อุทิศ ชูช่วย รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในภาคใต้ พร้อมหารือเรื่องการประชาสัมพันธ์และการนำเสนอข้อคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและวิชาการ และหารือเรื่องงานของคณะกรรมาธิการฯ ภาคใต้ โดยมีเป้าหมายที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามวัตถุประสงค์ของสภาร่างฯ และหารือเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านต่าง ๆ เช่น สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย และการกระจายอำนาจให้องค์กร ท้องถิ่น
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอุทิศ ชูช่วย ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ในภาคใต้ ขออนุญาตท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกที่จะนำเรียนผลการปฏิบัติงาน กรอบการทํางานทั้งหมดของคณะกรรมาธิการฯ ภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัด ว่าเราได้ทําอะไร อย่างไร ถึงไหน ทั้งนี้อยากจะกราบเรียนท่านที่เคารพ ท่านประธานสภาครับ อยากจะ กราบเรียนเพื่อต้องการที่จะให้เห็นภาพรวมของการปฏิบัติงานของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในภาพรวมด้วย แต่เปึ้นการรายงานในส่วนของกรรมาธิการฯ ภาคใต้ เพื่อให้ประชาชน สื่อมวลชนได้รับทราบนะครับว่าเราได้ทําอะไรไปถึงไหน สิ่งที่น่าเปึนห่วงท่านประธานครับ ขณะนี้กระแสความไม่เข้าใจ ความข้องใจของพี่น้องประชาชนจากการที่ผมได้ลงไป ในพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัดนะครับ ประเด็นหลักขณะนี้ยังมองว่าการ ร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เปึนเรื่องของ ๓๕ คน เปึนเรื่องของพิมพ์เขียว เปึ้นเรื่องของการร่างไว้ เสร็จแล้ว และกรรมาธิการภาคต่าง ๆ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดไปจัดเวทีแสดง ความคิดเห็น รับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้นเปึ้นการทำแค่ให้ครบกระบวนการ ขั้นตอนการมีส่วนร่วมเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมจึงจำเปึ้นจะต้อง ขออนุญาตเวลาสภาแห่งนี้ในการที่จะนําเสนอว่าเราได้ทําอะไรในกรรมาธิการฯ ภาคใต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมจะกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้เปึนภาพรวมของภาค เปึนกิจกรรม ระดับภาค ส่วนในรายละเอียดก็อยากจะให้กรรมาธิการที่รับผิดชอบในแต่ละจังหวัดได้มี โอกาสชี้แจงในรายละเอียดในแต่ละจังหวัดด้วย เพื่อเปึนมาตรฐานหรือเปึ้นแนวทาง สำหรับในการลงไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในภาคอื่น ๆ ด้วย นะครับ ก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ประการแรกอยากจะให้เห็นภาพรวมว่าเรา ทำอย่างไร ที่ไหน และจัดอย่างไร เพื่อที่จะกราบเรียนให้เห็นว่านอกจากเราไปจัดเวทีแล้ว มันยังมีการเชื่อมโยง การสื่อสาร โดยข้อความร่วมมือจากสื่อสารของรัฐ ไม่ว่าจะเปึน สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุของ รัฐสภาเราก็เช่นกันครับ จะชี้ให้เห็นว่าในแต่ละเวที ถึงแม้ว่าเราจะจัดระดมคน ๒๐๐ คน ๕๐๐ คน ๗๐๐ คน แต่ด้วยสื่อไม่ว่าจะเปึนโทรทัศน์หรือวิทยุก็จะครอบคลุมพื้นที่ อย่างน้อย ๆ ในแต่ละครั้งที่เราจัดไม่น้อยกว่า ๑๐ จังหวัดในภาคใต้สามารถคลุมพื้นที่ได้ โดยใช้สื่อ ๒ สื่อนี้ นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานสภาได้ทราบนะครับว่า ขณะนี้เราทำมาถึงขนาดนี้แล้ว ยกตัวอย่างนะครับ สภาแห่งนี้เป่ดเมื่อวันที่ ๘ มกราคม กว่าเราจะขยับเคลื่อนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในส่วนต่าง ๆ ภาคต่าง ๆ จังหวัด ต่าง ๆ ได้ ใช้เวลา ๑ เดือนครับกว่าจะเคลื่อนออกไปได้ ผมจําได้ครับ ผมได้จัดร่วมกับ กรรมาธิการประสานการมีส่วนร่วมฯ ท่าน ดร. เจิมศักดิ์ เปึนเวทีแรก จัดเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันนั้นเราจัดอย่างนี้ท่านครับ เราได้เชิญกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด จังหวัดละ ๕ ท่าน มาประชุม เพื่อสัมมนาชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติงาน การจัดเวที การจดบันทึก ทั้ง ๆ ที่ขณะนั้น ประเด็นคำถามก็ยังไม่ชัดเจนว่าเราจะให้ประชาชนแสดงประเด็นคำถามใดบ้าง แต่ก็ ไม่ค่อยครับ ไม่ค่อยที่จะให้ทุกอย่างชัดเจน เพราะคอยไม่ได้ ถ้าค่อยนี่ทํางานไม่ทัน เพราะฉะนั้นต้องตะลุยไปข้างหน้า นี่คือสิ่งที่ได้ทํามานะครับ ในวันนั้นนี่นะครับ มีผล ต่อการปฏิบัติงานขับเคลื่อนการทำงานของภาคใต้เปึ้นอย่างยิ่งครับ เพราะ ๑๔ จังหวัด จังหวัดละ ๕ ท่านได้มาร่วมกัน มีวิทยากรที่จะเปึนผู้แนะนำ ซึ่งมีอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา พี่กรรณิการ์ และหลาย ๆ ท่านครับที่ได้ไปช่วยกรรมาธิการฯ ภาคใต้ของเรา ในวันนั้น เพื่อที่จะชี้แจงทำความเข้าใจให้สามารถขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็น ในภาพรวมของภาคใต้ได้ นี่คือครั้งแรกที่เราทำในช่วงเช้าของวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ และ ช่วงบ่ายครับ เราได้เชิญพี่น้องประชาชนในจังหวัดสงขลาเข้ามาประชุมประมาณ ๒๐๐ คน เป่ดรับฟังความคิดเห็นและให้กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๕ คน ในแต่ละจังหวัดได้เห็นการอภิปรายจริง ท่าน ดร. เจิมศักดิ์ อาจารย์จรัส สุวรรณมาลา เปึ้นผู้ดําเนินการอภิปรายให้เห็นว่าถ้าท่านไปจัดเวทีในต่างจังหวัด ในแต่ละอําเภอ ในแต่ละตำบลนี่ท่านต้องจัดอย่างไร และจะต้องมีใครไปช่วยท่านบ้าง เก็บรวมรวม อย่างไรถึงให้ข้อมูลที่เปึนข้อคิดที่เปึนความเห็นของพี่น้องประชาชนได้ถูกบันทึก และการ บันทึกนั้นมีค่ามีความหมายต่อสภาแห่งนี้ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ ก็นับว่าเปึนครั้งแรก ที่เราสามารถเชิญผู้ปฏิบัติงานจริงได้มารับทราบขั้นตอนการปฏิบัติ และหลังจากนั้น ได้เห็นการบันทึกจริง ได้เห็นการประชุมจริง และนำไปใช้จริง นี่คือครั้งแรกที่กรรมาธิการฯ ภาคใต้ได้ริเริ่ม ได้ทำขึ้นมาเพื่อที่จะกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ แล้วก็พี่น้องที่ฟังรายการ ถ่ายทอดอยู่นะครับว่านี่คือการทํางานของกรรมาธิการฯ ภาคใต้ หลังจากนั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ เวทีที่ ๒ เริ่มจริงแล้ว วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ เราจัดรับฟังความคิดเห็น ประชาชนในจังหวัดสงขลาอีกรอบหนึ่งครับ เปึนการทำจริง เปึนการบันทึกจริงมีประชาชน เข้าร่วมประมาณ ๓๐๐ คนนะครับ โดยเชิญสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะครับว่า ขณะนี้ในภาคใต้ของเราโดยเฉพาะสำนักประชาสัมพันธ์ เขต ๖ เราได้รับความร่วมมือจาก สื่อ ไม่ว่าจะเปึนสื่อทีวี หรือสื่อวิทยุ ดีมากครับ ทุกเวทีที่เราขอความร่วมมือไปเขาจะมา ถ่ายทอด ทีวีก็ถ่ายทอด วิทยุก็ถ่ายทอดเสียง ทำให้ประชาชนทางบ้านได้มีโครงข่าย ที่สำคัญก็คือมีการเชื่อมโยงไปยังสถานีต่าง ๆ ของ สวท. ครอบคลุมสิบกว่าจังหวัด ทุกครั้งไปที่เรามีการจัดประชุมกรรมาธิการฯ ภาคใต้ของเรานะครับ แน่นอนครับ ในแต่ละ เวทีก็จะมีข้อเด่น ๆ แนวคิดใหม่ ๆ ที่ผมก็อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานสภาผ่านไป ยังกรรมาธิการยกร่างฯ เช่น เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ที่เรามีการจัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา มีประเด็นหนึ่งที่แหลมคมที่อยากจะกราบเรียนว่า มีประชาชนเขาอยากจะเห็นในหมวด ของสิทธิเสรีภาพ อยากจะให้ตราเอาไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ของเกษตรกร ซึ่งผมก็จะนำเรียนในรายละเอียดต่อไปนะครับ ต่อมาครับ เวทีที่ ๑ เวที ที่สักครู่ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานสภานะครับ ท่านประธานสภา ท่านเดโช ส่วนานนท์ ได้กรุณาไปเปึนประธานเป่ดให้ผมที่จังหวัดสงขลา และเปึ้นที่สบายอกสบายใจ ของเวทีแห่งนั้นมากครับ ว่าอะไรครับ ว่ามันไม่มีพิมพ์เขียว เพราะอย่างท่านประธานเดโช ยังไปนั่งเปึนประธานให้ ผู้หลักผู้ใหญ่ยังไปเยี่ยมในการรับฟังความคิดเห็น นี่คือสิ่งยืนยัน ว่าประชาชนสบายใจขึ้นว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นถึงสภาแห่งนี้ ถึงประธานสภาแน่นอนนะครับ ท่านที่เคารพครับ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ เราได้จัดเวทีถ่ายทอดสด ๗๕ จังหวัดที่อำเภอ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักประชาสัมพันธ์ เขต ๖ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ต้องเอ่ยนาม ท่านผู้อำนวยการไพฑูรย์ ศรีรอด และ ทีมงานของประชาสัมพันธ์ เขต ๖ และประชาสัมพันธ์ จังหวัดสงขลาให้ความร่วมมือ ดีมากครับ ถ่ายทอด ๑ ชั่วโมงครึ่ง เชื่อมโยง ๗๕ จังหวัด มีวิทยากรในห้องส่งและ รับฟังความคิดเห็นเชื่อมโยงความคิดของประชาชนทั้ง ๗๕ จังหวัดในวันนั้น ยกเว้น กรุงเทพมหานครนะครับ ปรากฏผลเปึนอย่างไรครับ ท่านประธานครับ มีการเชื่อมโยง เสนอข้อคิด เสนอความเห็น และมีการบันทึกเอกสารต่าง ๆ กรรมาธิการฯ ภาคใต้เราได้ เก็บรวบรวมเปึ้นระบบและนําไปสู่กรรมาธิการยกร่างฯ นําไปสู่สภาร่างรัฐธรรมนูญ นี่คือ สิ่งที่อยากกราบเรียนให้ท่านได้ทราบ หลังจากนั้นครับเวทีต่อมาเปึนเวทีที่ ๔ วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานนรนิติ เศรษฐบุตร ท่านได้เสียสละเวลาไปเปึนประธานในพิธีเป่ด วันนั้นมีประชาชนเข้าร่วม ๗๐๐ คน โดยเราจัด ๓ จังหวัด แต่ใช้สถานที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเชิญจังหวัด พัทลุง จังหวัดตรัง ไปเข้าร่วม ท่านประธานนรนิติได้นั่งเปึ้นประธานรับฟังความคิดเห็น ประชาชน และมีการบันทึกเทปโทรทัศน์เพื่อที่จะนำไปเผยแพร่ในวันหลัง และวันนั้นมีการ ถ่ายทอดสถานีวิทยุถึง ๑๓ จังหวัดภาคใต้ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ นี่คือความเชื่อมโยง ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานนรนิติที่ได้ไป เปึ้นประธานในวันนั้น และประเด็นเด่น ๆ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก็จะได้ กราบเรียนในโอกาสถัดจากนี้ไปนะครับ ต่อมาเราได้จัดเวทีอีกเวทีหนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๗ หลังจากนั้นอีก ๗ วัน ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคนเข้าร่วมประชุม ๗๐๐ คน ท่านประธาน นรนิติ เศรษฐบุตร ก็ได้กรุณาไปเปึนประธานให้อีกครับ โดยเชิญพี่น้องประชาชนในจังหวัด ชุมพร ระนอง และก็สุราษฎร์ธานีมารวมตัวกัน เป่ดประเด็นตามประเด็นต่าง ๆ ที่สภา แห่งนี้ได้กำหนดว่า ให้กรอบทั้ง ๓ กรอบนั้นเปึ้นกรอบในการแสดงความคิดเห็น แน่นอน ครับ วันนี้สื่อต่าง ๆ ก็มาให้ความร่วมมือเชื่อมโยงสัญญาณ ทั้งวิทยุและโทรทัศน์ อย่างดีเยี่ยมทีเดียว เวทีต่อมาที่จังหวัดสตูล พัทลุง และสงขลาใช้สถานที่จังหวัดสตูล มีประชาชนร่วม ๓๕๐ คน วันนั้นท่านอาจารย์จรัส สุวรรณมาลา แล้วก็ทีมงานของ กรรมาธิการฯ ภาคใต้ได้ไปร่วมเปึนประธานรับฟังพี่น้องประชาชน และเรามีแขกที่ผมเอง ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ ท่าน สสร. ปริญญา ศิริสารการ นะครับ ได้ให้เกียรติ ไปเยี่ยมเราด้วย เห็นเวทีของสตูล พัทลุง สงขลานะครับ แน่นอนครับ เด่น ๆ แนวคิดของ สตูลที่ผมอยากจะกราบเรียนสภาแห่งนี้ให้ทราบ ซึ่งผมคิดว่ามันค่อนข้างจะเปึนประเด็นที่ น่าสนใจครับ มีท่านที่สตูลเสนออย่างนี้ครับว่า เราบอกว่าให้ลดอํานาจรัฐ เพิ่มอํานาจ ประชาชนนี่นะครับ จริง ๆ แล้วเขาบอกว่าต้องให้ชัดนะครับ เขาไม่อยากจะเห็นรัฐบาล อ่อนแอ เขาไม่อยากจะเห็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่สามารถกำหนดนโยบายที่ ชัดเจน ที่เปึ้นประโยชน์ต่อประชาชนได้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่อยากจะเห็นรัฐบาลที่ ไม่สามารถถูกตรวจสอบจากประชาชนได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเขาขอร้องว่าอย่างนี้ครับ เขาขอร้องว่าอย่าเขียนคําว่า ลดอํานาจรัฐ ได้ไหม แต่ต้องให้อํานาจการบริหารเข้มแข็ง ในขณะเดียวกันอํานาจการตรวจสอบทั้งของสภา และอํานาจการตรวจสอบของ ภาคประชาชนนี่ต้องเข้มแข็งมากขึ้น หมายความว่า ผู้บริหาร ฝ์ายบริหารนี่ต้องเข้มแข็ง พอที่จะบริหารจัดการบ้านเมืองได้ ไม่ใช่ปล่อยให้การบริหาร หรือฝ์ายบริหารนี่อ่อนแอ แล้วมันจะนําไปสู่วิกฤติของประเทศเราอีกรอบหนึ่งครับ เราร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เขาใช้ คำว่า อย่าใช้แบบกระด้านหก นะครับ แบบกระด้านหกก็คือหมายความว่าพอมีปัญหา ก็สุดขั้ว แล้วพอถึงเวลามันก็ดีดกลับ นี่คือสิ่งที่ได้ข้อคิดจากเวทีจังหวัดสตูล ท่านที่เคารพ ต่อมาจังหวัดนราธิวาสครับ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม เราจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นมีประชาชน ในจังหวัดนราธิวาสสี่ร้อยกว่าคนครับ แน่นขนัดโรงแรมอิมพีเรียล (The Imperial Hotel) นราธิวาส ทั้งหมดเลยครับ เต็มไปหมดเลยครับ แต่ว่าผู้ใหญ่เราที่ผมพยายามเชิญไม่ค่อย ว่างครับ เนื่องจากว่าจัดเวทีที่นราธิวาสหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ คราวหลังให้รีบจอง นะครับ ยังมีอีกเวทีหนึ่งครับ ที่ยะลา กระบี่ นี่ก็ยังมีอีกครับ แต่ว่าอาจจะจองเยอะนะครับ ยะลาอาจจะจองน้อย ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนสภาแห่งนี้ว่าขอให้จองไปนั่งฟังที่ ยะลากันเยอะ ๆ หน่อยนะครับ จะได้เปึนขวัญ เปึนกำลังใจ ให้กับพี่น้องใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ครับ สรุปนะครับว่าที่จังหวัดนราธิวาสนี่นะครับ มีท่านเสรี นิมะยุ เปึ้น สสร. ประจำจังหวัดนราธิวาสของเรา เราพยายามที่จะให้พี่น้องได้มีส่วนร่วม แต่ต้องกราบเรียนสภาแห่งนี้นะครับว่าเราทำงานในพื้นที่นี่ลำบากมากครับ เราอยากจะ ลงไปทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกตำบลครับ แต่ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ เราทำได้แค่ขณะนี้นะครับ ก็เรียกว่า พยายามที่จะจัดจุดใหญ่ ๆ แล้วก็เชิญพี่น้องเข้ามามีส่วนร่วม อย่างไรก็แล้วแต่ ครับ เวทีนราธิวาสนี่นะครับ น่าตกใจครับ ความเข้าใจของพี่น้องประชาชนที่บอกว่า เฮ้ย มันร่างกันเรียบร้อยแล้ว ขอโทษนะครับ เขาร่างกันเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะกราบเรียน สภาแห่งนี้ว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าพวกเรามีเวลา กรรมาธิการภาคใต้เราจะ เชิญให้พวกเราได้ไปนั่งรับฟัง จะได้เปึนขวัญเปึนกำลังใจว่าเราฟังเขาจริง ๆ และไม่มี พิมพ์เขียวจริง ๆ ยืนยันได้ครับ ถ้าเห็นหน้า ถ้าหน้าก็ไม่เห็นแล้วก็บอกว่ายังไม่มีพิมพ์เขียว บางทีพี่น้องยังไม่เชื่อนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอเชิญในเวทีต่อไปนะครับ นราธิวาสครับ ประเด็นที่น่าสนใจที่ผมคิดว่าเปึนความกังวลของพวกเรา และเปึนความกังวลของพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ท่านบอกว่าอย่างนี้ครับ โดยภาพรวม เรื่องสิทธิเสรีภาพ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ พอใจแล้วครับ ถือว่า เยอะแล้ว แต่เขาถามมาว่าแล้วมันเปึนไปตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือเปล่า การบังคับใช้ครับ ท่านที่เคารพครับ สิทธิมีจริง แต่การบังคับใช้นี่เขามีความรู้สึก ว่าเขาด้อยสิทธิครับ ด้วยผลของการบังคับใช้ ด้วยวิธีการปฏิบัติ ด้วยการนําไปปฏิบัติจริง ของภาคส่วนต่าง ๆ นี่คือข้อสะท้อนจากนราธิวาส ท่านที่เคารพครับ
ถัดมาล่าสุดเลยครับ เมื่อวันที่ ๑๐ แข่งกับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ครับ ผมกลัวว่าจะไม่ทันเสียแล้วครับ เวทีที่ บีพี สมิหลา (BP Samila Beach Hotel) จังหวัดสงขลา ได้รับความกรุณาจากท่านรองประธานเดโช สวนานนท์ เปึนประธาน ในพิธีเป่ด และได้ประสานกับสำนักประชาสัมพันธ์ เขต ๖ ถ่ายทอดสดบรรยากาศสด ๆ ๓ ชั่วโมง ท่านที่เคารพครับ เผยแพร่ไปใน ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง เชื่อมโยงเครือข่าย รับโทรศัพท์รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทางบ้าน สถานีวิทยุ สวท. เชื่อมโยง เครือข่ายสัญญาณไม่น้อยกว่า ๑๐ จังหวัด เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ท่านประธานเดโชเปึน ประธานในการนั่งรับฟังความคิดเห็น บรรยากาศดีมากครับท่าน เปึ้นบรรยากาศที่แสดง ข้อคิดแสดงความเห็นในห้องประชุมหลากหลาย และพี่น้องประชาชนมีสิทธิที่จะ แสดงความคิดเห็นมาจากทางบ้านได้ด้วย นี่คือบรรยากาศที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าเราทำได้อย่างนี้ผมเชื่อว่าข้อกังวล ข้อกังขาต่าง ๆ และโดยเฉพาะถ้าได้เห็นหน้าผู้ใหญ่ บ้างว่ามาฟังจริงก็จะลดความกังวลลงไปในเรื่องของพิมพ์เขียว
ต่อมาในวันเดียวกันครับ ต้องขอบคุณท่าน ผอ.ศอบต.นะครับ ท่านพระนาย สุวรรณรัตน์ ได้มาเปึนประธาน และท่านนั่งฟังร่วมกับกรรมาธิการฯ ภาคใต้ ของเรา ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา ตลอด ๒ ชั่วโมงเต็มครับ ก็ได้คล้ายความกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาวิทยาลัยทักษิณ มีผู้ที่อยู่ในวงการศึกษาได้นำเสนอข้อคิด ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ในมาตรา ๔๓ ซึ่งผมจะนํารายละเอียด ให้ท่านทราบ แล้วก็จะส่งรายละเอียดนี้ให้กับท่านประธานสภาต่อไป เปึนปากเปึ้นเสียง เพื่อต้องการที่จะปรับปรุงการศึกษาของชาติทั้งระบบ เขาบอกว่าต้องมีการปรับปรุง และเปึนบรรยากาศที่ดีมากครับ
ถัดมาล่าสุดเลยเมื่อวานนี้เองครับ ร้อน ๆ อยู่เลยครับที่จังหวัดปัตตานี ได้จัดเวทีที่จังหวัดปัตตานี มีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า ๔๐๐ คน ต้องขอบคุณ ท่านศิวะ แสงมณี พี่กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร กรรมาธิการฯ ภาคใต้ทุกคนครับที่ได้ไปให้กำลังใจ และนั่งรับฟังพี่น้องใน ๓ จังหวัดภาคใต้ที่ปัตตานีเมื่อวานนี้ เปึ้นบรรยากาศที่ผมเอง ก็อยากจะกราบเรียนว่าตอนแรกก็หวั่น ๆ ครับ ตอนแรกก็กลัว ๆ ครับ แต่พอเราได้ฟัง เราเป่ดโอกาสให้ท่านเหล่านั้นได้แสดงข้อคิด แสดงความเห็น ถึงแม้นว่าจะนอกกรอบ ไปบ้าง ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะพูดถึงเรื่องกฎหมายลูก ซึ่งไม่เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญมากนัก แต่การได้ไปฟังซึ่งกันและกัน เปึนการระบายความทุกข์ความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดปัตตานี ผมคิดว่าเปึ่นบรรยากาศที่ดีมากนะครับ ท่านที่เคารพครับ หลังจากนั้น วันนี้เรายังมีงานของคณะกรรมาธิการฯ ภาคใต้อีกงานหนึ่งครับที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานสภา สสร. แห่งนี้นะครับว่าเราได้เชิญกรรมาธิการฯ ภาคใต้ กรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดทั้ง ๑๔ จังหวัด จังหวัดละ ๓ คน ส่วนหนึ่งวันนี้ก็มานั่ง ร่วมรับฟังการประชุมสภาแห่งนี้อยู่แล้ว และในช่วงบ่ายนี้นะครับ บ่าย ๒ โมงเราจะประชุม สรุปและเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในการจดบันทึก ในการวิเคราะห์ข้อมูล เชิญคณะอาจารย์ เจิมศักดิ์ ท่านอาจารย์วรพล เชิญฝ์ายสำนักการคลังของสภาแห่งนี้เพื่อที่จะทำความเข้าใจ รอบที่ ๒ เพราะท่านอย่าลืมนะครับว่ากรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดบางจังหวัด ไม่มี สสร. อยู่เลยนะครับ ขาดการติดต่อ เพราะฉะนั้นเขามีความยากลำบากมากครับ ที่จะทำงาน เมื่อเช้านี้ผมได้คุยกับประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดชุมพร ท่านอวยชัย วรดิลก ท่านเปึนนายกเทศมนตรีเมืองหลังสวน ท่านบอกว่าท่านขาดการ ติดต่อจากรัฐสภาแห่งนี้ไปพอสมควร แต่ผมบอกว่าจากนี้เปึนต้นไปเราก็จะร่วมกัน อย่างใกล้ชิด เชิญท่านมาวันนี้เพื่อที่จะให้คณะทำงานของท่านอย่างน้อย ๓ ท่านมาหารือ กันใหม่ว่าสิ่งที่ทำมาใน ๑ เดือนมีข้อบกพร่องอะไร และควรจะเพิ่มจุดแข็งอะไรที่จะให้งาน ของกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดในภาคใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัด ประสบความสำเร็จ ผมได้บอกกับท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญประจำจังหวัดชุมพร ว่า พี่ครับ เพิ่งเริ่มยก ๑ นะครับ ยกที่ ๒ หนักกว่านี้นะครับ เพราะเมื่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับร่างออกมาแล้วเสร็จ เรายังต้องปูพรมอีกหลายเวทีเพื่อที่จะเอารัฐธรรมนูญฉบับร่าง ให้ประชาชนดูว่ามาตรา ๑ ถึงมาตราสุดท้ายที่เข้าร่างมานี้ประชาชนจะว่าอย่างไร จะมี ข้อคิด จะมีความเห็น จะมีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างไร หลากหลายครับ เพราะฉะนั้น เราต้องเตรียมความพร้อมเสียแล้วตั้งแต่วันนี้ ซักซ้อมกันใหม่เพื่อที่จะชกต่อในยกสอง ยกสาม ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คืองานวันนี้ จนถึงวันนี้นะครับว่าเรากรรมาธิการฯ ภาคใต้ ได้ดำเนินการมาอย่างไรบ้าง และขออนุญาตประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า เลยครับ วันที่ ๑๗ มีนาคม วันเสาร์หน้านี้ครับ จะมีเวทีที่หาดใหญ่นะครับ เปัาหมายคน ประมาณ ๓๐๐ คน จัดร่วมกับสำนักประชาสัมพันธ์เขต ๖ เช่นกันครับ หุ้นกันครับ สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๖ ออกค่าค็อฟฟ้ื เบรก (Coffee break) กรรมาธิการฯ ภาคใต้ ออกค่าอาหาร ๑ มื้อครับ และเชื่อมโยงสัญญาณทีวีช่อง ๑๑ อย่างน้อย ๑ ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ ๑๖.๐๐ นาฬิกาเปึ้นต้นไป เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนเชิญท่านกรรมาธิการและ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้เข้าร่วมเปึนกำลังใจให้กับพี่น้องทางภาคใต้ด้วย วันที่ ๒๔ ครับ ที่อยากจะเชิญเปึนพิเศษที่ยะลาครับ ท่านประธานวิชัย เรื่องเริงกุลฤทธิ์ ประธาน วิสามัญประจำจังหวัดยะลาฝากว่าเชิญเยอะ ๆ หน่อยนะครับจะได้เปึนขวัญเปึนกำลังใจ กันนะครับ วันที่ ๒๔ ที่ยะล้านะครับ วันที่ ๒๘ ที่กระบี่ครับ ท่านอภิชาติ ดำดี เปึนหัวเรือ ใหญ่ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้คือภาพรวมของการปฏิบัติงานของกรรมาธิการฯ ภาคใต้ เพื่อให้เห็น เพื่อให้ประชาชนได้คลายความกังวลว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นเราได้พยายาม อย่างเต็มที่ที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตามวัตถุประสงค์ ตามเปัาหมายของสภาร่างฯ แห่งนี้ท่านที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอีก ๒ นาทีครับ จะสรุปประเด็นต่าง ๆ ในแต่ละเวที ผมทําอย่างนี้ครับ ให้เวลากับท่านทั้งหลายที่มาประชุมในห้องประชุมได้อภิปราย ตามกรอบทั้ง ๓ กรอบ และกรอบที่ ๔ คือกรอบอื่น ๆ นะครับ อย่างทั่วถึงกว้างขวาง และสุดท้ายนี่นะครับ ผมก็จะใช้วิธีสำรวจความคิดเห็นคร่าว ๆ โดยให้ยกมือ ว่าในแต่ละประเด็นห้องประชุมนั้น จังหวัดนั้น มีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งก็หลายเรื่องครับ ส่วนกับข่าว ผมใช้คำว่า ส่วนกับข่าว ที่เราได้ยิน ที่เราได้ฟัง ออกมาจากคณะกรรมาธิการ ยกร่างฯ ที่ชะอำ น่าคิดนะครับ เดี๋ยวประเด็นไหนบ้าง เดี๋ยวผมจะบอก เพราะฉะนั้น การรับฟังความคิดเห็นถ้าจะมีผลจริง ผมก็อยากจะกราบเรียนเพื่อนสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สรุปประเด็นต่าง ๆ ให้เร็ว เพื่อที่จะยันกับแนวคิดความเห็นของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ให้ได้ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันจะได้เปึนความเห็น ความคิดที่แท้จริงของประชาชน ถ้าไม่อย่างนั้นเราอ้าง ไม่ได้หรอกครับว่า ๓๕ คนเปึ้นตัวแทนของประชาชน เราอ้างไม่ได้หรอกครับว่า ๑๐๐ คน เปึ้นตัวแทนของประชาชน จนกว่าเราจะลงไปในพื้นที่จริง ขออนุญาตครับว่าในกรอบ ประเด็นที่ ๑ นะครับ เสียงส่วนใหญ่ในแต่ละเวทีเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ เห็นว่าสิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้น ประชาชนพึงพอใจแล้วครับ แต่ที่กังวลที่สุดก็คือการ ปฏิบัติจริงและกฎหมายลูก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะต้องเปึนไปตามเจตนารมณ์ ของการร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่นะครับ จะต้องมีการบันทึกเจตนารมณ์ และทําอย่างไรครับ ผู้บริหารองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่า จะเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายตุลาการ ฝ์ายบริหาร จะต้องปฏิบัติในเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของสภาแห่งนี้ ผมเชื่อนะครับว่าสภาแห่งนี้เปึนสภาที่มีเจตนาดี และเจตนาบริสุทธิ์ในการที่จะให้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนให้ออกมาอย่างดี แต่ปัญหาว่าจะทำอย่างไรให้กฎหมายลูกหรือกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือให้มีสภาพการบังคับใช้จริง โดยเฉพาะพี่น้องใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ครับ เขาบอกว่าสิทธิที่ให้มาแล้วในป้ ๒๕๔๐ ก็มากพออยู่แล้ว แต่ทําอย่างไรให้มันปฏิบัติได้จริง
ประเด็นต่อมาครับ ในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านต่าง ๆ นะครับ ผมกราบเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับว่าในเรื่องของกรอบสิทธิเสรีภาพ เขาอยากจะเห็นเกษตรกรเปึนผู้ที่มีสิทธิที่จะเข้าถึงปัจจัยการผลิต ปัจจัยการผลิตมีอะไร บ้างครับ มีที่ดิน มีแหล่งน้ำ มีพันธุกรรม แล้วก็องค์ความรู้ สิ่งเหล่านี่จะต้องบันทึกไว้ เพราะว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ไม่มีครับ
ประเด็นต่อมาครับ การมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดีครับ การมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายก็ดีครับ การมีส่วนร่วมในการถอดถอน ดำเนินคดี กับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เขาเห็นด้วยอย่างมากครับ เปึ้นแนวทางเดียวกันหมดทุกเวทีครับว่าจะต้องทำได้ง่ายกว่านี้ ที่บอกว่าเซ็นกัน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ต้องลดลงมา ซึ่งไปยันกับแนวคิดที่บอกว่าจะต้อง ดีไซน์ (Design) อย่างไรครับ ไม่ให้ฝ์ายบริหารอ่อนแอ แต่ต้องตรวจสอบได้ง่าย และประชาชนมีส่วนร่วม
ต่อมาครับ ในเรื่องของการจัดกองทุนสนับสนุนภาคการเมือง ภาคพลเมือง ทุกเวทีครับ มีมติเกือบเอกฉันท์ครับ ยกมือกันเต็มห้องประชุมเลยครับว่าควรจะมีกองทุน สนับสนุนภาคพลเมือง ให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้สิทธิของตนเองให้เปึนไปตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญได้ โดยมีกองทุนสนับสนุนภาคพลเมืองเปึนโต้โผให้ครับ
ต่อมาครับ เรื่องของการกระจายอำนาจ การกระจายอำนาจให้องค์กร ท้องถิ่นนั้นเห็นว่าควรจะมีการระบุไว้ให้ชัดเจนในเรื่องของการเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร ท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกันเขาบอกอย่างนี้ครับ ไม่ใช่ให้อย่างเดียวนะครับ ต้องให้องค์กร ท้องถิ่นเหล่านั้นมีแผนที่จะเพิ่มรายได้ หารายได้ให้กับต้นเองด้วย ถ้าใครมี หรือท้องถิ่นใด หาเพิ่มได้ ๑๐ บาท รัฐจะเพิ่มให้เท่าไร เพื่อเปึ้นการที่จะให้ท้องถิ่นเหล่านั้นมีโอกาสพัฒนา รายได้ ไม่ใช่แบมือขออย่างเดียว นี่เปึนสิ่งที่สะท้อนออกมาจากท้องถิ่นครับ นอกจากนั้น ท่านที่เคารพครับ ผมขออนุญาตไปกรอบ ๒
กรอบที่ ๒ ในเวทีต่างจังหวัดจะมันมากครับ ขอพูดประเด็นแรกเลยครับ ซึ่ง ขออนุญาตว่าประเด็นจำนวน สส. เกือบทุกเวทีครับ เปึนมติเอกฉันท์ด้วย เปึ้นเสียง ส่วนใหญ่ด้วยครับว่า สส. ควรลดจำนวนลง และจำนวน สส. ปาร์ตี้ลิสต์ (Party list) หรือ ระบบบัญชีรายชื่อครับ ไม่ว่าที่ไหนครับ ไม่รับครับ ให้เลิกครับ ท่านที่เคารพครับ นี่คือเสียง สะท้อน ท่านที่เคารพครับ สว. ครับ สว.ควรมีหรือไม่ เสียงส่วนใหญ่ยังบอกว่าควรมีครับ แต่ให้ลดจํานวนลงมาหน่อยหนึ่งเพื่อเปึนการประหยัด ถามว่าเรื่องวุฒิการศึกษา สส. จะจํากัดวุฒิไหม น่าแปลกครับ เสียงส่วนใหญ่เกือบทุกเวทีบอกว่าขั้นต่ําต้องปริญญาตรี ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้คนที่ออกไปต่างจังหวัดรู้ดี ต่อมาครับ สว. ต้องมีวุฒิอย่างไร ก็ไม่ต่ํากว่า ปริญญาตรีเช่นกัน หรือบางเวทีกําหนดให้มีคุณวุฒิสูงกว่านี้เสียด้วย ซ้ําไปครับ นี่คือเสียง สะท้อนจากท้องถิ่น จากต่างจังหวัดครับ
เรื่องเขตของ สส. ผมถามมติในที่ประชุมเกือบทุกที่ครับ แบบเดิม เขตเดียวเบอร์เดียว ปรับเขตใหญ่ขึ้นเรียงเบอร์นี่นะครับ มติส่วนใหญ่ให้เปึ้นเขตใหญ่ขึ้น แล้วก็เรียงเบอร์ ปฏิเสธเขตย่อย ก็กลายเปึน สส. ประจำเขตเล็ก ๆ ไป ไม่มีอำนาจ สส. สังกัดพรรคหรือไม่ แน่นอนครับมติเกือบทั้งหมด เกือบทุกเวทีบอกว่าต้องสังกัดพรรค สส. ควรมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ แสดงข้อคิด แสดงความเห็นในสภาโดยอิสระปราศจาก พรรคการเมืองหรือไม่ ชาวบ้านอยากเห็นครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะทำได้หรือเปล่า แต่ชาวบ้านอยากเห็นว่า สส. ต้องมีอิสระพอที่จะแสดงเจตนารมณ์ตามข้อคิด ตามความเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่ตามพรรคการเมืองอย่างเดียว นี่คือสิ่งที่เขาอภิปรายกันในเวทีต่าง ๆ ประเด็นร้อนผมก็ถามมาทุกเวทีครับ นายกรัฐมนตรี มาจากไหน หลายคนกระแหนะกระแหนครับ หลายคนบอกว่าต้องมาจากชาวบ้าน ธรรมดา ไม่ใช่มาจากบนฟัาหรือว่ามาจากที่ไหน ก็สรุปว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส. ต้องมาจากการเลือกตั้ง นี่เปึนมติส่วนใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นใครจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ กรรมาธิการยกร่างฯ จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ นี่คือของจริงที่ได้ไปทํามาในหลาย ๆ เวที วาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี มติเปึนแนวเดียวกันครับ เกือบทุกเวทีเช่นกัน ครับ ส่วนใหญ่บอกว่าน่าจะแค่ ๒ วาระนะครับ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านที่เคารพ ครับ เรื่องนี้น่าเห็นใจชาวบ้านครับ น่าเห็นใจประชาชนครับ อภิปรายกันมากครับ เข็ดกัน มากครับกับระบบการเมืองที่ผ่านมา ชาวบ้านบางคนพูดไม่เปึนครับ แต่บอกว่าไม่รู้ ไม่เอา เลยนะครับ ที่มันมาเกี่ยวข้อง มาทับซ้อนเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของนายกรัฐมนตรี หรือของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผมอยู่ในเวทีต่างจังหวัดนี้ รู้เลยครับว่าสีหน้าอาการของคนเปึนอย่างไร ปฏิเสธนะครับ เพราะฉะนั้นฝากคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ครับว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนได้มี ความรู้สึกหรือสมประโยชน์ในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ในเรื่องของการกําหนดเรื่อง คุณสมบัติเหล่านี้นะครับ
เรื่องวาระเรื่องอายุความของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนะครับ มติส่วนใหญ่บอกว่าไม่มีอายุความครับ นายกรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ถามหรือไม่ครับ ชาวบ้านบอกว่าคำถามนี้ไม่น่าถาม ต้องมาตอบอยู่แล้วครับ แต่ว่าคนที่ไม่มาตอบหรือใคร ไม่มาตอบ เขาบอกว่าให้ตราไว้อีกมาตราหนึ่งในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม มันเปึนคุณธรรม จริยธรรมของผู้บริหาร ถ้าเล่นจะตราทุกมาตราลงในรัฐธรรมนูญ มั่นคงไม่ได้หรอกครับ แต่ให้ตราโดยเฉพาะคุณธรรม จริยธรรมของผู้ที่มาปฏิบัติหน้าที่ ทางการเมือง ทุกเวทีครับ เห็นด้วย และอยากจะให้มี ส่วนจะมีอย่างไรก็ขอฝาก กรรมาธิการและสภาร่างฯ แห่งนี้ครับ ให้ช่วยกันคิดแทนชาวบ้านหน่อยครับ บางเรื่องชาวบ้านอยากได้ครับ แต่พูดไม่ถูกครับ เสนอไม่ถูกครับ จะเรียบเรียง คําพูดอย่างไรให้เปึนภาษากฎหมาย แต่รู้ว่าตัวเองอยากได้อะไร เพราะฉะนั้นก็คงจะฝาก ท่านสมาชิกสภาร่างฯ แห่งนี้นะครับ
หมวดที่ ๓ นะครับ ในเรื่องขององค์กรอิสระ และการตรวจสอบ ผมได้กราบเรียนไปแล้วนะครับว่า หลายเวที เกือบทุกเวทีบอกว่าให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น การลงรายชื่อต้องน้อยกว่าเดิม และต้องมีองค์กรอิสระที่มาคอยดำเนินการแทนประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนเปึนคนดำเนินการเองทั้งหมด เพียงแต่ไปแจ้งต่อองค์กรใด องค์กรหนึ่งบอกว่าให้ตรวจสอบเรื่องนี้นะ แล้วประชาชนจะขอเซ็นชื่ออย่างเดียว หลังจากนั้นเปึนหน้าที่ขององค์กรอิสระที่จะต้องดำเนินการต่อตามกฎหมายนะครับ นี่คือ สิ่งที่ประชาชนได้นำเสนอมานะครับ ส่วนอื่น ๆ นะครับ ผมคิดว่าในส่วนของกรอบอื่น ๆ ใน ๓ จังหวัดภาคใต้ก็น่าเห็นใจครับ พี่น้องทั้งยะลา ปัตตานี นราธิวาส ท่านได้เสนอ ความเห็น อาจจะไม่สามารถที่จะตราลงในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ครับ แต่เสียง ท่านเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นว่าเขาลำบากครับ เขาอยากจะได้รับการเปลี่ยนแปลง ได้รับการแก้ไขนะครับ ในเรื่องของสิทธิในการได้ทํางานใกล้บ้านใกล้ถิ่นและสิทธิ ในการยอมรับ ด้านการศึกษา
ท่านที่เคารพครับ ขอประเด็นสุดท้ายประเด็นเดียวครับ ที่มหาวิทยาลัย ทักษิณได้ฝากมานะครับ มาตรา ๔๓ ในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นะครับ เขาบอกว่า เมื่อตราเปึนกฎหมายลูกแล้วมันก็เอาการศึกษาระดับประถม มัธยม มาร่วมกัน แล้วมันมีปัญหาต่อการบริหารจัดการจริง ๆ ไม่สามารถที่จะพัฒนาคุณภาพของประถมได้ ของมัธยมก็พัฒนาไม่ได้ มันผิดรูปผิดฝ่าไปหมดครับ เพราะฉะนั้นเขาเข้าใจครับ เขาเข้าใจ ว่ามันน่าจะไปอยู่ในกฎหมายลูก แต่เขาบอกว่ารอลูกไม่ไหว เอาแม่ก่อนก็แล้วกันว่าจะทำ อย่างไรให้การจัดการศึกษาอบรมของรัฐ ต้องจัดการศึกษาให้มีองค์กรรับผิดชอบ การจัดการศึกษาในระบบและนอกระบบอย่างชัดเจน อันได้แก่ การจัดการศึกษา ประถมศึกษา การจัดการศึกษามัธยมศึกษา การจัดการศึกษาอาชีวศึกษา การจัดการ ศึกษาอุดมศึกษา การจัดการศึกษานอกโรงเรียน การจัดการศึกษาเอกชน และการจัด การศึกษาอื่น ๆ และให้มีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายบัญญัตินี่ เขาอยากจะให้เติมลงไปจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ขอฝากท่านกรรมาธิการยกร่างฯ นี่เปึนเสียงที่ผมไปมาเกือบทุกเวทีครับ ผู้บริหารโรงเรียน สถานการศึกษาในภาคใต้ ต้องการอยากจะเห็น ทั้ง ๆ ที่ทราบครับว่าสิ่งเหล่านี้มันน่าจะอยู่ในกฎหมายลูก แต่ค่อย ลูกไม่ไหวหรอกครับ เพราะว่ามันอาจจะบิดจะเบี้ยวไปอีก เพราะฉะนั้นขอในกฎหมายแม่ ก็แล้วกันครับ สำหรับกรรมาธิการฯ ภาคใต้ ผมเองได้กล่าวในภาพรวม ได้นำบรรยากาศ มากราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาร่างฯ และได้กราบเรียนพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศนะครับว่า นี่คือการทำงานของกรรมาธิการฯ ภาคใต้ เปึนเงาสะท้อนของพี่น้อง ประชาชนที่จะนำข้อคิดความเห็นมาสู่สภาแห่งนี้ แน่นอนครับ ยกแรก ยังไม่รู้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร แต่เมื่อออกมาแล้วเปึ้นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องเอา ร่างนี้ไปถามชาวบ้านอีกรอบหนึ่ง คราวนี้ล่ะครับ มัน เพราะรู้แล้วว่าประเด็นไหน เปึ้นอย่างไร แต่แน่นอนครับผมคิดว่าประชาชนทั้งประเทศจะยอมรับได้ ผมก็เน้นย้ำ ทุกเวทีครับว่าการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เปึนการร่างรัฐธรรมนูญสำหรับคน ๖๐ ล้านคน ครับ จะให้ชอบใจ จะให้ดั่งใจคนใดคนหนึ่งทั้งหมดทุกมาตราคงเปึ้นไปไม่ได้ ขอความกรุณาพี่น้องประชาชนว่าถ้าโดยภาพรวมพอจะเปึนนางงามได้ ในภาพรวมพอจะ ไปวัดไปว่าได้นะครับ ก็จะต้องรีบคืนอำนาจให้กับประชาชนเข้าสู่ระบบการตัดสินใจของ ประชาชน โดยมีการเลือกตั้งโดยเร็วนะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนแล้วก็อยากจะ คล้ายความกังวลกับพี่น้องประชาชน แล้วก็กราบเรียนท่านประธานสภานะครับ ในส่วนของภาคใต้ถ้าหากว่ามีท่านผู้ใดในกรรมาธิการภาคอยากจะเพิ่มเติม ก็ขอกราบเรียนเชิญ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายนรนิติ เศรษฐบุตร (ประธานสภาร่าง รัฐธรรมนูญ) ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)