สภาร่างรัฐธรรมนูญ · ครั้งที่ ๙ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๐

ประพันธ์ นัยโกวิท หารือเรื่องร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง และการปฏิรูปการเมือง โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเผยแพร่และจัดการประชามติ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมาธิการ สำหรับเหตุผลในร่างข้อ ๗ นี้ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ มอบให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนผู้ดำเนินการจัด เหตุผลก็อย่างที่ผมได้ กราบเรียนในตอนแรกว่า ในหลักสากล หน่วยงานที่จัดทำประชามติจะต้องเปึนกลางและ เปึ้นอิสระ ซึ่งในสากลก็จะมอบให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึ้นผู้ดำเนินการ และ ปกติการจัดการเลือกตั้ง การจัดทำประชามติก็จะต้องเปึนการทำโดยลับ เหตุผล อีกประการหนึ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เห็นควรมอบให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการก็เนื่องจากเหตุผลที่ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องการทำประชามติอยู่แล้วนะครับ ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งเข้าใจว่าคงได้แจกท่านสมาชิกผู้มีเกียรติแล้ว โดยในมาตรา ๑๐ ก็ดี ใน (๑) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจหน้าที่ควบคุมและ ดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ นอกจากนี้ในข้อ ๒ ก็ดี ข้อ ๓ ก็ดี ข้อ ๔ ก็ดี ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ก็ดี ควรจะกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้งในส่วนของการออกเสียงประชามตินะครับ นอกจากนี้แล้วนี่ ในมาตรา ๑๓ คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่ได้ ใน (๑) อำนวยการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามตินะครับ รวมทั้ง ข้อ ๔ และข้อ ๕ ตามกฎหมายฉบับนี้ ในมาตรา ๑๕ ให้อำนาจหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจ สั่งให้ส่วนราชการ ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ มาช่วยในการปฏิบัติงานได้ ซึ่งในทางปฏิบัติคณะกรรมการการเลือกตั้งก็จะตั้งเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่าง ๆ ไม่ใช่ เฉพาะแต่กระทรวงมหาดไทย แต่ทุกภาคส่วนราชการ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจด้วยมาช่วย ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด มีทั้งหมดประมาณ ๘๘,๐๐๐ หน่วย ใช้คนประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ – ๙๐๐,๐๐๐ คน ฉะนั้นในการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ก็เปึ้นภาระหน้าที่ที่ใหญ่มาก ซึ่งกฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งเอาไว้ นอกจากนี้แล้วเมื่อคณะกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้งยังมีฐานะเปึน เจ้าพนักงาน ซึ่งมีความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าหากว่าในการจัดการเลือกตั้งมีการ กระทําอะไรที่ไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็จะสามารถออกคําสั่งได้ในฐานะเปึน เจ้าพนักงาน ตามมาตรา ๒๒

เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือว่า ในมาตรา ๒๔ นอกจากกำหนดอำนาจ หน้าที่แล้ว ยังกำหนดบทต้องห้ามด้วยนะครับว่า ห้ามไม่ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และ อนุกรรมการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อเปึน คุณหรือเปึนโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด หรือกระทำการ หรือละเว้นการกระทำ โดยทุจริต หรือประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถ้าหากว่ามีการฝ์าฝ๋น อย่างเช่น กรรมการการเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็ดีจะต้องมีโทษตามมาตรา ๔๒ ของ พระราชบัญญัติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งโทษค่อนข้างจะรุนแรงว่า ให้จำคุกตั้งแต่ ๑ ป้ ถึง ๑๐ ป้ ปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งมีกำหนด ๑๐ ป้ ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะมีการปฏิรูป แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ตกไป โดยผลของประกาศ คณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ ๑๓ กับ ฉบับที่ ๒๖ ซึ่งผมเข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่คงแจกให้กับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแล้ว โดยในประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ฉบับที่ ๑๓ ข้อ ๑ ให้พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ มีผลใช้บังคับต่อไป หลังจากนั้นแล้วได้มีประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ ๒๖ แก้ไขประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ ๑๓ ในข้อ ๑ กำหนดว่า การยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิให้ กระทบกระเทือนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ ยังคงใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิก และ ในข้อ ๓ ของประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ ๒๖ กำหนดว่า ให้ถือว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งซึ่งได้รับแต่งตั้งตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ฉบับที่ ๑๓ ลงวันที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ ได้รับการสรรหาและแต่งตั้งโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ วันที่ได้รับแต่งตั้งตามประกาศดังกล่าว และมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ และ กฎหมายอื่นที่บัญญัติให้เปึ้นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ถึงได้มอบให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนคนจัดในการ ดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งคิดว่าการดำเนินการก็จะถูกตามหลักสากล มีกฎหมายรองรับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ภาระหน้าที่หนักของสภาร่างฯ ของเรา มี ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องแรกนะครับ คือการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตัวกระผมเองก็เปึนกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังมีความรู้สึกหนักใจค่อนข้างมากว่าในการยกร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ จะร่างอย่างไรให้เปึ้นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด เปึ้นที่ยอมรับของประชาชน เพราะประเด็น ต่าง ๆ นี่มีค่อนข้างเยอะนะครับ เราร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ดี ๘๐ ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ นะครับ คนไม่เห็นด้วยเพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็อาจจะลงมติว่าไม่เห็นชอบ ก็ได้ อันนี้เปึนภาระหนักนะครับประการแรกของสภาร่างฯ

และประการที่ ๒ ภาระที่หนักยิ่งกว่านะครับ คือภาระเผยแพร่ ทําอย่างไร ให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญที่สภาร่างฯ แห่งนี้ได้ดําเนินการออกมานี่นะครับ ประชาชนมีความเข้าใจ เข้าใจรายละเอียดส่วนมากต่าง ๆ ของเนื้อหา แค่ทำความชี้แจง ให้เข้าใจนี่ก็เปึนภาระที่ยิ่งใหญ่แล้วครับ กระผมคิดว่ากรรมาธิการที่สภาร่างฯ ตั้งมา นะครับ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ก็ดี คณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นฯ ตามภาคหรือตามจังหวัดก็ดี ผมยังคิดว่ามันยังไม่พอนะครับ เปึนภาระที่ เราทั้งหลายจะต้องทำความชี้แจงกับประชาชนให้ทราบ ผมคิดว่าในส่วนนี้ถ้าเรามา ช่วยกันนะครับ ในส่วนของการจัดการลงประชามตินี่ ผมคิดว่าเปึนงานรู้ทีน (Routine) ตามปกตินะครับ แล้วก็เรามาช่วยกันนะครับ ก็คิดว่าการลงประชามติครั้งนี้และการจัดทํา รัฐธรรมนูญครั้งนี้น่าจะประสบความสำเร็จ ขอบพระคุณครับ