาก ๑,๔๔๐ ล้านบาท เพิ่มเท่าไรก็ได้ ให้เดือนละ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทก็ได้ ๒,๐๐๐ บาทก็ได้ อบต. บางเมือง เปึน อบต. ที่ สมุทรปราการและ อบต. บางเมือง เปึน อบต. แห่งแรกในสมัยรัฐบาลทักษิณ นี่ล่ะครับ จัดเงินเข้าช่วยผู้สูงอายุทุกคนเดือนละ ๕๐๐ บาท
ขอความกรุณาคุณประเสริฐ เข้าในเรื่องวาระด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ผมกําลังจะบอกว่าคนทําประมงก็มีผู้สูงอายุอยู่ ก็เปึนการช่วยเหลือกัน แต่ว่าจะใช้ข้อมูล ผูกพันเมื่อสักครู่ ผมเข้าใจว่าได้ข้อมูลที่บิดเบือนและผิดพลาด แล้วก็กล่าวหาไปกล่าวหา มา ผมนี่เปึนคนทําเลยครับในเรื่องผู้สูงอายุ แล้วก็ในเรื่องการประมงก็เห็นด้วย ท่านต้อง รีบแก้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ผมอยากจะให้แก้ ก็คือในเรื่องของการใช้แรงงาน ถ้าแรงงานไม่พอ วันนี้ครับ เราต้องใช้ทรัพยากรทั้งจากไม่ใช่เฉพาะบุคลากรภายนอก ประเทศ ไม่ใช่ทรัพยากรภายนอกประเทศ เอาคนจากไม่ว่าคนจากพม่าก็ดี มอญก็ดี เขมรก็ดีทําประมงด้วย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการ ประมงนะครับ เรื่องการก่อสร้าง เรื่องการกรีดยาง ต่อไปเรื่องการปลูกมันสําปะหลัง เยอะแยะที่จะพัฒนาไป ตรงนี้แหละครับเปึนจุดอ่อนก็ขอให้นะครับ ในตรงนี้ก็ขอให้ดูแล ด้วย และดูแลพี่น้องที่ทําประมงไปจนถึงผู้สูงอายุให้ได้ทุกคน เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท แล้วเรื่องของเรื่องนี้ไม่ใช่ช่วยแค่ ๕๐๐ บาท แล้วมาคุย เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท อินฟราสตรัคเจอร์ ไพร์ส (Infrastructure price) ผมเปึนคนต้นคิดนะครับ แล้วก็จะ นําเสนอในวาระต่อไป แต่ตอนนี้ขอในเรื่องการประมงนี้ก่อนได้นะครับ ผมติดใจแค่ขอให้ มีการเพิ่มการใช้แรงงานทางด้านการประมง แม้จะเปึนแรงงานต่างด้าวก็ขอให้ท่านทําให้ ถูกต้องตามกฎหมายก็แล้วกัน ขอบคุณครับ
คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ครับ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดปราจีนบุรีครับ วันนี้ผมจะมา คุยเรื่องประมงนะครับ คงไม่คุยเรื่องอื่น คือว่าที่บ้านผมจังหวัดปราจีนบุรีนั้น ปัญหาของ การประมงก็คือ น้ํานะครับ ในแม่น้ําบางปะกงเน่าเสีย ซึ่งเน่าเสียมาหลายป้แล้วนะครับ ไม่มีการรับการแก้ไขครับ เนื่องจากว่าบ้านผมนั้นแม่น้ําบางปะกงเปึนแอ่ง ไม่มีการ ไหลเวียนของน้ํา พอเลี้ยงปลากระชังนะครับ ปลาก็ตายจนอาชีพชาวประมงของจังหวัด ปราจีนบุรีผมนั้น ไม่รู้จะทําอาชีพอื่นอะไรแล้วนะครับ อยากให้รัฐบาล กระทรวงเกษตร และสหกรณ์กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ซึ่งต้องดูแลเรื่องน้ํา ในการเลี้ยงปลานะครับ ซึ่งโครงการที่จะแก้ไขได้ก็คือโครงการทําเขื่อนห้วยโขมง เพื่อ ระบายแหล่งน้ํานะครับ ซึ่งผมเคยได้เรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีไว้แล้วนะครับว่าเปึน โครงการที่จําเปึนสําหรับที่จังหวัดปราจีนบุรีบ้านผม ถ้าสามารถทําได้เศรษฐกิจที่บ้านผม การเลี้ยงปลากระชัง เมื่อก่อนนี้โรงงานมีน้อย การเลี้ยงปลากระชังนั้นก็ได้ดี ไม่ตาย ตอนนี้ น้ําที่บ้านผมนั้นอาบยังไม่ได้เลยครับ ไม่ต้องเลี้ยงปลาหรอกครับ ลงไปอาบยังไม่ได้เลย ก็อยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นะครับ ช่วยไปตรวจสอบดูวิธีแก้ไขนะครับ ไปแก้ไขทุก ๆ ป้ แก้โดยไม่เต็มใจแก้ หรือแก้ไม่ จริงจังนะครับ ปัญหาก็ไม่จบ ผมอยากให้รัฐบาลผมไม่รู้จะพึ่งรัฐบาลชุดไหนแล้วครับ พอ เปึน ส.ส. สมัยแรก ๓๐ ป้แล้วรัฐบาลมากี่ชุด ๆ บ้านผมก็ไม่เคยได้รับการแก้ไขสักทีหนึ่ง นะครับ ก็ฝากกับรัฐบาลชุดนี้แล้วกัน ผมในนามพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ไม่รู้จะแก้ได้จริง หรือเปล่า เพราะไม่มั่นใจก็อยู่ฝัืงพรรคโน้นก็แก้ไม่ได้ ไม่รู้อยู่ฝัืงนี้จะแก้ได้หรือเปล่า ชาวบ้านผมเดือดร้อนนะครับ ก็ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม แล้วก็รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์นะครับ ช่วยร่วมมือร่วมใจกันครับ ก็พัฒนา สอดส่องบ้านเมืองทั่วประเทศไทยให้เหมือน ๆ กันนะครับ ซึ่งบ้านผมก็เดือดร้อนมานาน มากแล้วก็อยากให้ว่าท่านไปให้รัฐมนตรีไปเยือนบ้านผมบ้างครับ เพราะบ้านผมไม่ค่อยมี รัฐมนตรีไปก็ไม่ทราบเปึนอะไรเหมือนกันนะครับ เพราะว่าบ้านผมอยู่ปราจีนบุรี ก่อนถึง สระแก้ว ไปแต่สระแก้ว ปราจีนบุรีไม่ค่อยไปนะครับ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าให้ไปดู พื้นที่น้ําเน่าเสีย ซึ่งเดือนนี้กําลังเสียอย่างมากนะครับ เพราะว่าโรงงานปล่อยน้ํามา แล้วถึง หน้าน้ํา น้ําจะท่วมอีกแล้ว หน้าแล้งก็น้ําแล้งอีก ก็เหมือนเดิมอีก ผมพูดมาป้เต็ม ๆ แล้ว ครับ ก็ยังเหมือนเดิมก็ฝากรัฐบาลชุดนี้ด้วย ว่าผมก็อยู่ฝ์ายรัฐบาลมา ๒ รอบแล้วครับ ก็ขอให้ท่านช่วยดูแลด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ครับ เชิญครับท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายครรชิต ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ คงจะต้องเพิ่มเติมนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติม ในเรื่องญัตติของประมง หลาย ๆ ท่าน ท่านอรรถพร ท่านสมบูรณ์ ก็ได้พูดไปแล้ว ผมเอง ในฐานะที่เปึนลูกหลานชาวประมงจากจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อไม่นานมานี้ คณะอนุกรรมาธิการการประมง ของสภาผู้แทนราษฎรเราได้ลงพื้นที่ที่สมุทรสาครก็ได้ รับทราบปัญหาเพิ่มเติมที่จะแจ้งกับทางรัฐบาล
เรื่องแรกก็คือเปึนเรื่องปลาปักเปัา ผมทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขก็นั่งอยู่ที่ประชุมนี้นะครับ คร่าว ๆ ที่จะกราบเรียนท่านก็คือว่าเรา สูญเสียกับปลาปักเปัานี่ไปเยอะมาก วัน ๆ หนึ่งนี่นะครับ หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่ทราบ นะครับว่าพี่น้องชาวประมงเราจับปลาปักเปัาได้ประมาณ ๓,๐๐๐ ตันต่อวัน แต่ว่ามี ปลาปักเปัาไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่มีพิษ เรายังติดเรื่องประกาศ อย. (สํานักงานคณะกรรมการ อาหารและยา) ถ้าผมจําไม่ผิดน่าจะเปึนประกาศฉบับที่ ๒๖๔ นะครับ อยากให้ทาง รัฐบาลได้รีบดําเนินการแก้ไข เพื่อจะได้นําปลาปักเปัาบางส่วนที่มีพิษจริง ๆ กําจัดออกไป แต่ว่าบางส่วนที่สามารถอุปโภคบริโภคได้นํามาส่งออกเปึนสินค้าส่งออก ซึ่งมีหลาย ๆ ประเทศในเอเชียเรา เช่น ญี่ปุ์น เกาหลีใต้ ไต้หวัน หรือว่าจีนเองก็ใช้อุปโภคบริโภคนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมจะใช้เวลาสภาสั้น ๆ นะครับ เรื่องแรงงานต่างด้าว ทราบว่าหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดไปเยอะแล้วนะครับ ในจังหวัดผมเองเปึนจังหวัดที่มีแรงงาน ต่างด้าวเยอะมากนะครับ สมุทรสาครนี่เปึนแรงงานแฝง จริง ๆ แล้วก็คือแรงงานประมง เปึนอาชีพที่คนไทยไม่นิยมที่จะทํากันในช่วงหลัง ๆ แต่ผมเชื่อว่าเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจ ทั่วโลกที่จะลามมาถึงประเทศเราก็จะมีผลกระทบด้านแรงงานด้วย จะมีคนไทยอีกจํานวนหนึ่ง ที่เคยทํางานแล้วก็ไม่เคยทํางานด้านประมงได้กลับมาทํางานประมง เพราะฉะนั้น ก็ฝากรัฐบาลนะครับ นอกเหนือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็ต้องพึ่งพากับ กระทรวงแรงงานด้วยนะครับ ฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขออนุญาตสั้น ๆ เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
คุณสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สุรเชษฐ์ ชัยโกศล พรรคเพื่อไทย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา เขต ๑ ด้วยความเคารพครับ เกี่ยวกับเรื่องกรณีวิกฤติพลังงานแล้วก็ เรื่องประมง ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ณ วันนี้นะครับ ราคาน้ํามันก็ ลดลงมามากแล้ว กรณีน้ํามันม่วงถ้ายังมีการที่จะเดินต่อก็อยากจะฝากให้ผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องในด้านพลังงานช่วยให้รายละเอียด แล้วก็กํากับดูแลให้มีผลกับชาวประมง อย่างถ่องแท้ เพราะเปึนส่วนที่เปึนต้นทุน และการผลิตก็จะต้องนึกถึงคุณภาพด้วย เพราะ ผมคิดว่าทางพรรครัฐบาลที่เปึนอยู่ขณะนี้ก็เป่ดประเดิมโดยการทําสิ่งที่เสื่อมเสียให้กับ วงการประมง เพราะการที่มีบริษัทผลิตอาหารกระปิองแปรรูปจะทําอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ถ้าเกิดความเสียหาย ผู้ที่บริโภคก็จะเลิกบริโภคปลา ทําให้ปลากระปิองยี่ห้ออื่น ๆ ที่เขามี คุณภาพเสียหายไปด้วย ด้วยความเคารพครับ การทําแปรรูปอาหารกระปิองคงไม่ใช่เปึน ชาวดอยหรือเปึนอะไรที่เกี่ยวกับดอยแน่นอน เพราะประมงส่วนใหญ่จะเปึนพื้นที่ติด ชายฝัืง ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทําลายผู้ที่มี อาชีพประมง ณ วันนี้นะครับ กลับเปึนพรรคการเมืองที่มีผู้แทนมาจากภาคใต้ที่ติดทะเล เสียส่วนใหญ่ ซึ่งผมทราบมานะครับว่าบริษัทที่ผลิตปลากระปิองยี่ห้อนี้ มีภรรยารัฐมนตรี ไปวิ่งเต้นนะครับ แต่เปึนภรรยาน้อย ๆ นะครับ ไปหารายได้เพื่อที่จะมาจุนเจือครอบครัว ที่ไม่ได้สมรสหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับว่ากรุณาอย่าทําอย่างนี้กับ คนที่เขาเดือดร้อน อย่าไปซ้ําเติมเลยครับ ถ้าจะค้าขายช่วยหาแบรนด์ (Brand) ที่ถูกต้อง แล้วก็ในฐานะที่กํากับดูแลสาธารณสุขก็ดู อย. ก็อยากจะให้เข้มงวดด้วย เพราะว่าปลา ที่เหลือใช้จากตลาด ปลาที่คัดทิ้งแล้วไม่ควรนํามาทําปลากระปิอง เพราะถ้ามีปลาเน่า อย่างนี้นะครับ ผมว่ามันจะเน่าไปถึงผู้ที่เอามาค้าขาย การค้าขายผมถือว่าเปึนเรื่องที่ดี นะครับ เปึนเรื่องที่ก่อประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ถ้าค้าขายบนความทุกข์ยากของชาวประมง ผมขอร้องเถอะครับอย่าทํา เพราะว่าไม่ทราบว่าแค้นกันอย่างไรนะครับ หรือว่าในอดีตเอาสุนัขไปกัดม็อบอีสาน วันนี้ คนอีสานล้างแค้นคืนหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยความห่วงใย ประมงนะครับ น่าสงสาร วันนี้ท่านเปึนรัฐบาลแล้ว ช่วยดูแลด้วยครับ
คุณสุรเชษฐ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณสมบูรณ์ครับ ประท้วงเรื่องอะไรนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วก็ไม่อยากประท้วงครับ แต่ว่ากล่าวหาแล้วก็ให้ร้ายเสียดสี หลายเรื่องครับ และโดยเฉพาะเรื่องการให้สุนัขไปกัดคนอีสาน มันเปึนประเด็นการเมือง ซึ่งพี่น้องประชาชนทราบข้อเท็จจริงแล้วครับ ตรงนี้เปึนเรื่องประเด็นการเมืองที่กล่าวหากัน แบบให้ร้ายอย่างรุนแรง ผมเห็นว่าต้องถอนคําพูดครับ
ให้ถอนคําพูดตอนไหนครับ
เรื่องที่ให้สุนัขไปกัดม็อบชาวอีสาน นะครับ
ให้สุนัขไปกัดม็อบชาวอีสานใช่ไหมครับ
ให้สุนัขไปกัดม็อบชาวอีสานครับ
คุณสุรเชษฐ์ครับ เพื่อบรรยากาศการประชุมที่ดีนะครับ ก็ขอให้ถอนตรงนี้ด้วยครับ
คือว่าผมไม่ได้เสียดสีนะครับ ท่าน มันเปึนข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าภายในเขาแตกแยก ครับ
จริง ๆ คุณสุรเชษฐ์ก็ไม่ได้พูดถึงชื่อพรรคนะครับ แต่มันเปึนการเท้าความเรื่องเก่าที่จะ ทําให้พรรคใด พรรคหนึ่งเสียหาย ผมว่าเพื่อบรรยากาศในการประชุมที่ดี ถอนคําพูดเถอะ ครับ เพราะว่าเรื่องที่เราพูดกันนี้เปึนเรื่องของการช่วยเหลือชาวประมงนะครับ
ครับ ด้วยความห่วงใยชาวประมง ด้วยความเคารพเลยครับว่า ไม่ควรทําให้พี่น้องชาวประมง ไปซ้ําเติม เขากาคะแนนมาให้ แล้วนะครับ วันนี้ยังแค่เป่ดออเดิร์ฟ ก็ไปทําร้ายชาวประมงอีกแล้ว ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่า พวกเดียวกันวางงานกันหรือเปล่า
ผมขอให้ถอนคําพูดเถอะครับ เรื่องสุนัขไปกัดม็อบมันไม่เกี่ยวกับวาระรับทราบนี้ด้วย นะครับ ถอนคําพูดเถอะครับ
ท่านครับ พอดีผู้ที่เกี่ยวข้อง ดันเปึนผู้แทนจากอีสานด้วย ผมก็เลยสงสัยว่า ที่ผ่อนเดือนละ ๕๐๐ บาท ของรัฐมนตรี ท่านหนึ่งที่ไม่ได้เปึนครับ
ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ขอให้ถอนคําพูดครับ ขอเชิญคุณสุรเชษฐ์ถอนคําพูดครับ
ครับ ผมถอนครับ วันนี้ ก็ขอ ถ้าเกิดว่ายังต้องผ่อนคืนให้นายทุน ผมยินดีเดือนละ ๕๐๐ บาทเหมือนกันครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ถอนคําพูดไปแล้วนะครับ ต่อไปคุณรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม เรื่องเกี่ยวกับปัญหาผู้ประกอบอาชีพประมงนะคะ คือหลาย ๆ ท่าน ก็ได้อภิปรายไปแล้ว แต่ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง คือ เมื่อวานนี้มีพี่น้องชาวประมงนะคะ ได้โทรศัพท์มาร้องเรียนกับดิฉันว่า ขณะนี้คลังน้ํามัน ที่จังหวัดสมุทรสงคราม คลังน้ํามันเชลล์ คลังน้ํามันเอสโซ่ และคลังน้ํามันที่จังหวัด อสมุทรสาคร ทั้งบางจาก ปตท. แล้วก็ตราดาวนะคะ ไม่จําหน่ายน้ํามันให้กับผู้ประกอบ
า ชี พ ป ร ะ ม ง ผู้ประกอบอาชีพประมงก็ไม่สามารถที่จะเอาเรือออกไปลากปลาได้ เพราะว่าคลังน้ํามัน ไม่จ่ายน้ํามัน เพราะฉะนั้นดิฉันก็ได้สอบถามไปก็ได้ทราบว่า โรงกลั่นเขาซ่อมเกี่ยวกับ เครื่องจักร เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางท่านประธานนะคะ ทําหนังสือไปถึงท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยหาน้ํามันมาให้กับผู้ประกอบอาชีพประมงโดยด่วน
อีกประการหนึ่งคือเรื่องแรงงานต่างด้าว ที่ทางท่าน ส.ส. ครรชิต ได้อภิปรายไปแล้วนี่ ดิฉันก็จะฝากอีก ๑ เรื่องคือว่า การต่อบัตรให้กับผู้ประกอบอาชีพ ประมง ดิฉันคิดว่าราคาที่ให้มาขึ้นทะเบียนหลายพันบาท พอต่อแล้วผู้ที่เปึนแรงงาน ต่างด้าวก็จะหนีไปทําอาชีพอื่นซึ่งสบายกว่าอาชีพประมงนะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อได้บัตร แล้วเขาก็จะไม่อยู่กับนายจ้างที่ทํางานเกี่ยวกับประมง เพราะฉะนั้นทําให้นายจ้างต้องเสีย ค่าต่อบัตรให้กับลูกจ้างในจํานวนราคาแพง แล้วก็ต้องใช้จํานวนมากในการที่จะลงเรือ แต่ละลําต้องใช้แรงงานต่างด้าวหลายคน เพราะฉะนั้นก็เลยจะทําให้ไม่สามารถที่จะ ควบคุมแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ เพราะว่าเสียเงินไปแล้วก็กระโดดไปอยู่ที่อื่น เพราะฉะนั้นเขาก็จะไม่ต่อก็เลยจะใช้แรงงาน เถื่อน จะยิ่งทําให้ความมั่นคงของประเทศ แล้วก็เงินที่จะเข้าหลวงแทนที่จะได้ กลับไม่ได้ ได้น้อยดีกว่าไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานไปด้วยค่ะให้ช่วยแก้ปัญหาให้กับ ผู้ประกอบอาชีพประมงด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
มีผู้ต้องการจะอภิปรายเพิ่มเติมอีกไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกอภิปราย)
ครับ ไม่มีผู้ต้องการอภิปรายเพิ่มเติม เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบรายงานผล การดําเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การช่วยเหลือชาวประมงเดือดร้อน โดยด่วน เรียบร้อยแล้วนะครับ
ต่อไปเปึนวาระที่ ๒.๙ รับทราบรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสํานักงานศาลปกครองประจําป้ ๒๕๕๐
ด้วยสํานักงานศาลปกครองได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานของ ศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ประจําป้ ๒๕๕๐ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙๓
สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดส่งรายงานดังกล่าวให้ ท่านสมาชิกแล้ว มีท่านสมาชิกต้องการจะอภิปรายซักถามไหมครับ มีนะครับ ถ้ามีเดี๋ยว ผมจะเรียนเชิญตัวแทนของสํานักงานศาลปกครอง
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตปรึกษาท่านประธานครับ ผมคิดว่าการรายงานรับทราบเรื่องศาลปกครอง เปึนเรื่องสําคัญ ผมก็ชําเลืองดูว่าทางฝ์ายรัฐบาลดูไม่ค่อยจะให้ความสําคัญนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเดี๋ยวเราเช็ก (Check : ตรวจสอบ) องค์ประชุมกันสักหน่อยดีไหม ครับ ขอเช็กองค์ประชุมสักหน่อยดีไหมครับ
เพื่อให้บรรยากาศเดินไปด้วยเรียบร้อยผมว่า
แน่นอนเลยครับ
ผมว่าวาระรับทราบยังไม่ต้องเช็กองค์ประชุมหรอกครับ
เข้าใจครับท่านประธาน แต่ก็อย่างไรก็แล้วแต่
แล้วเดี๋ยวเราไป ถ้าจะนับองค์ประชุมน่าจะไปนับองค์ประชุมตอนที่พระราชบัญญัติ ซึ่งมี ความสําคัญ เพราะว่าในกฎหมายเขาค่อนข้างเขียนไว้บังคับนะครับ
อันที่จริงเข้าใจครับ ท่านประธาน
แต่ก็เปึนสิทธิของ
ไม่เปึนไรครับ ท่านประธาน คือผมไม่ต้องนับองค์ประชุมก็ได้ ขอให้เช็กให้รู้ว่ามีสักเท่าไร เพราะว่า อยากจะให้สมาชิกของสภาให้ความสําคัญนะครับ
ผมขอวินิจฉัยนะครับ เพราะว่าตามที่คุณประเสริฐหารือ วาระนี้เปึนวาระ ๒.๙ เปึนเรื่อง รับทราบนะครับ ก็ไม่จําเปึนที่เราจะต้องนับองค์ประชุมหรือมีความเคร่งครัดในเรื่อง องค์ประชุมมากนัก
ท่านประธานครับ ไม่ต้องนับหรอกครับ เพียงแต่เช็กว่ามีเท่าไรก่อน
ไม่เปึนไรครับ ผมยังวินิจฉัยอยู่นะครับ แต่ถ้าคุณประเสริฐเสนอเปึนญัตติ อันนั้นก็เปึนไป ตามข้อบังคับนะครับ แต่ถ้าหารือผมได้วินิจฉัยไปตามนี้นะครับ ก็แล้วแต่เพื่อนสมาชิกจะ พิจารณาอย่างไร คงไม่ต้องนับองค์ประชุมนะครับ
ท่านประธานครับ คงยังไม่ต้องนับองค์ประชุม แต่ว่าขอให้สมาชิกฝ์ายรัฐบาล ได้ให้ความสําคัญนะครับ ในวาระรับทราบเรื่องศาลปกครองด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมจะเรียนเชิญตัวแทนของสํานักงานศาลปกครอง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตประท้วงครับ
ครับ คุณหมอวรงค์ครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ผมขอประท้วงการใช้คําพูดที่บอกว่า ขอให้ สมาชิกฝ์ายรัฐบาลให้ความสําคัญกับการพิจารณานี้ ผมฟังดูแล้วแต่ถ้าคนทางบ้าน อาจจะมีความรู้สึกว่า พวกเราฝ์ายรัฐบาลไม่ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ครับ จริง ๆ แล้ว พวกเราทุกคนให้ความสําคัญ และผมก็เชื่อว่าขณะนี้มันเปึนเวลาอาหารครับ หลาย ๆ คน ทานอาหารอยู่ก็ฟังอยู่ครับ ดังนั้นขอให้ถอนคําพูดครับ ที่ว่า ให้ฝ์ายรัฐบาลให้ความสําคัญ กับเรื่องนี้
คุณประเสริฐครับ เมื่อสักครู่คุณประเสริฐได้บอกว่า
ท่านประธานครับ ผมถอนก็ได้ครับ
เดี๋ยวขอผมวินิจฉัยให้เสร็จเรียบร้อยก่อนนะครับ คือรัฐบาลเขาก็ยืนยันว่าให้ความสําคัญ นะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาถอนคําพูดที่บอกว่า รัฐบาลได้ให้ความสําคัญ ด้วย นะครับ
ผมพูดนี่ครับ ด้วยความหวังดีนะครับ อยากจะเห็นการทํางานในสภามันมีความศักดิ์สิทธิ์ ให้ความ สนใจและความเอาใจใส่ แต่ผมกลับถูกบอกว่า เปึนการดูถูกฝ์ายโน้นเขา ผมเปึนฝ์ายค้าน นะครับ แล้วก็ไม่คิดว่าจะทําอะไรที่มันเกินเลยหรือเปึนภาพที่ไม่สวย แต่ในเมื่อจะให้ ผมถอน ผมถอนได้นะครับ ถ้าผมถอนแล้วผมขอเสนอญัตตินับองค์ประชุมครับ
ตกลงคุณประเสริฐได้เสนอญัตตินับองค์ประชุมนะครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านประธานครับ เปึนเอกสิทธิ์ ส่วนตัวหรือเปล่าครับท่านประธาน เปึนเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ไหมครับท่าน นับองค์ประชุม
คุณอดุลย์เสนออะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ผมเข้าใจว่า ตอนที่ขอเช็กองค์ประชุมครั้งแรกอาจจะเปึนเอกสิทธิ์ของ ส.ส. นะครับท่านประธาน อาจจะไม่จําเปึนที่จะต้องมีการรับรองนะครับท่านประธาน ไม่รู้ผมเข้าใจผิดหรือเปล่า นะครับท่านประธาน
เพราะคุณประเสริฐเสนอเปึนญัตตินะครับ ท่านสมาชิกครับ คุณสมบูรณ์ประท้วงอะไร หรือเปล่าครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้สภาของเรากําลังเดินกันมาด้วยดีนะครับ เมื่อสักครู่ที่ ท่านสมาชิกได้พูดถึงการรับฟังรายงานปัญหาชาวประมง แล้วก็บอกว่าขณะนี้ไม่มี คณะรัฐมนตรีที่จะมารอรับฟัง เท่ากับไม่ให้เกียรติกับสมาชิก ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ครับ เปึนนิมิตหมายที่ดีว่ามาร่วมการประชุมครบทุกคนครับ แม้กระทั่งช่วงตอนที่มีการหารือ ของสมาชิกในเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน ก็มีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี หลายท่านเข้ามาร่วมรับฟัง ซึ่งก็เปึนสิ่งที่ดี ผมคิดว่า
สรุปแล้วคุณสมบูรณ์ประท้วงอะไรครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ผมอนุญาตให้ลุกขึ้นยืน ก็เพราะว่าให้ประท้วงนะครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมนั่งยกมือเพื่อขอหารือท่านประธาน ครับ แล้วก็ขอเรียนข้อเท็จจริงให้ทราบว่า ขณะนี้ทางคณะรัฐมนตรีทุกท่านก็รับฟังรายงาน ของสภาของเราอยู่ครับ ก็เรียนให้ทราบครับ
คุณประเสริฐครับ เนื่องจากวาระนี้เปึนวาระรับทราบ ถ้าหากว่าเปึนไปได้ใช่ไหมครับ เราก็ รับทราบการดําเนินงานของศาลปกครองต่อไป ก็ต้องขอความกรุณาว่าคุณประเสริฐจะ ถอนญัตติไหมครับ แต่ถ้าไม่ถอนญัตติก็เปึนเอกสิทธิ์ของคุณประเสริฐนะครับ เชิญคุณ ประเสริฐครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ผมก็บอกแล้วว่าวันนี้เดี๋ยวเขาจะดูว่าฝ์ายค้านจะค้านไม่เปึน หรือว่า มารยาทไม่ดี แต่วันนี้ผมอภิปรายแนะนําไป กลับมากล่าวหามาว่าให้ผมถอน ท่านประธานคิดดูสิครับว่าผมควรจะทําอย่างไร ถ้าทําอย่างนี้ผมก็เสนอนับองค์ประชุม ก็ถูกแล้วเพื่อจะได้เช็กว่าฝ์ายรัฐบาลเขามีความสนใจจริงหรือไม่ เพราะผมได้ถอนแล้วว่า ผมถือว่าผมกล่าวหาเขาดูถูกเขาว่าเขาไม่สนใจ เปึนว่าผมกล่าวหาเขา ผมก็ถอน เมื่อผม ถอนแล้วผมก็เสนอนับองค์ประชุม ท่านก็แสดงให้ดูสิครับว่า ท่านให้ความสนใจและ องค์ประชุมครบ เท่านั้นแหละครับ ขอบคุณครับ
สรุปแล้วคุณประเสริฐยืนยันไม่ถอนญัตตินะครับ
ไม่ถอนครับ ขอบคุณ ครับ
ขอเชิญท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนด้วยครับ คุณรังสิมากดไม่ได้หรือครับ ท่านใดที่เครื่อง ขัดข้องกรุณายกมือด้วยครับ เจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไขด้วย
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉัน ขอเสนอให้นับองค์ประชุมโดยวิธีขานชื่อ จะได้ทราบเลยว่าใครจะมาหรือไม่มา พรรคจะได้ ทําโทษถูกค่ะ และจะได้รู้ว่าฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลกันแน่ที่ไม่มาประชุม ขอบคุณค่ะ
ได้เสนอเปึนญัตติใช่ไหมครับ ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้ววาระรับทราบเรื่องการนับ องค์ประชุม หรือจํานวนองค์ประชุมยังไม่ใช่เรื่องสําคัญ เพราะว่าไม่ใช่เปึนการพิจารณา พระราชบัญญัติ ซึ่งผมเองผมก็ไม่ได้ขัดข้อง ไม่ได้อยากให้มีการนับองค์ประชุม แต่เมื่อ มีผู้เสนอญัตติขึ้นมานับองค์ประชุม เราก็ต้องนับองค์ประชุม
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองเรียบร้อยนะครับ เพราะว่านับองค์ประชุมแบบขานชื่อต้องใช้เวลา ๒ ชั่วโมง จะทําให้เสียเวลาครับ ก็ขอให้คุณรังสิมาลองทบทวนอีกทีหนึ่งครับ ผมดูแล้วว่าขณะนี้ สมาชิกก็น่าจะใกล้เคียง จะครบองค์ประชุมอยู่แล้วนะครับ ขอคุณรังสิมายืนยันอีกครั้ง ไหมครับ
ดิฉันขอยืนยันให้นับ โดยวิธีขานชื่อค่ะ ดิฉันอยากทราบว่าฝ์ายรัฐบาลกับฝ์ายค้านใครจะขาดมากกว่ากัน แล้ว พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ มันเปึน พ.ร.บ. ที่สําคัญ ทางบ้านเขารอฟังอยู่ จะได้รู้ว่ารัฐบาลจะ ออก พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ แต่ฝ์ายค้านนับองค์ประชุม มันเลยเสียเวลา แต่อย่างไรคืนนี้ต้อง ออกค่ะ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ขอบคุณค่ะ
คุณประเสริฐครับ
ท่านประธาน ผมขอประท้วงครับ ผมเสียหายครับท่านประธาน
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ถูกกล่าวหาว่า ฝ์ายค้านนับองค์ประชุมแล้วทําให้ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุไม่ผ่าน ผมเสียหาย เพราะว่ายังไม่ถึง
ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับคุณประเสริฐครับ เมื่อสักครู่ผมได้ยืนยันนะครับว่าวาระนี้ คือวาระ ๒.๙ เปึนวาระรับทราบผลการดําเนินงานของศาลปกครอง ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่ององค์ประชุม ยังไม่ใช่ประเด็นที่สําคัญ เพราะว่าไม่ได้มีการลงมติในการผ่านร่างพระราชบัญญัติ หรือไม่ผ่าน ก็ได้ขอร้องทั้ง ๒ ฝ์ายว่า ถ้าเปึนไปได้อยากจะให้การดําเนินการประชุม เพื่อรับทราบรายงานการประชุมวันนี้ได้ผ่านไป เพราะเรามีพระราชบัญญัติอยู่ แต่เมื่อ ทั้ง๒ ฝ์ายต่างยืนยันว่าจะนับองค์ประชุมนะครับ ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ขอความกรุณา ทั้ง ๒ ฝ์าย ถอนญัตติเถอะครับ ไม่ต้องนับองค์ประชุม แล้วเราก็ดําเนินการต่อ ผมก็จะต้อง ถามคุณประเสริฐก่อน คุณประเสริฐว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานผมให้ โอกาสตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ผมเพียงแต่บอกว่าขอให้ทางฝ์ายรัฐบาลให้ความสนใจกับวาระ รับทราบ ในเรื่องของการรายงานของศาลปกครอง ไม่ได้คิดจะไปนับองค์ประชุมหรอกครับ เพียงแต่ผมถูกกล่าวหาว่าไปทําให้เขาเสียหาย ให้ผมถอน ผมก็บอกว่าผมถอนได้ แต่ถ้า ผมถอน ผมก็ขอให้นับองค์ประชุมนะครับ คือผมไม่ได้ทําอะไรเลยนะครับ ผมมีมารยาท แต่ท่านเปึนฝ์ายรัฐบาล ผมก็ไม่ได้คิดนับองค์ประชุมตั้งแต่ตอนแรก ไม่ได้ทําอะไรตาม อําเภอใจ แต่ในเมื่อท่านทดสอบก็ไม่เปึนไรครับ ส่วนว่าถ้าจะนับโดยวิธีขานชื่อ ก็ไม่ว่ากันครับ ไม่เปึนไร ขอบคุณครับ
คุณรังสิมาครับ ตกลงไม่ถอนญัตตินะครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อเขาไม่ถอน ดิฉันก็ไม่ถอนค่ะ เพราะว่าดิฉันอยากจะให้เตรียมพร้อมสําหรับ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ถึงแม้อันนี้จะชี้แจงเฉย ๆ ก็ไม่เปึนไรค่ะ ขานไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จะได้รู้ว่าครบ หรือไม่ครบ ขอบคุณค่ะ
ผมได้ถามทั้ง ๒ ฝ์ายอีกครั้งหนึ่งเรียบร้อยแล้วนะครับ ทั้ง ๒ ฝ์ายยืนยันจะไม่ถอนญัตติ นะครับ เพราะฉะนั้นขอเชิญท่านเลขาธิการ เตรียมขานชื่อนับองค์ประชุมครับ ขอตั้ง กรรมการนะครับ ขอเชิญคุณกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ของพรรคประชาธิปัตย์ คุณสุวิชชาญ มุสิกุล ของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย คุณฐิติมา ฉายแสง พรรคเพื่อแผ่นดิน คุณพลพีร์ สุวรรณฉวี พรรคภูมิใจไทย คุณณัฐวุฒิ สุขเกษม พรรคประชาราช คุณตรีนุช เทียนทอง สําหรับกรรมการท่านใดไม่อยู่ก็เปลี่ยนได้นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไชยยศ จิรเมธากร พรรคเพื่อแผ่นดินครับ ขอเปลี่ยนจากคุณพลพีร์ สุวรรณฉวี เปึนคุณอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ครับ
ครับ ไม่ขัดข้องครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ณัฐวุฒิ สุขเกษม ขอเปลี่ยนครับ เปึน มาโนช เฮงยศมาก ครับ
เปึนคุณมาโนช เฮงยศมาก นะครับ ขอเชิญกรรมการนับคะแนนเข้านั่งประจําที่ด้วยครับ
(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนเข้าประจําที่)
เชิญท่านสมชัยครับ
ท่านประธานครับ ผม สมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ครับ ท่านตรีนุช ขอเปลี่ยนเปึน นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ประชาราช ครับ
ครับ คุณสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นะครับ ประชาราชครับ คุณพิษณุครับ
ท่านประธานครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย ขอเปลี่ยนจากคุณฐิติมา เปึน คุณนิยม เวชกามา ครับท่านประธาน
เปึนคุณนิยม เวชกามา นะครับ คุณธนิตพลครับ
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขอเปลี่ยนเปึนคุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ครับ
เชิญครับท่านเมื่อสักครู่ที่ไม่ได้ยกมือ ผมมองไม่เห็นนะครับ อยู่ตรงไหนไม่ทราบครับ เชิญคุณรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าดิฉันเสนอญัตติให้นับองค์ประชุม ดิฉันไม่ได้เสนอญัตตินับองค์ประชุมนะคะ ดิฉันเสนอว่า
ผมเรียนอย่างนี้ครับ มีผู้เสนอญัตตินับองค์ประชุม คือคุณประเสริฐ เด่นกิจนภาลัย แต่หลังจากที่กําลังจะนับองค์ประชุม คุณรังสิมาก็เสนอญัตติซ้อนขึ้นมาให้นับโดยวิธี ขานชื่อนะครับ ซึ่งเปึนเอกสิทธิ์ของคุณรังสิมาอยู่แล้ว แล้วหลังจากนั้นผมก็ขอให้ ทั้ง ๒ ฝ์าย เพราะเนื่องจากว่าผมเห็นว่าเปึนวาระรับทราบ เรื่ององค์ประชุมยังไม่มี ความสําคัญมากนักนะครับ ก็ขอให้ทั้ง ๒ ฝ์าย หาทางออกที่ราบรื่นโดยการถอนญัตติทั้งคู่ ปรากฏว่าทั้ง ๒ ท่าน ก็ยืนยันว่าจะไม่ถอนญัตตินะครับ ก็เปึนสิทธิของทั้ง ๒ ท่าน เพราะฉะนั้นเราก็จึงดําเนินการนับองค์ประชุมนะครับ
ท่านคะ คือดิฉันขอเสนอให้ นับโดยวิธีขานชื่อนะคะ ไม่ได้เสนอให้นับองค์ประชุม ได้บันทึกเอาไว้ค่ะ เดี๋ยวจะหาว่า ดิฉันเปึนคนนับ ดิฉันอยู่ฝ์ายรัฐบาลดิฉันจะไปนับองค์ประชุมทําไมล่ะ ดิฉันก็ทําตามที่ ฝ์ายค้านขอเสนอให้นับ เดี๋ยวคนฟังข้างนอกเขาจะเข้าใจดิฉันผิด แล้วก็เวลาขานชื่อ ดิฉัน อยากให้ขานว่าพรรคไหนด้วยนะคะ จะได้บันทึกถูกค่ะว่าพรรคนี้ไม่มา พรรคนี้มา อะไร อย่างนี้ แล้วพรรคประชาธิปัตย์เลขานุการเขาเน้นแล้ว จะได้รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มา เขาจะมีบัญชีเช็กอยู่ว่าใครไม่มาบ้าง
ครับ ก็ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนั้นนะครับ คือคุณรังสิมาไม่ได้เปึนผู้เสนอให้นับองค์ประชุม แต่เสนอให้นับโดยวิธีขานชื่อและมีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็เปึนไปตามนั้นครับ คุณหมอ ประสิทธิ์ครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เพื่อไทย ชัยภูมิ ต้องขออภัยนะครับ ผมอยากชี้แจงที่คุณรังสิมา รอดรัศมี ขออภัยที่เอ่ยนามครับ พูดอย่างนี้ทําให้พรรคฝ์ายค้านเสียหาย ความจริง องค์ประชุม พรรคประชาธิปัตย์เคยพูดตลอดเวลา เคยพูดมาไม่รู้กี่ร้อยครั้งว่าองค์ประชุม เปึนหน้าที่ของรัฐบาล เปึนหน้าที่ของรัฐบาล ท่านต้องฟังตรงนี้ครับ เปึนหน้าที่ของรัฐบาล
ท่านประธานครับ
คุณหมอประสิทธิ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณสมบูรณ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ขณะนี้พร้อมแล้วครับ จะได้ทราบกันจริง ๆ ครับว่า พรรคใดเข้าร่วมประชุมหรือสมาชิก ท่านใดเข้าร่วมประชุม
สรุปแล้วคุณสมบูรณ์ไม่ได้ประท้วงใช่ไหม ก็ต้องขอให้คุณหมอประสิทธิ์ประท้วงให้จบ นะครับ ประท้วงเรื่องอะไรนะครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วง ผมขอชี้แจง ท่านให้ผมชี้แจง ผมเลยชี้แจง แต่เมื่อสักครู่คนเมื่อสักครู่นะครับลุกขึ้นมา ประท้วงเรื่องอะไรผมยังไม่ทราบ ผมเพียงแต่พูดว่า การประชุมของสภานี่ท่านพูดตลอดว่า จะต้องเปึนหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ท่านพูดเปึนร้อย ๆ ครั้ง ผมจําได้ครับ บันทึกใน สภาก็บันทึกทีนี้ปรากฏว่านับองค์ประชุมงวดนี้จะบอกว่า โทษฝ์ายค้าน ทําให้
ท่านประธานที่เคารพ
ครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะมีผู้ประท้วงอีกครับ เชิญคุณหมอประสิทธิ์นั่งลงเถอะครับ คุณหมอวรงค์นั่งลงเถอะครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เพราะว่าเดี๋ยวเราจะนับองค์ประชุม แล้วครับ เสียเวลานับองค์ประชุมก็ ๒ ชั่วโมง ผมสรุปอย่างนี้เลยครับ แม้แต่ผมเอง ผมก็ พูดนะครับว่า การเสนอนับองค์ประชุมนั้นเปึนสิทธิของฝ์ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล อย่างหนึ่งนะครับ พูดมาตั้งแต่สมัยพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล ซึ่งก็เปึนสิทธินะครับ ส่วนองค์ประชุมครบไม่ครบเดี๋ยวเราก็ได้นับกันนะครับ ต้องขอความกรุณาเถอะครับ อย่าไปว่ากล่าวซึ่งกันและกันเลยว่าฝ์ายโน้นไม่ถูก ฝ์ายนี้ผิดอะไรอย่างนี้นะครับ เพื่อบรรยากาศในการทํางานในอนาคตนะครับ ขอเชิญคุณหมอประสิทธิ์นั่งลงเถอะครับ เชิญคุณธนิตพลนั่งลงครับ เชิญ ขอความกรุณาด้วยครับ เพราะว่าเดี่ยวนับองค์ประชุม แล้วครับ ถ้าคุณหมอประสิทธิ์ประท้วงก็เปึนสิทธิ แต่ถ้าคุณหมอประสิทธิจะเสนอ ขอปรึกษา ขณะนี้ผมไม่อนุญาตนะครับ นั่งลงเถอะครับ เพราะว่าเรากําลังจะเริ่มนับ องค์ประชุมนะครับ เชิญครับ กรรมการของพรรคประชาราชขาดคนหนึ่งนะครับ เชิญคุณรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันนี่เปึนคนพูดเองนะคะ เมื่อสมัยเปึนฝ์ายค้านบอกว่าเปึน ความรับผิดชอบของรัฐบาล แต่นี่ดิฉันข้ามมาอยู่ฝัืงรัฐบาล ก็พรรคร่วมรัฐบาลเขาก็ รับผิดชอบ เมื่อเขาให้นับ ดิฉันก็บอกประธานก็นับสิ ทําไมไม่นับล่ะ จะได้รู้อย่างไรว่ามัน เปึนอย่างไรใครจะรับผิดชอบหรือไม่รับผิดชอบ
ผมได้สั่งให้นับองค์ประชุมไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นขอเชิญกรรมการนั่งประจําที่ครับ กรรมการครบนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ
๑ . นายกนก ลิ้มตระกูล
(นายกนก ลิ้มตระกูล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช
มาค่ะ
๓. นายกรณ์ จาติกวณิช
(นายกรณ์ จาติกวณิช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔. นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์
(นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕. นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
(นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๖. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี
(นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๗. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร
(นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๙. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์
ค่ะ กันตวรรณ พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ค่ะ
๑๐. นายกัมพล สุภาแพ่ง
(นายกัมพล สุภาแพ่ง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๑. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย
ค่ะ ดิฉัน กัลยา รุ่งวิจิตรชัย พรรคประชาธิปัตย์ อยู่นะคะ
๑๒. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
(คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๓. นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ
(นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๔. นายการุณ โหสกุล
(นายการุณ โหสกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๕. นายกิตติ สมทรัพย์
(นายกิตติ สมทรัพย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๗. นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ
(นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๘. นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์
(นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๙. หม่อมราชวงศ์กิติวัฒนา ไชยันต์
(หม่อมราชวงศ์กิติวัฒนา ไชยันต์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๐. นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์
(นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑. นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์
ผม นิอาริส เจตาภิวัฒน์ อยู่ครับ
๒๓. นายเกษม อุประ
ท่านประธานขออนุญาตนิดหนึ่ง ครับ
ท่านเลขาธิการครับ คุณชัยวัฒน์ประท้วงอะไรครับ
ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ครับ ผมไม่แน่ใจ เราก็เป่ดสภามา ๒ วัน แต่อุณหภูมิช่วงนี้เปึนฤดูหนาวนะครับ ท่านประธาน อากาศก็หนาวเย็น ผมเห็นอุณหภูมินะครับ
สรุปแล้วคุณชัยวัฒน์ประท้วงอะไรหรือเปล่าครับ คือถ้าจะประท้วง เพราะว่ากําลังนับ องค์ประชุมอยู่นะครับ ผมจะไม่อนุญาตนะครับ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ขอให้ดูเรื่อง อุณหภูมิ ความเย็น ๒๓.๙ ท่านประธานครับ เดี๋ยวป์วยกันหมดครับท่านประธาน
สรุปแล้วประท้วงอะไรครับ ถ้าไม่ประท้วงเชิญนั่งดีกว่าครับ เราจะได้นับองค์ประชุม ต่อครับ เชิญนั่งเถอะครับ คุณชัยวัฒน์ครับ
ขออนุญาต บอกให้ท่านประธาน ช่วยปรับอุณหภูมิขึ้นครับ ผมไม่ได้ประท้วงอะไรครับ
จะขอปรับเปึนสัก ๒๕ ใช่ไหมครับ
๒๔. นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี
เกียรติกร พากเพียรศิลปี มาครับ พรรคประชาธิปัตย์ครับ
๒๕. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร
(นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๖. นายโกวิทย์ ธารณา
อยู่ครับ ประชาธิปัตย์ครับ
๒๗. นายไกร ดาบธรรม
อยู่ครับ
๒๘. นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ
(นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙. นายคงกฤช หงษ์วิไล
(นายคงกฤช หงษ์วิไล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๐. นายคมเดช ไชยศิวามงคล
(นายคมเดช ไชยศิวามงคล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๑. นายครรชิต ทับสุวรรณ
ครรชิต ทับสุวรรณ อยู่ครับ
๓๒. นายจตุพร เจริญเชื้อ
(นายจตุพร เจริญเชื้อ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๓. นายจตุพร พรหมพันธุ์
(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๔. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์
(นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๕. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น
(นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๖. นายจักรัตน์ พั้วช่วย
(นายจักรัตน์ พั้วช่วย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๗. นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร
(นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๘. นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล
(นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๙. นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์
(นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๐. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์
(นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑. นายจุติ ไกรฤกษ์
เพื่อผู้สูงอายุ ประชาธิปัตย์อยู่ครับ
๔๒. นายจุมพฏ บุญใหญ่
(นายจุมพฏ บุญใหญ่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๓. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
อยู่ครับ
๔๔. นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์
อยู่ครับ
๔๖. นายเจริญ คันธวงศ์
อยู่ครับ
๔๗. นายเจริญ จรรย์โกมล
(นายเจริญ จรรย์โกมล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๘. นายเจะอามิง โตะตาหยง
อยู่ครับ
๔๙. นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ
อยู่ค่ะ
๕๐. นายเจือ ราชสีห์
เจือ ราชสีห์ ประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๕๑. นายฉลาด ขามช่วง
(นายฉลาด ขามช่วง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๒. ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง
(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๓. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
(นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๔. นายเฉลิมชาติ การุญ
(นายเฉลิมชาติ การุญ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๕. นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์
เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ประชาธิปัตย์ อยู่ค่ะ
๕๖. นายชนินทร์ รุ่งแสง
(นายชนินทร์ รุ่งแสง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๗. นางชมภู จันทาทอง
(นางชมภู จันทาทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๘. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ
(นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๙. นายชลน่าน ศรีแก้ว
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๖๐. นายชวน หลีกภัย
อยู่ครับ
๖๑. นายชวลิต วิชยสุทธิ์
(นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๖๒. นายชัย ชิดชอบ
อยู่ครับ
๖๓. นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง
อยู่ครับ
๖๔. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
อยู่ครับ
๖๕. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์
อยู่ครับ
๖๖. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์
(นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๖๗. นายชาดา ไทยเศรษฐ์
(นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๖๘. นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์
อยู่ครับ
๖๙. นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์
(นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๗๐. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
อยู่ครับ
๗๑. นายชุมพล กาญจนะ
อยู่ครับ
๗๒. นายชุมพล จุลใส
อยู่ครับ
๗๓. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์
(นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๗๔. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ
(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๗๕. นายสรุชัย เบ้าจรรยา
(นายสุรชัย เบ้าจรรยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๗๖. นายเชน เทือกสุบรรณ
อยู่ครับ
๗๗. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์
(นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๗๘. นายวิรัช รัตนเศรษฐ
(นายวิรัช รัตนเศรษฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๗๙. ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ
(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๘๐. นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ
อยู่ครับ
๘๑. นายเชิดพงษ์ ราชปัองขันธ์
(นายเชิดพงษ์ ราชปัองขันธ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๘๒. นายไชยยศ จิรเมธากร
อยู่ครับ
๘๓. นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์
(นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๘๔. นายไชยา พรหมา
(นายไชยา พรหมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๘๕. นายเรวัต สิรินุกุล
(นายเรวัต สิรินุกล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๘๖. นายซูการ์โน มะทา
(นายซูการ์โน มะทา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๘๗. นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์
ฐนโรจน์ ประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๘๘. นายฐานิสร์ เทียนทอง
(นายฐานิสร์ เทียนทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๘๙. นางฐิติมา ฉายแสง
(นางฐิติมา ฉายแสง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๙๐. นายณรงค์กร ชวาลสันตติ
(นายณรงค์กร ชวาลสันตติ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๙๑. นายนพดล มาตรศรี
อยู่ครับ
๙๒. นายณัฐวุฒิ สุขเกษม
(นายณัฐวุฒิ สุขเกษม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๙๔. นายดนัย นพสุวรรณวงศ์
อยู่ครับ พรรคประชาธิปัตย์ครับ
๙๕. นายดนุพร ปุณณกันต์
(นายดนุพร ปุณณกันต์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๙๖. นางดวงแข อรรณนพพร
(นางดวงแข อรรณนพพร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๙๗. นางสาวตรีนุช เทียนทอง
(นางสาวตรีนุช เทียนทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๙๘. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น
(นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๙๙. นายตุ่น จินตะเวช
(นายตุ่น จินตะเวช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๐๐. นายไตรรงค์ ติธรรม
(นายไตรรงค์ ติธรรม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๐๑. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี
อยู่ครับ
๑๐๒. นายถวิล ไพรสณฑ์
(นายถวิล ไพรสณฑ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๐๓. นายถาวร เสนเนียม
อยู่ครับ
๑๐๔. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย
(นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๐๕. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี
(นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ไม่อยู่ในห้องประชุม)
๑๐๖. นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย
ทวีวัฒน์ พรรคภูมิใจไทย อยู่ครับ
๑๐๗. นายทศพร เทพบุตร
อยู่ครับ
๑๐๘. นายทศพล เพ็งส้ม
ทศพลครับ อยู่ครับ
๑๐๙. นายทองดี มนิสสาร
(นายทองดี มนิสสาร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๑๐. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ
(นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๑๑. นายทิวา เงินยวง
อยู่ครับ
๑๑๒. นายเทพไท เสนพงศ์
อยู่ครับ
๑๑๓. นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ
เทวฤทธิ์ นิกรเทศ พรรคกิจสังคม อยู่ครับ
๑๑๔. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์
อยู่ครับ
๑๑๕. นายธนเทพ ทิมสุวรรณ
(นายธนเทพ ทิมสุวรรณ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๑๖. นายธนา ชีรวินิจ
อยู่ครับ
๑๑๗. นายธนาธร โล่ห์สุนทร
(นายธนาธร โล่ห์สุนทร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๑๘. นายธนิตพล ไชยนันทน์
อยู่ครับ
๑๑๙. นายธเนศ เครือรัตน์
(นายธเนศ เครือรัตน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๐. นายธวัชชัย อนามพงษ์
(นายธวัชชัย อนามพงษ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๑. นายธารา ป่ตุเตชะ
ตัวแทนพี่น้องจังหวัดระยอง อยู่ครับ
๑๒๒. นายธีระ ไตรสรณกุล
(นายธีระ ไตรสรณกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๓. นายธีระ สลักเพชร
(นายธีระ สลักเพชร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๔. นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๕. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์
ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๑๒๖. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา
อยู่ครับ
๑๒๗. นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ
อยู่ครับ
๑๒๘ นายนคร มาฉิม
อยู่ครับ
๑๒๙. นายนที สุทินเผือก
(นายนที สุทินเผือก ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๓๐. นายนพคุณ รัฐไผท
(นายนพคุณ รัฐไผท ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๓๓. นายนรพล ตันติมนตรี อยู่ครับ
อยู่ครับ
๑๓๔. นายนราพัฒน์ แก้วทอง
อยู่ครับ
๑๓๕. นายนริศ ขํานุรักษ์
อยู่ครับ
๑๓๖.นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์
อยู่ค่ะ
๑๓๗. นางนฤมล ธารดํารงค์
(นางนฤมล ธารดํารงค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๓๘. นายนวัธ เตาะเจริญสุข
(นายนวัธ เตาะเจริญสุข ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๓๙. นายนัจมุดดีน อูมา
(นายนัจมุดดี อูมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๔๐.นางนันทนา ทิมสุวรรณ
(นางนันทนา ทิมสุวรรณ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๔๑. นางนันทพร วีรกุลสุนทร
อยู่ค่ะ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ
๑๔๒. นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ
พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ค่ะ
๑๔๓.นายนาราชา สุวิทย์
อยู่ครับ
๑๔๔. นายนิทัศน์ ศรีนนท์
(นายนิทัศน์ ศรีนนท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๔๕. นายนิพนธ์ บุญญามณี
อยู่ครับ
๑๔๖. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์
(นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๔๗. นายนิพนธ์ ศรีธเรศ
(นายนิพนธ์ ศรีธเรศ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๔๘. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๔๙. นางนิภา พริ้งศุลกะ
อยู่ค่ะ
๑๕๑. นายนิยม ช่างพินิจ
(นายนิยม ช่างพินิจ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๕๒. นายนิยม วรปัญญา
อยู่ครับ นิยม วรปัญญา
๑๕๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล
(นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๕๔. นายนิยม เวชกามา
อยู่ครับ
๑๕๕. นายนิรมิต สุจารี
(นายนิรมิต สุจารี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๕๖. นายนิโรธ สุนทรเลขา
(นายนิโรธ สุนทรเลขา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๕๘. พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ
(พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๕๙. นายบรรจบ รุ่งโรจน์
บรรจบ รุ่งโรจน์ ประชาธิปัตย์ ชลบุรี อยู่ครับ
๑๖๐. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง
ชาติไทยพัฒนา อยู่ครับ
๑๖๑. บัญญัติ เจตนะจันทร์
ส.ส. บัญญัติ เจตนจันทร์ จากจังหวัด ระยอง เขต ๒ อยู่ครับ
๑๖๒. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
มีภารกิจด่วนครับ
๑๖๓. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์
อยู่ครับ
๑๖๔. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์
(นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๖๕. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย
บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร อยู่ครับ
๑๖๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ
(นางบุญรื่น ศรีธเรศ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๖๗. นายยศศักดิ์ ชีรวิญ็ู
ผม ยศศักดิ์ ประชาธิปัตย์ ราชบุรี อยู่ครับ
๑๖๘. นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด
(นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๖๙. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร
อยู่ครับ
๑๗๐. นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์
อยู่ครับ พีระพงษ์ เฮงสวัสด์ ครับ
๑๗๑. ร้อยตรี ปรพล อดิเรกสาร
(ร้อยตรี ปรพล อดิเรกสาร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๗๒. นายบุรณัชย์ สมุทรรักษ์
อยู่ครับ
๑๗๓. นายประกอบ รัตนพันธ์
อยู่ครับ
๑๗๔. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ
ประจักษ์ ๑๗๔ อยู่ครับ
๑๗๕. นายประชา ประสพดี
(นายประชา ประสพดี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๗๖. พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก
(พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๗๗. นายประนอม โพธิ์คํา
อยู่ครับ
๑๗๘. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี
อยู่ครับ
๑๗๙. นายประพร เอกอุรุ
(นายประพร เอกอุรุ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๘๑. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช
อยู่ครับ
๑๘๒. นายประมวล เอมเป้ย
อยู่ครับ
๑๘๔. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ
(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๘๕. นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล
(นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๘๗. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๘๘. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย
อยู่ครับ
๑๘๙. นายประเสริฐ บุญชัยสุข
อยู่ครับ
๑๙๐. นายประเสริฐ บุญเรือง
(นายประเสริฐ บุญเรือง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๙๑. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ
อยู่ครับ
๑๙๒. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย
(นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๙๓. นางสาวปรีชญา ขําเจริญ
(นางสาวปรีชญา ขําเจริญ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๙๔. นายปรีชา มุสิกุล
(นายปรีชา มุสิกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๙๕. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
(นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๙๖. ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช
(ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๙๗. นายปวีณ แซ่จึง
(นายปวีณ แซ่จึง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๙๘. นายปัญญวัฒน์ บุญมี
(นายปัญญาวัฒน์ บุญมี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๙๙. นายปัญญา ศรีปัญญา
อยู่ครับ
๒๐๐. นางปานหทัย เสรีรักษ์
(นางปานหทัย เสรีรักษ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๐๑. นายปารเมศ โพธารากุล
อยู่ครับ
๒๐๒. นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ
(นางสาวปาริชิ ชาลีเครือ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๐๓. นางปารีณา ปาจรียางกูร
(นางปารีณา ปาจรียางกูร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๐๔. นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา
อยู่ครับ
๒๐๕. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข
(นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๐๖. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ
ผ่องศรี ธาราภูมิ พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ค่ะ
๒๐๗. นางผุสดี ตามไท
(นางผุสดี ตามไท ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๐๘. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
(นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๐๙. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย
(ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๐. นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ
(นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๒. นางพจนารถ แก้วผลึก
พจนารถ แก้วผลึก พรรคประชาธิปัตย์ ชลบุรี อยู่ค่ะ
๒๑๓. นางพรทิวา นาคาศัย
(นางพรทิวา นาคาศัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๔. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร
(นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๕. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ
(นายพรศักด์ เจริญประเสริฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๖. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์
(นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๗. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี
(นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๘. นายพ้อง ชีวานันท์
(นายพ้อง ชีวานันท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๙. นางพัฒนา สังขทรัพย์
นางพัฒนา สังขทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย อยู่ค่ะ
๒๒๐. นายพิกิฏ ศรีชนะ
(นายพิกิฏ ศรีชนะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๒๑. พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี
ท่านพลเอก พิชาญเมธ อยู่นะครับ ยกมืออยู่นะครับ พอดีเครื่องเสียครับ
๒๒๒. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๒๓. นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ
อยู่ครับ
๒๒๔. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล
อยู่ครับ
๒๒๕. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ประชาธิปัตย์ อยู่ค่ะ
๒๒๖. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์
(นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๒๗. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข
(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๒๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา
อยู่ครับ
๒๒๙. นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์
อยู่ครับ
๒๓๐. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
อยู่ครับ
๒๓๑. นายพีระเพชร ศิริกุล
(นายพีระเพชร ศิริกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๓๒. นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย
พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย อยู่ครับ
๒๓๓. นายเพิ่มพูน ทองศรี
(นายเพิ่มพูน ทองศรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๓๔. นายไพจิต ศรีวรขาน
(นายไพจิต ศรีวรขาน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๓๕. นายไพฑูรย์ แก้วทอง
อยู่ครับ
๒๓๖. นายไพโรจน์ ตันบรรจง
(นายไพโรจน์ ตันบรรจง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๓๗. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์
(นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๓๘. นางฟาริดา สุไลมาน
(นางฟาริดา สุไลมาน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๓๙. นายภราดร ปริศนานันทกุล
(นายภราดร ปริศนานันทกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๔๐. นายภิรมย์ พลวิเศษ
(นายภิรมย์ พลวิเศษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๔๑. นายภุชงค์ รุ่งโรจน์
อยู่ครับ
๒๔๒. นายภูมิ สาระผล
(นายภูมิ สาระผล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๔๓. นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์
(นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๔๔. นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ กิจสังคม อยู่ครับ
๒๔๕. นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ
(นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๔๖. นายมนตรี ปาน้อยนนท์
มนตรี ปาน้อยนนท์ อยู่ครับ
๒๔๗. นายบรรพต ต้นธีรวงศ์
บรรพต ต้นธีรวงศ์ ประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๒๔๘. นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ
(นายมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๔๙. พลโท มะ โพธิ์งาม
(พลโท มะ โพธิ์งาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๕๐. นายมานพ ปัตนวงศ์
(นายมานพ ปัตนวงศ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๕๑. นายมานะ โลหะวณิชย์
(นายมานะ โลหะวณิชย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๕๒. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์
มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ภูมิใจไทย อยู่ครับ
๒๕๓. นายมานิต นพอมรบดี
(นายมานิต นพอมรบดี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๕๔. นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์
อยู่ครับ
๒๕๕. นายมาโนช เฮงยศมาก
มาโนช เฮงยศมาก ภูมิใจไทย อยู่ครับ
๒๕๖. นายสัญชัย อินทรสูต
อยู่ครับ
๒๕๗. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์
(นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๕๘. นายไมตรี สอยเหลือง
อยู่ครับ
๒๕๙. นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์
(นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๖๐. นายยรรยง ร่วมพัฒนา
(นายยรรยง ร่วมพัฒนา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๖๑. นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา
อยู่ครับ
๒๖๓. นางสาวพัชรี โพธสุธน
คุณพัชรี อยู่นะครับ ยกมืออยู่ครับ
อยู่ค่ะ
๒๖๔. นายยุทธพงษ์ แสงศรี
(นายยุทธพงษ์ แสงศรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๖๕. นายรณฤทธิชัย คานเขต
อยู่ครับ
๒๖๖. ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี
อยู่ค่ะ
๒๖๗. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์
(นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๖๘. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ
(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๖๙. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี
รังสิมา รอดรัศมี พรรค ประชาธิปัตย์นะคะ อยู่ค่ะ
๒๗๐. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท
อยู่ค่ะ
๒๗๑. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก
อยู่ค่ะ
๒๗๒. นายรัฐกร เจนกิจณรงค์
(นายรัฐกร เจนกิจณรงค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๗๔. นายเรวัต อารีรอบ
อยู่ครับ
๒๗๕. นายเรืองเดช สุพรรณฝ์าย
(นายเรืองเดช สุพรรณฝ์าย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๗๖. นางสาวละออง ติยะไพรัช
(นางสาวละออง ติยะไพรัช ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๗๗. นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ
(นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๗๘. นางลินดา เชิดชัย
(นางลินดา เชิดชัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๗๙. นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ
(นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๘๐. นายวรงค์ เดชกิจวิกรม
อยู่ครับ
๒๘๑. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล
อยู่ครับ
๒๘๒. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล
(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๘๓. นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์
(นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๘๔. นายวรสิทธิ์ กัลปีตินันท์
(นายวรสิทธิ์ กัลปีตินันท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๘๕. นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา
(นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๘๖. นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ
ชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ชาติไทยพัฒนา อยู่ครับ
๒๘๗. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ
วัชรพงศ์ อยู่ครับ
๒๘๘. นายวัชรพล โตมรศักดิ์
อยู่ครับ
๒๘๙. นายวัชระ ยาวอหะซัน
(นายวัชระ ยาวอหะซัน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๐. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์
(นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๑. นายวัลลภ ไทยเหนือ
(นายวัลลภ ไทยเหนือ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๒. นายวัลลภ สุปริยศิลปี
(นายวัลลภ สุปริยศิลปี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๓. นายวารุจ ศิริวัฒน์
(นายวารุจ ศิริวัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๔. นายวาสิต พยัคฆบุตร
(นายวาสิต พยัคฆบุตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๕. นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์
(นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๖. นายวิชัย ล้ําสุทธิ
วิชัย พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๒๙๗. นายวิชัย สามิตร
(นายวิชัย สามิตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๘. นายวิชาญ มีนชัยนันท์
(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๐๐.นายวิเชียร อุดมศักดิ์
นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ภูมิใจไทย อยู่ครับ
๓๐๑. นายวิฑูรย์ นามบุตร
อยู่ครับ
๓๐๒. นายวิทยา แก้วภราดัย
อยู่ครับ
๓๐๓. นายวิทยา ทรงคํา
(นายวิทยา ทรงคํา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๐๔. นายวิทยา บุตรดีวงค์
(นายวิทยา บุตรดีวงค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๐๕. นายวิทยา บุรณศิริ
นายวิทยา บุรณศิริ เพื่อไทย อยู่ครับ
๓๐๖. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์
อยู่ครับ
๓๐๗. พันเอก วินัย สมพงษ์
พันเอก วินัย อยู่นะครับ
๓๐๘. นายวินัย เสนเนียม
(นายวินัย เสนเนียม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๐๙. นายวิรัช ร่มเย็น
อยู่ครับ
๓๑๐. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ
วิรัตน์ กัลยาศิริ อยู่ครับ
๓๑๑. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์
นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๓๑๒. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์
(นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๑๓. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน
(พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๑๔. นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์
อยู่ครับ
๓๑๕. นายวิวัฒชัย โหตระไวศยะ
(นายวิวัฒนชัย โหตระไวศยะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๑๖. นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์
(นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๑๗. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๑๘. นายวีระ รักความสุข
(นายวีระ รักความสุข ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๑๙. พลตํารวจตรี วีระ อนันตกูล
อยู่ครับ
๓๒๐. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์
(นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๒๑. นายองอาจ วงษ์ประยูร
องอาจ วงษ์ประยูร ประชาธิปัตย์ สระบุรี อยู่ครับ
๓๒๒. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์
(นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๒๔. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร
(นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๒๕. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง
(นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๒๗. นายแวมาฮาดี แวดาโอะ
(นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๒๘. พลตรี ศรชัย มนตริวัต
(พลตรี ศรชัย มนตริวัต ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๒๙. นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล
(นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๓๐. นายศักดา คงเพชร
(นายศักดา คงเพชร ไม่อยู่ที่ในประชุม)
๓๓๑. นางอุดร จินตะเวช
อุดร จินตะเวช พรรคชาติไทยพัฒนา อยู่ค่ะ
๓๓๒. นายศิริโชค โสภา
อยู่ครับ
๓๓๓. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์
(นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๓๔. นายศุภชัย โพธิ์สุ
(นายศุภชัย โพธิ์สุ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๓๖. นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์
(นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๓๗. นายสกลธี ภัททิยกุล
สกลธี ภัททิยกุล ประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๓๓๘. นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร
อยู่ครับ
๓๔๐ .นายสงวน พงษ์มณี
(นายสงวน พงษ์มณี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๔๑. นายสถาพร มณีรัตน์
(นายสถาพร มณีรัตน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๔๒. นายสนอง เทพอักษรณรงค์
(นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๔๓. พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์
อยู่ครับ
๓๔๔. นายสมเกียรติ ฉันทวานิช
อยู่ครับ
๓๔๕. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
อยู่ครับ
๓๔๖. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
(นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๔๗. นายสมควร โอบอ้อม
อยู่ครับ
๓๔๘. นายสมคิด บาลไธสง
(นายสมคิด บาลไธสง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๔๙. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์
(นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๕๐. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์
อยู่ครับ
๓๕๑. นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ
อยู่ครับ
๓๕๒. พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ
(พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๕๓. นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ
(นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๕๕. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์
(พลเอ สมชาย วิษณุวงศ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๕๖. นายสมนึก เฮงวาณิชย์
อยู่ครับ
๓๕๗. นายสมบัติ ยะสินธุ์
(นายสมบัติ ยะสินธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๕๘. นายสมบัติ สิทธิกรวงศ์
คุณสมบัติเสียชีวิตไปแล้วครับ น่าจะเปึนบัญชีเก่านะครับ
ทานโทษครับ ๓๕๙. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๓๖๐. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์
(นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๖๑. นายสมพล เกยุราพันธุ์
(นายสมพล เกยุราพันธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๖๒. นายมารุต บุญมี
อยู่ครับ
๓๖๓. นายสมเกียรติ เกียรติสุรนนท์ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ทานโทษครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๖๕. นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
(นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๖๖. นายสมัย เจริญช่าง
อยู่ครับ
๓๖๗. นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์
(นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๖๘. นายสรรเสริญ สมะลาภา
อยู่ครับ
๓๖๙. นายสรวงศ์ เทียนทอง
(นายสรวงศ์ เทียนทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๗๐. นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์
สรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ประชาธิปัตย์ ชลบุรีอยู่ครับ
๓๗๑. นายสราวุธ อ่อนละมัย
อยู่ครับ
๓๗๒. นายสฤษฎ์ อึ้งอภินันท์
(นายสฤษฎ์ อึ้งอภินันท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๗๓. นายสัญชัย วงษ์สุนทร
(นายสัญชัย วงษ์สุนทร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๗๔. นายสันติ พร้อมพัฒน์
(นายสันติ พร้อมพัฒน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๗๕. นายสันทัด จีนาภักดิ์
(นายสันทัด จีนาภักดิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๗๖. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล
สัมพันธ์ อยู่ครับ
๓๗๗. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร
(นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๗๘. นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์
(นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๗๙. นายสากล ม่วงศิริ
(นายสากล ม่วงศิริ ไม่อยู่ในห้องประชุม)
๓๘๐. นายสาคร เกี่ยวข้อง
อยู่ครับ
๓๘๑. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
อยู่ครับ
๓๘๒. นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์
(นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๘๓. นายสาธิต ป่ตุเตชะ
อยู่ครับ
๓๘๔. นายสามารถ แก้วมีชัย
อยู่ครับ
๓๘๕. นายสามารถ พิริยะปัญญาพร
สามารถ ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๓๘๖. นายสามารถ มะลูลีม
อยู่ครับ
๓๘๗. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์
อยู่ครับ
๓๘๘. นายสําราญ ศรีแปงวงค์
นายสําราญ ศรีแปงวงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ กําแพงเพชร อยู่ครับ เพื่อผู้สูงอายุครับ
๓๘๙. นายสินิตย์ เลิศไกร
อยู่ครับ
๓๙๐. นางสิรินทร รามสูต
(นางสิรินทร รามสูต ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๙๑. นายสุตา พรมดวง
(นายสุตา พรมดวง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๙๒. นายสุกิจ อัถโถปกรณ์
อยู่ครับ
๓๙๓. นายสุขวิชาญ มุสิกุล
อยู่ครับ
๓๙๔. นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์
อยู่ครับ
๓๙๕. นางอานิก อัมระนันทน์
อยู่ค่ะ
๓๙๖. นายสุชน ชามพูนท
(นายสุชน ชามพูนท ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๙๗. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร
๓๙๗. สุชาติโชคชัยวัฒนากร พรรคภูมิใจไทย หนึ่งเดียวมหาสารคาม อยู่ครับ
๓๙๘. นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์
(นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๙๙. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน
(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๐๐. นายสุชาย ศรีสุรพล
(นายสุชาย ศรีสุรพล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๐๑. นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์
อยู่ครับ
๔๐๒. นายสุทธิชัย จรูญเนตร
(นายสุทธิชัย จรูญเนตร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๐๓. นายสุทัศน์ เงินหมื่น
อยู่ครับ
๔๐๕. นายสุทิน นพขํา
(นายสุทิน นพขํา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๐๖. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
อยู่ครับ
๔๐๗. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์
นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร อยู่ครับ
๔๐๘. นายวัชระ เพชรทอง
ด้วยความสํานึกในพระคุณ ของแผ่นดิน และตอบแทนเงินภาษีอากรของพ่อแม่พี่น้องประชาชน กระผม วัชระ เพชรทอง พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๔๐๙. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ
(นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑๐. นายสุนัย จุลพงศธร
(นายสุนัย จุลพงศธร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑๑. นายสุพล ฟองงาม
(นายสุพล ฟองงาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑๒. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร
นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร อยู่ค่ะ
๔๑๓. ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี
(ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑๔. นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล
(นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑๕. นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล
(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑๖. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์
อยู่ครับ
๔๑๗. นายสุรเดช ยะสวัสดิ์
(นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑๘. พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์
(พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑๙. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๐. นายประเกียรติ นาสิมมา
(นายประเกียรติ นาสิมมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๑. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล
(นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๒. นายสุรพล เกียรติไชยากร
(นายสุรพล เกียรติไชยากร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๓. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์
(นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๔. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
(นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๕. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์
(นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๖. นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์
(นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๗. นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง
(นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๘. นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์
อยู่ครับ
๔๒๙. นายสุวโรช พะลัง
อยู่ครับ
๔๓๐. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
อยู่ครับ
๔๓๑. นายเสนาะ เทียนทอง
(นายเสนาะ เทียนทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๓๒. นายเจรจา เที่ยงธรรม
อยู่ครับ
๔๓๓. นายเสรี สาระนันท์
(นายเสรี สาระนันท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๓๔. นายโสภณ ซารัมย์
อยู่ครับ
๔๓๕. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์
อยู่ครับ
๔๓๖. นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์
(นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๓๗. นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์
(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๓๘. นายอนันต์ ผลอํานวย
(นายอนันต์ ผลอํานวย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๓๙. นายอนันต์ ศรีพันธุ์
(นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๔๐. นายอนุชา บูรพชัยศรี
นายอนุชา บูรพชัยศรี อยู่ครับ
๔๔๑. นายอนุชา สะสมทรัพย์
(นายอนุชา สะสมทรัพย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๔๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
(นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๔๓. นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์
อนุวัฒน์วิเศษจินดาวัฒน์ อยู่ครับ
๔๔๔. นายอนุสรณ์ ปัุนทอง
(นายอนุสรณ์ ปัุนทอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๔๖. นางอนุสรา ยังตรง
(นางอนุสรา ยังตรง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๔๗. นายอภิชาต การิกาญจน์
อยู่ครับ
๔๔๘. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
อยู่ครับ
๔๔๙. นายอภิชาติ สุภาแพ่ง
(นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๕๐. หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล
อยู่ครับ
๔๕๑. นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น
อยู่ครับ
๔๕๒. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย
อยู่ครับ
๔๕๓. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อยู่ครับ
๔๕๔. นายอรรถพร พลบุตร
อรรถพร พลบุตร ประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
๔๕๕. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
อยู่ครับ
๔๕๖. นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์
อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ กรุงเทพมหานคร ประชาธิปัตย์ อยู่ค่ะ
๔๕๗. นางอรอนงค์ คล้ายนก
อรอนงค์ คล้ายนก อยู่ค่ะ
๔๕๘. นางสาวอรุณี ชํานาญยา
(นางสาวอรุณี ชํานาญยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๕๙. นายอลงกต มณีกาศ
(นายอลงกต มณีกาศ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๖๐. นายอลงกรณ์ พลบุตร
อยู่ครับ
๔๖๑. นายอสิ มะหะมัดยังกี
อยู่ครับ
๔๖๒. นายอัฎฐพล โพธิพิพิธ
อัฎฐพล โพธิพิพิธ อยู่ครับ
๔๖๓. นายอันวาร์ สาและ
อันวาร์ อยู่ครับ
๔๖๔. นายอับดุลการิม เด็งระกีนา
อยู่ครับ
๔๖๕. นายอัศวิน วิภูศิริ
อยู่ครับ
๔๖๖. นายอัสนี เชิดชัย
(นายอัสนี เชิดชัย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๖๗. นายอาคม เอ่งฉ้วน
อยู่ครับ
๔๖๘. นายอารยะ ชุมดวง
(นายอารยะ ชุมดวง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๖๙. นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์
(นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๐. นายอํานวย คลังผา
(นายอํานวย คลังผา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๑. นายณัชพล ตันเจริญ
ณัชพล ตันเจริญ อยู่ครับ
๔๗๒. นายอิทธิเดช แก้วหลวง
(นายอิทธิเดช แก้วหลวง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๓. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์
(นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๔. นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม
อยู่ครับ
๔๗๕. นายอิสสระ สมชัย
อยู่ครับ
๔๗๖. นายอุดมเดช รัตนเสถียร
(นายอุดมเดช รัตนเสถียร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๗. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์
อยู่ค่ะ
๔๗๘. นางชนากานต์ ยืนยง
(นางชนากานต์ ยืนยง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๙. นายเอี่ยม ทองใจสด
(นายเอี่ยม ทองใจสด ไม่อยู่ในที่ประชุม)
และ ๔๘๐. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม
อยู่ครับ
สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ขานชื่อครับ ขอความกรุณาขอแถวหน้าไปก่อน
ผม ถวิล ไพรสณฑ์ ๑๐๒ อยู่ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ ครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๒๙๕ อยู่ครับ
เพื่อความไม่สับสนนะครับ เริ่มจากแถวหน้าไปก่อนนะครับ เชิญเลยครับ แล้วข้างหลังดู จากแถวหน้าไปนะครับ
ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ครับ เบอร์ ๓ ครับ
ครับ สุรสิทธิ์ ตรีทอง ประชาธิปัตย์ อยู่ครับ ๔๒๗ ครับ
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๐๑๒ อยู่ค่ะ
ผม ไกรศักดิ์ ชุณหะวัน ๒๘ ครับ อยู่ครับ
ท่านประธานคะ ผุสดี ตามไท ๒๐๗ อยู่ค่ะ
ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ๑๔๖ อยู่ครับ
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ สุขเกษม ภูมิใจไทย ๐๙๒ อยู่ครับ
เชิญด้านหน้าก่อนครับ ด้านหน้า ๒ ท่านนี่ละครับ เชิญครับ
ผม พงศ์เวช เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ จันทบุรี ๒๑๐ อยู่ครับ
ชนินทร์ รุ่งแสง ประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ ๕๖ อยู่ครับ
ท่านประธานครับ กระผม สมบัติ ยะสินธุ์ ๓๕๗ พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ครับ
ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ๖๖ อยู่ครับ
ปรีชา มุสิกุล ๑๙๔ อยู่ครับ
ผม ชยุต ภุมมะกาญจนะ ๐๕๘ กิจสังคมครับ อยู่ครับ
ผม สันทัด จีนาภักดิ์ ๓๗๕ อยู่ครับ
ท่านประธาน ผม เฉลิมชาติ การุญ ๐๕๔ ภูมิใจไทย อยู่ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม มานิต นพอมรบดี ๒๕๓ ราชบุรีครับ
ทางด้านนี้ครับ
ปรีชญา ขําเจริญ ๑๙๓ อยู่ค่ะ
ท่านประธานคะ ๓๘ จิตวรรณ หวังศุภกิจโกศล นครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดินค่ะ
ผม ธีระ สลักเพชร ๑๒๓ ครับ อยู่ครับ
ทัศนียา รัตนเศรษฐ รวมใจไทย นครราชสีมา อยู่ค่ะ
ท่านประธานครับ ผม วิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ ๒๙๕ อยู่ครับ
ท่านประธานครับ วิรัช รัตนเศรษฐ ๐๗๘ อยู่ครับ
มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ขาดชื่อบ้างไหมครับ ท่านใดยังไม่ได้ขานชื่อ กรุณายกมือด้วยครับ ป่ดการนับองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญกรรมการรวมจํานวนองค์ประชุมด้วยครับ เมื่อรวม คะแนนเสร็จ แล้วกรุณาส่งผลการนับคะแนนด้วยครับ
(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนได้ทําการตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว เสนอ ผลต่อประธาน)
ท่านสมาชิกครับ มีสมาชิกทั้งหมด ๔๕๕ คน สมาชิกที่อยู่ในที่ประชุมทั้งหมด ๒๑๙ คน ไม่ครบ องค์ประชุม ผมขอป่ดประชุมครับ