ปกรณ์ ปรียากร เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการประชาสัมพันธ์ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และขอคำตอบเกี่ยวกับการดำเนินการของกรรมาธิการภาคใต้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปกรณ์ ปรียากร สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณประธานคณะกรรมาธิการฯ ภาคใต้นะครับ ว่าเรื่องที่ท่านนำเสนอนี่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสมาชิกทุกคน และในขณะเดียวกันก็เปึ้น ตัวอย่างที่ดีของการทำงานที่สะท้อนให้เห็นถึงว่า ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคในหลายพื้นที่ ในขณะเดียวกันการเริ่มของเราอาจจะมีข้อขลุกขลักอยู่บ้างนี่ แต่สิ่งที่ท่านทั้งหลาย ได้ทํามาเปึนความมุ่งมั่นที่ช่วยทําให้เปึนประโยชน์ต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและ สมาชิกสภาร่างฯ ทุกคนนะครับ สิ่งที่ผมรู้สึกว่าเปึนจุดประเด็นหนึ่งซึ่งท่านประธานได้ กรุณาได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ก็คือว่า คําว่า มีพิมพ์เขียวอยู่แล้วหรือไม่ ในฐานะที่เปึนโฆษก คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี่ก็อยากจะเรียนต่อท่านประธานและผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการและพี่น้องประชาชนนะครับว่า เราไม่มีพิมพ์เขียวนะครับ และการดำเนินการที่ผ่านมาของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ มาโดยตลอดนี่ก็เปึนการ กระทำโดยเป่ดเผย และเป่ดโอกาสให้ประชาชนได้รับฟังในการถ่ายทอดเสียงออกมา นะครับ และในห้องประชุมกรรมาธิการนั้นสื่อมวลชนสามารถเข้ารับฟังได้ ในเวลา เดียวกันนั้น ปัญหาที่มันเกิดขึ้นตรงจุดนี้ก็แสดงให้เห็นว่า เราอาจจะมีปัญหาเรื่องการ ทำงานในด้านของการประสานการดำเนินงานระหว่างกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกับ ด้านงานประชาสัมพันธ์เผยแพร่ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ก็น่าที่จะเปึนประโยชน์ว่า ทําอย่างไรที่จะทําให้การดําเนินการ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่การทำงานของสภาร่างฯ และกรรมาธิการยกร่างฯ จะเปึนไป ในเนื้อเดียวกัน ผมถือว่าการทํางานของกรรมาธิการภาคใต้ครั้งนี้เปึ้นตัวอย่างที่จะทําให้ ฝ์ายประชาสัมพันธ์หรือกรรมาธิการฝ์ายประชาสัมพันธ์ได้นำไปคิดแล้วก็ดำเนินการ ในลักษณะที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น อยากจะถามท่านกรรมาธิการฯ ภาคใต้ว่า อย่างที่ท่านได้ ดำเนินการในเรื่องของการใช้วิทยุกระจายเสียงก็ดี การใช้วิทยุโทรทัศน์ก็ตามนี่นะครับ รวมทั้งการลงไปรับฟัง ณ จุดต่าง ๆ เช่นเดียวกับที่ พลตำรวจเอก มีชัย ได้กรุณาพูด ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ เราสามารถที่จะมีเสียงสะท้อนกลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ รับฟังในลักษณะโทรศัพท์ก็ดี หรือการส่งข้อมูลกลับเข้ามาจากจุดต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด เพราะถ้าทําได้ตรงจุดนี้ผมคิดว่าเราน่าจะดําเนินการทั่วประเทศโดยฝ์ายประชาสัมพันธ์ โดยใช้วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อมวลชนทุกแขนงในระหว่างนี้ อยากจะเรียนต่อไปว่า การร่างรัฐธรรมนูญยังไม่มีข้อยุติใด ๆ นะครับ การประชุมที่ชะอํานั้นเปึ้นการประชุมเพื่อ ใช้เวลาเต็มที่ในการที่จะหาข้อสรุปร่วมกันใน ๒ ส่วนด้วยกัน นั่นคือส่วนแรกก็คือเสียง ที่เรารับฟังเข้ามานี่มันก็เข้าไปถึงกรรมาธิการยกร่างฯ โดยกรรมาธิการประสานการมี ส่วนร่วมฯ ที่เข้าไปดำเนินการ โดยท่านประธานกรรมาธิการก็คือท่านอาจารย์เจิมศักดิ์ ก็จะมีช่องทางของการดำเนินการรับฟัง แล้วก็ส่งกลับมา ส่งต่อไปที่กรรมาธิการยกร่างฯ และกรรมาธิการยกร่างฯ เมื่อได้ข้อสรุปก็ส่งกลับ แล้วก็ส่งต่อไปยังพี่น้องประชาชน ในส่วน ของกองงานโฆษกของกรรมาธิการยกร่างฯ เองนี่ก็มีเอกสารข่าวบางครั้งวันละ ๒ ครั้ง ที่ชะอำเอง นี่สื่อสารมวลชนก็ให้ความสนใจมาก แล้วก็สามารถจะสื่อกลับไปยังพี่น้อง ประชาชนได้โดยตรง เรื่องหลายเรื่องที่มันเปึนเรื่อง ฮอต อิชชู (Hot issue) เรื่องเปึน ประเด็นร้อนก็เปึ้นเรื่องที่มีการรับฟังกลับมาทันที อย่างเช่นเรื่องกรณีนายกรัฐมนตรีควรจะ มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งในที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นในทํานองนั้นก็อาจจะมีบ้างนะครับที่มี ความคิดเห็น ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย คือในระบอบประชาธิปไตย นั้นไม่ได้หมายความว่าเสียงส่วนใหญ่จะไปป่ดกั้นเสียงส่วนน้อย แต่ที่สำคัญก็คือเสียงของ ประชาชนเปึ้นเสียงส่วนใหญ่ ผมได้พูดเสมอเวลาแถลงต่อสื่อมวลชน ก็คือว่าอย่าปล่อยให้ ๓๕ คนลอยนวล อย่าปล่อยให้สมาชิกสภาร่างฯ ทั้ง ๑๐๐ คน และยืนยันว่าทั้ง ๑๐๐ คน นะครับ ไปทำงานเหมือนกับว่าเปึนคนละเนื้อกับกรรมาธิการยกร่างฯ ในส่วนนี้ ก็จำเปึนต้องใช้วิจารณญาณในการทำงานร่วมกัน ความสนใจร่วมกันของการดำเนินการ และผมเห็นด้วยกับที่ท่านประธาน ท่านเสรีเองได้กรุณาออกจดหมายว่าในการประชุม วันจันทร์ ในการประชุมที่พวกเราทั้ง ๑๐๐ คน ควรจะอยู่ในที่ประชุมเพื่อจะรับฟังเรื่อง ต่าง ๆ ให้ตรงกัน และกรรมาธิการต่าง ๆ ก็ไม่ควรประชุมในวันจันทร์ อย่างนี้ครับ เอาเรื่อง ของกรรมาธิการที่รับฟังความคิดเห็นฯ เข้ามาเสนอต่อที่ประชุม ที่ประชุมได้รับฟัง ที่ประชุมได้ข้อคิด ที่ประชุมน้ำกลับไปสู่การดำเนินการ หลายเรื่องเปึนเรื่องที่ตรงกันกับ กรรมาธิการยกร่างฯ และหลายเรื่องเปึนเรื่องที่เราเอาไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ อย่างเช่นเรื่องของ สส. บัญชีรายชื่อ ก็เปึ้นเรื่องที่ว่าเสียงส่วนใหญ่ของกรรมาธิการเห็นว่า น่าจะเปึนว่าไม่มีบัญชีรายชื่อ แต่เสียงส่วนน้อยคิดว่าถ้ามีแล้วมันมีประโยชน์ ก็ย้อนกลับ ไปถามอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าทางปักษ์ใต้บอกว่าไม่น่าจะมี อันนี้ก็เปึนเสียงที่เรากลับเข้ามา อยากจะเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่าตรงจุดนี้มันก็จะเปึนประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน สภาร่างฯ ไม่มีสิทธิร่างรัฐธรรมนูญตามใจตัวเอง กรรมาธิการยกร่างฯ ไม่มีสิทธิใช้เสียง ตัวเองบอกว่าเราจะร่างแบบนั้นแบบนี้ ประชาชนเปึ้นเสียงที่สำคัญ เพราะอย่างน้อยที่สุด เขามีอำนาจในวันสุดท้าย ซึ่งเดี๋ยวจะมีการพิจารณาเรื่องสำคัญก็คือเรื่องประชามติ ด้วยซ้ำไป เรียนผ่านไปยังประธานกรรมาธิการฯ ภาคใต้ว่า ก็อยากจะให้บอกพี่น้อง ประชาชนว่าไม่มีพิมพ์เขียวนะครับ แม้แต่ในกรรมาธิการยกร่างฯ เองก็ไม่มีใครสั่งใครได้ ตรงจุดนี้เปึนจุดที่จะเปึนประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจร่วมกันครับ