สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ มกราคม ๒๕๕๒

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในเหตุการณ์ประท้วง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และถามนายกรัฐมนตรีว่าการกระทําของกลุ่มนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ และเรียกร้องให้ความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหา

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผู้แทนแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ กกต. ยังไม่ได้รับเปึนสมาชิกพรรคเพื่อไทยโดยสมบูรณ์แบบ ก็คาบเกี่ยวนะครับ จาก พลังประชาชนมาเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนทางบ้านสักเล็กน้อย ก็คือว่า สื่อมักไปรายงานทํานองว่าวันนี้ไม่มีผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่สามารถเป่ดญัตติไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีได้ ในความเปึนจริงไม่ใช่ครับ เปึนความเข้าใจผิดพลาดและคลาดเคลื่อนของผู้มีหน้าที่แล้วเปึนคนมีเครดิตในสังคม ให้สัมภาษณ์ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๘ ระบุชัด เสียงหนึ่งในห้าของสภาไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคลได้ นั่นมาตรา ๑๕๙ ว่าไป แต่เวลาไม่ไว้วางใจนี่ นายกรัฐมนตรีต้องใส่ชื่อว่าแล้วใครจะเปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้ระบุว่าต้องเปึนผู้นําฝ์าย ค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมเรียนอย่างนี้ผมให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่า การที่ยังไม่มี ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชน แต่อย่างใด แล้วในความเปึนจริงพวกผมนี่ยังไม่ได้คิดเรื่องญัตติไม่ไว้วางใจ เรียนท่าน ประธานรู้จักกับผมมานาน ผมทําหน้าที่ฝ์ายค้านเปึน ก็ทั้งชีวิตท่านนั่งป้กซ้ายมาตลอด เข้าห้องมาผมมาทางป้กขวา นาน ๆ จะอยู่ป้กซ้ายสักที วันนี้ผมได้ยื่นกระทู้ถามสด ท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ขอบคุณเหมือนคนอื่นนะ โอ้ย พอนายกรัฐมนตรีมาขอบคุณ นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจ ไม่ล่ะ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีท่านเปึนคนขยัน ท่านบอก ตลอดว่าท่านพร้อมตอบฝ์ายค้าน ท่านอาจจะมอบหมายในกรณีมีภารกิจ ท่านจะทํางาน ในสภาในกรณีที่มีการประชุมสภา ท่านยึดมั่นในระบบรัฐสภา เพราะฉะนั้นมาวันนี้ถือว่า เปึนหน้าที่ของท่าน หน้าที่ของผมกับหน้าที่ของท่านต่างกัน ถ้าความสัมพันธ์จะมีอยู่ เหมือนเดิมไม่มีปัญหา กระทู้ถามสดที่ผมถามก็คือว่า การดําเนินการกับกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ท่านประธานทราบเหมือนที่ผมทราบว่า เหตุการณ์มันเกิด ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ แล้วก็มาป้ ๒๕๔๙ ท่านนายกรัฐมนตรีขณะเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภา ผู้แทนราษฎรท่านก็ออกไปรอบหนึ่งไปพบปะประชาชนเปึนสิ่งที่ทําได้ไหม ตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ได้ครับ ท่านไปผิดล็อก (Lock) อีท่าไหนไม่รู้ ท่านก็เลยได้ฉายา มาร์ค ม ๗ ติดตัวมา ต่อมาวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มีการรัฐประหาร ฝ์ายทํารัฐประหารบอกว่า ๒ ฝ์ายจะทะเลาะกัน สุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พรรคพลังประชาชนยุบจาก พรรคไทยรักไทยมาเปึนพรรคพลังประชาชน พวกเรายืนยันต่อพี่น้องประชาชนคน ทั่วประเทศว่า วี โหวต โน (We vote No) เราไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับการแต่งตั้งจากคณะปฏิวัติ ผมไปปราศรัย ทุกที่ ผมบอกพี่น้องที่เคารพ ถ้าต้องการให้ท่านสมัครเปึนนายกรัฐมนตรีเลือก พรรคพลังประชาชน แล้วผมจะเปึน มท. ๑ และจะแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ก็ปรากฏว่า ประชาชนให้มา ๒๓๗ เสียง พรรคประชาธิปัตย์ได้ ๑๖๕ เสียง นี่ไม่ได้ยกย่องพวกผมว่า ชนะผม ไม่ชนะละครับ แต่เมื่อประชาชนเขาเลือกแล้วได้เสียงมากกว่า พอหลังจากนั้น ไม่นาน ก็พวกผมบอกสิครับว่าผมจะแก้รัฐธรรมนูญ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งใช้ชื่อว่า พันธมิตร บอกว่าแก้ไม่ได้ถ้าแก้จะคัดค้าน ก็เปึนสิทธิ เขาก็เลยบอกว่าต้องชุมนุมโดยสงบ ปราศจาก อาวุธอหิงสาท่านประธานครับ ๒๕ พฤษภาคม เขาประกาศเลยว่าจะชุมนุมประท้วง รัฐบาล รัฐบาลบอก เอ้าไม่เอา ไม่มีแก้รัฐธรรมนูญ เขาบอกไม่ได้เขาประกาศแล้วว่าต้อง ประท้วง ๒๖ สิงหาคม เขากระจายกําลังนับ ๑๐,๐๐๐ คน ป่ดล้อมทําเนียบ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ มีชุดดําป่ดหน้าบุกสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ หรือ เอ็นบีที (NBT : National Broadcast Television สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย) ๖ ตุลาคม ผู้ชุมนุมจากพันธมิตรได้ดําเนินการล้อมอาคารรัฐสภา ๗ ตุลาคม มีการแก้ไข ปัญหาและสลายม๊อบ (Mob : กลุ่มคน) ท่านนายกรัฐมนตรีตอนนั้นเปึนผู้นําฝ์ายค้าน ท่านใจร้อนครับ พอ ๙ ตุลาคม ท่านไปยื่นหนังสือเลยต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวหาเจ้าหน้าที่ ว่าทําอย่างนี้เปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนทํารุนแรงเกินกว่าเหตุ ก่อให้เกิดการเจ็บป์วยล้มตาย ท่านนายกรัฐมนตรีไปยื่น เพราะท่านเข้าใจว่าตํารวจนี่คงจะ ใช้ความรุนแรง ผมนี่เมื่อเปึนรัฐบาล ผมบอกตํารวจไม่ได้ใช้ความรุนแรง วันนี้เปึนฝ์ายค้าน ผมยังยืนหยัด ยืนยัน จุดยืนไม่เปลี่ยน ตํารวจไม่ได้ใช้ความรุนแรงและไม่มีใครสั่ง มันเปึนความบังเอิญในการปฏิบัติหน้าที่ คนนับหมื่นนับแสนมาล้อม เขาก็พยายามที่จะสลาย เพื่อเอาสมาชิกรัฐสภาออกจาก ที่ประชุมสภาไปให้ได้ สุดท้ายเราต้องเผ่นกันคนละทางสองทาง ผมไปก่อนท่านประธาน เพราะผมการข่าวดี ท่านประธานตามไปทีหลัง แต่นายกรัฐมนตรีได้รับเครดิตจากผู้มา ชุมนุมหน้ารัฐสภา ท่านออกไปมีคนขอถ่ายรูป ท่านออกไปมีคนขอลายเซ็น นั่นเปึนโชคดี ของท่าน ตอนนี้ท่านใจร้อนใช่ไหมครับ พอไปยื่นถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วันนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบอกว่ามีคนเข้าข่ายทําผิด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นี่ครับ จึงเปึนที่มา ของรัฐมนตรีนอมินี (Nominee : ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้ง) ลูกเข้าไปเกี่ยวข้อง รัฐบาลชุดนี้น่ารักครับ รัฐมนตรีบางคนนอมินีลูก รัฐมนตรีบางคนเปึนนอมินีพ่อ แล้วไปอยู่ กระทรวงเดียวกัน ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า พอมาถึงพันธมิตรเขาออกฤทธิ์ ออกเดชจะทําผิดอย่างไรนี่ ผมไม่ใช่พนักงานสอบสวน ผมเปึนฝ์ายค้าน ออพโพซิชัน ปาร์ตี้ (Opposition Party) ท่านเปึนรัฐบาล ผมอยากจะถามต่อว่า พอมาถึงการสลายม็อบ ออกไป แล้วก็ไปหน้าสภา ด้านข้างไปทางพรรคชาติไทย มีสารวัตรจ๊าบตายคนหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีไปงาน วันนี้อํานาจอยู่กับท่านนะครับ น้องโบว์ตายหน้า บช.น. สารวัตรจ๊าบตายในรถ มติชนรายงานข่าวเรียบร้อยว่าระเบิดเกิดจากในรถ ผมอ่านจาก มติชน แพทย์หญิง แพทย์ชาย พลอากาศตรี แพทย์หญิง ชันสูตรศพบอกเรียบร้อย ทีนี้พอ มาถึงอันหนึ่ง คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ประกาศว่าสงครามเก้าทัพ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ นี่ต้องตําหนิ คุณเปึนใคร ที่คุณมาบอกเรื่องสงครามเก้าทัพ สงครามเก้าทัพเปึนเรื่องของเจ้าฟัา เจ้าแผ่นดินที่ทรงรบทัพจับศึก เปึนพระอนุชาล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑ รบทัพเก้าทัพที่ ทุ่งลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี อ้ายกลุ่มพันธมิตรพวกนี้ไม่มีสิทธิที่จะไปเทียบพระบารมี ดําเนินการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ หาดใหญ่ยึดไหม ยึด สุราษฎร์ธานีเอาไหม เอา ภูเก็ต เปึนอย่างไร เอ้า ทําด้วย ดอนเมืองเปึนอย่างไรเอาอีก สุวรรณภูมิก็ยึด

ข้อแรก ผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าการกระทําของกลุ่ม พันธมิตรลักษณะนี้ เริ่มต้นเมื่อ ๒๕ พฤษภาคม แล้วมาจบวันที่ ๒ ธันวาคม แต่พันธมิตร เขาบอกว่าจบ ๓ เพราะศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน เขาบอกของเขา ๑๙๓ แต่พวกผมบอกว่า ๑๙๒ เท่ากันครับ ๒๕ พฤษภาคม มาป่ดท้ายเมื่อ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ คําถามข้อแรก ถามท่านนายกรัฐมนตรีว่า การกระทํากลุ่มพันธมิตรนั้นมีความผิดตาม กฎหมายไหมครับ และในขณะเดียวกันผมถามพวก ถ้ามีผิดตามกฎหมาย ผิดตาม กฎหมายอะไรบ้าง นี่เปึนคําถามข้อที่หนึ่งครับ