อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อธิบายว่าเขาปฏิเสธที่จะตอบคำถามบางข้อเพราะเป็นนโยบายของฝ่ายบริหารที่ต้องการให้ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติตามข้อเท็จจริง ไม่แสดงความคิดเห็นว่าใครถูกผิด และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และยืนยันว่าความถูกต้องในบ้านเมืองจะต้องอยู่เหนือประโยชน์ของบุคคลใดๆ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประเดี๋ยวท่านผู้ชมจะเข้าใจผิดนะครับ เดี๋ยวนี้เรา ถ่ายทอดกระทู้ถามสดทางโทรทัศน์ให้ด้วยนะครับ ทําไมผมไม่ตอบ ที่จริงให้เหตุผลไปแล้ว แต่บังเอิญท่านพูดบอกว่า ผมไม่ตอบไม่เปึนไร ท่านมีสิทธิถาม ที่จริงข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๔๓ ท่านกรุณาอ่าน นะครับ กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๕) เปึนการให้ออก ความเห็น (๖) เปึนปัญหาข้อกฎหมายครับ แต่ที่ไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก เพราะว่าเกรงใจท่านฐานะผู้อาวุโสท่านอยากถาม แม้ไม่ตรงกับข้อบังคับ ท่านถามไปแล้ว ผมก็เลยเรียนให้ท่านทราบนะครับว่าที่จริงแล้วก็มีข้อคําถามได้เหมือนกันว่า ลักษณะ อย่างนี้เปึนกระทู้หรือไม่ แต่ว่าเหตุผลที่สําคัญกว่าที่กระผมไม่ตอบอย่างที่เรียนก็คือว่า เพราะว่าวันนี้ผมเปึนผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ์ายบริหาร และนโยบายของผมก็คือการให้ ผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติในเรื่องของการรักษากฎหมายทําอย่างตรงไปตรงมา มันไม่ใช่เรื่อง นโยบายครับที่จะไปบอกว่าคนนั้นทําถูก หรือคนนี้ทําผิด มันเปึนเรื่องที่ต้องว่าไปตาม ข้อเท็จจริง ถ้าหากว่าผมแสดงความคิดเห็นก็จะถูกตีความว่าเปึนการชี้นําว่าใครทําถูก ใครทําผิด ก็จะเปึนปัญหาสําหรับผู้ปฏิบัติ
ประการที่ ๒ ท่านบอกว่า ผมไปเรียกนายตํารวจมาแล้วก็จะรื้อฟุ๋นคดี ผมไม่ได้ใช้คําว่า รื้อฟุ๋นนะครับ ผมบอกว่ามันมีคดีความที่มีการดําเนินอยู่ แล้วก็เขามา รายงาน มีอุปสรรคอะไร ผมก็เร่งรัดและก็ขอให้เขาประมวลมาว่ามีปัญหาอะไรที่รัฐบาล จะจัดการได้ เพื่อเราจะได้รักษาความเปึนธรรมและรักษากฎหมายในสังคม เมื่อเปึนเช่นนี้ ก็จึงไม่มีประเด็นอะไรที่สลับซับซ้อนเลยครับ แล้วก็อยากจะเรียนว่า ถ้าท่านบอกว่าสิ่งที่ กระผมทําไปไม่เหมาะสม กรุณาไปถามคนในรัฐบาลท่าน ว่าที่เรียกหลายคนมาแล้วบอก ว่า อย่าทําคดีนั้น อย่าทําคดีนี้ เหมาะสมหรือไม่ ตรงนี้ครับคือจุดที่มันเปึนปัญหาสืบเนื่อง มาถึงทุกวันนี้ วันนี้ผมจะไม่มีการไปบอกว่า ห้ามทําคดีนั้น ห้ามทําคดีนี้ มีแต่จะบอกว่า ให้ทําอย่างตรงไปตรงมา การแสดงความคิดเห็นของแกนนําพันธมิตรต่อการมาดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีของผมก็เปึนสิทธิของเขาครับ ท่านโกรธแทนผมก็ไม่เปึนไรครับ แต่วันนี้ผมจะไม่โกรธใคร เพราะตั้งใจทํางานให้กับประชาชนทุกคน เขาจะบอกว่าผม จะไม่มีโอกาสเปึนนายกรัฐมนตรีจนชาติหน้า ก็เปึนความเห็นเขาครับ เหมือนที่ท่านเคย แสดงความเห็นว่า ผมจะไม่มีทางเปึนนายกรัฐมนตรีจนกว่าหิมะจะตกที่ประเทศไทย ก็เปึนความเห็นเช่นเดียวกัน ก็เปึนสิทธิของแต่ละคนที่จะแสดงความคิดเห็นไป แต่จะ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร หรือคิดว่าการเข้ามาดํารงตําแหน่ง ของผม หรือจะพ้นไปจากตําแหน่งของผมจะมาโดยเงื่อนไขอะไรก็ตาม สิ่งที่ผมขอยืนยัน ก็คือว่า การดําเนินคดีต่าง ๆ เพื่อรักษากฎหมาย รักษาความยุติธรรมต้องทําอย่าง ตรงไปตรงมา ถ้าทําแล้วมีผลทําให้ผมพ้นจากตําแหน่ง ผมก็ยอมครับ เพราะจุดยืนของผม ก็คือว่า ความถูกต้องในบ้านเมืองต้องอยู่เหนือประโยชน์หรือสถานะของคนใดคนหนึ่ง ในสังคม ซึ่งรวมถึงตัวผมด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ขอให้ท่านสบายใจนะครับ
ส่วนที่ท่านถามว่าการกระทําของทางพันธมิตรมันเปึนการก่อการร้ายสากล หรือไม่ คือจะถามความเห็นผมนะครับ ผมก็กราบเรียนอย่างนี้ก็แล้วกันครับว่า เหตุการณ์ การชุมนุมที่สนามบินดอนเมืองก็ดี เหตุการณ์การชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิก็ดีนะครับ เปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามารับผิดชอบ ท่านเปึนรัฐบาลอยู่ หน่วยงานที่เขา บอกว่าเขาได้รับความเสียหาย เขาไปแจ้งความครับ แจ้งความให้ดําเนินคดี แต่ข้อหาที่ เขาไปแจ้งความนี่เขาก็แจ้งความว่าเปึนการร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการในเวลากลางคืน นะครับ เพราะฉะนั้นความเห็นของท่านว่าเปึนการก่อการร้ายสากลหรือไม่ ผมก็เคารพว่า เปึนความเห็นของท่าน แต่หน่วยงานที่เขาได้รับความเสียหายโดยตรง วันที่ท่านเปึน รัฐบาลอยู่เขาก็ไปแจ้งความในข้อหาอย่างที่ผมได้กราบเรียน ส่วนกรณีของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น ก็กราบเรียนนะครับว่าท่านไม่ได้เปึนแกนนํา พันธมิตร แกนนําพันธมิตรเขาก็แต่งตั้งกันตามระบบของเขานี่ครับ ไม่ได้มีตัวท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอยู่ แล้วก็วันนี้ท่านรัฐมนตรีก็เข้ามาทํางาน ถ้าปรากฏในวันข้างหน้าว่าท่านถูกแจ้งข้อหา มีการสืบสวนสอบสวนมีมูล ผมก็จะต้อง ดําเนินการตามมาตรฐานที่ผมได้ประกาศไปแล้วว่ากรณีเช่นนั้นท่านคงไม่สามารถอยู่ใน ตําแหน่งได้ ส่วนการทํางานในช่วงที่ผ่านมาก็กราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ทราบความคืบหน้าครับว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ต้องทํางานหนักในเรื่องของการเรียก ความเชื่อมั่นเพื่อจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน แล้วก็ถึงวันนี้ผู้นําของกลุ่มประเทศ อาเซียนทุกประเทศได้ตอบรับพร้อมที่จะมาร่วมประชุมกับเราแล้วในปลายเดือน กุมภาพันธ์นี้ครับ