สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ มกราคม ๒๕๕๒

พรทิวา นาคาศัย หารือเรื่องการส่งเสริมสินค้าเกษตร โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น ต้นทุนสินค้าเกษตรที่สูงเกินไป ราคาขายที่ต่ำเกินไป ปัญหาการรับจํานวนและเทคนิคในการเก็บเกี่ยว และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการลดต้นทุนการผลิตและปุ๋ย พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขระยะสั้นและระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เสมอภาคของราคาผลผลิตทางการเกษตร

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ดิฉัน พรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ดิฉันขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก ท่านนคร มาฉิม ที่มีความห่วงใยในเกษตรกร ก็คงจะไม่แตกต่างไปจากท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในสภาทุก ๆ ท่านนะคะที่มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรเช่นกัน ซึ่งถือว่าพี่น้อง เกษตรกรเปึนผู้ที่ยังมีความทุกข์ยากแล้วก็ยากจนอยู่ อีกทั้งยังเปึนคนส่วนใหญ่ของ ประเทศด้วย ฉะนั้นในสิ่งนี้ก็คือพวกเราทุก ๆ คนให้ความตระหนักและก็ต้องการจะแก้ไข ปัญหา รัฐบาลก็มีนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไปเมื่อวันที่ ๓๐ เช่นกันนะคะ ที่จะดูแล เสถียรภาพสินค้าเกษตร โดยจัดให้มีระบบประกันความเสี่ยงด้านราคา สินค้าเกษตร พัฒนาตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าให้เข้มแข็ง สร้างตลาดกลางสินค้าปลีก สินค้าเกษตร ทุกภูมิภาค ซึ่งตรงนี้ก็คือเปึนนโยบายที่ทางรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ต้องตระหนักและก็ถึงบทบาท หน้าที่นี้ ตัวดิฉันเองถึงแม้จะเพิ่งมารับตําแหน่งได้เพียง ๒ อาทิตย์ แต่ก็ได้พยายาม แล้วก็ทํางานกันอย่างเต็มที่ทั้งดิฉันและก็ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรอย่างที่เรียนให้ทราบว่าเปึนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้คนจํานวนมาก แล้วก็ส่วนใหญ่ยังยากจนอยู่ ปัญหาของสินค้าเกษตรดิฉันสรุปได้สั้น ๆ เลยนะคะว่า ต้นทุนสุดปลายฟัา ราคาขายต่ําติดดิน ตรงนี้นี่คือปัญหาจริง ๆ ปัญหาเรื่องของราคา ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ดิฉันประมวลได้ก็คือเรื่องราคารับจํานําอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ พูดถึง ราคารับจํานําเนื่องจากว่าเปึนราคาที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน ค่อนข้างจะกลไก ตลาดมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ทําให้เกิดปัญหาขึ้นมา

ในส่วนปัญหาข้อที่ ๒ ก็จะเปึนเรื่องของข้อมูลของปริมาณผลผลิตที่ไม่เกิด ความชัดเจน คงต้องมามีการทบทวนในกระทรวงระหว่างกระทรวง

ในส่วนที่ ๓ ก็คือประเทศผู้รับซื้อประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ก็เลยชะลอ การสั่งซื้อ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาที่ดิฉันพอประมวลออกมาได้เปึน ๓ ข้อนะคะ

ในการแก้ไขปัญหา ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว

ในระยะสั้น ในเรื่องของราคารับจํานํา คืออย่างที่เรียนว่าค่อนข้างจะ คลาดเคลื่อนกับราคาตลาดแล้วก็บิดเบือนกลไกตลาดอย่างมาก แต่ต้องยอมรับว่าเปึน สิ่งจําเปึนที่ต้องทํา ถือว่าเปึนการช่วยเกษตรกรอย่างแท้จริง ตรงนี้เปึนภาระหน้าที่ที่จะต้อง ช่วยกันดูแล ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องเรียนว่าไม่ได้เปึนผลดีในระยะยาว เพียงแต่ว่าต้องช่วย เกษตรกรและก็ต้องให้ได้รับถึงผลที่แทรกแซงถึงมืออย่างแท้จริงนะคะ

ในเรื่องของการแก้ปัญหาระยะสั้นอีกส่วนหนึ่งของกระทรวงพาณิชย์ก็คือ ข้อมูลการผลิต ที่อย่างที่เรียนว่าไม่ตรงกับข้อมูลจริง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็ได้ขอ งบกลางป้มาเพื่อจัดสรรในการที่จะจ้างบัณฑิตอาสา ในการที่จะช่วยตรวจตลาด สํารวจ ตลาด แล้วก็ดูข้อมูลผลิต ผลผลิตในพื้นที่ของเกษตรกรที่ทุก ๆ พื้นที่ โดยให้ประสานกับโรงเรียนแล้วก็ผู้นําชาวบ้าน รวมถึง อบต. ซึ่งตรงนี้ก็เปึนการจ้างงานอีก อย่างหนึ่งที่จะช่วยของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ตรงนี้ในการแก้ไขปัญหา ระยะสั้นนี้มีข้อที่ดิฉันคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์อีกข้อหนึ่ง ก็คือจะเปึนเรื่องของการ จัดระบบสต็อก (Stock) นะคะ อันนี้จะเปึนเน้นในเรื่องของข้าว ซึ่งจะเปึนการรักษา เสถียรภาพของราคา แล้วก็จะต้องจับมือกับเวียดนาม จีน ให้เปึนรูปธรรมชัดเจน ซึ่งคาดว่าเราจะไปประสานกับทางเวียดนามในเร็ววันนี้นะคะ ก็ได้มีการวางแผนแล้ว เพื่อที่จะเปึนช่องทางในการระบายสินค้า ระบายข้าว ให้เปึนระบบจีทูจี (G to G) ให้มากขึ้น ตรงนี้คือสิ่งที่เปึนการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นของกระทรวงพาณิชย์

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาระยะยาวนี้นะคะ ก็จะมีการเริ่มสิ่งเหล่านี้ อาจจะต้องใช้เวลาอย่างที่ว่าก็คือการแก้ปัญหาระยะกลางไปถึงยาวนี่นะคะ ต้องใช้เวลา พอสมควรแต่ดิฉันคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มในการที่จะแก้ไขในการที่จะ จัดระบบราคาพืชผล ประกันราคาพืชผล รวมถึงประกันภัยพืชผล โดยจะแต่งตั้ง คณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็เกษตรกร เพื่อที่จะนําเรื่องนี้ เสนอ ครม.ให้เปึนนโยบายไปที่สุด สุดท้ายโดยเร็วที่สุดเลย

ในส่วนที่แก้ไขปัญหาอีกประเด็นหนึ่งก็จะเปึนในเรื่องของการประชุม อาเซียนที่จะมาถึงนี้นะคะ ก็จะหยิบยกประเด็นปัญหาของเรื่องสินค้าการเกษตรหารือกับ รัฐมนตรีพาณิชย์ของประเทศต่าง ๆ ที่มาร่วมประชุมนะคะ เพื่อสร้างอํานาจในการต่อรอง ในตลาดโลก ซึ่งอาเซียน ๑๐ ประเทศ ต้องถือว่าเปึนผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ที่เราจะต้องมาทําตลาดร่วมกัน อันนี้ก็ถือเปึนโอกาสในการที่จะพูดคุยกับผู้นําอาเซียน นะคะ

ในประเด็นถัดมา ตรงนี้ก็คือต้องใช้เวลาอีกเช่นกัน ก็คือการส่งเสริมการซื้อ ขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า แล้วก็การทําคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง ตรงนี้ต้องได้รับการ ทบทวนแล้วพิจารณาว่าจําเปึนที่จะต้องหาตลาดที่เกษตรกรจะต้องทราบถึงจํานวนที่ผู้ซื้อ ต้องการ ผู้ผลิตก็จะได้ทําตรงตามนั้น ปัญหาการล้นตลาดของสินค้าเกษตรก็จะได้รับ การแก้ไข การแทรกแซงซึ่งเปึนการแก้ไขปัญหาระยะสั้นก็จะทุเลาเบาบางไปได้มาก นะคะในการทําคอนแทรคท์ ฟาร์มมิง ตรงนี้ดิฉันก็ได้มอบนโยบายไปในเรื่องของข้าว ในสต็อกปัจจุบันนี่นะคะ ที่จะนําไปเทรด (Trade) ในตลาดเกษตรล่วงหน้านะคะ ซึ่งจะ เปึนโครงการนําร่อง เราจะทําเพียงบางส่วนมิได้หมายความว่าทั้งหมด เปึนการนําร่อง เพื่อประเมินดูว่ามีความเปึนไปได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็จะเปึนการสร้างความเชื่อมั่น ขออนุญาตนะคะท่านประธาน แล้วก็จะเปึนการสร้างความเชื่อมั่นแล้วก็เสริมสภาพคล่อง ที่จะดึงดูดผู้ประกอบการในระยะยาวที่จะทําให้เกษตรกรสามารถที่จะวางแผนการปลูกได้ นะคะ

ในส่วนประเด็นถัดมา อันนี้อาจจะเปึนเรื่องของ ต้องเรียนชี้แจงเรื่องของ ข้าวปัจจุบันนี่นะคะ ข้าวหอมมะลิอย่างที่เมื่อกี้ท่าน ส.ส. ได้พูดถึงที่รับจํานํา อันนี้คือ ทั้งข้าว ทั้งมันสําปะหลัง ทั้งข้าวโพดอะไรนี่นะคะที่เปึนปัญหา ต้องเรียนตามตรงว่าปัญหาของการรับจํานําที่เกิดขึ้นสรุปปัญหาได้ก็คือ ในเรื่องของ สถานที่ที่ว่าไม่เพียงพอ อันที่จริงต้องเรียนว่า อคส. นี่เป่ดครอบคลุมมากเลยนะคะแทบทุก จังหวัด ดิฉันมีรายละเอียดตรงนี้ ก็อาจจะเดี๋ยวให้ท่านได้พิจารณาทีหลัง แต่ว่าปัญหาจะ เปึนเรื่องของใหญ่ ๆ ก็คือบางทีอยู่ในโกดัง อยู่ในระหว่างการทําสัญญากับ อคส. ตรงนี้ เปึนเรื่องของการทํางานในระบบในเชิงเทคนิคที่ว่าการทําสัญญากับ อคส. จะต้องมีการ วางเงินค้ําประกัน มีอะไรอย่างนี้ ซึ่งมันติดจากตรงนี้ก็เลยทําให้ที่รับจํานําอาจจะดูว่า น้อยไป แต่ว่าทั้งนี้ก็ได้เร่งแก้ไขในทุกที่ที่มีปัญหานะคะ

ในส่วนของข้าว ดิฉันขอกลับมาที่ข้าว เรื่องของข้าวต้องเรียนว่า ข้าวหอมมะลินะคะ ปัจจุบันจากนโยบายที่ได้ออกไปในการที่จะชะลอในการระบายข้าว ประกอบกับ ภูมิอากาศ แล้วก็ประเทศเพื่อนบ้าน ราคาข้าวหอมมะลิในปัจจุบันต้องถือว่า ณ วันนี้ เพิ่มขึ้น ๒,๐๐๐ บาท ต้องถือว่าสูงทีเดียว ในส่วนข้าวเจ้าก็เช่นกัน ๕ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นมา ๑,๐๐๐ บาท ข้าวเปลือกเหนียวก็เพิ่มขึ้นมา ๑,๕๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเปึนผลดีกับ พี่น้องเกษตรกรที่เรื่องของข้าวมีราคาที่สูงขึ้น

ในส่วนของต้นทุนการผลิตก็เช่นกัน เราก็ได้ดูแลในเรื่องของต้นทุนการผลิต ในเรื่องของปุิย ตรงนี้ลดลงกว่าครึ่งแล้วนะคะ อันนี้คือสินค้าที่ทางกระทรวงพาณิชย์โดย กรมการค้าภายในก็ดูแลเรื่องของต้นทุนให้พี่น้องเกษตรกรเช่นกันในเรื่องของปุิยนี่นะคะ น้ํามันก็ลดลงแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันคิดว่าก็คงจะทําให้ผลผลิตที่ออกมา เมื่อพี่น้อง เกษตรกรขายได้ก็น่าจะมีกําไรมากขึ้นนะคะ ซึ่งเปึนนโยบายของรัฐบาลโดยท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แล้วก็ทางพวกเราทุก ๆ ท่านอยู่แล้วนะคะที่ต้องการให้ผลิตผลมี ราคาดี อันนี้คือเรื่องของข้าว

ในส่วนของข้าวโพด เดี๋ยวก็คงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ดิฉันขอพูดถึงมันสําปะหลัง มันสําปะหลังก็เช่นกันนะคะ คือโครงการข้าว อย่างเมื่อสักครู่นะคะ ๘ ล้านตัน เราก็รับจํานําไป ๓ ล้านกว่าตัน ก็ยังพอมีสต็อกเหลือที่จะ ให้เพิ่มอีกนะคะ มันสําปะหลังก็เช่นกันที่บอกว่าไม่มีจุดรับ อย่างนี้เมื่อสักครู่นี้ก็ได้อธิบาย ไปแล้วว่ามีติดปัญหาทางเทคนิคของผู้ประกอบการนะคะ ที่เรื่องของการวางเงิน ค้ําประกันมันสําปะหลังที่โครงการเปัาหมายคือ ๕ ล้านตัน ปัจจุบันก็แค่ ๒ ล้านกว่าตันเอง ก็ยังมีโครงการเหลือ แต่ปัญหาก็คือว่าที่ลานมันไม่สามารถจะรับจํานวนหัวมันสดใน แต่ละวันได้หมด แล้วพี่น้องเกษตรกรก็กลัวว่าจะไม่ได้ตามราคารับจํานํา ซึ่งจริง ๆ แล้วใน โควตายังมีจํานวนเหลืออยู่อีกนะคะ ก็เรียนไว้ตรงนี้ แล้วก็ปัญหาอย่างที่เรียนเมื่อสักครู่คือ โกดังก็ยังรอเรื่องของสัญญากับ อคส. ที่เรื่องเทคนิค เรื่องวางเงินค้ําประกันนะคะ ตรงนี้รัฐ ก็ช่วยเหลือจริง ๆ อันนี้คือเปึนข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ วันนี้กรมการค้าภายในและ อคส. ก็ได้ มีการประชุมร่วมกันกับผู้ประกอบการ ๔ สมาคมนะคะ ก็จะแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเรื่อง ของการรับจํานํา แล้วก็เรื่องของการแปรผลผลิต แล้วก็จะทําสัญญานะคะ อันนี้ปัญหา สุดท้ายก็คือเรื่องของการทําสัญญาก็จะทําให้เร็วขึ้น มันมีเรื่องของระบบในการบรรจุ แพคกิ้ง (Packing : การบรรจุ) เรื่องของแปังมันอยู่นะคะ ซึ่งตรงนี้ก็ได้รับการแก้ไข แล้วก็มี บทสรุปกันไปแล้วในวันนี้นะคะ

ในส่วนของปาล์มน้ํามันก็เช่นกัน ก็ยังมีโควตาเหลืออีกเยอะเลย นะคะ เพราะฉะนั้นเกือบ ๆ ๒ แสนตัน ซึ่งตรงนี้ทาง ครม. ก็ได้มีมติว่าจะเพิ่มให้ แสนหนึ่ง กับของเก่ารวมกันก็เกือบ ๒ แสนตันนะคะยังคงเหลืออยู่

ในส่วนเรื่องของปัญหาเรื่องข้าว เรื่องมันสําปะหลัง ก็คงจะหมดแล้ว ในส่วนของข้าวโพด เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็คง ได้มานําชี้แจง ส่วนในส่วนของดิฉันนี่นะคะ ดิฉันก็ขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน แล้วก็ พี่น้องเกษตรกรขอให้ได้มั่นใจว่าเรา ทั้งคณะรัฐบาล แล้วก็พวกท่าน ส.ส. ทุก ๆ ท่าน รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะไม่ทอดทิ้งนะคะ ปัญหานี้คือ ปัญหาใหญ่ของประเทศที่เปึนปัญหาที่หมักหมมมาตลอด เพราะฉะนั้นก็จะต้องขอพี่น้อง ประชาชนให้ใจเย็น เพราะว่าท่าน ส.ส. ทุก ๆ ท่านก็สะท้อนถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ให้กับสภา แล้วก็ให้กับทางรัฐบาลได้รับทราบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้เรา ก็พร้อมที่จะทํางานกันอย่างเต็มที่ขอให้เชื่อมั่น แล้วก็พวกเราจะทํางานอย่างเต็ม ความสามารถ แล้วก็ตามกําลังที่เราทําให้เกิดผลดีที่สุดกับทุก ๆ ท่านนะคะ ดิฉันโอกาสนี้ ก็อยากจะเรียนว่าเกษตรกรไม่สามารถจะหลุดพ้นไปจากความทุกข์ยาก ความยากจนได้ ถ้าการทํางานยังไม่โปร่งใส เกิดกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากล เพราะฉะนั้นตรงนี้ในยุคนี้ คงจะต้องมีการทบทวนและพิจารณากันใหม่นะคะ ดิฉันก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. นคร มาฉิม ที่ได้พูดถึงประเด็นปัญหาของสินค้าเกษตรตกต่ํา ซึ่งดิฉันพร้อมทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะน้อมรับ แล้วก็นําไปแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน กราบขอบคุณค่ะ เดี๋ยวขอเชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ค่ะ