สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๙ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐

คมสัน โพธิ์คง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อ ๗ ของรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าไม่ควรให้การออกเสียงประชามติตามมาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี ๒๕๔๙ และขอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อกำกับดูแลการออกเสียงประชามติ

นายคมสัน โพธิ์คง

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม คมสัน โพธิ์คง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ผมยั่งยืนยันนะครับ ความจริงตอนแรกนี่ผมคิดจะ ขอถอนคำแปรญัตติเนื่องจากมีถ้อยคำ คำว่า กำกับดูแล อยู่ในข้อ ๗ แต่เมื่อกรรมาธิการ ยอมที่จะตัดคําว่า กํากับดูแล ออก ผมคงต้องขอยืนยันในความเห็นอยู่ตรงนี้นะครับ ด้วยเหตุผลก็คือว่าในเรื่องของการออกเสียงประชามติ ตามมาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ กระผมคิดว่าต้องเข้าใจหลักการกันตรงนี้เสียก่อนว่าไม่ใช่ การออกเสียงประชามติ ตามมาตรา ๒๑๔ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ เพราะ หลักการทั้ง ๒ ฉบับเปึนคนละเรื่องกัน ในหลักการตามมาตรา ๒๑๔ นี่เปึนเรื่องของการ ให้คำปรึกษาหารือแก่คณะรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะฉะนั้นผลของการออกเสียงประชามติ ตามมาตรา ๒๑๔ นี่จึงไม่ได้ผูกมัด แต่ไปผูกมัดในทางการเมือง นอกจากนี้ ในมาตรา ๒๑๔ นี่เขียนหลักการในเรื่องของการออกเสียงประชามติว่า เพียงคะแนนแค่ หนึ่งในห้าของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมาลงคะแนนแล้วก็ใช้เสียงข้างมาก ก็สามารถที่จะดำเนินการเรื่องของการออกเสียงประชามติได้ ซึ่งแตกต่างกับกรณีของ มาตรา ๒๙ ว่า ต้องเผยแพร่ให้ประชาชนโดยทั่วถึงนะครับ สำหรับการที่ท่านกรรมาธิการ ได้เอ่ยถึงกฎหมายฉบับหนึ่ง คือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม คือท่านประพันธ์ นัยโกวิท นะครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนว่ากฎหมายดังกล่าวเลิกไปแล้วนะครับ ถึงแม้ท่านจะบอกว่าพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๔๑ จะยังคงอยู่ โดยประกาศของ คปค. ก็ตาม เปึนการคงอยู่เฉพาะตัวพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งและกฎหมายที่กําหนดเท่านั้น การใช้ อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๔๑ นี่นะครับ ต้องใช้เท่าที่มีกฎหมายให้อำนาจ เพราะฉะนั้นกระบวนการที่เขียนในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ออกเสียงประชามติที่บอกว่ามีโทษทั้งหลายนี่นะครับ ไม่สามารถนำมาลงโทษกับ ประชาชนที่อาจจะดำเนินการทำให้การออกเสียงประชามตินั้นไม่เปึนไปโดยสุจริตและ เที่ยงธรรมได้ ผมคิดว่าประเด็นตรงนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบอยู่พอสมควร ผมคิดว่า ประเด็นนี้ผมเกรงว่าถ้าสภาร่างรัฐธรรมนูญนี่เห็นชอบกับที่กรรมาธิการได้ดําเนินการแก้ไข ผมเกรงว่าจะทําให้สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นลงมติในสิ่งที่อาจจะทําให้เราดําเนินการในสิ่งที่ ขัดรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากการใช้อํานาจนั้นไม่สามารถดําเนินการได้ สําหรับประเด็น ในเรื่องของการที่ กกต. ซึ่งเปึนองค์กรเปึนกลางมาดำเนินการจัดนั้นเปึ้นเรื่องที่สภาร่าง รัฐธรรมนูญจะมอบหมายให้องค์กรหนึ่งองค์กรใดที่ทําหน้าที่ตรงจุดนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมขอกราบเรียนว่า กกต. ก็มีความเหมาะสมในการที่จะมาช่วยดำเนินการ แต่การดําเนินการของ กกต. ในแง่ของรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙ กกต. ไม่ได้มี ตรงจุดไหนที่ กกต. ต้องรับผิดชอบในการออกเสียงประชามติตามมาตรา ๒๙ เลย แต่ว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญต่างหากที่ต้องเปึ้นผู้รับผิดชอบในกระบวนการที่เกิดขึ้นนะครับ ถ้าหากการออกเสียงประชามติปรากฏว่าประชาชนให้ความเห็นชอบก็มีการนำขึ้น ทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้เปึ้นรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าประชาชน ไม่เห็นชอบสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งสภานั้นจะพ้นสภาพลงทันทีนะครับ ผมคิดว่าประเด็น ตรงนี้เปึ้นประเด็นสำคัญนะครับที่สภาร่างรัฐธรรมนูญควรจะพิจารณาให้รอบคอบว่า การใช้อํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับมอบไปจากสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ควรจะต้องมีการกำกับดูแลในเรื่องของการดำเนินการ เพราะความรับผิดชอบตกอยู่กับ สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่เพียงสภาเดียวนะครับ สําหรับในประเด็นต่าง ๆ ที่ผมได้เสนอไปว่า ขอแปรญัตติให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งในการดำเนินการออกเสียง ประชามติในเรื่องของการให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญที่จัดทําขึ้น นะครับ ผมเห็นว่าในคำแปรญัตติที่ได้เสนอนี่ ได้เสนอคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ทำงาน ร่วมกันครับ เปึนคณะกรรมการที่มีที่มาจาก ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือมาจากสภาร่าง รัฐธรรมนูญ นะครับ ประกอบด้วยประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือรองประธานที่ได้รับ มอบหมายทำหน้าที่เปึนประธาน และก็มีประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึน รองประธานนะครับ และมีกรรมการการเลือกตั้งเปึนกรรมการร่วมกับสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญอีกจํานวน ๕ คนเปึนกรรมการ โดยใช้ชื่อว่า คณะกรรมการกํากับ การออกเสียงประชามติ ซึ่งการออกเสียงประชามติตรงนี้เปึนการใช้หลักเกณฑ์ตาม มาตรา ๒๙ ด้วยความเคารพต่อท่านกรรมาธิการครับ ผมเห็นว่าหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย ประชามติที่อยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เลิกไปแล้วไม่สามารถนำมา บังคับใช้ไม่ว่าบุคคลใดได้อีก เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องใช้อำนาจเฉพาะ ตามที่มีกฎหมายให้อำนาจในแต่ละเรื่องเท่านั้นนะครับ สำหรับในประเด็นนี้ผมยัง ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ เนื่องจากผมเห็นว่าการดําเนินการของสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องเข้าไปดำเนินการในเชิงของการกำกับและตรวจสอบว่าได้มีการดำเนินการโดยชอบ ด้วยกฎหมายมากน้อยเพียงใด เพราะฉะนั้นผมจึงมีความเห็นที่จะขอสงวน ในข้อ ๗ เดิม ที่ได้เคยเสนอไว้ ซึ่งความจริงถ้าคณะกรรมาธิการยืนยันตามร่างข้อ ๗ เดิมที่ คณะกรรมาธิการได้แก้ไขมา คือมีคำว่า กำกับดูแล ผมก็ยินดีที่จะถอนข้อ ๗ นี้ให้ แต่เมื่อ คณะกรรมาธิการได้ตัดคำว่า กำกับดูแล แล้ว ผมยั่งยืนยันในข้อสงวนอยู่อย่างเดิมครับ ขอบคุณครับ