วัชรา หงส์ประภัศร หารือเรื่องการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ และเรียกร้องให้สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตามมาตรา ๒๙ แห่งรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชรา หงส์ประภัศร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่กระผมได้กล่าวในตอนแรก แล้วว่าในเรื่องนี้มีอยู่ ๒ ประเด็น คือประเด็นที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการออกเสียงประชามติ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เปึ้นหน้าที่ที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ซึ่งถ้าวิเคราะห์ให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่า ในมาตรา ๒๙ นั้น ได้กําหนดให้เปึนหน้าที่โดยตรงของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องเปึ้นผู้จัดทําเอง รวมทั้ง ในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการก็จะต้องเปึ้นผู้กำหนดเองนะครับ ในลักษณะที่ กําหนดโดยประกาศตามร่างของคณะกรรมาธิการ ซึ่งกระผมแปรญัตตินั้นก็เพราะกระผม เห็นว่าร่างดังกล่าวนั้นได้ปฏิบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่เกี่ยวกับการทําประชามติ เนื่องจากตามมาตรา ๒๙ นั้นในวรรคสอง ได้บัญญัติไว้ว่า เมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ และจัด ให้มีการออกเสียงประชามติ คำว่า และจัดให้มีการออกเสียงประชามติ นั้น เมื่ออ่านโดยรวมกับวรรคหนึ่งก็จะเห็น ได้ว่าผู้ที่จะต้องทําก็คือสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องทําเองครับ ไม่ใช่มอบหมายให้ผู้อื่นทํา และไม่ใช่เปึนการตัดขาดในการปฏิบัติออกไปเลย คือยกตัวอย่างเหมือน้อย่างกับการ จ้างเหมา ในระบบเทิร์นคีย์ (Turnkey System) นี่ทำไม่ได้ แต่ว่าถ้าจ้างบางส่วนเปึนการ จ้างแรงงานทำได้ นั่นก็คือว่าถ้าสภาร่างรัฐธรรมนูญจะมอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใด หน่วยงาน หนึ่งหน่วยงานใดแบ่งบางส่วนไปทำนั้นน่าจะทำได้ แต่ถ้ามอบยกเค้าไปเลยว่า ให้หน่วยงานหนึ่งหน่วยงานเดียวทำไปเลยแทนสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมเห็นว่าเปึนการขัด ต่อรัฐธรรมนูญนะครับ ในเรื่องนี้นี่นะครับทางท่านกรรมาธิการ กระผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประพันธ์ได้กล่าวว่า เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับความเปึนกลางและก็ได้เท้าความถึง สสร. ว่า ถ้าจะชี้แจงก็จะไม่เปึนกลาง กระผมขอให้ทําความเข้าใจครับว่า คําว่า ชี้แจง กับคําว่า จูงใจ นั้นไม่เหมือนกัน เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อความในร่างรัฐธรรมนูญ เราชี้แจงไป อันนี้ไม่ได้ทําให้เสียความเปึนกลางแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นก็เปึนสิ่งที่ สสร. น่าจะทําได้ มันไม่ใช่เรื่องของการจูงใจว่าจะให้เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ กระผมขอให้แยกแยะ ในถ้อยคําอันนี้นะครับ แล้วก็ไม่มีเหตุผลครับที่การทําประชามตินั้น สสร. จะทําการจูงใจ เพื่อให้ รับ หรือ ไม่รับ เพราะ สสร. ไม่ใช่คนเดียว พวกเดียวที่ทำไปแล้วก็ว่าจะมี ผลตอบแทนมา ไม่น่าเชื่อว่าจะเปึนไปได้ที่ สสร. จะครอบงำในการที่จะทำประชามติ ในกรณีที่ สสร. เปึ้นผู้ทําประชามติโดยไม่ได้ลงมือทําเอง หรือเข้าไปมีกระบวนการในการ ทำประชามติ เพียงแต่เปึ้นผู้ควบคุมงบประมาณและกำกับภายนอกเท่านั้น อันนี้ ถือว่า สสร. อยู่ในวิสัยที่จะทําได้ตามรัฐธรรมนูญนะครับ การเลือกตั้งซึ่งเปึนหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ทำอยู่ในปัจจุบันนี้ก็ปรากฏเปึนที่ประจักษ์อยู่ว่า ในการ เลือกตั้งท้องถิ่นก็ไม่ได้เปึนผู้จัดเลือกตั้งเองอยู่แล้ว โดยเปึนเพียงผู้กำกับดูแลในการทำงาน ของท้องถิ่นเองเท่านั้น โดยปลัดเทศบาล หรือปลัด อบต. ต่างหากเปึนผู้ดำเนินการ ในการเลือกตั้งท้องถิ่น และกระทรวงมหาดไทยก็เปึ้นผู้ประสานในการดำเนินการต่าง ๆ ในการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะฉะนั้นถ้าจะมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อทำงานเรื่องนี้ ก็จะเปึ้นลักษณะ เดียวกับที่ กกต. ได้ทำงานอยู่ในปัจจุบัน กระผมมีความเห็นว่าถ้าเรามอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทยได้เปึ้นผู้ปฏิบัติในการทำประชามติจะได้คนมากมายหลายฝ์ายเข้ามา ร่วมมือ แล้วลงไปสู่รากหญ้าจริง ๆ ทั้งนี้โดย กกต. ก็ให้ความร่วมมือด้วยโดยเปึนผู้กำกับ เช่นเดิม ถ้าเปึนไปดังที่ผมกราบเรียนนี้ก็จะเปึนไปตามมาตรา ๒๙ แห่งรัฐธรรมนูญ คือ สสร. มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยทำ และ กกต. กำกับดูแล ผลดีประการสำคัญที่สุด ที่ผมมองเห็นก็คือว่าจะเปึนการประหยัดงบประมาณ ซึ่งเปึนเรื่องที่แตกต่างกันมากมาย กระผมได้มีโอกาสได้เห็นเอกสารที่ กกต. ได้นำเสนองบประมาณมา ตอนแรกเสนอมา ส่องพันล้าน ต่อมาทาง สสร. ได้ขอให้ตัดลด ก็ตัดลดมาบอกว่าสุด ๆ แล้วก็เหลือ พันเจ็ดร้อยล้าน ส่วนถ้าให้กระทรวงมหาดไทยทำนั้นกระผมได้ข้อมูลจากท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ซึ่งได้นำเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยผู้ทำมาชี้แจงด้วย แล้วก็ผมได้ มีโอกาสซักไซ้ไล่เลี้ยง ปรากฏตัวเลขว่าประมาณหกร้อยล้านก็ทำได้ ซึ่งในหกร้อยล้านนั้น กระผมได้ลองดูด้วยวินิจฉัยด้วยตัวเองก็ยังมีตัวที่ตัดลดได้อีก ถ้าทำตามขั้นตอนที่กระผม ได้ลองใช้ความรู้ความสามารถเท่าที่มี กระผมขอกราบเรียนสักนิดหนึ่งว่ากระผมได้ทำงาน เลือกตั้งอยู่ระยะหนึ่ง คือเปึน กกต. จังหวัดและรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งกระผมได้ทําแผนผังมาในลักษณะว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญเปึนองค์กรสูงสุด แล้วมอบมา ให้กระทรวงมหาดไทยโดยกำกับของ กกต. แล้วลงมาก็เปึนหน่วยงานระดับจังหวัด ถัดไป ก็หน่วยงานระดับอำเภอ จนสุดท้ายถึงหน่วยงานระดับหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งงานครั้งนี้จะใช้ บุคลากรมากก็จริง แต่เปึ้นบุคลากรเดิม ๆ ที่เคยทำงานให้กับ กกต. แต่จะใช้งบประมาณ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากว่าเมื่อพิเคราะห์ถึงงานของการทำประชามติแตกต่างกับ งานเลือกตั้ง เพราะงานน้อยกว่ามาก แล้วบางส่วนบางอย่างก็สามารถที่จะตัดตอน ออกไปได้ ตัดทิ้งไปได้ เช่นในเรื่องการลงคะแนนล่วงหน้า ลงคะแนนจากผู้มีภูมิลำเนา อยู่ที่อื่น การลงคะแนนจากผู้ที่อยู่ต่างประเทศ เหล่านี้ตัดไปได้ทั้งสิ้น นอกจากนั้นในเรื่อง การส่งเอกสารก็น่าที่จะตัดไปได้เช่นเดียวกัน คือไม่จําเปึ้นที่จะต้องส่งรัฐธรรมนูญเปึ้นฉบับ ไปถึงบ้านให้กับผู้มีสิทธิลงคะแนนทุกคน ซึ่งที่ผมกราบเรียนแล้วเมื่อตอนเช้าว่าถ้าส่ง ทุกคนต้องพิมพ์หนึ่งพันล้านบาท ถ้าส่งทุกครัวเรือนก็จะใช้ประมาณสี่ร้อยล้านบาท ซึ่งสิ่งเหล่านี้น่าจะตัดไปได้ ตอนนี้พูดถึง ค่าขนส่งคือ บริษัทไปรษณีย์ไทย ถ้าส่งเปึนรายคน คนละ ๓ บาท นี่คิดอย่างต่ำนะครับ ความจริงนั้นเขาคิดตามน้ำหนัก ถ้าคิดอย่างต่ำ ๓ บาท ๔๖ ล้าน คูณ ๓ ก็เปึ้น ร้อยยี่สิบกว่าล้านบาท อันนี้เห็นชัด ๆ ว่าเปึนค่าใช้จ่ายที่สามารถที่จะประหยัดได้ ถ้ากระทรวงมหาดไทยทำโดยใช้ส่งไปสู่ศูนย์จังหวัด ศูนย์อำเภอ แล้วอำเภอก็แจกจ่ายให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านน้ำไปแจกจ่ายให้อีกทีหนึ่ง ประหยัดไปได้ในจำนวนร้อยกว่าล้านบาท ในส่วนบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็เช่นเดียวกัน ถ้า กกต. ทำจะได้ใช้ถึง ๘ ชุด ซึ่งใน ๘ ชุดนี้ ในประสบการณ์การทำงานของผม อันที่จริงเพียง ๔ ชุดก็เพียงพอ ชุดที่ ๑ ป่ด ณ สถานที่หน่วยเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งเพื่อให้ผู้มีสิทธิไปตรวจ ในกรณีนี้ก็คือผู้มีสิทธิ ออกเสียงลงประชามติ อีกชุดหนึ่งก็เก็บไว้ที่อำเภอ แล้วมันจะเหลือ ๒ ชุดใช่ไหมครับ ก็เก็บไว้ใช้ในวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งชุดหนึ่ง สุดท้ายปลายทางก็ยังเหลืออีกชุดหนึ่ง อยู่ดี เปึนสำรอง นั่นคือ ๔ ชุดนี่เหลือเฟ๋อแล้ว ค่าพิมพ์ ๙๘ ล้านบาทนะครับ นี่ตัวเลขของ กระทรวงมหาดไทยนะครับ ๙๘ ล้านบาท หรือ กกต.ให้ตัวเลขไว้ ๑๒๕ ล้านบาท ก็อาจจะ ลดลงถึงครึ่งหนึ่ง คือ ถ้าเปึนตัวเลขของกระทรวงมหาดไทยก็ลดลงสี่สิบกว่าล้านบาท ถ้าตัวเลขของ กกต. ก็ลดลงหกสิบกว่าล้านบาท นี่คือส่วนที่จะลดลงครับ สิ่งที่กระผมเสนอ มานี้เปึนสิ่งที่ทําได้จริง ๆ แล้วเปึนสิ่งที่ประหยัดเงินของประเทศชาติได้จริง ๆ ในส่วนที่ ท่านกรรมาธิการได้พูดถึงโทษที่จะมีขึ้นมา ถ้าไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติตามหน้าที่ อันนี้เรา ก็ตกลงกันไว้แล้วว่าเราจะได้ขอให้ทาง สนช. ออกกฎหมายมาเพื่อลงโทษ เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ไม่เปึนปัญหา ความเปึนเจ้าพนักงานก็เช่นเดียวกัน เราอาจจะเสนอให้ สนช. ออกข้อกำหนดว่า ผู้ที่ช่วยเหลือในการปฏิบัติงานนี้ถือเปึนเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญาก็ได้ครับ สุดท้ายมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เห็นชัดว่า ประกาศของท่านกรรมาธิการ ยังมีข้อบกพร่องอยู่ ท่านกรุณาดูมาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) จะเห็นว่ามี ถ้อยคำเปึนปัญหาอยู่ถ้อยคำหนึ่ง มาตรา ๓๑ ว่าไว้ดังนี้ครับ กระผมขออนุญาตอ่านเพียง ตอนต้น ในการออกเสียงประชามติ ถ้าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของ ผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบ ให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับแล้ว ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินําร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ จะมีถ้อยคําที่ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้ามาอยู่ในกฎหมายนี้ แต่ท่านไม่ได้อธิบายไว้ในประกาศว่าสิ่งที่กล่าวนั้นมีความหมายอย่างไร เพราะคําว่า สิทธิเลือกตั้ง เปึนคําที่จะต้องนิยามจึงจะรู้ เพราะปรากฏว่าเดี๋ยวนี้กฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกนั้นได้ถูกยกเลิก ไปแล้วโดยประกาศคณะปฏิรูปฯ เพราะฉะนั้นคํานี้จึงไม่มีความหมาย แต่ความหมาย จะต้องมีเพื่อใช้เกี่ยวข้องกับการผ่านร่างหรือไม่ผ่านร่าง ร่างผ่านหรือไม่ผ่านความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นถึงความที่ไม่สมบูรณ์ของประกาศดังกล่าวนี้ กระผมใช้เวลา อภิปรายเกี่ยวกับมาตรา ๗ นี้เปึนเวลานาน ก็เพราะว่ามาตรา ๗ นี้จะเปึนจุดตั้งต้น ของความคิดและของข้อยุติทั้งหมดในสิ่งที่ผมได้แปรญัตติเอาไว้ว่า ให้กระทรวงมหาดไทย โดยการกำกับของคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้จัดทำประชามติ กระผม ขอขอบคุณครับ