อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการชุมนุมและการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตร โดยอธิบายว่า ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและทุกคนก็มีสิทธิในการใช้สิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าความสมานฉันท์จะยืนอยู่บนความถูกต้องและความยุติธรรม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุณาถามกระทู้ ในเรื่องของการชุมนุมและก็การดําเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรนะครับ บังเอิญพาดพิงมา ถึงผมหลายเรื่อง ก็ขออนุญาตเรียนเบื้องต้นอย่างนี้ครับว่า จุดยืนในการทํางานของผม ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลเหมือนกันนะครับ นั่นก็คือว่าทุกคนก็ต้องอยู่ภายใต้ กฎหมาย และทุกคนก็มีสิทธิในการที่จะใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น บางเรื่องที่ท่านพาดพิงถึงกระผมในอดีต ที่จริงก็ไม่อยากจะรบกวนเวลา เพราะว่า กระทู้ถามสดเวลามันจํากัด เอาสั้น ๆ นะครับ ท่านพาดพิงว่า เอ๊ะ ผมไปทําอะไร ไปป่ด เรื่องมาตรา ๗ ก็เรียนให้ทราบนะครับว่า เรื่องมาตรา ๗ นี่มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แล้วก็ถ้าดูเอกสารก็คงไม่เปึนปัญหา ผมไม่เคยเสนอให้มีการใช้มาตรา ๗ โดยไม่เปึนไป ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมปราศรัยที่สนามหลวงวันนั้นในยามที่บ้านเมือง วุ่นวายว่า ทางออกทางหนึ่งก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในคณะนั้นลาออก เมื่อลาออกแล้ว เนื่องจากไม่มีสภาในขณะนั้น ก็จึงเท่ากับว่าไม่มีบทบัญญัติใดที่รองรับ ก็ต้องไปใช้ มาตรา ๗ เท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้นหนึ่งนี่มันเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีการเสนอให้ใช้นอกรัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๒ ถามว่าเปึนประชาธิปไตยไหม ผมก็บอกว่า ถ้าวันนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรีลาออก ซึ่งเปึนข้อเรียกร้องของฝ์ายอื่น ๆ อยู่ ก็แทบ จะเรียกได้ว่าเปึนฉันทามติของทุกฝ์าย ก็เท่ากับว่าเปึนความประสงค์ของทุกฝ์ายที่จะเดิน ไปตามช่องทางนั้น ส่วนท่านจะดําเนินการหรือไม่ ผมก็ได้พูดตั้งแต่วันนั้นว่าเปึนสิทธิ ของท่าน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือโอกาสทําความเข้าใจนะครับ
ประการที่ ๓ ที่ท่านพูดถึงว่าผมทําอะไรบ้างในช่วงของการชุมนุม ส่วนใหญ่ก็ถูกต้องครับ แล้วก็เปึนไปตามสิทธิเสรีภาพทั้งของตัวผมเอง แล้วก็การพิจารณา ถึงความเหมาะสมในการที่จะยืนยันสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุม แต่ คลาดเคลื่อนนิดหนึ่งก็คือ ท่านพูดถึงเหตุการณ์วันที่ ๗ ว่าท่านออกไปด้วยความ ยากลําบาก ผมเดินออกไปแจกลายเซ็น ถ่ายรูปอะไรทํานองนั้น ที่จริงไม่ใช่นะครับ วันนั้น ผมไม่มาประชุม แล้วก็แสดงจุดยืนชัดตั้งแต่เช้าว่าผมไม่มาประชุม เพราะไม่ต้องการฝ์า กองเลือดเข้าไป อันนี้ก็เลยไม่ได้มีกรณีที่ว่าผมออกจากสภาไปแล้ว ไปพบปะผู้คนผู้ชุมนุม ที่ป่ดล้อมรัฐสภาแต่อย่างใด มีอีกครั้งหนึ่งที่ผมตั้งใจเดินทางมาสภาก็คือ วันที่มี การประชุมในเรื่องของอาเซียนนะครับ แล้วก็วันนั้นผมก็เดินเข้ามา กําลังจะเข้ามาผ่าน ผู้ชุมนุมเข้ามา ก็ปรากฏว่าได้รับโทรศัพท์จากท่านประธานสภา ซึ่งบอกว่าได้เลื่อนไปแล้ว เท่านั้นเองครับ ระหว่างที่กําลังกลับขึ้นรถก็มีผู้ชุมนุมมา มีมาขอลายเซ็นจริง ถ่ายรูปจริง ก็จะได้ทราบเพื่อไม่ให้เกิดการคลาดเคลื่อน ทีนี้ประเด็นที่ท่านถามนี่ จริง ๆ แล้วอยากจะ เรียนหลักการว่า รัฐบาลแถลงนโยบายชัดเจนว่าต้องการที่จะเสริมสร้างความสมานฉันท์ และความสามัคคีของคนในชาติ แต่กํากับเอาไว้ครับว่า การสร้างความสมานฉันท์ ความสามัคคีของคนในชาตินี่จะยืนอยู่บนความถูกต้อง แล้วหัวใจสําคัญในเรื่องของความ สมานฉันท์ ผมได้ยืนยันไว้ว่าจะเปึนในกรณีของความสมานฉันท์ในทางการเมือง หรือ ความสมานฉันท์ในเรื่องของภาคใต้ ก็คือต้องมีความยุติธรรม เพราะความยุติธรรมเท่านั้น จะนําไปสู่ความสมานฉันท์บนความถูกต้องได้ เมื่อเปึนเช่นนี้ ก็เรียนท่านสมาชิกนะครับ ผ่านท่านประธานไปว่า ผมได้กําชับท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ว่าบรรดาคดีความ ทั้งหลายที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ขอให้ดําเนินการอย่างตรงไปตรงมา นะครับ ท่านสมาชิกถามผมในเชิงความเห็นว่าใครทําผิดอะไรบ้าง ในวันนี้ผมก็มีความเห็น ส่วนตัวของผม แต่ผมไม่บอกใครครับ เพราะผมต้องการให้เจ้าหน้าที่เขาดําเนินการอย่าง ตรงไปตรงมา ถ้าผมมาให้ความเห็นกับท่านว่า คนนี้ผิด คนนั้นไม่ผิด ก็จะกลายเปึนว่าผม ชี้นําการทําหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่เขา แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมได้กําชับไปแล้วว่าทุกคดี นะครับ ไม่ว่าจะดําเนินการเปึนการดําเนินการของฝ์ายใด ขอให้ทําตรงไปตรงมา อย่าละเว้น อย่ากลั่นแกล้ง อย่าถ่วงเวลา แต่อย่ารวบรัดจนทําให้เกิดความไม่เปึนธรรม ผมก็ได้ติดตามครับ เพราะว่าทราบว่าอยู่ในความสนใจ คดีเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ กลุ่มพันธมิตรนะครับ ถูกกล่าวหามีทั้งหมด ๓๒ คดีครับ ดําเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ๔ คดี สอบสวนยังไม่เสร็จ ๒๖ คดีครับ แล้วก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาอีก ๒ คดี อันนี้คือ ตัวเลขล่าสุดที่ผมได้รวบรวมมา เฉพาะเหตุการณ์สําคัญที่อยู่ในความสนใจ ก็เรียนว่า กรณีการชุมนุมในทําเนียบรัฐบาลนะครับ คดีนี้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้วครับ พนักงาน สอบสวนได้ส่งสํานวนไปยังอัยการเพื่อพิจารณา แล้วก็อยู่ในระหว่างขั้นตอนที่อัยการจะ เปึนผู้ดําเนินการ
กรณีที่ ๒ ก็คือวันที่ ๗ ตุลาคม ก็คือเหตุการณ์ที่มีการชุมนุมรอบรัฐสภา ก็อยู่ในระหว่างการสอบสวน และก็พนักงานสอบสวนกําลังเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูก กล่าวหาต่อไปนะครับ
ส่วนคดีที่ ๓ ก็คือ กรณีการชุมนุมที่สนามบิน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการ สอบสวน ทางเจ้าหน้าที่รายงานว่า สอบสวนไปแล้วประมาณร้อยละ ๘๐ ครับ ในส่วนของ ดอนเมืองนะครับ ส่วนกรณีของสุวรรณภูมิสอบสวนไปแล้วประมาณร้อยละ ๓๐ นะครับ แล้วก็กําลังดําเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่า ทุกคดีมีการเดินหน้าและคง ไม่เหมาะสมที่ผมจะมาให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่าใครผิด ใครไม่ผิด ผมต้องการให้ ดําเนินการอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็อยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมครับท่านประธานครับว่าความตั้งใจของผมนะครับ เนื่องจากเพิ่งเป่ดสภามาได้ ๒ วัน ตั้งใจอยู่ครับว่าอยากจะปรึกษาหารือกับทางแกนนํา ของพรรคฝ์ายค้านให้เกิดความสบายใจว่าการทํางานของรัฐบาลนี่จะเปึนไปในลักษณะ ของสมานฉันท์บนความถูกต้องอย่างแท้จริง เดี๋ยวหลังกระทู้ถามสดยินดีที่จะพบกับท่าน ผู้ถามกระทู้หรือว่าประธานวิปฝ์ายค้านเพื่อปรึกษาหารือในเรื่องนี้ต่อไปครับ