สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๙ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐

ประพันธ์ นัยโกวิท ชี้แจงเรื่องกฎหมายประชามติ และชี้แจงว่า กกต. มีหน้าที่จัดให้มีการประชามติ แต่ไม่มีหน้าที่ที่จะอภิปรายหรือให้ความเห็นกับประชาชนว่าให้รับหรือไม่ให้รับ และชี้แจงว่าการจัดให้มีการประชามติในครั้งนี้จะไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่านผู้แปรญัตติ รวมทั้งหลาย ๆ ท่าน ที่ให้ข้อเสนอแนะตั้งแต่ครั้งที่แล้วนะครับ ซึ่งผมคิดว่าความเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนความเห็นที่ประโยชน์นะครับ เปึนความเห็นที่หลากหลายนะครับ ในบางเรื่อง กรรมาธิการก็ได้นำไปปรับปรุงนะครับ ผมต้องขอขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับ กระผม ใคร่ขอชี้แจงประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายสักเล็กน้อยนะครับ ในประเด็น ในส่วนที่เกี่ยวกับว่ากฎหมายประชามติ ป้ ๒๕๔๑ เลิกไปแล้วนะครับ จริงอยู่ครับ กฎหมายฉบับนี้เลิกไปนะครับ แต่ว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ คงอยู่ตามประกาศคณะปฏิรูป ฉบับที่ ๒๓ กับฉบับที่ ๒๖ ซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้วว่ากฎหมายนั้นคงอยู่ เพียงแต่ว่าตัวกฎหมายประชามติไม่อยู่ โดยเหตุนี้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสอง เขารู้ครับ คนร่างเขารู้ว่ากฎหมาย ประชามติมันไม่อยู่ เขาถึงบอกว่าให้สภาร่างรัฐธรรมนูญออกกําหนดหลักเกณฑ์ในการที่ จะดําเนินการ ฉะนั้นที่ท่านผู้ทรงเกียรติอภิปรายเหมือนกับว่า กกต. ไม่มีอํานาจหน้าที่ เกี่ยวกับการทำประชามติ เพราะว่าไม่มีกฎหมายในส่วนนี้ อาจจะเปึนการในเรื่องของการ ตีความกฎหมายนะครับ ซึ่งผมขอข้ามไปนะครับ ในอีกส่วนหนึ่งนะครับที่ท่านผู้มีเกียรติได้ อภิปรายว่าประกาศของสภาร่างฯ ฉบับนี้จะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ซึ่งกําหนดให้ สภาร่างฯ เปึนคนจัดให้มีการออกเสียงประชามติ กระผมขอกราบเรียนว่าประกาศ ฉบับนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสองนะครับ เพราะว่า คําว่า จัดให้มีการ ออกเสียงประชามติ สภาร่างฯ ไม่จําเปึนต้องทําเอง ซึ่งอันนี้ในหลักการนี่เห็นตรงกันหมด ครับว่าสภาร่างฯ มีหน้าที่จัด และกรรมาธิการชุดนี้เปึนคนมีหน้าที่ดำเนินการ แต่ว่า กรรมาธิการชุดนี้เห็นว่าการจัดให้มีนี้ เพราะเห็นว่าในส่วนของการที่ไปลงคะแนนกันนี่ เห็นควรจะให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทํา ในส่วนที่ท่านอภิปรายบอกว่าผมกล่าวว่า ถ้าให้ สสร. ชี้แจงจะไม่เปึนกลาง กระผมเข้าใจว่ากระผมไม่ได้กล่าวคำนี้เลย กระผม เพียงแต่บอกว่าในส่วนของ กกต. นี่เรามีหน้าที่เพียงการจัดเท่านั้นเอง เราไม่มีหน้าที่ที่จะ ไปอภิปรายหรือให้ความเห็นกับประชาชนว่าให้รับหรือไม่ให้รับ เรามีหน้าที่จัดอย่างเดียว นะครับ ในส่วนที่ท่านผู้ทรงเกียรติบอกว่าจะประหยัดงบประมาณ ผมขอบคุณท่านประธาน ที่กรุณาได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ แต่ความจริงข้อมูลในบางส่วนก็อาจจะไม่ตรงกัน กระผม ไม่อยากจะพูดในส่วนนี้นะครับ เหตุที่บอกว่าจะประหยัดเงินกว่า เพราะว่างานประชามติ น้อยกว่าการเลือกตั้ง กระผมขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า การประชามติมีกฎหมาย รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้แล้วไม่น้อยกว่า ๖ ฉบับนะครับ แต่ไม่เคยมีการทำประชามติเลย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กําหนดว่าถ้าสภาในตอนนั้นไม่เห็นชอบต้องไปทําประชามติ ปรากฏว่าสภาให้ความเห็นชอบ ฉะนั้นการทําประชามติเปึ้นเรื่องใหญ่มากนะครับ เปึ้นสิ่งที่จะทำให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาดเลยนะครับ ฉะนั้นด้วยความเคารพ ท่านจริง ๆ นะครับ อย่างเช่นท่านเสนอแนะบอกว่าหน่วยเลือกตั้งไม่จำเปึนต้องเยอะ จาก ๘๐๐ เพิ่มเปึ้นหน่วยละ ๑,๐๐๐ ก็ได้อะไรอย่างนี้ ด้วยความเคารพนะครับ ถ้าเรา เปลี่ยนรูปแบบการจัดนี่นะครับ มีอะไรเกิดขึ้นประชาชนไม่ได้รับความสะดวกมันจะ มีปัญหามาก ประชามติคราวนี้บกพร่องอะไรขึ้นมาต้องชี้แจงกันด้วยความยากลำบาก นะครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่ากรรมการการเลือกตั้งชุดที่แล้ว ไม่ใช่ชุดนี้นะครับ เพียงแต่จัดเลือกตั้งหันคูหาไม่ถูก ท่านลองคิดดูสิ ท่านลองนึกโดยเหตุผลของท่านนี่ นะครับ จากการหันคูหาเดิม เอาหน้าออก กลายเปึนเอาก้นออก เห็นไหมครับ ผลเปลี่ยนเปึนหน้ามือเปึนหลังมือเลยครับ แล้วถ้าเกิดท่านเสนอบอกว่าจากหน่วยละ ๘๐๐ ซึ่งเขาทํากันมาตลอดนะครับ ตั้งแต่การเลือก สส. สว. ทํากันมาตลอด ไม่มีปัญหา ทั้งสิ้น แล้วท่านเสนอบอกว่าประหยัดงบประมาณตัดออกไปนะครับ เอาเปึนหน่วยละ ๑,๐๐๐ ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมา มันบกพร่อง มันเสียหายขึ้นมา มันจะไม่คุ้มค่านะครับ ในเรื่องของงบประมาณผมคิดว่าท่านอย่ากังวลเลยครับ อย่างที่ท่านประธานได้ชี้แจงแล้ว นะครับ ทุกรายการมันจะมีกำหนดหมด เบี้ยเลี้ยง มีอะไรหมด มีใบเสร็จ แล้วในท้ายที่สุด นะครับ สตง. เขาจะต้องตรวจสอบงบการเงินของ กกต. แล้วต้องตรวจสอบงบการเงินของ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ทำหน้าที่ของเราด้วย ฉะนั้นผมคิดว่า ด้านงบประมาณไม่น่ามีปัญหานะครับ ผมขอขอบพระคุณทุกท่านครับ