สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๙ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้ เมื่อเลิกประชุม ๙๗ คน
นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เรียนท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อมาประชุมจำนวน ๕๘ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเป่ด การประชุมเพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม รับทราบ พระบรมราชโองการ

ด้วยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง

จึงขอเชิญท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ ขอเชิญ เลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)
นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ ราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

“พระบรมราชโองการ

ประกาศ

แต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรั่ฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง

_________________

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

โดยที่นายวรากรณ์ สามโกเศศ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ขอลาออก จากตำแหน่ง เพื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ ตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญว่างลง จึงแต่งตั้งให้นายโอรส วงษ์สิทธิ์ เปึนสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญแทนตําแหน่งที่ว่าง ตามความในมาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ เปึนป้ที่ ๖๒ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ”

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ขอบพระคุณครับ เชิญนั่งครับ ท่านสมาชิก โอรส วงษ์สิทธิ์ อยู่ในห้องประชุมหรือเปล่าครับ ท่านครับ ต่อไปเปึนการกล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ก่อนเข้ารับหน้าที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการกล่าวคำปฏิญาณตนในที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อรักษาแบบธรรมเนียม ประเพณีที่ดีงาม ผมจึงขอเชิญท่านโอรส วงษ์สิทธิ์ โปรดยืนขึ้นเพื่อกล่าวคำปฏิญาณตน ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยผมจะกล่าวน้ำ และท่านโปรดระบุชื่อท่านหลังคำว่า ข้าพเจ้า ด้วยในตอนต้น

“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ในการ ร่างรัฐธรรมนูญด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยคํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชนเปึ้นสำคัญ จะไม่อยู่ในอาณัติมอบหมาย หรือคิดถึงประโยชน์ของบุคคลใด หมู่ใด คณะใดโดยเฉพาะ”

(นายโอรส วงษ์สิทธิ์ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำปฏิญาณตนต่อที่ประชุม ตามที่ ประธานได้กล่าวนํา)

ขอบพระคุณครับ เชิญนั่งครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ แต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่ง ที่ว่าง

ด้วยผมได้รับหนังสือจากประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ แจ้งว่า นายธนบูลย์ จิรานุวัฒน์ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ขอลาออกจากการเปึ้น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ และได้เสนอ นายวิจิตร สุระกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ เปึนกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแทนตําแหน่งที่ว่าง ผมจึง ข้อเสนอให้ที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง นายวิจิตร สุระกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ เปึนกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามมาตรา ๘ ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีสมาชิกท่านใด เห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง นายวิจิตร สุระกุล ผู้ทรงคุณวุฒิ เปึนกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญแทนตําแหน่งที่ว่างนะครับ

ท่านสมาชิกครับ ในตอนนี้มีคณะบุคคลที่ขอเข้าฟังการประชุม คือ ผู้บริหารท้องถิ่น และข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ยินดีต้อนรับนะครับ ขอบคุณครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รายงานผลการพิจารณาของคณะทํางาน เพื่อพิจารณา เสนอรายชื่อสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการและพิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการ ผมขอเชิญคณะทำงานเข้าประจำที่ครับ คณะทำงานตกลงให้ใครมา ชี้แจงหรือเปล่าครับ เชิญครับ

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร คณะทำงาน

เรียนท่านประธาน นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ขออนุญาตยื่นตรงนี้ได้ไหมคะ เนื่องจากว่ามีคณะทำงานจะมา ส่วนน้อยค่ะ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

มีส่วนน้อย

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร คณะทำงาน

แล้วก็ได้พิจารณากัน เรียบร้อยแล้วค่ะ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ก็คงได้ครับ เชิญครับ

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร คณะทำงาน

เนื่องจากว่ากรรมาธิการ วิสามัญประจำจังหวัด ๔ จังหวัด ที่ได้มีการแต่งตั้งไปแล้ว มีการขอลาออก แล้วทาง กรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๔ จังหวัด จึงได้ทำเรื่องขอแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญประจำ จังหวัดมาเพื่อให้สภาพิจารณาค่ะ ๔ จังหวัดนั้น ได้แก่ ๑. จังหวัดชัยภูมิ ๒. จังหวัดบุรีรัมย์ ๓. จังหวัดปัตตานี ๔. จังหวัดสมุทรสาคร ถ้าอย่างนั้นขอให้ท่านเลขานุการขานต่อค่ะ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เชิญครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ ราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

รายละเอียดของคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของ ประชาชนที่จะมีการขอเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีการลาออก และมีการขอเพิ่มเติม มีทั้งหมด ๔ จังหวัดด้วยกัน ผมขอนำเสนอจังหวัดแรกเปึนจังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากกรรมาธิการ คือนางสาวปัญเนตร สังข์สุวรรณกุล ได้ขอลาออก คณะกรรมาธิการ ขอแต่งตั้งนายองอาจ หล่มเพชร เปึนกรรมาธิการแทน ๒. จังหวัดบุรีรัมย์ มีการแต่งตั้ง เพิ่ม ๒ ตำแหน่ง

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เอาทีละจังหวัด ดีไหม เอาทีละจังหวัด เพราะฉะนั้นเมื่อกี้เปึนจังหวัดชัยภูมิ มีท่านเดียว คุณองอาจ มีผู้รับรองไหมครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองนะครับ แล้วก็ไม่มีใครคัดค้านนะครับ ก็ถือว่าตั้งนายองอาจ หล่มเพชร เปึนกรรมาธิการแทน กรรมาธิการที่ลาออก ต่อไปจังหวัดต่อไปครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ ราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ขออนุญาตไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ครับ มีการตั้งกรรมาธิการเพิ่ม ๒ ตำแหน่ง แล้วก็มีการตั้ง ซ่อมแทนตำแหน่งที่ลาออกไปอีก ๑ ตำแหน่ง ตำแหน่งที่ตั้งเพิ่มคือ ๑. นายเกษม วัฒนธรรม ๒. นายพลกฤต เนาว์ประโคน นี่คือการตั้งเพิ่ม และ ๓. นางสาวลัดดา แต่งงาม นี่เปึนการแต่งตั้งซ่อมครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ของจังหวัดบุรีรัมย์ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดคัดค้านนะครับ ถือว่ามีมติแต่งตั้งกรรมาธิการทั้ง ๓ ท่านของจังหวัดบุรีรัมย์ ตามที่เสนอนะครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ ราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ขออนุญาตไปที่จังหวัดปัตตานีครับ เนื่องจากนายอนุชิต งามขจรวิวัฒน์ ได้ขอลาออกจาก ตำแหน่งคณะกรรมาธิการนะครับ คณะกรรมาธิการได้ขอแต่งตั้ง นางก่อมารีเยาะ อาแว เปึนกรรมาธิการแทนครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองนะครับ มีผู้คัดค้านไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกคัดค้าน)

ไม่มีนะครับ ถือว่า มีมติแต่งตั้งกรรมาธิการ ๑ คนแทนในจังหวัดปัตตานี้นะครับ ผ่านนะครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติ ราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ต่อไปจังหวัดสมุทรสาคร กรรมาธิการได้ขอลาออกคือ นายการุญ วรฉัตร ได้ขอลาออก จากตำแหน่งนะครับ คณะกรรมาธิการได้ขอแต่งตั้ง นายสมศักดิ์ พรโชควัฒนา เปึนกรรมาธิการแทนครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรอง แล้วนะครับ มีผู้คัดค้านไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกคัดค้าน)

ไม่มีนะครับ ถือว่า มีมติแต่งตั้งกรรมาธิการแทนกรรมาธิการที่ลาออกในจังหวัดสมุทรสาครนะครับ ขอบคุณ คณะทํางานนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ ขอเชิญ คณะกรรมาธิการฯ ภาคใต้ เข้าประจำที่นะครับ เชิญครับ ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเดโช ส่วนานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง

พร้อมไหมครับ เรียนเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงรายงานนะครับ เชิญครับ

นายอุทิศ ชูช่วย ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอุทิศ ชูช่วย ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ในภาคใต้ ขออนุญาตท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกที่จะนำเรียนผลการปฏิบัติงาน กรอบการทํางานทั้งหมดของคณะกรรมาธิการฯ ภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัด ว่าเราได้ทําอะไร อย่างไร ถึงไหน ทั้งนี้อยากจะกราบเรียนท่านที่เคารพ ท่านประธานสภาครับ อยากจะ กราบเรียนเพื่อต้องการที่จะให้เห็นภาพรวมของการปฏิบัติงานของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในภาพรวมด้วย แต่เปึ้นการรายงานในส่วนของกรรมาธิการฯ ภาคใต้ เพื่อให้ประชาชน สื่อมวลชนได้รับทราบนะครับว่าเราได้ทําอะไรไปถึงไหน สิ่งที่น่าเปึนห่วงท่านประธานครับ ขณะนี้กระแสความไม่เข้าใจ ความข้องใจของพี่น้องประชาชนจากการที่ผมได้ลงไป ในพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัดนะครับ ประเด็นหลักขณะนี้ยังมองว่าการ ร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เปึนเรื่องของ ๓๕ คน เปึนเรื่องของพิมพ์เขียว เปึ้นเรื่องของการร่างไว้ เสร็จแล้ว และกรรมาธิการภาคต่าง ๆ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดไปจัดเวทีแสดง ความคิดเห็น รับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้นเปึ้นการทำแค่ให้ครบกระบวนการ ขั้นตอนการมีส่วนร่วมเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมจึงจำเปึ้นจะต้อง ขออนุญาตเวลาสภาแห่งนี้ในการที่จะนําเสนอว่าเราได้ทําอะไรในกรรมาธิการฯ ภาคใต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมจะกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้เปึนภาพรวมของภาค เปึนกิจกรรม ระดับภาค ส่วนในรายละเอียดก็อยากจะให้กรรมาธิการที่รับผิดชอบในแต่ละจังหวัดได้มี โอกาสชี้แจงในรายละเอียดในแต่ละจังหวัดด้วย เพื่อเปึนมาตรฐานหรือเปึ้นแนวทาง สำหรับในการลงไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในภาคอื่น ๆ ด้วย นะครับ ก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ประการแรกอยากจะให้เห็นภาพรวมว่าเรา ทำอย่างไร ที่ไหน และจัดอย่างไร เพื่อที่จะกราบเรียนให้เห็นว่านอกจากเราไปจัดเวทีแล้ว มันยังมีการเชื่อมโยง การสื่อสาร โดยข้อความร่วมมือจากสื่อสารของรัฐ ไม่ว่าจะเปึน สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุของ รัฐสภาเราก็เช่นกันครับ จะชี้ให้เห็นว่าในแต่ละเวที ถึงแม้ว่าเราจะจัดระดมคน ๒๐๐ คน ๕๐๐ คน ๗๐๐ คน แต่ด้วยสื่อไม่ว่าจะเปึนโทรทัศน์หรือวิทยุก็จะครอบคลุมพื้นที่ อย่างน้อย ๆ ในแต่ละครั้งที่เราจัดไม่น้อยกว่า ๑๐ จังหวัดในภาคใต้สามารถคลุมพื้นที่ได้ โดยใช้สื่อ ๒ สื่อนี้ นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานสภาได้ทราบนะครับว่า ขณะนี้เราทำมาถึงขนาดนี้แล้ว ยกตัวอย่างนะครับ สภาแห่งนี้เป่ดเมื่อวันที่ ๘ มกราคม กว่าเราจะขยับเคลื่อนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในส่วนต่าง ๆ ภาคต่าง ๆ จังหวัด ต่าง ๆ ได้ ใช้เวลา ๑ เดือนครับกว่าจะเคลื่อนออกไปได้ ผมจําได้ครับ ผมได้จัดร่วมกับ กรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมฯ ท่าน ดร. เจิมศักดิ์ เปึนเวทีแรก จัดเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันนั้นเราจัดอย่างนี้ท่านครับ เราได้เชิญกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด จังหวัดละ ๕ ท่าน มาประชุม เพื่อสัมมนาชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติงาน การจัดเวที การจดบันทึก ทั้ง ๆ ที่ขณะนั้น ประเด็นคำถามก็ยังไม่ชัดเจนว่าเราจะให้ประชาชนแสดงประเด็นคำถามใดบ้าง แต่ก็ ไม่ค่อยครับ ไม่ค่อยที่จะให้ทุกอย่างชัดเจน เพราะคอยไม่ได้ ถ้าค่อยนี่ทํางานไม่ทัน เพราะฉะนั้นต้องตะลุยไปข้างหน้า นี่คือสิ่งที่ได้ทํามานะครับ ในวันนั้นนี่นะครับ มีผล ต่อการปฏิบัติงานขับเคลื่อนการทำงานของภาคใต้เปึ้นอย่างยิ่งครับ เพราะ ๑๔ จังหวัด จังหวัดละ ๕ ท่านได้มาร่วมกัน มีวิทยากรที่จะเปึนผู้แนะนำ ซึ่งมีอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา พี่กรรณิการ์ และหลาย ๆ ท่านครับที่ได้ไปช่วยกรรมาธิการฯ ภาคใต้ของเรา ในวันนั้น เพื่อที่จะชี้แจงทำความเข้าใจให้สามารถขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็น ในภาพรวมของภาคใต้ได้ นี่คือครั้งแรกที่เราทำในช่วงเช้าของวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ และ ช่วงบ่ายครับ เราได้เชิญพี่น้องประชาชนในจังหวัดสงขลาเข้ามาประชุมประมาณ ๒๐๐ คน เป่ดรับฟังความคิดเห็นและให้กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๕ คน ในแต่ละจังหวัดได้เห็นการอภิปรายจริง ท่าน ดร. เจิมศักดิ์ อาจารย์จรัส สุวรรณมาลา เปึ้นผู้ดําเนินการอภิปรายให้เห็นว่าถ้าท่านไปจัดเวทีในต่างจังหวัด ในแต่ละอําเภอ ในแต่ละตำบลนี่ท่านต้องจัดอย่างไร และจะต้องมีใครไปช่วยท่านบ้าง เก็บรวมรวม อย่างไรถึงให้ข้อมูลที่เปึนข้อคิดที่เปึนความเห็นของพี่น้องประชาชนได้ถูกบันทึก และการ บันทึกนั้นมีค่ามีความหมายต่อสภาแห่งนี้ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ ก็นับว่าเปึนครั้งแรก ที่เราสามารถเชิญผู้ปฏิบัติงานจริงได้มารับทราบขั้นตอนการปฏิบัติ และหลังจากนั้น ได้เห็นการบันทึกจริง ได้เห็นการประชุมจริง และนำไปใช้จริง นี่คือครั้งแรกที่กรรมาธิการฯ ภาคใต้ได้ริเริ่ม ได้ทำขึ้นมาเพื่อที่จะกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ แล้วก็พี่น้องที่ฟังรายการ ถ่ายทอดอยู่นะครับว่านี่คือการทํางานของกรรมาธิการฯ ภาคใต้ หลังจากนั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ เวทีที่ ๒ เริ่มจริงแล้ว วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ เราจัดรับฟังความคิดเห็น ประชาชนในจังหวัดสงขลาอีกรอบหนึ่งครับ เปึนการทำจริง เปึนการบันทึกจริงมีประชาชน เข้าร่วมประมาณ ๓๐๐ คนนะครับ โดยเชิญสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะครับว่า ขณะนี้ในภาคใต้ของเราโดยเฉพาะสำนักประชาสัมพันธ์ เขต ๖ เราได้รับความร่วมมือจาก สื่อ ไม่ว่าจะเปึนสื่อทีวี หรือสื่อวิทยุ ดีมากครับ ทุกเวทีที่เราขอความร่วมมือไปเขาจะมา ถ่ายทอด ทีวีก็ถ่ายทอด วิทยุก็ถ่ายทอดเสียง ทำให้ประชาชนทางบ้านได้มีโครงข่าย ที่สำคัญก็คือมีการเชื่อมโยงไปยังสถานีต่าง ๆ ของ สวท. ครอบคลุมสิบกว่าจังหวัด ทุกครั้งไปที่เรามีการจัดประชุมกรรมาธิการฯ ภาคใต้ของเรานะครับ แน่นอนครับ ในแต่ละ เวทีก็จะมีข้อเด่น ๆ แนวคิดใหม่ ๆ ที่ผมก็อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานสภาผ่านไป ยังกรรมาธิการยกร่างฯ เช่น เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ที่เรามีการจัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา มีประเด็นหนึ่งที่แหลมคมที่อยากจะกราบเรียนว่า มีประชาชนเขาอยากจะเห็นในหมวด ของสิทธิเสรีภาพ อยากจะให้ตราเอาไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ของเกษตรกร ซึ่งผมก็จะนำเรียนในรายละเอียดต่อไปนะครับ ต่อมาครับ เวทีที่ ๑ เวที ที่สักครู่ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานสภานะครับ ท่านประธานสภา ท่านเดโช ส่วนานนท์ ได้กรุณาไปเปึนประธานเป่ดให้ผมที่จังหวัดสงขลา และเปึ้นที่สบายอกสบายใจ ของเวทีแห่งนั้นมากครับ ว่าอะไรครับ ว่ามันไม่มีพิมพ์เขียว เพราะอย่างท่านประธานเดโช ยังไปนั่งเปึนประธานให้ ผู้หลักผู้ใหญ่ยังไปเยี่ยมในการรับฟังความคิดเห็น นี่คือสิ่งยืนยัน ว่าประชาชนสบายใจขึ้นว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นถึงสภาแห่งนี้ ถึงประธานสภาแน่นอนนะครับ ท่านที่เคารพครับ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ เราได้จัดเวทีถ่ายทอดสด ๗๕ จังหวัดที่อำเภอ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักประชาสัมพันธ์ เขต ๖ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ต้องเอ่ยนาม ท่านผู้อำนวยการไพฑูรย์ ศรีรอด และ ทีมงานของประชาสัมพันธ์ เขต ๖ และประชาสัมพันธ์ จังหวัดสงขลาให้ความร่วมมือ ดีมากครับ ถ่ายทอด ๑ ชั่วโมงครึ่ง เชื่อมโยง ๗๕ จังหวัด มีวิทยากรในห้องส่งและ รับฟังความคิดเห็นเชื่อมโยงความคิดของประชาชนทั้ง ๗๕ จังหวัดในวันนั้น ยกเว้น กรุงเทพมหานครนะครับ ปรากฏผลเปึนอย่างไรครับ ท่านประธานครับ มีการเชื่อมโยง เสนอข้อคิด เสนอความเห็น และมีการบันทึกเอกสารต่าง ๆ กรรมาธิการฯ ภาคใต้เราได้ เก็บรวบรวมเปึ้นระบบและนําไปสู่กรรมาธิการยกร่างฯ นําไปสู่สภาร่างรัฐธรรมนูญ นี่คือ สิ่งที่อยากกราบเรียนให้ท่านได้ทราบ หลังจากนั้นครับเวทีต่อมาเปึนเวทีที่ ๔ วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานนรนิติ เศรษฐบุตร ท่านได้เสียสละเวลาไปเปึนประธานในพิธีเป่ด วันนั้นมีประชาชนเข้าร่วม ๗๐๐ คน โดยเราจัด ๓ จังหวัด แต่ใช้สถานที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเชิญจังหวัด พัทลุง จังหวัดตรัง ไปเข้าร่วม ท่านประธานนรนิติได้นั่งเปึ้นประธานรับฟังความคิดเห็น ประชาชน และมีการบันทึกเทปโทรทัศน์เพื่อที่จะนำไปเผยแพร่ในวันหลัง และวันนั้นมีการ ถ่ายทอดสถานีวิทยุถึง ๑๓ จังหวัดภาคใต้ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ นี่คือความเชื่อมโยง ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานนรนิติที่ได้ไป เปึ้นประธานในวันนั้น และประเด็นเด่น ๆ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก็จะได้ กราบเรียนในโอกาสถัดจากนี้ไปนะครับ ต่อมาเราได้จัดเวทีอีกเวทีหนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๗ หลังจากนั้นอีก ๗ วัน ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคนเข้าร่วมประชุม ๗๐๐ คน ท่านประธาน นรนิติ เศรษฐบุตร ก็ได้กรุณาไปเปึนประธานให้อีกครับ โดยเชิญพี่น้องประชาชนในจังหวัด ชุมพร ระนอง และก็สุราษฎร์ธานีมารวมตัวกัน เป่ดประเด็นตามประเด็นต่าง ๆ ที่สภา แห่งนี้ได้กำหนดว่า ให้กรอบทั้ง ๓ กรอบนั้นเปึ้นกรอบในการแสดงความคิดเห็น แน่นอน ครับ วันนี้สื่อต่าง ๆ ก็มาให้ความร่วมมือเชื่อมโยงสัญญาณ ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ อย่างดีเยี่ยมทีเดียว เวทีต่อมาที่จังหวัดสตูล พัทลุง และสงขลาใช้สถานที่จังหวัดสตูล มีประชาชนร่วม ๓๕๐ คน วันนั้นท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา แล้วก็ทีมงานของ กรรมาธิการฯ ภาคใต้ได้ไปร่วมเปึนประธานรับฟังพี่น้องประชาชน และเรามีแขกที่ผมเอง ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ ท่าน สสร. ปริญญา ศิริสารการ นะครับ ได้ให้เกียรติ ไปเยี่ยมเราด้วย เห็นเวทีของสตูล พัทลุง สงขลานะครับ แน่นอนครับ เด่น ๆ แนวคิดของ สตูลที่ผมอยากจะกราบเรียนสภาแห่งนี้ให้ทราบ ซึ่งผมคิดว่ามันค่อนข้างจะเปึนประเด็นที่ น่าสนใจครับ มีท่านที่สตูลเสนออย่างนี้ครับว่า เราบอกว่าให้ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจ ประชาชนนี่นะครับ จริง ๆ แล้วเขาบอกว่าต้องให้ชัดนะครับ เขาไม่อยากจะเห็นรัฐบาล อ่อนแอ เขาไม่อยากจะเห็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่สามารถกำหนดนโยบายที่ ชัดเจน ที่เปึ้นประโยชน์ต่อประชาชนได้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่อยากจะเห็นรัฐบาลที่ ไม่สามารถถูกตรวจสอบจากประชาชนได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเขาขอร้องว่าอย่างนี้ครับ เขาขอร้องว่าอย่าเขียนคําว่า ลดอํานาจรัฐ ได้ไหม แต่ต้องให้อํานาจการบริหารเข้มแข็ง ในขณะเดียวกันอํานาจการตรวจสอบทั้งของสภา และอํานาจการตรวจสอบของ ภาคประชาชนนี่ต้องเข้มแข็งมากขึ้น หมายความว่า ผู้บริหาร ฝ์ายบริหารนี่ต้องเข้มแข็ง พอที่จะบริหารจัดการบ้านเมืองได้ ไม่ใช่ปล่อยให้การบริหาร หรือฝ์ายบริหารนี่อ่อนแอ แล้วมันจะนําไปสู่วิกฤติของประเทศเราอีกรอบหนึ่งครับ เราร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เขาใช้ คำว่า อย่าใช้แบบกระด้านหก นะครับ แบบกระด้านหกก็คือหมายความว่าพอมีปัญหา ก็สุดขั้ว แล้วพอถึงเวลามันก็ดีดกลับ นี่คือสิ่งที่ได้ข้อคิดจากเวทีจังหวัดสตูล ท่านที่เคารพ ต่อมาจังหวัดนราธิวาสครับ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม เราจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นมีประชาชน ในจังหวัดนราธิวาสสี่ร้อยกว่าคนครับ แน่นขนัดโรงแรมอิมพีเรียล (The Imperial Hotel) นราธิวาส ทั้งหมดเลยครับ เต็มไปหมดเลยครับ แต่ว่าผู้ใหญ่เราที่ผมพยายามเชิญไม่ค่อย ว่างครับ เนื่องจากว่าจัดเวทีที่นราธิวาสหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ คราวหลังให้รีบจอง นะครับ ยังมีอีกเวทีหนึ่งครับ ที่ยะลา กระบี่ นี่ก็ยังมีอีกครับ แต่ว่าอาจจะจองเยอะนะครับ ยะลาอาจจะจองน้อย ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนสภาแห่งนี้ว่าขอให้จองไปนั่งฟังที่ ยะลากันเยอะ ๆ หน่อยนะครับ จะได้เปึนขวัญ เปึนกำลังใจ ให้กับพี่น้องใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ครับ สรุปนะครับว่าที่จังหวัดนราธิวาสนี่นะครับ มีท่านเสรี นิมะยุ เปึ้น สสร. ประจำจังหวัดนราธิวาสของเรา เราพยายามที่จะให้พี่น้องได้มีส่วนร่วม แต่ต้องกราบเรียนสภาแห่งนี้นะครับว่าเราทำงานในพื้นที่นี่ลำบากมากครับ เราอยากจะ ลงไปทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกตำบลครับ แต่ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ เราทำได้แค่ขณะนี้นะครับ ก็เรียกว่า พยายามที่จะจัดจุดใหญ่ ๆ แล้วก็เชิญพี่น้องเข้ามามีส่วนร่วม อย่างไรก็แล้วแต่ ครับ เวทีนราธิวาสนี่นะครับ น่าตกใจครับ ความเข้าใจของพี่น้องประชาชนที่บอกว่า เฮ้ย มันร่างกันเรียบร้อยแล้ว ขอโทษนะครับ เขาร่างกันเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะกราบเรียน สภาแห่งนี้ว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าพวกเรามีเวลา กรรมาธิการภาคใต้เราจะ เชิญให้พวกเราได้ไปนั่งรับฟัง จะได้เปึนขวัญเปึนกำลังใจว่าเราฟังเขาจริง ๆ และไม่มี พิมพ์เขียวจริง ๆ ยืนยันได้ครับ ถ้าเห็นหน้า ถ้าหน้าก็ไม่เห็นแล้วก็บอกว่ายังไม่มีพิมพ์เขียว บางทีพี่น้องยังไม่เชื่อนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอเชิญในเวทีต่อไปนะครับ นราธิวาสครับ ประเด็นที่น่าสนใจที่ผมคิดว่าเปึนความกังวลของพวกเรา และเปึนความกังวลของพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ท่านบอกว่าอย่างนี้ครับ โดยภาพรวม เรื่องสิทธิเสรีภาพ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ พอใจแล้วครับ ถือว่า เยอะแล้ว แต่เขาถามมาว่าแล้วมันเปึนไปตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือเปล่า การบังคับใช้ครับ ท่านที่เคารพครับ สิทธิมีจริง แต่การบังคับใช้นี่เขามีความรู้สึก ว่าเขาด้อยสิทธิครับ ด้วยผลของการบังคับใช้ ด้วยวิธีการปฏิบัติ ด้วยการนําไปปฏิบัติจริง ของภาคส่วนต่าง ๆ นี่คือข้อสะท้อนจากนราธิวาส ท่านที่เคารพครับ

ถัดมาล่าสุดเลยครับ เมื่อวันที่ ๑๐ แข่งกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ครับ ผมกลัวว่าจะไม่ทันเสียแล้วครับ เวทีที่ บีพี สมิหลา (BP Samila Beach Hotel) จังหวัดสงขลา ได้รับความกรุณาจากท่านรองประธานเดโช สวนานนท์ เปึนประธาน ในพิธีเป่ด และได้ประสานกับสำนักประชาสัมพันธ์ เขต ๖ ถ่ายทอดสดบรรยากาศสด ๆ ๓ ชั่วโมง ท่านที่เคารพครับ เผยแพร่ไปใน ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง เชื่อมโยงเครือข่าย รับโทรศัพท์รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทางบ้าน สถานีวิทยุ สวท. เชื่อมโยง เครือข่ายสัญญาณไม่น้อยกว่า ๑๐ จังหวัด เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ท่านประธานเดโชเปึน ประธานในการนั่งรับฟังความคิดเห็น บรรยากาศดีมากครับท่าน เปึ้นบรรยากาศที่แสดง ข้อคิดแสดงความเห็นในห้องประชุมหลากหลาย และพี่น้องประชาชนมีสิทธิที่จะ แสดงความคิดเห็นมาจากทางบ้านได้ด้วย นี่คือบรรยากาศที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าเราทำได้อย่างนี้ผมเชื่อว่าข้อกังวล ข้อกังขาต่าง ๆ และโดยเฉพาะถ้าได้เห็นหน้าผู้ใหญ่ บ้างว่ามาฟังจริงก็จะลดความกังวลลงไปในเรื่องของพิมพ์เขียว

ต่อมาในวันเดียวกันครับ ต้องขอบคุณท่าน ผอ.ศอบต.นะครับ ท่านพระนาย สุวรรณรัตน์ ได้มาเปึนประธาน และท่านนั่งฟังร่วมกับกรรมาธิการฯ ภาคใต้ ของเรา ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา ตลอด ๒ ชั่วโมงเต็มครับ ก็ได้คล้ายความกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาวิทยาลัยทักษิณ มีผู้ที่อยู่ในวงการศึกษาได้นำเสนอข้อคิด ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ในมาตรา ๔๓ ซึ่งผมจะนํารายละเอียด ให้ท่านทราบ แล้วก็จะส่งรายละเอียดนี้ให้กับท่านประธานสภาต่อไป เปึนปากเปึ้นเสียง เพื่อต้องการที่จะปรับปรุงการศึกษาของชาติทั้งระบบ เขาบอกว่าต้องมีการปรับปรุง และเปึนบรรยากาศที่ดีมากครับ

ถัดมาล่าสุดเลยเมื่อวานนี้เองครับ ร้อน ๆ อยู่เลยครับที่จังหวัดปัตตานี ได้จัดเวทีที่จังหวัดปัตตานี มีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า ๔๐๐ คน ต้องขอบคุณ ท่านศิวะ แสงมณี พี่กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร กรรมาธิการฯ ภาคใต้ทุกคนครับที่ได้ไปให้กำลังใจ และนั่งรับฟังพี่น้องใน ๓ จังหวัดภาคใต้ที่ปัตตานีเมื่อวานนี้ เปึ้นบรรยากาศที่ผมเอง ก็อยากจะกราบเรียนว่าตอนแรกก็หวั่น ๆ ครับ ตอนแรกก็กลัว ๆ ครับ แต่พอเราได้ฟัง เราเป่ดโอกาสให้ท่านเหล่านั้นได้แสดงข้อคิด แสดงความเห็น ถึงแม้นว่าจะนอกกรอบ ไปบ้าง ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะพูดถึงเรื่องกฎหมายลูก ซึ่งไม่เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญมากนัก แต่การได้ไปฟังซึ่งกันและกัน เปึนการระบายความทุกข์ความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดปัตตานี ผมคิดว่าเปึ่นบรรยากาศที่ดีมากนะครับ ท่านที่เคารพครับ หลังจากนั้น วันนี้เรายังมีงานของคณะกรรมาธิการฯ ภาคใต้อีกงานหนึ่งครับที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานสภา สสร. แห่งนี้นะครับว่าเราได้เชิญกรรมาธิการฯ ภาคใต้ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด จังหวัดละ ๓ คน ส่วนหนึ่งวันนี้ก็มานั่ง ร่วมรับฟังการประชุมสภาแห่งนี้อยู่แล้ว และในช่วงบ่ายนี้นะครับ บ่าย ๒ โมงเราจะประชุม สรุปและเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในการจดบันทึก ในการวิเคราะห์ข้อมูล เชิญคณะอาจารย์ เจิมศักดิ์ ท่านอาจารย์วรพล เชิญฝ์ายสำนักการคลังของสภาแห่งนี้เพื่อที่จะทำความเข้าใจ รอบที่ ๒ เพราะท่านอย่าลืมนะครับว่ากรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดบางจังหวัด ไม่มี สสร. อยู่เลยนะครับ ขาดการติดต่อ เพราะฉะนั้นเขามีความยากลำบากมากครับ ที่จะทำงาน เมื่อเช้านี้ผมได้คุยกับประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดชุมพร ท่านอวยชัย วรดิลก ท่านเปึนนายกเทศมนตรีเมืองหลังสวน ท่านบอกว่าท่านขาดการ ติดต่อจากรัฐสภาแห่งนี้ไปพอสมควร แต่ผมบอกว่าจากนี้เปึนต้นไปเราก็จะร่วมกัน อย่างใกล้ชิด เชิญท่านมาวันนี้เพื่อที่จะให้คณะทำงานของท่านอย่างน้อย ๓ ท่านมาหารือ กันใหม่ว่าสิ่งที่ทำมาใน ๑ เดือนมีข้อบกพร่องอะไร และควรจะเพิ่มจุดแข็งอะไรที่จะให้งาน ของกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดในภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัด ประสบความสำเร็จ ผมได้บอกกับท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดชุมพร ว่า พี่ครับ เพิ่งเริ่มยก ๑ นะครับ ยกที่ ๒ หนักกว่านี้นะครับ เพราะเมื่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับร่างออกมาแล้วเสร็จ เรายังต้องปูพรมอีกหลายเวทีเพื่อที่จะเอารัฐธรรมนูญฉบับร่าง ให้ประชาชนดูว่ามาตรา ๑ ถึงมาตราสุดท้ายที่เข้าร่างมานี้ประชาชนจะว่าอย่างไร จะมี ข้อคิด จะมีความเห็น จะมีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างไร หลากหลายครับ เพราะฉะนั้น เราต้องเตรียมความพร้อมเสียแล้วตั้งแต่วันนี้ ซักซ้อมกันใหม่เพื่อที่จะชกต่อในยกสอง ยกสาม ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คืองานวันนี้ จนถึงวันนี้นะครับว่าเรากรรมาธิการฯ ภาคใต้ ได้ดำเนินการมาอย่างไรบ้าง และขออนุญาตประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า เลยครับ วันที่ ๑๗ มีนาคม วันเสาร์หน้านี้ครับ จะมีเวทีที่หาดใหญ่นะครับ เปัาหมายคน ประมาณ ๓๐๐ คน จัดร่วมกับสำนักประชาสัมพันธ์เขต ๖ เช่นกันครับ หุ้นกันครับ สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๖ ออกค่าค็อฟฟ้ื เบรก (Coffee break) กรรมาธิการฯ ภาคใต้ ออกค่าอาหาร ๑ มื้อครับ และเชื่อมโยงสัญญาณทีวีช่อง ๑๑ อย่างน้อย ๑ ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ ๑๖.๐๐ นาฬิกาเปึ้นต้นไป เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนเชิญท่านกรรมาธิการและ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้เข้าร่วมเปึนกำลังใจให้กับพี่น้องทางภาคใต้ด้วย วันที่ ๒๔ ครับ ที่อยากจะเชิญเปึนพิเศษที่ยะลาครับ ท่านประธานวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ประธาน วิสามัญประจำจังหวัดยะลาฝากว่าเชิญเยอะ ๆ หน่อยนะครับจะได้เปึนขวัญเปึนกำลังใจ กันนะครับ วันที่ ๒๔ ที่ยะล้านะครับ วันที่ ๒๘ ที่กระบี่ครับ ท่านอภิชาติ ดำดี เปึนหัวเรือ ใหญ่ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้คือภาพรวมของการปฏิบัติงานของกรรมาธิการฯ ภาคใต้ เพื่อให้เห็น เพื่อให้ประชาชนได้คลายความกังวลว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นเราได้พยายาม อย่างเต็มที่ที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตามวัตถุประสงค์ ตามเปัาหมายของสภาร่างฯ แห่งนี้ท่านที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอีก ๒ นาทีครับ จะสรุปประเด็นต่าง ๆ ในแต่ละเวที ผมทําอย่างนี้ครับ ให้เวลากับท่านทั้งหลายที่มาประชุมในห้องประชุมได้อภิปราย ตามกรอบทั้ง ๓ กรอบ และกรอบที่ ๔ คือกรอบอื่น ๆ นะครับ อย่างทั่วถึงกว้างขวาง และสุดท้ายนี่นะครับ ผมก็จะใช้วิธีสำรวจความคิดเห็นคร่าว ๆ โดยให้ยกมือ ว่าในแต่ละประเด็นห้องประชุมนั้น จังหวัดนั้น มีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งก็หลายเรื่องครับ ส่วนกับข่าว ผมใช้คำว่า ส่วนกับข่าว ที่เราได้ยิน ที่เราได้ฟัง ออกมาจากคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ ที่ชะอำ น่าคิดนะครับ เดี๋ยวประเด็นไหนบ้าง เดี๋ยวผมจะบอก เพราะฉะนั้น การรับฟังความคิดเห็นถ้าจะมีผลจริง ผมก็อยากจะกราบเรียนเพื่อนสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สรุปประเด็นต่าง ๆ ให้เร็ว เพื่อที่จะยันกับแนวคิดความเห็นของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ให้ได้ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันจะได้เปึนความเห็น ความคิดที่แท้จริงของประชาชน ถ้าไม่อย่างนั้นเราอ้าง ไม่ได้หรอกครับว่า ๓๕ คนเปึ้นตัวแทนของประชาชน เราอ้างไม่ได้หรอกครับว่า ๑๐๐ คน เปึ้นตัวแทนของประชาชน จนกว่าเราจะลงไปในพื้นที่จริง ขออนุญาตครับว่าในกรอบ ประเด็นที่ ๑ นะครับ เสียงส่วนใหญ่ในแต่ละเวทีเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ เห็นว่าสิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้น ประชาชนพึงพอใจแล้วครับ แต่ที่กังวลที่สุดก็คือการ ปฏิบัติจริงและกฎหมายลูก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะต้องเปึนไปตามเจตนารมณ์ ของการร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่นะครับ จะต้องมีการบันทึกเจตนารมณ์ และทําอย่างไรครับ ผู้บริหารองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่า จะเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายตุลาการ ฝ์ายบริหาร จะต้องปฏิบัติในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของสภาแห่งนี้ ผมเชื่อนะครับว่าสภาแห่งนี้เปึนสภาที่มีเจตนาดี และเจตนาบริสุทธิ์ในการที่จะให้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนให้ออกมาอย่างดี แต่ปัญหาว่าจะทำอย่างไรให้กฎหมายลูกหรือกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือให้มีสภาพการบังคับใช้จริง โดยเฉพาะพี่น้องใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ครับ เขาบอกว่าสิทธิที่ให้มาแล้วในป้ ๒๕๔๐ ก็มากพออยู่แล้ว แต่ทําอย่างไรให้มันปฏิบัติได้จริง

ประเด็นต่อมาครับ ในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านต่าง ๆ นะครับ ผมกราบเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับว่าในเรื่องของกรอบสิทธิเสรีภาพ เขาอยากจะเห็นเกษตรกรเปึนผู้ที่มีสิทธิที่จะเข้าถึงปัจจัยการผลิต ปัจจัยการผลิตมีอะไร บ้างครับ มีที่ดิน มีแหล่งน้ำ มีพันธุกรรม แล้วก็องค์ความรู้ สิ่งเหล่านี่จะต้องบันทึกไว้ เพราะว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ไม่มีครับ

ประเด็นต่อมาครับ การมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดีครับ การมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายก็ดีครับ การมีส่วนร่วมในการถอดถอน ดำเนินคดี กับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เขาเห็นด้วยอย่างมากครับ เปึ้นแนวทางเดียวกันหมดทุกเวทีครับว่าจะต้องทำได้ง่ายกว่านี้ ที่บอกว่าเซ็นกัน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ต้องลดลงมา ซึ่งไปยันกับแนวคิดที่บอกว่าจะต้อง ดีไซน์ (Design) อย่างไรครับ ไม่ให้ฝ์ายบริหารอ่อนแอ แต่ต้องตรวจสอบได้ง่าย และประชาชนมีส่วนร่วม

ต่อมาครับ ในเรื่องของการจัดกองทุนสนับสนุนภาคการเมือง ภาคพลเมือง ทุกเวทีครับ มีมติเกือบเอกฉันท์ครับ ยกมือกันเต็มห้องประชุมเลยครับว่าควรจะมีกองทุน สนับสนุนภาคพลเมือง ให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้สิทธิของตนเองให้เปึนไปตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญได้ โดยมีกองทุนสนับสนุนภาคพลเมืองเปึนโต้โผให้ครับ

ต่อมาครับ เรื่องของการกระจายอำนาจ การกระจายอำนาจให้องค์กร ท้องถิ่นนั้นเห็นว่าควรจะมีการระบุไว้ให้ชัดเจนในเรื่องของการเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร ท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกันเขาบอกอย่างนี้ครับ ไม่ใช่ให้อย่างเดียวนะครับ ต้องให้องค์กร ท้องถิ่นเหล่านั้นมีแผนที่จะเพิ่มรายได้ หารายได้ให้กับต้นเองด้วย ถ้าใครมี หรือท้องถิ่นใด หาเพิ่มได้ ๑๐ บาท รัฐจะเพิ่มให้เท่าไร เพื่อเปึ้นการที่จะให้ท้องถิ่นเหล่านั้นมีโอกาสพัฒนา รายได้ ไม่ใช่แบมือขออย่างเดียว นี่เปึนสิ่งที่สะท้อนออกมาจากท้องถิ่นครับ นอกจากนั้น ท่านที่เคารพครับ ผมขออนุญาตไปกรอบ ๒

กรอบที่ ๒ ในเวทีต่างจังหวัดจะมันมากครับ ขอพูดประเด็นแรกเลยครับ ซึ่ง ขออนุญาตว่าประเด็นจำนวน สส. เกือบทุกเวทีครับ เปึนมติเอกฉันท์ด้วย เปึ้นเสียง ส่วนใหญ่ด้วยครับว่า สส. ควรลดจำนวนลง และจำนวน สส. ปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) หรือ ระบบบัญชีรายชื่อครับ ไม่ว่าที่ไหนครับ ไม่รับครับ ให้เลิกครับ ท่านที่เคารพครับ นี่คือเสียง สะท้อน ท่านที่เคารพครับ สว. ครับ สว.ควรมีหรือไม่ เสียงส่วนใหญ่ยังบอกว่าควรมีครับ แต่ให้ลดจํานวนลงมาหน่อยหนึ่งเพื่อเปึนการประหยัด ถามว่าเรื่องวุฒิการศึกษา สส. จะจํากัดวุฒิไหม น่าแปลกครับ เสียงส่วนใหญ่เกือบทุกเวทีบอกว่าขั้นต่ําต้องปริญญาตรี ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้คนที่ออกไปต่างจังหวัดรู้ดี ต่อมาครับ สว. ต้องมีวุฒิอย่างไร ก็ไม่ต่ํากว่า ปริญญาตรีเช่นกัน หรือบางเวทีกําหนดให้มีคุณวุฒิสูงกว่านี้เสียด้วย ซ้ําไปครับ นี่คือเสียง สะท้อนจากท้องถิ่น จากต่างจังหวัดครับ

เรื่องเขตของ สส. ผมถามมติในที่ประชุมเกือบทุกที่ครับ แบบเดิม เขตเดียวเบอร์เดียว ปรับเขตใหญ่ขึ้นเรียงเบอร์นี่นะครับ มติส่วนใหญ่ให้เปึ้นเขตใหญ่ขึ้น แล้วก็เรียงเบอร์ ปฏิเสธเขตย่อย ก็กลายเปึน สส. ประจำเขตเล็ก ๆ ไป ไม่มีอำนาจ สส. สังกัดพรรคหรือไม่ แน่นอนครับมติเกือบทั้งหมด เกือบทุกเวทีบอกว่าต้องสังกัดพรรค สส. ควรมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ แสดงข้อคิด แสดงความเห็นในสภาโดยอิสระปราศจาก พรรคการเมืองหรือไม่ ชาวบ้านอยากเห็นครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะทำได้หรือเปล่า แต่ชาวบ้านอยากเห็นว่า สส. ต้องมีอิสระพอที่จะแสดงเจตนารมณ์ตามข้อคิด ตามความเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่ตามพรรคการเมืองอย่างเดียว นี่คือสิ่งที่เขาอภิปรายกันในเวทีต่าง ๆ ประเด็นร้อนผมก็ถามมาทุกเวทีครับ นายกรัฐมนตรี มาจากไหน หลายคนกระแหนะกระแหนครับ หลายคนบอกว่าต้องมาจากชาวบ้าน ธรรมดา ไม่ใช่มาจากบนฟัาหรือว่ามาจากที่ไหน ก็สรุปว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส. ต้องมาจากการเลือกตั้ง นี่เปึนมติส่วนใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นใครจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ กรรมาธิการยกร่างฯ จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ นี่คือของจริงที่ได้ไปทํามาในหลาย ๆ เวที วาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี มติเปึนแนวเดียวกันครับ เกือบทุกเวทีเช่นกัน ครับ ส่วนใหญ่บอกว่าน่าจะแค่ ๒ วาระนะครับ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านที่เคารพ ครับ เรื่องนี้น่าเห็นใจชาวบ้านครับ น่าเห็นใจประชาชนครับ อภิปรายกันมากครับ เข็ดกัน มากครับกับระบบการเมืองที่ผ่านมา ชาวบ้านบางคนพูดไม่เปึนครับ แต่บอกว่าไม่รู้ ไม่เอา เลยนะครับ ที่มันมาเกี่ยวข้อง มาทับซ้อนเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของนายกรัฐมนตรี หรือของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผมอยู่ในเวทีต่างจังหวัดนี้ รู้เลยครับว่าสีหน้าอาการของคนเปึนอย่างไร ปฏิเสธนะครับ เพราะฉะนั้นฝากคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ครับว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนได้มี ความรู้สึกหรือสมประโยชน์ในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ในเรื่องของการกําหนดเรื่อง คุณสมบัติเหล่านี้นะครับ

เรื่องวาระเรื่องอายุความของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนะครับ มติส่วนใหญ่บอกว่าไม่มีอายุความครับ นายกรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ถามหรือไม่ครับ ชาวบ้านบอกว่าคำถามนี้ไม่น่าถาม ต้องมาตอบอยู่แล้วครับ แต่ว่าคนที่ไม่มาตอบหรือใคร ไม่มาตอบ เขาบอกว่าให้ตราไว้อีกมาตราหนึ่งในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม มันเปึนคุณธรรม จริยธรรมของผู้บริหาร ถ้าเล่นจะตราทุกมาตราลงในรัฐธรรมนูญ มั่นคงไม่ได้หรอกครับ แต่ให้ตราโดยเฉพาะคุณธรรม จริยธรรมของผู้ที่มาปฏิบัติหน้าที่ ทางการเมือง ทุกเวทีครับ เห็นด้วย และอยากจะให้มี ส่วนจะมีอย่างไรก็ขอฝาก กรรมาธิการและสภาร่างฯ แห่งนี้ครับ ให้ช่วยกันคิดแทนชาวบ้านหน่อยครับ บางเรื่องชาวบ้านอยากได้ครับ แต่พูดไม่ถูกครับ เสนอไม่ถูกครับ จะเรียบเรียง คําพูดอย่างไรให้เปึนภาษากฎหมาย แต่รู้ว่าตัวเองอยากได้อะไร เพราะฉะนั้นก็คงจะฝาก ท่านสมาชิกสภาร่างฯ แห่งนี้นะครับ

หมวดที่ ๓ นะครับ ในเรื่องขององค์กรอิสระ และการตรวจสอบ ผมได้กราบเรียนไปแล้วนะครับว่า หลายเวที เกือบทุกเวทีบอกว่าให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น การลงรายชื่อต้องน้อยกว่าเดิม และต้องมีองค์กรอิสระที่มาคอยดำเนินการแทนประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนเปึนคนดำเนินการเองทั้งหมด เพียงแต่ไปแจ้งต่อองค์กรใด องค์กรหนึ่งบอกว่าให้ตรวจสอบเรื่องนี้นะ แล้วประชาชนจะขอเซ็นชื่ออย่างเดียว หลังจากนั้นเปึนหน้าที่ขององค์กรอิสระที่จะต้องดำเนินการต่อตามกฎหมายนะครับ นี่คือ สิ่งที่ประชาชนได้นำเสนอมานะครับ ส่วนอื่น ๆ นะครับ ผมคิดว่าในส่วนของกรอบอื่น ๆ ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ก็น่าเห็นใจครับ พี่น้องทั้งยะลา ปัตตานี นราธิวาส ท่านได้เสนอ ความเห็น อาจจะไม่สามารถที่จะตราลงในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ครับ แต่เสียง ท่านเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นว่าเขาลำบากครับ เขาอยากจะได้รับการเปลี่ยนแปลง ได้รับการแก้ไขนะครับ ในเรื่องของสิทธิในการได้ทํางานใกล้บ้านใกล้ถิ่นและสิทธิ ในการยอมรับ ด้านการศึกษา

ท่านที่เคารพครับ ขอประเด็นสุดท้ายประเด็นเดียวครับ ที่มหาวิทยาลัย ทักษิณได้ฝากมานะครับ มาตรา ๔๓ ในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นะครับ เขาบอกว่า เมื่อตราเปึนกฎหมายลูกแล้วมันก็เอาการศึกษาระดับประถม มัธยม มาร่วมกัน แล้วมันมีปัญหาต่อการบริหารจัดการจริง ๆ ไม่สามารถที่จะพัฒนาคุณภาพของประถมได้ ของมัธยมก็พัฒนาไม่ได้ มันผิดรูปผิดฝ่าไปหมดครับ เพราะฉะนั้นเขาเข้าใจครับ เขาเข้าใจ ว่ามันน่าจะไปอยู่ในกฎหมายลูก แต่เขาบอกว่ารอลูกไม่ไหว เอาแม่ก่อนก็แล้วกันว่าจะทำ อย่างไรให้การจัดการศึกษาอบรมของรัฐ ต้องจัดการศึกษาให้มีองค์กรรับผิดชอบ การจัดการศึกษาในระบบและนอกระบบอย่างชัดเจน อันได้แก่ การจัดการศึกษา ประถมศึกษา การจัดการศึกษามัธยมศึกษา การจัดการศึกษาอาชีวศึกษา การจัดการ ศึกษาอุดมศึกษา การจัดการศึกษานอกโรงเรียน การจัดการศึกษาเอกชน และการจัด การศึกษาอื่น ๆ และให้มีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายบัญญัตินี่ เขาอยากจะให้เติมลงไปจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ขอฝากท่านกรรมาธิการยกร่างฯ นี่เปึนเสียงที่ผมไปมาเกือบทุกเวทีครับ ผู้บริหารโรงเรียน สถานการศึกษาในภาคใต้ ต้องการอยากจะเห็น ทั้ง ๆ ที่ทราบครับว่าสิ่งเหล่านี้มันน่าจะอยู่ในกฎหมายลูก แต่ค่อย ลูกไม่ไหวหรอกครับ เพราะว่ามันอาจจะบิดจะเบี้ยวไปอีก เพราะฉะนั้นขอในกฎหมายแม่ ก็แล้วกันครับ สำหรับกรรมาธิการฯ ภาคใต้ ผมเองได้กล่าวในภาพรวม ได้นำบรรยากาศ มากราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาร่างฯ และได้กราบเรียนพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศนะครับว่า นี่คือการทำงานของกรรมาธิการฯ ภาคใต้ เปึนเงาสะท้อนของพี่น้อง ประชาชนที่จะนำข้อคิดความเห็นมาสู่สภาแห่งนี้ แน่นอนครับ ยกแรก ยังไม่รู้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร แต่เมื่อออกมาแล้วเปึ้นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องเอา ร่างนี้ไปถามชาวบ้านอีกรอบหนึ่ง คราวนี้ล่ะครับ มัน เพราะรู้แล้วว่าประเด็นไหน เปึ้นอย่างไร แต่แน่นอนครับผมคิดว่าประชาชนทั้งประเทศจะยอมรับได้ ผมก็เน้นย้ำ ทุกเวทีครับว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เปึนการร่างรัฐธรรมนูญสำหรับคน ๖๐ ล้านคน ครับ จะให้ชอบใจ จะให้ดั่งใจคนใดคนหนึ่งทั้งหมดทุกมาตราคงเปึ้นไปไม่ได้ ขอความกรุณาพี่น้องประชาชนว่าถ้าโดยภาพรวมพอจะเปึนนางงามได้ ในภาพรวมพอจะ ไปวัดไปว่าได้นะครับ ก็จะต้องรีบคืนอำนาจให้กับประชาชนเข้าสู่ระบบการตัดสินใจของ ประชาชน โดยมีการเลือกตั้งโดยเร็วนะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนแล้วก็อยากจะ คล้ายความกังวลกับพี่น้องประชาชน แล้วก็กราบเรียนท่านประธานสภานะครับ ในส่วนของภาคใต้ถ้าหากว่ามีท่านผู้ใดในกรรมาธิการภาคอยากจะเพิ่มเติม ก็ขอกราบเรียนเชิญ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายนรนิติ เศรษฐบุตร (ประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ) ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ได้ชี้แจงแล้วนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการทางภาคใต้ แล้วท่านก็มี ผู้แทนกรรมาธิการวิสามัญประจำภาคใต้มาร่วมฟังอยู่ด้วย ก็ต้อนรับนะครับท่านครับ ท่านสมาชิกครับ ขอเชิญท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ และตามด้วยท่านสุนทร

รองศาสตราจารย์เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ท่านประธานครับ ผมได้ฟังประธานกรรมาธิการรับฟังความเห็น ภาคใต้มาโดยตลอด ผมต้องชื่นชมนะครับว่าวิธีการและกระบวนการที่ได้ไปรับฟังมา ก็ชัดเจน ก็ทําให้พวกเราคลายใจ ความข้องใจหลายคนที่คิดว่า เรากําลังร่างไปโดยที่ไม่ได้ ฟังชาวบ้านนี่ มันไม่เปึนความจริงอย่างไร ผมฟังมาโดยตลอด ผมก็รู้สึกดีใจ และยิ่งเห็น การทำงานที่แข็งขันผมก็ยิ่งดีใจนะครับ ทีนี้พอมาถึงภาคสุดท้ายที่ท่านประธาน กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯ ภาคใต้ได้พูดถึงผลของการรับฟังความเห็น ผมเอง อยากจะให้ท่านใช้เวลาตรงนี้ให้มากสักนิดหนึ่ง เพราะตรงนี้คือตัวเนื้อที่สําคัญ คือวิธีการที่ ท่านไปฟังมา แล้วก็ท่านอาจารย์เดโชไปเปึนประธานบ้าง ท่านอาจารย์นรนิติเปึนประธาน บ้างก็ดีนะครับ แต่ว่าผมคิดว่าท่านเน้นตอนหลัง ๆ ให้มากขึ้นอีกสักนิดหนึ่ง โดยเฉพาะ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านกรรมาธิการยกร่างฯ จะได้ประโยชน์ อย่างยิ่งเลย ถ้าหากว่าเราเน้นประเด็นเหตุผลด้วย อย่างเช่น ท่านบอกว่าชาวบ้าน ยังอยากจะได้ผู้ที่จบปริญญาตรีที่เปึน สส. และ สว. เมื่อกี้ท่านพูดว่าบางทียังอยากจะให้ สูงกว่านั้นอีก ถ้าท่านกรุณาให้เหตุผลด้วยว่าทำไมชาวบ้านจึงคิดอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่ระยะนี้ก็มีคนที่มี ความเห็นต่างบอกว่าเราไม่ควรจะตัดคนที่มีความรู้ความสามารถ หรือว่าเพียงแค่ไม่ได้ยศ หรือไม่ได้วุฒิปริญญาตรีก็ไปตัดสิทธิเขา แล้วคนที่การศึกษาสูงที่โกงก็เยอะ ก็มีการ พูดกันเยอะ แต่ทําไมเขายั่งยืนยันอย่างนั้น นี่คือตัวอย่างนะครับ ถ้ากรรมาธิการจะกรุณา ให้เหตุผลจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง หรือท่านบอกว่ากรรมาธิการ สส. ประเภทบัญชีรายชื่อ ท่านบอกว่าส่วนใหญ่บอกว่าตัดทิ้งไปเลย และจำนวน สส. ควรจะน้อยลง แม้เราจะ เห็นด้วย แต่ว่าอยากจะฟังใจจะขาดว่าเข้าให้ความเห็นว่าอย่างไร ผมคิดว่ากรรมาธิการ ยกร่างฯ เมื่อกี้ผมก็นั่งคุยกับท่านอาจารย์ศรีราชาที่เปึนกรรมาธิการยกร่างฯ ว่าถ้าได้ฟัง เหตุผลเราจะได้เอามาประกอบ เราจะได้เอามาคิดในแง่มุมต่าง ๆ นี่ผมยกตัวอย่างเท่านั้น นะครับ ผมเสียดายมากว่าถ้าท่านจะใช้เวลามากกว่านี้สักนิดหนึ่งในส่วนตรงนี้ และกรุณา ให้เหตุผลประกอบทุกอัน ผมคิดว่าเราจะได้อะไรเยอะเลย แล้วก็ถ้าท่านจะกรุณาด้วยว่า มีเสียงส่วนน้อยบ้างไหม และเสียงส่วนน้อยเขาให้เหตุผลอย่างไร ทำให้เราได้ฟัง ทั้ง ๒ ด้าน แล้วกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะได้ยกร่างได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผมก็กราบเรียน ว่าโดยภาพรวมนี่ผมดีใจนะครับ และผมก็ชื่นชม แต่ว่าก็ถามเพิ่มเติมไปด้วยแล้วกันครับ ขอบพระคุณครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ท่านสุนทรครับ

นายสุนทร จันทร์รังสี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุนทร จันทร์รังสี ครับ ผมฟังรายงานของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคใต้ แล้วก็ชื่นชมมาก ถึงแม้ว่าฟังดูราบเรียบดี ถึงแม้ว่าการทำงานของภาคอีสาน ซึ่งผมอยากจะไม่ให้เสียเวลามาก อยากจะนำมาสรุปเทียบเคียงนิดหนึ่งว่า แม้ว่า จะไม่ขมขื่น แต่ก็เปึนปัญหาค่อนข้างเยอะ และมันจะสะท้อนให้เห็นว่าการรับฟังเสียง ประชาชนจะไม่ประสบผลสำเร็จที่ดีเท่าที่ควร ไม่ดีเพราะอะไร คณะกรรมาธิการไม่สนใจ ทํางานหรือ ไม่ใช่ครับ แต่ไม่ดีเพราะกลไกของรัฐไม่ให้ความสนใจ ให้ความสนใจ ก็น้อยมาก กราบเรียนว่า เมื่อเราได้ทำงานนี้ กระผมก็โชคดีที่ได้พบกับท่านปลัดกระทรวง มหาดไทย ท่านพงศ์โพย์ม วาศภูติ ท่านยืนยันเปึนการส่วนตัวว่ายินดีที่จะสนับสนุน การร่างรัฐธรรมนูญนี้เต็มที่ และยืนยันเปึ้นทางการที่สภาแห่งนี้ ท่านมาประชุมกับ คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ ท่านก็บอกว่าท่านพร้อมสนับสนุน จะทุ่มเท จะกําหนดให้กลไกของรัฐสนับสนุนลงไปถึงระดับจังหวัดนะครับ ครั้งแรกผมก็คิดว่าจะมี ปัญหา แต่ผิดคาด ต้องขอชมผู้ว่าราชการจังหวัด แม้จะมีภาระมากแต่ก็ให้ความสนใจดี การเป่ดเวทีครั้งที่ ๑ ที่นครราชสีมา เนื่องจากเปึนจังหวัดที่ใหญ่มากมีถึง ๓๒ อำเภอ ถ้าเราจะไปประชุมทีละอําเภอเดือนหนึ่งก็ไม่ทัน จึงใช้วิธีที่จะประชุมครั้งหนึ่งก็อําเภอ ใกล้เคียงสองสามอำเภอมาร่วมสมทบด้วย แต่การจัดครั้งแรกก็ราบเรียบด้วยดีครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสนใจด้วยดี ส่งข้าราชการระดับ ซี ๗ ซี ๘ มาร่วมมือด้วยดี แม้ว่าลงท้ายจะคิดค่าไฟห้องประชุมแพง และค่าทำความสะอาดแพงไปหน่อย ถึงเจ็ดพันกว่าบาท แต่ก็ไม่เปึนไร เพราะว่าความพอใจมันมาก ลบไป ไม่ว่ากัน แต่อีก ส่องสามวันต่อมาเราเดินทางไปเป่ดเวทีที่อำเภอจักราช ความผิดหวังเริ่มเกิดขึ้น ผมเองอายุขนาดนี้แล้วไม่ค่อยรู้สึกครับ กราบเรียนด้วยว่าอายุมากกว่าข้าราชการ ที่ประจำการทุกคนแล้วครับ จึงไม่สนใจอะไรมากแล้วครับ แต่คณะกรรมาธิการของผม หลายคนมีตำแหน่ง มีฐานะ และประทานโทษ มีรายได้มากกว่าระดับนายอำเภออีก เขาก็ แปลกใจว่ามาถึงอำเภอนี้ อำเภอจักราชนี่ทำไมไม่เห็นนายอำเภอเลย นายอำเภอ ไปอยู่ไหน เขาไม่ต้องการให้มาพินอบพิเทา เขาไม่ต้องการให้นายอำเภอมาหาข้าว ให้กินหรอกครับ พวกเราหาข้าวไปเตรียมให้นายอำเภอกินแล้ว แต่เขาก็คิดถึง หลักธรรมเนียมไทยว่า ใครถึงเรือนชานก็ต้องขับขานออกมาต้อนรับกัน แต่นี่ไม่เห็น ไม่มี ผมถูกตำหนิ ผมถูกต่อว่า ถูกบ่นมาก ๆ ผมก็เลยโทรไปหาทางรองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านประชา ท่านก็เลยสั่งการให้นายอำเภอรีบมาพบ ก็ได้พบกัน ท่านก็รายงานว่าเหตุที่ ท่านไม่ได้มาสนใจกับการร่างรัฐธรรมนูญ การรับฟังเสียงเพราะท่านติดวันสตรีสากล แห่งชาติ วันนั้นวันที่ ๘ ผมก็ไม่เข้าใจว่า วันสตรีสากลแห่งชาติก็มีทุกป้ แล้วขณะนั้นงานนี้ เป่ดังานสตรีสากลแห่งชาติก็มีไม่เกินชั่วโมงหนึ่งก็จบ แต่ของผมเข้ามาเกือบเที่ยงแล้วครับ หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากรองผู้ว่าราชการจังหวัด ทำไมงานแบบนี้เขาเห็นสำคัญยิ่งกว่า วาระแห่งชาติ ซึ่งข้าราชการทุกคนจะต้องสนใจ แล้วประชาชนเราจะไปหวังได้อย่างไร ระดับนายอำเภอไม่สนใจ มันก็ไปเทียบกันเหมือนกับสีขาวกับสีดำ ต่อมาผมไปจัด อีกแห่งหนึ่งที่วิทยาลัยอาชีวศึกษา ดีมากครับ ขอชมเชยียกย่อง คนดีเราก็ต้องยกย่อง คนไม่ดีก็ต้องติติง หรือถ้าไม่เอาไหนผมก็ว่าต้องขยับขยายกันไป ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษา ท่านดีมาก ท่านบอกว่าทรัพย์สินของราชการประชาชนก็มีสิทธิมาใช้ ยินดีเป่ดให้ใช้ อย่างเต็มที่ ยิ่งกว่านั้นท่านมาเข้าร่วมด้วยความสนใจ อันนี้อบอุ่นใจทั้งนักศึกษา ทั้งประชาชนละแวกนั้น นี่คือสิ่งที่เราต้องการ เราไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้ ไม่ต้องการ มากราบมาไหว้เรา เพราะไหว้เรา เราก็ต้องไหว้ท่านตอบตามธรรมเนียมไทย เราไม่ต้องการอย่างนั้นหรอกครับ ผ่านไปโครงการนี้ รุ่งขึ้นอีกไปพิมายซึ่งเปึนอำเภอ ที่ขนาดใหญ่ ก็เปึนอำเภอท่องเที่ยวท่านคงทราบอำเภอพิมาย ผิดหวังอีกครับ สกปรก และไม่มีใคร ภารโรงมาเป่ดห้องประชุมให้เสร็จ เป่ดเครื่องขยายเสียงให้ ขี่มอเตอร์ไซค์ (Motorcycle) กลับบ้านเลย แม้แต่ห้องน้ำยังไม่เป่ดให้ คณะกรรมาธิการหลายท่าน ซึ่งวัยวุฒิ คุณวุฒิอะไรก็มากมาย ต้องถือไม้กวาดไปกวาดหอประชุมเอง ทําอะไรเอง จัดโต๊ะ จัดอะไรเอง ผมจะไม่รบกวนเวลาสภาแห่งนี้มากนัก เพียงแต่ขอกล่าวไปถึงให้ หัวหน้ากลไกได้รับทราบเท่านั้นว่า ถ้าท่านไม่ปรับปรุงองค์กรหรือไม่กำชับกำช้า ผมขี้เกียจ ที่จะต้องไปคล้ายกับเปึนคนแก่ที่ชอบบ่น เดี๋ยวก็โทรไปรายงานฟัองผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ อะไร แต่ผมอยากที่จะทําเปึนภาพรวมให้ทั้งประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าหลายแห่งก็จะมีปัญหา อย่างนี้ การที่ไม่ได้รับการตอบรับจากระดับนายอำเภอ อย่างเช่นที่ผมเรียนแล้วว่า อำเภอพิมายที่ผมจัด ก็จัด ๔ อำเภอรวมกัน โดยผมจัดก็บอกหมดว่าให้ทางนายอำเภอ แจ้งไป ประชาสัมพันธ์ไป แล้วขณะเดียวกันเราก็ประชาสัมพันธ์ไปทางสื่อด้วย แต่บางอำเภอน่าอนาถใจครับท่าน ประชาชนมาเข้าร่วม ๒ คน ๓ คน นี่ผมว่ามันต้อง ยกเครื่องกันใหม่ ถ้านายอำเภอหลายคน หลายแห่งยังใส่เกียร์ (Gear) ว่างกันอยู่ ไม่อย่างนั้นรัฐธรรมนูญเราคงไปไม่ถึงที่หมาย ผมกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ ขอฝากไปถึง กระทรวงมหาดไทยด้วยครับท่านประธาน

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ไม่พูดถึง ภาคใต้เลยใช่ไหม เชิญต่อไปนะครับ ท่านสมเกียรติครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ รอดเจริญ สสร. ก็ขออนุญาตที่จะปรึกษาหารือเปึนเรื่องสำคัญที่คนที่ลงไปสู่ขบวนการ ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในภาคพื้นจริง ๆ ใครลงพื้นที่จริง ๆ จะรู้ว่า ประเด็นปัญหาเกิดอย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นฯ ภาคใต้ ท่านเกริ่นนำตั้งแต่ต้น ประเด็นก็คือประชาชนส่วนมากเข้าใจว่าขณะนี้มีการดำเนินการ ตั้งพิมพ์เขียวกันไว้เรียบร้อยแล้ว ได้ร่างกันไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะวันที่ ๕ ถึง วันที่ ๑๐ ที่ไปเก็บตัวกันอยู่เพชรบุรี ชะอำ ก็ดำเนินการกันแล้วสิ แล้วเธอลงมาตรงนี้ เธอลงมาทําไม มีวัตถุประสงค์อะไร อันนี้เปึนประเด็นที่เกือบส่วนมากได้รับฟังแล้ว จะมีความรู้สึกอย่างนั้น กว่าจะชี้แจงกันสำเร็จเสร็จสิ้นสมบูรณ์กระบวนความค่อนข้าง จะเหนื่อยกว่าจะได้รับฟังเขานะครับ โดยปกติพวกเราลงไปนี่วัตถุประสงค์เพื่อไปฟังอย่างเดียว คุณอยากได้รัฐธรรมนูญ แบบไหนคุณบอกเรามา บังเอิญผมทำหน้าที่อยู่ ๖ จังหวัด ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ เกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ (Percent) ของประชาชนส่วนมาก มีความรู้สึกแบบนี้ล่ะครับ แล้วก็ค่อนข้างที่จะต้องฝากไปถึงท่านประธานด้วยว่า บางพื้นที่ ยังไม่ทราบเลยว่าขณะนี้มีการร่างรัฐธรรมนูญกันอยู่ ยังไม่ทราบเลยนะครับว่ามี ร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าเผื่อไม่มีคณะกรรมาธิการประจําจังหวัดและไปตั้งอนุกรรมาธิการ และ อนุกรรมาธิการไปดำเนินการตามท้องถิ่น ท้องที่ต่าง ๆ บางตำบลไม่รู้นะครับว่ามีหรือไม่มี แล้วก็ขออนุญาตฟัองท่านประธานอีกนิดเถอะครับ พวกผมค่อนข้างจะลำบากที่จะต้อง ขี่มอเตอร์ไซค์แจกใบปลิวเอง เพราะงบประมาณในการดำเนินการทางด้านประชาสัมพันธ์ ค่อนข้างจะจำกัดจำเขี่ย ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่ารู้สึกว่าจำกัดกันไว้ด้วยว่าจะไม่ให้ใช้ พวกผมก็คงจะขี่มอเตอร์ไซค์ กรรมาธิการ ๒๑ คน อนุกรรมาธิการอีก ๓๐ คน ๕๐ คน คนขี่มอเตอร์ไซค์บอกชาวบ้าน ทั้งจังหวัดไม่ไหวหรอกครับ ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๒ ประชาชนมีความรู้สึกอย่างที่ว่าเมื่อกี้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง ประชาชนดูว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องขณะนี้ไม่ให้ความสําคัญกับรัฐธรรมนูญฉบับ ปัจจุบันนี้เท่าไร เงียบสนิทครับ ผมพยายามเป่ดทีวีดูเกือบทุกช่อง พยายามหาว่ามันมี ประชาสัมพันธ์บ้างไหม ว่าขณะนี้มีการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ รัฐธรรมนูญคืออะไร อย่างไร มาจากไหน อย่างไร ประชาชนค่อนข้างจะไม่ค่อยรู้ และสับสนว่าเขาทําอะไรกันอยู่ขณะนี้ แล้วยิ่งบังเอิญนะครับ ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานเลยครับ มันมีรายการวิทยุ รายการ เพื่อบ้านเมืองของเรา ออกอากาศเมื่อวันศุกร์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๐ สถานีวิทยุ ๙๗.๐ อันนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปสืบหาข้อเท็จจริงว่ามีความเปึนจริงประการใด มันมีเอกสารฉบับหนึ่งส่งมาถึงมือผม แล้วค่อนข้างที่จะไม่สบายใจด้วย ความรู้สึกเมื่อกี้ ท่านประธานอาจจะสงสัย เอ๊ะ คุณสมเกียรติขึ้นมาพูดครั้งนี้ไม่เห็นเกี่ยวกับภาคใต้ เกี่ยวครับ ท่านประธานกรรมาธิการภาคใต้ท่านเป่ดหัวเลยเมื่อกี้ ประชาชนนึกว่าเข้าร่าง เอาไว้เสร็จเรียบร้อย ทีนี้บังเอิญมันมาเจออย่างนี้ครับ ขออนุญาตอ่านทุกบรรทัด ได้ไหมครับ มันจะได้เปึนการต่อเนื่อง ท่านประธานครับ มันมีผู้ดำเนินรายการ คุณศรีวิไล สมทรง ถ้าเผื่อพาดพิง มีอะไรที่ผิดข้องหมองใจ ผมกราบขออภัยไว้ตั้งแต่ต้นนะครับ คุณพรชัย วีระณรงค์ คุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ผมมาตรวจสอบดูท่านเปึนประธาน กรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ ของสภาร่างฯ เรา ในตอนท้ายของรายการผู้ดำเนินรายการ ได้พูดถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญดังนี้ คุณพรชัย วีระณรงค์ พูดว่า ได้มีกลุ่มเซย์โน (Say no Group) จะไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็กลุ่มไหนผมยังไม่ทราบนะครับ ท่านประธาน ตามต่อไปครับ คุณพิเชียร์ อำนาจวรประเสริฐ ขออนุญาตกราบขอประทานอภัยด้วย ต้องกล่าวพาดพิง ถึงท่าน ท่านตอบว่า น้ำโดยอาจารย์ใจ อึ้งภากรณ์ พร้อมพวก หลายสิบคน ก็แสดงว่ากลุ่มเซย์โน มีอาจารย์ใจกับพวกหลายสิบคน คุณศรีวิไล สมทรง เขาบอกว่า สวมเสื้อสีแดงด้วย คุณพรชัย วีระณรงค์ ก็ต่อว่า มีผู้ร่วมลงชื่อ ๔๐ คน ลงชื่อ บอกว่าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากรัฐประหาร รัฐธรรมนูญที่มาจากรัฐประหาร ไม่ทราบว่าหมายถึงฉบับที่เราร่างกันอยู่หรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ ขอความกรุณา เดี๋ยวหาข้อเท็จจริงให้เราด้วย คุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ สสร. เราก็มีแต่น้อมรับ เสนอแนะมา เราเปึ้นผู้รับใช้ท่าน ยินดีรับฟัง ท่านดูเนื้อหาสาระก็แล้วกัน ถ้าไม่ดีก็อย่ารับ แต่ถ้าดีก็ค่อย ๆ รับ ตรงนี้ถือว่าเปึนการเตือนสติบรรดา สสร. ทั้ง ๑๐๐ ท่าน ก็คงรวมถึงผมด้วยนะครับ ไว้ว่าจะต้องน้อมรับความคิดเห็นอย่างแท้จริง ไม่ใช่รับฟังแต่เปลือก รับฟังแล้วเก็บไว้ในลิ้นชักอย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ท่านประธานครับ เรามีการรับฟังมาจริง ๆ นะครับ ขออนุญาตตรงนี้มันเรื่องต่อเนื่อง ผมรับฟังมาทั้งสิ้น ๖ จังหวัด รวมจังหวัดละ ๑๑ ครั้ง ขณะนี้ได้สรุปข้อมูลส่งมายังกรรมาธิการฯ ภาคกลาง และกรรมาธิการฯ ภาคกลาง ก็คงจะต้องส่งไปถึงคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมฯ ของ สภา ซึ่งมีอาจารย์เจิมศักดิ์ท่านเปึนประธานอยู่ คงจะเปึ้นท่อนี้ล่ะครับ ไม่เก็บไว้ในลิ้นชัก นะครับ ท่านประธาน ขออนุญาตนะครับ คุณศรีวิไล สมทรง ให้ประชาชนดูร่าง รัฐธรรมนูญก่อน รับหรือไม่รับ อย่าพึ่งฟันธงว่าจะดีหรือไม่ดี คุณพิเชียรมีอะไรจะส่งท้าย ไหมคะ คุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ วันที่ ๕ - ๑๐ มีนาคมนี้ คณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ จะไปเข้าแคมปี (Camp) ที่สปริงฟ่ลด์ (Springfield) ชะอำ พี่น้องประชาชน ผมก็ห่วงกังวลนิดหนึ่ง เพราะว่าเข้าป่ดแคมปี คนภายนอกเข้าไปลำบาก แม้แต่ผู้สื่อข่าว จะไปก็รู้สึกว่าต้องออกค่าใช้จ่ายเอง กรรมาธิการอื่นจะไปก็รู้สึกไม่ค่อยได้รับการต้อนรับ เท่าที่ควร ตรงนี้ผมว่า จริง ๆ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนะ ผมพูดตรง ๆ นะครับ อันนี้ถ้าเผื่อมันมี ข้อความที่เปึนจริงอย่างไร ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ขอความเมตตาชี้แจงด้วยนะครับ แต่ เท่าที่ผมสอบถามท่านอาจารย์เสรี ท่านอาจารย์เสรีบอกว่าถ้าเผื่อคุณสมเกียรติอยากไป แจ้งชื่อมาเดี๋ยวเราบริการให้ อันนี้ผมไม่ทราบนะครับว่าข้อเท็จจริงจาก สสร. ท่านอื่น เปึ้นอย่างไร คุณศรีวิไล สมทรง ให้เฉพาะกรรมาธิการ ๓๕ ท่านเท่านั้นเอง เดี๋ยวต้องตอบ นะครับ ๓๕ ท่านเท่านั้น คุณสมเกียรติไม่เกี่ยวนะครับ คุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ใช่ ๓๕ คนเอง ผมคิดว่าไม่ค่อยเหมาะสม เหมือนป่ดห้องร่างกันเอง รัฐธรรมนูญไม่ใช่ ความลับ คุณพรชัย วีระณรงค์ ต้องการมีส่วนร่วมจากประชาชน ผิดปรัชญาไปเลย คุณพิเชียร์ อำนาจวรประเสริฐ ขนาด สสร. รู้สึกยังไม่ได้รับการต้อนรับ ผมเองตอนแรก นึกว่าจะไปก็อาจจะไม่ไปแล้ว คุณพรชัย วีระณรงค์ ผู้จัดรายการ แถวนี้ก็ได้ คุณศรีวิไล สมทรง ท่านอาจารย์นรนิติว่าอย่างไรถ้าเปึนอย่างนี้ เดี๋ยวท่านประธานต้องตอบนะครับ คุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ ต้องไปถามท่านอาจารย์นรนิติ เห็นไหมเดี๋ยวท่านต้อง ตอบแน่ ๆ เลย รวมทั้งท่านประสงค์ สุ่นศิริ ว่าจะป่ดห้องกันเองทั้ง ๓๕ คน ไม่ให้คนอื่นเขา เข้าไปเลยหรืออย่างไร คุณพรชัย วีระณรงค์ ท่านประสงค์ถนัดเรื่องงานลับ คุณพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ อย่าลับมากเลย อาจารย์ใจ อึ้งภากรณ์ บอก แล้ว สสร. อันนี้ผมจี๊ด ขึ้นมาในหัวใจนะครับ แล้ว สสร. รัฐประหารรัฐธรรมนูญ รัฐประหาร ถ้าเผื่อข้อความ เหล่านี้เปึนจริงผมยังค่อนข้างที่จะต้องบอกว่ามันจี๊ดสุด ๆ แล้ว เราใหญ่กว่ารัฐประหาร ครับ คุณพรชัย วีระณรงค์ ยิ่งเข้าทาง คุณศรีวิไล สมทรง ไม่รับ ไม่เอา ไม่ปลื้ม นี่เปึน ตอนท้ายของรายการ เพื่อบ้านเมืองของเรา นะครับ ออกอากาศวันศุกร์ที่ ๒ มีนาคม สถานีวิทยุ ๙๗.๐ ซึ่งเปึนตอนท้ายของรายการนะครับ ที่มีการแสดงความคิดเห็นกัน ท่านประธานครับ อยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงผู้เกี่ยวข้องจริง ๆ สำหรับถ้าเผื่อ ผมพาดพิงชื่อถึงใคร ขอกราบอภัยไว้ก่อนด้วยว่า ถ้าเผื่อข้อความเหล่านี้มันมีผิดพลาด คลาดเคลื่อนนะครับ แต่ผมอ่านจากตรงนี้แล้วมีความเข้าใจได้ว่าขณะนี้ท่านกรรมาธิการ ยกร่างฯ ๓๕ ท่าน ท่านได้ไปร่างรัฐธรรมนูญกันไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วท่านก็พยายามปกป่ด ให้เปึนความลับในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ซึ่งอันนี้เปึนประเด็นและเหตุผลอย่างหนึ่งที่ ทำให้ประชาชนทั่วไปเกือบทุกท้องถิ่นท้องที่ที่ผมลงไปรับฟังความคิดเห็นค่อนข้างที่จะ สับสนและมีความเข้าใจอย่างนี้จริง ๆ ท่านประธานครับ ผมไปในกรมทหาร มท. ๑๔ ที่ชลบุรีก็มีความรู้สึกแบบนี้ แต่มีน้อย ค่อยยังชั่ว สบายใจ ไปที่ตราดก็ค่อนข้างที่จะมีน้อย สบายใจ เกือบทุกที่นะครับท่านประธานครับ ก็กราบเรียนผ่านท่านประธานไปช่วย ตรวจสอบให้เกล้ากระผมด้วยนะครับ ขออนุญาตแค่นี้ครับ ท่านประธานครับ

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ผมไม่ได้ฟังนะครับ แต่ทีนี้ที่ถามผมอยากเรียนสักนิดหนึ่งว่า ประการแรกพวกเราก็ต้องช่วยอธิบายว่าการร่าง รัฐธรรมนูญนี่มันยังไม่ได้เขียนนะครับ เพราะว่าทางกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ชี้แจงชัดเจน ส่วนในกรณีที่ไปที่ชะอํานี่นะครับเขาให้ไปนะครับ แล้วผมก็ไป ท่านรองฯ ๒ ท่านก็ไป และมี สสร. อื่นก็ไป และก็ถามผม ไม่เอ่ยชื่อนะครับ แต่ท่านไป ทีนี้ที่ท่านพูดมาทั้งหมด อันที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกนี่นะครับ ในการจัดรายการถ้าเขาเปึนสื่อเขามีสิทธิ วิพากษ์วิจารณ์เรานะครับ เพราะว่าการทำงานของเราเปึนการทำงานต่อสาธารณชน เขาก็วิพากษ์วิจารณ์ เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่ที่จะต้องให้ข้อมูลให้ถูกต้อง เขาวิพากษ์วิจารณ์ คนนอกก็คงไม่เปึนไรนะครับ แต่ทีนี้ในการพูดนั้นอาจจะผมตอบ ทีนี้ เกี่ยวกับคนในแล้วก็เอ่ยชื่อ ผมขออนุญาตลัดคิวนะ เนื่องจากพาดพิงถึงคุณพิเชียร คุณพิเชียรว่าอย่างไร เชิญครับ

นายพิเชียร อํานาจวรประเสริฐ

กราบเรียนท่านประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิก สสร. ที่เคารพทุกท่าน กระผม นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ สสร. หมายเลข ๐๔๕ นะครับ ก็ถูกพาดพิงจากท่าน สสร. สมเกียรติ รอดเจริญ ซึ่งท่านได้ เอ่ยชื่อผมหลายครั้งนะครับ แล้วก็ได้นำเรื่องนี้ขึ้นมาในที่ประชุมของ สสร. ก่อนอื่นกระผม ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมเกียรติ รอดเจริญ ที่ท่านได้กรุณาให้เกียรติกับกระผมอย่างยิ่ง ที่ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของ สสร. ซึ่งปกติแล้วนี่กระผมคิดว่าเรื่องใดที่จะนำเข้าสู่ ที่ประชุมใหญ่ของ สสร. นั้นควรจะเปึนเรื่องสำคัญที่เปึนประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเปึน อย่างยิ่ง แต่ว่าในวันนี้นี่ วันนี้วันจันทร์ที่ ๑๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อนสมาชิก ของกระผมคนหนึ่ง คือคุณสมเกียรติ รอดเจริญ สสร. จังหวัดสมุทรปราการ ได้กรุณา ให้เกียรติกับกระผมเปึนอย่างยิ่ง กระผมก็จะขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ นะครับ ซึ่งต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร ในฐานะประธาน สสร. ที่ได้กรุณา พูดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนะครับ คือกระผมเรียนว่ากระผมก็เปึน สสร. คนหนึ่ง แล้วก็ ก่อนหน้านี้กระผมก็มีอาชีพการงานทางด้านสื่อสารมวลชนจัดรายการทีวี จัดรายการวิทยุ กระผมก็ทำหน้าที่ของกระผมด้วยดีมาโดยตลอดนะครับ สิ่งใดที่กระผมได้พูดไปนั้น กระผมพูดด้วยใจจริง แต่ว่าในวันศุกร์ที่ ๒ มีนาคม กระผมต้องเรียนนะครับว่า กระผมอาจจะเข้าใจข้อมูลบ้างอย่างคลาดเคลื่อน เพราะในตอนแรกกระผมเข้าใจว่า ท่านกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง ๓๕ ท่านนี่อาจจะไม่เป่ดโอกาสให้ สสร. ท่านอื่นได้ไปมี ส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นนะครับ กระผมก็ได้เพียรพยายามที่จะถาม ถ้าท่านไปดู ท่านจะเห็นได้ว่าผมก็ได้เคยถามครั้งหนึ่ง ก่อนวันที่ ๑๒ มีนาคมนะครับว่า สสร. ท่านอื่น จะมีโอกาสไปร่วมด้วยได้ไหม แต่ว่าคำตอบนี่ก็ยังไม่ค่อยชัดเจนนักนะครับ และก็ในวันนั้น กระผมได้เดินทางไปที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก่อนที่จะพูดในวันนี้ และก็ผม ได้มาทราบข้อมูลในภายหลังว่าทางกรรมาธิการยกร่างฯ ทั้ง ๓๕ ท่านได้บอกต่อที่ประชุม ในบ่ายวันจันทร์ที่แล้วว่า สสร. ท่านอื่นก็สามารถที่จะไปร่วมในการสัมมนาที่ชะอำได้ ซึ่งตรงนี้ผมไม่ได้ทราบข้อมูลในส่วนนี้ก็อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนไป ผมก็ต้องขออภัย ต่อที่ประชุมไว้ ณ ที่นี้ และก็กระผมเองนี้เรียนด้วยความซื่อสัตย์สุจริตว่า กระผมมีความ จริงใจต่อ สสร. และก็อยากจะเห็น สสร. โดยส่วนร่วมเจริญก้าวหน้าแล้วก็สามารถที่จะ ช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญที่เปึนของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนตัวของกระผมเองนั้น ผมถือว่าผมเปึนคนเล็ก ๆ คนหนึ่ง เมื่อกระผมมีสิทธิ วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นได้ คนอื่นก็มีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์กระผมได้นะครับ ผมก็ยินดีน้อมรับ ทุกสิ่งทุกอย่างนะครับ และผมอยากจะเห็นบรรยากาศในที่ประชุมของพวกเรานี้เปึ้นไป ด้วยดี เพื่อส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะว่าผมเห็นท่านประธานเองก็มีเรื่องที่หนักใจอยู่มาก พอสมควรอยู่แล้ว ผมไม่อยากจะให้เรื่องเล็ก ๆ ของกระผมนี่เปึ้นที่หนักใจของท่าน ทั้งหลายนะครับ ถ้าเผื่อมีสิ่งใดที่กระผมอาจจะทําให้ท่านทั้งหลายขุ่นข้องหมองใจด้วยคําพูดหรือว่า ด้วยสิ่งใด กระผมก็ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ และก็อยากจะให้เรื่องราวต่าง ๆ จบลง รวมทั้ง ให้พวกเราเดินหน้าทำงานเพื่อส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะว่าขณะนี้พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศอยากจะเห็นรัฐธรรมนูญที่เปึนของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน อย่างแท้จริง แล้วก็คำวิพากษ์วิจารณ์ติชมต่าง ๆ ทั้งหลายย่อมจะมีเปึนธรรมดา แต่ว่า โดยส่วนตัวและจริงใจแล้วผมอยากจะเห็นทุกคน ทุกฝ์ายมีจิตใจประชาธิปไตยแล้วก็ เป่ดกว้าง พี่น้องประชาชนก็มองดูการทำงานของพวกเราอยู่ อย่างเช่น วันนี้ก็มีการ ถ่ายทอดสดทางทีวีช่อง ๑๑ ด้วย กระผมก็อยากจะขออนุญาตกราบเรียน แล้วก็ โดยส่วนตัวของกระผมกับท่าน สสร. ที่ได้เอ่ยนามผมก็ไม่มีอะไรกัน ผมก็เข้าใจแล้วก็ เห็นถึงการทำงานหนักของทุกคน ทุกฝ์าย ซึ่งก็มีแรงกดดันจากทุกด้าน ผมขออนุญาต ชี้แจงเพียงเท่านี้ครับท่านอาจารย์

นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ

เดี๋ยวขออนุญาต ต่อด้วยเรื่องของภาคใต้ ภาคใต้จะจบไหม ท่านเมื่อกี้ลัดคิวเพราะว่าพาดพิงคุณพิเชียร นะครับ คุณวิทยา คชเขื่อน ครับ

นายวิทยา คชเขื่อน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา คช่เขื่อน เรื่องที่กระผมจะกล่าวถึงในช่วงนี้ก็คือเรื่องยังอยู่ที่ปักษ์ใต้อยู่นะครับ เนื่องจากว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๓๖ ระบุว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทางและมี เสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักร การจำกัดเสรีภาพตามความวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อความ มั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือสวัสดิภาพของประชาชน การผังเมือง หรือเพื่อ สวัสดิภาพของผู้เยาว์ การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือ ห้ามมิให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาอยู่ราชอาณาจักรไทยจะกระทำมิได้ นี่คือ มาตรา ๓๖ แห่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ว่าในการแสดงความคิดเห็นในปักษ์ใต้ไม่ได้ พูดถึงเรื่องนี้ ก็เลยจะขออนุญาตเพิ่มเติมในเรื่องนี้ว่า สิ่งที่เปึนปัญหาที่แท้จริงก็คือ คนปักษ์ใต้ส่วนหนึ่งจะถือ ๒ สัญชาติคือมาเลเซียด้วยและก็ไทยด้วย เวลาที่มีปัญหา ในเมืองไทยก็จะเข้าไปอยู่ที่มาเลเซีย เวลาที่มีปัญหาที่มาเลเซียก็จะเข้ามาอยู่ที่เมืองไทย ทำให้เกิดปัญหาซึ่งมันไม่มีที่สิ้นสุด ก็เลยจะขออนุญาตท่านประธานฝากไปยัง คณะกรรมาธิการภาคใต้และกรรมาธิการยกร่างฯ ว่า ข้อความในมาตรา ๓๖ ของ ป้ ๒๕๔๐ ควรจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือมีสิ่งที่แก้ไขที่ทำให้เกิดแก้ปัญหาโดยถาวร ในส่วนของ ๓ จังหวัดภาคใต้ ขอขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านที่แจ้งชื่อไว้นะครับ มีท่าน พลตำรวจเอก มีชัย นุกูลกิจ ท่านอาจารย์ปกรณ์ ปรียากร ท่าน พลตำรวจเอก มีชัย เชิญครับ

พลตํารวจเอก มีชัย นุกูลกิจ : เรียนท่านประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก มีชัย นุกูลกิจ สมาชิกสภาร่างฯ ในฐานะที่กระผมก็เปึน คนภาคใต้ แต่ไม่มีโอกาสเปึนกรรมาธิการ ก็ขอแสดงความยินดีกับกรรมาธิการของภาคใต้ ที่ได้นำชี้แจงครับ ซึ่งจะต้องแสดงความชื่นชมว่าท่านก็มีความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ปรากฏผลก็เปึ้นที่ยอมรับ แต่อย่างไรก็ตามกระผมก็คงจะมีข้อห่วงใยแล้วก็อยากซักถาม เท่านั้นเองว่า การที่ท่านได้ไปดำเนินการนั้น ไม่ว่าจะเปึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ดี สงขลาก็ดี สุราษฎร์ธานีก็ดี ปรากฏว่ามีประชาชนเข้ามาร่วมชุมนุมแสดงความคิดเห็น ไม่น้อยกว่า ๗๐๐ คนโดยประมาณ แล้วก็บางแห่งก็มีหลายจังหวัด แล้วก็มีการออก โทรทัศน์หลายช่องซึ่งเปึนสิ่งที่ดี กระผมเพียงแต่อยากถามท่านประธานผ่านไปยังประธานกรรมาธิการฯ ภาคใต้ว่า พอจะ จำแนกได้ไหมว่าประชาชนที่มารับฟังนี่เปึนคนระดับไหน เพราะตรงนี้เปึนปัญหาสำคัญ เพราะที่กระผมได้รับทราบมักจะเปึนคนชั้นกลางกับชั้นสูง ปัญหาว่าคนภาคใต้ระดับล่าง นี่ทําอย่างไรเขาจะได้ความคิดเห็นครับ ๑. โอกาสประชุมคงยาก ๒. ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะ ดูทีวีหรือโทรทัศน์ ตรงนี้อยากถามว่าพอจะแยกแยะได้ไหมว่าคนระดับล่างมีเท่าไร คือคิด เปึ้นเปอร์เซ็นต์ และถ้าหากว่ามีน้อยก็อยากจะถามว่ามีแนวทางอย่างไรที่จะให้คน ระดับล่างได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมาก กระผมก็คงจะ ไม่พูดอะไรมากมายนัก เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าคนระดับกลาง ระดับสูงจะมอง ในสภาพที่ว่า ทำอย่างไร ผมพูดประเด็นที่ว่านายกฯ มาจากไหน สส. มีปาร์ตี้ลิสต์หรือไม่ สว. มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ส่วนใหญ่เปึนอย่างนี้ แต่ประชาชนระดับล่างเขาจะมองถึง ความเปึนอยู่ ชีวิตประจำวันของเขา ตรงนี้อยากจะเรียนถาม อยากจะถามว่าถ้าหากว่า ที่ท่านไปทํามานี่ ไปประชุมกันมานี่ คนระดับล่างน้อย ท่านมีแนวทางอย่างไรที่จะทําให้ ระดับล่าง ประชาชนถึงระดับล่างได้ทราบทั่วถึง

ประเด็นที่ ๒ อยากถามว่าวิธีการประเมินผลในการที่จะตอบสนองหรือ ตอบรับความคิดเห็นของประชาชนนั้นท่านมีวิธีอย่างไร

และประการสุดท้าย อยากจะเรียนถามว่าระหว่างทำงานมีปัญหา ข้อขัดข้องประการใด ขอบคุณครับ

ครับ ขอบพระคุณครับ คือผมเข้าใจว่าคงจะไม่มีระดับนะครับ คงไม่มีล่าง ไม่มีกลาง ไม่มีบน เข้าใจว่าอย่างนั้นนะครับ ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาเอาเฉพาะเรื่องของ ภาคใต้นะครับ ตอนนี้นะครับ เพราะมีหลายท่านที่ยกมือแสดงความจํานงไว้นะครับ เดี๋ยวกรรมาธิการค่อยตอบดีไหมครับ ฟังข้างล่างดูก่อนนะครับ ครับท่านอาจารย์ปกรณ์ ครับ เชิญครับ

นายปกรณ์ ปรียากร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณประธานคณะกรรมาธิการฯ ภาคใต้นะครับ ว่าเรื่องที่ท่านนำเสนอนี่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสมาชิกทุกคน และในขณะเดียวกันก็เปึ้น ตัวอย่างที่ดีของการทำงานที่สะท้อนให้เห็นถึงว่า ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคในหลายพื้นที่ ในขณะเดียวกันการเริ่มของเราอาจจะมีข้อขลุกขลักอยู่บ้างนี่ แต่สิ่งที่ท่านทั้งหลาย ได้ทํามาเปึนความมุ่งมั่นที่ช่วยทําให้เปึนประโยชน์ต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและ สมาชิกสภาร่างฯ ทุกคนนะครับ สิ่งที่ผมรู้สึกว่าเปึนจุดประเด็นหนึ่งซึ่งท่านประธานได้ กรุณาได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ก็คือว่า คําว่า มีพิมพ์เขียวอยู่แล้วหรือไม่ ในฐานะที่เปึนโฆษก คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี่ก็อยากจะเรียนต่อท่านประธานและผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการและพี่น้องประชาชนนะครับว่า เราไม่มีพิมพ์เขียวนะครับ และการดำเนินการที่ผ่านมาของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ มาโดยตลอดนี่ก็เปึนการ กระทำโดยเป่ดเผย และเป่ดโอกาสให้ประชาชนได้รับฟังในการถ่ายทอดเสียงออกมา นะครับ และในห้องประชุมกรรมาธิการนั้นสื่อมวลชนสามารถเข้ารับฟังได้ ในเวลา เดียวกันนั้น ปัญหาที่มันเกิดขึ้นตรงจุดนี้ก็แสดงให้เห็นว่า เราอาจจะมีปัญหาเรื่องการ ทำงานในด้านของการประสานการดำเนินงานระหว่างกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกับ ด้านงานประชาสัมพันธ์เผยแพร่ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ก็น่าที่จะเปึนประโยชน์ว่า ทําอย่างไรที่จะทําให้การดําเนินการ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่การทำงานของสภาร่างฯ และกรรมาธิการยกร่างฯ จะเปึนไป ในเนื้อเดียวกัน ผมถือว่าการทํางานของกรรมาธิการภาคใต้ครั้งนี้เปึ้นตัวอย่างที่จะทําให้ ฝ์ายประชาสัมพันธ์หรือกรรมาธิการฝ์ายประชาสัมพันธ์ได้นำไปคิดแล้วก็ดำเนินการ ในลักษณะที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น อยากจะถามท่านกรรมาธิการฯ ภาคใต้ว่า อย่างที่ท่านได้ ดำเนินการในเรื่องของการใช้วิทยุกระจายเสียงก็ดี การใช้วิทยุโทรทัศน์ก็ตามนี่นะครับ รวมทั้งการลงไปรับฟัง ณ จุดต่าง ๆ เช่นเดียวกับที่ พลตำรวจเอก มีชัย ได้กรุณาพูด ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ เราสามารถที่จะมีเสียงสะท้อนกลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ รับฟังในลักษณะโทรศัพท์ก็ดี หรือการส่งข้อมูลกลับเข้ามาจากจุดต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด เพราะถ้าทําได้ตรงจุดนี้ผมคิดว่าเราน่าจะดําเนินการทั่วประเทศโดยฝ์ายประชาสัมพันธ์ โดยใช้วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อมวลชนทุกแขนงในระหว่างนี้ อยากจะเรียนต่อไปว่า การร่างรัฐธรรมนูญยังไม่มีข้อยุติใด ๆ นะครับ การประชุมที่ชะอํานั้นเปึ้นการประชุมเพื่อ ใช้เวลาเต็มที่ในการที่จะหาข้อสรุปร่วมกันใน ๒ ส่วนด้วยกัน นั่นคือส่วนแรกก็คือเสียง ที่เรารับฟังเข้ามานี่มันก็เข้าไปถึงกรรมาธิการยกร่างฯ โดยกรรมาธิการประสานการมี ส่วนร่วมฯ ที่เข้าไปดำเนินการ โดยท่านประธานกรรมาธิการก็คือท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ก็จะมีช่องทางของการดำเนินการรับฟัง แล้วก็ส่งกลับมา ส่งต่อไปที่กรรมาธิการยกร่างฯ และกรรมาธิการยกร่างฯ เมื่อได้ข้อสรุปก็ส่งกลับ แล้วก็ส่งต่อไปยังพี่น้องประชาชน ในส่วน ของกองงานโฆษกของกรรมาธิการยกร่างฯ เองนี่ก็มีเอกสารข่าวบางครั้งวันละ ๒ ครั้ง ที่ชะอำเอง นี่สื่อสารมวลชนก็ให้ความสนใจมาก แล้วก็สามารถจะสื่อกลับไปยังพี่น้อง ประชาชนได้โดยตรง เรื่องหลายเรื่องที่มันเปึนเรื่อง ฮอต อิชชู (Hot issue) เรื่องเปึน ประเด็นร้อนก็เปึ้นเรื่องที่มีการรับฟังกลับมาทันที อย่างเช่นเรื่องกรณีนายกรัฐมนตรีควรจะ มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งในที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นในทํานองนั้นก็อาจจะมีบ้างนะครับที่มี ความคิดเห็น ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย คือในระบอบประชาธิปไตย นั้นไม่ได้หมายความว่าเสียงส่วนใหญ่จะไปป่ดกั้นเสียงส่วนน้อย แต่ที่สำคัญก็คือเสียงของ ประชาชนเปึ้นเสียงส่วนใหญ่ ผมได้พูดเสมอเวลาแถลงต่อสื่อมวลชน ก็คือว่าอย่าปล่อยให้ ๓๕ คนลอยนวล อย่าปล่อยให้สมาชิกสภาร่างฯ ทั้ง ๑๐๐ คน และยืนยันว่าทั้ง ๑๐๐ คน นะครับ ไปทำงานเหมือนกับว่าเปึนคนละเนื้อกับกรรมาธิการยกร่างฯ ในส่วนนี้ ก็จำเปึนต้องใช้วิจารณญาณในการทำงานร่วมกัน ความสนใจร่วมกันของการดำเนินการ และผมเห็นด้วยกับที่ท่านประธาน ท่านเสรีเองได้กรุณาออกจดหมายว่าในการประชุม วันจันทร์ ในการประชุมที่พวกเราทั้ง ๑๐๐ คน ควรจะอยู่ในที่ประชุมเพื่อจะรับฟังเรื่อง ต่าง ๆ ให้ตรงกัน และกรรมาธิการต่าง ๆ ก็ไม่ควรประชุมในวันจันทร์ อย่างนี้ครับ เอาเรื่อง ของกรรมาธิการที่รับฟังความคิดเห็นฯ เข้ามาเสนอต่อที่ประชุม ที่ประชุมได้รับฟัง ที่ประชุมได้ข้อคิด ที่ประชุมน้ำกลับไปสู่การดำเนินการ หลายเรื่องเปึนเรื่องที่ตรงกันกับ กรรมาธิการยกร่างฯ และหลายเรื่องเปึนเรื่องที่เราเอาไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ อย่างเช่นเรื่องของ สส. บัญชีรายชื่อ ก็เปึ้นเรื่องที่ว่าเสียงส่วนใหญ่ของกรรมาธิการเห็นว่า น่าจะเปึนว่าไม่มีบัญชีรายชื่อ แต่เสียงส่วนน้อยคิดว่าถ้ามีแล้วมันมีประโยชน์ ก็ย้อนกลับ ไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าทางปักษ์ใต้บอกว่าไม่น่าจะมี อันนี้ก็เปึนเสียงที่เรากลับเข้ามา อยากจะเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่าตรงจุดนี้มันก็จะเปึนประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน สภาร่างฯ ไม่มีสิทธิร่างรัฐธรรมนูญตามใจตัวเอง กรรมาธิการยกร่างฯ ไม่มีสิทธิใช้เสียง ตัวเองบอกว่าเราจะร่างแบบนั้นแบบนี้ ประชาชนเปึ้นเสียงที่สำคัญ เพราะอย่างน้อยที่สุด เขามีอำนาจในวันสุดท้าย ซึ่งเดี๋ยวจะมีการพิจารณาเรื่องสำคัญก็คือเรื่องประชามติ ด้วยซ้ำไป เรียนผ่านไปยังประธานกรรมาธิการฯ ภาคใต้ว่า ก็อยากจะให้บอกพี่น้อง ประชาชนว่าไม่มีพิมพ์เขียวนะครับ แม้แต่ในกรรมาธิการยกร่างฯ เองก็ไม่มีใครสั่งใครได้ ตรงจุดนี้เปึนจุดที่จะเปึนประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจร่วมกันครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวในช่วงวาระที่ ๕ เปึ้นเรื่องการพิจารณา ร่างประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ในช่วงวาระดังกล่าวสมาชิกคงต้อง พิจารณาและจะมีการลงคะแนนกันด้วย ซึ่งผมนับด้วยสายตาอยู่ตอนนี้ก็ประมาณ ๗๐ -๘๐ ท่าน ในห้องประชุมก็เกือบ ๆ เต็มสภา ก็เลยเรียนให้ทราบก่อน ขอให้อยู่ร่วม พิจารณาและลงคะแนนกันด้วยนะครับ รายชื่อที่แจ้งไว้นะครับ จริง ๆ ในวาระพิจารณา รายงานเรื่องของผลงานการปฏิบัติงานในกรรมาธิการของภาคใต้ ก็คือรายงานให้สมาชิก ได้ทราบนะครับ อันนี้ก็คงน่าจะใช้เวลาที่กระชับได้นะครับ เหลืออีก ๕ ท่านที่แจ้งไว้ มีอาจารย์กรรณิการ์ ท่านวิทยา งานทวี คุณหมอธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ท่านอาจารย์มานิจ สุขสมจิตร ที่แจ้งไว้ ตอนนี้ ผมว่า ๔ ท่านนี้น่าจะยุติได้ เพื่อเราจะได้ไปว่าระอื่นที่กำลังรอการพิจารณาอยู่ นะครับ เรียนเชิญอาจารย์กรรณิการ์ ครับ

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร 🔗

เรียนท่านประธาน กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ค่ะ จากการที่ได้มีทางภาคใต้ได้นำเสนอนั้นมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม เนื่องจากว่าได้มีโอกาส เข้าไปร่วมงานด้วยนะคะ ก็เห็นว่าการจัดเวทีของภาคใต้ แล้วก็เข้าใจว่าทั้งประเทศไม่ว่า ระดับจังหวัด หรือระดับภาคก็แล้วแต่ สิ่งที่เราเห็นน้อยมากก็คือในเรื่องของการ ประชาสัมพันธ์ ในระดับที่น้อยมากในที่นี้คือการประชาสัมพันธ์ในส่วนกลางที่จะสนับสนุน ซึ่งเปึนสิ่งที่จำเปึนมาก ซึ่งต้องขออนุญาตที่เมื่อกี้ท่านอาจารย์ปกรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม นะคะ ได้บอกว่ากรรมาธิการเรื่องการประชาสัมพันธ์คงต้องทำเนื้อหา หรือว่าต้องเชื่อม ทำงานกับทางกรรมาธิการอื่น ๆ โดยเฉพาะการผลิตเอกสาร หรือว่าเครื่องมือเครื่องไม้ที่ จะปูพรมให้กับทั้งประเทศในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ เพราะได้มีโอกาสลงไป ปรากฏว่าสื่อประชาสัมพันธ์ตรงส่วนที่เขาต้องพึ่งตัวเองเปึนหลัก ต้องทำเอง ทำแม้กระทั่ง สติ๊กเกอร์ (Sticker) ติด ยกตัวอย่างของจังหวัดปัตตานีทำถึง ๒๐,๐๐๐ ชิ้น แต่ว่าจะได้ จากส่วนกลางเพียง ๒๐๐ ชิ้น เปึนต้น เหล่านี้เปึนการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ พื้นที่มีศักยภาพในการทำ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมางบประมาณในส่วนที่จัดสรรให้ ใน ๑ ล้านบาท ไม่เพียงพอ ตรงนี้มีความเห็นแล้วก็คิดว่าอยากจะเสนอทางสภาช่วย พิจารณางบประมาณในการดำเนินการให้กับจังหวัดต่าง ๆ อย่างน้อย ๒ ล้านบาท ซึ่งได้ มีการพูดคุยกันในกิจการสภาฯ ไปแล้วนะ แต่ว่ายังติดขัดเรื่องงบประมาณอยู่ แต่อย่างไร ก็ตามมีความเห็นว่างบประมาณในส่วนอื่น ๆ ที่ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์จะเห็น ศักยภาพของพื้นที่ในการทำเองได้ แล้วก็ทำอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เหล่านี้น่าจะเพิ่ม งบประมาณทั้งประชาสัมพันธ์ แล้วก็เรื่องงบประมาณในการจัดเวทีต่าง ๆ ให้กับพื้นที่ โดยเร็ว เนื่องจากว่าไม่ใช่จัดแค่สิ้นเดือนมีนาคม ยังต้องจัดไปจนถึงประชามติ รณรงค์ ประชามติ ซึ่งตรงนี้คิดว่าอยากให้สภารับตรงนี้ไป แล้วก็ไปพิจารณางบประมาณจัดสรรให้

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาจากการรับฟังความคิดเห็นของภาคใต้ ซึ่งได้มีโอกาส ลงไปอยู่สามสี่ครั้ง ในระยะหลังนี้นะคะ จะเห็นว่าเปึนปัญหาในเชิงของความเสมอภาค เรื่องของสิทธิ หน้าที่ การกระจายอำนาจนี้เปึนประเด็นหลัก และโดยเฉพาะในเรื่องของ ความเท่าเทียม ความเสมอภาค ตรงนี้เปึนเรื่องที่พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความเห็นกันมามาก แล้วก็คิดว่าเปึนประเด็นความขัดแย้งของสังคมในขณะนี้ เหมือนกัน กําลังจะมองว่ารัฐธรรมนูญที่จะกินได้หรือไม่ได้ ต้องปฏิบัติได้ แต่สิ่งที่กําลังเปึ้น ปัญหาในขณะนี้ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการศาสนา ไม่ว่าจะเปึนความเท่าเทียมในเรื่องของ การศึกษาที่เขาเสนอมานั้นเปึนปัญหาจริง ๆ ตรงนี้ไม่ได้บอกว่าสภาจะต้องแก้ปัญหา แต่กําลังจะบอกว่าในหมวดว่าด้วยเรื่องสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพเหล่านี้ ทําอย่างไรจึงจะให้ ข้อเสนอเหล่านี้ส่งผ่านไปให้ฝ์ายที่รับผิดชอบโดยตรงได้หันกลับมามอง แล้วก็แก้ปัญหา โดยตรง เพราะว่าไม่อย่างนั้นสิ่งที่เราไปบรรจุในรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ ไม่ว่า จะเปึนความเท่าเทียม ความเสมอภาค ก็มันไม่เท่าเทียม และมันไม่เสมอภาค แล้วจะทำ อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นการศึกษา ซึ่งเขาเสนอกันมามาก โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เรื่องของการจัดสรรงบประมาณ เรื่องของโอกาสเด็กที่จะเรียน เรื่องของครู อัตราครู เหล่านี้เปึนต้น ซึ่งจะปฏิบัติได้หรือไม่นั้นเข้าใจว่าเปึนเรื่องที่หน่วยราชการ ที่รับผิดชอบจะต้องดําเนินการต่อ แต่รัฐธรรมนูญเปึนแม่บท จะทําอย่างไรจึงจะปฏิบัติได้ ไม่อย่างนั้นรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถทำได้

ประเด็นที่ ๓ ตัวอย่างของการที่กรรมาธิการฯ ภาคใต้ได้นําเสนอนั้นน่าจะ เปึ้นสิ่งที่ดี ทําอย่างไรจึงจะให้มีกลไกหรือวิธีการสื่อสารเหล่านี้ของกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการแล้วก็เอามานำเสนอ นอกจากจะเสนอผ่านกรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมฯ แล้ว การได้มานําเสนอในสภา แห่งนี้จะสามารถที่จะสื่อสารแล้วก็กระจายไปยังประชาชนในภูมิภาคนั้น ๆ แล้วก็ ทั่วประเทศได้ ก็ถือว่าเปึนการแลกเปลี่ยนความคิดความเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่อง ของความคิดของแต่ละภาค ซึ่งก็เปึนเจตนารมณ์ของเรานะคะ ในการที่อยากจะให้มีการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทั้งประเทศว่าความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะ ประสานประโยชน์อย่างไรจึงจะให้เกิดรัฐธรรมนูญที่รับกันได้ เพราะเราก็อยากจะให้มีการ ประชามติรับรัฐธรรมนูญนะคะ

ประเด็นสุดท้าย ขออนุญาตพาดพิงถึงรายการวิทยุที่ท่านสมเกียรติ ได้เสนอมานะคะ จะเห็นว่าการที่คุณพิเชียร์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อาจารย์ครับ ขออนุญาตเอาเฉพาะภาคใต้ก่อนดีไหมครับ

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร

ได้ค่ะ แต่กําลังจะเสนอเพิ่มเติมนิดเดียวว่า อยากจะให้ไปแก้ข่าวในรายการวิทยุของท่านด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เมื่อกี้ทางเราขอโทษไปแล้วนะครับ ท่านสมาชิกครับ พอดีมีทางเจ้าหน้าที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ แจ้งมาว่าวันนี้จะถ่ายทอดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญถึงบ่าย ๓ โมง พอหลังจากนั้น ก็จะมีภารกิจสำคัญในการถ่ายทอด ก็เลยหารือท่านสมาชิกนะครับว่าเราน่าจะเข้าวาระ เรื่องการพิจารณาประกาศร่างสภาร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การทำประชามติ หรือไม่ เพราะว่าเปึ้นเรื่องสำคัญที่น่าจะให้ประชาชนได้รับฟัง ผมไม่แน่ใจว่าจะยืดเยื้อไป เลยบ่าย ๓ โมงหรือไม่ ถ้าเกิดเรามาตั้งข้อสังเกตในขณะนี้นี่นะครับ เดี๋ยวเรื่องสำคัญ ๆ จะไม่มีโอกาสได้ให้ประชาชนได้ชม ได้รับทราบนะครับ ก็เลยหารือนะครับ ก็ยังมีติด รายชื่ออยู่ก็คือ ท่านวิทยา งานทวี ท่านคุณหมอธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง ท่านอาจารย์มานิจ สุขสมจิตร แล้วกรรมาธิการผมว่าไม่ต้องตอบแล้วนะครับ เพราะว่าท่านก็รายงานไปเยอะ แล้ว ผลงานของท่านดีเด่นอยู่แล้วนะครับ ถ้าหากว่าท่านช่วย ๆ กันได้นะครับ เราก็ช่วยกัน บริหาร อาจารย์มานิจยังมีประเด็นติดใจอยู่ไหมครับ ท่านอื่นก็ขออนุญาตแล้วกันครับ ท่านมีเรื่องที่จะต้องพูดกันได้เยอะอีกครับ แล้วเรื่องการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์นี่ก็สำคัญ ที่อยากให้ประชาชนได้ดูหรือรับทราบเต็มเวลานะครับ ท่านยังติดใจอยู่ไหมครับ ถ้าติดใจ ยังมีท่านวิทยา งานทวี คุณหมอธีรวัฒน์ อาจารย์มานิจ ท่านวิทยายังติดใจไหมครับ เอาสั้น ๆ นะครับ สรุปเลยครับ เชิญครับ

นายวิทยา งานทวี

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม นายวิทยา งานทวี สสร. และกรรมาธิการยกร่างฯ ครับ กระผมก็ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการมีส่วนร่วมภาคใต้ ที่ได้ดำเนินการในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งก็ได้ทำงาน อย่างเข้มแข็งและก็มีผลออกมาอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่ผมจับประเด็นได้ในส่วนของการ มีส่วนร่วมก็คือประเด็นว่าส่วนของยกร่าง ๓๕ คน กับส่วนของการมีส่วนร่วมกําลังทําอะไร กันอยู่ ควบคู่กันไป หรือว่าอยู่ในบทบาทที่ต่างคนต่างทำ หรือป่ดประตูกันไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้กลายเปึนสาระสำคัญที่ประชาชนกำลังสับสน แล้วก็คณะกรรมาธิการเอง ก็สับสน ผมเองในช่วงที่อยู่ที่ชะอํา อยู่ในช่วงของการยกร่างนะครับ ก็ได้ข่าวว่ามี คณะกรรมการ สสร. เราไปพูดประเด็นนี้ในสื่อนะครับ ผมไม่เชื่อนะครับ เพราะผมมั่นใจว่า ใน สสร. ๑๐๐ ท่าน มีผู้ที่ทรงคุณวุฒิ ผมขออนุญาตครับเพราะถือว่าสาระสําคัญ ถ้าไม่มี ความชัดเจน ในอนาคตมันจะเกิดปัญหาต่อไป ขออนุญาตผมสั้น ๆ นะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่ใช่ครับ ท่านบอกว่าท่านไม่เชื่อ ผมกําลังจะบอกว่าท่านเชื่อเถอะเพราะท่านพิเชียร์ เขาก็พูดชัดแล้ว

นายวิทยา งานทวี

เพราะฉะนั้นหลังจากวันนี้ หลังจากที่ได้ฟัง ท่านสมเกียรตินะครับ ด้วยความเคารพ แล้วก็ได้รับทราบจากท่านพิเชียร ผมก็มีความชัดเจนว่าได้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น ในฐานะที่ผมมานั่งมองท่านพิเชียร์ท่านเปึน ประธานประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญในการที่จะทำความเข้าใจบทบาทของ สสร. เราทั้งหมด โดยมีหลายเรื่องที่เมื่อกี้ท่านกรรณิการ์พูดถึงนะครับว่าหลายเรื่องในส่วนของ ประชาสัมพันธ์ยังไม่ได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับคนที่ทำ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขออภัยนิดหนึ่งนะครับ เดี๋ยวที่ประชุมนี่อยากจะยกอะไรก็ยกกันมานะครับ ถ้าจะเอาเรื่อง อาจารย์พิเชียร เดี๋ยวเราก็มีวาระอื่น ๆ มีอะไรอีกนะครับ ท่านก็ไปวาระนั้น ตอนนี้ วาระที่จะพิจารณานี่นะครับ ก็คือเรื่องของจังหวัดภาคใต้ อย่างนั้นก็ควบคุมการประชุม ลําบาก

นายวิทยา งานทวี

ขออนุญาตสั้น ๆ ครับท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ทีนี้จะสั้นจะยาวมันก็ผิดช่วงจังหวะนะครับ เอาเปึนว่าขอร้องว่าถ้าหากว่ายังติดใจเรื่องนี้ เดี๋ยววาระอื่น ๆ ท่านก็ค่อยเสนอใหม่ ตอนนี้วาระของภาคใต้อยู่ เราให้จบเปึ้นเรื่อง ๆ ดีกว่าไม่อย่างนั้นมันก็พันกันไปพันกันมา

นายวิทยา งานทวี

ก็เพื่อให้ประชาชนภาคใต้ไม่สับสนนะครับ เพื่อให้ รับรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่ควรจะเปึนอย่างถูกต้องและให้เปึนประโยชน์กับ สสร. ผมก็คาดหวัง ว่างานประชาสัมพันธ์ต้องสอดคล้องกับแนวทางของ สสร. ทั้งหมดว่าเปึนอย่างไร ให้ถูกต้องชัดเจน ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ เพราะว่าจะต้องไม่เกิดอีกต่อไป ในเรื่องของต่างคนต่างเดิน ต่างทำคงเปึนไปไม่ได้ ก็เพื่อตัวแทนส่วนของยกร่างด้วย นะครับ และก็ขออนุญาตเพราะหลายท่านอาจจะมีโอกาสได้พูด เพราะว่าท่านประธาน คงไม่อนุญาตแล้ว แต่ผมขอยืนยันว่าพวกเราได้ทำในสิ่งที่ไม่ได้ป่ดประตู และก็เป่ดกว้าง ให้ทุกคนได้รับฟัง และก็มาเสนอได้ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขออภัยท่านวิทยานะครับ ท่านก็อยากจะบอกว่าสิ่งที่ท่านทํานั้นไม่ได้ป่ดกั้นอะไร ผมก็ยืนยันได้ ผมก็ไป ก็ยังได้พูดในที่ประชุมครับ อาจารย์มานิจ เชิญครับ

นายมานิจ สุขสมจิตร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม มานิจ สุขสมจิตร ครับ เรื่องสืบเนื่องครับ ผมไม่รบกวนเวลาของสภามากนะครับ ในเรื่องของการ ประชาสัมพันธ์คงไม่มีใครปฏิเสธว่าช่วงระหว่างที่เรากําลังร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้ ทางสื่อ ได้ให้ความร่วมมือเปึนอย่างดี สื่อทุกประเภท และก็คงจะร่วมมือกันต่อไป แต่ว่าเมื่อสักครู่ นี้มีข้อความซึ่งพาดพิงไปถึงสื่อและสื่อไม่มีโอกาสที่จะมาชี้แจงให้ทราบนะครับ ขออภัย ที่ต้องเอ่ยนามท่านสมเกียรติ รอดเจริญ ได้อ่านคําอภิปรายในทางวิทยุกระจายเสียง ซึ่งท่านพิเชียร์ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ผมก็ห่วงกังวลนิดหนึ่ง เพราะว่าเขาป่ดแคมปี คนภายนอกเข้าไปลำบาก แม้แต่ผู้สื่อข่าวจะไปก็รู้สึกว่าต้องออกค่าใช้จ่ายเอง กรรมาธิการอื่นจะไปก็รู้สึกไม่ค่อยได้รับการต้อนรับเท่าที่ควร ตรงนี้ผมว่าจริง ๆ ผมไม่ค่อย เห็นด้วยนะ ผมพูดตรง ๆ เหตุที่ผมต้องลุกขึ้นมาชี้แจงก็เพราะว่าท่านพิเชียรได้อธิบายว่า ถ้อยคำที่ท่านพูดไปนั้นท่านไม่ได้ปฏิเสธ ท่านบอกว่าท่านพูดด้วยใจจริงนะครับ ด้วยใจจริง อันนี้ผมก็ไม่ทราบว่าใจจริงจะมีเจตนาอย่างไร จะเรียนว่าถ้าหากว่าอ่านตาม ความนี้ แม้แต่ผู้สื่อข่าวจะไปก็รู้สึกว่าต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ก็ตีความได้ว่าท่านเปึนห่วงว่า ผู้สื่อข่าว แทนที่จะให้อยู่ฟรี กินฟรี ขอเรียนว่าการไปครั้งนี้ผู้สื่อข่าวก็จ่ายสตางค์เอง และก็ ไม่ได้ไปเรียกร้องที่จะอยู่ฟรี กินฟรีในทุก ๆ งานนะครับ การที่มีถ้อยคำอย่างนี้ออกไปทำให้ เข้าใจผิดว่าผู้สื่อข่าวไปไหนจะต้องไปอยู่ฟรี กินฟรีของเขาทุกแห่งไป ซึ่งไม่เปึนความจริง ครับ ก็ขอชี้แจงครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ อาจารย์พิเชียร์ก็อธิบายแล้วครับ แล้วก็ขอโทษไปแล้วนะครับ เดี๋ยวท่านป่ดไมค์ (Microphone) ด้วยนะครับ เดี๋ยวจะพูดต่ออีกนะครับ คุณหมอครับ ผมก็เกรงใจคุณหมอนะครับ เอาสั้น ๆ นะครับ

นายธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง

ขอสั้น ๆ ครับ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องสำคัญครับ กระผม นายแพทย์ ธีรวัฒน์ ร่มไทรทอง เกี่ยวกับภาพพจน์ว่าสภาร่างฯ ของเราและก็ รัฐธรรมนูญของเราร่างโดย ๓๕ คนนั้น ผมขอยืนยันนะครับ เพราะอันนี้เปึ้นเรื่องของ ภาพพจน์ครับ ว่าตอนไปอยู่ชะอำนั้นผมก็ได้ไปร่วมด้วยในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็นฯ ๑๒ องค์กร และประชาชน และของภาคอีสานนะครับ ก็ได้รับการ ต้อนรับอย่างดีครับ เชิญให้ผมไปอภิปรายด้วย และก็ร่วมรับฟังด้วยอย่างดีเลย แล้วค่าเดินทาง ค่าอะไรก็มีการจ่ายจากกรรมาธิการภาคให้ด้วยนะครับ ขอยืนยันว่า ทั้งหมดสภาร่างฯ เราสามัคคีกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมรับฟังมาจากพื้นที่ ก็ได้มีโอกาส เข้าไปในการระดมความคิดเห็นตอนยกร่างที่ชะอำครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คุณหมอครับ ผมว่ารายงานก็ครบถ้วนแล้วนะครับ ท่านประธานอุทิศ ยังไม่ครบหรือครับ

นายอุทิศ ชูช่วย ประธานคณะกรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธาน ครับ ขออนุญาต ๒ นาทีเอง คงไม่มากอะไรแล้วละครับ ท่านที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้อง ขอขอบคุณท่านมีชัย นุกูลกิจ นะครับ เปึนผู้อาวุโสที่ผมเองได้ปรึกษาอยู่ตลอดครับ ในส่วนของประชาชนที่มาเข้าร่วมนะครับ เราได้เชิญทุกภาคส่วนครับท่าน ทั้งในส่วนของ ภาคราชการและองค์กรเอกชน ในแต่ละเวทีถึงแม้ว่าระดมถึง ๗๐๐ คน ก็ครอบคลุม จริง ๆ ครับ ส่วนจะถามว่าสัดส่วนอย่างไรนี่ ก็คงตอบลำบากครับ แต่กราบเรียนว่า ครอบคลุม แล้วก็เปึนความเห็นที่สามารถเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้ครับ สำหรับท่านอาจารย์ปกรณ์ ก็ขอกราบขอบพระคุณนะครับ คงเข้าใจตรงกัน พี่กรรณิการ์ พูดถึงเรื่องประชาสัมพันธ์ส่วนกลาง กราบเรียนครับ ถึงแม้ว่าวาระนี้จะไม่ใช่วาระ ที่จะต้องพูดถึงการประชาสัมพันธ์ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ คำว่า ประชาสัมพันธ์ ประชา คือ ประชาชน กับ สัมพันธ์ ก็คือต้องสัมพันธ์จริง ๆ นะครับ ถ้างานไหนก็แล้วแต่ ครับ ที่ไม่สัมพันธ์กับประชาชนจริง ๆ มันทำงานประชาสัมพันธ์ไม่ออกหรอกครับ ผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า งบประมาณในการประชาสัมพันธ์ มันควรจะไปอยู่ที่ภาคหรือที่จังหวัดครับ ในภาพรวมมันทำได้ แต่ระดับหนึ่งครับ คนที่ประชากับสัมพันธ์กันได้ คือคนที่ทำงานในพื้นที่ครับ ให้โปสเตอร์ (Poster ) ไป ๒๐ แผ่น ๒๐๐ แผ่น ในภาคใต้ ๑๔ จังหวัดนะครับ ท่านต้องไปติดเองนะครับ อย่าให้ ภาคไปติดให้อีกนะ ไม่ได้นะครับ เพราะงานอื่นก็เยอะ แต่ถ้าเราคิดกันเองในภาคเรา กระจายตูมเดียวครับ จบครับ ในแต่ละจังหวัดได้เลยครับ ขณะนี้ผมกราบเรียนพวกเรา นะครับ ท่านสมาชิก สสร. ทุกท่านครับ สื่อที่ให้ความร่วมมือโดยเฉพาะทางภาคใต้ นะครับ เปึ้นสื่อของรัฐ แต่สื่อที่ประชาชนดูส่วนใหญ่ เช่น ทีวีนะครับ ช่องอื่น ๆ เรายังไม่มี โอกาสเข้าไป เลยครับ ประชาสัมพันธ์ส่วนกลาง ถ้ามีงบประมาณซื้อเวลามาเลยครับ แล้วให้ภาคไปชี้แจงเหมือนกับที่เราชี้แจงวันนี้ครับ แต่ละภาคเอางานของภาคไปทำ เปึนการจัดการของท่าน แล้วงานการประชาสัมพันธ์เปึนของคนทำงาน ไม่ใช่เปึนของ อีกส่วนหนึ่ง ไม่อย่างนั้น งานไม่เดินหรอกครับ นี่คือความที่อยากจะกราบเรียนว่าต่อไปนี้ มันต้องขับเคลื่อนกัน อย่างนี้ครับ ถ้าไม่ขับเคลื่อนอย่างนี้เราผิดหูผิดฝ่า เราประชุมกัน ทุกที่ยืดกันไปทุกทีครับ ไม่ทันครับ ๑๘๐ วัน ก็คงจะกราบเรียนแค่นี้ครับ แล้วก็สั้น ๆ ครับ กราบขอบคุณผู้ที่ให้ความร่วมมือทุกระดับครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดภาคใต้ ที่ให้ความร่วมมือ และองค์กรต่าง ๆ ต้องขอกราบขอบพระคุณผ่านสื่อนี้ครับ ที่ท่าน ให้ความร่วมมือ ที่ท่านให้ความกรุณาอยู่แล้ว ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ หวังว่าท่าน ช่วยต่ออยู่แล้วครับ แต่ถ้าหากว่าภาคส่วนใดที่ยังไม่ได้เริ่มให้ความร่วมมือกับสภาแห่งนี้ รีบเสียนะครับ รีบให้ความร่วมมือ เมื่อกี้ท่านสมาชิกจากภาคอีสานก็ได้สะท้อนออกมา เพราะฉะนั้นก็ขอกราบว่าให้ช่วยกันครับ กราบขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือผมก็เห็นใจกรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตท่านประธานอุทิศนะครับ แบ่งให้เพื่อน ๆ บ้างก็แล้วกันนะครับ ท่านที่ยกมือเมื่อกี้ ท่านวิชัยใช่ไหมครับ ท่านวิชัย ท่านชาลี ท่านเสรี นิมะยุ นะครับ เอาสั้น ๆ นะครับ

นายวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์

ท่านประธานครับ กระผม วิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ สสร. ๐๕๙ ครับ กระผมนิดเดียวท่านครับ กระผมติดใจนิดหนึ่งที่บอกว่า ในส่วนของ ภาคใต้นั้นเราดําเนินการอย่างไรกับคนระดับล่าง ถ้ากระผมพูดผิดต้องกราบขออภัย ท่านที่เคารพครับ ทั้งภาคเราทำงานเปึนเรื่องเดียวกัน ตั้งแต่ท่านประธานแล้วก็ คณะกรรมาธิการทุกคน เราร่วมมือกันทำทุกจังหวัด โดยเฉพาะที่กระผมต้อง กราบขออภัยท่านประธานว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น กระผมขออภัยที่ต้องบอก ว่าผมอยู่ที่ยะลา ท่านประธานได้มอบหมายให้ดูแลที่ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เราไป ทุกหนทุกแห่ง ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนนั้น ผมได้ให้เจ้าหน้าที่ของเราลงไปในสนามเลยครับท่าน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วโน้นแข่งขัน นก็เขาชวาเสียงภาคใต้ เราก็ให้เจ้าหน้าที่ลงไปสอบถามในแต่ละจุด มีประชาชน ทุกประเภท ถามและจดแล้วก็ใช้คนที่เข้าใจเรื่องภาษาท้องถิ่นด้วย นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ออกวิทยุประกาศให้มาร่วมกิจกรรมนั้นถ้าเราพูดกัน ๒ ภาษา เมื่อกี้ท่านประธานบอกว่าจะไปที่เบตงไม่แน่จะต้องใช้ภาษาจีนด้วย เหล่านี้เราใช้สื่อ ใช้ความเข้าอกเข้าใจของพี่น้องประชาชนที่เข้าใจร่วมกันว่าเรื่องนี้เปึ้นเรื่องที่สำคัญ สำหรับความต้องการของประชาชนทั้งหลายทั้งปวงนั้น เมื่อกี้ท่านประธานก็ได้กรุณา กราบเรียนไปเกือบหมดทุกประเด็นแล้ว ก็อยากจะกราบเรียนว่าถึงจะอย่างไรภาคใต้ของ เรานั้น กระผมต้องกราบขออภัยที่ใช้คำนี้ เราเปึ้นหนึ่งเดียว เราไม่แบ่งแยก สื่อก็ช่วย ประชาชนส่วนใหญ่เขาเข้าใจ แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ในปัจจุบันนี้ ก็ไม่ใช่ สาระสําคัญที่เราทํางานไม่ได้ กราบเรียนท่านประธานครับเราทําด้วยความจริงใจและ ตั้งใจ ก็กราบเรียนว่าสําหรับที่บอกว่าชนชั้นระดับล่าง ไม่มีครับ เราให้ความสําคัญทั้งหมด ตั้งแต่กรรมกรทุกกลุ่มอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับการศึกษา ขอขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ท่านชาลีครับ

นายชาลี กางอิ่ม กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผมคิดว่าหน้าที่ของเรา สสร. ร้อยคนก็คงจะมีเปัาหมายเดียวกัน คือไปร่วมกัน ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของแผ่นดินและของประชาชน เพราะฉะนั้นขอให้พวกเรา ผมพูดเสมอนะครับว่าที่ใดมีรักที่นั่นมีสันติภาพ เราร้อยคนไม่รักกันแล้วเราจะแก้ปัญหา ให้ชาติได้อย่างไร ของผมประเด็นที่สำคัญก็คือผมรับผิดชอบ ๒ จังหวัดคือ จังหวัดตรัง ของผมมี ๙ อําเภอ ๑ กิ่ง ผมก็ทําไป ๔ อําเภอแล้ว แล้วก็ของพังงาก็ไปครั้งเดียว แต่ก็ พยายามทำให้เร็วที่สุด ในวันที่ ๑๐ นั้นจะมีการประชุมใหญ่ แล้วก็โดยเฉพาะที่ ๔ อำเภอ ของเทศบาลของจังหวัดตรังก็จะเน้นหลาย ๆ เรื่องก็ประธานอุทิศ ได้กล่าวไปแล้ว ก็บอกว่าร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรอย่าให้มีการปฏิวัติอีกครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับสั้น ๆ ดีครับ ท่านเสรีครับ

นายเสรี นิมะยุ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเสรี นิมะยุ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๘๘ ตัวแทนกำนัน แล้วก็ตัวแทนพี่น้องมุสลิม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมหนึ่งเดียว ที่เปึนมุสลิมอยู่ครับ ทีนี้วาระการพูดในวันนี้ เพราะว่าท่านนายกฯ อุทิศประธานภาคก็ได้ พูดไว้แล้วเกี่ยวกับการรายงานความคืบหน้าของการทำงานของภาคใต้ ทีนี้อยากจะสร้าง ความเข้าใจสักนิดว่า โดยเฉพาะวาระแห่งชาติของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถึงแม้จะมีเงื่อนไขเรื่องการทำงาน เรื่องเวลานั้น ก็คงไม่มีปัญหาที่ท่านบอกว่าผู้หลักผู้ใหญ่ พอเวลาจะไปที่จังหวัดนราธิวาสแล้วก็อาจจะหาทางออกลักษณะไหนนั้นคงไม่เปึ้นดังที่ เข้าใจ เพราะว่าผู้หลักผู้ใหญ่ได้ประสานกับผมตลอดเวลาว่า ถ้าจะไปทำประชาพิจารณ์ ในจังหวัดนราธิวาส ผมในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญประจําจังหวัดนราธิวาสนั้น ท่านศิวะ แสงมณี ก็พร้อมที่จะไป ท่านจะให้กำลังใจ ท่านผู้ใหญ่หลายท่านกำลังมอง ปัญหาว่าที่นั่นเขาต้องการความอบอุ่น เขาต้องการความเข้าใจ เขาต้องการความลึกซึ้ง คงไม่มีปัญหาในส่วนนี้ อยากจะพูดสักนิด เมื่อสักครู่นั้นท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูด ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านกำนันวิทยา ผมในฐานะ สสร. มุสลิมคนหนึ่ง ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ท่านบอกว่าควรจะมีการปรับปรุงแก้ไขใน มาตรา ๓๖ ป้ ๒๕๔๐ เกี่ยวกับบุคคล ๒ สัญชาติ มันเปึ้นเรื่องละเอียดในเรื่องนี้ ท่านได้พูดเมื่อสักครู่นั้นเปึ้นส่วนใหญ่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฟังดูแล้วมันไม่น่าจะเปึ้นดังที่กำนันวิทยาได้พูดไว้ ถ้าท่านพูดว่า ส่วนน้อยนั้นพอที่จะเชื่อได้ สิ่งนี้เมื่อสักครู่ผมก็ได้รับการโทรศัพท์จากพรรคพวกที่ภาคใต้ ต้องมีการพูดคุยซักซ้อม ต้องมีการแสดงความชัดเจนในจุดนี้ ขอยืนยันว่าเปึ้นส่วนน้อย ที่ทําบัตร ๒ สัญชาติครับ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนั้นเปึ้นเรื่องรายละเอียดที่เกิดขึ้นในวาระแห่งชาติในขณะนี้ครับ ส่วนที่จะมีการแก้ไขในมาตราและประการใดนั้นแล้วแต่กรรมาธิการยกร่างรั่ฐธรรมนูญ จะพิจารณาในวาระนี้

ในส่วนประเด็นต่อไปที่ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเราออกเวทีใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเวทีของนราธิวาส เมื่อวันที่ผ่านมา วันที่ ๘ ครับ พี่น้องมุสลิม ทางนั้นให้ความสนใจเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพมากกว่าในเรื่องลำดับอื่น ดังนั้นเขาบอกว่า สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานนั้นจำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการยอมรับความหลากหลายของ ขนบธรรมเนียมประเพณี ความหลากหลายความเปึนอยู่ ความหลากหลายในแนวทาง ปฏิบัติของพี่น้องมุสลิม ดังนั้นก็อยากจะเสนอให้ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่า การร่างรัฐธรรมนูญนั้นควรจะคํานึงถึงในจุดนี้ด้วย

ประการที่ ๒ จากการที่เราได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการทำประชาพิจารณ์ ในวันนั้น เกี่ยวกับการใช้คำในแง่กฎหมาย พี่น้องของเราได้นำเสนอท่านนายกฯ อุทิศ ได้เปึนประธานว่าคําที่จะให้นํากฎหมายหรือว่าคําหนังสือที่เขียนในกฎหมายนั้น ควรจะ เขียนกฎหมายลักษณะง่าย ๆ ไม่ต้องเชิงวิชาการ ในเชิงกฎหมายมาก ถ้าเปึดก็คือเปึด ถ้าไก่ก็คือไก่ นี่คือสะท้อนของพี่น้องประชาชนที่เปึนอนุกรรมาธิการเพราะว่าถ้าเกิดว่าการ เขียนกฎหมายในเชิงลึก ในเชิงวิชาการมากเกินไปนั้น เปึนห่วงว่านักกฎหมายจะนำไปใช้ ก็อาศัยช่องว่างในการปฏิบัติในทางกฎหมาย ดังนั้นดังที่กฎหมายรัฐธรรมนูญได้กําหนด ไว้แล้วในอดีตนั้น กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นได้เขียนไว้ดีแล้ว แต่ในทางปฏิบัติผู้ที่ใช้ กฎหมายนั้นจะใช้ช่องว่างกฎหมายในการกระทำ ก็สามารถที่จะใช้ช่องในจุดนี้เพื่อนำไปสู่ ในจุดที่ไม่เปึ้นธรรมในสังคมได้ครับ

ทีนี้ในจุดหนึ่งที่เขาให้การอภิปรายเช่นกันก็คือว่าในเรื่องเกี่ยวกับการที่จะมี การเมืองที่ระดับ สส. ลงเขตเรียงเบอร์ ในจุดนี้เขาให้ความสนใจเปึนอย่างสูง ดังนั้น ฝากให้กรรมาธิการได้ไปพิจารณาด้วยเพื่อความชัดเจนในจุดนี้ ส่วนในลำดับอื่น ๆ นั้น ผมเองก็คงจะไม่เน้นไฮไลต์ (Highlight) จริง ๆ ก็ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านสุนทร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ในทางปฏิบัตินั้นผมยอมรับความจริงครับ ในระบบการสั่งการ ที่ท่านสุนทรพูดเปึนข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติครับ ในเมื่อเวลาเราจะไปออกพื้นที่หน่วยงาน ราชการนั้นควรจะให้ความสนใจในจุดนี้สักนิด เพราะว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเปึ้น กฎหมายสูงสุดของประเทศที่จะคลอดเปึนกฎหมายลูกต่อไป ถ้าเกิดว่าหน่วยงานราชการ ไม่ให้ความสนใจ เปึ้นพิธีการมากเกินไปในบางครั้ง ผู้ปฏิบัติในระดับจังหวัดนั้นจะเจอ ปัญหาและอุปสรรคในเชิงการทำงาน ท่านสังเกตง่าย ๆ ระบบราชการนั้น ผมเอง เปึนกํานั้นมาหลายป้คงจะรู้ ท่านก็เปึนข้าราชการมา ตามระบบออทอริตี (Authority) ตามระบบที่สั่งการด้วยลายลักษณ์อักษร ในบางครั้งเราขอความช่วยเหลือโดยที่ ไม่สามารถจะทำระบบลายลักษณ์อักษรนั้น การตอบรับจากหัวหน้าส่วนราชการก็ดี หัวหน้าการทำงานก็ดีไม่ค่อยจะตอบรับ ขอให้ท่านกรรมาธิการ ท่านประธานได้หารือกับ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในจุดนี้ในวาระที่ว่ามีความเร่งด่วนในการทํางาน กรอบที่เขาให้มา ๑๘๐ วันนั้น ประธานกรรมาธิการวิสามัญระดับจังหวัดเวลาที่จะกระทําการใด ๆ นั้น ย่อมมีเวลาที่จำกัด บางครั้งต้องเป่ดโอกาสอย่าให้ทำแบบระบบพิธีการมากเกินไป การที่ จะประสานไปยังหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อจะให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดกับการร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ขอบคุณมากครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ กรรมาธิการก็ครบ ๓ ท่านแล้วนะครับ ท่านมนตรีก็ยกมือ ท่านนิมิตรอีก อย่าเพิ่งครับ ขออนุญาต ข้างล่างท่านวิทยาก็ยกอีก ผมว่าไม่จบนะครับ ผมว่าท่านยัง สามารถอภิปราย แล้วก็พูดรายงานได้อีกหลายครั้งนะครับ คือเมื่อกี้บอกอีก ๓ ท่าน เพราะเห็นใจว่าท่านไม่ค่อยได้อภิปราย ผมก็เห็นใจท่านมนตรี แล้วก็นาน ๆ ก็จะอภิปราย ครั้งหนึ่ง ทีนี้พอท่านขออีก ท่านนิมิตรอีก ท่านวิทยาอีก ผมว่าเดี๋ยววาระเรื่องพิจารณา หลักเกณฑ์นี่จะมีปัญหา ขอความร่วมมือแล้วกันนะครับ และเดี๋ยวคราวหน้าผมไม่ตัดท่าน เมื่อกี้ท่านก็ขอคนละ ๒ นาที ขออภัยจริง ๆ ข้างล่างด้วย ท่านวิทยาคราวหน้าแล้วกัน นะครับ ขอบพระคุณครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการฯ ภาคใต้ทุกท่านนะครับ ขอบคุณ ท่านมนตรี เมื่อกี้ท่านก็เตรียมจะพูด ท่านนิมิตรด้วยนะครับ ขอบพระคุณมาก ๆ เลยครับ ผมว่าเราเข้าวาระที่ ๕ เลยดีกว่านะครับ

ระเบียบวาระที่ ๕ ร่างประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติ และการออกเสียง ประชามติพิจารณาเสร็จแล้ว จึงขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่เลยครับ และท่าน กรรมาธิการกรุณาหยิบบัตรลงคะแนนของท่านติดมาด้วยนะครับ หยิบบัตรของท่าน มาด้วยนะครับ ในระหว่างที่คณะกรรมาธิการกำลังเข้าประจำที่ ในคราวประชุมสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๘/๒๕๕๐ วันจันทร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้นำข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ หมวด ๖ การเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาบังคับใช้โดยอนุโลม และเห็นชอบให้มีการพิจารณาในเรื่องนี้โดยให้กระทำเปึน ๓ วาระตามลำดับ ซึ่งในการ ประชุมคราวที่แล้วที่ประชุมได้ลงมติในวาระที่ ๑ รับหลักการ กำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน การพิจารณาในวาระที่ ๒ นี้ จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ์ แล้วพิจารณา เรียงตามลําดับข้อและให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคํา หรือข้อความที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือผู้ที่แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ หรือที่กรรมาธิการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะได้ลงมติเปึนอย่างอื่น

ขอเชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ ผม นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการยก ร่างหลักเกณฑ์ วิธีการออกเสียงประชามติ และการประชามติ ขอกราบเรียนว่าตามที่ สภาร่างรัฐธรรมนูญได้มีมติรับหลักการร่างประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการ ยกร่างหลักเกณฑ์ วิธีการออกเสียงประชามติ และการออกเสียงประชามติเปึนผู้พิจารณา และให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแปรญัตติภายใน ๖ วันนั้น ได้มีท่านสมาชิกแปรญัตติ จำนวน ๖ ท่าน และท่านสมาชิกเสนอความเห็น ๒ ท่าน กรรมาธิการได้ประชุม คําแปรญัตติและความเห็น รวมทั้งคําอภิปรายของท่านสมาชิกในชั้นรับหลักการ ในวาระแรกทุกประเด็น เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๐ ทั้งนี้โดยยึดหลักรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๔๙ และกรอบปฏิบัติหน้าที่ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ กรรมาธิการปฏิบัติเปึนหลักสําคัญในการพิจารณา บัดนี้การพิจารณาคำขอแปรญัตติ ความเห็นของท่านผู้เสนอได้เสร็จสิ้นแล้ว ผมจึงกราบเรียนมาเพื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้โปรดพิจารณาต่อไป ขอขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาต ให้รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการร่างฯ ได้กล่าวถึงภาพรวมในการ พิจารณาร่างหลักการในเรื่องนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพครับ กระผม วุฒิสาร ตันไชย ในฐานะกรรมาธิการยกร่าง หลักเกณฑ์ฯ ขออนุญาตกราบเรียนข้อพิจารณาของคณะกรรมาธิการต่อการแปรญัตติ ของญัตติต่าง ๆ ที่เสนอเข้ามาจากท่าน สสร. ผู้ทรงเกียรติ ด้วยหลักการที่ คณะกรรมาธิการมองเห็นว่าบทบาทของ สสร. และบทบาทของการจัดทำประชามติ รวมทั้งองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องควรมีบทบาทอย่างไร ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเหล่านี้จะเปึน ข้อสรุปซึ่งถือเปึนหลักการใหญ่ที่คณะกรรมาธิการเองได้เห็นว่าคําแปรญัตติบางอย่าง ได้มีการปรับปรุงแก้ไข และ คำแปรญัตติบางอย่างกรรมาธิการก็ขอยื่นในหลักการของ คณะกรรมาธิการที่ผ่านร่างหลักการในวาระที่ ๑ ไปแล้ว ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า หลักการใหญ่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ เห็นว่าบทบาทของ สสร. หรือสภาร่าง รัฐธรรมนูญเองที่พึงจะดำเนินการที่เกี่ยวข้องนั้นคงมี ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือการจัดทำร่าง รัฐธรรมนูญ และรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ซึ่งปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ จากนั้นแล้วบทบาทของ สสร. เองคงต้องทำหน้าที่หลักในการที่จะเผยแพร่ให้ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดังกล่าวนี้มีสาระสำคัญ ความแตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับเดิมอย่างไร ซึ่งปรากฏเปึนข้อเงื่อนไขอยู่ใน รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ และในขณะเดียวกันสภาร่างรัฐธรรมนูญเองก็ยังมี หน้าที่ต้องจัดทําตามมาตรา ๒๙ ก็คือการดําเนินการให้มีการจัดทําประชามติ ด้วยเหตุนี้ ล่ะครับที่คณะกรรมาธิการมองเห็นว่าบทบาท ๒ ส่วน ระหว่างการเผยแพร่ การรณรงค์ให้ พี่น้องประชาชนเข้าใจต่อร่างฯ เพื่อให้พี่น้องประชาชนม้องเห็นถึงข้อดี ข้อเสียของ รัฐธรรมนูญ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจในกระบวนการประชามติว่าจะรับหรือ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึ้นหน้าที่โดยตรงของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นสภาร่าง รัฐธรรมนูญเองซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมฯ จนไปถึงกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด จึงมีบทบาทที่สำคัญในการที่จะไปเผยแพร่ และรณรงค์ให้กับพี่น้องประชาชนเข้าใจและรับทราบสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว ดังนั้นในบทบาทของการทำประชามติ ในวิธีการ จัดทำนั้น คณะกรรมาธิการเห็นว่าควรใช้องค์กรที่มีฐานะเปึนกลาง มีสถานะและมี ความพร้อม รวมทั้งมีข้อกฎหมายในการที่จะให้ดำเนินการในการทำประชามติได้ ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะเปึนองค์กรที่น่าจะมีความ เหมาะสมที่สุด ในการกระทำ ดังนั้นความค่าบเกี่ยวหรือเส้นแบ่งระหว่างบทบาทของ สภาร่างรัฐธรรมนูญกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากสภาร่าง รัฐธรรมนูญให้เปึ้นผู้ดําเนินการจัดทําประชามติจึงต้องมีความชัดเจน คณะกรรมาธิการจึง เห็นว่าบทบาทส่วนใหญ่ในการดำเนินการทางธุรการและวิธีการในการจัดทำประชามตินั้น ควรเปึนเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีฐานะทางกฎหมาย และมีสถานภาพ และมีความชํานาญ ในส่วนที่บทบาทของ สสร. เอง ตามมาตรา ๒๙ ซึ่งบังคับให้สภาร่าง รัฐธรรมนูญเปึ้นผู้ดําเนินการจัดทําประชามตินั้นจึงเปึนอยู่ในฐานะของการกํากับดูแลเพื่อ ไม่ให้เกิดความทับซ้อน หรือการได้เปรียบระหว่าง สสร. ซึ่งเปึ้นคนอนุมัติร่างรัฐธรรมนูญ ไปแล้ว แล้วก็จะไปทำหน้าที่ควบคุมให้เกิดการประชามติ หรือกำกับ หรือดำเนินการเอง ให้การจัดทําประชามตินั้นเปึนไปอย่างไร อันนี้คณะกรรมาธิการเห็นว่าเพื่อความ เหมาะสม แล้วก็เพื่อความสง่างามของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลประชามติจะเปึนอย่างไร จึงควรแยกบทบาทที่ชัดเจน ระหว่าง สสร. กับคณะกรรมการการเลือกตั้งในขั้นตอนของ การจัดทําประชามติ ด้วยเหตุผลนี้ล่ะครับที่จะทําให้เห็นว่าคําแปรญัตติของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านกรรมาธิการเห็นว่าจะไม่ขอเปลี่ยนแปลงและขอยื่น ส่วนคำแปร ญัตติของคณะกรรมาธิการบางท่านที่เปึนข้อท้วงติงในเชิงข้อกฎหมายหรือประเด็น เพิ่มเติมนี่ ทางกรรมาธิการก็ได้มีการปรับแก้ในหลายข้อ หลายประการ ซึ่งปรากฏอยู่ใน เอกสาร อันนี้คือหลักการทั่วไปที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ซึ่งท่านสวัสดิ์เปึ้นประธานนั้น ได้วางหลักและแนวจุดยืนของการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์อันนี้บนพื้นฐานของบทบาท ที่ชัดเจนระหว่างสภาร่างรัฐธรรมนูญกับผู้ดําเนินการในการจัดทําประชามติครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังท่านสมาชิก เพื่อได้กรุณารับทราบถึง แนวทางหรือหลักการหลัก หรือเจตนารมณ์หลักของคณะกรรมาธิการก่อนที่จะมีการ พิจารณาในเรื่องของการแปรญัตติเปึ้นรายข้อครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเลขาฯ ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สภาร่างรัฐธรรมนูญ

ร่างประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการ ว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ชื่อร่าง ไม่มีการ แก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านที่สงวนไว้นะครับ อาจารย์คมสัน โพธิ์คง ครับ

นายคมสัน โพธิ์คง

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม คมสัน โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ผมได้ขอแปรญัตติโดยขอให้แก้ไขชื่อของประกาศ สภาร่างรัฐธรรมนูญเปึน ร่างประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการ ออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับ เนื่องจากในบทบัญญัติ มาตรา ๒๙ วรรคสองนี้ได้บัญญัติของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ เมื่อมีการจัดทำร่าง รัฐธรรมนูญแล้วเสร็จให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งต้องจัดทํา ไม่เร็วกว่า ๑๕ วัน และไม่ช้ากว่า ๓๐ วันนับแต่วันที่เผยแพร่รัฐธรรมนูญดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศกําหนด ผมมีความเห็นอย่างนี้ ครับ ผมเห็นว่าในเนื้อหาสาระของมาตรา ๒๙ วรรคสอง แบ่งเปึน ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือ เรื่องของการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการจัดให้มีการออกเสียง ประชามติ ผมเห็นว่าในเรื่องของการจัดให้มีการออกเสียงประชามติเปึนเรื่องที่อาจจะออก ประกาศหรือหลักเกณฑ์ได้ตามกรณีของมาตรา ๒๙ วรรคสอง เนื่องจากว่ากระบวนการ ในการจัดให้มีในที่นี้ โดยหลักการแล้วสภาร่างฯ ควรจะเปึ้นผู้จัดเองในแง่ของบทบัญญัติ มาตรา ๒๙ วรรคสอง แต่เนื่องจากในแง่ของการดำเนินการแล้ว คณะกรรมการ การเลือกตั้งอาจจะมีกําลังบุคลากรที่ทําหน้าที่อย่างนี้ได้ดีกว่า เพราะฉะนั้นในแง่ของ การจัดให้มีจึงอาจจะมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้จัดก็ได้นะครับ แต่ในส่วนของการเผยแพร่แล้ว ถ้าสังเกตดูว่าในรัฐธรรมนูญมาตราอื่น ๆ เช่น มาตรา ๒๖ วรรคสองก็พูดถึงการเผยแพร่เช่นเดียวกันในแง่ของร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าต้อง มีการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการดำเนินการของสภาร่าง รัฐธรรมนูญที่จะไปดําเนินการเอง ผมเห็นว่าการเผยแพร่ตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง กับการเผยแพร่ตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง ไม่มีความต่างกัน ดังนั้นผมจึงเห็นว่าหน้าที่นี้ โดยหลักการแล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญควรจะเปึ้นผู้ที่จะดําเนินการในเรื่องนี้เอง และก็ไม่อยู่ ในเงื่อนไขของคําว่า หลักเกณฑ์และวิธีการ ตามที่สภาร่างฯ กําหนดในมาตรา ๒๙ วรรคสอง ซึ่งผมเข้าใจว่าเปึ้นเรื่องของการจัดให้มีการออกเสียงประชามติเท่านั้น ดังนั้น จึงเสนอให้มีการตัดในเรื่องของการเผยแพร่ทั้งหมดออกทั้งหมวด จึงต้องมีการขอแก้ไข ชื่อร่างประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ ท่านประธานนิดเดียวครับ คือกระผมจะขออนุญาตที่ประชุมเพื่อจ่ายเอกสารประกอบการพิจารณา สำหรับวาระนี้ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามตินะครับ และก็มีรายละเอียดเอกสารนะครับ ขออนุญาตท่านประธานสภาเพื่อจะแจกเอกสาร ที่ประชุมด้วยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านขออะไรนะครับ โทษที พูดอีกทีครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ คือผมจะ ขออนุญาตที่ประชุมเพื่อแจกเอกสารประกอบการพิจารณานะครับ ซึ่งจะ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แล้วก็รายละเอียดเอกสารเรื่องการลงคะแนนนะครับ ประกาศ คปค. ฉบับที่ ๑๓ ประกาศ คปค. ฉบับที่ ๒๖ และก็ กกต. พ.ศ. ๒๕๔๑ ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านเตรียมมาแล้วใช่ไหมครับ

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมาธิการ

เรียบร้อยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อนุมัติครับ ทีนี้ของท่านอาจารย์คมสั้น นอกจากจะแปรญัตตินี้ ยังมีส่วนคำปรารภ์ มีส่วน อื่น ๆ ด้วย อันนี้ก็จะพิจารณาไปในคราวเดียวกันเลยดีไหมครับ ท่านมีอะไรจะชี้แจง เพิ่มเติมไหมครับ ท่านยังยืนในร่างของกรรมาธิการใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาต ถามมติที่ประชุมนะครับ

(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ในส่วนที่กรรมาธิการเสนอร่างไว้มีท่านอาจารย์คมสัน โพธิ์คง ขอสงวนคำแปรญัตติ ไว้นะครับ ผมจะถาม เพื่อให้ง่ายแก่การลงคะแนนนะครับ ผมจะเอากรรมาธิการเปึนหลัก ก็แล้วกันนะครับ ถ้าหากว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับกรรมาธิการให้กด เห็นด้วย ถ้าหาก ท่านสมาชิกเห็นด้วยกับผู้สงวนคำแปรญัตติให้กด ไม่เห็นด้วย เชิญครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านอาจารย์คมสันว่าอย่างไรนะครับ

นายคมสั้น โพธิ์คง

ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธาน ทวนคําถามอีกครั้งครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์คมสั้นสงวนคำแปรญัตติ ให้ตัดถ้อยคำที่ว่า ว่าด้วยการเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญและการ ออกนะครับ กรรมาธิการยังคงยืนร่างของกรรมาธิการเดิม นะครับ ถ้าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับกรรมาธิการให้กด เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ คมสันให้กด ไม่เห็นด้วย นะครับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ลงครบถ้วนนะครับ ป่ดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่รวมคะแนนครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ของผมเครื่องไม่ทำงานครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เครื่องไม่ทำงาน อย่างนั้นเดี๋ยวรอสักครู่นะครับ อันนี้ป่ดการลงคะแนนแล้วนะครับ ของท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยครับ ท่านขานคะแนนเลยครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ไม่เห็นด้วยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านไม่เห็นด้วยนะครับ ไม่เห็นด้วยก็เพิ่มอีก ๑ คะแนนนะครับ

นายเกียรติชัย พงษ์พานิช

ไม่เห็นด้วยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์เกียรติชัยไม่เห็นด้วยเหมือนกันนะครับ เพิ่มอีก ๑ คะแนนครับ เรียบร้อย เลยครับ ท่านขานคะแนนเลยครับ เชิญครับ ยังไม่ได้ประกาศผลครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์ดวงสุดา เตโชติรส กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานนะคะ ดิฉัน ดวงสุดา สสร. นะคะ เห็นด้วยค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ

นายชนินทร์ บัวประเสริฐ กรรมาธิการ

ผม ชนินทร์ บัวประเสริฐ สสร. เห็นด้วยครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมนะครับ ๔๔ ท่านหรือครับ ผมว่าเครื่องอาจจะขัดข้องนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ดูอีกที่ดีไหมครับ รู้สึกว่าเราก็อยู่กันเต็มนะครับ แต่ทำไมคะแนนขึ้นเท่านี้

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์

ท่านประธานครับ อีกสักรอบหนึ่งได้ไหมครับ เพราะว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องเครื่อง บางท่านเพิ่งมาถึงก็มีนะครับ เพิ่งเข้ามาลงคะแนน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ เดี๋ยวทำความเข้าใจท่านก่อนนะครับ เจ้าหน้าที่ลบออกหมดเลยนะครับ อย่างว่าล่ะครับ ผมเข้าใจนะครับ ทุกท่านก็ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพนะครับ วิธีใช้บัตรนี่ ท่านต้องกดแสดงตนก่อนนะครับ ท่านกดแสดงตนก่อน แล้วถึงจะกด เห็นด้วย กับ ไม่เห็นด้วย พอไฟกระพริบนี่ท่านกดแสดงตนก่อนนะครับ นี่ถือว่าขออนุญาตที่ประชุม นะครับ น่าจะเห็นตรงกันนะครับ ว่าคะแนนนี่เครื่องอาจจะมีปัญหานะครับ เห็นตรงกัน นะครับ ไม่ได้เปลี่ยนมตินะครับ ผมจะขอมติใหม่นะครับ

(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านเสียบบัตรแสดงตนก่อนนะครับ ผมจะถามท่านนะครับ ท่านใดไม่พร้อมมีไหมครับ ยังไม่พร้อมนะครับ ท่านพิสิฐเรียบร้อยนะครับ ท่านอาจารย์ธรรมนิตย์ ท่านชนินทร์ครับ

นายชนินทร์ บัวประเสริฐ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ เนื่องจากว่าผมดูแล้วประมาณว่าคนเข้ามาน่าจะสัก ๗๐ คนอย่างน้อย แต่ว่าเครื่องได้แค่ สี่ห้าสิบคนเอง เพื่อเปึนการตัดปัญหาใช้ยกมือเลยแล้วนับเอา ขอประทานเสนอครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่เปึนไรหรอกท่านครับ เพราะว่าถ้ายกมือแล้วนับนี่กว่าจะผ่านทีละมาตราจะใช้เวลานาน มากนะครับ เดี๋ยวลองดูเครื่องก่อนแล้วนะครับ มีท่านใดไม่พร้อมมีไหมครับ ท่านชนินทร์ ครับ เรียบร้อยนะครับ ท่านใดที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการตามร่างเดิมของกรรมาธิการให้กด เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดที่เห็นด้วยกับท่านอาจารย์คมสั้นให้ตัดถ้อยคำออกให้กด ไม่เห็นด้วย เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านชาลี เจ้าหน้าที่ช่วยดูหน่อยครับ อาจจะขลุกขลัก ท่านชาติชายครับ เดี๋ยวมาตรา แรก ๆ ก็อาจจะฝ๋ดหน่อย เดี๋ยวตอนหลัง ๆ คงจะสะดวกขึ้นนะครับ เรียบร้อยหรือยังครับ ท่านชาติชายเรียบร้อยไหมครับ

นายชาลี กางอิ่ม

ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านกดเลยครับ ยังไม่ได้รวมครับ

นายชาลี กางอิ่ม

ยังมีคณะกรรมาธิการค่อย ๆ ทยอยมาอีก ๒ – ๓ ท่าน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่เปึ้นอะไร เดี๋ยวค่อยให้ท่านเข้ามาอีกทีหนึ่ง

นายชาลี กางอิ่ม

เดี๋ยวจะไม่ครบองค์ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครบแน่นอนครับ ขอบพระคุณครับ ท่านกดเรียบร้อยหรือยังครับ เรียบร้อยป่ดไม่ค์ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ ป่ดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่รวมคะแนนครับ มีผู้เข้าร่วม ประชุม ๗๘ คน เห็นด้วย ๕๖ ไม่เห็นด้วย ๑๙ งดออกเสียง ๓ ไม่ลงคะแนน ไม่มีนะครับ ถือว่าคงร่างกรรมาธิการนะครับ

ทีนี้ส่วนนี้ที่ท่านอาจารย์คมสันแปรเกี่ยวเนื่องไว้ก็ถือว่าเปึนไปตาม กรรมาธิการในส่วนอื่นด้วย ขอบพระคุณครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สภาร่างรัฐธรรมนูญ

คําปรารภ์ มีการแก้ไข ข้อ ๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๓ มีการแก้ไข มีผู้สงวนคำแปรญัตติ ข้อ ๔ มีการแก้ไข

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือท่านสมาชิกท่านใดที่สงวนคำแปรฯ ไว้ ถ้าท่านจะยังคงติดใจ กรุณายกมือขึ้นด้วย นะครับ ถ้าท่านไม่ยกมือก็จะถือว่าท่านไม่ติดใจ ท่านไพโรจน์ท่านพอใจแล้วนะครับ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผมต้องขออนุญาต ตรงนี้ ที่พอใจนั้นไม่ได้พอใจนะครับ และก็ไม่ได้ถอนด้วย เพียงแต่ว่าไม่ติดใจ แต่ว่าผมจะ ขอย้ำนิดเดียว เนื่องจากเรื่องนี้ได้มีการพูดจาพาดพิงมาถึงสภา ถึงกระทรวงมหาดไทย ถึงตัวผมเองหลายเรื่องหลายอย่าง และกระผมเปึนคนแปรญัตติมากที่สุดในเรื่องทั้งหมดนี้ แต่เมื่อได้ชี้แจงคณะกรรมาธิการแล้วก็บอกกรรมาธิการว่าขอความกรุณาได้รับเอาสิ่งที่ผม ได้นำเสนอนั้นไปพิจารณา เพื่อประกอบการพิจารณาให้การดำเนินการครั้งนี้เปึนไปด้วย ความเรียบร้อยให้มากที่สุด ส่วนวิธีการนั้นกระผมก็ได้เสนอเพิ่มเติม นอกจากวิธีเป่ดเผยแล้วก็เห็นด้วยว่ากับวิธีลับ เพราะฉะนั้นเพื่อความชัดเจนเรื่องนี้ กระผมขออนุญาตเพียงนิดเดียวท่านประธานครับว่า ก็ขอขอบคุณครับ ที่ท่านกรรมาธิการได้เอาบางส่วนไปพิจารณา แต่ว่าหลายส่วนก็ยัง ติดใจอยู่นะครับ ยังไม่ถึงกับพอใจทั้งหมด เพราะฉะนั้นกระผมก็อยากจะชี้แจงว่า เหตุที่ กระผมขอแปรญัตตินั้นก็เพราะว่าได้มีการอภิปรายและก็ขอให้มีแปรญัตติภายใน ๗ วัน การแปรญัตติของผมนั้น กระผมตามที่ได้ปฏิญาณเอาไว้แล้วนะครับว่า จะทำหน้าที่ ด้วยความสุจริต ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของผู้ใดหรือกลุ่มใดโดยเฉพาะ แล้วก็ทำด้วย ความบริสุทธิ์ใจครับ สิ่งที่ตามมาก็คือว่า ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างกว้างขวาง นะครับ โดยที่กระผมเองนั้นได้ยื่นคําแปรญัตติตั้งแต่วันที่ ๑ หลังจากนั้นก็ได้ไปร่วมประชุม อยู่ที่ชะอำ ระหว่างนั้นก็วิพากษ์กันทั้งสื่อวิทยุ ทีวี หนังสือพิมพ์ เปึ้นทำนองว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญร่างรัฐธรรมนูญเอง ชงเอง กินเอง เปึ้นทำนองว่าจะเอาวิธีการแบบนั้น มาใช้ได้อย่างไร เปึ้นทํานองว่า ทําไมต้องให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าไม่เปึนธรรมกับตัวผมเอง รวมทั้งผู้ที่ถูกพาดพิงด้วย สภาเองก็เสียหาย เพราะฉะนั้นกระผมถึงอยากจะชี้แจงว่า สิ่งที่ผมเข้าใจโดยสุจริตนั้นก็คือว่า ตามมาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) นั้นให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ครับ เปึ้นผู้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการที่จะออกเสียงประชามตินะครับ ไม่ได้ไปกำหนดว่า ให้กรรมการชุดใดชุดหนึ่งหรือมอบให้กรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้รับผิดชอบดำเนินการเลย เพราะฉะนั้นก็ชอบที่สภาของเราจะได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เกิดผลในทางที่ว่าจะเกิดการออกเสียงประชามตินั้นเปึ้นไปด้วยความรวดเร็ว ประหยัดและมีประสิทธิภาพนะครับ ซึ่งกระผมได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ แล้ว ก็อยากจะเรียนว่า สิ่งที่เสนอนั้นก็มีประเด็นใหญ่อยู่เพียงนิดเดียวว่า เนื่องจากว่า ถ้าหากมอบกรรมการการเลือกตั้ง การดำเนินการนี้ก็จะอยู่เฉพาะตรงนั้น ถ้าหากว่ามีการ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา นอกเหนือจากกรรมการการเลือกตั้งแล้วก็จะมีบุคคล จากภายนอกหรือส่วนราชการหน่วยงานอื่นมาร่วมด้วย ส่วนจะให้กรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนสำนักงาน เลขาธิการทำการเรื่องนี้ กระผมก็ไม่ขัดข้อง นั่นเปึนสิ่งที่เปึ้นเจตนารมณ์ในเรื่องที่มี การเสนอเรื่องนี้นะครับ วิธีการในการนําเสนอนั้นก็ชัดเจนว่าได้แก้ไขในหลายเรื่อง หลายอย่างเพื่อให้มันรวดเร็วขึ้น มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญระดับส่วนกลาง มีการ ตั้งกรรมการระดับจังหวัด มีการตั้งกรรมการระดับอำเภอ และทุกขั้นตอนนั้นจะเปึนไป ด้วยความรวดเร็วครับ หน่วยเลือกตั้งนั้นกระผมก็คิดว่า รัฐธรรมนูญเปึนการจัดทํา ประชามติครั้งแรกนะครับ แล้วก็ประชาชนนั้นยังไม่รู้ ไม่เข้าใจค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น จะเปึนไปได้ไหมที่เราจะใช้หน่วยเลือกตั้งระดับหมู่บ้านเปึนหน่วยออกเสียง รวมทั้งได้ใช้ ชุมชนในเมืองเปึนหน่วยออกเสียง ซึ่งคิดบวกลบตัวเลขคูณหารแล้วก็ใกล้เคียงกันครับ ประมาณสักแปดหมื่นหกพันกว่าหมู่บ้าน แล้วก็หน่วยออกเสียงจริง ๆ เมื่อเลือกตั้ง เมื่อป้ ๒๕๔๘ ก็แปดหมื่นหกพันกว่าหน่วย ใกล้เคียงกันมากครับ ไม่แตกต่างกันเลย แต่จะ ทําให้การเลือกตั้งนั้นที่ผู้คนได้เข้าใจทั่วถึงและมีคณะเจ้าหน้าที่ไปดําเนินการระดับ หมู่บ้าน วิธีการออกเสียงนั้นกระผมเสนอตั้ง ๕ วิธีนะครับ มีทั้งได้แปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม มีทั้งวิธีเป่ดเผย มีทั้งวิธีว่าให้ยกมือ ด้วยวิธียกมือ ด้วยวิธีแบ่งกลุ่ม ด้วยวิธีว่าเข้าไปขีด ตรงช่องที่ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ด้วยวิธีว่าลับซึ่งเสนอในที่สุดนะครับ อันนั้นก็เปึ้นสิ่งหนึ่ง ที่กระผมนำเสนอ รวมทั้งสิ่งที่ติดใจอยู่ก็คือในเรื่องของกระบวนการบริหารจัดการ ซึ่งกระผมได้เรียนแล้วว่า น่าจะต้องใช้เจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนของรัฐ ระดมทรัพยากร กําลัง เพราะลําพังกรรมการการเลือกตั้งเองก็มีกรรมการอยู่จังหวัด อยู่อําเภอไม่กี่คน ในท้ายที่สุดผมทำนายได้เลยนะครับว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องตั้งนายอำเภอ เปึ้นผู้อํานวยการออกเสียงในระดับอําเภอ อันนี้ขอเรียนไว้ก่อนเลยนะครับว่า อย่างไร ๆ ก็ไม่พ้นนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ค่าใช้จ่ายครับ ประเทศเรา กำลังแย่นะครับ จะต้องประหยัดงบประมาณในการดำเนินการ ถ้าจะต้องใช้จ่าย พันสองพันล้านบาท ผมคิดว่ามากไป ผมได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคำนวณแล้วนะ ก็จะใช้ ค่าใช้จ่ายประมาณห้าหกร้อยล้านบาท ไม่เกินนี่นะครับ อาจจะไม่รวมถึง งบประชาสัมพันธ์หรือการเผยแพร่อะไรบ้างส่วน ซึ่งคงไม่มากนัก เพราะฉะนั้นจุดนี้ ต้องเปึนจุดหนึ่งที่กระผมขอนำเรียนต่อที่ประชุมเพื่อได้พิจารณาในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ รวมทั้งได้ทราบว่า ได้มีผู้แปรญัตติสี่ห้าท่านด้วยกันที่ไม่ได้ขอถอน ได้สงวนเอาไว้ ทั้งหลายทั้งปวงนั้นเปึนการนำเสนอ เปึนการแปรญัตติเพื่อจะก่อให้เกิดความเรียบร้อย รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและประหยัดนะครับ ด้วยความเคารพต่อท่านประธานและ คณะกรรมาธิการวางหลักเกณฑ์ฯ นะครับ กระผมไม่ได้ไปท้วงติงอะไร การที่เรียนว่า กระผมไม่ติดใจนั้น หมายความว่า กระผมขอให้นำสิ่งที่กระผมได้นำเสนอไปประกอบ การพิจารณา และที่ไม่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ก็เพราะเหตุนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ คือจริง ๆ แล้วถ้าท่านไม่สงวนการอภิปรายก็จะลำบาก แต่ผมก็เข้าใจ ท่านนะครับว่าท่านก็พยายามจะเสนอแนวคิด ฝากเปึนข้อสังเกตไปก็แล้วกัน ส่วนกรรมาธิการท่านก็รับไปด้วย เดี๋ยวไป ๆ มา ๆ กลายเปึนว่าพอตามกรรมาธิการแล้ว ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายมากมาย ก็คงไม่ใช่หมายความลักษณะนั้น ท่านกรรมาธิการช่วยรับ ไปพิจารณาด้วยนะครับ ในข้อ ๓ มีท่านที่สงวนคําแปรญัตติไว้นะครับ ท่านอาจารย์คมสั้น ยังมีเรื่องประเด็นไหนครับ เพราะว่าท่านแปรฯ ตั้งหลายอย่าง ในคํานิยามนี่นะครับ เชิญอาจารย์ครับ

นายคมสัน โพธิ์คง

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม คมสัน โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมแปรคำนิยามด้วยเหตุผล ๒ ประการครับ ประการหนึ่งก็คือเรื่องในเนื้อหาที่ได้ขอแปรญัตติไว้ คือเรื่องตัดเรื่องการเผยแพร่ กับอีกเรื่องหนึ่งก็คือแปรเรื่องของความเหมาะสมของการใช้นิยาม ส่วนในเรื่องของการที่ ได้ยืนตามความเห็นของกรรมาธิการไปแล้ว อันนั้นผมไม่ติดใจ แต่ยังมีประเด็นในเรื่องของ ความเหมาะสม ที่จะกราบเรียนนำเสนอในแง่ของกระบวนการและเทคนิคของการร่าง กฎหมาย คือปกติแล้วในเรื่องของการร่างนิยามมันก็มีการกำหนดด้วยเหตุผล สองสามประการ

ประการที่ ๑ ก็คือว่าคำ ๆ นั้นมีหลายความหมายก็เลยต้องมีการกำหนด คำนิยามให้มันมีความชัดเจนขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะตีความออกไปไกลเกินกว่า วัตถุประสงค์ของกฎหมาย

ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องนั้นมีชื่อและมีความยาว หรือเรื่องนั้นมีความ ยาวมาก จึงต้องกำหนดคำนิยามเพื่อให้คำนั้นมันสั้น เนื่องจากใช้ในทุกที่ ถ้าใส่คำยาว ๆ แล้วจะเปึนปัญหาในกระบวนการร่าง ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาในทางเทคนิคเยอะ และต่อมา ก็คือมีความประสงค์จะให้ชื่อนั้นหรือนิยามนั้นมีความหมายอย่างอื่นเพิ่มขึ้น ผมยกตัวอย่างในแง่ของกฎหมาย เช่น กฎหมายโรคระบาดสัตว์ เขียนคำว่า สัตว์ ไปรวมถึงตัวอ่อนแล้วก็ไข่ด้วย คือจะให้ความหมายของการควบคุมไปถึงสิ่งเหล่านั้น แต่ทีนี้ในส่วนของนิยามหลาย ๆ ตัวที่เขียนอยู่ในประกาศของสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เช่น คำว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมมีความเห็นว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญมีสภาเดียว ไม่จําเปึนต้องเขียน เพราะชื่อหัวประกาศก็คือ ประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เอาความหมาย สภาร่างรัฐธรรมนูญมากําหนดนิยามตัวสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ตัวเรื่อง ก็เปึ้นสภาร่างรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ผมคิดว่าตรงนี้ไม่เหมาะสมเท่าไรในแง่ของการกําหนด คำนิยาม เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจะตีความว่าเปึนสภาร่างอย่างอื่น เพราะฉะนั้นในแง่ของ ความหมาย ความเข้าใจ คําว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ นั้นเข้าใจอยู่แล้ว จึงเสนอตัดออก เพราะว่าถ้าเปึนไปตามที่บัญญัติอยู่ในข้อ ๓ เขียนอยู่ในข้อ ๓ หลายอันก็ไม่ได้เขียนครับ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ไม่ได้เขียนไว้ในนี้ว่าคือคณะกรรมการการเลือกตั้งอะไร หรือกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดก็ไม่ได้เขียนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจํา จังหวัดอะไร เพราะฉะนั้นผมใคร่ขอเสนอให้พิจารณาในประเด็นเรื่องการเผยแพร่และ วันเผยแพร่อันนั้นเปึนไปตามที่เสนอเรื่องชื่อไปแล้ว เข้าใจว่ามีมติไปแล้ว แต่ในประเด็น เรื่องนิยามและความเหมาะสม ผมใคร่ข้อเสนอและยังคงสงวนในเรื่องของคำที่ข้อตัด คําว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ ออก ส่วนความหมายอย่างอื่นนั้นมีความจําเปึ้นที่จะต้อง กำหนดไว้โดยเฉพาะ อย่างเช่น คำว่า อำเภอ และให้หมายความรวมถึงกิ่งอำเภอและเขต ด้วย ผมคิดว่าอันนั้นก็เปึนคําที่เหมาะสม หรือ เทศบาล หมายถึง เมืองพัทยาด้วย แล้วก็ จังหวัด หมายถึง กรุงเทพมหานครด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความหมายของคำว่า จังหวัด อำเภอ แล้วก็เทศบาล ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการมีอะไรชี้แจงไหมครับ ท่านอาจารย์คมสั้นข้อตัด คือวรรคสอง วรรคสาม อาจารย์คมสั้นไม่ติดใจแล้ว คําว่า การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็วันเผยแพร่ ไม่ติดใจ แล้วนะครับ คงติดใจในวรรคแรกที่มีคํานิยามว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญหมายความว่าอะไร ท่านอาจารย์คมสันข้อตัดออก กรรมาธิการเห็นด้วยไหมครับ เชิญครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ความจริงก็เพื่อความชัดเจนและเพื่อเน้นให้ทราบว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ คือร่าง รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เจตนาก็เปึ้นดังนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ กรรมาธิการยังคงยืนร่างของกรรมาธิการเดิมนะครับ ผมขอถามท่านสมาชิกนะครับ

(นายเสรี สุวรรณภานนท์ (รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ถ้าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ในข้อความคํานิยาม คําว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายความว่า และก็มีรายละเอียดนะครับ ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการให้กด เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับผู้สงวนคำแปรญัตติที่อาจารย์คมสันขอตัดออกนะครับให้กด ไม่เห็นด้วย เชิญลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ท่านมนตรี เรียบร้อยนะครับ ป่ดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่รวมคะแนนครับ ผลการลงคะแนนนะครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๗๒ ท่านนะครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ๕๕ ไม่เห็นด้วย ๑๖ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนน ๐ นะครับ เพราะฉะนั้นเปึนไปตามร่างกรรมาธิการนะครับ

เชิญท่านเลขาฯ ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สภาร่างรัฐธรรมนูญ

ข้อ ๔ มีการแก้ไข หมวด ๑ การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและ กระบวนการขั้นตอนการออกเสียง ไม่มีการแก้ไข มีผู้สงวนคําแปรญัตติ ข้อ ๕ ไม่มีการ แก้ไข มีผู้แปรญัตติ และขอสงวนคำแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านวัชรา ครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กระผมเห็นว่าเรื่องใหญ่ ๆ ที่จะต้องพูดกันในการแปรญัตติของกระผมนั้นมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือส่วนที่ว่าด้วยการ เผยแพร่และอีกส่วนหนึ่งว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการในการทำประชามติ สำหรับในข้อ ๕ นั้น เปึ้นส่วนที่เกี่ยวกับการเผยแพร่ กระผมขออภิปรายสั้น ๆ เพียงแค่นี้ครับว่าที่กระผม ขอแปรญัตติในข้อ ๕ นี้นั้น คือเพิ่มข้อความว่า โดยคณะกรรมาธิการที่ได้รับแต่งตั้งจาก สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องไม่ใช้วิธีพิมพ์เอกสารรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แจกจ่ายแก่ผู้มีสิทธิ ออกเสียงเปึนรายบุคคลหรือรายครัวเรือน แต่ทั้งนี้มิได้ห้ามที่จะพิมพ์เอกสารรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ไปป่ดประกาศเพื่อให้ประชาชนตรวจดู เหตุผลที่กระผมได้เสนอขอแปรญัตติ เช่นนี้เนื่องจากว่ากระผมพิเคราะห์เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นน้อยคนที่จะอ่าน แม้กระทั่งนักกฎหมายเองก็น้อยคนที่จะได้อ่านโดยครบถ้วน แต่จะอ่านเฉพาะส่วนที่ต้น สนใจเท่านั้นเอง โดยเฉพาะชาวบ้านแล้วที่เปึ้นประชาชนทางชนบทก็ดี ที่ไม่ใช่ชนบทก็ดี แต่เปึนบุคคลที่ประกอบอาชีพอื่น ๆ ยิ่งไม่มีความจำเปึนที่จะต้องอ่านโดยละเอียด โดยทั่วไป และทางกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะได้ทําเอกสารเผยแพร่ในส่วนที่มีข้อแตกต่าง จากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่แล้ว ซึ่งอันนั้นจะเปึ้นข้อที่น่าสนใจและก็จะต้องมีการ เผยแพร่โดยคณะกรรมาธิการยกร่างฯ อยู่แล้วครับ กระผมเห็นว่าเมื่อคํานึงถึงจํานวนของ รายครัวเรือนก็ปรากฏว่ามี ๑๙ ครัวเรือน เมื่อคํานึงถึงรายบุคคลที่มีสิทธิออกเสียง ประชามติก็มีจำนวน ๔๖ ล้านคน เอาจำนวน ๒๐ บาทต่อ ๑ เล่ม ก็จะเปึ้นอันว่าถ้าแจก เปึนรายครัวเรือนจะเปึนเงินประมาณสี่ร้อยล้านบาท และถ้าแจกเปึนรายบุคคลก็จะเปึน เงินประมาณเกือบพันล้านบาท ซึ่งเปึนตัวเลขที่สูงมาก และเปึนการสูญเปล่า ทางที่เหมาะที่ควรนั้นควรจะเปึ้นเพียงแต่ว่าพิมพ์เพียงจำนวนหนึ่งและพิมพ์เล่มใหญ่ ๆ ไปป่ดประกาศไว้ที่หน่วยเลือกตั้ง ไปป่ดประกาศไว้ที่สาธารณะ ที่ทำงานราชการต่าง ๆ ซึ่งก็ใช้จำนวนไม่มากนัก และก็ใช้วิธีประชาสัมพันธ์โดยทางหนังสือพิมพ์ โดยทางสื่อ ต่าง ๆ รวมทั้งอินเทอร์เน็ต (Internet) นะครับ ใครที่ต้องการที่จะมีไว้หรือต้องการที่จะดู รายละเอียดทั้งหมดก็จะได้ไปเป่ดดูจากที่ป่ดประกาศไว้ จะได้ไปเป่ดดูจากอินเทอร์เน็ต จะได้ไปดูตามหนังสือพิมพ์ครับ กระผมจึงเสนอเปึนเรื่องลักษณะห้ามเอาไว้ในกฎหมายนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อเตือนสติสําหรับผู้ปฏิบัติว่าสมควรที่จะปฏิบัติอย่างไร เมื่อคณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย สำหรับเรื่องนี้กระผมก็จึงขอกราบเรียนว่ากระผม ไม่ติดใจ แต่ขอได้นําความที่กระผมได้กราบเรียนนี้เปึนข้อคํานึงถึงในการปฏิบัติด้วย เห็นแก่ประเทศชาติ เห็นแก่ความเดือดร้อนของคนที่เขายากไร้และต้องการเงินที่จะไป บรรเทาความเดือดร้อนของเขาอยู่จากงบประมาณแผ่นดินครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านวัชราไม่ติดใจแล้วนะครับ ท่านสุรชัยสงวนไว้นะครับ เชิญครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายเลข ๐๘๕ ครับ กระผมกราบเรียน ที่ประชุมอย่างนี้นะครับว่าในเรื่องของร่างบทบัญญัติในข้อ ๕ ซึ่งเปึนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ที่มาจากรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ ในมาตรา ๒๙ วรรคสองนะครับ ที่บัญญัติไว้ว่า เมื่อการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบและจัดให้มีการออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งต้องจัดทําให้เร็วกว่า ๑๕ วัน และไม่ช้ากว่า ๓๐ วัน นับแต่วันที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศกำหนด กราบเรียนที่ประชุมอย่างนี้ครับว่า จากบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสองนี้ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าบทบัญญัติดังกล่าว กําหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญทําหน้าที่ ๒ ประการ

ประการแรกก็คือการเผยแพร่ให้ประชาชนทราบถึงร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านการเห็นชอบของสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว

ประการที่ ๒ คือให้สภาร่างรัฐธรรมนูญกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ในการจัดทําประชามติ ทีนี้ในร่างที่ทางกรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์ฯ ได้นําเสนอต่อสภา ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ในหมวดที่ ๑ ได้แบ่งเรื่องดังกล่าวออกมาเปึ้น ๒ ข้อครับ ข้อ ๕ ก็คือ ข้อที่ว่าด้วยการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ข้อ ๖ คือข้อที่ว่าด้วยการเผยแพร่ขั้นตอน และกระบวนการในการออกเสียงประชามติ ผมกราบเรียนที่ประชุมครับว่าการแบ่ง หลักเกณฑ์ดังกล่าวออกจากกันเปึน ๒ ข้อนั้นเปึนเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เนื่องจากในขั้นตอน ของการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึนขั้นตอนที่สภาร่างรัฐธรรมนูญจะโดยใครก็แล้วแต่ ซึ่งเดี๋ยวผมจะกราบเรียนต่อไป จะต้องทำหน้าที่เผยแพร่ นอกจากการเผยแพร่แล้วจะต้อง ชี้แจงให้ประชาชนได้มีความเข้าใจด้วยครับว่าร่างรัฐธรรมนูญที่นำเอามาเสนอนั้นมีความ แตกต่างกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างไรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ เมื่อเปึ้นเช่นนี้แล้วบุคคลหรือคณะกรรมาธิการหรือคณะทำงานก็สุดแล้วแต่ที่จะ ไปทำหน้าที่ตรงนั้น นอกจากจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของร่าง รัฐธรรมนูญแล้ว ยังจะต้องสามารถทำความชี้แจงให้ประชาชนได้มีความเข้าใจว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการเห็นชอบของสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วนั้นเปึ้นร่างรัฐธรรมนูญที่ สมควรใช้เปึนหลักเกณฑ์ในการนำพาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างไร ดีกว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ อย่างไร จึงเปึ้นที่มาที่สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้เห็นชอบ รับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เมื่อเปึนเช่นนี้ประกอบกับภารกิจในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตั้งแต่ขณะนี้ ก็คือขณะที่ยังอยู่ระหว่างการยกร่าง เรามีกรรมาธิการอยู่แล้วครับท่านประธาน เรามี กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาค เรามีกรรมาธิการวิสามัญในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจังหวัด ต่าง ๆ ๗๖ จังหวัด ทั่วประเทศ กรรมาธิการต่าง ๆ เหล่านี้คือบุคลากรที่ทำหน้าที่ลงไป รับฟังความคิดเห็นของประชาชน แล้วเอาความคิดเห็นนั้นมานำเสนอต่อกรรมาธิการ ยกร่างฯ มารายงานต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐธรรมนูญได้ร่างเสร็จเรียบร้อย ผ่านความเห็นชอบของสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ทําไมเราไม่ให้กรรมาธิการประจําภาค กรรมาธิการจังหวัดต่าง ๆ เขากลับไปชี้แจงกับประชาชนล่ะครับ ว่าสิ่งที่เขาได้รับฟังความ คิดเห็นจากประชาชนมาโดยตลอด มาโดยลำดับ จนกระทั่งสภาร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ทําไมเราไม่ให้กรรมาธิการชุดต่าง ๆ เหล่านี้เปึ้นผู้กลับไปชี้แจงกับ พี่น้องประชาชนว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของสภาร่างนั้นได้บรรจุความคิดเห็น สิ่งที่เขาได้รับฟัง สิ่งที่ประชาชนได้สะท้อนกลับมานั้นอย่างไร หรือไม่ ถ้าไม่บรรจุให้เขา มีเหตุผลอย่างไรที่ถกเถียงกันในสภาร่างรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการประจําภาคและ กรรมาธิการประจําจังหวัดจะเปึนผู้ทําหน้าที่ได้เปึนอย่างดี ผมกราบเรียนว่าการทำ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของสภาร่าง รัฐธรรมนูญไปแล้วนั้นมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่งต่อการทําประชามติ เราคงไม่อยากจะให้ รัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นชอบของสภาร่างฯ แล้วไปประสบความล้มเหลวในเรื่องของ การทําประชามติ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการที่จะทําหน้าที่ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญกับ กรรมาธิการในชุดที่จะทำหน้าที่ในการเผยแพร่กระบวนการในการทำประชามตินั้น มันต้องเปึนคนละชุดกัน และเปัาหมายในการทำงานก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ท่านที่ทำ หน้าที่ในการเผยแพร่เรื่องของกระบวนการทำประชามติก็ดี วิธีการออกเสียงประชามติก็ดี ท่านต้องทําหน้าที่ด้วยความเปึนกลาง อยู่กับเรื่องของการทําประชามติว่าทําอย่างไร เราจะได้เสียงจากประชาชนในการทำประชามติซึ่งเปึ้นเสียงที่บริสุทธิ์ ถูกต้อง ยุติธรรม ส่วนการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญนั้นมิใช่การเผยแพร่ด้วยวิธีการแจกจ่าย เอกสาร เอาร่างรัฐธรรมนูญไปให้ประชาชนอ่าน แล้วบอกว่าอีก ๒๙ วันจะมาถามว่าจะรับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่รับ ไม่ใช่ของง่ายเลยครับที่พี่น้องประชาชนจะเข้าไป ทําการศึกษารัฐธรรมนูญซึ่งมีอยู่หลายร้อยมาตรา สิ่งหนึ่งที่ต้องทําควบคู่กับการเผยแพร่ ร่างรัฐธรรมนูญคือการชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้มีความเข้าใจ แล้วถึงวันนั้นคือวันที่เรา จะบอกว่าเปึนวันประชามติทั่วกันทั้งประเทศ เขาจะมีความเข้าใจและตัดสินใจได้ง่ายว่า เขาจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับของประเทศ บุคคลที่จะทำหน้าที่ได้ดีที่สุดก็คือคนที่ อยู่กับประชาชนมาโดยตลอด ซึ่งก็ได้แก่กรรมาธิการภาคและกรรมาธิการจังหวัด ซึ่งนอกจากผมจะกราบเรียนว่ากรรมาธิการภาคและกรรมาธิการจังหวัดนั้นเปึ้นผู้ที่ได้รับ ความคิดเห็นของประชาชนมาโดยตลอดแล้ว กรรมาธิการภาคและกรรมาธิการจังหวัด ยังเปึนผู้ที่เข้าถึงประชาชน เพราะลงพื้นที่มาโดยตลอดเกือบ ๑๘๐ วัน เพราะฉะนั้นเขาจะ ทราบดีว่าพื้นที่ใดบ้าง กลุ่มใดบ้างที่เขาควรจะต้องเข้าไปทำความชี้แจงเพื่อให้ประชาชนที่ อาจจะยังมีข้อขัดข้องหมองใจอยู่นั้นได้มีความเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญที่จะนําไปสู่การลง ประชามติ ด้วยเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนบวกกับเรื่องของข้อจำกัดเวลาที่เราถูกตีกรอบ เวลาไว้ว่า ๑๘๐ วันนั้นต้องเสร็จ และการทำประชามตินั้นจะเกิดขึ้นในวันที่ ๓ กันยายน ผมกราบเรียนว่าวันที่เราคาดหมายว่าจะต้องมีการนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญมาให้สภาร่าง รัฐธรรมนูญพิจารณานั้นอยู่ไม่เกินวันที่ ๖ กรกฎาคม จากวันที่ ๖ กรกฎาคมไปสู่ วันลงประชามติที่ถูกกำหนดไว้ ๓ กันยายน ถ้าตามร่างที่กรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์ฯ เสนอมานั้น เราจะต้องไปเสียเวลากับการไปตั้งกรรมาธิการขึ้นมาใหม่อีกคณะหนึ่งเพื่อ ทำหน้าที่ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ เวลาที่เหลือนี้ไม่เพียงพอหรอกครับ ลำพังการ ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาคณะหนึ่งหรือทั่วประเทศอีกเจ็ดสิบแปดสิบคณะ เวลาที่มีอยู่ก็ไม่พอ ต่อการที่จะลงไปเผยแพร่และชี้แจงทำความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนได้มีความเข้าใจ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมจึงได้ขอแปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติ ในข้อ ๕ ไว้ว่า ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญตามข้อ ๔ ให้กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและ การมีส่วนร่วมของประชาชนภาคต่าง ๆ และคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัด ทําหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และจัดทำเอกสารชี้แจงให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง ทั้งหมดคือเหตุผล แล้วก็เปึนร่าง ที่ผมได้ขออนุญาตแปรญัตติไว้ กราบเรียนที่ประชุมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิสาร ตันไชย ในฐานะกรรมาธิการ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าในประเด็นข้อที่ ๕ ผมคิดว่าทาง กรรมาธิการเองได้วางหลัก แล้วก็มีความเห็นที่สอดคล้องกับท่านผู้แปรญัตติ เพียงแต่ อาจจะแตกต่างเชิงถ้อยคำนะครับ หลักการสำคัญในเรื่องของการให้ข้อมูลข่าวสารกับ ประชาชน แล้วก็การเผยแพร่ ผมคิดว่าอย่างที่ท่าน สสร. ได้อภิปรายแล้วนะครับว่ามี ๒ ส่วน ส่วนแรกคือในส่วนที่เปึนมาตรา ๒๖ ซึ่งเปึ้นเรื่องที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะต้องทำการเปรียบเทียบ เพราะฉะนั้นประเด็นสาระสำคัญหลังมาตรา ๒๖ แล้วก็ผ่าน สสร. แล้วนี่ เมื่อกลับมาในมาตรา ๒๙ ซึ่งจะเปึ้นสาระสำคัญที่เปึ้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับ แล้วเสร็จ ก็อาจจะมีสาระที่มีความแตกต่าง เพราะฉะนั้นในหลักการของคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ เองได้มีความเห็นเปึ้นเหตุผล ๓ ประการครับ ก็คือว่า

ประการแรก ในแง่ของการให้ข้อมูลข่าวสารก่อนการทำประชามติซึ่งมีการ กําหนดวันเผยแพร่ไว้ ซึ่งจะปรากฏอยู่ในข้อ ๔ นั้นคือเงื่อนไขสําคัญ เพราะเปึนเงื่อนไข ของเงื่อนเวลาในการกำหนดว่าวันใดเริ่มเผยแพร่ แล้วจะไปเริ่มกำหนดวันลงประชามติ อย่างไร ซึ่งเปึนข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ดังนั้นเงื่อนไขของการเผยแพร่ จึงเปึนการเผยแพร่สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญหลังจากที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๒๘ ดังนั้นสาระสำคัญในข้อ ๕ วรรคแรก คณะกรรมาธิการ จึงพยายามย้ำครับว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญอาจมอบหมายให้กรรมาธิการ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจหมายถึงกรรมาธิการประจำภาคและ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัด ทำหน้าที่เหล่านี้ แล้วก็ยังให้ความสำคัญกับให้ ทำหน้าที่สาระสำคัญที่จะเผยแพร่ให้กับประชาชนนั้นให้มีการเปรียบเทียบด้วย เพราะว่า การที่กรรมาธิการยกร่างฯ ในมาตรา ๒๖ ทำแล้ว อาจจะมีการปรับปรุงแก้ไข ดังนั้นเราจึง เสนอรายละเอียดถึงหลักเกณฑ์ว่าในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนนั้นควรมี สาระสําคัญอะไร

ประการที่ ๒ ก็คือว่าการที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้เสนอว่า ให้แต่งตั้ง กรรมาธิการ ซึ่งอาจหมายถึงกรรมาธิการที่ท่านได้กล่าวถึงแล้ว ก็อาจจะมีการแต่งตั้ง กรรมาธิการเพิ่มเติม หากเห็นว่าเงื่อนเวลาและประเด็นสำคัญ ๆ จำเปึนต้องมีการเผยแพร่ ในรูปแบบต่าง ๆ อีก ซึ่งก็ไม่ใช่เปึนข้อจำกัด แต่เปึนการเป่ดกว้างที่จะทำให้การทำงานนั้น เกิดความชัดเจนขึ้นนะครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของการเผยแพร่ขั้นตอนและวิธีการของ การลงประชามติ ซึ่งเปึนวิธีการทางปฏิบัตินั้น ทางกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ได้แยกแยะ ชัดเจนครับ ซึ่งอาจจะปรากฏอยู่ในข้อ ๖ ว่าในการเผยแพร่หลักเกณฑ์และวิธีการนั้น ให้ผู้ปฏิบัติ ซึ่งในที่นี้กรรมาธิการมองเห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึ้นผู้ดำเนินการ ดังนั้นผมคิดว่าประเด็นที่ได้แปรญัตตินั้นในเชิงสาระสำคัญไม่ได้มีความแตกต่างกัน เพียงแต่ว่าไม่ได้เขียนระบุชัดเจนอย่างที่ทางท่านผู้แปรญัตติต้องการ เพื่อเป่ดกว้าง ขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ําไปว่า อยู่ที่มติสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งนี้ที่จะมีมติมอบหมายให้ กรรมาธิการชุดใดบ้างทำหน้าที่ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งสภาเห็นชอบแล้วตามมาตรา ๒๘ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านสุรชัยครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ขออนุญาต กราบเรียนที่ประชุมอย่างนี้อีกครั้งว่า จากคําชี้แจงของท่านอาจารย์วุฒิสารผมยังไม่อาจ เห็นพ้องด้วยนะครับ เนื่องจากว่าถ้าท่านอาจารย์เห็นว่าสิ่งที่ผมอภิปรายไปเห็นด้วย กับผมแล้ว ก็ไม่น่าที่จะมีเหตุผลเปึนอย่างอื่นที่เราจะแก้ไขร่างหลักเกณฑ์ในข้อ ๕ ให้ชัดเจนเสียเลยตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ผมกราบเรียนแล้วครับว่า เวลาการทำงานของพวกเรา มันมีน้อยมาก เราคงไม่มีเวลาเพียงพอในการที่จะนำเสนอไปคัดสรรรายชื่อกรรมาธิการ ตามร่างเดิมของคณะกรรมาธิการหลักเกณฑ์ฯ ที่ยกร่างขึ้น โดยกำหนดให้มีกรรมาธิการ ที่ได้รับแต่งตั้งจากสภาร่างรัฐธรรมนูญทําหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและจัดทําเอกสาร ชี้แจงให้ประชาชนทราบ กระบวนการจัดสรรรายชื่อและนำมาเสนอที่ประชุม เพื่อให้พิจารณาเห็นชอบนั้นมันก็คง ต้องใช้เวลานะครับ เราประชุมกันสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ผมกราบเรียนแล้วอย่างไรครับว่า กว่าที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการเห็นชอบของสภาแห่งนี้ก็กินไปถึงเดือนกรกฎาคมแล้ว หลังจากนั้นเราเหลือเวลาอีก ๒๙ วันในการที่จะนำไปสู่การลงประชามติ กว่าเราจะได้ รายชื่อมาเสนอสภาร่างฯ เพื่อให้มีกรรมาธิการเกิดขึ้น หรือนำไปสู่การแต่งตั้งบุคคลหรือ คณะบุคคลที่ท่านชี้แจงว่า ได้ร่างไว้ว่าอาจมอบหมายให้บุคคลหรือคณะบุคคล ผมว่า ยิ่งไปกันใหญ่ กว่าเราจะสรรหาบุคคลหรือคณะบุคคลที่นำมาสู่การอาจมอบหมายของ ท่านนั้น เรายังไม่ทราบเลยครับว่าตัวตนจากคำชี้แจงของท่านกรรมาธิการที่เกิดขึ้นก็ดี บุคคลที่ท่านอาจจะมอบหมายให้ทำงานตรงนี้ก็ดีคือใคร เวลาถ้ามันมีผมไม่ขัดข้องเลย ครับ ที่ผมกราบเรียนคือด้วยเหตุที่เวลามันไม่มี ผมเชื่อว่ากรรมาธิการภาคและกรรมาธิการ จังหวัดนั้นภารกิจในการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นท่านมีภารกิจเยอะอยู่แล้ว สิ่งที่ผม นำเสนอไม่ได้หมายความว่าอยากให้กรรมาธิการภาคและกรรมาธิการจังหวัดเข้าไป ทำงานตรงนี้นะครับ แต่ผมเห็นว่าในสภาพการณ์ของข้อจำกัดด้วยเวลาก็ดี และด้วยกำลัง กรรมาธิการที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ก็ดี เราสามารถขอให้กรรมาธิการภาคและกรรมาธิการ จังหวัดเขาทำหน้าที่ตรงนี้ได้ โดยที่เราไม่ต้องไปเสียเวลา โดยที่เราไม่ต้องไปเขียน หลักเกณฑ์ให้มันเกิดกระบวนการขึ้นมาใหม่ คือกระบวนการในการที่ต้องตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาอีก ๑ ชุด หรือกระบวนการในการมอบหมายบุคคลหรือคณะบุคคลขึ้นมาทํางาน ตรงนี้ ทําไมเราไม่ใช้สิ่งที่เรามีอยู่แล้วในขณะนี้และทําทุกอย่างให้มันสั้นและกระชับขึ้น ท่านก็เขียนตรง ๆ ในข้อ ๕ เลยครับว่าในการเผยแพร่ร่างนี่ กำหนดไปเลยครับว่า ให้กรรมาธิการภาคและกรรมาธิการจังหวัดเขาทำหน้าที่เสีย เขาจะได้รู้ตัว ณ เวลานี้ จะได้ เตรียมแผนการทำงานได้ตั้งแต่เวลานี้ ซึ่งความต่างในเรื่องของเวลาขณะนี้ ผมกราบเรียน ว่าเพียงวันเดียวหรือสัปดาห์เดียวก็มีผลต่อการทำงานอย่างมากมายนะครับ อีกสิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าถ้าท่านเห็นว่าอยากจะให้เป่ดกว้าง ผมกราบเรียนท่านว่า วิธีการเป่ดกว้างก็ทําได้ครับ โดยท่านกําหนดไว้เลยครับว่าให้กรรมาธิการภาคและ กรรมาธิการจังหวัดทําหน้าที่ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและจัดทําเอกสาร ชี้แจงประชาชนทราบ และถ้าบอกว่าแค่นี้กว้างไม่พอ อยากจะเป่ดกว้างให้มีบุคคลอื่น เข้ามาร่วมทำหน้าที่ตรงนี้ได้ ก็อาจเพิ่มได้โดยใช้ถ้อยคำเดียวกับที่ท่านใช้อยู่ในร่างของ ท่านคือ ทั้งนี้อาจมอบหมายให้บุคคลหรือคณะบุคคล หรือหลายคณะดำเนินการในการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้วยก็ได้ อย่างนี้มันก็ไปด้วยกันได้ แต่อย่างน้อยที่สุดนี่เราจะได้ หลักมาก่อนครับว่า บุคคลที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้ ณ วันนี้เราจะทราบเลยก็คือกรรมาธิการ ภาคและกรรมาธิการจังหวัด เขาเหล่านั้นจะได้รีบไปประชุมเตรียมแผนงานว่า นอกเหนือจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และภารกิจหลังจากที่สภาแห่งนี้ เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้วนี่ เขายังมีหน้าที่ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและชี้แจง ทําความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจรัฐธรรมนูญ ประธานภาค ประธานจังหวัดแต่ละ จังหวัดจะได้เริ่มลงมือทำงานได้ กราบเรียนที่ประชุม

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการครับอย่างข้อ ๕ ขอทราบความชัดเจนแล้วกันนะครับ ท่านยกตัวอย่าง ได้ไหมครับว่า ให้คณะกรรมาธิการที่ได้รับแต่งตั้งจากสภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและจัดทำเอกสาร แนวคิดของท่านนี่จะให้กรรมาธิการชุดใดครับ คิดไว้หรือยังครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนที่ประชุมว่า ข้อหารือ ของเรานี่เราก็เห็นว่ากลไกที่กรรมาธิการที่มีอยู่เดิมก็คงเปึนกลไกอยู่ด้วย แต่ว่าสาเหตุหลัก ที่เขียนตรงนี้แบบนี้ก็คือให้เปึนอํานาจของสภาร่างรัฐธรรมนูญเองในการที่จะกําหนดว่า กรรมาธิการชุดใดบ้างที่จะมีหน้าที่ เพราะฉะนั้นโดยหลักแล้วนี่เราก็เห็นว่ากรรมาธิการที่มี อยู่ตามโครงสร้างเดิมนี่ก็อาจจะทำหน้าที่ต่อไปด้วย และในขณะเดียวกันซึ่งถ้าทำอย่างนั้น ก็หมายความว่าอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการที่เขียนเอาไว้ตอนต้นนี่อาจจะไม่ครอบคลุม นะครับ เราจึงบอกว่าให้มีการแต่งตั้งนะครับ รวมทั้งอาจจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ที่อาจจะต้องมีบทบาทในการเผยแพร่ในส่วนอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้กรรมาธิการยกร่างฯ นี่ ซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมได้ด้วย แล้วก็การเผยแพร่ในรูปอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเผยแพร่โดยตรงกับ ประชาชน แต่เปึนการเผยแพร่โดยระบบใหญ่ ๆ อย่างนี้ จึงเป่ดกว้างและก็จริง ๆ เปึ้นดุลยพินิจของ สภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ ที่จะกําหนดให้ชุดใดก็ได้เราจึงไม่เห็นว่า มีความจําเปึนต้องเขียนเอาไว้มัดตัวในเบื้องต้นนะครับ แต่เขียนกว้างนี่ แล้วก็ สภาร่างรัฐธรรมนูญเองก็มีมติได้ครับว่าอยากจะให้ชุดใดทําหน้าที่นี้หลังจากที่ ร่างหลักเกณฑ์อันนี้ผ่านความเห็นชอบของสภาไปแล้วครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ทีนี้ถ้าหากท่านบอกว่าไม่ให้มัดตัวท่านด้วยวรรคหนึ่งกับวรรคสองนะครับ กรรมาธิการ ตามวรรคหนึ่งที่ได้รับแต่งตั้งจากสภานะครับ พอมาวรรคสองนี่ท่านบอกว่านอกจากทำ เอกสารเผยแพร่แล้วให้กรรมาธิการตามวรรคหนึ่ง มันก็เลยกลายเปึนกรรมาธิการคณะ เดียวกันไป วรรคหนึ่งกับวรรคสองนะครับ ถ้าเปึนไปตามนี้ทําไมท่านไม่ทําแบบวรรคหนึ่ง ล่ะครับ ได้รับแต่งตั้งจากสภาร่างรัฐธรรมนูญเหมือนกันอาจจะไปเป่ดกว้างขึ้น อาจจะ คณะเดียวกัน หรืออาจคนละคณะก็ได้ เพราะว่าอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการแต่ละคณะ เรากำหนดไว้แล้วนะครับ อย่างนั้นเดี๋ยวพอไปมอบตามนี้เดี๋ยวมันไปขัดกับอำนาจหน้าที่ ที่เราไปกำหนดกันเอาไว้นี่นะครับ ก็เลยหารือท่านเสียเลย อย่างวรรคสองนี่นะครับ ให้คณะกรรมาธิการที่รับแต่งตั้งจากสภาร่างรัฐธรรมนูญไปพิจารณารูปแบบ ผมว่าตรงนี้ก็ จะเป่ดกว้างขึ้นนะครับ ท่านสุรชัยก็อาจจะพิจารณาง่ายขึ้นนะครับ แทนที่ท่านไปล็อกนี่ เท่ากับต้องชุดเดียวกันแล้วนะครับ ท่านลองดูนะครับ ใช่ไหมครับ พอเปึนชุดเดียวกัน เดี๋ยวเผยแพร่อันหนึ่ง ประชาสัมพันธ์อีกอันหนึ่ง แต่เวลาเราไปกำหนดอำนาจหน้าที่เราก็มี กรรมาธิการแต่ละของเราทําหน้าที่กันไปแล้ว ถ้าท่านเขียนอย่างนี้มันก็จะกลายเปึนคณะ เดียวกันไปนะครับ ถ้าท่านเป่ดวรรคสองไว้นะครับให้คณะกรรมาธิการที่ได้รับแต่งตั้ง ก็ล้อ จากวรรคแรกไปจากสภาร่างรัฐธรรมนูญพิจารณารูปแบบอะไรนี่นะครับ มันก็จะทำให้ ท่านทำงานสะดวกขึ้นกว่าเดิมอีก ไม่ทราบกรรมาธิการเห็นอย่างไรครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย ครับ ผมยังไม่เห็นประเด็นชัดครับ แต่ว่าผมคิดว่าวรรคสอง ในข้อ ๕ นี่ก็คือล้อตามวรรคหนึ่ง ในข้อ ๕ ก็คือสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึ้นคนแต่งตั้ง ก็คือ กรรมาธิการชุดนี้ที่จะไปกำหนดแนวทางและวิธีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ครับ ก็เปึน ชุดเดียวกัน ผมยังไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไรครับท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ที่ผมกราบเรียนท่านคืออย่างนี้ ถ้าวรรคแรกที่ได้รับแต่งตั้งถ้าดูรัฐธรรมนูญนี่นะครับ รัฐธรรมนูญจะบอกกรรมาธิการได้รับแต่งตั้งจากสภาร่างฯ จริง ๆ ตรงวรรคหนึ่งน่าจะเปึน กรรมาธิการยกร่างฯ ก็คือรัฐธรรมนูญบังคับไว้แล้วใช่ไหมครับ แต่พอมาวรรคสองนี่มันจะ กลายเปึนว่าเผยแพร่ประชาสัมพันธ์นี่จะกลายเปึนกรรมาธิการยกร่างฯ ด้วย เพราะท่าน ไปล็อกว่าตามวรรคหนึ่งนะครับ เพื่อให้มันคล้ายตัวที่ท่านสุรชัยเสนอว่าอยากให้ กรรมาธิการชุดอื่นนี่เข้ามาได้ด้วยนี่นะครับ อาจจะเปึนจังหวัด อาจจะเปึนภาคนี่ ถ้าท่าน เป่ดตรงนี้ไว้นิดหนึ่งว่าให้กรรมาธิการที่ได้รับแต่งตั้งจากสภาร่างรัฐธรรมนูญในวรรคสองนี่ ตรงนี้กรรมาธิการก็อาจจะคล้ายตัวมากขึ้นแทนที่จะต้องเปึนชุดเดียวกับวรรคหนึ่ง นึกออก ไหมครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย ครับ ผมกราบเรียนว่าจริง ๆ แนวคิดของคณะกรรมาธิการนี่ กรรมาธิการในข้อ ๕ วรรคหนึ่ง คงไม่ได้หมายถึงกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ แต่ว่าเรา เห็นว่าหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่างฯ ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและได้เปรียบเทียบ ปรากฏอยู่ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวนะครับ หลังจากนั้นแล้วเมื่อเผยแพร่ แล้วก็เปรียบเทียบเสร็จนี่ เมื่อกลับมาสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดให้ความเห็นชอบ อันนี้ ก็จะเปึ้นร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๘ นะครับ จากนั้นในมาตรา ๒๙ ก็กําหนดให้สภา ร่างรัฐธรรมนูญที่ทําหน้าที่ประชามติ แล้วก็วรรคสองให้เผยแพร่ เราจึงไปกําหนดว่า กรรมาธิการที่กว้างอย่างนี้ก็อาจจะใช้กรรมาธิการยกร่างฯ ด้วยนะครับ แล้วก็กรรมาธิการ อื่น ๆ ที่ในโครงสร้างของสภาร่างรัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้แล้วด้วย จึงเห็นว่าอันนี้จะเปึ้น การเป่ดกว้างกว่าการที่จะไปกำหนด แล้วก็เราไม่ได้ตีกรอบเฉพาะบทบาทหน้าที่ในการ เผยแพร่ตามมาตรา ๒๙ นั้นเปึนของกรรมาธิการยกร่างฯ แต่เพียงชุดเดียวครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านพิจารณาดูให้ดีนะครับ เพราะว่า มาตรา ๒๖ วรรคท้ายนี่บอกว่าให้เปึ้นหน้าที่ ของกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ แต่จริง ๆ ท่านเขียนกว้างไว้ก็คงไม่มีปัญหานะครับ แต่วรรคท้ายบอกให้เปึนหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่างฯ นะครับ ท่านอาจารย์ประพันธ์ ครับ เชิญครับ

ท่านสมาชิกครับ พอดีมีท่านอาจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ท่านได้ทำหนังสือ แจ้งว่าท่านได้แปรญัตติไว้ในหลายข้อ ซึ่งขณะนี้กรรมาธิการยกร่างหลักเกณฑ์ฯ ได้แก้ไขให้ในประเด็นที่ได้แปรญัตติไว้ จึงขอถอนคําสงวนคําแปรญัตติทั้งหมด ทีนี้พอดี เพิ่งเห็นตรงนี้ก็เลยฝากกรรมาธิการ พอดีในข้อ ๔ ที่ผ่านไปแล้ว ท่านตัด ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ออก พอดีไปดูรายละเอียดคำแปรญัตติก็มีท่านอาจารย์สมคิด เปึ้นคนเสนอ พอดีเมื่อกี้เพิ่งเห็นหนังสือท่านอาจารย์สมคิด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ตัด ข้อความ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ออก อย่างไรท่านลองพิจารณาดูให้ดีนะครับว่า ในการประกาศกำหนดถ้าเปึ้นเรื่องให้ประชาชนควรต้องรับทราบด้วย ถ้าไม่ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ถ้าเกิดตอนหลังมีใครมาทักท้วงนี่จะมีผลอะไรไหม ผมได้สอบถามทาง สำนักราชกิจจานุเบกษาว่า ถ้าหากมีการส่งประกาศนี่จะใช้เวลาเท่าไร ท่านก็บอกว่าส่งร่างหนังสือไปให้ประกาศ พร้อมกับแจ้งให้ทางสำนักราชกิจจานุเบกษาทราบนี่ใช้เวลาประมาณ ๒ วัน เพราะฉะนั้น ผมเข้าใจว่าที่ตัดออกท่านห่วงเรื่องวันประกาศ ตอนนี้ถ้าสำนักราชกิจจานุเบกษาเขาไม่มี ปัญหานี่ผมก็ฝากท่านไว้พิจารณาแล้วกัน เพราะว่าเมื่อกี้ผ่านไปแล้วนะครับ ท่านอาจารย์ สวัสดิ์ครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

จะได้รับไปพิจารณา เรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่ว่าในมาตรา ๔ นี่ ข้อความมันเกินอยู่ในบรรทัดที่ ๒ ที่บอกว่า ที่ประชุม ผมขออนุญาตตัดออกด้วยนะครับ ในบรรทัดที่ ๒ ข้อ ๔ ตัดคำว่า ที่ประชุม ออก ก็โดยความเห็นชอบของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ ที่ประชุม ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวตัดตรงถ้อยคำก็ได้ครับ แต่ท่านจะตัดเลยก็บันทึกไว้เลยนะครับ นี่ไม่ได้มาทวน อันนี้ เปึ้นถ้อยคำ ส่วน ประกาศราชกิจจานุเบกษา นี่ผมก็ห่วง เพราะว่าเดี๋ยวถ้าเกิดไปประกาศ ท่านไปตัดออกแล้วไม่ประกาศขึ้นมา อย่างไรฝากดูด้วยนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อ ข้อ ๖ เลยครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สภาร่างรัฐธรรมนูญ

ข้อ ๖ มีการแก้ไข ออกเสียง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านครับ ข้อ ๖ มีการแก้ไขนะครับ พอดีท่านอาจารย์สมคิด ตามบันทึกเอกสาร ข้อ ๖ ท่านเสนอมาเปึน ๖/๑ แล้วในบันทึกนี่บอกว่า อาจารย์สมคิดเสนอคำแปรญัตติไว้ กรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผู้แปรญัตติขอสงวน แต่ในเอกสารวรรคสองกลับมีข้อความของ ท่านสมคิด ในวรรคสอง กรรมาธิการว่าจะเอาอย่างไร เอกสารมันไม่ตรง ทีนี้วรรคสองที่ กรรมาธิการเติมเข้ามาก็คือเติมเปึนไปตามที่ท่านอาจารย์สมคิดเสนอ เดี๋ยวท่านช่วยดู นะครับ ช้า ๆ ก็ได้ เพราะว่าเอกสาร แล้วก็กระบวนการที่สร้างในวรรคสองนี่มันจะมีผล อย่างไร ชี้แจงโต้แย้งกับ กกต. แล้ว กกต. จะทำอย่างไรต่อครับ ช่วยชี้แจงให้รายละเอียด ด้วยครับ จะชี้แจงเลยหรือจะฟังสมาชิกก่อน ท่านวัชรา กรรมาธิการ เพิ่มเติมข้อความ เชิญครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชรา หงส์ประภัศร กระผมลุกขึ้นมาเพื่อที่จะเสนอข้อพักการประชุม เพราะเหตุ ว่ามัน บ่ายโมงแล้ว แล้วก็จะขึ้นข้อใหม่ แต่ขอให้จบข้อ ๖ ก่อนนะครับ พอขึ้นหมวดใหม่ แล้ว เราพักกันเสียก่อนได้ไหมครับ เพราะว่าท่านกรรมาธิการ ผมเชื่อว่าก็คงรู้สึกเหมือน ผมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นก็เปึนคำถามอยู่ แต่จริง ๆ แล้วก็เห็นใจ เพราะว่ากรรมาธิการท่านก็ไม่ลงไปผลัด กันรับประทานอาหาร จริง ๆ ท่านก็ผลัดได้ เพราะว่าข้างนอกก็ถ่ายทอดให้ฟัง แต่ก็ยังห่วง เรื่องจำนวนคะแนนในห้องประชุมว่าสมาชิกจริง ๆ เราก็มีน้อยอยู่แล้ว แค่ ๑๐๐ คน ท่านอาจารย์พิเชียร ครับ

นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผมก็เห็นว่าขณะนี้พวกเราหลายท่านยังไม่ได้รับประทานอาหารเลย กระผมเองก็ไม่ได้รับประทานอาหารตั้งแต่เช้าแล้วครับ ๒ มื้อ ก็จะขออนุญาตว่าผม เห็นด้วยกับท่านวัชรา ว่าถ้าจบข้อที่ ๖ แล้วจะขออนุญาตพักเบรก (Break) รับประทาน อาหารสักครึ่งชั่วโมงก็พอครับ ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นเอาสักครึ่งชั่วโมงก็พอนะครับ รีบ ๆ รับประทานกันมานะครับ อย่างนั้นพักเลย ดีกว่าครับ ขอพักการประชุมครับ

พักประชุมเวลา ๑๓.๐๕ นาฬิกา

(พักการประชุม)
(หมายเหตุ ตอนที่ ๔๓ พักการประชุม)
นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๔๕ นาฬิกา

ขอเป่ดประชุมพิจารณาร่างหลักเกณฑ์ต่อนะครับ ท่านธวัชมีอะไรครับ

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ธวัช บวรวนิชยกูร สสร. นะครับ คือผมขออนุญาตกราบเรียน ปรึกษา คืออย่างนี้ครับว่า เมื่อสักครู่นี้จากการที่ได้ไปท่านข้าวเที่ยงกับสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็มีข้อเสนอแนะจากสมาชิกว่าจริง ๆ แล้วการแปรญัตติวันนี้ในหลาย ๆ หัวข้อนี่นะ ครับ ปรากฏว่ามีหลาย ๆ ท่านก็เพิ่งมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแปรญัตตินี้ เกี่ยวกับ หลักเกณฑ์ในการยกร่างหลักเกณฑ์การออกเสียงประชามตินี่นะครับ มีหลาย ๆ ข้อ ซึ่งความเข้าใจยังอาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะในข้อ ๕ ที่ผ่านมานี่นะครับ ผมอยากจะ ขออนุญาตท่านประธานว่าจะเปึนไปได้ไหมถ้าเราจะนำเรื่องนี้ โดยเฉพาะในข้อ ๕ นี่นะครับ หลังจากที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้รับทราบถึงข้อกำหนดที่มีอยู่ในหลักเกณฑ์นี้ มากขึ้นแล้ว จากที่ได้พูดคุยกันว่าอยากจะนำมาเพื่อที่จะเอามาเสนอ เพื่อที่จะพิจารณา อีกครั้งหนึ่ง ในข้อ ๕ คงจะไม่เปึนการรบกวนเวลาของท่านสมาชิกมากนะครับ ก็ถอย กลับไปข้อเดียวเท่านั้นเองแล้วก็กลับมา แล้วอภิปรายใหม่ ผมอยากจะให้คุณสุรชัยได้ อธิบายให้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ให้สมาชิกได้รับทราบ แล้วก็เปึนวิจารณญาณของสมาชิก มากขึ้น และให้ถูกต้องมากขึ้น เพื่อจะได้ลงคะแนนต่อไปนะครับ ขอผู้สนับสนุนครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านสนับสนุนอย่างไรมันก็ต้องเปึนไปตามข้อบังคับนะครับ

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

เปึนไปได้ไหมครับ ถ้าผมจะขออนุญาตขอ กลับไปข้อ ๕ ข้อเดียว ผมคิดว่าอันนี้มีความสำคัญครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือมันลงมติไปแล้วนะครับ อย่างนั้นสภามันก็จะไม่มีหลักนะครับ ผมเข้าใจท่านนะครับ แต่อย่างนั้นมันก็จะเปึนบรรทัดฐาน พอไปมาตราอื่น ข้ออื่น มีสมาชิกเสนอมันก็จะกลับมา ที่เก่าครับ เราก็ต้องถือว่ามตินี่สําคัญ นอกจากท่านจะทักท้วงในขณะนั้นว่ามันติดตรงนี้นะ ท่านกลับไปดูนะ ทีนี้มันไปไกลถึงขนาดลงไปเรียบร้อยแล้ว

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

คืออันที่จริงตอนนี้เราเพิ่งผ่านไปข้อเดียว ข้อ ๕ นี่นะครับ ที่บังเอิญผมมีข้อทักท้วง เพราะฉะนั้นผมจะขอว่าถึงแม้ว่ามันจะเปึนหลักเกณฑ์ ของสภานะครับ แต่ผมจะขออนุญาตไว้เปึนกรณีพิเศษ ซึ่งผมเชื่อว่ามันมีความสำคัญ ต่อการยกร่างทั้งหมดนี้ โอ.เค. (O.K.- Okay) ว่าในเรื่องเกี่ยวกับรายละเอียดนี้ เพื่อที่จะ ทําให้การออกเสียงประชามติมันมีผลในทางปฏิบัติที่ดีกว่านี้ ซึ่งปัจจุบันนี้หลังจากที่เราไป ท่านข้าวแล้วก็มีรับทราบเหตุผลต่าง ๆ นานามากขึ้น ผมเชื่อว่ามตินั้นอาจจะเปลี่ยนได้ ก็เลยขอเปึนกรณีพิเศษ ซึ่งก็ไม่ได้เสียเวลาเพื่อนสมาชิกมากเลย แล้วผมเชื่อว่ากรณีพิเศษ มันเปึนสิ่งที่เกิดขึ้นได้ครับถ้าหากว่ามันเปึ้นเรื่องที่เกิดประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เข้าใจครับ คืออย่างนี้ ท่านธวัชครับ อย่างที่ท่านเรียนท่านก็หวังดีนะครับ แต่คราวนี้ อย่างที่เรียนครับ ผมเรียนว่ามติเราเปึนเรื่องสำคัญ เราลงอะไรไปแล้วนี่ ถ้าเกิดท่าน ไปบอกว่าที่ลงมติไปผิด มันเปึนเรื่องของความผิดพลาด มันเปึ้นเรื่องของขัดรัฐธรรมนูญ เปึ้นเรื่องของความไม่ถูกต้องนี่นะครับ จริง ๆ ผมก็พยายามระวังให้ เมื่อกี้จริง ๆ ผมก็ พยายามจะซักถามให้นะครับ แต่พอกรรมาธิการอภิปรายแล้ว จริง ๆ มันก็ปฏิบัติได้ ใช่ไหมครับ

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

ไม่ผิดหรอกครับท่าน แต่บังเอิญมันเปึนเรื่อง เข้าใจผิด ซึ่งเราทำให้เรื่องเข้าใจผิดให้มันเปึ้นเรื่องที่เข้าใจถูกต้องใหม่ มันน่าจะเกิด ประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้นะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือมั่นคงไม่ผิดหรอกครับ เพราะว่ามันก็อภิปรายไปกันเยอะ หลายท่านก็อภิปราย

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

ผมจึงจะขออนุญาตขอมติเปึนการพิเศษได้ไหม ครับอันนี้ ผมคิดว่าลองถามสมาชิกสภาร่างฯ แห่งนี้ ผมเชื่อว่าทุกท่านก็อาจจะมี ความต้องการเปึนอย่างนั้นครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือเข้าใจมติพิเศษ สมมุติว่าพอท่านอภิปรายเสร็จ กรรมาธิการเขายืนใช่ไหมครับ พอยืนเสร็จท่านบอกขอลงคะแนนใหม่ พอลงคะแนน คะแนนเกิดเปลี่ยนเปึ้นอย่างท่าน แล้วต่อไปมันก็จะเปึนหลักไปตลอดเลยว่าถ้ากรรมาธิการแพ้เมื่อไร เดี๋ยวท่านลงไป กินข้าวกัน พอเสร็จแล้วมติมันก็เปลี่ยนตามที่ท่านไปกินข้าว

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

คือต้องทําความเข้าใจนิดหนึ่งนะครับ คือ รายงานฉบับนี้เราได้รับมาเช้านี้ เวลาในการศึกษาก็น้อยมาก ท่านต้องทราบว่าน้อยมาก นะครับ แล้วทุกคนในพวกเราก็มีความเปึนห่วงเปึนใย แล้วเรื่องนี้เปึ้นเรื่องสําคัญครับกับ การที่เราร่างรัฐธรรมนูญอยู่ ณ ปัจจุบันนี้นะครับ ทีนี้ โอ.เค. การที่เราจะกลับมาแค่ มาตราเดียว ข้อเดียวในระยะเวลาสั้น ๆ ขอชี้แจงใหม่เพื่อทำความเข้าใจเปึ้นการพิเศษนี่ นะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ใครชี้แจงครับ

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

ผมอยากจะให้ท่านผู้สงวนคำแปรญัตติคือ ท่านสุรชัยชี้แจงอีกครั้งหนึ่งให้พวกเราได้รับทราบ คงจะไม่กินเวลาพวกเราเท่าไรนัก ขออนุญาตครับอันนี้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือปัญหามันไม่ได้อยู่ที่กินเวลาหรือไม่ ถ้าเปึนประโยชน์ เสียเวลามันก็ต้องเสีย แต่ถ้าท่านสุรชัยชี้แจงไปอย่างไร ถ้าชี้แจงไปแล้วท่านจะให้ลงมติใหม่หรือเปล่า

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

ถ้าหากว่าคำชี้แจงนั้นผมเชื่อว่าท่านสุรชัยจะ สามารถชี้แจงได้ดีขึ้นกว่าเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งอาจจะทำให้พวกเราอาจจะไม่เข้าใจดีเท่าที่ควร นะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

นั่นสิครับ จะให้ลงมติใหม่ไหม

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

ถูกต้องครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ถ้าลงมติใหม่ท่านจะยอมรับทั้งสภาหรือว่าเมื่อกี้เพิ่งลงไปแหมู่บ ๆ พอไปนั่งกินข้าวเสร็จ ลงมติกันเปลี่ยนไปอีกอย่างหนึ่ง ท่านจะสร้างมาตรฐานตรงนี้ใช่ไหมครับ

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

ผมถือว่าเปึนเรื่องความเข้าใจ ถ้าอย่างนั้น ผมต้องเรียนท่านประธานแล้วว่าต่อไปนี้รายงานหรือว่าอะไรก็ตามที่นำเข้าสู่ที่ประชุม พวกเราอยากจะได้รับก่อน มารับตอนเช้าแล้วเปึนอย่างนี้ แล้วเราศึกษาไม่ทันครับ แล้วมันเปึนอย่างนี้แล้วผมเชื่อว่าเปึนเรื่องความเข้าใจอันถูกต้องและผลประโยชน์

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เข้าใจเจตนาดี

นายธวัช บวรวนิชย์กูร

ฉะนั้นขอเรียกร้องให้กลับมาที่มาตรา ๕ ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยขอให้คุณสุรชัยชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ผมขอผู้รับรองครับอันนี้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือท่านไม่ต้องรับรองหรอกครับท่านครับ เพราะรับรองไปท่านก็จะขัดข้อบังคับทั้งห้อง นะครับ ผมก็ไม่อยากให้เปึนอย่างนั้น เชื่อผมเถอะท่านธวัช มันไม่ได้เสียหายมากนะครับ และมันก็ปฏิบัติได้นะครับ เพียงแต่ว่าถ้าหากว่ายอมให้ท่านสุรชัยชี้แจงใหม่ คนอื่น ก็ขอชี้แจงอีก มันก็เปึนมาตรฐานของพวกเรา เราก็เสียเองทั้งสภานะครับ ผมเข้าใจเจตนา ดี แต่เมื่อกี้ก็พยายามระมัดระวังให้อยู่ตลอดนะครับ ขอบพระคุณนะครับ ก็เข้าสู่วาระ การประชุมต่อนะครับ ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการปรึกษากับคณะในประเด็นที่ ยังค้างนะครับ ท่านจะเอาประเด็นไหนก่อน เชิญเลยครับ เมื่อกี้ห้อยติ่งอยู่ข้อ ๔ เรื่อง ประกาศราชกิจจานุเบกษานะครับ แล้วก็ไปค้างกันอยู่ที่ข้อ ๖ ท่านจะเอาประเด็นไหนต่อ ครับ ท่านใดจะชี้แจงเชิญครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ เมื่อท่านประธานได้สอบถามไปยังกองประกาศิตแล้วมีความเห็นว่าใช้เวลาแค่ ๒ วัน ใช่ไหมครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ไม่เกินครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ก็ขอเติมด้วยนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ให้มีการประกาศราชกิจจานุเบกษาในข้อ ๔ นะครับ ที่ประชุมเห็นเปึ้นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่เห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ ข้อ ๖ เมื่อกี้ค้างอยู่ ในส่วนข้อ ๖ มีส่วนที่ท่านอาจารย์สมคิด ได้ขอแปรญัตติไว้ แล้วกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ท่านอาจารย์สมคิดก็สงวนคําแปรญัตติไว้ ซึ่งในข้อนี้ก็มีถ้อยคำที่คล้าย ๆ กัน กรรมาธิการก็ข้อเพิ่มเปึนวรรคสอง มีท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงในประเด็นที่ขอเพิ่มไหมครับ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาครับ ผม วุฒิสาร ตันไชย ครับ กรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนข้อที่ กรรมาธิการมีความเห็นเพิ่มเติมในวรรคสองของข้อ ๖ สืบเนื่องจากสาระสำคัญที่ ผู้แปรญัตติคือท่านอาจารย์สมคิด ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้เสนอให้ ๖/๑ แต่ว่าในถ้อยคำ ของท่านอาจารย์สมคิดเองเสนอว่าให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการให้ความรู้ เกี่ยวกับสาระของร่างรัฐธรรมนูญแก่ประชาชน และจัดให้มีการชี้แจงและโต้แย้งเกี่ยวกับ สาระของร่างรัฐธรรมนูญอย่างเสมอภาคและเปึนธรรม คณะกรรมาธิการพิจารณาเห็นว่า ในทางหลักการของการจัดทำประชามติ สาระสำคัญประการหนึ่งก็คือการเป่ดเวทีให้ผู้ที่ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ได้แสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึงและเปึนธรรมนะครับ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงเปรียบเทียบประกอบกับการพิจารณาในร่างในกฎหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าเรื่องการออกเสียงประชามติ ป้ ๒๕๔๑ เดิม ในมาตรา ๕ ก็มีการกําหนดสาระสําคัญว่า เมื่อมีการประกาศให้ทําประชามติควรเป่ด โอกาสให้มีการชี้แจงหรือเปึ้นเวทีให้กับผู้ที่มีความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อร่างนั้น อย่างทั่วถึง เปึนธรรม กรรมาธิการจึงกำหนดในวรรคสองขึ้นมา เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะ ผู้จัดการประชามตินั้นจัดเวทีให้มีการชี้แจง แต่เนื่องจากไม่ได้เอาถ้อยคำ ที่ท่านอาจารย์สมคิดเสนอ เนื่องจากถ้อยคำที่ท่านอาจารย์สมคิดเสนอนั้นเปึนการเสนอว่า ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้ความรู้ ซึ่งอันนี้เราถือว่าการให้ความรู้นั้นเปึ้นบทบาท ของสภาร่างรัฐธรรมนูญในการที่จะอธิบายประชาชน ส่วนขั้นตอนของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง คือจัดเผยแพร่เฉพาะขั้นตอนและวิธีการในการทำประชามติ รวมทั้งอาจเป่ด เวทีให้กับผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสาธารณะต่าง ๆ เพื่อที่จะ ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจทั้งสองฝ์ายกับประชาชนในการทำประชามติ ก็จะทำให้ การทำประชามตินั้นเปึนกลางมากขึ้น และก็ครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักการครับ กราบขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดให้มีการชี้แจงและโต้แย้งนะครับ แล้วถ้าเกิด มีคนมาโต้แย้ง แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งจะทำอย่างไรครับ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการนะครับ ในเบื้องต้นกระผมใคร่ขอกราบเรียนว่า ในหลักการของการทำประชามติซึ่งเปึนหลักสากล หน่วยงานที่จัดทำประชามติจะต้อง เปึ้นหน่วยงานที่เปึนอิสระ เปึนกลาง ซึ่งหลักการอันนี้ก็ปรากฏอยู่ ขออนุญาตท่านประธาน อยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๔๑ นะครับ ซึ่งได้แจกให้ที่ประชุมไปแล้ว ซึ่งหลักการในเรื่องของความเปึนกลางและความ เท่าเทียมกัน ในมาตรา ๕ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ ถึงแม้กฎหมายนี้จะเลิกไปโดยผลของการปฏิรูป โดยคําสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ ๑๓ นะครับ แต่หลักการก็ยังจะเห็นได้อยู่นะครับว่า ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและเท่าเทียมกัน ทั้งผู้ที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบ ในเรื่องที่จัดทำประชามติ รวมทั้งจัดให้มีการเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับเรื่องที่จัดทำ ประชามติเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงทราบ ฉะนั้นในหลักการคนจัดทําประชามติก็ต้อง เป่ดโอกาสให้เท่าเทียมกันนะครับ ส่วนการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดเปึนหน้าที่ของสภาร่างฯ คณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อได้รับมอบแล้วก็ทําหน้าที่ แค่จัดให้มีการลงประชามติ แล้วก็ถ้าฝ์ายใดอยากจะขอแสดงความคิดเห็นก็เป่ดโอกาส ให้เท่าเทียมกันเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านวิทธยาครับ

นายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิทธยา สสร. ครับ ประเด็นข้อ ๖ ที่กำลังพูดถึงเมื่อสักครู่ที่ท่านกรรมาธิการเสนอนะครับ ผมฟังแล้ว ก็มีความเปึนห่วงถึงประเด็นที่เกี่ยวกับการที่จะให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้ที่จะ ดำเนินการให้ความรู้นั่น โอเค ถ้าเปึนไปได้นะครับ แม้แต่คณะกรรมาธิการจังหวัด หรือภาคก็สามารถจะทำตรงนั้นได้ แต่เปึนห่วงที่ กกต. ประเด็นเมื่อมีการจัดให้มีการชี้แจง แล้วก็โต้แย้งในสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการโต้แย้งร่าง สาระนี่เปึ้นเรื่องที่พูดง่าย ๆ คือ ถ้าไม่ได้ทำ ไม่ได้รู้ ไม่ได้มาตั้งแต่ต้น แล้ว กกต. จะมอบให้กับ กกต. จังหวัดอย่างนั้น ใช่ไหมครับ ถ้าจะไปอย่างนั้นการโต้แย้งจะไปคนละเรื่องคนละราว คนละทิศคนละทาง แล้วจะเกิดปัญหาถ้ามันโต้แย้งแล้วมันไม่ตรงประเด็น จะเกิดปัญหาเรื่องการไม่ยอมรับ รัฐธรรมนูญ จะเปึ้นเรื่องใหญ่ขึ้นมาอีก ผมกลับมองว่าทําไมเรามีกรรมาธิการจังหวัด อยู่ทุกจังหวัดอยู่แล้ว ภาคก็มี อนุกรรมการก็มีอีก ถ้าจะดำเนินการให้ความรู้ด้วย แล้วก็ชี้แจง แล้วถ้าโต้แย้งก็ยังพอรับฟังมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เริ่มรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ ครั้งแรกเลย ประเด็นนี้ไม่น่าจะมอบให้กับ กกต. ดำเนินการ ผมอยากเสนอความเห็นว่า น่าจะให้ทางสภาร่างฯ มอบให้กับกรรมาธิการประจำจังหวัดหรือกรรมาธิการภาค หรือแม้แต่คนในนี้ส่วนใดส่วนหนึ่งจะตั้งอย่างไร ก็มอบฝ์ายใด กรรมาธิการเรามีตั้งเยอะ ครับ น่าจะมอบผู้ที่ได้ทำ ได้รู้ ได้เห็น ได้ทราบตั้งแต่ต้น สามารถจะเอาไปชี้แจงได้ใกล้เคียง กับประเด็นที่ในเนื้อหาสาระมากกว่า ข้อเสนอความเห็นคัดค้านไม่ตรงกับที่ทางร่างมาว่า จะให้ทาง กกต. ดำเนินการนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ทางกรรมาธิการว่าอย่างไรครับ คือสิ่งที่ท่านอาจารย์ประพันธ์ยกตัวอย่างอันนั้นเปึนเรื่อง กกต. ทําประชามติทั่วไป จริง ๆ ภารกิจนี้เปึนของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มีกรรมาธิการอยู่ หลายคณะ แล้วก็อยู่ทุกจังหวัด จึงเปึนภารกิจตรงนี้ ถ้าว่ากันจริง ๆ ตามเนื้อผ้าน่าจะเปึน ของสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ําไป แล้วข้างล่างก็ยิ่งบอกว่าจะต้องประหยัดงบประมาณ พอท่านไปตั้งตรงนี้ขึ้นมันจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณอีก ท่านอาจารย์สวัสดิ์ครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ ทางกรรมาธิการก็คงไม่ขัดข้องอะไรครับที่เติมไป ความจริงก็เปึนความคิดของท่าน กรรมาธิการที่ขอแปรญัตติเท่านั้นเอง กรรมาธิการเองก็ไม่ขัดข้อง หากว่าที่ประชุมนี้ ต้องการจะไปมอบให้ทาง สสร. จังหวัด หรือ สสร. ภาคก็สุดแล้วแต่ ไม่ต้องมอบให้ กกต. ตรงนี้จะให้เขียนอย่างไรก็ได้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

แล้วยังต้องมีอีกไหมครับ ยังต้องมีชี้แจง โต้แย้งมีไหมครับ เอาประเด็นมีหรือไม่มีก่อน

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

กกต. ไม่เอาก็ได้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

อย่างนั้นตัดออกไปเลยนะครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ตัดออกไปเลย ส่วนจะไปมอบให้ใครก็สุดแล้วแต่สภา

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เพราะสภาก็มีทุกกรรมาธิการอยู่แล้ว อาจารย์พิเชียรครับ

นายพิเชียร อำนาจวรประเสริฐ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อน สสร. ที่รักนะครับ ในข้อนี้ผมเห็นว่าน่าจะให้ สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ เปึ้นผู้ดําเนินการ ในเรื่องนี้ ส่วน สสร. จะมอบให้กรรมาธิการคณะใด อย่างไรก็สุดแล้วแต่ ที่ประชุม เราสามารถที่จะไปพิจารณากันอีกครั้งหนึ่งได้ครับ ให้เปลี่ยนจากคณะกรรมการ การเลือกตั้ง เปึน สภาร่างรัฐธรรมนูญ ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือเมื่อกี้กรรมาธิการบอกวรรคนี้ไม่ติดใจแล้ว ส่วนที่อภิปรายกันมาก็ถือว่าเปึ้นเรื่องที่ สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องไปดําเนินการกันเอง อย่างนั้นตกลงตามนี้นะครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

เฉพาะวรรคสอง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

วรรคสองครับ ไม่มีท่านสมาชิกเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ กรรมาธิการเห็นด้วยที่จะตัด วรรคสองของข้อ ๖ ออก ไปหมวด ๒ เลยครับ เชิญท่านเลขาฯ ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สภาร่างรัฐธรรมนูญ

หมวด ๒ หลักเกณฑ์และวิธีการในการออกเสียง ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๗ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและ สงวนคําแปรญัตติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวก่อนที่ผู้สงวนความเห็นจะอภิปราย ขอเรียนว่าขณะนี้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็นฯ ในภาคใต้ ๑๔ จังหวัด จำนวน ๔๒ ท่าน มาร่วมรับฟังการประชุม นะครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ เชิญครับท่านใดที่สงวนความเห็น ไว้ครับเชิญครับ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นครับ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ สำหรับเหตุผลในร่างข้อ ๗ นี้ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ มอบให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้ดำเนินการจัด เหตุผลก็อย่างที่ผมได้ กราบเรียนในตอนแรกว่า ในหลักสากล หน่วยงานที่จัดทำประชามติจะต้องเปึนกลางและ เปึ้นอิสระ ซึ่งในสากลก็จะมอบให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึ้นผู้ดำเนินการ และ ปกติการจัดการเลือกตั้ง การจัดทำประชามติก็จะต้องเปึนการทำโดยลับ เหตุผล อีกประการหนึ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เห็นควรมอบให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการก็เนื่องจากเหตุผลที่ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องการทำประชามติอยู่แล้วนะครับ ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งเข้าใจว่าคงได้แจกท่านสมาชิกผู้มีเกียรติแล้ว โดยในมาตรา ๑๐ ก็ดี ใน (๑) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจหน้าที่ควบคุมและ ดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ นอกจากนี้ในข้อ ๒ ก็ดี ข้อ ๓ ก็ดี ข้อ ๔ ก็ดี ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ก็ดี ควรจะกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้งในส่วนของการออกเสียงประชามตินะครับ นอกจากนี้แล้วนี่ ในมาตรา ๑๓ คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่ได้ ใน (๑) อำนวยการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามตินะครับ รวมทั้ง ข้อ ๔ และข้อ ๕ ตามกฎหมายฉบับนี้ ในมาตรา ๑๕ ให้อำนาจหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจ สั่งให้ส่วนราชการ ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ มาช่วยในการปฏิบัติงานได้ ซึ่งในทางปฏิบัติคณะกรรมการการเลือกตั้งก็จะตั้งเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่าง ๆ ไม่ใช่ เฉพาะแต่กระทรวงมหาดไทย แต่ทุกภาคส่วนราชการ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจด้วยมาช่วย ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด มีทั้งหมดประมาณ ๘๘,๐๐๐ หน่วย ใช้คนประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ – ๙๐๐,๐๐๐ คน ฉะนั้นในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ก็เปึ้นภาระหน้าที่ที่ใหญ่มาก ซึ่งกฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งเอาไว้ นอกจากนี้แล้วเมื่อคณะกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้งยังมีฐานะเปึน เจ้าพนักงาน ซึ่งมีความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าหากว่าในการจัดการเลือกตั้งมีการ กระทําอะไรที่ไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็จะสามารถออกคําสั่งได้ในฐานะเปึน เจ้าพนักงาน ตามมาตรา ๒๒

เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือว่า ในมาตรา ๒๔ นอกจากกำหนดอำนาจ หน้าที่แล้ว ยังกำหนดบทต้องห้ามด้วยนะครับว่า ห้ามไม่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และ อนุกรรมการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อเปึน คุณหรือเปึนโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด หรือกระทำการ หรือละเว้นการกระทำ โดยทุจริต หรือประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถ้าหากว่ามีการฝ์าฝ๋น อย่างเช่น กรรมการการเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็ดีจะต้องมีโทษตามมาตรา ๔๒ ของ พระราชบัญญัติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งโทษค่อนข้างจะรุนแรงว่า ให้จำคุกตั้งแต่ ๑ ป้ ถึง ๑๐ ป้ ปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งมีกำหนด ๑๐ ป้ ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการปฏิรูป แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ตกไป โดยผลของประกาศ คณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ ๑๓ กับ ฉบับที่ ๒๖ ซึ่งผมเข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่คงแจกให้กับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแล้ว โดยในประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ฉบับที่ ๑๓ ข้อ ๑ ให้พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ มีผลใช้บังคับต่อไป หลังจากนั้นแล้วได้มีประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ ๒๖ แก้ไขประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ ๑๓ ในข้อ ๑ กำหนดว่า การยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิให้ กระทบกระเทือนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ ยังคงใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก และ ในข้อ ๓ ของประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ ๒๖ กำหนดว่า ให้ถือว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งซึ่งได้รับแต่งตั้งตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ฉบับที่ ๑๓ ลงวันที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ได้รับการสรรหาและแต่งตั้งโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ วันที่ได้รับแต่งตั้งตามประกาศดังกล่าว และมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ และ กฎหมายอื่นที่บัญญัติให้เปึ้นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ถึงได้มอบให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนคนจัดในการ ดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งคิดว่าการดำเนินการก็จะถูกตามหลักสากล มีกฎหมายรองรับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ภาระหน้าที่หนักของสภาร่างฯ ของเรา มี ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องแรกนะครับ คือการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตัวกระผมเองก็เปึนกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังมีความรู้สึกหนักใจค่อนข้างมากว่าในการยกร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ จะร่างอย่างไรให้เปึ้นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด เปึ้นที่ยอมรับของประชาชน เพราะประเด็น ต่าง ๆ นี่มีค่อนข้างเยอะนะครับ เราร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ดี ๘๐ ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นะครับ คนไม่เห็นด้วยเพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็อาจจะลงมติว่าไม่เห็นชอบ ก็ได้ อันนี้เปึนภาระหนักนะครับประการแรกของสภาร่างฯ

และประการที่ ๒ ภาระที่หนักยิ่งกว่านะครับ คือภาระเผยแพร่ ทําอย่างไร ให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญที่สภาร่างฯ แห่งนี้ได้ดําเนินการออกมานี่นะครับ ประชาชนมีความเข้าใจ เข้าใจรายละเอียดส่วนมากต่าง ๆ ของเนื้อหา แค่ทำความชี้แจง ให้เข้าใจนี่ก็เปึนภาระที่ยิ่งใหญ่แล้วครับ กระผมคิดว่ากรรมาธิการที่สภาร่างฯ ตั้งมา นะครับ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ก็ดี คณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นฯ ตามภาคหรือตามจังหวัดก็ดี ผมยังคิดว่ามันยังไม่พอนะครับ เปึนภาระที่ เราทั้งหลายจะต้องทำความชี้แจงกับประชาชนให้ทราบ ผมคิดว่าในส่วนนี้ถ้าเรามา ช่วยกันนะครับ ในส่วนของการจัดการลงประชามตินี่ ผมคิดว่าเปึนงานรู้ทีน (Routine) ตามปกตินะครับ แล้วก็เรามาช่วยกันนะครับ ก็คิดว่าการลงประชามติครั้งนี้และการจัดทํา รัฐธรรมนูญครั้งนี้น่าจะประสบความสำเร็จ ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือที่ท่านประพันธ์สงวนคำแปรนี่นะครับ ก็คือในวรรคสองนะครับ กรรมาธิการ เพิ่มข้อความว่า กำกับดูแล ใช่ไหมครับ ที่ท่านพยายามจะบอกสมาชิกก็คืออย่างไรครับ ชัด ๆ เลยครับ เดี๋ยวสมาชิกจะได้เข้าใจ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ในวรรคสองของ ข้อ ๗ นี่นะครับ กระผมสงวนคําแปรญัตติเอาไว้นะครับ ถ้อยคำที่ว่า กำกับดูแล เนื่องจากว่าในการปฏิบัติหน้าที่อย่างที่กระผมได้กราบเรียนแล้วว่า ผู้จัดการออกเสียงประชามตินี่จะต้องเปึนกลางนะครับ การใส่คําว่า กํากับดูแล นี่อาจจะ ทําให้เกิดความสับสนว่ากํากับดูแลแค่ไหน จึงขอสงวนคําแปรญัตตินะครับ ขอตัดคําว่า กำกับดูแล ออก แล้วขอให้กลับไปใช้ร่างเดิมของกรรมาธิการนะครับ ซึ่งได้ผ่านการ พิจารณารับหลักการวาระแรกของที่ประชุมแห่งนี้ไปแล้วครับ ขอตัดคำว่า กำกับดูแล ออก ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

แล้วท่านตกลงกับกรรมาธิการด้วยกันเองได้ไหม

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

เท่าที่สอบถามกรรมาธิการ ก่อนเข้ามาในนี้แล้วเข้าใจว่าส่วนมากจะไม่มีใครขัดข้องนะครับ ถ้ามีใครขัดข้องกรุณา ยกมือให้เห็น ๆ ก็ได้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คือเอาอย่างนี้ ท่านตกลงกันนะครับ แล้วท่านประธานก็แถลงหน่อยว่าจะเอาอย่างไร เพราะอันนี้คือปัญหาของกรรมาธิการนะครับ เดี๋ยวนะครับอาจารย์คมสันครับ ให้เขา ตกลงกันเปึนประเด็นไปดีกว่า เดี๋ยวของอาจารย์ก็จะต้องพิจารณาในเรื่องที่ท่านเสนอไว้ อีก ตกลงกันให้เรียบร้อยในส่วนของกรรมาธิการจะได้เปึ้นเสียงในทิศทางเดียวกันว่า จะเอาอย่างไรครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ขออนุญาตครับท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวท่านวัชรา ท่านสงวนไว้

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กระผมไม่ได้พูดเรื่องที่กระผมขอแปรญัตติครับ แต่กระผมขอทราบว่าที่ท่านประธานพูดกับกรรมาธิการนั้นมันอยู่ตรงไหนในสิ่งที่เรา พิจารณากันนี่ครับ เพราะว่าเราที่อยู่ในห้องประชุมนี้น่าจะได้รับทราบเท่าเทียมกัน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ ผมว่าทุกท่านก็ทราบนะครับ ก็คือในส่วนถ้อยคำว่า กำกับดูแล กรรมาธิการเพิ่ม เข้ามา แล้วกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเขาข้อตัด ผมก็เลยคิดว่ากรรมาธิการเองน่าจะหา ข้อยุติในกรรมาธิการด้วยกันเองก่อน เพราะว่ามีสมาชิกสงวนคําแปรญัตติไว้

นายวัชรา หงส์ประภัศร

พอดีกับคําที่ว่าเพิ่มเข้ามานั้นมันไม่ปรากฏ ในเอกสารทางนี้ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

มีครับ ทุกท่านมีไหมครับ มีครับ ท่านดูวรรคสองนะครับท่านวัชรา ข้อ ๗ วรรคสองนะครับ มีขีดเส้นใต้ คำว่า กำกับดูแล ไว้นะครับ ท่านกรรมาธิการตกลงกันได้หรือยังครับ เชิญอาจารย์สวัสดิ์ครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ กรรมาธิการทุกท่านก็เห็นชอบด้วยนะครับว่า ให้ตัดคําว่า กำกับดูแล ออกนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ก็เปึนไปตามร่างฯ เดิมของกรรมาธิการนะครับ ก็สิทธิของเขาครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช

บางทีก็ง่าย บางทีก็ยากเหมือนกันนะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ตัดแล้วครับท่านสดศรีครับ ทีนี้ในส่วนที่สมาชิกสงวนคำแปรญัตติไว้ นะครับ มีท่านอาจารย์คมสันกับท่านวัชราขอแปรญัตติไว้ กรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผู้แปรญัตติขอสงวน ท่านยังติดใจไหมครับ ยังติดใจหรือครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

ติดใจ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ครับ เชิญครับ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ เมื่อสักครู่ ท่านกรรมาธิการสงวน ทั้ง ๆ ที่ท่านกรรมาธิการบอกไว้แล้วว่าขอเพิ่มวรรคสองเข้าไป แล้วท่านก็ตกลงกันข้างบนนั้นบอกว่ากลับไปตามที่มีผู้ขอแปร กระผมคิดว่ามันไม่ค่อย จะถูกต้องนะครับ ถึงแม้ผมจะไม่ได้สงวนนะครับ ผมได้เสนอคําแปรญัตติและผมพอใจ ในส่วนนั้นก็จริงนะครับว่า เอาละ ในเรื่องการออกเสียงประชามติให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งดําเนินการ แต่ใจค่อท่านตอนนี้จะไม่ยอมแม้กระทั่งให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ กำกับดูแลนะครับ เราจะยืมจมูกของกรรมการการเลือกตั้งนี่จัดการเรื่องนี้แทนเราทุกอย่าง เราร่างรัฐธรรมนูญมาได้ใช้เงินเพียงไม่เท่าไรนะครับ เดี๋ยวจะใช้สองพันสามพันล้าน แล้วก็ ไม่ผ่านด้วย แล้วเราต้องรับผิดชอบ ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านเมื่อไรเราเก็บกระเปิากลับบ้าน นะครับ เราจะไม่ยอมแม้กระทั่งให้กำกับดูแลเชี่ยวหรือครับ เราให้ตกลงกัน เดี๋ยววันก่อน ท่านตกลงกันมาอย่างนี้ แล้วเดี๋ยวนี้มากลับอย่างนี้ เอากันอย่างนั้นหรือครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับท่านครับ ท่านอย่าไปคิดมากเลยครับ กรรมาธิการเขาตกลงกันได้ก็เปึน สิทธิของกรรมาธิการเขานะครับ ถ้าเราไม่พอใจเราต้องสงวนความเห็น สงวนคําแปรญัตติ ไว้ อาจารย์คมสัน เชิญครับ

นายคมสัน โพธิ์คง 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม คมสัน โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมยั่งยืนยันนะครับ ความจริงตอนแรกนี่ผมคิดจะ ขอถอนคำแปรญัตติเนื่องจากมีถ้อยคำ คำว่า กำกับดูแล อยู่ในข้อ ๗ แต่เมื่อกรรมาธิการ ยอมที่จะตัดคําว่า กํากับดูแล ออก ผมคงต้องขอยืนยันในความเห็นอยู่ตรงนี้นะครับ ด้วยเหตุผลก็คือว่าในเรื่องของการออกเสียงประชามติ ตามมาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ กระผมคิดว่าต้องเข้าใจหลักการกันตรงนี้เสียก่อนว่าไม่ใช่ การออกเสียงประชามติ ตามมาตรา ๒๑๔ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ เพราะ หลักการทั้ง ๒ ฉบับเปึนคนละเรื่องกัน ในหลักการตามมาตรา ๒๑๔ นี่เปึนเรื่องของการ ให้คำปรึกษาหารือแก่คณะรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะฉะนั้นผลของการออกเสียงประชามติ ตามมาตรา ๒๑๔ นี่จึงไม่ได้ผูกมัด แต่ไปผูกมัดในทางการเมือง นอกจากนี้ ในมาตรา ๒๑๔ นี่เขียนหลักการในเรื่องของการออกเสียงประชามติว่า เพียงคะแนนแค่ หนึ่งในห้าของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมาลงคะแนนแล้วก็ใช้เสียงข้างมาก ก็สามารถที่จะดำเนินการเรื่องของการออกเสียงประชามติได้ ซึ่งแตกต่างกับกรณีของ มาตรา ๒๙ ว่า ต้องเผยแพร่ให้ประชาชนโดยทั่วถึงนะครับ สำหรับการที่ท่านกรรมาธิการ ได้เอ่ยถึงกฎหมายฉบับหนึ่ง คือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม คือท่านประพันธ์ นัยโกวิท นะครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนว่ากฎหมายดังกล่าวเลิกไปแล้วนะครับ ถึงแม้ท่านจะบอกว่าพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๔๑ จะยังคงอยู่ โดยประกาศของ คปค. ก็ตาม เปึนการคงอยู่เฉพาะตัวพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งและกฎหมายที่กําหนดเท่านั้น การใช้ อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๔๑ นี่นะครับ ต้องใช้เท่าที่มีกฎหมายให้อำนาจ เพราะฉะนั้นกระบวนการที่เขียนในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ออกเสียงประชามติที่บอกว่ามีโทษทั้งหลายนี่นะครับ ไม่สามารถนำมาลงโทษกับ ประชาชนที่อาจจะดำเนินการทำให้การออกเสียงประชามตินั้นไม่เปึนไปโดยสุจริตและ เที่ยงธรรมได้ ผมคิดว่าประเด็นตรงนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบอยู่พอสมควร ผมคิดว่า ประเด็นนี้ผมเกรงว่าถ้าสภาร่างรัฐธรรมนูญนี่เห็นชอบกับที่กรรมาธิการได้ดําเนินการแก้ไข ผมเกรงว่าจะทําให้สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นลงมติในสิ่งที่อาจจะทําให้เราดําเนินการในสิ่งที่ ขัดรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากการใช้อํานาจนั้นไม่สามารถดําเนินการได้ สําหรับประเด็น ในเรื่องของการที่ กกต. ซึ่งเปึนองค์กรเปึนกลางมาดำเนินการจัดนั้นเปึ้นเรื่องที่สภาร่าง รัฐธรรมนูญจะมอบหมายให้องค์กรหนึ่งองค์กรใดที่ทําหน้าที่ตรงจุดนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมขอกราบเรียนว่า กกต. ก็มีความเหมาะสมในการที่จะมาช่วยดำเนินการ แต่การดําเนินการของ กกต. ในแง่ของรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙ กกต. ไม่ได้มี ตรงจุดไหนที่ กกต. ต้องรับผิดชอบในการออกเสียงประชามติตามมาตรา ๒๙ เลย แต่ว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญต่างหากที่ต้องเปึ้นผู้รับผิดชอบในกระบวนการที่เกิดขึ้นนะครับ ถ้าหากการออกเสียงประชามติปรากฏว่าประชาชนให้ความเห็นชอบก็มีการนำขึ้น ทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เปึ้นรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าประชาชน ไม่เห็นชอบสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งสภานั้นจะพ้นสภาพลงทันทีนะครับ ผมคิดว่าประเด็น ตรงนี้เปึ้นประเด็นสำคัญนะครับที่สภาร่างรัฐธรรมนูญควรจะพิจารณาให้รอบคอบว่า การใช้อํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับมอบไปจากสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ควรจะต้องมีการกำกับดูแลในเรื่องของการดำเนินการ เพราะความรับผิดชอบตกอยู่กับ สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่เพียงสภาเดียวนะครับ สําหรับในประเด็นต่าง ๆ ที่ผมได้เสนอไปว่า ขอแปรญัตติให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งในการดำเนินการออกเสียง ประชามติในเรื่องของการให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญที่จัดทําขึ้น นะครับ ผมเห็นว่าในคำแปรญัตติที่ได้เสนอนี่ ได้เสนอคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ทำงาน ร่วมกันครับ เปึนคณะกรรมการที่มีที่มาจาก ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือมาจากสภาร่าง รัฐธรรมนูญ นะครับ ประกอบด้วยประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือรองประธานที่ได้รับ มอบหมายทำหน้าที่เปึนประธาน และก็มีประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึน รองประธานนะครับ และมีกรรมการการเลือกตั้งเปึนกรรมการร่วมกับสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญอีกจํานวน ๕ คนเปึนกรรมการ โดยใช้ชื่อว่า คณะกรรมการกํากับ การออกเสียงประชามติ ซึ่งการออกเสียงประชามติตรงนี้เปึนการใช้หลักเกณฑ์ตาม มาตรา ๒๙ ด้วยความเคารพต่อท่านกรรมาธิการครับ ผมเห็นว่าหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย ประชามติที่อยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เลิกไปแล้วไม่สามารถนำมา บังคับใช้ไม่ว่าบุคคลใดได้อีก เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องใช้อำนาจเฉพาะ ตามที่มีกฎหมายให้อำนาจในแต่ละเรื่องเท่านั้นนะครับ สำหรับในประเด็นนี้ผมยัง ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ เนื่องจากผมเห็นว่าการดําเนินการของสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องเข้าไปดำเนินการในเชิงของการกำกับและตรวจสอบว่าได้มีการดำเนินการโดยชอบ ด้วยกฎหมายมากน้อยเพียงใด เพราะฉะนั้นผมจึงมีความเห็นที่จะขอสงวน ในข้อ ๗ เดิม ที่ได้เคยเสนอไว้ ซึ่งความจริงถ้าคณะกรรมาธิการยืนยันตามร่างข้อ ๗ เดิมที่ คณะกรรมาธิการได้แก้ไขมา คือมีคำว่า กำกับดูแล ผมก็ยินดีที่จะถอนข้อ ๗ นี้ให้ แต่เมื่อ คณะกรรมาธิการได้ตัดคำว่า กำกับดูแล แล้ว ผมยั่งยืนยันในข้อสงวนอยู่อย่างเดิมครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านวัชราครับ เชิญครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่กระผมได้กล่าวในตอนแรก แล้วว่าในเรื่องนี้มีอยู่ ๒ ประเด็น คือประเด็นที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการออกเสียงประชามติ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เปึ้นหน้าที่ที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ซึ่งถ้าวิเคราะห์ให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่า ในมาตรา ๒๙ นั้น ได้กําหนดให้เปึนหน้าที่โดยตรงของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องเปึ้นผู้จัดทําเอง รวมทั้ง ในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการก็จะต้องเปึ้นผู้กำหนดเองนะครับ ในลักษณะที่ กําหนดโดยประกาศตามร่างของคณะกรรมาธิการ ซึ่งกระผมแปรญัตตินั้นก็เพราะกระผม เห็นว่าร่างดังกล่าวนั้นได้ปฏิบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่เกี่ยวกับการทําประชามติ เนื่องจากตามมาตรา ๒๙ นั้นในวรรคสอง ได้บัญญัติไว้ว่า เมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และจัด ให้มีการออกเสียงประชามติ คำว่า และจัดให้มีการออกเสียงประชามติ นั้น เมื่ออ่านโดยรวมกับวรรคหนึ่งก็จะเห็น ได้ว่าผู้ที่จะต้องทําก็คือสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องทําเองครับ ไม่ใช่มอบหมายให้ผู้อื่นทํา และไม่ใช่เปึนการตัดขาดในการปฏิบัติออกไปเลย คือยกตัวอย่างเหมือน้อย่างกับการ จ้างเหมา ในระบบเทิร์นคีย์ (Turnkey System) นี่ทำไม่ได้ แต่ว่าถ้าจ้างบางส่วนเปึนการ จ้างแรงงานทำได้ นั่นก็คือว่าถ้าสภาร่างรัฐธรรมนูญจะมอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใด หน่วยงาน หนึ่งหน่วยงานใดแบ่งบางส่วนไปทำนั้นน่าจะทำได้ แต่ถ้ามอบยกเค้าไปเลยว่า ให้หน่วยงานหนึ่งหน่วยงานเดียวทำไปเลยแทนสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมเห็นว่าเปึนการขัด ต่อรัฐธรรมนูญนะครับ ในเรื่องนี้นี่นะครับทางท่านกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประพันธ์ได้กล่าวว่า เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับความเปึนกลางและก็ได้เท้าความถึง สสร. ว่า ถ้าจะชี้แจงก็จะไม่เปึนกลาง กระผมขอให้ทําความเข้าใจครับว่า คําว่า ชี้แจง กับคําว่า จูงใจ นั้นไม่เหมือนกัน เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อความในร่างรัฐธรรมนูญ เราชี้แจงไป อันนี้ไม่ได้ทําให้เสียความเปึนกลางแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นก็เปึนสิ่งที่ สสร. น่าจะทําได้ มันไม่ใช่เรื่องของการจูงใจว่าจะให้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ กระผมขอให้แยกแยะ ในถ้อยคําอันนี้นะครับ แล้วก็ไม่มีเหตุผลครับที่การทําประชามตินั้น สสร. จะทําการจูงใจ เพื่อให้ รับ หรือ ไม่รับ เพราะ สสร. ไม่ใช่คนเดียว พวกเดียวที่ทำไปแล้วก็ว่าจะมี ผลตอบแทนมา ไม่น่าเชื่อว่าจะเปึนไปได้ที่ สสร. จะครอบงำในการที่จะทำประชามติ ในกรณีที่ สสร. เปึ้นผู้ทําประชามติโดยไม่ได้ลงมือทําเอง หรือเข้าไปมีกระบวนการในการ ทำประชามติ เพียงแต่เปึ้นผู้ควบคุมงบประมาณและกำกับภายนอกเท่านั้น อันนี้ ถือว่า สสร. อยู่ในวิสัยที่จะทําได้ตามรัฐธรรมนูญนะครับ การเลือกตั้งซึ่งเปึนหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ทำอยู่ในปัจจุบันนี้ก็ปรากฏเปึนที่ประจักษ์อยู่ว่า ในการ เลือกตั้งท้องถิ่นก็ไม่ได้เปึนผู้จัดเลือกตั้งเองอยู่แล้ว โดยเปึนเพียงผู้กำกับดูแลในการทำงาน ของท้องถิ่นเองเท่านั้น โดยปลัดเทศบาล หรือปลัด อบต. ต่างหากเปึนผู้ดำเนินการ ในการเลือกตั้งท้องถิ่น และกระทรวงมหาดไทยก็เปึ้นผู้ประสานในการดำเนินการต่าง ๆ ในการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะฉะนั้นถ้าจะมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อทำงานเรื่องนี้ ก็จะเปึ้นลักษณะ เดียวกับที่ กกต. ได้ทำงานอยู่ในปัจจุบัน กระผมมีความเห็นว่าถ้าเรามอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทยได้เปึ้นผู้ปฏิบัติในการทำประชามติจะได้คนมากมายหลายฝ์ายเข้ามา ร่วมมือ แล้วลงไปสู่รากหญ้าจริง ๆ ทั้งนี้โดย กกต. ก็ให้ความร่วมมือด้วยโดยเปึนผู้กำกับ เช่นเดิม ถ้าเปึนไปดังที่ผมกราบเรียนนี้ก็จะเปึนไปตามมาตรา ๒๙ แห่งรัฐธรรมนูญ คือ สสร. มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยทำ และ กกต. กำกับดูแล ผลดีประการสำคัญที่สุด ที่ผมมองเห็นก็คือว่าจะเปึนการประหยัดงบประมาณ ซึ่งเปึนเรื่องที่แตกต่างกันมากมาย กระผมได้มีโอกาสได้เห็นเอกสารที่ กกต. ได้นำเสนองบประมาณมา ตอนแรกเสนอมา ส่องพันล้าน ต่อมาทาง สสร. ได้ขอให้ตัดลด ก็ตัดลดมาบอกว่าสุด ๆ แล้วก็เหลือ พันเจ็ดร้อยล้าน ส่วนถ้าให้กระทรวงมหาดไทยทำนั้นกระผมได้ข้อมูลจากท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ซึ่งได้นำเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยผู้ทำมาชี้แจงด้วย แล้วก็ผมได้ มีโอกาสซักไซ้ไล่เลี้ยง ปรากฏตัวเลขว่าประมาณหกร้อยล้านก็ทำได้ ซึ่งในหกร้อยล้านนั้น กระผมได้ลองดูด้วยวินิจฉัยด้วยตัวเองก็ยังมีตัวที่ตัดลดได้อีก ถ้าทำตามขั้นตอนที่กระผม ได้ลองใช้ความรู้ความสามารถเท่าที่มี กระผมขอกราบเรียนสักนิดหนึ่งว่ากระผมได้ทำงาน เลือกตั้งอยู่ระยะหนึ่ง คือเปึน กกต. จังหวัดและรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งกระผมได้ทําแผนผังมาในลักษณะว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึนองค์กรสูงสุด แล้วมอบมา ให้กระทรวงมหาดไทยโดยกำกับของ กกต. แล้วลงมาก็เปึนหน่วยงานระดับจังหวัด ถัดไป ก็หน่วยงานระดับอำเภอ จนสุดท้ายถึงหน่วยงานระดับหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งงานครั้งนี้จะใช้ บุคลากรมากก็จริง แต่เปึ้นบุคลากรเดิม ๆ ที่เคยทำงานให้กับ กกต. แต่จะใช้งบประมาณ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากว่าเมื่อพิเคราะห์ถึงงานของการทำประชามติแตกต่างกับ งานเลือกตั้ง เพราะงานน้อยกว่ามาก แล้วบางส่วนบางอย่างก็สามารถที่จะตัดตอน ออกไปได้ ตัดทิ้งไปได้ เช่นในเรื่องการลงคะแนนล่วงหน้า ลงคะแนนจากผู้มีภูมิลำเนา อยู่ที่อื่น การลงคะแนนจากผู้ที่อยู่ต่างประเทศ เหล่านี้ตัดไปได้ทั้งสิ้น นอกจากนั้นในเรื่อง การส่งเอกสารก็น่าที่จะตัดไปได้เช่นเดียวกัน คือไม่จําเปึ้นที่จะต้องส่งรัฐธรรมนูญเปึ้นฉบับ ไปถึงบ้านให้กับผู้มีสิทธิลงคะแนนทุกคน ซึ่งที่ผมกราบเรียนแล้วเมื่อตอนเช้าว่าถ้าส่ง ทุกคนต้องพิมพ์หนึ่งพันล้านบาท ถ้าส่งทุกครัวเรือนก็จะใช้ประมาณสี่ร้อยล้านบาท ซึ่งสิ่งเหล่านี้น่าจะตัดไปได้ ตอนนี้พูดถึง ค่าขนส่งคือ บริษัทไปรษณีย์ไทย ถ้าส่งเปึนรายคน คนละ ๓ บาท นี่คิดอย่างต่ำนะครับ ความจริงนั้นเขาคิดตามน้ำหนัก ถ้าคิดอย่างต่ำ ๓ บาท ๔๖ ล้าน คูณ ๓ ก็เปึ้น ร้อยยี่สิบกว่าล้านบาท อันนี้เห็นชัด ๆ ว่าเปึนค่าใช้จ่ายที่สามารถที่จะประหยัดได้ ถ้ากระทรวงมหาดไทยทำโดยใช้ส่งไปสู่ศูนย์จังหวัด ศูนย์อำเภอ แล้วอำเภอก็แจกจ่ายให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านน้ำไปแจกจ่ายให้อีกทีหนึ่ง ประหยัดไปได้ในจำนวนร้อยกว่าล้านบาท ในส่วนบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็เช่นเดียวกัน ถ้า กกต. ทำจะได้ใช้ถึง ๘ ชุด ซึ่งใน ๘ ชุดนี้ ในประสบการณ์การทำงานของผม อันที่จริงเพียง ๔ ชุดก็เพียงพอ ชุดที่ ๑ ป่ด ณ สถานที่หน่วยเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งเพื่อให้ผู้มีสิทธิไปตรวจ ในกรณีนี้ก็คือผู้มีสิทธิ ออกเสียงลงประชามติ อีกชุดหนึ่งก็เก็บไว้ที่อำเภอ แล้วมันจะเหลือ ๒ ชุดใช่ไหมครับ ก็เก็บไว้ใช้ในวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งชุดหนึ่ง สุดท้ายปลายทางก็ยังเหลืออีกชุดหนึ่ง อยู่ดี เปึนสำรอง นั่นคือ ๔ ชุดนี่เหลือเฟ๋อแล้ว ค่าพิมพ์ ๙๘ ล้านบาทนะครับ นี่ตัวเลขของ กระทรวงมหาดไทยนะครับ ๙๘ ล้านบาท หรือ กกต.ให้ตัวเลขไว้ ๑๒๕ ล้านบาท ก็อาจจะ ลดลงถึงครึ่งหนึ่ง คือ ถ้าเปึนตัวเลขของกระทรวงมหาดไทยก็ลดลงสี่สิบกว่าล้านบาท ถ้าตัวเลขของ กกต. ก็ลดลงหกสิบกว่าล้านบาท นี่คือส่วนที่จะลดลงครับ สิ่งที่กระผมเสนอ มานี้เปึนสิ่งที่ทําได้จริง ๆ แล้วเปึนสิ่งที่ประหยัดเงินของประเทศชาติได้จริง ๆ ในส่วนที่ ท่านกรรมาธิการได้พูดถึงโทษที่จะมีขึ้นมา ถ้าไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามหน้าที่ อันนี้เรา ก็ตกลงกันไว้แล้วว่าเราจะได้ขอให้ทาง สนช. ออกกฎหมายมาเพื่อลงโทษ เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ไม่เปึนปัญหา ความเปึนเจ้าพนักงานก็เช่นเดียวกัน เราอาจจะเสนอให้ สนช. ออกข้อกำหนดว่า ผู้ที่ช่วยเหลือในการปฏิบัติงานนี้ถือเปึนเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญาก็ได้ครับ สุดท้ายมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เห็นชัดว่า ประกาศของท่านกรรมาธิการ ยังมีข้อบกพร่องอยู่ ท่านกรุณาดูมาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) จะเห็นว่ามี ถ้อยคำเปึนปัญหาอยู่ถ้อยคำหนึ่ง มาตรา ๓๑ ว่าไว้ดังนี้ครับ กระผมขออนุญาตอ่านเพียง ตอนต้น ในการออกเสียงประชามติ ถ้าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของ ผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบ ให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับแล้ว ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินําร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ จะมีถ้อยคําที่ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้ามาอยู่ในกฎหมายนี้ แต่ท่านไม่ได้อธิบายไว้ในประกาศว่าสิ่งที่กล่าวนั้นมีความหมายอย่างไร เพราะคําว่า สิทธิเลือกตั้ง เปึนคําที่จะต้องนิยามจึงจะรู้ เพราะปรากฏว่าเดี๋ยวนี้กฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกนั้นได้ถูกยกเลิก ไปแล้วโดยประกาศคณะปฏิรูปฯ เพราะฉะนั้นคํานี้จึงไม่มีความหมาย แต่ความหมาย จะต้องมีเพื่อใช้เกี่ยวข้องกับการผ่านร่างหรือไม่ผ่านร่าง ร่างผ่านหรือไม่ผ่านความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นถึงความที่ไม่สมบูรณ์ของประกาศดังกล่าวนี้ กระผมใช้เวลา อภิปรายเกี่ยวกับมาตรา ๗ นี้เปึนเวลานาน ก็เพราะว่ามาตรา ๗ นี้จะเปึนจุดตั้งต้น ของความคิดและของข้อยุติทั้งหมดในสิ่งที่ผมได้แปรญัตติเอาไว้ว่า ให้กระทรวงมหาดไทย โดยการกำกับของคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้จัดทำประชามติ กระผม ขอขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ส่วนที่พี่วัชราเสนอนี้ กกต. ที่บอกว่าเสนอ ๒,๐๐๐ ล้านบาทอะไรนั่น นะครับ เดี๋ยวทำความเข้าใจนิดหนึ่ง เพราะว่าคงมีประชาชนที่ติดตามอยู่นะครับ ในส่วนงบประมาณดังกล่าวนี้เขาเทียบเคียงกับการเลือกตั้ง สว. ซึ่งเข้าใจว่าในส่วนของ กระทรวงการคลังเองก็ยังไม่รู้ว่าเอาเกณฑ์อะไรมากำหนด ก็เลยกำหนดตั้งเอาไว้ เทียบกับลงคะแนนของ สว. ซึ่งในส่วนของกรรมาธิการของสภาร่างรัฐธรรมนูญเอง ในกิจการสภาฯ ที่ผมเปึ้นประธาน ก็เชิญส่วนของ กกต. เชิญท่านสดศรี ท่าน กกต. ซึ่งเปึน สสร. ของเราด้วยมาประชุมหารือกัน แล้วก็เห็นว่าวิธีการลงคะแนนหรือการออกเสียง อาจจะต้องมีบางส่วนที่แตกต่างไปจากการเลือก สว. ในเรื่องของการสืบสวน สอบสวน ก็เลยเห็นพ้องต้องกันนะครับ ก็คงไม่ใช่ลักษณะ กกต. เสนอมา ๒,๐๐๐ ล้านบาท สว. ไปตัดเหลือพันเจ็ดร้อยล้านบาทอะไรนะครับ เดี๋ยวจะกลายเปึน กกต. ไปกล่าวหา เขาว่าเขาไปตั้งงบประมาณเยอะ ไม่ใช่นะครับ ก็คือเปึนงบที่ตั้งไว้เดิม แต่เรามาหา ทางออกดูสิว่าเงินที่จะใช้ทําอย่างไรให้ประหยัดที่สุด ซึ่งในส่วนนี้อะไรที่ไม่จําเปึน ไม่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติก็เห็นพ้องต้องกันนะครับว่าตัดออกไป หรือลดลงไป แล้วก็ตัดออกไปเยอะ ก็เลยเปึนความเห็นพ้องต้องกัน ไม่ใช่ กกต. เสนอมากแล้วเราไปตัด ก็เหลือประมาณพันหกร้อยกว่าล้านบาท อันนี้ตัวเลขที่ประมาณการนะครับ ซึ่งอาจจะ มีอะไรที่ลดได้อีกอันนั้นอีกส่วนหนึ่ง ก็เลยต้องทำความเข้าใจกัน เพียงแต่ว่าปัญหา ประเด็นที่ท่านวัชราเสนอ เหมือนกับถ้ามหาดไทยมาช่วยแล้ว งบประมาณจะเหลือจาก พันกว่าล้านบาท เหลือ ๖๐๐ ล้านบาทและอาจจะไม่ถึง ตรงนี้ผมว่าต้องสร้างความชัดเจน ทางกรรมาธิการเองหรือท่านวัชราเองต้องให้ข้อมูล มิฉะนั้นแล้วเดี๋ยวกลายเปึ้นสภาร่าง รัฐธรรมนูญตัดสินใจไปอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนกับเราไม่ประหยัดขึ้นมาอีกแล้ว หรือทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้เองท่านวัชราได้บอกว่า มหาดไทยสามารถมาช่วยงานได้ จริง ๆ มหาดไทยพร้อมหรือไม่ อันนี้มหาดไทยตอบมา เปึ้นทางการไหม มีหนังสือตอบกลับมาหรือเปล่า หรือว่าถ้ามหาดไทยเข้ามาแล้วจะมี ค่าใช้จ่ายจริง ๆ เท่าไรแน่ ผมว่าอันนี้ต้องให้มันชัดเจนนะครับ ถ้ามันเปึนประโยชน์ เราก็ต้องเอาตามนั้น หรือถ้ามหาดไทยเข้ามาแล้วเรามีวิธีการที่จะไปทําประชามติอย่างไร เพราะที่ท่านวัชราเสนอมาให้ กกต. ร่วมกับมหาดไทย มันจะทำงานกันอย่างไร ผมว่า อันนี้มันเปึ้นสิ่งที่จะต้องสร้างความชัดเจน มิฉะนั้นแล้วเดี๋ยวพอสมาชิกตัดสินใจไป เกิดมหาดไทยบอก ก็ยังไม่เปึ้นทางการ เขาก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วเราก็ลงมติไปโดยให้ มหาดไทยมาร่วมในการทำประชามตินะครับ แล้วทฤษฎีของ กกต. เองตอนนี้นะครับ คือเมื่อก่อนเราไม่อยากให้มหาดไทยทำเราก็ให้มี กกต. พอเรามี กกต. เราก็บอกเราจะไปให้มหาดไทย อันนี้เราต้องพิจารณาดูให้ดีนะครับ ที่ผมเรียนตรงนี้เพื่อสร้างความชัดเจนมากกว่านะครับ อย่างไรอยากให้กรรมาธิการ ช่วยตอบตรงนี้นะครับ แล้วข้อมูล ท่านวัชราให้กรรมาธิการไปหรือยัง แล้วให้ไปแล้ว กรรมาธิการทําไมถึงไม่เห็นด้วย อะไรเหล่านี้เปึนต้นนะครับ ท่านจะตอบเลยไหม พอดีมี ท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาล้า ท่านก็ได้จัดในคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนฯ เพื่อการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านก็ได้จัดสัมมนาทางวิชาการเรื่องแนวทางการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อการร่างรัฐธรรมนูญวันนี้โดยเริ่มเวลาประมาณ บ่ายสามโมงเปึนต้นไปที่ห้องปรินซ์บอลรูม (Prince Ballroom) ๓ ชั้น ๑๑ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ์ (Prince Palace Hotel) ใกล้ ๆ นี่นะครับ ก็เชิญท่านสมาชิกทุกท่านที่จะไปร่วมฟัง สัมมนาในบ่ายสามโมง ท่านกรรมาธิการจะตอบไหมเพราะว่าเนื้อหาที่เราพิจารณาวันนี้ มีเนื้อห้ามาก แล้วเราก็ได้นัดประชุมวันพรุ่งนี้อยู่แล้วนะครับ มีหนังสือแจ้งว่านัดประชุม พรุ่งนี้ไว้แล้ว ท่านกรรมาธิการจะตอบให้จบข้อนี้ไปเลยไหมหรือว่าอย่างไรครับ ท่านอาจารย์ประพันธ์ครับ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่านผู้แปรญัตติ รวมทั้งหลาย ๆ ท่าน ที่ให้ข้อเสนอแนะตั้งแต่ครั้งที่แล้วนะครับ ซึ่งผมคิดว่าความเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนความเห็นที่ประโยชน์นะครับ เปึนความเห็นที่หลากหลายนะครับ ในบางเรื่อง กรรมาธิการก็ได้นำไปปรับปรุงนะครับ ผมต้องขอขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับ กระผม ใคร่ขอชี้แจงประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายสักเล็กน้อยนะครับ ในประเด็น ในส่วนที่เกี่ยวกับว่ากฎหมายประชามติ ป้ ๒๕๔๑ เลิกไปแล้วนะครับ จริงอยู่ครับ กฎหมายฉบับนี้เลิกไปนะครับ แต่ว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ คงอยู่ตามประกาศคณะปฏิรูป ฉบับที่ ๒๓ กับฉบับที่ ๒๖ ซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้วว่ากฎหมายนั้นคงอยู่ เพียงแต่ว่าตัวกฎหมายประชามติไม่อยู่ โดยเหตุนี้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสอง เขารู้ครับ คนร่างเขารู้ว่ากฎหมาย ประชามติมันไม่อยู่ เขาถึงบอกว่าให้สภาร่างรัฐธรรมนูญออกกําหนดหลักเกณฑ์ในการที่ จะดําเนินการ ฉะนั้นที่ท่านผู้ทรงเกียรติอภิปรายเหมือนกับว่า กกต. ไม่มีอํานาจหน้าที่ เกี่ยวกับการทำประชามติ เพราะว่าไม่มีกฎหมายในส่วนนี้ อาจจะเปึนการในเรื่องของการ ตีความกฎหมายนะครับ ซึ่งผมขอข้ามไปนะครับ ในอีกส่วนหนึ่งนะครับที่ท่านผู้มีเกียรติได้ อภิปรายว่าประกาศของสภาร่างฯ ฉบับนี้จะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ซึ่งกําหนดให้ สภาร่างฯ เปึนคนจัดให้มีการออกเสียงประชามติ กระผมขอกราบเรียนว่าประกาศ ฉบับนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสองนะครับ เพราะว่า คําว่า จัดให้มีการ ออกเสียงประชามติ สภาร่างฯ ไม่จําเปึนต้องทําเอง ซึ่งอันนี้ในหลักการนี่เห็นตรงกันหมด ครับว่าสภาร่างฯ มีหน้าที่จัด และกรรมาธิการชุดนี้เปึนคนมีหน้าที่ดำเนินการ แต่ว่า กรรมาธิการชุดนี้เห็นว่าการจัดให้มีนี้ เพราะเห็นว่าในส่วนของการที่ไปลงคะแนนกันนี่ เห็นควรจะให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทํา ในส่วนที่ท่านอภิปรายบอกว่าผมกล่าวว่า ถ้าให้ สสร. ชี้แจงจะไม่เปึนกลาง กระผมเข้าใจว่ากระผมไม่ได้กล่าวคำนี้เลย กระผม เพียงแต่บอกว่าในส่วนของ กกต. นี่เรามีหน้าที่เพียงการจัดเท่านั้นเอง เราไม่มีหน้าที่ที่จะ ไปอภิปรายหรือให้ความเห็นกับประชาชนว่าให้รับหรือไม่ให้รับ เรามีหน้าที่จัดอย่างเดียว นะครับ ในส่วนที่ท่านผู้ทรงเกียรติบอกว่าจะประหยัดงบประมาณ ผมขอบคุณท่านประธาน ที่กรุณาได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ แต่ความจริงข้อมูลในบางส่วนก็อาจจะไม่ตรงกัน กระผม ไม่อยากจะพูดในส่วนนี้นะครับ เหตุที่บอกว่าจะประหยัดเงินกว่า เพราะว่างานประชามติ น้อยกว่าการเลือกตั้ง กระผมขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า การประชามติมีกฎหมาย รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้แล้วไม่น้อยกว่า ๖ ฉบับนะครับ แต่ไม่เคยมีการทำประชามติเลย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กําหนดว่าถ้าสภาในตอนนั้นไม่เห็นชอบต้องไปทําประชามติ ปรากฏว่าสภาให้ความเห็นชอบ ฉะนั้นการทําประชามติเปึ้นเรื่องใหญ่มากนะครับ เปึ้นสิ่งที่จะทำให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาดเลยนะครับ ฉะนั้นด้วยความเคารพ ท่านจริง ๆ นะครับ อย่างเช่นท่านเสนอแนะบอกว่าหน่วยเลือกตั้งไม่จำเปึนต้องเยอะ จาก ๘๐๐ เพิ่มเปึ้นหน่วยละ ๑,๐๐๐ ก็ได้อะไรอย่างนี้ ด้วยความเคารพนะครับ ถ้าเรา เปลี่ยนรูปแบบการจัดนี่นะครับ มีอะไรเกิดขึ้นประชาชนไม่ได้รับความสะดวกมันจะ มีปัญหามาก ประชามติคราวนี้บกพร่องอะไรขึ้นมาต้องชี้แจงกันด้วยความยากลำบาก นะครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่ากรรมการการเลือกตั้งชุดที่แล้ว ไม่ใช่ชุดนี้นะครับ เพียงแต่จัดเลือกตั้งหันคูหาไม่ถูก ท่านลองคิดดูสิ ท่านลองนึกโดยเหตุผลของท่านนี่ นะครับ จากการหันคูหาเดิม เอาหน้าออก กลายเปึนเอาก้นออก เห็นไหมครับ ผลเปลี่ยนเปึนหน้ามือเปึนหลังมือเลยครับ แล้วถ้าเกิดท่านเสนอบอกว่าจากหน่วยละ ๘๐๐ ซึ่งเขาทํากันมาตลอดนะครับ ตั้งแต่การเลือก สส. สว. ทํากันมาตลอด ไม่มีปัญหา ทั้งสิ้น แล้วท่านเสนอบอกว่าประหยัดงบประมาณตัดออกไปนะครับ เอาเปึนหน่วยละ ๑,๐๐๐ ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมา มันบกพร่อง มันเสียหายขึ้นมา มันจะไม่คุ้มค่านะครับ ในเรื่องของงบประมาณผมคิดว่าท่านอย่ากังวลเลยครับ อย่างที่ท่านประธานได้ชี้แจงแล้ว นะครับ ทุกรายการมันจะมีกำหนดหมด เบี้ยเลี้ยง มีอะไรหมด มีใบเสร็จ แล้วในท้ายที่สุด นะครับ สตง. เขาจะต้องตรวจสอบงบการเงินของ กกต. แล้วต้องตรวจสอบงบการเงินของ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ทำหน้าที่ของเราด้วย ฉะนั้นผมคิดว่า ด้านงบประมาณไม่น่ามีปัญหานะครับ ผมขอขอบพระคุณทุกท่านครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์สวัสดิ์ครับ

นายสวัสดิ์ โชติพานิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม สวัสดิ์ โชติพานิช นะครับ เมื่อกี้นี้ผมอาจจะเรียนท่านสมาชิกด้วยถ้อยคำ ที่สั้นไป ที่ท่านบอกว่า เอ๊ะ ทำไมยอมง่ายเกินไป ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ ในเรื่อง (๒) เรื่องกํากับ คือเนื่องจากเมื่อเราร่างมาถึงตรงนี้แล้ว ในชั้นกรรมาธิการได้ฟังคําอภิปราย ขอประทานโทษ ของอาจารย์วุฒิสารเปึนคนอภิปรายเอง บอกว่าในเรื่องนี้มันจําเปึน จะต้องใช้องค์กรที่เปึนกลาง เพราะว่าต่างประเทศเขาก็ดูแลอยู่ ถ้าหากว่าเอาคนของรัฐ เข้ามาดําเนินการจัดประชามติแล้วก็จะมองว่ารัฐสั่งมา ตรงนี้ครับที่พวกเรา ท่านบอกว่า เอ๊ะ ทําไมมันยอมกันง่าย เพราะถ้าหากว่าอยู่ในความกํากับอีกก็คืออยู่รัฐเหมือนอย่างรัฐ จัดนั่นแหละ เปึนประเด็นที่สำคัญเลยนะครับที่พวกเราทั้ง ๑๓ คน ยอม ๒ คน คือ ทั้ง ๒ คนนี้ท่านขอสงวนเอาไว้ คือท่านสดศรี และท่านประพันธ์ ประเด็นที่อยู่ในเรื่องความ เปึนกลาง เพราะฉะนั้นมันก็จะไปกระทบ ถ้าเราไปเขียนคํากํากับเอาไว้ก็เท่ากับอยู่ ในความกำกับดูแลนั่นเองของ สสร. ซึ่งพวกผมก็เปึ้น สสร. ในหมวกใบหนึ่งก็คือต้องเชียร์ ให้เขารับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ว่าในฐานะที่เปึน กกต. นั้น เขาทําอย่างนั้นไม่ได้ จุดมันอยู่ตรงนี้ครับ ที่ว่าทําไมเราถึงต้องยอม ที่ท่านสมาชิกบอกว่าทําไมยอมง่าย ผมก็ อาจจะอธิบายสั้น ๆ ไปนิดหนึ่ง ก็นึกว่าเดี๋ยวผมขอความกรุณาอาจารย์วุฒิสารให้พูด ให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่งถึงเรื่องตรงนี้ทำไมเราถึงยอมครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ อาจารย์วุฒิสารจะชี้แจงเพิ่มหรือครับ คืออย่างนี้ครับท่านสมาชิก ผมก็พยายามช่วย ๆ กันนะครับ คือข้อ ๗ วรรคแรกนี่นะครับบอกว่าตามที่สภาร่าง รัฐธรรมนูญมอบหมาย ท่านดูนะครับ ผมไม่แน่ใจว่า คําว่า มอบหมาย คือเปึนเรื่องที่ว่าถ้าเราไม่เห็นด้วยเราก็ไม่มอบ ถ้าเรา เห็นด้วยเราก็มอบ หรือทำไม่ดีไปแล้ว เรามอบไปแล้วเราก็เอากลับ ไม่มอบแล้ว ผมว่าอันนี้ มันก็คล้าย ๆ กับกำกับนะครับ เพียงแต่ว่าพอไปเพิ่มข้อ ๒ ก็เลยกลายเปึนปัญหาขึ้นมา ถ้าท่านสมาชิกเห็นอย่างไรก็เชิญอภิปรายกันนะครับ จริง ๆ ท่านไพโรจน์ท่านก็ไม่ได้มีชื่อ สงวนอะไรไว้นะครับ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ คุณวัชราพาดพิงมาถึงผมเรื่องตัวเลขต่าง ๆ ซึ่งกระผมจะขออนุญาตอภิปราย ใน ๒ ประเด็นครับ

ในประเด็นแรก ก่อนที่เราจะเสนอแปรญัตตินั้นได้ประสานงานไป กระทรวงมหาดไทยขอให้เจ้าหน้าที่จากส่วนอำนวยการเลือกตั้งและสำนักบริหาร การทะเบียน รวมทั้งกองปกครองส่วนท้องที่ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเปึ้นผู้รับผิดชอบได้ประสานดำเนินงานต่าง ๆ เขาก็ได้ประเมินตัวเลขต่าง ๆ มา ซึ่งตอนแรกผมก็ได้ทำความเข้าใจว่าตัวเลขของผมกับของคุณวัชราคงจะตรงกันนะครับ เขาได้กำหนดในเรื่องค่าใช้จ่ายในการออกเสียงประชามติ ครั้งนี้เปึ้นหน่วยเลือกตั้ง ๘๖,๘๗๖ หน่วย มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๔๕ ล้านคน ๗๖ จังหวัด ๗๙๖ อำเภอ ๘๑ กิ่งอำเภอ ๕๐ เขต เปึนค่าใช้จ่ายส่วนกลาง เช่น ค่าอาหารนอกเวลา ค่าเบี้ยเลี้ยงพาหนะ ค่าหนังสือ คู่มือปฏิบัติ ค่าเครื่องเขียน แบบพิมพ์ ค่าจัดพิมพ์บัญชีรายชื่อ ค่าจัดส่งหนังสือ ค่าแบบ กรอกคะแนน ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายฝ๊กอบรม ค่าอาหารทำการนอกเวลา ทั้งหมด ๑๑ รายการ เปึนหนึ่งร้อยห้าสิบสองล้านหกแสนกว่าบาท ค่าใช้จ่ายในส่วนของ จังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย เขาให้แห่งละสองหมื่นเจ็ดพัน กว่าบาทเท่านั้นเอง เปึนค่าอาหาร ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าใช้จ่าย ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องเขียน ความจริงค่าเบี้ยเลี้ยง พาหนะ ความจริงไม่ต้องรับก็ได้เพียงวันเดียว เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ มาช่วยกันหนึ่งล้านสี่แสนกว่าบาท ค่าใช้จ่ายสำหรับอำเภอ กิ่งอำเภอ เขต แห่งละประมาณสี่แสนกว่าบาท ก็ตก ๔๔๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตัวเลขเบ็ดเสร็จ จึงออกมา ๕๙๙ ล้านบาท ซึ่งอันนี้ก็อาจจะต่างจาก ๑,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านได้ วางเอาไว้ ผมคิดว่าเพื่อความรอบคอบนะครับ มันอาจจะไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายเรื่อง การประชาสัมพันธ์อะไรบ้างส่วน แต่ถึงอย่างไรตัวเลขนี้ก็ยังไม่แน่นอนนะครับ ผมคิดว่า ก่อนที่เราจะอนุมัติตัวเลขออกไปนั้น ขอได้มีการตรวจสอบให้แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายที่แท้จริง มันควรจะเปึนเท่าไร เพราะอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ตามมาตรา ๒๙ หรือหลายท่าน พูดถึงแล้วว่าเปึ้นความรับผิดชอบของสภาร่างรัฐธรรมนูญในการดําเนินการครั้งนี้ ส่วนจะมอบให้ใครรับผิดชอบดำเนินการนั้นมันไม่พ้นความรับผิดชอบของ สภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องรับผิดชอบ นั่นเปึนประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ทางท่านกรรมาธิการเป่ดประเด็นขึ้นมาเอง เนื่องจากท่าน สงวนคำแปรเอาไว้ สงวนข้อคิดเห็นเอาไว้ แล้วก็เมื่อสักครู่ท่านประชุมปรึกษากันก็เกิด ไปเห็นด้วยกับท่านผู้สงวน ๒ ท่าน ซึ่งคุณคมสั้นก็ได้อภิปรายแล้วนะครับ มันก็เปึ้นเรื่องที่ น่าแปลกประหลาด ได้มีการชี้แจง ได้มีการแปรญัตติ แล้วท่านก็ลงมติกันมา พิมพ์ออกมา จนเสนอวันนี้แล้ว เสร็จแล้วเมื่อสักครู่เกิดมีผู้สงวนอยู่ ๒ ท่าน คุยกันไม่ถึง ๓ นาที ถึงแม้ ท่านประธานจะชี้แจงเมื่อสักครู่ ท่านก็บอกถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกำกับแล้ว คณะกรรมการ การเลือกตั้งเปึนกลางอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นก็ขอให้รับผิดชอบโดยเด็ดขาด ทั้ง ๆ ที่ความรับผิดชอบทั้งหมดนี้ ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งเปึ้นของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าการ ดำเนินการประชามติตรงนี้ผ่านก็เรียบร้อยไป ถ้าไม่ผ่านท่านเก็บกระเปิากลับบ้านได้เลย ตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน เพราะฉะนั้นจะไม่มีเยื่อใยไยดีอะไรขนาดที่ว่าไม่ให้เรา กำกับดูแล ตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเชี่ยวหรือครับ อันนี้เปึน ประเด็นที่ผมคิด อยากจะฝากท่านสมาชิกที่อยู่ในนี้ทุกท่านที่มีสิทธิที่จะรักษาในส่วนนี้ ได้ช่วยกันคิดช่วยกันพิจารณา ประเด็นนี้น่าจะต้องมีการโหวต (Vote) นะครับ เพราะว่า คุณคมสันก็ได้สงวนเอาไว้ ผมคิดว่าเราถ่ายทอดออกไปทั้งประเทศ เราทําอะไรต่าง ๆ ให้ มันชัดเจนนะครับ ให้มันชัดเจนอยู่ในกรอบของอำนาจหน้าที่ อยู่ในกรอบของระเบียบ กฎหมาย อย่าไปได้เห็นแก่เรื่องผู้ใดผู้หนึ่งเปึ้นอันขาด ใครจะลาออกก็เชิญให้ออกตาม สบายครับ ผมคิดว่าไม่น่าจะต้องเปึนเงื่อนไขที่จะมาผูกมัดหลักเกณฑ์ตรงนี้

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ อย่าไปกระทบกระเทียบกันเลยนะครับ คือในส่วนนี้พอดีให้ท่านไพโรจน์ อภิปรายก็เพราะว่าท่านจะให้ความชัดเจนเรื่องตัวเลขนะครับ จริง ๆ ถ้าตามสิทธิ ท่านไม่มีสิทธิ เพื่อจะได้เปึนประโยชน์กับสภา ทีนี้ตัวเลขที่ท่านไพโรจน์พูดถึงก็ยังไม่ชัดเจน นะครับ ขอความชัดเจนเหมือนกัน ท่านวัชรามีอะไรครับ เชิญครับ

นายวัชรา หงส์ประภัศร

กระผมขอกราบเรียนว่าเอกสารที่ผมได้มานั้น ไม่ใช่เอกสารงบประมาณของ สว. นะครับ รายละเอียดประกอบงบประมาณค่าใช้จ่าย ในการจัดการให้มีการออกเสียงประชามติเขียนไว้ชัดเจนเลยครับ ทั้งฉบับ สองพันล้าน และฉบับพันเจ็ดร้อยล้าน นี่นะครับ ส่วนเอกสารที่กระผมพูดถึง หกร้อยล้านนั้น ก็คือเอกสารที่คุณไพโรจน์นำมา ซึ่งได้นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการในวัน ชี้แจงแล้วครับ ซึ่งตัวเลขที่ถูกต้องคือ ๕๙๙ ล้านกับเศษนะครับ แล้วขอกราบเรียนว่า ตัวเลขนี้ยึดถือหน่วยของ กกต. นะครับ คือตัวเลข ๘๐๐ คน ต่อ ๑ หน่วย ไม่ใช่ตัวเลข ๑,๐๐๐ คน ต่อ ๑ หน่วย แต่สมมุติว่าจะใช้ตัวเลขพันต่อหนึ่งหน่วย นั่นผมสมมุติว่าถ้าเปึน เช่นนั้นก็จะลดค่าใช้จ่ายหรือลดงบประมาณลงไปได้อีก ส่วนตัวเลขที่พูดถึงนี้เปึน ตัวเลขหน่วยของ กกต. นั่นเองครับ แต่เปึนวิธีบริหารจัดการโดยกระทรวงมหาดไทยจึงได้ ลดน้อยลง แล้วก็ที่ท่านถามถึงในเรื่องความยินยอมของกระทรวงมหาดไทยนั้น กระผมว่า ถ้าท่านมีหนังสือไป ทางนั้นตอบมาแน่นอนครับว่ายินดีครับ ผมเชื่อมั่นครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ตัวเลขที่ท่านวัชราพูดถึงคงไม่มีใครปฏิเสธนะครับ ที่บอกสองพันล้าน และพันเจ็ดร้อยนะครับ แล้วผมบอกว่าเหลือพันหกร้อยนะครับ ก็เพราะว่า ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์เข้าไปร่วมประชุม แล้วก็มีบางส่วนที่อาจารย์เจิมศักดิ์ขอลดลงไปอีก นะครับ เพราะฉะนั้นตัวเลขที่ท่านมีจึงเปึนตัวเลขครั้งก่อนนะครับ ครั้งหลังสุดเขามี ลดลงไปอีกนะครับ ผมก็เปึนห่วงนะครับ อาจารย์คมสั้น เชิญครับ

นายคมสัน โพธิ์คง

ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ ผม คมสั้น โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมคิดว่าประเด็นที่เรากําลังอภิปราย ทั้งหมดนี้ก็คืออยู่ตรงที่ว่าจะเอาตามร่างของกรรมาธิการในข้อ ๗ หรือไม่เอาเลย แล้วก็มา พิจารณาต่อว่าจะเอาแบบไหน ผมคิดว่าประเด็นนี้สำคัญนะครับ แล้วผมคิดว่าการที่จะให้ โหวตลงคะแนนในประเด็นนี้ก็ไม่ได้เปึนผลดีกับทุก ๆ ฝ์าย เพราะว่าถึงแม้จะโหวตไปแล้ว คำถามก็ยังมีคำถามที่จะติดไปยังสาธารณชนต่อว่าเราทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสองหรือเปล่าตลอดเวลา แล้วก็จะมีคนหยิบยกได้ตลอดเวลาเหมือนกันว่าทำถูกต้อง หรือไม่ถูกต้องนะครับ ผมใคร่ขอเสนอท่านประธานครับว่า เพื่อให้การประชุมทำต่อไปได้ นะครับ อยากจะขอเสนอให้พักการประชุมครับ แล้วขอให้กรรมาธิการได้หารือกับ ผู้แปรญัตติอีกสักครั้งหนึ่งครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ กรรมาธิการเห็นด้วยไหมครับ ไม่ขัดข้องนะครับ เพราะอย่างไรก็ตาม อย่างที่กราบเรียนครับ พรุ่งนี้เรามีวันนัดประชุมต่ออยู่แล้ว เพราะเราก็คิดว่าวันนี้อย่างไร ก็ไม่เสร็จนะครับ เพราะว่าเนื้อหาเรามีแปรญัตติกันอีกหลายข้อ หลายมาตรานะครับ แล้วก็พอดีประจวบเหมาะกับที่กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนได้จัดสัมมนา ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ ก็เชิญท่านสมาชิกทุกท่านไปด้วยนะครับ ถ้าเปึ้นดังนี้ก็ดีครับ เราจะได้พิจารณาโดยรอบคอบนะครับ ถ้าไม่รอบคอบเดี๋ยวเราก็จะมานั่งปวดหัวกันอีก นะครับ วันนี้หมดวาระการประชุมแล้วนะครับ ท่านสมเกียรติครับ หมดแล้วครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

นิดเดียวครับ ขอบคุณครับท่านประธาน เรื่องวิธีการออกเสียงประชามติและการออกเสียงทั้งหลายแหล่นะครับ จะเลื่อนไป ผมเห็นด้วยนะครับ ขออนุญาตครับท่านประธาน เรื่องเมื่อเช้ายังคาใจผมอยู่เลยครับ นิดเดียวครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

ท่านสมเกียรติครับ ถ้าเมื่อเช้ายังคาใจไว้ต่อพรุ่งนี้ดีไหมครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ตรงนี้นิดเดียวครับ ก่อนกลับไป จะได้หลับสบายหน่อยครับท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ด้วยความเคารพท่านนะครับ ถ้าต่อวันนี้แล้วก็จะมีท่านอื่นอีกนะครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

ท่านประธานเดาถูกหรือครับว่าผมจะอภิปราย เรื่องอะไร

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เอาพรุ่งนี้แล้วกันครับ

นายสมเกียรติ รอดเจริญ

พรุ่งนี้เริ่มต้นเลยนะครับท่านประธาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวดูความเหมาะสมอีกทีนะครับ พรุ่งนี้ประชุมต่อนะครับ วันนี้หมดระเบียบวาระ การประชุมแล้ว ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านครับ ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๐๕ นาฬิกา