สุนทร จันทร์รังสี หารือเรื่องการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนภาคใต้ และวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของรัฐบาลและผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่สนใจการรับฟังเสียงประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุนทร จันทร์รังสี ครับ ผมฟังรายงานของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาคใต้ แล้วก็ชื่นชมมาก ถึงแม้ว่าฟังดูราบเรียบดี ถึงแม้ว่าการทำงานของภาคอีสาน ซึ่งผมอยากจะไม่ให้เสียเวลามาก อยากจะนำมาสรุปเทียบเคียงนิดหนึ่งว่า แม้ว่า จะไม่ขมขื่น แต่ก็เปึนปัญหาค่อนข้างเยอะ และมันจะสะท้อนให้เห็นว่าการรับฟังเสียง ประชาชนจะไม่ประสบผลสำเร็จที่ดีเท่าที่ควร ไม่ดีเพราะอะไร คณะกรรมาธิการไม่สนใจ ทํางานหรือ ไม่ใช่ครับ แต่ไม่ดีเพราะกลไกของรัฐไม่ให้ความสนใจ ให้ความสนใจ ก็น้อยมาก กราบเรียนว่า เมื่อเราได้ทำงานนี้ กระผมก็โชคดีที่ได้พบกับท่านปลัดกระทรวง มหาดไทย ท่านพงศ์โพย์ม วาศภูติ ท่านยืนยันเปึนการส่วนตัวว่ายินดีที่จะสนับสนุน การร่างรัฐธรรมนูญนี้เต็มที่ และยืนยันเปึ้นทางการที่สภาแห่งนี้ ท่านมาประชุมกับ คณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ฯ ท่านก็บอกว่าท่านพร้อมสนับสนุน จะทุ่มเท จะกําหนดให้กลไกของรัฐสนับสนุนลงไปถึงระดับจังหวัดนะครับ ครั้งแรกผมก็คิดว่าจะมี ปัญหา แต่ผิดคาด ต้องขอชมผู้ว่าราชการจังหวัด แม้จะมีภาระมากแต่ก็ให้ความสนใจดี การเป่ดเวทีครั้งที่ ๑ ที่นครราชสีมา เนื่องจากเปึนจังหวัดที่ใหญ่มากมีถึง ๓๒ อำเภอ ถ้าเราจะไปประชุมทีละอําเภอเดือนหนึ่งก็ไม่ทัน จึงใช้วิธีที่จะประชุมครั้งหนึ่งก็อําเภอ ใกล้เคียงสองสามอำเภอมาร่วมสมทบด้วย แต่การจัดครั้งแรกก็ราบเรียบด้วยดีครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสนใจด้วยดี ส่งข้าราชการระดับ ซี ๗ ซี ๘ มาร่วมมือด้วยดี แม้ว่าลงท้ายจะคิดค่าไฟห้องประชุมแพง และค่าทำความสะอาดแพงไปหน่อย ถึงเจ็ดพันกว่าบาท แต่ก็ไม่เปึนไร เพราะว่าความพอใจมันมาก ลบไป ไม่ว่ากัน แต่อีก ส่องสามวันต่อมาเราเดินทางไปเป่ดเวทีที่อำเภอจักราช ความผิดหวังเริ่มเกิดขึ้น ผมเองอายุขนาดนี้แล้วไม่ค่อยรู้สึกครับ กราบเรียนด้วยว่าอายุมากกว่าข้าราชการ ที่ประจำการทุกคนแล้วครับ จึงไม่สนใจอะไรมากแล้วครับ แต่คณะกรรมาธิการของผม หลายคนมีตำแหน่ง มีฐานะ และประทานโทษ มีรายได้มากกว่าระดับนายอำเภออีก เขาก็ แปลกใจว่ามาถึงอำเภอนี้ อำเภอจักราชนี่ทำไมไม่เห็นนายอำเภอเลย นายอำเภอ ไปอยู่ไหน เขาไม่ต้องการให้มาพินอบพิเทา เขาไม่ต้องการให้นายอำเภอมาหาข้าว ให้กินหรอกครับ พวกเราหาข้าวไปเตรียมให้นายอำเภอกินแล้ว แต่เขาก็คิดถึง หลักธรรมเนียมไทยว่า ใครถึงเรือนชานก็ต้องขับขานออกมาต้อนรับกัน แต่นี่ไม่เห็น ไม่มี ผมถูกตำหนิ ผมถูกต่อว่า ถูกบ่นมาก ๆ ผมก็เลยโทรไปหาทางรองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านประชา ท่านก็เลยสั่งการให้นายอำเภอรีบมาพบ ก็ได้พบกัน ท่านก็รายงานว่าเหตุที่ ท่านไม่ได้มาสนใจกับการร่างรัฐธรรมนูญ การรับฟังเสียงเพราะท่านติดวันสตรีสากล แห่งชาติ วันนั้นวันที่ ๘ ผมก็ไม่เข้าใจว่า วันสตรีสากลแห่งชาติก็มีทุกป้ แล้วขณะนั้นงานนี้ เป่ดังานสตรีสากลแห่งชาติก็มีไม่เกินชั่วโมงหนึ่งก็จบ แต่ของผมเข้ามาเกือบเที่ยงแล้วครับ หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากรองผู้ว่าราชการจังหวัด ทำไมงานแบบนี้เขาเห็นสำคัญยิ่งกว่า วาระแห่งชาติ ซึ่งข้าราชการทุกคนจะต้องสนใจ แล้วประชาชนเราจะไปหวังได้อย่างไร ระดับนายอำเภอไม่สนใจ มันก็ไปเทียบกันเหมือนกับสีขาวกับสีดำ ต่อมาผมไปจัด อีกแห่งหนึ่งที่วิทยาลัยอาชีวศึกษา ดีมากครับ ขอชมเชยียกย่อง คนดีเราก็ต้องยกย่อง คนไม่ดีก็ต้องติติง หรือถ้าไม่เอาไหนผมก็ว่าต้องขยับขยายกันไป ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษา ท่านดีมาก ท่านบอกว่าทรัพย์สินของราชการประชาชนก็มีสิทธิมาใช้ ยินดีเป่ดให้ใช้ อย่างเต็มที่ ยิ่งกว่านั้นท่านมาเข้าร่วมด้วยความสนใจ อันนี้อบอุ่นใจทั้งนักศึกษา ทั้งประชาชนละแวกนั้น นี่คือสิ่งที่เราต้องการ เราไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้ ไม่ต้องการ มากราบมาไหว้เรา เพราะไหว้เรา เราก็ต้องไหว้ท่านตอบตามธรรมเนียมไทย เราไม่ต้องการอย่างนั้นหรอกครับ ผ่านไปโครงการนี้ รุ่งขึ้นอีกไปพิมายซึ่งเปึนอำเภอ ที่ขนาดใหญ่ ก็เปึนอำเภอท่องเที่ยวท่านคงทราบอำเภอพิมาย ผิดหวังอีกครับ สกปรก และไม่มีใคร ภารโรงมาเป่ดห้องประชุมให้เสร็จ เป่ดเครื่องขยายเสียงให้ ขี่มอเตอร์ไซค์ (Motorcycle) กลับบ้านเลย แม้แต่ห้องน้ำยังไม่เป่ดให้ คณะกรรมาธิการหลายท่าน ซึ่งวัยวุฒิ คุณวุฒิอะไรก็มากมาย ต้องถือไม้กวาดไปกวาดหอประชุมเอง ทําอะไรเอง จัดโต๊ะ จัดอะไรเอง ผมจะไม่รบกวนเวลาสภาแห่งนี้มากนัก เพียงแต่ขอกล่าวไปถึงให้ หัวหน้ากลไกได้รับทราบเท่านั้นว่า ถ้าท่านไม่ปรับปรุงองค์กรหรือไม่กำชับกำช้า ผมขี้เกียจ ที่จะต้องไปคล้ายกับเปึนคนแก่ที่ชอบบ่น เดี๋ยวก็โทรไปรายงานฟัองผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ อะไร แต่ผมอยากที่จะทําเปึนภาพรวมให้ทั้งประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าหลายแห่งก็จะมีปัญหา อย่างนี้ การที่ไม่ได้รับการตอบรับจากระดับนายอำเภอ อย่างเช่นที่ผมเรียนแล้วว่า อำเภอพิมายที่ผมจัด ก็จัด ๔ อำเภอรวมกัน โดยผมจัดก็บอกหมดว่าให้ทางนายอำเภอ แจ้งไป ประชาสัมพันธ์ไป แล้วขณะเดียวกันเราก็ประชาสัมพันธ์ไปทางสื่อด้วย แต่บางอำเภอน่าอนาถใจครับท่าน ประชาชนมาเข้าร่วม ๒ คน ๓ คน นี่ผมว่ามันต้อง ยกเครื่องกันใหม่ ถ้านายอำเภอหลายคน หลายแห่งยังใส่เกียร์ (Gear) ว่างกันอยู่ ไม่อย่างนั้นรัฐธรรมนูญเราคงไปไม่ถึงที่หมาย ผมกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ ขอฝากไปถึง กระทรวงมหาดไทยด้วยครับท่านประธาน